The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยาการคำนวณ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nuengcomputer, 2021-09-29 13:12:37

วิทยาการคำนวณ ป.5

วิทยาการคำนวณ ป.5

นี้ไม่ตรงกับ URL ที่บอกไว้ในอีเมล และพ่ออธิบายว่าอาจเป็นเว็บไซต์ที่หลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนตัวทำให้
มจิ ฉาชีพได้รบั ข้อมูลสว่ นตัวของเรา)

- วิธีการหลอกลวงให้เลน่ เกมมอี ะไรบา้ ง เราควรปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรเพ่ือจะไม่ถูกหลอก (หลอกว่า
จะแจกของฟรีในเกมให้ของที่ฟรีมาเล็กน้อย แล้วไม่สามารถเล่นได้ ต้องซื้อของในเกมเพิ่ม จึงจะได้เล่นใน
ระดับสงู ขึน้ จึงควรเลน่ เกมอยา่ งมสี ติ ไม่ซอ้ื ของในเกมท่ตี ้องใช้เงินจรงิ หรอื ควรเลือกเลน่ เกมทีไ่ ม่มีค่าใช้จ่าย)

- จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตในทางที่ไม่เหมาะสมหน้า 166 นักเรียนเคยพบเห็นเพื่อนใช้
อินเทอร์เน็ตกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือไม่ หากพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ควรทำอย่างไร เพราะเหตุใด จึงไม่ควรใช้
อนิ เทอรเ์ น็ตในการกล่นั แกล้งผู้อื่น

3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 7.2 ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยครู

สอบถามปัญหาทเี่ คยพบ หรือข่าวท่เี กดิ จากการได้รับอีเมลหลอกลวง จากน้นั ใหน้ กั เรียนพิจารณาสถานการณ์ที่
โจทย์กำหนด สุ่มนักเรียนออกมานำเสนอคำตอบและร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น และครูอธิบาย
เพม่ิ เติมในประเดน็ ต่อไปน้ี

- การพิจารณาอีเมลที่ไม่ปลอดภัยและวิเคราะห์ถึงจุดที่บกพร่อง/ผิดพลาดและการปฏิบัติ
เมอ่ื พบปญั หาหรอื สถานการณด์ ังกล่าว

- ความเส่ียงจากการใชส้ ื่อออนไลน์มีหลายรปู แบบ ซึ่งอาจเกดิ จากความตั้งใจและไม่ต้ังใจเ
พราะฉะนนั้ ควรพจิ ารณาและรู้จกั วธิ ีการปอ้ งกนั และแกป้ ญั หาอยา่ งเหมาะสม

4. ข้นั ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครนู ำนกั เรียนร่วมกันสรุปความร้ทู ไ่ี ด้ในประเดน็ ต่อไปน้ี
- ทีมฟุตบอลทีมหนึ่งแพ้การแข่งขันมี แฟนกีฬาหลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจ

ของทีมฟุตบอลทีมนีห้ ลายรูปแบบ เชน่
1. ตำหนนิ ักกฬี าทีเ่ ล่นไมด่ ี
2. ให้กำลงั ใจ
3. แนะนำใหเ้ ลกิ เล่น
4. ชมนักกฬี าบางคนและตำหนิบางคน
5. วิจารณก์ ารเลน่ ด้วยคำทส่ี ภุ าพ
6. ใช้คำด่าทีห่ ยาบคาย
7. กดปุ่มถกู ใจให้ขอ้ ความที่ตา่ หยาบคาย

นักเรียนคิดว่าวิธีการใดควรปฏิบัติเพราะอะไร (วิธีที่ควรปฏิบัติคือ 2. และ 5. เพราะเป็นการ
แสดงความคิดเห็นทสี่ ร้างสรรคเ์ คารพสิทธิผู้อืน่ ) และมีวธิ กี ารอนื่ ทีเ่ หมาะสมอกี หรอื ไมอ่ ย่างไร

- อาชญากรรมบนอนิ เทอร์เน็ตมีอะไรบ้าง (การปลอมแปลงเข้าสู่ระบบตา่ ง ๆ)
- นกั เรยี นมีวิธีป้องกันตัวและการแก้ปญั หาหากพบอันตรายจากการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไร
- การแกป้ ญั หาเมอ่ื โปรแกรมไม่ตอบสนองการทำงานสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

- นักเรียนจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร (การส่ือสารควรใช้คำสุภาพ
ระมดั ระวัง ไม่คลิกลิงก์หรอื เปิดอา่ นอเี มลจากคนทีไ่ ม่รูจ้ กั ไมใ่ ช้อินเทอร์เนต็ ในการกลั่นแกล้งผ้อู น่ื )

5. ขัน้ ประเมนิ (evaluation)
1. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ท่ยี ังไมเ่ ข้าใจหรอื ยังมีขอ้ สงสัย ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพิม่ เติมให้นักเรยี นเข้าใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แก้ไขอย่างไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม

และการนำความรทู้ ีไ่ ดไ้ ปใช้ประโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรียนร้ขู องนกั เรียนทำได้ ดังน้ี
1. ประเมินความร้เู ดมิ จากการอภิปรายในช้ันเรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนกั เรยี น

การประเมินจากการทำกจิ กรรม

ระดบั คะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง

รหัส สงิ่ ท่ปี ระเมนิ ระดับคะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล

S13 การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรปุ

ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21

C4 การสือ่ สาร

C5 ความรว่ มมอื

8. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- คลปิ วดิ โี อภัยอินเทอรเ์ น็ต
http://oho.ipst.ac.th/im/5791
http://oho.ipst.ac.th/im/5792

9. ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง.......................................................... แลว้ มคี วามเหน็ ดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
 นำไปใช้ไดจ้ รงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..................................................
(.................................................)
วนั ท่ี........เดอื น...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ขอ้ เสนอแนะ
1. ใบกิจกรรมที่ 7.1 ครูอาจแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 2 - 4 คนโดยมอบหมายให้แต่ละ

กลุ่มพจิ ารณาอเี มลในสถานการณ์ที่ 1 เพยี ง 1 แบบ จากนน้ั สมุ่ นักเรียนทไี่ ด้พิจารณาอเี มลท่ีแตกต่างกนั ออกมา
นำเสนอคำตอบแบบละ 1-2 กลุ่มและร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ ส่วนในสถานการณท์ ี่ 2 - 4 ให้ทำทุก
กลมุ่ หรอื เป็นรายบุคคล

2. ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนใช้ภาษาในการสื่อสารกับบุคคลและในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม
โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งควรใช้คำที่สุภาพและมีมารยาทระมัดระวัง การ
กลา่ วหาหรือวิจารณ์ผู้อ่นื ในทางที่ไมเ่ หมาะสม เคารพในความคิดเห็นของผอู้ ่นื

3. การนำเข้าสู่การทำกิจกรรมท่ี 7.2 อาจยกตัวอย่างจากสถานการณ์ข่าวที่เกิดข้ึนจริงในช่วงเวลาท่มี ี
การเรียนการสอนเพอ่ื กระตุ้นความสนใจและเช่อื มโยงกบั สถานการณ์จริง

4. สำหรับใบกิจกรรมที่ 7.2 อีเมลที่ส่งมาควรมกี ารระบุชื่อผู้รับเพื่อความชัดเจน แต่บางกรณีอาจเป็น
ข้อมูลทั่วไปที่ บริษัท หรือหน่วยงานต้องการแจ้งใหส้ มาชิกทราบโดยไม่ได้ระบุชื่อสมาชิก ดังนั้นโดยทั่วไปแลว้
ควรเน้นให้นักเรียนพจิ ารณาทีค่ วามถูกต้องของ URL และลิงก์

5. ใบกจิ กรรมท่ี 7.2 ขอ้ 2 อาจใหน้ ักเรียนอภิปรายหาคำตอบร่วมกันท้ังห้อง
6. ควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการนำเสนอข่าวสารหรือยกตัวอย่างประเด็นอันตราย/อาชญากรรมใน
การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็
7. ใบกิจกรรมที่ 7.3 สถานการณ์ที่เว็บเบราว์เซอรเ์ ปิดหน้าต่างใหม่ไมห่ ยุดนักเรียนสามารถตอบได้ทั้ง
end task และ restart

แนวคำตอบแบบฝึกหดั ท้ายบท
ข้อ 1. ถ้าข้อมูลที่กรอกเป็นข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์

อีเมล สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น คือ เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ปลอม
แปลงทำธรุ กรรมทางการเงนิ สมัครบรกิ ารออนไลน์

ข้อ 2. ไม่ควรกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในแบบฟอร์มของเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบความ
นา่ เชอื่ ถือของเวบ็ ไซตน์ นั้ ก่อน หรือปดิ หน้าต่างน้นั

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 23
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
เรอ่ื ง กฬี าฮาเฮ รายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ครผู ู้สอน......................................... ปีการศกึ ษา ..........
เวลา 1 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ัญหาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอย่างง่าย

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความรู้, ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นกั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกบั การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา
2. นกั เรียนสามารถใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหาได้
3. นักเรียนมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ วชิ าวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

3. สาระสำคัญ
การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการหาข้อสรุปของปัญหาอย่างสมเหตุสมผลการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล

เชงิ ตรรกะทำไดโ้ ดยเขยี นแนวทางที่เป็นไปไดท้ ้ังหมดแล้วพจิ ารณาข้อมูลหรือเงื่อนไขท่ีมีอยู่ จากนั้นตัดแนวทาง
ทไ่ี ม่สอดคล้องเพื่อนำไปสแู่ นวทางท่ีเปน็ ข้อสรปุ

4. สาระการเรียนรู้
1. การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

5. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
ใบกจิ กรรมที่ 8.1 ปริศนาตัวเลข

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ต่อไปนี้

1. ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
1. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรียนโดยครูขออาสาสมัครให้นักเรียน 1 คน มาที่หนา้ ห้อง และครูให้นักเรียน

กำเหรยี ญหนง่ึ บาทไว้ในมอื ข้างซา้ ย และเหรยี ญหา้ บาทในมอื ข้างขวา จากนนั้ ครูบอกขอ้ มลู เบือ้ งตน้ แก่นักเรียน
คนอื่นในห้องว่าในมือของเพื่อนมีเหรียญ 2 เหรียญ คือเหรียญหนึ่งบาท และเหรียญห้าบาทข้างละ 1 เหรียญ
และต้งั คำถามตอ่ ไปน้ี

- นักเรียนคิดว่าในมือของเพื่อนแต่ละข้างมีเหรียญอะไรอยู่ (มือขวาเหรียญหนึ่งบาท มือ
ซา้ ยเหรยี ญห้าบาท หรือมือขวาเหรียญห้าบาท มอื ซ้ายเหรยี ญหน่งึ บาท)

- คำตอบที่เป็นไปได้มีกี่คำตอบเพราะอะไร (มี 2 คำตอบโดยพิจารณาจากข้อมูลที่ครู
กำหนดคอื มมี อื 2 ข้างและเหรยี ญ 2 เหรียญ)

- ถา้ ตอบวา่ มือซ้ายเป็นเหรียญหนึ่งบาท และมอื ขวาเป็นเหรยี ญหน่ึงบาทได้หรือไม่ เพราะ
อะไร (ไม่ไดเ้ พราะมเี หรยี ญหน่ึงบาท เพียงหนง่ึ เหรียญตามข้อมลู ท่ีครูกำหนด)

- ถ้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามือข้างข้ายของเพื่อนเป็นเหรียญหนึ่งบาท นักเรียนคิดว่านักเรียน
จะหาคำตอบของมือข้างที่เหลือได้หรือไม่ เพราะอะไร (ได้ เพราะคำตอบแรกเป็นเหรียญหนึ่งบาทแล้ว ดังน้ัน
มอื ขา้ งที่เหลือจึ งเปน็ ไดเ้ ฉพาะเหรยี ญหา้ บาท)

- นกั เรียนใชอ้ ะไรบ้างในการหาคำตอบจากสถานการณ์นี้ (ข้อมลู /เง่ือนไขทีค่ รูกำหนด การ
คิด การหาเหตผุ ล การหาแนวทางทเี่ ปน็ ไปไดแ้ ละเป็นไปไมไ่ ด้ การตัดแนวทางท่ีเปน็ ไปไม่ได้)

2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเน้ือหาในหนงั สือเรยี นบทท่ี 8 เรื่อง กฬี าฮาเฮ และอภิปรายความรู้ที่ได้

ตัวอย่างประเด็นการอภิปราย (อาจใช้คำถามเหล่านี้ระหว่างหรือหลังจากนักเรียนได้ข้อสรุปจากสถานการณ์
ต่าง ๆ ในบทเรียน) เชน่

- การแข่งขันกระโดดไกล เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเลือกวิธีหาคำตอบ ว่าทีมสีส้มได้
ลำดับที่เท่าไร โดยสร้างตารางและใส่ชื่อสีตามข้อมูลที่ทราบแทนการเขียนตารางแสดงแนวทางที่เป็นไปได้
ทั้งหมดของลำดับการแข่งขันกระโดดไกล (เนื่องจากแนวทางที่เป็นไปได้ทัง้ หมดของลำดับการแข่งขันกระโดด
ไกลมีจำนวนมากทำใหใ้ ชเ้ วลานานในการหาข้อสรุป)

- การแขง่ ขนั กระโดดไกลนักเรียนร้หู รือไม่วา่ สฟี ้าและสีชมพูไดล้ ำดับท่เี ท่าไร (ยงั ไม่สามารถ
รไู้ ดเ้ นอ่ื งจากขอ้ มูลทม่ี ีไมเ่ พยี งพอทีจ่ ะหาข้อสรปุ )

- จากสถานการณท์ กี่ ระเปา๋ ของคุณครสู ลับกัน ถา้ กระเป๋าของครูพมิ อยู่ที่ครูกิ๊ก นกั เรียนคิด
วา่ กระเป๋าของครูกิ๊กและครูนกจะอยู่ที่ใครบ้าง (กระเปา๋ ครบู กิ๊ อยูท่ ค่ี รนู กและกระเป๋าครนู กอยูท่ ี่ครูพิม)

- การแข่งเกมกล่องปริศนา ตุ๊กตาอะไรเอ่ย ในรอบชิงชนะเลิศจากขอ้ มูลในข้อที่ 1 แพนด้า
กับปลาปักเป้าอยู่ติดกัน ทำให้มีแนวทางที่เปน็ ไปได้ 6 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่ 3 และ 6 จึงถูกตัด
ออก (เน่อื งจากข้อมลู ในขอ้ ที่ 2 เพนกวินอยลู่ า่ งแพนด้าทำให้แนวทางท้งั สองข้อน้ีเปน็ ไปไม่ได้)

- ในการแขง่ ขันเกมกล่องปริศนาตุ๊กตาอะไรเอ่ยในรอบชิงชนะเลิศเม่ือตัดแนวทางท่ี 3 และ
6 จะเหลือ 4 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่เป็นไปได้จึงเพิ่มขึ้นอีก 2 แนวทางรวมเป็น 6 แนวทาง
(เนื่องจากขอ้ มลู ในข้อท่ี 2 เพนกวินอยู่ลา่ งแพนดา้ ทำใหแ้ นวทางท่ี 1 และ 4 มแี นวทางที่เปน็ ไปได้เพ่มิ ข้นึ )

- ในหน้า 190 แนวทางที่ 1 และแนวทางที่ 4 มีแนวทางที่เป็นไปได้เพิ่มอีกอย่างละ 2
แนวทาง นักเรยี นไดแ้ นวคดิ อะไรจากสถานการณ์น้ี (ต้องคน้ หาแนวทางแก้ปัญหาใหค้ รอบคลมุ ทุกสถานการณ์)

3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 8.1 ปริศนาตัวเลข โดยครูอธิบายความรู้เพิ่มเติม

เก่ียวกับความหมายของคำวา่ “แถวและคอลัมน”์ ซง่ึ แถว หมายถึง ช่องในแนวนอน คอลมั น์ หมายถึง ชอ่ งใน
แนวตั้ง โดยอาจให้นักเรียนทุกคนทำใบกิจกรรมในข้อ 1 และข้อ 2 ไปพร้อมกันส่วนข้อ 3 อาจจะให้มีการ
แข่งขัน โดยการจับเวลา นักเรียนคนใดทำเสร็จและถูกต้องก่อนสามลำดับแรกให้ออกมานำเสนอคำตอบและ
วิธีการให้เพอ่ื นฟงั

4. ขั้นขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ทีไ่ ดจ้ ากกจิ กรรม เชน่
- นักเรียนคิดว่าการใช้เหตุผลเชิงตรรกะมีประโยชน์อย่างไร (ช่วยแก้ปัญหาอย่าง

สมเหตุสมผลมเี หตผุ ลมารองรบั )
- นักเรียนคิดว่าสามารถนำเหตุผลเชิงตรรกะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง (ใช้ใน

การตัดสนิ ใจตา่ ง ๆ เชน่ การสบื หาวา่ ทำเงนิ หรอื ของหล่นหายท่ใี ด การตัดสินใจเลือกซอื้ ของตามจำนวนเงินท่ีมี
จำกดั การเลือกพกร่มไปโรงเรยี นในวันทีม่ ีการพยากรณ์อากาศวา่ วนั น้ฝี นจะตกในช่วงบ่าย)

5. ข้ันประเมนิ (evaluation)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนพิจารณาว่า จากหวั ขอ้ ท่ีเรียนมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ที่ยงั ไม่เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพ่ิมเติมให้นักเรยี นเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แกไ้ ขอยา่ งไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม

และการนำความรทู้ ไี่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียนทำได้ ดงั นี้
1. ประเมินความรูเ้ ดมิ จากการอภิปรายในชั้นเรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนกั เรียน

การประเมนิ จากการทำกจิ กรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง

รหสั สิ่งทปี่ ระเมิน ระดบั คะแนน

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสงั เกต

S8 การลงความเหน็ จากข้อมูล

S13 การตคี วามหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรุป

ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21

C4 การส่ือสาร

C5 ความรว่ มมอื

8. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ข้อเสนอแนะ
1. ใบกิจกรรมท่ี 8.1 ปริศนาตวั เลข ครูอาจแนะนำเว็บไซต์ สำหรับเลน่ เกม sudoku ให้นักเรียนได้ฝึก

เล่นหรือจดั กจิ กรรมแข่งขันกนั ภายในหอ้ งเรียน
2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 มะละกอ กล้วย ส้ม ครูอาจจะเตรียมกล่อง ใส่ผลไม้พลาสติก ประกอบด้วย

มะละกอ กล้วยสม้ หรือผลไม้ อย่างอื่นที่จัดหามาไดใ้ หน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ ภาพมากขึ้น

แนวคำตอบแบบฝกึ หดั ท้ายบท
ขอ้ 1. ลำดับที่ 1: ต้อม
ลำดับท่ี 2: อ้อ
ลำดับท่ี 3: นพ

ข้อ 2. กล่องท่ี 1: สอ้ ม
กลอ่ งที่ 2: ชอ้ น
กลอ่ งท่ี 3: มีด

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 24

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา ..........
เรอื่ ง กฬี าฮาเฮ ตอน มะละกอ กลว้ ย ส้ม เวลา 1 ช่วั โมง
ครูผู้สอน.........................................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปญั หาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รู้เท่าทนั และมจี ริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอย่างง่าย

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความร้,ู ทักษะ, เจตคติ)
1. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา
2. นักเรียนสามารถใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหาได้
3. นกั เรียนมีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อวชิ าวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้

3. สาระสำคญั
การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการหาข้อสรุปของปัญหาอย่างสมเหตุสมผลการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล

เชงิ ตรรกะทำไดโ้ ดยเขียนแนวทางท่ีเป็นไปไดท้ ้ังหมดแลว้ พิจารณาข้อมูลหรือเง่ือนไขที่มีอยู่ จากน้ันตัดแนวทาง
ทไ่ี ม่สอดคลอ้ งเพอื่ นำไปสแู่ นวทางท่ีเป็นข้อสรุป

4. สาระการเรียนรู้
1. การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. อย่อู ยา่ งพอเพียง
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

5. ชิ้นงานหรือภาระงาน
ใบกิจกรรมที่ 8.2 มะละกอ กล้วย ส้ม

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั ดำเนนิ การเรยี นการสอนดังตอ่ ไปนี้

1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครนู ำเขา้ สู่บทเรียนโดยครูขออาสาสมัครให้นักเรียน 1 คน มาท่ีหน้าห้อง และครูให้นักเรียน

กำเหรียญหนึง่ บาทไวใ้ นมือข้างซา้ ย และเหรยี ญหา้ บาทในมอื ขา้ งขวา จากนน้ั ครูบอกขอ้ มูลเบอ้ื งต้นแก่นักเรียน
คนอื่นในห้องว่าในมือของเพื่อนมีเหรียญ 2 เหรียญ คือเหรียญหนึ่งบาท และเหรียญห้าบาทข้างละ 1 เหรียญ
และตั้งคำถามต่อไปน้ี

- นักเรียนคิดว่าในมือของเพื่อนแต่ละข้างมีเหรียญอะไรอยู่ (มือขวาเหรียญหนึ่งบาท มือ
ซ้ายเหรยี ญหา้ บาท หรือมอื ขวาเหรยี ญห้าบาท มือซา้ ยเหรยี ญหนึ่งบาท)

- คำตอบที่เป็นไปได้มีกี่คำตอบเพราะอะไร (มี 2 คำตอบโดยพิจารณาจากข้อมูลที่ครู
กำหนดคอื มีมือ 2 ขา้ งและเหรียญ 2 เหรียญ)

- ถา้ ตอบวา่ มือซา้ ยเปน็ เหรียญหนึ่งบาท และมือขวาเปน็ เหรยี ญหนึ่งบาทได้หรือไม่ เพราะ
อะไร (ไม่ไดเ้ พราะมีเหรียญหนึ่งบาท เพยี งหนง่ึ เหรยี ญตามข้อมูลท่ีครูกำหนด)

- ถ้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามือข้างข้ายของเพื่อนเป็นเหรียญหนึ่งบาท นักเรียนคิดว่านักเรียน
จะหาคำตอบของมือข้างที่เหลือได้หรือไม่ เพราะอะไร (ได้ เพราะคำตอบแรกเป็นเหรียญหนึ่งบาทแล้ว ดังน้ัน
มอื ขา้ งที่เหลือจึ งเป็นได้เฉพาะเหรียญห้าบาท)

- นกั เรยี นใช้อะไรบ้างในการหาคำตอบจากสถานการณน์ ี้ (ข้อมูล/เงื่อนไขที่ครูกำหนด การ
คิด การหาเหตุผล การหาแนวทางท่ีเป็นไปได้และเป็นไปไมไ่ ด้ การตัดแนวทางทเี่ ปน็ ไปไม่ได)้

2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครูนำนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนงั สือเรยี นบทท่ี 8 เร่ือง กีฬาฮาเฮ และอภิปรายความรู้ท่ีได้

ตัวอย่างประเด็นการอภิปราย (อาจใช้คำถามเหล่านี้ระหว่างหรือหลังจากนักเรียนได้ข้อสรุป จากสถานการณ์
ต่าง ๆ ในบทเรียน) เชน่

- การแข่งขันกระโดดไกล เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเลือกวิธีหาคำตอบ ว่าทีมสีส้มได้
ลำดับที่เท่าไร โดยสร้างตารางและใส่ชื่อสีตามข้อมูลที่ทราบแทนการเขียนตารางแสดงแนวทางที่เป็นไปได้
ทั้งหมดของลำดับการแข่งขันกระโดดไกล (เนื่องจากแนวทางที่เป็นไปได้ทัง้ หมดของลำดบั การแข่งขันกระโดด
ไกลมีจำนวนมากทำใหใ้ ช้เวลานานในการหาข้อสรปุ )

- การแข่งขนั กระโดดไกลนักเรียนรหู้ รือไม่วา่ สีฟ้าและสีชมพูไดล้ ำดบั ทเ่ี ท่าไร (ยังไม่สามารถ
รู้ไดเ้ นื่องจากข้อมูลที่มีไม่เพียงพอท่ีจะหาข้อสรปุ )

- จากสถานการณ์ท่กี ระเป๋าของคุณครูสลับกนั ถ้ากระเปา๋ ของครูพมิ อยูท่ ี่ครูก๊กิ นักเรียนคิด
วา่ กระเป๋าของครกู ิ๊กและครนู กจะอยูท่ ่ีใครบ้าง (กระเปา๋ ครบู ิ๊กอยูท่ ี่ครนู กและกระเป๋าครูนกอยทู่ ี่ครูพมิ )

- การแข่งเกมกลอ่ งปริศนา ตุ๊กตาอะไรเอ่ย ในรอบชิงชนะเลศิ จากข้อมลู ในข้อที่ 1 แพนด้า
กับปลาปักเป้าอยูต่ ิดกัน ทำให้มีแนวทางที่เปน็ ไปได้ 6 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่ 3 และ 6 จึงถูกตดั
ออก (เนือ่ งจากขอ้ มูลในขอ้ ท่ี 2 เพนกวินอยูล่ ่างแพนด้าทำใหแ้ นวทางทงั้ สองข้อนี้เปน็ ไปไม่ได้)

- ในการแขง่ ขนั เกมกล่องปริศนาตกุ๊ ตาอะไรเอย่ ในรอบชิงชนะเลิศเม่ือตัดแนวทางที่ 3 และ
6 จะเหลือ 4 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่เป็นไปได้จึงเพิ่มขึ้นอีก 2 แนวทางรวมเป็น 6 แนวทาง
(เนื่องจากข้อมลู ในขอ้ ท่ี 2 เพนกวนิ อยลู่ ่างแพนด้าทำให้แนวทางท่ี 1 และ 4 มีแนวทางท่ีเป็นไปไดเ้ พ่ิมขนึ้ )

- ในหน้า 190 แนวทางที่ 1 และแนวทางที่ 4 มีแนวทางที่เป็นไปได้เพิ่มอีกอย่างละ 2
แนวทาง นักเรียนได้แนวคิดอะไรจากสถานการณน์ ี้ (ต้องค้นหาแนวทางแก้ปญั หาใหค้ รอบคลุมทุกสถานการณ์)

3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (explanation)
1. ครูให้นักเรียนจับคู่หรือแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มละ 2-3 คน จากนั้นชี้แจงและให้นักเรียน

ทำใบกจิ กรรมที่ 8.2 มะละกอ กลว้ ย ส้ม โดยใหน้ ักเรยี นทุกคนช่วยกันเติมข้อมูลลงในตาราง แจกแจงแนวทาง
ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของผลไม้ในกล่องพร้อมกัน และทำเครื่องหมายถูกหรือผิด เพื่อตรวจสอบความสอดคล้อง
ของข้อมูลที่ไดร้ ับ แล้วสุ่มกลุ่มออกมานำเสนอคำตอบนักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ครูนำอภิปรายโดยใช้
คำถาม เช่น

- เพราะเหตุใด จึงมนั่ ใจได้ว่ากลอ่ งที่ 1 ไม่ใชม่ ะละกอ (จากข้อมลู ที่ 3 ระบวุ า่ มะละกอไม่ได้
อยู่ในกลอ่ งท่ี 1)

- ถ้าไม่ใช้วิธีการแจงแจงแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดของผลไม้ในกล่องลงในตารางจะมีวิธี
อื่นอีกหรือไม่ (ใช้ตารางที่ระบุเฉพาะชื่อผลไม้โดยพิจารณาจากข้อมูลทีม่ ีอยู่ซึ่งจะทำให้ได้แนวทางทีส่ อดคล้อง
กับขอ้ มลู และไมต่ อ้ งแจงแจงแนวทางท้ังหมด)

4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครนู ำนักเรยี นรว่ มกันสรุปความร้ทู ่ไี ด้จากกจิ กรรม เช่น
- นักเรียนคิดว่าการใช้เหตุผลเชิงตรรกะมีประโยชน์อย่างไร (ช่วยแก้ปัญหาอย่าง

สมเหตสุ มผลมีเหตผุ ลมารองรับ)
- นักเรียนคิดว่าสามารถนำเหตุผลเชิงตรรกะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง (ใช้ใน

การตดั สนิ ใจตา่ ง ๆ เชน่ การสบื หาว่าทำเงนิ หรือของหล่นหายทใี่ ด การตัดสินใจเลือกซอ้ื ของตามจำนวนเงินที่มี
จำกัด การเลอื กพกร่มไปโรงเรียนในวันทม่ี กี ารพยากรณ์อากาศว่าวันนีฝ้ นจะตกในชว่ งบา่ ย)

5. ขน้ั ประเมนิ (evaluation)
1. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนพิจารณาว่า จากหวั ข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ท่ียงั ไม่เขา้ ใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แกไ้ ขอย่างไรบา้ ง

3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรูท้ ีไ่ ด้ไปใช้ประโยชน์

7. กระบวนการวัดและประเมินผล
การประเมนิ การเรยี นรู้ของนักเรียนทำได้ ดังน้ี
1. ประเมนิ ความรเู้ ดมิ จากการอภปิ รายในชน้ั เรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนกั เรยี น

การประเมนิ จากการทำกิจกรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง

รหัส สง่ิ ที่ประเมนิ ระดับคะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

S1 การสงั เกต

S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล

S13 การตีความหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป

ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21

C4 การสือ่ สาร

C5 ความรว่ มมือ

8. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ข้อเสนอแนะ
1. ใบกิจกรรมท่ี 8.1 ปริศนาตวั เลข ครูอาจแนะนำเว็บไซต์ สำหรับเลน่ เกม sudoku ให้นักเรียนได้ฝึก

เล่นหรือจดั กจิ กรรมแข่งขันกนั ภายในหอ้ งเรียน
2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 มะละกอ กล้วย ส้ม ครูอาจจะเตรียมกล่อง ใส่ผลไม้พลาสติก ประกอบด้วย

มะละกอ กล้วยสม้ หรือผลไม้ อย่างอื่นที่จัดหามาไดใ้ หน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ ภาพมากขึ้น

แนวคำตอบแบบฝกึ หดั ท้ายบท
ขอ้ 1. ลำดับที่ 1: ต้อม
ลำดับท่ี 2: อ้อ
ลำดับท่ี 3: นพ

ข้อ 2. กล่องท่ี 1: สอ้ ม
กลอ่ งที่ 2: ชอ้ น
กลอ่ งท่ี 3: มีด

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 25
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5
เรอื่ ง กฬี าฮาเฮ ตอน ใครไดท้ ี่เทา่ ไร รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ครผู สู้ อน......................................... ปกี ารศกึ ษา ..........
เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอยา่ งงา่ ย

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความรู้, ทักษะ, เจตคต)ิ
1. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา
2. นักเรียนสามารถใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หาได้
3. นักเรยี นมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อวชิ าวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

3. สาระสำคญั
การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการหาข้อสรุปของปัญหาอย่างสมเหตุสมผลการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล

เชงิ ตรรกะทำได้โดยเขยี นแนวทางท่ีเปน็ ไปได้ท้ังหมดแล้วพจิ ารณาข้อมูลหรือเงื่อนไขที่มีอยู่ จากนั้นตัดแนวทาง
ทไ่ี ม่สอดคล้องเพอื่ นำไปส่แู นวทางท่ีเปน็ ข้อสรปุ

4. สาระการเรยี นรู้
1. การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

5. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
ใบกจิ กรรมท่ี 8.3 ใครไดท้ ี่เท่าไร

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ต่อไปนี้

1. ขั้นสร้างความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเขา้ สูบ่ ทเรียนโดยครูขออาสาสมัครให้นักเรียน 1 คน มาทห่ี น้าห้อง และครูให้นักเรียน

กำเหรยี ญหนง่ึ บาทไวใ้ นมอื ขา้ งซ้าย และเหรยี ญห้าบาทในมือข้างขวา จากนนั้ ครบู อกขอ้ มลู เบือ้ งต้นแก่นักเรียน
คนอื่นในห้องว่าในมือของเพื่อนมีเหรียญ 2 เหรียญ คือเหรียญหนึ่งบาท และเหรียญห้าบาทข้างละ 1 เหรียญ
และตงั้ คำถามตอ่ ไปนี้

- นักเรียนคิดว่าในมือของเพื่อนแต่ละข้างมีเหรียญอะไรอยู่ (มือขวาเหรียญหนึ่งบาท มือ
ซา้ ยเหรยี ญหา้ บาท หรอื มือขวาเหรียญหา้ บาท มือซ้ายเหรียญหนึง่ บาท)

- คำตอบที่เป็นไปได้มีกี่คำตอบเพราะอะไร (มี 2 คำตอบโดยพิจารณาจากข้อมูลที่ครู
กำหนดคอื มมี อื 2 ข้างและเหรียญ 2 เหรียญ)

- ถา้ ตอบวา่ มือซ้ายเปน็ เหรียญหน่ึงบาท และมอื ขวาเปน็ เหรียญหน่ึงบาทได้หรือไม่ เพราะ
อะไร (ไมไ่ ด้เพราะมีเหรยี ญหนงึ่ บาท เพยี งหนึง่ เหรียญตามข้อมูลท่คี รกู ำหนด)

- ถ้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามือข้างข้ายของเพื่อนเป็นเหรียญหนึ่งบาท นักเรียนคิดว่านักเรียน
จะหาคำตอบของมือข้างที่เหลือได้หรือไม่ เพราะอะไร (ได้ เพราะคำตอบแรกเป็นเหรียญหนึ่งบาทแล้ว ดังน้ัน
มือขา้ งทเี่ หลือจึ งเปน็ ได้เฉพาะเหรียญห้าบาท)

- นักเรียนใช้อะไรบ้างในการหาคำตอบจากสถานการณน์ ้ี (ขอ้ มลู /เงื่อนไขที่ครูกำหนด การ
คิด การหาเหตุผล การหาแนวทางที่เป็นไปไดแ้ ละเปน็ ไปไมไ่ ด้ การตัดแนวทางทเี่ ปน็ ไปไม่ได)้

2. ข้นั สำรวจและค้นหา (exploration)
1. ครูนำนกั เรยี นศึกษาเนื้อหาในหนงั สือเรียนบทท่ี 8 เร่ือง กีฬาฮาเฮ และอภิปรายความรู้ท่ีได้

ตัวอย่างประเด็นการอภิปราย (อาจใช้คำถามเหล่านี้ระหว่างหรือหลังจากนักเรียนได้ข้อสรุป จากสถานการณ์
ต่าง ๆ ในบทเรยี น) เช่น

- การแข่งขันกระโดดไกล เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเลือกวิธีหาคำตอบ ว่าทีมสีส้มได้
ลำดับที่เท่าไร โดยสร้างตารางและใส่ชื่อสีตามข้อมูลที่ทราบแทนการเขียนตารางแสดงแนวทางที่เป็นไปได้
ทั้งหมดของลำดับการแข่งขันกระโดดไกล (เนื่องจากแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดของลำดับการแข่งขันกระโดด
ไกลมจี ำนวนมากทำให้ใช้เวลานานในการหาขอ้ สรปุ )

- การแข่งขันกระโดดไกลนักเรียนรหู้ รือไม่วา่ สีฟ้าและสชี มพูไดล้ ำดับทเ่ี ท่าไร (ยังไม่สามารถ
รไู้ ด้เนื่องจากข้อมูลทม่ี ไี มเ่ พยี งพอทจี่ ะหาข้อสรปุ )

- จากสถานการณท์ ี่กระเป๋าของคุณครสู ลับกนั ถา้ กระเป๋าของครูพิมอยู่ที่ครูกก๊ิ นักเรียนคิด
ว่ากระเปา๋ ของครูก๊ิกและครนู กจะอยทู่ ่ีใครบ้าง (กระเป๋าครูบิก๊ อยทู่ ่ีครูนกและกระเปา๋ ครูนกอย่ทู ่คี รูพมิ )

- การแข่งเกมกลอ่ งปริศนา ตุ๊กตาอะไรเอ่ย ในรอบชิงชนะเลิศจากข้อมลู ในข้อท่ี 1 แพนด้า
กับปลาปักเป้าอยู่ติดกัน ทำให้มีแนวทางท่ีเป็นไปได้ 6 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่ 3 และ 6 จึงถูกตดั
ออก (เนือ่ งจากขอ้ มลู ในข้อที่ 2 เพนกวนิ อยลู่ ่างแพนด้าทำใหแ้ นวทางทง้ั สองข้อนเ้ี ป็นไปไม่ได)้

- ในการแข่งขนั เกมกล่องปริศนาต๊กุ ตาอะไรเอ่ยในรอบชิงชนะเลิศเม่ือตัดแนวทางที่ 3 และ
6 จะเหลือ 4 แนวทาง แต่เพราะเหตุใดแนวทางที่เป็นไปได้จึงเพิ่มขึ้นอีก 2 แนวทางรวมเป็น 6 แนวทาง
(เนอื่ งจากข้อมลู ในขอ้ ที่ 2 เพนกวนิ อยลู่ ่างแพนดา้ ทำให้แนวทางท่ี 1 และ 4 มแี นวทางทเ่ี ปน็ ไปไดเ้ พิ่มขึ้น)

- ในหน้า 190 แนวทางที่ 1 และแนวทางที่ 4 มีแนวทางที่เป็นไปได้เพิ่มอีกอย่างละ 2
แนวทาง นกั เรยี นไดแ้ นวคิดอะไรจากสถานการณน์ ี้ (ตอ้ งคน้ หาแนวทางแก้ปญั หาให้ครอบคลมุ ทุกสถานการณ์)

3. ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 8.3 ใครได้ที่เท่าไหร่จากนั้นลุ่มนักเรียนอ อกมา

นำเสนอคำตอบและแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นจากนัน้ ครนู ำอภปิ รายสรุปโดยใช้คำถาม เช่น
- นักเรียนใช้วิธใี ดในการหาคำตอบ (สร้างตารางแจกแจงขอ้ มลู เขียนแผนภาพ)
- นกั เรยี นคิดวา่ สง่ิ สำคัญที่ทำให้นกั เรยี นหาคำตอบได้คืออะไร (การแจงแจงข้อมูลท่ีละส่วน

และหาแนวทางท้งั หมดตดั แนวทางทเี่ ปน็ ไปไม่ได้เลอื กแนวทางทีเ่ ป็นไปได้)
- สิ่งที่บอยพูดถูกคืออะไรเพราะอะไร (สิ่งที่บอยพูดถูกคือ “พี่สมชายได้ที่สอง” เพราะเม่ือ

แจกแจงขอ้ มลู ในตารางแล้วเปน็ แนวทางท่ีเป็นไปได้)
- สิ่งท่ีพลอยพูดถกู คืออะไรเพราะอะไร (พส่ี มพรไดท้ ่หี น่งึ เพราะเม่ือแจกแจงข้อมูลในตาราง

แลว้ เปน็ แนวทางท่เี ป็นไปได)้
4. ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ทไ่ี ด้จากกจิ กรรม เชน่
- นักเรียนคิดว่าการใช้เหตุผลเชิงตรรกะมีประโยชน์อย่างไร (ช่วยแก้ปัญหาอย่าง

สมเหตสุ มผลมเี หตผุ ลมารองรบั )
- นักเรียนคิดว่าสามารถนำเหตุผลเชิงตรรกะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง (ใช้ใน

การตดั สนิ ใจตา่ ง ๆ เช่น การสบื หาว่าทำเงนิ หรอื ของหลน่ หายท่ีใด การตัดสนิ ใจเลอื กซือ้ ของตามจำนวนเงินที่มี
จำกัด การเลอื กพกร่มไปโรงเรยี นในวันที่มีการพยากรณ์อากาศวา่ วนั นี้ฝนจะตกในชว่ งบา่ ย)

5. ขัน้ ประเมิน (evaluation)
1. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่ีเรยี นมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ท่ยี งั ไม่เขา้ ใจหรอื ยังมขี ้อสงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธบิ ายเพมิ่ เติมใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แกไ้ ขอย่างไรบ้าง

3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการปฏิบตั ิกิจกรรม
และการนำความรู้ทไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์

7. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
การประเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรียนทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมนิ ความรู้เดมิ จากการอภิปรายในชนั้ เรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กิจกรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนกั เรยี น

การประเมินจากการทำกิจกรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง

รหัส ส่ิงท่ีประเมนิ ระดับคะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

S13 การตีความหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรปุ

ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21

C4 การสื่อสาร

C5 ความรว่ มมอื

8. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ข้อเสนอแนะ
1. ใบกิจกรรมท่ี 8.1 ปริศนาตวั เลข ครูอาจแนะนำเว็บไซต์ สำหรับเลน่ เกม sudoku ให้นักเรียนได้ฝึก

เล่นหรือจดั กจิ กรรมแข่งขันกนั ภายในหอ้ งเรียน
2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 มะละกอ กล้วย ส้ม ครูอาจจะเตรียมกล่อง ใส่ผลไม้พลาสติก ประกอบด้วย

มะละกอ กล้วยสม้ หรือผลไม้ อย่างอื่นที่จัดหามาไดใ้ หน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ ภาพมากขึ้น

แนวคำตอบแบบฝกึ หดั ท้ายบท
ขอ้ 1. ลำดับที่ 1: ต้อม
ลำดับท่ี 2: อ้อ
ลำดับท่ี 3: นพ

ข้อ 2. กล่องท่ี 1: สอ้ ม
กลอ่ งที่ 2: ชอ้ น
กลอ่ งท่ี 3: มีด

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 26
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
เรือ่ ง ดาวหาง ณ กลางหาว รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ครูผสู้ อน......................................... ปีการศกึ ษา ..........
เวลา 2 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ร้เู ทา่ ทันและมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความนา่ เชื่อถอื
ของขอ้ มลู

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ความร้,ู ทกั ษะ, เจตคติ)
1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการประเมินความน่าเชือ่ ถือของข้อมลู
2. นักเรียนสามารถใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาความร้ไู ด้
3. นกั เรียนมีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

3. สาระสำคัญ
การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมลู อาจทำได้จากการตรวจสอบต้นตอของแหลง่ ข้อมลู ซ่ึงข้อมูลที่มี

ความน่าเชอ่ื ถอื ควรมาจากผู้เช่ยี วชาญ หรอื หนว่ ยงานท่ีเกย่ี วข้องกับเร่อื งนัน้ โดยตรง
ถ้าคำค้นที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ อาจพิมพ์คำค้นเป็นภาษาอังกฤษ

เพือ่ ให้ได้ผลลัพธ์ท่ีตรงตามความต้องการ นอกจากจะใชโ้ ปรแกรมคน้ หาในการหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
แล้วยังสามารถใช้หาคำตอบอื่น ๆ ได้ เช่น แปลคำศัพท์เป็นภาษาต่าง ๆ หาข้อมูลพยากรณ์อากาศ คำนวณ
อัตราแลกเปล่ยี นเงนิ แปลงคา่ หนว่ ยวัดคำนวณทางคณิตศาสตร์

ข้อมูลทีป่ รากฏในบางเว็บไซต์อาจกล่าวถึงเฉพาะข้อดีหรือข้อเสียของเร่ืองน้นั ๆ เราควรพิจารณาและ
หาข้อมลู ใหค้ รบรอบด้าน

4. สาระการเรียนรู้
1. การประเมินความนา่ เชือ่ ถอื ของขอ้ มลู และการตรวจสอบตน้ ตอของข้อมลู
2. การใช้เครื่องมือในโปรแกรมคน้ หา เช่น คน้ หาดว้ ยวลแี ปลภาษา แปลงคา่ หน่วยวดั คำนวณทาง

คณติ ศาสตร์ พยากรณอ์ ากาศ คำนวณอัตราแลกเปลยี่ นเงิน
3. การพจิ ารณาขอ้ มูลให้รอบด้าน

5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

5. ชน้ิ งานหรือภาระงาน
ใบกิจกรรมท่ี 9.1 คำค้นอลวล

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ดำเนินการเรียนการสอนดังต่อไปนี้

1. ขั้นสร้างความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรยี นโดยให้นักเรียนส่งตัวแทน 5 คนออกมาหน้าหอ้ งเรียน ให้นักเรยี นยืนหนั

ข้างเข้าหากระดานดำเรียงต่อกันเป็นแถวตอนดัง ตัวอย่างในภาพ โดยมีระยะการยืนที่ห่างกันพอสมควร เพ่ือ
ไม่ใหไ้ ด้ยนิ ขอ้ ความทีเ่ พอ่ื นคนอืน่ คยุ กนั

2. ครแู จกกระดาษท่ีมีข้อความส่งให้นักเรียนคนท่ี 1 เพื่ออา่ นให้เพื่อนคนที่ 2 ฟัง จากนั้นเพ่ือนคน
ที่ 2 นำข้อความที่ได้จากเพื่อนคนที่ 1 ไปกระซิบบอกเพื่อนคนที่ 3 ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนเพื่อนคนสุดท้าย
หรือคนที่ 5 ได้รับข้อความ และให้พูดข้อมูลที่ได้ให้เพื่อนในห้องฟัง จากนั้นครูนำอภิปรายและให้เพื่อนในห้อง
ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

- นักเรยี นคดิ วา่ เพื่อนคนที่ 2 3 4 และ 5 จะได้รับขอ้ ความเหมือนกนั หรอื ไม่ เพราะอะไร
- นกั เรยี นคดิ ว่าขอ้ ความท่ีมาจากเพื่อนคนใดน่าเชอ่ื ถือท่สี ดุ เพราะอะไร (คนท่ี 1 เนื่องจากเป็น
คนทีไ่ ด้รับขอ้ ความจากแหลง่ ข้อมูลหรอื เป็นตน้ ตอของข่าว)
- นักเรียนคิดว่าข้อความจากเพื่อนคนใดที่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด เพราะอะไร (คนที่ 5
เพราะเป็นคนสุดท้ายท่ีไดร้ บั ข้อความ อาจมคี วามคลาดเคลื่อนมากท่สี ุด)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 และไม่แน่ใจว่าข้อความที่ได้รับถูกต้องหรือไม่
นักเรียนจะสืบหาความจริงอย่างไร (สอบถามจากเพื่อนคนที่ 5 ว่าได้รับข้อความมาจากที่ใดจากนั้นไปยัง
แหลง่ ขอ้ มลู นนั้ แล้วสอบถามต่อไปเร่ือย ๆ)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 นักเรียนจะส่งต่อหรือไม่เพราะเหตุใด (ไม่ส่งต่อ
เพราะไม่แน่ใจว่าขอ้ ความนน้ั ถูกต้องหรอื ไม่)
- จากเกมนี้ใครเป็นแหล่งต้นตอของข้อมูล (คนที่ 1 เป็นคนให้ข้อมูลคนแรกเรียกว่าแหล่งต้น
ตอ)
- ในชีวิตประจำวัน นักเรียนคิดว่าเนื้อหาข่าวที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์จะมีการ
เปล่ียนแปลงไปจากต้นตอของข่าวหรือไม่ (อาจจะมกี ารเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเดมิ มีการเพิ่มความคิดเห็นเข้าไป
หรอื ลบบางสว่ นของข่าวออก)
- ถ้าข้อมูลที่ส่งต่อกันมาไม่เป็นความจริงจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง (อาจจะทำให้ผู้ที่ได้รับ
ข้อมลู หลงเช่อื และนำไปใชใ้ นทางท่ผี ิด เม่ือมีการสง่ ข้อมลู ต่อไปยังผอู้ ่นื อีกก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผอู้ ื่นได้)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครนู ำนกั เรยี นศกึ ษาเนือ้ หาในหนังสือเรียนบทท่ี 8 เรื่อง ดาวหาง ณ กลางหาว และอภิปราย
ความร้ทู ไี่ ด้ตัวอย่างประเดน็ การอภิปราย เชน่

- เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเชื่อข่าวที่กุ้งส่งมาบอกว่า "จะมสี ะเก็ดดาวหางฮัลเล่ย์ตกลงสู่
พื้นโลก ให้ทุกคนระวัง และควรอยู่ในหลุมหลบภัย” ทั้งที่ปีที่แล้วกุ้งส่งข่าวคลื่นความร้อนซึ่งไม่เป็นความจริง
(เพราะขา่ วทกี่ งุ้ สง่ คร้ังน้ี มาจากสำนกั ข่าวและตรงกับเรื่องดาวหางฮัลเลย่ ์ที่คุณครสู อนโป้งและก้อยจึงคดิ ว่าข่าว
นีน้ ่าจะเป็นเรอ่ื งจริง)

- คุณพ่อและคุณแม่แนะนำโป้งและก้อยให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าวที่กุ้งส่งมา
อย่างไร (ให้สืบหาต้นตอหรือแหล่งที่มาของข่าวจากการอ้างอิงของเนื้อหาข่าว และสืบค้นต่อไปเรื่อย ๆ จน
ทราบว่าต้นตอของข่าวมาจากเกรยี งไกรนิวส์ ซึง่ เปน็ เรือ่ งราวจากหนังสือนยิ าย เรอ่ื ง ฝา่ วกิ ฤตดาวหาง จึงทำให้
ทราบว่าขอ้ มลู ทีก่ ุ้งส่งมาไมเ่ ป็นความจรงิ )

- โป้งต้องการทราบว่า ดาวหางฮัลเล่ย์เคลื่อนที่ได้เร็วเท่าไหร่ จึงค้นหาในโปรแกรมค้นหา
แต่เหตุใด ผลการค้นหาจึงแสดงผลเกี่ยวกับความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ (โป้งใช้คำค้นที่เป็นภาษาไทยว่า
“ความเรว็ ฮาเลย”์ ซ่ึงคลา้ ยกบั ช่ือของมอเตอร์ไซคย์ ่ีห้อหนึ่ง เนอื่ งจากชื่อดาวหางฮัลเล่ย์ เป็นคำภาษาอังกฤษ
จึงทำใหม้ ีผ้เู ขียนคำนีใ้ นภาษาไทยแตกตา่ งกนั และได้ผลการคน้ หาไม่ตรงตามความตอ้ งการ)

- จากเนื้อหาบทเรียนนักเรียนคิดว่า นอกจากจะใช้โปรแกรมค้นหาในการหาข้อมูลต่าง ๆ
แล้วเรายังสามารถใช้โปรแกรมค้นหาในการทำอะไรได้อีก (ใช้แปลคำศัพท์สะกดคำในภาษาอังกฤษ สอบถาม
ค่าเงนิ สอบถามอณุ หภูมิ สอบถามข้อมลู พยากรณ์อากาศ แปลงคา่ หน่วยวัดคำนวณทางคณติ ศาสตร์)

- เหตุการณ์ใดที่ทำให้โป้งและก้อยพบว่า ควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านและเพราะอะไร
(เหตุการณ์ที่โป้งและก้อยสนใจเรื่องเกี่ยวกับดาวหาง จึงสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมก้อยพบบทความที่กล่าวถึง การ
สำรวจดาวหางว่าต้องใช้คนและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงคิดว่าไม่ควรสำรวจดาวหาง แต่โป้งพบว่าการ
สำรวจดาวหางทำให้ได้รับความรู้มากมาย คุณแม่จึงแนะนำให้พิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะบางเว็บไซต์
อาจจะบอกเฉพาะขอ้ ดีหรือข้อเสยี )

- นักเรียนคดิ ว่าการสำรวจดาวหางมปี ระโยชนห์ รือไม่ เพราะอะไร
3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)

1. ครชู ี้แจงและให้นกั เรยี นทำใบกิจกรรมท่ี 9.1 คำค้นอลวน โดยครูยกตัวอยา่ งสถานการณแ์ ล้ว
ให้นักเรียนชว่ ยพิจารณาคำค้นที่เหมาะสม เช่น ถ้าต้องการทราบว่าใคร คือ ผู้แต่งเพลงชาตไิ ทย จะใช้คำค้นวา่
อะไร (ผ้แู ตง่ เพลงชาติไทย, เพลงชาตไิ ทยผแู้ ตง่ ) จากนน้ั ให้นักเรยี นทำใบกจิ กรรม แล้วส่มุ คำค้นของนกั เรียนมา
พิมพ์ในโปรแกรมค้นหา เพื่อตรวจสอบว่าได้ผลการค้นหาตามที่โจทย์ต้องการหรือไม่ แล้วร่วมกันแสดงความ
คิดเห็น จากนนั้ ครนู ำอภปิ รายสรปุ เก่ียวกบั กิจกรรมคำค้นอลวน โดยใช้คำถาม เชน่

- คำค้นของนักเรียนสามารถค้นหาและได้ผลการค้นหาตามที่โจทย์ต้องการหรือไม่ เพราะ
อะไร

- ถา้ ผลการคน้ หาไม่เปน็ ไปตามที่ตอ้ งการนกั เรยี นจะแก้ไขคำค้นอยา่ งไร
- นักเรียนคดิ ว่าคำคน้ ท่ดี ีต้องมลี ักษณะอย่างไรให้ช่วยกันอธบิ ายและยกตัวอยา่ ง
4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครนู ำนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ที่ไดจ้ ากการจดั กจิ กรรม เช่น
- นอกจากโปรแกรมค้นหาจะสามารถค้นหาความรู้ต่าง ๆ ได้แล้วยังสามารถทำอะไรได้อีก
บ้าง (โปรแกรมค้นหาสามารถสอบถามค่าเงิน สอบถามอุณหภูมิ สอบถามข้อมูลพยากรณ์อากาศ แปลงค่า
หนว่ ยวดั คำนวณ สอบถามเส้นทาง และตรวจสอบการจราจรได)้
- นกั เรยี นคดิ วา่ การใชโ้ ปรแกรมคน้ หามีประโยชน์อย่างไร (ทำใหเ้ ข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย
ข้ึน เป็นเครอื่ งมอื ในการเรียนรู้และหาข้อมลู ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อชีวติ ประจำวันสะดวกและรวดเร็ว)

5. ขนั้ ประเมิน (evaluation)
1. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหวั ข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ทยี่ งั ไม่เขา้ ใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธิบายเพ่มิ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แก้ไขอยา่ งไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม

และการนำความรทู้ ่ไี ด้ไปใชป้ ระโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมินการเรยี นรู้ของนกั เรยี นทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมินความรเู้ ดิมจากการอภปิ รายในชั้นเรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนักเรียน

การประเมินจากการทำกิจกรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง

รหัส สง่ิ ท่ปี ระเมิน ระดับคะแนน

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเห็นจากข้อมูล

S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

C4 การส่อื สาร

C5 ความรว่ มมอื

8. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- วิธีการคน้ หาขอ้ มูลดว้ ย google
http://oho.ipst.ac.th/im/5991
http://oho.ipst.ac.th/im/5992
- คลปิ วิดโี อ Digital Literacy http://oho.ipst.ac.th/im/5993

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อมูลหรอื ข่าวลวงทย่ี กตัวอยา่ งเพอ่ื นำเขา้ สบู่ ทเรียนควรเป็นข้อมูลหรือข่าวสารท่เี กดิ ขึน้ ในช่วงเวลา

ทีส่ อน เพอ่ื กระตุ้นความสนใจของนักเรียน
2. ครูอาจใหน้ ักเรยี นนำขา่ วสารท่ีสนใจมาเปน็ หวั ข้อในการอภปิ ราย
3. ครอู าจให้นักเรยี นอภิปรายเพ่ิมเติมเกยี่ วกับการใช้สื่อสังคมอย่างเหมาะส มและระมัดระวัง เช่น ใช้

คำสุภาพไมก่ ล่าวหา หรือให้ร้ายผู้อ่นื
4. ควรนำคำคน้ ของนกั เรยี นที่ไม่ตรงกบั ตัวอย่างในเฉลยไปคน้ หาในโปรแกรมค้นหา เน่อื งจากอาจเป็น

คำคน้ ทใ่ี ห้คำตอบเชน่ เดยี วกับตวั อย่างในเฉลย
5. หากมีเวลาเหลืออาจอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เคร่ืองหมาย +, -, *, / ที่ใช้สำหรับการคำนวณ

ในคอมพิวเตอร์

แนวคำตอบแบบฝึกหัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. คำว่า“ ผัดวันประกันพรุ่ง” ที่เขียนโดยเว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความน่าเชื่อถือ

มากกว่า “ผลัดวันประกันพรุ่ง” ที่เขียนโดยแฟนเพจคนรักภาษา เพราะสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็น
หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดทำพจนานุกรมการบัญญัติศัพท์ต่าง ๆ จึงมีความน่าเชื่อถือ
มากกว่าแฟนเพจคนรักภาษา ซึ่งใครก็สามารถสรา้ งแฟนเพจขึ้นมาได้เพื่อแบ่งปนั ข้อมูลผู้สร้างอาจจะเปน็ กลุม่
คนรกั ภาษาทไ่ี ม่ไดเ้ ปน็ ผู้เชย่ี วชาญโดยตรงจงึ อาจมขี อ้ มลู ทผ่ี ดิ พลาด

ข้อ 2.
- พยากรณ์อากาศควรใช้แหล่งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มี

หนา้ ทรี่ ายงานการพยากรณ์อากาศโดยตรง
- การระบาดของไขห้ วดั ใหญ่ ควรใชแ้ หล่งขอ้ มูลจากกระทรวงสาธารณสขุ ซึ่งมีหนา้ ท่ีเกี่ยวข้อง

โดยตรงในการศกึ ษาป้องกันควบคมุ และรักษาโรค หรือใชข้ ้อมูลจากแพทยผ์ ู้เชยี่ วชาญการรกั ษาไข้หวดั ใหญ่
- การเกดิ สรุ ิยุปราคา ควรใชแ้ หลง่ ข้อมูลจากสถาบนั วิจัยดาราศาสตร์แหง่ ชาติ หรือหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านตาราศาสตร์ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญซึ่งศึกษาค้นคว้าและวิจัย
ทางดา้ นดาราศาสตรโ์ ดยตรง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 27

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา ..........
เร่อื ง ดาวหาง ณ กลางหาว ตอน คน้ วา่ อะไรดี เวลา 2 ช่วั โมง
ครูผสู้ อน.........................................

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชวี้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปญั หาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี ริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถอื
ของขอ้ มลู

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความร,ู้ ทักษะ, เจตคติ)
1. นกั เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การประเมินความนา่ เชือ่ ถอื ของข้อมลู
2. นักเรยี นสามารถใช้อนิ เทอรเ์ นต็ คน้ หาความรู้ได้
3. นักเรียนมีเจตคตทิ ่ีดตี ่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

3. สาระสำคัญ
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมลู อาจทำได้จากการตรวจสอบต้นตอของแหลง่ ข้อมลู ซ่ึงข้อมูลที่มี

ความนา่ เช่ือถือควรมาจากผูเ้ ช่ยี วชาญ หรอื หน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งกับเรอ่ื งนัน้ โดยตรง
ถ้าคำค้นที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ อาจพิมพ์คำค้นเป็นภาษาอังกฤษ

เพอื่ ให้ได้ผลลัพธ์ท่ีตรงตามความต้องการ นอกจากจะใช้โปรแกรมค้นหาในการหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
แล้วยังสามารถใช้หาคำตอบอื่น ๆ ได้ เช่น แปลคำศัพท์เป็นภาษาต่าง ๆ หาข้อมูลพยากรณ์อากาศ คำนวณ
อัตราแลกเปลยี่ นเงิน แปลงคา่ หนว่ ยวัดคำนวณทางคณิตศาสตร์

ขอ้ มลู ท่ีปรากฏในบางเว็บไซต์อาจกล่าวถึงเฉพาะข้อดีหรือข้อเสยี ของเร่ืองนั้น ๆ เราควรพิจารณาและ
หาขอ้ มลู ให้ครบรอบดา้ น

4. สาระการเรียนรู้
1. การประเมินความน่าเชื่อถือของขอ้ มูลและการตรวจสอบตน้ ตอของข้อมลู
2. การใช้เครอื่ งมือในโปรแกรมค้นหา เชน่ คน้ หาดว้ ยวลแี ปลภาษา แปลงค่าหนว่ ยวัด คำนวณทาง

คณติ ศาสตร์ พยากรณ์อากาศ คำนวณอตั ราแลกเปล่ยี นเงิน
3. การพิจารณาข้อมลู ใหร้ อบดา้ น

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน

5. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบกจิ กรรมท่ี 9.2 คน้ หาอะไรดี

6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ดำเนนิ การเรียนการสอนดังต่อไปน้ี

1. ขน้ั สร้างความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสูบ่ ทเรยี นโดยให้นักเรียนส่งตัวแทน 5 คนออกมาหน้าหอ้ งเรียน ให้นักเรียนยืนหัน

ข้างเข้าหากระดานดำเรียงต่อกันเป็นแถวตอนดัง ตัวอย่างในภาพ โดยมีระยะการยืนที่ห่างกันพอสมควร เพื่อ
ไม่ให้ไดย้ นิ ขอ้ ความท่เี พ่ือนคนอ่นื คุยกัน

2. ครแู จกกระดาษท่ีมีข้อความส่งให้นักเรียนคนท่ี 1 เพื่ออา่ นให้เพื่อนคนที่ 2 ฟัง จากน้ันเพ่ือนคน
ที่ 2 นำข้อความที่ได้จากเพื่อนคนที่ 1 ไปกระซิบบอกเพื่อนคนที่ 3 ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนเพื่อนคนสุดท้าย
หรือคนที่ 5 ได้รับข้อความ และให้พูดข้อมูลที่ได้ให้เพื่อนในห้องฟัง จากนั้นครูนำอภิปรายและใหเ้ พื่อนในหอ้ ง
ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

- นักเรยี นคดิ วา่ เพื่อนคนที่ 2 3 4 และ 5 จะได้รับขอ้ ความเหมือนกนั หรือไม่ เพราะอะไร
- นกั เรยี นคดิ ว่าขอ้ ความท่ีมาจากเพื่อนคนใดน่าเชอ่ื ถือท่สี ดุ เพราะอะไร (คนที่ 1 เน่ืองจากเป็น
คนทีไ่ ด้รับขอ้ ความจากแหลง่ ข้อมูลหรอื เป็นตน้ ตอของข่าว)
- นักเรียนคิดว่าข้อความจากเพื่อนคนใดที่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด เพราะอะไร (คนที่ 5
เพราะเป็นคนสุดท้ายท่ีไดร้ บั ข้อความ อาจมคี วามคลาดเคลื่อนมากท่สี ุด)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 และไม่แน่ใจว่าข้อความที่ได้รับถูกต้องหรือไม่
นักเรียนจะสืบหาความจริงอย่างไร (สอบถามจากเพื่อนคนที่ 5 ว่าได้รับข้อความมาจากที่ใดจากนั้นไปยัง
แหลง่ ขอ้ มลู นนั้ แล้วสอบถามต่อไปเร่ือย ๆ)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 นักเรียนจะส่งต่อหรือไม่เพราะเหตุใด (ไม่ส่งต่อ
เพราะไม่แน่ใจว่าขอ้ ความนน้ั ถูกต้องหรอื ไม่)
- จากเกมนี้ใครเป็นแหล่งต้นตอของข้อมูล (คนที่ 1 เป็นคนให้ข้อมูลคนแรกเรียกว่าแหล่งต้น
ตอ)
- ในชีวิตประจำวัน นักเรียนคิดว่าเนื้อหาข่าวที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์จะมีการ
เปล่ียนแปลงไปจากต้นตอของข่าวหรือไม่ (อาจจะมกี ารเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเดมิ มีการเพมิ่ ความคิดเห็นเข้าไป
หรอื ลบบางสว่ นของข่าวออก)
- ถ้าข้อมูลที่ส่งต่อกันมาไม่เป็นความจริงจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง (อาจจะทำให้ผู้ที่ได้รับ
ข้อมลู หลงเช่อื และนำไปใชใ้ นทางท่ผี ิด เม่ือมีการสง่ ข้อมลู ต่อไปยังผอู้ ่นื อีกก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผอู้ ื่นได้)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครนู ำนกั เรยี นศกึ ษาเนือ้ หาในหนังสือเรียนบทท่ี 8 เรื่อง ดาวหาง ณ กลางหาว และอภปิ ราย
ความร้ทู ไี่ ด้ตัวอย่างประเดน็ การอภิปราย เชน่

- เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเชื่อข่าวที่กุ้งส่งมาบอกว่า "จะมสี ะเก็ดดาวหางฮัลเล่ย์ตกลงสู่
พื้นโลก ให้ทุกคนระวัง และควรอยู่ในหลุมหลบภัย” ทั้งที่ปีที่แล้วกุ้งส่งข่าวคลื่นความร้อนซึ่งไม่เป็นความจริง
(เพราะขา่ วทกี่ งุ้ สง่ คร้ังน้ี มาจากสำนกั ข่าวและตรงกับเรื่องดาวหางฮัลเลย่ ์ที่คุณครสู อนโป้งและก้อยจงึ คิดว่าข่าว
นีน้ ่าจะเป็นเรอ่ื งจริง)

- คุณพ่อและคุณแม่แนะนำโป้งและก้อยให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าวที่กุ้งส่งมา
อย่างไร (ให้สืบหาต้นตอหรือแหล่งที่มาของข่าวจากการอ้างอิงของเนื้อหาข่าว และสืบค้นต่อไปเรื่อย ๆ จน
ทราบว่าต้นตอของข่าวมาจากเกรยี งไกรนิวส์ ซึง่ เปน็ เรือ่ งราวจากหนังสือนยิ าย เรอ่ื ง ฝา่ วกิ ฤตดาวหาง จึงทำให้
ทราบว่าขอ้ มลู ทีก่ ุ้งส่งมาไมเ่ ป็นความจรงิ )

- โป้งต้องการทราบว่า ดาวหางฮัลเล่ย์เคลื่อนที่ได้เร็วเท่าไหร่ จึงค้นหาในโปรแกรมค้นหา
แต่เหตุใด ผลการค้นหาจึงแสดงผลเกี่ยวกับความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ (โป้งใช้คำค้นที่เป็นภาษาไทยว่า
“ความเรว็ ฮาเลย์” ซ่งึ คลา้ ยกับชื่อของมอเตอร์ไซคย์ ี่ห้อหน่ึง เนื่องจากชื่อดาวหางฮัลเล่ย์ เป็นคำภาษาอังกฤษ
จึงทำใหม้ ผี ้เู ขียนคำนี้ในภาษาไทยแตกต่างกนั และไดผ้ ลการค้นหาไมต่ รงตามความต้องการ)

- จากเนื้อหาบทเรียนนักเรียนคิดว่า นอกจากจะใช้โปรแกรมค้นหาในการหาข้อมูลต่าง ๆ
แล้วเรายังสามารถใช้โปรแกรมค้นหาในการทำอะไรได้อีก (ใช้แปลคำศัพท์สะกดคำในภาษาอังกฤษ สอบถาม
ค่าเงนิ สอบถามอณุ หภูมิ สอบถามขอ้ มูลพยากรณอ์ ากาศ แปลงคา่ หน่วยวัดคำนวณทางคณิตศาสตร)์

- เหตุการณ์ใดที่ทำให้โป้งและก้อยพบว่า ควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านและเพราะอะไร
(เหตุการณ์ที่โป้งและก้อยสนใจเรื่องเกี่ยวกับดาวหาง จึงสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมก้อยพบบทความที่กล่าวถึง การ
สำรวจดาวหางว่าต้องใช้คนและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงคิดว่าไม่ควรสำรวจดาวหาง แต่โป้งพบว่าการ
สำรวจดาวหางทำให้ได้รับความรู้มากมาย คุณแม่จึงแนะนำให้พิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะบางเว็บไซต์
อาจจะบอกเฉพาะขอ้ ดหี รือข้อเสยี )

- นักเรยี นคดิ ว่าการสำรวจดาวหางมปี ระโยชน์หรอื ไม่ เพราะอะไร
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)

1. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 9.2 ค้นว่าอะไรดี โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มหรือ
จับคู่ เมื่อนักเรียนทำใบกิจกรรมเสร็จแล้ว สุ่มกลุ่มออกมานำเสนอคำตอบทดลองใช้คำค้นกับโปรแกรมค้นหา
และรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น จากนั้นครูนำอภปิ รายสรปุ เกีย่ วกับกจิ กรรมนี้โดยใชค้ ำถาม เชน่

- คำค้นของกลุ่มนักเรียนกบั เพ่ือนเหมือนหรือแตกตา่ งกนั หรือไม่อย่างไร และผลการค้นหา
เหมอื นกันหรือไม่ เพราะอะไร

- นักเรยี นสามารถนำโปรแกรมค้นหาไปใช้ประโยชน์อย่างไรในชีวติ ประจำวัน
- นกั เรยี นพบความรอู้ ะไรเกีย่ วกบั การค้นหาข้อมลู
4. ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการจัดกจิ กรรม เช่น
- ในปัจจุบนั นักเรยี นจะเห็นได้วา่ มีการแชรข์ ้อมลู ข่าวสารในส่ือสงั คมออนไลนจ์ ำนวนมาก มี
ทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้จากบทเรียนนี้ไปประยุกต์ใช้ หรือบอกกับผู้อื่นให้
ตรวจสอบความนา่ เช่ือถอื ของข้อมูลเหลา่ น้นั อย่างไร (ตรวจสอบโดยดูแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู หรอื ต้นตอของข้อมูล
โดยแหล่งข้อมูลท่ีนำเชื่อถือ จะเป็นแหล่งข้อมูลทีเ่ ป็นผู้เชีย่ วชาญเฉพาะด้านหรือหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
น้ันโดยตรง)
- หากนักเรียนได้รับข้อมูลที่พาดพิงหรือกล่าวหาผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือข่าวลวง
ต่าง ๆ นักเรียนจะส่งต่อหรือไม่ เพราะอะไร (ไม่ส่งต่อเพราะอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือมีผลกระทบเป็นการ
ละเมดิ สทิ ธผิ อู้ ืน่ และผดิ กฎหมาย)

5. ขนั้ ประเมิน (evaluation)
1. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหวั ข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้าง

ทยี่ งั ไม่เขา้ ใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธิบายเพ่มิ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แก้ไขอยา่ งไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม

และการนำความรทู้ ่ไี ด้ไปใชป้ ระโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
การประเมินการเรยี นรู้ของนกั เรยี นทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมินความรเู้ ดิมจากการอภปิ รายในชั้นเรยี น
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนักเรียน

การประเมินจากการทำกิจกรรม

ระดับคะแนน

3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง

รหัส สง่ิ ท่ปี ระเมิน ระดับคะแนน

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเห็นจากข้อมูล

S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

C4 การส่อื สาร

C5 ความรว่ มมอื

8. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- วิธีการคน้ หาขอ้ มูลดว้ ย google
http://oho.ipst.ac.th/im/5991
http://oho.ipst.ac.th/im/5992
- คลปิ วิดโี อ Digital Literacy http://oho.ipst.ac.th/im/5993

9. ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ.......................................................... แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอื่ ..................................................ครผู ู้สอน
(.................................................)

ตำแหนง่ ............................................

ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อมูลหรอื ข่าวลวงทย่ี กตัวอยา่ งเพอ่ื นำเขา้ สบู่ ทเรียนควรเป็นข้อมูลหรือข่าวสารท่เี กดิ ขึน้ ในช่วงเวลา

ทีส่ อน เพอ่ื กระตุ้นความสนใจของนักเรียน
2. ครูอาจใหน้ ักเรยี นนำขา่ วสารท่ีสนใจมาเปน็ หวั ข้อในการอภปิ ราย
3. ครอู าจให้นักเรยี นอภิปรายเพ่ิมเติมเกยี่ วกับการใช้สื่อสังคมอย่างเหมาะส มและระมัดระวัง เช่น ใช้

คำสุภาพไมก่ ล่าวหา หรือให้ร้ายผู้อ่นื
4. ควรนำคำคน้ ของนกั เรยี นที่ไม่ตรงกบั ตัวอย่างในเฉลยไปคน้ หาในโปรแกรมค้นหา เน่อื งจากอาจเป็น

คำคน้ ทใ่ี ห้คำตอบเชน่ เดยี วกับตวั อย่างในเฉลย
5. หากมีเวลาเหลืออาจอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เคร่ืองหมาย +, -, *, / ที่ใช้สำหรับการคำนวณ

ในคอมพิวเตอร์

แนวคำตอบแบบฝึกหัดทา้ ยบท
ขอ้ 1. คำว่า“ ผัดวันประกันพรุ่ง” ที่เขียนโดยเว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความน่าเชื่อถือ

มากกว่า “ผลัดวันประกันพรุ่ง” ที่เขียนโดยแฟนเพจคนรักภาษา เพราะสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็น
หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดทำพจนานุกรมการบัญญัติศัพท์ต่าง ๆ จึงมีความน่าเชื่อถือ
มากกว่าแฟนเพจคนรักภาษา ซึ่งใครก็สามารถสรา้ งแฟนเพจขึ้นมาได้เพื่อแบ่งปนั ข้อมูลผู้สร้างอาจจะเปน็ กลุม่
คนรกั ภาษาทไ่ี ม่ไดเ้ ปน็ ผู้เชย่ี วชาญโดยตรงจงึ อาจมขี อ้ มลู ทผ่ี ดิ พลาด

ข้อ 2.
- พยากรณ์อากาศควรใช้แหล่งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มี

หนา้ ทรี่ ายงานการพยากรณ์อากาศโดยตรง
- การระบาดของไขห้ วดั ใหญ่ ควรใชแ้ หล่งขอ้ มูลจากกระทรวงสาธารณสขุ ซึ่งมีหนา้ ท่ีเกี่ยวข้อง

โดยตรงในการศกึ ษาป้องกันควบคมุ และรักษาโรค หรือใชข้ ้อมูลจากแพทยผ์ ู้เชยี่ วชาญการรกั ษาไข้หวดั ใหญ่
- การเกดิ สรุ ิยุปราคา ควรใชแ้ หลง่ ข้อมูลจากสถาบนั วิจัยดาราศาสตร์แหง่ ชาติ หรือหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านตาราศาสตร์ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญซึ่งศึกษาค้นคว้าและวิจัย
ทางดา้ นดาราศาสตรโ์ ดยตรง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 28

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 ปกี ารศึกษา ..........

เรอ่ื ง ดาวหาง ณ กลางหาว ตอน ทุกคำถามมีคำตอบ เวลา 2 ชัว่ โมง

ครูผสู้ อน.........................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแก้ปัญหาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทันและมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาขอ้ มูล ติดต่อสื่อสารและทำงานรว่ มกัน ประเมินความนา่ เช่ือถือ
ของขอ้ มูล

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ความรู้, ทักษะ, เจตคติ)
1. นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกับการประเมินความน่าเช่ือถอื ของข้อมลู
2. นักเรยี นสามารถใช้อนิ เทอรเ์ นต็ คน้ หาความรู้ได้
3. นกั เรียนมีเจตคตทิ ดี่ ตี อ่ วิชาวิทยาศาสตร์และสามารถใช้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

3. สาระสำคัญ
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลอาจทำได้จากการตรวจสอบต้นตอของแหล่งข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่มี

ความนา่ เชอื่ ถอื ควรมาจากผ้เู ชีย่ วชาญ หรือหนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งกบั เรอื่ งนนั้ โดยตรง
ถ้าคำค้นที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ อาจพิมพ์คำค้นเป็นภาษาอังกฤษ

เพอื่ ใหไ้ ด้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ นอกจากจะใชโ้ ปรแกรมคน้ หาในการหาข้อมลู จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
แล้วยังสามารถใช้หาคำตอบอื่น ๆ ได้ เช่น แปลคำศัพท์เป็นภาษาต่าง ๆ หาข้อมูลพยากรณ์อากาศ คำนวณ
อตั ราแลกเปลย่ี นเงนิ แปลงค่าหน่วยวัดคำนวณทางคณติ ศาสตร์

ขอ้ มลู ทีป่ รากฏในบางเว็บไซต์อาจกล่าวถงึ เฉพาะข้อดีหรือข้อเสียของเรื่องนนั้ ๆ เราควรพิจารณาและ
หาขอ้ มูลให้ครบรอบด้าน

4. สาระการเรียนรู้
1. การประเมินความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู และการตรวจสอบต้นตอของข้อมูล
2. การใช้เครื่องมือในโปรแกรมคน้ หา เชน่ คน้ หาด้วยวลแี ปลภาษา แปลงคา่ หน่วยวดั คำนวณทาง

คณิตศาสตร์ พยากรณอ์ ากาศ คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
3. การพิจารณาขอ้ มูลให้รอบด้าน

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. อยูอ่ ย่างพอเพียง
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

5. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบกิจกรรมท่ี 9.3 ทุกคำถามมีคำตอบ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

โดยเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ดำเนนิ การเรียนการสอนดงั ตอ่ ไปนี้

1. ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรยี นโดยให้นักเรยี นส่งตัวแทน 5 คนออกมาหน้าหอ้ งเรียน ให้นักเรยี นยืนหนั

ข้างเข้าหากระดานดำเรียงต่อกันเป็นแถวตอนดัง ตัวอย่างในภาพ โดยมีระยะการยืนที่ห่างกันพอสมควร เพื่อ
ไม่ให้ไดย้ ินขอ้ ความทเี่ พ่อื นคนอน่ื คยุ กัน

2. ครแู จกกระดาษท่ีมีข้อความส่งให้นักเรียนคนท่ี 1 เพื่ออา่ นให้เพื่อนคนที่ 2 ฟัง จากน้ันเพ่ือนคน
ที่ 2 นำข้อความที่ได้จากเพื่อนคนที่ 1 ไปกระซิบบอกเพื่อนคนที่ 3 ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนเพื่อนคนสุดท้าย
หรือคนที่ 5 ได้รับข้อความ และให้พูดข้อมูลที่ได้ให้เพื่อนในห้องฟัง จากนั้นครูนำอภิปรายและใหเ้ พื่อนในหอ้ ง
ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

- นักเรยี นคดิ วา่ เพื่อนคนที่ 2 3 4 และ 5 จะได้รับขอ้ ความเหมือนกนั หรือไม่ เพราะอะไร
- นกั เรยี นคดิ ว่าขอ้ ความท่ีมาจากเพื่อนคนใดน่าเชอ่ื ถือท่สี ดุ เพราะอะไร (คนที่ 1 เน่ืองจากเป็น
คนทีไ่ ด้รับขอ้ ความจากแหลง่ ข้อมูลหรอื เป็นตน้ ตอของข่าว)
- นักเรียนคิดว่าข้อความจากเพื่อนคนใดที่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด เพราะอะไร (คนที่ 5
เพราะเป็นคนสุดท้ายท่ีไดร้ บั ข้อความ อาจมคี วามคลาดเคลื่อนมากท่สี ุด)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 และไม่แน่ใจว่าข้อความที่ได้รับถูกต้องหรือไม่
นักเรียนจะสืบหาความจริงอย่างไร (สอบถามจากเพื่อนคนที่ 5 ว่าได้รับข้อความมาจากที่ใดจากนั้นไปยัง
แหลง่ ขอ้ มลู นนั้ แล้วสอบถามต่อไปเร่ือย ๆ)
- ถ้านักเรียนได้รับข้อความจากเพื่อนคนที่ 5 นักเรียนจะส่งต่อหรือไม่เพราะเหตุใด (ไม่ส่งต่อ
เพราะไม่แน่ใจว่าขอ้ ความนน้ั ถูกต้องหรอื ไม่)
- จากเกมนี้ใครเป็นแหล่งต้นตอของข้อมูล (คนที่ 1 เป็นคนให้ข้อมูลคนแรกเรียกว่าแหล่งต้น
ตอ)
- ในชีวิตประจำวัน นักเรียนคิดว่าเนื้อหาข่าวที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์จะมีการ
เปล่ียนแปลงไปจากต้นตอของข่าวหรือไม่ (อาจจะมกี ารเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเดมิ มีการเพมิ่ ความคิดเห็นเข้าไป
หรอื ลบบางสว่ นของข่าวออก)
- ถ้าข้อมูลที่ส่งต่อกันมาไม่เป็นความจริงจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง (อาจจะทำให้ผู้ที่ได้รับ
ข้อมลู หลงเช่อื และนำไปใชใ้ นทางท่ผี ิด เม่ือมีการสง่ ข้อมลู ต่อไปยังผอู้ ่นื อีกก็อาจจะส่งผลกระทบต่อผอู้ ื่นได้)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครนู ำนกั เรยี นศกึ ษาเนือ้ หาในหนังสือเรียนบทท่ี 8 เรื่อง ดาวหาง ณ กลางหาว และอภปิ ราย
ความร้ทู ไี่ ด้ตัวอย่างประเดน็ การอภิปราย เชน่

- เพราะเหตุใดโป้งและก้อยจึงเชื่อข่าวที่กุ้งส่งมาบอกว่า "จะมสี ะเก็ดดาวหางฮัลเล่ย์ตกลงสู่
พื้นโลก ให้ทุกคนระวัง และควรอยู่ในหลุมหลบภัย” ทั้งที่ปีที่แล้วกุ้งส่งข่าวคลื่นความร้อนซึ่งไม่เป็นความจริง
(เพราะขา่ วทกี่ งุ้ สง่ คร้ังน้ี มาจากสำนกั ข่าวและตรงกับเรื่องดาวหางฮัลเลย่ ์ที่คุณครสู อนโป้งและก้อยจงึ คิดว่าข่าว
นีน้ ่าจะเป็นเรอ่ื งจริง)

- คุณพ่อและคุณแม่แนะนำโป้งและก้อยให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าวที่กุ้งส่งมา
อย่างไร (ให้สืบหาต้นตอหรือแหล่งที่มาของข่าวจากการอ้างอิงของเนื้อหาข่าว และสืบค้นต่อไปเรื่อย ๆ จน
ทราบว่าต้นตอของข่าวมาจากเกรยี งไกรนิวส์ ซึง่ เปน็ เรือ่ งราวจากหนังสือนยิ าย เรอ่ื ง ฝา่ วกิ ฤตดาวหาง จึงทำให้
ทราบว่าขอ้ มลู ทีก่ ุ้งส่งมาไมเ่ ป็นความจรงิ )

- โป้งต้องการทราบว่า ดาวหางฮัลเล่ย์เคลื่อนที่ได้เร็วเท่าไหร่ จึงค้นหาในโปรแกรมค้นหา
แต่เหตุใด ผลการค้นหาจึงแสดงผลเกี่ยวกับความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ (โป้งใช้คำค้นที่เป็นภาษาไทยว่า
“ความเร็ว ฮาเลย”์ ซ่ึงคล้ายกบั ช่ือของมอเตอร์ไซค์ย่ีห้อหนึ่ง เนื่องจากช่ือดาวหางฮัลเล่ย์ เป็นคำภาษาอังกฤษ
จงึ ทำให้มผี ู้เขยี นคำน้ใี นภาษาไทยแตกต่างกัน และได้ผลการค้นหาไม่ตรงตามความตอ้ งการ)

- จากเนื้อหาบทเรียนนักเรียนคิดว่า นอกจากจะใช้โปรแกรมค้นหาในการหาข้อมูลต่าง ๆ
แล้วเรายังสามารถใช้โปรแกรมค้นหาในการทำอะไรได้อีก (ใช้แปลคำศัพท์สะกดคำในภาษาอังกฤษ สอบถาม
ค่าเงนิ สอบถามอณุ หภมู ิ สอบถามข้อมูลพยากรณอ์ ากาศ แปลงค่าหน่วยวดั คำนวณทางคณิตศาสตร)์

- เหตุการณ์ใดที่ทำให้โป้งและก้อยพบว่า ควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านและเพราะอะไร
(เหตุการณ์ที่โป้งและก้อยสนใจเรื่องเกี่ยวกับดาวหาง จึงสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมก้อยพบบทความที่กล่าวถึง การ
สำรวจดาวหางว่าต้องใช้คนและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงคิดว่าไม่ควรสำรวจดาวหาง แต่โป้งพบว่าการ
สำรวจดาวหางทำให้ได้รับความรู้มากมาย คุณแม่จึงแนะนำให้พิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะบางเว็บไซต์
อาจจะบอกเฉพาะข้อดีหรือข้อเสยี )

- นกั เรยี นคดิ ว่าการสำรวจดาวหางมปี ระโยชน์หรือไม่ เพราะอะไร
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (explanation)

1. ครูชี้แจงและใหน้ ักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 9.3 ทุกคำถามมีคำตอบ โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลมุ่
หรือจับคู่ เมื่อนักเรียนทำใบกิจกรรมเสร็จแล้ว สุ่มกลุ่มออกมานำเสนอคำตอบและร่วมกันแสดงความคิดเห็น
จากนั้นครนู ำอภปิ รายสรปุ โดยใชค้ ำถาม เชน่

- นกั เรยี นใช้ระยะเวลาในการสืบคน้ เท่าใดจงึ พบคำตอบตามทีโ่ จทย์ต้องการ
- คำตอบที่ได้จากการค้นหามีการพิจารณาข้อมูลรอบด้านหรือเปรียบเทียบข้อมูลกับ
เวบ็ ไซต์อน่ื หรือไม่ อยา่ งไร
- คำตอบที่นักเรียนเขียนลงในกระดาษมีการเรียบเรียงใหม่หรือคัดลอกมาทั้งหมด เพราะ
อะไร
- แหลง่ ขอ้ มูลทนี่ ักเรียนนำมาอา้ งองิ นา่ เช่ือถือหรอื ไม่ เพราะอะไร
- แหล่งขอ้ มูลทนี่ า่ เชือ่ ถอื ควรมีรายละเอียดใดบา้ ง (แหลง่ ท่มี าของขอ้ มลู วนั ทเ่ี ผยแพร่ข้อมูล
หรอื การรับรองข้อมูลจากหน่วยงานของทางราชการ)
4. ขั้นขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูนำนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความร้ทู ่ีไดจ้ ากการจัดกิจกรรม เช่น
- สมมตุ วิ ่ามีเว็บไซตแ์ หง่ หน่งึ ท่แี นะนำสถานที่ท่องเทีย่ วแหง่ ใหม่ทสี่ วยงามจนทำให้คนสนใจ
ไปท่องเที่ยวจำนวนมากนักเรียนคิดวา่ ใครจะได้ประโยชน์จากข่าวนี้ (เจ้าของสถานที่คนเขยี นขอ้ มูล) หากมีคน
ในครอบครัวสนใจไปท่องเที่ยวในสถานที่แห่งใหม่นี้ นักเรียนควรทำอย่างไร (หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นี้ใน
เวบ็ ไซตอ์ ืน่ ๆ หรอื จากผ้ทู ี่เคยไปเท่ยี วมาแล้วพจิ ารณาข้อมูลใหร้ อบดา้ น)
- ให้นักเรียนช่วยกันบอกข้อเสียของการได้รับข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง (ถ้าข่าวที่เรารับมาน้ัน
เป็นข่าวเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ เช่น “จะมีพายุเข้าในวันพรุ่งนี้และทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ให้ทุกคนซื้ออาหาร

เตรียมพร้อมรับมือ” อาจทำให้คนตื่นตระหนกซื้ออาหารมากักตุนเกิดความโกลาหล หรือข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ
เช่น “น้ำหมักสมุนไพรมีส่วนผสมของสมุนไพรหลายชนิดรักษาได้ทุกโรคกินทาหยอดในขวดเดียวกัน” ถ้าเรา
หลงเชื่อแล้วรับประทานเข้าไปอาจเกิดอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้ถ้าเราหลงเชื่อและแชร์ข่าวสารที่ไม่ใช่เรื่อง
จรงิ กจ็ ะผดิ กฎหมายได้)

5. ขั้นประเมนิ (evaluation)
1. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนพิจารณาว่า จากหวั ข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้าง

ทย่ี ังไม่เขา้ ใจหรือยังมีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพ่ิมเตมิ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ

แกไ้ ขอย่างไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบตั ิกิจกรรม

และการนำความรทู้ ี่ได้ไปใช้ประโยชน์

7. กระบวนการวดั และประเมินผล
การประเมนิ การเรยี นรขู้ องนักเรียนทำได้ ดงั น้ี
1. ประเมนิ ความร้เู ดมิ จากการอภปิ รายในชั้นเรียน
2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนักเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึก

กจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรม

ของนักเรียน

การประเมินจากการทำกจิ กรรม

ระดบั คะแนน

3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ

รหสั ส่งิ ท่ีประเมนิ ระดับคะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

S1 การสังเกต

S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ

ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21

C4 การสือ่ สาร

C5 ความร่วมมือ

8. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สสวท.
- วิธีการคน้ หาขอ้ มูลดว้ ย google
http://oho.ipst.ac.th/im/5991
http://oho.ipst.ac.th/im/5992
- คลปิ วิดโี อ Digital Literacy http://oho.ipst.ac.th/im/5993


Click to View FlipBook Version