10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ขอ้ เสนอแนะ
ครูอาจใช้ตุ๊กตาแม่ลูกดกของจริงหรือแบบจำลองเป็นสื่อประกอบการสอนในบทเรียนเพื่อเสริมความ
เข้าใจใหก้ บั นักเรียน
แนวคำตอบแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. รหสั ลำลองในการเรียงจาน
1. หยบิ จานทุกใบออกจากชน้ั วางจานมาวางทโ่ี ตะ๊
2. หยิบจานใบใหญ่ทส่ี ุดไปวางบนชัน้ วางจาน
3. หยิบจานใบใหญท่ ี่สุดบนโตะ๊
4. วางจานไว้ดา้ นบนของใบก่อนหนา้ ที่อยู่บนชัน้ วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เร่ือย ๆ จนกระทงั่ จานวางซอ้ นกนั ครบทกุ ใบบนชัน้ วางจาน
ขอ้ 2. รหัสลำลองในการเรยี งจาน
1. หยบิ จานใบที่อยู่ด้านบนสุด
2. ใสจ่ านลงท่ีช่องดา้ นขวาสดุ ของช้นั วางจาน
3. หยิบจานใบบนสุดทีเ่ หลอื อยู่
4. ใส่จานลงช่องด้านซา้ ยที่อยู่ตดิ กบั ใบก่อนหน้านี้ของชน้ั วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เรอ่ื ย ๆ จนกระทงั่ จานทกุ ใบอยทู่ ่ชี ัน้ วางจาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ รายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศกึ ษา ..........
เรื่อง ตุก๊ ตาแม่ลกู ดก ตอน ทั้งหมดแถวตรง! เวลา 1 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน.........................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี ริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปญั หาอย่างง่าย
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ความร,ู้ ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นักเรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา
2. นกั เรยี นสามารถใช้รหสั ลำลองเพือ่ แสดงข้นั ตอนในการทำงานหรือการแกป้ ญั หาได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวนั ได้
3. สาระสำคัญ
รหัสลำลองเป็นการเขียนข้อความเป็นขั้นตอนเพื่อแสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหา
รหัสลำลองที่ดีควรมีความชัดเจน ทุกคนสามารถเข้าใจได้ตรงกัน เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการเขียนรหัส
ลำลองไปประยุกต์ใช้ในการแสดงขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้ กระดาษการทำอาหาร
การยมื คืนหนงั สอื ในห้องสมดุ อัลกอรทิ ีมสามารถแสดงได้ในรปู แบบของรหสั ลำลองหรือผังงาน
4. สาระการเรยี นรู้
1. การใช้เหตผุ ลในการแก้ปญั หา
2. การเขยี นรหสั ลำลองเพือ่ แสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หาหรือการทำงาน
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. อยู่อย่างพอเพยี ง
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
5. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
ใบกิจกรรม ท่ี 1.2 ทัง้ หมดแถวตรง!
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ดำเนินการเรยี นการสอนดังตอ่ ไปนี้
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อให้นักเรียนบอกลำดับขั้นตอนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
(พิจารณาเลอื กกจิ กรรมตามบรบิ ทของพ้นื ทห่ี รือประสบการณ์ของนักเรียน) เช่น
- การเก็บข้าวโพดมีวธิ ีการอยา่ งไร
- การกรดี ยางมีวธิ กี ารอย่างไร
- การวา่ ยนำ้ มวี ิธีการอยา่ งไร
- การถีบจักรยานมีวิธีการอยา่ งไร
2. ครูนำอภิปรายว่าข้ันตอนหรอื วิธีการที่เพื่อนบอกมาน้ันนักเรยี นจำได้ทัง้ หมดหรือไม่ มีความ
ชัดเจนหรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทุกขั้นตอนหรือไม่ และหากต้องการให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติตามได้
ควรแก้ไขหรอื ทำอยา่ งไร (เขียนลงในกระดาษ/บอกเปน็ ขัน้ ตอนที่ชดั เจน)
3.จากนั้นให้นักเรียนระดมความคิดเพื่อทำให้วิธีการที่บอกมานั้นเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
2. ขน้ั สำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในบทที่ 1 เรื่องตุ๊กตาแม่ลูกดก และอาจให้นักเรียนนำเสนอ
แนวคิดว่ าหากนักเรียนเป็นโป้งนักเรียนจะเขียนวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาอย่างไร จากนั้นร่วมกันอภิปรายและทำ
ความเข้าใจในประเด็นตา่ ง ๆ ในบทเรียน ตวั อย่างคำถามในการอภิปราย เชน่
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาของโป้งในครั้งที่ 1 (หน้า 7) ยังไม่ชัดเจน
เพราะอะไร
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 2 (หน้า 9) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 3 (หน้า 11) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร
- การเขียนอลั กอริทึมแสดงวิธีการจัดเรยี งตุ๊กตาในครั้งที่ 4 (หนา้ 12) ได้มีการแก้ไขให้ดีข้ึน
อย่างไร
- นอกจากขั้นตอนการทำงานที่แม่ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วนักเรียนคิดว่ามีขั้นตอนในการ
ทำงานอะไรอีกบา้ งทพ่ี บในชีวติ ประจำวนั
3. ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 1.2 ทั้งหมดแถวตรง! แล้วสุ่มนักเรียนออกมา
นำเสนอคำตอบ โดยเน้นกระบวนการคดิ หาคำตอบทลี ะขนั้ ตอน
4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปในประเดน็ ต่อไปนี้
- เราสามารถบอกรายละเอียดของขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรือการทำงานต่าง ๆ ใน
รปู แบบใดบ้าง (เขียนเปน็ ความเรียงเขยี นเปน็ ขอ้ เขียนเป็นผงั งานวาดภาพ)
- ควรเขียนขั้นตอนหรือวธิ ีการแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อให้เข้าใจง่ายและผู้อ่ืนปฏิบัติตามได้
อย่างถกู ตอ้ ง (เขยี นใหช้ ดั เจนไม่กำกวม)
- การแก้ปัญหาเรือ่ งใดเรื่องหนึง่ มีวิธีการเดียวใชห่ รือไม่อย่างไร (ไม่ใช่ปัญหาหนึง่ อาจมี
วิธกี ารแกไ้ ด้แตกตา่ งกัน แตใ่ ห้ผลลัพธ์ตามทต่ี อ้ งการเช่นเดยี วกนั )
- นักเรยี นจะนำความรู้ท่ีได้จากบทเรียนน้ีไปใช้ในการแก้ปญั หาหรือการทำกิจกรรมต่าง
ๆ ในชีวติ ประจำวนั อย่างไร (การบอกขนั้ ตอนในการทำงานต่าง ๆ ที่ชดั เจนวิธีการแกป้ ัญหาอาจทำได้หลายวิธี)
5. ข้ันประเมนิ (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด
ใดบ้างท่ียังไม่เขา้ ใจหรอื ยังมีขอ้ สงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพม่ิ เติมให้นกั เรยี นเข้าใจ
2. นกั เรียนร่วมกนั ประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่มวา่ มีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แก้ไขอย่างไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ
กิจกรรม และการนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรยี นรขู้ องนกั เรียนทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมนิ ความรเู้ ดิมจากการอภปิ รายในชน้ั เรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนักเรยี น
การประเมินจากการทำกจิ กรรม
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรงุ
รหัส สงิ่ ทีป่ ระเมนิ ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
S1 การสังเกต
S8 การลงความเห็นจากข้อมูล
S13 การตีความหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
C4 การสอื่ สาร
C5 ความรว่ มมอื
8. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ขอ้ เสนอแนะ
ครูอาจใช้ตุ๊กตาแม่ลูกดกของจริงหรือแบบจำลองเป็นสื่อประกอบการสอนในบทเรียนเพื่อเสริมความ
เข้าใจใหก้ บั นักเรียน
แนวคำตอบแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. รหสั ลำลองในการเรียงจาน
1. หยบิ จานทุกใบออกจากชน้ั วางจานมาวางทโ่ี ตะ๊
2. หยิบจานใบใหญ่ทส่ี ุดไปวางบนชน้ั วางจาน
3. หยิบจานใบใหญท่ ี่สุดบนโตะ๊
4. วางจานไว้ดา้ นบนของใบก่อนหน้าทีอ่ ยบู่ นชัน้ วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เร่อื ย ๆ จนกระทั่งจานวางซอ้ นกนั ครบทกุ ใบบนชน้ั วางจาน
ขอ้ 2. รหัสลำลองในการเรยี งจาน
1. หยบิ จานใบที่อยู่ด้านบนสุด
2. ใสจ่ านลงท่ีช่องดา้ นขวาสดุ ของชนั้ วางจาน
3. หยิบจานใบบนสุดทีเ่ หลอื อยู่
4. ใส่จานลงช่องด้านซา้ ยที่อยู่ตดิ กบั ใบกอ่ นหน้านี้ของชน้ั วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เร่ือย ๆ จนกระทัง่ จานทุกใบอยทู่ ่ชี ัน้ วางจาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ รายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา ..........
เรื่อง ตุก๊ ตาแม่ลกู ดก ตอน เกบ็ สีลงกลอ่ ง เวลา 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน.........................................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ญั หาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี ริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอยา่ งง่าย
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ความร้,ู ทักษะ, เจตคติ)
1. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา
2. นกั เรียนสามารถใช้รหสั ลำลองเพือ่ แสดงข้นั ตอนในการทำงานหรือการแกป้ ญั หาได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวนั ได้
3. สาระสำคญั
รหัสลำลองเป็นการเขียนข้อความเป็นขั้นตอนเพื่อแสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหา
รหัสลำลองที่ดีควรมีความชัดเจน ทุกคนสามารถเข้าใจได้ตรงกัน เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการเขียนรหัส
ลำลองไปประยุกต์ใช้ในการแสดงขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้ กระดาษการทำอาหาร
การยมื คืนหนงั สอื ในหอ้ งสมุด อลั กอริทีมสามารถแสดงได้ในรปู แบบของรหสั ลำลองหรือผังงาน
4. สาระการเรียนรู้
1. การใช้เหตุผลในการแกป้ ญั หา
2. การเขยี นรหสั ลำลองเพ่อื แสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หาหรือการทำงาน
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. อยู่อยา่ งพอเพียง
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
5. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
ใบกิจกรรม ท่ี 1.3 เกบ็ สีลงกล่อง
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ต่อไปน้ี
1. ข้นั สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อให้นักเรียนบอกลำดับขั้นตอนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
(พิจารณาเลือกกจิ กรรมตามบรบิ ทของพืน้ ที่หรอื ประสบการณ์ของนักเรยี น) เชน่
- การทำไขเ่ จียวมีวธิ ีการอยา่ งไร
- การปลกู ลิ้นจมี วี ิธีการอยา่ งไร
- การเก็บขา้ วโพดมวี ิธกี ารอย่างไร
- การกรดี ยางมีวธิ ีการอย่างไร
- การวา่ ยนำ้ มีวิธกี ารอยา่ งไร
- การถบี จักรยานมีวิธีการอยา่ งไร
2. ครูนำอภิปรายว่าข้ันตอนหรอื วิธีการท่ีเพื่อนบอกมานั้นนักเรยี นจำได้ทั้งหมดหรือไม่ มีความ
ชัดเจนหรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทุกขั้นตอนหรือไม่ และหากต้องการให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติตามได้
ควรแก้ไขหรอื ทำอยา่ งไร (เขยี นลงในกระดาษ/บอกเปน็ ข้นั ตอนท่ชี ดั เจน)
3.จากนั้นให้นักเรียนระดมความคิดเพื่อทำให้วิธีการที่บอกมานั้นเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนข้ึน
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในบทที่ 1 เรื่องตุ๊กตาแม่ลูกดก และอาจให้นักเรียนนำเสนอ
แนวคิดว่ าหากนักเรียนเป็นโป้งนักเรียนจะเขียนวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาอย่างไร จากนั้นร่วมกันอภิปรายและทำ
ความเขา้ ใจในประเดน็ ต่าง ๆ ในบทเรียน ตัวอยา่ งคำถามในการอภิปราย เช่น
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาของโป้งในครั้งที่ 1 (หน้า 7) ยังไม่ชัดเจน
เพราะอะไร
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 2 (หน้า 9) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร
- การเขียนอัลกอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 3 (หน้า 11) ยังไม่ชัดเจนเพราะ
อะไร
- การเขยี นอลั กอริทึมแสดงวิธีการจัดเรียงตุ๊กตาในครั้งที่ 4 (หนา้ 12) ไดม้ กี ารแก้ไขให้ดีขึ้น
อยา่ งไร
- นอกจากขั้นตอนการทำงานที่แม่ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วนักเรียนคิดว่ามีขั้นตอนในการ
ทำงานอะไรอีกบ้างท่ีพบในชีวิตประจำวนั
3. ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมท่ี 1.3 เก็บสีลงกล่อง โดยให้นกั เรียนพจิ ารณาสีที่
เหลืออยวู่ ่าสีใดถูกใชไ้ ปมากทีส่ ดุ และสีใดถกู ใช้ไปนอ้ ยทสี่ ดุ เม่อื นักเรียนทำใบกิจกรรมเสร็จแลว้ ครูสมุ่ นักเรียน
ออกมานำเสนอคำตอบและอภิปรายร่วมกันว่าคำตอบของแต่ละคนถูกต้องหรือไม่ ใช้จำนวนครั้งในการหยิบสี
เทา่ กันหรือไม่เพราะอะไร (จำนวนครั้งในการหยิบสีของแตล่ ะคนอาจไม่เท่ากนั )
4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- เราสามารถบอกรายละเอียดของขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรือการทำงานต่าง ๆ ใน
รปู แบบใดบ้าง (เขยี นเป็นความเรยี งเขยี นเปน็ ข้อเขยี นเป็นผงั งานวาดภาพ)
- ควรเขยี นขน้ั ตอนหรือวธิ กี ารแก้ปญั หาอย่างไรเพ่ือให้เข้าใจง่ายและผู้อื่นปฏิบัติตามได้
อย่างถกู ต้อง (เขยี นให้ชดั เจนไมก่ ำกวม)
- การแก้ปัญหาเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่ มีวิธกี ารเดียวใช่หรือไม่อย่างไร (ไม่ใช่ปัญหาหนึง่ อาจมี
วธิ กี ารแก้ได้แตกต่างกนั แตใ่ หผ้ ลลัพธต์ ามทีต่ ้องการเช่นเดียวกนั )
- นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้จากบทเรียนนไ้ี ปใช้ในการแก้ปญั หาหรือการทำกิจกรรมต่าง
ๆ ในชวี ติ ประจำวนั อย่างไร (การบอกขัน้ ตอนในการทำงานต่าง ๆ ทช่ี ดั เจนวธิ ีการแกป้ ัญหาอาจทำได้หลายวิธี)
5. ขนั้ ประเมนิ (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด
ใดบา้ งทีย่ งั ไม่เขา้ ใจหรอื ยังมีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
2. นกั เรียนรว่ มกนั ประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปญั หาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แก้ไขอยา่ งไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ
กจิ กรรม และการนำความร้ทู ี่ได้ไปใช้ประโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรยี นทำได้ ดังน้ี
1. ประเมินความรูเ้ ดมิ จากการอภปิ รายในชั้นเรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนกั เรียน
การประเมินจากการทำกิจกรรม
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง
รหสั สิ่งทปี่ ระเมิน ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
S1 การสงั เกต
S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู
S13 การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรุป
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
C4 การส่ือสาร
C5 ความรว่ มมอื
8. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ขอ้ เสนอแนะ
ครูอาจใช้ตุ๊กตาแม่ลูกดกของจริงหรือแบบจำลองเป็นสื่อประกอบการสอนในบทเรียนเพื่อเสริมความ
เข้าใจใหก้ บั นักเรียน
แนวคำตอบแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. รหสั ลำลองในการเรียงจาน
1. หยบิ จานทุกใบออกจากชน้ั วางจานมาวางทโ่ี ตะ๊
2. หยิบจานใบใหญ่ทส่ี ุดไปวางบนชน้ั วางจาน
3. หยิบจานใบใหญท่ ี่สุดบนโตะ๊
4. วางจานไวด้ ้านบนของใบก่อนหน้าท่ีอยบู่ นชัน้ วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เร่ือย ๆ จนกระทง่ั จานวางซอ้ นกนั ครบทกุ ใบบนชน้ั วางจาน
ขอ้ 2. รหัสลำลองในการเรยี งจาน
1. หยบิ จานใบที่อยู่ด้านบนสุด
2. ใสจ่ านลงท่ีช่องดา้ นขวาสดุ ของชนั้ วางจาน
3. หยิบจานใบบนสุดทีเ่ หลอื อยู่
4. ใส่จานลงช่องด้านซา้ ยที่อยู่ตดิ กบั ใบกอ่ นหน้านี้ของชน้ั วางจาน
5. ทำซำ้ ข้อ 3 และ 4 เร่ือย ๆ จนกระท่ังจานทุกใบอยทู่ ่ชี ัน้ วางจาน
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ปกี ารศึกษา ..........
เรื่อง ตกุ๊ ตาแมล่ ูกดก ตอน รจู้ กั โปรแกรมอีเมล เวลา 1 ช่วั โมง
ครผู ้สู อน.........................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชีว้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปญั หาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เนต็ ค้นหาขอ้ มูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันประเมนิ ความน่าเช่ือถือ
ของขอ้ มลู
ป.5/5 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มีมารยาทเขา้ ใจสิทธิ และหนา้ ท่ีของตน
เคารพในสทิ ธิของผอู้ นื่ แจง้ ผู้เกี่ยวขอ้ งเมอื่ พบข้อมูลหรอื บุคคลท่ีไม่เหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ความรู้, ทกั ษะ, เจตคต)ิ
1. นักเรยี นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั มารยาทในการใช้งานสมารต์ โฟนในทส่ี าธารณะ
2. นักเรียนสามารถเขียนอีเมลเพ่อื ตดิ ตอ่ สื่อสารได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจำวันได้
3. สาระสำคัญ
การใช้อีเมลต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบต่าง ๆ และเนื้อหาของอีเมล ก่อนส่งอีเมลควร
ตรวจดูความเรียบร้อยเพื่อให้แน่ใจว่ามีรายละเอียดที่สำคัญครบถ้วน การใช้อีเมลช่วยให้การติดต่อสื่อสารและ
การทำงานรว่ มกันสะดวกย่ิงข้นึ
ไม่ควรสง่ อเี มลหรือข้อความถึงผู้อน่ื บ่อยเกนิ ไปเน่ืองจากจะเปน็ การรบกวนควรให้ความสนใจพูดคุยกับ
คนทอี่ ยรู่ อบข้างมากกวา่ การใช้อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี
4. สาระการเรียนรู้
1. สว่ นประกอบของอเี มล
2. การเขยี นอีเมล
3. ประโยชน์ของการใชอ้ ีเมล
4. มารยาทในการใช้สมารท์ โฟน
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
5. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
ใบกิจกรรมที่ 2.1 รู้จกั อเี มล
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ดำเนินการเรียนการสอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ข้ันสร้างความสนใจ (engagement)
1. ครทู บทวนเรื่องการใช้อินเทอร์เนต็ โดยครถู ามนกั เรยี นในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- นักเรยี นใช้อินเทอรเ์ นต็ ในการทำกิจกรรมใดบ้าง
- นกั เรียนใชอ้ นิ เทอร์เน็ตให้เปน็ ประโยชน์ในการเรียนอยา่ งไร
- ให้นักเรียนบอกวิธีการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมาให้ได้มากที่สุด (โทรศัพท์ ส่งจดหมาย ส่ง
ข้อความผา่ นสอ่ื สังคมออนไลน์ ฝากผู้อน่ื ไปบอกต่อ นกพิราบส่อื สาร ส่งอีเมล)
2. ครูตั้งคำถามว่า “ถ้านักเรียนต้องการส่งรูปถ่ายครอบครัวให้กับญาติที่ต่างจังหวัด นักเรียน
จะเลือกใช้วิธีใดบ้าง” ครูเขียนคำตอบที่นักเรียนตอนบนกระดาน แล้วนำอภิปรายว่าควรเลือกใช้ได้ถึงจะ
สะดวกรวดเร็ว
2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครนู ำนักเรียนศกึ ษาเน้อื หาในหนังสือเรียนบทท่ี 2 เรื่อง ชมิ ชอป แชะ หน้า 22 - 34 (จนถึง
เนือ้ เร่ืองที่คณุ แมใ่ หโ้ ป้งไปอาบนำ้ ) และอภิปรายความรู้ทไ่ี ด้ครูเพิ่มเป็นประเดน็ ในการเขียนจดหมายดงั นี้
- โปรแกรมทใ่ี ช้ในการส่งอเี มลมีหลายโปรแกรม องค์ประกอบหลักจะมคี ล้ายกับตัวอย่างใน
หนงั สอื เรยี น แตต่ ำแหนง่ การจัดวางองคป์ ระกอบของอเี มลแตล่ ะโปรแกรมอาจแตกตา่ งกัน
- ในหน้า 25 - 26 มีการกล่าวถึงอีเมลของคุณย่า ซึ่งหากสังเกตรูปแบบที่อยู่อีเมลของคุณ
ยา่ ในหนา้ 26 จะพบว่าประกอบดว้ ย 3 ส่วน ได้แก่
1. ชอื่ ผใู้ ชใ้ นท่ีนค้ี ือ grandma
2. เครื่องหมาย @ เรียกว่าแอทไชน์ (at sign) อย่หู ลงั ชอ่ื ผใู้ ช้
3. ช่อื ผู้ให้บริการอีเมลในท่ีน้คี อื pongkoiim.com
และครูอาจยกตัวอย่างอีเมลของครูหรืออีเมลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนพิจารณา
องค์ประกอบทง้ั 3 สว่ นนแ้ี ละไดเ้ หน็ ตวั อย่างท่แี ตกตา่ งไป
- ตามหลักการเขียนจดหมายในวิชาภาษาไทยจะใช้คำขึ้นต้นว่า “กราบเท้าคุณปู่คุณย่า”
แต่เนื้อหาในหนงั สือโป้งและก้อยจะใช้คำว่า “สวัสดีครับคณุ ปูค่ ุณย่า” เนื่องจากเป็นการเขียนอีเมลที่ไม่ได้เปน็
ทางการมากนัก
- ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั คำทใี่ ช้ในการบอกเวลาของแตล่ ะท้องถ่นิ ซง่ึ อาจแตกตา่ งกัน
3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูแนะนำโปรแกรมอีเมลที่จะใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนและสาธิตการใช้งาน
จากนั้นครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 2.1 รู้จักโปรแกรมอีเมล เมื่อนักเรียนทำใบกิจกรรมเสร็จแล้ว
ครสู ุม่ นกั เรียนออกมานำเสนอและอภิปรายคำตอบร่วมกัน
4. ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครนู ำนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรทู้ ไ่ี ด้จากการจดั กจิ กรรม เช่น
- นักเรยี นได้รบั ความรู้อะไรจากกิจกรรมนี้
- ข้อดีของการใช้อีเมลมีอะไรบ้าง (สะดวกรวดเร็วประหยัดเงาสามารถส่งได้ทั้งภาพ
ข้อความเสียงวิดีโอภาพเคลื่อนไหว)
- ถ้านกั เรยี นจะเขียนอเี มลถึงครปู ระจำช้ัน ควรใช้ภาษาในการเขยี นอีเมลอย่างไร (ใชค้ ำ
สุภาพแสดงถึงความเคารพมีคำข้ึนต้นคำลงท้าย)
- ถ้านักเรยี นอยู่ในห้องสมุด แต่มีความจำเป็นตอ้ งใช้โทรศัพท์มือถือนกั เรียนควรปฏิบัติ
อย่างไร (เปิดระบบสั่นหรือปิดเสียงเรียกเข้าใช้ฟังไม่คุยโทรศัพท์เสียงดังหากมีสายเรียกเข้ าให้เดินออกไปคุย
โทรศพั ทน์ อกหอ้ งสมดุ )
5. ขนั้ ประเมิน (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด
ใดบ้างทย่ี งั ไมเ่ ข้าใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่มิ เติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ
2. นกั เรียนร่วมกันประเมินการปฏบิ ัติกจิ กรรมกลุ่มวา่ มีปญั หาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แก้ไขอยา่ งไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ
กจิ กรรม และการนำความรูท้ ไ่ี ด้ไปใชป้ ระโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรียนร้ขู องนกั เรียนทำได้ ดงั นี้
1. ประเมนิ ความรเู้ ดมิ จากการอภิปรายในช้ันเรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนักเรยี น
การประเมนิ จากการทำกจิ กรรม
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง
รหัส ส่งิ ทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
S1 การสังเกต
S8 การลงความเห็นจากขอ้ มลู
S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
C4 การส่ือสาร
C5 ความรว่ มมอื
8. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- คลปิ วิดโี อความรูเ้ กีย่ วกบั อีเมล 1 http://oho.ipst.ac.th/itm/5291
- คลปิ วดิ โี อความรเู้ กย่ี วกบั อเี มล 2 http://oho.ipst.ac.th/im/5292
- คลปิ วิดีโอการใช้มือถอื อยา่ งปลอดภัย http://oho.ipst.ac.th/im/5293
- คลิปวดิ ีโอการเขียนอเี มล http://oho.ipst.ac.th/in/5294
9. ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษา/ผทู้ ไี่ ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.......................................................... แล้วมคี วามเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
.................................................................................................................................................... ..........................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
(.................................................)
วันท่ี........เดอื น...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ข้อเสนอแนะ
1. อาจขอคำแนะนำหรือเชิญครูผู้สอนการเขียนจดหมายมาให้คำแนะนำหรืออธิบายรายละเอียด
เกี่ยวกบั การเขยี นจดหมายเพือ่ ให้นักเรยี นเกดิ ความชดั เจนและได้แนวทางท่ีถกู ต้องนอกจากน้ีอาจบรู ณาการกับ
การสอนวิชาภาษาไทยเรื่องการเขยี นจดหมาย
2. หากนักเรียนไม่มีชื่อบัญชีสำหรับใช้ในการส่งอีเมล ครูอาจปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้นักเรียนเขียน
จดหมายแทนการเขียนอเี มล หรือครูอาจลงทะเบียนชือ่ บัญชีอเี มลใหม่ 1 ชื่อเพื่อใช้สาธติ การใชง้ านอีเมล และ
ให้นักเรียนระดมความคิดในการเขียนอีเมลจากชื่อบัญชีนี้ โดยมีครูเป็นผู้พิมพ์ข้อความ ทั้งนี้ครูควรย้ำให้
นักเรียนทราบว่าการลงทะเบียนเพื่อขอขอบัญชีอีเมลจากเว็บไซต์ทั่วไปจะต้องมีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ซึ่งบาง
เว็บไซต์จะกำหนดอายุที่เหมาะสมของผู้ใช้งานนักเรียนจึงควรปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะจะช่วยปกป้องความ
ปลอดภัยใหแ้ กน่ ักเรียนได้
แนวคำตอบแบบฝึกหดั ท้ายบท
ข้อ 1. สว่ นท่คี วรแกไ้ ขมดี งั นี้
- ระบเุ รอ่ื ง (Subject)
- ในสว่ นของข้อความจดหมายควรมีคำข้นึ ต้นและคำลงท้ายและมีรายละเอยี ดท่ชี ัดเจน เชน่
เรยี น คุณครูประจำชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕/๑ เนอื่ งจากกระผมป่วยเป็นไขห้ วัด ไม่สามารถมา
เรียนได้ จึงขอลาปว่ ย ๑ วัน คือวันท่ี ๒ มถิ ุนายน ๒๕๖๒ เม่อื กระผมหายแล้วจะมาเรียนตามปรกติ
ดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง
ด.ช. เรยี นดี ขยนั เรียน
ขอ้ 2.
- ใช้ระหวา่ งทำรายงานเพอ่ื คน้ หาขอ้ มลู ตา่ ง ๆ
- ใช้ถา่ ยรปู เพอ่ื บันทึกความทรงจำต่าง ๆ ใช้ถา่ ยรปู งานวนั เกดิ
- ใช้ตดิ ตอ่ ให้ผปู้ กครองมารบั หลังเลิกเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศกึ ษา ..........
เรื่อง ตกุ๊ ตาแมล่ กู ดก ตอน เขียนอยา่ งไรให้เหมาะสม เวลา 2 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน.........................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ ร้เู ทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันประเมินความน่าเช่ือถือ
ของขอ้ มลู
ป.5/5 ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มีมารยาทเข้าใจสทิ ธิ และหน้าที่ของตน
เคารพในสิทธิของผู้อืน่ แจง้ ผเู้ กี่ยวข้องเม่อื พบข้อมลู หรอื บคุ คลที่ไมเ่ หมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ความร้,ู ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับมารยาทในการใช้งานสมาร์ตโฟนในท่ีสาธารณะ
2. นกั เรียนสามารถเขยี นอเี มลเพอ่ื ติดตอ่ ส่ือสารได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจำวนั ได้
3. สาระสำคัญ
การใช้อีเมลต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบต่าง ๆ และเนื้อหาของอีเมล ก่อนส่งอีเมลควร
ตรวจดูความเรียบรอ้ ยเพื่อให้แน่ใจว่ามีรายละเอียดท่ีสำคัญครบถ้วน การใช้อีเมลช่วยให้การติดต่อสื่อสารและ
การทำงานรว่ มกนั สะดวกยงิ่ ขึ้น
ไม่ควรส่งอีเมลหรือข้อความถึงผู้อนื่ บ่อยเกนิ ไปเนื่องจากจะเปน็ การรบกวนควรให้ความสนใจพูดคุยกับ
คนท่ีอย่รู อบข้างมากกว่าการใช้อปุ กรณ์เทคโนโลยี
4. สาระการเรียนรู้
1. สว่ นประกอบของอีเมล
2. การเขยี นอเี มล
3. ประโยชนข์ องการใช้อีเมล
4. มารยาทในการใช้สมารท์ โฟน
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
5. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
ใบกจิ กรรมท่ี 2.2 เขียนอย่างไรใหเ้ หมาะสม
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ดำเนินการเรยี นการสอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูทบทวนเร่ืองการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ โดยครูถามนักเรยี นในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นใช้อินเทอรเ์ น็ตในการทำกิจกรรมใดบา้ ง
- นักเรยี นใช้อินเทอร์เน็ตใหเ้ ป็นประโยชน์ในการเรียนอยา่ งไร
- ให้นักเรียนบอกวิธีการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมาให้ได้มากที่สุด (โทรศัพท์ ส่งจดหมาย ส่ง
ข้อความผ่านส่ือสังคมออนไลน์ ฝากผู้อน่ื ไปบอกต่อ นกพิราบสือ่ สาร สง่ อเี มล)
2. ครูตั้งคำถามว่า “ถ้านักเรียนต้องการส่งรูปถ่ายครอบครัวให้กับญาติที่ต่างจังหวัด นักเรียน
จะเลือกใช้วิธีใดบ้าง” ครูเขียนคำตอบที่นักเรียนตอนบนกระดาน แล้วนำอภิปรายว่าควรเลือกใช้ได้ถึงจะ
สะดวกรวดเร็ว
2. ขัน้ สำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนบทที่ 2 เรื่อง ชิม ชอป แชะ หน้า 22 - 34
(จนถึงเนอื้ เรอ่ื งทคี่ ุณแม่ให้โปง้ ไปอาบน้ำ) และอภิปรายความรู้ทีไ่ ด้ครูเพ่ิมเป็นประเดน็ ในการเขยี นจดหมายดังน้ี
- โปรแกรมที่ใช้ในการส่งอีเมลมีหลายโปรแกรม องค์ประกอบหลักจะมีคล้ายกับ
ตัวอย่างในหนงั สือเรยี น แต่ตำแหน่งการจดั วางองคป์ ระกอบของอีเมลแตล่ ะโปรแกรมอาจแตกต่างกนั
- ในหน้า 25 - 26 มีการกล่าวถึงอีเมลของคุณย่า ซึ่งหากสังเกตรูปแบบที่อยู่อีเมลของ
คุณยา่ ในหน้า 26 จะพบวา่ ประกอบดว้ ย 3 สว่ น ไดแ้ ก่
1. ชื่อผใู้ ชใ้ นที่น้คี ือ grandma
2. เครอ่ื งหมาย @ เรยี กว่าแอทไชน์ (at sign) อย่หู ลังชือ่ ผู้ใช้
3. ชอื่ ผู้ใหบ้ รกิ ารอเี มลในทนี่ ีค้ ือ pongkoiim.com
และครูอาจยกตัวอย่างอีเมลของครูหรืออีเมลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนพิจารณา
องคป์ ระกอบท้ัง 3 ส่วนน้ีและได้เห็นตัวอย่างทแ่ี ตกต่างไป
- ตามหลักการเขียนจดหมายในวิชาภาษาไทยจะใช้คำขึ้นต้นว่า “กราบเท้าคุณปู่คุณ
ย่า” แต่เน้ือหาในหนังสือโป้งและก้อยจะใชค้ ำว่า “สวสั ดีครับคุณปูค่ ณุ ยา่ ” เนอื่ งจากเป็นการเขียนอีเมลท่ีไม่ได้
เป็นทางการมากนัก
2. ครูถามนักเรียนว่าการใช้ภาษาในการเขียนอีเมลควรใช้ถ้อยคำหรือภาษาอย่างไรให้
เหมาะสม (ถ้าส่งจดหมายถึงครูหรือบุคคลที่มีอายุมากกว่าควรเลือกใช้ภาษาที่สุภาพแสดงถึงความเคารพหรือ
ถา้ สง่ จดหมายถึงเพอ่ื นใช้ภาษาทเี่ ป็นกันเองสุภาพและไมใ่ ช้คำหยาบ)
3. ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (explanation)
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มละ 2-4 คนจากนั้นชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมท่ี
2.2 เขียนอย่างไรให้เหมาะสม เมื่อนักเรียนทำใบกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอ
คำตอบและอภปิ รายคำตอบรว่ มกนั
4. ข้ันขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรทู้ ่ีไดจ้ ากการจัดกจิ กรรม เชน่
- นกั เรียนได้รบั ความร้อู ะไรจากกิจกรรมน้ี
- ข้อดีของการใช้อีเมลมีอะไรบ้าง (สะดวกรวดเร็วประหยัดเงาสามารถส่งได้ทั้งภาพ
ขอ้ ความเสยี งวดิ โี อภาพเคล่ือนไหว)
- ถ้านกั เรยี นจะเขียนอเี มลถึงครปู ระจำชั้น ควรใช้ภาษาในการเขยี นอเี มลอยา่ งไร (ใช้คำ
สภุ าพแสดงถงึ ความเคารพมีคำขนึ้ ต้นคำลงทา้ ย)
- ถ้านักเรียนอยูใ่ นห้องสมุด แต่มีความจำเป็นตอ้ งใช้โทรศัพทม์ ือถือนักเรียนควรปฏิบัติ
อย่างไร (เปิดระบบสั่นหรือปิดเสียงเรียกเข้าใช้ฟังไม่คุยโทรศัพท์เสียงดังหากมีสายเรียกเข้าให้เดินออกไปคุย
โทรศพั ทน์ อกห้องสมุด)
5. ข้นั ประเมิน (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด
ใดบ้างทย่ี ังไมเ่ ขา้ ใจหรอื ยงั มีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพ่มิ เติมใหน้ กั เรยี นเข้าใจ
2. นกั เรยี นร่วมกันประเมินการปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลุ่มวา่ มีปญั หาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แกไ้ ขอยา่ งไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ
กิจกรรม และการนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมินผล
การประเมนิ การเรียนรูข้ องนักเรยี นทำได้ ดังนี้
1. ประเมนิ ความรเู้ ดิมจากการอภิปรายในชนั้ เรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนักเรียน
การประเมินจากการทำกิจกรรม
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ
รหัส สิง่ ทีป่ ระเมิน ระดับคะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
S1 การสังเกต
S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู
S13 การตีความหมายข้อมลู และลงขอ้ สรุป
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
C4 การสอื่ สาร
C5 ความร่วมมือ
8. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- คลปิ วดิ โี อความรเู้ กย่ี วกับอีเมล 1 http://oho.ipst.ac.th/itm/5291
- คลปิ วดิ ีโอความรู้เกีย่ วกับอเี มล 2 http://oho.ipst.ac.th/im/5292
- คลปิ วดิ ีโอการใชม้ ือถอื อย่างปลอดภัย http://oho.ipst.ac.th/im/5293
- คลปิ วดิ โี อการเขียนอีเมล http://oho.ipst.ac.th/in/5294
9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดอื น...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ข้อเสนอแนะ
1. อาจขอคำแนะนำหรือเชิญครูผู้สอนการเขียนจดหมายมาให้คำแนะนำหรืออธิบายรายละเอียด
เกยี่ วกบั การเขียนจดหมายเพ่อื ใหน้ กั เรยี นเกิดความชดั เจนและได้แนวทางที่ถกู ต้องนอกจากน้ีอาจบูรณาการกับ
การสอนวิชาภาษาไทยเรอ่ื งการเขยี นจดหมาย
2. หากนักเรียนไม่มีชื่อบัญชีสำหรับใช้ในการส่งอีเมล ครูอาจปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้นักเรียนเขียน
จดหมายแทนการเขียนอเี มล หรือครูอาจลงทะเบียนชื่อบัญชีอีเมลใหม่ 1 ชื่อเพื่อใชส้ าธติ การใช้งานอีเมล และ
ให้นักเรียนระดมความคิดในการเขียนอีเมลจากชื่อบัญชีนี้ โดยมีครูเป็นผู้พิมพ์ข้อความ ทั้งนี้ครูควรย้ำให้
นักเรียนทราบว่าการลงทะเบียนเพื่อขอขอบัญชีอีเมลจากเว็บไซต์ทั่วไปจะต้องมีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ซึ่งบาง
เว็บไซต์จะกำหนดอายุที่เหมาะสมของผู้ใช้งานนักเรียนจึงควรปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะจะช่วยปกป้องความ
ปลอดภยั ให้แก่นกั เรียนได้
3. การทำใบกิจกรรมที่ 2.2 ครูอาจเลือกให้นักเรียนทำบางข้อหรือแบ่งเป็นกลุ่มและให้แต่ละกลุ่มทำ
เฉพาะข้อใดข้อหนง่ึ หรือพจิ ารณาตามความเหมาะสม
แนวคำตอบแบบฝึกหัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. ส่วนทีค่ วรแกไ้ ขมีดังนี้
- ระบเุ ร่ือง (Subject)
- ในสว่ นของขอ้ ความจดหมายควรมคี ำข้ึนต้นและคำลงทา้ ยและมีรายละเอียดที่ชดั เจน เช่น
เรียน คณุ ครปู ระจำช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕/๑ เน่ืองจากกระผมป่วยเป็นไข้หวดั ไม่สามารถมา
เรียนได้ จึงขอลาป่วย ๑ วนั คือวันที่ ๒ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ เม่อื กระผมหายแล้วจะมาเรยี นตามปรกติ
ดว้ ยความเคารพอย่างสูง
ด.ช. เรียนดี ขยันเรียน
ข้อ 2.
- ใชร้ ะหว่างทำรายงานเพือ่ ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ
- ใช้ถา่ ยรูปเพ่อื บนั ทกึ ความทรงจำต่าง ๆ ใช้ถ่ายรปู งานวนั เกดิ
- ใช้ตดิ ต่อให้ผู้ปกครองมารบั หลงั เลิกเรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ปีการศึกษา ..........
เรอื่ ง ตุ๊กตาแม่ลูกดก ตอน อะ๊ ! อ๊ะ! อยา่ ทำ เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ูส้ อน.........................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้วี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เนต็ ค้นหาขอ้ มูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันประเมินความน่าเช่ือถือ
ของข้อมูล
ป.5/5 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มมี ารยาทเข้าใจสิทธิ และหน้าทข่ี องตน
เคารพในสทิ ธขิ องผู้อ่นื แจ้งผู้เก่ยี วข้องเมื่อพบขอ้ มูลหรอื บุคคลท่ีไม่เหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (ความร้,ู ทักษะ, เจตคต)ิ
1. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับมารยาทในการใช้งานสมารต์ โฟนในที่สาธารณะ
2. นกั เรียนสามารถเขยี นอเี มลเพือ่ ติดตอ่ สอื่ สารได้
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาใน
ชีวติ ประจำวันได้
3. สาระสำคัญ
การใช้อีเมลต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบต่าง ๆ และเนื้อหาของอีเมล ก่อนส่งอีเมลควร
ตรวจดูความเรียบรอ้ ยเพื่อให้แน่ใจว่ามีรายละเอียดท่ีสำคัญครบถ้วน การใช้อีเมลช่วยให้การติดต่อสื่อสารและ
การทำงานร่วมกนั สะดวกยงิ่ ข้นึ
ไมค่ วรส่งอีเมลหรือข้อความถึงผู้อืน่ บ่อยเกนิ ไปเน่ืองจากจะเปน็ การรบกวนควรใหค้ วามสนใจพูดคุยกับ
คนทอี่ ยรู่ อบขา้ งมากกวา่ การใชอ้ ุปกรณเ์ ทคโนโลยี
4. สาระการเรยี นรู้
1. สว่ นประกอบของอีเมล
2. การเขยี นอีเมล
3. ประโยชนข์ องการใช้อเี มล
4. มารยาทในการใชส้ มาร์ทโฟน
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. อยู่อย่างพอเพยี ง
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
5. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
ใบกิจกรรมท่ี 2.3 อ๊ะ! อะ๊ ! อย่าทำ
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ต่อไปน้ี
1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครทู บทวนเรื่องการใช้อนิ เทอร์เน็ต โดยครูถามนกั เรยี นในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนใช้อินเทอร์เนต็ ในการทำกจิ กรรมใดบ้าง
- นกั เรียนใชอ้ ินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ในการเรยี นอยา่ งไร
- ให้นักเรียนบอกวิธีการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมาให้ได้มากที่สุด (โทรศัพท์ ส่งจดหมาย ส่ง
ขอ้ ความผา่ นส่อื สังคมออนไลน์ ฝากผอู้ น่ื ไปบอกตอ่ นกพิราบสื่อสาร ส่งอเี มล)
2. ครูตั้งคำถามว่า “ถ้านักเรียนต้องการส่งรูปถ่ายครอบครัวให้กับญาติที่ต่างจังหวัด นักเรียน
จะเลือกใช้วิธีใดบ้าง” ครูเขียนคำตอบที่นักเรียนตอนบนกระดาน แล้วนำอภิปรายว่าควรเลือกใช้ได้ถึงจะ
สะดวกรวดเรว็
2. ข้นั สำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนบทที่ 2 เรื่อง ชิม ชอป แชะ หน้า 22 - 34
(จนถึงเนอ้ื เรอื่ งทค่ี ณุ แมใ่ ห้โป้งไปอาบน้ำ) และอภปิ รายความรูท้ ีไ่ ดค้ รเู พิม่ เป็นประเด็นในการเขียนจดหมายดังน้ี
- โปรแกรมที่ใช้ในการส่งอีเมลมีหลายโปรแกรม องค์ประกอบหลักจะมีคล้ายกับ
ตัวอยา่ งในหนงั สอื เรียน แตต่ ำแหนง่ การจัดวางองคป์ ระกอบของอเี มลแต่ละโปรแกรมอาจแตกต่างกัน
- ในหน้า 25 - 26 มีการกล่าวถึงอีเมลของคุณย่า ซึ่งหากสังเกตรูปแบบที่อยู่อีเมลของ
คณุ ย่าในหนา้ 26 จะพบวา่ ประกอบดว้ ย 3 ส่วน ได้แก่
1. ชื่อผูใ้ ชใ้ นทีน่ ีค้ อื grandma
2. เครอื่ งหมาย @ เรียกว่า แอทไชน์ (at sign) อยู่หลงั ช่อื ผู้ใช้
3. ชอื่ ผู้ให้บริการอีเมลในที่น้คี ือ pongkoiim.com
และครูอาจยกตัวอย่างอีเมลของครูหรืออีเมลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนพิจารณา
องค์ประกอบทง้ั 3 สว่ นนแี้ ละได้เห็นตวั อย่างที่แตกต่างไป
- ตามหลักการเขียนจดหมายในวิชาภาษาไทยจะใช้คำขึ้นต้นว่า “กราบเท้าคุณปู่คุณ
ยา่ ” แต่เน้ือหาในหนังสือโป้งและก้อยจะใช้คำวา่ “สวสั ดีครบั คุณปู่คุณย่า” เนอ่ื งจากเป็นการเขียนอีเมลท่ีไม่ได้
เปน็ ทางการมากนัก
2. ครูถามนักเรียนว่าการใช้ภาษาในการเขียนอีเมลควรใช้ถ้อยคำหรือภาษาอย่างไรให้
เหมาะสม (ถ้าส่งจดหมายถึงครูหรือบุคคลที่มีอายุมากกว่าควรเลือกใช้ภาษาที่สุภาพแสดงถึงความเคารพหรือ
ถ้าสง่ จดหมายถงึ เพ่อื นใช้ภาษาทีเ่ ป็นกันเองสุภาพและไม่ใช้คำหยาบ)
3. ครูนำนักเรียนศึกษาเนือ้ หาในหนังสือเรียนสว่ นที่เหลือหน้า 34-43 ซึ่งเป็นเร่ืองเก่ียวกบั
มารยาทในการใชส้ มารต์ โฟนอย่างเหมาะสม จากน้ันอภิปรายความรทู้ ่ไี ด้
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ครชู ้ีแจงและใหน้ ักเรยี นทำใบกิจกรรมที่ 2.3 อ๊ะอ๊ะ! อย่าทำ จากน้นั สุ่มนกั เรียนนำเสนอ
คำตอบโดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายระบุเหตผุ ลหรือข้อดี ข้อเสียจากการปฏิบัติในแต่ละข้อ และหากพบผู้ท่ี
ใช้สมาร์ตโฟนไม่เหมาะสมควรทำอย่างไร (อาจให้คำแนะนำหรือบอกเหตุผลข้อดีข้อเสียโดยใช้คำที่สุภาพและ
สงั เกตวา่ ผ้ฟู ังยนิ ดีทจ่ี ะรับฟงั คำแนะนำหรือไม)่
2. ครูนำอภิปรายโดยให้นักเรียนบอกมารยาทการใช้โทรศัพท์เพิ่มเติมจากในหนังสือเรียน
และในแบบฝึกทักษะ เช่น
- ควรปิดโทรศัพท์หรือเปิดระบบสั่นเมื่ออยู่ในโรงภาพยนตร์ห้องประชุมห้องเรียน
ห้องสมดุ
- ไม่ควรรับสายเรียกเข้าในขณะกำลังขึ้น – ลงรถโดยสาร ขบั รถขา้ มถนนเนื่องจากอาจ
เกดิ อุบตั ิเหตุได้
- ระมัดระวังการใช้คำที่ไม่สุภาพ ไม่พูดคุยเรื่องสำคัญหรือเรื่องส่วนตัวเมื่ออยู่ในท่ี
สาธารณะ
- ไม่ควรใช้โทรศัพท์ในที่เปลี่ยวหรือที่ลับตาคน เช่น บนสะพานลอย ในซอยเปลี่ยว
เพราะอาจทำให้เกดิ อนั ตรายได้
4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการจัดกจิ กรรม เช่น
- นกั เรยี นไดร้ ับความรู้อะไรจากกิจกรรมน้ี
- ข้อดีของการใช้อีเมลมีอะไรบ้าง (สะดวกรวดเร็วประหยัดเงาสามารถส่งได้ทั้งภาพ
ขอ้ ความเสยี งวิดโี อภาพเคลื่อนไหว)
- ถ้านกั เรยี นจะเขยี นอีเมลถงึ ครปู ระจำช้นั ควรใชภ้ าษาในการเขยี นอเี มลอยา่ งไร (ใช้คำ
สภุ าพแสดงถงึ ความเคารพมคี ำขึ้นต้นคำลงท้าย)
- ถ้านักเรยี นอยูใ่ นหอ้ งสมุด แต่มีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือนักเรียนควรปฏิบัติ
อย่างไร (เปิดระบบสั่นหรือปิดเสียงเรียกเข้าใช้ฟังไม่คุยโทรศัพท์เสียงดังหากมีสายเรียกเข้าให้เดินออกไปคุย
โทรศพั ทน์ อกห้องสมดุ )
2. ครนู ำนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ทไี่ ด้จากการจดั กิจกรรม เชน่
- นักเรียนได้รับความรู้อะไรจากกิจกรรมนี้»ข้อดีของการใช้อีเมลมีอะไรบ้าง (สะดวก
รวดเร็วประหยดั เงาสามารถส่งได้ทง้ั ภาพขอ้ ความเสยี งวดิ โี อภาพเคลื่อนไหว)
- ถา้ นกั เรยี นจะเขียนอีเมลถึงครูประจำชนั้ ควรใชภ้ าษาในการเขียนอีเมลอย่างไร (ใช้คำ
สภุ าพแสดงถึงความเคารพมีคำขึน้ ต้นคำลงท้าย)
- ถ้านักเรียนอยู่ในห้องสมดุ แต่มีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพทม์ ือถอื นกั เรียนควรปฏิบัติ
อย่างไร (เปิดระบบสั่นหรือปิดเสียงเรียกเข้าใช้ฟังไม่คุยโทรศัพท์เสียงดังหากมีสายเรียกเข้าให้เดินออกไปคุย
โทรศัพทน์ อกห้องสมดุ )
- นักเรียนจะนำความรทู้ ่ไี ด้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั อยา่ งไร
5. ขัน้ ประเมิน (evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด
ใดบา้ งท่ยี ังไมเ่ ขา้ ใจหรือยงั มขี ้อสงสยั ถ้ามี ครชู ่วยอธบิ ายเพม่ิ เติมให้นักเรียนเข้าใจ
2. นกั เรยี นร่วมกันประเมินการปฏบิ ัติกจิ กรรมกลุ่มวา่ มีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แก้ไขอย่างไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ
กิจกรรม และการนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรียนร้ขู องนกั เรียนทำได้ ดงั นี้
1. ประเมนิ ความรเู้ ดมิ จากการอภิปรายในช้ันเรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนักเรยี น
การประเมนิ จากการทำกจิ กรรม
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง
รหัส ส่งิ ทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
S1 การสังเกต
S8 การลงความเห็นจากขอ้ มลู
S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
C4 การส่ือสาร
C5 ความรว่ มมอื
8. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- คลปิ วิดโี อความรูเ้ กีย่ วกบั อีเมล 1 http://oho.ipst.ac.th/itm/5291
- คลปิ วดิ โี อความรเู้ กย่ี วกบั อเี มล 2 http://oho.ipst.ac.th/im/5292
- คลปิ วิดีโอการใช้มือถอื อยา่ งปลอดภัย http://oho.ipst.ac.th/im/5293
- คลิปวดิ ีโอการเขียนอเี มล http://oho.ipst.ac.th/in/5294
9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ข้อเสนอแนะ
1. อาจขอคำแนะนำหรือเชิญครูผู้สอนการเขียนจดหมายมาให้คำแนะนำหรืออธิบายรายละเอียด
เกยี่ วกบั การเขียนจดหมายเพอ่ื ใหน้ กั เรียนเกิดความชดั เจนและได้แนวทางที่ถกู ต้องนอกจากน้ีอาจบูรณาการกับ
การสอนวิชาภาษาไทยเรอ่ื งการเขียนจดหมาย
2. หากนักเรียนไม่มีชื่อบัญชีสำหรับใช้ในการส่งอีเมล ครูอาจปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้นักเรียนเขียน
จดหมายแทนการเขียนอเี มล หรือครูอาจลงทะเบียนชื่อบัญชีอเี มลใหม่ 1 ชื่อเพื่อใช้สาธติ การใช้งานอีเมล และ
ให้นักเรียนระดมความคิดในการเขียนอีเมลจากชื่อบัญชีนี้ โดยมีครูเป็นผู้พิมพ์ข้อความ ทั้งนี้ครูควรย้ำให้
นักเรียนทราบว่าการลงทะเบียนเพื่อขอขอบัญชีอีเมลจากเว็บไซต์ทั่วไปจะต้องมีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ซึ่งบาง
เว็บไซต์จะกำหนดอายุที่เหมาะสมของผู้ใช้งานนักเรียนจึงควรปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะจะช่วยปกป้องความ
ปลอดภยั ให้แกน่ กั เรียนได้
3. การทำใบกิจกรรมที่ 2.2 ครูอาจเลือกให้นักเรียนทำบางข้อหรือแบ่งเป็นกลุ่มและให้แต่ละกลุ่มทำ
เฉพาะข้อใดขอ้ หนง่ึ หรือพิจารณาตามความเหมาะสม
แนวคำตอบแบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
ขอ้ 1. ส่วนทีค่ วรแก้ไขมีดงั นี้
- ระบเุ รอ่ื ง (Subject)
- ในส่วนของขอ้ ความจดหมายควรมคี ำขน้ึ ตน้ และคำลงทา้ ยและมรี ายละเอียดทชี่ ดั เจน เช่น
เรียน คณุ ครปู ระจำช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕/๑ เน่ืองจากกระผมป่วยเป็นไข้หวัด ไม่สามารถมา
เรียนได้ จึงขอลาป่วย ๑ วัน คือวนั ที่ ๒ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ เม่อื กระผมหายแล้วจะมาเรยี นตามปรกติ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ด.ช. เรียนดี ขยันเรยี น
ข้อ 2.
- ใช้ระหว่างทำรายงานเพือ่ ค้นหาข้อมูลตา่ ง ๆ
- ใชถ้ า่ ยรปู เพ่ือบนั ทกึ ความทรงจำตา่ ง ๆ ใช้ถ่ายรูปงานวนั เกดิ
- ใช้ตดิ ต่อให้ผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
เรือ่ ง เสน้ ทางเดิน เหนือเรือนยอดไม้ รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ครผู ูส้ อน......................................... ปกี ารศึกษา ..........
เวลา 1 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศสามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บริการบนอนิ เทอร์เน็ตทหี่ ลากหลาย เพื่อแก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวนั
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ความรู้, ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นักเรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั การตรวจหา และแกไ้ ขข้อผิดพลาดของข้อมูล
2. นกั เรยี นสามารถประมวลผลขอ้ มูล และนำเสนอขอ้ มูลตามวัตถปุ ระสงคไ์ ด้
3. นกั เรียนมีเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ วิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้ซอฟต์แวรเ์ พอื่ แกป้ ญั หาใน
ชวี ิตประจำวันได้
3. สาระสำคัญ
เราสามารถใช้โปรแกรมตารางทำงานในการประมวลผลข้อมูล เช่น นับจำนวนคำนวณผลรวม
เรียงลำดับข้อมูล การนับจำนวน ทำได้โดยใช้สูตร เช่น COUNT, COUNTA, COUNTIF การเรียงลำดับข้อมูล
ทำไดโ้ ดยใชค้ ำส่งั Sort & Filter
4. สาระการเรยี นรู้
1. ใช้โปรแกรมตารางทำงานในการประมวลข้อมลู
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
5. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
ใบกิจกรรมที่ 3.1 จดั ชดุ ตุ๊กตา
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ดำเนินการเรียนการสอนดังต่อไปนี้
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับโปรแกรมตารางทำงาน โดยตั้งคำถาม
เช่น
- นักเรียนรู้จักโปรแกรมตารางทำงานหรือไม่โปรแกรมนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง (บันทึกข้อมูล
คำนวณค่าใช้จา่ ยพมิ พ์เอกสารท่เี ป็นตารางสร้างแผนภมู แิ บบตา่ ง ๆ)
- สูตรคำนวณที่นักเรียนเคยใช้ในโปรแกรมตารางทำงานมีอะไรบ้าง (หาผลรวม, หา
คา่ เฉลย่ี )
2. ครูทบทวนเกี่ยวกับวิธีการใช้โปรแกรมตารางทำงาน เช่น การเปิดไฟล์ การพิมพ์ข้อมูล การ
ลบข้อมูล การพิมพ์สูตร การคัดลอกสูตร (การคลิกที่เครื่องหมาย + ที่มุมล่างขวาของเซลแล้วลากไปยังเซลท่ี
ตอ้ งการใชส้ ตู รคำนวณเดยี วกัน) การบันทึกไฟล์ การตง้ั ชอื่ ไฟล์
2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3 - 4 คนให้นักเรียนเปิดไฟล์ข้อมูลของขวัญวันเด็ก .xlsx
พร้อมอธิบายว่าข้อมูลในตารางเป็นข้อมูลของขวัญวันเด็กทีน่ ักเรียนแต่ละคนเลอื กไว้ ซึ่งครูต้องรวบรวมข้อมูล
เพ่ือเตรียมเงนิ สำหรบั ซือ้ ของ จากนัน้ ครูต้งั คำถามเพอ่ื ให้นกั เรียนชว่ ยกันประมวลผลดังน้ี
- ถ้าต้องการทราบว่าจะต้องซื้อของขวัญแต่ละชนิดเป็นจำนวนที่ขึ้นจะสามารถหาคำตอบ
ไดอ้ ยา่ งไร (นับข้อมลู จำนวนคนต่อของขวญั แตล่ ะชนดิ )
- ถ้าต้องการทราบว่าจำนวนเงินทั้งหมดที่ครูต้องใช้ในการซื้อของขวัญวันเด็กเป็นจำนวน
เงินเท่าไร จะมีวิธีการคำนวณอย่างไร (นำราคาของขวัญแต่ละชนิดคูณกับจำนวนคนที่ต้องการของขวัญนั้น
ทงั้ หมดซงึ่ จะได้ราคารวมของของขวญั แต่ละชนดิ จากน้นั หาผลรวมราคาของขวัญทงั้ หมด)
- ให้นักเรียนหาคำตอบจากคำถามด้านบนทั้งสองข้อโดยการประมวลผลด้วยมือใช้เครื่อง
คดิ เลขหรือใชโ้ ปรแกรมโดยบันทกึ ผลลงในกระดาษและตรวจสอบว่าได้คำตอบตรงกนั หรือไม่
2. ครูสาธิตการใช้โปรแกรมตารางทำงานในการหาคำตอบ เริ่มจากการนับจำนวนของขวัญแต่
ละชนิดใชส้ ตู ร COUNTIF (สูตรสำหรับนับจำนวนเซลข้อมลู ท่ีตรงกบั เงื่อนไข) โดยพิมพ์ =COUNTIF(B2: B16,
D2) ในเซล F2 (ชอ่ งสเี ขยี ว) จากนั้นกดแปน็ Enter แล้วตั้งคำถามดงั นี้
- สูตรท่ใี ชน้ ้จี ะนบั ข้อมลู จากเซลใดถึงเซลใด (R2 ถงึ B16)
- เปน็ การนบั จำนวนของเซลที่มีเซลใดเปน็ เงอ่ื นไข (02)
- คำตอบทีไ่ ดค้ อื เทา่ ใด (5)
3. ครูตั้งคำถามว่า ถ้าต้องการนับจำนวนของขวัญสองชนิดที่เหลืออยู่จะใช้สูตรอะไร นักเรียน
คิดวา่ ใช้วิธีการคดั ลอกสูตรจากเซล F2 ได้หรอื ไม่
- ถ้านักเรียนตอบว่าไม่ได้ให้ถามว่าเพราะอะไรหากคำตอบของนักเรียนไม่ถูกต้องให้
นกั เรียนทดลองปฏบิ ตั แิ ละสังเกตข้อผิดพลาดเพ่ือนำไปสู่การอภปิ รายในข้อ 4.
- ถ้านักเรียนตอบว่าได้ ให้ครูสาธิตโดยคัดลอกสูตรจากเซล F2 ไปที่เซล F3 และ F4
จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาผลลัพธ์ว่าตรงกับที่เคยคำนวณไว้หรือไม่ ซึ่งจะพบว่าผลการนับจำนวนไม่ถูกต้อง
เนือ่ งจากข้อจำกดั ในการใช้สูตร)
4. ครใู ห้นกั เรียนพิจารณาสตู รที่คัดลอกมาว่าส่วนใดท่ีไม่ถูกต้องและสว่ นใดที่ถูกต้องแล้ว (ส่วน
ทไ่ี ม่ถูกต้องคือขอบเขตของเซลทน่ี ำมานับจำนวนมกี ารเปลี่ยนแปลงไม่ตรงกับข้อมลู ที่มีอยู่ ส่วนท่ีถกู ต้องคือเซล
ท่เี ป็นเงื่อนไข)
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการคัดลอกสูตรจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของขอบเขต
ข้อมูลที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการประมวลผล โดยในกรณีนี้โปรแกรมตารางทำงานจะ
ปรบั เปล่ียนเซลในการอ้างถงึ โดยอัตโนมตั จึงทำให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าในกรณีที่เราต้องการนับจำนวนข้อมลู ในเซล B2 ถึง B16 แต่เมื่อเรา
คัดลอกสูตร โปรแกรมตารางทำงานจะเปลี่ยนแถวของเซลในการอ้างถึง ดังนั้น เราสามารถใช้สัญลักษณ์ $
(ดอลลาร์ไซน)์ เพ่อื เป็นการล็อกแถวหรอื คอลัมนท์ ี่อา้ งถึงได้
- ครูอธิบายว่าจากการคัดลอกสูตรที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงแถวของเซลที่อ้างถึง ดังนั้น
ในการใช้สูตรคำนวณในคร้ังแรกจงึ ตอ้ งเพ่ิมสัญลักษณ์ $ เพื่อล็อกแถวไว้โดยพมิ พ์ =COUNTIF(B$2:B$16,D2)
ในเซล F2 (เพิม่ $ ที่ดา้ นหน้าของตัวเลขซง่ึ ระบุหมายเลขของแถว)
5. ครูสาธิตการคำนวณราคารวมในการซื้อของขวัญแต่ละชนิดโดยพิมพ์ =E2*F2 ในเซล G2
แล้วกดแป้น Enter ซึ่งจะได้จำนวนเงินรวมของรถของเล่นเท่ากบั 120 จากนั้นให้นกั เรียนคัดลอกสูตรจากเซล
G2 ไปที่เซล G3 และ G4 เพื่อคำนวณราคารวมของของขวัญชนิดอื่นจนครบ และให้นักเรียนตรวจสอบว่า
ผลลัพธ์ถกู ต้องหรือไม่
6. ครูให้นักเรียนหาผลรวมของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการซื้อของขวัญทั้งหมดโดยทบทวนเกี่ยวกับ
วิธีการคำนวณตามที่ครูได้อธิบายแล้ว (อาจใช้สูตร =SUM(G2:G4) ในการหาผลรวมหรือใช้สูตร =G2+G3+
G4)
3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูนำนกั เรียนศกึ ษาเน้อื หาในหนงั สอื เรยี นบทที่ 3 เรอ่ื งเสน้ ทางเดิน เหนอื เรอื นยอดไม้ และ
ให้นักเรียนทดลองปฏิบัติตัง้ แต่หน้า 48 เป็นต้นไปเพื่อให้นักเรยี นไดเ้ หน็ วิธีการที่ถูกต้องและอภิปรายความรูท้ ่ี
ได้ตวั อย่างประเดน็ การอภปิ ราย เช่น
- จากท่ีโป้งและกอ้ ยชว่ ยคุณครคู ำนวณค่าเดินทางถ้าไมใ่ ชส้ ตู ร COUNTA ในการนับจำนวน
คนทรี่ ่วมเดนิ ทางไปทัศนศึกษา จะสามารถใชว้ ิธีการใดได้อีกบ้าง (นับจำนวนแบบไม่ใช้คอมพวิ เตอร์) ในกรณีท่ี
ใช้คอมพิวเตอร์ให้คลิกที่คอลัมน์ ชื่อ แล้วสังเกตที่มุมล่างขวาของหน้าต่างโปรแกรมจะปรากฏคำว่า COUNT
และจำนวนข้อมูลที่มีอยู่ในคอลัมน์นั้น แต่ต้องลบด้วย 3 เนื่องจากในคอลัมน์นั้นมหี ัวตาราง (ชื่อ) และข้อมูลท่ี
ไมเ่ กย่ี วขอ้ งด้านลา่ งอีก 2 แถว
- เราสามารถใช้สูตร COUNTIF ในการหาคำตอบกับข้อมูลอะไรได้อีกบ้าง (นับจำนวน
สมาชิกชมรมที่เพื่อนแต่ละคนในห้องเลือก นับจำนวนสินค้าแต่ละชนิดในร้านสหกรณ์แยกตามเงื่อนไขต่าง ๆ
เชน่ ประเภทของสนิ ค้า)
- การคัดลอกสูตรไปยังเซลอืน่ ๆ มีประโยชนอ์ ย่างไร (ไม่ต้องพิมพ์สตู รซำ้ หลายคร้ังป้องกัน
ความผิดพลาดจากการพิมพ์สูตร แต่ควรตรวจสอบความถูกต้องของสูตรที่คัดลอกว่ามีการอ้างอิงเซลตามที่
ตอ้ งการหรือไม)่
2. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 3.1 จัดชุดตุ๊กตา จากนั้นสุ่มนักเรียนนำเสนอ
คำตอบแล้วร่วมกนั อภปิ รายในประเดน็ ต่อไปน้ี
- การใชส้ ูตรนบั ชนิดของตุ๊กตามปี ระโยชนอ์ ย่างไร (คำตอบทีไ่ ดถ้ กู ตอ้ งได้คำตอบรวดเรว็ )
- ถ้าไม่ใช้สูตรในการคำนวณกับข้อมลู ชดุ นี้จะสามารถหาคำตอบไดห้ รือไม่และทำได้อย่างไร
(สามารถหาคำตอบไดโ้ ดยการนบั จำนวนดว้ ยสายตาเนื่องจากข้อมูลมจี ำนวนไม่มาก)
4. ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครนู ำนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายสรุปโดยใชป้ ระเด็นคำถามต่อไปนี้
- นักเรียนได้รับความรู้อะไรจากกิจกรรมนี้ (การใช้คำสั่ง COUNT, COUNTIF, COUNTA
ในการประมวลผลข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของสูตรคำนวณและผลลัพธ์การล็อกเซล การวิเคราะห์
ปญั หาและสรา้ งทางเลือก)
- ประโยชน์ของการใช้โปรแกรมตารางทำงานมีอะไรบ้าง (คำนวณข้อมูลปริมาณมากได้
อย่างรวดเร็วและถูกต้อง)
- นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร (ใช้โปรแกรมตาราง
ทำงานในการทำรายรับรายจ่ายของครอบครัว บันทึกผลการเรียนและคะแนนสอบของตนเองสรา้ งทางเลือกท่ี
คมุ้ ค่าในการเลอื กซอ้ื ของ)
5. ข้นั ประเมนิ (evaluation)
1. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวขอ้ ท่ีเรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้าง
ทยี่ ังไมเ่ ขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสัย ถา้ มี ครชู ่วยอธิบายเพิม่ เติมให้นักเรียนเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ
แก้ไขอยา่ งไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความร้ทู ี่ได้ไปใชป้ ระโยชน์
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนทำได้ ดงั นี้
1. ประเมนิ ความรูเ้ ดิมจากการอภิปรายในชนั้ เรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก
กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม
ของนักเรยี น
การประเมินจากการทำกิจกรรม
ระดบั คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง
รหสั สิง่ ทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
S1 การสงั เกต
S8 การลงความเห็นจากขอ้ มูล
S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
C4 การส่อื สาร
C5 ความร่วมมือ
8. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สสวท.
- ไฟล์ขอ้ มลู ของขวญั วนั เดก็ .xlsx http://oho.ipst.ac.th/i/5395
- ไฟลข์ อ้ มูลแบบฝึกหดั ท้ายบท http://oho.ipst.ac.th/im/5322
- ไฟล์ข้อมลู สำหรับใบกจิ กรรมท่ี 3.2 http://oho.ipst.ac.th/i/5321
- การเรยี งลำดับขอ้ มลู ในชว่ งหรอื ตาราง http://oho.ipst.ac.th/in/5391
- การกรองขอ้ มลู ในช่วงหรือตาราง http://oho.ipst.ac.th/im/5392
- ฟังก์ชนั COUNTIF http://oho.ipst.ac.th/im/5393
- ฟังกช์ ัน IF http://oho.ipst.ac.th/im/5394
9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)
ตำแหนง่ ............................................
ขอ้ เสนอแนะ
1. หลังจากประมวลผลข้อมูลด้วยมือเพื่อนับจำนวนของขวัญและราคารวมให้นักเรียนบันทึกข้อมูล
เฉพาะจำนวนของขวัญ ราคารวมของของขวัญแต่ละรายการ และราคารวมของของขวัญทั้งหมด โดยไม่ต้อง
บันทึกขอ้ มลู รายชื่อและของขวญั ทเ่ี ลือก
2. การสอนเรื่องการใช้สูตรคำนวณ สิ่งที่ปรากฏในตารางจะเป็นข้อมูลข้อความหรือจำนวน หาก
ต้องการดูสูตรให้คลกิ ที่เซลนั้นจะปรากฏสตู รที่แถบสูตร (formular bar) หรือดับเบิลคลิกที่เซลนั้น จะปรากฏ
สูตรทเี่ ซลดงั กล่าว
3. การล็อกเซลในสูตรอาจยากต่อการทำความเข้าใจของนักเรียน ครูควรหาตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้
นกั เรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะจนเกิดความชำนาญ
4. การนับจำนวนสำหรับข้อมูลที่มีจำนวนไม่มาก สามารถใช้การลากเมาส์คลุมในคอลัมน์หรือแถวท่ี
ตอ้ งการแลว้ ดูจำนวนขอ้ มลู ท่แี ถบดา้ นลา่ งของหน้าต่างโปรแกรม
5. ครูอาจให้นักเรียนทดลองใช้โปรแกรมตารางทำงานของผู้พัฒนารายอื่น เช่น Google Sheet,
Numbers, Libre Office Calc ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว โปรแกรมเหล่านี้จะมีรูปแบบการทำงานที่คล้ายกันเพื่อให้
นกั เรยี นสามารถปรบั ตวั ในการเรียนรจู้ ากสภาพการใชง้ านท่ีต่างกัน
6. ในการทำใบกิจกรรมที่ 3.3 ครูอาจเปิดโอกาสให้นักเรียน เป็นผู้กำหนดวัตถุดิบ และเงื่อนไขในการ
ทำเครปตามความสนใจ
แนวคำตอบแบบฝึกหดั ท้ายบท
- สูตรการนบั จำนวนผูส้ มัครตามชื่อกีฬาแตล่ ะชนดิ
H3 ใช้สตู ร =COUNTIF($C$3:$C$17,E3)
หรือ =COUNTIF(C$3:C$1,.E3)
H4 ใชส้ ูตร =COUNTIF($C$3:$C$17,E4)
หรือ =COUNTIF(C$3:C$17,E4)
H5 ใช้สตู ร =COUNTIF($C$3:$C$17,65)
หรอื =COUNTIF(C$3:C$17,E5)
H6 ใช้สตู ร =COUNTIF($C$3:$C$17,E6)
หรอื =COUNTIF(C$3:C$17,E6)
- สูตรคำนวณจำนวนเงินคา่ สมัครตามช่ือกีฬาแต่ละชนดิ
I3 ใชส้ ูตร =G3*H3
I4 ใช้สูตร =G4*14
I5 ใช้สตู ร =G5*H5
I6 ใชส้ ูตร =G6*H6
- สตู รคำนวณจำนวนเงนิ ค่าสมัครรวมท้ังหมด
I7 ใช้สูตร =SUM(I3:I6) หรอื =I3+I4+I5+I6
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา ..........
เรอ่ื ง เส้นทางเดนิ เหนือเรอื นยอดไม้ ตอน ตง้ั ชอ่ื ใหน้ อ้ ง เวลา 1 ช่วั โมง
ครผู ้สู อน.........................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รู้เท่าทนั และมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศสามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่ีหลากหลาย เพ่ือแก้ปญั หาในชีวิตประจำวัน
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ความรู้, ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับการตรวจหา และแก้ไขข้อผดิ พลาดของขอ้ มลู
2. นักเรยี นสามารถประมวลผลขอ้ มลู และนำเสนอขอ้ มลู ตามวตั ถุประสงคไ์ ด้
3. นกั เรียนมีเจตคตทิ ่ดี ตี อ่ วิชาวทิ ยาศาสตร์และสามารถใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแกป้ ัญหาใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
3. สาระสำคญั
เราสามารถใช้โปรแกรมตารางทำงานในการประมวลผลข้อมูล เช่น นับจำนวนคำนวณผลรวม
เรียงลำดับข้อมูล การนับจำนวน ทำได้โดยใช้สูตร เช่น COUNT, COUNTA, COUNTIF การเรียงลำดับข้อมูล
ทำได้โดยใช้คำสั่ง Sort & Filter
4. สาระการเรียนรู้
1. ใช้โปรแกรมตารางทำงานในการประมวลขอ้ มูล
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
5. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
ใบกิจกรรมท่ี 3.2 ต้งั ช่ือให้นอ้ ง
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
โดยเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ขนั้ สร้างความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับโปรแกรมตารางทำงาน โดยตั้งคำถาม
เชน่
- นักเรียนรู้จักโปรแกรมตารางทำงานหรือไม่โปรแกรมนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง (บันทึกข้อมูล
คำนวณค่าใช้จา่ ยพิมพเ์ อกสารท่ีเปน็ ตารางสรา้ งแผนภูมิแบบต่าง ๆ)
- สูตรคำนวณที่นักเรียนเคยใช้ในโปรแกรมตารางทำงานมีอะไรบ้าง (หาผลรวม, หา
ค่าเฉลย่ี )
2. ครูทบทวนเกี่ยวกับวิธีการใช้โปรแกรมตารางทำงาน เช่น การเปิดไฟล์ การพิมพ์ข้อมูล การ
ลบข้อมูล การพิมพ์สูตร การคัดลอกสูตร (การคลิกที่เครื่องหมาย + ที่มุมล่างขวาของเซลแล้วลากไปยังเซลที่
ต้องการใช้สูตรคำนวณเดียวกนั ) การบันทกึ ไฟล์ การตง้ั ชือ่ ไฟล์
2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3 - 4 คนให้นักเรียนเปิดไฟล์ข้อมูลของขวัญวันเด็ก .xlsx
พร้อมอธิบายว่าข้อมูลในตารางเป็นข้อมูลของขวัญวันเด็กที่นักเรียนแต่ละคนเลอื กไว้ ซึ่งครูต้องรวบรวมข้อมูล
เพ่อื เตรยี มเงินสำหรับซอื้ ของ จากน้ันครตู ั้งคำถามเพ่ือใหน้ กั เรียนชว่ ยกันประมวลผลดงั นี้
- ถ้าต้องการทราบว่าจะต้องซื้อของขวัญแต่ละชนิดเป็นจำนวนที่ขึ้นจะสามารถหาคำตอบ
ไดอ้ ย่างไร (นบั ขอ้ มลู จำนวนคนตอ่ ของขวญั แตล่ ะชนดิ )
- ถ้าต้องการทราบว่าจำนวนเงินทั้งหมดที่ครูต้องใช้ในการซื้อของขวัญวันเด็กเป็นจำนวน
เงินเท่าไร จะมีวิธีการคำนวณอย่างไร (นำราคาของขวัญแต่ละชนิดคูณกับจำนวนคนที่ต้องการของขวัญนั้น
ทั้งหมดซง่ึ จะได้ราคารวมของของขวญั แตล่ ะชนิดจากน้นั หาผลรวมราคาของขวัญท้งั หมด)
- ให้นักเรียนหาคำตอบจากคำถามด้านบนทั้งสองข้อโดยการประมวลผลด้วยมือใช้เครื่อง
คดิ เลขหรอื ใชโ้ ปรแกรมโดยบนั ทึกผลลงในกระดาษและตรวจสอบวา่ ได้คำตอบตรงกันหรือไม่
2. ครูสาธิตการใช้โปรแกรมตารางทำงานในการหาคำตอบ เริ่มจากการนับจำนวนของขวัญแต่
ละชนิดใช้สูตร COUNTIF (สูตรสำหรับนับจำนวนเซลข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไข) โดยพิมพ์ =COUNTIF(B2:B16,
D2) ในเซล F2 (ช่องสีเขียว) จากนั้นกดแปน็ Enter แลว้ ตง้ั คำถามดงั นี้
- สูตรทีใ่ ช้นีจ้ ะนบั ขอ้ มูลจากเซลใดถงึ เซลใด (R2 ถงึ B16)
- เปน็ การนบั จำนวนของเซลท่มี ีเซลใดเป็นเง่อื นไข (02)
- คำตอบทีไ่ ด้คอื เทา่ ใด (5)
3. ครูตั้งคำถามว่า ถ้าต้องการนับจำนวนของขวัญสองชนิดที่เหลืออยู่จะใช้สูตรอะไร นักเรียน
คิดวา่ ใช้วิธีการคดั ลอกสูตรจากเซล F2 ไดห้ รอื ไม่
- ถ้านักเรียนตอบว่าไม่ได้ให้ถามว่าเพราะอะไรหากคำตอบของนักเรียนไม่ถูกต้องให้
นกั เรียนทดลองปฏบิ ตั แิ ละสังเกตขอ้ ผิดพลาดเพ่ือนำไปสู่การอภปิ รายในข้อ 4.
- ถ้านักเรียนตอบว่าได้ ให้ครูสาธิตโดยคัดลอกสูตรจากเซล F2 ไปที่เซล F3 และ F4
จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาผลลัพธ์ว่าตรงกับที่เคยคำนวณไว้หรือไม่ ซึ่งจะพบว่าผลการนับจำนวนไม่ถูกต้อง
เนือ่ งจากข้อจำกดั ในการใช้สูตร)
4. ครใู ห้นกั เรียนพจิ ารณาสูตรที่คัดลอกมาว่าสว่ นใดที่ไม่ถูกต้องและสว่ นใดท่ีถูกต้องแล้ว (ส่วน
ทไ่ี ม่ถูกต้องคือขอบเขตของเซลทน่ี ำมานับจำนวนมกี ารเปลยี่ นแปลงไมต่ รงกับข้อมูลทมี่ ีอยู่ ส่วนทถี่ กู ต้องคือเซล
ท่เี ป็นเงื่อนไข)
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการคัดลอกสูตรจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของขอบเขต
ข้อมูลที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการประมวลผล โดยในกรณีนี้โปรแกรมตารางทำงานจะ
ปรบั เปล่ียนเซลในการอ้างถึงโดยอัตโนมัตจึงทำให้ขอ้ มูลไมถ่ ูกต้อง
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าในกรณีที่เราต้องการนบั จำนวนข้อมลู ในเซล B2 ถึง B16 แต่เมื่อเรา
คัดลอกสูตร โปรแกรมตารางทำงานจะเปลี่ยนแถวของเซลในการอ้างถึง ดังนั้น เราสามารถใช้สัญลักษณ์ $
(ดอลลาร์ไซน)์ เพ่อื เป็นการล็อกแถวหรือคอลมั นท์ อี่ ้างถึงได้
- ครูอธิบายว่าจากการคัดลอกสูตรที่ผ่านมามีการเปลีย่ นแปลงแถวของเซลที่อ้างถึง ดังนั้น
ในการใช้สูตรคำนวณในครั้งแรกจงึ ตอ้ งเพิ่มสัญลักษณ์ $ เพื่อลอ็ กแถวไวโ้ ดยพมิ พ์ =COUNTIF(B$2:B$16,D2)
ในเซล F2 (เพิม่ $ ที่ดา้ นหน้าของตัวเลขซงึ่ ระบหุ มายเลขของแถว)
5. ครูสาธิตการคำนวณราคารวมในการซื้อของขวัญแต่ละชนิดโดยพิมพ์ =E2*F2 ในเซล G2
แล้วกดแป้น Enter ซึ่งจะได้จำนวนเงินรวมของรถของเลน่ เท่ากับ 120 จากนั้นให้นกั เรียนคัดลอกสูตรจากเซล
G2 ไปที่เซล G3 และ G4 เพื่อคำนวณราคารวมของของขวัญชนิดอื่นจนครบ และให้นักเรียนตรวจสอบว่า
ผลลัพธ์ถกู ต้องหรือไม่
6. ครูให้นักเรียนหาผลรวมของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการซื้อของขวัญทั้งหมดโดยทบทวนเกี่ยวกับ
วิธีการคำนวณตามที่ครูได้อธิบายแล้ว (อาจใช้สูตร =SUM(G2:G4) ในการหาผลรวมหรือใช้สูตร =G2+G3+
G4)
3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูนำนักเรียนศกึ ษาเน้ือหาในหนงั สือเรียนบทท่ี 3 เร่อื งเสน้ ทางเดิน เหนือเรอื นยอดไม้ และ
ให้นักเรียนทดลองปฏิบัติตั้งแต่หน้า 48 เป็นต้นไปเพื่อให้นักเรียนได้เหน็ วิธีการที่ถูกต้องและอภปิ รายความรูท้ ี่
ได้ตวั อย่างประเดน็ การอภิปราย เช่น
- จากที่โป้งและกอ้ ยชว่ ยคุณครูคำนวณคา่ เดนิ ทางถา้ ไม่ใช้สูตร COUNTA ในการนบั จำนวน
คนทรี่ ่วมเดนิ ทางไปทัศนศึกษา จะสามารถใชว้ ิธีการใดได้อีกบ้าง (นับจำนวนแบบไม่ใช้คอมพวิ เตอร์) ในกรณีท่ี