The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดการความรู้ RDU (รวมไฟล์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sraporn Nan, 2022-09-18 01:48:29

คู่มือจัดการความรู้ surathani RDU province

จัดการความรู้ RDU (รวมไฟล์)

Keywords: RDU suratthani

44

ผลการดำเนนิ งานใชย้ าสมเหตุผล อำเภอเคียนซา

1. การบรหิ ารองค์กรเพ่ือขับเคล่ือนRDU district
1.1 การนำองคก์ ร
ด้วยทางเครอื ขา่ ยบริการสุขภาพอำเภอเคยี นซา ไดม้ กี ารดำเนนิ งานด้านพัฒนาระบบบริการให้มี
การใช้ยาอย่างสมเหตุผล มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ของเขตอำเภอเคียนซา เพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้ยายาสมเหตุผลในเครือข่าย ส่งเสริม
สนับสนุน ร่วมมือและประสานงาน การดำเนินงานรวมทั้งมีการสื่อสารให้บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องมี
ความตระหนักในการเห็นความสำคญั ในการขับเคล่ือนการดำเนนิ งานRDU district
1.2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
มีการประชุมผู้เกี่ยวข้อง ทีมที่มีการดำเนินงาน ทีมเยี่ยมบ้าน รพ./CUP ทีม PCT และวางแผนการ
ดำเนินงานแต่ละบุคคล ประสานงาน เอาข้อมลู การดำเนนิ ของแตล่ ะทีมมาประเมนิ ทุก 3 เดือน

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมทงั้ 5 ด้าน
2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล
ผู้รับผิดชอบของรพ. มีการกำหนดเกณฑ์การใช้ยาปฏิชีวนะ ใน 4 กลุ่มโรค (RI, AD, FTW, APL)
ติดตามการใช้ยาทุกกลางเดือน แลว้ แจง้ ทมี แพทย์ ถึงผลการดำเนินงานเป็นชว่ ง ๆ เพอ่ื ให้ตระหนักการใช้
ยาอย่างสมเหตุผลได้อย่างตอ่ เนื่องและเปน็ รูปธรรมมากข้ึน
2.2 การดำเนินงานในชมุ ชน
ผู้รับผิดชอบของรพ. มีการกำหนดเกณฑ์การใช้ยาปฏิชีวนะ ใน รพ.สต. ใน 2 กลุ่มโรค URI และ
diarrhea มกี ารตดิ ตามการใช้ยาทกุ เดือน และปรบั การดำเนินงานเปน็ ระยะเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกับเกณฑท์ กุ เดอื น
2.3 การมีส่วนรว่ มของชมุ ชนและภาคเี ครอื ขา่ ย
มีอสม. ร่วมกับทางรพ.ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียง โรคไต Stroke ค้นหา
ปัญหาของผู้ป่วย ปัญหาการใช้ยา มีการให้ความรู้ ผู้ป่วยญาติและพัฒนาความรู้ อสม ด้านยา มีการ
ประสานรพ.สต.ในการค้นหาผู้ป่วยในการเยี่ยมบ้าน
2.4 การมสี ว่ นรว่ มของภาคเอกชน
ทีมเยี่ยมบ้าน มีการประสานงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ว่าผู้ป่วยแต่ละรายขาดอะไรบ้าง
เช่น บางรายขาดเงินในการดำเนินชีวิต บางรายขาดอุปกรณ์เช่นขาดผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สร้างที่พักอาศัยกับ
ผปู้ ่วยท่ีลำบาก
2.5 การสร้างความรอบรใู้ ห้กบั ประชาชน
มีการติดแผ่นให้ความร้เู ร่ืองการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ลทุกที่ของรพ.สต.และ ท่ีรพ.เคียนซา

3. ผลงานเด่นที่เป็นแบบอย่าง ดา้ นการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
3.1 การวางแผนการดำเนินงาน การค้นหาปัญหา
ประชุมคณะทำงาน RDU กำหนดผูร้ ับผดิ ชอบและตอ้ งรายงานผลการดำเนนิ งานทุกเดอื น
3.2 แนวทางการดำเนนิ งานและผลลัพธ์ทเี่ กิดขน้ึ
มีการแจง้ ผลการดำเนนิ งานทุกเดอื นแกอ่ งคก์ รแพทย์ ใหท้ มี ตระหนักถึงเปา้ หมายของการทำงาน
3.3 ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั (impact) ตอ่ หน่วยบริการ/ชมุ ชน

45
ลดการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น /ลดการดื้อยาทราบถึงปัญหาการใช้ยาซ้ำซ้อนของการไปรับ
บริการหลายแห่ง และไดท้ ำความเข้าใจการใชย้ าใหถ้ ูกต้องแก่ญาตแิ ละผปู้ ว่ ย
3.4 ปัจจัยแหง่ ความสำเรจ็
มคี ณะกรรมการRDU และฝา่ ยเภสชั กรรมเข้มแข็ง
3.5 ส่ิงทีไ่ ดเ้ รยี นรจู้ ากการดำเนนิ งาน
การทำงานรว่ มกันเป็นทีมให้ขับเคล่ือนตวั ช้ีวดั ได้ผา่ นเกณฑ์ การประสานงาน
3.6 บทสรปุ /ข้อเสนอแนะ เพ่อื การพฒั นา/ตอ่ ยอด
การขบั เคล่ือนRDU ในโรงพยาบาลตอ้ งมีความรว่ มมือของทมี ต้องมคี วามเข้าใจถงึ ปัญหาและผล
ทไี่ ดจ้ ากการทำRDU จงึ จะทำให้ผลของการทำRDU ผา่ นตามเกณฑ์
4. ภาพกิจกรรม
รูปท่ี 1 เยีย่ มบา้ น การใช้ยาของผปู้ ว่ ยโดยรับจากหลายสถานพยาบาล

รปู ท่ี 2 คำสัง่ แต่งตัง้ คณะกรรมการพฒั นาระบบบริการให้มีการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล

รูปท่ี 3 อบรมให้ความรเู้ ร่อื งยาสามญั ประจำบ้านแก่อสม.

46

47

ผลการดำเนินงานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอชัยบรุ ี

1. การบรหิ ารองคก์ รเพ่ือขับเคล่อื น RDU district
1.1. การนำองค์กร
เครือข่ายสุขภาพอำเภอชัยบุรี มีโรงพยาบาลชัยบุรี เป็นโรงพยาบาล 30 เตียง และมีรพ.สต. 4 แห่ง
ซึ่งการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยานั้น เป็นหน้าท่ี
ของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (PTC) ระดับอำเภอ รับผิดชอบดูแลงานตั้งแต่ภายใน
โรงพยาบาล ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดบั ตำบลทเ่ี ช่ือมต่อกบั ชุมชนอย่างใกลช้ ิดทสี่ ุด PTC มอบ
ให้เภสัชกรเป็น RDU Coordinator ในระดับอำเภอ ทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการส่งเสริมหรือแก้ไขปัญหา
การใชย้ าและผลิตภัณฑส์ ุขภาพไมเ่ หมาะสมเชิงระบบอย่างมีสว่ นร่วมท้ังในหน่วยบริการสุขภาพและชุมชน
ท่วั ทั้งอำเภอ
1.2. การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์
ในปี 2557 กระทรวงสาธารณสุข เริ่มมีโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล(RDU
Hospital) ที่มีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเป็น
บทบาทหน้าที่ที่สำคัญเครือข่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลชัยบุรี จึงได้เริ่มดำเนินการตามแนวทาง
PLEASE ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยบูรณาการกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพตาม
Service Plan ทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบยา และเชื่อมโยงเครือข่าย DHS ของอำเภอชัยบุรี เพื่อให้
ประชาชนได้รับการรักษาด้วยยา อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม คุ้มค่า และปลอดภัย ในภาพของหน่วย
บริการสขุ ภาพที่ผา่ นมาโรงพยาบาลได้ดำเนินงานด้าน ASU ในกลุ่มโรค URI ,AGE,FTW มาตั้งแต่ปี 2557
เมื่อได้เริ่มเข้าสู่ RDU Hospital เพื่อให้การดำเนินงานด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลสำเร็จตามตัวชี้วัด
เครือข่ายอำเภอชัยบุรจี งึ ได้กำหนดมาตรการในการส่งเสรมิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล ทง้ั ในโรงพยาบาลและ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด
ระดบั อำเภอ ผลกั ดนั ใหง้ าน RDU เปน็ นโยบายระดับอำเภอ โดยจดั ตัง้ อนุกรรมการคมุ้ ครองผ้บู ริโภคระดับ
อำเภอผ่านคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดำเนิน
โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน เพ่ือขับเคลื่อนงาน RDU community และกำกับ
ติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับ RDU ในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในภาพรวมของ
เครือขา่ ยบรกิ ารสขุ ภาพอำเภอชยั บรุ ี

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมท้งั 5 ด้าน
- ปี 2559 โรงพยาบาลชัยบุรี ได้เริ่มดำเนินการ RDU Hospital ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข

โดยมกี ารขับเคล่ือนงานด้วยทีมคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดระดับอำเภอ ตามแนวทางกญุ แจ 6
ดอก PLEASE เพื่อให้ผ่านตัวชี้วัดจำนวน 20 ตัวชี้วัด โดยในปี 2559 -2560 เครือข่ายอำเภอชัยบุรี RDU
ข้ัน 1

- ปี 2561 คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดได้ควบคุมกำกับตัวชี้วัดที่ผ่านแล้วอย่างต่อเนื่อง
และได้ติดตามกำกับตัวชี้วัดท่ียังไม่ผ่าน ดำเนินการจัดทำ CQI เรื่องการส่งเสริมการใชย้ าปฏชิ วี นะอย่างสม
เหตุผลในบาดแผลสด จัดทำนวัตกรรม QR Code การใช้ยาสูดพ่นและการล้างจมูกด้วยตนเอง เพื่อให้

48
ผู้ป่วยสามารถศึกษาวิธีการใช้ยาพ่นแลการล้างจมูกได้ด้วยตนเอง ทำให้มีการยอมรับการรักษาด้วยยาและ
การล้างจมูกได้มากขึ้น และในปี 2562 ได้ขยายการดำเนินงาน RDU ลงสู่ชุมชน เพื่อให้การใช้ยาอย่างสม
เหตุผลมีความยั่งยืน จึงจัดทำโครงการ เครือข่ายเข้มแข็ง RDU เข้มข้น ชุมชนต้นแบบ โดยได้คัดเลือก
โรงเรยี นต้นแบบระดับอำเภอ 1 แห่ง ในตำบลไทรทอง ให้ความรู้แกน่ กั เรยี นระดบั ประถมปลาย ได้อบรมให้
ความรู้แก่ อย.น้อยในตำบลต้นแบบเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในโรค URI, FTW ,AGE เพื่อลดการใช้ยา
ปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในชุมชน การตรวจหาสารสเตียรอยด์ในยาและ
เครอื่ งสำอาง ให้ความร้แู ก่ผู้ป่วย NCD เก่ียวกบั การใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล ในปี 2564-2565 ได้มีการติดตาม
ควบคมุ กำกบั การดำเนินงานอย่างต่อเน่ือง ทำให้ โรงพยาบาลชัยบุรีผา่ นเกณฑ์ RDU ขัน้ 3 ต้ังแต่ ปี 2563-
2565

- ปี 2562 เครือขา่ ยโรงพยาบาลชัยบรุ ไี ด้เรมิ่ ดำเนินการเก่ียวกบั RDU community โดยดำเนนิ การ
ตามกจิ กรรมหลักทั้ง 5 ดา้ น
1. การเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ด้านยาเชงิ รุกในโรงพยาบาล

• ดำเนินการใหเ้ ภสชั กรประจำคลินิกโรคเรื้อรัง สอบถามปัญหาการใช้ยาและคน้ หาการใช้ยาใน
ชุมชนที่นอกเหนือจากยาที่ไดร้ บั จากโรงพยาบาล รวมทั้งเก็บข้อมลู อาการไม่พงึ ประสงค์หรือ
ผลของยาที่มีผลกระทบต่อการรักษา ทั้งผู้ป่วยนอกละผู้ป่วยใน นอกจากนี้ได้มีระบบดักจับ
อาการไม่พึงประสงค์หรือโรคที่เกิดจากการใช้ยาไม่สมเหตุผล โดยใช้ Trigger tool เช่น GI
Bleeding และอาการรนุ แรงของโรคไตที่อาจจะเกิดจากการใช้ NSAIDS

• จดั ให้มีระบบขอ้ มลู การเฝา้ ระวังความปลอดภยั ดา้ นยาเชิงรุกในหน่วยบริการ มกี ารเก็บข้อมูล
ผปู้ ่วยท่ีเปน็ ปัญหาจากชุมชน ติดตามผลกระทบรวมถงึ การคน้ หาแหล่งที่มาของยาจากชุมชน
เพ่อื นำมาวางแผนแก้ไขและป้องกัน

• จัดให้มีระบบเช่ือมต่อการเฝ้าระวังความปลอดภัยดา้ นยาในหน่วยบริการและชมุ ชน รายงาน
ผลเพ่อื ใหเ้ กิดการเฝา้ ระวงั และแกป้ ญั หาในจงั หวดั และในระดับประเทศทเี่ ป็นมาตรฐาน

ผลดำเนินการ ปี 2562 พบผู้ป่วยแพ้ยา 2 ราย และเกิด ADR รุนแรง 1 ราย จากการได้รับยา
NSAIDs ซ้ำซ้อน ซึ่งได้รับมาจากคลินิกพยาบาลที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ได้ดำเนินการ
ประสานงานจังหวดั เพื่อดำเนินการตามระบบให้มีการขออนญุ าตและใช้ยาตามกรอบยาท่ีกำหนด
ของสถานพยาบาลรวมถึงได้ชแี้ จงทำความเข้าใจเร่อื งแนวทางการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล ในปี 2563
พบผปู้ ว่ ยเกิด GI Bleeding 1 ราย ทีม่ ีสาเหตุมาจากการไดร้ บั NSAIDs ตดิ ต่อกันเปน็ เวลานาน ใน
ปี 2564 พบผู้ป่วยโรคไตมีอาการรุนแรงจากการซื้อยา NSAIDs รับประทานต่อเนื่อง ได้มีการ
ดำเนนิ ให้ความรูเ้ ร่ืองการใชย้ ากลุม่ NSAIDs และการรับประทานยาท่ีนอกเหนือจากแพทย์สั่ง แก่
ผู้ป่วยในกลุ่ม CKD มีการติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการติดตามการใช้ยาท่ี
ไม่สมเหตุผลในผปู้ ่วยทีล่ งเย่ียมบา้ น
2. การเฝ้าระวังความปลอดภัยดา้ นยาเชิงรุกในชมุ ชน

• จดั ทำแนวทางการเยีย่ มบ้าน โดยมีการส่งตอ่ ขอ้ มูลมาจากเภสชั กรประจำคลินิก NCD และผู้ปว่ ยใน

• สำรวจ เฝา้ ระวังยาในร้านชำ รา้ นยา คลนิ ิกตา่ ง ๆ

• ให้ความรู้แก่ ผู้นำชุมชน อสม. ผู้สูงอายุ นักเรียน และประชาชนทั่วไป เพื่อช่วยในการเฝ้า
ระวงั เกยี่ วกับการใช้ยาท่ไี มเ่ หมาสม การขายยา รถเร่ และยาสเตยี รอยด์

49

• คืนขอ้ มลู สู่ชมุ ชน โดยผ่านผู้นำชุมชนและทีมพชอ.
ผลการดำเนินงาน ทีมเยย่ี มบา้ นนำยาแผนโบราณท่ีผปู้ ่วยรบั ประทาน ส่งตรวจสารสเตยี รอยด์ 1
รายการแต่ไมพ่ บ ผู้ป่วยนำยาชุดมาให้ตรวจ 3 รายการทมี่ ีลักษณะใกลเ้ คียงกนั พบสารสเตียรอยดไ์ ด้
ติดตามหาผู้จำหน่ายแต่ไม่สามารถติดตามไดเ้ น่ืองจากญาติจัดส่งมาจากต่างจงั หวัดและเปน็ การ
สัง่ ซือ้ ออนไลน์ คลนิ กิ NCD สง่ ตรวจยาแผนโบราณ 2 รายการ พบสาสารสเตียรอยด์ 1 รายการ ได้
ตดิ ตามหาผจู้ ำหนา่ ยแต่ไมส่ ามารถตดิ ตามได้เน่ืองจากซื้อมาจากรถเร่ ไดด้ ำเนินการแจง้ อสม. ผนู้ ำ
ชุมชน และตำรวจ เพือ่ เฝา้ ระวังเรอ่ื งรถเรข่ ายยา
3. การสร้างกระบวนการมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคสว่ น เพ่ือการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

• ผลกั ดนั ใหม้ ีคณะอนกุ รรมการเครือขา่ ยพัฒนางานคุ้มครองผ้บู ริโภคด้านสาธารณสุขอำเภอชัย
บุรีดำเนินงานภายใต้การดูแลของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เพื่อ
ประสานงานบูรณาการ สนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา/พัฒนาด้านงานคุ้มครอง
ผบู้ ริโภคและดำเนินการคืนขอ้ มลู สู่ชมุ ชน

ผลการดำเนินการ ในปี 2563 ได้นำปัญหาด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เสนอเข้าสู่แผนปฏิบัติ
การของพชอ.และได้รับเลือกเป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นลำดับที่ 3 รองจากงานยาเสพติดและ
โรคตดิ ตอ่ ไมเ่ รือ้ รงั
4. การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลในภาคเอกชน

• ประเมินสถานประกอบการด้านยาภาคเอกชนควบคุมกำกับให้ผ่านมาตรฐานทุกแห่ง และ
ดูแลไม่ให้มีสถานประกอบการที่ไม่มกี ารขออนญุ าตอย่างถูกต้องในชมุ ชน มีการให้คำแนะนำ
ด้านการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลแก่สถานประกอบการด้านยา

• เชญิ ชวนใหค้ ลินกิ รา้ นยา ร้านของชำ เข้ารว่ มเปน็ เครอื ขา่ ย RDU Community และประเมิน
ตนเองออนไลน์

• มีการติดตามการสั่งใช้ยาของสถานประกอบการจากผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่เกดิ
ปัญหาการใช้ยา ดำเนินการประสานงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและทำความเข้าใจกับสถาน
ปรกอบการทเ่ี กี่ยวข้อง

ผลการดำเนินงาน ร้านยา 5 แห่ง คลินิกเวชกรรม 1 แห่ง สถานพยาบาล 9 แห่ง ผ่านเกณฑ์
มาตรฐานทั้งหมด รา้ นของชำ 240 แห่ง พบร้านทีม่ ียาชดุ 2 แหง่ ไดย้ ดึ และทำลาย พร้อมทั้งให้คำ
ตักเตือนการขายยาชุดแลยาอนั ตราย แนะนำการขายยาสามัญประจำบา้ นและขอ้ ปฏิบตั ิท่ถี ูกตอ้ ง
5. การสรา้ งความรอบรูด้ ้านการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลของประชาชน

• จัดทำส่ือ รณรงค์ ให้ความรใู้ นผ้ปู ว่ ยทว่ั ไป ผู้ป่วยคลินกิ NCD ในโรงพยาบาล กล่มุ ผนู้ ำชมุ ชน
อสม. ผสู้ ูงอายุ

• จัดทำโครงการให้ความรูแ้ ก่ครู อย.น้อย นกั เรยี น เพ่ือนำความรไู้ ปสู่ครอบครวั

• จัดแสดงส่ือ วดี ีทัศน์ แก่ผมู้ ารับบริการในโรงพยาบาลชัยบุรีและรพ.สต.

• ใหค้ วามรูเ้ ฉพาะรายแกผ่ ปู้ ่วยกลุม่ โรคท่ตี ้องระวงั เรอ่ื งการใชย้ าเปน็ พเิ ศษ เชน่ ไต เบาหวาน
ผู้ป่วยท่ไี ด้รบั ยา warfarin

ผลการดำเนินการ ผู้ป่วยนำยาที่ลูกหลานซื้อมาให้ มาสอบถามเภสัชกรก่อนรับประทานยา
เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่ได้รับไม่มีอันตราย แสดงถึงความเข้าใจในการระวังการใช้ยา และจากการ

50
ตรวจสอบยาเดิมที่ผู้ป่วยนำโรงพยาบาลไม่พบยาซื้อจากร้านชำ หรือจากรถเร่ จากการสอบถาม
ผูป้ ่วยเข้าใจถึงอันตรายและทราบถึงการใช้ยาอยา่ งระมดั ระวงั ในโรคท่ีตนเองเปน็

ผลงาน Best Practice ด้านการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
ช่ือผลงาน ผลการดำเนินด้านการใชย้ าอย่างสมเหตุผลในเครือข่ายบริการสุขภาพ อำเภอชยั บุรี จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
การวางแผนการดำเนนิ งานและการค้นหาปญั หา

โรงพยาบาลชัยบุรีได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลมาตั้งแต่ปี 2556 และได้
เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในปี 2559 การดำเนินงานในปี 2559 จะพบปัญหาเกี่ยวกับ
การใช้ยาปฏิชีวนะใน 3 โรคคือ URI, AGE, FWT รวมถึงการไปซื้อยามารับประทานเอง ซึ่งมีผลต่อภาวะของ
โรคทผี่ ปู้ ่วยเปน็ คณะกรรมการเภสัชกรรมแลการบำบัดจึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมลู วิเคราะห์หาสาเหตุและ
จัดทำแนวทางเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล พบว่าเกิดจากการความเข้าใจของบุคลากรทางการแพทย์
และความต้องการใช้ยาของผู้ป่วยเนื่องจากความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง จึงได้ดำเนินการจัดหาแนวทางเพื่อ
แก้ปญั หาดงั กลา่ ว และวางระบบการจดั การทท่ี ำใหก้ ารใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลมีความยงั่ ยนื
วตั ถปุ ระสงค์

1. เพื่อให้เกดิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลในการดูแลผู้ปว่ ย ตามแนวทางทกี่ ำหนด
2. บุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องมีความตระหนักรู้และรบั ผดิ ชอบต่อการสงั่ ใชย้ า ประชาชน
3. ประชาชน ไดร้ บั การรักษาด้วยยา อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เหมาะสม ค้มุ ค่า ปลอดภยั
4. เพือ่ ลดต้นทุนด้านยาในการให้บริการผู้ป่วย ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสขุ
แนวทางการดำเนินงาน
1. กำหนดนโยบายที่ชัดเจนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล ใน
เครือขา่ ยบรกิ ารสุขภาพชยั บุรี
2. จัดต้ังอนกุ รรมการดำเนนิ งานการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในเครือข่ายบรกิ ารสขุ ภาพ สรา้ งเครือขา่ ยที่เข้มแขง็
3. PTC นำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาอย่างเหมาะสมแก่แพทย์ พยาบาล เพื่อกำหนดแนวทางใน
การสง่ั ใชย้ า
4. ขบั เคลือ่ นแนวทางการพัฒนาระบบบริการโดยใชก้ ุญแจ 6 ประการ “PLEASE”
P: ประธาน PTC ผอู้ ำนวยการโรงพยาบาลชัยบุรี นำนโยบายส่กู ารปฏบิ ัตคิ รอบคลุม ทงั้ อำเภอ
L: ปรบั ปรุงฉลากยามาตรฐานและข้อมูลยาสปู่ ระชาชน ดำเนนิ การท้งั ยาแผนปจั จุบันและยาสมุนไพร
E: ร่วมกับทีม PCT: เชื่อมโยงกับ Clinical tracer รายโรคตาม Service Plan จัดทำเครื่องมือจำเป็น
สนับสนุนการดำเนินงานในโรงพยาบาลและรพ.สต. เช่นคู่มือ CPG รายโรค, สมุดประจำตัวผู้ป่วย
เร้อื รงั , แผน่ พบั , โปสเตอร์
A: สร้างความตระหนักรู้ของบุคลากรและผู้รบั บริการ

1. จดั ประชุมวิชาการให้บุคลากรในโรงพยาบาล/รพ.สต.อย่างตอ่ เนื่อง
2. ปฐมนเิ ทศแพทย์ใหม/่ intern โดยคณะกรรมการ PTC ต่อเนือ่ งทุกปี
3. เผยแพรเ่ อกสาร จัดทำโปสเตอรใ์ หค้ วามรู้ดา้ นวิชาการ RDU สผู่ ู้รับบรกิ าร
4. เก็บรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์ นำเสนอผเู้ กี่ยวขอ้ งต่อเน่อื งรายเดือน/ราย 3 เดอื น/6เดือน/ราย

ปี
5. จัดประชุมวิชาการให้ อสม. อย.นอ้ ย เพอ่ื ลดปัญหาการใชย้ าไมเ่ หมาะสมในชุมชน

51
6. ให้ความรู้เรื่องยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ต้องเฝ้าระวังแก่ผู้ป่วยโรคติดต่อไม่

เร้ือรัง และผู้ปว่ ยท่ีไดร้ บั ยาที่ตอ้ งมีการเฝ้าระวังเฉพาะกล่มุ
7. ประชาสมั พันธ์การใชย้ าอย่างสมเหตุผลและให้ความรสู้ ปู่ ระชาชนท่วั ไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง
S: ดูแลดา้ นยาเพอ่ื ความปลอดภัยของประชากรกลุ่มพิเศษ
1. ผู้ป่วยแพ้ยา Pop up ยาที่แพใ้ นระบบ Hos-xp
2. Pop up ระวังการใชค้ ู่ยา Fatal drug-drug interaction
3. ผูป้ ว่ ยโรคไต มีสมุดประจำตัวระบภุ าวะไต, ระวงั การใช้ยาในกลุ่ม ACE/ARB, NSAIDs,

Metformin
4. ตั้งครรภ/์ ใหน้ มบุตร จัดทำข้อมูล Cat. ยา ในระบบ Hos-xp
E: จริยธรรมในการส่ังใชย้ า แพทย์สั่งใช้ยาตามบญั ชยี าโรงพยาบาล มกี ารนำยาเข้า-ออกโดย
คณะกรรมการเภสชั กรรมและการบำบัด
1. สรา้ งระบบการเฝ้าระวงั ความปลอดภยั ด้านยาในโรงพยาบาล (Proactive Hospital based
surveillance) ทงั้ 2 ระบบ ได้แก่ Concurrent Case Finding: คน้ หาผู้ป่วยทม่ี ารับบริการในโรงพยาบาล
ซึ่งมอี าการแสดงหรือโรคท่ีอาจเกดิ ปัญหาจากการใช้ยาของผปู้ ่วย เพ่อื การแกไ้ ขปัญหาการเจ็บป่วยของ
ผปู้ ่วย และเช่ือมโยงไปยงั ชมุ ชน และ Retrospective Case finding: การค้นหาผ้ปู ่วยจากฐานสุขภาพ ท่ี
มีการวินจิ ฉัยตามท่กี ำหนดเพ่ือนำข้อมูล ไปวเิ คราะห์ขนาดและแนวโนม้ ปัญหา และจดั การความเสีย่ งอยา่ ง
เปน็ ระบบ

• ดำเนินการให้เภสัชกรประจำคลินกิ โรคเรื้อรัง สอบถามปัญหาการใชย้ าและค้นหาการใช้ยาใน
ชมุ ชนท่นี อกเหนือจากยาท่ีได้รบั จากโรงพยาบาล รวมทั้งเก็บข้อมลู อาการไม่พงึ ประสงค์หรอื
ผลของยาที่มีผลกระทบตอ่ การรักษา ทงั้ ผู้ป่วยนอกละผปู้ ว่ ยใน นอกจากนไ้ี ด้มีระบบดักจับ
อาการไม่พึงประสงคห์ รือโรคทเี่ กิดจากการใช้ยาไมส่ มเหตุผล โดยใช้ Trigger tool เชน่ GI
Bleeding และอาการรุนแรงของโรคไตทอี่ าจจะเกดิ จากการใช้ NSAIDS

• จดั ใหม้ ีระบบข้อมลู การเฝ้าระวังความปลอดภยั ด้านยาเชิงรุกในหนว่ ยบริการมีการเก็บขอ้ มูล
ผู้ปว่ ยทเ่ี ปน็ ปัญหาจากชมุ ชน ตดิ ตามผลกระทบรวมถึงการคน้ หาแหลง่ ท่ีมาของยาจากชุมชน
เพอ่ื นำมาวางแผนแกไ้ ขและป้องกัน

• จัดให้มีระบบเช่ือมต่อการเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยดา้ นยาในหนว่ ยบริการและชุมชนรายงานผล
เพอื่ ใหเ้ กิดการเฝา้ ระวงั และแกป้ ัญหาท่เี ป็นมาตรฐาน

52

แนวปฏิบัติในการค้นหาผูป้ ว่ ยทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากยา และผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ

หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง ซักประวตั เิ พม่ิ เติม เมือ่ พบกลมุ่ อาการท่สี อดคล้องกบั Trigger และ
- OPD สงสยั จะไดร้ บั ผลกระทบจากยา/อาหาร/ผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพ
- ER
- IPD เภสัชกรสืบคน้ ขอ้ มลู ชนิดยา/อาหาร/ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ
- คลนิ ิกโรคเรือ้ รัง - การสมั ภาษณญ์ าตผิ ปู้ ว่ ยหรอื ดแู ลผู้ป่วย
- กายภาพบำบดั - สืบคน้ จากหลักฐานทผี่ ้ปู ว่ ยนำมา
- แพทย์แผนไทย - สืบค้นฉลากและเลขทะเบียนการขึน้ ทะเบยี น
- ทันตกรรม
- งานจติ เวช ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น หรือส่งตรวจ
- จดุ บรกิ ารอื่นๆ วเิ คราะห์เพอ่ื ยืนยันผลทีศ่ ูนยว์ ิทยาศาสตร์การแพทย์

เภสชั กร ประเมิน Adverse event หากเกิดจากยาและ
ผลิตภณั ฑ์สุขภาพทีไ่ มป่ ลอดภัย
แพทย์
บันทึกข้อมลู การวินิจฉัยในระบบ HosXP ตามรหัส ICD10 ที่บ่งชี้ว่าเป็นการ
เจบ็ ป่วยท่เี ป็นสาเหตุจากการใช้ผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพทีไ่ มป่ ลอดภัย

เภสชั กร ส่งต่อข้อมูลให้แก่ RDU co-ordinator ระดับอำเภอ/จังหวัด เพื่อจัดการ
ปัญหาผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพไม่เหมาะสม
รวบรวมข้อมูลเพ่ือเฝ้าระวังความเสี่ยงในพื้นที่ด้านยาและผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ
ที่ไมป่ ลอดภัย และมีผลกระทบทางสขุ ภาพ

53

ผลการลพั ธ์การดำเนินงาน
1. ตัวชี้วัดตามมาตรฐาน Service Plan ผ่านเกณฑ์ทั้ง 20 ตัวชี้วัด ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน RDU ขั้น 3 ตั้งแต่ปี

2561 - 2565
2. การดำเนินงานเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในโรงพยาบาล ในปี 2562 พบผู้ป่วยแพ้ยา 2 ราย

และเกิด ADR รุนแรง 1 ราย จากการได้รับยา NSAIDs ซ้ำซ้อน ซึ่งได้รับมาจากคลินิกพยาบาลที่ไม่ได้ขอ
อนุญาตอยา่ งถกู ต้อง ไดด้ ำเนนิ การประสานงานจังหวัดเพื่อดำเนนิ การตามระบบใหม้ ีการขออนญุ าตและใช้
ยาตามกรอบยาที่กำหนดของสถานพยาบาลรวมถึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องแนวทางการใช้ยาอย่างสม
เหตุผล ในปี 2563 พบผู้ป่วยเกิด GI Bleeding 1 ราย ที่มีสาเหตุมาจากการได้รับ NSAIDs ติดต่อกันเป็น
เวลานาน ในปี 2564 พบผปู้ ่วยโรคไตมีอาการรนุ แรงจากการซ้ือยา NSAIDs รบั ประทานต่อเนื่อง ได้มีการ
ดำเนินใหค้ วามรู้เรื่องการใช้ยากลุ่ม NSAIDs และการรบั ประทานยาท่ีนอกเหนือจากแพทย์ส่ัง แก่ผู้ป่วยใน
กลุ่ม CKD มีการติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการติดตามการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผลใน
ผปู้ ่วยทล่ี งเย่ียมบา้ น
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับตอ่ หน่วยบริการ/ชุมชน
1. ระบบบรกิ ารสุขภาพของหนว่ ยบริการมีการใชย้ าอย่างสมเหตุผล ปลอดภยั
2. ลดค่าใช้จ่ายด้านยาที่ไม่จำเป็น ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาท่ีเกิดจากอันตรายจากการใช้ยาที่ไม่สม

เหตผุ ล
3. ลดปัญหาการดื้อยาในผู้ป่วย ลดการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาไม่สมเหตุผล ทำให้

ประชาชนปลอดภยั และการักษามปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น
ปัจจยั แห่งความสำเรจ็

1. ผบู้ ริหารมนี โยบายและเป้าหมายทีช่ ดั เจน ทมี PTC มีความเข้มแข็ง
2. ความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพในเครือข่ายอำเภอชัยบุรี ในการดำเนินการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสม

เหตผุ ล
3. การสะท้อนกลบั ข้อมูลทีถ่ ูกต้องให้แกผ่ ู้ที่เก่ียวข้องรบั ทราบอย่างสม่ำเสมอและการติดตามผลอย่าง

ตอ่ เนื่อง
4. ผู้ปว่ ยที่มารบั บริการมีความใส่ใจในองค์ความรทู้ ่ีได้รับ
ส่งิ ท่ไี ด้เรียนร้จู ากการดำเนนิ งาน

จากผลการดำเนินงานการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในเครือข่ายสุขภาพอำเภอชัยบุรี ที่ผ่านมาตรการหลัก
ตัง้ แต่การกำหนดนโยบาย และนำสผู่ ู้ปฏิบตั ิ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการใชย้ าอย่างเหมาะสมให้กับบุคลากร
ทุกระดับ ผู้รับบริการ ประชาชนในพื้นที่ การลงให้ความรู้ในชุมชนโดยผ่านโครงการ RDU เข้มข้นชุมชน
ปลอดภัยซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมการใช้ยา การติดตามตัวชี้วัดและควบคุมกำกับตัวชี้วัดใน
โรงพยาบาลและสถานบริการปฐมภูมิอย่างต่อเนื่อง ทำให้ RDU Hospital ของเครือข่ายอำเภอชัยบุรี มี
ความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ผ่านเกณฑ์การประเมินตาม service Plan ระดับ 3 ตั้งแต่ปี 2561-ปัจจุบัน และ
สามารถเชือ่ มโยงไปสกู่ ารดำเนินการ RDU community ให้ผ่านประเมินระดบั 3 ตง้ั แต่ปี 2563 – ปัจจบุ ัน
โอกาสพฒั นาและข้อเสนอแนะ

1. พฒั นากลไกเชิงรกุ ในการเฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภพในหน่วยบริการ

54
2. พฒั นาระบบเช่ือมต่อการเฝ้าระวงั ความปลอดภยั ดา้ นยาและผลิตภัณฑ์สขุ ภาพในหนว่ ยบรกิ ารและ

ชมุ ชน
3. เผยแพร่แนวทางการใช้ยาของผปู้ ว่ ยใหก้ ับภาคเอกชนรว่ มตระหนกั และดำเนินการตามแนวทางของ

โรงพยาบาล รวมถึงการสง่ ต่อขอ้ มลู ท่สี ำคญั เพือ่ ให้การใชย้ าของผปู้ ว่ ยมีความปลอดภัยยิ่งขนึ้
4. ควรมีการสนับสนนุ ข้อมลู ความปลอดภยั ดา้ นยาในเครอื ข่ายระดบั จังหวัดหรอื ระดบั ประเทศเพื่อให้ง่าย

ตอ่ การเฝา้ ระวงั
ภาพกจิ กรรม

การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านยาเชงิ รุกในโรงพยาบาล
• แจ้งเตือน drug interaction

• แจ้งเตือนผปู้ ่วยแพ้ยา

55

- แจ้งเตือนผปู้ ว่ ยใช้ยา warfarin

56

57

58

การเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยดา้ นยาเชงิ รกุ ในชุมชน

59

การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทกุ ภาคส่วน เพื่อการใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล

การส่งเสริมการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล ในภาคเอกชน

60

การสร้างความรอบรดู้ า้ นการใชย้ าอยา่ งสมเหตุผลของประชาชน

61

62

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตุผล อำเภอไชยา

1. การบรหิ ารองคก์ รเพื่อขบั เคล่ือน RDU district
1.1 การนำองคก์ ร
โรงพยาบาลไชยานำนโยบายการดำเนินงาน RDU เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริหาร
โรงพยาบาล โดยผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นเร่ืองสำคัญท่ีจะต้องดำเนินการ
ให้ผ่านเกณฑ์ เพื่อเป้าหมายคือความปลอดภัยของประชาชน ผู้อำนวยการได้ให้นโยบายการใช้ยาอย่าง
สมเหตุสมผลแก่องค์กรแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อให้มีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องไปใน
ทิศทางเดียวกันโดยการกำหนดแนวทางปฏิบัติและประเมินผลการปฏิบัติโดยคณะกรรมการ PTCของ
โรงพยาบาลไชยาและPTCของเครือข่ายเป็นผู้ติดตาม นำเสนอในคณะกรรมการบริหารทุกไตรมาส
คณะกรรมการPTCได้แจง้ แนวปฏบิ ัตแิ ละตัวชี้วัดแกผ่ ้เู กีย่ วข้อง ทมี ทใ่ี หบ้ รกิ ารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท้ัง
ภาครัฐและเอกชนแกผ่ ้ปู ฏบิ ตั ิเพือ่ มุ่งเน้น ให้เกดิ ความตระหนัก และติดตามประเมนิ ผล
1.2 การวางแผนเชงิ กลยทุ ธ์
1. กำหนดแนวทางการการขับเคล่ือนงานการใชย้ าสมเหตสุ มผล โดยการมีสว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ น
2. กำหนดให้มีการขับเคลื่อนงานการใช้ยาอย่างสมเหตสุ มผล ทั้ง 2 มิติ คือในโรงพยาบาล และ
ชุมชนโดยคณะกรรมการPTCของโรงพยาบาล และ PTC ของเครือข่ายเป็นหลักในการ
ดำเนนิ การ
3. ติดตามขอ้ มลู เพอื่ รายงานแกค่ ณะกรรมการบรหิ ารทุกไตรมาส

2. แนวทางการดำเนินงานและผลงานภาพรวมท้ัง 5 ด้าน
2.1. การดำเนินงานในโรงพยาบาล
1. การดำเนนิ งานตามเกณฑ์ RDU 12 ขอ้ นำข้อมูลมาวเิ คราะห์เพอื่ พัฒนา ปรบั ปรุง แกไ้ ข
2. กำหนดทีมผู้รับผดิ ชอบ RDU ทีเ่ ชือ่ มโยงการเฝา้ ระวงั ของโรงพยาบาล และชุมชน
3. สรา้ งความร่วมมือของทมี สหวิชาชีพ ทีมภาคีเครอื ข่าย จากข้อมูลของผู้ทรี่ ับอันตรายจากการ
ใชย้ า ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ สง่ ผลต่อสุขภาพประชาชน
4. สร้างระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาลโดยการค้นหาผู้ป่วยท่ีมารับบริการท่มี ี
อาการเกิดปญั หาจากการใช้ยาและผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ นำไปสู่การแก้ปญั หา คืนขอ้ มูลสู่ชมุ ชน
5. มรี ะบบรายงานแกผ่ ู้บรหิ าร ทมี นำ ระดบั อำเภอ จงั หวัด
2.2. การดำเนนิ งานในชมุ ชน
สร้างระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน สร้างระบบเชื่อมต่อการเฝ้าระวัง
ความปลอดภยั ด้านยาเชิงรกุ ในโรงพยาบาล สง่ ต่อไปสู่การสรา้ งกระบวนการมีส่วนร่วมจากทกุ ภาคสว่ นเพ่ือ
การใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล มีการประสานแกนนำในระดับอำเภอ ได้แก่ เภสัชกรคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค เจ้าหน้าที่
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและภาคีเครือข่ายชุมชนเผ้าระวังในพื้นที่ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุข
(อสม.) ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียนเพื่อให้เกิดการดำเนินการเผ้าระวังความ
ปลอดภัย ด้านยาเชิงรุกในชมุ ชน
2.3. การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชนและภาคเี ครือขา่ ย
การพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความรู้ เข้าใจ มีร่วมมือกับภาคีเครือข่าย สร้างกลไกใน
การเผา้ ระวัง รว่ มกันตรวจสอบ สรา้ งการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชนในการจัดการปัญหาการใชย้ าไมส่ มเหตุผลใน

63
ชุมชน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้นำระดับท้องถิ่น รวมทั้งภาคีเครือข่ายจากหน่วยงาน ภาครัฐทุกภาค
ส่วนช่วยขบั เคลื่อนงาน โดยการเป็นผู้ให้ขอ้ มูลความรู้ ให้คําแนะนำ กระตุ้นคนในชมุ ชนให้เข้าใจ มีการคืน
ข้อมลู สถานการณ์ปญั หาด้านต่างๆ ผลกระทบ เช่นการเกดิ อาการไม่พึงประสงคจ์ ากยา ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ
2.4. การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

ส่งเสริมให้สถานประกอบการด้านยาภาคเอกชนมีการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยา อย่างสม
เหตุผล เช่น ร้านยา คลินิกเอกชน ซึ่งรวมไปถึงร้านชํา ร้านสะดวกซื้อ ให้เห็นความสำคัญ และสมัครใจใน
การใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล สรา้ งความปลอดภัยดา้ นยาแก่ผรู้ ับบริการ
2.5. การสรา้ งความรอบรูใ้ หก้ ับประชาชน

มุ่งเน้นให้ประชาชน หรือผู้ใช้ยามีความสามารถและทักษะในการดูแลรับผิดชอบการใช้ยาของ
ตนเอง ให้ประชาชนมีความรู้ด้านการใช้ยาตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล การดำเนินงาน ต้องอาศัย
การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนดำเนินการทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม ที่สอดรับกันและเป็นไปใน
ทิศทางเดยี วกนั เพ่อื ให้บรรลุเป้าหมายเกิดการใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล
3. ผลงานเด่นท่ีเปน็ แบบอย่างด้านการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
3.1. การวางแผนการดำเนินงาน การค้นหาปัญหา

1. กำหนดเกณฑ์ในการใช้ยาตามเกณฑ์ RDU Hospital (12 ขอ้ ) ของโรงพยาบาล
2. ส่ือสารเกณฑ์การใชย้ า ตามเกณฑ์ RDU Hospital ในองค์กรแพทย์และหนว่ ยให้บริการผู้ป่วย

ที่เก่ยี วขอ้ ง
3. ประกาศมาตรการตามเกณฑ์ RDU Hospital แก่ทกุ หนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ ง
4. ติดตามการปฏิบัตติ ามแนวทางการใช้ยาตามเกณฑ์ RDU Hospital จากการสงั่ ใชย้ า และใบ IR
5. ค้นหาปัญหาและวิเคราะห์ข้อมูล สาเหตุที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางได้จาการทบทวน

อุบัตกิ ารณ์
6. นำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนจากการทบทวนเคส หรือทบทวนอุบัติการณ์ แก่ทีมบริหาร

เพ่ือสอ่ื สารไปยังองค์กรแพทย์ และหนว่ ยงานทใ่ี ห้บรกิ ารผู้ปว่ ย
7. ติดตามตัวชี้วัดเพอื่ เสนอทมี บรหิ าร
3.2. แนวทางการดำเนินงานและผลลัพธท์ ีเ่ กดิ ขน้ึ
1. สอื่ สารแนวทางการปฏบิ ตั แิ ก่องค์กรแพทย์และหน่วยงานท่ีให้บริการผู้ป่วย
2. ตดิ ตามการปฏิบัติจากการสัง่ ใช้ การให้ยา ในทุกหน่วยบริการตามกล่มุ โรคท่ีกำหนด
3. วิเคราะหผ์ ลลพั ธ์รายไตรมาส เพือ่ กระต้นุ และสื่อสารใหผ้ ู้เกี่ยวขอ้ งตระหนัก
4. รายงานผลลัพธแ์ กผ่ ูบ้ รหิ าร
5. ผลลพั ธ์ผา่ นเกณฑ์ 11ข้อ จาก 12 ขอ้
3.3. ประโยชนท์ ่ไี ดร้ ับตอ่ หนว่ ยบริการ/ชุมชน
1. ผู้ปว่ ยได้รบั ยาท่ีถูกตอ้ ง ถกู เช้ือ ลดปญั หาการด้ือยาในอนาคต
2. ลดอัตราการส้นิ เปลืองยา
3. ประชาชนมคี วามรูเ้ ก่ียวกบั การใช้ยาและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ
4. ประชาชนมีความปลอดภัยในการใชย้ าหรือผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ

64
3.4. ปัจจยั แหง่ ความสำเรจ็

1. การสื่อสารแนวทางที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจ และตระหนักในการใช้ยาอย่าง
สมเหตุสมผล

2. ความรว่ มมือของทมี สหวชิ าชพี รวมถงึ เรอื ข่ายต่าง ๆ
3. การให้ความสำคัญกับ RDU ของผู้บริหาร ทีมนำ ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน การ

ทำงานเป็นทีม และมเี ปา้ หมายในการทำงานร่วมกนั
4. การมองเห็นคณุ ค่าของคนทำงาน สง่ ผลใหท้ ำงานอยา่ งมคี วามสุข
3.5. ส่ิงทไ่ี ดเ้ รยี นรู้จากการดำเนินงาน
การสื่อสารและทำความเข้าใจในทีมสหวิชาชีพ ทีมงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ทำให้การ
ดำเนินงาน RDU สำเร็จ การทำงานกับชุมชน ทำให้ทุกคนเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ทุกคนความสำคัญต่อ
การดำเนินงาน ทำใหง้ านลุลว่ งได้ง่ายขึ้น
3.6. บทสรุป/ข้อเสนอแนะ/ เพ่ือการพัฒนา/ต่อยอด
ปัญหาการใช้ยาทไี่ ม่เหมาะสมเกิดขน้ึ จากปัจจยั หลายอย่าง ทั้งจากจากพฤติกรรมของผูใ้ ช้ยา ผู้ส่ัง
ใช้ยา ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้โฆษณา รวมถึงการกระจายยาทีไ่ ม่เหมาะสมและประสิทธิภาพของการควบคมุ กํากับ
ตามกฎหมาย ปัญหาได้และจำเป็นต้องพัฒนาระบบการการเผ้าระวังความปลอดภัยเชิงรุกในด้านยาที่
เชอ่ื มต่อ ระหว่าง โรงพยาบาลกับชมุ ชน และสนับสนุนชมุ ชนกบั ภาคีเครอื ข่ายต่าง ๆ รวมถึงผู้ประกอบการ
ด้านยาภาคเอกชน เช่น ร้านขายยา ร้านชํา คลินิกให้มีส่วนร่วมของในการเผ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และ
จัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ในชุมชน การสร้างระบบที่สามารถให้ข้อมูลหรือตอบข้อสงสัยในการดูแล
สุขภาพตนเองของประชาชนเมื่อ เจ็บป่วยเล็กน้อยโดยไม่ใช้ยาหรือใช้ยาตามความจำเป็น และที่สำคัญ
จะต้องสื่อสารข้อมูลข่าวสารหรือสร้างให้ ประชาชนในชุมชนมีความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลท่ี
เทา่ ทันและเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาโฆษณา หลอกลวงท่รี ุนแรงมากขึ้นในปัจจบุ ัน

ผลการดำเนนิ งาน RDU ในโรงพยาบาล

65

การวเิ คราะห์ตัวชว้ี ดั ที่ยงั ไม่ผ่าน

การดำเนนิ งาน RDU Community

66

67

ผลการดำเนนิ งานใช้ยาสมเหตุผล อำเภอทา่ ฉาง

1. การบริหารองค์กรเพ่ือขับเคล่อื น RDU District
1.1 การนำองคก์ ร
มีการแต่งตั้งกรรมการ RDU ระดับอำเภอ ประกอบไปด้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุข
อำเภอ หัวหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในอำเภอท่าฉาง เภสัชกรโรงพยาบาล
ผู้รับผิดชอบงานใช้ยาสมเหตุผล เภสัชกรโรงพยาบาลผู้รับผิดชอบงานคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้า
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลที่รบั ผิดชอบงานคุ้มครองผู้บริโภคและการใชย้ าสมเหตผุ ล
1.2 การวางแผนเชิงยทุ ธศาสตร์
การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน ใช้แนวคิดในการบูรณาการยุทธศาสตร์ด้าน การ
ส่งเสริมและป้องกันโรค (PP&P excellence) ซึ่งเน้นการทำงาน “เชิงรุก” ตามแนวคิดของระบบบริการ
สุขภาพปฐมภูมิ คือ การบูรณาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลกับชุมชน ในมิติองค์รวมเพื่อให้เกิด
การพัฒนาและจดั การแก้ไขปัญหายาไม่ปลอดภยั ต่อเนื่องและย่ังยนื ด้วยความเสมอภาคและประชาชนใน
ชุมชนมีส่วนร่วม ร่วมกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service excellence) ซึ่งเน้นการ
ทำงานแบบ “ไร้รอยตอ่ ” ของสถานบริการสุขภาพทุกระดับ โดยเฉพาะการสร้างระบบการเฝ้าระวังความ
ปลอดภัยดา้ นยาตง้ั แตใ่ นระดบั โรงพยาบาลครอบคลุมไปจนถึงในระดับชุมชน โดยมีคณะกรรมการส่งเสริม
การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Service plan RDU committee) และ RDU Coordinator ในแต่ละระดับ
ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชนเป็นกลไกสำคัญของการ
ดำเนนิ งาน

2. แนวทางการดำเนนิ งานและผลงานภาพรวมทงั้ 5 ดา้ น
2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลทา่ ฉางได้ดำเนนิ ตามนโยบายเรื่องการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผลในโรงพยาบาลของกระทรวง
สาธารณสุขอยา่ งต่อเนื่องต้งั แต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน โดยยดึ กญุ แจสำคัญ 6 ประการ คอื
P-L-E-A-S-E ประกอบดว้ ย
1. Pharmacy and Therapeutics Committee หรือคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบาํ บดั
ไดม้ ีการแต่งต้งั คณะกรรมการส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลเครอื ข่ายอำเภอท่าฉาง มีบทบาท
หลักในการกำหนดนโยบายและพฒั นาระบบการจดั การด้านยาใหเ้ ป็นไปอยา่ งสมเหตุผลตามคำแนะนำ
ขององค์การอนามัยโลก
2. Labeling and Leaflet หรือฉลากยา ท่ีใหข้ ้อมลู อย่างเพยี งพอแกผ่ ูใ้ ช้
ได้ดำเนินการพัฒนาฉลากยาและฉลากยาเสริม ให้มีชอ่ื ยาภาษาไทย ช่ือสามัญทางยา ขนาดยา
วธิ ีใช้ ข้อควรระวงั และข้อบ่งใช้ 13 กลุ่มยา (ตามคู่มือดำเนินงาน)
3. Essential tools หรือเครื่องมือท่ีจำเป็นสำหรับการใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล โดยดำเนินการดงั นี้
- มกี ารทบทวนบัญชยี าของโรงพยาบาล เพื่อพจิ ารณารายการยาท่ีควรมีและไม่ควรมใี นบัญชยี า
ของโรงพยาบาล (ตามคู่มือดำเนินงาน)
- ส่งเสรมิ การใชย้ าในบัญชยี าหลักแหง่ ชาติ
- จดั ทำสือ่ ที่ใหค้ ำแนะนำการใช้ยาในกลมุ่ โรคตา่ ง ๆ
- จัดทำคมู่ ือ Antibiotic Smart Use ใหแ้ ก่ รพสต.ในเครอื ข่าย

68
- มกี ารนำ CPG การใชย้ าปฏิชวี นะใน 4 โรคเปา้ หมายของจังหวดั สุราษฎรธ์ านี ได้แก่ โรคติด

เชอ้ื ทางเดินหายใจส่วนบน โรคอุจจาระรว่ งเฉยี บพลัน บาดแผลสดจากอุบตั ิเหตุ และในสตรี
คลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอด มาใชใ้ นโรงพยาบาล
4. Awareness การสรา้ งความตระหนกั รู้แกบ่ ุคลากรทางการแพทย์และผปู้ ่วย
มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และส่งเสรมิ โครงการ/นโยบายที่เก่ียวข้องกบั การใช้ยาอย่างสม
เหตุผล เช่น
- ส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผลในผปู้ ว่ ยกลมุ่ โรคไม่ติดต่อเรอ้ื รงั (NCD) ได้แก่ ภาวะความดัน
เลอื ดสงู โรคเบาหวาน ภาวะไขมนั ในเลอื ดสูง โรคขอ้ เสื่อมและโรคข้ออักเสบเกาต์ โรคไต
เรือ้ รงั โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกัน้ เร้ือรงั
- มกี ารอบรมและชแี้ จงแนวทางการดำเนินงาน RDU และ CPG การใช้ยาปฏชิ วี นะใน 4 โรค
เป้าหมายของจงั หวัดสรุ าษฎร์ธานใี หก้ บั บคุ ลากรทางการแพทย์
5. Special population การใช้ยาในคนสูงอายุ เดก็ สตรมี ีครรภ์ สตรีใหน้ มบตุ ร ผปู้ ่วยโรคตบั โรคไต
เรือ้ รัง และผู้ป่วยกลุ่มพเิ ศษอ่ืนตามท่ีสถานพยาบาลกำหนด โดยมกี ารดำเนินการ ดงั นี้
- ตั้งระบบการเตือนผู้ป่วยโรคไตเรอื้ รังว่าอยู่ stage ไหน และ Pop up คา่ eGFR บนหนา้ จอ
สงั่ ยาใน HosXP ทกุ ราย
- ตั้งคา่ ไมใ่ ห้มีการสัง่ ใชย้ า RAS Blockade ร่วมกัน 2 ชนดิ ในผูป้ ว่ ยความดันโลหติ สูง ใน
HosXP
- ตงั้ คา่ การเตอื น Pregnancy ในผ้ปู ว่ ยทีม่ าฝากครรภ์ทุกราย เพ่ือเพม่ิ ความระมดั ระวังในการ
สั่งใช้ยา
- กำหนด Pregnancy category หลังชอ่ื ยาใน HosXP
- ต้ังคา่ การเตือนใน HosXP ยา Simvastatin และ Cafergot ห้ามใชใ้ นสตรตี ้ังครรภ์
- สง่ ขอ้ มูล Pregnancy category ยาทกุ ตัวทม่ี ใี ช้ใน รพสต.ใหแ้ ก่ รพสต.ในเครือข่าย
4. Ethics คือ จรยิ ธรรมในการสง่ั ใชย้ า
โรงพยาบาลท่าฉางมีการบรหิ ารจัดการการจดั ซื้อยาทโี่ ปร่งใสและตรวจสอบได้ ตามหลกั ธรรมาภิ
บาล และมแี นวทางพฒั นาหรือปรบั ปรงุ กระบวนงาน เพื่อมุ่งสูเ้ ป้าหมายสง่ เสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตผุ ล
ในระดบั 3 ขน้ึ

การดำเนนิ งานทผ่ี า่ นมา
- มีกิจกรรมขบั เคล่ือน RDU ทั้งการรณรงคป์ ระชาสัมพันธ์ และการประชมุ วิชาการ โดยจะจัดกจิ กรรม
รณรงคส์ ปั ดาห์ "ชาวสุราษฎรร์ ว่ มใจ ใชย้ าสมเหตุผล”
- จดั อบรมให้ความรเู้ รอื่ ง RDU และ CPG การใช้ยาปฏชิ ีวนะใน 4 โรคเป้าหมายของจงั หวัด
- สุราษฎร์ธานี ไดแ้ ก่ โรคตดิ เช้ือทางเดนิ หายใจส่วนบน โรคอุจจาระรว่ งเฉยี บพลนั บาดแผลสดจาก
อุบัตเิ หตุ และในสตรีคลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอด ใหแ้ ก่บคุ ลากรทางการแพทย์ทหี่ มนุ เวยี น
มาใหม่
- มีการนเิ ทศตดิ ตามการดำเนนิ งาน RDU ของรพสต.ทุกแห่งในอำเภอท่าฉาง
- มีการสรุปผลการดำเนินงานด้าน RDU ทุกเดอื นและรายงานผลให้กบั องค์กรแพทย์และทีม PTC
ทราบทุกเดือน หากพบวา่ มีตัวช้วี ัดทีไ่ ม่ผา่ นเกณฑ์ มีการวเิ คราะห์จุดอ่อนจดุ แขง็ ของตนเอง เพ่ือให้

69
ทราบว่าปัญหาอยู่ที่ระบบ บุคคล หรือ การบนั ทึกข้อมลู และวางแผนแก้ไข เพือ่ ใหก้ ารดำเนนิ งานผา่ น
ตัวชว้ี ดั
- มีการสง่ เสริมการใช้ยาสมนุ ไพร เชน่ ยาฟ้าทะลายโจรใน URI, ยาเหลืองปิดสมทุ รใน AGE เพ่อื ลดการ
ใชย้ าปฏิชวี นะ

ผลการดำเนนิ งาน
โรงพยาบาลท่าฉางมเี ป้าหมายเป็นโรงพยาบาลสง่ เสริมการใช้ยาสมเหตุผลผา่ นเกณฑ์ขัน้ ท่ี 3 ซ่ึงได้มีการ

ดำเนนิ การมาอยา่ งต่อเนื่อง โดยมีตวั ชว้ี ดั ของโรงพยาบาลท้ังหมด 18 ตวั ช้ีวดั ซึ่งมีผลการดำเนินงานใน
ปงี บประมาณ 2565 ดงั นี้

ลำดบั ตัวชว้ี ดั เกณฑ์ ต.ค.64-ก.ค.65
F1-3 ≥90% 96.55%
1 ร้อยละการสัง่ ยาในบัญชยี าหลักแห่งชาติ 3
ระดับ 3 ระดบั 3
2 ประสทิ ธผิ ลการดำเนินงาน PTC ระดับ 3 1 รายการ
≤ 1 รายการ 3
3 ฉลากยาเสรมิ ฉลากยามาตรฐาน 13 กล่มุ ระดบั 3 10.12%
≤ 20%
4 รายการยาท่คี วรตัดออก 8 รายการ ซง่ึ ยังคงมีอย่ใู นรพ. 19.50%
≤ 20% 53.17%
5 ส่งเสรมิ จริยธรรมในการจดั ซ้ือ,สง่ เสริมการขายยา ≤ 40% ไม่ผา่ นข้ัน 2
1.04%
6 ร้อยละการใช้ยาปฏิชีวนะใน URI และหลอดลมอักเสบ
เฉยี บพลนั ในผ้ปู ่วยนอก 0

7 ร้อยละการใชย้ าปฏชิ ีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลนั 0
85.96%
8 ร้อยละการใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอบุ ตั ิเหตุ 0.08%
0.38%
9 รอ้ ยละการใชย้ าปฏิชวี นะในหญงิ คลอดปกตคิ รบกำหนด ≤ 10% 80.58%
ทางช่องคลอด
0 0
10 รอ้ ยละผปู้ ว่ ย HT ที่ได้รบั RAS blockade 2 ชนิดรว่ มกัน
ในการรักษา HT ≤ 5%
≥ 80%
11 รอ้ ยละผู้ป่วยทใี่ ช้Glibenทอ่ี ายุ>65ปีหรอื GFR<60 ≤ 5%
≤ 10%
12 รอ้ ยละผ้ปู ว่ ย DM ที่ใช้ Metformin โดยไมม่ ขี ้อหา้ มใช้ ≥ 80%

13 ร้อยละผู้ปว่ ยทีม่ ีการใชย้ ากล่มุ NSAID ซ้ำซอ้ น ≤ 5%

14 รอ้ ยละผู้ปว่ ย CKD stage 3 ขึน้ ไปท่ีได้รับ NSAID

15 รอ้ ยละผ้ปู ว่ ยโรคหืดเรอ้ื รงั ท่ไี ด้รับ Inhaled
corticosteroid

16 รอ้ ยละผู้ปว่ ยนอกสูงอายที่ใช้ long acting
benzodiazepine

ลำดับ ตัวชวี้ ดั เกณฑ์ 70
0 ต.ค.64-ก.ค.65
17 จำนวนสตรตี ัง้ ครรภ์ท่ีได้รบั ยาทีม่ ขี ้อห้ามใช้ได้แก่
warfarin statin ergotsเมือ่ รวู้ ่าต้ังครรภ์แล้ว ≤20% 0

18 รอ้ ยละผู้ปว่ ยเดก็ ท่ไี ด้รับการวนิ ิจฉยั เป็นโรคตดิ เช้อื 0
ทางเดนิ หายใจและไดย้ า non sedating antihistamine

จากผลการดำเนนิ งาน พบว่า ไมผ่ า่ น 1 ตัวชี้วัด คือ การใชย้ าปฏชิ ีวนะในบาดแผลสดจากอุบตั เิ หตุ
สง่ ผลใหโ้ รงพยาบาลทา่ ฉางมีการดำเนินงาน RDU ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ท่ี 2

การดำเนินงาน RDU community ในโรงพยาบาล
กจิ กรรมหลกั ท่ี 1 : การเฝา้ ระวังความปลอดภัยด้านยาในหนว่ ยบรกิ ารสุขภาพ (Proactive
Hospitalbased Surveillance)
เป้าหมาย: มีระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงรุกในหน่วยบรกิ ารและที่เปน็
ปัจจัยเสี่ยงให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเพื่อเป็นข้อมูลส่งต่อไปสู่ระบบการเฝ้า ระวังความปลอดภัยด้านยาใน
ชุมชน

การดำเนนิ การ
มรี ะบบกลไกเชงิ รุกในการเฝา้ ระวังความปลอดภัยดา้ นยาในหน่วยบริการ โดย
- มีระบบคัดกรองและค้นหาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ แบบ Concurrent case

finding ในขณะมารับบริการในโรงพยาบาลซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันของทีมสหวิชาชีพ โดยกำหนด
บทบาทหนา้ ท่ีดงั นี้

แพทย์ เป็นผู้วินิจฉัย ADR สั่งใช้ยาเพื่อบรรเทาหรือรักษาอาการ และส่งต่อผู้ป่วยเพื่อประเมิน
การแพ้ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ และพิจารณาประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วยทุกครั้งก่อนสั่งใช้ยาให้ผู้ป่วย
สามารถดไู ด้จากโปรแกรม HOSxP ของโรงพยาบาล

เภสัชกร มีหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติในการติดตาม สืบค้น ประเมินความสัมพันธ์ และบันทึกลงในแบบ
บันทกึ อาการไม่พึงประสงค์จาการใช้ยา แบบ Spontaneous Reporting System เฝา้ ระวังการเกดิ ADR
แบบ intensive ในกลุ่มยาที่สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ยาแบบรุนแรงเช่น Steven Johnson’s
Syndrome (SJS) and Toxic Epidermal Necrolysis(TEN) เฝ้าระวังการเกดิ ADR Type A อนั เกิดจาก
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยา โดยเฉพาะ ADR รนุ แรงอนั มสี าเหตุมาจาก Fatal Drug Interaction หรือเป็น
ADR ซ่งึ ผปู้ ว่ ยไมส่ ามารถทนได้หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวติ ของผู้ป่วย รวบรวมสง่ รายงานข้อมูลการแพ้ยาต่อ
ศูนย์อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เผยแพร่ข้อมูลการเกิด
ADR ที่พบในโรงพยาบาล ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ท่ีเก่ยี วข้องทราบ รบั ผดิ ชอบจัดทำแผน ดำเนินการ
รวบรวมผลการดำเนินงานและรายงานตัวชี้วดั และจดั ทำประวัติแพ้ยาและออกบตั รแพย้ าเพื่อป้องกันการ
แพย้ าซำ้ ใหแ้ ก่ผู้ปว่ ย

71
พยาบาล เป็นผู้รับผิดชอบการซักประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก พร้อม
ทั้งแจ้งการเกิด ADR หรือสงสัย ADR แก่แพทย์และเภสัชกร รวมทั้งดูแลให้การพยาบาล และบันทึก
ทางการพยาบาลของอาการไม่พงึ ประสงค์
แนวทางการปฏิบัติ
1. เมอื่ ผปู้ ว่ ยเข้ามารบั บริการในหนว่ ยบริการ เช่น จดุ บรกิ ารผปู้ ว่ ยนอก จุดบรกิ ารห้องฉุกเฉิน คลินิก
โรคเร้ือรงั ผูป้ ่วยใน แลว้ สงสยั วา่ ได้รบั ผลกระทบจากยาหรือผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ แพทย์/พยาบาล
ประเมนิ ลกั ษณะอาการของผู้ป่วยและซักประวัตเิ พิ่มเตมิ ตามประเดน็ สำคัญท่ีสงสยั
2. สง่ ตอ่ ข้อมูลผูป้ ว่ ยใหเ้ ภสัชกร เพื่อสืบคน้ ปัญหาการใช้ยา และประเมนิ เหตุการณ์ไม่พงึ ประสงค์
ตามระบบการเฝา้ ระวังเหตุการณ์ไม่พงึ ประสงค์
3. เมื่อเภสชั กรประเมนิ แลว้ พบว่ามีสาเหตุจากการใชย้ า และผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพท่ีไม่ปลอดภยั เภสชั
กรจะรายงานแพทย์เพื่อประเมนิ การรกั ษา และมกี ารบันทึกข้อมลู ในเอกสาร บันทึกลงใน
โปรแกรม HOSxP ของโรงพยาบาลพรอ้ มทัง้ ออกบัตรแพย้ าให้กบั ผู้ปว่ ย
4. เภสัชกรบันทึกขอ้ มลู ลงในฐานข้อมลู ศนู ยเ์ ฝ้าระวังความปลอดภยั ด้านผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ (Health
Product Vigilance Center: HPVC) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
2.2 การดำเนนิ งานในชมุ ชน (บรู ณาการจากโรงพยาบาลเช่อื มไปถึง รพ.สต. และชุมชน)
มีการเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลไปสู่ รพ.สต. โดยมีการส่งต่อข้อมูลต่างๆ เช่น อาการ
ข้างเคียงจากการใช้ยา ประวัติการแพ้ยา การสั่งใช้ยาในผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 รายชื่อผู้ป่วยที่ได้รับยา
Warfarin เพื่อป้องกัน Drug interaction การวางระบบป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยา เป็นต้น ซ่ึง
นำไปสู่การวางระบบเฝ้าความปลอดภัยด้านยาใน รพ.สต.
1. ข้อมูลแพ้ยามีระบบการส่งต่อข้อมูล และคืนข้อมูลเข้าสู่โรงพยาบาล โดยนำข้อมูลแพ้ยาของ
ประชาชนในตำบลเข้าสูโ่ ปรแกรม เพอ่ื วางระบบปอ้ งกันการสัง่ ใชย้ าทีผ่ ปู้ ว่ ยมปี ระวัติแพ้ยา

2. ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยโรคไต เพอื่ เฝ้าระวงั การสัง่ ใชย้ าในกลุ่มNSIADsโดยใสข่ ้อมูลในช่องคำเตอื น
ด้านสุขภาพ

72

3. ส่งตอ่ ข้อมูล คยู่ าชอื่ พอ้ งมองคลา้ ย โดยมีการตดิ สญั ลักษณบ์ ริเวณทีจ่ ดั ยา เพื่อปอ้ งกันความ
คลาดเคลือ่ นทางยา

4. วางระบบป้องกันการสง่ั ใช้ยาที่อาจทำให้เกิด Drug interaction ในผู้ปว่ ยท่ีใชย้ า Warfarin

2.3 การมสี ่วนรว่ มของชุมชนและภาคเี ครือข่าย
มีการจัดต้ังศูนย์แจง้ เตือนภัยฯ 2 แห่ง ในอำเภอท่าฉาง คือ ที่ รพ.สต.คลองไทร และ รพ.สต.เขา

ถ่าน โดยมีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุนศักยภาประชาชนในชุมชนซึ่งเป็นผู้บริโภค ให้ได้รับความ
ปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นแหล่งให้ข้อมูลให้กับชุมชน เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความ
ตระหนักรู้ในการเลือกใช้ผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ ส่งเสริมการปรับเปล่ยี นพฤติกรรมเพื่อเพมิ่ ความปลอดภัยของ
ผู้บรโิ ภค //ส่วนของ รพ.สต.คลองไทร ไดม้ ีการดำเนนิ โครงการผบู้ รโิ ภคปลอดภยั ม่นั ใจ ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ
ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลคลองไทร ในการส่งเสริมความรู้ด้านอาหารปลอดภัยให้กับ อสม. และ
ผู้ประกอบการ เพ่ือพฒั นาร้านอาหาร แผงลอย ร้านชำ ใหผ้ ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน
2.4 การมสี ่วนร่วมของภาคเอกชน

73
ในอำเภอท่าฉาง มีคลินิกแพทย์ 1 แห่ง ได้มีการชี้แจงแนวทางการเข้าร่วมโครงการ RDU
ภาคเอกชน และรา้ นยา ขย 1 จำนวน 9 รา้ น อยู่ในระหว่างการชแี้ จงเพ่ือเข้ารว่ มโครงการร้านยา RDU
2.5 การสรา้ งความรอบรใู้ ห้กบั ประชาชน
การดำเนินกิจกรรมในโรงพยาบาลได้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมสัปดาห์ RDU เป็นประจำทุกปี
เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการใช้ยาสมเหตุผลให้กับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนในการสั่งใช้ยา และผู้ ป่วยที่มารับ
บริการ ได้มคี วามเข้าใจทถี่ กู ต้องซ่ึงนำไปสู่พฤติกรรมการใช้ยาสมเหตผุ ล
การดำเนินกิจกรรมใน รพ.สต. คลองไทร มีการให้ความรู้ด้านอาหารปลอดภัยให้กับ อสม. และ
ผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความรอบรู้ให้กับผู้ประกอบการด้านอาหาร มีการลงพื้นที่สำรวจร้านชำที่มีการ
จำหน่ายยาอันตราย เมื่อรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว จึงดำเนินการในรูปแบบภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบไป
ด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. องค์กรปกครองส่วนทองถิ่น ได้ลงพื้นที่ เพื่อแนะนำร้านชำในส่วนของ
รายการยาทสี่ ามารถจำหน่ายได้ และรายการยาที่ไมส่ ามารถจำหน่ายได้ ความผิดซง่ึ อาจจะเกิดข้ึนในการ
ขายยาในร้านชำ ซึง่ ในชว่ งแรกร้านชำหลายรา้ นยังไม่ให้ความร่วมมือ แตเ่ มอื่ ภาคีเครอื ข่ายระดมให้ความรู้
และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ประกอบการมีความรอบรู้ในการเลือกผลิตภัณฑ์และรายการยาที่
สามารถนำมาขายไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งมากขน้ึ
3. ผลงานเด่นท่เี ป็นแบบอย่าง ด้านการดำเนินงานในโรงพยาบาล

3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การคน้ หาปญั หา
การดำเนินงาน RDU ในปี 2564 พบว่าการดำเนนิ งานตามตวั ชว้ี ัด RDU ของโรงพยาบาล ท่าฉาง

ลดลงมาอยูใ่ น RDU ขนั้ ท่ี 1 เน่ืองจากมกี ารส่ังใชย้ าทห่ี า้ มใชใ้ นสตรตี ้งั ครรภ์ ไดแ้ ก่ ergots ในผปู้ ่วย
ต้งั ครรภ์ 1 ราย
3.2 แนวทางการดำเนินงานและผลลัพธท์ ี่เกิดข้นึ

การดำเนนิ งาน
- ได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการ PTC และองค์กรแพทย์ เพื่อ
วิเคราะห์หาสาเหตุที่มีการสั่งใช้ยาที่ห้ามใช้ในสตรีตั้งครรภ์ ได้แก่ ergots ในผู้ป่วย
ตั้งครรภ์รายนี้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เกิดจากความผิดพลาดของระบบ HOSxP
เนื่องจากมีการเปลี่ยนเวอร์ชั่นของโปรแกรม ซึ่งเดิมได้มีการลงข้อมูล Pregnancy
category ยาทุกตัวที่มีใช้ในโรงพยาบาลและตั้งค่าเตือนยาที่ห้ามใช้ในสตรีตั้งครรภ์และ
ตั้งค่าให้ไม่สามารถสั่งจ่ายได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนเวอร์ชั่นของโปรแกรม ระบบการเตือน
และหา้ มสง่ั ใช้ไมส่ มบูรณ์ จงึ ทำให้เกดิ ความผดิ พลาดขึ้นได้
- ฝ่ายเภสัชกรรมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในโปรแกรม HOSxP โดยได้มีการระบุ
Pregnancy category ยา และตั้งค่าให้มีการแจ้งเตือนยาที่ห้ามใช้ในสตรีตั้งครรภ์
รวมทงั้ ตง้ั คา่ ให้ไม่สามารถสง่ั ใชย้ าท่หี ้ามใชใ้ นผ้ปู ว่ ยทต่ี ัง้ ครรภไ์ ด้

74

ผลลัพธ์ทเ่ี กิดขึ้น
รอ้ ยละการสง่ั ใช้ยาทหี่ า้ มใชใ้ นสตรตี ั้งครรภ์เทา่ กับ 0
3.3 ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั ต่อหน่วยบรกิ าร/ชุมชน
ผมู้ ารับบรกิ ารสุขภาพที่โรงพยาบาลมคี วามปลอดภยั ในการใชย้ า เน่ืองจากการใช้ยาท่ีอยู่ใน
Pregnancy category X มีรายงานการทำใหเ้ กดิ ความผดิ ปกตกิ ับทารกในครรภไ์ ด้ การมแี นวทางป้องกัน
ทงั้ ในเชงิ ระบบและการปฏบิ ัติชว่ ยเพมิ่ ความปลอดภยั ในการใช้ยาของผ้ปู ่วยได้
3.4 ปจั จัยแห่งความสำเรจ็
คณะกรรมการ PTC มกี ารจัดการตอ่ เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ท่เี กดิ ขึ้นอย่างเปน็ ระบบ โดยมกี าร
วิเคราะห์ในทุกข้นั ตอนของระบบบรกิ าร พร้อมท้ังมีการวางแนวทางปอ้ งกนั ในแต่ละขัน้ ตอนเพ่ือป้องกนั
ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
3.5 สิ่งทไี่ ดเ้ รียนร้จู ากการดำเนนิ งาน
การใชโ้ ปรแกรมในการวางระบบปอ้ งกันการเกิดเหตกุ ารณไ์ มพ่ ึงประสงค์ อยา่ งเดยี วอาจไม่
เพียงพอ จำเปน็ ต้องมีการวางระบบในเชิงการปฏิบัติร่วมด้วย เพอ่ื ป้องกนั ความผดิ พลาดจากการใชร้ ะบบ
โปรแกรมเตอื นเพยี งอย่างเดยี ว
3.7 บทสรุป/ข้อเสนอแนะ เพอื่ การพัฒนา/ต่อยอด
เพ่อื เพิม่ ความปลอดภัยในการสั่งใชย้ าในหญงิ ต้งั ครรภ์ มีแนวคิดในการใช้ ICD 10 เป็นข้อจำกัด
เพ่ิมเติมในการห้ามสัง่ ใชย้ าในกลุ่ม Pregnancy Category X

75

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตผุ ล อำเภอทา่ โรงชา้ ง

1. การบริหารองคก์ รเพือ่ ขบั เคลอื่ น RDU district

1.1 การนำองค์กร
❖ ผู้บรหิ ารระดบั ใหค้ วามสำคญั โดยประกาศนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ลของท้ังใน

โรงพยาบาลและในเครอื ข่ายบรกิ ารสขุ ภาพ
❖ ผบู้ รหิ ารระดับสูงมีการกำกับติดตามตัวช้วี ดั ต่าง ๆ ในท่ีประชุมประจำเดือนทั้งระดบั

โรงพยาบาลและระดับเครือข่ายบรกิ ารสขุ ภาพ พร้อมท้งั สนับสนุนและส่งเสรมิ เพ่ือใหเ้ กิดผล

ลัพธ์ของการดำเนนิ งานท่ดี ขี ึน้ เชน่ สนับสนุนสอื่ การเรยี นรู้ สื่อประชาสมั พันธ์ การจดั อบรม

ให้ความรู้แก่บุคลากรและประชาชน เป็นตน้

1.2 การวางแผนเชิงยทุ ธศาสตร์
❖ สนับสนนุ ให้มกี ารดำเนินการโครงการต่างๆ ที่เก่ยี วขอ้ งกบั การส่งเสรมิ RDU ทั้งในระดับ

โรงพยาบาลและเครือขา่ ยบริการสุขภาพ เช่น โครงการพฒั นาองค์ความรแู้ ละการสอ่ื สารดา้ น

สุขภาวะทถ่ี กู ต้องและเช่อื ถอื ไดใ้ หแ้ ก่ประชาชน พรอ้ มทงั้ เฝ้าระวงั และจัดการกบั ความรู้ด้าน

สุขภาวะทไ่ี ม่ถูกต้อง
2. แนวทางการดำเนนิ งานและผลงานภาพรวมทงั้ 5 ด้าน

2.1 การดำเนินงานในโรงพยาบาล

พัฒนามาตรการและขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาระบบบริการใหม้ ีการใชย้ าอย่างสมเหตุผล ดงั นี้
➢ ทบทวนบญั ชียาของโรงพยาบาล ใหม้ ีรายการยาท่ีควรมีและไม่ควรมใี นบัญชียาของ

โรงพยาบาลตามคู่มอื ดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล
➢ สง่ เสรมิ การใชย้ าในบญั ชยี าหลักแหง่ ชาติ
➢ พฒั นาฉลากยาและฉลากยาเสรมิ ใหม้ ชี ่อื ยาภาษาไทย ขนาด/วธิ ีใช้ ข้อควรระวัง และข้อบ่ง

ใชอ้ ยา่ งนอ้ ย 13 กลุม่ ยา ตามค่มู อื ดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใชย้ าอยา่ งสม
เหตุผล
➢ มกี ารดำเนินการให้เกิดจรยิ ธรรมว่าดว้ ยการจดั ซ้อื และส่งเสรมิ การขายยา และส่งเสรมิ

จรรยาบรรณทางการแพทยใ์ นการสัง่ ใชย้ า
➢ ส่งเสรมิ การใชย้ าปฏิชวี นะอย่างรับผดิ ชอบ (Responsible Use of Antibiotics: RUA) ใน

กลุ่มโรคติดเช้ือทางเดินหายใจสว่ นบน โรคอจุ จาระรว่ งเฉยี บพลัน บาดแผลสดจากอุบตั เิ หตุ

และในสตรีคลอดปกติครบกำหนดทางชอ่ งคลอด
➢ ส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยกลุ่มโรคไมต่ ดิ ต่อเร้ือรงั (Non-Communicable

Diseases: NCD) ได้แก่ ภาวะความดนั เลอื ดสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมนั ในเลือดสูง โรคข้อ

เสือ่ ม และโรคข้ออักเสบเกาต์ โรคไตเร้ือรัง โรคหดื และโรคปอดอุดกน้ั เรื้อรงั
➢ พฒั นาการดูแลดา้ นยาเพอ่ื ความปลอดภัยของผปู้ ่วยกลุม่ พิเศษที่มีความเส่ียง ได้แก่ ผสู้ ูงอายุ

สตรีต้ังครรภ์ สตรีใหน้ มบตุ ร ผู้ป่วยเดก็ ผูป้ ว่ ยโรคตับ และผปู้ ว่ ยโรคไตเรอื้ รงั เพื่อลด

ภาวะแทรกซ้อนจากยา และในผู้ป่วยกลุ่มทีต่ อ้ งใชย้ าอย่างสมำ่ เสมอและต่อเน่ือง ได้แก่
ผ้ปู ว่ ยท่ีได้รับยาตา้ นไวรสั เอดสห์ รอื ยาต้านวัณโรค สรา้ งความตระหนักรู้ของบคุ ลากรทาง

การแพทย์ และผรู้ บั บริการต่อการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล

76
2.2 การดำเนนิ งานในชุมชน (บูรณาการจากโรงพยาบาลเช่ือมไปถึงรพ.สต.และชุมชน)

❖ มีการทบทวนรายการยาปฏิชีวนะในรพสต.
❖ การเฝา้ ระวงั การใชส้ ารสเตยี รอยด์ ในยาและเครื่องสำอาง ในชมุ ชน และมกี ารช่วยตรวจสอบ

ในยาและสมุนไพรทีป่ ระชาชนสงสัยวา่ มสี เตียรอยดเ์ ปน็ ส่วนผสม โดยใช้ชุดทดสอบที่ได้รับ
การสนบั สนุนจากกรมวทิ ยฯ์
❖ การให้ความรู้บุคลากรทางการแพทย์ เรอ่ื ง RDU ในรพสต. และชมุ ชน

❖ ให้ความรู้เกี่ยวกบั โรคและยาใน RDU แกผ่ ปู้ ่วยในคลนิ กิ NCD ของรพสต. และเด็กนกั เรียนใน
ชุมชน

2.3 การมสี ่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครอื ข่าย
❖ มีการจัดการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุผลแก่ผู้รับบริการที่มารับบริการที่
โรงพยาบาลท่าโรงช้าง และเมื่อมกี ารออกชมุ ชน เยีย่ มบ้าน

77

2.4 การมสี ่วนร่วมของภาคเอกชน
❖ มีการประสานเพ่ือขอความรว่ มมือจากร้านขายยาและคลนิ กิ เอกชน ท่เี ปดิ ให้บริการในพื้นท่ี
ให้ปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานวชิ าชพี และสง่ เสริมการใชย้ าอย่างสมเหตุผลแก่ผทู้ ม่ี ารบั บริการ

2.5 การสรา้ งความรอบรู้ให้กับประชาชน

78
❖ มกี ารเยย่ี มบ้านและแนะนำการใชย้ าในผ้ปู ่วยที่มกี ารใช้ปฏิชีวนะ และการใชย้ าโรคประจำตวั

การสร้างความรอบร้ดู ้านสุขภาวะ โดยพัฒนาองคค์ วามรู้และการส่ือสารด้านสขุ ภาวะที่
ถกู ต้องและเช่อื ถือไดใ้ หแ้ ก่ประชาชน พร้อมท้ังเฝ้าระวังและจดั การกับความรู้ด้านสขุ ภาวะที่
ไมถ่ ูกต้อง จนเกดิ เป็นทกั ษะทางปัญญาและสงั คมทีเ่ ปน็ การเพิ่มศักยภาพในการจดั การสขุ
ภาวะตนเองของประชาชน อาทิการปรับเปลีย่ นพฤติกรรมสุขภาพของตนเองใหม้ ีความ
เหมาะสมและการมกี จิ กรรมทางกายทีเ่ พยี งพอในการดำรงชีวติ
3. ผลงานเด่นท่ีเป็นแบบอยา่ ง ดา้ นการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
3.1 การวางแผนการดำเนินงาน การค้นหาปญั หา
❖ กำหนดผู้รับผดิ ชอบหลกั ทชี่ ัดเจนในการกำกับประเดน็ RDU ในโรงพยาบาล โดยกำหนดให้
คณะกรรมการเภสัชกรรมการและการบำบัด (PCT) เป็นผู้การรวบรวมขอ้ มลู ตดิ ตามตวั ชว้ี ดั
ทผ่ี ลดำเนินการไมเ่ ป็นไปตามเปา้ หมาย และวิเคราะห์สาเหตุ/ปญั หา และนำเสนอเปน็ ประจำ
ทกุ เดือนในที่ประชุมคณะกรรมการบรหิ ารรพ.
❖ สร้างความรคู้ วามเขา้ ใจในบุคลากร ท่ีทำหนา้ ทสี่ ่งั ใชย้ าในโรงพยาบาล ซึ่งได้แก่ แพทย์ และ
พยาบาล เพ่ือใหเ้ หน็ ความจำเปน็ และประโยชนจ์ ากการดำเนินงาน RDU
❖ สนบั สนนุ ให้นำเทคโนโลยีตา่ งๆเขา้ มาช่วยในการประเมนิ ผล และแจ้งเตือนกรณกี ารสัง่ ใชใ้ น
คอมพวิ เตอร์

3.2 แนวทางการดำเนินงานและผลลัพธท์ ีเ่ กิดขึ้น
❖ คณะกรรมการเภสัชกรรมการและการบำบัด (PCT) ดำเนินการตดิ ตามตัวชีว้ ัดทผี่ ลดำเนนิ การ
ไมเ่ ปน็ ไปตามเปา้ หมาย และวิเคราะห์สาเหต/ุ ปญั หา นำเสนอเป็นประจำทกุ เดือนในทป่ี ระชุม
คณะกรรมการบรหิ ารรพ.
❖ จดั กิจกรรมการประชุมช้ีแจงในองค์กรแพทย์และการพยาบาล รวมถึงการฝกึ อบรม และการ
จดั กจิ กรรมรณรงค์ เพ่อื กระตุ้นความเข้าใจ
❖ ประสานองค์กรแพทย์ เพ่ือทำความเขา้ ใจเกย่ี วกับแนวทางการส่งั ใช้ยาทีเ่ หมาะสม กลมุ่ การ
วินจิ ฉยั ทต่ี ้องระมัดระวังในการสั่งใช้ยา โดยขอใหม้ ีการกำหนดเปน็ หวั ขอ้ หนง่ึ ในการ
ปฐมนเิ ทศสำหรับแพทยท์ ่ีหมุนเวียนใช้ทุน
❖ มกี ารกำกบั ติดตามการสั่งใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เชน่
o มีการทบทวนเวชระเบยี นของผปู้ ว่ ย และตรวจสอบความถูกตอ้ งของการสงั่ ใช้ยา
หากพบการส่งั ใช้ยาปฏิชีวนะใน 3 กลุ่มโรค จัดทำข้อมลู จำแนกรายช่อื แพทย์ ตาม
การสง่ั ใชย้ าปฏิชีวนะ เพ่ือทบทวนการสงั่ ใช้ยาปฏชิ ีวนะวา่ มีความเหมาะสมหรอื ไม่
❖ มกี ารใช้ประโยชน์จากการโปรแกรมตา่ งๆ ในการประมวลผล และช่วยแจง้ เตอื นเพอื่ ปอ้ งกัน
การสงั่ ใชท้ ่ไี ม่เหมาะสม เชน่
o การนำโปรแกรม ThaiRDU มาใช้ร่วมกบั โปรแกรม Hosxp ในการประเมนิ ผล
ดำเนินการของตวั ชว้ี ัดตา่ งๆ ในแต่ละเดือน
o สร้างขอ้ ความแจง้ เตือนในโปรแกรม Hos-XP กรณกี ารสงั่ ใชย้ า ยา warfarin*,
statins, ergots เมื่อทราบวา่ ตงั้ ครรภแ์ ล้ว (* ยกเวน้ กรณีใส่ mechanical heart

79
valve) จะมีข้อความเตือนให้ทราบวา่ เป็นหญงิ ต้ังครรภ์ และระบุว่ากลุ่มยาดงั กล่าว
เปน็ Pregnancy Category (US FDA): X ไมส่ ามารถสัง่ ใช้ยาได้

3.3 ประโยชน์ท่ีได้รับ(impact) ต่อหน่วยบรกิ าร/ ชุมชน
❖ บคุ ลากรมีความเข้าใจและตระหนัก
❖ ประชาชนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการใชย้ าเพ่ือดูแล สขุ ภาพตนเองเบื้องต้นตามความจำเปน็
และใช้ยาที่ได้รบั จากหนว่ ยบริการสขุ ภาพได้อย่าง ถูกต้อง คุ้มคา่ ปลอดภยั เหมาะสมกับแตล่ ะ
บุคคล

3.4 ปัจจัยแห่งความสำเรจ็
❖ ความร่วมมอื กันของสหวชิ าชีพและคนในองค์กร ในการให้ความรู้ และความสำคญั ในการสงั่
ใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล รวมถงึ ความสำคญั ของการลงข้อมลู ให้ครบถ้วน จากการจัดเรียงลำดับ
ในการลง ICD-10

3.5 ส่ิงท่ไี ด้เรียนรูจ้ ากการดำเนนิ งาน

❖ การสัง่ ใชย้ าเป็นระเบยี บแบบแผนมากขน้ึ ตรงตามแนวทางการรกั ษา มีการสงั่ ใช้อยา่ ง
สมเหตสุ มผล และมกี ารปรับปรงุ ฉลากเสรมิ เพ่ือเพมิ่ ความรู้ ความเขา้ ใจ ทราบอาการ
ข้างเคยี งของยาท่ีควรรู้และเฝ้าระวังให้แกผ่ ู้รับบริการ รวมทั้งมกี ารสง่ เสรมิ การใชย้ าสมุนไพร
ทดแทนยาแผนปจั จบุ นั

3.6 บทสรปุ / ข้อเสนอแนะ เพือ่ การพฒั นา/ ตอ่ ยอด

❖ การเข้าสสู่ งั คมผูส้ ูงอายุอยา่ งสมบรู ณ์ (Aged Society) จากทป่ี ระเทศไทยเร่มิ เข้าสสู่ ังคม
ผสู้ งู อายุ (Ageing Society) สดั ส่วนประชากร กลุ่มผู้สูงอายุได้เพิ่มข้นึ อย่างรวดเร็ว เป็น 16.5
% ในปี พ.ศ. 2559 และมีแนวโนม้ จะเพิ่มสงู ถึง 32.2% ในปี พ.ศ. 2575 นอกจากน้ีแนวโนม้
ผ้สู งู อายทุ ่ตี ้องอยู่ตามลำพัง เจ็บปว่ ย ด้วยโรคเร้อื รงั เพมิ่ มากข้ึน ส่งผลต่อภาระคา่ ใช้จ่ายทาง
สุขภาพทเี่ พมิ่ ข้ึนตามไปด้วย ดงั นนั้ การดูแลผสู้ ูงอายจุ งึ อาจเป็นปัญหาที่เกดิ ขน้ึ ไดใ้ นอนาคต
ทางโรงพยาบาลท่าโรงชา้ งจึงจดั ตั้งคลินกิ ผ้สู ูงอายุเพ่ือดแู ลผูส้ งู อายุ

เอกสารอา้ งองิ

1. แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ
2. แนวทางการพฒั นาการใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลในชมุ ชน กระทรวงสาธารณสขุ
(http://dmsic.moph.go.th/index/detail/8302

80

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตุผล อำเภอบา้ นตาขุน

1. การบริหารองค์กรเพือ่ การขับเคลือ่ น
1.1 การนำองคก์ ร
จากวิสยั ทัศนข์ องหนว่ ยงานท่ีมงุ่ หวงั ในการเป็นผู้นำในการทำงานสาธารณสุข ในจังหวัดสุราษฎร์
ธานีทำให้ในระยะแรกของการทำงาน RDU ผู้บริหารได้กำหนด KPI ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยกำหนดให้
ผ่าน RDU ขั้น 3 ภายใน 3 ปี ทางผู้รับผิดชอบได้มีการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยใช้
กระบวนการต่างๆ ผลการดำเนินในช่วงแรกได้มีการปรับปรุงตามเกณฑ์ได้แก่การปรับปรุงรายการยาให้
เหมาะสม ปรบั ปรุงฉลากยา แตย่ งั พบมีปญั หาในการสั่งใชย้ าantibiotic และการสงั่ ใช้ยาในโรคเรือ้ รังไม่ได้
ตามเป้าหมาย ผู้บริหารรับทราบทำให้มีการจัดประชุมเพื่อปรับปรุงการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดย
เริ่มจากการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สหวิชาชีพ โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาล โดยการจัดประชุมให้
ความรู้ การทำขอ้ สอบ และการกำหนดเกณฑ์ในการสั่งใช้ยาต่างๆ และมกี ารนำข้อมลู KPI มานำเสนอทุก
เดือน และได้มี FEEDBACK ผูส้ ั่งใช้ยาในแต่ละราย นอกจากนย้ี ังได้มีการจดั นทิ รรศการ การเดนิ รณรงค์ใน
ชมุ ชน และให้ความรใู้ นการประชมุ ในทกุ ภาคส่วน เพอื่ ประชาชนในชมุ ชนเข้าใจการส่งั ใชย้ า จะได้ไม่แสดง
ความไม่พอใจในการให้บริการ ให้ประชาชนทราบถึงจุดเน้นของการดำเนิน RDU ในการสร้างความ
ปลอดภยั และลดค่าใช้ จา่ ยดา้ นของประเทศ
จากการทำงานมาหลายปี และความร่วมมือของคณะทำงานทุกภาคส่วนทำให้เกิดการ
เปล่ยี นแปลงจากเดมิ ไม่ว่าจะเปน็ การตระหนักของผ้สู ่ังใชย้ า หรอื ประชาชนทร่ี บั บรกิ ารมคี วามเข้าใจทำให้
เกิดแนวทางที่เหมาะสมในการสั่งใช้ยามากขึ้น และยังส่งผลใหห้ นว่ ยงานผ่าน RDU ขั้น 3 ในระยะเวลาท่ี
วางไว้
1.2 การวางแผนเชิงกลยุทธศาสตร์
ในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการทำงานในครัง้ น้ีได้มีการใช้ 4 คำถามสำคัญในการจัดทำแผน ได้แก่
1. ปจั จุบันเราอยู่ ณ จดุ ไหน? = SWOT Analysis
2. ในอนาคตเราตอ้ งการไปสู่จดุ ไหน? = กำหนดวิสัยทัศน์ และทศิ ทางขององคก์ ร
3. เราจะไปสจู่ ดุ นนั้ ได้อย่างไร? = กำหนดกลยุทธ์
4. เราจะตอ้ งทำหรอื ปรับเปลยี่ นอะไรบ้าง?
5. เพ่ือไปถึงจุดน้นั เตรียมการวางแผน = แปลงกลยุทธ์สู่การปฏบิ ตั ิ
จากการทำ SWOT Analysis พบจุดแข็งคือ ผู้บริหาร และผู้รับผิดชอบมคี วามมุ่งมั่นสูงในการที่จะ
ดำเนนิ งาน และพบโอกาส คือ ชุมชนพรอ้ มทจ่ี ะสนบั สนุน และให้ความร่วมมือในการทำงาน จงึ ไดก้ ำหนด
ทิศทางขององคก์ ร และกำหนดเปา้ หมายระยะสั้น และระยะยาว โดยมีผลลัพธ์ RDU ผ่านข้ัน 3
กลยุทธ์ในระยะแรกดำเนินการในโรงพยาบาล โดยการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าท่ี จากนั้นกลับมา
ทบทวนว่ายังมีปัญหาในตัวช้ีวัดไหน ระยะที่ 2 ได้มีการนำรูปแบบของโรงพยาบาลที่ผ่านตัวชี้วัดมาศึกษา
และทดลองดำเนนิ การตามดู จากนั้นนำผลการดำเนนิ งานมาสรปุ เปน็ แนวทางของโรงพยาบาลเอง ระยะท่ี
3 สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ยาอย่างเหมาะสมเพื่อให้เข้าไปสู่การเป็นวัฒนธรรมของ
องค์กร เป้าหมายต่อมาในปีนี้คือ การนำ RDU เข้าสู่ภาคเอกชน ซึ่งต้องได้รับแรงสนับสนุนในชมุ ชนอยา่ ง
มาก

81

2. แนวทางการดำเนนิ งาน และผลงานภาพรวมทั้ง 5 ด้าน
2.1 การดำเนนิ งานในโรงพยาบาล

เปา้ หมายและตวั ชวี้ ดั

การรายงานประจำเดอื น

เพ่อื บรรลเุ ป้าหมายโรงพยาบาลส่งเสริมการใชย้ าสมเหตสุ มผล ข้ัน 3 (18ข้อ) PTC ได้ปฏิบัติตาม
ระบบงานท่ีมมี าตรการต่อไปนี้ (1) ทมี PTC กำหนด Rational Drug Use เปน็ นโยบายหลกั (2) สร้างความ
เข้าใจแกเ่ จา้ หนา้ ท่โี ดยการจดั ประชมุ (3) สร้างความเข้าใจแก่ผู้รับบรกิ าร และประชาชน ผ่านการโฆษณา
ประชาสัมพันธ์ และการรณรงค์ (4) ตัดรายการยาหา้ มใชอ้ อก เช่น Glibenclamide (5) สนบั สนุนการใช้
ยาสมนุ ไพรแทนยายาปฏชิ วี นะในโรค URI และ AD (6) ติดตามรายงานผลให้ผ้เู กี่ยวข้องทราบในทุกเดือน
(7) ทบทวนผลลัพธท์ ่ีไม่ผ่านตวั ช้ีวดั ในการประชมุ PTC ทกุ ไตรมาส และหาแนวทางแกไ้ ข ทำใหเ้ กดิ ผล
ลัพธ์พบวา่ ปี 2561 ผา่ นมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ 13 ขอ้ ปี 2562 ผ่านมาตรฐานโรงพยาบาล
สง่ เสริมสุขภาพ 14 ข้อ ปี 2563 ผ่านมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพจำนวน 15 ข้อไมผ่ า่ น 3 ข้อคอื
(1) รอ้ ยละของผปู้ ่วยโรคหืดเรอ้ื รงั ท่ีไดร้ บั ยา inhaled corticosteroid (2) รอ้ ยละการใช้ยาปฏิชวี นะใน
โรคอุจจาระรว่ งเฉียบพลัน (3) รอ้ ยละการใชย้ าปฏชิ วี นะในหญิงคลอดปกติครบกำหนดทางชอ่ งคลอด ทำ
ให้ไม่ผา่ นเกณฑ์โรงพยาบาลส่งเสริมการใชย้ าสมเหตุสมผล ข้ัน 3 เม่อื เปรียบเทียบกับปี 2561 ผ่าน 13 ขอ้
,ป2ี 562 ผา่ น 14 ข้อ พบวา่ มีจำนวนข้อทผี่ า่ นมาตรฐานมแี นวโนม้ เพ่ิมข้นึ

82

กราฟแสดงรอ้ ยละการสั่งยา inhaler corticosteroid ในผู้ป่วยโรคหืดเรอื้ รงั

100

80

60

40 ปี 2562 ปี 2563

20

0
ปี 2561

เพื่อปรับปรุงกระบวนการสั่งยา inhaler corticosteroid ในผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรัง โดยมีเป้าหมาย
ร้อยละของผ้ปู ว่ ยโรคหดื เร้ือรังที่ได้รับยา inhaler corticosteroid มากกวา่ ร้อยละ 80 PTCได้ดำเนินการ
ปรับปรุง (1) รายงานรายช่อื ผ้ปู ว่ ยท่ไี ม่ได้รบั ยา inhaler corticosteroid ทุกเดอื นเสนอ องค์กรแพทย์ (2)
ร่วมมือกับ NCD Clinic ในการตรวจสอบรายชื่อดังกล่าวว่าเป็นผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรังหรือไม่ (3) แจ้งเวช
ระเบียนตรวจสอบและช่วยการแก้ไข การลง ICD 10 ที่ผิดพลาด ทำให้เกิดผลลัพธ์ในปี 2561 - 2563
พบว่าผลการดำเนินงานมีแนวโนม้ เพิม่ ข้นึ (< รอ้ ยละ 80)

83

กราฟแสดงร้อยละการส่งั ยา การใช้ยาปฏชิ วี นะในหญงิ คลอดปกติครบกำหนดทางชอ่ งคลอด

100 ปี 2562 ปี 2563
80
60
40
20
0

ปี 2561

เพื่อแก้ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในหญงิ คลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอด PTC ได้ใช้แนวคิด
RCA โดยดำเนินการดังนี้ ทบทวนการใช้ยาในหญิงคลอดปกติทุกราย ดูสาเหตุการใช้ยา และการลง ICD
10 ที่สอดคล้องกับโรค ในปี 2563 พบว่ามีหญิงคลอดปกติ 77 ราย ใช้ยาปฏิชีวนะ 11 ราย คิดเป็น ร้อย
ละ14.29 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ข้อกำหนด คือน้อยกว่าร้อยละ 10 ทำให้เกิดบทเรียน ทบทวนแนวทางการลง
ICD 10 และการใช้ยาปฏิชีวนะในหญิงคลอดปกติครบกำหนดทางช่องคลอดโรงพยาบาลบ้านตาขุน เมื่อ
เปรยี บเทียบกบั ขอ้ มลู ในปี 2561 - 2563 พบวา่ ผลการดำเนินงานมแี นวโน้มลดลง (> ร้อยละ 10)

เพื่อตอบสนองต่อโอกาสพัฒนาเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน PTC ได้
วางแผนไวด้ ังน้ี (1) สนับสนนุ การใชส้ มุนไพรยาเหลอื งปิดสมุทรในการรักษาโรคอจุ จาระร่วงเฉยี บพลัน (2)
ทบทวนแนวทางการลง ICD 10 และการใชย้ าปฏชิ วี นะในการรกั ษาโรคอจุ จาระรว่ งเฉียบพลนั

การฝกึ อบรมเพอ่ื เพมิ่ ความรู้ความสามารถ:
เพื่อบรรลุเป้าหมาย ผู้ประกอบวิชาชีพได้รับประเมินและฝึกอบรมระบบยาเป็นประจำทุกปี

โรงพยาบาลได้ปฏิบัติตามระบบงานที่มีมาตรการต่อไปนี้ (1) จัดอบรมและประเมินความรู้ระบบยา
ประจำปี (2) ทบ ทวนความรู้เรื่อง 2P safety ในกลุ่มแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร ทำให้เกิดผลลัพธ์ ปี
2561 อบรมเรื่อง ATB Smart Use ปี 2562 อบรมเรื่อง RDU และในปี 2563 อบรมเรื่อง 2P safety
(Medication)

84
2.2 การดำเนนิ งานในชุมชน

1. ดำเนนิ งานดา้ นคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
2. สำรวจรา้ นค้า รา้ นชำ แผงลอย
3. สำรวจ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพกลุ่มเสี่ยงเป้าหมาย ด้านกฎหมายและ มาตรฐาน

ดงั ตอ่ ไปนี้
3. 1 ตลาดสด/แผงจำหน่าย/ร้านอาหาร/ห้องเย็น/ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ผักสด/ผลไม้สด,
เนือ้ สตั วแ์ ปรรปู (บอแรกซ)์ ,นำ้ มนั ทอดซำ้ ,เกลือบรโิ ภค)
3. 2 ตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เสี่ยง ตาม Black List และ Safety Alert ซึ่ง มี
จำหน่ายในร้านค้าส่ง/ร้านชำ/มินิมาร์ท/ร้านเสริมสวย/ร้านยา/สถานพยาบาล
ได้แก่ อาหารเสริมสุขภาพปนเปื้อนสารลดน้ำหนัก/กระตุ้นทางเพศ เครื่องสำอาง
ปนเปอื้ นสารปรอท ยาชุด/ยาลกู กลอน/ยาสเตียรอยด์/ ยาผดิ กฎหมายตา่ งๆ

4. สุ่มเก็บตวั อย่างอาหารในร้านค้า ร้านชำ แผงลอย และตลาด ตรวจหาสารปนเป้อื นในอาหาร
5. รายงานผลการดำเนินงานใหผ้ บู้ ังคบั บญั ชาทราบ
2.3 การมีส่วนรว่ มของชุมชนและภาคเี ครอื ขา่ ย

การสำรวจเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในแหล่งกระจาย การเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์
สุขภาพในแหล่งกระจาย หมายถึง การตรวจสอบสถานที่ ผลิต เข้า จำหน่ายหรือให้บรกิ ารด้านสุขภาพที่
เกยี่ วข้องกับยาและผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ ขั้นตอนดำเนินงาน ดังนี้

85

ภาคีเครือข่ายชุมชน สำรวจ รวบรวม และจัดทำข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่ง กระจายยาท้ัง
สถานที่ผลิต นำเข้า จำหน่ายหรือให้บริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น
สถานท่ขี ายยา คลินกิ สถานพยาบาล ร้านชำ รถเร่ ตลาดนดั สถานวี ทิ ยุ ฯลฯ ตัวอย่างแบบฟอร์มทะเบียน
สถานประกอบการ/เครือข่าย/ชมรมต่างๆ ในพื้นที่สามารถจัดทำได้ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นข้อมูล
พื้นฐานที่ จะนำไปวางแผนการดำเนินงานสำรวจเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพในแหล่งกระจาย
ตลอดจนการ ติดตามเฝ้าระวังป้องกันมิให้เกิดปัญหาด้านการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต ภาคี
เครือข่ายชุมชน/พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อสำรวจ
สภาพปัญหาและนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน เช่น
ปัญหาการใช้ยาชุด สเตียรอยด์ ผลิตภัณฑเ์ สริมอาหารทีโ่ ออ้ วดสรรพคุณเกนิ จรงิ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่ง
รูปแบบการ ตรวจสอบเฝ้าระวังช่องทางการกระจายยาสูช่ ุมชนตามแหล่งกระจายยาได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
การตรวจสอบเฝ้า ระวังแหล่งกระจายยาที่ตั้งอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งและการตรวจสอบเฝ้าระวัง
แหลง่ กระจายยาทไี่ มม่ สี ถาน ท่ตี ง้ั เปน็ หลักแหล่ง

86

2.4 การมสี ่วนรว่ มของภาคเอกชน
ร้านยาเป็น ส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของชุมชน ปัญหาที่พบได้บ่อย และเริ่มเป็นปัญหาท่ี

เกิดผลกระทบต่อร้านยา คือ ปัญหาการใช้ยาในทางที่ผิด เช่นวัยรุ่นใช้ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด ในการผสมส่ิง
เสพตดิ ทำใหร้ า้ นยาตกเปน็ จำเลยสังคม

จากปัญหาทกี่ ระทบจึงได้มีการรวมกลมุ่ พูดคุยกัน เพื่อชว่ ยกันแกป้ ญั หาดงั กล่าว และชว่ ยผลักดัน
โครงการร้านยาไม่ส่งเสริมการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิด เพื่อให้ชุมชนทราบชัดเจนถึงเจตนาของเภสัชกร
และจากการเข้าร่วมโครงการทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันดีในการร่วมกันทำงานอื่นต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะ
เป็นร้ายาคุณภาพ หรอื RDU
2.5 การสรา้ งความรอบร้ใู หก้ ับประชาชน

การดำเนินการ กิจกรรมต่างๆให้เกิดความประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้นั่น คณะผู้
ปฏิบัติทุกภาคส่วนต้องได้ รับการให้ความรู้ผ่านการอบรม ฝึกฝนเป็นอย่างดี เพื่อความเข้าใจและความ
ชัดเจนในการดำเนินงาน และสามารถให้ความรู้ให้แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน ไม่บิดเบือน
จากข้อเท็จ
3. ผลงานเด่น ดา้ นการดำเนนิ งานในชุมชน
เร่ือง การจัดการความเสีย่ ง ร้านยาขายยาแกไ้ อ Diphenhydramine Syrup ในทางท่ีผดิ
3.1 การวางแผนการดำเนนิ งาน การคน้ หาปญั หา

ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดยังคงเป็นภัยคุกคามสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง และเพ่ิม
จำนวนมากขึ้นทุกปีโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ(1) "สี่คูณร้อย" คือสารเสพติดสูตรผสม
โดยมีส่วนผสมหลัก คือ ยานํ้าแก้ไอและนํ้าต้มกระท่อมที่พบมากในพื้นที่ภาคใต้ เป็น 1 ใน 10 ยาเสพติด
กำเนิดใหม่ ซึ่งไม่มีความชัดเจนในเรื่องสถานะทางกฎหมายที่ใช้ในการควบคุม(2) เนื่องจาก "สี่คูณร้อย"มี
การผสมของสารหลายชนิด โดยสารต้ังต้นบางอยา่ งน้ันหาซอ้ื ได้งา่ ยตามทอ้ งตลาด ที่สำคญั คอื มีการนำสาร

87
ตัวใหม่มาใช้ทดแทนกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงยาแก้ไอชนิดนํ้าเชื่อมที่มีส่วนผสมของ
diphenhydramineที่ได้นำมาใช้เป็นตัวใหม่แทนยานํ้าแก้ไอชนิดโคเดอีนที่หาซื้อยากขึ้น จากมาตรการ
ปราบปรามที่เข้มงวดของรัฐ diphenhydramine จัดเป็นยาอันตรายตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510
หากนำยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของ diphenhydramine ไปใช้ในปริมาณที่สูงกว่าปกติจะทำใหผู้ใช้มีอาการ
ง่วงซึม มึนงง ปากแห้ง ใจสั่น และหงุดหงิดง่าย จึงต้องมีการใช้ยานี้อย่างระมัดระวังและห้ามใช้เสริมฤทธ์ิ
กับยานอนหลับ ยากลอ่ มประสาทและแอลกอฮอล์(3) แต่ปจั จบุ นั ได้มีการตรวจพบหลักฐานที่แสดงให้เห็น
วา่ มีการนำยาแก้ไอชนดิ นํ้า diphenhydramine ไปใช้ในยาเสพติด "ส่คี ณู รอ้ ย"เพ่ิมมากขึน้ (1) แหล่งที่มา
ของยาแก้ไอ ซ่งึ ถกู นำมาเสพโดยผู้ตดิ ยาเป็นแหลง่ กระจายยาอย่างไม่ถูกกฎหมายท้ังรา้ นยาที่ได้รับอนุญาต
ตามกฎหมาย และแหล่งกระจายที่ไม่ได้รับอนุญาต การรั่วไหลของยาแก้ไอจากแหล่งกระจายมีทั้งใน
ลักษณะลักลอบจำหน่ายแบบขายปลีกและการขายโดยผู้ค้ารายใหญ่ในปริมาณมากการที่ภาครัฐควบคุม
แหล่งกระจายยาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มีผลผลักดันให้มีการลดปริมาณการจำหน่ายต่อครั้ง แต่มี
การรัว่ ไหลในช่องทางอืน่ ซึ่งไม่ไดถ้ กู ควบคุม

3.2 แนวทางการดำเนินงานและผลลัพธ์ทเ่ี กิดขน้ึ
ระยะที่ 1 พบ case คดี 4 x 100 ในพื้นที่ ทำให้นายอำเภอเรียกพบเภสัชกรร้านยาทุกคนใน

อำเภอบ้านตาขนุ และขอความร่วมมอื ให้เลกิ จำหน่ายยาแกไ้ อ Diphenhydramine Syrup ส่งผลใหเ้ ภสชั
กรทุกร้านในอำเภอบ้านตาขุนเข้าร่วมโครงการร้านยาไม่ส่งเสริมการขายยาแก้ไอ Diphenhydramine
Syrup

ระยะที่ 2 พบข้อร้องเรียน ขายยาแก้ไอ Diphenhydramine Syrup ในร้านยาแห่งหนึ่งที่ไม่มี
เภสัชกรดำเนินการ พนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายทีเ่ ก่ียวข้อง อันได้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.

88
ปลัดอำเภอ ตำรวจ เขา้ รว่ มตรวจสอบ พบว่าได้เลกิ จำหน่ายนานแล้ว แต่ในร้านยงั พบการขายยาอันตราย
จึงมีการทำสญั ญาใจกนั และทมี งานนัดตรวจประเมินทกุ เดอื น ปจั จุบันไดป้ ดิ กิจการแล้ว

ระยะที่ 3 พนกั งานเจ้าหนา้ ท่จี ะมกี ารติดต่อประสานงานกับตำรวจหากมีคดีดงั กล่าว และขอให้มี
การนำขอ้ มูลสถานที่ขาย เพ่อื ดำเนินการตอ่ ไป
3.3 ประโยชนท์ ีได้รับตอ่ หน่วยบรกิ าร/ชมุ ชน

• ภาคเี ครอื ข่ายท่ีเขม้ แขง็ และยังยนื สนับสนุนการสรา้ งความปลอดภยั ในผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ
• รา้ นค้า รา้ นชำกลวั การจำหน่ายยาแก้ไอ
• เปน็ แนวทางการแก้ปญั หารา้ นยาขายยาแกไ้ อ หรือ Drug Abuse
3.4 ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จ
• เจา้ หน้าที่รัฐมคี วามตั้งใจ และมงุ่ มนั่ ในการแก้ปัญหา
• ความรว่ มมือกนั ของภาคีเครอื ขา่ ย
• ประชาชนร่วมมอื ในการไมส่ นับสนนุ การกระทำผิด
3.5 สิง่ ท่ีได้เรียนรู้จากการดำเนินงาน

89

จากการทำงานในครั้งนี้พบว่าการแก้ปัญหาโดยใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวทางสังคม
(ชาวบ้านในชุมชน) การสร้างความรู้ และการใช้อำนาจรัฐ หากสามสิ่งนีข้ ยับไปพร้อมกัน ก็สามารถแก้ไข
ปญั หาของชมุ ชนได้สำเร็จ
3.6 บทสรปุ /ข้อเสนอแนะ เพ่ือพัฒนา/ต่อยอด

ปัจจุบันในชุมชนยังพบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อีกมาก การร่วมมือกันทำงานของภาคีเครือข่าย
การสรา้ ง Health Literacy ใหก้ บั ประชาชน และการมงุ่ มัน่ ของเจ้าหน้าท่รี ฐั สามารถชว่ ยคล่ีคลายปญั หาได้

หลังการดำเนินการเรื่องการขายยาแก้ไอ พบว่ามีเรื่องร้องเพิ่มขึ้น จากภาพเป็นการดำเนินการ
เรอ่ื งการผลติ และขายเครือ่ งด่ืมจากใบกัญชา ซงึ่ ทางภาคีเครอื ข่ายชว่ ยกันใหค้ วามรว่ มมอื กันเป็นอย่างดี

90

91

ผลการดำเนินงานใชย้ าสมเหตุผล อำเภอบา้ นนาเดิม

ปี งบประมาณ 2560 - ปัจจุบัน รพ.บ้านนาเดิม ได้มีกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบาย “โรงพยาบาล
ส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use Hospital) ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบลโดยมีการกำหนดเป็นนโยบายของโรงพยาบาล มีมาตรการและกิจกรรมส่งเสริม RDU จัดเก็บ
ขอ้ มลู ตวั ชี้วัด มกี ารติดตามประเมินผล ในปงี บประมาณ256โรงพยาบาลมีการดำเนินการตามตัวช้ีวัดที่กำหนด
โดยมีตัวช้ีวดั ผา่ นเกณฑ์ 19 ตวั (จาก 20 ตวั ชว้ี ัด) คิดเป็นรอ้ ยละ 95 ของตัวช้วี ัดท้ังหมด ผ่านเกณฑ์ RDU ขน้ั ท่ี
2ซง่ึ ตัวชวี้ ดั ทไ่ี มผ่ า่ นคอื เร่ืองการใช้ยา antibiotic ในบาดแผลสดจากอบุ ัตเิ หตุยังสูงกว่าเกณฑ์

1. กระบวนการวางแผน ระบบการดำเนนิ งาน และมาตรการดำเนนิ งานในพื้นท่ี

มาตรการ กิจกรรม

1. มีคณะกรรมการ PTC ระดับ คณะกรรมการประกอบด้วยสหสาขาวชิ าชีพโดยมผี ู้อำนวยการเปน็ ประธาน และเภสัช

โรงพยาบาล กรเปน็ เลขานกุ าร

2. ทบทวนบัญชียาโรงพยาบาลให้ มกี ารทบทวนบัญชยี าให้เหมาะสมโดยในปี 2564-2565มรี ายการยานำเขา้ ดงั นี้

มีรายการยาท่ีควรมแี ละไม่ควร รายการยา เหตุผลในการนำเข้า

มใี นบัญชยี าของรพ. 1.Nicardipineinjectio ใชส้ ำหรับผูป้ ่วยความดนั โลหติ สงู ทีห่ ้องฉุกเฉิน

n

2.Carvidilol ใชส้ ำหรับผปู้ ว่ ยโรคหัวใจท่มี กี ารสง่ กลบั จากรพ.ศูนย์

3.Atrovastatin ใชส้ ำหรับผปู้ ว่ ยที่ใช้ยา Simvastatin

แลว้ เกดิ ADR/DI

4.Cefazolin injection เปน็ Antibiotic สำหรบั ผปู้ ว่ ยกระดูกหักจาก

อบุ ตั ิเหตุ

ซง่ึ พบได้บ่อยเนื่องจากรพ.ตงั้ อยใู่ กล้ถนนสายหลัก

5.Noradrenaline สำหรบั ผปู้ ่วยตดิ เชอื้ ในกระแสเลือด

3. สง่ เสริมการใช้ยาในบัญชยี าหลัก อตั ราส่วน ED/NEDเปน็ 92/8 (ผา่ นตามเกณฑ)์

แหง่ ชาติ

4. ฉลากยาและฉลากยาเสริมทม่ี ี ปรับปรงุ ฉลากยาและฉลากเสรมิ 13 กลุ่ม

ชื่อยาภาษาไทยขนาดและวธิ ใี ช้

ขอ้ ควรระวงั และขอ้ บง่ ใช้

5. สง่ เสริมจริยธรรมว่าด้วยการ จดั ซื้อยาและเวชภณั ฑท์ ่มี ิใชย่ าโดยยึดตามพรบ.จดั ซื้อจัดจา้ งและการบริหารพสั ดุ

จัดซ้อื ยาและเวชภัณฑท์ ่ีมิใช่ยา ภาครัฐ พ.ศ. 2560

และสง่ เสริมการขายยาและ

จรรยาบรรณทางการแพทย์ใน

การส่ังใช้ยา

6. สง่ เสรมิ การใชย้ าปฏิชวี นะอย่าง 1ใชแ้ นวทางการส่งั ใช้ยาปฏิชีวนะของจ.สรุ าษฎรธ์ านใี นการสั่งยาปฏิชีวนะ 4กลมุ่ โรค

รบั ผิดชอบ (Responsible Use ตามRDU

92

มาตรการ กิจกรรม

of Antibiotics : RUA) ในกลุ่ม 2.รณรงค์ให้ความรู้บคุ ลากรทางการแพทย์ อสม และประชาชน

โรค ตดิ เช้ือทางเดนิ หายใจ โดยการ

ส่วนบนโรคอุจจาระร่วง 2.1บรรยาย-เลน่ เกมส์

เฉียบพลันบาดแผลสดจาก 2.2 จดั นทิ รรศการให้ความรู้บรเิ วณ แผนกผปู้ ่วยนอก /ใน

อุบตั เิ หตุ และสตรีคลอดปกติ 2.3 เปดิ สื่อวีดีทัศน์บรเิ วณ OPD

ครบกำหนดทางช่องคลอด 2.4.หอ้ งยา/ห้องฉุกเฉนิ (จุดจ่ายยากรณหี ้องยาปดิ ) แจกเอกสารใหค้ วามรูผ้ ้รู ับบริการ

2.5 รณรงคใ์ ห้ความรูผ้ ่านทาง Application line

3.การพจิ ารณาส่ังใช้ ยาสมุ นไพร และยาทางเลอื กเช่น ฟ้าทะลายโจร ผงถ่านยาเหลอื ง

ปิดสมทุ ร

7. ส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสม -ใช้ระบบ hos xpแจง้ เตือน แพทย์กรณีมีการส่ังยา ARB blocker ร่วมกนั

เหตุผลในผู้ปว่ ยกล่มุ โรคไม่ -ใช้ Beer criteria ประกอบการใช้ยาเหมาะสมในผูส้ งู อายโุ ดยเฉพาะการลดการใช้

ตดิ ต่อเรอ้ื รงั (Non- Glibenclamide

Communicable Diseases : -กรณผี ปู้ ว่ ยมีค่า GFR <30(CKD stage 4) มขี ้อความเตือนในคอมใหเ้ ลีย่ งการ

NCD) ไดแ้ กภ่ าวะความดันเลือด ใช้Metformin NSAIDs

สูงโรคเบาหวานภาวะไขมันใน - กรณแี พทยส์ งั่ startยา Allopurinol แนะนำพรอ้ มแจกเอกสารให้ผปู้ ว่ ยทราบและ

เลือดสงู โรคข้อเส่ือมและโรคข้อ เฝ้าระวัง ADR

อักเสบเกาต์โรคไตเร้อื รังโรคหืด - กรณีผปู้ ่วยโรคหดื มกี ารทบทวนการใช้ยาพน่ ทุกคร้ังเมื่อจ่ายยา

และโรคปอดอดุ กน้ั เร้ือรงั

8. การดูแลด้านยาเพ่ือความ -ใช้ Beer criteria ประกอบการใช้ยาเหมาะสมในผสู้ ูงอายุ

ปลอดภยั ของผู้ปว่ ยกลมุ่ พเิ ศษท่ี -มกี ารระบุ Pregnancy category หลังรายการยาในคอมพิวเตอร์

มคี วามเสย่ี งไดแ้ ก่ผู้สูงอายสุ ตรี -จดั ทำคู่มือการใชย้ าในเดก็ สำหรบั ER รพสต.

ตั้งครรภ์สตรใี ห้นมบุตรผ้ปู ว่ ย -ผูป้ ่วยโรคไตเรือ้ รัง stage 4 -5 มีการ note ในระบบ hos xpเพื่อแจ้งเตือน

เด็กผู้ปว่ ยโรคตับและผปู้ ่วยโรค เจ้าหน้าที่

ไตเรือ้ รังเพ่ือลดภาวะแทรกซอ้ น -ผูป้ ว่ ยท่ีไดร้ บั ยาตา้ นไวรัสเอดสห์ รอื ยาตา้ นวณั โรคมีการใหค้ ำแนะนำเรื่องการใชย้ ามี

จากยาและในผ้ปู ว่ ยกลุ่มที่ต้อง การติดตาม ADR

ใชย้ าอย่างสมำ่ เสมอและ

ต่อเน่ือง ไดแ้ ก่ ผปู้ ่วยท่ีไดร้ ับยา

ต้านไวรสั เอดส์หรอื ยาตา้ นวัณ

โรค

9. Rational Drug Use - เฝ้าระวงั ความปลอดภยั ดา้ นยาเชิงรุกใน

Community : RDU - เฝ้าระวงั ความปลอดภยั ดา้ นยาเชิงรุกในชุมชน

Community - การสรา้ งกระบวนการมสี ว่ นร่วมจากทกุ ภาคส่วนเพอื่ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล

-การสง่ เสรมิ การใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ลในภาคเอกชน

- การสร้างความรอบร้ดู ้านการใชย้ า

93

มาตรการ กิจกรรม

อยา่ งสมเหตผุ ลของประชาชน

2. ผลการดำเนนิ งาน ปี2565 ผลลพั ธ์ (%)
95.8
no. ตัวช้ีวัด 3
13
1 ร้อยละการการสงั่ ยา ED>90 0
2 ประสิทธิผลการดำเนินงาน PTC ระดับ 3 3
3 ฉลากยาเสริม ฉลากยามาตรฐาน 13 กลมุ่ 10.3
4 รายการยาทีค่ วรตดั ออก 8 รายการ 6.5
5 สง่ เสรมิ จริยธรรมในการจดั ซื้อ,ส่งเสรมิ การขายยาระดบั 3 54.5
6 %การใชย้ าปฏิชวี นะใน URI และหลอดลมอกั เสบ≤20 10.2
7 %การใช้ยาปฏชิ วี นะในโรคอุจจาระร่วงเฉยี บพลนั ≤20 0
8 %การใช้ยาปฏิชวี นะในบาดแผลสดจากอบุ ัติเหตุ ≤40 0
9 %การใชย้ าปฏิชีวนะในหญิงคลอดปกติครอบกำหนด≤10 87.3
10 %ผู้ปว่ ย HT ท่ไี ดร้ ับ RAS blockade 2 ชนดิ เปน็ 0 0
11 %ผู้ปว่ ยท่ใี ช้ Gliben ที่อายุ>65ปหี รอื GFR<60 ≤5 0.8
12 %ผ้ปู ่วยDMท่ีใช้Metformin โดยไม่มขี ้อห้ามใช้ ≥ 80
13 %ผปู้ ว่ ยที่มีการใช้ NSAID ซำ้ ซอ้ น ≤ 5 87.7
14 %ผู้ปว่ ยCKDstage3ขึน้ ไปท่ีได้รบั NSAID ≤ 10 1.2
0
15 %ผู้ปว่ ยโรคหดื เรือ้ รงั ท่ไี ดร้ ับ inhaled corticosteroid ≥ 80 1.5
16 %ผปู้ ว่ ยOPDสูงอายุท่ีใช้ longactingbenzodiazepine ≤ 5 100
17 จำนวนสตรีต้งั ครรภท์ ี่ได้รบั ยาทมี่ ีข้อห้าม เปน็ 0
18 %ผปู้ ่วยเดก็ URI ได้ยา non-sedating antihistamine ≤ 20 100
19 รอ้ ยละของรพ.สต./ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมใิ นเครือข่ายทม่ี ีอตั ราการใชย้ าปฏิชวี นะ

ใน RI ≤ รอ้ ยละ 20
20. ร้อยละของรพ.สต./ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ใิ นเครือข่าย ท่มี กี ารใช้ยาปฏชิ วี นะใน

AD ≤ รอ้ ยละ 20

3. ผลงานเด่นที่เปน็ แบบอย่าง ดา้ นการดำเนนิ งานในโรงพยาบาล
3.1. การส่งเสริมการใชย้ าอย่างเหมาะสมในผสู้ งู อายุ โดยใชเ้ กณฑ์ Beers criteria
หลักการและเหตผุ ล :
ผสู้ ูงอายุมีการเปลย่ี นแปลงตามธรรมชาติทีท่ ำให้อาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ง่าย มีการทำงาน
ของอวัยวะตา่ ง ๆ ลดลงไม่เหมือนวัยหนมุ่ สาว นอกจากนี้ยังเจบ็ ป่วยมโี รคภัยไขเ้ จบ็ หลายโรคทำใหต้ ้องใช้
ยาหลายชนดิ โดยเฉลีย่ แลว้ ผสู้ ูงอายุมักไดร้ ับยา 4-5 ชนิดตามแพทยส์ ั่ง และจากการซ้ือหามาเอง ผสู้ ูงอายุ


Click to View FlipBook Version