80 เก็บเล็กผสมน้อย มารดาของท่านก็เปลี่ยนสภาพเป็นเทพธิดารูปร่าง สวยงามมีรัศมีผ่องใส พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ข้อ ๙๙ หน้า ๑๗๓ ในภาคของเปตวัตถุ จากวารสารธรรมจักษุ โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ ๏ ๏ ๏ พระราชนิพนธ์ร.๖ อันความกรุณาปรานีฯลฯ เป็นพระนิพนธ์รัชกาลที่ ๖ พระมงกุฎฯ ทรงนิพนธ์ในเรื่อง เวนิช วานิช ทรงแปลจากบท ประพันธ์ของ เช็คสเปีย ๏ ๏ ๏ พระนางเรือล่ม สมเด็จพระนางเรือล่มคือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา กุมารีรัตน์ทรงเป็นอัครมเหสีพระองค์แรกในรัชการที่ ๕ สิ้น
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 81 พระชนม์ในนํ้า ขณะทรงพระครรภ์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าฟ้า กรรณาภรณ์เพชรรัตน์พระราชธิดา และพระพี่เลี้ยง ๏ ๏ ๏ พระไตรปิฏกที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระเจ้ามินดง พระมหากษัตริย์ของพม่า ทรงเลื่อมใส ในพระบวรพุทธศาสนามาก รับสั่งให้จารึกพระไตรปิฏกที่ชำ ระ เสร็จใหม่ๆ ลงในแผ่นหินเป็นอักษรพม่า จำ นวน ๗๒๙ แผ่น โดยใช้ช่างสลักหินชาวพม่าจำ นวน ๕๐ คน ใช้เวลานานถึง ๗ ปีครึ่ง แล้วรับสั่งให้ประดิษฐานไว้ที่วัดกุโสดอ เมืองมัณฑะเลย์ กินเนื้อที่ถึง ๓๐ ไร่ ๏ ๏ ๏
82 เก็บเล็กผสมน้อย สามเณร ป.ธ. ๙ รูปแรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สามเณรรูปนี้มีชื่อว่า สา ต่อมาดำ รงตำ แหน่งสมเด็จ พระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ซึ่งสอบได้ในปีพ.ศ. ๒๔๕๐ มี สามเณรสอบเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้๗ รูป จึงทำ ให้กรุงรัตนโกสินทร์มีสามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค ครบ ๑๐๐ รูปพอดี ๏ ๏ ๏ มหาเสน่ห์ ปากหวาน ตัวอ่อน มือเป็นหงอน ยิ้มแย้มแจ่มใส ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 83 พราหมณ์-ฮินดู ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๐๐ เศษเรื่อยมา ศาสนาพราหมณ์ได้กลับ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการปรับปรุงใหม่และต่อเติมเสริม สร้างจุดอ่อนของศาสนา ให้มีหลักธรรมพอทัดเทียมกับพระพุทธศาสนา ทั้งเปลี่ยนชื่อศาสนาใหม่ว่า “ศาสนาฮินดู” และ มีข้อน่าสังเกตว่า ศาสนาฮินดูได้ทำ ตัวเป็นมิตรกับพระพุทธศาสนาเรื่อยมาไม่ว่าพุทธศาสนาจะงอกงามไปถึงไหน ศาสนา ฮินดูก็ตามไปถึงที่นั้นด้วย ๏ ๏ ๏ เม่งจงลูกยอดกตัญญู ประเทศจีนได้รับยกย่องว่าผู้คนหนักไปในเรื่องกตัญญู อนุสาวรีย์ตัวอย่างของคนกตัญญูมีอยู่ทั่วไป หนังสือตำ รับ ตำ ราต่างๆ กล่าวถึงเรื่องกตัญญูมีอยู่มากมาย เรื่องที่จะเล่า ต่อไปนี้ก็เกี่ยวกับลูกกตัญญูเหมือนกัน โปรดได้ศึกษาเพื่อเป็น คติสอนใจเถิด
84 เก็บเล็กผสมน้อย เม่งจงเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว พ่อเขาตายไป ตั้งแต่ยังเล็กๆ ตอนนี้เขามีอายุได้๑๕ ปีแม่เขาชรามากแล้ว แล้วก็ขี้โรค เจ็บออดๆ แอดๆ เม่งจงเป็นลูกกตัญญูเขาเฝ้า ปฏิบัติแม่อย่างใกล้ชิด หุงหาอาหารให้แม่กิน นวดให้แม่ยาม ปวดเมื่อย พัดให้แม่ยามแม่ร้อน เวลาโรงเรียนหยุดพักก็รีบ มาดูแม่ วันหนึ่งเขาได้ยินแม่ละเมอว่าอยากกินแกงหน่อไม้เม่ง จงจึงรีบฉวยเสียมเข้าป่า เพื่อหาหน่อไม้แต่หาหน่อไม้เท่าไรๆ ก็ไม่พบ เพราะเป็นช่วงหน้าแล้ง ถึงกับอ่อนอกอ่อนใจ ผล สุดท้ายก็เข้าไปกราบไหว้ที่กอไผ่พร้อมกับอ้อนวอนขอร้อง ต่อเทวดาอารักษ์ ด้วยอานุภาพแห่งความกตัญญูจึงทำ ให้รุกขเทวดา สงสารได้เนรมิตหน่อไม้ให้โผล่ขึ้นมา ๑ หน่อ เม่งจงดีใจรีบขุด เอามาให้แม่กิน ด้วยแกงหน่อไม้มื้อนั้น ทำ ให้แม่ของเขาหาย วันหายคืน ร่างกายเปล่งปลั่งแข็งแรง คนที่ดีใจที่สุดก็คือ เม่งจง ขอท่านทั้งหลายโปรดอย่าลืม เม่งจงผู้เป็นต้นแบบของผู้ ที่กตัญญู
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 85 อานิสงส์บรรพชา ๑. บูชาพระคุณ ๒. คํ้าจุนศาสนา ๓. พาสู่ความสงบ ๔. จบแค่นิพพาน ๏ ๏ ๏ คางคกขึ้นที่นอน “อีหนูๆ เร็วๆ คางคกขึ้นที่นอนแม่ เร็วๆ เอาไฟมาส่อง ดูที” ลูกสาวรีบวิ่งไปเอาไฟมาส่องดูพร้อมกับร้องว่า “ไม่ใช่ คางคกหรอกแม่” “อะไรล่ะ” แม่ถาม “พันปลอมของแม่เองนั่นแหละ” ลูกตอบ แม่รำ พึง “เอ มันอยู่ในปากดีๆ มันกระโดดออกมาได้ อย่างไร” ลูกสาว “แม่ๆ ทีหลังอย่าให้คางคกขึ้นที่นอนแม่อีกน๊ะ” ๏ ๏ ๏
86 เก็บเล็กผสมน้อย คนอยากอายุยืน ชายคนหนึ่งเข้าไปหาท่านเจ้าคุณพระเทพสุธีอดีต เจ้าอาวาสวัดอนงคาราม เรียนท่านว่า “อยากจะให้อายุยืน ต้องทำ อย่างไร” ท่านเจ้าคุณตอบว่า “ไม่ยาก หมั่นหายใจไว้ อย่าหยุด” ท่านผู้ใดอยากอายุยืน จะนำ วิธีนี้ไปใช้ก็ได้ท่าน เจ้าคุณท่านว่าท่านไม่สงวนลิขสิทธิ์ ๏ ๏ ๏ กินยาหลังวิหาร หลานสงสัยยายจึงถามยายว่า “ยายมาทำ อะไรที่หลัง วิหารนี้” ยายตอบว่า”มากินยาตามที่หมอสั่ง” หลานท้วงว่า “ยายเข้าใจผิดแล้วล่ะ ที่จริงหมอเขาสั่งว่า ยานี้ให้กินหลังอาหาร ไม่ใช่หลังวิหาร ตามที่ยายใจหรอก” “ยังงั้นหรือ” ยายรับอย่างอายๆ ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 87 โลหะปราสาท เป็นที่น่าเสียดายว่า ซากโลหะปราสาทของนางวิสาขา มิได้มีให้เห็นในปัจจุบันเพราะสร้างอยู่ใกล้แม่นํ้าอจิรวดีและ นํ้าได้เซาะพังไปหมดแล้ว ๏ ๏ ๏ เรื่องขำ-ขำ ท้าวมาลีวราชว่าความลูกศิษย์2 คน เถียงกันหน้าดำ หน้าแดง คนหนึ่งบอกว่าสัตว์อย่างนี้เขาเรียกว่าจิ้งเหลน อีก คนว่าไม่ใช่ ที่จริงเรียกว่าจิ้งกะเหลน ตกลงกันไม่ได้พากันไป หาพระอาจารย์ให้ช่วยตัดสิน อาจารย์ใคร่ครวญดูเพื่อความ ยุติธรรมจึงตัดสินว่า สัตว์ชนิดนี้เขาเรียกว่า จิ้งกะเหลนเป๋น ศิษย์สองคนดีใจ ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ๏ ๏ ๏
88 เก็บเล็กผสมน้อย ต้นมะต๋าว ลูกชิดหรือลูกตาลหรือมะต๋าวมีมากที่จังหวัดน่าน กำ ลัง มีน้อยลงทุกทีจึงควรอนุรักษ์ต้นมะต๋าวที่กำ ลังจะสูญพันธุ์ (เป็นปาล์มชนิดหนึ่ง) ๏ ๏ ๏ ยังไม่เห็นนํ้าตัดกระบอก ยังไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้ ชายผู้หนึ่งจัดเลี้ยงอาหารเป็นการมโหฬาร เพราะเห็น เลขสลากล๊อตเตอรี่ในหนังสือพิมพ์ตรงกับเลขสลากของตัวที่ ซื้อไว้ต่อมาหนังสือพิมพ์แจ้งว่าลงเลขผิดไปพร้อมกับขออภัย ผลสุดท้ายชายผู้นั้นถึงกลับสลบ พอฟื้นขึ้นมาก็ตะโกน ออกมาว่า “ซวยๆ กูซวยๆ” ๏ ๏ ๏ คารมคมคายของนักเทศน์ คราวหนึ่งท่านพระครูโวทานธรรมาจารย์เจ้าอาวาส วัดดาวดึงส์นักเทศน์เรืองนาม ท่านรับนิมนต์ไปเทศน์ที่วัด ห้วยโรงบางเค็ม
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 89 ท่านโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟเขาย้อย พวก เจ้าภาพนำ เรือมาดมารับท่าน เวลานั้นเป็นช่วงสาย แดดค่อนข้าง ร้อน คนมารับพูดว่า “หลวงพ่อถ้าจะร้อนแย่ ผมลืมเอาร่มมา” ท่านพระครูโวทานธรรมาจารย์พูดพร้อมกับชี้มือว่า “แกดูไปในทุ่งโน่นซิวัวที่มันอยู่กันเป็นฝูงๆ น่ะ มีใครกางร่ม ให้มันล่ะ” เรื่องก็จบแค่นั้น พวกที่มารับท่านต่างก็พาก็พากันหัวเราะ ด้วยความสบายใจ ๏ ๏ ๏ โรคอุปาทาน ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไปในเวลากลางคืน เขารู้สึกว่างูกัด รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน จึงร้องขอความช่วยเหลือ “โอยๆ งูกัด ฉันๆ” ชาวบ้านแถวนั้นรีบเอาไฟมาส่องดูต่างอุทานพร้อมกัน ว่า “กะลามะพร้าวน่ะ ไม่ใช่งูอะไรหรอก” เท่านั้นเองเขาก็หายปวดทันทีพร้อมกับหัวเราะแหะๆ อย่างอายๆ ๏ ๏ ๏
90 เก็บเล็กผสมน้อย ลิเกหลงโรง เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็กไปดูลิเกที่วัดข้างบ้าน ตอนหนึ่ง ลุงเพชรซึ่งเป็นตัวตลกเอกแต่งตัวเป็นพม่าออกมา คนที่เริ่ม หัวเราะกันแล้ว เพราะกิริยาท่าทางของแกดูแล้วมันน่าขำ พอ ออกมาแกก็เริ่มร้อง “หม่องพม่ามารศรีจะจรลีไปตามถนน จะเข้าเฝ้าเจ้าสากล จะจรดลไปหาเมีย” พร้อมทั้งออกท่ารำ คนหัวเราะกันครืนใหญ่ พอลิเกเลิก ชายคนหนึ่งเดินกลับบ้าน แกก็เอาพม่าไป ด้วย แกร้องเสียงลั่น “หม่องพม่ามารศรีจะจรลีไปตามถนน จะเข้าเฝ้าเจ้าสากล จะจรดลไปหาเมีย” ร้องซํ้าไปซํ้ามา นี่เขา เรียกว่าลิเกหลงโรง จัดเข้าในคำ เพ้อเจ้อ ที่ลุงเพชรแกร้องนั้นไม่เป็นเพ้อเจ้อ เพราะแสดงไปตาม บท ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 91 บังสุกุลพิเศษ แม่แก้วเมียเจ๊กคิ้มตาย นิมนต์พระไปบังสุกุล บังเอิญ พระที่รับนิมนต์เป็นพระใหม่ ยังท่องจำ บทบังสุกุลไม่ได้แต่ ท่านก็เชาว์ดีเมื่อไปถึงแล้วก็บังสุกุลตามแบบของท่านว่า “อนิจจาสีกาแก้ว ทิ้งเจ๊กคิ้มไปเสียแล้ว ปสโม สุโข” เจ๊กคิ้มชอบใจ ถวายเพิ่มอีก ๒๐๐ บาท รูปนี้ก็โชคดี ๏ ๏ ๏ พระใหม่สวดมนต์ไม่ได้ เมียเถ้าแก่ตี๋ตาย จึงนิมนต์พระไปสวดที่บ้าน (สมัยก่อน นิยมจัดงานศพที่บ้าน) พระ ๔ รูป เป็นพระเก่า ๓ รูป พระใหม่ ๑ รูป พอสวดเสร็จจะถวายปัจจัยไทยทาน เถ้าแก่ตี๋แกว่า “อั๊วถวาย ๓ องค์เท่านั้น องค์นี้อีนั่งเฉยๆ ไม่สวก อั๊วไม่ถวาย” แต่รูปหนึ่งปฏิภาณดีบอกเถ้าแก่ตี๋ว่า “พระ ๓ รูปนี้สวด ให้ลื้อฟัง จึงต้องสวดดังๆ ส่วนรูปนี้สวดให้ผีเมียลื้อฟังจึงต้อง สวดในใจ”
92 เก็บเล็กผสมน้อย “ฮ้อๆ ถ้ายังงั้นอั๊วแถมให้อีก ๑ ร้อย แทนเมียอั๊ว” ตกลงรูปที่สวดในใจโชคดีไป ๏ ๏ ๏ หมุบหมิบมาก็หมุบหมิบไป หลานชายถามคุณย่าว่า “คุณย่าครับ เวลาคุณย่าใส่ บาตร คุณย่ายกขันข้าวขึ้นจบ เห็นคุณย่าทำ ปากขมุบขมิบ คุณย่าว่าคาถาอะไรครับ” “เอ ย่าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเขาว่าคาถาอะไร เห็นเขา หมุบหมิบมา ย่าก็หมุบหมิบไปเท่านั้นเอง” ๏ ๏ ๏ พระสุนทรภู่รับสังฆทาน เล่ากันมาว่า สมัยหนึ่งท่านสุนทรภู่ รัตนกวีเอกของไทย ได้หนีราชภัย หลบไปบวชเป็นพระอยู่บ้านนอก ตอนเช้าท่าน
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 93 ออกไปบิณฑบาตทางเรือ โยมคนหนึ่งจอดเรืออยู่ริมตลิ่ง ได้ นิมนต์ท่านเข้าไปรับสังฆทานและขอให้ท่านนำ ถวายด้วย ท่านจำ ความไม่ได้แต่ด้วยวิสัยนักกลอน ท่านจึงให้โยม ตั้งนะโม ๓ จบแล้วท่านก็นำ ถวายว่า “อิมัสมิงริมฝั่ง” ตาของ ท่านก็ชำ เลืองไปในถาดอาหารแล้วว่า “อิมังปลาร้า กุ้งแห้งแตงกวา อีกปลาดุกย่าง ช่อมะกอก ดอกมะปราง เนื้อย่างยำ มะดัน ข้าวสุกค่อนขัน นํ้ามันขวด หนึ่ง นํ้าผึ้งครึ่งโถ ส้มโอแช่อิ่ม ทับทิม ๒ ผล เป็นยอดกุศล สังฆัสสะ เทมิ” โยมสาธุชื่นใจ ท่านผู้ใดจะนำ ไปดัดแปลงใช้บ้างก็ได้ คิดว่าท่านพระสุนทรภู่คงไม่สงวนลิขสิทธิ์ ๏ ๏ ๏ สัญชาติ-เชื้อชาติ สัญชาติ: ผู้ที่อยู่ในปกครองประเทศเดียวกัน เชื้อชาติ: ผู้ที่ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกัน ๏ ๏ ๏
94 เก็บเล็กผสมน้อย เด็กเซ่อ ท่านเจ้าคุณพระเขมสุตาจารย์อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะ ๑๒ วัดประยุรวงศาวาส ใช้เด็กไปซื้อของ “นี่ไอ้เปี้ยก เองไปตลาดซื้อนํ้าเขียวๆ แดงๆ มาสัก ๒ ขวด ไป้” เจ้าเปี้ยกหายไปพักหนึ่งก็กลับมารายงานว่า “นํ้าเขียวๆ แดงๆ ไม่มีครบ มีแต่นํ้าแดงก็แดง นํ้าเขียวก็เขียวครับ” ๏ ๏ ๏ พระคาถาเกราะแก้วกันภัย นายทหารคนหนึ่งเข้าไปหาหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำ เภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอคาถากันภัย ต่างๆ ท่านก็เมตตามอบพระคาถาให้พระคาถามีดังนี้ “พระพุทธโธอยู่ข้างหลัง พระอรหังอยู่ข้างหน้า พระสุคโต อยู่ข้างขวา พระภควาอยู่ข้างซ้าย พระอุอะมะทรงชัยสถิตย์ เหนือเกสา” แล้วหลวงพ่อท่านยํ้าว่า “อันพระคาถาทั้งหลาย นั้นข้อสำ คัญอยู่ที่จิตมั่น” ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 95 ย่ามแปลก ท่านประสกไปเห็นพระถือย่ามที่ตลาดเมืองขอนแก่น ที่ ย่ามปักตัวหนังสือว่า “ชังคนหลายใจ” ๏ ๏ ๏ ฟังไม่ศัพท์จับเอาไปกระเดียด เด็กคนหนึ่งได้ยินพระท่านเทศน์ว่า “ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็ดี ลักทรัพย์ก็ดีประพฤติผิดลูกผิดเมียกันก็ดีโกหกมดเท็จก็ดี กินสุรายาเมาก็ดี” พอฟังแล้วก็รีบวิ่งไปบอกแม่ว่า “แม่ พระท่านเทศน์ว่า ฆ่าสัตว์ก็ดีลักทรัพย์ประพฤติผิดลูกผิดเมีย โกหกมดเท็จ กินเหล้าเมายา ดีทั้งนั้น แสดงว่าไม่เป็นบาปเป็นกรรมอะไร” แต่หลังจากเจ้าเด็กคนนั้นลับหลังไปแล้ว พระท่าน ก็เทศน์ต่อว่า “ทั้งหมดนี้ไม่ดีทั้งนั้น” ๏ ๏ ๏
96 เก็บเล็กผสมน้อย พระโลลุทายี ท่านรูปนี้เดิมชื่ออุทายีแต่เพราะเหตุที่ท่านชอบทำ อะไร เลอะเทอะ เหลวไหล เช่น สวดมนต์ก็ใช้คาถาสวดไม่ตรงกับ งาน งานมงคลก็สวดพระอภิธรรม งานอวมงคลก็สวดมงคล สูตร จึงได้นามใหม่ว่าพระโลลุทายีแปลว่า พระอุทายีเลอะเทอะ ๏ ๏ ๏ เงินตรา เป็นมิตรเวลากู้เป็นศัตรูเวลาทวง ๏ ๏ ๏ ค่าของความสามารถ ร้านขายกาแฟชื่ออุ้ยหลีเจ้าของชื่อตี๋ขายดีรวย จน สามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้ดิบได้ดีจนเป็นนายตำ รวจบ้าง นายทหารบ้าง ทนายความบ้าง
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 97 พระที่วัดปทุมคงคา ซึ่งคุ้นเคยกันมาก ได้ทำ ป้ายไปติด ไว้ที่ร้านห้องแถวว่า “อุ้ยหลีอยู่สำ เพ็ง ชงกาแฟเก่ง เชิญท่าน มาอุดหนุน” ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำ รงราชานุภาพเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย วันหนึ่งได้เสด็จเข้าไป ตรวจราชการในเรือนจำ นักโทษคนหนึ่งชื่ออิน ได้นำ พระพุทธรูปแกะด้วยไม้โพธิ์มาถวาย ทรงโปรด ต่อมาทรงรับสั่ง ให้พ้นโทษ ให้ทำ งานกรมช่าง มียศเป็น “ขุนหัตถการโกวิท” อีกคนหนึ่งทำ กระเป๋าถักด้วยหวาย สานเป็นพระนาม ของพระองค์ ทรงโปรดให้พ้นโทษ และให้รับราชการที่ กรมช่าง มียศเป็น “ขุนบริหารกิจโกศล” พระที่เทศน์เก่ง จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรด เกล้าฯ ให้เลื่อนเป็นเจ้าคุณก็มีเช่น พระครูวิวิธธรรมโกศล (ชัยวัฒน์ธมฺมวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ได้แสดงพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่ง ในงานบำ เพ็ญพระ ราชกุศลพระศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงโปรดเกล้าฯ เลื่อนให้เป็น พระราชาคณะที่ “พระพิจิตรธรรมพาที” ๏ ๏ ๏
98 เก็บเล็กผสมน้อย ความคิดหลวงตา ประธานสงฆ์มอบหมายให้หลวงตาไปจุดธูปเทียนบูชา พระรัตนตรัย หลวงตาจุดธูปแค่ดอกเดียว ประธานสงฆ์ก็ เอ็ดว่า “ไม่รู้ระเบียบพิธีจุดธูปแค่ดอกเดียว สำ หรับบูชาศพ” หลวงตาก็พึมพำ ว่า “พระพุทธเจ้านิพพานแล้วก็เป็นผี เหมือนกัน” ๏ ๏ ๏ ซ่อมสะพานทำให้อายุยืน หมออิน เทวดาตาทิพย์มีชื่อเสียงว่าดูหมอแม่นยำ มาก ได้ตรวจดูดวงชะตาของนายจิ๋ว ซึ่งอยู่ที่ตรอกจันทร์สะพาน สามว่า “ปีนี้ชะตาขาด จะต้องประสบเคราะห์กรรมถึงตายได้ หมอแนะนำ ให้ทำ บุญมากๆ อาจช่วยได้” ตั้งแต่นั้นมา นายจิ๋ว เริ่มทำ บุญเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง แกชอบซ่อมสะพาน สมัยก่อนที่ตรอกจันทร์เป็น สะพานไม้อานิสงฆ์ซ่อมสะพานปรากฎว่า นายจิ๋วมีอายุ ยืนยาวมาจนถึงวัยชรา ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 99 คณะสงฆ์จีนนิกาย สมัยรัชกาลที่ ๕ พระภิกษุจีนรูปหนึ่งชื่อ “สกเห็ง” เป็น ชาวมลฑลกวางตุ้ง เดินทางเข้ามานมัสการปูชนียสถานใน ประเทศไทย โดยพักอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าร้างกวนอิม ถนน เยาวราช กรุงเทพฯ ท่านหลวงจีนรูปนี้เป็นผู้ทรงคุณธรรมทางวิปัสสนา มี ชาวจีนเคารพนับถือมาก จึงร่วมกันสร้างวัดขึ้นตรงศาลเจ้าร้าง นั้นเอง ตั้งชื่อวัดว่า “วัดย่งฮกยี่” ภายหลังได้รับพระราชทาน นามวัดว่า “วัดบำ เพ็ญจีนพรต” เป็นวัดจีนแห่งแรกใน ประเทศไทย ต่อมาหลวงจีนสกเห็ง ได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัด เล่งเนยยี่หรือวัดมังกรกมลาวาส และได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์เป็น “พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร” ดำ รงตำ แหน่ง เจ้าคณะใหญ่จีนนิกายรูปแรกแห่งประเทศไทย ถือได้ว่า คณะสงฆ์จีนนิกายได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชน ชาวไทยและราชสำ นักตั้งแต่นั้นมา คณะสงฆ์จีนนิกายคือคณะสงฆ์นิกายมหายาน ปกครอง โดยเจ้าคณะใหญ่ มีวัดในปกครองทั่วประเทศ รวม ๑๒ วัด ๕ สำ นักสงฆ์ดังนี้
100 เก็บเล็กผสมน้อย ๑. วัดโพธิ์แมนคุณาราม กรุงเทพฯ ๒. วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพฯ ๓. วัดบำ เพ็ญจีนพรต กรุงเทพฯ ๔. วัดโพธิ์เย็น กาญจนบุรี ๕. วัดฉื่อฉาง สงขลา ๖. วัดทิพย์วารีวิหาร กรุงเทพฯ ๗. วัดโพธิทัตตาราม ชลบุรี ๘. วัดเทพพุทธาราม ชลบุรี ๙. วัดจีนประชาสโมสร ฉะเชิงเทรา ๑๐. วัดมังกรบุปผาราม จันทบุรี ๑๑. วัดโพธิทอง นนทบุรี ๑๒. วัดหมื่นพุทธ เชียงราย ๑๓. สำ นักสงฆ์สุธรรม กรุงเทพฯ ๑๔. สำ นักสงฆ์เล่งจิวเจ็งเสี่ย กรุงเทพฯ ๑๕. สำ นักสงฆ์กวงเม้งเจ่งเสี่ย กรุงเทพฯ ๑๖. สำ นักสงฆ์กั๊กฮ้งเนียมฮุกลิ้ม กรุงเทพฯ ๑๗. สำ นักสงฆ์หมี่ท้อ กรุงเทพฯ ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 101 พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม ได้แบ่งเป็นพระวินัยปิฎก จำ นวน ๘ เล่ม (เล่ม ๑-๘) พระสุตตันตปิฎก จำ นวน ๒๕ เล่ม (เล่ม ๙-๓๓) และพระอภิธรรมปิฎก จำ นวน ๑๒ เล่ม (เล่ม ๓๔- ๔๕) ๏ ๏ ๏ คณะสงฆ์อนัมนิกาย คณะสงฆ์อนัมนิกายเข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัย กรุงธนบุรีเป็นต้นมา จวบจนถึงในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระภิกษุ ญวนรูปหนึ่งชื่อ “องฮึง” ซึ่งเป็นพระเถระญวนรูปแรกได้มี โอกาสเข้าเฝ้า และถวายความคิดเห็นเกี่ยวกับลัทธิธรรมเนียม ประเพณีของฝ่ายมหายาน ให้ทรงทราบจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย ต่อมาทรงพระราชทานสมณศักดิ์องฮึงเป็น “พระครู- คณานัมสมณาจารย์” และเป็นอธิการวัดญวนตลาดน้อย (วัด อุทัยราชบำ รุง) นับเป็นเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายรูปแรกใน
102 เก็บเล็กผสมน้อย ประเทศไทย ทั้งได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้จนเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทรง ยกย่องคณะสงฆ์อนัมนิกายเป็นอันมาก โปรดให้เข้าเฝ้าถวาย พระพรในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นพระสงฆ์ใน พิธีหลวงอีกฝ่ายหนึ่งเป็นประจำ ทุกปีมา คณะสงฆ์อนัมนิกาย คือคณะสงฆ์มหายาน ปกครอง โดยเจ้าคณะใหญ่ มีวัดในการปกครองทั่วประเทศ รวม ๑๕ วัด ๒ สำ นักสงฆ์ดังนี้ ๑. วัดกุศลสมาคร กรุงเทพฯ ๒. วัดมงคลสมาคม กรุงเทพฯ ๓. วัดชัยภูมิการาม กรุงเทพฯ ๔. วัดโลกานุเคราะห์ กรุงเทพฯ ๕. วัดสมณานัมบริหาร กรุงเทพฯ ๖. วัดอนัมนิกายาราม กรุงเทพฯ ๗. วัดอุภัยราชบำ รุง กรุงเทพฯ ๘. วัดอุภัยภาติการาม ฉะเชิงเทรา ๙. วัดถํ้าเขาน้อย กาญจนบุรี ๑๐. วัดถาวรวราราม กาญจนบุรี ๑๑. วัดสุนทรประดิษฐ์ อุดรธานี ๑๒. วัดเขตร์นาบุญญาราม จันทบุรี ๑๓. วัดถาวรวราราม หาดใหญ สงขลา ๑๔. วัดมหายานกาญจนมาสราษฎร์บำ รุง ยะลา
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 103 ๑๕. วัดอนัมนิกายเฉลิมพระชนมพรรษากาล สุพรรณบุรี ๑๖. สำ นักสงฆ์ศรัทธายิ้มพานิชวราราม สมุทรสาคร ๑๗. สำ นักสงฆ์ช่องเสด็จเขาขาด กาญจนบุรี ๏ ๏ ๏ ทะเลทรายซาฮารา ทะเลทรายซาฮารา ตั้งอยู่ทางภาคเหนืองของทวีป แอฟริกาเหนือ เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มต้นจาก ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกด้านทิศตะวันตกไปจนจรดแม่นํ้า ไนล์ด้านทิศตะวันออก ส่วนทางด้านทิศเหนือเริ่มต้นจากเชิง เขาแอทลาส มาจรดประเทศซูดานด้านทิศใต้มีเนื้อที่ราว ๘๔๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๏ ๏ ๏
104 เก็บเล็กผสมน้อย คว่ำบาตร-หงายบาตร คว่ำ บาตรคือไม่คบค้าสมาคมด้วย เดิมหมายถึงสังฆกรรม ที่พระสงฆ์ประกาศลงโทษคฤหัสถ์ผู้ประทุษร้ายต่อศาสนา ด้วยการไม่คบ ไม่รับบิณฑบาตเป็นต้น การที่พระสงฆ์คว่ำ บาตรก็ด้วยเหตุที่ชาวบ้านกระทำ ความ ผิดต่อพระพุทธศาสนาตัวอย่าง เช่น ทำ ให้พระภิกษุเดือดร้อน ติฉินนินทาว่าร้ายยุยงให้พระท่าน ทะเลาะแตกแยกกัน กล่าว ติเตียนพระพุทธ พระธรรม ดูถูกพระสงฆ์เป็นต้น เมื่อชาวบ้านกระทำ การที่ไม่สมควรต่อพระศาสนา พระสงฆ์ท่านจะต้องประชุมกัน หากมีเหตุผลเพียงพอ และจะ เป็นภัยต่อพระศาสนา ท่านก็จะไม่รับบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ ไม่รับไทยธรรม เป็นการลงโทษคฤหัสถ์ให้รู้สึกตัวที่ประพฤติ ไม่สมควร เมื่อชาวบ้านผู้ถูกควํ่าบาตร รู้สึกสำ นักชั่วดีว่าได้กระทำ ผิดต่อพระสงฆ์และพระศาสนา กลับตัวประพฤติดีแล้ว พระสงฆ์ ก็จะระงับการลงโทษว่า “หงายบาตร” จากหนังสือพูดจาภาษาวัด กรมการศาสนา ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 105 เสาเสมาธรรมจักร เสาเสมาธรรมจักรเป็นรางวัลเกียรติยศ ที่กรมการศาสนา มอบให้แก่บุคคล หรือหน่วยงานที่ทำ คุณประโยชน์ต่อพระ พุทธศาสนา และมีสิทธิได้รับเพราะได้ทำ คุณประโยชน์ติดต่อ กันมาเป็นเวลายาวนาน โดยมีแนวคิดว่า พระธรรมจักรเป็นเครื่องหมายแห่งการประกาศพระพุทธศาสนา และผู้ทำ คุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้มีบทบาทสำ คัญในการช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา ช่วย เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ไพศาลยิ่งๆ ขึ้นไปด้วย รางวัลเสาเสมาธรรมจักร สร้างจากวัตถุธรรมดาทั่วไป หล่อด้วยเรซินแล้วปิดทอง โดยจะทำ พิธีมอบรางวัลแด่ผู้ ทำ คุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาในงานสัปดาห์ส่งเสริม พระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาของทุกๆ ปี ๏ ๏ ๏
106 เก็บเล็กผสมน้อย ปากเป็นเอก เลขเป็นโท ปากนั้นความชัดแล้ว แต่เลขนั้นมิใช่วิชาเกี่ยวกับการ คำ นวณแต่หมายถึงการเขียน มาจากคำ ว่าเลขนะ เขียนให้ สั้นว่าเลขน์ซึ่งแปลว่าการเขียน ภายหลังนอหนูและการันต์ กร่อนหลุดหายไปจึงเหลือแต่เพียงคำ ว่า “เลข” ๏ ๏ ๏ มหาเถรสมาคม มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรสูงสุดทางการปกครองของ คณะสงฆ์ไทย บริหารงานในรูปของคณะกรรมการ ประกอบ ด้วยสมเด็จพระสังฆราช ทรงดำ รงตำ แหน่งเป็นประธาน กรรมการโดยตำ แหน่ง สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการ โดยตำ แหน่งและพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรง แต่งตั้งมีจำ นวนไม่เกิน ๑๒ รูป เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคม โดยตำ แหน่ง กรมการศาสนาทำ หน้าที่สำ นักงานเลขาธิการ
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 107 มหาเถรสมาคม มหาเถรสมาคมมีอำ นาจหน้าที่ปกครองคณะ สงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม ปกครองและกำ หนดการ บรรพชาสามเณร ควบคุมส่งเสริมการศาสนศึกษา การ ศึกษาสงเคราะห์การเผยแผ่การศาสนูปการของคณะสงฆ์ รวมถึงรักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา การประชุมมหาเถรสมาคมมี๒ อย่าง คือ ประชุมปกติ ทุกวันที่ ๑๐, ๒๐, ๓๐, ของเดือนและการประชุมพิเศษ ๏ ๏ ๏ ฆ่าตัวตายหนีหนี้ นายสุจิต จุลนันท์อดีตผู้ตรวจการมหาดไทย ยิงตัวตาย ในห้องนํ้าของสถานีตำ รวจบางเขนเพราะมีหนี้สินมากถึง ๔๐ ล้านบาท ๏ ๏ ๏
108 เก็บเล็กผสมน้อย นายกรัฐมนตรีในอดีต จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก ประเทศ ฝรั่งเศส เป็นนายกรัฐมนตรี๘ สมัย รวม ๑๖ ปี๒๒ วัน จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ๑๐ ปี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี๘ ปีนายทวี บุณยเกตุ เป็นนายกรัฐมนตรี๑๗ วัน เพื่อรอ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กลับจากสหรัฐอเมริกา ๏ ๏ ๏ คนสู้ชีวิต โอลานโด มาโกซีวณิพกชาวฟิลิปปินส์โชว์การเดี่ยว กีตาร์แบบใช้แต่เท้าแลกกับเศษสตางค์ข้างถนนสายหนึ่ง ในกรุงมะนิลา เขาไม่รู้สึกว่าเป็นปมด้อยที่เกิดมาไม่มีแขน แต่ละวันเขาทำ เงินได้ราว ๑๑ ดอลล่าร์ ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 109 ประวัติวัดสามพระยา พระยา ๓ พี่น้อง คือพระยาราชสภาวดี(ขุนทอง) พระยา ราชนิกูล (ทองคำ ) พระยาเทพอรชุน (ทองห่อ) ร่วมกันสร้าง วัดสามพระยา จากหนังสือวารสารทางเดิน ๏ ๏ ๏ อย่าเทศน์ผิดหลัก ท่านประสกได้ถวายข้อควรระวังของนักเทศน์ว่าให้แม่น ในหลัก เช่นเทศน์ว่า การลอยกระทงเดือน ๑๒ นั้น จุด ประสงค์เพื่อต้อนรับเสด็จพระพุทธเจ้า ตอนที่เสด็จลงจาก สวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากได้ทรงเทศน์โปรดพระพุทธมารดา แล้ว อย่างนี้ถือว่าผิดอย่างร้ายแรง เพราะพระพุทธเจ้าได้ เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นานแล้ว ตั้งแต่แรม ๑ คํ่า เดือน ๑๑ ห่างกันตั้ง ๑ เดือน ๏ ๏ ๏
110 เก็บเล็กผสมน้อย วัดที่พระมหากษัตริย์สร้าง รัชกาลที่๑ ทรงสร้างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รัชกาลที่ ๒ ทรงสร้างวัดอรุณราชวราราม รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างวัดราชโอรสาราม รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างวัดราชประดิษฐ์ รัชการที่ ๕ ทรงสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ๏ ๏ ๏ เขียนให้ถูก หนุ่มอุบาทว์สติไม่เต็มบาท ใช้บ่วงบาศ พระภิกษุอุ้ม บาตร กำ ลังบิณฑบาต หลุมอุกกาบาต บาดแผล เป็น บาดทะยัก บาทหลวง ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 111 วัตถุมงคลของจีน ฮก หมายถึง ยศศักดิ์ ลก หมายถึง รํ่ารวย ซิ่ว หมายถึง ไร้โรค ใครมีครบทั้ง ๓ อย่าง ถือได้ว่าโชคดีที่สุด ๏ ๏ ๏ สมเด็จโตกับนางนาคพระโขนง สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) ท่านเกิดเมื่อเดือน ๖ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๑ ต้นสมัยรัชกาลที่ ๔ รวมอายุ ๘๔ ปี บริบูรณ์ท่านเคยไปพักผ่อนคลายอารมณ์ที่ป่าช้าผีดิบ วัด สระเกศท่านชอบที่นั้นมาก จนพวกวัดสระเกศหล่อรูปท่านไว้ เมื่อรัชกาลที่ ๔ สวรรคต ท่านเดินร้องไห้ไปรอบๆ วัด พลางบ่นไปว่า “สิ้นสนุกแล้วๆ ครั้งนี้สิ้นสนุกแล้ว” เมื่อผีนางนาคพระโขนงอาละวาด ท่านไปค้างคืนที่วัด มหาบุศย์คํ่าลงท่านไปนั่งที่ปากหลุมฝังศพ เรียกผีนางนาค
112 เก็บเล็กผสมน้อย ขึ้นมาสนทนา จากนั้นก็เจาะเอากระดูกหน้าผากนางนาคมา ไว้ที่วัดระฆัง ท่านขัดจนเป็นมัน แล้วลงยันต์เจาะเป็นปั้นเหน่ง คาดเอว (ปั้นเหน่ง-เข็มขัด) ๏ ๏ ๏ การเวียนเทียน ในวันสำคัญของศาสนา การจัดให้มีการเวียนเทียนในวันสำ คัญของพระพุทธศาสนาได้มีผู้ที่ริเริ่มทั้งจากคณะสงฆ์และพระมหากษัตริย์คือ วันมาฆบูชา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงเป็นผู้ริเริ่ม วันวิสาขบูชา สมเด็จพระสังฆราช (มี) ทรงริเริ่ม วันอาสาฬหบูชา พระธรรมโกศาจารย์(ชอบ อนุจารีเถระ) ภายหลังดำ รงสมณศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม เป็นผู้ริเริ่ม ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 113 ตำราสร้างเสน่ห์ หลวงพ่อเนื่อง วัดนางใน จังหวัดระนอง ท่านบอกว่า “เบื้องต้นให้กำ จัดหลวงพ่อทั้ง ๔ เสียก่อน คือ หลวงพ่อบูด หลวงพ่อเบี้ยว หลวงพ่อบึ้ง หลวงพ่อเบ้แล้วให้ต้อนรับหลวง พ่อทั้ง ๔ คือ หลวงพ่อยิ้ม หลวงพ่อแย้ม หลวงพ่อแจ่ม หลวง พ่อใส” ๏ ๏ ๏ บังสุกุล บังสุกุล ไม่ใช่บังสกุล บังสุกุลใช้ต่างกับสดับปกรณ์ สดับปกรณ์เป็นราชาศัพท์ใช้กับพระศพเจ้านายตั้งแต่ชั้น หม่อมเจ้าขึ้นไป นอกนั้นใช้บังสุกุล ๏ ๏ ๏
114 เก็บเล็กผสมน้อย รำพึงในป่าช้า วังเอ๋ย วังเวง หง่างเหง่ยํ่าคํ่าระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้าย* ลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนดูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย อำ มาตย์เอก พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนชีวะ) ประพันธ์จากมหากวีภาษาอังกฤษ ที่เสถียรโกเศศ แปลให้ * (ผ้าย : เคลื่อนที่) จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 115 นักเทศน์นักพูดที่ดีต้องมี๔ โก ๑. สันทัสสโก ชี้แจงเหตุผลให้ฟังง่าย ๒. สมาทปโก ให้ผู้ฟังยอมรับนับถือปฏิบัติตาม ๓. สมุตเตชโก ยอมตายถวายชีวิต ๔. สัมปหังสโก ฟังไม่เบื่อ ร่าเริง ๏ ๏ ๏ พวงหรีด ประวัติของชนชาติที่ว่าด้วยพวงหรีด ซึ่งมีความหมาย ถึงชัยชนะ แต่ไทยเรากลับเอามาใช้ในความหมายของการ ไว้ทุกข์เพียงสถานเดียว เวลาคนไทยเอาหรีดไปวางที่สถานทูต ฝรั่ง ฝรั่งอาจจะงงก็ได้ ๏ ๏ ๏
116 เก็บเล็กผสมน้อย ภูมิใจในความเป็นไทย ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง เขาจะต้องบังคับขับใส เคี่ยวเข็ญเย็นคํ่ารํ่าไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะนับถือพงษ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำ บากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา รัชกาลที่ ๖ ๏ ๏ ๏ พระราชดำรัส รัชกาลที่ ๕ เคยรับสั่งว่า “พระภิกษุสามเณร ต้องมี ความรู้สูงกว่าฆราวาส เขาจึงจะนับถือ” ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 117 ควายไล่ขวิดยมบาล ยายอิ่มแกเป็นคนใจบุญ ที่ไหนมีการถ่ายชีวิตโค กระบือ แกจะต้องไปร่วมถ่ายด้วยเสมอ คราวหนึ่งแกเจ็บหนักถึงกับ สลบไป ก็ปรากฏว่ามียมบาล ๔ คน พากันมาจะจับตัวยายอิ่ม พาไปปรโลก ขณะนั้นเองก็มีควายหลายตัววิ่งเข้ามาจะขวิด ยมบาล ยมบาลเลยพากันหนีไป เมื่อยายอิ่มฟื้นขึ้นมา จึงนำ เอาเรื่องนี้มาเล่าให้ใครๆ ฟัง ด้วยความปลื้มใจ ท่านเคยถ่ายชีวิตโค กระบือบ้างแล้วหรือยัง ถ้ายังรีบไป ถ่ายเสีย หรือแม้แต่ปลา เป็ด ไก่ ที่กำ ลังจะถูกฆ่า ท่านก็ควร หาโอกาสซื้อไปปล่อยเสีย ได้บุญมากจริงๆ แล้วท่านจะมีอายุยืน ๏ ๏ ๏ หลักในการทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ท่านมหาปุ้ย แสงฉาย เล่าว่า ในลัทธิมหายาน มีการ กำ หนดเวลาทำ บุญให้ผู้ตายไว้ว่า ๗ วัน ๕๐วัน ๑๐๐ วัน แต่ ฝ่ายเราไม่มีกำ หนดอย่างนี้
118 เก็บเล็กผสมน้อย เพราะฉะนั้นการทำ บุญให้ผู้ตายนั้น จะทำ เมื่อไรก็ได้ เช่น พระเจ้าพิมพิสาร ทำ ให้พวกญาติที่เป็นเปรต นับตั้ง ๙๒ กัลป์ก็ยังได้รับผล ๏ ๏ ๏ ตายไปเกิดเป็นเล็น พระติสสะ ได้รับการถวายผ้ามา ๑ ผืน ซึ่งพี่สาวท่านได้ ทอถวาย สวยงามมาก ท่านเองก็ชอบอกชอบใจในผ้าผืนนี้ มาก คืนนั้นเองท่านเกิดเป็นลมและถึงแก่มรณภาพไปเกิดเป็น เล็นอยู่ที่ผ้าผืนนั้น บรรดาพระก็จะแบ่งผ้ากัน ปรากฏว่าเล็นตัวนั้นร้องห้าม ด้วยความหวงแหนว่า “อย่าเอาผ้าของผมไปๆ” แต่พระเหล่านั้น ไม่ได้ยินเสียงเล็น เพราะหูไม่ถึงไม่สามารถรับเสียงของเล็นได้ แต่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในพระคันธกุฎีทรงได้ยิน เสียงเล็นด้วยทิพยโสต (หูทิพย์) จึงทรงห้ามพระเหล่านั้น ว่า “อย่าเพิ่งแบ่งผ้ากัน รอสัก ๗ วัน ให้เล็นตายก่อน จึงค่อย แบ่งกัน”
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 119 พอครบ ๗ วัน เล็นก็ตายไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต พระพุทธเจ้าตรัสว่า “พระติสสะไปเกิดเป็นเล็นนั้น เพราะหลง ติดอยู่ในผ้า แต่ที่เกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น เพราะอานิสงส์ที่ บวชเป็นพระ เรื่องนี้สอนว่าอย่าหลงติดในสมบัติ ๏ ๏ ๏ พระปรางค์ที่สูงที่สุด พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สูง ๘๒ เมตร ๏ ๏ ๏ ที่มาของคำว่ากลาโหม พราหมณ์มีพิธีบูชาเทพเจ้า โดยการก่อไฟบูชาอยู่เสมอ เรียกว่า “กองกูณฑ์” การใส่เชื้อเพลิงเข้าไปในไฟเรียก ว่า “โหมกูณฑ์” ทำ ให้ไฟสว่างและคงอยู่เรื่อยไป
120 เก็บเล็กผสมน้อย เมื่อมาถึงกรุงศรีอยุธยา การบูชาไฟต่อพระมหากษัตริย์ คงยังมีอยู่ ที่พระนครหลวงของเขมรนั้น มีห้องพิเศษสำ หรับ บูชาไฟเรียกว่า “กลาโหม” กลา แปลว่า ห้อง โหมก็คือโหม กูณฑ์ ต่อมาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงไม่ไว้ พระทัยพวกพราหมณ์เขมรที่เข้ามาจุดไฟอยู่ใกล้พระองค์ จึงโปรดให้ใช้ทหารมาทำ หน้าที่แทน คำ ว่า “กลาโหม” จึงถูก นำ มาใช้หมายถึงทหารในกาลต่อมา ๏ ๏ ๏ อานิสงส์ฟังเทศน์ ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าตรัสเทศนาที่ริมสระโบกขรณีมีกบ ตัวหนึ่งฟังเทศน์อยู่ด้วย และมีชาวนาคนหนึ่งฟังเทศน์อยู่ด้วย เช่นกัน บังเอิญเอาไม้กระทุ้งไปโดนกบตายโดยไม่เจตนา กบตัวนั้นตายไปบังเกิดเป็นเทวดา อยู่บนสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์เทวดานั้นพิจารณาดูสมบัติของตนก็ทราบว่าได้เป็น เทวดาเพราะอานิสงส์ฟังเทศน์เทวดาจึงมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 121 เหตุเกิดที่วัดบางเกาะเทพศักดิ์ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙ สมัยที่พระยาราชพงษานุรักษ์เป็นผู้สำ เร็จราชการเมืองสมุทรสงคราม วันนั้นนาย จันทร์และอำ แดงเอมภรรยาได้พาหนูไก่ ลูกหญิงไปงานเลี้ยง พระที่วัดบางเกาะด้วย หนูไก่แต่งตัวด้วยเครื่องประดับหลายอย่าง มีสร้อยคอ กำ ไลนาค ลงมาวิ่งเล่นอยู่ที่ลานวัด อันเป็นเหตุให้ไอ้วายร้าย ๒ คน คือไอ้กล่อมกับไอ้สุกสมคบกันหลอกหนูไก่ไปสระหน้า โบสถ์แล้วจัดการทุบจนตาย หมกไว้ในสระนานถึง ๖ วัน จึงมี ผู้พบเห็น ลูกขุนและขุนหลวง พระยาไกรศรีระดมเจ้าหน้าที่สืบจน จับได้ทั้งสองคน ลงโทษให้เฆี่ยนคนละ ๙๐ ทีแล้วนำ ตัวไป ประหารชีวิตที่วัดพลับพลาไชย กรุงเทพฯ แล้วให้ตัดศีรษะ นำ มาเสียบประจานที่สมุทรสงครามเพื่อมิให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง ต่อไป ๏ ๏ ๏
122 เก็บเล็กผสมน้อย ปาฐกถาตอนหนึ่ง ของท่านหริน หงสกุล พ่อลูกทะเลาะกัน ลูกหาว่า “พ่อเป็นไดโนเสาร์” พ่อไม่รู้ จะตอบได้อย่างไรดีเลยสวนคำ ออกไปว่า “ถึงพ่อจะเป็น ไดโนเสาร์ก็ยังเป็นต้นตระกูลของเหี้ยๆ อย่างพวกเธอ” ๏ ๏ ๏ เรื่องเปรตวัดปรก บ้านคุณตาข้าพเจ้าอยู่เยื้องๆ ตรงข้ามกับวัดปรก คืน วันหนึ่งเป็นวันพระขึ้น ๑๕ คํ่า ประมาณตี๑ คุณตาข้าพเจ้า ลุกขึ้นไปทำ ธุระที่ห้องนํ้าแล้วนั่งจุดบุหรี่สูบ ขณะนั้นเองก็มี เสียงดังมาจากป่าช้า ดังคึกๆ และมีเสียงดังหวีดๆ เสียงนั้น ค่อยดังขึ้นๆ คุณตาเล่าว่า ต้องเป็นเสียงเปรตแน่ๆ ตามที่ท่านผู้ใหญ่ เล่าให้ฟังว่าเปรตนั้นปากเล็กจึงร้องเสียงหวีดๆ คุณตาจึงปลุก ลูกหลานให้ลุกขึ้นมาฟัง ต่างพากันขนลุกขนพองไปตามๆ กัน
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 123 คืนนั้นทั้งคืนนอนกันไม่หลับ เสียงเปรตดังอยู่ประมาณ ๓ นาทีก็เงียบหายไป รุ่งขึ้นที่วัดมีงานศพ มีคนเป็นจำ นวนมากมาร่วมในงาน ต่างโจษจันกันถึงเรื่องนี้เป็นการใหญ่ ต่างบอกกันให้ช่วยแผ่ บุญกุศลไปให้เปรตตนนี้จะได้ไปผุดไปเกิดในโลกที่มีความสุข กันต่อไป ๏ ๏ ๏ การันต์ ตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงซึ่งมีไม้ฑัณฑฆาตกำ กับไว้เช่น ตัวในคำ ว่า “การันต์” ๏ ๏ ๏
124 เก็บเล็กผสมน้อย เปรตวัดประยูร สมัยโน้นที่โบสถ์วัดประยุรวงศาวาส หลวงปู่โล้นท่าน เป็นผู้เฝ้าโบสถ์ที่หลังโบสถ์มีเพิงเล็กๆ สำ หรับต้มนํ้าทำ อาหาร ปกติตอนเย็นๆ จะมีข้าราชการบำ นาญหลายท่าน เช่น พระยาเทพผลูพระยาสุรราชฤทธามณท์โยมทุย เป็นต้น ฝ่ายพระภิกษุก็มีพระผู้ใหญ่หลายองค์มาร่วมวงสนทนา กันเป็นที่สนุกสนาน เริ่มตั้งแต่ตอนเย็นแดดร่มลมตก คุยกัน ไปจนถึง ๓-๔ ทุ่ม จึงเลิกวงสนทนา ในบรรดาพระผู้ใหญ่ใน วัดมีท่านพระครูสาราณียคุณ (ปุ่น) ลงมาคุยเป็นประจำ คืนหนึ่งประมาณ ๓ ทุ่มหลังจากปิดประชุม ท่านเดิน กลับกุฏิผ่านหลังโบสถ์ซึ่งบริเวณหลังโบสถ์สมัยโน้นน่ากลัว มาก เปลี่ยว วังเวง มีหอพระไตรปิฎกเก่าๆ มีพระเจดีย์เก่าๆ หลายองค์มีโกดังเก็บศพ บางคนไม่กล้าเดินกลางคืน ท่านพระครูสาราณียคุณเดินมาถึงห้องหอไตร ก็มีเสียง ดังคึกๆ และมีภาพเปรตปรากฏสูงขึ้นๆ พร้อมกับเสียงวี้ดๆ ตัวเปรตสูงขึ้นถึงหลังคาหอไตรแล้วก็ค่อยๆ เตี้ยลงและหาย ไปในที่สุด รุ่งขึ้นท่านพระครูมาเล่าให้พวกอยู่หลังโบสถ์ฟังเพื่อ รับทราบว่าเปรตนั้นมีจริง ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 125 เปรตวัดสุทัศน์ ข้ามฟากไปทางวัดสุทัศน์ซึ่งก็มีเปรตเหมือนกัน ดังคำ ยืนยันที่ว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์” ณ ที่วัดสุทัศน์นั้น พอถึงวันพระก็มีญาติโยมมารักษาศีลฟังธรรมกันและนอนค้าง ที่ศาลาการเปรียญ หลังที่ยังอยู่บัดนี้เป็นหลังเตี้ยๆ คล้ายๆ กับพระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาส คืนหนึ่งเป็นวันพระ ๑๕ คํ่า โยมผู้ชายคนหนึ่งออกมา ทำ ธุระนอกศาลา ณ ที่ริมกำ แพงด้านทิศตะวันตก ก็มีภาพ เปรตปรากฏพร้อมกับเสียงร้องวี้ดๆ โยมคนนั้นจึงปลุกคนในศาลาให้ออกมาดูต่างก็ช่วยกัน ภาวนา เปรตตนนั้นก็เตี้ยลงๆ และหายไปในที่สุด โดยทุกคน ต่างก็ไม่ทราบว่าเปรตหายไปด้วยคาถาบทไหน ๏ ๏ ๏
126 เก็บเล็กผสมน้อย วันขึ้นปีใหม่ ประเทศไทยกำ หนดเอาวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้น ปีใหม่มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๓ มาเปลี่ยนเป็นวันที่ ๑ มกราคม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ และใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ในปีพ.ศ. ๒๔๘๓ นั้น ปีหนึ่งมี๙ เดือน เพราะทาง ราชการประกาศใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ จากหนังสือช่อคูณ ๏ ๏ ๏ คนเป็นเปรต เรื่องนี้เกิดที่จังหวัดน่าน ท่านเจ้าคุณพระมหาโพธิ- วงศาจารย์วัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ เมื่อท่านเป็นพระ ราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมรัตนากร ท่านเล่าว่าที่จังหวัด น่านมีพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่ง มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย มีคนเคารพยำ เกรงมาก
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 127 คราวหนึ่งทางวัดจะทำ การบูรณะพระมหาธาตุที่ชำ รุด ทรุดโทรม จำ เป็นต้องนำ ยอดฉัตรลงมา ครั้นซ่อมองค์พระ บรมธาตุเสร็จก็ทำ พิธียกฉัตร แต่เป็นฉัตรที่ทำ ขึ้นใหม่ ต่อมาฉัตรนั้นก็ดำ แต่ใครๆ ก็ไม่กล้าทักท้วง ปรากฏว่า พระมหาเถระผู้ใหญ่ท่านนั้นได้นำ เอาฉัตรอันเก่าซึ่งเป็นทองคำ ไปขาย แล้วต่อมาท่านก็ลาสิกขาไปแต่งงานจนมีลูก แต่ลูกคน นั้นคลอดออกมาไม่มีหนังมีแต่เนื้อแดงๆ ผู้สามีปรารภจะฆ่า เด็กนี้ให้พ้นอาย แต่ภรรยาไม่ยอม ต่อมาไม่นานเด็กคนนั้นก็ตาย วันหนึ่งมีแขกมาหาสามี เธอจึงขึ้นไปตามที่ในห้อง แต่เมื่อถึงห้องเธอถึงกับตกใจร้อง กรี๊ด เพราะภาพที่เห็นนั้นเป็นเปรตตัวยาวเต็มห้อง เธอจึง ขอหย่า แล้วท่านผู้นี้ก็จนลงๆ จนถึงกับต้องอาศัยผู้ที่เคยเป็น ศิษย์เลี้ยงชีวิต ต่อมาก็เกิดเป็นโรคหูหนาตาเร่อและตายไป ในที่สุด ๏ ๏ ๏
128 เก็บเล็กผสมน้อย เปรตเจ้าระเบียบ ท่านเจ้าคุณพระยาอนุมานราชธน เล่าว่ามีนิทานของ ทางภาคอีสาน เล่าถึงเปรตเจ้าระเบียบว่า มีเปรตตนหนึ่ง มีหน้าที่รักษาศาลาพักริมทาง คืนหนึ่งเห็นคนที่มาพักนอนเรียงแถวสูงๆ ตํ่าๆ ไม่ได้ ระเบียบ รู้สึกรำ คาญ จึงเข้าไปดึงทางศีรษะขึ้นมาให้เสมอๆ กัน แล้วกลับไปดูทางเท้าเห็นไม่เสมอกันอีก จึงดึงเท้าให้เสมอกัน ทำ อยู่อย่างนี้จนสว่างก็ไม่สำ เร็จ จะสำ เร็จได้อย่างไรเพราะตัว คนไม่เท่ากัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการที่จะไปกะเกณฑ์ให้ใครๆ ให้ได้ อย่างใจเราย่อมไม่สำ เร็จ เพราะคนเราสติปัญญาความรู้ความ สามารถไม่เท่ากัน ถ้าเราเอาเรื่องเปรตเจ้าระเบียบนี้มาปฏิบัติก็จะทำ ให้เรา สบายใจมากขึ้นทีเดียว เรื่องเปรตก็มีประโยชน์เหมือนกัน ๏ ๏ ๏
พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน) 129 คำอุปมาที่แหลมคม ปลาแม้จะอยู่ในทะเลเนื้อของปลาก็ไม่เค็มฉันใด พระ อรหันต์ทั้งหลายแม้ท่านจะอยู่ในโลกนี้แต่โลกธรรมก็หาได้ เข้าไปทำ ลายจิตใจของท่านได้ไม่ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ๏ ๏ ๏ รอดตายเพราะอานิสงส์ช่วยปู พระภิกษุรูปหนึ่งอยู่วัดดุสิตาราม บางยี่ขัน ธนบุรีบ่าย วันหนึ่งขณะที่ท่านนั่งรถแท็กซี่ไปสถานีขนส่งสายเหนือ เพื่อ โดยสารไปนครราชสีมา ท่านเห็นปูนาตัวใหญ่ยืนชูก้ามอยู่ กลางถนน ท่านกลัวมันจะถูกรถทับตายจึงให้คนขับรถหยุดรถ แล้วท่านก็ลงไปต้อนปูตัวนั้น ต้องเสียเวลาอยู่นานกว่าจะต้อน มันลงคูนํ้าได้ เมื่อไปถึงสถานีขนส่งสายเหนือ รถเที่ยวสุดท้ายที่จะไป นครราชสีมาเพิ่งจะออกไป ท่านจึงต้องไปรถสายอุดร-หนองคาย เพื่อไปลงที่ปากทางเข้านครราชสีมา แล้วต่อรถอีกทอดหนึ่ง