คำนำ
กว่าครง่ึ หน่ึงของการใช้ยาทว่ั โลกมีการใชย้ าอยา่ งไมส่ มเหตผุ ลสง่ ผลใหผ้ ้ปู ่วยเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและ
อนั ตรายจากยา รวมถงึ เกิดการส้ินเปลืองทางเศรษฐกิจ ในปี 2560 รฐั บาลไดใ้ หค้ วามสำคญั กับการส่งเสริมการ
ใช้ยาอย่างสมเหตุผลเริ่มตน้ จากการดำเนินการในสถานพยาบาลของรัฐ ต่อมาได้ขยายสู่สถานพยาบาลเอกชน
การใชย้ าในชมุ ชน และการสรา้ งความรอบรใู้ หก้ ับประชาชน โดยบูรณาการความรว่ มมือจากทุกภาคีเครือข่ายที่
เกย่ี วข้องเพื่อให้เกิดความต่อเน่ืองและยง่ั ยนื โดยมีเปา้ หมายเพือ่ ใหเ้ กดิ จังหวดั ใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลนำร่องและ
ครอบคลุมทุกจังหวัดเพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือประเทศไทยเป็นประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานีดำเนนิ ตามนโยบายการพัฒนาระบบบริการให้มกี ารใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลอยา่ งต่อเน่ือง ผู้บรหิ ารของ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ประกาศนโยบายที่ชัดเจน สนับสนุนการดำเนินงานครอบคลุมทั้งการกำหนด
ยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด การมีคณะทำงานขับเคลื่อนงานในทุกระดับ การพัฒนาบุคลากรและระบบบริการ
รวมถึงการกำกับติดตามผล และกิจกรรมรณรงค์ Suratthani RDU awareness week เน้นการเฝ้าระวังใน
ชุมชนโดยบูรณาการความร่วมมือกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการ
คุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สขุ ภาพในชุมชนโดยผา่ นมาตรฐานรพ.สต.ติดดาว ทุกปี ในปี 2564 จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานีได้ขยายผลส่งเสริมให้เกิดการใช้ยาสมเหตุผลในชุมชน และส่งเสริมให้เกิดอำเภอสมเหตุผลในปี
2565 พบว่า 7 อำเภอ จาก 19 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านการประเมินอำเภอใช้ยาสมเหตุผล เกิด
เป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป้าไว้ คือ 1 อำเภอที่มีการใช้สมเหตุผล ต่อ 1 จังหวัดประสบ
ความสำเร็จจนเป็นต้นแบบการส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลของประเทศ
คู่มือจัดการความรู้ก้าวไปข้างหน้าสู่การใช้ยาสมเหตุผลเครือข่ายเมืองคนดี ( Knowledge
management for moving to the Next step “Suratthani RDU province”) เป็นการสรุปแนวทางการ
ขับเคลื่อนงานการใช้ยาสมเหตุผล และผลการดำเนินการที่โดดเด่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกระดับ ได้แก่
ระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน ทั้งการขับเคลื่อนอำเภอใช้ยาสมเหตุผล และการจัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัย
สุขภาพในชุมชน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน ค้นหาจุดเด่นและโอกาสพัฒนา อันจะนำไปสู่
การขับเคลื่อนเครือข่ายภาพรวมทั้งจังหวัดต่อไป
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎรธ์ านี
กันยายน 2565
สารบญั หน้า
1
เรอ่ื ง 7
1. แนวทางการสง่ เสริมการใชย้ าสมเหตผุ ลจังหวดั สุราษฎร์ธานี 7
2. เกณฑ์การประเมนิ 15
2.1 เกณฑ์การประเมนิ การใชย้ าสมเหตุผล 23
2.2 เกณฑ์การจัดต้ังศนู ยแ์ จ้งเตอื นภัย เฝา้ ระวังและรับเร่ืองรอ้ งเรยี น 23
25
ปญั หาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพในชุมชน 25
3. การขบั เคลื่อนอำเภอใช้ยาสมเหตผุ ล 31
38
3.1 Best practice RDU district 44
3.2 การขบั เคลื่อนอำเภอใชย้ าสมเหตุผลรายอำเภอ 47
62
1) อำเภอกาญจนดิษฐ์ 67
2) อำเภอเกาะสมยุ 75
3) อำเภอครี ีรัฐนคิ ม 80
4) อำเภอเคียนซา 91
5) อำเภอชัยบรุ ี 99
6) อำเภอไชยา 102
7) อำเภอทา่ ฉาง 115
8) CUP ท่าโรงชา้ ง 120
9) อำเภอบา้ นตาขนุ 131
10) อำเภอบา้ นนาเดิม 136
11) อำเภอพนม 136
12) อำเภอบา้ นนาสาร 143
13) อำเภอพระแสง 152
14) อำเภอเวยี งสระ 161
15) อำเภอเมือง 173
4. จัดต้งั ศูนยแ์ จ้งเตือนภัย เฝา้ ระวังและรับเร่ืองร้องเรียนปัญหาผลิตภัณฑส์ ุขภาพในชมุ ชน 175
1) รพ.สต.ปากน้ำท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ 186
2) รพ.สต.ตล่ิงงาม อำเภอเกาะสมยุ 195
3) รพ.สต.พมุ เรียง อำเภอไชยา 208
4) รพ.สต.ท่ากระดาน อำเภอคีรีรฐั นคิ ม 223
5) รพ.สต.ในอำเภอเคียนซา 234
6) รพ.สต.พรุไทย อำเภอบ้านตาขนุ
7) รพ.สต.คลองไทร อำเภอท่าฉาง
8) รพ.สต.บ้านทุง่ ในไร่ อำเภอบ้านนาสาร
9) รพ.สต.บา้ นยางอุง อำเภอบ้านนาสาร
10) รพ.สต.เพ่ิมพนู ทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร
11) รพ.สต.พรพุ ี อำเภอบ้านนาสาร
สารบัญ หนา้
เรื่อง 248
254
12) รพ.สต.พนม อำเภอพนม 257
13) รพ.สต.ไทรโสภา อำเภอพระแสง
14) รพ.สต.เวียงสระ อำเภอเวียงสระ
1. แนวทางการส่งเสรมิ การใชย้ าสมเหตผุ ลจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
องคก์ ารอนามัยโลกไดน้ ิยาม “การใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล (Rational Drug Use: RDU)” หมายถงึ “การ
ที่ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพโดยใช้ยาในขนาดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายด้วยระยะเวลา
การรักษาที่เหมาะสม และมีค่าใช้จ่ายต่อชุมชนและผู้ป่วยน้อยที่สุด” ทั่วโลกมีการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล
มากกว่าร้อยละ 50 ของการใช้ยาทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและอันตรายจากยาที่ไม่
เหมาะสมรวมถึงเกิดการสิ้นเปลืองทางเศรษฐกจิ ของผู้ป่วยและในภาพรวม ประเทศไทยมีปัญหาค่าใชจ้ ่ายดา้ น
ยาสูงเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ในปี 2561 ค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศมีมูลค่ารวม 181,553 ล้าน
บาท มูลค่าการใช้ยาในภาพรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพซึ่งการเพิ่มขึ้นของ
ค่าใช้จ่ายด้านยานี้เป็นผลจากการที่ประชาชนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้นรวมไปถึงการใชย้ าไม่สมเหตุผลในหน่วยบริการ
ทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน องค์การอนามัยโลกกำหนดมาตรการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลหลาย
ประการ ตัวอย่างเชน่ 1) การกำหนดคณะกรรมการแห่งชาติในลกั ษณะสหสาขาเพื่อประสานงานนโยบายและ
กลยุทธ์ ว่าดว้ ยการใช้ยาในระดับชาติในท้ังภาครฐั และเอกชน 2) การกำหนดแนวทางทางคลนิ ิก (แนวทางการ
รกั ษามาตรฐาน และนโยบายการจา่ ยยา) เพ่ือช่วยให้ผูส้ ง่ั ยาตดั สินใจเกี่ยวกบั การรักษาที่เหมาะสมสำหรับโรคท่ี
จำเพาะเจาะจง และ 3) การกำหนดบัญชียาจำเป็น (Essential Medicines List, EML) แนวคิดหลักเกี่ยวกับ
ยาจำเปน็ ไดก้ ลายเป็นหน่ึงในปจั จยั สำคัญของนโยบายสุขภาพในระดับระหว่างประเทศและระดับชาติแล้ว โดย
มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศอุตสาหกรรม การคัดเลือกและการใช้ยาอย่าง
สมเหตุผลได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักการสำคัญของคุณภาพและการจัดการของบริการสุขภาพในทั้งภาครัฐ
และเอกชน
องค์การอนามัยโลกได้ส่งเสริมแนวคิดหลักเกีย่ วกับยาจำเป็นและการใช้ยาอย่างสมเหตุผลตลอดอยา่ ง
เข้มข้น การที่ยาจำเปน็ จะมีส่วนทำให้เกดิ สุขภาพท่ีดีข้ึนไดน้ ้ัน ประเทศตา่ งๆจำเปน็ ต้องพัฒนานโยบายแห่งชาติ
ด้านยา (National Medicine Policy, NMP) ดูให้แน่ใจว่าประชาชนเข้าถึงยาจำเป็นเหล่าน้ี เพิ่มความ
แข็งแกร่งในการควบคุมยา และปรับปรุงการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในทั้งภาครัฐและเอกชน และโดยทั้งผู้
ประกอบวชิ าชีพและผู้บรโิ ภค โดยในตา่ งประเทศทัว่ โลกได้มีการกล่าวถึงนโยบายเพ่ือการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ยกตัวอย่างเช่น ในทวีปเอเชีย ประเทศฟิลิปปินส์ มีนโยบายการใช้ยา
อย่างสมเหตผุ ล การส่งเสริมการขายยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งยา (Over-The-Counter, OTC) ใหแ้ ก่สาธารณะชน ซึ่ง
ยาในกล่มุ น้จี ะไดร้ บั อนุญาตต่อเมื่อได้อา้ งอิงถึงผลอนั ไม่พงึ ประสงค์ทที่ ราบไวด้ ว้ ย ซึง่ สอดคลอ้ งกับนโยบายการ
ใช้ยาอย่างสมเหตุผล นอกจากนี้กฎหมายว่าด้วยยาชื่อสามัญ พ.ศ. 2531 (Generic Act of 1988) ยังมีเจตนา
ส่งเสริมความปลอดภัยของยาโดยลดยาซ้ำซ้อนและ/หรือการใช้ยาที่อาจเกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ให้
เหลือน้อยที่สุด หรือ ในบางประเทศในทวีปยุโรป อย่างเช่นเนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร รัฐบาลเป็นผู้
ตัดสินใจว่าจะเบิกยาชนิดใดได้ จึงเป็นการทำให้แน่ใจว่าประชาชนเข้าถึงยาจำเป็นอย่างเท่าเทียมกัน สหราช
อาณาจักร มีสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ (National Institute for Clinical
Excellence, NICE) เป็นผู้รับผิดชอบกำหนดว่ายาใหม่ชนิดใดควรซื้อหาได้ในระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ
(National Health Service, NHS) เป็นต้น จะเห็นได้ว่านโยบายเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผลมีความสัมพันธ์
กับบัญชียาจำเปน็ อย่างใกลช้ ิด ปัจจุบันน้ี มากกว่า 100 ประเทศ ไดม้ ีนโยบายแหง่ ชาติด้านยา มีบญั ชยี าจำเป็น
ในระดับชาติ หรือระดับจังหวัด/มณฑล มีแนวทางการรักษา/คู่มือสูตรยาแห่งชาติ และหลายประเทศได้นำ
แนวคิดหลักด้านยาจำเป็นเข้าไปใส่ในหลักสูตรทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์แล้ว อย่างไรก็ตามผู้กำหนด
นโยบายสุขภาพมีแนวโน้มที่จะมุ่งความสนใจไปที่การจัดหายา ควบคุมยาและพยายามทำให้การสั่งยาของผู้
2
ทำงานด้านสขุ ภาพดีขน้ึ มากกว่าท่ีจะพยายามทำให้แน่ใจว่าผู้บริโภค ใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล ประสบการณ์ท่ีผ่าน
มาแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการควบคุมมีความจำเป็นเพื่อ ควบคุมกิจกรรมของภาคส่วนเภสัชกรรม
คณะกรรมการนี้สามารถเป็นคณะกรรมการทางเทคนิคอิสระนอกกระทรวงสาธารณสุขท่ีมีอาณัตทิ ี่ชัดเจนจาก
รัฐบาล หรืออาจเป็นหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ แต่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
คณะกรรมการเช่นนี้อ่อนแอมากหรือไม่มีอยู่ด้วยซ้ำส่งผลทำให้เกิดการใช้ยาไม่เหมาะสมรวมไปถงึ การรายการ
ยาที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความคุ้มค่าในการนำมาใช้ ดังนั้นการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลมี
เป้าหมายเพอ่ื ความปลอดภยั ในการใช้ยาของผู้ป่วย เกิดความค้มุ ค่าในการรกั ษาโดยการใช้ยา และลดการใช้ยา
โดยไมจ่ ำเป็น
การใช้ยาไม่สมเหตุผลในประเทศไทยเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลาย
ปัจจัย ได้แก่ ผู้ใช้ยา ผู้สั่งใช้ยา ผู้ผลิต รวมไปถึงการกระจายยาและการควบคุมยาของกฎหมาย จากการทบทวน
วรรณกรรมภายในประเทศพบการบริโภคยาอย่างไม่เหมาะสมในทุกระดับตั้งแต่สถานพยาบาลของภาพรัฐและ
เอกชนจนถึงในระดับชุมชน โดยปัญหาส่วนหนึ่งเกดิ จากการขาดความรูค้ วามเข้าใจด้านยาของผูใ้ ชย้ า ความเชื่อท่ี
ไมถ่ ูกต้อง และการมีแหล่งกระจายยาที่ไม่เหมาะสมกระจายอยู่ทว่ั ทำใหผ้ ู้ใช้ยามีโอกาสเขา้ ถึงยาท่ีไม่จำเป็นได้ง่าย
นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากทางฝั่งผู้กระจายจำหน่ายยาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมักเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านยาและหวังผล
เพียงด้านพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ประเทศไทยมีปัญหาค่าใช้จ่ายสูง และ
สูงขน้ึ อย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับค่าใชจ้ ่ายโดยรวมด้านสุขภาพซ่ึงมีมูลค่าการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลและยาเหลือใช้
จำนวนมาก จากผลการสำรวจยาเหลือใช้ในครัวเรือนในปี 2560 - 2562 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 62 จังหวัด รวม
ทั้งสิ้น 22,830 ครัวเรือน พบยาปฏิชีวนะเหลือใช้ในครัวเรือนประมาณร้อยละ 10 รัฐบาลไทยได้กำหนดนโยบาย
การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในประเทศไทยอยางจริงจังตั้งแต่ปี 2560 ในช่วงแรก RDU ขั้นที่ 1 เน้นไปที่
การพัฒนาระบบพื้นฐานโรงพยาบาลที่เอื้อต่อการใช้ยาสมเหตุผลในโรงพยาบาล (RDU hospital) ตามหลักการ
ของ PLEASE 6 ประการ ประกอบด้วย การสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด
(Pharmacy and Therapeutics Committee (PTC) Strengthening) การจัดทำฉลากยา ฉลากยาเสริมและ
ข้อมูลยาสู่ประชาชน (Labeling and Leaflet for Patient Information) การจัดทำหรือจัดหาเครื่องมือจำเป็นที่
ชว่ ยให้เกดิ การสัง่ ใชอ้ ยา่ งสมเหตผุ ล (Essential RDU Tools) การสร้างความตระหนักรูของบุคลากรทางการแพทย์
และผรู้ บั บริการตอ่ การใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล (Awareness for RDU Principles among Health Personnel and
Patients) การดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภัยของประชากรกลุ่มพิเศษ (Special Population Care) และการ
สง่ เสรมิ จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณทางการแพทย์ในการสั่งใช้ยา (Ethics in Prescription) ตอ่ มาเป็นการพัฒนาสู่
RDU ขั้นที่ 2 และ 3 ซึ่งเน้นให้เกิดการสั่งใช้ยาอย่างสมเหตุผลในโรคที่สำคัญๆ รวมถึงการสั่งใช้ปฏิชีวนะในโรค
หลัก และมีการประเมินผลลัพธ์การดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดจนกำหนดเป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติทั้งของ
ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินงานการใช้ยาอย่างสมเหตุผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดี ขั้นต่อมาจนถึงปัจจุบัน
เป็นการขยายผลส่งเสริมให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน (RDU community) โดยกระทรวงสาธารณสุข
ได้กำหนดกิจกรรมดำเนินการ 5 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การจัดทำระบบข้อมูลการเฝ้าระวังความปลอดภัย
ด้านยาในโรงพยาบาล (Proactive Hospital Based Surveillance) เพ่ือสง่ ข้อมลู ให้กับชุมชนนำไปแก้ไขปัญหาใน
พื้นที่ การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน (Active Community Based Surveillance) ผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน (Community Participation) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมี
ความรอบรดู้ ้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU Literacy) รวมถึงแนวคิดการดำเนินงานการสง่ เสริมการใช้ยาอย่าง
สมเหตุผล และการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในภาคเอกชน (Good Private Sector) เพื่อให้เกิดอำเภอใช้
3
ยาสมเหตุผล (RDU district) จังหวัดใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU province) และประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล
(RDU country) ตามลำดับ
จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินตามนโยบายการพัฒนาระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผลอย่าง
ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เริ่มจากการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ระดับจังหวัด และรายโรงพยาบาลท้ังน้ีได้มีการกำหนดนโยบายนำเสนอข้อมลู พน้ื ฐานรวมถงึ ผลการดำเนินงาน
แก่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการวางแผนและประเมินผลระดับจังหวัดในการประชุม
ประจำเดือน คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดระดับจังหวัด การประชุมพัฒนาศักยภาพด้านงานเภสัช
กรรม และได้มีการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผลระดับจังหวัดอย่าง
ต่อเนื่อง รวมถึงมีการประชุมถอดบทเรียนก้าวไปข้างหน้าเพื่อการใช้ยาสมเหตุผลระดับจังหวัดรวมถึงการจัด
สัปดาห์รณรงค์ Suratthani RDU awareness week ทุกปี ผลการดำเนินการที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2561
โรงพยาบาลทุกแห่ง (20 แห่ง) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ่านเกณฑ์ RDU ขั้นที่ 1 (ร้อยละ 100) มีโรงพยาบาล
ผ่านเกณฑ์ RDU ขั้นท่ี 2 จำนวน 1 แหง่ (โรงพยาบาลทา่ โรงชา้ ง) และผา่ นเกณฑ์ RDU ข้ันที่ 3 จำนวน 1 แห่ง
(โรงพยาบาลชัยบุรี) ต่อมาในปี 2562 มีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ RDU ขั้นที่ 2 จำนวน 6 แห่ง (โรงพยาบาลคีรี
รัฐนิคม ไชยา บ้านตาขุน บ้านนาเดิม บ้านนาสาร เวียงสระ) และผ่านเกณฑ์ RDU ขั้นที่ 3 จำนวน 8 แห่ง
(โรงพยาบาลชัยบุรี ท่าโรงช้าง เกาะพงัน พนม วิภาวดี เคียนซา ท่าฉาง พุนพิน) จนถึงปัจจุบัน ปี 2565
กระทรวงสาธารณสขุ มกี ารปรบั เปลี่ยนเกณฑ์จากเดิม จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานผี ่านเกณฑใ์ นระดับดีมาก ร้อยละ 60
(ผ่านเกณฑ์ 12 แห่งจาก 20 แห่ง) นอกจากนี้ สำหรับโรงพยาบาลระดับ A และ M1 ในจังหวัด ได้แก่
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีและโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ AMR พัฒนาระบบเพื่อ
ติดตามสถานการณ์การติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลจากรายงานการติดเชื้อดื้อยา (AMR) ในกระแสเลือดจาก
เชื้อ 8 ชนิด พบว่าผ่านเกณฑ์การดำเนินงานทั้ง 2 แห่งตั้งแต่ปี 2561 จากผลการดำเนินงานแสดงให้เห็นว่า
จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานบี รรลุเป้าหมายการส่งเสรมิ ให้เกิดการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลในโรงพยาบาล (RDU hospital)
กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดนิยามของจงั หวดั ใชย้ าสมเหตุผล (RDU Province) หมายถงึ จังหวดั ที่
มนี โยบาย ระบบและโครงสร้าง กระบวนการ และการตดิ ตามประเมินผล ซงึ่ จะตอ้ งมกี ารดำเนินการให้เกิดการ
ใช้ยาสมเหตุผลในชุมชน (RDU community) ต่างๆ ซึ่งจังหวัดจะต้องมีอำเภอใช้ยาสมเหตุผล (RDU district)
ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ของอำเภอทั้งหมดในจังหวัด โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายการขยายผล
นโยบาย RDU province ในปีงบประมาณ 2566 จะต้องสามารถขยายผลนโยบายนี้ได้รอ้ ยละ 50 ของจังหวัด
ท้งั หมดทวั่ ประเทศไทย ในปี 2563 จังหวัดสรุ าษฎร์ธานีกำหนดเป้าหมายทีจ่ ะขับเคล่ือนการใช้ยาสมเหตุผลใน
ระดับชุมชน ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขจากเดิมที่เริ่มต้นขับเคลื่อนในหน่วยบริการสาธารณสุข
ภาครฐั ทกุ ระดับ ทั้งหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ ทุติยภมู ิ และตตยิ ภูมิ จะขยายผลไปยังชุมชนโดยเนน้ การมีส่วน
ร่วมของภาคเี ครอื ขา่ ยไม่ว่าจะเปน็ หนว่ ยบริการภาคเอกชน ร้านยา คลนิ กิ เอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชน ภาคี
เครือข่ายในชุมชน ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ครู อสม. ฯลฯ รวมถึงการสร้างความความรอบรู้
ของประชาชน โดยไดก้ ำหนดเปา้ หมายการพัฒนาเนน้ การเฝ้าระวงั ในชมุ ชนโดยบรู ณาการความร่วมมือกับศูนย์
วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน ใน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพใน
ชุมชนโดยผ่านมาตรฐานรพ.สต.ติดดาว ทั้งนี้เป้าหมายการดำเนินงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานีคือ จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานีจะเปน็ จังหวัดใช้ยาสมเหตุผล (Suratthani RDU Province) ในปี 2567
4
การขับเคลื่อนสู่อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU district) จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อยอดจากการ
ขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลในโรงพยาบาล (RDU hospital) โดยมีเป้าหมายสู่จังหวัดใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ล RDU province ในปี 2567 กลวิธใี นการขบั เคลอื่ นงานทส่ี ำคญั ของจงั หวัดสุราษฎรธ์ านี ประกอบดว้ ย
1) การประกาศนโยบายการขับเคลื่อนเชิงนโยบายโดยผูบ้ ริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์
ธานีกำหนดทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานที่จัดเจนสอดคล้องกับแผนการพัฒนาของกระทรวง
สาธารณสุขแต่ตั้งเป้าหมายถึงผลลัพธ์ในการดำเนินโครงการอำเภอใช้ยาอย่างสมเ หตุผลที่สูงกกว่ากระทรวง
กำหนด
2) การบรหิ ารจัดการทรัพยากร สำหรบั แหล่งท่มี างบประมาณในการดำเนินการขับเคล่ือนอำเภอใช้ยา
สมเหตุผลได้รับจากงบประมาณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการจัดทำแผนงานงบประมาณประจำปี
นอกจากนี้ หลายอำเภอได้ขอสนับสนุนจากงบกองทุนสุขภาพท้องถิ่น ในส่วนของบุคลากรระดับอำเภอจะรับ
ความรู้จากการจัดอบรมการสร้างความรอบรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ อสม. และประชาชน วัสดุได้ใช้สื่อ
การสอน และเครื่องมือจากหน่วยงานส่วนกลางใช้ในการให้ความรู้และประเมินผล นอกจากนี้มีการพัฒนา
หลักสูตรการอบรมให้แก่ อสม. ในการจัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนและการใช้อยา่ งสม
เหตผุ ลควบคู่กนั
3) การสร้างภาคีเครอื ข่ายและบรู ณาการดำเนนิ งานระหวา่ งหนว่ ยงานในระดับจังหวัดตามภารกิจ คือ
การพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ใน รพ.สต. ติดดาว และบูรณาการ
หน่วยงานภายนอก ได้แก่ ประกอบด้วย ศึกษาจังหวัด โรงเรียน อย.น้อย สำนักงานเทศบาล องค์การบริหาร
ปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานตำรวจ สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค และชมรมร้านขายยาจังหวัด เป็นต้น ผลการ
เด่นชัดคือการบูรณาการร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภารกิจการจัดตั้งศูนย์
แจ้งเตือนภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน การคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน และการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ล
4) การติดตาม และประเมินผล โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ใช้ตัวชี้วัด และเป้าหมายในการบูรณาการ
ได้แก่ ร้อยละอำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุของกระทรวงสาธารณสุข และร้อยละของอำเภอมีการจัดตั้งศูนย์แจ้ง
เตือนภัยเฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน นอกจากนี้ได้จัดทำตัวชี้วัดเฉพาะใน
การประเมินผลลัพธ์อำเภอใช้ยาสมเหตุผลของจังหวัดเพิ่มเติมเพื่อประเมินผลสมั ฤทธ์ิเฉพาะตามกลุ่มเป้าหมาย
(Setting) ของการส่งเสรมิ การใชย้ าสมเหตุผล
5) การจัดความรู้ (knowledge management) ประชุมแลกเรียนรู้ และคัดเลือก Best practice
อำเภอส่งเสริมการใช้ยา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนวิธีการดำเนินงาน ปัจจัยความสำเร็จ และวิธีการจัดการ
อุปสรรค จดั ทำฐานข้อมูลวชิ าการ
5
ตดิ ตามและประเมนิ ผล
Best practice
การจัดการความรู้
Proactive Hospital Based Surveillance
Active Community Based Surveillance
Community Participation
Good private Sector
RDU Literacy
บรู ณาการภายในองค์กรและภายนอกองค์กร
จดั ต้งั ศูนยแ์ จ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สขุ ภาพในชมุ ชน
ประกาศนโยบายอำเภอใชย้ า เตรยี มความพร้อมดา้ นทรัพยากร
สมเหตผุ ล
รูปแบบการขบั เคลือ่ นสู่อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุผลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจัยแห่งความเสรจ็
ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนนิ การขับเคล่ือนสอู่ ำเภอใช่ยาอย่างสมเหตผุ ลเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย
ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายและความชัดเจนของแผนการพัฒนาการใช้ยาสมเหตุผลของกระทรวงสาธารณสุข
ผูบ้ รหิ ารระดับจังหวดั ให้ความสำคัญต้ังแต่การเริ่มโครงการ (RDU ขนั้ ท่ี 1) จังหวัดสรุ าษฎร์ธานีได้รับเลือกจาก
กระทรวงสาธารณสุขเป็นพื้นที่ดำเนินการวิจัย และออกแบบการขับเคลื่อนโครงการ ความเข้มแข็งของภาคี
เครือข่ายร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายเป็นระยะเวลานาน บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการพัฒนา
ประเมินผลการขบั เคล่ือน และผลกระทบจากนโยบายต่อยอดส่กู ารวิจัย
โอกาสและการพฒั นา
1) รูปแบบการขับเคล่อื นสู่อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลจงั หวัดสุราษฎร์ธานีมีประสิทธิผลทำให้จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานีผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข และมีผลการดำเนินงานสูงมากกว่าค่าเป้าหมายท่ี
กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมายไว้ นั้นคอื จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานีมีอำเภอที่มีการใชย้ าสมเหตุผล 7 อำเภอ จาก
19 อำเภอ ซึ่งเปา้ หมายของกระทรวงสาธารณสุขเพียง 1 อำเภอ อย่างไรก็ตามเม่ือประเมินขน้ั กระบวนการคือ
6
การดำเนินกิจกรรมพบว่า รูปแบบการขับเคลื่อนสู่อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุผลจังหวัดสรุ าษฎร์ธานียังมีจุดอ่อน
ในกจิ กรรมการสง่ เสรมิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ลในภาคเอกชน (Good Private Sector)
2) การเชื่อมโยงข้อมูลปัญหาจากการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผลจากชุมชนสู่อำเภอ และจังหวัดยังขาด
ระบบการเช่อื มโยงเพ่ือวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบาดวทิ ยา และการแก้ไขเชิงระบบ จากกิจกรรม การจัดทำระบบ
ข้อมูลการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาล (Proactive Hospital Based Surveillance) และ
การเฝ้าระวงั ความปลอดภยั ด้านยาเชงิ รกุ ในชุมชน (Active Community Based Surveillance) ทำให้จำนวน
รายงานปัญหาการใช้ยาในชุมชนมีมากขึ้น ดังนั้นระบบในการเชื่อมโยง ประสาน และวิเคราะห์ข้อมูลต้อง
ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ดังนั้นจำเป็นที่ RDU coordinator ของอำเภอและจังหวัดจำเป็นต้อง
ไดร้ ับการพฒั นาศักยภาพใหส้ อดคลอ้ งกับการปฏบิ ัติงาน
3) การจัดการปัญหายาในชุมชนควรเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบซึ่งเป็นบทบาทของพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ด้านยา ตามพรบ.ยา เพื่อลดการขยายผลวงกว้าง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบการ
ดำเนินการทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการและผู้โฆษณาเกนิ จรงิ ยังคงต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มงวด อย่างไร
ก็ตามการแก้ไขปัญหาโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ อีกทั้ง
พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเกรงกลัวที่จะได้รับผลกระทบจากกการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ดังนั้นการจัดการ
ปัญหาควรดำเนินการอยา่ งเปน็ ระบบและให้เครอื ข่ายส่งเสรมิ การใชย้ าในชุมชนมสี ว่ นร่วมในการตัดการปัญหา
4) การสร้างความรอบรู้ดา้ นการใชย้ าสมเหตผุ ล (RDU literacy) เป็นกุญแจที่สำคัญทำใหป้ ระชาชนมี
ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกิดทักษะในการเข้าถึง เข้าใจ พฤติกรรมการใช้ยาที่เหมาะสม และสื่อสาร ขยาย
ความรอบรดู้ า้ นการใช้สมเหตุผลตอ่ ให้กบั ประชาชนในชุมชน อยา่ งไรกต็ ามรูปแบบในการสรา้ งความรอบรู้ และ
เครื่องมือประเมินความรอบรู้ด้านการใช้ยาสมเหตุผลมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมและประเมินผล
โครงการ ดงั น้ันผกู้ ำหนดนโยบายควรเร่งพัฒนาเครือ่ งมือท่จี ำเป็นให้แล้วเสรจ็ ก่อนขบั เคล่ือนนโยบาย
5) การสง่ เสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในภาคเอกชน (Good Private Sector) ในสว่ นร้านยา คลินิก
เวชกรรม และโรงพยาบาลเอกชน เน้นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในการส่งเสริมการใช้ยา
ตามหลัก ของ PLEASE แต่ยังขาดระบบการประเมนิ ผลในถงึ ความเหมาะสมในการสั่งใช้ยาให้แกป่ ระชาชนทำ
ให้ไม่สามารถประเมินผลลัพธท์ ่ีสำคัญได้ มาตรการอืน่ ๆที่ควรสง่ เสริมให้ใช้สำหรับภาคเอกชน คือ ผลักดันผ่าน
ชมรม และสมาคมร้านยา สถานพยาบาลเอกชน และองค์กรอ่นื ๆทีเ่ กย่ี วข้องให้ร่วมกันขบั เคลอื่ นนโยบาย
7
2. เกณฑ์การประเมนิ การใช้ยาสมเหตุผล และเกณฑ์การจดั ต้งั ศนู ย์แจ้งเตือนภยั
เฝา้ ระวัง และรับเรือ่ งร้องเรยี นปัญหาผลติ ภัณฑ์สุขภาพในชุมชน
2.1 เกณฑก์ ารประเมินการใชย้ าสมเหตผุ ล
การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลของประเทศไทยมีการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ที่ถือว่ามีการ
กำหนดนโยบายแห่งชาติด้านยาของประเทศไทยฉบับแรก จนต่อเนื่องมาจนถึงเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2557
ภายใต้การพัฒนานโยบายตามคณะอนุกรรมการการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล คณะกรรมการพัฒนา
ระบบยาแห่งชาติ ที่แตง่ ตงั้ ตามระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี ไดใ้ ห้กำเนดิ โครงการโรงพยาบาลสง่ เสริมการใช้ยา
อย่างสมเหตุผล (RDU hospital) ในโรงพยาบาลนำร่องโดยการใช้หลักกุญแจสำคัญ 6 ประการ (PLEASE) ซ่ึง
สอดคล้องกับหลัก 12 ประการขององค์การอนามัยโลก ในปัจจุบันการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ถูกกำหนดเป็น
โครงการภายใต้ยุทธศาสตร์บริการสุขภาพที่เป็นเลิศ (service excellence) ของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้าน
สาธารณสุข หรือที่เรียกว่าแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (service plan) ซึ่งการดำเนินการ RDU ภายใต้
แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ มีขอบเขตการพัฒนาในโรงพยาบาลทุกระดับ จนถึงโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพระดับตำบลหรือสถานบริการสุขภาพปฐมภูมิ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ครอบคลุมไปยัง
ชุมชน นอกจากนี้การใชย้ าอย่างสมเหตุผลสอดคลอ้ งกบั นโยบายและยทุ ธศาสตร์อ่นื ของประเทศไทย ดงั นี้
1. แผนแมบ่ ทตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเดน็ การเสริมสร้างให้คนไทยมสี ุขภาวะทีด่ ี
2. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข เป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนทุกภาคส่วนมีความรอบรู้
ด้านสุขภาพมีส่วนร่วมในการวางระบบการดูแลสุขภาพได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการ
สาธารณสุขที่จำเป็น และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสขุ ภาวะ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ภายใตร้ ะบบสาธารณสุขทเี่ ปน็ เอกภาพและการอภิบาลระบบท่ีดี
3. นโยบายและยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาระบบยาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2555 - 2559
4. แผนยทุ ธศาสตร์การจัดการการดือ้ ยาต้านจุลชพี ประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2564
5. มตคิ ณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหง่ ชาติ ในการประชมุ ครัง้ ท่ี 3/2561 เร่อื งการพฒั นาระบบกลไก
สูป่ ระเทศใชย้ าอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use: RDU Country)
ในปี พ.ศ. 2561 มตกิ รรมพฒั นาระบบยาแห่งชาติ ในการประชุมคร้ังที่ 3 เรอ่ื ง การพัฒนาระบบกลไก
สู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use: RDU Country) นโยบายประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล
โดยยทุ ธศาสตร์การพัฒนาสู่ประเทศใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลประกอบด้วย 6 กลยุทธ์ ไดแ้ ก่
1. พัฒนาระบบกลไกกำกบั ดแู ลด้านยา เพื่อการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล
2. พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั้งรัฐและเอกชนทุกระดับ รวมทั้งบริการสุขภาพของประชากรเฉพาะ
กลุ่ม (เช่น พระสงฆ์ ลกู จา้ งในโรงงาน) ให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
3. พัฒนาการผลติ และพฒั นากำลงั คนเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของวิชาชีพดา้ นสุขภาพ
4. ออกแบบและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ทั้งในเขตเมืองหลวง เขต
เมือง และเขตชนบทรวมพน้ื ทช่ี ายแดน
5. บูรณาการการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทั้งระบบการศึกษาและ
กลไกการสรา้ งความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ ทง้ั ระดบั องค์กรและชุมชน
6. พฒั นากลไกบริหารจัดการทม่ี ีประสิทธภิ าพ เพ่ือการพฒั นาอย่างต่อเนือ่ ง
8
สำหรับประเทศไทย ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล หรือเรียกว่า “Rational Drug Use country”
(RDU country) นี้ มีเป้าหมายให้การใช้ยาอย่างสมเหตุผลเป็นบรรทัดฐานของสังคมไทยเป็นสิทธิพื้นฐานของ
คนไทย และเปน็ มาตรฐานด้านคุณภาพบริการสุขภาพ เพ่ือใหค้ นไทยมคี ุณภาพชวี ิตทดี่ ีจากการมสี ุขภาพดี และ
ประเทศมรี ะบบสขุ ภาพท่มี น่ั คงและยง่ั ยนื การขับเคลือ่ นนโยบายประเทศใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลทีก่ ลา่ วถึงข้างต้น
มุ่งเชื่อมโยงและประสานการดำเนินการของหน่วยงานส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคผ่านกลไกเขตสุ ขภาพสู่ระดับ
กระทรวง ซึง่ มหี น่วยงานกลางทร่ี บั ผดิ ชอบการใชย้ าอย่างสมเหตุผลของประเทศ (RDU Center) เป็นหนว่ ยงาน
ที่เชื่อมโยงประสานกับหน่วยงานอื่นๆในกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานระหว่างกระทรวง ผ่านกลไก
คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ในการ
แก้ปัญหาในระดับประเทศตอ่ ไป แผนการพัฒนาสู่ประเทศใช้ยาสมเหตุผลของประเทศไทย หลักๆ สามารถจัด
กลมุ่ ไดเ้ ป็น 2 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่
1. การขับเคลือ่ นการใช้ยาสมเหตุผลในหน่วยบริการสาธารณสขุ ภาครัฐทุกระดับ
2. การขบั เคลื่อนการใชย้ าสมเหตุผลในชมุ ชน
3. การขับเคลือ่ นการใช้ยาสมเหตผุ ลในระดบั จังหวดั /อำเภอ
กระทรวงสาธารณสขุ ประกาศนโยบายใหท้ ุกโรงพยาบาลทุกแหง่ มี “การใชย้ าอย่างสมเหตสุ มผล” โดย
ได้กำหนดเป็นแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาที่ 15 โดยระดับการพัฒนาสูก่ ารเป็นโรงพยาบาลส่งเสริม
การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU Hospital) ได้แบ่งเป้าหมายการดำเนินงานพัฒนาสู่การเป็นโรงพยาบาล
ส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล จำนวน 3 ขั้น ซึ่งกำหนดลำดับขั้นของผลสัมฤทธิ์ในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่
พ.ศ. 2560 - 2564 การพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU Hospital) จำนวน 3 ข้ัน
ไดแ้ ก่ ข้นั ท่ี 1 การพฒั นาระบบพ้ืนฐานการดำเนนิ งาน ขั้นที่ 2 ระดบั ประสบความสำเร็จมงุ่ เน้นการลดการใช้ยา
ปฏิชีวนะที่ไม่จาเป็น ขั้นที่ 3 ระดับโดดเด่นดูแลการใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ
ผปู้ ว่ ยโรคไต และสตรีตั้งครรภ์ ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมินโรงพยาบาล 18 ตัวช้ีวดั และเกณฑก์ ารประเมิน
รพ.สต./หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ 2 ตวั ช้ีวัด รวมเปน็ จานวน 20 ตวั ช้ีวัด (กรณีเปน็ รพ.ระดับ A, S, M1 จะเพมิ่ การ
ประเมนิ เรือ่ งการดอื้ ยาตา้ นจุลชพี (Antimicrobial Resistance : AMR) 1 ตัวชี้วดั )
ลำดบั เป้าหมายกจิ กรรมบรกิ าร A S M1 M2 F1 F2 F3 คสม. รพ.สต. สสช.
(Service Delivery) / //////
1. RDU 1 / //
///
โรงพยาบาลแมข่ า่ ย (โรงพยาบาลศนู ย์
โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชมุ ชน)
เปน็ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใช้ยาอยา่ งสม
เหตผุ ล (Rational Drug Use : RDU Hospital)
กิจกรรมการจดั การการดอื้ ยาตา้ น จุล
ชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR ใน
สถานพยาบาลตามเกณฑ์เป้าหมาย
2. RDU 2
หน่วยบริการลกู ข่าย (โรงพยาบาลสง่ เสริม
สุขภาพตำบล /หน่วยปฐมภมู ิ) มีการสง่ เสรมิ การ
ใช้ยาปฏชิ ีวนะ อยา่ งรบั ผดิ ชอบใน 2 โรค
ลำดับ เปา้ หมายกิจกรรมบริการ 9
(Service Delivery)
A S M1 M2 F1 F2 F3 คสม. รพ.สต. สสช.
(Responsible Use of Antibiotics : RUA
PCU/CMU) ตามเกณฑเ์ ป้าหมาย
ตารางแสดงเป้าหมา
RDU ข
RDU 1
1. มกี ารกำหนดนโยบายเปน็ RDU Hospital
ประเมนิ 2. มมี าตรการและกจิ กรรมสง่ เสรมิ การใชย้ าสมเหตผุ ล
กระบวนการ 3. มีการพัฒนาระบบสารสนเทศในการจดั เกบ็ ขอ้ มูลตวั ชี้วดั RDU 20 ตวั ชีว้ ัด
ดำเนินงาน 4. มกี ารตดิ ตามประเมินผล
(Process) 5. การจดั การการด้อื ยา (AMR) : กรณีเปน็ รพ.ระดับ A, S, M1 ตอ้ งมีแผนปฏบิ ัติการกา
ปอ้ งกนั และควบคุมการแพรก่ ระจายของเชอ้ื และการดแู ลกำกบั การใชย้ าปฏิชวี นะอย่า
1. อตั ราการส่งั ใชย้ าในบญั ชยี าหลักแห่งชาตผิ า่ นเกณฑ์ท่กี ำหนด
ประเมินผล 2. การพฒั นาศกั ยภาพการดำเนินงานของ PTC ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3
ดำเนินงาน 3. รายการยาที่ควรพิจารณาตดั ออก 8 รายการ ซง่ึ ยงั คงมอี ย่ใู นบญั ชรี ายการยาของโรงพ
(Output) 4. จดั ทำฉลากยามาตรฐาน 13 กลมุ่ ยา
5. การส่งเสรมิ จรยิ ธรรมในการจัดซือ้ จัดหายาและการสง่ เสรมิ การขายยา ผา่ นระดับ 3
RDU ข
1. ผลการดำเนินงานของตวั ช้วี ดั จำนวน 5 ตวั ชี้วัดตาม RDU ข้ันที่ 1
2. อตั ราการใชย้ าปฏชิ ีวนะในกลมุ่ โรคตดิ เช้ือทางเดนิ หายใจสว่ นบนโรคอจุ าระรว่ งเฉียบพ
ประเมนิ ผล ปกติครบกำหนดคลอดทางชอ่ งคลอด ผา่ นเกณฑ์ทั้ง 4 ตัวชวี้ ดั
ดำเนนิ งาน 3. การใช้ยา NSAIDร ผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ระดบั 3 ข้ึนไป ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10
(Output) 4. การใช้ยา glibenclamide ในผปู้ ว่ ยสูงอายุ หรอื ไตทำงานบกพร่องไม่เกินร้อยละ 5
5. การไม่ใชย้ าทีห่ า้ มใชใ้ นสตรตี ั้งครรภ์ ไดแ้ ก่ warfarin*, statins, ergots (*ยกเวน้ กรณ
6. การจัดการการด้ือยา (AMR) : กรณเี ป็น รพ.ระดบั A, S, M1 ตอ้ งมีรายงานอัตราการต
RDU ข
ประเมนิ ผล 1. ตวั ขีว้ ัด RDU ผา่ นเกณฑท์ ้ัง 18 ตัวชี้วัด
ดำเนนิ งาน 2. การจดั การการดอ้ื ยา (AMR) : กรณเี ปน็ รพ.ระดบั A, S, M1 ตอ้ งมีรายงานอัตราการต
(Output)
ลดลงร้อยละ 50 จาก Baseline data
ายและดับการพัฒนา 10
ขั้นท่ี 1 RDU 2
ารเฝา้ ระวงั ทางหอ้ งปฏบิ ัติการ การ จำนวน รพ.สต./หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ไิ มน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 40 ของ
างสมเหตผุ ล รพ.สต./หนว่ ยบริการปฐมภมู ทิ ง้ั หมดในเครือขา่ ยระดบั อำเภอ ทมี่ ี
อตั ราการใชย้ าปฏิชวี นะในกลุม่ โรคติดเช้ือทางเดินหายใจสว่ นบน
พยาบาลไมเ่ กนิ 1 รายการ และโรคอจุ จาระร่วงเฉยี บพลันผ่านเกณฑเ์ ปา้ หมายทงั้ 2 โรค
ขน้ั ที่ 2 จำนวน รพ.สต/หนว่ ยบริการปฐมภูมไิ มน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของ
พลัน แผลสดอุบตั ิเหตุ และสตรคี ลอด รพ.สต./หน่วยบริการปฐมภูมทิ ้ังหมดในเครอื ข่ายระดบั อำเภอ ทม่ี ี
อตั ราการใชย้ าปฏิชวี นะในกลุ่มโรคตดิ เช้ือทางเดินหายใจสว่ นบน
และโรคอุจจาระร่วงเฉยี บพลันผ่านเกณฑ์เป้าหมายท้ัง 2 โรค
ณใี ส่ mechanical heart valve) จำนวน รพ.สต./หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมทิ กุ แหง่ ในเครอื ข่ายระดับ
ตดิ เชอ้ื ดื้อยา (AMR) ในกระแสเลือด อำเภอ ที่มีอัตราการใช้ยาปฏิชวี นะในกลุ่มโรคตดิ เชือ้ ทางเดิน
ขั้นท่ี 3 หายใจส่วนบนและโรคอุจจาระรว่ งเฉียบพลนั ผ่านเกณฑเ์ ป้าหมาย
ท้งั 2 โรค
ตดิ เชือ้ ด้อื ยา (AMR) ในกระแสเลือด
ตัวช
ตวั ชี้วัด RDU ระดบั โรงพยาบาล (RDU 1
ลำดบั ตวั ชี้วัด
1 รอ้ ยละของรายการยาท่ีส่ังใชย้ าในบญั ชยี าหลกั แห่งชาติ
2 ประสิทธิผลการดำเนนิ งานของคณะกรรมการ PTC ในการช้ีนำสอ่ื สาร และส่งเสริม
เพ่ือนำไปสูก่ ารเป็นโรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตุผล
3 การดำเนนิ งานในการจัดทำฉลากยามาตรฐาน ฉลากยาเสรมิ และเอกสารข้อมูลยา
ใน 13 กลุ่ม ท่ีมีรายละเอียดครบถ้วน
4 รายการยาท่ีควรพิจารณาตัดออก 8 รายการ ซงึ่ ยังคงมอี ยู่ในบญั ชรี ายการยาของโรง
5 การดำเนินงานเพ่ือสง่ เสรมิ จริยธรรมในการจดั ซื้อและส่งเสริมการขายยา
6 ร้อยละการใช้ยาปฏชิ ีวนะในโรคติดเชอ้ื ทรี่ ะบบการหายใจช่วงบนและหลอดลมอักเส
7 ร้อยละการใช้ยาปฏชิ วี นะในโรคอจุ จาระรว่ งเฉียบพลัน
8 รอ้ ยละการใชย้ าปฏิชวี นะในบาดแผลสดจากอบุ ตั ิเหตุ
9 รอ้ ยละการใชย้ าปฏชิ วี นะในหญงิ คลอดปกตคิ รบกำหนดทางช่องคลอด
10 รอ้ ยละของผู้ปว่ ยความดันเลือดสงู ทั่วไป ทใ่ี ช้ RAS blockade (ACEI/ ARB/ Renin
inhibitor) 2 ชนดิ รว่ มกนั ในการรักษาภาวะความดันเลือดสงู
11 ร้อยละของผู้ป่วยท่ีใช้ glibenclamide ในผู้ป่วยทีม่ อี ายุมากกวา่ 65 ปี หรือมี eGFR
12 ร้อยละของผู้ปว่ ยเบาหวานท่ีใช้ยา metformin เปน็ ยาชนดิ เดียวหรือรว่ มกบั ยาอน่ื เพ
eGFR < 30 มล./นาท/ี 1.73 ตร.ม.)
13 ร้อยละของผปู้ ว่ ยทม่ี ีการใชย้ ากลุ่ม NSAIDs ซ้ำซอ้ น
14 รอ้ ยละผปู้ ว่ ยโรคไตเรื้อรงั ระดับ 3 ข้ึนไปที่ไดร้ ับยา NSAIDs
15 ร้อยละผปู้ ว่ ยโรคหืดเรื้อรงั ท่ีได้รับยา inhaled corticosteroid
ชว้ี ัด 11
1 - RDU Hospital) จำนวน 18 ตัวชี้วัด
เกณฑ์
งพยาบาล รพ.ระดบั
สบเฉียบพลันในผ้ปู ว่ ยนอก A ≥ ร้อยละ 75
S ≥ รอ้ ยละ 80
R นอ้ ยกวา่ 60 มล./นาท/ี 1.73 ตารางเมตร M1-M2 ≥ รอ้ ยละ 85
พื่อควบคมุ ระดับน้ำตาล โดยไม่มีข้อห้ามใช้ (หา้ มใชห้ าก F1-F3 ≥ ร้อยละ 90
ระดบั 3
รายการยา 13 กลุ่ม
ระดบั 3
≤ 1 รายการ
ระดบั 3
≤ รอ้ ยละ 20
≤ รอ้ ยละ 20
≤ รอ้ ยละ 40
≤ ร้อยละ 10
รอ้ ยละ 0
≤ รอ้ ยละ 5
≥ รอ้ ยละ 80
≤ รอ้ ยละ 5
≤ ร้อยละ 10
≥ ร้อยละ 80
ลำดับ ตัวชวี้ ัด
16 รอ้ ยละผู้ป่วยนอกสงู อายุ ท่ีใช้ยากลุ่ม long-acting benzodiazepine ไดแ้ ก่ chlor
chlorazepate
17 จำนวนสตรีตงั้ ครรภ์ที่ได้รบั ยาท่หี ้ามใช้ ไดแ้ ก่ ยา warfarin*, statins, ergots เมอื่ รวู้
valve)
18 รอ้ ยละของผู้ป่วยเดก็ ท่ไี ด้รับการวินิจฉัยเป็นโรคตดิ เชือ้ ทางเดินหายใจ (ครอบคลมุ โร
ตามรหัส ICD-10 ตาม RUA-URI) และไดร้ บั ยาตา้ นฮิสตามีนชนิด non-sedating
ตัวชี้วดั RDU ระดับ รพ.สต. และหนว่ ยบรกิ ารปฐมภ
ลำดบั ตวั ชวี้ ดั
19 รอ้ ยละของโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลและหน่วยบรกิ ารปฐมภูมใิ นเครือขา่ ยท
หายใจช่วงบนและหลอดลมอักเสบเฉยี บพลนั ≤ ร้อยละ 20
20 รอ้ ยละของโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลและหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิในเครือขา่ ยท
≤ ร้อยละ 20
ตวั ชวี้ ัด Antimicrobial Resistance : AMR จำน
ลำดับ ตวั ชว้ี ดั
อตั ราการติดเช้อื ดื้อยาในกระแสเลือดตอ่ ผู้ป่วยทสี่ ่งตรวจ (แบคทีเรยี ด้ือยา ได้แก่ Ac
21. aeruginosa,Klebsiella pneumoniae, Staphylococcus aureus, Escherichia
Salmonella spp., Enterococcus faecium และ Streptococcus pneumonia
12
rdiazepoxide, diazepam, dipotassium เกณฑ์
ว่าตง้ั ครรภแ์ ลว้ (* ยกเว้นกรณใี ส่ mechanical heart ≤ ร้อยละ 5
รค
0 คน
≤ ร้อยละ 20
ภมู ิ (RDU 2 - RUAPCU/MCU) จำนวน 2 ตวั ช้ีวัด เกณฑ์
ที่มอี ัตราการใช้ยาปฏชิ ีวนะในโรคติดเชอื้ ท่ีระบบการ ร้อยละ 100
ที่มีอตั ราการใชย้ าปฏชิ วี นะในโรคอุจจาระรว่ งเฉียบพลนั
รอ้ ยละ 100
นวน 1 ตวั ช้ีวดั สำหรบั รพ. ระดับ A, S และ M1 เกณฑ์
cinetobacter baumannii, Pseudomonas ลดลงรอ้ ยละ 50 เม่ือเทยี บกับ
a coli, baseline
ae)
13
การสง่ เสรมิ การใชย้ าสมเหตุผลในชุมชน (RDU Community)
การส่งเสริมการใช้งานอย่างสมเหตุผลในชุมชน (Rational Drug Use: RDU Community) หมายถึง
การออกแบบระบบสขุ ภาพ เพื่อการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล ซึ่งเชื่อมโยงทัง้ สถานบริการสุขภาพทุกระดับส่ชู ุมชน
ครอบครัวและบุคคล ตลอดจนมีการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทั้งในระบบบริการสุขภาพและชุมชน โดยมี
เป้าหมายให้ประชาชนปลอดภัยจากการใช้ยา มีความรอบรู้ในการใช้ยา และการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเมื่อ
เจ็บป่วย (สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2563) โดยชุมชนในที่นี้หมายถึงพื้นที่ระดับอำเภอ/เขต ซึ่งจะ
กลายเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผล เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจาก
การใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มคี วามรอบรู้ในการใช้ยา และสามารถดูแลสุขภาพตัวเองเบื้องต้นเม่ือเจ็บป่วย
แนวทางการดำเนินงานพัฒนาระบบการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนถูกจัดทำขึ้นจากการทำงานร่วมกัน
ระหว่างคณะทำงานพัฒนาระบบการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและปลอดภัยในชุมชน ภายใต้การทำงานของ
คณะทำงานพัฒนาระบบเภสัชกรรมในสักดัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคเี ครือข่ายทเ่ี ก่ยี วข้อง สำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ (สปสช.) อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/
โรงพยาบาลเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผปู้ ฏิบตั งิ านและผู้ท่ีเก่ียวข้อง โดยในการปฏบิ ตั ิงานจะต้องมคี วามเช่ือมโยง
กันระหว่าง 5 กิจกรรมหลัก (5 key activities) อย่างเป็นระบบด้วยการจัดทำระบบข้อมูลการเฝ้าระวังความ
ปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาล (Proactive Hospital based Surveillance) เพื่อส่งข้อมูลให้กับชุมชนนำไป
แก้ไขปัญหาในพื้นที่ เกิดการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน (Active Community based
Surveillance การความเสี่ยงด้วยกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน (Community
Participation) นอกจากน้ยี งั มุ่งสร้างความรอบรูใ้ นการใชย้ าอย่างสมเหตุผล (RDU Literacy) เพอ่ื ใหป้ ระชาชน
และชุมชนมีความรอบรู้ด้านการใช้ยา รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในภาคเอกชน (Good
Private Sector) การดำเนินการดังกลา่ วจะมี “RDU Coordinator” เป็นผู้จัดการให้เกดิ การขบั เคล่ือน ติดต่อ
ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และเขต ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะและรับผิดชอบการ
บริหารจัดการดา้ นยาและผลิตภณั ฑ์สุขภาพ ส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล รวมทั้งแก้ไขปัญหาเชิงระบบท้ัง
ในสถานบริการสุขภาพและในชุมชน ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานจะทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทัง้ หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการพฒั นาสู่ประเทศ ใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลอย่างต่อเนื่อง
และย่ังยนื ตอ่ ไป
การใช้ยาสมเหตผุ ลในระดับอำเภอ (RDU District)/จังหวัด (RDU Province)
อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU district) หมายถึง อำเภอที่มีการออกแบบบริหารจัดการและ
พัฒนาระบบสุขภาพของชุมชน เพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยมีการกำหนดนโยบายและมาตรการ
ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการหรือองค์กรระดับอำเภอ ซึ่งมีองค์ประกอบจากการมีส่วนร่วมจากหลาย
ภาคส่วนท้ังหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อพัฒนาการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในแต่ละ
อำเภอ โดยมีการเชื่อมโยงทั้งสถานบริการสุขภาพทุกระดับสู่ชุมชน ครอบครัวและบุคคล ตลอดจน มีการ
จัดการความเสี่ยงที่เกิดข้ึน ทั้งในระบบบริการสุขภาพทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงระบบงานเชิงรุกในชมุ ชน โดยมี
เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากการใช้ยา ใช้ยาอย่างมีประสิทธิผล คุ้มค่า มีความรอบรู้ในการใช้ยา
และการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นเมื่อเจ็บป่วยได้ จังหวัดใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU province) หมายถึง
จังหวดั ท่ีมนี โยบาย ระบบและโครงสร้าง กระบวนการ และการติดตามประเมินผลเพ่ือการพฒั นาสู่ “อำเภอใช้
14
ยาสมเหตุผล” ไดอ้ ยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 50 ของอำเภอทั้งหมด (รวมเขตในกรงุ เทพมหานคร) อยา่ งไรกต็ ามในระยะ
เริ่มดำเนินการ ปี 2565 ได้กำหนดเป้าหมาย RDU province จะต้องผ่าน RDU district อย่างน้อย 1 อำเภอ
RDU Province เป็นนโยบายเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area based) แตกต่างกันออกไปทั้งส่วนที่เป็น
สถานพยาบาลและชุมชน โดยมีการประเมินผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยสนับสนุนหรือ
เอื้ออำนวยให้ เรื่องนี้เดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีคุณภาพในหลายลักษณะ ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก
ได้แก่ การพัฒนาโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU hospital) การพัฒนา
สถานพยาบาลเอกชนและรา้ นยาให้มีการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล (RDU in private sectors) และการพัฒนาการ
ใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน (RDU community)โดยที่มีการตั้งเป้าเกณฑ์เป้าหมายการขยายผลนโยบาย
RDU province ดังน้ี
ปีงบประมาณ 65-66 ปีงบประมาณ 67 ปีงบประมาณ 68 ปงี บประมาณ 69
รอ้ ยละ 50 ของจงั หวัด รอ้ ยละ 60 ของจังหวดั รอ้ ยละ 70 ของจงั หวดั ร้อยละ 80 ของจงั หวดั
ท้ังหมด (38 จงั หวัด) ทัง้ หมด (46 จงั หวัด) ทั้งหมด (54 จงั หวดั ) ท้งั หมด (62 จงั หวัด)
ประเทศใชย้ าสมเหตผุ ล (RDU country)
ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use: RDU Country) หมายถึง ประเทศที่มีระบบ
กลไกให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สอดคล้องตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ต้นน้ำ (ผู้ผลิตยา/
บริษัทยา) กลางน้ำ (สถานบริการสุขภาพ/วิชาชีพด้านสุขภาพ) และปลายน้ำ (ประชาชน) โดยมีกลไก 3
องค์ประกอบหลัก คือ การมีจิตสำนึกที่ดีและความระหนักรู้ของบุคคล การบริหารจัดการที่ดี และการกำกับ
ดูแลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้กลไกทั้ง 3 ส่วน จะเชื่อมโยงระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแก้ปัญหาอย่าง
ต่อเนื่อง ครอบคลมุ ทง้ั ยาแผนปัจจบุ นั และยาสมนุ ไพร
โดยเป้าหมายของการขับเคลื่อนสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล คือ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล เป็น
บรรทัดฐานของสังคมไทย เป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทย และเป็นคุณภาพของบริการสุขภาพ เพื่อคนไทยมี
คุณภาพชวี ติ ท่ดี ีและประเทศมีระบบสุขภาพท่ีมนั่ คงและย่งั ยนื
15
2.2 เกณฑ์การจัดตง้ั ศนู ยแ์ จง้ เตอื นภยั เฝ้าระวังและรับเรอื่ งรอ้ งเรยี นปญั หาผลติ ภณั ฑ์สุขภาพในชุมชน
16
17
18
19
20
21
22
23
3. การขับเคล่ือนอำเภอใช้ยาสมเหตุผลรายอำเภอ
3.1 Best practice RDU district
อำเภอของจังหวัดสรุ าษฎร์ธานี ไดม้ จี ุดแขง็ หรอื Best practice ในการดำเนนิ การส่งเสรมิ การใช้ยา
สมเหตผุ ลในชุมชน ดังน้ี
1) อำเภอกาญจนดิษฐ์: เด่นด้านการดำเนินงานในชมุ ชน โดยมีการเฝ้าระวังแบบเชิงรุก และมีข้อมลู
ของสถานการณ์ด้านยาในชุมชนจากการทำการสำรวจกับเครอื ข่ายอำเภอ ฐานข้อมูลของสถานบริการสุขภาพ
และผนู้ ำชมุ ชน
2) อำเภอเกาะสมุย: เด่นด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล โดยการส่งเสริมนโยบายตามแนวทาง
RDU hospital PLEASE เชน่ มีแนวทางลดการไชยาปฏิชีวนะและส่งเสริมการใชส้ มุนไพรทดแทน การใช้ DUE
เป็นเครือ่ งมอื ในการพิจารณายาท่ีใช้ มีตรวจสอบความเหมาะสมของยาโดยเภสัชกร มีการใชโ้ ปรแกรม HOSxP
ในการป๊อปอัพเตือน และมีการจัดอบรมเพื่อสร้างความตระหนักเรื่อง RDU แก่ร้านยา โรงพยาบาลเอกชนใน
พน้ื ท่ี
3) อำเภอคีรีรัฐนิยม: เด่นด้านการดำเนินงานในชุมชน โดยมีการจัดอบรมความรู้ด้านการคุ้มครอง
ผูบ้ รโิ ภคให้กับเครือข่าย อสม.
4) อำเภอเคียงซา: เด่นในด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล โดยมีการประชุมเพื่อวางแผนการ
ดำเนินงาน RDU คน้ หาทบทวนปัญหาทีเ่ กิดข้นึ และมกี ารแจง้ ผลการดำเนนิ งานแก่องการ์แพทย์ ทกุ เดือน
5) อำเภอชัยบุรี: เด่นด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน RDU ขั้น 3 ตั้งแต่ปี
2561 - 2565 แสดงถึงนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนของ PTC ให้หน่วยบริการสุขภาพมีการใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ล ปลอดภยั
6) อำเภอไชยา: มีการพัฒนานำเอกสารไปใช้สำหรับการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกใน
ชุมชน
7) อำเภอทา่ ฉาง: เดน่ ในดา้ นการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล โดยมกี ารปรับปรงุ ระบบการปอ๊ ปอัพแจ้ง
เตือนของโปรแกรม HOSxP เม่อื มีการสงั่ จ่ายยาทีม่ ีขอ้ ห้ามในผปู้ ่วยแตล่ ะราย
8) อำเภอท่าโรงช้า: เด่นด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล โดยจัดประชุม ฝึกอบรมกับบุคลากร
ภายในองคก์ รทปี่ ฏิบัตงิ าน เชน่ พยาบาล และเปน็ หวั ขอ้ ในการปฐมนเิ ทศแพทยห์ มนุ เวียนใช้ทนุ
9) อำเภอบ้านตาขุน: เด่นด้านการดำเนินงานในชุมชน ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของสังคม
หรือชาวบ้านในชมุ ชน การสรา้ งความรู้ และอำนาจรัฐในการแก้ปัญหาของชมุ ชน
10) อำเภอบ้านนาเดมิ : อำเภอบ้านนาเดิม เดน่ ดา้ นการดำเนนิ งานในโรงพยาบาลนำ Beers criteria
มาใช้ในการจา่ ยยาแกผ่ ้สู งู อายุ
11) อำเภอบ้านนาสาร: มกี ารนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนบรหิ ารงาน มีการสง่ เสริมบุคลา
การในชุมชน เช่น อย.น้อย อสม. มีแนวทางในการดำเนินงานที่สนับสนุนสอดคล้องไปกับกิจกรรมทั้ง 5 ด้าน
ของ RDU district กลมุ่ ทีมเครอื ขา่ ยใหค้ วามร่วมมอื เขา้ รว่ มกจิ กรรมของ รพ.สต.
12) อำเภอพนม: เด่นด้านการดำเนินการในโรงพยาบาล การดำเนินงานโรงพยาบาลที่ใช้ยาอย่าง
สมเหตุสมผลผ่านขั้นที่ 3 โดยมี CPG การใช้ยาปฏิชีวนะสมเหตุผลในกลุ่ม 4 โรคมุ่นเน้นเป็นตัวเองและที่ใช้
รว่ มกนั ทงั้ เครือขา่ ยโดยโดยอาศัยข้อมลู จากโปรแกรม HOSxP ประมวลผลด้วยโปรแกรม RDU 2016
13) อำเภอพระแสง: ประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ยเหลือในการรวบรวมขอ้ มลู
24
14) อำเภอเวยี งสระ: เด่นดา้ นการดำเนนิ งานในชุมชน โดยการตงั้ คณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวัง
ความ ปลอดภัยดา้ นยาและคณะกรรมการคุ้มครองผ้บู ริโภคทั้งระดับอำเภอ และ ระดับ รพ.สต. ทั้งยังมีการจัด
ประชมุ ภาคเี ครือขา่ ย อสม ประชาชน และผู้ประกอบการร้านคา้
15) อำเภอเมือง: กิจกรรมที่ดำเนินการเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด RDU ส่งผลให้ชิ้นงานมี
ความเหมาะสมกับตัวชี้วัดในปัจจุบัน และอาจมีแนวโน้มเป็นส่วนสำคัญในนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา
ตัวชี้วัด RDU ต่อไป นอกจากนี้ผลงานเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานกับสหวิชาชีพภายในโรงพยาบาล
สามารถนำไปใชร้ ่วมคำสัง่ เดมิ ของแพทยไ์ ด้
25
3.2 การขับเคลื่อนอำเภอใช้ยาสมเหตผุ ลรายอำเภอ
ผลการดำเนนิ งานใช้ยาสมเหตผุ ล อำเภอกาญจนดิษฐ์
1. การบรหิ ารองคก์ รเพือ่ ขบั เคล่อื น RDU district
1.1. การนำองคก์ ร
- มีระบบการบริหารจัดการเพื่อให้มกี ารดำเนนิ งานส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชมุ ชน
- ประชมุ ขับเคลอื่ นงาน RDU ระดบั พื้นท่ี
- วิเคราะหค์ วามเสยี่ งดา้ นยาและผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทไ่ี มป่ ลอดภัยและผลกระทบทางสขุ ภาพใน
พน้ื ที่ต้นแบบด้านการใช้ยาสมเหตุผล
- กำหนดมาตรการแก้ไขปญั หาดา้ นยาและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพเชิงระบบของพ้นื ที่ต้นแบบด้าน
การใชย้ าสมเหตผุ ล
โดยอาศัยกลไกการขบั เคล่อื นโดยคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชีวิตระดบั อำเภอ (พชอ.),
คณะอนุกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ิตระดับตำบล (พชต.), คณะกรรมการ คบส. ระดบั อำเภอ และระดับ
ตำบล
1.2. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
วสิ ยั ทศั น์ เปน็ องค์กรทม่ี ีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยใชก้ ลไกการมีส่วนรว่ ม เพ่ือให้การใช้
ยาสมเหตุผล ภายในปี 2567
นโยบาย พัฒนาหนว่ ยงานในสงั กดั และแสวงหาความรว่ มมือจากภาคีเครือขา่ ย เพ่ือดำเนินงาน
ใหเ้ กิดการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล อยา่ งต่อเนื่อง และย่ังยนื ตามแนวทางท่ีกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ยุทธศาสตร์ พฒั นาศักยภาพองค์กรพฒั นาด้านข้อมลู และองค์ความรู้พัฒนาศักยภาพบุคลากร
พฒั นาเทคโนโลยสี ารสนเทศพฒั นาด้านการมสี ่วนร่วม
ประเด็นการพฒั นา
1. การเฝา้ ระวงั การใช้ยาสมเหตุผลในสถานบริการ
2. ส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมและสร้างทีมงานในทุกระดบั
3. การเฝ้าระวงั การใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลในชุมชน
4. สง่ เสริมการเฝา้ ระวงั และการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลในภาคเอกชน
5. สรา้ งความรอบรูเ้ กีย่ วกับการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลอยา่ งหลากหลาย
แผนการดำเนนิ งานการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล
1. แผนการพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรและผูท้ เี่ กยี่ วข้อง
2. แผนการเฝ้าระวังการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในสถานบรกิ าร
3. แผนการเฝา้ ระวงั และรณรงค์การใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลในชุมชน
4. แผนการสร้างความรอบร้เู ร่ืองการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลในกลุ่มต่าง ๆ
5. แผนการประกวดนวัตกรรมและผลงานเดน่ ดา้ นการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล
26
2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมทัง้ 5 ดา้ น
2.1. การดำเนินงานในโรงพยาบาล
- แจ้งเกณฑ์การประเมิน RDU โรงพยาบาล ทง้ั 12 ข้อ ในทีม PTC
- จดั ทำ pop-up alert ในคู่ยาท่หี ้ามสง่ั ใชด้ ้วยกนั เช่น ARBs-ACEI
- แสดงขอ้ ความเตือนเม่ือส่งั ยา เชน่ Metformin ห้ามส่ังใชย้ าถ้า CrCl < 60 ml/min
- การเก็บข้อมูล Medication reconciliation พบปญั หาการใชย้ าซำ้ ซ้อน เช่น ซ้อื ยาชดุ แก้
ปวดมากนิ เอง ซึ่งประกอบดว้ ยกลุ่มยา NSAIDs ต้ังแต่ 2 ชนดิ ข้ึนไป หรือยาชุดทม่ี สี
เตยี รอยด์ เช่น Prednisolone จึงได้สง่ ต่อข้อมลู ไปยงั รพ.สต. เพ่ือสำรวจและเฝ้าระวงั การ
การขายยาในร้านชำ
- การเก็บข้อมลู การแพย้ า พบว่า มีการแพย้ าแก้ปวด ยาแก้อักเสบ (ยาฆา่ เช้ือ) ซงึ่ ไดไ้ ปซ้ือมา
จากร้านชำทีม่ ีการตดั แบง่ เม็ดขาย จงึ ไดส้ ่งต่อข้อมูลไปยงั รพ.สต. เพือ่ สำรวจและเฝา้ ระวงั
การการขายยาในรา้ นชำ
2.2. การดำเนนิ งานในชมุ ชน (บรู ณาการจากโรงพยาบาลเชือ่ มไปถงึ รพ.สต. และชุมชน)
แนวทางการดำเนนิ งาน
- เฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาในชุมชน มีแนวทางการปฏิบัติเย่ยี มบ้าน แนวทางการปฏิบตั ใิ น
การสำรวจเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และบริการสขุ ภาพในแหล่งกระจายยาลงสุ่มตรวจเชิงรุก
- แนะนำ ตดิ ป้ายรณรงค์ เก่ยี วกบั ความปลอดภัยดา้ นยาและผลติ ภัณฑ์ในชุมชน
- มขี ้อมูลสถานการณป์ ัญหาดา้ นยา และผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพของชุมชน
- มรี ะบบการเชอ่ื มต่อการเฝ้าระวังความปลอดภัยในชุมชน และรายงานเพ่ือใหเ้ กิดการเฝา้
ระวังและแก้ปัญหา โดยมีระบบการสอบสวนเพ่ิมเตมิ และส่งตอ่ ข้อมูลไปสชู่ ุมชนหรือ
หนว่ ยงานที่เกย่ี วข้องตามลำดับเพ่ือแก้ปญั หาต่อไป
ผลการดำเนินงาน
1. เฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาในชุมชน มีแนวทางการปฏิบัตเิ ยย่ี มบ้าน, แนวทางการ
ปฏิบตั ใิ นการสำรวจเฝา้ ระวังผลติ ภัณฑ์และบริการสุขภาพในแหลง่ กระจายยาลงสุ่มตรวจ
เชิงรกุ
2. แนะนำ ตดิ ปา้ ยรณรงค์ เกีย่ วกบั ความปลอดภัยด้านยาและผลติ ภณั ฑ์ในชมุ ชน
3. มขี ้อมูลสถานการณ์ปัญหาด้านยา และผลิตภัณฑส์ ุขภาพของชมุ ชน
4. มีระบบการเชือ่ มต่อการเฝา้ ระวังความปลอดภยั ในชมุ ชน และรายงานเพื่อให้เกดิ การเฝา้
ระวังและแกป้ ัญหา โดมยมีระบบการสอบสวนเพ่ิมเตมิ และส่งตอ่ ข้อมลู ไปสู่ชุมชนหรือ
หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วข้องตามลำดับเพ่อื แกป้ ัญหาตอ่ ไป
2.3. การมสี ่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย
ผลการดำเนินงาน
- มีแนวทางการสื่อสาร/การรบั รู้ข้อมลู ข่าวสารในดา้ นการใชย้ าอย่างสมเหตุสมผลในชมุ ชน
- มกี ารเคารพกฎกติตามทไ่ี ด้ทำข้อตกลงกนั ไว้
2.4. การมสี ว่ นร่วมภาคเอกชน
แนวทางการดำเนนิ งาน
- ความรว่ มมือร้านยาดำเนินงานสง่ เสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในเครือข่ายร้านยา RDU
27
- ขอความรว่ มมือให้ร้านชำรา้ นสะดวกซือ้ เข้าร่วมเครอื ข่ายการส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ล
- มกี ารจัดกิจกรรมเพ่ือสนบั สนุนและการพัฒนาการดำเนนิ งานการสง่ เสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลใน
สถานประกอบการด้านยาภาคเอกชนโดยการมสี ว่ นร่วมของผูป้ ระกอบการ
ผลการดำเนินงาน
- มีการลงแนะนำรา้ นชำท่ีขายยาโดยขอความร่วมมอื ให้รา้ นชำขายแค่ยาสามัญประจำบ้าน
- ประเมนิ GPP สาํ หรับร้านขายยาแผนปัจจุบัน
- ทำ MOU กับร้านชำ ในเร่ือง รา้ นชำมาตรฐาน
2.5. การสร้างความรอบรู้ใหก้ บั ประชาชน
แนวทางการดำเนนิ งาน
- กำหนดแนวทางการการสรา้ งความรอบรดู้ า้ นการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลจากผลสำรวจฯ และ
นำมาเปน็ ประเด็นพัฒนาสู่องค์กรรอบ รู้ดา้ นสุขภาพ ในมิติการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในหนว่ ย
ทเ่ี ก่ยี วข้อง
- สร้างข้อมูลเพอ่ื การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ลจากผลสำรวจและปัญหาทพ่ี บจากหน่วยบรกิ าร
และชุมชนทเ่ี ข้าใจงา่ ย และสรา้ งชอ่ งทางการเข้าถงึ และกระจายข้อมลู
- มกี ระบวนการสื่อสารข้อมูล และคนื ข้อมลู ให้ภาคเี ครือข่ายทเ่ี กยี่ วข้องเพื่อนำไปสู่การ
แกป้ ญั หาโดยการมีสว่ นร่วม
- มกี ารประเมินผลตามแบบประเมินความรอบรู้
- วางแผนการพฒั นาองคก์ รรอบรู้และชุมชนรอบรดู้ ้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล อย่างต่อเน่ือง
ผลการดำเนนิ งาน
- มกี ารใหค้ วามรดู้ ว้ ยเสยี งตามสาย และลงพ้นื ท่ีให้ความรู้แบบเคาะประตูบ้าน เดือนละ1 คร้งั
- มกี ารลงให้ความร้ใู นชุมชนเดือนละ1ครง้ั ผา่ นเวทีประชุมหม่บู า้ น
- ยงั ไม่มีการประเมนิ ความรอบรู้คนในพน้ื ที่
3. ผลงานเด่น ดา้ นการดำเนนิ งานในชมุ ชน
3.1. การค้นหาปัญหาการสำรวจและรวบรวมสถานการณ์และปญั หา
กระบวนการได้มาของข้อมูลไดจ้ ากหลายแหล่งและหลายช่องทาง ดังนี้
1. ข้อมลู จากการสำรวจ และเฝา้ ระวังดา้ นยาหรือผลิตภณั ฑ์สุขภาพที่ไมเ่ หมาะสมในระดบั
ชมุ ชน หรอื เปน็ ทีมผสมระดับชมุ ชนนำโดยแกนนำชุมชนรว่ มกบั เครือข่ายระดบั อำเภอ
ในการลงสำรวจขอ้ มูลยาและผลิตภัณฑส์ ุขภาพในชมุ ชน
2. ข้อมลู จากฐานข้อมูลของสถานบริการสขุ ภาพท่มี ีการบนั ทกึ การตรวจรกั ษาของ
ผู้รบั บรกิ ารในฐานข้อมลู
3. จากการเรยี นรูช้ มุ ชน คน้ หาความสมั พันธข์ องปัญหากบั ชมุ ชนการเร่มิ ต้นทำงานเริ่มจาก
การเรียนรชู้ ุมชน พบปะทำความรู้จกั แกนนำชุมชนกล่มุ ตา่ ง
วิเคราะห์ปญั หาด้านการใชย้ าสมเหตผุ ล พบวา่ ปญั หาสาธารณสขุ ด้านการขายยาหรือผลิตภณั ฑ์
สขุ ภาพทน่ี ำมาจำหนา่ ยเกินขอบเขตของรายการยาสามัญประจำบ้าน หรือผลิตภณั ฑ์สุขภาพทเ่ี สยี่ งต่อ
สขุ ภาพ เชน่ ยาปฏิชวี นะ ยาลูกกลอนและยาชดุ รวมถงึ การจำหนา่ ยยาหมดอายุ โดยชาวบา้ นไม่ทราบวา่
ยาเหล่าน้มี สี ารสเตียรอยดใ์ นปริมาณท่ีเป็นอันตรายต่อชีวติ และก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา
28
3.2. แนวทางการดำเนนิ งานและผลลพั ธ์ทเี่ กดิ ขนึ้
1. ปญั หาสาธารณสุข ด้านการขายยาหรอื ผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพท่ีนำมาจำหน่ายเกนิ ขอบเขตของ
รายการยาสามัญประจำบา้ น หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเสี่ยงต่อสขุ ภาพ เชน่ ยาปฏชิ ีวนะ ยา
ลกู กลอนและยาชุด รวมถึงการจำหนา่ ยยาหมดอายุ
2. แต่งตั้งคณะกรรมการผรู้ ับผิดชอบหลักในแตร่ ะดบั
- คณะทำงานคุม้ ครองผูบ้ ริโภคดา้ นสุขภาพ อำเภอกาญจนดษิ ฐ์ จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
- คณะทำงานค้มุ ครองผบู้ รโิ ภคด้านสุขภาพ โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล
3. การสร้างความตระหนกั ในปัญหา กำหนดเปา้ หมายท่ีชัดเจน และดำเนินการตามแผน
และกจิ กรรมท่ีได้วางไว้
แนวทางการดำเนินงาน
- การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในชุมชน มแี นวทางการปฏบิ ตั ิเย่ียมบา้ น,
แนวทางการปฏิบัตใิ นการสำรวจเฝ้าระวังผลิตภณั ฑ์และบริการสุขภาพในแหล่ง
กระจายยาลงสุ่มตรวจเชิงรกุ
- แนะนำ ตดิ ป้ายรณรงค์ เกี่ยวกบั ความปลอดภัยด้านยาและผลิตภัณฑใ์ นชมุ ชน
- มขี อ้ มูลสถานการณ์ปญั หาดา้ นยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพของชุมชน
- มรี ะบบการเชอ่ื มต่อการเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยในชมุ ชน และรายงานเพื่อให้
เกิดการเฝ้าระวังและแกป้ ญั หา โดยมรี ะบบการสอบสวนเพ่ิมเติม และสง่ ต่อ
ข้อมูลไปสูช่ มุ ชนหรือหน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้องตามลำดับเพ่ือแก้ปญั หาต่อไป
การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยดา้ นยาในชมุ ชน
29
แนะนำ ติดปา้ ยรณรงค์ เก่ยี วกับความปลอดภยั ด้านยาและผลิตภัณฑใ์ นชุมชน
ขอ้ มูลสถานการณ์ปัญหาด้านยา และผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพของชุมชน
ระบบการเชือ่ มต่อการเฝ้าระวังความปลอดภยั ในชมุ ชน และรายงานเพ่อื ใหเ้ กดิ การเฝา้ ระวัง
CPG พัฒนาระบบการเฝ้าระวังปัญหาดา้ นยา ในสถานบริการสุขภาพและในชุมชน
30
3.3. ประโยชนท์ ี่ได้รบั (impact) ต่อหน่วยบรกิ าร/ชุมชน
1. ประชาชนปลอดภยั จากการใชย้ า
2. ประชาชน มีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
3. ประชาชนพ่งึ ตนเองดา้ นสุขภาพได้
3.4. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1. เกิดจากการมสี ่วนรว่ มของภาคเี ครือขา่ ย
2. ตดิ ตามผลการดำเนินงานเปน็ ระยะและร่วมกันแก้ปัญหาอย่างมสี ่วนรว่ มในทกุ ภาคสว่ น
3.5. ส่งิ ทีไ่ ด้เรียนรู้จากการดำเนินงาน
1. ได้เรียนรกู้ ารเฝ้าระวังการใช้ยาสมเหตุผลในสถานบริการ
2. ไดม้ เี รยี นร้กู ารมสี ว่ นร่วมและสรา้ งทีมงานในทกุ ระดบั
3. ไดม้ กี ารเฝา้ ระวงั การใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลในชุมชน
4. ได้มกี ารเฝา้ ระวังและการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในภาคเอกชน
5. ได้เรยี นรูก้ ารสรา้ งความรอบรู้เกย่ี วกบั การใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลอยา่ งหลากหลาย
3.6. บทสรุป/ข้อเสนอแนะ เพอื่ การพัฒนา/ตอ่ ยอด
จากการแก้ปัญหาในพื้นที่ พบว่า ไม่มีขายยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่นำมาจำหน่ายเกินขอบเขต
ของรายการยาสามญั ประจำบา้ น หรือผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพทเ่ี สยี่ งต่อสุขภาพ โดยชาวบา้ นทราบวา่ ยาเหล่าน้ีมี
เป็นอันตรายต่อชีวิตและก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา ทำให้ชาวบ้านไม่ใช้ยาลูกกลอน ยาชุด และ
ร้านชำก็ไม่สามารถขายยาชุด ยาลูกกลอน และเมือ่ รถเร่เขา้ มาขายในชุมชน ชาวบา้ นและร้านชำก็ไม่ซื้อยา
จากรถเร่ ทำใหร้ ถเรท่ ี่ขายยาพวกนก้ี ไ็ ดห้ ายไปจากชมุ ชน
31
ผลการดำเนินงานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอเกาะสมยุ
1. การบรหิ ารองคก์ รเพื่อขับเคล่อื น RDU district
1.1 การนำองคก์ ร
การเพื่อขับเคลื่อนองค์กรในเรื่อง RDU district นั้นถือเป็นความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้ง
ในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค โดยกำหนดระบบให้มีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขตหรือ
คณะกรรมการอื่น ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย โรงพยาบาลเกาะ สมุย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในอำเภอเกาะสมยุ (มที ั้งหมด 10 รพ.สต.) ซึง่ การวางแผนประชุมร่วมกัน
เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวทุก 2 เดือน โดยมีตัวแทนแต่ละองค์การเข้าร่วมประชุมเพื่อรับ
นโยบายหรือแผนที่ตกลงร่วมกันไปดำเนินการ ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการแนวปฏิบัติ
และติดตามประเมินผลเพ่ือพฒั นาการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในชมุ ชน ออกแบบระบบสุขภาพของชุมชนเพื่อ
การใช้ยาอย่างสมเหตุผลให้สถานบริการสุขภาพทั้งรัฐและเอกชนมีการให้บริการตามแนวทางการใช้ยา
อย่างสมเหตุผล มีระบบการดูแลเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน ครอบครัวและบุคคล มี
ระบบจดั การความเสี่ยงเช่อื มโยงทัง้ ระบบบริการสขุ ภาพและชมุ ชน รวมถงึ การเฝ้าระวังเพ่ือเตือนภัยการใช้
ยา
1.2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
การใช้ยาสมเหตผุ ลแบ่งได้ออกเป็นในสถานพยาบาลและในชุมชนซึ่งปัญหาการใช้ยามักเกิดขึ้นตามแต่ละ
บริบทของอำเภอหรือตำบลนั้นนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แตกต่างกันแต่ละบริบทของชุมชน โดยในส่วนของ
อำเภอเกาะสมุยจากการประชุมร่วมกันของหน่วยงานคือ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย
โรงพยาบาลเกาะสมุยและ รพ.สต. ในเครอื ขา่ ย ไดส้ รุปขอ้ ปญั หาและวางแผนการดำเนินการเพ่ือขับเคลื่อน
สู่ RDU district คือ
- จดั ตั้งศนู ย์แจง้ เตือนภยั เฝา้ ระวงั และรบั เร่ืองร้องเรียนปัญหาผลิตภณั ฑ์สุขภาพในชุมชนใหค้ รบทุก
ตำบลในอำเภอเกาะสมุย โดยดำเนนิ การให้แล้วเสรจ็ ใน ไตรมาสท่ี 1 ปีงบฯ 66
- จดั อบรม อสม.นกั วทิ ย์ (ปลอกแขนเขยี ว) ร่วมกันในโซนเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเตา่ โดยเชิญ
วิทยากรจากสว่ นกลางมาใหค้ วามรู้
- จัดตงั้ ศูนยแ์ จง้ เตือนภยั ด้านผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพที่โรงพยาบาล
- ดำเนนิ การเรือ่ ง RDU โรงพยาบาลเกี่ยวกบั การลง ICD 10 รว่ มกับทมี แพทย์
- จัดทีมเพ่ือตรวจ GPP รา้ นขายยาโดยดำเนินการในชว่ งปลายปที ่จี ะมีการตรวจเพ่ือต่ออายใุ บอนุญาต
ขายยา
- ให้ อสม.ในพน้ื ที่ดำเนนิ การออกแบบเกณฑก์ ารสำรวจร้านขายของชำในพ้ืนท่ีและออกสำรวจ
ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพในร้านขายของชำ ณ พืน้ ทร่ี บั ผิดชอบ
- จัดการประชุมเรอ่ื งการใชย้ าอยา่ งสมเหตสุ มผลร่วมกันเพ่ือรับทราบปญั หาและหาทางแก้ไขระดบั
อำเภอทุก 2 เดือน
32
2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมท้ัง 5 ดา้ น
2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล
• กำหนดทีมผ้รู บั ผดิ ชอบในการขับเคลอื่ นการพฒั นาระบบบริการให้มีการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผ
• กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของโรงพยาบาลให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด/เขต
สุขภาพ
• พัฒนามาตรการและขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ล ดงั นี้
o ทบทวนบัญชียาของโรงพยาบาล ให้มีรายการยาที่ควรมีและไม่ควรมีในบัญชียาของ
โรงพยาบาล
o ส่งเสริมการใช้ยาในบญั ชยี าหลักแห่งชาติ
o พัฒนาฉลากยาและฉลากยาเสริม ให้มีชื่อยาภาษาไทย ขนาด/วิธีใช้ ข้อควรระวัง และ
ขอ้ บง่ ใช้ อยา่ งน้อย 13 กลมุ่ ยา
o มีการดำเนินการให้เกิดจริยธรรมว่าด้วยการจัดชี้อและส่งเสริมการขายยา และ
สง่ เสริมจรรยาบรรณ ทางการแพทยไ์ นการสง่ั ใชย้ า
o ส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ (Responsible Use of Antibiotics :
RUA) ในกลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บาดแผล
สดจากอบุ ัติเหตุ และในสตรี คลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอด
o ส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-
Communicable Diseases : NCD) ได้แก่ ภาวะความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน
ภาวะไขมนั ในเลือดสูง โรคขอ้ เส่ือม และโรคข้ออักเสบเกาต์ โรคไตเร้ือรัง โรคหืดและ
โรคปอดอุดกั้นเร้อื รัง
o พัฒนาการดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่มีความเสี่ยง ได้แก่
ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยโรคตับ และผู้ป่วยโรคไต
เรื้อรัง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน จากยา และในผู้ป่วยกลุ่มที่ต้องใช้ยาอย่างสมํ่าเสมอ
และตอ่ เนื่อง ไดแ้ ก่ ผูป้ ่วยที่ไดร้ บั ยาต้านไวรสั เอดส์หรือยาตา้ นวัณโรค
o สร้างความตระหนักรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้รับบริการต่อการใช้ยาอย่าง
สมเหตุผล
• รายงานผลการดำเนินงานทุก 1 เดือน ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และรายงานสำนัก
บรหิ ารการ สาธารณสุข ทุก 3 เดือน
2.2 การดำเนินงานในชมุ ชน (บูรณาการจากโรงพยาบาลเชื่อมไปถึง รพ.สต. และชมุ ชน)
❑ มีการส่งต่อข้อมูลการเกิด ADR และข้อมูลการใช้ยาระว่างโรงพยาบาลและ รพ.สต. ใน
เครือยข่ายเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยของการใช้ยาในชุมชน และรายงานเพื่อให้เกิดความ
ปลอดภยั
2.3 การมสี ่วนรว่ มของชุมชนและภาคีเครอื ขา่ ย
❑ การดำเนินงานของ สสอ. และ โรงพยาบาล เปน็ ผรู้ ับนโยบายจากทางจังหวัดและนำมาขยาย
แผนเพื่อดำเนนิ การใหแ้ ก่องค์กรต่าง ๆ และ รพ.สต. ในพืน้ ทป่ี ฏบิ ัติงานตาม ยกตัวอย่าง การ
ที่ สสอ. เกาะสมุย คัดเลือก รพ.สต. ตลิ่งงามและ รพ.สต. มะเร็ต เป็นตำบลต้นแบบในการ
33
ขบั เคล่ือนการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลและจัดการตงั้ ศูนย์แจ้งเตือนภัยฯให้เข้าร่วมการประชุมเชิง
ปฏิบัติการ เพื่อรับนโยบายและแนวทางในการจัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัย จากนั้นนำมาประชุม
ร่วมกับทีมโรงพยาบาลเพอ่ื ดำเนินการอยา่ งต่อเน่ือง
2.4 การมสี ่วนรว่ มของภาคเอกชน
❑ มกี ารส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลในภาคเอกชนโดยทำการวเิ คราะหก์ ารดำเนินงาน RDU
ในภาคเอกชน และ จัดกิจกรรมเพื่อสงเสริมและพัฒนาการดำเนินงานในภาคเอกชน (เริ่ม
ดำเนนิ การแผนงานภายในปีงบฯ 66)
2.5 การสร้างความรอบรูใ้ หก้ บั ประชาชน
❑ มีการส่งเสริมการสร้างความรอบรู้ด้านการใช้ยาโดยการอิงการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง
(วางกลุ่มตัวอย่างเป็น อสม. ในพื้นที่) แล้ววิเคราะห์ปัญหาจากข้อมูลที่ได้ที่นำมาขยายผล
ต่อไป ในส่วนนี้ต้องทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนทางอำเภอจะขยายการดำเนินงานอย่าง
ต่อเนอ่ื ง (อย่ใู นระหวา่ งการดำเนนิ งานวางแผนจดั ทำ)
3. ผลงานเด่นทเี่ ป็นแบบอย่าง ด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล
3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การค้นหาปญั หา
ตามยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบยาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2555-2559 กำหนดให้ การใชย้ าอยา่ งสม
เหตุผลเปน็ เร่อื งหนง่ึ ในยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาระบบยาแห่งชาติ ซ่ึงในพ.ศ.2556 คณะอนุกรรมการสง่ เสรมิ
การใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล ได้เห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการโรงพยาบาลสง่ เสริมการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล
(Rational Drug Use Hospital; RDU Hospital) ขน้ึ เพือ่ ใหก้ ารดำเนินการเรื่องการใช้ยาอย่างสม
เหตผุ ลในโรงพยาบาลเป็นรูปธรรมชดั เจน เกิดความตระหนกั ถงึ ปญั หาการใช้ยา และสรา้ งระบบในการ
บรหิ ารจดั การด้านยาใหเ้ ป็นมาตรฐานเดยี วกนั ในการดำเนินโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่าง
สมเหตผุ ล จะใช้กุญแจสำคัญ 6 ประการ (PLEASE) ดงั นี้ กุญแจท่ี 1 การสรา้ งความเข้มแขง็ ของ
คณะกรรมการเภสชั กรรมและการบำบัด (Pharmacy and therapeutics committee competency)
กญุ แจที่ 2 การจดั ทำฉลากยามาตรฐาน ฉลากยาเสริม และขอ้ มูลยาสู่ประชาชน (Labeling and
patient information leaflet) กญุ แจที่ 3 การจดั ทำหรือจัดหาเครื่องมอื จำเปน็ ทีช่ ่วยใหเ้ กดิ การสงั่ ใชย้ า
อย่างสมเหตผุ ล (Essential RDU tools) กุญแจท่ี 4 การสร้างความตระหนักรขู้ องบุคลากรทางการแพทย์
และผรู้ ับบรกิ ารต่อการใชย้ าอย่างสมเหตุผล (Awareness for RDU principles among health
personnel and patients) กุญแจที่ 5 การดูแลดา้ นยาเพื่อความปลอดภยั ของประชากรกลุ่มพเิ ศษ
(Special population care) และกญุ แจที่ 6 การสรา้ งเสริมจริยธรรมในการสัง่ ใช้ยา (Ethics in
prescription)
เม่ือนำอกั ษรภาษาองั กฤษตวั แรกของกุญแจสำคญั เพื่อความสำเรจ็ ท้งั 6 ประการขา้ งตน้ มารวมกนั
จะไดเ้ ป็นคำยอ่ ซงึ่ ใช้เปน็ สญั ลักษณส์ ำหรับแนวทางการดำเนินงาน คอื “PLEASE” โดยในหลกั การของ
กุญแจสำคญั ทัง้ 6 ประการน้ีจะประกอบไปดว้ ยตวั ชีว้ ดั ของการดำเนินงานตามตัวช้วี ดั เพอ่ื ให้เกิดการ
ดำเนนิ การสง่ เสรมิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลอย่างเปน็ รปู ธรรมและยง่ั ยืน
34
3.2 แนวทางการดำเนนิ งานและผลลพั ธท์ เี่ กิดขึน้
ทางโรงพยาบาลได้มีการดำเนินกิจกรรมผ่านกุญแจสำคัญเพื่อความสำเร็จ 6 ประการ (PLEASE)
ดงั ตอ่ ไปน้ี
กุญแจดอกที่ 1 : การสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (P : Pharmacy
and Therapeutics Committee (PTC) Strengthening)
โรงพยาบาลมีเป้าหมายในการสร้างเสรมิ ความเข้มแข็งของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบา
บัด ใหม้ ีหนา้ ท่แี ละความรับผิดชอบตามแนวทางขององคก์ ารอนามยั โลกในด้านตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปนี้
1. โรงพยาบาลมีเภสัชตำรับที่รายการยาถูกคัดเลอื กอย่างโปร่งใส โดยใช้หลักเกณฑ์ท่ีสอดคลอ้ ง
กับหลักฐานเชิงประจักษ์ และหลักฐานด้านความคุ้มค่า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการคัดยาที่ขาด
ประสิทธิผลหรือขาดหลักฐานสนบั สนุนประสิทธิผลของยา มคี วามเสย่ี งสงู เกนิ กว่าประโยชน์
ทอ่ี าจไดร้ ับ และ/หรอื ขาดความคุม้ คา่ ออกจากรายการยาของโรงพยาบาล
2. หากมีการนำเสนอ หรือจำเป็นต้องส่ังซื้อยานอกบญั ชียาหลักแห่งชาติ NED ให้ตัดรายการยา
นอกบญั ชียาหลกั แห่งชาตทิ ม่ี ีอยู่เดมิ เพ่อื รักษาสดั สว่ นการสง่ั ซือ้ ยาในบญั ชียาหลักแห่งชาติ
3. โรงพยาบาลไม่มียาอมหรือยาพ่นคอที่มยี าปฏชิ วี นะเป็นส่วนผสม (เช่น ยาอมผสมนีโอมัยซิน)
เน่อื งจากไม่มปี ระโยชน์ในการรักษาโรคคอหอยอักเสบ/ต่อมทอนซลิ อักเสบเฉยี บพลนั และยัง
กอ่ ปญั หาเช้อื ดื้อยาจากการรบั ยาปฏชิ ีวนะ
4. การตดิ ตามความปลอดภยั ดา้ นยาและการดำเนินการป้องกันแก้ไข
5. การควบคมุ ค่าใช้จ่ายดา้ นยา
6. ฝกึ อบรมบุคลากรดา้ นการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล
7. การควบคมุ การส่งเสริมการขายของบริษัทยา เวชภัณฑ์และอุปกรณท์ างการแพทย์
กุญแจดอกที่ 2 : การจัดทำฉลากยา, ฉลากยาเสริม และข้อมูลยาสู่ประชาชน (L : Labeling and
Leaflet for Patient Information)
1. จัดทำฉลากยามาตรฐาน ฉลากยาเสริม (extended label) ตามแนวทางโครงการการใช้ยา
อยา่ งสมเหตสุ มผล เพือ่ สง่ ต่อข้อมูลสำคญั ของยาไปสู่ผใู้ ชบ้ ริการได้ครบถ้วนมากขน้ึ โดยจัดทำ
ขอ้ มลู ยานำร่องใน 13 กลุ่มยา ท่ีมีรายละเอียดครบถ้วน
2. มีการจดั ทำเอกสารข้อมลู ยาสำหรบั ประชาชน (patient information leaflet หรือ PIL) ซ่ึง
จะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาแก่ผู้รับบริการที่มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น โดยหัวข้อของ
เอกสารข้อมูลยาสำหรับประชาชนประกอบด้วย ยานี้คือยาอะไร ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา วิธีใช้ยา
ข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้ยา อันตรายที่อาจเกิดจากยา และควรเก็บรักษายานี้อย่างไร
โรงพยาบาลเกาะสมุยดำเนินการให้ผู้ป่วยที่ประสงค์จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเพิ่มขึ้นสามารถ
เขา้ ถงึ เอกสารดังกล่าวได้อยา่ งทั่วถงึ ดว้ ยการจดั ทำแผ่นพับให้ความรู้
กุญแจดอกที่ 3 : การจัดทำหรือจัดหาเครื่องมือจำเป็นที่ช่วยให้เกิดการสั่งใช้ยาอย่างสมเหตุผล
(E : Essential RDU Tools)
1. โรงพยาบาลมีแนวทางในการลดการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรมา
ทดแทน เช่น การใช้ฟ้าทะลายโจร ในผู้ป่วยที่มีอาการไอ เจ็บคอ โดยที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก
การตดิ เช้ือแบคทเี รยี
35
2. โรงพยาบาลพิจารณารายการยาสมุนไพรเข้ามาในบัญชียาของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น เพื่อ
ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรแทนการใช้ยาแผนปัจจุบนั ในผู้ปว่ ยทีไ่ มม่ ขี อ้ ห้ามใช้
3. โรงพยาบาลมีเครื่องมือในการลดอตั ราการติดเชื้อด้ือยาในกระแสเลอื ด (Bacteremia) โดย
จดั ทำแบบประเมินการใชย้ า (Drug Use Evaluation: DUE) ในยาปฏชิ วี นะกลุ่มควบคุม
ดงั น้ี
3.1 Tienam® (Imipenem 500 mg/Cilastatin 500 mg)
3.2 Tazocin® (Piperacillin 4 gm/Tazobactam 500 mg)
3.3 Sulcef® (Cefoperazone 1000 mg/Sulbactam 500 mg)
3.4 Vancomycin 500 mg
3.5 Colistin 150 mg
3.6 Meropenem 1 gm
3.7 Ertapenem 1 gm
นอกจากการมี DUE เพ่ือควบคมุ การใช้ยายาปฏิชีวนะเหลา่ นน้ั แล้ว จะมกี ารตรวจสอบการใช้
ยาโดยเภสัชกรเพื่อดูความเหมาะสมในการสั่งใช้ยา และในส่วนของ IC กรณีผู้ป่วยติดเชื้อดอื้
ยา จะมกี ารแยกผู้ปว่ ยออกไปเป็นสัดสว่ น และปฏิบัตติ ามแนวทางการดูแลผู้ปว่ ยตดิ เชื้อด้ือยา
เช่น แยกของใช้จากผู้ป่วยรายอื่น การแนะนำญาติในการสัมผัสผู้ป่วย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็น
ระบบติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินการใช้ยา เพื่อประกันคุณภาพ การรักษาผู้ป่วย ให้มี
ความถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์มาตรฐาน
4. คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (PTC) ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและควบคุม
การติดเชื้อ (IC) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ และองค์กรแพทย์ จัดทำ
แผนปฏิบัติการการจัดการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) ให้ครอบคลุม โดยการเฝ้าระวังทาง
ห้องปฏบิ ตั กิ าร การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา และใหม้ รี ะบบติดตาม
และรายงานอัตราการติดเชื้อดื้อยาในกระแสเลือดต่อผู้ปว่ ยที่ส่งตรวจสำหรับเชือ้ แบคทีเรียที่
ดื้อยา 8 ชนิด ได้แก่ Acinetobacter spp., Staphylococcus aureus., Escherichia
coli., Klebsiella pneumonia., Pseudomonas spp., Salmonella spp.,
Streptococcus pneumoni และ Enterococcus faecium
5. มีแนวทางการส่งตรวจและการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคเป้าหมาย
และการตดิ ตามผลการรักษาท่ีสอดคลอ้ งกับระดับของสถานพยาบาล
6. มีนโยบายด้านยาที่จำเป็นต่อระบบการใช้ยาที่สมเหตุผล เช่น นโยบายการใช้ยาตามบัญชียา
หลักแห่งชาติ นโยบายการสั่งใช้ยาด้วยชื่อสามัญทางยา และนโยบายการใช้ยาในผู้ป่วยสิทธิ
รกั ษาพยาบาลกลุม่ ต่าง ๆ อยา่ งเทา่ เทยี มกัน (one generic, one brand) เป็นต้น
กุญแจดอกที่ 4 : การสร้างความตระหนักรู้ของบุคลากรทางการแพทยแ์ ละผู้รับ บริการต่อการใช้ยาอย่าง
สมเหตผุ ล (A : Awareness for RDU Principles among Health Personnel and Patients)
1. โรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ RDU hospital PLEASE เป็นสัญญาณว่าสถานพยาบาลและ
บุคลากรในสถานพยาบาลมีความตระหนกั ตอ่ ปัญหาการใช้ยาไมส่ มเหตุผล
2. โรงพยาบาลจัดการอบรม เสริมสร้างความตระหนักแก่ร้านยา โรงพยาบาลเอกชน ในพื้นที่
อำเภอเกาะสมุย เก่ยี วกบั การใช้การใช้ยาปฏิชวี นะในโรคติดเชอื้ ท่รี ะบบการหายใจช่วงบนและ
36
หลอดลมอกั เสบเฉยี บพลันในผ้ปู ่วยนอก การใชย้ าปฏชิ วี นะในโรคอุจจาระร่วงเฉยี บพลนั และ
การใช้ยาปฏชิ ีวนะในบาดแผลสดจากอุบัตเิ หตุ
3. สร้างความตระหนักรู้และสง่ เสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอยา่ งรับผิดชอบ (Responsible use of
antibiotics: RUA) ในบุคลากรทางการแพทย์และผู้รบั บริการ โดยการจัดทำส่ือ โปสเตอร์ให้
ความรเู้ ก่ียวกบั การใช้ยาปฏชิ วี นะ
กุญแจดอกที่ 5 : การดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภยั ของประชากรกลุ่มพิเศษ (S : Special Population
Care)
1. โรงพยาบาลเกาะสมยุ มีการดูแลดา้ นยาเพ่ือความปลอดภัยของผปู้ ว่ ยกลุ่มพิเศษท่ีมีความเส่ียง
ไดแ้ ก่ ผ้สู ูงอายุ สตรีต้งั ครรภ์ สตรีใหน้ มบตุ ร ผปู้ ว่ ยเด็ก ผ้ปู ว่ ย โรคตับ ผ้ปู ่วยโรคไตเรอ้ื รัง เพ่ือ
ความปลอดภัยและลดภาวะแทรกซ้อนจากยา รวมทงั้ ในผ้ปู ่วยกลุม่ ทตี่ ้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ
และต่อเนื่อง ได้แก่ ผู้ป่วยที่รับต้านไวรัสเอดส์ หรือผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านวัณโรค โดยมีการ
ดำเนินการเป็นคลินิกพิเศษเฉพาะโรค ให้ปรึกษาด้านยา และการดูแลตัวเองแก่ผู้ป่วย เช่น
คลินิกไตเรื้อรัง, คลินิกเบาหวาน, คลินิกวาร์ฟาริน, คลินิกหอบหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง,
คลินิกหอบหืดในเด็กในเด็ก, คลินิกฝากครรภ์, คลินิกให้นมบุตร, คลินิก ARV, คลินิกวัณโรค
เป็นต้น
2. ส่งเสริมการใชย้ าอย่างสมเหตุสมผลในผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable
Disease: NCD) ได้แก่ภาวะความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคข้อ
เสอ่ื ม โรคขอ้ อักเสบเกาต์ โรคไตเร้ือรัง โรคหอบหดื และโรคปอดอุดกั้นเรือ้ รัง
กุญแจดอกที่ 6 : การส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณทางการแพทย์ในการสั่งใช้ยา (E: Ethics in
Prescription)
โรงพยาบาลเกาะสมุย ส่งเสริมให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแนวทางในการคัดเลือกยาและ
การสงั่ ใช้ยาทีเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์จรยิ ธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายยาของประเทศไทย รวมถงึ การปฏิบัติ
ตามข้อกำหนดในการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทยาและผู้แทนยาอย่างเหมาะสม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ
กระบวนการนำยาเข้าและออกจากสถานพยาบาลมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และแพทย์สั่งใช้ยาภายใต้
บริบทของการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล โดยไมต่ กอย่ใู นอทิ ธิพลของการส่งเสรมิ การขายยาท่ีขาดจรยิ ธรรม
นอกจากนโี้ รงพยาบาลเกาะสมยุ พัฒนาสู่การเปน็ โรงพยาบาลส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ตามแนวทาง RDU Hospital PLEASE โดยคณะกรรมการเภสชั กรรมและการบำบัด มแี นวทางในการ
คดั เลือก จัดหาเวชภัณฑย์ าทีเ่ หมาะสมและมีคุณภาพไวใ้ ช้ในโรงพยาบาล (Rational Drug Supply) โดย
พจิ ารณาทบทวนบญั ชรี ายการยาโรงพยาบาล และดำเนินการปรับปรงุ บญั ชียาโรงพยาบาลใหม้ ลี กั ษณะ
เป็น Evidence - based Hospital Formulary โดยพจิ ารณายาในบัญชยี าหลักแหง่ ชาติเปน็ ลำดบั แรก
หากเปน็ ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ให้พจิ ารณาเร่ืองความคมุ้ คา่ ความปลอดภยั ประกอบทุกครงั้ และ
พจิ ารณาตดั ยาทไ่ี ม่เหมาะสมออกจากบญั ชียาโรงพยาบาล มีฉลากยามาตรฐาน (RDU label) และ
โรงพยาบาลมีเคร่ืองมือจำเปน็ ทช่ี ว่ ยใหเ้ กดิ การสง่ั ใชย้ าอย่างสมเหตุผล โดยออกแบบให้มีการแจ้งเตือนใน
ระบบ HOSxP ได้แก่ ระบบแจ้งเตอื นการเกิด Drug Interactions การแจง้ เตือนเพอื่ ระมัดระวงั การสงั่ ใช้
ยาใน ผูป้ ว่ ยกลมุ่ พเิ ศษ เชน่ ระบบแจง้ เตือนการใชย้ าในหญิงต้ังครรภ์ ระบบแจง้ เตอื นการใช้ยา NSAIDs
ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การใช้ NSAIDs ซำ้ ซ้อน การใช้ยา ACEIs/ARBs ซ้ำซ้อน และระบบการแจ้ง
เตือนผปู้ ว่ ยทีไ่ ด้รบั ยาที่มดี ชั นีการรักษาแคบ (Warfarin) ทั้งน้ีเพอื่ ป้องกันอนั ตรายจากการใช้ยาในส่วนที่
37
สามารถป้องกนั ได้ บุคลากรทางการแพทย์และผู้รับบรกิ ารเลง็ เห็นถงึ ความสำคัญในเรื่องความตระหนักรู้
ตอ่ การใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล ซึง่ เป็นปจั จยั สำคัญท่ีจะทำให้การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ลเป็นที่ยอมรบั และ
นำไปปฏบิ ตั ไิ ด้อยา่ งย่ังยนื สง่ ผลใหผ้ ้รู บั บรกิ ารไดร้ บั เฉพาะยาจำเป็นท่ีมีคุณภาพ เกิดประสิทธิผลของการ
รกั ษา ตามแนวทางการรกั ษามาตรฐานอย่างครบถ้วนปลอดภยั และค้มุ คา่
3.4 ปจั จัยแห่งความสำเร็จ
• ผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจ ขับเคลื่อนมาตรการ RDU สู่การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตาม
เป้าหมายทกี่ ำหนด
• มีทิศทางและเป้าหมายร่วม เนื่องจากมีนโยบายกลางของประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุข
เดินหน้า เพื่อดำเนินงานการใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยทำงานกับหลายภาคส่วนแบบบูรณา
การ
• การใช้ยาในโรงพยาบาล มีการกำกับติดตามมาตรการลดการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นใน
กลมุ่ โรคติดเชื้อ ไดแ้ ก่ AD, FTW และกลมุ่ โรคไมต่ ดิ ต่อเรอื้ รัง ให้บรรลตุ ามเป้าหมายท่กี ำหนด
3.5 สง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้จากการดำเนนิ งาน
• ความเข้าใจและความตระหนักรู้ของแพทย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะ
ตามแนวทางท่ีกำหนด
• บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษาและการสั่งใช้ยา ยังมีการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะไม่เป็นไป
ตามแนวทางและมาตรฐานการรักษาที่กำหนดโดยเฉพาะการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะใน 2 กลุ่มโรค
ในกล่มุ โรคอจุ จาระร่วงเฉยี บพลนั บาดแผลสดจากอบุ ัตเิ หตุ
3.6 บทสรุป/ ขอ้ เสนอแนะ เพ่ือการพัฒนา/ ต่อยอด
• ส่งเสริมการให้ความรู้แกแ่ พทย์ Intern ทม่ี าปฏบิ ตั งิ านใน โรงพยาบาล ซ่ึงต้องให้ความรู้/
สรา้ งความเข้าใจท่ถี ูกต้อง ทุกๆ ปี เนอ่ื งจาก เมื่อครบปีจะมีแพทย์ Intern กลมุ่ ใหม่มาใช้ทุน
• การสร้างความรู้/ความเข้าใจของผู้ส่ังใชย้ า เกยี่ วกับการลงรหัสโรค (ICD-10) ท่เี ก่ียวข้องกับ
ตวั ชีว้ ัด RDU
38
ผลการดำเนินงานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอครี รี ฐั นิคม
1. การบรหิ ารองค์กรเพือ่ การขับเคล่อื น RDU district
1.1 การนำองคก์ ร
ผู้บริหารมีส่วนสำคัญในการพัฒนา แต่การมีภาวะผู้นำมีสว่ นสำคัญเช่นกันแม้ไมไ่ ด้เปน็ ผูบ้ ริหารก็
ตาม เช่น สามารถประสานงาน ผู้บริหาร ภาคีเครือข่าย ให้เห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ จน
สามารถขับเคลื่อน งานให้ประสบความสำเร็จ เป็นต้น ผู้นำหรือทีมนำ มีนโยบายที่ชัดเจนและมีช่องทาง
การสอ่ื สารใหท้ ีมงานเข้าใจ สามารถปฏิบัติตามได้ ทำให้การทำงานเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกัน ผู้นำของภาคี
เครือข่าย มสี ว่ นร่วมในการขบั เคล่ือนใน การพฒั นาระบบสุขภาพในพ้ืนที่ตนเอง มีการวางแผนการทำงาน
ที่ชดั เจน ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ มกี ารตดิ ตาม ผลการทำงาน มีค่านิยมในการทำงาน เป็นนายตนเอง ยึดม่ัน
ในกฎหมาย ระเบียบราชการ รับผิดชอบต่อสังคม โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถ
ดูแลสุขภาพตนเองได้ร่วมกันจัดการสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อ สุขภาพ ดูแลกันในชุมชนให้มีสุขภาพดี
นอกจากนั้นระบบการบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการเงิน การจัดการสิ่งแวดล้อม พัฒนา
ระบบสนบั สนุนให้การบริการมีคุณภาพไดม้ าตรฐาน
มีโครงสร้างองค์กร มีคณะกรรมการ/ คณะทำงาน มีระบบการทำงาน การมอบหมายงาน ท่ี
ชัดเจน มีการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอำเภอและมีการสนับสนุนการ
ดำเนินงานของรพ.สต.หรือคณะกกรมการแกไ้ ขปญั หาระดับพื้นที่ โดย
มแี นวทางทางท่ีจะทำงานร่วมกนั และดำเนินงานตามหนา้ ทีใ่ นส่วนไดร้ ับผิดชอบ
มกี ารกำหนดและการถ่ายทอดทศิ ทางการทำงานร่วมกันเปน็ ทมี
มกี ารดำเนินการรว่ มกนั เป็นทีมอย่างมีจริยธรรม และมกี ารสนบั สนนุ ต่อชมุ ชน
มกี ารกำกบั ดแู ลอย่างเป็นระเบยี บ
มีการทบทวนผลการดำเนนิ งานและวางแผนแกไ้ ขอยา่ งต่อเนื่อง
1.2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
เนื่องจากในปี 2555 พบมูลค่าการบริโภคยาของคนไทยสูงถึง 1.4 ล้านบาทและครึ่งหนึ่งของ
จำนวนเงินนั้น (ร้อยละ 50) นั้นเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล คือ ใช้ยาไม่ถูกโรค ไม่ถูกขนาด ไม่ถูก
ระยะเวลา ซึ่งการใช้ยาในลักษณะนี้ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าในการใช้ยา และผู้ป่วยมีความเสี่ยงจาก
ผลข้างเคียงและอันตรายจากยา จึงได้มีกาส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลเริ่มจากได้มีการดำเนินงาน
โรงพยาบาลใชย้ าสมเหตุผล (RDU hospital) เพ่อื เพิ่มคณุ ภาพในการรักษา ลดปัญหาดอ้ื ยา ผปู้ ว่ ยสามารถ
ใชบ้ าได้อย่างปลอดภัย อกี ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย จากน้ันนำมาประยกุ ต์ใชก้ บั โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพ
ตำบลให้ใช้ยาสมเหตุผล และได้มีการจัดตั้งศูนย์แจ้งเตือนภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในอำเภอคีรีรัฐนิคม
เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และทำให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ มีกลยุทธ์ PIRAB
ประกอบด้วยแนวคิดและกระบวนการทำงานที่สำคัญ คือ P: Partner ชักชวนพันธมิตรทุกภาคส่วน
ทกุ ระดับใหร้ ่วมกันทำงานสง่ เสริมสุขภาพแบบย่ังยนื กำหนดเรอื่ งสุขภาพเป็นประเดน็ สำคัญในทุกนโยบาย
สุขภาพ I: Invest กระตุ้นให้เกิดการลงทุนโดยเฉพาะด้านงบประมาณที่เพียงพอจากระดับนโยบายในทุก
ภาคส่วน R: Regular and Legislate ใช้การตรากฎหมายและออกกฎหมาย เพื่อคุมครองประชาชนจาก
ความเสี่ยงต่อสุขภาพ A: Advocate ชี้นำ ชูประเด็น และ สนับสนุนให้มกี ารเมืองทกุ ระดับใหค้ วามสำคัญ
39
กับการส่งเสริมสุขภาพ B: Build Capacity พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกภาคส่วนให้สามารถพัฒนา
นโยบายสุขภาพ รวมท้งั การวิจยั การบวนการความรดู้ ้านสุขภาพของประชาชน
มีการประชุมรว่ มกันของคณะกรรมการ กำหนดแนวทาง เพ่ือวางแผนการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ
2. แนวทางดำเนินงานและผลภาพรวมท้ัง 5 ดา้ น
2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล
ช่อื ผลงาน ลดการใช้ ATB ในบาดแผลสดจากอุบัตเิ หตุ
ความเปน็ มาและความสำคญั ของวธิ หี รือแนวทางปฏิบัตงิ าน
เนื่องจากการใช้ยาปฏชิ ีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ มีร้อยละการสั่งใช้เกินร้อยละ 40 ส่งผล
ให้โรงพยาบาลคีรรี ฐั นิคมไมผ่ า่ น RDU ข้ันที่ 3 ทางคณะกรรมการ RDU จึงหาแนวทางในการลดการใช้ยา
ปฏิชีวนะลง หลังจากมีการติดตามการใช้ยาพบว่ามีการสั่งใช้ยานอกเวลาราชการค่อนข้างสูง จึงได้มีการ
ขอความร่วมมือ และกระตุ้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการลดการสั่งใช้ยาโดยยึดแนวทางการดูแล Fresh
Traumatic Wound เครือข่ายสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการนัดผู้ป่วยมาล้างแผลที่โรงพยาบาล
40
และมีการใหค้ วามรผู้ ้ปู ่วยท่มี ารับบริการในโรงพยาบาลอยา่ งต่อเน่อื ง โดยใชเ้ สยี งตามสายของโรงพยาบาล
เปน็ สอ่ื กลาง
วตั ถุประสงค์
เพื่อให้ร้อยละการใชย้ าปฏิชวี นะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุนอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กับ 40
ผลการดำเนินการ/ประโยชนท์ ่ไี ด้
ม.ค. 65 ก.พ. 65 มี.ค. 65 เม.ย. 65 พ.ค. 65 มิ.ย. 65 ก.ค. 65
54.70% 45.70% 46.70% 47.09% 44.50% 43.80% 41.03%
จากการดำเนนิ งานพบวา่ ร้อยละการใชย้ าปฏชิ วี นะในบาดแผลสดดขี ึน้ ตามลำดับ แตย่ ังคงไม่ผ่าน
เกณฑ์ข้ันที่ 3 ทางคณะกรรมการ RDU ยงั คงกระตุ้นการดำเนนิ งานอย่างตอ่ เน่อื งเพ่ือให้มกี ารลดการใช้ยา
ปฏชิ วี นะโดยไม่จำเป็น
2.2 การดำเนนิ งานในชมุ ชน (บูรณาการจากโรงพยาบาล เชือ่ มไปถึง รพ.สต. และชุมชน)
การป้องกันแพ้ยาซ้ำและอาการไม่พึงประสงค์จากผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีการส่งต่อฐานข้อมูลการ
แพ้ยาของผู้ปว่ ยจากโรงพยาบาลครี ีรัฐนคิ มไปสู่รพ.สต โดยอัพเดทข้อมลู ปลี ะ 1 คร้งั และรพ.สต.นำขอ้ มูล
ที่ไปลงในระบบ J เพอื่ ต้งั ระบบแจ้งเตือนเม่ือมีผู้ปว่ ยมาใชบ้ ริการ และมกี ารติดสติ๊กเกอร์แจ้งผู้ท่ีแพ้ยาไว้ท่ี
Family folder ของผู้ป่วยด้วย มีแนวทางติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาหรือ
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ รพ.สต. เพ่ือสง่ กลบั มายังโรงพยาบาลคีรรี ฐั นิคมเผื่อให้เภสัชกรเปน็ ผู้ประเมินอาการ
41
การป้องการความคลาดเคล่ือนทางยา
มีระบบ LASA, tallmanletter, แบบบันทกึ ความคลาดเคลอ่ื นในรพ.สต.
จัดทำแนวทางการใชย้ าปฏชิ วี นะอย่างสมเหตผุ ลใน 3 กลุ่มโรค คือ ทอ้ งเสยี , หวัด – เจ็บคอ และแผลเลอื ดออก
42
รายการคู่ยาที่มีอันตรกิรยิ าต่อกนั (Drug interaction), คู่มือการใช้ยาสำหรับสตรีมีครรภ์และให้
นมบุตร, แนวทางการเฝ้าระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร, แนวทางการเฝ้าระวังการใช้ยาใน
ผู้ปว่ ยไตเรอ้ื รงั ระดบั 3 ขนึ้ ไปกับการใชย้ า NSAIDs ในรพ.สต.
2.3 การมสี ่วนร่วมของชุมชน และภาคีเครอื ขา่ ย
2.4 การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
2.5 การสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชน
3. ผลงานเด่นทเ่ี ปน็ แบบอย่าง
43
3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การคน้ หาปญั หา
การดำเนนิ งานของโรงพยาบาลคีรรี ัฐนคิ มได้มีการพัฒนางาน RDU ในโรงพยาบาลสู่ชุมชนให้รพ.
สต.มีการใช้ยาอย่างสมเหตุ โดยมีความร่วมมือของบุคลากรทุกระดับ ซึ่งจากปัญหาในพื้นที่ ได้แก่
1. ประชาชนขาดความรู้ 2. การโฆษณาเกินจริง 3. ร้านชำขายยาชดุ 4. คลินิกพยาบาล ใช้ยาที่กฎหมาย
ไม่อนุญาต ไม่เขียนชื่อยา เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลในชมุ ชนจึงมีการจัดทำ 1.การเฝ้าระวงั
ความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาล 2.การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาจากชุมชน เชน่ ภาคีต่าง ๆ 3.
สร้างภาคีเครือข่าย 4. ส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลในภาคเอกชน ร้านชำ ร้านขายยา ร้านยา คลินิก 5.
สรา้ งเสริมความรรู้ อบดา้ นการใช้ยาสมเหตผุ ลของประชาชน เช่น อบรมความรู้ด้านงานคุมครองให้ อสม.
3.2 แนวทางการดำเนนิ งานและผลลัพธ์ที่เกิดขน้ึ
มีการจัดอบรม ความรูด้ ้านการคุม้ ครองผู้บริโภคให้กบั เครือข่าย อสม ตามแผนอบรมของ รพ.สต.
ประเมนิ ความรกู้ อ่ นอบรมและหลังอบรม
3.3 ประโยชน์ทไ่ี ด้รับ (impact) ตอ่ หนว่ ยบรกิ าร /ชุมชน
อสม.มคี วามรเู้ ข้าใจในงานคุ้มครองผู้บรโิ ภค สามารถเป็นแกนนำในชมุ ชนเพ่ือป้องกัน แจ้งเตอื น
ภยั ผลติ ภัณฑ์สุขภาพตา่ งได้
3.4 ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ มีการนำองค์กรณืที่ดี การให้ความร่วมมอื ของภาคเี ครือขา่ ย
3.5 ส่ิงทไ่ี ดเ้ รียนรู้จากการดำเนนิ
เสียงสะท้อนจากเครือข่ายชมุ ชนเรอื่ งความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพยังน้อย และยงั
มคี วามเชอ่ื การโฆษณาอยเู่ ป็นจำนวนมาก
3.6 บทสรุป / ข้อเสนอแนะ เพ่ือการพัฒนา/ ตอ่ ยอด
มีการจัดโครงการอบรม ทดสอบ ประเมนิ เครือข่ายอย่างต่อเนอื่ ง ต่อไปอาจจะมีการจัดประกวด
ใหร้ างวลั กับเครือขา่ ย อสม. ประกวดหมู่บ้านตน้ แบบ