The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 06phitsanulok, 2023-06-28 01:39:51

นายใน

นายใน

ชานันท์ ยอดหงษ์ 219 เชิงอรรถ ๑ Sedgwick, Eve Kosofsky, Between Men : English Literature and Male Homosocial Desire. (New York : Columbia University Press, 1985), p. 696.๒ Bird, Sharon R., “Welcome to the Men’s Club : Homosociality and the Maintenance of Hegemonic Masculinity” in Gender & Society 10 : 2 (April, 1996), pp. 120-132.; Kimmel, Michael & Aronson, Amy, Men & Masculinities : A Social, Cultural, and Historical Encyclopedia. ((n.p.) : ABC-CLIO., 2003), p. 396.๓ Ibid. ๔ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต-คนไม่ถูกนินทา และอดีต วีรกษัตริย์ที่ทรงเป็นโสด. (กรุงเทพฯ : คุรุสภา, ๒๕๑๗), น. ๔๖.๕ บรรจง มีแสงพราว, อนุสรณ์เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยา นนท์). (พระนคร : อนันต์การพิมพ์, ๒๕๑๔), น. ๖๔. ๖ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, “เบญจนารีธรรม” ใน ดุสิต สมิต เล่ม ๔ : ฉบับพิเศษ (๒๔๖๒), น. ๑๕๐. ๗ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, มหาดเล็กในทำาเนียบ; สุนัขปริศนา; นามแฝง ของมหาบุรุษ. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๗), น. ๓๑-๓๒.๘ เรื่องเดียวกัน, น. ๒๙.๙ เทพดรุณาทร,จมื่น, “เมื่อเป็นมหาดเล็ก ร.๖” ใน อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”. เนื่องในพระราชทานเพลิงศพ เสวกโท จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันทน์) วัดมกุฏกษัตริยาราม ๒๐ มกราคม ๒๕๑๑, น. [๓๑]-[๓๔].๑๐ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”. เนื่องในพระราชทานเพลิงศพ เสวกโท จมื่น มานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันทน์) วัดมกุฏกษัตริยาราม ๒๐ มกราคม ๒๕๑๑, น. ๓๗.๑๑ ศุกรหัศน์, “ถวายอยู่งาน” ใน ประยุทธ สิทธิพันธ์, พระมหาธีรราชเจ้า. (กรุงเทพฯ : สยาม, ๒๕๑๕), น. ๙๕-๑๐๕.๑๒ เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา, “สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี” ใน วชิราวุธานุสรณ์สาร ๑๖ : ๔ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๐), น. ๔๘-๕๓.๑๓ เฉลา อนิรุทธเทวา, “ฟื้นรำาลึก” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาท


220 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระ, ประมวลบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว ภาคปกิณกะ. (พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๔), พิมพ์ในงาน พระราชทานเพลิงศพ พลตรี พระยาอนิรุทธเทวา(ม.ล. ฟื้น พึ่งบุญ) ๒๒ เมษายน ๒๔๙๔, น. (๑๑)-(๑๕).๑๔ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, เหตุที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรง เปลี่ยนธงชาติไทย; ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ สำารวจคอคอดกระ; รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯ ให้เลิกหวย ก. ข. ; ที่ประทับชายทะเลของรัชกาลที่ ๖; กำาเนิดสวน ลุมพินี. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๒), น. ๒๔-๒๕. ๑๕ เหรียญ ศรีจันทร์ และ เนตร พูนวิวัฒน์, ประวัติปฏิวัติครั้งแรกของไทย ร.ศ. ๑๓๐. (พระนคร : โรงพิมพ์กิมหลีหงวน, ๒๕๐๓), พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงาน ศพ ร.อ. ขุนทวยหาญพิทักษ์ (นายแพทย์เหล็ง ศรีจันทร์) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยา ราม วันอังคารที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๐๓, น. ๒๓๙.๑๖ Vajiravudh, The Spanish coronation. (Bangkok : Bangkok Press, 1984), pp. 88-89.๑๗ วรรณพร บุญญาสถิต, จอมนางแห่งสยาม : ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ถึง รัชกาลที่ ๖ กับกระแสวัฒนธรรมตะวันตก. (กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, ๒๕๕๒), น. ๖๕.๑๘ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตำารวจตรี พระยาคทาธรบดี สีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์). ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตำารวจ ตรี พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์) ณ เมรุหน้าพลับพลา อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๑๒, น. ๕๖.๑๙ ธรรมราชนิเทศ, พระ, “ ‘อนิรุทธ’ รำาลึก” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ประมวลบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคปกิณกะ..., น. (๕)-(๑๐).๒๐ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, กฎมนเทียรบาลว่าด้วย ข้าราชการในพระราชสำานัก. พิมพ์เป็นมิตรพลีในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวง สรรสารกิจ (เคล้า คชนันท์) วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๓, น. ๑๒-๑๔.๒๑ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงพระภิกษุ ธมฺมวิตกฺโก มหาเสวกตรี พระยานรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์) (พระนคร : โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, ๒๕๑๕), น. ๑๔-๑๕.๒๒ “เก็บเล็กผสมน้อย” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๑ : ฉบับที่ ๙ (๒๔๖๑), น.


ชานันท์ ยอดหงษ์ 221 ๑๙๗-๑๙๙.๒๓ การุณย์ เหมวนิช และ เสทื้อน ศุภโศภน, ภาพพระเครื่องและประวัติ ท่านธมฺมวิตกฺโก ภิกฺขุ (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มิตรสยาม, ๒๕๑๖), น. ๓๓.๒๔ เรื่องเดียวกัน, น. ๑๐๔.๒๕ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, เหตุที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรง เปลี่ยนธงชาติไทย..., น. ๑๓๗-๑๓๙.๒๖ Vella, Walter F. & Vella, Dorothy B., Chaiyo! King Vajiravudh and the Development of Thai Nationalism. (Honolulu : University Press of Hawaii, 1978), p. 5.๒๗ ปิ่น มาลากุล, ม.ล., “ค่ายหลวงหาดเจ้าสำาราญของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๖๑-๒๔๖๖” ใน พระบรมราชา นุศาสนีย์ แสดงคุณานุคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและเรื่อง ค่ายหลวงหาดเจ้าสำาราญ. (พระนคร : คุรุสภา, ๒๕๑๖), น. ๘๖-๙๐.๒๘ ทองหยก เลียงพิบูลย์, ท่านผู้ให้แสงสว่าง ท่านธมฺมวิตกฺโกภิกฺขุ พระยา นรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์). (นครหลวงฯ : โรงพิมพ์วิญญาณ, ๒๕๑๕), น. ๑๐.๒๙ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาล เมือง..., น. (๕). ๓๐ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก พระมหาเทพกษัตร สมุห. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) ต.ม., ว.ป.ร., ป.ป.ร. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑, น. ๑๖๕-๑๖๖.๓๑ “คำาปรารภ”, ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, กฎมนเทียร บาล..., น. ก-ข. ๓๒ Rotundo, E. Anthony, “Romantic Friendship : Male Intimacy and Middle-Class Youth in the Northern United States, 1800-1900” in Journal of Social History 23 : 1 (Autumn, 1989), pp. 1-25. ๓๓ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ เสวกตรี นายลิขิตสารสนอง (ชัพน์ บุนนาค) ลูกเสือไทยคนแรกและนคราภิบาลคนสุดท้าย. อนุสรณ์งานพระราช ทานเพลิงศพ เสวกตรี นายลิขิตสารสนอง (ชัพน์ บุนนาค) ลูกเสือไทยคนแรกและ นคราภิบาลคนสุดท้าย ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๔, น. ๓๑.


222 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ๓๔ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, เหตุที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรง เปลี่ยนธงชาติไทย..., น. ๑๑๙.๓๕ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอก พลเรือเอก กองเรือใหญ่ เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. เฟื้อ พึ่งบุญ). (พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๑๐), น. ๓๔.๓๖ “พระประวัติหม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, จดหมายเหตุรายวันในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์ ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๗, น. [๑]-[๒๐].๓๗ ชัชวลิต เกษมสันต์, ม.จ., “คำาปรารภเหตุ” ใน พระบรมราโชวาทและ พระบรมราชานุศาสนีย์แสดงคุณานุคุณในงานวิศาขะบูชา. หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. เฟื้อ พึ่งบุญ) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๐, น. ก-ง.๓๘ เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.๓๙ สุนทรพิพิธ, พระยา, “พระราชจริยานุวัตรเนื่องในการศาสนา” ใน วชิราวุธานุสรณ์ ๒๕๐๘. (พระนคร : เสนาการพิมพ์, ๒๕๐๘), น. ๒๐๙-๒๑๖.๔๐ ดุษฎี มาลากุล ณ อยุธยา, คนห้าแผ่นดิน อัตตะชีวะประวัติของ ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล (ภาคแรก). (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๑๘).๔๑ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล. อนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันเสาร์ที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙, น. ๒๖.๔๒ สุนทรพิพิธ, พระยา, “มิตรผู้เป็นบุพพการี” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, กฎมนเทียรบาล..., น. ฆ-จ.๔๓ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาล เมือง..., น. (๖). ๔๔ Rotundo, “Romantic Friendship..., pp. 1-25.๔๕ เฉลา อนิรุทธเทวา, เรื่องเดียวกัน, น. (๑๑)-(๑๕).๔๖ เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.๔๗ มหาเทพกษัตรสมุห, พระ, “เพื่อนตาย” ใน อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น.


ชานันท์ ยอดหงษ์ 223 [๗]-[๑๑].๔๘ สุนทรพิพิธ, พระยา, “มิตรผู้เป็นบุพพการี..., น. ฆ-จ.๔๙ เทพดรุณาทร, จมื่น, “ระลึก” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาท สมเด็จพระ, กฎมนเทียรบาล..., น. ซ.๕๐ เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.๕๑ ศรีอยุธยา, “รำาพึงถึง นายจ่ายวด (ปาณี ไกรฤกษ์)” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๖ : ฉบับที่ ๕๕ (๒๔๖๒), น. ๑-๒.๕๒ บรรณาธิการ,“เหตุการณ์บางอย่างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว สัมภาษณ์พระอดิศัยสวามิภักดิ์” ใน มานวสาร ๙ : ๑๑ (พฤศจิกา ยน ๒๕๒๙), น. ๘-๑๓.๕๓ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาล เมือง..., น. ๕๔-๕๕. ๕๔ อุทุมพร สุนทรเวช, พระราชประวัติชีวิตส่วนพระองค์สมเด็จพระศรี พัชรินทราบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง. (พระนคร : แพร่พิทยา. ๒๕๐๙) น. ๒๕๔.๕๕ ปกิณกะนิพนธ์ของบัวบาน. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นาย บัว ศจิเสวี บ.ม. ณ ฌาปนสถาน กองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันพุธที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔, น. ๒๙.๕๖ ลาวัณย์ โชตามระ, รักแรกของรัชกาลที่ ๖. (กรุงเทพฯ : ดวงกมล, ๒๕๒๔), น. ๑๔๔-๑๔๕.๕๗ สุนทรพิพิธ, พระยา, “มิตรผู้เป็นบุพพการี..., น. ฆ-จ.๕๘ ธรรมราชนิเทศ, พระ, เรื่องเดียวกัน, น. (๕)-(๑๐).๕๙ เจรียง ลัดพลี, “ชีวิตข้าหลวงสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวร ราชชายาในรัชกาลที่ ๖” ใน มานวสาร ๑๐ : ๑ (ตุลาคม ๒๕๓๐), น. ๓๖-๔๓.๖๐ นายแก้ว,จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘ ของสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช. (พระนคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๐๒), น. ๒๑๐-๒๑๑.๖๑ ปิ่น มาลากุล, ม.ล., “หม่อมทวีวงศ์ฯ ที่ข้าพเจ้าทราบ” ใน ประเพณีใน พระราชสำานัก (บางเรื่อง). พิมพ์ฉลองพระคุณในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลย์ศักดิ์ (ม.ร.ว. เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม., ณ เมรุ หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔, น. (๒๔)-(๓๑).; พูนพิศมัย ดิศกุล, ม.จ., “บันทึกความทรงจำาของ ม.จ. พูนพิศมัย


224 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ดิศกุล ที่เกี่ยวกับ ม.ร.ว. เฉลิมลาภ ทวีวงศ์” ใน เรื่องเดียวกัน, (น. (๑๓)-(๑๔).; สุทธวงษวิจิตร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า. (๒๕๑๔). ใน เรื่องเดียวกัน, น. (๓๒)-(๓๗).๖๒ อนุสรณ์ในงานเสด็จพระราชดำาเนินพระราชทานเพลิงศพ พระสุจริต สุดา (เปรื่อง สุจริตกุล). อนุสรณ์ในงานเสด็จพระราชดำาเนินพระราชทานเพลิง ศพ พระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ท.จ.ว. พระสนมเอกในรัชกาลที่ ๖ ณ เมรุ หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖, น. (๑๖).๖๓ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล..., น. ๑๙.๖๔ สุทธวงษวิจิตร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า, ใน ประเพณีในพระ ราชสำานัก (บางเรื่อง)..., น. (๓๒)-(๓๗).๖๕ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาล เมือง..., น. (๔).; อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าพระยารามราฆพ..., น. ๓๒.๖๖ ดุษฎี มาลากุล ณ อยุธยา, เรื่องเดียวกัน, น. ๒๙.๖๗ เรื่องเดียวกัน, น. ๔๐.๖๘ ธรรมราชนิเทศ, พระ, เรื่องเดียวกัน, น. (๕)-(๑๐).๖๙ เฉลา อนิรุทธเทวา, เรื่องเดียวกัน, น. (๑๑)-(๑๕).๗๐ นายแก้ว, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๐๙-๑๑๐.๗๑ เรื่องเดียวกัน.๗๒ สุทธวงษวิจิตร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า..., น. (๓๒)-(๓๗).๗๓ O’Donnell, Katherine & O’Rourke, Michael (Eds.), Love, Sex, Intimacy and Friendship between Men, 1550-1800. (Basingstoke, UK : Palgrave Macmillan, 2003).๗๔ Boxwell, David A., “The Follies of War : Cross-Dressing and Popular Theatre on the British Front Lines, 1914-18” in Modernism/modernity 9 : 1 (January, 2002), pp. 1-20.๗๕ Ibid.๗๖ Ibid. ๗๗ วรรณพร บุญญาสถิต, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๗๒.๗๘ เรื่องเดียวกัน, น. ๑๗๗.๗๙ อมรดรุณารักษ์ (อุทุมพร สุนทรเวช), “สมเด็จพระบรมราชชนนี” ใน


ชานันท์ ยอดหงษ์ 225 สารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (กรุงเทพฯ : มูลนิธิพระบรม ราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, ๒๕๔๐), น. ๗๗๙-๗๘๕.๘๐ จุลลดา ภักดีภูมินทร์, “‘พระอาทิตย์’ กับ ‘พระจันทร์’ ของชาววัง” ใน วชิราวุธานุสรณ์สาร ๑๔ : ๔ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗), น. ๖๔-๖๘.๘๑ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖, ความรัก, มหา ศิลปินเอกของชาติไทย. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๑), น. ๑๙๖.๘๒ คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว., โครงกระดูกในตู้. (พระนคร : โรงพิมพ์ชัยฤทธิ์, ๒๕๑๔), น. ๑๑๗-๑๑๘.๘๓ Boxwell, “The Follies of War..., pp. 1-20.๘๔ Greene, Stephen Lyon Wakeman, Absolute Dreams : Thai Government under Rama VI. 1910-1925 (Bangkok, Thailand : White Lotus, 1999), p. 77.๘๕ เฉลา อนิรุทธเทวา, เรื่องเดียวกัน, น. (๑๑)-(๑๕).๘๖ อมรดรุณารักษ์,จมื่น, กำาเนิดพระราชวังสนามจันทร์และพระปฐมเจดีย์ พระมหาธีรราชเจ้ากับดอนเจดีย์ อนุสรณ์ของเสือป่าและลูกเสือ. (พระนคร : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๑), น. ๙๒-๙๓.๘๗ อภัย จันทวิมล, “เสือป่าและการซ้อมรบ” ใน สารานุกรม..., น. ๘๕๒- ๘๗๘.๘๘ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, จดหมายเหตุรายวันใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์ ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๗, น. ๓๔.๘๙ ศรีนาถ สุริยะ, “เมื่อคุณพ่อของข้าพเจ้า(พระนาถปัญญา) เป็นเสือป่า” ใน มานวสาร ๑๖ : ๑๑ (พฤศจิกายน ๒๕๓๖), น. ๗๕-๘๕.๙๐ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ,แบบสั่งสอนเสือป่าและลูก เสือ. ม.ป.ป., (ลายพระราชหัตถเลขา). ๙๑ Pryke, Sam, “The Boy Scouts and the ‘Girl Question’” in Sexualities 4 : 2 (May, 2001), pp. 191-210. ๙๒ Ibid. ๙๓ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ข้อบังคับลักษณปกครอง ลูกเสือ. ม.ป.ป., (ลายพระราชหัตถเลขา), น. ๑๐. ๙๔ “ข้อบังคับป้องกันความเกียจคร้านของสมาชิกกองเสือป่า” ใน มหา


226 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ วิทยาลัยศิลปากร (รวบรวม), เอกสารเรื่องเสือป่าในพระบาทสมเด็จพระ ปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและประมวลเรื่องเกี่ยวกับ เสือป่า. (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา, ๒๕๑๓), น. ๕๓-๕๔. ๙๕ “เสือป่า” ใน มานวสาร ๗ : ๔ (เมษายน ๒๕๒๗) น. ๖๐-๖๓.๙๖ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, กำาเนิดพระราชวังสนามจันทร์..., น. ๑๓๕.๙๗ เรื่องเดียวกัน, น. ๑๔๗.๙๘ เรื่องเดียวกัน, น. ๑๔๖-๑๔๗.๙๙ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, เสือป่าและลูกเสือในประวัติศาสตร์รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอน ๓. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ คุรุสภา, ๒๕๑๔), น. ๑๐๘-๑๐๙.๑๐๐ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ,แบบสั่งสอนเสือป่าและลูก เสือ..., น. ๙๕-๙๖. ๑๐๑ “เสือป่า”..., น. ๖๐-๖๓.๑๐๒ Das, Santanu, “‘Kiss Me, Hardy’ : Intimacy, Gender, and Gesture in First World War Trench Literature” in Modernism/modernity 9 : 1 (January, 2002), pp. 51-74. ๑๐๓ Ibid.๑๐๔ สัจจาภิรมย์ อุดมราชภักดี, พระยา, เล่าให้ลูกฟัง. (ม.ป.ท. : ม.ป.ป.), น. ๖๙-๗๐.๑๐๕ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, กำาเนิดพระราชวังสนามจันทร์..., น. ๕๖-๕๗.๑๐๖ มหาเทพกษัตรสมุห, พระ, “เสือป่าในทัศนะของพระมหาเทพกษัตร สมุห” ใน มานวสาร ๘ : ๙ (กันยายน ๒๕๒๘), น. ๑๒-๑๓.๑๐๗ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, เสือป่าและลูกเสือในประวัติศาสตร์รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอน ๑. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ คุรุสภา, ๒๕๑๔), น. ๒๑-๒๒.๑๐๘ ประยุทธ สิทธิพันธ์, ลูกเสือ ๔ แผ่นดิน. (กรุงเทพฯ : รวมข่าว, ม.ป.ป.), น. ๑๔๘-๑๕๒.๑๐๙ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ,แบบสั่งสอนเสือป่าและลูก เสือ..., น. ๒๔. ๑๑๐ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น. ๒๘.๑๑๑ หจช., ร.๖ ศ. ๔ ไมโครฟิล์ม, รายงานประจำาเดือนโรงเรียนมหาดเล็ก หลวง. ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ร.ศ. ๑๒๙ (พ.ศ. ๒๔๕๔).


ชานันท์ ยอดหงษ์ 227 ๑๑๒ บรรจง จูฑะเตมีย์, “เรื่องเล่าจากราชวิทย์บางขวางคนสุดท้าย” ใน สมาคมราชวิทยาลัย, ถวายชีวิตไว้รับใช้งาน เป็นข้าเบื้องบทมาลย์จนวันตาย. (กรุงเทพฯ : บัวสรวง, ๒๕๕๑), น. ๑๔๑-๑๕๓.๑๑๓ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, การศึกษาของชาติ ตอน ๒. (กรุงเทพฯ : คุรุ สภา, ๒๕๑๓), น. ๑๕๕.๑๑๔ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๔๙.๑๑๕ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น. ๑๐.๑๑๖ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๕๐-๑๕๒.๑๑๗ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น. ๑๐.๑๑๘ อรุณ สิงหเสนี, ที่ระลึกอายุครบหกรอบ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๑. (ม.ป.ท. : ม.ป.ป.), น. ๗๒.๑๑๙ เรื่องเดียวกัน, น. ๗๖.๑๒๐ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น. ๑๐.๑๒๑ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๕๖-๑๕๗.๑๒๒ บรรจง จูฑะเตมีย์, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๔๑-๑๕๓.๑๒๓ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”..., น. ๑๐.๑๒๔ ปิ่น มาลากุล, ม.ล., “หม่อมทวีวงศ์ฯ ที่ข้าพเจ้าทราบ..., น. (๒๔)-(๓๑).๑๒๕ อมรดรุณารักษ์, จมื่น, การศึกษาของชาติ ตอน ๒..., น. ๑๔๗. ๑๒๖ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล..., น. ๘.๑๒๗ วิลาศ โอสถานนท์, “โรงเรียนเก่าของข้าพเจ้า” ใน วชิราวุธวิทยาลัย. (กรุงเทพฯ : วชิราวุธวิทยาลัย, ๒๕๓๓), เนื่องในโอกาสวชิราวุธวิทยาลัย ครบ ๘๐ ปี, น. ๔๘-๕๐.๑๒๘ ประกอบ หุตะสิงห์,“ชีวิตนักเรียนจากโรงเรียนราชวิทยาลัยและโรงเรียน วชิราวุธต่อเนื่องกัน” ใน วชิราวุธวิทยาลัย..., น. ๕๔-๕๗.๑๒๙ อุปลีสาณ ชุมพล, ม.จ., “บันทึกของ ม.จ. อุปลีสาณ ชุมพล” ใน ประเพณีในพระราชสำานัก (บางเรื่อง)..., น. (๒๓).๑๓๐ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๖๑.๑๓๑ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล..., น. ๘.๑๓๒ “กำาหนดเทอมและวันปิดโรงเรียนในงานพระราชพิธีและในวันเทศกาล ต่างๆ”,อ้างถึงใน วชิราวุธวิทยาลัย, ประวัติวชิราวุธวิทยาลัย. (กรุงเทพฯ : วชิราวุธ วิทยาลัย, ๒๕๔๓), เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ ๙๐ ปีแห่งการสถาปนา โรงเรียน, น. ๒๒-๒๔.


228 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ๑๓๓ Rotundo, “Romantic Friendship..., pp. 1-25.๑๓๔ Ibid.๑๓๕ ปกิณกะนิพนธ์ของบัวบาน..., น. ๒๗.๑๓๖ ทาโมรา ฟิชเชล, “ลัทธิชาตินิยมกับเรื่องบทบาททางเพศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๘”, ปรียา แววหงส์ (แปล), ใน ฟ้าเดียวกัน ๕ : ๔ (ตุลาคมธันวาคม ๒๕๕๐), น. ๑๒๐-๑๔๕.๑๓๗ Kushnier, Jennifer S., “Educating Boys to be Queer : Braddon’s Lady Audley’s Secret” Victorian Literature and Culture 30 : 1 (March, 2002), pp. 61-75.๑๓๘ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๔๕-๑๔๖.๑๓๙ เรื่องเดียวกัน, น. ๑๔๘.๑๔๐ พรศิริ บูรณเขตต์, “นางใน : ชีวิตทางสังคมและบทบาทในสังคมไทย สมัยรัชกาลที่ ๕”, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา คณะ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๐, น. ๕๙.๑๔๑ Barmé, Scot, Woman, Man, Bangkok : love, sex, and popular culture in Thailand. (Chiang Mai, Thailand : Silkworm Book, 2006), pp. 80-81.๑๔๒ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ เสวกตรี นายลิขิตสารสนอง..., น. ๕๒.๑๔๓ เรื่องเดียวกัน, น. ๕๕.๑๔๔ ป., “จดหมายจากยุโรป” ใน ชวนหวว เล่ม ๑ : ฉบับที่ ๑๖ (๒ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๗).๑๔๕ ป., “เรื่องรู้เอาเองเมื่ออ่านจบ” ใน ชวนหวว เล่ม ๑ : ฉบับที่ ๑๘ (๑๖ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๗).๑๔๖ สาริกาแก้ว, “เล่ห์กลของสัตรี” ใน ทวีปัญญา เล่ม ๓ : ฉบับที่ ๑๗ (สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๔), น. ๓๔๓-๓๔๗.๑๔๗ Cook, Matt, London and the Culture of Homosexuality 1885-1914. (Cambridge, U.K. : Cambridge University Press, 2003), pp. 29-35.๑๔๘ ไพศาลศิลปะสาตร์, พระยา, “ลูกเสือกับพลศึกษา” ใน ดุสิตสมิต ฉบับ พิเศษ เฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. ๒๔๖๕, น. ๒๑-๒๖.๑๔๙ “ทำาให้ฟุตบอลสนุกขึ้น” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๒ : ฉบับที่ ๑๙ (๒๔๖๒), น. ๑๑๓.๑๕๐ อนิรุทธ์เทวา, พระยา, “ความเจริญแห่งฟุตบอล” ใน ดุสิตสมิต เล่ม


ชานันท์ ยอดหงษ์ 229 ๑ : ฉบับพิเศษ สำาหรับเป็นที่ระลึกในงานเฉลิมพระชนมพรรษา (๒๔๖๑), น. ๑๑๓-๑๑๔.๑๕๑ กวด หุ้มแพร, นาย, “มหรสพรัชกาลนี้” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๑ : ฉบับ พิเศษ สำาหรับเป็นที่ระลึกในงานเฉลิมพระชนมพรรษา (๒๔๖๑), น. ๑๐๙-๑๑๒.๑๕๒ “ว่าผู้หญิง, แต่ไม่ใช่สำาหรับผู้หญิง” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๗ : ฉบับที่ ๗๐ (๒๔๖๓), น. ๕๑.๑๕๓ “อาณัติสัญญาณของผู้หญิง” ใน ดุสิตสมิต เล่ม ๑๑ : ฉบับที่ ๑๒๓ (๒๔๖๔), น. ๑๐๑.๑๕๔ แจ่ม, “จดหมายจากผู้หญิงถึงผู้หญิง” ใน ชวนหวว เล่ม ๑ : ฉบับที่ ๒๑ (๖ กันยายน ร.ศ. ๑๒๗).๑๕๕ อมรดรุณารักษ์,จมื่น, เหตุผลที่รัชกาลที่ ๖ ทรงประกาศสงคราม, ดุสิต ธานี. (พระนคร : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๒), น. ๑๖๐-๑๖๑. ๑๕๖ นายแก้ว, เรื่องเดียวกัน, น. ๒๐๕.๑๕๗ ธนิต อยู่โพธิ์ (บรรณาธิการ), ตำานานโขนหลวง และนามบรรดาศักดิ์ โขนหลวงในรัชกาลที่ ๖. (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๔๕๓), น. ๒๒-๒๓.๑๕๘ ธรรมจักร พรหมพ้วย (เรียบเรียง), รามเกียรติ์และนาฏยศิลป์ไทยใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๓- ๒๔๖๘. (เอกสารไม่ตีพิมพ์)๑๕๙ หจช., ร.๖ บ. ๑๗/๑๒, ลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๘ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕).๑๖๐ สหะโรจน์ กิตติมหาเจริญ, ““สุภาพบุรุษ” ในพระราชนิพนธ์ในพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและวรรณกรรมศรีบูรพา”, วิทยานิพนธ์ปริญญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวรรณคดีและวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๑, น. ๑๔๒.๑๖๑ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, “พระบรมราโชวาทเตือน ข้าราชการกรมมหาดเล็กและกรมขึ้นทั้งปวง” ใน มหาดเล็ก. พิมพ์เป็นอนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันเอก นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๗, น. ๙๗-๑๐๔.


“นายใน” และพระราชสำานักฝ่ายในชาย ในบริบทสังคมการเมือง ๗


ปรากฏการณ ์พระราชส�านักฝ ่ายในชายและ นายในสร ้างความแปลกประหลาดและสนใจใคร ่รู ้ให ้ กับผู้คนภายนอกพระราชส�านักอย่างมาก จนหนังสือ พิมพ ์ในสมัยนั้นตั้งข ้อสังเกตต ่อการมีนายในหนุ ่มๆ ของพระองค์ว่า “ไม่มีรัชกาลใดอุดมไปด้วย เสวกามาตย์ราชบริพารยิ่งไปกว่ารัชกาลนี้”๑ ขณะเดียวกันนายในเองก็สามารถต ่อรองกับ ข ้าราชการชั้นผู ้ใหญ ่และพระบรมวงศานุวงศ ์ได ้ ใน ฐานะด ่านส�าคัญในการเข ้าถึงพระเจ ้าแผ ่นดิน เพราะ ท�าหน ้าที่ตรวจตราวินิจฉัยและอนุญาตบุคคลภาย นอกที่จะเข ้าเฝ ้าฯ ซึ่งสามารถกีดกันได ้หากเห็นว ่าไม ่ เหมาะสม แม้แต่เจ้านายในพระราชวงศ์ มากไปกว ่านั้นนายในบางคนมีต�าแหน ่งหน ้าที่ ก้าวล�้าออกจากพระราชส�านักฝ่ายใน เช่น เจ้าพระยา รามราฆพที่ขณะนั้นยังเป ็นพระยาประสิทธิ์ศุภการ ได ้เป ็นผู ้บังคับบัญชาในกรมทหารมหาดเล็กราบที่ ๑ รักษาพระองค์แทนสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลก ประชานาถที่ทิวงคต๒ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ปรากฏการณ์นี้ จะไม่เชื่อมโยงกับบริบทสังคมการเมืองภายในรัชกาล


232 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ พื้นที่ปลอดภัยทางการเมืองของรัชกาลที่ ๖ เนื่องจากรัชกาลที่ ๖ ไม ่มีความสามารถและไม ่โปรดปรานการ บริหารปกครองภาครัฐ เมื่อเสด็จนิวัติพระนคร พระองค์ไม่ได้ทรง ปฏิบัติหน ้าที่เป ็นชิ้นเป ็นอันเหมือนเจ ้านายพระองค ์อื่นๆ ที่มีบทบาทใน การบริหารราชการแผ ่นดินอยู ่ก ่อนแล ้ว แม ้ทรงเป ็นราชเลขาธิการช ่วย ราชการส่วนพระองค์ก็แล้วแต่รัชกาลที่ ๕ จะมีพระราชด�ารัสใช้เท่านั้น๓ มากไปกว่านั้น พระองค์ไม่ทรงมีท่าทีเป็นมิตรกับพระบรมวงศา นุวงศ ์ที่มีบทบาทส�าคัญต ่อการบริหารรัฐ แม ้แต ่พระราชอนุชาของพระ องค ์เอง เพราะส�าหรับพระองค ์แล ้ว สมเด็จฯ เจ ้าฟ ้าจักรพงษ ์ภูวนาถ ผู ้มีบทบาทส�าคัญต ่อกองทัพบกเป ็นเสนาธิการทหารบก มีพระอุปนิสัย เห็นแก ่ตัว มักเอาเปรียบ สร ้างความเดือดร ้อนร�าคาญให ้เสมอตั้งแต ่ ทรงพระเยาว์๔ และเต็มไปด ้วย “โทษะจริต”๕ ซึ่งพระองค ์ไม ่เคยร ่วม โต ๊ะเสวยด ้วยอย ่างกันเองเลยแม ้แต ่ครั้งเดียว และแทบไม ่มีการ สนทนาแบบสองต ่อสองอย ่างกันเอง มีแต ่เพียงการปรึกษาหารือกัน ผ่านทางจดหมายเท่านั้น๖ ขณะเดียวกัน ทรงหวาดระแวงและไม ่โปรดปรานพระญาติ พระวงศ์พระองค์อื่นๆที่เป็นฐานส�าคัญในการปกครองซึ่งหลังจากเสด็จ ขึ้นครองราชย ์ไม ่นาน พระองค ์ทรงปลดพระเจ้าบรมวงศ ์เธอ พระองค ์ เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ด้วยความเชื่อ ว่าทรงคบคิดกับสมเด็จพระน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครสวรรค์ พยายามชิงพระราชบัลลังก ์๗ และทรงพยายามบีบให ้สมเด็จพระเจ ้า บรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ทรงลาออกจากต�าแหน่งเสนา บดีกระทรวงมหาดไทย๘ ทันทีที่ได้เป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงรู้สึกต้องเผชิญกับความยาก ล�าบากในการรักษาพระราชบัลลังก ์ ไม ่เพียงเพราะป ัจจัยภายในพระ ราชส�านักที่ทรงขึ้นครองราชย ์ท ่ามกลางข ้าราชการชั้นสูงที่บริหารงานใน ต�าแหน่งส�าคัญตามกระทรวงต่างๆ ตั้งแต่รัชกาลที่ผ่านมา ซึ่งทรงถือว่า เป็นการ “โกงอ�ำนำจ” ของพระองค์๙ แต ่ยังเกิดข ่าวลือการพยายามชิง


ชานันท์ ยอดหงษ์ 233 พระราชบัลลังก์หลายครั้งนับตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงที่รัชกาลที่ ๕ จวนสวรรคต รวมถึงป ัจจัยภายนอกพระราชส�านักที่กลุ ่มป ัญญาชนหัวก ้าว หน ้าผู ้ต ้องการรัฐธรรมนูญหรือประชาธิปไตยขยายตัวและท ้าทาย สมบูรณาญาสิทธิราชย์มากขึ้น “เหตุการณ์ ร.ศ. ๑๓๐” ยิ่งได้สร้างความ ไม ่มั่นพระราชหฤทัยในเสถียรภาพทางการเมืองมากยิ่งขึ้น และทรง รู ้สึกไม ่ได ้รับความเอื้อเฟ ื ้อจากบรรดาข ้าราชการและพระญาติพระวงศ ์ แม้แต่จะแสดงความเป็นเดือดเป็นร้อนแทน๑๐ ขณะเดียวกันก็ทรงทั้งคับแค ้นน ้อยพระราชหฤทัยกลุ ่มทหาร๑๑ และหวาดผวาการก่อกบฏ๑๒ ซึ่งได้ผลักให้พระองค์ทรงเก็บพระองค์อยู่ ในพระราชฐานชั้นใน ที่รโหฐานส่วนพระองค์มากยิ่งขึ้น๑๓ พระองค์จึงทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่ประทับส่วนพระองค์มากกว่า พระราชส�านักฝ ่ายหน ้าที่เต็มไปด ้วยพระบรมวงศานุวงศ ์และข ้าราชการ จนน�าไปสู ่ความห ่างเหินระหว ่างพระประยูรญาติและข ้าราชการชั้นสูง๑๔ แม ้ว ่าเป ็นกลุ ่มส�าคัญต ่อการรักษาความมั่นคงให ้กับพระราชบัลลังก ์ได ้ เช่นเดียวกับรัชกาลที่ผ่านมา คณะกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ที่ท้าทายระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ ๖


234 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ยิ่งพระองค ์ประวิงเวลาอภิเษกสมรส ไม ่น�าพระบรมวงศานุวงศ ์ ลูกหลานสาวของขุนนางข้าราชการต่างๆ มาเป็นนางในข้าบาทบริจาริกา ก็ยิ่งท�าให้ไม่สามารถประคับประคองและขยายอ�านาจ สร้างความจงรัก ภักดีไปยังข ้าราชการผ ่านระบบเครือญาติได ้ แม ้จะมีการรับเด็กหนุ ่ม ถวายตัวเป ็นนายใน แต ่ก็เป ็นเชื้อพระวงศ ์ปลายแถว ชนชั้นสามัญชน ที่ไม่ได้มีความส�าคัญต่อการบริหารประเทศ ด้วยความรู้สึกไร้พวกพ้องขาดคนรักคนเข้าพระทัยจากข้าราชการ และพระประยูรญาติ ดังที่พระราชหัตถเลขาระบายความอัดอั้นพระทัย ว่า “เป็นตัวคนเดียว หำพวกพ้องมิได้ ฤำที่เป็นพวกพ้องก็พะเอินเป็น ผู้ที่อยู่ในต�ำแหน่งอันหำอ�ำนำจมิได้”๑๕ พระองค ์จึงทรงหันมาใช ้พระ ราชส�านักฝ ่ายในในการสร ้างพื้นที่ปลอดภัยและพวกพ ้องบริวาร รวม ทั้งเป ็นสถานที่แสดงพระราชนิยมและพระปรีชาสามารถส ่วนพระองค ์ ได ้อย ่างอิสระ ซึ่งก็คือการละคร วรรณคดีมากกว ่า๑๖ และทรงหันไป ใกล ้ชิดสนิทสนม ให ้ความส�าคัญกับพระสหายนายในหนุ ่มๆ ที่รับใช ้ อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในฐานะพวกพ ้องที่เหลือ พระองค์ทรงเอาอกเอาใจนายในอย่าง มาก ทรงพระราชทานสัญญาบัตรสม�่าเสมอ๑๗ และไม่ว่านายในกราบ บังคมทูลขอพระราชทรัพย ์สิ่งใด พระองค์ทรงประทานให้เสมอ ไม่ ทรงปฏิเสธเพราะไม ่สบายพระราชหฤทัย จนบางครั้งต ้องทรงผ ่อนเป ็น งวดๆ ในกรณีที่เวลาพระองค ์ไม ่ทรงมีเงินและพระคลังข ้างที่มีหนี้สิน อย่างมาก๑๘ เหมือนค ่าใช ้จ ่ายในการสร ้างบ ้านนรสิงห ์ของเจ ้าพระยา รามราฆพ พระองค์ทรงผ่อนเป็นงวดๆ๑๙ ซึ่งถือว ่าเป ็นคฤหาสน ์หลัง ใหญ่โตกว่าวังเจ้านาย และโปรดให้ใช้น�้าไฟโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย๒๐ ยิ่งนายในทรงโปรดยิ่งทรงตามใจอย่างมาก กล่าวกันว่าพระองค์ ทรงจัดเตรียมตกแต่งห้องชุดในพระราชวังด้วยค่าใช้จ่ายจ�านวนมากเพื่อ เป ็นที่อาศัยให ้กับนายในคนโปรดตระกูลพึ่งบุญ และรับสั่งทาสีโปรด ของทั้งเจ ้าพระยารามราฆพ และพระยาอนิรุทธเทวา ทว ่าหลังจากนั้น ๑ สัปดาห ์ ทั้งสองพี่น ้องต ้องการสลับห ้องชุดกัน พระองค ์จึงรับสั่งให ้ ตกแต่งครั้งใหญ่อีกครั้ง๒๑


ชานันท์ ยอดหงษ์ 235 พระราชส�านักฝ่ายในชายในรัชกาลที่ ๖ จึงกลายเป็นพื้นที่พิเศษ ส�าหรับชายหนุ ่มในการสถาปนาอ�านาจและเคลื่อนที่ช ่วงชั้นทางสังคม ผ ่านการปรนนิบัติรับใช ้พระองค ์โดยตรง โดยไม ่จ�าเป ็นต ้องสัมพันธ ์ กับชาติก�าเนิดเหมือนในรัชกาลก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับ มหาดเล็กนายในจึงเป็นไปอย่างบรรลุจุดประสงค์ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่เพียง ช่วยให้พระองค์มีพวกพ้องและฐานอ�านาจมากขึ้น แต่กลุ่มนายในยังได้ อ�านาจทรัพย์สมบัติและบรรดาศักดิ์จากพระองค์ แม ้ว ่าพระองค ์ทรงอาศัยพระราชส�านักฝ ่ายในชายเป ็นหลุมหลบ ภัย แต่ขณะเดียวกันปรากฏการณ์พระราชส�านักฝ่ายในชายและ นายในสร้างความไม่พอใจให้กับบุคคลภายนอก เนื่องจากไม่เคย ปรากฏกษัตริย์ที่ทรงชุบเลี้ยงมหาดเล็กชายหนุ่มไว้ในที่รโหฐาน แทนข้าบาทบริจาริกาหญิงสาวและนางใน เพื่อใช้สอยและแวดล้อม อย ่างใกล ้ชิด ท�าให ้บรรดาข ้าราชการชั้นผู ้ใหญ ่ไม ่พอใจและตกใจอย ่าง มาก เพราะถือว่าขัดกับขัตติยราชประเพณี๒๒ โดยเฉพาะอย ่างยิ่งสมเด็จพระพันป ีหลวงที่ขัดเคืองและโศก เศร ้าพระทัยอย ่างมาก พระนางทรงพยายามชักจูงเกลี้ยกล ่อมสรรหา พระมเหสีให ้พระองค ์ ทุกครั้งที่พระองค ์เสด็จพระราชด�าเนินมาเข ้าเฝ ้า พระราชมารดาที่พระราชวังพญาไท แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ จนพระนาง ต้องทรงล้มเลิกความพยายามในที่สุด๒๓ และเมื่อพระองค์ทรงร่วมแสดง ละครต่อสาธารณชน บรรดาพสกนิกรต่างพากันตกใจและไม่พอใจ เช่น เดียวกับพระประยูรญาติที่ไม ่พอพระทัยพระองค ์มากยิ่งขึ้น และยิ่งทวี ความบาดหมางระหว่างพระองค์กับสมเด็จพระพันปีหลวง๒๔ มากไปกว่านั้นก็ถูกน�ามาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีรัชกาลที่ ๖ เช่นคณะ ร.ศ.๑๓๐ที่เป็นกลุ่มทหารที่ยังมีความเจ็บปวดและความทรง จ�าร่วมกันต่อเหตุการณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงยืนกรานที่จะ สละพระอิสริยยศเพื่อกดดันรัชกาลที่ ๕ ให้ทรงลงพระอาญาเฆี่ยนหลัง นายทหารที่วิวาทกับมหาดเล็กของพระองค์ ใน พ.ศ. ๒๔๕๒๒๕ นายทหารกลุ ่มนี้ตั้งข ้อสังเกตความสัมพันธ ์ระหว ่างรัชกาลที่ ๖ กับเจ ้าพระยารามราฆพและน�ามาเป ็นเครื่องมือโจมตีอย ่างมาก เช่น


236 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ คัดลอกส�าเนาแจกจ ่ายพระราชหัตถเลขายกย ่องชมเชยเจ ้าพระยา รามราฆพและประทานพรวันเกิดพร้อมกับเงินท�าขวัญ ๑๐๐ ชั่ง ก่อน ถูกปราบปรามประมาณ ๔ เดือนและตั้งค�าถามเกี่ยวกับความหมาย“คน ดี” และ “คนโปรด” ของรัชกาลที่ ๖ ต่อเจ้าพระยารามราฆพ ซึ่ง ร.ท. จรูญ ณ บางช้าง หนึ่งในคณะได้เขียนข้อความประชดประชันไว้ส่วนบน ของส�าเนาพระราชหัตถเลขาว ่า “อ่ำนแล้วคิดให้ตลอดแล้วประพฤติดี ไหม”๒๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินพระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพ ก่อให้ เกิดความสะเทือนใจแก ่ทหารส ่วนใหญ ่เป ็นอย ่างมาก ต ่างเห็นว ่าพระ มหากษัตริย์ทรงพระกรุณาธิคุณแก่มหาดเล็ก ข้าราชบริพารชายฝ่ายใน ร่วมเล่นโขนด้วยเท่านั้น ขณะที่ “พวกเรำท�ำกำรเหนื่อยแทบตำยไม่เห็น ได้อะไร อ้ำยมันเต้นๆ ร�ำๆ เท่ำนั้น ได้ตั้งร้อยชั่งพันชั่ง” ตาม ร.ต. เจือ กล่าว๒๗ เจ้าพระยารามราฆพกลายเป็นเป้าโจมตีและที่เกลียดชังอย่างมาก ไม ่เพียงถูกตั้งข ้อสังเกตว ่าเจ ้าพระยารามราฆพเป ็น “ผู้ที่มีอิทธิพลอยู่ เบื้องหลังรำชบัลลังก์”๒๘ แต่ยังถูกตั้งฉายาอย่างเย้ยหยันว่า “รัสปูติน”๒๙ และยังกลายเป ็นตัวละครส�าคัญในเรื่องซุบซิบ สาเหตุการทิวงคต ของสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลก ประชานาถ ว ่าเกิดจากเจ ้าพระยารามราฆพเป ็นผู ้ลงมือวางยาเมื่อตอน งานเลี้ยงส ่งเสด็จไปสิงคโปร ์ขณะที่ไฟดับ ขณะเดียวกันก็กล ่าวกันว ่า เกิดความพยายามลอบสังหารเจ้าพระยารามราฆพ ใน พ.ศ. ๒๔๖๕๓๐ แต ่ก็ไม ่ได ้หมายความว ่าเจ ้าพระยารามราฆพจะด�ารงตนเป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อมทางการเมือง เมื่อเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีพยายาม เรียกร้องให้บรรดาเสนาบดีรื้อฟื้น“สภาที่ปฤกษาในพระองค์” (รัฐมนตรี สภา) ซึ่งเป ็นสภาที่ตั้งขึ้นและยกเลิกในรัชกาลที่ ๕ ประกอบด้วยพระ บรมวงศานุวงศ ์และข ้าราชการชั้นผู ้ใหญ ่ มีหน ้าที่ถวายค�าปรึกษาส ่วน พระองค์ สืบสวนข ้อเท็จจริงในราชการต ่างๆ เพื่อกราบบังคมทูลและ ถวายความเห็นรวมไปถึงการช�าระความฎีกาที่มีผู้น�ามาถวายเจ้าพระยา รามราฆพที่สถานภาพก�าลังมั่นคงจึงขัดขวางและโต้ตอบอย่างหยาบคาย


ชานันท์ ยอดหงษ์ 237 นักเรียนมหาดเล็กวังหลวงและเจ้าพระยารามราฆพ โดยเฉพาะเจ้าพระยา รามราฆพนั้นเป็นที่เกลียดชังของกลุ่มทหารคณะ ร.ศ. ๑๓๐ (ภาพจาก หอ จดหมายเหตุแห่งชาติ. กรมศิลปากร)


238 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ผ ่านจดหมายที่เรียกเจ ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีต ่างๆ นานาว่า โง่, คน บ้า, พวกปฏิวัติ แม ้แต ่คนแก ่ที่น ่าเวทนาและไม ่อยู ่กับความเป ็นจริง๓๑ เช ่นเดียวกับหนังสือกราบบังคมทูลของเจ ้าพระยารามราฆพที่อธิบาย ถึงที่มาของเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๓๐ ว่า พวกคณะทหาร ร.ศ. ๑๓๐ เป็น เพียงพวก “น้อยใจ” “ไม่มีสติ” และส่วนใหญ่เป็นพวกลูกจีนและพวก ท�าตัวโก้๓๒ ซึ่งค�าแนะน�าและความคิดเห็นของนายในมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อพระองค์ และทรงมีแนวโน้มที่จะเชื่อฟังอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายในคนโปรด๓๓ มากไปกว่านั้นไม่ใช่นายในทุกคนจะรักและภักดีต่อพระองค์ อย่างจริงใจได้ทั้งหมด เพราะบางคนต่างประจบประแจง คอยตาม พระทัยในสิ่งที่พระองค ์ทรงโปรดปราน โดยไม ่ค�านึงถึงพระพลานามัย นายในมักขย�ารอยผ ่าตัดที่พระนาภีซึ่งปูดพองออกมา๓๔ เมื่อถวายอยู ่ งานนวดตามที่พระองค์ทรงโปรดจนรอยปูดของพระองค์เกิดพระอาการ ฟกช�้าน�าไปสู่พระอาการเรื้อรังจนประชวรอย่างรุนแรง ซึ่งเร่งให้พระองค์ สวรรคตเร็วขึ้น๓๕ แม้ว่าพระยานรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์) ได ้ห ้ามปรามเพราะทราบว ่าจะท�าให ้เกิดโทษตามมากับพระองค ์ก็ตาม๓๖ แม ้แต ่นายในคนโปรดที่พระองค ์เสน ่หา ในช ่วงที่พระองค ์ทรงพระ ประชวรใกล้สวรรคต แพทย์หลวงสั่งห้ามพระโอสถมวน ทว่าเจ้าพระยา รามราฆพก็มาเฝ้าทุกคืนและท�าหน้าที่คอยเชิญหีบพระโอสถมวน๓๗ นายในของพระองค ์บางคนไม ่ได ้รักและใส ่ใจพระองค ์อย ่างที่ พระองค์ปรารถนาไว้ เมื่อระหว่างที่พระองค์ทรงพระประชวรใกล้สวรรคต พระองค ์ต ้องถูกเจาะพระนาภี แพทย ์จึงต ้องการให ้ห ้องพระบรรทม มีอากาศบริสุทธิ์ แต ่นายในบางคนสูบบุหรี่ควันลอยเข ้ามาในห ้องท�าให้ อากาศในห ้องไม ่บริสุทธิ์ ร ้ายไปกว ่านั้นบางคนเข ้ามาสูบบุหรี่ในห ้อง พระบรรทมที่พระองค ์บรรทมอยู ่จนฟุ ้งไปทั่วห ้อง และนายในบางคน แทนที่จะมาคอยเฝ ้าดูพระอาการ แสดงความวิตกห ่วงใย กลับไปหา ความส�าราญต่างลงเล่นไพ่กันในโรงโขนข้างพระที่นั่งกันอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงเฮฮาดังไปถึงห้องพระบรรทม๓๘ ขณะเดียวกันสภาพห ้องพระบรรทมในช ่วงที่ทรงพระประชวร


ชานันท์ ยอดหงษ์ 239 พระÿาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายและแสดงท่าทางร่วม กิจกรรมเสือĀ่ากัÿเจ้าพระยารามราฆพ (ภาพจาก ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิง ศพ พลเอก พลเรือเอก มหาเสวกเอก เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. ฟื้น พึ่งบุญ) พ.ศ. ๒๕๑๐)


240 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ อย ่างรุนแรงจนใกล ้สวรรคต สกปรกไม ่เป ็นระเบียบ Ralph Waldo Mendelson นายแพทย ์ที่เข ้ามาถวายการรักษาพระองค ์บรรยายว ่าที่ พระบังคนหนักแบบชักโครก อ ่างล ้างพระพักตร ์ของห ้องสรงน�้าเล็กใน ที่ประทับถูกมหาดเล็กปล ่อยปละละเลยให ้สกปรก ไม ่มีใครเป ็นธุระให ้ กับการดูแลความสะอาดสุขอนามัยของพระองค์ นอกจากนี้ยังปล่อยให้ หมาที่พระองค์ทรงเลี้ยงไว ้นอนอยู ่ใต้พระแท่นบรรทม ซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อการรักษาพระองค์ เพราะคอยค�ารามเมื่อแพทย์เข้ามารักษาพระองค์ และระหว่างการรักษาก็ได้คาบผ้าปิดแผลที่ชุบยาฆ่าเชื้อโรคไปกิน๓๙ เมื่อผลัดแผ่นดินรัชกาลที่ ๗ ไม่เพียงปลดนายในออกจากราชการ ยกเลิกกิจกรรมต ่างๆ ที่เป ็นการขยายพระราชส�านักฝ ่ายในชาย เช่น กรมมหรสพ เสือป่า ดุสิตธานี ยังทรงพระราชปรารภเกี่ยวกับพระราช ส�านักฝ่ายในชายของรัชกาลที่ ๖ ว่า “...ในสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว พระเจ้ำ แผ่นดินยังเป็นที่เคำรพและกลัวเกรงอยู่มำก แม้ในตอนปลำยรัชสมัย จะมีกลุ่มคนหนุ่มกลุ่มหนึ่งเริ่มวิพำกษ์วิจำรณ์พระมหำกษัตริย์ใน หลำยๆ ด้ำน แต่ก็มิได้เป็นไปอย่ำงเปิดเผย ในรัชสมัยที่เพิ่งสิ้นสุด หลำย สิ่งหลำยอย่ำงได้ทวีควำมเลวร้ำยไปมำก เนื่องจำกเหตุหลำยประกำรซึ่ง ข้ำพเจ้ำไม่จ�ำเป็นต้องเล่ำ ด้วยท่ำนเองก็ทรำบดีแก่ใจเพียงพอแล้ว พระ เจ้ำแผ่นดินกลำยเป็นผู้ที่ตกอยู่ภำยใต้อิทธิพลของข้ำรำชกำรบริหำร คนโปรด ข้ำรำชกำรทุกคนถูกเพ็งเล็งบ้ำงมำกบ้ำงน้อยในด้ำนฉ้อรำษฎร์ บังหลวง หรือเล่นพรรคเล่นพวก...พระรำชส�ำนักของพระองค์เป็นที่ เกลียดชังอย่ำงรุนแรง และในตอนปลำยรัชสมัยก็ถูกล้อเลียนเยำะเย้ย ก�ำเนิดของหนังสือพิมพ์ฟรีเพรสท�ำให้สถำนกำรณ์ในขณะนั้นขยำยตัว เลวร้ำยมำกขึ้น ฐำนะของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวเป็นสิ่งหนึ่งที่ตก อยู่ในสภำวะล�ำบำก...”๔๐


ชานันท์ ยอดหงษ์ 241 พื้นที่ปลอดภัยของชายรักชายและชายแต่งหญิง การอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานของนายในและพระองค์ในสังคมชาย ล้วนย่อมท�าให้เกิดความรักความผูกพันการรู้จักนิสัยใจคอและเรือนร่าง ซึ่งกันและกัน ซึ่ง Harry Oosterhuis เสนอว่า บางสังคมชายล้วนน�าไป สู่ความสัมพันธ์ในทางอารมณ์ ความรู้สึกของกายสัมผัสระหว่างสมาชิก ชายหนุ่มด้วยกันโดยไม่จ�าเป็นว่าจะต้องเป็นชายรักเพศเดียวกัน๔๑ เพราะ ความเป็นไปได้ของการกระตุ้นเร้าความต้องการทางเพศแบบรักเพศเดียว กันมักเกิดขึ้นบนความผูกพันระหว ่างผู ้ชายในสังคมชายล ้วนได ้เสมอ เช่น กลุ่มอัศวินนักรบในยุโรปช่วงศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ ที่ถูกกล่าวกันว่า “มิตรภำพกับควำมปรำรถนำทำงเพศ แยกจำกกันไม่ขำด”๔๒ มากไปกว ่านั้น ความสัมพันธ ์ฉันเพื่อนระหว ่างเพศเดียวกันที่ เต็มไปด ้วยความรักความผูกพัน ยังก ่อให ้เกิดความกล ้าที่จะต ่อสู ้และ พร ้อมเผชิญอันตรายถึงชีวิตอย ่างสงคราม ซึ่งมีความส�าคัญอย ่างมาก ต ่อการเมืองภาครัฐ เช่น การรวมกลุ ่มกันของผู ้ชายในค ่ายทหารซึ่ง เป ็นพื้นที่ที่รัฐตั้งใจเกณฑ ์ผู ้ชายมาอยู ่ร ่วมกัน ไม ่เพียงเพื่อสร ้างความ แข็งแกร ่ง อดทน แต ่ยังสร ้างสายสัมพันธ ์ให ้เกิดความรักในหมู ่คณะ พวกพ้อง พอๆ กับชาตินิยม และการเชื่อฟ ังจงรักภักดีต ่อผู ้น�ากลุ ่ม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ “ความเป็นชาย”๔๓ เหมือนกับที่รัชกาลที่ ๖ พยายามอย ่างมากในการผลิตและ นิยาม“ความเป็นชาย”ภายในชุมชนชายล้วนของพระองค์ที่เชื่อมโยงกับ ราชาชาตินิยม ที่ผู้ชายจะต้องจงรักภักดีต่อชาติศาสนากษัตริย์ มีความ กล้าหาญ ยอมเสี่ยงและเสียชีวิตเพื่อชาติและพระองค ์ เพื่อสร ้างฐาน อ�านาจและความมั่นคงให้กับพระราชบัลลังก์และสถาบันกษัตริย์นายใน หลายคนจึงไม่เพียงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นลึกซึ้งซึ่งกันและกัน แต่ ยังแสดงออกถึงความจงรักภักดีต ่อรัชกาลที่ ๖ และยอมสละชีวิตเพื่อ ปกป้องพระราชบัลลังก์และระบอบราชาธิปไตย ส�าหรับสังคมชายล ้วนอย ่างพระราชส�านักฝ ่ายในชายในรัชกาล ที่ ๖ การอยู่กินหลับนอน ท�างาน เล่น เผชิญทั้งทุกข์และสุข นันทนาการ


242 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ และความยากล�าบาก ออกก�าลังกาย ฝ ึกซ ้อมกีฬา การเดินทางไกล รวมไปถึงการซ ้อมรบและออกรบท�าสงครามร ่วมกัน ไม ่เพียงจะเป ็น การท�าให ้ความเป ็นชายในจินตกรรมของพระองค ์และวิคตอเรียนเป ็น รูปธรรมมากขึ้น ยังน�าไปสู ่ความสัมพันธ ์สนิทชิดเชื้อ รักใคร ่ และผูก สัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกัน นายในที่อยู ่ในชุมชนชายล ้วนของพระองค ์ นอกเหนือจากจะ จงรักภักดีและเทิดทูนพระองค์ มีความสนิทสนมเสน่หาเป็นการส่วนตัว ระหว่างพระเจ้าเผ่นดินกับนายใน เช่น เจ้าพระยารามราฆพและพระยา นรรัตนราชมานิต ยังมีความรักใคร ่สนิทสนมกันเองทั้งเป ็นหมู ่คณะ และเป ็นการส ่วนตัวแบบสองต ่อสอง เช่น ความสนิทสนมรักใคร ่กัน ระหว่างพระยาสุนทรพิพิธกับหลวงสรรสารกิจ, คู่ของพระยาคทาธรบดี สีหราชบาลเมืองกับพระยานเรนทรราชา (ม.ล. อุรา คเนจร), คู่ของพระ ยาอนิรุทธเทวากับพระยาอุดมราชภักดี ซึ่งเป ็นความสัมพันธ ์ที่เห็นได ้ อย่างชัดเจนทั่วไปในสังคมชายล้วน ที่มิตรภาพระหว่างเด็กหนุ่มเข้มข้น แข็งแกร่งมีพลังมาก และสามารถงอกงามไปสู่ความรักใคร่ความห่วงใย และความรู้สึกที่อ่อนไหว ห่วงหาอาทร อยากทะนุถนอมซึ่งกันและกัน ยิ่งการเดินทางไกลและซ ้อมรบเสือป ่าลูกเสือ ยิ่งท�าให้นายใน ที่เป ็นกลุ ่มผู ้ชายแต ่งงานช ้าและหาโอกาสพบเจอหญิงสาวได ้ยากกว ่า ผู ้ชายด ้วยกันเอง สามารถกระชับและสร ้างความเข ้มข ้นขึ้น เพราะต ่าง ต ้องเผชิญความยากล�าบาก เหน็ดเหนื่อยร ่วมกัน ไปจนถึงเปลือยกาย ร ่วมกัน ซึ่งน�าไปสู ่การเห็นและสัมผัสเนื้อตัวร ่างกายระหว ่างกัน นอก เหนือจากความผูกพันทางจิตใจ ความสัมพันธ์ระหว่างนายในหลายคน จึงเหลื่อมซ ้อนกับความสัมพันธ ์ระหว ่างตนเองกับเมีย และบางคู ่ก็ให ้ ความส�าคัญและจัดอันดับก ่อนความสัมพันธ ์ระหว ่างหญิงคนรัก เมีย และคนในครอบครัว มากไปกว ่านั้น การเป ็นนักเรียนกินนอนในโรงเรียนพระบรม ราชูปถัมภ ์ที่มีสถานภาพไม ่ต ่างไปจากนายในและนางในของรัชกาล ที่ผ่านมาต่างได้รับการปลูกฝังขัดเกลาให้มีความรักใคร่สามัคคีผ่านการ เล ่นกีฬาออกก�าลังกาย จนน�าไปสู ่การสังเกตสนใจเรือนร ่างของตนเอง


ชานันท์ ยอดหงษ์ 243 และเพื่อนชาย และความรักความห่วงใยและความห่วงหาอาทรเป็นการ ส่วนตัวของนักเรียนมหาดเล็กหลวงบางคู่ การอยู ่โรงเรียนชายล ้วนที่แยกตัวออกมาจากครอบครัวและ ผู ้หญิงก็ท�าให ้ครูที่มีลักษณะบุคลิกและแสดงกิริยาคล ้ายผู ้หญิงอย ่าง เป ิดเผยจะได ้รับการยอมรับในฐานะแม ่ ขณะที่ครูผู ้ก�ากับคณะเป ็นพ ่อ โรงเรียนกินนอน เช่น โรงเรียนมหาดเล็กหลวงจึงเสมือนเป็นการสร้าง ครอบครัวระหว ่างผู ้ชายด ้วยกันเองโดยปราศจากผู ้หญิง แต ่ยอมรับ ผู ้ชายที่มีเพศภาวะคล ้ายผู ้หญิงในฐานะแม ่ เช ่นเดียวกับสโมสรและ ชุมชนจ�าลองในพระราชส�านักฝ ่ายในชายที่มีการสร ้างบ ้านและการใช ้ ชีวิตสมมุติแบบครอบครัว โดยไม่มีผู้หญิงเข้ามาปะปน นอกเหนือจาก การใช ้เป ็นพื้นที่หาความส�าราญระหว ่างเพศเดียวกันเองและหลีกหนี ผู้หญิง ขณะเดียวกันก็ได้พยายามผลิตซ�้าวาทกรรมเกี่ยวกับผู้หญิงและ “ความเป็นหญิง” ที่เป็นภัยต่อผู้ชายและ “ความเป็นชาย” พระราชส�านักฝ่ายในชายกลายเป็นพื้นที่พิเศษและพื้นที่ปลอดภัย ให้กับผู้ชายที่ไม่ชอบสุงสิงกับผู้หญิง ผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกัน และเมื่อ ชุมชนชายล้วนของรัชกาลที่ ๖ ขยายตัวผ่านโรงเรียนชายล้วนในพระบรม ราชูปถัมภ ์ ก็ช ่วยปลูกฝ ังการเคารพยอมรับความสัมพันธ ์ความสนิท สนมอย ่างลึกซึ้งระหว ่างผู ้ชายด ้วยกัน และความกล้าเปิดเผยแสดง ความรักต่อเพื่อนชายด้วยกันในกลุ่มเด็กชายวัยรุ่น เช่น การแสดงออก ถึงความรักความห ่วงหาอาทรของเดียร ์ อนุเคราะหานนท ์ ต ่อเนื่อง สาคริก๔๔ และยิ่งการฝ ึกซ ้อมออกก�าลังกายร ่วมกันก็ยิ่งช ่วยกระตุ ้น ความสัมพันธ ์ระหว ่างนักเรียนชายมากยิ่งขึ้น เช่น ความสนิทสนม ระหว่างยง บุณยารักษ์ กับเฉลิม เศวตนันทน์๔๕ มากไปกว ่านั้น กิจกรรมการเดินทางผจญภัยซ ้อมรบของเสือป ่า เล ่นกีฬา ออกก�าลังกาย รวมไปถึงการแสดงละครบทเข ้าพระเข ้านาง ก็ท�าให ้ผู ้ชายที่ต ้องการความรักใคร ่เสน ่หาจากผู ้ชายด ้วยกันได ้มีโอกาส ใกล้ชิดกันมากขึ้นและท�าให้ผู้ชายยอมรับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งใกล้ชิด ระหว่างผู้ชายเหมือนกับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างรัชกาลที่ ๖ กับเจ้าพระยา รามราฆพ,๔๖ หลวงสรรสารกิจกับจมื่นเทพดรุณาทร,๔๗ พระยาอนิรุทธ


244 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ เทวากับพระยาอุดมราชภักดี๔๘ และคู ่ของพระยาคทาธรบดีสีหราชบาล เมืองกับพระยานเรนทรราชา๔๙ นอกเหนือจากความสัมพันธ์แบบหมู่คณะ และขณะเดียวกันพระราชส�านักฝ ่ายในชายยังกลายเป ็นพื้นที่ ปลอดภัยในการเป ิดเผยตัวตนของผู ้ชายที่มีลักษณะคล ้ายผู ้หญิง ทั้งรูปร่างหน้าตาและกิริยาท่าทางจริตจะก้าน เห็นได้ชัดว่าในสังคมชาย ล้วนของรัชกาลที่ ๖ ไม่ได้แยกอัตลักษณ์ทางเพศอย่างชัดเจนด้วยเพศวิถี และรสนิยมทางเพศ แต่เป็นบทบาทหน้าที่ของเพศภาวะและสถานภาพ ทางสังคม ท�าให้เพศภาวะและช่วงชั้นทางสังคมมีความส�าคัญและได้รับ การยอมรับความสนใจมากกว่าเพศวิถี ดังนั้น“ความเป็นชาย”ตามจินตกรรมของรัชกาลที่ ๖ และ “ความ เป็นชาย” ของนายในจึงมองข้ามเพศวิถี แต่มุ่งสนใจกับการแสดงออก ทางเพศภาวะและอ�านาจโดยไม ่ค�านึงว ่ามีเพศวิถีแบบใด หรือการมี เพศสัมพันธ์ระหว่างเพศชายด้วยกันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในสังคมชายล้วน อย ่างไรก็ตาม ไม ่ได ้หมายความว ่าพระราชส�านักฝ ่ายในชายจะมีท ่าที รังเกียจผู ้ชายที่มีลักษณะท ่าทางคล ้ายผู ้หญิง มากไปกว ่านั้นกลับยอม รับหรืออย ่างน ้อยที่สุดพออดทนได ้กับผู ้ชายที่ชอบ “แต ่งหญิง” หรือ มีลักษณะบุคลิกคล้ายผู้หญิง ที่ถือได้ว่าเป็นลักษณะพิเศษของพระราช ส�านักของพระองค ์ ซึ่งส ่วนหนึ่งอาจเป ็นเพราะการแต ่งกายข ้ามเพศใน สยามไม ่ได ้เกี่ยวข ้องกับเพศวิถีแบบชายรักชายเหมือนกระบวนทัศน ์ ของตะวันตก กิจกรรมต่างๆเช่นการเล่นละครโขนที่ต้องใช้ผู้ชายทั้งหมดแทน ผู้หญิง ก็เป็นโอกาสให้ผู้ชายที่ชอบแต่งกายแบบผู้หญิง หรือมีลักษณะ ท่าทางรูปร่างหน้าตาคล้ายผู้หญิงเข้ามามีบทบาทส�าคัญและเป็นที่ยอมรับ ในสังคม เช่น พระยาอนิรุทธเทวาที่คนใกล้ชิดทั้งเพื่อนรักและเมียกล่าว พ ้องกันว ่ามีเอวบางร ่างน ้อย จริตจะก ้านกิริยาแช ่มช ้อยคล ้ายผู ้หญิง และเป ็นนางละครชายที่สมจริง๕๐ เช ่นเดียวกับวัฒนธรรมในโรงเรียน มหาดเล็กหลวง ที่ให ้การยอมรับชื่นชมชายที่มีลักษณะพฤติกรรมแบบ ผู้หญิงคล้ายในฐานะผู้ที่เสมือนผู้หญิงและสามารถสร้างความสนิทสนม ใกล้ชิดได้เป็นการส่วนตัว๕๑


ชานันท์ ยอดหงษ์ 245 ภาพการเล่นละคร “นายใน” (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. กรม ศิลปากร)


246 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ในฐานะพื้นที่ปลอดภัย นอกจากส�าหรับนายใน ในการเปิดเผย บุคลิกภาพแล ้วยังส�าหรับรัชกาลที่ ๖ เองในการเป ิดเผยพระราชนิยม ซึ่งก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานและพอพระทัยของพระญาติพระวงศ์อยู่ก่อน แล้ว พระองค ์เป ็นที่เล ่ากันปากต ่อปากภายในวังตั้งแต ่ทรงพระเยาว ์ว ่า ทรงมีพระพักตร์งดงามอ่อนหวาน“มีพระรำชบุคลิกลักษณะและพระรูป โฉม ประพิมพ์ประพำยคล้ำยคลึงสมเด็จพระบรมรำชชนนีมำกกว่ำ พระโอรสพระองค์อื่นๆ”๕๒ ยังทรงมีพระอุปนิสัยสุภาพอ่อนโยน โปรด ประทับพับเพียบเรียบร ้อยอยู ่เฉยๆ ไม ่โปรดวิ่งเล ่นและทรงม ้า จนถูก เปรียบกับพระจันทร์ตรงกันข้ามกับพระอาทิตย์อย่างสมเด็จฯเจ้าฟ้ามหา วชิรุณหิศฯ ที่ซุกซนโลดโผน ห้าวหาญ และแข็งกล้าอย่างเด็กผู้ชาย๕๓ พระราชจริยาวัตรและพระอัธยาศัยที่ไม ่เหมือนเด็กผู ้ชายสร ้าง ความกังวลพระทัยให ้กับพระบรมวงศานุวงศ ์อย ่างมาก เช ่นเดียวกับ ที่สมเด็จพระเจ ้าบรมวงศ ์เธอ พระองค ์เจ ้าสวัสดิโสภณทรงวินิจฉัยว ่า “...ต้องควรมีพระอัธยำศัยในทำงโลดโผน แข็งแรงอย่ำงทหำร อย่ำงบุรุษ manly bearing ดีกว่ำที่จะจ๋อย...”๕๔ และน�าไปสู่การปรึกษาหาทางดัด พระนิสัยอันอ่อนแอและโลเล ด้วยการให้ทรงเรียนวิชาทหาร๕๕ เนื่องจากพระองค ์มีพระราชสามารถและสนพระราชหฤทัยด ้าน วรรณกรรมและการแสดงมากกว ่าตั้งแต ่ทรงพระเยาว ์ เมื่อทรงศึกษา วิชาการในอังกฤษ พระอภิบาลรายงานต ่อรัชกาลที่ ๕ ว่าแม้พระองค์ ทรงวิ่งเต้นโลดโผนต่อยตีและเล่นกีฬาไม่เข้าท่วงที ทรงม้าและจักรยาน ที่นอกจากไม ่แข็งแรงว ่องไว ทั้งยังไม ่สง ่างามและแสดงความกล ้าหาญ แต ่ทรงมีแววฉลาดเรื่องอักษรศาสตร ์ที่ทรงใฝ ่พระราชหฤทัยโดยเฉพาะ และใช ้เวลาว ่างจากการเรียนหรือระหว ่างการท ่องเที่ยวพักผ ่อนใน วันหยุด อ ่านหนังสือนิทานตามนิตยสารหรือแต ่งบทละครมากกว ่า เที่ยวเตร ่หรือออกก�าลังกาย๕๖ ทว ่าไม ่ได ้สร ้างความพอพระราชหฤทัย ให ้กับรัชกาลที่ ๕ และพระอภิบาล เพราะทรงโปรดกับการเล ่นละคร มากถึงกับทรงสอบตกหลายวิชา๕๗ อย่างไรก็ตาม การฝึกหัดทหารก็ไม่สามารถดัดพระจริยาวัตรได้ พระองค ์ยังมักทรงรับบทเป ็นผู ้หญิงในละครของพระองค ์เอง ขณะที่


ชานันท์ ยอดหงษ์ 247 เสด็จนิวัติสยามจากอังกฤษ ก็ทรงฉายพระรูปในท ่าทางและฉลอง พระองค์แบบผู้หญิง๕๘ พื้นที่สร้างวัฒนธรรม วิคตอเรียนแบบท้องถิ่น (Localized Victorian) รัชกาลที่ ๖ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงน้อมรับและหลงใหล วัฒนธรรมวิคตอเรียนอย่างมาก เพราะประทับในอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๔๕ (ค.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๐๒) ซึ่งเป ็นยุควิคตอเรียน (ค.ศ. ๑๘๓๗-๑๙๐๑) ตอนปลายและเอ็ดวอร ์เดียน (ค.ศ. ๑๙๐๑-๑๙๑๐) ตอนต้น และเมื่อประทับในสยาม พระองค ์ก็ทรงพยายามแสดงพระ จริยาวัตรประหนึ่งคนอังกฤษ จนทรงถูกเรียกกันว ่าเป ็น “Victorian Siam prince”๕๙ และเมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว ได้รับการชื่นชมสรรเสริญ ว่ามี “พระราชจริยาวัตรแบบผู้ดีอังกฤษ”๖๐ อย่างไรก็ตาม พระราชส�านักฝ่ายในชายของพระองค์ ก็ไม่ได้ มีลักษณะแบบวิคตอเรียนทั้งหมด เพราะผสมผสานกับวัฒนธรรม ชนชั้นสูงสยามและพระราชนิยมด ้วย เช่น doll’s house ของหญิง ชนชั้นสูงอังกฤษ กลายเป ็นอาณาจักรตุ ๊กตาของชายชนชั้นขุนนาง สยาม ฟุตบอลที่เป ็นวัฒนธรรมกีฬาชนชั้นล ่างในอังกฤษก็กลายเป ็น กีฬาในพระบรมราชูปถัมภ ์ที่นายในนิยมเล ่นกัน กลายเป ็นวัฒนธรรม “วิคตอเรียนท ้องถิ่น” (Localized Victorian) ซึ่งก็รวมไปถึงการให ้ คุณค่าความหมายของเพศภาวะในพระราชส�านักฝ่ายในชาย รัชกาลที่ ๖ ทรงนิยามเพศภาวะชายกับการรู ้จักใช ้อาวุธต ่อสู ้ ออกรบเผชิญข้าศึกศัตรูหรืออย่างน้อยที่สุดชื่นชอบการผจญภัย เผชิญ และอดทนต ่อความยากล�าบากในป่าเขา หรือออกก�าลังกายให ้ร ่างกาย แข็งแรง ไม ่ขี้โรค ซึ่งเป ็นเรื่องของการแสดงออกทางเพศภาวะเท ่านั้น ไม่ได้นิยามว่าจ�าเป็นต้องมีเพศวิถีแบบใด ขณะที่ส�านึกเพศภาวะของวิคตอเรียนเพศวิถีแยกไม่ออกไปจาก เพศภาวะ ผู้ชายไม่เพียงต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและร่างกายที่แข็งแรงต่าง


248 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ จากผู ้หญิง๖๑ ยังต ้องออกไปท�างานนอกบ้าน หาเลี้ยงครอบครัว ตาม บทบาทหน้าที่แบบชายชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขยายตัวอย่างมากหลัง ปฏิวัติอุตสาหกรรมและเป็นกลุ่มที่ออกมาท�างานนอกบ้านช่วยขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจและสร ้างความมั่งคั่งของจักรวรรดิ ลักษณะของชาย ชนชั้นกลางจึงกลายเป็นลักษณะ “ความเป็นชายแบบวิคตอเรียน” ซึ่งได้ รับการสนับสนุนจากพวกกระฎุมพีชนชั้นกลางที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น Baden-Powell ขณะที่พฤติกรรมร่วมเพศที่ผิดปรกติขาดระเบียบ วินัยการควบคุมตนเอง ถูกมองว ่าเป ็นความเป ็นชายแบบชนพื้นเมือง คนในประเทศอาณานิคมและชนชั้นแรงงานและพฤติกรรมเสเพลเลี่ยง งาน อยู่เฉยๆ ไม่ท�าประโยชน์อะไรเป็นความเป็นชายของพวกชนชั้นสูง พวกผู้ดี๖๒ และที่ส�าคัญ เพศภาวะชายจะต ้องหมายถึงชายที่มีเพศวิถีเพื่อ การสืบพันธุ ์เท ่านั้น เพราะเพศสัมพันธ ์ในวัฒนธรรมวิคตอเรียนถือว ่า เป ็นภัยคุกคามศีลธรรม นักศาสนาในช ่วงนั้นเชื่อว ่าการควบคุมความ ต้องการทางเพศอย่างเคร่งครัดเป็นวินัยอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะแม้ ว ่าความต ้องการทางเพศเป ็นคุณสมบัติทางธรรมชาติของมนุษย ์ก็ตาม แต่ก็เป็นคุณสมบัติระดับต�่า ๖๓ ดังนั้นการแต่งงานแบบผัวเดียวเมียเดียว และความรักต่างเพศจึงเป็นบรรทัดฐานทางสังคม๖๔ การร ่วมเพศระหว ่างเพศชายด ้วยกันถือว ่าไม ่เพียงผิดศีลธรรม และเป็นอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ตามกฎหมาย Labouchere Amendment ค.ศ. ๑๘๘๕ แต่ยังถูกอธิบายว่าชายรักเพศเดียวกันคือผู้ชายที่มี “ความเป็นหญิง” โดยแพทย์และนักเพศศึกษาที่เริ่มมีบทบาทส�าคัญแทน นักบวชในช่วงปลายวิคตอเรียน๖๕ การร่วมเพศระหว่างผู้ชายด้วยกันจึง กลายเป ็นตัวบ ่อนท�าลายเพศภาวะชาย เหมือนกับการคลุกคลีกับกลุ ่ม ผู ้หญิง ซึ่งได ้สร ้างความหวาดระแวงให ้กับชายชนชั้นกลางวิคตอเรียน อย ่างมากถึงกับรวมกลุ ่มเป ็นสังคมชายล ้วน ไม ่ให ้ชายรักเพศเดียวกัน ในฐานะ “พวกอื่น” เข้ามาปะปน๖๖ และสร้างความแตกต่างจากพวก ชายรักเพศเดียวกันเพื่อรักษา “ความเป็นชายแบบวิคตอเรียน”๖๗ ต่างจาก ชุมชนชายล ้วนของรัชกาลที่ ๖ ที่นอกจากไม ่แยกชายรักต ่างเพศออก


ชานันท์ ยอดหงษ์ 249 จากชายรักเพศเดียวกัน ยังไม ่ห ้ามผู ้ชายมีความใคร ่ความปรารถนาใน เพศเดียวกัน ซึ่งสมาชิกสามารถแสดงออกถึงความรัก ความห่วงหา ระหว่างกันได้อย่างเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าในชุมชนชายล้วนวิคตอเรียน ที่มีท ่าทีรังเกียจเพศวิถีรักเพศเดียวกันจะปลอดจากความปรารถนาทาง เพศกับเพศเดียวกัน เพราะอย่างไรแล้ว การอยู ่ร ่วมกันเป ็นเวลานาน ของสมาชิกสังคมชายล ้วน ย ่อมท�าให ้เกิดความรักความผูกพัน ความ ปรารถนาซึ่งกันและกัน โดยไม ่จ�าเป ็นว ่าสมาชิกจะเป ็นชายรักเพศ เดียวกัน๖๘ เพียงแต่ไม่ถูกเปิดเผย และเนื่องจากผู ้ชายรักเพศเดียวกันแยกไม ่ออกไปจากผู ้ชายที่ มี “ความเป็นหญิง” การแต่งกายข้ามเพศ (cross-dressing) ที่ผู้ชาย แต ่งหญิงจึงถูกมองว ่าเป ็นชายรักเพศเดียวกัน ซึ่งเป ็นเรื่องที่ร ้ายแรง เช่นกัน ดังที่ใน ค.ศ. ๑๙๑๖ ศาลอังกฤษได้พิพากษาให้ชายชื่อ Robert Couthard ต้องรับโทษด้วยการใช้แรงงานหนักเป็นเวลา ๒ ปี โทษฐาน ที่แต่งกายเป็นหญิงเพื่อหลอกเอาเงินจากผู้ชายหลายคนโดยค�าพิพากษา ระบุว ่า ความผิดที่ส�าคัญที่ท�าให ้เขาต ้องรับโทษเช ่นนี้มิได ้อยู ่ที่การ หลอกเอาเงินผู ้อื่น แต ่อยู ่ที่การแต ่งตัวข ้ามเพศซึ่งถือเป ็นอาชญากรรม เช่นเดียวกับ Victor Wilson และ Frederick Wright ที่ถูกต�ารวจ จับในข้อหาที่แต่งตัวเป็นหญิง นอกจากนี้ สังคมอังกฤษยังได ้ผูกโยงการรักเพศเดียวกันเข ้า กับโรงละครที่การแต ่งกายข ้ามเพศมักเกิดขึ้นบนเวที โรงละครในสมัย นั้นจึงกลายเป ็นแหล ่งของชายรักเพศเดียวกันในสายตาของคนทั่วไป และใน ค.ศ. ๑๙๑๘ เกิดคดีของ Noel Pemberton Billing ซึ่งจ�าเลย รับสารภาพว่ามีการแอบร่วมเพศระหว่างผู้ชายในโรงละคร๖๙ แต่ส�าหรับพระราชส�านักฝ่ายในชายของรัชกาลที่ ๖ การมีความ สัมพันธ ์ลึกซึ้งหรือความเสน ่หาระหว ่างผู ้ชายด ้วยกัน เป ็นสิ่งที่ยอมรับ และเข้าใจได้ ไม่ถูกรังเกียจกีดกัน ทั้งนี้เพราะส�าหรับพระองค์แล้ว มัน ไม ่ได ้ไปบั่นทอนความเป ็นชายลง หรือท�าให ้มีลักษณะคล ้ายผู ้หญิง เหมือนส�านึกของวิคตอเรียน หากแต่เป็นอีกลักษณะหนึ่งของเพศภาวะ


250 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ชาย ซึ่งก็สอดรับกับอุดมการณ ์ราชาชาตินิยมของพระองค ์ได ้ดี เพราะ ความรักเพศเดียวกันของผู ้ชายภายในพระราชส�านักฝ ่ายในปรากฏและ แสดงออกภายใต ้การนิยามของมิตรภาพและความสามัคคี แต ่สถาบัน การแต ่งงานและการใกล ้ชิดกับผู ้หญิงต ่างหากที่กลับเป ็นตัวท�าลาย “ความเป็นชาย” ดังนั้น พระองค์จึงไม่เพียงให้ความส�าคัญต่อเพื่อนชาย ที่รู ้ใจจนไม ่แต ่งงาน หรือแต ่งงานแล ้วเพื่อนชายก็ยังส�าคัญกว ่าเมีย มากกว ่าเพศวิถีเพื่อด�ารงเผ ่าพันธุ ์ แต ่ยังทรงดึงผู ้ชายออกจากผู ้หญิง และโดยเฉพาะอย ่างยิ่งเพศสัมพันธ ์กับผู ้หญิง กฎมนเทียรบาลว ่าด ้วย ครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชส�านัก พ.ศ. ๒๔๕๗ จึงควบคุมผู้ชาย ในการยุ ่งเกี่ยวกับผู ้หญิงและมีบทลงโทษชัดเจนส�าหรับผู ้ที่ฝ ่าฝ ืน แต่ ไม่ได้ควบคุมกีดกันเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกันเอง ตรงกันข้ามกับวัฒนธรรมวิคตอเรียน ที่พื้นที่บ้านและครอบครัว ก็ไม ่ได ้แยกผู ้ชายออกจากผู ้หญิงอย ่างชัดเจน แม ้แต ่ในยุคปลายที่มี ความพยายามแบ ่งเพศภาวะชัดเจนระหว ่างหญิงกับชายและพื้นที่ใน กับนอกบ ้านก็ตาม เพราะประชาชนยังคงเชื่อว ่าบ ้านและครอบครัวเป ็น พื้นที่พักผ ่อน เสมือนหลุมหลบภัยจากโลกภายนอก เป ็นพื้นที่แห ่ง ความสุข การอยู ่พร ้อมหน ้าระหว ่างพ ่อแม ่ลูก๗๐ และการแต ่งงานก็ ไม ่ได ้ท�าลาย “ความเป็นชาย” เพราะแท ้ที่จริงสถาบันการแต ่งงานและ ครอบครัวเป ็นการแสดงออกถึงสุขภาวะที่ดีและเป ็นการอนุญาตให ้ร ่วม เพศได้ เพียงแต ่ควรพอเพียงและรู ้จักควบคุมความอยากเท ่านั้น แต่ การรักเพศเดียวกันของผู ้ชายต ่างหากที่บ ่อนเซาะท�าลายเพศภาวะและ “ความเป็นชาย” และมีความผิดตามกฎหมายเช ่นเดียวกับการที่ผู ้ชาย แต่งหญิง และพิเศษไปกว ่านั้นซึ่งถือว ่าเป ็นลักษณะโดดเด ่นอย ่างมากใน พระราชส�านักฝ่ายในชายของรัชกาลที่ ๖ ผู้ชายที่ชอบแต่งหญิง หรือมี รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง เพศภาวะคล้ายผู้หญิง ไม่ได้ถูกรังเกียจและ ถือว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย ผิดบาป หรืออาชญากรรม แต่กลับให้ความส�าคัญ เท ่ากับผู ้ชายคนอื่นๆ แม ้ว ่าพระองค ์จะให ้คุณค ่าเพศภาวะชายให ้เหนือ กว่าเพศภาวะหญิงเหมือนส�านึกวิคตอเรียนก็ตาม


ชานันท์ ยอดหงษ์ 251 รัชกาลที่ ๖ ไม่ทรงแสดงทัศนคติรังเกียจต่อเพศสัมพันธ์ระหว่าง ผู ้ชายด ้วยกัน พอๆ กับที่ผู ้ชายที่จริตคล ้ายผู ้หญิงหรือแสดงออกสาว ตราบเท ่าที่ไม ่สร ้างความร�าคาญแด่พระองค์ แม ้พระองค ์ทรงบริภาษ พระญาติพระวงศ์ในพระราชบันทึกส่วนพระองค์ว่า “...มีลักษณะเหมือน ผู้หญิงแก่มำกกว่ำผู้ชำย เมื่อหนุ่มชะรอยจะเหมือนผู้หญิงสำวกระมัง? แต่จะ ‘สำว’ หรือ ‘แก่’ ก็ตำม, ลักษณะที่ชนสำมัญเรียกว่ำ ‘ตอแหล’ นั้นคงมีประจ�ำเปนเจ้ำเรือนอยู่ตลอดทุกเวลำ...” ๗๑ แต ่ดูจะเป ็นการ เสียดสีกระแหนะกระแหนเรื่อง “สาวแก่”มากกว่าการแสดงท่าทีรังเกียจ อัตลักษณ์ “ออกสาว” มากไปกว่านั้น พระองค์เองก็ไม่ได้ทรงมีเพศภาวะชายอย่างชัดเจน พระองค ์ไม ่เพียงมีลักษณะที่คล ้ายผู ้หญิงมากกว ่า แต ่ยังชุบเลี้ยงและ แวดล ้อมไปด ้วยผู ้ชายในที่รโหฐานแทนการสะสมหญิงสาว ข้าบาท บริจาริกาที่เป ็นการแสดงออกถึงเพศภาวะ “ความเป็นชาย” ของชน ชั้นสูง ขณะที่ชนชั้นสามัญชน เพศภาวะและ “ความเป็นเพศ” ไม่ได้มี ความส�าคัญมากเท่าสถานภาพทางสังคม บางทีอาจเป็นเพราะตามวัฒนธรรมสยาม ทั้งชนชั้นไพร่ไปจนถึง ชนชั้นเจ ้าให ้ความส�าคัญกับอัตลักษณ ์ทางเพศมากกว ่ารสนิยมทางเพศ เช่น พฤติกรรมทางเพศของหม่อมไกรสรบรรพบุรุษเจ้าพระยารามราฆพ และพระยาอนิรุทธเทวา ที่ชอบหลับนอนกับนายละครที่เลี้ยงไว ้แทน หม่อมห้าม จึงพอเป ็นที่อดทนได ้เพราะยังคงแสดงออกถึง “ความเป็น ชาย” อยู่ ไม่ได้แต่งหญิงแต่ให้นายละครแต่งหญิงแทน แต่ถึงกระนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการประณามเพศวิถีของหม่อมไกรสร๗๒ เนื่องจากส�าหรับวัฒนธรรมสยามแล ้ว ให ้ความส�าคัญกับระดับ ทางชนชั้น ฐานันดร ชาติก�าเนิด และความอาวุโสในฐานะสถานภาพทาง สังคมมากกว่าเพศภาวะ และเพศภาวะก็ถูกให้ความส�าคัญมากกว่าเพศ วิถี เพศวิถีจึงไม่ได้มีอิทธิพลในการก�าหนดเพศภาวะและสถานภาพทาง สังคมเหมือนบริบทสังคมวิคตอเรียน นายในและรัชกาลที่ ๖ ในฐานะสมาชิกสังคมชายล้วน จึงไม่ แสวงหาเพศภาวะชายรักชาย และ “ความเป็นรักเพศเดียวกัน” จาก


252 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ นายในและข้าราชการที่ตามเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ พ.ศ. ๒๔๕๒ (ภาพ จาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. กรมศิลปากร)


ชานันท์ ยอดหงษ์ 253 เพศวิถีรสนิยมทางเพศเหมือนชายรักชายในยุควิคตอเรียน๗๓ หาก แต่ก�าหนดคุณค่า นิยามความหมาย “ความเป็นชาย” โดยอาศัย บริบทสังคมการเมือง แต่ไม่ได้หมายความว่า “ความเป็นชาย” ของพระราชส�านัก ฝ่ายในทั้งเพศภาวะและเพศวิถีจะเป็นที่ยอมรับของสังคมวัฒน ธรรมสยามมากนัก เพราะเพศภาวะและเพศวิถีชายของชนชั้นสูง และขุนนางคือ ผู ้ชายที่มีบารมีอ�านาจวาสนาที่ประกาศผ ่านการสะสม ข ้าบาทบริจาริกาไม ่ใช ่ชายหนุ ่ม และการนิยามและสร ้างเพศภาวะตาม จินตกรรมของรัชกาลที่ ๖ ก็กระจุกตัวในพื้นที่เฉพาะส่วนพระองค์เท่านั้น ไม ่ได ้ถูกน�าออกมาเผยแพร ่ให ้เป ็นที่ยอมรับเข ้าใจในวงกว ้าง ไม่เปิด โอกาสให ้พระบรมวงศานุวงศ ์ ข ้าราชการชั้นผู ้ใหญ ่ที่มีบทบาทมาตั้งแต ่ รัชกาลที่ผ่านมาเข้ามาเรียนรู้ เช่น ดุสิตธานี และแม้ว่าบางกิจกรรมเปิด โอกาสให ้พระบรมวงศานุวงศ ์และข ้าราชการที่ไม ่ใช ่นายในเข ้ามามีส ่วน ร่วม ก็แค่เพียงสัญลักษณ์และไม่สง่างามไปกว่านายใน เช่น กิจกรรม เสือป่า๗๔


254 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ เชิงอรรถ ๑ จันทรรัตน์ ประวาลปัทม์, “การศึกษาเปรียบเทียบราชสำานักในสมัย รัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๖”, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขา ประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๑, น. ๑๕๘- ๑๖๐.๒ หจช., ร.๖ ก. ๓/๑๖๖, กรมหลวงพิษณุโลกทิวงคต ตั้งพระยาประสิทธิ์ ศุภการเป็นผู้รั้งผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก. ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๓.; “F.O. 371/11719. Annual Report for 1925”, อ้างถึงใน จันทรรัตน์ ประวาล ปัทม์, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๖๘.๓ Greene, Stephen Lyon Wakeman, Absolute Dreams : Thai Government under Rama VI, 1910-1925. (Bangkok, Thailand : White Lotus, 1999), p. 4.๔ ราม วชิราวุธ, ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖. (กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๕).๕ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, “จดหมายเหตุรายวัน วัน ศุกร์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๖๖” ใน ซ้อมรบเสือป่า ๒๔๖๖ ลายพระราชหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (กรุงเทพฯ : มูลนิธิพระบรมราชา นุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์, ๒๕๓๒), น. ๖-๗.๖ จุลจักรพงษ์, พระองค์เจ้า, เจ้าชีวิต. (พระนคร : คลังวิทยา, ๒๕๐๕), น. ๕๘๑.๗ Greene, Absolute Dreams..., pp. 38-39.๘ Ibid., pp. 91-95.๙ หจช., ร.๖ ก. ๑/๑๑, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ถึงพระยาสีหราชเดโช. ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕).๑๐ หจช., ร.๖ บ. ๓.๑/๖๔ เล่ม ๔, เรื่องเจ้าพระยายมราช พระราชหัตถ เลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงเจ้าพระยายมราช. ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕).๑๑ หจช., ร.๖ ก. ๑/๑๑, พระราชหัตถเลขาถึงพระยาสีหราชเดโช...๑๒ หลังจากเหตุการณ์ประมาณ ๑ สัปดาห์ พระองค์เสด็จฯ กลับจาก นครปฐม ภายใต้การอารักขาและการต้อนรับอย่างระมัดระวังมาก ทหารชั้น


ชานันท์ ยอดหงษ์ 255 สูงรับเสด็จแทบทุกนายและตรวจตราอย่างละเอียดถี่ถ้วน (อ้างจาก, ประสงค์ สม บริพัตร, ม.จ., บันทึกความทรงจำาบางเรื่อง. (พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๙), น. ๑๙-๒๐) ทรงย้ายที่ประทับจากพระราชวังสวนดุสิตเข้าไปอยู่ใน พระบรมมหาราชวังและเลื่อนเวลาปิดประตูวังจาก ๕ โมงเย็นเป็น ๔ โมงเย็น (อ้างจาก, หจช., ร.๖ บ. ๑๗/๑๑, หนังสือพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร กราบ บังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๘ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕).)ซึ่งได้สร้างความไม่พอพระทัยให้กับพระราชมารดาผู้ผิดหวังและ ไม่พอพระทัยพระองค์เป็นทุนเดิม จนมีลายพระหัตถ์เตือนว่า“...เป็นเวลาจำาเป็น ของฉันแล้วที่จะต้องพูดตักเตือนเธอบ้างบางอย่าง การที่พูดอยากจะตักเตือนนี้ก็ ไม่เป็นไปเพื่ออวดความรู้แลตื่นตัวตนว่าเป็นผู้วิเศษประการใด...ฉันไม่อยากให้ เธอแสดงอาการกิริยาให้คนเห็นว่าเธอไม่สบายใจในเรื่องยุ่งคราวนี้ ฤเกรงกลัว ต่อคนร้ายเกินไป คนจะคิดเห็นว่าเป็นคนขลาด จะหมิ่นประมาทได้ว่า เหมือน ไม่ใช่ขัตยขัตติกุมาร ควรจะต้องขืนๆ ไว้แลปั้นหน้าไว้บ้าง เธออย่าไปเชื่ออ้าย พวกขี้ขลาดสั่นงกพาให้ยุ่งใจเกินไป คนจะหยันได้ ชาววังของฉันก็กำาลังเล่าต่างๆ นานาเต็มที โจทกันไปจนเลอะเทอะ...” (อ้างจาก, หจช., ร.๖ บ. ๑๗/๑๓, ลาย พระหัตถ์สมเด็จพันปีเรื่องทหารกำาเริบ. ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕).)๑๓ ไม่เพียงรัชกาลที่ ๖ ทรงเลี่ยงการประทับเป็นองค์ประธานในที่ประชุม เสนาบดี แต่ยังทรงบริหารประเทศด้วยการโปรดให้เสนาบดีเข้าเฝ้ากราบบังคม ทูลเรื่องราชการเป็นการส่วนพระองค์ หรืออาศัยการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แทนการติดต่อกับคนภายนอกโดยตรง ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงภายในราชสำานักจึง ได้เฝ้าเฉพาะในงานเลี้ยงใหญ่ งานพระราชพิธี งานทหาร หรืองานประเภทพิธี เปิดอาคารต่างๆเท่านั้น ซึ่งยิ่งนำาไปสู่ความห่างเหินระหว่างพระประยูรญาติและ ข้าราชการชั้นสูง (อ้างจาก, จุลจักรพงษ์, พระองค์เจ้า, เจ้าชีวิต. (พระนคร : คลัง วิทยา, ๒๕๐๕), น. ๕๘๑-๕๘๒.)๑๔ จุลจักรพงษ์, พระองค์เจ้า, เจ้าชีวิต..., น. ๕๘๑.๑๕ หจช., ร.๖ ม. ๓๖ก./๖, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงพระยาเทพอรชุน พระยาอุไทยมนตรี และพระยาธรรมสุกราช. ลงวันที่ ๘ มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๖).๑๖ ปิ่น มาลากุล, ม.ล., งานละครของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรี สินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม. (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทย วัฒนาพานิช, ๒๕๑๘).; ปิ่น มาลากุล, ม.ล., “โรงละครและการแสดงละคร” ใน


256 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ สารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (กรุงเทพฯ : มูลนิธิพระบรม ราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, ๒๕๔๐), น. ๕๔๓-๕๖๑.๑๗ หจช., ร.๖ บ. ๑๗/๑๒, ลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลก ประชานาถ กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๖ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕).๑๘ จุลจักรพงษ์, พระองค์เจ้า, เจ้าชีวิต..., น. ๖๖๐.๑๙ ดุษฎี มาลากุล ณ อยุธยา, คนห้าแผ่นดิน อัตตะชีวะประวัติของ ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล (ภาคแรก). (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๑๘), น. ๕๐.๒๐ พูนพิศมัย ดิศกุล, ม.จ., สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลง การปกครอง ๒๔๗๕. (กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๔), น. ๒๙.๒๑ Greene, Absolute Dreams..., p. 78.๒๒ จุลจักรพงษ์, พระองค์เจ้า, เจ้าชีวิต...๒๓ มัลคอล์ม สมิธ, ราชสำานักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ. ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์ (แปล), (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ๒๕๓๗), น. ๑๑๕-๑๑๖, ๑๕๐- ๑๕๐.๒๔ Greene, Absolute Dreams..., p. 5.๒๕ เหรียญ ศรีจันทร์ และ เนตร พูนวิวัฒน์, เหรียญรำาลึก ปฏิวัติครั้งแรก ของไทย. (พระนคร : โรงพิมพ์อักษรไทย, ๒๕๑๔), พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงาน พระราชทานเพลิงศพ ร.ต. เหรียญ ศรีจันทร์, น. ๑-๔.๒๖ อัจฉราพร กมุทพิสมัย, “กบฏ ร.ศ. ๑๓๐ : ศึกษากรณีการปฏิรูป ทางการปกครองและกลุ่ม ‘ทหารใหม่’” วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขา ประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๔, น. ๑๓๑- ๑๓๒.๒๗ เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน. ๒๘ “D.P.T. No. 72. Report from Mr. William W. Russel. 6 April 1926”, อ้างถึงใน อัจฉราพร กมุทพิสมัย, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๒๗.๒๙ Greene, Absolute Dreams..., p. 10.๓๐ Ibid., p. 77.๓๑ Ibid., p. 132.๓๒ หจช., ร.๖ บ. ๑๗/๑๑, หนังสือพระยาประสิทธิ์ศุภการ กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๙ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐ และ


ชานันท์ ยอดหงษ์ 257 วันที่ ๑๒ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐. ๓๓ Barméé, Scot, Luang wichit Wathakan and the Creation of a Thai Identity. (Singapore : Institute of Southeast Asian Studies, 1993), p. 23. ๓๔ บำารุงราชบริพาร, พระยา, “ผีมาเฝ้าและการทรงประชวรจนเสด็จ สวรรคต” ใน วชิราวุธานุสรณ์ ๒๕๐๔. (พระนคร : เสนาการพิมพ์, ๒๕๐๔), น. ๑๑๒-๑๔๑.๓๕ จนเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ประมาณ ๒ นาฬิกาเศษ รัชกาลที่ ๖ สวรรคต ด ้วยพระอาการประชวรอย ่างเฉียบพลันตั้งแต ่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ จากโรคเกี่ยวกับพระอันตะ หลังจากทรงเริ่มประชวร กระเสาะกระแสะราวเดือนกันยายนถึงตุลาคมแต ่ไม ่รุนแรงและค ่อยๆ ทุเลาลง (อ้างจาก, ทวี มุขธระโกษา, พระมหาธีรราชเจ้า. (พระนคร : แพร่พิทยา, ๒๕๐๖), น. ๗๓๔.) เพราะพระตจะบางๆ หน้าพระนาภีตรงรอยผ่าตัดที่ปูดโตมากขึ้นตาม พระนำ้าหนักที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพระโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ และ เคยทรงมีพระอาการจากพระโรคเกี่ยวกับพระวักกะ(ไต)ขณะเดียวกันพระองค์เอง ยังทรงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำาแนะนำาจากแพทย์ด้วยการเสวยพระกระยาหาร ครั้งละมากๆ (อ้างจาก, Mendelson, Ralph Waldo, “I lost a king” ใน ปวีณา บุหร่า(บรรณาธิการ),รวมบทความทางวิชาการเนื่องในงานแสดงมุทิตาจิต เกษียณ อายุราชการของรองศาสตราจารย์สุรีย์ พงศ์จันทร์ วันเสาร์ที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๙, ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ (แปล), อภิชาติ ฉวีกุลรัตน์ (เรียบเรียง), (พิษณุโลก : สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๔๙), น. ๑๒๗-๑๖๕.) ทำาให้พระตจะได้ไปเสียดสีกับพระอันตะ (ลำาไส้) ซึ่งกำาลังบวมพอง ภายในถึงกับทะลุเป ็นแผลออกมาจนพระบังคนหนักไหลออกมาจากบาดแผล (อ้างจาก, บำารุงราชบริพาร, พระยา, “ผีมาเฝ้า..., น. ๑๑๒-๑๔๑.) นอกจากการ วินิจฉัยพระอาการและการถวายการรักษาผิดไม ่เพียงจะทำาให้พระองค์สวรรคต อย่างรวดเร็ว แต่การเพิกเฉยที่จะผ่าตัดอย่างเร่งด่วนของบรรดาแพทย์ จึงทำาให้ พระองค์ประชวรได้เพียงประมาณ ๑๔ วันแล้วสวรรคต เมื่อพระชนมายุเกือบ ๔๖ พรรษาซึ่งเป็นการครองราชย์ในระยะสั้นเพียง ๑๕ ปี (อ้างจาก, Mendelson, “I lost a king”..., น. ๑๒๗-๑๖๕.)๓๖ บำารุงราชบริพาร, พระยา, “ผีมาเฝ้า..., น. ๑๑๒-๑๔๑. ๓๗ Mendelson, “I lost a king”..., น. ๑๒๗-๑๖๕.๓๘ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงพระภิกษุ ธมฺมวิตกฺโก มหาเสวกตรี พระยานรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์) (พระนคร : โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม,


258 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ๒๕๑๕), น. ๑๕.๓๙ Mendelson, “I lost a king”..., น. ๑๒๗-๑๖๕.๔๐ หจช., ร.๗ สบ. ๒.๔๗/๓๒ เล่ม ๓, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวถึง ดร. ฟรานซิส บีแซร์ย. ใน บันทึกเรื่องการปกครอง. ลง วันที่ ๒๓ กรกฎาคม-๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๙.๔๑ Oosterhuis, Harry, “Medicine, Male Bonding and Homosexuality in Nazi Germany” in Journal of Contemporary History 32 : 2 (April, 1997), pp. 187-205.๔๒ O’Donnell, Katherine & O’Rourke, Michael (Eds.), Love, Sex, Intimacy and Friendship between Men, 1550-1800. (Basingstoke, UK : Palgrave Macmillan, 2003). ๔๓ Oosterhuis, “Medicine, Male Bonding and Homosexuality..., pp. 187-205.๔๔ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก พระมหาเทพกษัตร สมุห. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) ต.ม., ว.ป.ร., ป.ป.ร. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑, น. ๑๖๑.๔๕ อนุสรณ์ “ศุกรหัศน์”. เนื่องในพระราชทานเพลิงศพ เสวกโท จมื่น มานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันทน์) วัดมกุฏกษัตริยาราม ๒๐ มกราคม ๒๕๑๑, น. ๑๐.๔๖ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอก พลเรือเอก มหาเสวกเอก เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. เฟื้อ พึ่งบุญ). (พระนคร : โรงพิมพ์ธนาคารกรุงเทพ, ๒๕๑๐).๔๗ เทพดรุณาทร, จมื่น, “ระลึก” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาท สมเด็จพระ, กฎมนเทียรบาลว่าด้วยข้าราชการในพระราชสำานัก. พิมพ์เป็นมิตร พลีในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงสรรสารกิจ (เคล้า คชนันท์) วัดเทพศิริน ทราวาส วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๓, น. ซ.๔๘ เฉลา อนิรุทธเทวา. “ฟื้นรำาลึก” ใน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาท สมเด็จพระ, ประมวลบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว ภาคปกิณกะ. (พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๔), พิมพ์ในงาน พระราชทานเพลิงศพ พลตรี พระยาอนิรุทธเทวา(ม.ล. ฟื้น พึ่งบุญ) ๒๒ เมษายน ๒๔๙๔, น. (๑๑)-(๑๕).


ชานันท์ ยอดหงษ์ 259 ๔๙ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตำารวจตรี พระยาคทาธรบดี สีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์). ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตำารวจ ตรี พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์) ณ เมรุหน้าพลับพลา อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๑๒, น. (๖).๕๐ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ประมวลจากพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคปกิณกะ. (พระนคร : โรงพิมพ์ พระจันทร์, ๒๔๙๔).๕๑ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนตำารวจเอก..., น. ๑๔๘.๕๒ อมรดรุณารักษ์ (อุทุมพร สุนทรเวช), “สมเด็จพระบรมราชชนนี” ใน สารานุกรม..., น. ๗๗๙-๗๘๕.๕๓ จุลลดา ภักดีภูมินทร์, “‘พระอาทิตย์’ กับ ‘พระจันทร์’ ของชาววัง” ใน วชิราวุธานุสรณ์สาร ๑๔ : ๔ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗), น. ๖๔-๖๘.๕๔ หจช., ร.๕ ต. ๔๙/๑๑, ลายพระหัตถ์พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า สวัสดิโสภณ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ร.ศ. ๑๑๔ (พ.ศ. ๒๔๓๘).๕๕ หจช., ร.๕ ต. ๔๙/๘, หนังสือพระยาวิสุทธิ์ฯ กราบบังคมทูลพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ๑๐ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐).๕๖ วิสุทธสุริยศักดิ์, พระยา, “หนังสือพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙)” ใน พระราชหัตถเลขาและหนังสือกราบบังคมทูลของเจ้าพระยา พระเสด็จสุเรนทราธิบดี แต่ยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระมนตรีพจนกิจและพระยา วิสุทธสุริยศักดิ์ ร.ศ. ๑๑๓-๑๑๘. พิมพ์ในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิง เสงี่ยม พระเสด็จสุเรนทราธิบดี ท.จ. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิริน ทราวาส วันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๔, น. ๑๐๙-๑๑๖.๕๗ หจช., ร.๕ ต. ๔๙/๑๓, หนังสือพระยาราชวัลลภานุสิษฐ์ กราบบังคม ทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๗ (พ.ศ. ๒๔๔๑).๕๘ จุลลดา ภักดีภูมินทร์, เรื่องเดียวกัน, น. ๖๔-๖๘.๕๙ Vella, Walter F. & Vella, Dorothy B., Chaiyo! King Vajiravudh and the Development of Thai Nationalism. (Honolulu : University Press of Hawaii, 1978), pp. 8-9.๖๐ บำารุงราชบริพาร, พระยา, “พระราชจริยาวัตรแบบผู้ดีอังกฤษ” ใน


260 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ประยุทธ สิทธิพันธ์, พระมหาธีรราชเจ้า. (กรุงเทพฯ : สยาม, ๒๕๑๕), น. ๓๑๗ ๓๔๕.๖๑ Nelson, Claudia, “Sex and the Single Boy : Ideals of Manliness and Sexuality in Victorian Literature for Boys” in Victorian Studies 32 : 4 (Summer, 1989), pp. 525-550.๖๒ Jamieson, Theresa, “Working for the Empire : Professions of Masculinity in H.G. Wells’s The Time Machine and R. L. Stevenson’s The Strange Case of Dr. Jekyll and Mr. Hyde” in Victorian Network 1 : 1 (Summer, 2009), pp. 72-91.; Sussman, Herbert L., Victorian Masculinities : Manhood and Masculine Poetics in Early Victorian Literature and Art. (Cambridge : Cambridge University Press, 1995), pp. 9-10.๖๓ Nelson, “Sex and the Single Boy..., pp. 525-550.๖๔ Sussman, Victorian Masculinities..., pp. 9-10.๖๕ Nelson, “Sex and the Single Boy..., pp. 525-550.๖๖ Ellis, Heather & Ellis, Jessica, Masculinity and the Other : Historical Perspectives. (Newcastle : Cambridge Scholars Publishing, 2009).; Sussman, Victorian Masculinities..., pp. 9-10, 60-61.๖๗ Sussman, Victorian Masculinities...๖๘ Oosterhuis, “Medicine, Male Bonding and Homosexuality..., pp. 187- 205.๖๙ Boxwell, David A., “The Follies of War : Cross-Dressing and Popular Theatre on the British Front Lines, 1914-18” Modernism/modernity. 9 : 1(January, 2002), pp. 1-20.๗๐ Davidoff, Leonore & Hall, Catherine, “Separate Spheres” in Boyd, Kelly & McWilliam, Rohan, The Victorian Studies Reader. (Abingdon, Oxon : Routledge, 2007), pp. 307-317. ๗๑ ราม วชิราวุธ, เรื่องเดียวกัน, น. ๕๑.๗๒ ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี, เจ้าพระยา, พระราชพงศาวดารกรุงรัตน โกสินทร์ รัชกาลที่ ๓. (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๓๘), น. ๑๓๑-๑๓๒.๗๓ แม้การรักเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรมร้ายแรงในอังกฤษ แต่ในทศวรรษ ที่ ๑๘๘๐ กลุ่มชายรักชายในลอนดอนเริ่มท้าทายด้วยการสร้างเพศภาวะและ วัฒนธรรมเฉพาะตน มีการแต่งกาย ภาษา สโมสรแหล่งนัดพบเฉพาะกลุ่ม เช่น


ชานันท์ ยอดหงษ์ 261 วรรณกรรมสโมสร รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากชายรักต่างเพศ เช่น การใช้ชีวิตกลางวันตามแบบ “ความเป็นชายแบบวิคตอเรียน” ที่ใช้ชีวิตสมรสเป็น หัวหน้าครอบครัว แต่ใช้ชีวิตชายรักชายในเวลากลางคืน ซึ่งถูกเผยให้เห็นผ่าน วรรณกรรมในเวลานั้น เช่น งานเขียนของ Robert Louis Stevenson ที่ไม่เพียง พยายามอธิบายภาพตัวแทนของผู้หญิงที่เป็นภัยร้ายต่อ“ความเป็นชาย” แต่ยัง พยายามสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อน ลึกซึ้งระหว่างผู้ชายด้วยกันใน สมาคมสโมสรหรือชุมชนชายล้วนของชนชั้นกลางฐานะดีและผู้ดีในลอนดอนยุค วิคตอเรียน ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกบางคู่แยกไม่ออกไปจากความเสน่หา ระหว่างเพศเดียวกัน (อ้างจาก, Showalter Elaine, “Homosexuality and Late Victorian Anxiety” in Boyd, Kelly & McWilliam, Rohan, The Victorian Studies Reader. (Abingdon, Oxon : Routledge, 2007), pp. 370-379.) ไปจนถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กชายกับชายหนุ่มชนชั้นผู้ดีหรือขุนนางที่มีอำานาจและ แก่กว่า (อ้างจาก, Sussman, Victorian Masculinities..., pp. 60-61.)๗๔ ที่เจ้าพระยารามราฆพ เป็นนายกองโทและนายกองเอกในเวลาต่อมา มีอำานาจและยศสูงกว่าพระบรมวงศานุวงศ์ที่รับราชการฝ่ายทหาร เช่น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต และสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลก ประชานาถ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกองตรี ประเภทสมาชิกพิเศษ ซึ่งได้รับการถวายพระยศเพื่อเป็นเกียรติเท่านั้น และบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการและพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงจันทบุรีนฤนาถ เป็นเพียงพลเสือป่า (อ้างจาก, อัจฉราพร กมุทพิสมัย, เรื่องเดียวกัน, น. ๑๓๘-๑๓๙.)


บทสรุป ๘


ขณะที่รัชกาลที่ผ ่านมา มหาดเล็กมีหน ้าที่รับ ใช ้กษัตริย ์เมื่อเสด็จออกขุนนาง บริหารราชการใน พระราชฐานชั้นนอก และออกไปบริหารงานต ่างพระ เนตรพระกรรณตามหัวเมืองต ่างๆ ตามพระบรม ราโชบาย แต ่ส�าหรับรัชกาลที่ ๖ เนื่องจากพระองค ์ไม ่ โปรดใกล ้ชิดกับผู ้หญิง ไม ่ทรงมีพระมเหสีเทวี นางในคอยถวายงานรับใช้ มหาดเล็กของรัชกาลที่ ๖ จึงมีหน ้าที่ถวายงานรับใช ้ภายในพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป ็นที่ประทับพักผ ่อนทรงพระส�าราญเป็นการส่วน พระองค์ นอกจากนี้ ในการคัดเลือกผู ้ที่จะเข ้ามารับ ราชการในกรมมหาดเล็กหลวงเป ็นการพิจารณาจาก บุคลิกลักษณะ จากความพอพระราชหฤทัยส ่วน พระองค ์มากกว ่าชาติตระกูล เหมือนการคัดเลือก มหาดเล็กในรัชกาลที่ผ ่านมา และถ ้าเป ็นที่ทรงสน พระราชหฤทัยเป ็นพิเศษก็จะสังกัดกองห ้องที่พระ บรรทมหรือกองตั้งเครื่อง ทั้ง ๒ กองนี้มีบทบาทหน ้าที่ไม ่ต ่างไปจาก นางในในรัชกาลที่ผ ่านมา เพราะต้องคอยถวายงาน นวดปลุกพระองค์ น�าอ่างน�้าไปถวายเพื่อสรงพระพักตร์


264 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ และทรงพระส�าอาง จัดถวายฉลองพระองค ์ ลูบไล ้พระสุคนธ ์ไปตาม พระวรกาย ถวายงานพัด เชิญถ้วยค็อกเทลถวายที่โต๊ะทรงอักษร จัด เครื่องเสวย ถวายงานนวดใต้โต๊ะเสวย ถวายงานกดและช้อนพระ อันตะที่ปลิ้นออกมาจากพระนาภี เตรียมผ ้าสรงน�้า เช็ดพระองค ์หลัง จากสรงน�้า ถวายกระโถนพระบังคนเบา เตรียมหนังสือข�าขันถวาย คราวเสด็จลงพระบังคนหนักและอ่านหนังสือถวาย ขณะเดียวกันก็ต้องร่วมส�าราญกับพระองค์ในกิจกรรมการละเล่น ต่างๆ ทั้งยามบ่ายและกลางดึก เช่น โขนละครมหรสพ เสือป่าลูกเสือ สโมสรงานสังสรรค ์ ฟุตบอล บ ้านตุ ๊กตา ซึ่งได ้กลายเป ็นการขยาย พื้นที่พระราชส�านักฝ่ายในชายและจ�านวนสมาชิก ขณะเดียวกันก็ท�าให้ บรรดาชายหนุ ่มได ้ใกล ้ชิดกับรัชกาลที่ ๖ มากขึ้นจนเจริญเติบโตใน หน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว มหาดเล็กกลุ ่มนี้จึงกลายเป ็นกลุ ่มข ้าราชการที่ใกล ้ชิดสนิทสนม กับพระมหากษัตริย ์มากที่สุด และถ ้ายิ่งเป ็นที่ทรงโปรดก็ยิ่งได ้ถวาย งานอย ่างใกล ้ชิด แทบตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน และได ้รับการ โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศ บรรดาศักดิ์ ขึ้นเงินเดือนอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว พร้อมกับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรัพย์สิน สิ่งของที่แสดง ความรักความโปรดปราน ไปจนถึงที่พักอาศัยอันโอ่อ่า มหาดเล็กในพระราชส�านักฝ ่ายในของรัชกาลที่ ๖ จึงสามารถ ยกระดับฐานะทางสังคมเศรษฐกิจอย ่างรวดเร็วและมากกว ่าข ้าราชการ ประเภทอื่นที่มีบทบาทส�าคัญในการบริหารรัฐ ผ่านการท�าหน้าที่เสมือน ข ้าบาทบริจาริกานางใน แต ่เคลื่อนที่ทางสังคมได ้ชัดเจนกว ่านางใน เพราะไม ่ได ้อิงกับชาติตระกูลเหมือนนางใน แต ่ขึ้นอยู ่กับความใกล ้ชิด สนิทสนม รูปร่างหน้าตา และไม่เพียงมีบทบาทหน้าที่ไม่ต่างไปจากนางในวิถีชีวิตและการ เป ็นอยู ่ของข ้าราชส�านักกลุ ่มนี้ยังคล ้ายคลึงกับนางในในรัชสมัยก ่อนๆ ต ้องอยู ่กินหลับนอนภายในพระราชส�านัก ได ้รับพระราชทานเสื้อผ ้า เครื่องแต ่งกาย อาหารบริการทุกมื้อ และเงินเดือน มากไปกว ่านั้นยัง ถูกห ้ามไม ่ให ้ข ้องแวะใกล ้ชิดกับผู ้หญิงหรืออย ่างน ้อยที่สุดถูกท�าให้


ชานันท์ ยอดหงษ์ 265 แต่งงานช้าภายใต้ความหวาดระแวงของรัชกาลที่ ๖ ผู้เป็นเจ้าของซึ่งขณะ ที่รัชกาลที่ผ ่านมา กษัตริย ์ทรงใช ้กฎมนเทียรบาลควบคุมพฤติกรรม ทางเพศนางใน แต ่พระองค ์ทรงใช ้กับมหาดเล็ก บังคับให ้ต ้องขอและ ได ้รับพระบรมราชานุญาตก ่อนแต ่งงานครองเรือน ราวกับนางในที่จะ แต ่งงานออกจากพระบรมมหาราชวังไปอยู ่บ ้านสามีต ้องได ้รับพระบรม ราชานุญาตก ่อน แม ้แต ่การออกไปนอนค ้างที่อื่นที่ไม ่ใช ่บ ้านเพียงคืน เดียว โดยเฉพาะอย ่างยิ่งผู ้ที่สังกัดกองห ้องที่พระบรรทม ซึ่งไม ่เพียง เป ็นการควบคุมเนื้อตัวร ่างกายและเรื่องเพศ แต ่ยังเป ็นการประกาศว ่า มหาดเล็กส ่วนพระองค ์ไม ่ได ้มีชีวิตทางเพศและสถานภาพต ่างไปจาก นางในที่มีฐานะเป็นทรัพยากรของกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวข้าราชการ กลุ่มนี้จึงเป็น “นายใน” แทน “นางใน” นายในจึงกลายเป ็นกลุ ่มชนชั้นใหม ่ในรัชสมัยของพระองค ์ ที่ ยกระดับฐานะทางสังคม สร ้างอ�านาจต ่อรองกับพระมหากษัตริย ์ และ มีบทบาทในการเมืองภาครัฐ ผ่านช่องทางการปรนนิบัติรับใช้ เพียงแต่ ถูกเปลี่ยนเพศสรีระจากผู้หญิงมาสู่ผู้ชายแทน พระราชส�านักฝ่ายในของรัชกาลที่ ๖ จึงกลายเป็นพระราชส�านัก ฝ่ายในชาย และเป็นสังคมชายล้วน (homosociality) ที่เป็นพื้นที่สงวน เฉพาะผู ้ชายเชื่อมความสัมพันธ ์ทางสังคมระหว ่างกัน๑ ขณะเดียวกันก็ ได ้ก�าหนดคุณค ่าของผู ้หญิงผ ่านการสร ้างชุดอธิบายที่มีระบบความคิด บนพื้นฐานของสังคมนิยมความเป็นชาย(Patriarchy)และเบียดขับเพศ หญิงออกจากพื้นที่ทางสังคมซึ่งเป็นการสนับสนุนการด�ารงอยู่ของระดับ ทางสังคมที่เหนือกว่าของเพศชาย๒ เพราะส�าหรับสังคมชายล ้วนแล ้ว ไม ่เพียงให ้ความสัมพันธ ์ ระหว ่างผู ้ชายด ้วยกันเองมีอภิสิทธิ์และความส�าคัญมากกว ่า แต ่ยังจัด วางให ้มีอันดับก ่อนความสัมพันธ ์ฉันมิตรกับผู ้หญิงแบบปราศจากเรื่อง เพศ ที่เป ็นความสัมพันธ ์ที่แทบจะเป ็นไปไม ่ได ้และเป ็นภัยต ่อผู ้ชาย ด้วยเชื่อว่าจะท�าให้ผู้ชายมีลักษณะเหมือนผู้หญิง๓ เหมือนมายาคติแบบ วิคตอเรียนช ่วงหนึ่งโดยเฉพาะช ่วงปลายศตวรรษที่ ๑๙ ซึ่งเป ็นบริบท ของสงครามที่พยายามท�าให ้เชื่อว ่า การคลุกคลีกับผู ้หญิงมีอิทธิพล


266 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ต่อการท�าให้ผู้ชายมีลักษณะคล้ายผู้หญิง อย่างน้อยที่สุดท�าให้อ่อนไหว ไม่อดทน เปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านและครอบครัวที่ถูกอธิบาย ว่าเป็นพื้นที่ของผู้หญิง๔ และเมื่อพระราชส�านักฝ่ายในในรัชกาลที่ ๖ คือแหล่งความรู้การ ศึกษาสมัยใหม ่จากตะวันตกส�าหรับผู ้ชาย แทนพระราชส�านักฝ ่ายใน รัชกาลที่ผ่านมาที่เป็นแหล่งการศึกษาชั้นสูงส�าหรับผู้หญิงที่ให้การศึกษา ความรู้แบบดั้งเดิม นายในจึงได้เรียนรู้วัฒนธรรม ส�านึกและจริตแบบ อังกฤษเท่าที่รัชกาลที่ ๖ ทรงก�าหนด เพศภาวะของนายในจึงคล้ายคลึง กับการให ้ความหมาย “ความเป็นชาย” แบบวิคตอเรียนยุคปลาย ซึ่งเป ็นช ่วงเวลาที่พระองค ์ประทับในอังกฤษ ที่ผู ้ชายไม ่เพียงต ้องเป ็น วีรบุรุษออกไปรบ ต ่อสู ้ข ้าศึกศัตรูของประเทศชาติประลองยุทธ ์แบบ เสือป่า ออกผจญภัยกับป่าดงพงไพร เดินทางไกล ส�ารวจพื้นที่ลึกลับที่ ยังไม่ได้ถูกการค้นพบ แต่ยังต้องมีความกล้าความอดทน ใกล้ชิด และ ร ่วมเพศกับผู ้หญิงได ้ก็ต ่อเมื่อเป ็นการร ่วมเพศภายใต ้สถาบันแต ่งงาน และครอบครัว แต่ก็ไม่ใช่เป็นการร่วมเพศพร�่าเพรื่อ เพราะต้องร่วมเพศ เพื่อการเจริญพันธุ ์เท ่านั้น ดังนั้น การมีเมียเพียงคนเดียวจึงเป ็นสิ่ง เพียงพอส�าหรับการมีครอบครัว แต่ไม่ว่าจะแต่งงานกันแล้วหรือไม่ก็ตาม นายในก็ไม่ควรใกล้ชิด คลุกคลีกับผู ้หญิงมาก เพราะอาจติดนิสัยและพฤติกรรมแบบผู ้หญิง ที่อ ่อนแอ เปราะบาง สร้างปัญหา ผู ้ชายจึงควรอยู ่ร ่วมกับผู ้ชายด ้วย กันเองมากกว ่า และเพื่อให ้ไม ่สูญเปล ่าไปกับผู ้หญิง ผู ้ชายจึงต ้องเล ่น กีฬา ออกก�าลังกาย เข้าสมาคมสโมสรชายล้วน ซึ่งน�าไปสู ่ความสนิท สนมระหว่างผู้ชายมากขึ้นสร้างความเข้มข้นซับซ้อนให้กับความสัมพันธ์ นายในด้วยกันเอง พิธีกรรมถือน�้าพระพิพัฒน ์สัตยาที่มักถูกจัดบ ่อยครั้งในพระราช ส�านักฝ ่ายในชาย นอกจากสร ้างความจงรักภักดีต ่อรัชกาลที่ ๖ ทั้งยัง เป็นการเชื่อมกระชับความสัมพันธ์นายในให้เป็นเพื่อนร่วมสาบานที่การ สาบานร ่วมกันของสมาชิกสังคมชายล ้วนเป ็นการยกระดับสถานภาพ ความสัมพันธ ์ฉันเพื่อนให ้ลึกซึ้งซับซ ้อนจนทับซ ้อนความสัมพันธ ์ฉัน


ชานันท์ ยอดหงษ์ 267 เครือญาติและความสัมพันธ ์ในครอบครัวหรือการแต ่งงานซึ่งเป ็นความ สัมพันธ์ที่ผู้ชายต้องเกี่ยวข้องกับผู้หญิง๕ ส�าหรับสังคมชายล ้วนของพระองค ์ ถูกเพิ่มความเข ้มข ้นของ ความผูกพันด ้วยกิจกรรมของเสือป ่าและลูกเสือ ซึ่งฝ ึกหัดแบบค ่าย ทหาร ที่ไม่เพียงสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักในหมู่คณะพวกพ้อง ด ้วยกันเองผ ่านการกินนอน เผชิญอุปสรรคและผจญภัยร ่วมกัน แต่ ยังสร ้างรากฐานความมั่นคงให ้การปกครองในระบอบเผด็จการภายใน รัฐ ด้วยการดึงผู้ชายออกจากสถาบันครอบครัวที่นอกจากเป็นพื้นที่ของ ผู ้หญิง ยังเป ็นสถาบันส�าคัญที่ชนชั้นกลางกระฎุมพีรักและยึดถือ ซึ่ง เป็นการต่อต้านชนชั้นกลางอย่างหนึ่ง เพราะชนชั้นกลางเป็นกลุ่มชนชั้น ที่พยายามเรียกร ้องการมีส ่วนร ่วมในการปกครอง๖ เหมือนที่พระองค ์ สร ้างโรงเรียนกินนอนชายล ้วนขึ้นเพื่อแยกผู ้ชายออกจากผู ้หญิงอย ่าง ชัดเจน โดยเฉพาะอย ่างยิ่งชนชั้นกลางกระฎุมพี ซึ่งเป ็นกลุ ่มที่ตื่นตัว ในการมีส ่วนร ่วมทางการเมืองแล ้ว เนื่องมาจากรายได ้อาชีพและการ ศึกษา และเป ็นกลุ ่มที่เชื่อว ่าบ ้านและสถาบันครอบครัวเป ็นสิ่งส�าคัญ ทั้งไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม และผู้ชายไม่ได้ถูกแยกออกจากบ้านอย่าง ชัดเจน๗ ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏการณ์นายในและพระราชส�านักฝ่ายในชาย ส ่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อประคับประคองอ�านาจให ้กับพระราชบัลลังก ์ที่ ไม ่มั่นคงตั้งแต ่เริ่มต ้นรัชกาล และเสถียรภาพของระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชย ์ที่เริ่มถูกท ้าทายมาตั้งแต ่ทรงพระอิสริยยศเป ็นสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯ ทว่าก็ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อการบริหารประเทศมาก นักเพราะกิจกรรมและการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่กระจุกในพระราชส�านัก และเป็นการส่วนพระองค์มากกว่าจะเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าใจ และเข้าถึง จนน�าไปสู่การไม่เป็นที่พอพระทัยและพอใจของพระประยูรญาติ และข ้าราชการชั้นผู ้ใหญ ่ที่เคยเป ็นฐานอ�านาจและความมั่นคงในรัชกาล ที่ผ่านมา และไม่เป็นที่อดทนของบรรดาข้าราชการทั่วไป มากไปกว ่านั้น ชุมชนชายล ้วนของพระองค ์ก็ต ้องเผชิญกับ


268 “ น า ย ใ น ” สมัยรัชกาลที่ ๖ ความคลุมเครือระหว ่างความสัมพันธ ์ฉันเพื่อนกับความต ้องการทาง เพศระหว่างเพศเดียวกันของสมาชิกและลักษณะทางเพศจากสายตาผู้ที่ ไม ่ได ้เป ็นสมาชิกอย ่างหลีกเลี่ยงไม ่ได ้ เช ่นเดียวกับชุมชนชายล ้วน อื่นๆ ในอังกฤษในปลายศตวรรษที่ ๑๙ เพราะชุมชนชายล ้วนไม ่ได ้ มีเส ้นแบ ่งที่ชัดเจนระหว ่างความสัมพันธ ์ที่มีกับไม ่มีเพศสัมพันธ ์ของ สมาชิกและไม่มีการห้ามและขับไล่คู่ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมากจน ซับซ ้อน เนื่องจากเชื่อกันว ่าความสัมพันธ ์ที่เกิดขึ้นไม ่ได ้เกี่ยวข ้องหรือ เชื่อมโยงกับ “ความเป็นรักเพศเดียวกัน” (Homosexuality)๘ ความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมภายนอกพระราชส�านักฝ่ายใน ชายเกี่ยวกับเพศวิถีของพระองค ์ก็น�าไปสู ่การทรงตกเป ็นที่นินทา เช่น “ทรงเกลียดผู้หญิง” และ “ทรงหลงใหลเพลิดเพลินกับมหาดเล็ก จน ไม่ต้องการมเหสี” ๙ แน่นอนที่สุดนายทหารในคณะ ร.ศ. ๑๓๐ ที่มีหัว ก้าวหน้า ตั้งค�าถามกับพระราชจริยาวัตรของพระองค ์ว ่า “...ท�าไมพระ ราชาพระองค์นี้จึงโปรดมหาดเล็ก แต่ไม่ชอบผู้หญิงเลย...”๑๐ แม้แต่สมาชิกในชุมชนชายล้วนด้วยกันเอง เช่น นายในที่รับใช้ พระองค์อย่างใกล้ชิดอย่างจมื่นอมรดรุณารักษ์ยังตั้งข้อสงสัยต่อพระราช จริยาวัตรของพระองค ์ที่ “...มิได้แสดงออกแม้แต่น้อยให้ผู้ใดเห็นว่ามี พระอารมณ์ทางเพศเลย... คงทรงรื่นเริงมีความผาสุกอยู่แต่หมู่มหาดเล็ก เด็กชา”๑๑ เช่นเดียวกัน นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการชาวตะวันตกหลัง รัชกาลที่ ๖ เป็นต้นมา เช่น Alec Waugh, Gary L. Atkins, Paul Handley, Scot Barméé, Thamora V. Fishel ตั้งข ้อสังเกตและ อธิบายเพศวิถีจากการศึกษาพระราชส�านักและความสัมพันธ ์อันลึกซึ้ง ระหว่างพระองค์กับบรรดามหาดเล็กข้าราชบริพาร ว่ารัชกาลที่ ๖ ทรง เป็นกษัตริย์ที่รักเพศเดียวกัน๑๒ Alec Waugh สมมุติฐานว่า การประกาศเข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ที่พระองค์เข้าฝ่ายพันธมิตร อาจมีสาเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่สถาน เอกอัครราชทูตที่เป ็นชายรักชาย เกลี้ยกล ่อมคู ่ขาตนที่พระองค ์ก�าลัง สนพระราชหฤทัยอยู ่ยอมรับพระประสงค ์ของพระองค ์ อย ่างไรก็ตาม


Click to View FlipBook Version