The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารบัณฑิต-ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sukri damkham, 2023-08-23 03:01:33

สารบัณฑิต

สารบัณฑิต-ebook

130 เก็บเล็กผสมน้อย เมื่อรถที่ท่านโดยสารมาวิ่งมาไม่นาน ก็เห็นรถโดยสาร คันหนึ่งคว่ำ อยู่ข้างทางมีคนตายและบาดเจ็บหลายคน รถคัน ที่เกิดอุบัติเหตุนั้นก็คือรถที่ท่านมาไม่ทันนั่นเอง จากกฎแห่งกรรม โดย ท.เลียงพิบูลย์ ๏ ๏ ๏ วาทะสมเด็จโต เช้าวันหนึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) ท่าน มานั่งรอเรือจ้างเพื่อจะไปงานของคหบดีท่านหนึ่ง ขณะนั้น ก็มีพ่อค้าบรรทุกสายบัวมาเต็มลำ พายเรือผ่านมาถึงหน้าวัด ระฆังพอดีท่านจึงได้ร้องทักออกไปว่า “พายเถิดน่ะพ่อพาย ตะวันจะสาย ตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า” ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 131 อ่านให้ถูก คำ ว่า พยาธิเมื่อหมายถึงเจ็บไข้ให้อ่านว่า พะ-ยา-ทิถ้า หมายถึงเชื้อโรค ให้อ่านว่า พะ-ยาด คำ ว่า สมาธิอ่านว่า สะ-มา-ทิครั้นเป็นขัดสมาธิ(ท่า นั่ง) ต้องอ่านว่า สะ-หมาด คำ ว่า จักรพรรดิอ่านว่า จัก-กะ-พัด ถ้าใส่การันต์ตัว ท้ายเป็นจักรพรรดิ์ต้องอ่านว่า จัก-กะ-พัน คำ ว่า เกียรติอ่านว่า เกียด พอเป็นรามเกียรติ์ต้องอ่าน ราม-มะ-เกียน คำ ว่า นิติอ่านว่า นิ-ติหรือนิด ก็ได้เมื่ออยู่หน้าคำ เช่น นิติกรรม ต้องอ่านว่า นิ-ติถ้าอยู่ท้ายคำ อ่านว่า นิด เช่น พระนิพนธ์ของกรมพระยาเดชาดิศร ชื่อ โลกนิติคำ โคลง อ่านว่า โลก-กะ-นิด จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๏ ๏ ๏


132 เก็บเล็กผสมน้อย กำเนิดที่แปลก นกยางมีท้องได้เพราะได้ยินฟ้าร้อง ปลากัดใส่ไว้คนละโหล เพียงมองหน้ากันก็มีลูกได้ ๏ ๏ ๏ ภาษาพาฉงน มีคนจูงลิงไปตามถนน ชายคนหนึ่งเห็นเข้าก็ถามว่า “ลุงจะจูงลิงไปไหน” เจ้าของก็ตอบว่า “จะเอาลิงไปรักษา” ชายผู้นั้นย้อนถามไปด้วยความสงสัยว่า “มันเป็นโรค อะไรจึงต้องรักษา” เจ้าของก็ตอบอย่างฉุนๆ ว่า “ลิงมันก็เป็นลิงน่ะซี” ชายผู้นั้นหาว่าเจ้าของลิงพูดเล่นลิ้น เกือบจะวางมวยกัน อยู่แล้ว บังเอิญมีคนเข้ามาชี้แจงว่า นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 133 คำ ว่ารักษานั้นทางใต้เขาหมายความว่าเลี้ยง ที่ว่าจะเอา ลิงไปรักษาก็คือเอาลิงไปเลี้ยงนั่นเอง ไม่ใช่รักษาโรคภัยไข้เจ็บ อะไรดอก เรื่องก็จบลงด้วยสันติวิธี ชายคนหนึ่งขึ้นไปภาคอีสาน พักอยู่กับญาติของเพื่อน ถึงเวลาจะถ่ายก็ถามหาห้องส้วม เจ้าของก็ชี้ไปที่ห้องๆ หนึ่ง ชายคนนั้นก็เข้าไป แต่ต้องกลับออกมาย้อนถามว่า “ฉัน ต้องการไปส้วมไม่ใช่ไปนอน” เจ้าของก็ตอบว่า “นั่นแหละห้องส้วม เพราะบ้านนี้เมืองนี้ ส้วมก็คือห้องนอนนั่นเอง” ๏ ๏ ๏ ประวัติเจ้ากรมเป๋อ ร้านขายยาซึ่งตั้งอยู่ ณ ริมประตูวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) ทางด้านทิศใต้มีชื่อว่า “ร้านเจ้ากรมเป๋อ” เป็น ร้านขายยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในทางซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกค้ามาก


134 เก็บเล็กผสมน้อย ข้าพเจ้ามีความสนใจอยากทราบประวัติจึงมอบให้พระครู วินัยธรวิเชียร วชิรธมฺโม เจ้าคณะ ๑๐ แห่งวัดประยุรวงศาวาส ไปสัมภาษณ์ได้ใจความว่า ในสมัยที่พระพุฒาจารย์(มา) เป็นเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิ- ราชาวาส ท่านได้แต่งตั้งผู้จัดการผลประโยชน์ของวัดหลายท่าน เรียกว่า “เจ้ากรม” ต่อมานายเป๋อซึ่งเป็นชาวสวนอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร ได้มาเป็นคนรับใช้ท่าน และก็ได้รับตำ แหน่งเป็นผู้จัดการผล ประโยชน์ของวัด เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ว่า “เจ้ากรม เป๋อ” ท่านเจ้าคุณพระพุฒาจารย์(มา) ท่านมีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับยาสมุนไพร แผนโบราณ จึงได้ถ่ายทอดความรู้นั้นให้ แก่กรมเป๋อพร้อมทั้งอนุญาตให้ตั้งร้านขายยาอยู่ที่ตึกแถวหน้า วัดติดกับประตูวัดด้านทิศตะวันตกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๙ โดยใช้ ชื่อว่า “ร้านเจ้ากรมเป๋อ” เจ้ากรมเป๋อมีบุตร ๒ คน คือนายติ่งและนางสาลี่ ปัจจุบันนายถวัลย์สุวรรณเตมีย์ผู้เป็นเหลนได้ดำ เนินกิจการ ร้านนี้สืบมา ทายาทของเจ้ากรมเป๋อที่มีชื่อเสียงมากคือ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณหญิงสลาด ทัพวงศ์วิสัญญีแพทย์โรงพยาบาล


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 135 ศิริราช ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มในการหาทุนในการสร้างอาคาร ๗๒ ปี โรงพยาบาลศิริราช ด้วยวิธีการเอากระปุกออมสินไปตั้งไว้ที่ ธนาคารกรุงเทพ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารมีส่วนร่วมในการสร้าง อาคาร ๗๒ ปีและกลายเป็นที่นิยมกันในการระดมทุนของ องค์กรการกุศลทั่วไปในปัจจุบัน ท่านผู้นี้เป็นหลานท่านเจ้ากรมเป๋อ หลังจากเกษียณอายุ ราชการแล้วก็ได้มาอยู่ช่วยกิจการร้านเจ้ากรมเป๋อในปัจจุบันนี้ บัดนี้ท่านผู้นี้มีอายุได้๘๑ ปี(พ.ศ.๒๕๔๔) ท่านเจ้ากรมเป๋อเสียชีวิตด้วยโรคชราในปีพ.ศ. ๒๔๘๗ รวมอายุได้๘๔ ปีกุลทายาทได้บรรจุอัฐิของท่านไว้ที่ศาลา บำ เพ็ญกุศล ณ บริเวณมณฑปพระพุทธบาทวัดจักรวรรดิราชา วาส ข้าพเจ้าผู้เขียนขอสดุดีแด่ร้านเจ้ากรมเป๋อนี้ว่า “ซื่อสัตย์ สุจริตคือนิมิตแห่งความเจริญ” ๏ ๏ ๏


136 เก็บเล็กผสมน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน คือมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ จากบทความตอนหนึ่งของพันเอกทองคำ ศรีโยธิน อดีต อนุศาสนาจารย์กองทัพบก ซึ่งทางรายการสยามานุสติโดย กองอนุศาสนาจารย์กรมยุทธศึกษาทหารบก ได้นำ มาออก อากาศ ข้าพเจ้าฟังแล้วรู้สึกชอบใจ จึงได้ขออนุญาตจากเจ้าของ บทความ ซึ่งท่านก็ได้จัดส่งบทความนั้นมาให้จึงขอถือโอกาส อนุโมทนาพันเอกชอบ อินทฤทธิ์และพันเอกทองคำ ศรีโยธิน ไว้ณ ที่นี้ด้วย บทความนั้นมีใจความตอนหนึ่งว่า เล่าปี่เป็นประมุขของ ก๊กก๊กหนึ่งในสามก๊ก ฝีมือรบก็ปานกลาง ครั้งหลังสุดยังไปรบ แพ้กังตั๋งมาแล้วด้วย ว่าถึงมันสมองก็ไม่ได้ครึ่งของขงเบ้ง ข้อ ที่น่าคิดก็คือทำ ไมเล่าปี่จึงไปมัดเอาขงเบ้งผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหา สมุทรมากรำ ศึกจนตายในสนามรบได้เพราะธรรมดาคนฉลาด จึงจะใช้คนโง่ได้ คนฉลาดกว่าสัตว์จึงใช้ควายไถนาและใช้ช้างลากซุงได้ แต่เล่าปี่ฉลาดน้อยกว่าขงเบ้งเหตุไฉนจึงใช้ขงเบ้งได้คุณสมบัติ พิเศษในตัวเล่าปี่ก็คือผู้พนมมือแก่ชนทั้งสิบทิศ ซึ่งได้แก่ความ อ่อนน้อมอ่อนโยนนั่นเอง เล่าปี่ใช้เชือกพิเศษเส้นนี้แหละมัดใจ จูงมือขงเบ้งลงมาจากภูเขาได้และใช้จนตาย


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 137 เล่าปี่อุตส่าห์พยายามถึง ๓ ครั้ง ๓ หน ไปหาขงเบ้งครั้ง หลังสุดจึงพบ แต่ถึงพบขงเบ้งก็ไม่รับแขก แกล้งนอนหลับเสีย เล่าปี่ก็มิได้รบกวนให้ระคายเคืองแม้แต่น้อย ค่อยๆ นำ ตัวเอง ไปยืนอยู่ปลายเท้าของขงเบ้ง ชาวบ้านนอกซึ่งมีอายุอ่อนกว่า ตนถึง ๒๐ ปีสำ รวมกิริยาด้วยลักษณาการแห่งศิษย์พึงกระทำ แก่อาจารย์และยืนรอแบบสำ รวมตั้งแต่เช้าถึงเย็น พอขงเบ้งตื่นขึ้น เล่าปี่ก็กราบไหว้อ้อนวอนให้ขงเบ้งไป อยู่กับตัว ด้วยลักษณาการอันหมดความถือยศถือศักดิ์และ หมดอายถึงกับครํ่าครวญ ในที่สุดขงเบ้งก็ยอมรับและปลอบโยนเล่าปี่ว่า “อย่า ร้องไห้วิตกไปเลย ข้าพเจ้าจะไปทำ ราชการด้วยกับท่าน ถึง แม้นว่าข้าพเจ้าจะเป็นประการใดก็ดี” แล้วหันไปสั่งน้องชายว่า “เล่าปี่อุตส่าห์มาหาตั้ง ๓ ครั้ง จะตัดประโยชน์เสียก็เอ็นดูจำ จะไปด้วยกับเล่าปี่” เล่าปี่เป็นยอดของก๊กหนึ่ง เพราะคุณวิเศษคืออัธยาศัย อ่อนน้อมอ่อนโยนด้วยประการฉะนี้ ทีนี้วกกลับมาเมืองไทยของเรา พระปิยมหาราชก็ทรงใช้ พระอัธยาศัยอ่อนน้อมยึดเหนี่ยวพระทัยของพระองค์เจ้ามนุษย นาคมานพ พระเจ้าน้องยาเธอ ซึ่งมีพระชนมพรรษาเพียง ๒๐ พระพรรษา ทรงผนวชใหม่ยังไม่ถึงเดือน ให้คิดตัดสินพระทัย ไม่สึก ยอมมอบกายถวายชีวิตได้ทันที


138 เก็บเล็กผสมน้อย ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรม พระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์หนึ่ง ตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระมหาสมณเจ้าพระองค์นั้น ทรงเล่ารายละเอียด ไว้ว่า “ถึงหน้าพรรษา ล้นเกล้าฯ เสด็จถวายพุ่มที่วัดนี้เคย เสด็จทรงประเคนพุ่มพระเจ้าน้องยาเธอผู้ทรงผนวชใหม่ถึง ตำ หนักเป็นการทรงเยือนด้วย เสด็จถึงกุฏิเรา ทรงประเคนพุ่ม เราเห็นทรงกราบด้วยเคารพอย่างเป็นพระ แปลกจาก พระอาการที่ทรงแสดงแก่พระองค์อื่น เพียงทรงประคองอัญชลี เรานึกสลดใจว่า โดยฐานะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านก็เป็น เจ้าของเราโดยฐานเป็นผู้แนะราชการพระราชทานมา ท่านก็ เป็นครูของเรา เห็นท่านทรงกราบแม้จะนึกว่าท่านทรงแสดง ความเคารพแก่ธงชัยของพระอรหันต์ต่างหาก ก็ยังวางใจ ไม่ลง ไม่ปรารถนาจะให้เสียความวางพระราชหฤทัยของท่าน ไม่ปรารถนาจะให้ท่านทอดพระเนตรเราผู้ที่ท่านกราบแล้ว กลับถือเพศเป็นคฤหัสถ์อีกตรงกับคำ ที่เขาพูดกันว่ากลัวจัญไร กิน เราตกลงใจว่าจะไม่สึกในเวลานั้นหาได้พูดไม่” เหล่าจื้อศาสดาแหงศาสนาเต๋ากล่าวยกย่องความอ่อนน้อม อ่อนโยนไว้เป็นที่ประทับใจอย่างยิ่งว่า “เมื่อคนเกิดนั้นเขาอ่อน และไม่แข็งแรง แต่เมื่อตายเขาแข็งกระด้าง เมื่อสัตว์และพืช


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 139 ยังมีชีวิตก็อ่อนและดัดได้แต่เมื่อตายแล้วก็เปราะและแห้ง เพราะฉะนั้น ความแข็งแรงและแข็งกระด้าง จึงเป็นพวกพ้อง ของความตาย ความอ่อนและความสุภาพจึงเป็นพวกของ ความเป็น” ๏ ๏ ๏ โตโจคือใคร เมื่อบารมีของโตโจ นายพลนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสมัย สงครามโลกครั้งที่ ๒ แผ่มาถึงไทย ทางมหาวิทยาลัยและ โรงเรียนต่างๆ ต้องให้ยกชั้นสอบได้กันหมด จนเรียกกัน ติดปากว่ารุ่นโตโจ โตโจ พาทหารญี่ปุ่นสู่สงครามด้วยความมั่นใจ ผลก็คือ ญี่ปุ่นโดนถล่มด้วยระเบิดปรมาณูลูกแรกหล่นลงที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ คนตายไปในครั้งนั้น ๘๐,๐๐๐ คน ไม่นับที่บาดเจ็บและล้มตายในวันต่อมาอีกเป็นแสน ผลสุดท้ายนายพลโตโจก็ถูกแขวนคอ ๏ ๏ ๏


140 เก็บเล็กผสมน้อย เหตุที่คนไม่เข้าวัด ๑. ตัดห่วงไม่ขาด ๒. ฉลาดกว่าพระเทศน์ ๓. เป็นเหตุด้วยสังขาร ๔. เกี่ยวทางด้านศาสนา ๕. ไม่เห็นคุณค่าของการเข้าวัด ๏ ๏ ๏ ปริศนาพาฉงน ยามเช้าเจ้าสี่ขา คลานไปมาร้องไห้แง เที่ยงวันกลับ ผันแปร เป็นสองขาน่าแปลกใจ สายัณห์ตะวันเย็น กลับกลาย เป็นสามขาได้นี่คือสัตว์อะไร แม้นเห็นชอบ โปรดตอบเอย ตอบ ยามเช้าเป็นชีวิตตอนเป็นเด็กเล็ก คลานสี่ขาร้องไห้ แงๆ เที่ยงวันเป็นชีวิตตอนโตแล้วก็เดินสองขา ยามสายัณห์เย็น เป็นชีวิตตอนชราต้องถือไม้เท้า ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 141 เด็กซื่อ เด็กหญิงคนหนึ่งเก็บกระเป๋าสตางค์เงินได้ในกระเป๋า มีเงินสองหมื่นบาท เธอรีบส่งเจ้าของตามนามบัตร เจ้าของ เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ฐานะดีถามชื่อที่อยู่เด็กไม่ยอมบอก ไม่ยอมรับรางวัล ต่อมาข้าราชการผู้นั้นสืบจนรู้ว่าที่อยู่ปรากฏแม่เธอ ขายขนมจากอยู่ปากน้าํ เลยขออุปถัมภ์เลี้ยงดูให้เล่าเรียนจน สำ เร็จการศึกษาชั้นสูงมีงานทำ เป็นหลักเป็นฐาน มีคนสัมภาษณ์ ว่า “ทำ ไมไม่เอาเงินจำ นวนมากอย่างนั้น” เธอตอบว่า “แม่เคยสอนหนูว่า ให้เห็นเงินคนอื่นเหมือน เศษกระดาษ” ๏ ๏ ๏


142 เก็บเล็กผสมน้อย อีกาเผาบ้านนายปลั่ง ท่านผู้อ่านคงจะสงสัยว่าเป็นนกเป็นกาจะไปเผาบ้านเผา เรือนเขาได้อย่างไร เพื่อแก้ความสงสัยโปรดอ่านต่อไป นาย ปลั่ง บ้านอยู่สมุทรปราการ มีอาชีพเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ขาย ศัตรู ของนายปลั่งคืออีกา มักจะมาขโมยลูกเป็ดลูกไก่ของแกไปกิน อยู่เสมอ นายปลั่งแกโกรธมาก คอยดักจับอีกาอยู่เป็นเวลานาน จนวันหนึ่งแกจับอีกาได้ตัวหนึ่ง เพื่อให้สมกับความแค้นแก จึงเอาน้ามันก๊าดราดบนตัวอีกาจนโชก ํ แล้วเอาไฟจุดแล้วก็ ปล่อยไป ไฟลุกท่วมตัวอีกามันจึงบินเข้าไปซุกอยู่ในหลังคาจาก บ้านของนายปลั่งนั่นเอง ไฟได้เผาผลานบ้านของนายปลั่งวอด ไปทั้งหลัง ตกลงบ้านก็ไหม้อีกาก็ม้วยไปด้วยกัน เรื่องนี้ก็จบลงตรงกับคำ โบราณว่า “อยัมทันตา” นั่นเอง ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 143 สุภาษิตจีน ๑. การกินอิ่มเกินไป ๒. การดังเกินไป ๓. การมีเมียสวยเกินไป ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น จากเปลวสีเงิน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๏ ๏ ๏ โลภมากลาภหาย พระอินทร์เห็นสองตายายยากจนมากใคร่จะสงเคราะห์ จึงเสด็จลงมาจากดาวดึงส์แล้วจึงแจ้งให้สองตายายทราบ ว่า “จะบันดาลนํ้าในบ่อหน้าบ้านของตายายให้เป็นสุรา จะได้ ตักขาย ต่อไปจะได้รํ่ารวย” หลังจากนั้นมาฐานะของตากับ ยายก็รํ่ารวยเพราะขายนํ้าสุราในบ่อนั้น วันหนึ่งพระอินทร์เสด็จลงมาทดลองสองตายายว่า เวลานี้ ตายายรํ่ารวยแล้วพอใจหรือยัง สองตายายพากันตอบว่า “ก็ดี


144 เก็บเล็กผสมน้อย อยู่หรอกแต่ขาดอยู่ว่าไม่มีส่าให้หมูกิน” (ส่าคือกากของเชื้อ ที่ทำ เหล้า) พระอินทร์กริ้วมากจึงรับสั่งว่า “มนุษย์นี้ช่างโลภหนอ นํ้าในบ่อเป็นสุรายังพูดกับเราว่าไม่มีส่าให้หมูกิน ครั้นแล้ว พระอินทร์ก็เนรมิตให้นํ้าในบ่อกลับเป็นนํ้าธรรมดาตามเดิม ๏ ๏ ๏ ทำคุณบูชาโทษ ชาวนาเห็นงูเห่าขดตัวอยู่ด้วยความหนาว จึงเข้าไปอุ้ม มากอดด้วยความสงสาร งูได้ไออุ่นก็เกิดกำ ลัง เลื้อยออกมา กัดชาวนาตาย นี่คือทำ บุญบูชาโทษ ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 145 โปรดสัตว์ได้บาป สัญชีพมานพ เข้าไปในป่าพบเสือนอนตายอยู่ ใคร่จะ ทดลองวิชาเขาจึงร่ายมนต์จนเสือฟื้นขึ้นมา เสือกำ ลังหิวจึง กระโจนเข้าขยํ้าสัญชีพมานพ เขาก็เลยต้องกลายเป็นอาหาร ของเสือตัวนั้นเอง นี่คือโปรดสัตว์ได้บาป ๏ ๏ ๏ คุณนายถวายข้าวพระพุทธ คุณพระสารคามนิคมเขต ท่านเลื่อมใสศรัทธาต่อ พระพุทธศาสนามาก ท่านสวดมนต์เป็นประจำ และถวายข้าว พระพุทธทุกเช้า วันหนึ่งจะต้องไปราชการต่างจังหวัดจึงสั่งให้คุณนาย จัดถวายข้าวพระแทน พอถึงเวลาคุณนายก็นำ อาหารมาที่ พระพุทธรูปคุณนายจำ คาถาถวายข้าวพระไม่ได้จึงถวายเป็น


146 เก็บเล็กผสมน้อย คำ ไทยว่า “พระพุทธเจ้าขา อาราธนาฉันเถิด ตามมีตามเกิด วันนี้คุณพระไม่อยู่เจ้าค่ะ” นับว่าสำ เร็จประโยชน์เหมือนกัน ๏ ๏ ๏ เก็บตก พุทธศักราช ๒๔๑๙ วางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหา ปราสาท ๏ ๏ ๏ กรีกอรีรัสปูติน มหาเถรอุบาทว์ หญิงทั้งหลายในนครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เมื่อผ่านพิธี อันลามกของเขาแล้ว ก็พากันติดใจหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเขา ไปตามๆ กัน และเขายังมีอิทธิพลในราชสำ นัก และกิจการ


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 147 บ้านเมืองอีกด้วยเพราะได้รับการสนับสนุนจากพระนางอเล็กซานดรา ที่ยอมทอดตัวเป็นสาวกของเขาอย่างหลงใหล เหตุนี้เองในปีค.ศ. ๑๙๑๖ บรรดากลุ่มชายชั้นสูงมอง เห็นภัยพิบัติของรัสปูติน ที่จะสร้างความหายนะให้แก่รัสเซีย และเสวยสุขเสพสมกับลูกเมียของใครต่อใครเปรอะไปหมด จึงได้เริ่มวางแผนสังหารเขาเสีย โดยได้เชิญไปกินเลี้ยงแล้ว วางยาพิษแต่ไม่ตาย แม้กระทั่งใช้ปืนยิงและทุบตีรัสปูตินผู้แข็งแกร่งผิดมนุษย์ ก็ยังไม่ตายอีก ผลสุดท้ายจับเขามัดมือมัดเท้าโยนลงไปใน แม่นํ้าเนว่า ซึ่งนํ้าเป็นนํ้าแข็ง ที่นั่นเองรัสปูตินนักบวชลามก ก็จบชีวิตลงด้วยการจมนํ้าตาย รัสปูตินเกิดมาโดยมีพรสวรรค์เพราะมีอวัยวะเพศใหญ่โต ผิดมนุษย์มะนาทั้งนี้โดยการเปิดเผยจากมาเรียลูกสาวของเขา เอง จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๕ ๏ ๏ ๏


148 เก็บเล็กผสมน้อย กรรมตามสนอง ชายผู้หนึ่งตีงูเหลือมแล้วโยนไปกลางถนนให้รถทับจน ร่างแหลกเหลว ต่อมาชายผู้นี้ขับรถมอเตอร์ไซถูกรถสิบล้อ เฉี่ยวตกจากรถลงมาสลบและถูกรถ ๑๐ ล้อคันนั้นถอยมาทับ ร่างชายผู้นั้นจนร่างแหลกเหลว อย่างนี้ละคือกรรมตามสนอง เด็กชายสนั่นอยู่ชลบุรีชอบเล่นกัดปลากัด ครั้งหนึ่งเขา จับปลาให้กัดกัน ตัวหนึ่งถูกกัดถึงกับตาทะลักออกมา ต่อมา เขาเข้ามาอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ ครั้งหนึ่งทางวัดมีการสอบบาลีเขาทำ หน้าที่เลี้ยงนํ้าดื่ม เขาเปิดนํ้าขวดนํ้ามะเน็ตที่มีลูกแก้ว ขวดเกิดระเบิด เศษแก้ว ชิ้นหนึ่งกระเด็นมาโดนตาเขาแตก เขาพยายามรักษาอยู่นาน ก็ไม่หายสุดท้ายเขาก็เลยกลายเป็นคนตาบอด คนไหนที่ชอบกัดปลาโปรดจำ เรื่องนี้ไว้ ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 149 คาถาปลูกไม้มีผลดก โอมสิหิงสร้อย มีลูกห้าร้อยห้อยระย้า เก็บมาห้าร้อย ตะกร้า ยังอยู่อีกห้าร้อยเล่มเกวียน โอมสะโหมติด พระครูโฆสิตสุตคุณ (หลวงพ่อกอน)  วัดบางแคใหญ่ อำ เภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ๏ ๏ ๏ กวนอูเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ กวนอูวีรบุรุษลือชื่อในประวัติศาสตร์จีน สมัยสามก๊ก เกิดในมณฑลซานตง (วัวถัง) อีกตำ นานหนึ่งบอกว่าเกิดใน เมืองโกเนี้ย มณฑลซานสี(ซัวโซ) กวนอูนั้นชื่อเดิมว่าเซียงเซง (เซียงแซ) เป็นผู้มีสติปัญญา และใจกล้าหาญมาแต่น้อย ทั้งมี กำ ลังมาก วันหนึ่งบิดาลงโทษเพราะความซน ขังไว้ในห้องหลัง บ้าน ตกกลางคืนกวนอูเปิดหน้าต่างหนีไปได้ไปพบหญิงสาว กับชายชราร้องไห้ครํ่าครวญอยู่ก็เข้าไปถามถึงเหตุชายชรา


150 เก็บเล็กผสมน้อย กล่าวว่า “หญิงสาวคนนี้เป็นลูกสาวของตน มีชายผู้มีชื่อเสียง มาสู่ขอแล้ว แต่ลุงนายอำ เภอมาเห็นบุตรสาว เกิดชอบใจ ต้องการจะเอาไปเป็นภรรยา ตนได้ไปอ้อนวอนขอความกรุณา ต่อนายอำ เภอ ก็ถูกด่าว่า จึงไม่ทราบว่าจะทำ ประการใด นอกจากร้องไห้ด้วยความแค้นใจ กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงไปฆ่านายอำ เภอ และลุง ของนายอำ เภอตายทั้ง ๒ คนจากนั่นก็หลบหนีไปทางด่าน ท่องกวน เจ้าพนักงานก็ออกประกาศดักจับอยู่ทางด่าน เมื่อ ไม่ทราบว่าจะหนีไปทางไหนพ้น ขณะที่หนีไปตามทางด่าน ได้ลงไปล้างหน้าที่ลำ ธาร มองดูหน้าตนเองในนํ้า ก็ประหลาด ใจ เพราะใบหน้าเปลี่ยนแปลงไป คือมีสีแดงเข็ม แปลกจน ใครจำ ไม่ได้ ครั้นผ่านด่านเจ้าพนักงานถามชื่อเสียง ก็บอกว่าชื่อกวน (ด่าน) เจ้าพนักงานจึงปล่อยให้ไป เหตุนี้กวนอูจึงได้ชื่อว่า “กวนอู” เป็นมงคลนาม ต่อมาได้พบกับเล่าปี่และเตียวหุย เมื่อ พ.ศ. ๗๒๗ แล้วสาบานเป็นพี่น้องกันที่ในสวนตับกอ (ใน สามก๊ก ฉบับภาษาไทย แปลว่าสวนดอกยี่โถ) ว่าจะซื่อสัตย์ ต่อกันจนวันตาย และจะสู้รบกับศัตรูเพื่อกอบกู้ราชบัลลังก์ ของราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์อยู่ด้วยคนหนึ่ง


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 151 กวนอูมีฝีมือรบเก่งกล้า และมีความซื่อสัตย์อย่าง อุกฤษฎ์ต่อมาเล่าปี่ซึ่งถือว่าเป็นพี่ โจโฉเคยจับกวนอูไปได้ แต่เกลี่ยกล่อมให้กวนอูอยู่ด้วยเท่าไรก็ไม่สำ เร็จ เมื่อได้โอกาส กวนอูก็หนีกลับไปอยู่กับเล่าปีอีก ความกล้าหาญและความ ซื่อสัตย์มีใจเด็ดเดี่ยวของกวนอูมีกล่าวอยู่ในเรื่องสามก๊ก ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยแล้ว เป็นที่รู้จักดีในหมู่คนไทยสมัยก่อน ซึ่งเคยอ่าน เคยฟังหรือเคยดูงิ้วในเรื่องนี้ว่ากวนอูหน้าแดงมี หนวดยาวดำ ภายหลังกวนอูถูกซุนกวนจับตัวได้และถูกสำ เร็จโทษเมื่อ พ.ศ. ๗๖๐ เมื่อกวนอูตายแล้ว ชื่อเสียงเกียรติคุณของกวนอูว่า เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในสงคราม ยังเป็นที่เลื่องลือนับถือกันโดย ทั่วไปในหมู่ชาวจีนสืบมา เมื่อราวศตวรรษที่ ๑๘ ทางราชการยกย่องให้เป็นกง อันเป็นตำ แหน่งชั้นสูงของขุนนางจีน และเรียกชื่อว่ากวนกง ต่อมา พ.ศ. ๑๖๗๑ ทางราชการเลื่อนขึ้นเป็น อ๋อง หรือ เจ้า แล้วเลื่อนเป็นเจ้าเทพารักษ์เรียกว่ากวนตี๋ หรือเจ้ากวนอูเมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๗ เจ้ากวนอูบางทีก็เรียก ยู่ตี่ คือเจ้าแห่งสงคราม ๏ ๏ ๏


152 เก็บเล็กผสมน้อย ศราทธพรตเกิดขึ้นเมื่อไร เนื่องจากคราวที่พระนางสุนันทากุมารี(พระนางเรือล่ม) สิ้นพระชนม์จึงทำ ให้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงพระวิปโยคอย่างใหญ่หลวง วันหนึ่งจึงเสด็จไปปรึกษาขอความดำ ริจากสมเด็จพระ มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิโรญาณวโรรส ว่า จะทรงบำ เพ็ญ กุศลพิเศษอะไรดีเพื่อจะอุทิศให้แก่พระนาง สมเด็จฯ ทรงถวายความเห็นว่าควรประกอบพิธีพรต (คือพิธีทำ บุญให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว) แล้วสมเด็จฯ ได้ ทรงแต่งคาถาถวาย ที่บาลีขึ้นต้นว่า ภาสิตา โข เตน ภควตา ฯลฯ อโมฆํ ชีวิตํ ยถาติดังนั้นแล ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 153 พสกนิกร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำ วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ขึ้นหน้า ๑ ลงว่า “พสกนิกรปลาบปลื้มพระสุขภาพ ในหลวง” จึงเกิดความสงสัยว่า พสกนิกร มีความหมายว่า คนที่อยู่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองของประเทศใด ทั้งหมดรวมเรียกว่าพสกนิกรทั้งสิ้น ๏ ๏ ๏ ที่มาของชื่อ คึกฤทธิ์Ž เรื่องนี้เจ้าของชื่อได้เล่าไว้เองว่า เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๕๔ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถราชชนนีพระพันปี หลวงได้เสด็จประพาสพิษณุโลก หม่อมแดงจึงได้พาบุตรขึ้น เฝ้าถวายตัวและขอพระราชทานนาม ในขณะนั้นที่กำ ลังเฝ้าอยู่ ทารกได้ร้องจ้าขึ้นและดิ้น อาละวาดวุ่นวายมาก สมเด็จพระพันปีจึงมีพระราชเสาวนีย์ ว่า “อ้ายนี่ฤทธิ์มากนัก ให้มันชื่อคึกฤทธิ์เถอะ” ๏ ๏ ๏


154 เก็บเล็กผสมน้อย เรื่องของสิงโต ในขณะที่พระเจ้าแผ่นดินจีนองค์หนึ่งพระนามว่าพระเจ้า เฮียนล่องซุน ประทับอยู่ท่ามกลางหมู่อำ มาตย์ข้าราชการ ก็มี สัตว์ประหลาดคล้ายสุนัขจูขนปุกปุยตัวใหญ่ ลอยลงมาจาก อากาศตรงมาสู่ที่ประทับของพระองค์มาคำ นับพระองค์ ๓ ครั้ง แล้วลอยหายไปในอากาศ จึงพากันเรียกสัตว์ที่มาให้ พรนั้นว่า “สิงโต” ต่อมาจึงถือเป็นประเพณีโดยทำ เป็นรูปสิงโตไปเต้นตาม บ้าน ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นการให้พร แล้วได้รับการตอบแทนด้วย เงินหรือธนบัตร บรรจุในกระดาษแดง ๏ ๏ ๏ พระปฏิมายังราคิน วัดพระมหาธาตุฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พระพุทธรูปปางห้ามแก่นจันทร์จากวัดร้าง ลักษณะงดงามมาก มีคน บูชามากมาย ตั้งชื่อท่านว่า “พระบรมราชา”


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 155 ต่อมามีคนลือกันว่าท่านชอบแต่งตัวเป็นคนไปขโมยของ ชาวบ้าน ครั้งหลังสุดขนาดแอบย่องไปเข้าหาสาวชาวบ้าน ชาวบ้านตื่นขึ้น วิ่งตามถึงพระอุโบสถ เปิดประตูเข้าไปเจอ พระบาทของพระบรมราชามีคราบดินเปื้อนอยู่ ต่างก็โกรธ แค้น ถึงกับเอาโซ่เส้นใหญ่ ล่ามข้อพระบาทไว้กับฐาน ร้อนถึง ท่านเทศาฯ พระยาศรีธรรมศุภราช (เจริญ จารุจินดา) ต้อง สั่งให้ถอดโซ่ออก แล้วนิมนต์ท่านไปที่วิหารอีกแห่งหนึ่ง เรื่อง ก็เลยยุติลง ๏ ๏ ๏ ผีพุ่งไต้ ขณะที่เราแหงนหน้ามองท้องฟ้าบางคืน จะเห็นลำ แสง ยาววิ่งโค้งผ่านหายวับไปในท้องฟ้าเราต่างเรียกว่าดาวตก หรือผีพุ่งใต้ซึ่งความจริงคือดาวเคราะห์น้อย ที่บังเอิญหลุด เข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็ว เมื่อเสียดสีกับ ชั้นบรรยากาศของโลกจึงเกิดลุกเป็นไฟ ๏ ๏ ๏


156 เก็บเล็กผสมน้อย ใกล้เกลือกินด่าง ด่างคือนํ้าขี้เถ้า ที่เกรอะหรือหมักไว้มีรสกร่อย สำ หรับ ทำ ยาและกัดสิ่งของ หมายความว่า อยู่ใกล้ของดีแต่ไม่เอา ของดีไปเอาของที่ไม่ดีมีอย่างที่ไหน ต้องการรสเค็มอะไร จะดีไปกว่า เกลือเล่า แต่กลับมองข้ามไปเอาด่างมาแทน เป็นชาวพุทธมีพระพุทธศาสนาเป็นหลักยึดอันประเสริฐ แต่ไม่สนใจ ไปหลงถือศาสนาอื่น หรือทางทรงเจ้าเข้าผี ๏ ๏ ๏ เสกนํ้าให้เดือดได้ สามเณรเข้าไปหาพระอาจารย์ขอคาถาสำ หรับเสกนํ้า ให้เดือด อาจารย์ให้สามเณรนั่งขัดสมาธิแล้วนำ นํ้าใส่ขันตั้ง ไว้ข้างหน้าให้สามเณรหลับตา ๑ ชั่วโมง ให้ภาวนา พุทโธๆๆ เวลาล่วงไปจวนชั่วโมงอาจารย์จึงนำ นํ้าเดือดมาเปลี่ยน พอสามเณรลืมตาเห็นนํ้าเดือดก็ดีใจ มั่นใจว่าคาถาขลัง ตั้งแต่ นั้นมาก็เสกนํ้าให้เดือดได้ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า “สำ คัญที่จิต” ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 157 ปฏิรูปเทศ ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นสัก ตันตะเคียน ถ้าเอามาปลูกใน กระถางมันก็โตไม่ได้ฉันใด คนที่แม้มีแววดีถ้าไปอยู่ในถิ่นที่ มิใช่ปฏิรูปเทศก็เจริญไม่ได้ฉันนั้น ๏ ๏ ๏ เจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก ของดีของเมืองไทย ที่เป็นที่สุดของโลกก็มีอยู่หลายอย่าง ซึ่งรวมทั้งพระปฐมเจดีย์ที่นครปฐมด้วย กล่าวคือพระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก คือ สูงถึง ๑๑๕ เมตร ส่วน เจดีย์ชเวดากองของพม่านั้นมีความสูงถึง ๙๙.๓ เมตร จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๏ ๏ ๏


158 เก็บเล็กผสมน้อย กรวดนํ้า การอุทิศส่วนกุศลที่แท้จริง เขาอุทิศกันด้วยใจ ไม่ต้อง ใช้นํ้า แต่พระเจ้าพิมพิสาร ท่านเริ่มใช้นํ้าขึ้นก่อน เพราะท่าน เคยชินประเพณีพราหมณ์มาก่อน พราหมณ์เขาต้องหลั่งนํ้า แสดงการให้ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารท่านกรวดนํ้าอุทิศให้ญาติที่เป็น เปรต เป็นครั้งแรกในแวดวงพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ไม่ทรงห้าม เพราะเป็นประเพณีนิยม การกรวดนํ้าจึงตกทอด มาถึงเรา เป็นอันว่ามีนํ้าก็ใช้นํ้า ไม่มีนํ้าก็ไม่ต้องใช้อนึ่งคำ ว่า “กรวด” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ริน” จากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระราชสารโสภณ วัดตันติยาภิรม ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 159 สมเด็จฯ ทรงไกเซอร์ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ เสด็จยุโรป เข้าเฝ้า พระเจ้าไกเซอร์ๆ ทรงทอดพระเนตรเห็นที่กระเป๋าเรืองแสง ขึ้น ปรากฏว่าในกระเป๋านั้นมีพระสมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี) ตั้งแต่นั้นมา พระเจ้าไกเซอร์ก็ทรงนับถือพระพุทธศาสนาด้วย เลยเรียกว่า “สมเด็จไกเซอร์” ๏ ๏ ๏ พระปางคันธารราษฎร์ พระพุทธรูปแบบหนึ่ง สำ หรับประดิษฐานไว้ในพิธีขอฝน และแรกนาเป็นต้น ประวัติย่อมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งเกิดฝนแล้ง นํ้า แห้งปลาตาย พระพุทธเจ้าทรงพระมหากรุณาบันดาลให้ฝนตก ต่อมา เกิดพระปางนี้ขึ้น ลักษณะประทับยืน พระหัตถ์ขวายกขึ้น ในลักษณะกวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายแบพระหัตถ์รับฝน ๏ ๏ ๏


160 เก็บเล็กผสมน้อย ทำบุญละลายบาป การทำ บุญแบบนี้ดุจเอาเกลือใส่ขัน แล้วเอานํ้าใส่ผสม ลงไปมากๆ ความเค็มก็ค่อยๆ ลดลงๆ ๏ ๏ ๏ ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ยายมีไปหาหมอเพราะปวดศีรษะ และปวดเมื่อยไปทั้งตัว หมอให้ยาเม็ดมากินหลังอาหารทุกๆ วัน วันรุ่งขึ้นยายมีเอายา ไปกินหลังวิหาร หลานถามว่า “ทำ ไมยายต้องไปกินยาที่หลังวิหารด้วย เล่า” ยายบอกว่า “หมอเขาสั่ง” หลานบอกยายว่า “หลังอาหาร ไม่ใช่ หลังวิหาร” ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 161 เบิกพระเนตร ในขณะที่ประกอบพิธีเบิกพระเนตร ท่านกำ หนดให้ใช้ คาถาในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตอนที่ว่า “จกฺขุํ อุทปาทิญาณํ  อุทปาทิปญฺญา อุทปาทิวิชฺชา อุทปาทิอาโลโก อุทปาทิ” โดยใช้สำ ลีชุบนํ้าสะอาด หรือนํ้ามนต์เช็ดพระเนตร ทั้ง ๒ คล้ายชำ ระล้างธุลีที่เปื้อนพระเนตร บางท่านว่า ถ้าไม่เบิกเนตร จะเป็นพระพุทธรูปที่ไม่ สมบูรณ์เหมือนกับว่าไม่มีนัยน์ตา หรือขาดดวงตา ไม่ลืมตา พระสรภาณกวี ๏ ๏ ๏ ยศช้างขุนนางพระ เราจะยกย่องช้างให้สูงขนาดไหน เอาบรรดาศักดิ์ไปหุ้ม ห่อมันอย่างไร เอาเหรียญตราไปประดับไปตกแต่งเพียงไหน ช้างมันก็ไม่รู้สึกอะไร ดุจเดียวกับผู้ที่เป็นพระจริงๆ เช่นพระอริยสาวกทั้งหลาย แม้จะได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางทรงสมณศักดิ์กี่ชั้น ท่านก็ไม่รู้ สึกยินดียินร้ายอะไร ๏ ๏ ๏


162 เก็บเล็กผสมน้อย จุดประทัด สาเหตุที่จุดประทัดนั้นมีเรื่องเล่า เมื่อหลายพันปีมาแล้ว จีนคนหนึ่งชื่อ ตงโซ่ว ป่วยเป็นไข้จับสั่น ญาติเข้าใจว่าถูกผี เข้า จึงไปหาหมอผีมาปัดรังควาน โดยให้ชาวบ้านหาไม้ไผ่ มากองไว้แล้วเผาให้ไหม้เสียงดังโป้งป้าง บังเอิญอาการป่วย หาย ต่อมาใครป่วยก็ทำ พิธีนี้ครั้งกาลต่อมามีผู้เห็นว่า ถ้าทำ พิธีนี้ต่อไป ไม้ไผ่คงหมดประเทศแน่ มีผู้มีความคิดหลักแหลม ได้คิดทำ ประทัดขึ้นแทนสืบมา ๏ ๏ ๏ คนอาภัพ หนี้สินรุงรัง นายชัง เมียชั่ว อยู่บ้านหลังคารั่ว ขี้โรค ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 163 ไม้มงคล ๙ อย่าง ๑. พยุง  ๒. ชัยพฤกษ์ ๓. สักทอง ๔. ทองหลาง  ๕. สีสุก ๖. กันเกรา ๗. ทรงบาดาล  ๘. ราชพฤกษ์ ๙. ขนุน ๏ ๏ ๏ ความฝันบอกเหตุ ท่านประธานาธิบดีลินคอล์น เล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังก่อนถูก ลอบสังหารว่า ท่านได้ฝันเห็นศพของคนๆ หนึ่ง นอนอยู่บน แท่นในห้อง ทางด้านตะวันออกของทำ เนียบขาว ท่านถามทหารยามรักษาการณ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ ณ ที่นั้นว่า “เป็นศพใคร” ทหารตอบว่า “ศพท่านประธานาธิบดี” ต่อมาไม่กี่วัน ท่านประธานาธิบดีก็ถูกลอบสังหาร ๏ ๏ ๏


164 เก็บเล็กผสมน้อย พระเทวทัต ท่านได้แยกสงฆ์พวกวัชชีบุตรผู้บวชใหม่ จำ นวน ๕๐๐ รูป ไปอยู่คยาสีสะประเทศ พักอยู่ที่วิหารซึ่งพระเจ้าอชาตศัตรู สร้างถวาย แล้วสถาปนาตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า ๏ ๏ ๏ โทษถือฤกษ์ยาม ชายผู้หนึ่ง ทางบริษัทนัดให้เข้ามาทำ งาน ๒ โมงเช้า เขาจึงไปหาหมอดูฤกษ์ยามว่า “จะออกจากบ้านเวลาไหนดี” หมอดูบอกว่า "ตี๓ จึงจะดี" เขาตื่นแต่ดึก แล้วเดินเตร่ไปเตร่มาก็ยังไม่สว่าง จึงนั่ง หลับที่ม้านั่งโคนต้นไม้เลยถูกผู้ร้ายจี้และถูกทำ ร้ายจนต้อง เข้าโรงพยาบาลทางบริษัทเลยนำ คนอื่นเข้ามาทำ แทน ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 165 นางแรมใจร้าย นางแรมวางแผนฆ่าแมว เพราะมันกินปลาดุกย่างที่เก็บ ไว้ในตู้แทนที่จะโกรธตนเองที่ประมาท ปิดตู้ไม่เรียบร้อย กลับ ไปโทษแมว แกจับแมวโยนเข้าไปในฝูงสุนัข แมวตกใจกระโดดขึ้นไปเกาะบนตัวนางแรม ตะกุยขึ้น ไปบนศีรษะ เล็บมันเจาะเข้าตาทั้ง ๒ ข้าง พอดีเลือดไหล โทรม แกเลยตาบอดทั้ง ๒ ข้าง เข้าหลักที่ว่า ทุกขโต ทุกขฐานัง ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว ๏ ๏ ๏ แปลให้ถูก ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ที่ถูกต้องแปลว่า ธรรมเป็นเหตุ ให้สำ เร็จประโยชน์ในปัจจุบัน ๏ ๏ ๏


166 เก็บเล็กผสมน้อย ผู้สร้างวัดละครทำ สมัยรัชกาลที่ ๑ มีละครโรงหนึ่ง มีนายบุญยังเป็น หัวหน้าคณะ มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัยว่าสุนทรภู่ยังเคยสมัคร เป็นศิษย์นายบุญยัง รํ่ารวยมาก เมื่อถึงวัยชราได้สร้างวัดไว้ วัดหนึ่งชื่อ วัดละครทำ อยู่ทางถนนพรานนก ๏ ๏ ๏ ธรรมวิจัย โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ เรื่องธรรมต้องพิจารณาให้ดีเหมือน ตักข้าวเข้าปาก ถ้าจับไม่ถูกที่มันก็ยุ่ง อย่างจะจับช้อนส้อม ต้องจับสองมือ ขืนจับมือเดียวเดี๋ยวอดกิน แต่ถ้าโต๊ะจีนใช้ตะเกียบ ต้องจับมือเดียว ใครขืนจับสอง มือก็อดกิน ไม่เชื่อลองทำ ดูก็ได้ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 167 เดรัชฉานวิชาเป็นไฉน คำ ว่าเดรัชฉานวิชา หมายถึง วิชาที่ขวางต่อการบรรลุ มรรคผล หรือวิชาที่ไม่นำ ไปสู่การบรรลุมรรคผล มิได้หมายถึง วิชาเลวทรามหรือเดรัชฉานวิชา อย่างที่คนส่วนมาเข้าใจกัน ๏ ๏ ๏ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระภูมิ ท่านผู้หนึ่งไปซื้อที่ว่างเปล่าจะปลูกบ้าน แต่ปรากฏว่ามี ศาลพระภูมิเก่าๆ อยู่หลังหนึ่ง จึงไปเรียนปรึกษาพระอาจารย์ ว่า “จะจัดการอย่างไรดี” พระอาจารย์ตอบว่า “รื้อทิ้งไปเลย เยี่ยวรดเสียอีกก็ยัง ได้” ท่านผู้นั้นก็ทำ ตาม แต่พอปลูกบ้านเสร็จอยู่ไม่ทันไร ไฟ ไหม้บ้าน คลอกตายไปหลายคน ๏ ๏ ๏


168 เก็บเล็กผสมน้อย พ่อพิมพ์ไม่ดี เด็กกลุ่มหนึ่ง ทางปักษ์ใต้พากันไปลักแมว เอามาผ่า ท้อง ได้ความว่า เด็กเหล่านั้นเคยเห็นพ่อกับพวกไปลักวัวชาว บ้านเอามาฆ่าผ่าท้อง เลยทำ ตามอย่างบ้าง ม.ล.ปิ่น มาลากุล ๏ ๏ ๏ ความหมายของบัลลังก์ ๑. พระแท่นที่ประทับของพระราชาภายใต้พระเศวตฉัตร ๒. การนั่งคู้บัลลังก์(นั่งขัดสมาธิ) ๓. ที่นั่งของผู้พิพากษาพิจารณาคดีความ ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 169 เอาชนะความไม่ดีด้วยความดี สามีเป็นนักเลง กินเหล้าเมายา เลี้ยงนกเขา ขอบเที่ยว ภรรยาก็ไม่ว่า ถึงเวลาก็หาอาหารให้รับประทาน กลับมาก็ ดึกดื่น ก็ไม่ว่าอะไร ไปต่อนก ภรรยาก็เอาอาหารไปส่ง วันหนึ่งสามีไปต่อนก ภรรยาก็นำ อาหารไปส่งตามเคย สามีได้สติปล่อยนก ทุบกรงนกทิ้ง เลิกกินเหล้า เลิกเป็นนักเลง พระโสภณคณาภรณ์ ๏ ๏ ๏ ซื้อที่ให้ศพ เจ้าหน้าที่นำ ศพโยมท่านสมภารไปบรรจุในสุสาน จึง บอกให้สมภารซื้อที่ ท่านสมภารบอกว่า “ฉันเป็นเจ้าของวัด เจ้าของที่ จะต้องซื้อทำ ไม” ตกกลางคืน โยมมาเฝ้าเข้าฝันบอกว่า “ไม่มีที่อยู่” ท่าน สมภารเลยต้องยอมซื้อที่ให้โยม ๏ ๏ ๏


170 เก็บเล็กผสมน้อย แพะรับบาป ศาสนาพราหมณ์ ฆ่าแพะแทนคน เพื่อให้เทพเจ้า โปรดปราน จะได้ประทานสิ่งที่ต้องการให้สมปรารถนา เดิมที ฆ่าคน ภายหลังใช้แพะแทน แพะจึงรับบาปอย่างนี้ ๏ ๏ ๏ สวยด้วยขันติ ทุกครั้งที่เราเห็นหรือกราบไหว้พระพุทธรูป อย่าลืม ระลึกว่าอนุสาวรีย์นี้แหละ คือพระผู้เป็นยอดแห่งความอดทน เราจะต้อง โอปนยิโก คือน้อมนำ เอาพระคุณความดีที่มีอยู่ใน พระองค์มาประพฤติปฏิบัติ สวมใส่ไว้ในตัวเอง คือปรับปรุงแก้ไขนิสัยตัวองให้เข้มแข็ง อดทนต่อการศึกษา การประกอบกิจ เลี้ยงชีพ การฝึกซ้อม จิตใจให้เยือกเย็น เพราะการปฏิบัติตนเช่นนี้จะเป็นวิถีทาง แห่งความสวัสดี


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 171 ขันติแปลว่า ความอดทน เป็นธรรมที่มีอานุภาพ มากมายนัก ชาวโลกที่ประสบความสวัสดีมีชัยล้วนต้องอาศัย ธรรมข้อนี้ส่วนผู้ไม่ประพฤติธรรมข้อนี้ก็รังแต่จะตกตํ่า ก้าว ลงสู่ความพินาศอย่างไม่ต้องสงสัย ๏ ๏ ๏ อานิสงส์ยกช่อฟ้าโบสถ์ ยายคนหนึ่งหลังงอมาก วันหนึ่งไปงานยกช่อฟ้า ยาย คนนี้ก็เข้าไปดึงเชือกกับเขา พอช่อฟ้าถึงยอดโบสถ์กระดูก หลังของยายคนนั้นก็ลั่นดังกร๊อบ เลยหลังหายงอ เดินตัวตรง น่าอัศจรรย์ ๏ ๏ ๏


172 เก็บเล็กผสมน้อย ทุกข์เพราะตามใจตัวเอง ถ้าจะพิจารณาถึงความทุกข์ยากลำ บากในโลก ที่มวล มนุษย์ประสบพบพานอยู่ ทุกยุคทุกสมัยล้วนเกิดจากการ ตามใจตัวเอง ยอมตนให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกิเลสความ ชั่วร้าย ซึ่งมาในรูปแบบต่างๆ ที่เรียกว่าผีบ้าง ปีศาจบ้าง พญามารบ้าง จะมาในรูปแบบไหน ก็ชื่อว่าความชั่วร้ายทั้งสิ้น ผู้ที่ปล่อยตัวให้ตกอยู่ในอำ นาจของความชั่ว เพราะขาด ความอดทน ไม่มีขันติเป็นรากฐานรองรับ ชะตาชีวิตจึงอาภัพ ตลอดกาล แต่ในทางตรงข้าม ผู้ใดอยู่ในธรรมข้อนี้แล้ว รับรองว่า ต้องเจริญแน่นนอน คนยากจนจะตั้งหลักได้คนมีฐานะดีอยู่แล้วจะไม่ล่มจม เรื่องวิวาทบาดหมางเข่นฆ่าอาฆาตไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย บ้านเมืองจะร่มเย็นเป็นสุขยิ่งกว่า ผู้ที่มั่นในคุณธรรมข้อนี้ยัง ผลให้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ทั้งเป็นรากฐานให้ถึงพระนิพพาน อีกด้วย ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 173 บุพกรรมพระเจ้าพิมพิสาร สาเหตุที่พระเจ้าพิมพิสารถูกเฉือนพระบาท เพราะชาติ ก่อนสวมรองเท้าเดินบนลานเจดีย์บางแห่งว่าชาติก่อนเป็น หัวหน้าละครลิง เอามีดโกนกรีดเท้าลิงที่ไม่เต้นให้คนดูตามคำสั่ง ๏ ๏ ๏ ขันติกับการศึกษา การศึกษาหาความรู้นั้น ก็เพื่อความเจริญแห่งชีวิตแต่ การศึกษาทุกชนิด ย่อมต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ บางคนต้อง เดินทางไปเรียนไกล ยานพาหนะไม่สะดวก บางคราวฝนตก บางคราวหนาว บ้างคราวร้อน และ ต้องประสบกับความเมื่อยปวด หิวกระหาย ความเจ็บไข้และ ครํ่าเคร่งดูตำ รับตำ รา อุปสรรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนต้องอาศัย ความอดทนทั้งสิ้น อดทนต่อสิ่งยั่วยวนกวนใจ อันเป็นทางก่อให้เกิดการเสีย สุขภาพ เช่น บุหรี่ สุรา เมรัย ฝิ่น เฮโรอีน มวย ม้า การพนัน


174 เก็บเล็กผสมน้อย ตลอดจนการเที่ยวเตร่จนเป็นนิสัย อบายมุขเหล่านี้แหละ ทำ ให้เสียการเรียน เสียทรัพย์สินสมบัติและเสียคนในที่สุด อนึ่งการริรักในวัยเรียน ก็นับว่าเป็นมารอย่างร้ายกาจ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยนี้ควรระวังให้จงหนัก จงอย่าชิงสุก ก่อนห่าม จงยับยั้งชั่งใจนึกถึงอนาคต จงอดเปรียวไว้กินหวาน ดังโบราณท่านว่า จงอดเปรียวไว้กินหวานในวันหน้า จงนุ่งผ้าในวันนี้ยังมีหวัง ได้ห่มแพรในวันหน้าว่าให้ฟัง จะถึงฝั่งก็ต้องว่ายให้เต็มแรง ยอดนักรบก็คือผู้ชนะตนเอง คือไม่ปล่อยให้ตกไปเป็น ทาสของความชั่วร้าย ในเมื่อนักศึกษาใช้ความอดทนเข้า ประกอบเช่นนี้แล้ว จะทำ การศึกษาวิชาการทุกชนิด ย่อม สำ เร็จได้ดังใจหวัง ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 175 แซนวิช แซนวิช ได้ชื่อมาจากลอร์ดแซนวิช นักการพนันผู้โด่งดัง แห่งศตวรรษที่ ๑๘ ผู้ไม่ยอมลุกจากโต๊ะพนันมากินข้าวเลยสั่ง ขนมปังกับเนื้อวัวมารองท้องแทน ตั้งแต่นั้นแซนวิชได้กลาย มาเป็นอาหารที่ป๊อบปูล่า และแพร่หลายที่สุด จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ๏ ๏ ๏ ซื้อยากระทบหัวล้าน ที่ตลาดบ้านแพนอยุธยา คุณลุงตุ้มแกมาซื้อยาที่ตลาด บ้านแพน เจ้าของร้านก็ทักทายปราศรัย “เชิญคุณลุงเข้าไป ในร้านซีครับ ต้องการยาอะไรเชิญด้านในร้านเลย” เท่านั้นเองคุณลุงตุ้มหน้าแดงไม่พูดจา หันหลังเดินกลับ ไปทันทีเจ้าของร้านสงสัยแก ตอนหลังก็เดาออกว่า คำ พูด ของเรามันกระทบเอาศีรษะล้านแกนั่นเอง ๏ ๏ ๏


176 เก็บเล็กผสมน้อย เข้าใจผิด เรื่องตอนที่พระเจ้าสุปปพุทธะเสวยนํ้าจัณฑ์มีผู้อธิบาย ผิด คือเข้าใจว่านํ้าคั้นจากลูกจัน แต่ที่ถูกหมายถึงเหล้า ๏ ๏ ๏ ลอดช่องสิงคโปร์ แรกเริ่มเดิมทีเขาขายอยู่ที่หน้าโรงหนังสิงคโปร์ใน ประเทศไทยนี่เอง ต่อมามีคนเข้าใจผิดนึกว่ามาจากสิงคโปร์ ๏ ๏ ๏ คนธรรมดา โลกยกย่องสมเด็จฯ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ ว่า เป็นนักปราชญ์พระองค์เคยตรัสกับพระธิดาว่า “พ่อไม่ใช่


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 177 เทวดาพ่อก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ แต่พ่อรักเรียนรักรู้และ พยายามอ่านหนังสืออยู่เสมอเท่านั้น” ๏ ๏ ๏ วิธีเขียน การเขียนที่ดีให้ใช้คำ สั้นๆ เขียนสั้นๆ แต่ได้ใจความ พูดยาวเขียนยาว มักลานตา ขบลำ บาก เหมือนเคี้ยวผักบุ้ง ทั้งยอดที่ยาวไม่สะดวก ถ้าม้วนให้กลมๆ ก็เคี้ยวได้สะดวก พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ๏ ๏ ๏ ขงเบ้ง เป็นนักปราชญ์ที่ถือตัวมากอยู่ที่ภูเขาโงลังกั๋ง ในสมัย ที่จีนแตกเป็นสามก๊กผู้มีวาสนาแย่งอำ นาจชิงกันเป็นใหญ่


178 เก็บเล็กผสมน้อย แต่ละก๊กก็พยายามที่จะรวบรวมคนดีมีฝีมือ มีสติปัญญาไว้ เป็นพรรคพวก ขงเบ้งได้รับการติดต่อจากผู้มีอำ นาจหลายคนแต่ไม่มี ใครสมหวัง แต่แล้วอยู่ต่อมาปรากฏว่า ขงเบ้งต้องออกจาก บ้านเดินตามหลังเล่าปี่มาร่วมวางแผนทำ สงครามให้เล่าปี่ จนตลอดชีวิต แม้เล่าปี่จะหนีตายออกไปก่อน ขงเบ้งก็ยังไม่ยอมทอด ทิ้งบุตรของเล่าปี่ ที่เป็นดังนี้น่าสงสัยว่า เล่าปี่มีดีอะไรหรือ จึงจึงสามรถเอาชนะจิตใจของขงเบ้งได้สิ่งที่เล่าปี่สามารถ เอาชนะใจของขงเบ้งได้นั้น ไม่ใช่เล่ห์กระเท่ห์อันลึกซึ้ง หรือ เวทย์มนต์คาถา หรือกำ ลังภายในทั้งสิ้น แต่นั่นคือ “มือสิบ นิ้ว” เล่าปี่ประคองประนมด้วยความรู้สึกซื่อสัตย์สุจริตนี่เอง เล่าปี่ได้ชื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีมารยาทงามที่สุด อ่อนน้อม ถ่อมตนที่สุด จนได้ชื่อว่า ผู้พนมมือทั้งสิบทิศ จนเรียกว่า เล่าปี่ สร้างชีวิตสร้างอำ นาจวาสนา บารมีสำ เร็จ ด้วยการประนมมือ สิบนิ้วก็ไม่ผิด การอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ขงเบ้งผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรที่ต้องสยบต่อเล่าปี่ก็ เพราะมนต์อันนี้แหละ โบราณจึงว่า “ให้อ่อนน้อมเหมือนเล่าปี่ ซื่อสัตย์เหมือนกวนอูรอบรู้เหมือนขงเบ้ง เก่งเหมือนไกรทอง คล่องแคล่วเหมือนอิเหนา ๏ ๏ ๏


พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 179 ลิงทอดแห ลิงตัวหนึ่งกำ ลังเพลินเพลินกับผลไม้อยู่บนยอดไม้พลัน เหลือบเห็นคนกำ ลังทอดแหอยู่นึกอยากทอดบ้าง พอดีคน ทอดแหจอดเรือขึ้นไปกินข้าวบนบ้าน ลิงดีใจไต่ลงมาจาก ต้นไม้ลงไปในเรือผลักแหลงเรือ แหมันหนักนี่ เลยดึงลิงตก ลงนํ้าจมนํ้าตายอยู่ตรงนั้นเอง นี่เป็นเรื่องผิดหน้าที่ เป็นฆราวาสไปหัดสวด เป็นนักบวช หัดร้องเพลง มันไม่เข้าท่า อย่างฆราวาสญาติโยมไปหัดสวด กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา อย่างนี้ใครจะเชิญไปสวด เพราะ มันเป็นเรื่องของพระ ส่วนท่านที่เป็นนักบวช เป็นพระ ไปหัดร้องเพลงใครเขา จะนิมนต์ไปร้องเพลง ไม่มีเพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของพระ ลิงตายเพราะผิดหน้าที่ฉันใด คนตายเพราะผิดหน้าที่ฉันนั้น เพราะฉะนั้นจะทำ หน้าที่อะไร จงคิดอย่าให้ผิดหน้าที่ ๏ ๏ ๏


Click to View FlipBook Version