The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดการความรู้ RDU (รวมไฟล์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sraporn Nan, 2022-09-18 01:48:29

คู่มือจัดการความรู้ surathani RDU province

จัดการความรู้ RDU (รวมไฟล์)

Keywords: RDU suratthani

94
จงึ เปน็ กล่มุ เส่ยี งของการเกิดปัญหาจากการใชย้ าได้มาก โดยพบว่าผปู้ ว่ ยท่ีเกิดผลขา้ งเคียงจากยาถงึ 1 ใน
3 เปน็ ผู้ปว่ ยสูงอายุและเป็นสาเหตทุ ่ที ำให้ผูป้ ว่ ยต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลถึงร้อยละ 10-20 และที่
สำคญั คือ 2 ใน 3 ของผลขา้ งเคียงเหล่านส้ี ามารถป้องกันได้ ดว้ ยเหตุนี้คณะกรรมการเภสัชกรรมและการ
บำบัดโรงพยาบาลบ้านนาเดมิ จงึ ไดด้ ำเนินงานการส่งเสรมิ การใช้ยาอยา่ งเหมาะสมในผสู้ ูงอายุ โดยใช้เกณฑ์
Beers criteria เพอื่ ป้องกนั อาการไม่พึงประสงคจ์ ากยา

Beers Criteria เป็นหนงึ่ ในเครอ่ื งมือทใ่ี ชต้ รวจสอบรายการยาท่ีไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุจัดทำโดย
American Geriatrics Society โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใหเ้ กิดการใช้ยาอย่างเหมาะสมในผสู้ งู อายุ มกี าร
เผยแพรค่ รงั้ แรกเม่ือปี ค.ศ. 1991และมีการปรบั ปรุงเปน็ ระยะเพ่ือใหเ้ กดิ ความทนั สมัยสอดคล้องกับข้อมูล
เชงิ ประจกั ษ์ที่เพิ่มมากข้นึ ซ่ึงมีการปรบั ปรุงขอ้ มลู ลา่ สุดในปี ค.ศ. 2015
วัตถปุ ระสงค์:

1. สง่ เสริมให้มีการใช้ยาอยา่ งถกู ต้องเหมาะสมในผ้สู ูงอายุ
2. เจ้าหน้าท่ี ผูป้ ่วยและญาติมคี วามรู้ ในการป้องกันและจดั การ ADR

วธิ กี ารดำเนนิ การ :
a. ใช้เกณฑ์ Beers Criteria กำหนดรายการยาเพื่อเฝ้าระวังการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุ
โดยกำหนดรายการยาทีต่ ้องเฝา้ ระวงั 13 กล่มุ ยา 28 รายการ
b. เภสชั กรแนะนำผู้ปว่ ยและญาตใิ นการเฝ้าระวังและจัดการ ADR
c. เจ้าหนา้ ท่ผี เู้ กีย่ วข้องเฝา้ ระวัง ADRทอ่ี าจเกดิ ขึน้
d. แผนกอ่นื เชน่ ทันตกรรม แพทยแ์ ผนไทย กายภาพบำบัด มีการใช้ข้อมลู จาก Beers criteria
เฝ้าระวังอาการข้างเคียงจากยาเช่นระวังภาวะพลัดตกหกล้ม ความดันต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
เปน็ ตน้

ตวั อยา่ ง การดำเนินการสำหรบั สหสาขาวิขาชพี
1. มีข้อมลู เตือนแพทย์เม่อื มกี ารสั่งยา 2. เภสชั กร: มขี อ้ มูลเตือนเภสัชกรในใบสง่ั ยาเพอื่ ใหค้ ำแนะนำแกผ่ ปู้ ่วย

2. พยาบาล:มีขอ้ มลู เตือนพยาบาลในใบ MAR เพื่อเฝา้ ระวงั อาการข้างเคยี งจากยา

95

รายการยา รพ.บ้านนาเดิมที่ควรระวงั การใช้ในผ้สู ูงอายุตามเกณฑ์ Beers criteria 2015

No. กลมุ่ ยา/รายการยา เหตุผล/ADR หมายเหตุ/

Alternative

1 First generation antihistamines: Highly Anticholinergic: betahistine

- dimenhydrinate ใจสั่น ตาพร่า ตาแห้ง ปากคอแหง้ กลนื ลำบาก Loratadine

- CPM ทอ้ งผูก ปัสสาวะคง่ั มนึ งง งว่ ง เส่ียงต่อภาวะ

- hydroxyzine พลดั ตกหกล้ม

2 Antipakinson agent: -Highly Anticholinergic:

- Trihexyphenidyl - ใชส้ ำหรบั รกั ษาpakinsonไม่ ควรใชป้ อ้ งกนั

ภาวะ EPS จากยา Antipsychotics

3 Cardiovascular: -High risk of Orthostatic hypotention เสยี่ ง

- Doxazosin ต่อภาวะพลดั ตกหกล้ม

- Methyldopa -ไม่ควรใชล้ ำดับแรกในการรักษาความดนั โลหิตสูง

การใช้ยานใี้ นผู้สงู อายุควรมีการประเมินถึง risk-

benefit

4 Digoxin ควรการปรบั ยาในผู้ปว่ ยโรคไตระดบั 4,5

5 Antidepressante Highly Anticholinergic, SSRI

- Amitriptyline sedation,

- Imipramine Orthostatic hypotention เส่ียงต่อภาวะพลดั

- Nortriptyline ตกหกล้ม

6 Antipsychotic: -เพ่มิ ความเสย่ี งตอ่ cerebrovascular

- CPZ accident(stroke)และcognitive decline

- Perphennazine ดงั น้นั

- Risperidone ไม่ควรใช้ในผสู้ ูงอายทุ ่ีมภี าวะสมองเสอ่ื มหรือ

- Thioridazine บกพร่องด้านความจำ

- Clozapine

7 Phenobarbital High risk of physical dependence

No. กลุ่มยา/รายการยา เหตุผล/ADR 96
8 Benzodiazepines : หมายเหต/ุ
-Cognitive Impair Alternative
1. Short & Intermediateacting: Delirium,Sedation,Fall เสย่ี งต่อภาวะพลัดตก Alternative for
Alprazolam Lorazepam หกล้ม anxiety:SSRI
2. Long acting: Clonazepam -ควรหลกี เลยี่ งการใช้ Long acting ในผสู้ งู อายุ
Diazepam Clorazepate Glipizide
9 Glibenclamide ออกฤทธิน์ าน>24 ชม.เส่ยี งกับภาวะน้ำตาลใน Domperidone
10 GI: Metoclopramide เลือดตำ่
เสยี่ งต่อภาวะ EPS (คอเอยี ง อาการเกร็งหลัง Paracetamol,Tra
11 PI: Omeprazole แอน่ กลอกตาไปมา กระวนกระวาย ตน่ื เต้น อยู่ madol(ยกเว้นใน
ไมส่ ุข), Tardive dyskinesia(กล่มุ อาการความ ผปู้ ว่ ยลมชกั ซึง่ ยา
12 NSAIDs: ผิดปกตขิ องการเคล่อื นไหวร่างกายท่ีไม่สามารถ จะมผี ลLowers
Ibuprofen - Mefenamic ควบคมุ ได้) seizure
Naproxen - Indomethacin -เส่ยี งต่อการตดิ เชื้อ Clostridium ,bone threshold)
loss,fracture
13 Skeletal muscle relaxants: - ไม่ควรใช่ตอ่ เน่ืองเกิน 8 สปั ดาหย์ กเว้นกรณี
- Orphenadrine จำเป็น
-Risk of GI bleeding or peptic ulcer
โดยมีความเสย่ี งสงู ในผูส้ งู อายุ >75 ปี

Highly Anticholinergic
,sedation,fall เสย่ี งต่อภาวะพลัดตกหกล้ม

ผลการดำเนนิ การ:
1. มกี ารเฝ้าระวงั การใช้ยาและ ADR สำหรับผู้สงู อายุสำหรบั ทุกจุดบรกิ ารที่เกีย่ วข้อง
2. ไมพ่ บอบุ ัติการณ์พลัดตกหกล้ม ในผูส้ งู อายุ ขณะรบั การรักษาในโรงพยาบาล

การต่อยอดขยายผล:
Beers criteria 2015 เป็นเพยี งเคร่อื งมือที่ให้บุคลากรทางการแพทยใ์ ช้เพ่ือสรา้ งความตระหนักให้เกิด

การใช้ยาอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ แต่สิ่งที่สำคัญคือ จะต้องมีการ
ประเมินผู้สูงอายุอย่างรอบด้านเพื่อพิจารณาการใช้ยาอย่างเหมาะสมและหากพิจารณาแล้วพบว่ามีความ
จำเป็นต้องใช้รายการยาที่ควรหลีกเลี่ยงดังกล่าวเภสัชกรควรมีบทบาทในการให้คำแนะนำรายการยาทดแทน
หรือขนาดยาที่เหมาะสม รวมถึงวางแผน กำหนดแนวทางและติดตามผลจากการใช้ยาท้ังในด้านประสิทธิภาพ
และความปลอดภัย

97

เอกสารอ้างอิง

1. The American Geriatrics Society 2015 Beers criteria Update Expert panel. American
Geriatrics Society 2015 Update Beers criteria for potentially inappropriate medication use
in older adults.J Am Geriatr Soc 2015;63:2227-4

2. จตุพร ทองอม่ิ .Update Beers criteria 2015 กบั การดแู ลด้านยาในผสู้ งู อาย:ุ บทบาทของเภสัชกร
โรงพยาบาลในการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล 2559:151-156

3.2 การส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสมในผปู้ ่วย NCD ตดิ ตาม/แกไ้ ขปัญหาการใช้ยาของผปู้ ่วย DM HT

คำสำคัญ:
ปญั หาการใชย้ า หมายถึง ปรากฏการณ์ทเ่ี กดิ กบั ผู้ปว่ ยเมื่อใช้ยาในการรักษา ซ่งึ อาจรบกวนหรือมี

แนวโน้มที่จะรบกวนผลการรักษาที่ต้องการ สามารถจำแนกปัญหาดังกล่าวออกเป็น 8 ประเภทได้แก่
ความจำเป็นในการได้รับยา การได้รับยาที่ไม่มีข้อบ่งใช้ การได้รับยาที่ไม่ถูกต้องตามข้อบ่งใช้ การได้รับ
ยาในขนาดที่สูง/ต่ำกว่าขนาดที่เหมาะสม การเกิดอันตรกิริยาของยา การเกิดอาการไม่พึงประสงค์และ
การไม่ให้ความรว่ มมือในการใช้ยา
สรุปผลงานโดยยอ่ :

ฝา่ ยเภสชั กรรมและงานคลนิ ิก NCD ได้ดำเนนิ งาน “การติดตาม/แก้ไขปัญหาการใชย้ าของผู้ป่วย
DM HT”โดยทีมได้ร่วมกนั คน้ หาและจัดการปญั หาด้านยาเพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิต
สูงใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ดำเนินการในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รพ.บ้านนา
เดมิ พบปัญหาการใช้ยา 190 ราย โดยปัญหาทพ่ี บคอื การไมใ่ หค้ วามรว่ มมือในการใช้ยา,การเกิดอาการ
ไม่พึงประสงค์,การไม่ได้รับยาที่จำเป็นต้องได้รับ และการเกิดอันตรกิริยาของยา ผลการดำเนินการ ปี
2561- ปจั จุบนั 100 เปอร์เซน็ ต์ของผปู้ ว่ ยโรคDM/HT ที่มีปัญหาการใช้ยาไดร้ บั การจดั การแก้ไขแต่ยังคง
ต้องมีการติดตามปญั หาดงั กล่าวอย่างตอ่ เนื่อง
เป้าหมาย: 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ของผปู้ ่วยโรคDM/HT ที่มปี ญั หาการใชย้ าได้รบั การจดั การแก้ไข

ปญั หาและสาเหตุโดยย่อ:

โรค DM HTเปน็ ปจั จัยเสย่ี งสำคัญของการเกดิ โรคแทรกซ้อนหลายระบบ การใช้ยาอยา่ งถูกต้อง
เหมาะสมส่งผลใหผ้ ูป้ ่วยสามารถควบคุมระดับความดนั โลหิตและระดับนำ้ ตาลในเลือดได้ทำใหช้ ่วยลด
อัตราการตายและทุพพลภาพได้

ปัจจุบันโรงพยาบาลบ้านนาเดิมมีผู้ปว่ ยโรคDM HT รวม 4,298 ราย ปี2561-2563 พบปัญหา
จากการใชย้ าในกลมุ่ ผ้ปู ว่ ยดังกลา่ ว190 ราย เภสชั กรและทีมคลินกิ โรคเบาหวานความดันจึงได้
ดำเนนิ งานติดตาม/แก้ไขปัญหาการใชย้ าของผ้ปู ่วย เพื่อค้นหาและจดั การปัญหาด้านยา โดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพือ่ ให้ผูป้ ว่ ยใช้ยาอยา่ งถูกต้องและปลอดภยั

กิจกรรมการพัฒนา:

- เภสัชกรจ่ายยาให้ผปู้ ่วย พร้อมค้นหาปญั หา/แนะนำวธิ กี ารจัดการแก้ไข สำหรับผปู้ ว่ ยแต่ละราย
ไดแ้ ก่ ปญั หา Noncomplianc, ADR, Drug Interaction

98
- เภสัชกรตดิ ตามปัญหาการใชย้ าของผู้ปว่ ย โดยติดตามในครงั้ ต่อไปทผี่ ปู้ ว่ ยมารับยา และ ติดตาม

ทางโทรศัพท์
การประเมนิ ผลการเปลย่ี นแปลง: อาจจะเป็นการ ประเมินเชงิ ปรมิ าณหรอื การประเมนิ เชิงคุณภาพ
วเิ คราะห์ว่าการเปลีย่ นแปลงนี้ แก้ปญั หาได้เพยี งใด

ปัญหา จำนวน Intervention (จำนวน จำนวน Interventionปี
pt. pt.ที่ ผปู้ ่วยปี 2564-65
ให้คำแนะนำและติดตาม D/Cจาก 64-65
ปี 252- ผลเมื่อผู้ป่วยมารับยา การ เพิ่มช่องทางติดตาม
63 ตามนดั ติดตาม) 59 ทางโทรศพั ท์
มีข้อความแจ้งเตือน 12 29
Non-complianc 63 แพทยใ์ น OPD cardและ 23 ทบทวนpt.24รายที่ยัง
ADR 52 computerเพื่อพิจารณา 50 ไม่ได้รับยา, ให้แพทย์
เพม่ิ ยา 17 (pt.เสี่ยง ระบเุ หตผุ ลกรณไี ม่
Untreated 40 สูงต่อCVD พิจาราณาเพมิ่ ยา
indication เ ฝ ้ า ร ะ ว ั ง A D R , ใ ห้ 7 ท้ังหมด97)
( p t . เ ส ี ่ ย ง ส ู ง ต่ อ ความรู้pt,ติดตามผลเม่ือ เพิ่มช่องทางติดตาม
CVD แต่ยังไม่ได้ pt.มารับยาตามนัดซ่ึง 28 โดยมีข้อความ
รบั antiplatelet) พบปัญหาว่าพลาดการ “ติดตาม DI” ในใบ
Drug 35 ติดตามในบางนัด ตรวจสอบรายการยา
interaction (ก่อนจ่าย)

บทเรยี นทีไ่ ดร้ บั :

- นอกเหนือจากการจดั การดา้ นยา เภสชั กรควรใหค้ ำแนะและให้ความรู้เก่ยี วกับโรคเบาหวานความ
ดันโลหติ สูง ภาวะแทรกซอ้ น ความสำคญั ของการปรบั เปล่ียนพฤติกรรมซึ่งเป็นปจั จยั สำคัญสำหรับ
การรกั ษาโรค

- ควรเพ่ิมการเข้ามามสี ่วนรว่ มในการดูแลตนเองของผูป้ ่วย กำหนดเปา้ หมายของการรักษาร่วมกัน
- พบปัญหาการใชย้ าทบี่ ้านของผู้ปว่ ย คือการไมใ่ หค้ วามรว่ มในการใช้ยา จงึ ควรให้ความรูเ้ พิม่ ความ

ตระหนกั ในการใช้ยา และเพิ่มบรกิ ารการตดิ ตามการใช้ยาของผูป้ ่วยทีบ่ ้าน

99

ผลการดำเนนิ งานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอพนม

1. การบริหารองค์กรเพือ่ ขับเคลือ่ น RDU district
1.1 การนำองค์กร
โรงพยาบาลพนมนำนโยบายการดำเนินงาน RDU เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริหาร
โรงพยาบาล โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้อง
ดำเนินการให้ผ่านเกณฑ์ เพือ่ เป้าหมายคือความปลอดภัยของประชาชน ผู้อำนวยการไดใ้ หน้ โยบายการใช้
ยาอยา่ งสมเหตสุ มผลแก่องค์กรแพทย์และเจ้าหน้าท่ขี องโรงพยาบาลเพ่ือใหม้ ีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ไปในทิศทางเดียวกันโดยการกำหนดแนวทางปฏิบัติและประเมินผลการปฏิบัติโดยคณะกรรมการ PTC
ของโรงพยาบาลพนมและ PTC ของเครือข่ายเป็นผู้ติดตาม นำเสนอในคณะกรรมการบริหารทุกเดือน
คณะกรรมการ PTC ไดแ้ จ้งแนวปฏิบตั แิ ละตัวชี้วัดแก่ผู้เกีย่ วข้อง ทมี ทีใ่ หบ้ ริการและหนว่ ยงานที่เก่ียวข้อง
ทัง้ ภาครัฐและเอกชนแก่ผูป้ ฏิบัติเพอ่ื มุ่งเน้น ใหเ้ กดิ ความตระหนกั และติดตามประเมนิ ผล
1.2 การวางแผนเชิงกลยทุ ธ์
1. กำหนดแนวทางการการขบั เคลอื่ นงานการใช้ยาสมเหตสุ มผล โดยการมีสว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
2. กำหนดใหม้ ีการขบั เคล่ือนงานการใช้ยาอย่างสมเหตสุ มผล ท้งั 2 มิติ คอื ในโรงพยาบาล และชุมชน
โดยคณะกรรมการ PTC ของโรงพยาบาล และ PTC ของเครือข่ายเปน็ หลกั ในการดำเนินการ
3. กำหนด CPG การใชย้ าปฎิชวี นะสมเหตุผลใน 4 กลุ่มโรคมุง่ เน้นของเครือข่ายสุขภาพพนมเป็นการ
เฉพาะ และประกาศใช้ทั้งเครือข่าย
4. ติดตามข้อมูล เพื่อรายงานแก่คณะกรรมการบริหารทุกเดือนและติดตามในที่ประชุม
คณะกรรมการ คบสอ ทกุ ไตรมาส

2. แนวทางการดำเนนิ งานและผลงานภาพรวมทง้ั 5 ด้าน
2.1 การดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
1. การดำเนนิ งานตามเกณฑ์ RDU 12 ข้อ นำข้อมูลมาวิเคราะหเ์ พ่อื พฒั นา ปรบั ปรุง แกไ้ ข
2. กำหนดทีมผรู้ ับผิดชอบ RDU ที่เชอ่ื มโยงการเฝา้ ระวงั ของโรงพยาบาล และชุมชน
3. สรา้ งความร่วมมอื ของทีมสหวิชาชีพ ทมี ภาคีเครอื ขา่ ย จากข้อมลู ของผูท้ ่ีรับอนั ตรายจากการใช้ยา
ผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน
4. สร้างระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาลโดยการค้นหาผู้ป่วยที่มารับบริการที่มี
อาการเกดิ ปัญหาจากการใชย้ าและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ นำไปสู่การแก้ปญั หา คนื ข้อมลู สู่ชมุ ชน
5. มรี ะบบรายงานแกผ่ บู้ รหิ าร ทีมนำ ระดบั อำเภอ จังหวดั

2.2 การดำเนนิ งานในชมุ ชน
สร้างระบบการเผ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน สร้างระบบเช่ือมต่อการเผ้าระวัง

ความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในโรงพยาบาล ส่งต่อไปสู่การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
เพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผลมีการประสานแกนนำในระดับอำเภอ ได้แก่ เภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภค
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและภาคีเครือข่ายชุมชนเผ้าระวังในพื้นที่ เช่น อาสาสมัคร
สาธารณสุข (อสม.) ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียนเพื่อให้เกิดการดำเนินการเผ้า
ระวังความปลอดภัย ดา้ นยาเชงิ รกุ ในชุมชน

100
2.3 การมีสว่ นร่วมของชมุ ชนและภาคเี ครอื ข่าย

การพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความรู้ เข้าใจ มีร่วมมือกับภาคีเครือข่าย สร้างกลไกใน
การเผ้าระวัง ร่วมกันตรวจสอบ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาการใช้ยาไม่สมเหตุผล
ในชุมชน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้นำระดับท้องถิ่น รวมทั้งภาคีเครือข่ายจากหน่วยงาน ภาครัฐทุก
ภาคส่วนช่วยขับเคลื่อนงาน โดยการเป็นผู้ให้ข้อมูลความรู้ ให้คำแนะนำ กระตุ้นคนในชุมชนให้เข้าใจ มี
การคนื ข้อมลู สถาน การณ์ปญั หาด้านตา่ งๆ ผลกระทบ เช่นการเกดิ อาการไม่พึงประสงคจ์ ากยา ผลติ ภัณฑ์
สขุ ภาพ
2.4 การมสี ่วนร่วมของภาคเอกชน

สง่ เสริมให้สถานประกอบการด้านยาภาคเอกชนมีการดำเนนิ งานสง่ เสริมการใชย้ าอย่างสมเหตุผล
เช่น ร้านยา คลนิ กิ เอกชน ซึ่งรวมไปถึงรา้ นชำ รา้ นสะดวกซือ้ ใหเ้ ห็นความสำคญั และสมัครใจในการใช้ยา
อยา่ งสมเหตุผล สรา้ งความปลอดภัยดา้ นยาแก่ผรู้ ับบรกิ าร
2.5 การสรา้ งความรอบรใู้ ห้กับประชาชน

มุ่งเน้นให้ประชาชน หรือผู้ใช้ยามีความสามารถและทักษะในการดูแลรับผิดชอบการใช้ยาของ
ตนเอง ให้ประชาชนมีความรู้ด้านการใช้ยาตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล การดำเนินงาน ต้องอาศัย
การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนดำเนนิ การทั้งในระดบั บุคคล ชุมชน และสังคม ที่สอดรับกันและเป็นไปใน
ทศิ ทางเดียวกันเพอ่ื ใหบ้ รรลุเป้าหมายเกิดการใชย้ าอย่างสมเหตุผล

3. ผลงานเด่นท่เี ปน็ แบบอยา่ ง ดา้ นการดำเนินงานในโรงพยาบาล
การดำเนินงานโรงพยาบาลทใ่ี ช้ยาอย่างสมเหตผุ ล (RDU) ผ่านขั้นท่ี 3 โดยมี CPG การใช้ยา

ปฏิชีวนะสมเหตุผลใน 4 กลมุ่ โรคมงุ่ เน้นเปน็ ของตวั เองและท่ใี ช้รว่ มกันท้ังเครอื ข่าย
3.1 การวางแผนการดำเนินงาน การคน้ หาปัญหาสถานการณ์ และวิเคราะหส์ ภาพปัญหา

ในปี 2563 ตัวชี้วัดทุกตัวผ่าน RDU ขั้นที่ 3 แต่ในปี 2564 เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแพทย์
หมุนเวียนมาใหม่ และมีการกำหนดเงื่อนไขใหม่ในบางตัวชี้วัดจากฐานข้อมูลใน HDC ทำให้หากใช้ข้อมูล
จากHDC จะทำให้ตัวชี้วัดการดำเนินงานโรงพยาบาลที่ใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU) ไม่ผ่านขั้นที่ 3 คือ
รอ้ ยละการใช้ยาปฏชิ ีวนะในโรคติดเช้ือจากเดินหายใจส่วนบน (URI) กบั ร้อยละผปู้ ่วยโรคหืดเรื้อรังที่ได้รับ
ยา inhaled corticosteroid แต่หากใช้ข้อมูลจากโปรแกรม Hosxp ประมวลผลด้วยโปรแกรม RDU
2016 กย็ งั ผ่านเกณฑท์ งั้ 2 ตัวชี้วัด
3.2 แนวทางการดำเนนิ งานและผลลพั ธท์ ี่เกิดขึน้

ประชุมชแ้ี จงตวั ช้ีวัด และ GPG ทอี่ อกรว่ มกันท้ัง คบสอ ในตัวชี้วัดร้อยละการใช้ยาปฏชิ วี นะใน 4
กลุ่มโรคมุ่งเน้น คือ โรคติดเชื้อจากเดินหายใจส่วนบน (URI) ให้ผู้ส่ังใช้ยาทกุ ระดับรับทราบร่วมกันอีกคร่งั
พร้อมรายงานผลการติดตามการปฏิบัติตาม CPG เป็นรายบุคคลนำเสนอในคณะกรรมการบริหาร
โรงพยาบาลพนมทุกเดือน ส่วนตวั ช้ีวัดรอ้ ยละผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรังที่ได้รับยา inhaled corticosteroid ได้
ทำการวิเคราะห์สาเหตุของการไม่ได้รับยา inhaled corticosteroid รายเคส และส่งต่อข้อมูลให้กับ
ผู้เกี่ยวข้องในการสั่งใช้ยาแต่ละเคสทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไข ป้องกัน ในแต่ละเคส ซึ่งมีรายละเอียดที่
เป็นสาเหตุแตกต่างกันไป และได้รายงานผลการติดตามการดำเนินการนำเสนอในคณะกรรมการบริหาร
โรงพยาบาลพนมทกุ เดอื นและตดิ ตามในท่ีประชุมคณะกรรมการ คบสอ ทุกไตรมาส

ผลการดำเนินงาน

101

อันดับ หนว่ ยบริการ จำนวนเปา้ หมาย ผลงาน คะแนน หมายเหตุ
1 โรงพยาบาลพนม ผา่ น RDU ข้นั ที่ 3 ผา่ น 20 1.1 ขอ้ มลู จาก
Hosxp ผา่ น 12
ตวั ชว้ี ดั
1.2 ขอ้ มูลจาก HDC
ผา่ น 10 ตวั ช้ีวัด
2 รพ.สต.ใน CUP ผ่าน RDU ขั้นท่ี 3 ผ่าน 10 การดำเนินการผ่าน
เง่ือนไข

3.3 ประโยชนท์ ่ีได้รับต่อหน่วยบริการ/ชุมชน
1. ผปู้ ่วยไดร้ ับยาทถี่ ูกตอ้ ง ถกู เช้ือ ลดปญั หาการดอื้ ยาในอนาคต
2. ลดอันตรายจากอาการไม่พึงประสงค์จากยาและอันตรายจากการแพ้ยารุนแรง
3. ลดอัตราการส้นิ เปลอื งยาอยา่ งไม่สมเหตุผล
4. ประชาชนมคี วามรู้เก่ยี วกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
5. ประชาชนมีมีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างสม
เหตุผลและปลอดภยั มากข้ึน

3.4 ปจั จยั แหง่ ความสำเรจ็
1. มกี ารนำองค์กรทด่ี ี การให้ความร่วมมอื ของภาคเี ครือขา่ ย การมีเปา้ หมายร่วมกันเรอ่ื งความ
ปลอดภัย
2. การมองเหน็ คณุ คา่ ของคนทำงาน สง่ ผลใหท้ ำงานอย่างมคี วามสุข และบรรลเุ ปา้ หมายได้ง่าย

3.5 สิ่งที่ได้เรยี นรู้จากการดำเนนิ งาน
การสื่อสารและทำความเข้าใจในทีมสหวิชาชีพ ทีมงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ทำให้การ

ดำเนินงาน RDU สำเร็จ การทำงานกับชมุ ชน ทำให้ทุกคนเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ทุกคนความสำคัญตอ่
การดำเนนิ งาน ทำใหง้ านลุลว่ งไดง้ ่ายขึน้
3.6 บทสรุป/ข้อเสนอแนะ/ เพื่อการพัฒนา/ตอ่ ยอด

เสียงสะท้อนจากเครือข่ายชุมชนเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุข ภาพยังน้อย
และยังมีความเชอ่ื การโฆษณาอยเู่ ป็นจำนวนมาก ท้งั นี้เนอื่ งจากปัญหาการใชย้ าทีไ่ มเหมาะสมเกิดขึ้นจาก
ปจั จยั หลายอย่าง ท้ังจากจากพฤติกรรมของผู้ใชย้ า ผสู้ ั่งใช้ยา ผ้ผู ลิต ผู้ขาย ผู้โฆษณา รวมถึงการกระจาย
ยาทไ่ี มเหมาะสมและประสทิ ธิภาพของการควบคุมกำกับของผมู้ ีอำนาจตามกฎหมายยังมีบทบาทน้อยมาก
ในปัจจุบัน จำเป็นต้องพัฒนากลไกการเผ้าระวังความปลอดภัยเชิงรุกเรื่องความด้านยาและผลิตภัณฑ์
สุขภาพท่ีเชอื่ มโยงกันระหว่าง หน่วยงานภาครฐั ภาคเอกชน และชุมชน จึงจะสามารถชว่ ยปอ้ งกันและลด
ปัญหาการใช้ยาและผลติ ภณั ฑไ์ ม่สมเหตุผลในชุมชนลงไดอ้ ยา่ งจริงจงั และยั่งยืน

102

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตผุ ล อำเภอบา้ นนาสาร

1. การบริหารองคก์ รเพอ่ื ขับเคลื่อน RDU district
1.1. การนำองคก์ ร
Key of success มีทีมเครือข่ายที่เข้มแข็ง รพ.สต. อสม. อย.น้อย สสจ. ศูนย์วิทยาศาสตร์
การแพทย์ สุราษฎรธ์ านี ผู้บริหารให้ความสำคัญ โดยมผี ู้อำนวยการโรงพยาบาลและสาธารณสุขอำเภอเป็น
ที่ปรึกษา มีแพทย์เป็นประธาน ดูแล RDU โดยตรง มีเพื่อนร่วมงานที่ดี การทำงานร่วมกันของ
คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ (คบสอ.) กำหนดทิศทางกำหนดนโยบายและการ
ดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้ผลิตภณั ฑ์สุขภาพ และมีการสนบั สนุนการ
ดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนา รพ.สต. ระดมความคิดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์
SWOT Analysis ให้ได้ปัญหาที่สำคัญของพื้นที่และแนวทางการแก้ไขปัญหา แบบยั่งยืน สร้างเครือข่ายที่
เข้มแข็ง เข้าถึง เข้าใจ Concept RDU คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่
โดยสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (เอกสารแนบท้าย QR code
ภาคผนวก) ใช้ PLEASE เป็นกลไกขับเคล่ือนถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏบิ ัติ บูรณาการร่วมกับงานประจำ มี
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารทุกช่องทางเพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่ถกู ต้อง
แผนพฒั นา : ผลักดนั RDU เขา้ ร่วม พชอ. มากขน้ึ
1.2. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
การดำเนินงาน RDU ปีงบประมาณ 2565 พบว่า ระดับความสำเร็จของการส่งเสริมการใช้ยา
อย่างสมเหตุผลผ่านระดับ 3 และ RDU community ผ่านระดับ 5 โดยใช้หลักการ better service ใน
Essential tool/special population และ better management ในPTC/ Labeling/ Awareness/
Ethics มีการจัดทำโครงการเพื่ออบรมแกนนำระดับหมู่บ้าน อสม. อย.น้อย ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่าง
ต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนเชิงระบบ ในส่วนของความคุ้มค่าและความคุ้มทุน มีการกำหนดตัวชี้วัดในระดับ
อำเภอและตำบล เช่น มูลค่าการใช้ยา เพื่อสะท้อนผลงานเชิงคุณภาพการรักษาที่ส่งผลต่อต้นทุน มีการ
พัฒนา website ของเครือข่าย กำหนดระบบประเมิน ติดตามการดำเนินงาน (เอกสารแนบท้าย One
page RDU community รพ.สต. ภาคผนวก) มกี ารปฏบิ ัตติ ามเกณฑ์จริยธรรมทีเ่ กยี่ วขอ้ งทุกภาคสว่ น

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวม ทง้ั 5 ด้าน
2.1. การดำเนินงานในโรงพยาบาล
เริ่มโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล (rational drug use hospital, RDU
hospital) โดยจัดทำโครงการ Antibiotics Smart Use (ASU) พ.ศ. 2558 เพอื่ ใหบ้ คุ ลากรทางการแพทย์
ท้งั ใน รพ. และ รพ.สต. มคี วามรูแ้ ละตระหนักถึงการใช้ยา antibiotics (ATB) ตามแนวทาง medication
safety goals ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) และเกณฑ์คุณภาพเครือข่ายปฐมภูมิ
(primary care award, PCA) ช่วงปีงบประมาณ 2560 กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป็นแผนพัฒนา
ระบบบริการสุขภาพ (RDU service plan) สาขาที่ 15 โรงพยาบาลบ้านนาสารได้บูรณาการกับแนวทาง
พฒั นา รพ.สต. ติดดาว และ RDU in community ตามแนวทาง PLEASE โดย ออกแบบจัดการเชิงระบบ
เพอื่ พฒั นาตอ่ ยอดให้บรรลุ ตามเป้าหมายและเช่ือมโยงกบั service plan ทกุ สาขา ท่ีเก่ยี วข้องกบั ระบบยา
เป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่ ความปลอดภยั ในการใช้ยาของผูป้ ่วย เกิดความคุม้ คา่ ในการรักษาโดยใช้ยา ช่วย
ลดค่าใชจ้ า่ ยด้านยาที่ไม่จำเป็น การสง่ เสริมการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล หลากหลายมาตรการรว่ มกัน ทุกภาค
ส่วนต้องร่วมมือกนั ดำเนินงานแบบบูรณาการให้ดี ทำให้ ปงี บ 2564 ผ่าน reac-HA และ DHSA

103
การดำเนินเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาลและ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)/PCU ตามนโยบายระบบยา เครือข่ายอำเภอบ้านนาสารผ่าน
คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (Pharmaceutical and therapeutic Committee: PTC)
(คำสั่ง PTC , RDU , AMR เอกสารแนบท้าย QR code ภาคผนวก) ได้แก่ Adverse Drug Reaction
(ADR) Medication Error (ME) High Alert Drug Drug Interaction Medication reconciliation
(MR) พัฒนาการใช้ยาอย่างเหมาะสม สมเหตุผล (RDU และ DUE) งานบริหารคลังเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
งานคุ้มครองผูบ้ ริโภคและส่งเสริมสุขภาพ โดยในส่วนของ รพ.สต. จะเน้น ME และ ADR โดยเฉพาะระบบ
เฝ้าระวังการป้องกันการแพ้ยาซ้ำ โดยในปีงบประมาณ 2565 ไม่พบการเกิดแพ้ยาซ้ำ รูปแบบการดำเนิน
เฝา้ ระวังติดตาม ADR กรณีเกิด Non-serious และ Serious มีผู้รบั ผดิ ชอบ ดังน้ี แพทย์ พยาบาล เภสชั กร
ร่วมประเมินการเกิด ADR กับแพทย์ผู้ทำการรักษา สรุปข้อมูลเสนอผู้บริหาร/คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงข้อมูลใน HPVC อย. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล
การเกิด ADR ให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ มีกระบวนการส่งต่อข้อมูลเพื่อจัดการปัญหาเชิงระบบ ต่อ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นการส่งต่อข้อมูลแพ้ยา และยาความเสี่ยงสูง (warfarin) ให้ รพสต./PCU
(เอกสารแนบท้าย QR code ภาคผนวก) เพ่ือใหข้ อ้ มลู ของผปู้ ว่ ยเปน็ ปัจจบุ ัน สำหรับการพัฒนาระบบการ
เฝ้าระวัง ADR แนวทางการเฝ้าระวัง 1. ติดตามผู้ป่วยที่ได้รับยาที่อาจเกิดการแพ้ทีร่ ุนแรงใน 1-2 สัปดาห์
แรก อย่างใกล้ชิด 2. มอบบัตรเฝ้าระวังการแพ้ยาที่รุนแรง ให้แก่ผู้ป่วย 3. แนะนำอาการบ่งบอกว่าแพ้ยา
4. แนะนำผู้ป่วยติดตามอาการแพ้อย่างน้อย 3 เดือน 5. ถ้าผู้ป่วยเกิดอาการหรือสงสั ยแพ้ยา สอบถาม
โดยตรงเภสชั กร
การเฝ้าระวัง ADR เชิงรุก : การใช้ Trigger tools มีการค้นหา ADR จากหน้างาน หากเภสัชกร
พบผู้ป่วยที่ไดร้ บั การสัง่ ใช้ยา CPM inj. จะต้องดำเนินการซักประวัติว่าเป็นการแพ้ยาหรือไม่ ผลลัพธ์ : ไม่
พบผู้ป่วยแพ้ยา มีการจัดทำแนวทางคัดกรอง และค้นหาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากยาหรือผลิตภัณฑ์
สุขภาพแบบ Concurrent case finding ในขณะมารับบริการในโรงพยาบาล มีการจัดทำทำแนวทาง
ค้นหาผู้ป่วยท่ีไดร้ ับผลกระทบจากยาหรือผลิตภัณฑ์สขุ ภาพแบบ Retrospective จากการตรวจสอบแบบ
retrospective ด้วย ICD10 ตาม trigger กลุ่มเส่ียง ไม่พบข้อมูลแพ้ยา การประเมิน preventable ADR
ควรดูความเสยี่ งของกลุ่มผู้ป่วย มกี าร วางแนวทางการแก้ไขให้สอดคล้องกับปัญหาท่ีเกิดขึ้น ฉลากเสริม มี
การสนับสนุนสื่อต่างๆ ความรู้วิชาการจากเภสัชกร ME ADR ฉลากยาเสริม RDU การใช้ยาเทคนิคพิเศษ
การบรหิ ารยาในเดก็ แนวทางการใชย้ ากลุม่ NSAIDs คำเตอื น ฉลากยา RDU (เอกสารแนบทา้ ย QR code
ภาคผนวก) ให้ รพ.สต. เพอื่ ปอ้ งกัน ME โดย รพ. และ รพ.สต. มรี ะบบเฝ้าระวงั ME โดยมี ระบบ Pop-up
ADR warfarin ทั้งใน โปรแกรม hos-XP และ JHCIS และ จัดทำ look alike sound alike drugs
(LASA) เพื่อให้ผู้ป่วยมีการตรวจสอบหลังรับยา เพื่อเป็นการ double check และดักจับ ME ปี 2562
โรงพยาบาลบ้านนาสาร ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด RDU ขั้น 3 จากการ Review อุบัติการณ์ : พบว่าในปี 2561
พบว่า ตัวชี้วัดที่ไม่ผ่าน ได้แก่ การใช้ยา ATB ในกลุ่มบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ (FTW) คิดเป็นร้อยละ
49.70 และการใช้ยา Inhaled corticosteroid ในผู้ปว่ ยหอบหืด คดิ เปน็ ร้อยละ 76
ผลการทบทวนการปฏิบัติตามแนวทาง ปี 2560-2561 พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ ไม่ปฏิบัติ
ตาม Guideline บุคลากรทางการแพทย์มีความเชื่อเรื่องการใช้ ATB ในสามกลุ่มโรคว่าจำเป็นต้องใช้ยา
ATB

104
ผลการทบทวนปัญหาในการปฏิบัติตามแนวทาง : พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ยังมีความเชื่อ
เรื่องการใช้ ATB ในสามกลุ่มโรคว่าจำเป็นต้องใช้ยา ATB ซึ่งส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มแพทย์ ซึ่งไม่ได้มีการให้
ขอ้ มลู การใชย้ าในภาพรวม ความรู้ความเข้าใจใน Difinition ท่ตี า่ งกันของ บุคลากรทางการแพทย์คือ แผล
สด การใหร้ หัส ICD-10 ยังไม่เหมาะสม ไมต่ รงกบั รหสั โรค
ผลการทบทวนการปฏิบตั ิตามแนวทาง อัตราการใช้ใบ DUE RDU (URI,FTW) ร้อยละ 88 ปี 65
มีแผน เปลี่ยนจากใบ DUE เป็น HOSxP DUE ติดตามการใช้ยา ATB ทุก 1 เดือน แต่ในกรณีที่ตัวชี้วัดไม่
ผ่านจะดึงข้อมูลทุก 1 สัปดาห์ เพื่อนำเสนอในองค์กรแพทย์เพื่อค้นหาปัญหาและแนวทางแก้ไขร่วมกัน
feedback รายงานการสั่งใช้ ATB ที่ไม่เหมาะสมไปสู่องค์แพทย์เพื่อรับทราบปัญหาและทำ Orientation
ในองค์ความร้ทู ีต่ ้องปรับปรุงและเป็นปจั จุบนั ติดต่อพดู คุยกับแพทย์โดยตรงเพือ่ ทวนสอบการส่ังยา ATB ท่ี
ไม่เหมาะสมและแก้ปัญหาร่วมกัน มีการหมุนเวียนเปลี่ยนแพทย์มาปฏิบัติงาน ทำให้ขาดความชำนาญใน
การปฏบิ ัติงาน
สำหรับ รพ.สต. ทุกแห่ง URI และ AD ผ่านตัวชี้วัด ปี 2561 ร้อยละ 100 โดยในปี 2560 ผ่าน
ตัวชี้วัด ร้อยละ 57 เครือข่ายอำเภอบ้านนาสาร ได้จัดทำโครงการยาปลอดภยั ในชมุ ชน ลงพื้นที่ รพ.สต.ที่
ไม่ผ่านตัวชี้วัด จัดประชุมกลุ่ม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 3 กลุ่มโรคที่ไม่ใช้ ATB และความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์
สุขภาพให้แก่ อสม. โดยมกี ารวเิ คราะห์ปัญหาและหาทางแกไ้ ขรว่ มกนั
สำหรับ AMR รพ ได้ดู empiric therapy ในผูป้ ว่ ย sepsis เพอ่ื ให้ผ้ปู ่วยได้รับยาทีเ่ หมาะสม โดย
มีระบบ Pop Up แจ้งเตือนบุคลากรทางการแพทย์
การลดค่าใช้จ่ายด้านยาที่ไม่จำเป็น พบว่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาที่ไม่จำเป็นได้
เปรียบเทียบช่วงกอ่ น เร่ิมดำเนินการ RDU และชว่ งหลังดำเนินการแล้ว 8 ปี พบ สดั สว่ นมลู ค่าการสงั่ ใช้ยา
ED เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 86.42 เป็นร้อยละ 91.58 ผลลดอัตราคงคลังได้ ตามเป้าหมาย นโยบายจำกัดการ
สั่งใช้ยาฟุ่มเฟอื ย ชว่ ยประหยัดค่ายาได้ และจากผลการเปรียบเทียบช่วงกอ่ นและหลงั ดำเนินงาน RDU พบ
การลดลง ของการใช้ยาปฏิชีวนะใน 4 กลุ่มโรค ในช่วงปีงบประมาณ 2557 กับ 2565 ทำให้ช่วยประหยดั
คา่ ยาได้ถงึ 498,970 บาท
แผนพฒั นา
1. การใช้สารสนเทศจาก HOSxP ในการกำหนดเงือ่ นไขในการสงั่ ยาปฏชิ วี นะ
2. ตัวชี้วัดอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะใน FTW การใช้ยา RAS Blockadeร่วมกัน 2 ชนิดในผู้ป่วย
ความดันเลือดสูง การใช้ยา NSAIDsในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระดับ3ขึ้นไป การใช้ยาMetforminในผู้ป่วย
เบาหวานการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ซ้ำซ้อน การใช้ยา Inhaled corticosteroid ในผู้ป่วยหอบหืด การใช้ยา
กลุ่ม long-acting benzodiazepine ในผู้ป่วยสูงอายุ การใช้ยาต้านฮิสตามีนชนิด non-sedating ใน
ผู้ป่วยเด็ก RI การใช้ยาห้ามใช้ในสตรีตั้งครรภ์ ถึงแม้ รพ.สต. จะไม่ได้มียาดังกล่าวอยู่ในบัญชียา แต่ผู้ป่วย
อาจจะรบั จากสถานบริการอ่ืน ซึ่ง รพ.สต.สามารถให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผปู้ ่วย ในกลุ่มโรคดังกล่าวได้
อย่างเหมาะสมต่อไป ทำระบบ Pop UP ผู้ป่วยไตระดับ 3 ขึ้นไป เพื่อเฝ้าระวังการใช้ยากลุ่ม NSAIDs
ผู้ป่วยที่ใช้ยา warfarin มีระบบป้องกัน DI เนื่องจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีการใช้ยาสมุนไพร
ผลิตภณั ฑ์สมุนไพร และอาหารเสรมิ มากขึน้ ซึ่งจะมีผลต่อคา่ INR ได้
3. จดั ทำ antibiogram โรงพยาบาล เพอ่ื บริหารจดั การเช้ือดอ้ื ยา
2.2. การดำเนนิ งานในชมุ ชน (บรู ณาการจากโรงพยาบาลเชอ่ื มไปถึง รพ.สต. และชุมชน)

105
การทำงานเชิงรุก มีการเยี่ยมบ้านและโครงการยาปลอดภัยในชุมชน (คำสั่งงานคุ้มครอง
เอกสารแนบท้าย QR code ภาคผนวก)
1. การเย่ยี มบ้าน

มีแนวทางการเยี่ยมบ้าน ตามแนวทาง INHOMESSS ค้นหาปัญหาที่เกี่ยวกับยา
(drug related problems, DRPs) และแนวทางการแก้ไขปัญหา เยี่ยมบ้าน (แบบฟอร์ม
เย่ียมบ้าน DRPsเอกสารแนบทา้ ย QR code ภาคผนวก) โดยทมี สหสาขาวชิ าชีพ ท้งั รพ และ
รพ.สต.แพทย์ เภสัชกร พยาบาล แพทย์แผนไทย กายภาพ นักโภชนาการ มีการส่งต่อข้อมูล
กรณีที่พบปัญหาจากการใช้ยาเพ่ือตดิ ตามอาการของผูป้ ว่ ย โดยมีแนวทางปฏบิ ัติในการเลือก
กลุ่มผู้ป่วยที่ออกเยย่ี มบ้าน เพอื่ ใหผ้ ้ปู ่วยได้รับการดูแลต่อเน่ืองแบบองคร์ วมท่ีตรงตามปัญหา
และความต้องการของผ้ปู ว่ ย/ผดู้ ูแลโดยทมี สหวชิ าชพี ของโรงพยาบาลและเครือข่ายในชุมชน
ผลลัพธ์ ปี 2559-2565 พบ DRPs เฉลี่ย ร้อยละ 34 ปัญหาที่ได้รับการแก้ไข ร้อยละ 100
โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่ ความไม่ร่วมมือในการใช้ยาการเก็บรักษายา ได้รับยาขนาดสูง
เกินไป/ต่ำเกินไป ยาที่ผู้ป่วยได้รับจากสถานบริการเดียวกัน แต่ไม่มีการตรวจสอบยาเดิมที่
เหลือของผู้ป่วย ทำให้มียาเดิมเหลือที่บ้านจำนวนมาก ผู้ป่วยซื้อยาทานเอง ใช้ยาทางเลือก
โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้ป่วยซื้อยา
รับประทานเองจากจังหวัดใกล้เคียง ไม่ระบุชื่อยา ยาที่ผู้ป่วยได้รับจากสถานบริการหลาย
แหลง่ ทำใหม้ กี ารรับประทานยาซ้ำซ้อนเนือ่ งจากไดร้ บั ยาชนดิ เดียวกันแต่ความแรงต่างกนั
2. โครงการยาปลอดภยั ในชมุ ชน

รายละเอยี ดการดำเนนิ งาน อยู่ในหวั ข้อผลงานเด่น รูปแบบการเฝ้าระวงั มีมาตรการ
ทางสังคมและกฎหมายในการดำเนินงาน (flowchart การเฝ้าระวังฯ ภาคผนวก) การ
ดำเนินงาน RDU ตงั้ แต่ ปีงบ 58-65 ทำให้ทราบถึงปัญหาและหาแนวทางการแก้ไข โดยมกี าร
ให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ อสม.และประชาชน ดังนี้ ปีงบ 58-59 จัดอบรมให้
ความรู้ ASU ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ แพทย์แผน
ไทย ทัง้ ในสว่ น รพ.และ รพสต.ปีงบ 60-62 จดั อบรมให้ความรโู้ ครงการการใชย้ าปลอดภัยใน
ชุมชน ให้แก่แกนนำ อสม. /ประชาชน 12 รพสต. และ ลงชุมชน เพื่อตรวจร้านชำและเย่ยี ม
บา้ นผปู้ ว่ ยโรคเรื้อรัง 2 ชมุ ชน ได้แก่ รพสต. ควนสุบรรณ และทุ่งเตา ลงพื้นที่ 2 รพสต. ได้แก่
รพสต. บา้ นปลายน้ำและทุ่งเตาใหม่ ปีงบ 61 ลงชุมชน ได้แก่ รพสต. พรุพี และชอ่ งช้าง ปงี บ
62 ลงชุมชน ได้แก่ รพสต.บ้านยางอุง ปีงบ 63-65 ลงชุมชน เพื่อตรวจร้านชำและเยี่ยมบ้าน
ผ้ปู ่วยโรคเรือ้ รัง ได้แก่ รพสต./PCU ทกุ แห่ง
2.3. การมีสว่ นร่วมของชมุ ชนและภาคเี ครอื ข่าย
ภาคเี ครอื ขา่ ยทม่ี ีส่วนรว่ มโดยมีองคป์ ระกอบและบทบาทหน้าท่ีเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัย
จากยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (flowchart องค์ประกอบฯ ภาคผนวก) ดังนี้ รพ.สต./PCU มีการจัดต้ังศูนย์
แจ้งเตือนภัย 4 แห่ง ได้แก่ บ้านยางอุง เพิ่มพูนทรัพย์ พรุพี ทุ่งในไร่ เพื่อเฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียน
ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน อสม., อย.น้อย:สำรวจการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในครัวเรือน ให้
ความรู้ วิทยุชุมชน เฝ้าระวังการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์:ให้ความรู้
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพ สปสช.,อบต. : สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน มี
การประชุมภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หาการใช้ยาไม่สมเหตุผลโดยการมีส่วน

106
ร่วมกันในชุมชน มีแผนปฏิบัติการจัดการปัญหายาในชุมชนร่วมกับชุมชน ทั้งในส่วน อย.น้อย อสม.
ประชาชน ผู้นำชุมชน มีการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผลร่วมกันตามแนวทางท่ี
กำหนดร่วมกัน อย่างน้อย 1 ประเด็นต่อปี ตามปัญหา OTOP มีการวางแผนการดำเนินงานร่วมกับชุมชน
ระบุปัญหาอุปสรรค และแนวทางการพัฒนา ในระยะถดั ไป

ผลลัพธ์ ความสำเร็จและความภมู ใิ จ อย.น้อย อสม. ต้นแบบ ไดแ้ ก่ โรงเรียน นาสารรางวัล อย.
น้อย ระดับดเี ยยี่ ม ประจำปี 2559 รางวลั ชนะเลิศระดบั ชาติของ อสม. สาขางานคุ้มครองผู้บริโภค ปี
2563 นางสาวกานต์รวี ศิริทอง รพ.สต.บ้านยางอุง มีนวัตกรรม “จักรวาลยา RDU”
2.4. การมสี ่วนร่วมของภาคเอกชน

มกี ารประชุมสง่ เสรมิ ให้มกี ารใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ปี 2563 ในสถานประกอบการ ร้านยา โดย
การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ และมีข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินงานโดยร้านยา ขายยาให้ร้านชำได้
เฉพาะยาสามัญประบ้านเท่านั้น มีการจัดทำฐานข้อมูลรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์การ
ดำเนินงานส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผลในสถานประกอบการด้านยาภาคเอกชน มีการจดั กิจกรรมเพื่อ
สนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในสถานประกอบการด้านยา
ภาคเอกชนในพ้นื ท่รี า้ นยา

คลนิ กิ ท่เี ขา้ รว่ มโครงการ RDU ปี 65
คลินิก: คลินกิ เวชกรรมเฉพาะทางอายุรกรรมแพทย์จารุวิทย์
ร้านยา: จุฑามาศเภสัช ปิยะวรรณเภสัช บา้ นยานิมติ ร หมอยาชมุ ชน 2 วลนิ เภสชั นาสารฟาร์มาซี ฟาร์มาซีเค

ข้อจำกัด/ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ดังนี้ ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
การโฆษณายาในช่องทางต่างๆ ทำให้ประชาชนเข้าใจผดิ เกดิ ความคาดหวังจากโฆษณา การเลอื กแนวทาง
ตาม RDU แต่คนไข้ยังไม่รู้สึกดีขึน้ หรือไม่หาย ไม่มีการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานรัฐเพื่อสนับสนุนงาน
ท่เี ข้าถึงประชาชนในพน้ื ท่ี

แนวทางการแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ/การต่อยอด พยายามอธบิ ายและทำความเข้าใจกับผ้ปู ่วยในด้าน
การใช้ยาRDU และไม่ใช้ยามากเกินความจำเป็น การประชาสัมพันธ์จากส่วนกลาง อย. การอบรม ให้
ความรู้ผู้แกเ่ ภสชั กรผูป้ ฏิบัติงานในรา้ นยาที่รว่ มโครงการ ให้เข้าใจโรค และเลือกใชย้ าไดแ้ มน่ ยำ จัดการการ
โฆษณายาอยา่ งเดด็ ขาด

การดำเนนิ งานร่วมกับรา้ นยา มี 3 โครงการ ดงั น้ี
1. โครงการพัฒนาระบบบริการลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยใชก้ ลไกร้านยาแผนปัจจบุ ัน
เครอื ข่ายบรกิ ารสขุ ภาพอำเภอบ้านนาสาร ประจำปงี บ 2563-2565
ผลลพั ธ์

- จำนวนผู้ป่วยนอกคลินิกโรคเรื้อรัง คลินิกสุขภาพจิต ที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลบ้าน
นาสาร ภาพรวม มีแนวโน้มลดลง ในปงี บประมาณ 2564-2565 จากการเร่มิ โครงการลด
ความแออัดของโรงพยาบาลบ้านนาสาร โดยรับยาท่ีร้านยาปิยะวรรณเภสัช จำนวน 5
และ 8 ครง้ั ตามลำดับ สำหรบั โครงการสง่ ยาจากโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ รับยาท่ีรา้ น
ยานาสารฟาร์มาซี จำนวน 35 และ 7 ครั้ง ตามลำดับ ความโดดเดน่ โครงการรบั ยาที่ร้าน
ยา ช่วยลดภาระงานของโรงพยาบาล และ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วย
ถึงแม้ว่าโครงการรับยาใกล้บ้านจะได้เฉพาะสิทธิ์ UC อย่างเดียว แต่ร้านยาก็ยินดี
ให้บริการทุกสิทธิ์การรักษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย นาสารฟาร์มาซี

107
ดำเนินการโครงการ ตั้งแต่ ปี 2563 เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ วิธีดำเนินงานโครงการ
รับยาใกล้บ้านของร้านยาให้แก่โรงพยาบาลบ้านนาสารเป็นอย่างดี ทำให้การดำเนินงาน
ราบรน่ื ถงึ แม้วา่ โครงการรับยาใกล้บ้านจะได้เฉพาะสิทธิ์ UC อย่างเดยี ว แต่ร้านยาก็ยินดี
ให้บริการทุกสิทธิ์การรักษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย ปิยะวรรณเภสัช
ดำเนนิ การโครงการ ตั้งแต่ ปี 2564 ร้านยาอยู่ในเขตพนื้ ที่ 2 ตำบล คือ นำ้ พแุ ละทา่ ชี ทำ
ให้สามารถรองรบั ผู้ป่วยได้มากขึ้น
- ระยะเวลาในการรอรับยาของผู้ป่วยนอกคลินิกโรคเรื้อรัง คลินิกสุขภาพจิต ใน
โรงพยาบาลบ้านนาสารมีแนวโน้มลดลง ระยะเวลารอรับยาเฉลี่ย ปีงบประมาณ 2563-
2565 เท่ากบั 15.15, 14.37 และ 9.3 นาทตี ามลำดับ
- ปัญหาจากการใช้ยา จากการบริบาลทางเภสัชกรรมของร้านยา จากการจ่ายยาทั้งหมด
40 ครั้ง พบปัญหาจากการใช้ยา 3 ครั้ง ได้แก่ ผู้ป่วยขาดนัด จำนวน 1 ครั้ง ผู้ป่วยลืม
รับประทานยา จำนวน 2 คร้งั คิดเป็นปัญหาจากการใช้ยาร้อยละ 7.5 หลังจาก เภสัชกร
ร้านยาใหบ้ รบิ าลทางเภสชั กรรมแกผ่ ู้ป่วย สามารถแกไ้ ขปัญหาดงั กลา่ วไดท้ ้งั หมด คดิ เป็น
รอ้ ยละ 100 ปีงบ 2565 ยงั ไมพ่ บ DRP
- ความพึงพอใจของผูร้ บั บริการ พบวา่ คะแนนเฉลีย่ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (5)
การต่อยอด/ขยายผล ร้านยาเป็นสถานบริการสำหรับการดูแลสุขภาพในระบบสาธารณสุขที่มี
ความสำคัญต่อประชาชนเพราะร้านยามีการจัดตั้งกระจายครอบคลุม พื้นที่ต่างๆ มากกว่าหน่วยงานของ
รัฐ และร้านยาเป็นสถานบริการทางสาธารณสุขอันดับแรกที่ประชาชน นึกถึง เมื่อมีอาการเจ็บป่วย
เล็กน้อย ประกอบกับปัจจุบันเภสัชกรที่ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมประจำในร้านยามีจำนวนมากขึ้น ทำ
ให้การประกอบวชิ าชพี ในร้านยามีการปรับเปล่ียนและพัฒนาบทบาทรูปแบบไปจากเดิมท่ีมีเพียงการจ่าย
ยาไปสู่การนำองค์ความรู้ทางด้านการบริบาลเภสัชกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงานในร้านยา โครงการรับยา
ใกล้บ้าน สามารถพัฒนา รูปแบบการให้บริการผ่านระบบ telemedicine และ telepharmacy เพื่อให้
การซกั ประวตั ิ การตรวจรา่ งกาย การใหค้ ำแนะนำด้านต่างๆ ตลอดจนการติดตามและ ประเมนิ การรักษา
ทผ่ี า่ นมาไดด้ ยี ่งิ ขึน้ และสามารถ เลอื กแนวทางการรักษาได้ดีย่งิ ขึน้
ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา การเพิ่มจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการที่ร้านยา 17 กลุ่มโรค การ
จดั บรกิ ารรับยา รปู แบบท่ี 2 และ 3 พฒั นาวชิ าชีพเภสัชกรรม อบรมทบทวนความรทู้ างวิชาการ การ
ให้กำลังใจผู้ป่วยและญาติ การเลือกร้านยา ต้องไว้ใจได้ ความพึงพอใจของผู้ป่วยในการรับบริการที่ร้าน
ยาการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง รพ ร้านยา และ สปสช. เพิ่มจำนวนร้านยาในการเข้าร่วมโครงการร้านยา
เพิ่มบริเวณ/สถานที่ให้บริการ ทำให้การให้คำปรึกษามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ประชาสัมพันธ์ร้านยาที่
เขา้ ร่วมโครงการ มีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ในเวทีต่างๆ
2. โครงการเครือขา่ ยเภสชั กรอาสาปรึกษาโควิด ผ่านระบบเภสัชกรรมทางไกล
(Self Isolation care by Community Pharmacist for COVID -19 patients :SI) เครือข่ายบริการ
สุขภาพอำเภอบา้ นนาสาร ประจำปงี บ 2565
ผลลัพธ์ ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ คือ ร้านยานาสารฟาร์มาซี เริ่มโครงการ SI ร้านยา เมษายน
2565 รพ/รพ.สต. สนับสนนุ อุปกรณ์ อ่นุ ไอรกั (ปรอทวดั ไข้และเครอื่ งวัดออกซิเจนปลายนว้ิ ) ผูป้ ว่ ยโควดิ -
19 เข้ารับบริการ ร้านยา จำนวน 12 คน ส่งต่อโรงพยาบาล 1 คน นอกจากนี้ร้านยายังส่งข้อมูลผู้ป่วยโค

108
วิด กลุ่ม 608 ที่อยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วยที่รับยาที่ร้านยา ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่าง รพ/รพ.สต.
และร้านยา ทำให้ผู้ปว่ ยไมต่ อ้ งรอนาน และช่วยลดภาระงานของ รพ/รพ.สต. ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

3. โครงการเภสัชกรจติ อาสาบา้ นนาสาร ปี 2564-2565 เพอ่ื ปฏบิ ัติภารกจิ ใหค้ ำแนะนำเฝา้
ระวังอาการไม่พึงประสงค์จากประชาชนที่รับบริการวัคซีนโควิด-19 ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ นา
สารฟารม์ าซี บ้านยานิมิตร วลนิ เภสัช ฟาร์มาซีเค

ผลลัพธ์ การเฝ้าระวงั Adverse events following immunization (AFFI) พบว่า หลังฉีดวัคซนี
โควดิ -19 ผปู้ ่วยมีอาการ แน่นหน้าอก ต่ืนเต้น เหงื่อออก จำนวน 1 ราย แนวทางการแก้ไข นอนพักสังเกต
อาการที่ห้องฉุกเฉิน และนอกสถานที่ (วัดนาสาร) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 1 ราย แนวทางการ
แก้ไข ส่งต่อโรงพยาบาลนาสาร เพื่อสังเกตอาการ เภสัชกรจิตอาสา เฝ้าระวัง AFFI ที่ร้านยา พบว่า
สำหรับ AEFI ร้านยา ไม่พบ AEFI ที่รุนแรงสำหรับผลข้างเคียง ส่วนใหญ่พบอาการไข้ ปวดเมื่อย
อ่อนเพลีย หลังฉีดวคั ซีนโควิด-19 คำถามทพ่ี บหลังฉีดวัคซีน ไดแ้ ก่ การใชย้ าแกป้ วดหลังฉีดวัคซีน วิธีการ
ปฏิบัติตัวก่อน/หลังฉีดวัคซนี เภสัชกรจิตอาสา แนะนำให้รักษาเบือ้ งต้น หากเกิดอาการรุนแรงแนะนำให้
รีบพบแพทย์ทนั ที

ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ที่พบ ผู้รับบริการ ไม่ทราบช่องทางการปรึกษาจากร้านยา
ผู้รับบริการบางคนอาจไม่สะดวกในการเก็บข้อมูลรายละเอียด ส่วนใหญ่เป็นการฝากซื้อยาไม่ทราบ
รายละเอยี ด หรือมาในช่วงเวลาที่มาผรู้ ับบริการมากทำใหไ้ มส่ ามารถสอบถามได้ทุกคน

ข้อเสนอแนะ ใช้วิธถี ามจากประชาชนทม่ี าซอ้ื ยาจากหน้าร้าน ว่าเพงิ่ ฉดี วัคซีนโควดิ -19 มาหรือไม่
มอี าการไม่พงึ ประสงคห์ รือไม่ อย่างไร แนะนำใหผ้ ู้รับบรกิ ารมาพบเภสัชกรโรงพยาบาลหรือร้านยาโดยตรง
หรอื ปรกึ ษา โดยใช้วิธี telemed ทางไลน์/โทรศัพท์

2.5. การสร้างความรอบร้ใู หก้ ับประชาชน
มีกระบวนการส่ือสารข้อมูล และคืนข้อมูล ใหภ้ าคีเครือข่ายที่เก่ียวข้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา

โดยการมสี ว่ นรว่ ม มีรปู แบบสือ่ /ช่องทาง ในการสร้างความรอบรู้ด้านการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล (poster ยา
อนั ตรายห้ามจำหน่ายในร้านชำ ยาสามัญประจำบ้านที่จำหนา่ ยไดใ้ นร้านชำ ตวั อย่างเครอื่ งสำอางอันตราย
หา้ มซ้ือ หา้ มใช้ เอกสารแนบท้าย QR code ภาคผนวก) ผลลพั ธ์ อยูใ่ นหวั ขอ้ ผลงานเด่น
3. ผลงานเดน่ ทีเ่ ป็นแบบอย่าง ดา้ นการดำเนนิ งานในชมุ ชน
3.1. การวางแผนการดำเนินงาน การคน้ หาปญั หา

ความสำคญั และท่ีมาของปญั หา จากการสำรวจปี 2564 พบวา่ ร้านชำ ขายยาปฏชิ ีวนะ คิดเป็น
ร้อยละ 6.58 ขายยาอันตราย คิดเป็นร้อยละ 7.89 ขายยาชุด/สเตียรอยด์ คิดเป็นร้อยละ 7.89 จากการ
สำรวจประชาชนในครัวเรือน พบว่า เมื่อไม่สบาย เป็นหวัดเจ็บคอ ประชาชนเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อเป็นลำดับ
แรก คิดเป็นร้อยละ 14.56 ความรู้เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะ ไม่รู้จักยาปฏิชีวนะ คิดเป็นร้อยละ 63.3 ความรู้
เก่ียวกบั สเตียรอยด์ ไม่รู้จกั สเตียรอยด์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16.39
3.2. แนวทางการดำเนินงานและผลลพั ธท์ เี่ กดิ ขึ้น

กระบวนการวางแผน ระบบการดำเนินงาน ประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คณะทำงาน RDU
เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล จัดอบรม ให้กับกลุ่มเป้าหมาย(อสม./
จนท./ร้านยา/ คลินิก/ร้านชำ ) เก็บข้อมูลการใช้ยาในผู้สูงอายุและในครัวเรือน จัดประชุมเพื่อติดตามผล

109
การดำเนิน จัดทำมาตรการควบคุมการจำหน่ายในร้านชำ จัดทำสื่อ จดหมายข่าว, VDO การใช้ยาอย่าง
ถูกตอ้ งเหมาะสม การใชย้ าในผปู้ ่วยกลมุ่ พิเศษ

มาตรการดำเนินงาน กำหนดนโยบายด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการส่งเสริมการใช้ยา
ปฏชิ ีวนะอยา่ งสมเหตุผล นำเสนอประเด็นทเ่ี ก่ียวข้องกับการใช้ยาอย่างเหมาะสมในท่ีประชมุ องค์กรแพทย์
พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยบริการทุกระดับด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ดำเนิน
โครงการใช้ยาปลอดภัยในชุมชนในเชิงรุก เพื่อขยายองค์ความรู้และการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยา
ปฏชิ ีวนะอย่างสมเหตผุ ล ใช้กลไกการนิเทศงานเภสัชกรรมปฐมภมู ใิ นโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลเป็น
ตัวกำกับตดิ ตามการดำเนินงาน

รา้ นชำ ผลลัพธ์ มรี า้ นชำสขี าว รอ้ ยละ 30 จากการสำรวจ ยนิ ดสี มัครเขา้ ร่วมโครงการ RDU ร้อย
ละ 96.25 พบวา่ จำหน่ายยาท่ีเหมาะสม ไม่ขายขายยาปฏิชีวนะ รอ้ ยละ 96.88 ไม่ขายยาอนั ตราย ร้อยละ
96.25 ร้านชำ ยาปฏิชีวนะที่พบมากสุด คือ ยา penicillins รองลงมา คือ amoxycillin และ
tetracycline ยาชุดส่วนใหญท่ ี่พบมีสรรพคุณแก้ปวดเม่ือย แหล่งทีม่ า ทพ่ี บมากทสี่ ดุ คือ ร้านขายยาแผน
ปัจจุบัน รองลงมา รา้ นขายของชำ

ครัวเรือน ผลลัพธ์ ประชาชนมีความรู้ ในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้จาก website อย.
รอ้ ยละ 80.56 มีความรู้ เรือ่ งยาปฏชิ ีวนะ ร้อยละ 68.3 มีความรู้ steroids ร้อยละ 91.76
3.3. ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั (impact) ตอ่ หนว่ ยบริการ/ชมุ ชน

การใช้ยาอย่างปลอดภัย และสมเหตุสมผลในระดับครอบครัว และชุมชน ที่มีประสิทธิภาพอย่าง
ย่ังยืน ลดปัญหาการนำยาไปใชใ้ นทางที่ไม่เหมาะสม และ ลดความเสี่ยงทจ่ี ะเกิดอันตรายจากการใช้ยา

3.4. ปจั จยั แห่งความสำเร็จ
มีทีมเครือข่ายที่เข้มแข็ง มีการดำเนินงานเฝ้าระวัง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่ ปีงบ 58 - ปัจจุบัน

ทำให้ทราบถึงปัญหาและหาแนวทางการแกไ้ ขอยา่ งตอ่ เน่ือง
3.5. สง่ิ ท่ไี ดเ้ รียนรจู้ ากการดำเนินงาน

ควรมีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง และสื่อโฆษณา ที่มี ต้องช่วยกันตรวจสอบ
จดั การการโฆษณายาอย่างเดด็ ขาด ควรมกี ารประชาสัมพนั ธ์จากส่วนกลางอย.
3.6. บทสรปุ /ข้อเสนอแนะ เพ่อื การพัฒนา/ตอ่ ยอด

1. ร้านชำ: เป็นแหล่งกระจายยาที่ไม่เหมาะสมแหล่งใหญ่ การจำหน่วยยาเกินขอบเขตของ
กฎหมาย ควรมีการอบรมผู้ประกอบการ ตรวจสอบเฝ้าระวัง ควบคุมการกระจายยาและ
ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย เครือข่ายชุมชนมีการสำรวจยาที่ห้ามจำหน่าย เป็นระยะ
พรอ้ มส่งต่อให้แก่หนว่ ยงานสาธารณสุข จัดทำโครงการร้านชำสขี าว

2. ร้านยา : เมื่อมีการออกตรวจร้านชำ พบยาไม่เหมาะสม จะมีการสอบถามแหล่งที่มา พบว่า
รา้ นยาบางแหง่ สง่ ยาให้ ร้านชำ ทงั้ ในและนอกพื้นท่ีอำเภอ ควรมีการสง่ เร่ืองแจ้งกลับแก่ร้าน
ขายยาดงั กลา่ ว พร้อมรายงาน สสจ. สำรวจแหล่งต้นทางการกระจายยา ช่องทางการกระจาย
ยา ส่งรายงานผลสำรวจสู่ สสจ ส่วนกลาง เพื่อสะท้อนข้อมูลสู่ประชาชนและสถาน
ประกอบการเอกชน เพ่ือไมใ่ ห้กระทำผดิ กฎหมายและใหค้ วามร่วมมอื ในการแก้ไข

3. สถานพยาบาล คลนิ ิกเอกชน ส่งั จ่ายยาไมส่ มเหตุสมผล ควรมกี ารออกตรวจประจำปี ร่วมกับ
เครือข่ายคุ้มครอง ผู้บริโภคฯ เพื่อควบคุมกำกับให้สถานพยาบาล ดำเนินกิจการอยู่ภายใต้

110
กฎหมายของยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ อสม . ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่แต่ละจุดให้บริการ มีการ
แจ้งข้อมูล กรณีพบการจ่ายยาเกินขอบเขต หรือจ่ายยาไม่สมเหตุผล รวมถึงรณรงค์การให้
สถานคลนิ ิกเอกชน ร้านขายยาใหข้ อ้ มลู ยาแก่ผู้ปว่ ยใหค้ รบถ้วน
กติ ตกิ รรมประกาศ
ขอขอบพระคุณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านนาสาร สาธารณสุขอำเภอบ้านนาสาร เจ้าหน้าท่ี
โรงพยาบาลบ้านนาสาร เจ้าหน้าที่ รพ.สต./PCU ที่รับผิดชอบงานระบบยา RDU และงานคุ้มครองทุกท่าน
เภสัชกร สสจ.สุราษฎร์ธานี, เภสัชกร ร้านยา RDU บ้านนาสาร ที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการทำงานและให้
ความรว่ มมอื ในการการดำเนินงานเป็นอยา่ งดี จนทำให้การดำเนนิ งานน้สี ำเรจ็ ลลุ ่วงไป ดว้ ยดี อนง่ึ ผจู้ ดั ทำหวัง
ว่า งาน RDU นี้จะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นน้ัน
ผู้จัดทำขอนอ้ มรับผิดเพียงผเู้ ดียว และยนิ ดีทจ่ี ะรบั ฟงั คำแนะนำจากทกุ ทา่ นที่ไดเ้ ข้ามาศึกษา เพ่อื เป็นประโยชน์
ในการพฒั นางานต่อไป

เอกสารอ้างอิง
1. กติ ตยิ า ปิยะศิลป์, นิสรา ศรีสรุ ะ, ดารณี อนุสรณ์ธีระกุล. ผลลพั ธ์ของโครงการรับยาใกล้บา้ น เภสัชกรใกล้

ใจ โมเดลจังหวดั ขอนแกน่ ปี 2562-2563.
2. อัปสร บุญยัง รุ่งทิวา หมื่นปา. ความชุกของการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำในจังหวัดพิษณุโลก

และปัจจัยที่มีผล. Thai Journal of Pharmacy Practice Vol.11 No 1 Jan-Mar 2019. หน้า 105-118.
3. สุทธินี เรืองสุพันธุ์ วรวุฒิ สุพิชญ์ สมพร พานสุวรรณ. การจัดการเชิงระบบสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผลใน

เครือข่ายอำเภอโนนสูง. วารสารเภสัชกรรมคลนิ ิก ปีที่ 26 ฉบับที่2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563. หน้า 61-
78.

ภาคผนวก (ภาพ ตาราง แผนภมู ฯิ )
QR code/เอกสารงานเภสชั กรรม ระบบยา RDU งานคุ้มครองผบู้ รโิ ภค 65

ปัจจยั แห่งความสำเรจ็

111

การดำเนินงาน RDU community 5 กิจกรรมหลกั
กิจกรรมหลกั ท่ี 1 : การเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยด้านยาในหนว่ ยบรกิ ารสุขภาพ ประชุม PTC และ RDU
เครอื ข่ายอำเภอบ้านนาสาร

112
กิจกรรมหลักที่ 2 : การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยดา้ นยาเชิงรกุ ในชมุ ชน
กจิ กรรมหลกั ท่ี 3 : การสรา้ งกระบวนการมีส่วนรว่ มจากทุกภาคส่วน เพือ่ การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล
กจิ กรรมหลกั ที่ 4 : การส่งเสริมการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในภาคเอกชน รา้ นชำ รา้ นยา

113

กิจกรรมหลกั ที่ 5 : การสรา้ งความรอบรูด้ า้ นการใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล
ONE PAGE SUMMARY

114

115

ผลการดำเนินงานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอพระแสง

1. การบริหารองค์กรเพื่อขับเคลื่อน RDU District
1.1. การนำองค์กร
มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน RDU community ของอำเภอพระแสงกำหนด
ผู้รับผิดชอบโดยมี ผอ.รพ.พระแสง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ผอ.รพ.สต./ผู้รับผิดชอบงาน RDU
community ในแต่ละรพ.สต. ผู้รับผิดชอบงาน RDU community ของรพ.พระแสงกำหนดให้
คณะกรรมการประกอบด้วย ผอ.รพ.พระแสง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ผอ.รพ.สต./ผู้รับผิดชอบงาน
RDU community ในแตล่ ะรพ.สต. และผรู้ ับผิดชอบงาน RDU community ของรพ.พระแสง
กำหนดหน้าที่รับผิดชอบหลักของคณะกรรมการ จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานและแผน
ปฏิบัติการ RDU community ในเครือข่ายอำเภอพระแสง เสนอรายชื่อคณะกรรมการในที่ประชุม
คณะกรรมการบริหารเครือข่ายบริการสขุ ภาพอำเภอ (คบสอ.) และเสนอแนวทางการปฏิบัติงานและแผน
การดำเนินงาน RDU community เข้าส่ทู ่ีประชมุ คณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)

1.2. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์

มีการวางแผนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนของอำเภอพระแสง
ให้ครอบคลุม 3 กิจกรรมหลัก คือ การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาในหนว่ ยบริการสุขภาพ (Proactive
Hospital based Surveillance) การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน ( Active
Community based Surveillance) และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อการใช้ยา
อยา่ งสมเหตุผล (Community Participation) โดยมจี ดุ มุง่ หมายเพอื่ ใหเ้ ครอื ข่ายโรงพยาบาลพระแสงและ
ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาที่สามารถนำมาใช้ได้จริง สามารถตรวจพบปัญหาการใช้ยา
และสามารถนำมาแก้ปัญหาได้ทนั ถ่วงที และทกุ ภาคสว่ นมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมทั้ง 5 ด้าน

2.1. การดำเนินงานในโรงพยาบาล

กิจกรรม การดำเนินงาน ผลการดำเนินการ

การคน้ หาปัญหาการใชย้ าใน - จัดทำแบบฟอรม์ เก็บข้อมูล จำนวนผู้ปว่ ยไตเรือ้ รัง มีการใช้
ผ้ปู ่วยคลนิ กิ เบาหวานท่ีมารบั
บรกิ ารท่ี รพ.พระแสง และสำรวจปญั หาการใชย้ าของ สมนุ ไพร/ผลิตภัณฑอ์ าหาร

ผ้ปู ว่ ย เสริมใชเ้ อง ร้อยละ 26

- สำรวจและคน้ หาปัญหาการใช้ เนอื่ งจากหลายปัจจัย ไดแ้ ก่ ไม่

ยาในผ้ปู ่วยคลนิ ิกเบาหวานที่ มกี ารอธิบายรายละเอยี ด

เปน็ โรคไตระดบั 3 ขึน้ ไป ท่ีมา และแนะนำการปฏบิ ัติตวั ให้กับ

รับบรกิ ารทีร่ พ.พระแสง ผปู้ ว่ ยจากบุคลากรทางการ

- บันทกึ ข้อมลู จากการสมั ภาษณ์ แพทย์ ผ้ปู ่วยไม่ทราบวา่ ตนเอง

ผู้ปว่ ยลงในแบบบันทึก มโี รคไตเร้ือรังอยู่ในระยะใด

ออนไลน์ และไม่ทราบวธิ กี ารสงั เกต

กจิ กรรม การดำเนินงาน 116
ผลการดำเนินการ

- รวบรวมขอ้ มูลปัญหาการใช้ยา อาการที่รนุ แรงขนึ้ ของโรคไต

เพอ่ื สรุปประเดน็ ปัญหาท่เี กิด เรื้อรัง เปน็ ต้น

จากการใชย้ าของผปู้ ่วย

การคน้ หาปัญหาการใชย้ าเชงิ รกุ - สำรวจและค้นหาผู้ปว่ ยท่มี ี กำลังดำเนนิ การ

ในผปู้ ่วยที่มารับบรกิ าร ภาวะ Acute kidney injury,

GI Bleeding ที่มารับบริการ

ณ โรงพยาบาลพระแสง

- ค้นหาสาเหตุปัญหาเม่ือมผี ูป้ ว่ ย

กล่มุ ดังกลา่ ว และบนั ทกึ ข้อมูล

จาก การสัมภาษณ์

- รวบรวมข้อมลู ปญั หาการใชย้ า

ในผูป้ ่วยทั้งสองกลุ่มโรค เพอ่ื

สรปุ ประเดน็ ปญั หาที่เกิดจาก

การใชย้ าของผู้ป่วย

จัดทำสอ่ื และใหค้ วามรู้เรื่องการ - จดั ทำส่ือให้ความรู้ ดำเนินการให้ความรทู้ ี่ผ่านมา

ใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในผูป้ ่วยโรค - นำส่ือทจ่ี ดั ทำขึ้นพูดใหค้ วามรู้ คอื เร่อื งการเลือกใชย้ าใน

เรื้อรังทม่ี ารับบรกิ าร ณ แก่ ผู้ป่วยท่มี ารบั บรกิ าร ณ ผู้ปว่ ยโควดิ , สมุนไพรทีใ่ ชใ้ น

โรงพยาบาลพระแสง คลินิก เร้อื รงั ก่อนพบแพทย์ ผปู้ ่วยโควดิ , 3 โรครักษาได้ไม่

- ให้ผปู้ ว่ ยซักถามขอ้ สงสยั ต้องใช้ยาปฎชิ ีวนะ และการ

เกย่ี วกับ เลือกซื้อยา

การใชย้ าหลังจากให้ความรู้

2.2. การดำเนินงานในชุมชน การดำเนนิ งาน ผลการดำเนินการ

กิจกรรม จัดทำแบบฟอรม์ รับเร่ือง คัดเลือก 2 รพ.สต.ในอำเภอ
รอ้ งเรียนปัญหาการใช้ยาไม่ พระแสง คอื รพ.สต.ไทรโสภา
การจดั ตง้ั ศูนย์แจง้ เตือน/รบั เร่ือง - เหมาะสมในชมุ ชน และ รพ.สต.บางสวรรค์ และ
ร้องเรยี นเก่ยี วกบั ความปลอดภัย กำหนดสถานท่ี จดั อบรม อส กำลังดำเนินการจัดตัง้ ศูนยร์ บั
ดา้ นยาและผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ ม.นกั วิทย์ และจัดทำปา้ ย เรอ่ื งรอ้ งเรียน
ระดับ - ประชาสมั พนั ธ์เร่อื งการจัดต้งั
อำเภอ เพ่ือค้นหาปญั หาการใชย้ า ศนู ยแ์ จ้งเตือน/รับเรอื่ ง
ร้องเรยี นเก่ียวกับความ
- ปลอดภัยดา้ นยาและ
ผลิตภัณฑ์สุขภาพให้คนใน

กจิ กรรม การดำเนินงาน 117
ผลการดำเนินการ

อำเภอพระแสง

รบั ทราบ

การสำรวจการจำหนา่ ยยาและ - จัดทำแบบฟอร์มสำรวจปญั หา ปญั หาทพ่ี บคอื การขายยา

ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพในร้านขายของ การขายยาไม่เหมาะสมใน อันตราย ยาฆ่าเชื้อ ในรา้ นชำ

ชำ และความรขู้ องผู้ประกอบการ รา้ นขายของชำ

รา้ นขายของชำ - เจ้าหน้าท่ีรพ.สต./อสม.สำรวจ

และบนั ทึกการขายยาไม่

เหมาะสมในร้านขายของชำ

- รวบรวมขอ้ มลู ปัญหาการ

จำหนา่ ยยาและผลิตภณั ฑ์

สุขภาพในร้านขายของชำไม่

เหมาะสม

- วเิ คราะห์และสรุปประเด็น

ปัญหาการจำหน่ายยาและ

ผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพในรา้ นขาย

ของชำไมเ่ หมาะสม

การเฝ้าระวังการแพย้ าซ้ำใน รพ. - กำหนดแนวทางการสง่ ต่อ - มรี ะบบสง่ ต่อผปู้ ว่ ยแพย้ า

สต. ผปู้ ว่ ยแพ้ยาระหว่าง รพ.สต. - ทกุ รพ.สต.ลงประวตั ิ แพ้

และ รพ. ยาผู้ปว่ ยลงในระบบ JHCIS

- รพ.สง่ ขอ้ มลู ผู้ป่วยแพย้ าสรุป ขอ้ มลู สามารถ ตรวจสอบ

รายปี ใหก้ ับ ทุก รพ.สต.เพอ่ื ได้

เปน็ ฐานขอ้ มูลผูป้ ว่ ยแพย้ า

และให้ รพ.สต.บันทึกประวตั ิ

แพ้ยาของผู้ป่วยลงใน

โปรแกรม JHCIS เพอ่ื pop

up เตือน

- กำหนดใหเ้ จา้ หน้าที่

ตรวจสอบประวตั แิ พ้ยาทกุ คร้ัง

กอ่ นจา่ ยยา

ระบบเฝ้าระวังการสั่งใช้ยาใน - รพ.ส่งขอมลู ผปู้ ว่ ยโรคไต - มแี นวทางการสง่ั ใช้ยาใน

ผปู้ ว่ ยโรคไตและผูป้ ว่ ยรบั ยา ระยะ 3 ขึ้นไปและผปู้ ว่ ย รบั ผปู้ ่วยโรคไต

Warfarin ยา Warfarin ให้ทกุ รพ.สต. - ทุก รพ.สต.ลงขอ้ มลู ผ้ปู ว่ ย

ลงในระบบ JHCIS ข้อมลู

สามารถตรวจสอบได้

กจิ กรรม การดำเนนิ งาน 118
ผลการดำเนนิ การ
- ทุก รพ.สต. บนั ทึกข้อมูลลง
ในโปรแกรม JHCIS เพ่อื pop
up เตอื น เฝ้าระวงั การ

2.3. การมสี ่วนรว่ มของชุมชนและภาคเี ครอื ข่าย : -

2.4. การมสี ่วนรว่ มของภาคเอกชน : -

2.5. การสร้างความรอบรู้ให้กับประชนชน : -

3. ผลงานเดน่ ทีเ่ ปน็ แบบอยา่ ง ด้านการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล

3.1. การวางแผนดำเนินงาน การคน้ หาปัญหา

จำนวนผปู้ ่วยโรคไม่ติดตอ่ เรือ้ รังของผู้ปว่ ยโรงพยาบาลพระแสงมจี ำนวนเพ่ิมมากข้นึ การที่ ผู้ป่วย
ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตสูงได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ต่อ
ระบบต่างๆในร่างกาย รวมถึงไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญในการกรอง และขับของเสียต่าง ๆ
นอกจาก นี้ไตยังเป็นอวัยวะที่มีเลือดไหลเวียนปริมาณมาก อาหารรวมถึงยาต่างๆที่รับประทานเข้าไปจะ
ดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย และผ่านไปกรองที่ไต และถูกขับออกมากับปัสสาวะ ดังนั้น หากอาหารหรือยาท่ี
ร่างกายได้รับมี อันตรายต่อร่างกาย ไตจึงเป็นอวัยวะทีม่ ีโอกาสสัมผัสสารเหล่านัน้ และได้รับอันตรายจาก
สารพิษมากที่สุด เนื่องจากยาบางอย่างอาจทำให้การทำงานของไตลดลงได้ ดังนั้น การใช้ยาในผู้ป่วยที่มี
โรคไตเร้อื รังจึงมี ความจำเป็นทต่ี อ้ งใชย้ าดว้ ยความระมัดระวัง นอกจากน้ผี ู้ปว่ ยโรคไตเรอื้ รังมโี อกาสได้ รับ
ผลข้างเคียงจากยา มากกวา่ คนทีก่ ารทำงานของไตปกติ เพราะยาจะอยู่ในร่างกายไดน้ านและขับออก ทาง
ไตลดลง การได้รับยา ไม่เหมาะสมและไม่ได้อยู่ในคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญในผู้ป่วยโรคไต อาจส่งผล ต่อ
การทำงานของไตที่ลดลง และอาจทำให้ไตไม่สามารถทำงานเองได้ ร้ายแรงที่สุดคือต้องล้างไต ทำให้
สูญเสียค่าใช้จา่ ยและมีคุณภาพชีวิต ที่แย่ลง จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทางฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาล
พระแสงจึงได้ทีการสำรวจการใช้ยาและ ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ของผู้ป่วยเรื้อรังที่มีภาวะ ไตเรื้อรัง
ระดับ 3 ขน้ึ ไป เพ่ือนำขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าประเมิน ปัญหาและหาแนวทางการปรับปรุงแกไ้ ขต่อไป

3.2. แนวทางการดำเนินงานและผลลพั ธ์ทเ่ี กดิ ขึน้

ติดตามและประเมินร้อยละของจำนวนอุบัติการณ์ปัญหาการใช้ยาหรือสมุนไพรไม่เหมาะสมใน
ผู้ป่วย คลินิกเบาหวานที่มีโรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 3 ขึ้นไป ที่มารับบริการที่ รพ.พระแสง โดยทำการติดตาม
และ ประเมินผลจากข้อมูลที่รวบรวมในแบบฟอร์มสำรวจปัญหาการใช้ยาหรือสมุนไพรไม่เหมาะสมใน
ผู้ป่วยคลินิกเบาหวานที่มีโรคไตเรื้อรังและฐานข้อมูล google form และการสัมภาษณ์ผู้ป่วยนอก
โรงพยาบาลพระแสงที่มีโรคเบาหวานและไตเร้อื รงั ระยะท่ี 3 ขน้ึ ไป หรอื GFR น้อยกวา่ 60 mL/min/1.73
m2 ในระหว่างวันท่ี 16 กุมภาพันธ์ 2564 ถงึ 8 มนี าคม 2564 จากผู้ปว่ ยทั้งหมด จำนวน 100 ราย

จากการเก็บข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมด จำนวน 100 ราย มีการซื้อยากินเองและใช้อาหารเสริมหรือ
สมุนไพร รอ้ ยละ 26 ซง่ึ เป็นพฤตกิ รรมท่ีไม่ควรเกิดขึน้ ในผู้ปว่ ยกลุ่มนี้เน่ืองจากอาจทำให้เกดิ ปัญหาการ ใช้
ยาไมเ่ หมาะสมข้นึ ได้

119
การซื้อยากินเองและใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพรของผู้ป่วยที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ขึ้นไป
เนื่องจากหลายปัจจัย ได้แก่ ไม่มีการอธิบายรายละเอียดและแนะนำการปฏิบัติตัวให้กับผู้ป่วยจาก
บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองมีโรคไตเรื้อรังอยู่ในระยะใดและไม่ทราบวิธีการสังเกต
อาการท่ีรนุ แรงขนึ้ ของโรคไตเรื้อรัง ผปู้ ว่ ยไดร้ ับโฆษณาชวนเชื่อ/เกนิ จริง การขายตรงโดยตวั แทนจำหน่าย
ถงึ บ้านและความเช่ือทีผ่ ดิ เกี่ยวกบั การใช้สมุนไพร

3.3. ประโยชน์ที่ไดร้ ับ (impact) ต่อหนว่ ยบรกิ าร/ชมุ ชน

จากการเก็บข้อมูลทำให้ทราบว่าผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มารับบริการ ทำให้ทราบปัญหาที่เป็นอยู่ใน
คลินิก คือ ผู้ป่วยยังขาดความรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ เนื่องจากไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทาง
การแพทย์ อาจเนื่องมาจากจำนวนผู้ป่วยในคลินิกจำนวนมาก การตรวจของแพทยแ์ ละการซักประวตั ิของ
ผู้ป่วยแตล่ ะคนจงึ ทำอยา่ งเร่งรีบ จากปัญหาท่ีได้รับจากการเก็บข้อมลู จงึ มแี นวคิดในการพัฒนางานคลินิก
เบาหวานและความดันโลหิตสูง วางแผนทำบัตรประจำตัวผู้ป่วยโรคไต ให้ความรู้แบบกลุ่มก่อนผู้ป่วยพบ
แพทย์ เรื่องการเลือกใช้ยาในผู้ป่วยโรคไต เพื่อให้ผู้ป่วยมีความตระหนักในการเลือกให้ยาและ ผลิตภัณฑ์
สขุ ภาพ

3.4. ปจั จัยแหง่ ความสำเร็จ

นำปัญหาที่พบไปเสนอต่อที่ประชุม PCT เพื่อให้ทราบปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
รว่ มกันในคลินกิ

3.5. ส่งิ ทไ่ี ด้เรียนร้จู ากการดำเนินงาน

การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง จำเป็นต้องให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถ
ควบคุมโรคได้ ลดอาการแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องควบคุมอาหาร ลดอาหารเค็ม
อาการหวาน เพื่อช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ชะลอการเสื่อมของไต คำแนะนำที่ถูกต้องจากบุคลากร ทาง
การแพทย์จะทำให้ผู้ป่วยตระหนักและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง ทำให้การรักษาผู้ป่วยประสบผลสำเร็จ
มากยง่ิ ข้นึ และสรา้ งคณุ ภาพชีวิตท่ีดีใหก้ ับผ้ปู ่วยตอ่ ไป

3.6. บทสรุป/ข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนา/ตอ่ ยอด

ปัญหาที่ค้นพบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานเท่านั้น ทำให้ผลของโครงการ อาจไม่
ครอบคลมุ ถึงผปู้ ว่ ยทง้ั หมดท่มี ีการใช้ยาไม่เหมาะสมในอำเภอพระแสง การค้นหาปัญหาการใช้ยาใน ผู้ป่วย
คลินิกเบาหวานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการทั้งหมด เนื่องจากเวลาฝึกงานมีจำกัดเพียง 7 สัปดาห์
ดงั นั้นสว่ นอื่นของโครงการน้จี ะมีการดำเนนิ งานต่อเนื่องโดยคณะกรรมการดำเนนิ งาน RDU community
ของโรงพยาบาลตอ่ ไป

โดยจากปญั หาที่พบจากการสัมภาษณผ์ ู้ป่วยจะนำมาพัฒนาเป็นสื่อให้ความรู้กับประชาชน ได้แก่
แผ่นพับเรอื่ งสมุนไพรท่ตี ้องระวงั การใช้ร่วมกบั ยาโรคเร้ือรังในผู้ป่วยสูงอายุ และวดิ ีโอเรื่องเลย่ี งโรคไต ด้วย
การใชย้ าอย่างสมเหตุผล

120

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตผุ ล อำเภอเวียงสระ

1. การบริหารองค์กรเพือ่ ขบั เคล่อื น RDU district

1.1 การนำองคก์ ร
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของอำเภอ

เวียงสระ ทั้ง 7 แห่ง + ศสม. รวม 8 แห่ง มีการทำงานร่วมกันในรูปของคณะกรรมการ คปสอ. และมีการ
สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนารพ.สต.หรือคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ
ระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ มีการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการ พชอ.และ พชต. เชื่อมโยงการปฏิบัติงาน
บริการสขุ ภาพในพ้ืนที่ตำบลและองค์กรปกครองท้องถิ่น ใหบ้ รกิ ารทางด้านวิชาการ การบังคับใช้กฎหมาย
สาธารณสขุ และกฎหมายอื่น ๆ ทีเ่ กยี่ วข้อง เพอื่ คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ดังน้ันทางคบ
สอ.เวียงสระ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและคณะกรรมการ
คุ้มครองผบู้ รโิ ภคทัง้ ระดับอำเภอ และ ระดับ รพ.สต. เพ่ือควบคมุ กำกับ ตดิ ตาม รายงานและใหค้ วามรู้แก่
ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป มีการจัดทำแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนโดยทำแผนตามตัวชี้วัดที่กระทรวง
สาธารณสุขรวมถงึ สสจ.สุราษฎร์ธานกี ำหนดขึ้น เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกบั ยุทธศาสตร์ของกระทรวงและปัญหาท่ี
เกิดขึ้นจริงภายในพื้นที่ มีการจัดการเชิงระบบสู่อำเภอเวียงสระใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยชุมชนเป็น
ศูนย์กลาง มีการจัดการเชิงระบบเฝ้าระวังตรวจติดตาม ประเมิน และควบคุม ปัญหาการใช้ยาในพื้นที่
อำเภอเวียงสระรวมถงึ การตรวจเฝ้าระวังควบคุมแหล่งกระจายยาในชุมชน สถานประกอบการดา้ นสุขภาพ
ได้แก่ สถานพยาบาล, ร้านยา รวมถึงร้านชำ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด โดยอาศัยความ
รว่ มมือจาก รพ.สต. ภาคเี ครอื ข่าย ชมุ ชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ สสอ. โรงพยาบาล และสสจ. ซ่ึงจะ
มีการประชุม วางแผน ติดตามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ผู้ป่วย
และประชาชนเกิดความปลอดภัย มีความรู้ และสามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้อง เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
และใช้ยาอย่างสมเหตุผล เน้นการพัฒนานวัตกรรม สร้างผลลัพธ์ สร้างคุณค่า มองการพัฒนาทุกด้านเชิง
ระบบ อยา่ งมคี ุณภาพ
แนวทางการดำเนนิ งาน มกี ารทำงานร่วมกันของคณะกรรมการ พชอ.และ พชต.

การบริหารจัดการ การบริการ

• แต่งตง้ั คณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวงั ความ • มรี ะบบการเฝา้ ระวังเพ่อื เตือนภยั

ปลอดภยั ด้านยาและคณะกรรมการคุ้มครอง • มีการสร้างความรอบรดู้ า้ นการใช้ยาอยา่ งสม
ผู้บริโภคทัง้ ระดบั อำเภอ และ ระดบั รพ.สต.
เหตผุ ลในชุมชน

• การสรา้ งจติ สำนกึ ท่ีดแี ละความตระหนักรู้ของ • ประชาชนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ ในการใชย้ า
บคุ คล การบรหิ ารจดั การทีด่ ี และการกำกับดูแล เพอื่ ดูแลสุขภาพตนเองเบ้ืองต้น ตามความจำ
ทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
เป็น และใช้ยาที่ได้รบั จากหน่วยบริการ

• นโยบายอำเภอเวียงสระใช้ยาอย่างสมเหตุผล สขุ ภาพ ได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า ปลอดภัย

โดยชุมชนเปน็ ศนู ย์กลาง เหมาะสมกบั แต่ละบุคคล ท้ังในเร่อื งโรค

ขนาดยา และวิธใี ช้

121

วชิ าการ การประเมินผล

• มีการพัฒนาด้านวิชาการและการพัฒนา • มีการประเมินตนเองของหน่วยบริการปฐม

บคุ คลากรสาธารณสขุ อย่างต่อเนื่อง ภมู แิ ละประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน

1.2 การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์
อำเภอเวียงสระกำหนดแผนยุทธศาสตร์ จัดกระบวนการพัฒนานโยบายอยา่ งมสี ่วนร่วมจากภาคี

เครือข่ายทุกภาคส่วน แบบมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องท้ังในระดับผู้บริหารและผู้ปฏบิ ัติงานซง่ึ
ประกอบด้วยเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (objectives) ตัวชี้วัด (Key Performance Indicators)
เป้าหมาย (Target) ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าประสงค์ และกลวิธี (initiatives) เพื่อให้บรรลุผล ของแต่ละ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กระบวนการพัฒนา
นโยบายอย่างมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ภาคสว่ นอย่างกว้างขวางและต่อเนือ่ งทั้งในระดบั ผบู้ ริหารและผู้ปฏิบัติงาน

ยุทธศาสตร์ในการจดั การเชงิ ระบบสู่อำเภอเวียงสระใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยชุมชนเปน็ ศูนย์กลาง

เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เปา้ ประสงค์ผลสัมฤทธิห์ ลัก

1. ดา้ น ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 1. ผรู้ บั บริการเขา้ ถึงบรกิ ารและได้รับการ
ผูร้ บั บริการ
พัฒนาระบบกลไกบรกิ าร บริการยารักษาโรคมคี ุณภาพ ปลอดภัย

รกั ษาพยาบาล กำกับดแู ลด้านยา และพึงพอใจ สามารถใช้ยาได้อย่าง

ให้มีความปลอดภัยและมีคณุ ภาพ ถกู ต้อง ปลอดภัย สามารถดแู ลสขุ ภาพ

เพ่ือการใชย้ าอย่างสมเหตุผล ตนเองเบื้องตน้ ได้

อย่างต่อเนื่อง 2. สถานบริการให้บริการเหมาะสม รวดเรว็

คุ้มค่า ปลอดภัย เหมาะสมกบั แต่ละ

บคุ คล ทงั้ ในเรื่องโรค ขนาดยา วธิ ใี ช้

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 1. ประชาชนเข้าถงึ ข้อมูลขา่ วสารรวมทัง้ คำ

พัฒนาระบบบริการสุขภาพ การ บรรยายคุณภาพท่ีถูกต้องและเพียงพอ

ส่งเสรมิ สขุ ภาพ ปอ้ งกนั โรครักษา เก่ยี วกับสินค้าหรือบรกิ าร

และฟน้ื ฟูสภาพ ตามกลุม่ วัย

(กลมุ่ เฉพาะ เชน่ โรคเรื้อรงั )โดย

การมีส่วนรว่ มของภาคเี ครือข่าย

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 1. ผลิตภัณฑส์ ุขภาพที่ไดร้ บั การตรวจสอบได้

ออกแบบและพฒั นาระบบเฝ้า มาตรฐานตามเกณฑ์ทีก่ ำหนด

ระวงั โรคและภยั สขุ ภาพชุมชน 2. ครัวเรือนมกี ารใช้ยาปลอดภยั

เพอื่ การใชย้ าอย่างสมเหตุผลแก่ 3. การโฆษณาผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพทผ่ี ิด

ประชาชน กฎหมายได้รับการจดั การ

4. ข้อร้องเรยี นของผูบ้ รโิ ภคได้รับการแก้ไข

ภายในระยะ เวลาท่ีกำหนด

5. เปา้ หมายร้านชำคุณภาพ ระดับ รพ.สต.

เปา้ ประสงค์ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ 122
2. ด้านผู้
ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 เปา้ ประสงค์ผลสัมฤทธหิ์ ลกั
ให้บริการ พฒั นาองคก์ รเปน็ แหลง่ การ
3. ดา้ นชุมชน เรยี นรู้ 1. บคุ ลากรมสี มรรถนะ สขุ ภาพดีและมี
ความสุข
4. ด้านองค์กร ยุทธศาสตรท์ ่ี 5
การสร้างเครือขา่ ยสขุ ภาพ 2. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
องค์กรเอกชน องค์กรปกครอง 3. พัฒนากลไกบรหิ ารจดั การทีม่ ี
ส่วนทอ้ งถิน่ และประชาชนบรู ณา
การการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลใน ประสิทธภิ าพ
การพัฒนาความรอบรดู้ ้าน เพอ่ื การพัฒนาอยา่ งตอ่ เนื่อง
สุขภาพ ท้ังระบบ ตาม รูปแบบ 1. ภาคีเครอื ข่ายสุขภาพ มสี ว่ นรว่ มในการ
“บวร” และกลไกการสร้างความ
รอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ ทง้ั ระดับ สนับสนุนด้านสาธารณสุข
องค์กรและชุมชน 2. ภาคเี ครือข่ายมศี ักยภาพและเขม้ แข็ง
ยุทธศาสตร์ท่ี 6
พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการให้มี 1. จดั นโยบายพัฒนาระบบการป้องกนั การ
ประสิทธภิ าพ แพ้ยาซ้ำ เพื่อไม่ใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ ับอนั ตราย
จากยาทีผ่ ู้ป่วยแพ้เม่อื ใช้ยาตัวดงั กลา่ วใน
ยุทธศาสตรท์ ่ี 7 ครง้ั ต่อไป
การพฒั นาคุณภาพระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ น 2. ระบบป้องกันการแพย้ าซ้ำ/การส่งตอ่
สาธารณสขุ ข้อมลู แพ้ยาจาก รพร. เวียงสระ - รพ.สต

1. ประชาชนไดร้ ับข้อมลู ข่าวสารด้าน
สาธารณสขุ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

2. ระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพ
3. ส่งต่อข้อมูลการเกดิ อาการไม่พงึ ประสงค์

จากการใช้ยาของผู้ปว่ ยระดบั ชุมชน
4. มชี อ่ งทางการเข้าถึงข้อมลู ด้านสุขภาพ

ตรวจสอบคุณภาพอาหาร และสลาก
อาหารได้

2. แนวทางการดาเนนิ งานและผลงานภาพรวมทั้ง 5 ดา้ น
2.1. การดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ ,คณะกรรมการ คบสอ. ร่วมกับ คณะกรรมการพัฒนา
คุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ดำเนินการบริหาร/จัดการข้อมูลที่สำคัญของหน่วยงาน มีการเลือก

123
รวบรวม วิเคราะห์และจัดการข้อมูลสารสนเทศ จัดการความรู้ที่สำคัญ มีการประเมินผล ทบทวนผลการ
ดำเนินงาน เพื่อนำมาวางแผน พัฒนางานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกลยุทธ์เพื่อให้
ประชาชนทุกตำบลของอำเภอเวียงสระมีความปลอดภัยจากการใช้ยาและผลิตภัณฑส์ ุขภาพ มีความรอบรู้
ในการใชย้ า และสามารถดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นเม่ือเจบ็ ป่วย ท้ังทไ่ี ม่ใชย้ าหรือมีการใช้ยาเท่าที่จำเป็น
ได้รบั บริการเหมาะสม รวดเร็ว คมุ้ คา่ ปลอดภัย เหมาะสมกบั แตล่ ะบุคคล ทง้ั ในเร่อื งโรค ขนาดยา วธิ ีใช้

กระบวนการดำเนนิ งาน Hospital Based
- แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและคณะกรรมการคุ้มครอง

ผู้บริโภคท้ังระดับอำเภอ และ ระดับ รพ.สต. นำข้อมูลที่ไดจ้ ากการสำรวจลงตรวจร้านคา้ /รา้ นชำ
เช่น ยาอันตราย องค์ความรู้ด้านฉลากยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ/ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย/
เครื่องสำอางที่พบสารห้ามใช้ ตามที่ อย. ประกาศ มาวิเคราะห์และนำผลที่ได้มาวางแผนหาแนว
ทางแก้ไข มีการคืนขอ้ มูลปัญหาทพ่ี บสะทอ้ นให้ชมุ ชนไดร้ ับทราบในเวทีประชมุ หมูบ่ า้ น

- แตง่ ตง้ั คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดหนว่ ยบรกิ ารสาธารณสขุ อำเภอเวยี งสระ

124

- จดั ประชุมโครงการ RDU อ.เวียงสระ แพทย์ เภสัชกรพยาบาล จนท.รพ.สต. อสม. ครู นักเรยี น

- ลดปัญหายาเดมิ เหลือใช้ การใชย้ าซำ้ ซอ้ นเนอ่ื งจากรับบริการหลายสถานพยาบาลและทำให้ทราบ
ยาทีผ่ ู้ป่วยจำเปน็ ต้องใชต้ ่อเนื่อง

125
- RDU ในร้านยา ร้านยาทุกแห่งลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ประชาสัมพันธ์โครงการ RDU และ

แจกโปสเตอร์ RDU ร้านยาทกุ แหง่ ลงทะเบียนเขา้ ร่วมโครงการ

- RDU ในโรงพยาบาลเอกชน ประชาสัมพันธ์โครงการ RDU แจกโปสเตอร์ RDU และลงทะเบียน
เขา้ ร่วมโครงการ

- ส่งต่อข้อมูลการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาของผู้ป่วยระดับชุมชน / จัดทำทะเบียน
ข้อมูลผู้ปว่ ยแพ้ยา

2.2 การดำเนนิ งานในชุมชน (บูรณาการจากโรงพยาบาลเช่อื มไปถงึ รพ.สต.และชุมชน)
จดั การเชิงระบบอำเภอเวียงสระใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล โดยชมุ ชนเป็นศนู ยก์ ลาง
แนวปฏิบตั สิ ปู่ ระเทศใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล โดยชมุ ชนเปน็ ศูนยก์ ลาง ซง่ึ ชุมชน (community) จะ

เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาสู่อำเภอใช้ยาอย่างสมเหตุผล เพื่อให้ประชาชนทุกตำบลมีความปลอดภัย
จากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีความรอบรู้ในการใช้ยา และสามารถดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น
เมอ่ื เจ็บปว่ ย ทงั้ ทไี่ มใ่ ชย้ าหรือมีการใชย้ าเทา่ ที่จำเป็นโดย
กระบวนการดำเนนิ งาน Community Based

126
- มีระบบเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยด้านยาในชุมชน จัดทำทะเบียนข้อมูลผู้ป่วยแพ้ยา มีแบบประเมิน

ความรอบรู้การใชย้ าอย่างสมเหตุผล 3 ด้าน ทง้ั ใน รา้ นคา้ ร้านชำ และครวั เรือน
- การเฝา้ ระวงั การจ่ายยาสมุนไพรในผปู้ ว่ ยโรคไต
- จัดทำข้อมูลสถานการณ์ปัญหาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน เช่น ปัญหาการจำหน่ายยา

อันตรายและผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพอนั ตรายในชมุ ชน , ปัญหาการใช้ยาไมเ่ หมาะสมในชุมชน เปน็ ตน้
- การคืนขอ้ มูลปัญหาดา้ นยาจากการเยีย่ มบ้าน ของ เภสัชกร จาก รพ.แมข่ า่ ย
- ติดตามเย่ียมบา้ นโดยเภสัชกรและทมี สหวิชาชพี ทมี เจ้าหน้าท่ี รพ.สต. อสม. และ CG

RDU ใน รพ.สต.และชมุ ชน
▪ จดั ตัง้ ศนู ยแ์ จ้งเตอื นภยั สุขภาพ 2 แหง่ รพ.สต.เขานพิ ันธแ์ ละ รพ.สต.เวียงสระ

127

▪ จดั ให้มรี ้านชำคณุ ภาพ 5 แหง่ /รพ.สต

2.3 การมสี ว่ นร่วมของชุมชนและภาคีเครอื ข่าย
▪ เป็นความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน (บวร)มีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ

อำเภอ/ตำบลกำหนดนโยบายหรือมาตรการแนวปฏิบตั ิและติดตามประเมินผล เพื่อพัฒนาการใช้
ยาอยา่ งสมเหตผุ ลในชุมชน
▪ ออกแบบระบบสุขภาพของชุมชน เพือ่ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล เพอ่ื ให้สถานบริการสุขภาพทั้งรัฐ
และเอกชน สง่ มอบบริการท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานการให้บริการตามแนวทางการใช้ยาอย่างสม
เหตุผล
▪ มีระบบการดูแลเพอ่ื สง่ เสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชมุ ชน ครอบครวั และบุคคล
▪ มีระบบจัดการความเสี่ยง เชื่อมโยงทั้งระบบบริการสุขภาพและชุมชน รวมถึงการเฝ้าระวังเพื่อเตือนภัย
(ต้ังเปา้ ขยาย รพ.สต.เปน็ ศูนย์แจ้งเตือนภัยพร้อมดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้ง 8 แหง่ )

2.4 การสร้างความรอบรู้ให้กบั ประชาชน

▪ มีการสำรวจความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และ องค์ความรูด้านฉลาก ตามแบบ
ประเมนิ ความรอบร้ดู า้ นการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล และการประเมนิ รา้ นคา้ /รา้ นชำ

▪ สร้างข้อมูลเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผลจากผลสำรวจและปัญหาที่พบจากหน่วยบริการและ

ชุมชน ที่เข้าใจงา่ ย และสรา้ งชอ่ งทางการเข้าถงึ ข้อมูลดา้ นต่าง ๆ
▪ สนบั สนนุ ใหม้ ีการถอดบทเรยี นจากการทำงานเพอ่ื ส่งเสรมิ การใชย้ าสมเหตุผลในชมุ ชน
▪ สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมหรือกระบวนการในการดำเนินงานการใช้ยาสม

เหตผุ ลแต่ละพ้ืนทีร่ ว่ มกัน และคนื ขอ้ มูลใหภ้ าคีเครือขา่ ยทเี่ กย่ี วข้อง เพอื่ นำไปสูก่ ารแกป้ ัญหา โดย

การมีส่วนรว่ ม สอดคล้องตามระบบกลไกให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล ตั้งแต่ต้นน้ำ (รพร.เวียง

สระดูแลด้านยา) กลางน้ำ (รพ.สต./ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ) และ ปลายน้ำ (ประชาชน

ครอบครัวและชมุ ชน)
▪ สนับสนุนให้ชุมชนมีการจัดการความรู้ และพัฒนาระบบจัดการความเสี่ยงด้านยาและผลิตภัณฑ์

สขุ ภาพ เช่อื มโยงท้งั ระบบบรกิ ารสุขภาพและชุมชน รวมถึงการเฝา้ ระวังเพ่อื เตือนภัย

128
▪ การสร้างเวทีเพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน ระหว่าง เครือข่ายบริการ

สุขภาพ, กลุ่มผู้ป่วย, ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมจัดทำและพัฒนาสื่อ และ
ร่วมกันวางแผนแกไ้ ขปญั หาของชุมชน โดยชมุ ชน เพ่อื ชุมชนเอง
▪ อบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.ให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ฝึกทักษะในการ
เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจเพื่อวิเคราะห์ ประเมินและจัดการตนเอง รวมท้ัง
สามารถช้แี นะเร่อื ง สุขภาพแกบ่ คุ คล ครอบครวั และชุมชนได้

3. ผลงานเดน่ ทเี่ ปน็ แบบอยา่ ง ด้านการดำเนนิ งานในชมุ ชน
เปา้ หมาย จัดการเชงิ ระบบส่อู ำเภอเวยี งสระใชย้ าอยา่ งสมเหตุผล โดยชมุ ชนเป็นศูนยก์ ลาง

3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การคน้ หาปญั หา
อำเภอเวยี งสระ เป็นอำเภอกงึ่ เมอื ง ประกอบกับการคมนาคมทสี่ ะดวกและเปน็ ย่านการคา้ ทำให้

มีสถานประกอบการด้านสุขภาพ ไดแ้ ก่ สถานพยาบาล,รา้ นยา รวมถงึ ร้านชำ มีจำนวนคอ่ นข้างมากและมี
แนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกๆปี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และจากค่านิยมการ
บริโภคและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกลยุทธ์รูปใหม่ๆของผู้ประกอบการที่รวดเร็วและ
ทันสมัย ส่งผลกระทบต่อผูบ้ รโิ ภคในวงกว้างและเกิดปัญหาจากการใชย้ า ผลติ ภณั ฑแ์ ละบรกิ ารสขุ ภาพมาก
ขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนได้รบั รู้ เข้าใจมีความตระหนกั เท่าทนั สถานการณ์ ดังนั้นทางคบ
สอ.เวียงสระจึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บริโภคทั้งระดับอำเภอและรพ.สต.เพื่อควบคุม กำกับ ติดตาม รายงานและให้ความรู้แก่ผู้ป่วย
และประชาชน มีการจัดทำแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนโดยทำแผนตามตัวชี้วัดที่กระทรวงสาธารณสุข
รวมถงึ สสจ.สุราษฎร์ธานีกำหนดขึ้น เพอื่ ใหส้ อดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ของกระทรวงและปัญหาที่เกิดข้ึนจริง
ภายในพ้ืนที่ โดยตรวจติดตามเฝ้าระวัง ควบคุม ปัญหาการใช้ยาในพื้นที่อำเภอเวียงสระรวมถึงการตรวจ
เฝ้าระวัง ควบคุมแหล่งกระจายยาในชุมชน สถานประกอบการด้านสุขภาพ ได้แก่ สถานพยาบาล,ร้านยา
รวมถึงร้านชำ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด โดยอาศัยความร่วมมือจาก รพ.สต. ภาคีเครือข่ าย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสอ. โรงพยาบาลและสสจ. ซึ่งจะมีการประชุม วางแผน ติดตามและแก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ผู้ป่วยและประชาชนเกิดความปลอดภัย มี
ความรู้ และสามารถใชย้ าไดอ้ ย่างถูกต้อง

จากการวเิ คราะหข์ อ้ มลู และตรวจเฝา้ ระวังปัญหาการใช้ยา ของอำเภอวยี งสระ พบวา่
3.2. แพทยห์ รอื เจา้ หนา้ ที่ผู้ส่งั ใชย้ า

• ขาดการปฏบิ ัติตามเกณฑม์ าตรฐานการสัง่ ใช้ยา RDU
3.3. ผู้ป่วยและประชาชน ยังขาดความรู้เรื่องยา การรักษาที่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมหรือแนวคิดของ

ผู้ปว่ ยเอง เรียงตามลำดับความสำคัญ คือ

• การไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ใช้ยาไม่ถูกต้อง ไม่อ่านฉลาก รับประทานตามความ
เคยชินโดยเฉพาะผ้ปู ่วยโรคเรอื้ รงั การหยุดยาเองเมอ่ื ดีข้นึ

• การไปรบั ยาจากสถานพยาบาลหลายๆแหง่ แต่ไมต่ อ่ เนื่อง ทำให้ได้รบั ยาซำ้ ซ้อน

• การซื้อยามารับประทานเองโดยไมท่ ราบวิธีการรบั ประทานยาหรือใชย้ าทีถ่ ูกตอ้ ง รวมถึง
อาการข้างเคียงจากยา เช่น ยาฆ่าเชื้อต้องรับประทานจนหมด TRAMADOL อาจเวียน
วิงเวียนศีรษะ

129

• การเช่อื โฆษณาทง้ั ผลติ ภณั ฑ์เสรมิ อาหาร ยาสมุนไพร ทเี่ กินจรงิ และซ้ือมารบั ประทานเอง
โดยไมป่ รึกษาแพทย์ และ/หรอื มาทานร่วมกบั ยาแผนปจั จุบันท่ีใช้อยู่

3.4. แหลง่ กระจายยาในชมุ ชน สถานประกอบการด้านสุขภาพ

• ร้านชำขายยาเกินกรอบที่กำหนด ขายยาอนั ตราย ยาหมดอายุ

• รา้ นขายยาขย.2 คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ขายยาเกินกรอบทก่ี ำหนด

• คลินิก รา้ นขายยา จา่ ยยาเกนิ ความจำเปน็ ฉลากยาไมม่ ชี ื่อยา ข้อมลู ไมค่ รบถว้ น

• รา้ นจำหน่ายเคร่ืองสำอาง ขายเครอ่ื งสำอางท่ีอันตรายทีม่ ีสารห้ามใช้ ฉลากไม่ถูกตอ้ ง
จากปัญหาในพื้นที่เหล่านี้ จึงต้องมีการติดตาม ตรวจเฝ้าระวังและควบคุมแหล่งกระจายยาใน
ชุมชน ให้ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วย ประชาชน ผู้ประกอบการโดยอาศัยความ
รว่ มมือจากทกุ ภาคส่วน เพ่ือใหป้ ระชาชนรวมถงึ ชุมชนปลอดภยั จากการใชย้ าและผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ
3.2 จากปัญหา สู่ แนวทางการดำเนนิ งานและผลลพั ธ์ที่เกดิ ขึ้น
ขั้นท่ี 2 วิธกี ารแก้ไขปัญหา
- แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและคณะกรรมการคุ้มครอง

ผบู้ ริโภคทัง้ ระดบั อำเภอ และระดบั รพ.สต.
- จัดประชุมภาคีเครือข่าย ,อสม, ประชาชน และผู้ประกอบการร้านค้า การสร้างจิตสำนึกที่ดี

และความตระหนักรู้ของบุคคล การบริหารจดั การทดี่ ี และการกำกับดูแลทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ
- ออกแบบระบบสุขภาพของชุมชน ขับเคลื่อนนโยบายกลไกทัง้ 3 ส่วนจะเชื่อมโยงระหว่างกนั

เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ขับเคลื่อน
กจิ กรรมอยา่ งตอ่ เน่อื ง
- สรา้ งองคค์ วามรู้ และจดั ระบบการจัดการปัญหาในชุมชน โดยชุมชน เพ่อื ชมุ ชนเอง
ผลลพั ธท์ ี่เกดิ ขึ้น
- ชุมชนตระหนัก และเห็นความสำคญั ในการมีส่วนร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ยาไม่สมเหตุผล
ในชมุ ชน

❖ กลุ่มประชาชน เข้าถึงข้อมลู ขา่ วสารดา้ นสาธารณสขุ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
❖ กลุ่มผู้ประกอบการ มีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา และ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ในชุมชน
❖ ผปู้ ่วย เขา้ ถงึ บริการและได้รบั การบริการยารักษาโรคมีคณุ ภาพ ปลอดภัย และพงึ

พอใจ สามารถใช้ยาได้อยา่ งถูกต้อง เกิดระบบปอ้ งกันการแพย้ าซำ้ /การสง่ ต่อข้อมลู
แพ้ยาจากรพร.-รพ.สต
- ศนู ยแ์ จ้งเตือนภยั สุขภาพ 2 แหง่ รพ.สต.เขานพิ ันธแ์ ละ รพ.สต.เวยี งสระ
- มีรา้ นชำคณุ ภาพ 5 แหง่ /รพ.สต
- มีระบบการติดตามเยี่ยมบา้ นและตดิ ตามปญั หาการใช้ยาในชุมชนอย่างตอ่ เน่ืองเพื่อสง่ ตอ่
ข้อมูลการเกิดอาการไมพ่ ึงประสงคจ์ ากการใช้ยาของผู้ปว่ ยระดบั ชมุ ชน
3.3 ประโยชน์ท่ีไดร้ บั (impact) ต่อหนว่ ยบรกิ าร / ชุมชน
➢ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง
o ไดเ้ รียนรู้งานด้านเภสชั สาธารณสุขและงานคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค หลากหลายมากขึน้ ซ่งึ เป็น
การพฒั นาความรู้ใหก้ บั ตนเอง

130
o รูจ้ กั การติดต่อประสานงานและการทำงานรว่ มกับองค์กรอืน่ มากขึน้
o การวางแผนการปฏบิ ตั ิงานให้เป็นระบบมากขนึ้
➢ ประโยชน์ต่อหนว่ ยบริการ
o ผู้รับบรกิ ารเข้าถึงบริการและได้รับการบรกิ าร ยารักษาโรคมีคณุ ภาพ ปลอดภยั
o เกิดเครือขา่ ยสขุ ภาพ ทัง้ ระดับองค์กรและชุมชนและมีการบรู ณาการขับเคล่อื นชุมชน

การใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลทงั้ ระบบ ตาม รปู แบบ “บวร”
o ลดปญั หาการใชย้ าไม่สมเหตุสมผลในชมุ ชน
3.4 ปจั จัยแห่งความสำเร็จ

• ชุมชนใหค้ วามสำคัญและมีส่วนรว่ ม พรอ้ มให้การสนับสนนุ การดำเนินงานเฝ้าระวงั ยาและ
ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ ตามบรบิ ทของพ้ืนทีโ่ ดยชมุ ชน เพ่ือชุมชนเอง

• มกี ารวางแผนในการปฏบิ ตั งิ านการทำงานร่วมกนั เปน็ ทีมที่ดี

• มกี ารกำหนดนโยบายและแนวทางในการขับเคล่ือนงานรว่ มกนั ระหว่างแมข่ า่ ย รพ.สต.และชุมชน
และมรี ะบบในการตดิ ตามอย่างตอ่ เนื่อง

3.5 ส่ิงที่ไดเ้ รยี นรู้จากการดำเนินงาน
ต่อทมี งาน/กลุ่มเป้าหมาย

• เกิดการเรียนรกู้ ระบวนการทำงานเป็นทมี

• เข้าใจในบรบิ ท และปัญหาของประชาชนในชุมชนมากขึ้น

• ชมุ ชนตอ้ งตระหนักและใหค้ วามสำคญั และใหค้ วามร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกัน
3.6 บทสรปุ /ข้อเสนอแนะ/เพ่ือการพฒั นา/ต่อยอด

ปี 2564 อำเภอเวียงสระ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการจัดการเชิงระบบ เน้นพัฒนาเครือข่าย
ชุมชน ให้ชุมชนร่วมแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชนเอง สู่ อำเภอเวียงสระใช้ยาอย่างสม
เหตุผล โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนในชุมชนปลอดภัยจากการบริโภคยา และ ผลิตภัณฑ์
สุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง
แม่ข่าย รพร.เวียงสระ พชอ. รพ.สต. และภาคีเครือข่ายในชุมชน เฝ้าระวังเพื่อให้คนในชุมชน รู้จักใช้ยา
อย่างสมเหตุผล เข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและรู้วิธีบริโภค ให้รู้จักปกป้องชุมชนด้วยพลังของคนใน
ชุมชนเอง อันจะส่งผลใหช้ ุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถดแู ลประชาชนในชุมชนให้มสี ุขภาพดี เลือกบริโภค
ไดอ้ ย่างเหมาะสม ลดปัญหาการใช้ยาไมส่ มเหตุสมผลในชมุ ชน

การพัฒนา/ต่อยอด
- ขยายศูนย์แจ้งเตือนภยั สุขภาพผ่านเกณฑค์ ุณภาพ ครอบคลมุ ทุก รพ.สต
- มกี ารอบรม อสม.นกั วทิ ย์ ครอบคลมุ ทกุ รพ.สต
- ชมุ ชนมีแผนงาน/โครงการแก้ไขปญั หาด้านการใชย้ า และผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ โดยชุมชน เพ่ือ
ชุมชนอย่างต่อเน่ือง

131

ผลการดำเนนิ งานใชย้ าสมเหตุผล อำเภอเมอื ง

1. การบริหารองค์กรเพอื่ ขบั เคลอื่ น RDU district
1.1 การนำองค์กร
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้ยาสมเหตุผล (RDU) มาอย่างต่อเนื่อง การ
ดำเนินงานในโรงพยาลมคี ณะกรรมการพัฒนาระบบบริการให้มีการใชย้ าสมเหตุผล (Rational Drug Use:
RDU) ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของโรงพยาบาลให้สอดคล้องกับนโยบายของ
จังหวัด/เขตสุขภาพ/ระดับประเทศ พัฒนามาตรการและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีการใช้ยาอย่างสม
เหตุผล ได้แก่ ทบทวนบัญชียาของโรงพยาบาลให้มีรายการยาที่ควรมีและไม่ควรมีในบัญชียาของ
โรงพยาบาล ส่งเสริมการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ พัฒนาฉลากยาและฉลากยาเสริมให้มีชื่อยา
ภาษาไทย ขนาด/วิธีใช้ ข้อควรระวัง และข้อบ่งใช้ ส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบในกลุ่มโรค
ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บาดแผลสดจากอุบัตเิ หตุและในสตรีคลอดปกติ
ครบกำหนดทางช่องคลอด ส่งเสริมการใชย้ าอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยกลุม่ โรคไม่ตดิ ตอ่ เร้ือรัง ได้แก่ ภาวะ
ความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบเกาต์ โรคไตเรื้อรัง
โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พัฒนาการดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภยั ของผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่มี
ความเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยโรคตับ และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
เพอ่ื ลดภาวะแทรกซ้อนจากยา สรา้ งความตระหนักรู้ของบุคลากรทางการแพทยแ์ ละผูร้ ับบริการต่อการใช้
ยาอยา่ งสมเหตผุ ล
1.2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
โรงพยาบาลสุราษฎรธ์ านีได้มีการจัดทำแนวปฏิบัตใิ นการใช้ยารักษาโรคติดเชื้อ 4 กลุ่มโรค ได้แก่
การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อที่ระบบการหายใจช่วงบนและหลอดลมอั กเสบเฉียบพลันในผู้ป่วยนอก
การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอจุ จาระรว่ งเฉียบพลนั การใชย้ าปฏิชวี นะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ และการใช้
ยาปฏิชีวนะในหญิงคลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอด ซึ่งได้มีการเผยแพร่ทั้งในโรงพยาบาลและ
ภายนอกโรงพยาบาลไปยังโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
เพื่อเปน็ แนวทางในการเลือกใช้ยาให้เหมาะสม

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมทั้ง 5 ด้าน
2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานไี ด้มีการดำเนินงานเกี่ยวกับตัวช้ีวัดการใช้ยาสมเหตุผล (RDU) มาอย่าง
ต่อเนื่องและรายงานผลในทีป่ ระชุมคณะกรรมการพฒั นาระบบบริการให้มกี ารใช้ยาสมเหตุผล (Rational
Drug Use: RDU) ของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์และผู้เกี่ยวข้องในหลายแผนก สำหรับตัวชี้วัดที่ไม่ผ่าน
เกณฑ์ได้มีการสะท้อนกลับเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เช่น ตัวชี้วัดผู้ป่วยความดันสูงทั่วไป ที่ใช้
RAS blockade (ACEI/ ARB/ Renin inhibitor) 2 ชนิดร่วมกันในการรักษาภาวะความดันเลือดสูง ทาง
คณะกรรมการได้มีมติให้ทำหนังสือปิดผนึกแจ้งแพทย์ผู้สั่งยาเพื่อขอความร่วมมือไม่ให้สั่งยาร่วมกัน
ตัวชี้วัดการใช้ยาปฏิชีวนะในหญิงคลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอดได้มีการจัดทำ Standing order
for vaginal delivery เพื่อให้แพทย์ระบุเหตุผลในการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะก่อนสั่งใช้ยา และตัวชี้วัดผู้ป่วย
โรคหืดเรื้อรังที่ได้รับยา inhaled corticosteroid พบปัญหาจากการดึงข้อมูล เช่น ผู้ป่วยมีประวัติรับยา
ใน visit ก่อนหน้า ผู้ป่วยมีประวตั ิรับยาจากโรงพยาบาลอื่นมารักษาท่ีโรงพยาบาลที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน

132
แพทย์ให้กลับไปรับยาต่อที่เดิม ผู้ป่วยมาตรวจด้วยโรคอื่นแตม่ ีการลงประวัติโรคประจำตัวโรคหืดไว้ เป็น
ตน้ จากปญั หาขา้ งตน้ ได้มีการทบทวนการสั่งใช้ยาก่อนรายงานตัวชีว้ ัดและได้นำปญั หาไปแจ้งในที่ประชุม
ทราบ สำหรบั ผลการดำเนินงานตามตัวชีว้ ัดของโรงพยาบาล เปน็ ดงั นี้

ตวั ชวี้ ัดที่ ตัวชวี้ ดั 2561 2562 2563 2564

1 รอ้ ยละการส่ังยาในบัญชยี าหลกั แหง่ ชาติ 88.71 88.46 88.83 87.80

2 ประสิทธผิ ลการดำเนินงานของ PTC ในการ ระดับ ระดับ ระดับ ระดับ

ชนี้ ำและสง่ เสริม RDU 3333

3 การดำเนนิ งานในการจดั ทำฉลากยามาตรฐาน ระดับ ระดับ ระดับ ระดับ

ฉลากยาเสรมิ 5555

4 รายการยาที่ควรพิจารณาตัดออก 8 รายการ ไม่มี ไม่มี ไมม่ ี ไม่มี

ซึ่งยังคงมอี ยู่ในบัญชีของรพ.

5 การดำเนินการสง่ เสรมิ จริยธรรมฯ ระดบั ระดับ ระดับ ระดบั

3333

6 รอ้ ยละการใช้ยาปฏชิ วี นะในโรคตดิ เชือ้ ท่ี 37.15 30.57 24.32 22.47

ระบบการหายใจช่วงบนและหลอดลมอักเสบ

เฉียบพลนั ในผ้ปู ว่ ยนอก

7 ร้อยละการใชย้ าปฏชิ วี นะในโรคอุจจาระรว่ ง 18.84 15.70 13.49 13.20

เฉยี บพลนั

8 ร้อยละการใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจาก 19.60 21.44 18.45 19.11

อบุ ตั ิเหตุ

9 ร้อยละการใช้ยาปฏชิ ีวนะในหญิงคลอดปกติ 22 28 23 16

ครบกำหนดทางชอ่ งคลอด

10 รอ้ ยละของผู้ป่วยความดันสูงทวั่ ไป ทีใ่ ช้ RAS 0.40 0.51 0.31 0.13

blockade (ACEI/ ARB/ Renin inhibitor)

2 ชนิดร่วมกันในการรักษาภาวะความดัน

เลอื ดสูง

11 รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยท่ีใช้ glibenclamide ใน 0 0 0 0

ผู้ป่วยทีม่ ีอายมุ ากกว่า 65 ปีหรอื มี eGFR

นอ้ ยกว่า 60 มล./นาท/ี 1.73 ตารางเมตร

12 รอ้ ยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยา 62.76 62.21 69.23 82.18

metformin เป็นยาชนิดเดียวหรอื ร่วมกบั ยา

อน่ื เพ่ือควบคุมระดับน้ำตาล โดยไมม่ ีขอ้ ห้าม

ใช้ (eGFR <30 มล./นาท/ี 1.73 ตารางเมตร)

13 ร้อยละของผูป้ ว่ ยทมี่ ีการใช้ยากลมุ่ NSAIDs 0.22 0.19 0.27 0.22

ซำ้ ซ้อน

133

ตัวช้วี ัดท่ี ตวั ช้วี ัด 2561 2562 2563 2564

14 รอ้ ยละผปู้ ว่ ยโรคไตเร้ือรังระดับ 3 ข้นึ ไปท่ี 0.35 0.22 0.27 0.38
ไดร้ ับ NSAIDs

15 รอ้ ยละผู้ปว่ ยโรคหืดเรื้อรังทีไ่ ด้รับยา inhaled 74.02 72.75 68.55 79.89
corticosteroid

16 รอ้ ยละผ้ปู ่วยนอกสูงอายุ (มากกวา่ 65 ปี) ที่ 1.08 1.09 1.32 1.45
ใช้ยากลุ่ม long-acting benzodiazepine
ไดแ้ ก่ chlordiazepoxide, diazepam,
dipotassium chlorazepate

17 จำนวนสตรีตง้ั ครรภท์ ่ีไดร้ ับยาทหี่ า้ มใช้ ไดแ้ ก่ 0 0 0 0
ยา warfarin*, statins, ergots เม่อื รวู้ า่
ต้ังครรภ์แล้ว (*ยกเว้นกรณีใส่ mechanical
heart value)

18 ร้อยละของผปู้ ว่ ยเด็กทไี่ ดร้ ับการวนิ จิ ฉัยเปน็ 7.86 10.19 13.86 10.58
โรคตดิ เชอ้ื ทางเดินหายใจ (ครอบคลุมโรคตาม
รหสั ICD-10ตาม RUA-URI) และไดร้ ับยาตา้ น
ฮสิ ตามีนชนิด non-sedating

19 ร้อยละของรพ.สต/หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ ทีม่ ี 100 100 100 100
อัตราการใช้ ATB ในโรค RI ≤ รอ้ ยละ 20

20 รอ้ ยละของรพ.สต/หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ ท่มี ี 88.24 100 100 100
อัตราการใช้ ATB ในโรค AD ≤ รอ้ ยละ 20

3. ผลงานเด่นที่เป็นแบบอยา่ ง ดา้ นการดำเนินงานในโรงพยาบาล

การจดั ทำ Standing order for vaginal delivery
3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การคน้ หาปัญหา

จากปัญหาตัวชี้วัดที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการให้มีการใช้ยาสมเหตุผล
(Rational Drug Use: RDU) ของโรงพยาบาลได้มีการจัดทำ Standing order for vaginal delivery
เพ่อื เป็นแนวทางให้แพทย์ระบเุ หตผุ ลการใช้ยาปฏชิ วี นะกอ่ นสั่งใช้ยา

3.2 แนวทางการดำเนินงานและผลลพั ธท์ ่ีเกิดข้ึน
การจัดทำ Standing order for vaginal delivery ได้อ้างอิงจากแนวปฏิบัติในการใช้ยาของ

โรงพยาบาลเป็นการร่วมมือของอายุรแพทย์โรคติดเชื้อ สูตินรีแพทย์ เภสัชกรในการจัดทำและได้
ประสานงานกบั หอผูป้ ่วยเพ่ือใหม้ ีการใช้ Standing order เร่มิ ดำเนินงานตัง้ แต่เดือนเมษายน 2563พบว่า
ผลของตวั ชีว้ ัดมีแนวโนม้ ดขี ้ึน

134

ตัวชีว้ ัดที่ ตวั ช้ีวดั 2563 2564 2565

(ตค64-กค65)

9 ร้อยละการใชย้ าปฏชิ วี นะในหญิงคลอด 23 16 14.37

ปกตคิ รบกำหนดทางชอ่ งคลอด

3.3 ประโยชนท์ ี่ได้รับ
1. การใช้ยาปฏชิ ีวนะมคี วามเหมาะสมมากขน้ึ
2. ลดมูลคา่ ใชจ้ ่ายดา้ นยา

3.4 ปัจจยั แห่งความสำเร็จ
1. การเห็นความสำคัญของปัญหาจากการสะทอ้ นข้อมลู ในทปี่ ระชุม
2. ความร่วมมอื ของสหวชิ าชพี ทง้ั แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล

3.5 สง่ิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรู้จากการดำเนนิ งาน
การมองเห็นปัญหาและสะท้อนข้อมูลไปยังผู้เกย่ี วข้องเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งการ

มีส่วนร่วมของสหวิชาชีพเปน็ สิ่งสำคญั ทท่ี ำให้สามารถดำเนินงานให้สำเรจ็ ได้
3.6 บทสรปุ

การดำเนนิ งานตามตวั ช้ีวัดเป็นเคร่ืองมือทช่ี ่วยใหม้ ีการติดตามความเหมาะสมในการใช้ยาแต่ส่ิงสำคัญ
ในการส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผล คือ การมองเห็นปัญหา สะท้อนกลับ หาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกนั
และทำให้มีการดำเนนิ งานไดอ้ ยา่ งต่อเนื่อง

135

136

4. การจัดตง้ั ศูนย์แจง้ เตอื นภยั เฝ้าระวงั และรับเรื่องร้องเรียนปญั หาผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพในชุมชน

ผลการดำเนนิ งานศนู ย์แจ้งเตือนภัยสขุ ภาพในชุมชน
รพ.สต. บ้านปากนำ้ ท่าทอง อำเภอ กาญจนดษิ ฐ์

1. การบรหิ ารองค์กรเพื่อขบั เคลอื่ นศนู ย์แจ้งเตือนภัยสขุ ภาพในชุมชน
1.1. การนำองคก์ ร
มรี ะบบการบริหารจดั การเพอ่ื ให้มีการดำเนนิ งานสง่ เสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน

• ประชุมขับเคล่อื นงาน RDU ระดับ รพ.สต.

• ประชุมวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยและผลกระทบทาง
สุขภาพในพืน้ ท่ี รพ.สต.บา้ นปากน้ำท่าทอง

• กำหนดมาตรการแกไ้ ขปัญหาดา้ นยาและผลิตภัณฑส์ ุขภาพเชิงระบบของพน้ื ท่ีต้นแบบดา้ นการใช้
ยาสมเหตผุ ล

โดยอาศัยกลไกการขับเคลือ่ นโดยคณะอนุกรรมการพฒั นาคุณภาพชีวิตระดบั ตำบล (พชต.), คณะกรรมการ
คบส. ระดบั อำเภอ และระดบั ตำบล

1.2 การวางแผนเชงิ ยทุ ธศาสตร์
วิสัยทัศน์ เปน็ รพ.สต.บ้านปากนำ้ ทา่ ทองท่มี กี ารดำเนินงานอยา่ งเปน็ ระบบ โดยใช้กลไกการมี

สว่ นร่วม เพอ่ื ใหก้ ารใช้ยาสมเหตผุ ล ภายในปี พ.ศ. 2567
นโยบาย พฒั นาหน่วยงานในสังกัดและแสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครอื ข่าย เพื่อ

ดำเนินงานให้ เกดิ การใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล อยา่ งต่อเนื่อง และยัง่ ยืน ตามแนวทางท่ี
กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ยทุ ธศาสตร์ พฒั นาศกั ยภาพรพ.สต.บ้านปากนำ้ ท่าทอง
พฒั นาดา้ นข้อมูลและองคค์ วามรู้
พัฒนาศกั ยภาพบุคลากร
พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
พัฒนาด้านการมีส่วนรว่ ม
ประเดน็ การพฒั นา
1. การเฝา้ ระวังการใชย้ าสมเหตผุ ลในสถานบรกิ าร
2. สง่ เสริมการมีส่วนรว่ มและสร้างทีมงานในทุกระดบั
3. การเฝ้าระวังการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลในชุมชน
4. ส่งเสริมการเฝ้าระวงั และการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในภาคเอกชน
5. สรา้ งความรอบรเู้ กย่ี วกับการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลอย่างหลากหลาย
แผนการดำเนินงานการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล
1. แผนการพฒั นาศกั ยภาพบุคลากรและผ้ทู ่ีเกีย่ วข้อง
2. แผนการเฝ้าระวังการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในสถานบรกิ าร
3. แผนการเฝ้าระวงั และรณรงคก์ ารใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ลในชุมชน

137
4. แผนการสร้างความรอบรูเ้ รอื่ งการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลในกล่มุ ตา่ ง ๆ
5. แผนการประกวดนวตั กรรมและผลงานเด่นด้านการใชย้ าอย่างสมเหตุผล
1.3 ระบบขอ้ มลู สารสนเทศ
แนวทางการดำเนินงาน
ระบบสารสนเทศสขุ ภาพที่ดี สามรถตอบสนองการทำงาน และความตอ้ งการของผใู้ ชไ้ ดท้ กุ ระดบั
ผลการดำเนินงาน
การลงทะเบียนในฐานข้อมูลศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน เพื่อให้สามารถส่งข้อมูล ตัวอย่างท่ี
สงสยั หรือมีการตรวจสอบเบอ้ื งต้น เพอ่ื การตรวจสอบยนื ยันผลโดยศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวม
2.1. ปจั จยั พ้ืนฐานในการบริหารงานหรอื โครงการ
มีการสร้างเครือข่ายการทำงานรว่ มกนั ในส่วนของศนู ยแ์ จ้งเตอื นภยั สุขภาพในชุมชน กับภาคสว่ นตา่ งๆ
ได้แก่ สาธารณสุข (รพช. สสอ รพ.สต. อสม.) ฝ่ายปกครอง (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) องคก์ ารบริหารส่วนตำบล และ
ภาคประชาชน ผปู้ ระกอบการ โรงเรียน ชมรมต่างๆ ไดแ้ ก่ ชมรม อสม. ชมรมผู้สูงอายปุ ระกอบด้วย อสม ด้าน
งานคุ้มครองผบู้ ริโภค จำนวน 13 คน และอย.นอ้ ย 26 คน
2.2. ผลงานทแ่ี สดงถึงความสำเร็จของการดำเนินงาน
แนวทางการดำเนินงาน

• เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในชุมชน มีแนวทางการปฏิบัติเยี่ยมบ้าน, แนวทางการปฏิบัติใน
การสำรวจเฝ้าระวงั ผลติ ภัณฑแ์ ละบริการสขุ ภาพในแหล่งกระจายยาลงสมุ่ ตรวจเชงิ รุก

• แนะนำ ติดป้ายรณรงค์ เกย่ี วกับความปลอดภัยดา้ นยาและผลิตภัณฑใ์ นชุมชน

• มีขอ้ มลู สถานการณป์ ัญหาด้านยา และผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพของชมุ ชน

• มรี ะบบการเช่อื มต่อการเฝ้าระวงั ความปลอดภัยในชุมชน และรายงานเพอื่ ให้เกดิ การเฝา้ ระวังและ
แก้ปัญหา โดมยมีระบบการสอบสวนเพิ่มเติม และส่งต่อข้อมูลไปสู่ชุมชนหรือหน่วยงาน ที่
เก่ยี วข้องตามลำดับเพอื่ แก้ปญั หาต่อไป

ผลการดำเนนิ งาน
1) เฝา้ ระวังความปลอดภยั ด้านยาในชมุ ชน มแี นวทางการปฏบิ ตั ิเยี่ยมบ้าน, แนวทางการปฏิบัติในการสำรวจ
เฝ้าระวงั ผลิตภณั ฑ์และบริการสุขภาพในแหล่งกระจายยาลงสุ่มตรวจเชงิ รุก
2) แนะนำ ตดิ ป้ายรณรงค์ เกยี่ วกับความปลอดภัยด้านยาและผลิตภณั ฑใ์ นชุมชน
3) มขี ้อมลู สถานการณ์ปัญหาดา้ นยา และผลติ ภัณฑส์ ุขภาพของชุมชน
4) มรี ะบบการเช่ือมต่อการเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยในชมุ ชน และรายงานเพ่ือใหเ้ กิดการเฝ้าระวงั และ
แกป้ ัญหา โดมมรี ะบบการสอบสวนเพม่ิ เตมิ และสง่ ต่อข้อมูลไปสู่ชุมชนหรือหนว่ ยงานท่ีเกีย่ วขอ้ ง
ตามลำดบั เพื่อแกป้ ญั หาต่อไป

2.3. ความยั่งยนื ของการดำเนนิ งาน
ผลการดำเนนิ งาน

มาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคในหม่บู ้าน หมทู่ ่ี 1,2,7 และ หมู่ที่ 9 เขตพนื้ ทโ่ี รงพยาบาลสง่ เสรมิ
สุขภาพตำบลบ้านปากนำ้ ทา่ ทอง
3. ผลงานเดน่ ที่เปน็ แบบอย่าง (ดา้ นการดำเนนิ งานในชุมชน ไดจ้ ากการลงสำรวจชมุ ชน)

3.1. การวางแผนการดำเนินงาน การค้นหาปญั หา

138
กระบวนการได้มาของข้อมลู ได้จากหลายแหลง่ และหลายช่องทาง ดังน้ี
(1) ข้อมูลจากการสำรวจ และเฝ้าระวังด้านยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมในระดับชุมชน

หรือเป็นทีมผสมระดับชมุ ชนนำโดยแกนนำชุมชนร่วมกับเครือข่ายระดับอำเภอ ในการลงสำรวจ
ข้อมลู ยาและผลิตภณั ฑ์สุขภาพในชุมชน
(2) ข้อมูลจากฐานข้อมูลของสถานบริการสุขภาพที่มีการบันทึกการตรวจรักษาของผู้รับบริการใน
ฐานขอ้ มลู
(3) จากการเรียนรู้ชุมชน ค้นหาความสัมพันธ์ของปัญหากับชุมชนการเริ่มต้นทำงานเริ่มจากการ
เรยี นรชู้ มุ ชน พบปะทำความร้จู กั แกนนำชุมชนกลุ่มต่าง
วิเคราะห์ปัญหาด้านการใช้ยาสมเหตุผล พบว่า ปัญหาสาธารณสุข ด้านการขายยาหรือผลิตภัณฑ์
สขุ ภาพทน่ี ำมาจำหน่ายเกินขอบเขตของรายการยาสามัญประจำบ้าน หรือผลิตภณั ฑ์สุขภาพที่เสี่ยงต่อสุขภาพ
รวมถึงการจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน หมดอายุ โดยชาวบ้านไม่ทราบว่ายาเหล่านี้มีสารสเตียรอยด์ใน
ปริมาณทเี่ ปน็ อันตรายตอ่ ชีวติ และกอ่ ใหเ้ กิดผลขา้ งเคียงจากการใชย้ า
3.2. แนวทางการดำเนนิ งานและผลลัพธท์ ีเ่ กดิ ขน้ึ
(1) ปัญหาสาธารณสุข ด้านการขายยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่นำมาจำหน่ายเกินขอบเขต ของรายการยา
สามัญประจำบ้าน หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เสี่ยงต่อสุขภาพ รวมถึงการจำหน่ายยาหมดอายุประเภทยา
สามญั ประจำบา้ น
(2) แตง่ ตั้งคณะกรรมการผรู้ ับผดิ ชอบหลกั ในแตร่ ะดับ คณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคดา้ นสขุ ภาพ
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบล
(3) การสร้างความตระหนักในปัญหา กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการตามแผนและ
กจิ กรรมที่ไดว้ างไว้

แนวทางการดำเนนิ งาน

• การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในชุมชน แนวทางการปฏิบัติในการสำรวจเฝ้าระวัง
ผลติ ภณั ฑแ์ ละบริการสขุ ภาพในแหล่งกระจายยาลงสุ่มตรวจเชิงรกุ

• แนะนำ ตดิ ป้ายรณรงค์ เกีย่ วกบั ความปลอดภยั ดา้ นยาและผลติ ภัณฑ์ในชมุ ชน

• มีข้อมลู สถานการณป์ ญั หาดา้ นยา และผลติ ภัณฑ์สุขภาพของชุมชน

• มีระบบการเชื่อมต่อการเฝา้ ระวังความปลอดภยั ในชมุ ชน และรายงานเพ่ือให้เกิดการเฝ้า
ระวังและแก้ปัญหา โดมมีระบบการสอบสวนเพิ่มเติม และส่งต่อข้อมูลไปสู่ชุมชนหรือ
หน่วยงานทเี่ กี่ยวข้องตามลำดับเพอ่ื แกป้ ญั หาต่อไป

การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยดา้ นยาในชมุ ชน

139
แนะนำ ตดิ ป้ายรณรงค์ เกี่ยวกบั ความปลอดภัยด้านยาและผลิตภณั ฑใ์ นชุมชน
การลงทะเบียนในฐานขอ้ มูลศูนย์แจ้งเตอื นภยั สขุ ภาพในชุมชน
ระบบการเช่อื มตอ่ การเฝ้าระวังความปลอดภัยในชุมชน และรายงานเพ่อื ใหเ้ กดิ การเฝา้ ระวัง

ติดตามผลการดำเนนิ งานเป็นระยะและร่วมกนั แกป้ ญั หาอย่างมีสว่ นรว่ มในทกุ ภาคส่วน

140

3.3. ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ (impact) ต่อหน่วยบรกิ าร/ชมุ ชน
(1) ประชาชนในพื้นที่ หมู่ท่ี 1,2,7, และ 9 ปลอดภยั จากการใช้ยาและยาทเ่ี สื่อมคณุ ภาพ
(2) ประชาชนในพื้นท่ี หมู่ที่ 1,2,7, และ 9 มสี ุขภาพดี ปราศจากการได้รบั สารสเตยี รอยด์
(3) ประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 1,2,7, และ 9 มีมาตรการจัดการปัญหาด้านยา อาหาร เครื่องสำอาง
และอาหารเสริมทโี่ ฆษณาเกินจรงิ

3.4. ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จ
(1) เกดิ จากการมีส่วนรว่ มกนั ภายในชุมชน
(2) ตดิ ตามผลการดำเนินงานเป็นระยะและร่วมกันแกป้ ัญหาอย่างมสี ว่ นรว่ มในทุกภาคส่วน

3.5. สงิ่ ที่ได้เรยี นรู้จากการดำเนนิ งาน
(1) ไดเ้ รยี นรกู้ ารเฝา้ ระวงั การใชย้ าสมเหตผุ ลในสถานบรกิ าร
(2) ไดม้ เี รยี นรู้การมสี ว่ นรว่ มและสร้างทีมงานในทกุ ระดับ
(3) ได้มีการเฝา้ ระวงั การใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลในชมุ ชน
(4) ได้มกี ารเฝา้ ระวงั และการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในภาคเอกชน
(5) ไดเ้ รียนรกู้ ารสรา้ งความรอบรู้เกีย่ วกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผลอย่างหลากหลาย

3.6. บทสรปุ /ข้อเสนอแนะ เพ่ือการพฒั นา/ต่อยอด
จากการจัดทำมาตรการจัดการปญั หาดา้ นยา อาหาร เครอ่ื งสำอาง และอาหารเสริมท่ีโฆษณาเกิน

จริง พบว่า ร้านค้า ร้านชำ ในชุมชนบ้านปากน้ำท่าทอง ไม่มีการจำหน่ายยาปฏิชีวนะ ยาอันตราย ยาชุด
ยาควบคุมพิเศษ มีการจำหน่ายได้เฉพาะยาสามัญประจำบ้านเท่านั้น ผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายใน
ร้านค้า ร้านชำ ต้องให้มาตรฐาน เช่น มีฉลากถูกต้อง สภาพดี ต้องมีวันผลิต หรือวันหมดอายุ และไม่
จำหน่ายอาหารเสริมทอี่ วดอา้ งสรรพคณุ เกินจริง

4. ผลการประเมินตนเองตามเกณฑ์ศนู ยแ์ จง้ เตือนภยั สุขภาพในชุมชน
✓ คะแนนรวมทุกหมวด 73 คะแนน คอื ศนู ย์แจง้ เตือนภยั สขุ ภาพในชุมชนฯ พฒั นา
➢ หมวด 1 ปจั จยั พ้ืนฐานในการบรหิ ารงานหรือโครงการ (4M) (60) คอื 40 คะแนน
1.1. ดา้ นคน (30)
1.1.1.ผรู้ ับผดิ ชอบ (5) คือ 5 คะแนน
1.1.2.อสม.อบรม (10) คือ 10 คะแนน
1.1.3.อสม.ประเมนิ (10) คือ 0 คะแนน
1.1.4.เครือข่าย (5) คือ 5 คะแนน
1.2. ด้านวัตถุดิบ (15)

141

1.2.1. พ้นื ทีท่ ำงาน (5) คือ 3 คะแนน
1.2.2. ชดุ ทดสอบ (5) คือ 3 คะแนน
1.2.3. ฐานข้อมลู (5) คอื 5 คะแนน
1.3. ด้านการจดั การ (10)
1.3.1. ข้อมลู พ้นื ฐาน (5) คือ 3 คะแนน
1.3.2. แผนฯ (5) คือ 3 คะแนน
1.3.3. ด้านการเงนิ (5)
1.3.4. งบประมาณ (5)
➢ หมวด 2 ผลงาน (20) คอื 20 คะแนน
2.1 การตรวจสอบ (10) คือ 10 คะแนน
2.2 สง่ ขอ้ มูล (10) คือ 10 คะแนน
➢ หมวด 3 ความย่ังยนื (20)
3.1 การสือ่ สาร (10) คือ 8 คะแนน
3.2 กลไกชุมชน (10) คือ 5 คะแนน

• รา้ นชำ
ร้านชำทที่ ำ MOU มดี งั น้ี

ชอื่ รา้ น น้องเดือน
ชือ่ เจ้าของรา้ น นางสาวธิดาเดือน ทองแกว้ กลุ
ท่ีตัง้ 917 หมู่ท่ี 2 ตำบลทา่ ทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
ผลการประเมิน ✓ ผ่านเกณฑร์ พ.สต.ตดิ ดาว

ผลการประเมินตนเองตามเกณฑ์ศนู ย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน

ร้านชำท่ีทำ MOU นำเขา้ ขอ้ มูลระบบแจง้ เตอื นภยั ฯ

142
มาตรการการคุม้ ครองผู้บริโภคในหมู่บา้ น

143

ผลการดำเนนิ งานศนู ยแ์ จง้ เตือนภยั สขุ ภาพในชมุ ชน
รพ.สต. ตลงิ่ งาม อำเภอเกาะสมยุ

1. ข้อมลู ทั่วไป
1.1 แผนท่ี

1.2 อาณาเขต

ทิศเหนอื ติดต่อกับ ตำบลลปิ ะน้อย

ทศิ ใต้ ติดต่อกับ ทะเลอ่าวไทย

ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กับ ตำบลหน้าเมอื ง

ทิศตะวนั ตก ตดิ ต่อกับ ทะเลอ่าวไทย

1.3 ภูมิประเทศ

สภาพพน้ื ทเี่ ป็นพน้ื ทร่ี าบชายฝั่งและที่ราบสูง มีภูเขาเปน็ อาณาเขตติดตอ่ กับตำบลใกลเ้ คยี ง

1.4 ภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศอยใู่ นเขตอิทธิพลของมรสุม มฝี นตกชุก อากาศอบอนุ่ ชุ่มชนื่ ตลอดปี

1.5 สถานศกึ ษา

โรงเรยี นประถมศกึ ษา 4 แห่ง

ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ 3 แห่ง

อาชวี ะ 1 แห่ง

1.6 สถานประกอบการ

คลนิ ิก 1 แหง่

รา้ นขายยา 4 แหง่

รสี อร์ท โรงแรม 10 แหง่ ประกอบการ

ร้านขายของชำ 14 แห่ง

แผงลอย 12 แห่ง

ตลาดสด 1 แห่ง

1.6 สถานประกอบการ (ตอ่ )

ร้านอาหาร 35 แหง่

ร้านมนิ ิมารท์ 7 แหง่

รา้ นจำหน่ายเครือ่ งสำอาง 2 แหง่


Click to View FlipBook Version