The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยาการคำนวณ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nuengcomputer, 2021-09-29 13:12:37

วิทยาการคำนวณ ป.5

วิทยาการคำนวณ ป.5

คำอธิบายรายวิชา

รายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การ
คาดการณผ์ ลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมีการใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะอย่างงา่ ย ตรวจหา
ข้อผิดพลาด ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่
หลากหลาย เพอื่ แก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวัน ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าสิทธิและหน้าที่
ของตน เคารพในสิทธิของผอู้ ่นื แจง้ ผูเ้ ก่ยี วขอ้ งเม่ือพบข้อมูลหรอื บุคคลทีไ่ มเ่ หมาะสม

ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา การอธิบายการทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธจ์ ากปัญหาอยา่ งง่าย
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่มี กี ารใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาด
3. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ในการคน้ หาขอ้ มูล ติดต่อสอื่ และทำงานร่วมกัน ประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู
4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน

อินเทอรเ์ น็ตทห่ี ลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชวี ติ ประจำวัน
5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน

แจ้งผเู้ กย่ี วขอ้ งเมอ่ื พบขอ้ มูลหรือบคุ คลท่ีไม่เหมาะสม

รวมท้ังหมด 5 ตวั ชี้วดั

โครงสร้างรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
รายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) จำนวน 40 ช่วั โมง/ปี
รหสั วชิ า ว15101

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จำนวนชัว่ โมง
- 1
1 ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน 1
ว 4.2 ป.5/1 1
2 ตกุ๊ ตาแม่ลูกดก ว 4.2 ป.5/1 2
ว 4.2 ป.5/1 1
3 ตุก๊ ตาแมล่ ูกดก ตอน ทง้ั หมดแถวตรง! ว 4.2 ป.5/3,5 2
ว 4.2 ป.5/3,5 1
4 ตกุ๊ ตาแม่ลูกดก ตอน เก็บสีลงกลอ่ ง ว 4.2 ป.5/3,5 1
ว 4.2 ป.5/4 1
5 ชมิ ชอป แชะ ว 4.2 ป.5/4
2
6 ชิม ชอป แชะ ตอน เขียนอย่างไรให้เหมาสม ว 4.2 ป.5/4
1
7 ชิม ชอป แชะ ตอน อ๊ะ! อ๊ะ! อย่าหาทำ ว 4.2 ป.5/2 2
ว 4.2 ป.5/4 2
8 เส้นทางเดนิ เหนอื เรือนยอดไม้ ว 4.2 ป.5/4 1
ว 4.2 ป.5/1-4 1
9 เสน้ ทางเดิน เหนือเรือนยอดไม้ ตอน ต้งั ชื่อให้นอ้ ง ว 4.2 ป.5/3,5 1
ว 4.2 ป.5/3,5 1
10 เส้นทางเดิน เหนอื เรือนยอดไม้ ว 4.2 ป.5/3,5 2
ตอน เครปร้อน ๆ มาแลว้ จา้ ว 4.2 ป.5/2 2
ว 4.2 ป.5/1-2 1
11 ดาวกระจายท่ีคา่ ยลกู เสือ ว 4.2 ป.5/1-2 1
ว 4.2 ป.5/5 1
12 ดาวกระจายที่ค่ายลูกเสือ ตอน สามัคคชี มุ นุม ว 4.2 ป.5/5 2
ว 4.2 ป.5/5 1
13 ดาวกระจายที่คา่ ยลูกเสือ ตอน กางเตน้ ท์พกั แรม ว 4.2 ป.5/1

ทดสอบกลางปี

14 ไลฟส์ าระ

15 ไลฟส์ าระ ตอน โฆษณาชวนเชอ่ื

16 ไลฟ์สาระ ตอน สง่ ข่าวเรือยาวให้ชาวอำเภอ

17 โรบอทเอ็กซ์โป

18 โรบอทเอ็กซ์โป ตอน ตึ่งโป๊ะ

19 โรบอทเอ็กซโ์ ป ตอน วาดช่วยหน่อย

20 แฟนตะกร้อ

21 แฟนตะกร้อ ตอน จบั กจิ กรรมชนคำสงั่ คอมพวิ เตอร์

22 แฟนตะกร้อ ตอน ความปลอดภยั บนโลกออนไลน์

23 กีฬาฮาเฮ

โครงสร้างรายวิชา (ต่อ) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
รายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) จำนวน 40 ชั่วโมง/ปี
รหสั วิชา ว15101

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วดั จำนวนชัว่ โมง
ว 4.2 ป.5/1 1
24 กีฬาฮาเฮ ตอน มะละกอ กลว้ ย สม้ ว 4.2 ป.5/1 2
ว 4.2 ป.5/3 1
25 กฬี าฮาเฮ ตอน ใครได้ทเ่ี ท่าไร ว 4.2 ป.5/3 2
ว 4.2 ป.5/3 2
26 ดาวหาง ณ กลางหาว ว 4.2 ป.5/1-5 1
1 มฐ. 5 ตชว.
27 ดาวหาง ณ กลางหาว ตอน ค้นวา่ อะไรดี 40 ช่ัวโมง

28 ดาวหาง ณ กลางหาว ตอน ทุกคำถามมีคำตอบ

สอบปลายปี

รวม

เฉลยแบบทดสอบ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

คำช้แี จง ให้นักเรียนเลือกขอ้ ที่ถูกต้องทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดยี ว

1. บล็อกคำสั่ง repeat ใช้ในการทำงานแบบใด
ก. ใช้หยุดการทำงานทงั้ หมด ของโปรแกรม
ข. ใชเ้ ปรียบเทยี บค่า 2 คา่
ค. การทำงานแบบวนซ้ำ
ง. ใชต้ รวจสอบ การสมั ผัสระหว่างสี

2. ขอ้ ใด คือ บล็อกคำสั่งท่ีใชใ้ นการลากเสน้
ก. ask and wait
ข. repeat
ค. pen up
ง. move

3. การเขยี นรหสั ลำลอง มีประโยชนอ์ ย่างไร
ก. ชว่ ยในการทำงาน
ข. ชว่ ยในการแกป้ ญั หา
ค. ชว่ ยในการเพมิ่ ขึน้ หรือลดลงจากเดิมตามจำนวนที่กำหนด
ง. ช่วยในการวางแผนในการเขียนโปรแกรม

4. ขอ้ ใดคือเว็บไซตท์ เี่ กย่ี วข้องกบั การศึกษา
ก. เวบ็ ไซตท์ ีล่ งทา้ ยดว้ ย .com
ข. เว็บไซต์ทลี่ งทา้ ยดว้ ย .co.th
ค. เว็บไซตท์ ่ีลงทา้ ยด้วย .ac.th
ง. เว็บไซต์ทล่ี งทา้ ยด้วย .or.th

5. บล็อกคำสั่ง forever ใชใ้ นการทำงานแบบใด
ก. ใช้ครอบชุดคำสัง่ ท่ีตอ้ งการทำซ้ำไปเร่ือย ๆ ไม่ส้นิ สดุ
ข. ใช้ตรวจสอบ การสมั ผัสระหวา่ งสี
ค. การทำงานแบบวนซำ้
ง. ใชเ้ ปรียบเทยี บคา่ 2 คา่

6. จุดประสงคข์ องการถา่ ยทอดสด (LIVE) คือ ข้อใด
ก. การแสดงพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมผา่ นสื่ออนไลน์
ข. การแสดงความคิดเหน็ ในสื่อสงั คม
ค. การเผยแพรค่ วามร้หู รือสงิ่ ทีต่ ้องการนำเสนอให้ผู้สนใจผา่ นส่ือออนไลน์
ง. การปกปดิ พฤตกิ รรมที่พงึ ประสงคผ์ ่านสอื่ ออนไลน์

7. ขอ้ ใดต่อไปนี้ คือ ข้อความที่มี “ข้อเทจ็ จรงิ ”
ก. เพราะชวี ติ ขาดหวานไม่ได้
ข. ด่มื น้ำแร่จากธรรมชาติ สดชน่ื เหมอื นยืนอยู่เนินเขา
ค. แป้งเดก็ น้ีอ่อนโยนจากธรรมชาติ
ง. สัมผัสจากแม่เปน็ จรงิ สำคัญ

8. ข้อใดต่อไปนี้ คือ ข้อความทมี่ ี “ข้อคดิ เหน็ ”
ก. “นำ้ นมมแี คลเซยี มช่วยให้รา่ งกายแข็งแรง”
ข. “การด่ืมนมชว่ ยใหน้ อนหลับฝันดี”
ค. “แสงแดดในยามเช้ามีประโยชน์ตอ่ ร่างกาย”
ง. “แสงแดดมีประโยขน”์

9. ถ้าโปรแกรมคา้ งและขน้ึ คำว่า “Not responding” นกั เรียนจะแก้ไขอยา่ งไร
ก. ปิดโปรแกรม โดยกดปุ่ม Ctrl (Control) ปุม่ Alt (Alternate) และปุม่ Del (Delete) พรอ้ มกัน

จากน้นั คลิกท่ี Task Manager จะปรากฎหน้าตา่ งโปรแกรม ใหเ้ ลือกโปรแกรมท่ีเราต้องการจะปดิ การทำงาน และ
คลิก End task / End process

ข. ปดิ โปรแกรม โดยกดปมุ่ Alt (Alternate) และป่มุ Del (Delete) พร้อมกัน จากนั้นคลิกท่ี Task
Manager จะปรากฎหนา้ ตา่ งโปรแกรม ใหเ้ ลือกโปรแกรมที่เราต้องการจะปดิ การทำงาน และคลิก End task /
End process

ค. ปดิ โปรแกรม โดยกดปมุ่ Alt (Alternate) และป่มุ Del (Delete) พรอ้ มกนั จากนั้นคลิกท่ี Task
Manager จะปรากฎหน้าตา่ งโปรแกรม ให้เลือกโปรแกรมที่เราต้องการจะปิดการทำงาน และคลกิ End task /
End process

ง. ปดิ โปรแกรม โดยกดปุม่ Ctrl (Control) และปมุ่ Del (Delete) พร้อมกนั จากน้นั คลกิ ท่ี Task
Manager จะปรากฎหนา้ ตา่ งโปรแกรม ให้เลือกโปรแกรมท่ีเราต้องการจะปดิ การทำงาน และคลกิ End task /
End process

10. “ทมี ฟุตบอลทีมหนง่ึ แพ้การแขง่ ขัน มแี ฟนกฬี าหลายคนเขา้ ไปแสดงความคิดเห็น ในเพจของทีมฟตุ บอล

ทีมนหี้ ลายรปู แบบ เช่น

1. ตำหนินกั กฬี าที่เลน่ ไมด่ ี 2. ใหก้ ำลังใจ

3. แนะนำใหเ้ ลิกเล่น 4. ชมนกั กีฬาบางคนและตำหนิบางคน

5. วิจารณ์การเล่นด้วยคำทีส่ ุภาพ 6. ใชค้ ำด่าทีห่ ยาบคาย

7. กดปุ่มถกู ใจให้ข้อความท่ีตา่ หยาบคาย”

จากข้อความข้างตน้ นกั เรียนคิดวา่ วธิ ีการใดควรปฏบิ ตั ิ
ก. ขอ้ 1. และ และ ขอ้ 7.
ก. ขอ้ 2. และ และ ขอ้ 5.
ค. ข้อ 4. และ และ ขอ้ 6.
ค. ข้อ 3. และ และ ขอ้ 1.

11. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องการแกป้ ญั หาอย่างมรี ะบบ
ก. ทำให้นกั เรียนร้จู กั การวางแผน
ข. ทำใหน้ กั เรยี นร้จู ักการแกป้ ัญหา
ค. ทำใหน้ ักเรียนมเี หตผุ ลมากขึน้
ง. ทำใหน้ ักเรียนรู้จักสร้างและนำต้นแบบไปใช้

12. ข้อใดกลา่ วถงึ อัลกอริทึม ได้ถูกต้องทสี่ ดุ
ก. เป็นการแสดงแผนภาพการวิเคราะห์ข้อมูล
ข. เป็นการแสดงลำดบั ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา
ค. เปน็ การแสดงแผนผงั การสรุปข้อมูล
ง. เปน็ การแสดงตารางในการประเมินผลข้อมลู

13. จากผงั งานแบบลำดบั นักเรยี นคดิ วา่ สว่ นใด ใช้สัญลักษณ์ไม่ถกู ต้อง

เร่ิมตน้

กระบวนการ

กระบวนการ

ส้ินสดุ

ก.

ข. กระบวนการ

ค. เร่ิมตน้

ง. สิน้ สุด

14. วเิ คราะหป์ ญั หา > ออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา > การเขียนโปรแกรม จากกระบวนการดงั กล่าวคือขั้นตอนท่ใี ช้
สำหรบั การทำงานในข้อใด

ก. ขั้นตอนการวเิ คราะห์โปรแกรม
ข. ข้ันตอนการแก้ปัญหา
ค. ขน้ั ตอนการติดตงั้ โปรแกรม
ง. ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

15. การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรมมีความสำคัญอย่างไร
ก. สามารถตรวจสอบการวดั และประเมนิ ผลได้
ข. สามารถตรวจสอบเง่ือนไขข้อเท็จจริงได้
ค. สามารถตรวจสอบเพื่อหาข้อผดิ พลาดที่เกิดขึน้ และปรบั ปรงุ แก้ไขได้ถกู ต้อง
ง. สามารถตรวจสอบเพื่อหาการใชค้ ำผดิ

16. ข้อใดกลา่ วถงึ การเขียนผงั งาน เพือ่ อธิบายการทำงานของโปรแกรม การเขียนผังงานเพ่ืออธิบายโปรแกรมมี
ลกั ษณะเป็นอย่างไร

ก. การนำวตั ถปุ ระสงค์มาใช้แทนลำดับขนั้ ตอน
ข. การนำสัญลักษณม์ าใชแ้ ทนลำดบั ขั้นตอน
ค. การนำคำพดู มาเขยี นเรยี งความ
ง. การตอบคำถามจากสญั ลักษณ์

17. ขอ้ ใดคือลักษณะของข้อมูลที่ไมด่ ี
ก. ข้อมลู มีความถูกต้องและทันสมยั
ข. ขอ้ มลู ท่ีไม่มีแหลง่ อา้ งองิ ทีเ่ ชื่อถือได้
ค. ขอ้ มูลตรงกับความต้องการของผูใ้ ช้
ง. ขอ้ มูลมีความเรียบร้อยสมบรู ณ์

18. เวบ็ ไซตท์ ่ีใชส้ ำหรบั คน้ หาขอ้ มูลเรยี กว่าอะไร
ก. Search Everything
ข. Search Event
ค. Search Engine
ง. Search Angle

19. การคน้ หาข้อมลู โดยใชค้ ำสำคญั การคน้ หาขอ้ มูล ตามหมวดหมู่ และการค้นหาข้อมูลจากแหล่งอา้ งอิง เป็นการ
ค้นหาข้อมูลโดยผา่ นอะไร

ก. อินเทอร์เน็ต
ข. หนงั สอื
ค. สารานกุ รม
ง. วารสาร

20. ข้อใดกลา่ วถงึ โปรแกรม Scratch ไดถ้ ูกต้อง
ก. โปรแกรมที่ใช้สำหรบั การคำนวณพน้ื ที่
ข. โปรแกรมท่ใี ช้สำหรบั การวาดรปู
ค. โปรแกรมภาษา ที่ผ้เู รยี นสามารถเขียนคำส่งั ควบคุมการทำงานของตวั ละคร
ง. โปรแกรมสำหรับการแปลภาษา

21. ออมแอบถ่ายรูปเพ่อื นแลว้ สง่ ต่อไปยังเพ่อื นคนอื่น ๆ ในอินเทอร์เนต็ โดยไม่ได้รบั อนุญาต การกระทำของก๊ิก
ถอื ว่าออมเปน็ คนอยา่ งไร
ก. ออมเปน็ อาชญากรรมทางอินเทอรเ์ น็ต
ข. ออมไม่มีมารยาทในการใชง้ านอินเทอร์เน็ต
ค. ออมมมี นุษย์สัมพนั ธท์ ่ดี ตี ่อเพอื่ นรว่ มชั้น
ง. ออมมนี ิสยั ร่าเริง ชอบแกล้งเพอื่ น

22. บุคคลใดเปน็ อาชญากรรมทางอินเทอรเ์ น็ต
ก. นัทเผยแพร่วดี ีโอการทำอาหารลงอินเทอร์เน็ต
ข. แซมถา่ ยรปู เพ่ือนแล้วสง่ ต่อไปยังคนอนื่ โดยได้รับอนุญาต
ค. ครีมใช้คอมพวิ เตอรข์ องเพื่อนเพ่ือสืบค้นขอ้ มลู ในอนิ เทอร์เน็ต
ง. ฟา้ คดั ลอกผลงานของเพอื่ นและนำไปสง่ ครู

23. บคุ คลใดไม่มีมารยาทในการติดต่อสือ่ สารผา่ นอนิ เทอร์เน็ต
ก. กบตรวจสอบข้อมลู ให้ถูกต้องก่อนส่งใหผ้ ูอ้ ่ืน
ข. กลา้ ใช้ศัพทส์ แลงในการสื่อสาร
ค. แก้วไมเ่ ผยแพร่ข้อมลู ส่วนตัวของผอู้ ืน่
ง. กกิ๊ ใชข้ ้อความทีส่ ้ัน กะทัดรัด และเข้าใจงา่ ย

24. ขั้นตอนแรกของการรวบรวมข้อมูลคอื ขอ้ ใด
ก. วางแผนในการสบื คน้
ข. กำหนดวตั ถปุ ระสงค์และความต้องการ
ค. พิจารณาแหล่งข้อมูล
ง. วิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถือ

25. ข้อใดต่างจากพวก
ก. “นำ้ นมมีแคลเซยี มชว่ ยให้รา่ งกายแขง็ แรง”
ข. “การด่มื นมช่วยใหน้ อนหลับฝนั ดี”
ค. “แสงแดดในยามเชา้ มีประโยชน์ตอ่ รา่ งกาย”
ง. “แสงแดดมปี ระโยขน์”

26. ขอ้ มูล (Data) หมายถงึ ข้อใด
ก. ขอ้ ควรรเู้ กยี่ วกับข้อมูลตา่ ง ๆ
ข. ข้อสรุปแห่งองค์ความรู้
ค. ขอ้ สนั นิษฐานในการสบื คน้ ขอ้ มลู
ง. ขอ้ เทจ็ จริงทเี่ ก่ยี วข้องกับสิ่งต่าง ๆ ท่เี กิดขึน้ จากการสังเกต จดบันทกึ หรือการสมั ภาษณ์

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นพิจารณาโปรแกรมอเี มลตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคำถามข้อ 27 - 30

27. ก. พิมพเ์ นื้อความ
ข. แนบไฟล์เอกสาร
ค. ระบุช่ือเรอ่ื ง
ง. ระบอุ ีเมลผู้รับ

28. ก. พมิ พเ์ นื้อความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบุชอ่ื เรื่อง
ง. ระบุอีเมลผรู้ ับ

29. ก. พิมพ์เน้ือความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบุชือ่ เร่อื ง
ง. ระบุอเี มลผรู้ ับ

30. ก. พิมพ์เนื้อความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบชุ ่ือเรือ่ ง
ง. ระบุอีเมลผ้รู ับ



แบบทดสอบ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเลือกข้อท่ถี กู ต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว

1. บลอ็ กคำส่งั repeat ใช้ในการทำงานแบบใด
ก. ใช้หยดุ การทำงานทงั้ หมด ของโปรแกรม
ข. ใชเ้ ปรียบเทียบค่า 2 คา่
ค. การทำงานแบบวนซ้ำ
ง. ใชต้ รวจสอบ การสมั ผัสระหว่างสี

2. ข้อใด คือ บล็อกคำสัง่ ที่ใช้ในการลากเสน้
ก. ask and wait
ข. repeat
ค. pen up
ง. move

3. การเขยี นรหัสลำลอง มีประโยชนอ์ ย่างไร
ก. ชว่ ยในการทำงาน
ข. ช่วยในการแกป้ ญั หา
ค. ชว่ ยในการเพิ่มขนึ้ หรือลดลงจากเดิมตามจำนวนทีก่ ำหนด
ง. ช่วยในการวางแผนในการเขยี นโปรแกรม

4. ขอ้ ใดคือเว็บไซต์ทเี่ กี่ยวข้องกบั การศกึ ษา
ก. เวบ็ ไซตท์ ี่ลงท้ายดว้ ย .com
ข. เว็บไซตท์ ีล่ งท้ายดว้ ย .co.th
ค. เวบ็ ไซตท์ ลี่ งทา้ ยด้วย .ac.th
ง. เวบ็ ไซตท์ ่ีลงทา้ ยด้วย .or.th

5. บล็อกคำสั่ง forever ใชใ้ นการทำงานแบบใด
ก. ใช้ครอบชุดคำสัง่ ท่ีตอ้ งการทำซ้ำไปเร่ือย ๆ ไม่ส้นิ สดุ
ข. ใช้ตรวจสอบ การสมั ผัสระหวา่ งสี
ค. การทำงานแบบวนซำ้
ง. ใชเ้ ปรียบเทยี บคา่ 2 คา่

6. จุดประสงคข์ องการถา่ ยทอดสด (LIVE) คือ ข้อใด
ก. การแสดงพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมผา่ นสื่ออนไลน์
ข. การแสดงความคิดเหน็ ในสื่อสงั คม
ค. การเผยแพรค่ วามร้หู รือสงิ่ ทีต่ ้องการนำเสนอให้ผู้สนใจผา่ นส่ือออนไลน์
ง. การปกปดิ พฤตกิ รรมที่พงึ ประสงคผ์ ่านสอื่ ออนไลน์

7. ขอ้ ใดต่อไปนี้ คือ ข้อความที่มี “ข้อเทจ็ จรงิ ”
ก. เพราะชวี ติ ขาดหวานไม่ได้
ข. ด่มื น้ำแร่จากธรรมชาติ สดชน่ื เหมอื นยืนอยู่เนินเขา
ค. แป้งเดก็ น้ีอ่อนโยนจากธรรมชาติ
ง. สัมผัสจากแม่เปน็ จรงิ สำคัญ

8. ข้อใดต่อไปนี้ คือ ข้อความทมี่ ี “ข้อคดิ เหน็ ”
ก. “นำ้ นมมแี คลเซยี มช่วยให้รา่ งกายแข็งแรง”
ข. “การด่ืมนมชว่ ยใหน้ อนหลับฝันดี”
ค. “แสงแดดในยามเช้ามีประโยชน์ตอ่ ร่างกาย”
ง. “แสงแดดมีประโยขน”์

9. ถ้าโปรแกรมคา้ งและขน้ึ คำว่า “Not responding” นกั เรียนจะแก้ไขอยา่ งไร
ก. ปิดโปรแกรม โดยกดปุ่ม Ctrl (Control) ปุม่ Alt (Alternate) และปุม่ Del (Delete) พรอ้ มกัน

จากน้นั คลิกท่ี Task Manager จะปรากฎหน้าต่างโปรแกรม ใหเ้ ลือกโปรแกรมท่ีเราต้องการจะปดิ การทำงาน และ
คลิก End task / End process

ข. ปดิ โปรแกรม โดยกดปมุ่ Alt (Alternate) และป่มุ Del (Delete) พร้อมกัน จากนั้นคลิกท่ี Task
Manager จะปรากฎหนา้ ตา่ งโปรแกรม ใหเ้ ลือกโปรแกรมท่ีเราต้องการจะปดิ การทำงาน และคลิก End task /
End process

ค. ปดิ โปรแกรม โดยกดปมุ่ Alt (Alternate) และป่มุ Del (Delete) พรอ้ มกนั จากนั้นคลิกท่ี Task
Manager จะปรากฎหน้าตา่ งโปรแกรม ให้เลือกโปรแกรมท่ีเราตอ้ งการจะปิดการทำงาน และคลกิ End task /
End process

ง. ปดิ โปรแกรม โดยกดปุม่ Ctrl (Control) และป่มุ Del (Delete) พร้อมกนั จากน้นั คลกิ ท่ี Task
Manager จะปรากฎหนา้ ตา่ งโปรแกรม ให้เลือกโปรแกรมท่ีเราต้องการจะปดิ การทำงาน และคลกิ End task /
End process

10. “ทมี ฟุตบอลทีมหนง่ึ แพ้การแขง่ ขัน มแี ฟนกฬี าหลายคนเขา้ ไปแสดงความคิดเห็น ในเพจของทีมฟตุ บอล

ทีมนหี้ ลายรปู แบบ เช่น

1. ตำหนินกั กฬี าที่เล่นไมด่ ี 2. ใหก้ ำลังใจ

3. แนะนำใหเ้ ลิกเล่น 4. ชมนกั กีฬาบางคนและตำหนิบางคน

5. วิจารณ์การเล่นดว้ ยคำทีส่ ุภาพ 6. ใชค้ ำด่าทีห่ ยาบคาย

7. กดปุ่มถกู ใจให้ข้อความท่ีต่าหยาบคาย”

จากข้อความข้างตน้ นกั เรียนคิดวา่ วธิ ีการใดควรปฏิบตั ิ
ก. ขอ้ 1. และ และ ขอ้ 7.
ก. ขอ้ 2. และ และ ขอ้ 5.
ค. ข้อ 4. และ และ ขอ้ 6.
ค. ข้อ 3. และ และ ขอ้ 1.

11. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องการแกป้ ญั หาอย่างมรี ะบบ
ก. ทำใหน้ ักเรียนร้จู กั การวางแผน
ข. ทำใหน้ ักเรยี นร้จู ักการแกป้ ัญหา
ค. ทำใหน้ กั เรียนมเี หตผุ ลมากขึน้
ง. ทำใหน้ กั เรียนรู้จักสร้างและนำต้นแบบไปใช้

12. ข้อใดกลา่ วถงึ อลั กอริทึม ได้ถูกต้องทสี่ ดุ
ก. เป็นการแสดงแผนภาพการวิเคราะห์ข้อมูล
ข. เป็นการแสดงลำดบั ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา
ค. เปน็ การแสดงแผนผงั การสรุปข้อมูล
ง. เปน็ การแสดงตารางในการประเมินผลข้อมลู

13. จากผงั งานแบบลำดบั นักเรยี นคดิ วา่ สว่ นใด ใช้สัญลักษณ์ไม่ถกู ต้อง

เร่ิมตน้

กระบวนการ

กระบวนการ

สน้ิ สดุ

ก.

ข. กระบวนการ

ค. เร่ิมตน้

ง. สิน้ สุด

14. วเิ คราะหป์ ญั หา > ออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา > การเขียนโปรแกรม จากกระบวนการดงั กล่าวคือขั้นตอนท่ใี ช้
สำหรบั การทำงานในข้อใด

ก. ขั้นตอนการวเิ คราะห์โปรแกรม
ข. ขน้ั ตอนการแก้ปัญหา
ค. ขน้ั ตอนการติดตงั้ โปรแกรม
ง. ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

15. การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรมมีความสำคัญอย่างไร
ก. สามารถตรวจสอบการวดั และประเมนิ ผลได้
ข. สามารถตรวจสอบเง่ือนไขข้อเท็จจริงได้
ค. สามารถตรวจสอบเพื่อหาข้อผดิ พลาดที่เกิดขึน้ และปรบั ปรงุ แก้ไขได้ถกู ต้อง
ง. สามารถตรวจสอบเพื่อหาการใชค้ ำผดิ

16. ข้อใดกลา่ วถงึ การเขียนผงั งาน เพือ่ อธิบายการทำงานของโปรแกรม การเขียนผังงานเพ่ืออธิบายโปรแกรมมี
ลกั ษณะเป็นอย่างไร

ก. การนำวตั ถปุ ระสงค์มาใช้แทนลำดับขนั้ ตอน
ข. การนำสัญลักษณม์ าใชแ้ ทนลำดบั ขั้นตอน
ค. การนำคำพดู มาเขยี นเรยี งความ
ง. การตอบคำถามจากสญั ลักษณ์

17. ขอ้ ใดคือลักษณะของข้อมูลที่ไมด่ ี
ก. ข้อมลู มีความถูกต้องและทันสมยั
ข. ข้อมลู ที่ไม่มีแหลง่ อา้ งองิ ทีเ่ ชื่อถือได้
ค. ขอ้ มูลตรงกับความต้องการของผูใ้ ช้
ง. ขอ้ มูลมีความเรียบร้อยสมบรู ณ์

18. เวบ็ ไซตท์ ่ีใชส้ ำหรบั คน้ หาขอ้ มูลเรยี กว่าอะไร
ก. Search Everything
ข. Search Event
ค. Search Engine
ง. Search Angle

19. การคน้ หาข้อมลู โดยใชค้ ำสำคญั การคน้ หาขอ้ มูล ตามหมวดหมู่ และการค้นหาข้อมูลจากแหล่งอา้ งอิง เป็นการ
ค้นหาข้อมูลโดยผา่ นอะไร

ก. อินเทอร์เน็ต
ข. หนงั สอื
ค. สารานกุ รม
ง. วารสาร

20. ข้อใดกลา่ วถงึ โปรแกรม Scratch ไดถ้ ูกต้อง
ก. โปรแกรมที่ใช้สำหรบั การคำนวณพน้ื ที่
ข. โปรแกรมท่ใี ช้สำหรบั การวาดรปู
ค. โปรแกรมภาษา ที่ผ้เู รยี นสามารถเขียนคำส่งั ควบคุมการทำงานของตวั ละคร
ง. โปรแกรมสำหรับการแปลภาษา

21. ออมแอบถ่ายรูปเพ่อื นแลว้ สง่ ต่อไปยังเพ่อื นคนอื่น ๆ ในอินเทอร์เนต็ โดยไม่ได้รบั อนุญาต การกระทำของก๊ิก
ถอื ว่าออมเปน็ คนอยา่ งไร
ก. ออมเปน็ อาชญากรรมทางอินเทอรเ์ น็ต
ข. ออมไม่มีมารยาทในการใชง้ านอินเทอร์เน็ต
ค. ออมมมี นุษย์สัมพนั ธท์ ่ดี ตี ่อเพอื่ นรว่ มชั้น
ง. ออมมนี สิ ยั ร่าเริง ชอบแกล้งเพอื่ น

22. บุคคลใดเปน็ อาชญากรรมทางอินเทอรเ์ น็ต
ก. นัทเผยแพร่วดี ีโอการทำอาหารลงอินเทอร์เน็ต
ข. แซมถา่ ยรปู เพ่ือนแล้วสง่ ต่อไปยังคนอนื่ โดยได้รับอนุญาต
ค. ครีมใช้คอมพวิ เตอรข์ องเพื่อนเพ่ือสืบค้นขอ้ มลู ในอนิ เทอร์เน็ต
ง. ฟา้ คดั ลอกผลงานของเพอื่ นและนำไปสง่ ครู

23. บคุ คลใดไม่มีมารยาทในการติดต่อสือ่ สารผา่ นอนิ เทอร์เน็ต
ก. กบตรวจสอบข้อมลู ให้ถูกต้องก่อนส่งใหผ้ ูอ้ ่ืน
ข. กลา้ ใช้ศัพทส์ แลงในการสื่อสาร
ค. แก้วไมเ่ ผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผอู้ ืน่
ง. กกิ๊ ใชข้ ้อความทีส่ ้ัน กะทัดรัด และเข้าใจงา่ ย

24. ขั้นตอนแรกของการรวบรวมข้อมูลคอื ข้อใด
ก. วางแผนในการสบื คน้
ข. กำหนดวตั ถปุ ระสงค์และความตอ้ งการ
ค. พิจารณาแหล่งข้อมูล
ง. วิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถือ

25. ข้อใดต่างจากพวก
ก. “นำ้ นมมีแคลเซยี มชว่ ยให้รา่ งกายแขง็ แรง”
ข. “การด่มื นมช่วยใหน้ อนหลับฝันดี”
ค. “แสงแดดในยามเชา้ มีประโยชน์ตอ่ รา่ งกาย”
ง. “แสงแดดมปี ระโยขน์”

26. ขอ้ มูล (Data) หมายถงึ ข้อใด
ก. ขอ้ ควรรเู้ กยี่ วกับข้อมูลตา่ ง ๆ
ข. ขอ้ สรุปแห่งองค์ความรู้
ค. ขอ้ สนั นิษฐานในการสบื คน้ ขอ้ มลู
ง. ขอ้ เทจ็ จริงทเี่ ก่ยี วข้องกับสิ่งต่าง ๆ ท่เี กิดขึน้ จากการสังเกต จดบันทกึ หรือการสมั ภาษณ์

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นพิจารณาโปรแกรมอเี มลตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคำถามข้อ 27 - 30

27. ก. พิมพเ์ นื้อความ
ข. แนบไฟล์เอกสาร
ค. ระบุช่ือเรอ่ื ง
ง. ระบอุ ีเมลผู้รับ

28. ก. พมิ พเ์ นื้อความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบุชอ่ื เรื่อง
ง. ระบุอีเมลผรู้ ับ

29. ก. พิมพ์เน้ือความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบุชือ่ เร่อื ง
ง. ระบุอเี มลผรู้ ับ

30. ก. พิมพ์เนื้อความ
ข. แนบไฟลเ์ อกสาร
ค. ระบชุ ่ือเรือ่ ง
ง. ระบุอีเมลผ้รู ับ



ชื่อ.................................................................................................................... ชัน้ .................. เลขท่ี ................
ใบงาน

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาขอ้ มูลและคำตอบตอ่ ไปน้ี

น้องมาลนิ ต้องช่วยคณุ แม่จดั ขนมครกหนา้ ต่างๆไปแจกในงานวันเดก็ โดยคณุ แมม่ หี น้าขนมทงั้ หมด
8 หนา้ แตล่ ะหนา้ มจี ำนวนชนิ้ ไมเ่ ทา่ กันดังขอ้ มูลตามรายการดา้ นล่าง

A B
1 หนา้ ขนมครก จำนวน (ชน้ิ )
2 เผอื ก
3 มนั มว่ ง 30
4 ฝอยทอง 29
5 ข้าวโพด 50
6 ลูกเกด 58
7 ฝอยหยก 25
8 มะพรา้ ว 55
9 กุยช่าย 62
10 จำนวนหนา้ ขนมครกทั้งหมด 100
11 จำนวนหน้าขนมครกท่มี มี ากกว่า 30 ถาด

คุณแม่ขอให้ช่วยจัดขนมครก จำนวน 30 ชดุ เพือ่ แจกให้คน 30 คน โดยใชห้ น้าขนมหลายหนา้ เทา่ ที่จดั
ได้ นกั เรียนช่วยนอ้ งมาลินแก้ปญั หาดังตอ่ ไปนี้

1. เขยี นสูตรลงในชอ่ ง B10 เพื่อนับหนา้ ของขนมครกทงั้ หมดทม่ี ี
สูตรท่ีไดค้ ือ....................................................................................................................................................

2. เขียนสูตรลงในช่อง B11 (สมี ่วง) เพ่ือนบั หน้าขนมครกท่ีมีจำนวนเกนิ 30 ชน้ิ
สตู รทไ่ี ด้คือ....................................................................................................................................................

ชือ่ .................................................................................................................... ชนั้ .................. เลขท่ี ................

ใบงาน การทำโตเกยี ว

คำชี้แจง พิจารณารายการวัตถดุ ิบและปริมาณท่ใี ชใ้ นการทำโตเกียว แล้วตอบคำถามต่อไปน้ี

รายการวตั ถดุ ิบ

วัตถดุ ิบ ปริมาณ (ส่วน)
แปง้ โตเกยี ว 30
พรกิ เผา 8
เนลทูลา 12
8
แยม 16
หมูหยอง 6
ไขน่ กกระทา 8
กล้วยหอม

รายการวตั ถดุ ิบ

เมนูโตเกยี ว แปง้ พรกิ เผา เนลทูลา แยม หมูหยอง ไข่นก กลว้ ยหอม
โตเกียว กระทา

พรกิ เผา 32 - - 2 - -

หมูหยอง

พรกิ เผา 32 - - - 3 -

ไข่นกกระทา

เนลทูลา 3 3-- -4

กล้วยหอม

เนลทูลา 3 34- - -

แยม

แยมกล้วย 3 -4- -4

แยมเนลทลู า 3 34- - -

ชื่อ.................................................................................................................... ช้ัน .................. เลขท่ี ................
การทำโตเกยี ว

1. ต้องการรบั ประทานโตเกียว 3 ชน้ิ ท่ไี ส้ไม่ซำ้ กนั สามารถเลอื กเมนอู ะไรไดบ้ ้าง

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
....................................................................................................................... ......................................................

2. จากจำนวนรายการของวตั ถดุ ิบทม่ี ีและปริมาณท่ใี ช้ในแต่ละเมนจู ะสามารถทำโตเกยี วได้ก่เี มนูอะไรบา้ งเมนู
ละก่ชี ้นิ และแตล่ ะทางเลอื กเหลือวัตถดุ บิ อะไรบา้ งใหส้ ร้างทางเลอื กอย่างน้อย 2 ทางเลือกทางเลือกท่ี 1

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
วัตถดุ ิบที่เหลือ..................................................................................................................

.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
วตั ถดุ บิ ทีเ่ หลือ......................................................................................................................................................

3. ถา้ ต้องการใช้วตั ถดุ ิบใหห้ มดตอ้ งทำเมนูอะไรบ้างเมนูละกีช่ นิ้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ...........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................

ช่อื .................................................................................................................... ชัน้ .................. เลขท่ี ................
ใบงาน

คำช้แี จง ให้นักเรยี นจับค่กู ับเพื่อน แลว้ เขียนโปรแกรมดังต่อไปน้ี

1. บลอ็ กคำสั่งท่ีปรากฏในโปรแกรมทำหนา้ ที่อะไรบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

2. ตวั เลขใน คอื โนต้ อะไรและทราบได้อยา่ งไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

3. นกั เรยี นชว่ ยกันเขยี นโปรแกรมเพลงที่ชอบโดยแบ่งกันเขียนคนละหน่ึงท่อน แล้วนำมาประกอบกัน

เปน็ เพลง

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

4. นำเสนอเพลงให้เพื่อกลมุ่ อน่ื ฟัง

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

ชื่อ.................................................................................................................... ชั้น .................. เลขที่ ................

ใบงาน

คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นอา่ นสถานการณ์และเงอื่ นไขทีก่ ำหนดใหอ้ ยา่ งละเอียด จากนั้นให้นกั เรยี น
เขียนโปรแกรม จากข้อมูลทก่ี ำหนดใหข้ ้างตน้ ดว้ ยโปรแกรม Scratch

สถานการณ์ :
แมนตอ้ งการเขยี นโปรแกรมตรวจสอบการรบั ประทานอาหารเยน็ ของนักเรียนภายในห้องเรยี น
โดยมเี งอ่ื นไข ดงั น้ี
1. ถ้าตอบ “0” ใหแ้ สดงคำว่า “ไม่ไดท้ านอาหารเยน็ ”
2. ถ้าตอบ “1” ให้แสดงคำว่า “ทานอาหารเยน็ แลว้ ”

จงเขยี นโปรแกรมตามรายละเอยี ดข้างต้นด้วยโปรแกรม Scratch

ช่ือ.................................................................................................................... ชั้น .................. เลขท่ี ................
ใบงาน

คำชี้แจง ใหพ้ ิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้ แลว้ ทำเคร่ืองหมาย  หน้าข้อทสี่ ามารถถ่ายทอดสดผา่ น
สื่อสั่งคมได้ และทำเคร่ืองหมาย  หน้าขอ้ ท่ีไม่ควรถ่ายทอดสด

1. ขณะทเี่ พ่ือนกำลงั ลา้ งหน้าอยู่ในหอ้ งน้ำของโรงเรียน
2. ขณะทเ่ี พื่อนแอบรับประทานอาหารในห้องเรยี น
3. ขณะท่ีเพื่อนกำลังทะเลาะกัน
4. ขณะถีบจักรยานเพ่อื ใหเ้ พ่ือนเหน็ ว่าตนเองมจี ักรยานใหม่
5. ขณะดูการแขง่ ขนั ฟุตบอลของศิษย์เกา่ เพื่อให้คุณพ่อที่ขาเจ็บอยูบ่ ้านได้

เห็นบรรยากาศ
6. ขณะไปช่วยงานการกุศลหรือจิตอาสาเพ่ือชกั ชวนใหเ้ พ่ือน ๆ มาช่วยงาน
7. เม่อื เพ่ือนสะดุดขอนไม้หกล้ม
8. ขณะคุณพ่อสาธติ วธิ ีการติดตัง้ ระบบรดนำ้ ตน้ ไม้ เพื่อให้ความรู้
9. ขณะกำลงั ซอ้ มดนตรี
10. ขณะด่าทอผู้อืน่ ให้เพือ่ น ๆ ฟงั

ชื่อ.................................................................................................................... ชนั้ .................. เลขท่ี ................

ใบงาน

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นระบายสี วาดรูปตามเงอื่ นไขและตอบคำถามต่อไปนี้

1. ระบายสใี นข่องท่ีกำหนดให้ต่อไปน้ี E
(B1), (C1), (D1), (B2), (B3), (C3), (D3), (D4), (B5), (C5), (D5)

1
2
3
4
5

ABCD

รูปทีไ่ ด้
คือ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. ให้วาดรูปรปู สเ่ี หลีย่ มจตั ุรัสท่ีมดี า้ นขนาด 4 หนว่ ย โดยให้จดุ A คือมุมล่างซ้าย

A

ช่อื .................................................................................................................... ช้ัน .................. เลขท่ี ................

ใบงาน

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาโปรแกรมอีเมลตอ่ ไปน้ี แล้วเติมตัวเลขหน้าสว่ นประกอบของอเี มล
ใน  ตามตำแหน่งท่ีสมั พนั ธก์ นั

สว่ นประกอบของอเี มล
1. พมิ พเ์ นื้อความ
2. แนบไฟลเ์ อกสาร
3. ระบชุ ่อื เรื่อง
4. ระบอุ ีเมลผู้รับ

ชอื่ .................................................................................................................... ช้ัน .................. เลขที่ ................
ใบงาน

คำชีแ้ จง ให้พิจารณาพฤติกรรมการใชโ้ ทรศพั ท์หรือสมาร์ตโฟนในท่สี าธารณะ แลว้ ทำ
เคร่ืองหมาย  หน้าข้อท่สี ามารถทำได้ และทำเครื่องหมาย  หนา้ ข้อท่ีไมค่ วรทำ

1. เล่นเกมส์ ROV ขณะฟังหนา้ เสาธง
2. เปิดเสียงเรียกเข้าเสยี งดังขณะอยู่ในห้องสมุด
3. สง่ ข้อความหาเพื่อนผ่านโปรแกรมสนทนาในห้องเรียนขณะครสู อน
4. อ่านขา่ วออนไลน์ในรถไฟฟา้ BTS
5. ดคู ลปิ ออนไลน์ระหวา่ งเดนิ ขา้ มถนน
6. รบั สายเรียกเขา้ ขณะชมภาพยนตร์
7. ดูละครย้อนหลังผา่ นสมาร์ตโฟนบนรถโดยสารที่มคี นแน่น
8. คุยกบั เพ่ือนผา่ นส่ือสังคมออนไลน์ ขณะรบั ประทานอาหารร่วมกันใน

ครอบครวั
9. ถ่ายภาพขณะการนั่งชมการแข่งขนั ตะกรอ้ ท่ีสนามกีฬา
10. ฟังเพลงจากสมารท์ โฟนขณะนั่งรอผ้ปู กครองมารบั ท่ีโรงเรยี น

ช่ือ.................................................................................................................... ชน้ั .................. เลขที่ ................

ใบงาน

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นเติมตัวเลข 1 ถึง 9 ในแต่ละชอ่ งของตารางหลักขนาด 9x9 ชอ่ ง ซ่ึงประกอบด้วยตาราง
ย่อย 3x3 ชอ่ ง ตัวเลขบางตัวแสดงไวใ้ ห้แลว้ ในบางช่อง ตวั เลขแตล่ ะตวั จะมีได้แค่หนึ่งตำแหน่งเท่านน้ั ในแต่ละ
แถว ในแตล่ ะสดมภ์ และในแตล่ ะตารางย่อย

45 6

72

9 62 1

17 2

4623

3 51

5 31 9

35

8 43

ชือ่ .................................................................................................................... ชนั้ .................. เลขท่ี ................

ใบงาน

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาขอ้ ความท่ีกำหนดใหต้ ่อไปนี้ และทำเครอ่ื งหมาย ✓ ด้านหนา้ ข้อความทีน่ ำ
ข้อมลู ท่ีดมี าใช้งาน และทำเครือ่ งหมาย  ด้านหนา้ ข้อความทีน่ ำข้อมลู ที่ไม่ดีมาใชง้ าน

1. มาริสาเหน็ เพื่อนในห้องโพสตข์ ้อความในส่อื สังคมออนไลนว์ ่า
............................... “พรุ่งนโี้ รงเรยี นหยุด” จงึ โพสต์ข้อมลู น้ีตอ่ ให้เพื่อน ๆ ภายในห้องเรียน

2. ลกั ษณาต้องทำการบ้านเรื่องข้อมลู ทด่ี ี จึงไปหาข้อมลู เพิ่มเตมิ ทหี่ ้องสมุด
............................... ภายในโรงเรียน เพื่อทำการบ้านและสง่ ใหค้ รูตามเวลาที่กำหนด

. 3. ธรี ศักด์ิต้องการเดนิ ทางไปจังหวดั บรุ รี มั ยด์ ว้ ยเคร่อื งบิน จึงค้นหาข้อมลู
.............................. จากเวบ็ ไซตส์ ายการบิน เพ่ือนำข้อมลู ราคาค่าโดยสารมาเปรียบเทยี บ
ก่อนตัดสนิ ใจเดินทาง

4. หนอ่ ยอยากมีผวิ พรรณดี ขาวใส จงึ คน้ หาขอ้ มูลเกยี่ วกับอาหารเสริมต่าง ๆ
............................... จากอนิ เทอร์เนต็ เพ่ือประกอบการตดั สนิ ใจในการเลือกซ้ือ

5. เอกและกติ ต้องทำรายงานวิชาภาษาองั กฤษส่งครู ดังนน้ั จงึ หาข้อมลู
............................... จากอนิ เทอร์เน็ตและหนังสือหลาย ๆ เล่ม และจัดทำเป็นรายงานสง่ คุณครู

ชอ่ื .................................................................................................................... ช้ัน .................. เลขท่ี ................

ใบงาน

คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นรวบรวมข้อมูลตามขน้ั ตอนการรวบรวมทง้ั 5 ขนั้ ตอน เพื่อสำรวจในประเดน็
ทนี่ กั เรียนสนใจมาคนละ 1 ประเดน็ จากนั้นบนั ทึกผลอยา่ งละเอียด

1. ให้นกั เรยี นวางแผนรวบรวมข้อมูลตามขัน้ ตอนต่างๆ
ชือ่ หวั ขอ้ เรือ่ งที่นักเรยี นสนใจ ..............................................................................................................

ขน้ั ตอน รายละเอียด
ข้นั ตอนที่ 1 กำหนดวตั ถปุ ระสงค์ .................................................................................................
ข้นั ตอนท่ี 2 เลือกแหลง่ ข้อมูล .................................................................................................
ขัน้ ตอนท่ี 3 กำหนดวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู .................................................................................................
ขน้ั ตอนที่ 4 ดำเนนิ การรวบรวมขอ้ มูล .................................................................................................
.................................................................................................
ขน้ั ตอนท่ี 5 สรปุ ผลขอ้ มูล .................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................

2. ให้นักเรียนออกแบบสอบถามเพ่ือรวบรวมขอ้ มลู ตามประเดน็ ที่นกั เรยี นกำหนด

ชอื่ .................................................................................................................... ชน้ั .................. เลขท่ี ................

ใบงาน

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นพิจารณาตารางข้อมูลคะแนนสอบกลางภาคท้งั 4 รายวชิ า และตอบคำถามให้ถูกต้อง

ตารางข้อมูลคะแนนสอบกลางภาคทัง้ 4 รายวชิ า

เลขที่ รายช่อื รายวิชา รายวชิ า รายวชิ า รายวชิ า คะแนนรวม
วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์
10
1 สมศรี 4 3 2 1 15
3 6 11
2 สมบตั ิ 1 5 2 2 18
6 8 16
3 สมทรง 5 2 2 4 17
2 5 11
4 สมจิตร 1 3 2 5 14
1 5 11
5 สมพร 9 1 1 4 10
4 2
6 สมสมร 2 8

7 สมใจ 3 1

8 สมชาย 4 4

9 สมศักด์ิ 1 5

10 สมปอง 2 2

จากตารางข้อมลู คะแนนสอบกลางภาคทง้ั 4 รายวิชา ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง
โดยใช้วิธีการประมวลผลข้อมูลเพอ่ื เปรียบเทยี บข้อมลู

1. รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนคนใดได้คะแนนสูงท่สี ุด
2. รายวิชาคอมพิวเตอร์ นกั เรียนคนใดได้คะแนนทีต่ ่ำสุด
3. รายวิชาภาษาไทย นกั เรียนคนใดได้คะแนนสงู ท่ีสดุ
4. รายวิชาคณติ ศาสตร์ นักเรียนคนใดได้คะแนนสงู ที่สดุ เป็นลำดบั ท่ี 2
5. นักเรยี นคนใดได้มีคะแนนรวมทกุ วิชาเป็นลำดบั ที่ 1
6. นักเรียนคนใดไดม้ คี ะแนนรวมทกุ วิชาเปน็ ลำดบั สดุ ท้าย

ช่อื .................................................................................................................... ช้นั .................. เลขท่ี ................
ใบงาน

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นค้นหาข้อมลู เกย่ี วกับ “ตน้ รวงผง้ึ ” ซ่งึ เปน็ ตน้ ไมป้ ระจำพระองคใ์ นรัชกาลที่ 10
จากน้ันใหต้ อบคำถามให้ถกู ต้อง

1. ความสำคญั ของตน้ รวงผ้ึง

2. ประวัตคิ วามเปน็ มาของต้นรวงผ้งึ

3. ลักษณะของต้นรวงผ้ึง

ช่ือ.................................................................................................................... ช้นั .................. เลขท่ี ................
4. วิธกี ารปลูกและวิธกี ารดแู ลรักษา

5. ประโยชน์ของต้นรวงผึ้ง

แหลง่ ท่ีมาของข้อมูล :
1.
2.
3.
4.
5.

ชือ่ .................................................................................................................... ช้ัน .................. เลขท่ี ................
ใบงาน

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นบอกโปรแกรมสนทนาออนไลน์ทน่ี ักเรยี นใช้เปน็ ประจำ พร้อมวาดภาพสัญลกั ษณ์ของ
โปรแกรมทน่ี กั เรยี นใชง้ าน พร้อมอธบิ ายวา่ โปรแกรมสนทนาออนไลน์น้คี ืออะไร และมีประโยชน์กบั นักเรยี น
อย่างไรบ้าง

โปรแกรมสนทนาออนไลนท์ นี่ กั เรยี นใช้ คอื
............................................................................................................................................

สญั ลกั ษณ์

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชอ่ื .................................................................................................................... ชนั้ .................. เลขที่ ................

ใบงาน

คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ไปรษณีย์อิเลก็ ทรอนิกสค์ อื อะไร
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

2. อาชญากรรมทางอนิ เทอรเ์ นต็ คอื อะไร
............................................................................................................................ ............................................
............................................................................................................................. ...........................................

3. จงบอกมารยาทในการตดิ ตอ่ สื่อสารผา่ นอนิ เทอร์เนต็ มา 3 ข้อ
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

4. จงหาผลรวม และเขียนฟงั ก์ชนั ทใ่ี ช้ในการตัดสินใจจากตารางขอ้ มูลท่ีกำหนดให้
A BCDEFGH

1 Student Day1 Day2 Day3 Day4 Day5 Total Check
2 1 15 20 15 10 25 ? ?

หาผลรวม =…………………………………

“จงตรวจสอบว่ายอดรวมเงินออมมากกว่า 100 บาทใช่หรอื ไม่
ถา้ ใช่ให้ใส่เง่ือนไขว่า Yes แตถ่ า้ ไมใ่ ช่ใหใ้ สเ่ ง่ือนไขว่า No”

ฟังก์ชนั ท่ีใชใ้ นการตัดสนิ ใจ =……….(............................... , ……………… , ………………)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ปกี ารศึกษา ..........
เรอื่ ง ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรยี น เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน.........................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
-

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความร้,ู ทักษะ, เจตคต)ิ
1. มีความรู้ความเข้าใจแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

(เทคโนโลยี) และการวัดและประเมินผลวชิ าวิทยาศาสตร์
2. ชี้แจงเจตคติทมี่ ตี อ่ วิทยาศาสตร์ได้
3. ส่ือสารและนำความรู้ความเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้

3. สาระสำคญั
การปฐมนิเทศเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างครูกับนักเรียน เป็นการตกลงกันใน

เบอื้ งต้นก่อนที่จะเรม่ิ การเรียนการสอน ครไู ดร้ จู้ กั นักเรียนดียิ่งขึ้น รบั ทราบความต้องการ ความรู้สึก และเจต
คติต่อวิชาที่เรียน ในขณะเดียวกันนักเรียนได้ทราบความต้องการของครู แนวทางในการจัดการเรียนการสอน
และการวัดและประเมินผล สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวจะนำไปสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูสามารถจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้นักเรียนคลายความวิตกกังวล สามารถเรียนได้อย่างมี
ความสุข อันจะส่งผลให้นักเรยี นประสบความสำเรจ็ บรรลตุ ามเป้าหมายท่ีได้กำหนดไว้

4. สาระการเรยี นรู้
การปฐมนิเทศ
– แนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
– เจตคตติ ่อวิชาวทิ ยาศาสตร์
– การวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

6. ชิน้ งานหรือภาระงาน
-

7. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนนิ การเรยี นการสอนดังต่อไปนี้

1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครแู นะนำตนเองแลว้ ให้นกั เรยี นในหอ้ งเรยี นแนะนำตนเองทกุ คน
2. ครูอาจให้นักเรียนแนะนำทีละกลุ่มตัวอักษร หรือตามลำดับหมายเลขประจำตัว หรือตาม

แถวทน่ี งั่ ตามความเหมาะสม

2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูอธิบายข้อตกลงในการเรียนรายวิชาพื้นฐาน รวมถึงคำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน โครงสร้าง

รายวิชาพืน้ ฐาน และเนื้อหาทต่ี ้องเรยี นรูใ้ นรายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ว่ามีอะไรบา้ ง
2. ครถู ามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นเก่ยี วกับขนั้ ตอนการเข้าแถวเรยี งลำดับตามความสูง
3. ให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่า การเรียนด้วยวิธีการ ให้นักเรียนค้นคว้าด้วยตนเอง จากการ

ทดลองและปฏบิ ตั ิจรงิ เหมือนนักวิทยาศาสตร์ นกั เรียนคดิ วา่ มปี ระโยชน์หรือไม่
4. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามปัญหาเพอ่ื ทำความเขา้ ใจรว่ มกนั
5. ครแู นะนำวธิ กี ารเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ว่านกั เรยี นมวี ธิ กี ารเรียนรูห้ ลายแบบ เช่น
– ลงมือปฏิบัติกจิ กรรมทบี่ ้านและที่โรงเรยี น
– ค้นข้อมลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ
– อภิปรายกลมุ่ ยอ่ ย
– แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง
6. ครถู ามความคดิ เห็นของนักเรียนเก่ยี วกับการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ว่า การเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ใหป้ ระสบความสำเรจ็ ตอ้ งมีลักษณะนิสัยอยา่ งไร
7. ครใู ห้นักเรียนร่วมกนั ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น (แนวคำตอบ 1. ช่างสงั เกต เพราะ

การสงั เกตทำใหค้ น้ พบส่ิงใหม่ ๆ ซง่ึ นำไปส่กู ารค้นพบความรใู้ หม่ 2. อยากร้อู ยากเหน็ เพราะการเป็นคนอยากรู้
อยากเห็น ชา่ งคดิ ช่างสงสยั มกั คดิ ตัง้ คำถามเพ่อื คน้ หาคำตอบ ลักษณะนิสยั แบบนน้ี ำไปสกู่ ารค้นพบความรู้ใหม่
เสมอ 3. มีเหตผุ ล เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องอธิบายด้วยเหตแุ ละผล เมอ่ื ไดค้ วามรใู้ หม่ตอ้ งอธบิ ายได้ว่า
ผลท่ไี ด้เกดิ จากสาเหตุใด เมอื่ ทราบสาเหตุแล้วก็อธบิ ายไดว้ า่ ผลเป็นอย่างไรโดยเชื่อในหลักฐานทีส่ นับสนุน 4. มี
ความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ เพราะผู้ทม่ี ีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์เป็นผู้ทอ่ี ยากคดิ อยากทำในส่งิ ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่ง
นำไปสู่การค้นพบความรู้ใหม่ได้ 5. มีความพยายามและความอดทน เพราะผลของคำตอบไม่ใช่ได้มาโดยการ

ค้นคว้าและทดลองเพียงครั้งเดียว แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนในการผ่านอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้

ได้คำตอบ)

8. ครูแนะนำวิธีการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องนกั เรียน ซึ่งมีอัตราส่วนคะแนน ดังนี้

(1) การวดั และประเมินผลด้านความรู้ (K) 60 คะแนน

สอบกลางปี (ตามกำหนดการของโรงเรียน) 30 คะแนน

สอบปลายปี (ตามกำหนดการของโรงเรียน) 30 คะแนน

(2) การวัดและประเมนิ ผลดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) 30 คะแนน

– การประเมนิ การสงั เกต

– การประเมนิ การสำรวจ

– การประเมินการสบื คน้ ขอ้ มูล

– การประเมนิ โครงงานวิทยาศาสตร์

– การประเมนิ แฟ้มสะสมผลงาน

– การประเมินดา้ นทักษะ/กระบวนการ

– การประเมนิ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

(3) การวัดและประเมนิ ผลดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและจิตวิทยาศาสตร์ (A) 10 คะแนน

– การประเมนิ ดา้ นเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 10 คะแนน

คะแนนรวม 100 คะแนน

3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ความเข้าใจเกี่ยวกบั แนวทางการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เจต

คติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และการวดั และประเมนิ ผลวิชาวทิ ยาศาสตร์
2. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้

ครั้งต่อไป โดยให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าล่วงหน้าในหัวข้อนักเรียนมีวิธีการรีดชุดนักเรียนอย่างไร โดยใช้ใบงาน
สงั เกตก่อนเรยี น 1 ที่ครูจดั เตรยี มไวใ้ ห้ประกอบการศึกษาคน้ ควา้

3. ครูอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมและมอบหมายให้นักเรียนไปปฏิบัติกิจกรรมที่บ้าน
พร้อมทั้งให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกันใน
หอ้ งเรยี นครง้ั ต่อไป

7. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรยี นรู้ของนักเรียนทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมินความรเู้ ดิมจากการอภปิ รายในชน้ั เรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนักเรียน

การประเมินจากการทำกิจกรรม

ระดบั คะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ

รหัส สิ่งทป่ี ระเมนิ ระดับคะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล

S13 การตีความหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ

ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21

C4 การส่อื สาร

C5 ความร่วมมือ

8. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ..................................................
(.................................................)

วันท่ี........เดือน...............พ.ศ. ...........

9. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์

 ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอ่ื ..................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตำแหน่ง............................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
เรือ่ ง ตุก๊ ตาแมล่ กู ดก รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ครผู สู้ อน......................................... ปกี ารศึกษา ..........
เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ รูเ้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอยา่ งงา่ ย

2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ความร้,ู ทักษะ, เจตคติ)
1. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับการใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา
2. นักเรียนสามารถใช้รหสั ลำลองเพือ่ แสดงขน้ั ตอนในการทำงานหรือการแก้ปญั หาได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน

ชวี ิตประจำวนั ได้

3. สาระสำคัญ
รหัสลำลองเป็นการเขียนข้อความเป็นขั้นตอนเพื่อแสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหา

รหัสลำลองที่ดีควรมีความชัดเจน ทุกคนสามารถเข้าใจได้ตรงกัน เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการเขียนรหัส
ลำลองไปประยุกต์ใช้ในการแสดงขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้ กระดาษการทำอาหาร
การยืมคืนหนงั สอื ในหอ้ งสมดุ อัลกอรทิ มี สามารถแสดงได้ในรปู แบบของรหัสลำลองหรือผังงาน

4. สาระการเรยี นรู้
1. การใช้เหตผุ ลในการแกป้ ัญหา
2. การเขียนรหัสลำลองเพื่อแสดงขั้นตอนการแก้ปญั หาหรือการทำงาน

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. อยอู่ ย่างพอเพียง
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน

5. ชิ้นงานหรือภาระงาน
ใบกิจกรรม ที่ 1.1. ศิลปะตามคำบอก

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเน้นผ้เู รียนเปน็ สำคญั ดำเนินการเรยี นการสอนดงั ตอ่ ไปนี้

1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อให้นักเรียนบอกลำดับขั้นตอนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

(พิจารณาเลือกกิจกรรมตามบริบทของพ้นื ทีห่ รือประสบการณ์ของนักเรยี น) เช่น
- การทำไขเ่ จยี วมวี ธิ ีการอย่างไร
- การปลูกลิ้นจี่มวี ิธีการอย่างไร
- การเก็บข้าวโพดมวี ธิ ีการอยา่ งไร

2. ครูนำอภิปรายว่าข้ันตอนหรอื วิธีการที่เพื่อนบอกมานั้นนักเรยี นจำได้ทั้งหมดหรือไม่ มีความ
ชัดเจนหรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทุกขั้นตอนหรือไม่ และหากต้องการให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติตามได้
ควรแก้ไขหรือทำอยา่ งไร (เขยี นลงในกระดาษ/บอกเป็นขัน้ ตอนทีช่ ัดเจน)

3.จากนั้นให้นักเรียนระดมความคิดเพื่อทำให้วิธีการที่บอกมานั้นเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration)

1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในบทที่ 1 เรื่องตุ๊กตาแม่ลูกดก และอาจให้นักเรียนนำเสนอ
แนวคิดว่ าหากนักเรียนเป็นโป้งนักเรียนจะเขียนวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาอย่างไร จากนั้นร่วมกันอภิปรายและทำ
ความเข้าใจในประเด็นตา่ ง ๆ ในบทเรียน ตวั อยา่ งคำถามในการอภิปราย เช่น

- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาของโป้งในครั้งที่ 1 (หน้า 7) ยังไม่ชัดเจน
เพราะอะไร

- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 2 (หน้า 9) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร

- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 3 (หน้า 11) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร

- การเขยี นอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรยี งตุ๊กตาในคร้ังที่ 4 (หนา้ 12) ไดม้ ีการแก้ไขให้ดีข้ึน
อย่างไร

- นอกจากขั้นตอนการทำงานที่แม่ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วนักเรียนคิดว่ามีขั้นตอนในการ
ทำงานอะไรอกี บา้ งทพ่ี บในชีวิตประจำวัน

3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 1.1 ศิลปะตามคำบอก โดยให้นักเรียนทำทีละ

ข้อ แล้วสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอคำตอบและอภิปรายร่วมกันว่าคำตอบที่ได้ถูกต้องชัดเจน เป็นไปตาม
เงื่อนไขของโจทยห์ รือไมเ่ พราะอะไร

4. ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- เราสามารถบอกรายละเอียดของขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรือการทำงานต่าง ๆ ใน

รูปแบบใดบ้าง (เขียนเปน็ ความเรยี งเขยี นเป็นขอ้ เขียนเป็นผังงานวาดภาพ)
- ควรเขียนขนั้ ตอนหรือวธิ กี ารแก้ปญั หาอย่างไรเพ่ือให้เข้าใจง่ายและผู้อื่นปฏิบัติตามได้

อย่างถูกต้อง (เขียนให้ชัดเจนไม่กำกวม)
- การแก้ปัญหาเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่ มีวิธีการเดียวใช่หรือไม่อย่างไร (ไม่ใช่ปัญหาหนึ่งอาจมี

วิธีการแกไ้ ดแ้ ตกต่างกัน แตใ่ หผ้ ลลัพธต์ ามทต่ี อ้ งการเชน่ เดยี วกนั )
- นักเรียนจะนำความรู้ที่ไดจ้ ากบทเรยี นนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาหรือการทำกิจกรรมต่าง

ๆ ในชวี ติ ประจำวันอย่างไร (การบอกขน้ั ตอนในการทำงานต่าง ๆ ท่ชี ดั เจนวธิ กี ารแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี)
5. ขนั้ ประเมิน (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด

ใดบา้ งท่ียงั ไม่เข้าใจหรือยังมีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพ่ิมเติมใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
2. นกั เรยี นร่วมกนั ประเมนิ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมกลุ่มวา่ มีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แกไ้ ขอย่างไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ

กจิ กรรม และการนำความรู้ทไ่ี ดไ้ ปใช้ประโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมินผล
การประเมนิ การเรยี นรขู้ องนกั เรยี นทำได้ ดังนี้
1. ประเมนิ ความรเู้ ดิมจากการอภิปรายในช้นั เรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนักเรียน

การประเมินจากการทำกจิ กรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรงุ

รหัส สงิ่ ทีป่ ระเมนิ ระดบั คะแนน

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเห็นจากข้อมูล

S13 การตีความหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป

ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21

C4 การสอื่ สาร

C5 ความรว่ มมอื

8. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........


Click to View FlipBook Version