158 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ คนดีของชุมชน (บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต) รหัสวิชา ส๑๒๑๐๑ ชื่อรายวิชาสังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 2.1 ป.2/1 ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ป.2/2 ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย ป.2/3 แสดงพฤติกรรมในการยอมรับความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกต่าง กัน โดยปราศจากอคติ ป.2/4 เคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น ส 2.2 ป.2/1 อธิบายความสัมพันธ์ของตนเอง และสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ป.2/2 ระบุผู้มีบทบาท อำนาจในการตัดสินใจในโรงเรียน และชุมชน 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ข้อตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นสิ่งที่กำหนดขึ้นเป็นข้อปฏิบัติหรือข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้คน จำนวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ขัดแย้งกัน การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม โดยจะต้องยอมรับความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกต่างกันโดยปราศจากอคติ ตลอดทั้งต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น การปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยเกี่ยวกับความเคารพ การยืน การเดิน การฟัง การทักทาย การแต่งกายอย่าง เหมาะสม ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคม สมาชิกทุกคนในชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการช่วยเหลือในกิจกรรมของชุมชน การดำเนินงานใน โรงเรียนและชุมชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในครอบครัว โรงเรียน สถานที่สาธารณะ เช่น โรงภาพยนตร์ โบราณสถาน ฯลฯ 2) การยอมรับความแตกต่างของคนในสังคมเรื่องความคิด ความเชื่อ ความสามารถ และการปฏิบัติ ตนของ บุคคลอื่นที่แตกต่างกัน เช่น - บุคคลย่อมมีความคิดที่มีเหตุผล - การปฏิบัติตนตามพิธีกรรม ตามความเชื่อของบุคคล - บุคคลย่อมมีความสามารถแตกต่างกัน - ไม่พูดหรือแสดงอาการดูถูก รังเกียจผู้อื่นในเรื่องของรูปร่าง หน้าตา สีผม สีผิว ที่แตกต่างกัน 3) สิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น เช่น - เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น - สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย - สิทธิในทรัพย์สิน
159 4) กิริยามรรยาทไทยเกี่ยวกับความเคารพ การยืน การเดิน การนั่ง การพูด การทักทาย การแต่งกาย 5) ความสัมพันธ์ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวกับชุมชน เช่น การช่วยเหลือกิจกรรมของชุมชน 6) ผู้มีบทบาท อำนาจในการตัดสินใจในโรงเรียนและชุมชน เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน สาระการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริต ๗) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๘) ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๙) ความเป็นพลเมืองกับการรับผิดชอบต่อสังคม 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสำรวจ 2) ทักษะการพิสูจน์ความจริง 3) ทักษะการสรุปความ 4) ทักษะการวิเคราะห์ 5) ทักษะการรวบรวมข้อมูล 6) ทักษะการให้เหตุผล 7) ทักษะการสังเกต 8) ทักษะการหาแบบแผน 9) ทักษะการให้คำจำกัดความ 4.2 ความสามารถในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์ 2. มีวินัย 3. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. มีจิตสาธารณะ 6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. แบบบันทึกการปฏิบัติตนตามกฎของการอยู่ร่วมกัน 2. แบบบันทึกการปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยในชีวิตประจำวัน 3. แผ่นพับ เรื่อง ชุมชนของเรา
160 7. การวัดและการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 คนดีของชุมชน (K) 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงานที่ 2.1 เรื่อง ข้อตกลงในครอบครัวของฉัน (K, P) 2) ตรวจใบงานที่ 2.2 เรื่อง กฎระเบียบของโรงเรียน (K, P) 3) ตรวจใบงานที่ 2.3 เรื่อง กฎระเบียบในการใช้สถานที่สาธารณะ (P) 4) ตรวจใบงานที่ 2.4 เรื่อง หน้าที่ของบุคคล (K) 5) ตรวจใบงานที่ 2.5 เรื่อง สิทธิและเสรีภาพ (K, P) 6) ตรวจใบงานที่ 2.6 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนในการเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น (K, P) 7) ตรวจใบงานที่ 2.7 เรื่อง การยอมรับความแตกต่าง (P) 8) ตรวจใบงานที่ 2.8 เรื่อง บุคคลตัวอย่างในการแต่งกายดี(K, P) 9) ตรวจใบงานที่ 2.9 เรื่อง ชุมชนและการมีส่วนร่วม (P) 10) ตรวจใบงานที่ 2.10 เรื่อง กิจกรรมของฉันในชุมชน (P, A) 11) ตรวจใบงานที่ 2.11 เรื่อง ผู้บริหารงานในโรงเรียน (K, P) 12) ตรวจใบงานที่ 2.12 เรื่อง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในชุมชน (K) 13) ประเมินการนำเสนอผลงาน (P, A) 14) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล (P, A) 15) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม (P, A) 16) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 7.3 การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 คนดีของชุมชน (K) 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1) ตรวจแบบบันทึกการปฏิบัติตนตามกฎของการอยู่ร่วมกัน (K, P) 2) ตรวจแบบบันทึกการปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยในชีวิตประจำวัน (K, P, A) 3) ตรวจแผ่นพับ เรื่อง ชุมชนของเรา (K)
161 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินแบบบันทึกการปฏิบัติตนตามกฎของการอยู่ร่วมกัน รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การปฏิบัติตน ตามข้อตกลงภายใน ครอบครัว เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามข้อตกลงภายใน ครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ 3 พฤติกรรมขึ้นไป เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามข้อตกลงภายใน ครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ 2 พฤติกรรม เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามข้อตกลงภายใน ครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ 1 พฤติกรรม 2.การปฏิบัติตนตาม กฎระเบียบภายใน โรงเรียน เขียนบันทึกการปฏิบัติ ต น ต า ม ก ฎ ร ะ เ บ ี ย บ ภายในโรงเรียนอย่าง สม่ำเสมอ 3 พฤติกรรม ขึ้นไป เขียนบันทึกการปฏิบัติ ต น ต า ม ก ฎ ร ะ เ บ ี ย บ ภายในโรงเรียนอย่าง สม่ำเสมอ 2 พฤติกรรม เขียนบันทึกการปฏิบัติ ต น ต า ม ก ฎ ร ะ เ บ ี ย บ ภายในโรงเรียนอย่าง สม่ำเสมอ 1 พฤติกรรม 3. การปฏิบัติตนตาม กฎระเบียบของชุมชน เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามกฎระเบียบของ ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ 3 พฤติกรรมขึ้นไป เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามกฎระเบียบของ ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ 2 พฤติกรรม เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนตามกฎระเบียบของ ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ 1 พฤติกรรม 4. การปฏิบัติตนที่แสดง ถึงการยอมรับ ความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของ ผู้อื่นที่แตกต่างกัน เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการยอมรับ ความคิด ความเชื่อ และ การปฏิบัติของผู้อื่นที่ แตกต่างกัน 3 พฤติกรรม ขึ้นไป เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการยอมรับ ความคิด ความเชื่อ และ การปฏิบัติของผู้อื่นที่ แตกต่างกัน 2 พฤติกรรม เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการยอมรับ ความคิด ความเชื่อ และ การปฏิบัติของผู้อื่นที่ แตกต่างกัน 1 พฤติกรรม 5. การปฏิบัติตนที่แสดง ถึงการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการเคารพ ในสิทธิเสรีภาพของ ต น เ อ ง แ ล ะ ผ ู ้ อ ื ่ น 3 พฤติกรรม ขึ้นไป เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการเคารพ ในสิทธิเสรีภาพของ ต น เ อ ง แ ล ะ ผ ู ้ อื่ น 2 พฤติกรรม เขียนบันทึกการปฏิบัติ ตนที่แสดงถึงการเคารพ ในสิทธิเสรีภาพของ ต น เ อ ง แ ล ะ ผ ู ้ อื่ น 1 พฤติกรรม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
162 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินแบบบันทึกการปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยในชีวิตประจำวัน รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การปฏิบัติตน ตามมรรยาทไทย ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้อง 5 พฤติกรรมขึ้นไป และมีผู้รับรอง ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้อง 3-4 พฤติกรรม และมีผู้รับรอง ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้อง 1-2 พฤติกรรม และมีผู้รับรอง 2. การบอกวิธีการ ปฏิบัติตนตาม มรรยาทไทย บอกวิธีการปฏิบัติตนตาม มรรยาทไทยได้ถูกต้อง เหมาะสม 5 พฤติกรรม ขึ้นไป บอกวิธีการปฏิบัติตนตาม มรรยาทไทยได้ถูกต้อง เหมาะสม 3-4 พฤติกรรม บอกวิธีการปฏิบัติตนตาม มรรยาทไทยได้ถูกต้อง เหมาะสม 1-2 พฤติกรรม 3. การบอก ประโยชน์ของการ ปฏิบัติตนตาม มรรยาทไทย บอกประโยชน์ของการ ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้อง ครอบคลุม ทุกประเด็น บอกประโยชน์ของการ ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้องเป็นส่วน ใหญ่ บอกประโยชน์ของการ ปฏิบัติตนตามมรรยาท ไทยได้ถูกต้องเป็นส่วน น้อย เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 6 - 7 พอใช้ ต่ำกว่า 6 ปรับปรุง
163 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินแผ่นพับ เรื่อง ชุมชนของเรา รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การอธิบาย ความสัมพันธ์ของ ตนเองและครอบครัว ในฐานะที่เป็นส่วน หนึ่งของชุมชน อธิบายความสัมพันธ์ของ ตนเองและครอบครัวใน ฐานะที่เป็น ส่วนหนึ่งของชุมชนได้ ถูกต้อง และชัดเจน อธิบายความสัมพันธ์ของ ตนเองและครอบครัวใน ฐานะที่เป็น ส่วนหนึ่งของชุมชนได้ ถูกต้อง และค่อนข้างชัดเจน อธิบายความสัมพันธ์ของ ตนเองและครอบครัวใน ฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ ชุมชนได้ถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจน 2. การระบุผู้ที่มี บทบาท อำนาจใน การตัดสินใจใน โรงเรียน ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจใน โรงเรียนได้ถูกต้อง ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจใน โรงเรียนได้ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจใน โรงเรียนได้ เป็นบางส่วน 3. การระบุผู้ที่มี บทบาท อำนาจใน การตัดสินใจใน ชุมชน ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจในชุมชน ได้ถูกต้อง ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจในชุมชน ได้ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ ระบุผู้มีบทบาท อำนาจ ในการตัดสินใจในชุมชน ได้ เป็น บางส่วน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่ำกว่า 5 ปรับปรุง
164 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เศรษฐศาสตร์น่ารู้ รหัสวิชา ส๑๒๑๐๑ ชื่อรายวิชาสังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๑๔ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส ๓.๑ ป.2/1 ระบุทรัพยากรที่นำมาผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ป.2/2 บอกที่มาของรายได้และรายจ่ายของตนเองและครอบครัว ป.2/3 บันทึกรายรับ รายจ่ายของตนเอง ป.2/4 สรุปผลดีของการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับรายได้และการออม ส 3.2 ป.2/1 อธิบายการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยวิธีต่างๆ ป.2/2 บอกความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สินค้าและบริการล้วนมาจากทรัพยากรจึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามากที่สุด การรู้ที่มาของรายได้และรู้จัก บันทึกรายรับและรายจ่ายของครอบครัว ทำให้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมกับรายได้ รวมทั้งสามารถเก็บ ออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามจำเป็น การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสามารถทำได้ทั้งใช้เงินเป็นสื่อกลางและไม่ใช้เงิน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็มี บทบาทสำคัญ และมีความสัมพันธ์กัน 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ทรัพยากรที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ในครอบครัวและโรงเรียน เช่น ดินสอและ กระดาษที่ผลิตจากไม้ รวมทั้งเครื่องจักรและแรงงานการผลิต 2) ผลของการใช้ทรัพยากรในการผลิตที่หลากหลายที่มีต่อราคา คุณค่า และประโยชน์ของสินค้าและ บริการรวมทั้งสิ่งแวดล้อม 3) การประกอบอาชีพของครอบครัว 4) การแสวงหารายได้ที่สุจริตและเหมาะสม 5) รายได้และรายจ่ายในภาพรวมของครอบครัว 6) รายได้และรายจ่ายของตนเอง 7) วิธีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอย่างง่ายๆ 8) รายการของรายรับที่เป็นรายได้ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม 9) รายการของรายจ่ายที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม 10) ที่มาของรายได้ที่สุจริต 11) การใช้จ่ายที่เหมาะสม 12) ผลดีของการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับรายได้ 13) การออมและผลดีของการออม 14) การนำเงินที่ออมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การช่วยเหลือสาธารณกุศล 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
165 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสำรวจค้นหา 2) ทักษะการรวบรวมข้อมูล 3) ทักษะการเชื่อมโยง 4) ทักษะการวิเคราะห์ 5) ทักษะการจัดกลุ่ม 6) ทักษะการสรุปลงความเห็น 7) ทักษะการสังเกต 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. มีความรับผิดชอบ 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. อยู่อย่างพอเพียง 6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1) รายงาน เรื่อง สินค้าและบริการกับการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม 2) แผนผังความคิด เรื่อง การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในชุมชน 7. การวัดและการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงานที่ 3.1 เรื่อง วัสดุในการผลิต (K, P) 2) ตรวจใบงานที่ 3.2 เรื่อง สินค้าที่ใช้ในครอบครัว (P) 3) ตรวจใบงานที่ 3.3 เรื่อง ปัจจัยการผลิต (K) 4) ตรวจใบงานที่ 3.4 เรื่อง รู้จักใช้สิ่งของ เครื่องใช้(P) 5) ตรวจใบงานที่ 3.5 เรื่อง การใช้ทรัพยากรในการผลิตที่หลากหลาย (P) 6) ตรวจใบงานที่ 3.6 เรื่อง อาชีพสุจริตในครอบครัวของฉัน (P) 7) ตรวจใบงานที่ 3.7 เรื่อง รายรับและรายจ่ายของครอบครัวและตนเอง (P) 8) ตรวจใบงานที่ 3.8 เรื่อง วิเคราะห์การใช้จ่าย (P) 9) ตรวจใบงานที่ 3.9 เรื่อง การใช้จ่ายอย่างเหมาะสมและถูกวิธี(K, P) 10) ตรวจใบงานที่ 3.10 เรื่อง หลักการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (P) 11) ตรวจใบงานที่ 3.11 เรื่อง ผลดีของการใช้จ่ายที่เหมาะสม (P)
166 12) ตรวจใบงานที่ 3.12 เรื่อง ฉันมีรายรับ-รายจ่าย (P) 13) ตรวจใบงานที่ 3.13 เรื่อง สถานะทางการเงินของฉัน (P) 14) ตรวจใบงานที่ 3.14 เรื่อง การออมเงิน (P, A) 15) ตรวจใบงานที่ 3.15 เรื่อง การแลกเปลี่ยน (K, P) 16) ตรวจใบงานที่ 3.16 เรื่อง การสำรวจสินค้าและบริการ (K, P) 17) ตรวจใบงานที่ 3.17 เรื่อง ผู้ซื้อและผู้ขาย (K, P) 18) ตรวจใบงานที่ 3.18 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย (K, P, A) 19) ประเมินการนำเสนอผลงาน (P, A) 20) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล (P, A) 21) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม (P, A) 22) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 7.3 การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ (K) 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจรายงาน เรื่อง สินค้าและบริการกับการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (K, P, A) - ตรวจแผนผังความคิด เรื่อง การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในชุมชน (K, P, A)
167 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินรายงาน เรื่อง สินค้าและบริการกับการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (ชิ้นที่ 1) รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การระบุ ทรัพยากรที่นำมา ผลิตสินค้าและ บริการ ระบุทรัพยากรที่นำมา ผลิตสินค้าและบริการได้ ถูกต้องเหมาะสม ครบถ้วน ระบุทรัพยากรที่นำมา ผลิตสินค้าและบริการได้ ถูกต้องเหมาะสมเป็นส่วน ใหญ่ ระบุทรัพยากรที่นำมา ผลิตสินค้าและบริการได้ ถูกต้องเหมาะสมเป็นส่วน น้อย 2. การบอกที่มา ของรายได้และ รายจ่ายของตนเอง และครอบครัว บอกที่มาของรายได้และ รายจ่ายของตนเองและ ครอบครัวได้ถูกต้อง ชัดเจน บอกที่มาของรายได้และ รายจ่ายของตนเองและ ครอบครัวได้ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ บอกที่มาของรายได้และ รายจ่ายของตนเองและ ครอบครัวได้ถูกต้องเป็น ส่วนน้อย 3. การสรุปผลดี ของการ ใช้จ่ายที่เหมาะสมกับ รายได้และการออม สรุปผลดีของการใช้จ่ายที่ เหมาะสมกับรายได้และ การออมได้ถูกต้องชัดเจน สรุปผลดีของการใช้จ่ายที่ เหมาะสมกับรายได้และ การออมได้ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ สรุปผลดีของการใช้จ่ายที่ เหมาะสมกับรายได้และ การออมได้ถูกต้องเป็น ส่วนน้อย 4. การบันทึก รายรับ-รายจ่ายของ ตนเอง บันทึกรายรับ-รายจ่าย ของตนเองติดต่อกันเป็น เวลา 10 วันขึ้นไป บันทึกรายรับ-รายจ่าย ของตนเองติดต่อกันเป็น เวลา 6-9 วัน บันทึกรายรับ-รายจ่าย ของตนเองติดต่อกันเป็น เวลา 1-5 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 10 - 12 ดี 6 - 9 พอใช้ ต่ำกว่า 6 ปรับปรุง
168 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินแผนผังความคิด เรื่อง การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในชุมชน (ชิ้นที่ 2) รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การอธิบายรูปแบบ การแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการ อธิบายรูปแบบการ แลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการในชุมชนได้ถูกต้อง ชัดเจน อธิบายรูปแบบการ แลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการในชุมชนได้ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ อธิบายรูปแบบการ แลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการในชุมชนได้ถูกต้อง เพียงเล็กน้อย 2. การบอกความ สัมพันธ์ระหว่างผู้ ซื้อและผู้ขาย บอกความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบได้ถูกต้อง ครบถ้วนทุกประเด็น บอกความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบได้ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ บอกความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบได้ถูกต้องบาง ประเด็น เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 5 - 6 ดี 3 - 4 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง
169 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ รอบรู้ภูมิศาสตร์ (บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต) รหัสวิชา ส๑๒๑๐๑ ชื่อรายวิชาสังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑–๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางภายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิ-สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ส 5.1 ป.2/1 ระบุสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียน ส 5.1 ป.2/2 ระบุตำแหน่ง และลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏในแผนผัง แผนที่ รูปถ่าย และ ลูกโลก ส 5.1 ป.2/3 สังเกตและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ที่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วิถีการดำเนิน ชีวิต มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ส 5.2 ป.2/1 อธิบายความสำคัญของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ส 5.2 ป.2/2 จำแนกและใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดไป ที่ใช้แล้วหมดไป และสร้างทดแทน ขึ้นใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ส 5.2 ป.2/3 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฤดูกาลกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ส. 5.2 ป.2/4 มีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน จิตพอเพียงต้านทุจริต 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกับที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียน 2) ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมต่อการดำเนินชีวิต 3) ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ - ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น อากาศ แสงอาทิตย์ - ใช้แล้วหมดไป เช่น แร่ ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ - สร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้ เช่น น้ำ ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า 4) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า 5) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่มีต่อโรงเรียน 6) การรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่มีต่อโรงเรียน 7) ตำแหน่ง และลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏในแผนที่ แผนผัง รูปถ่าย และลูกโลก เช่น ภูเขา ที่ราบ แม่น้ำ ต้นไม้ ทะเล 8) ความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ เช่น ข้างขึ้น ช้างแรม ฤดูกาลต่างๆ
170 9) ความสัมพันธ์ระหว่างฤดูกาลกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ สาระการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริต ๑๐) จิตพอเพียงต้านทุจริต 2.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 3. มโนทัศน์สำคัญ (Key Concept) 3.1 สิ่งแวดล้อมระหว่างบ้านกับโรงเรียนประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้าง ขึ้น 3.2 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นมีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ 3.3 มนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เนื่องจากมีอยู่อย่างจำกัด 3.4 การมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของทุกคน 3.5 ลูกโลก แผนผัง แผนที่ และรูปถ่าย สามารถใช้แสดงตำแหน่งและลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ได้ 3.6 ความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีอิทธิพลต่อ การดำรงชีวิต 3.7 ฤดูกาลส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ 4. คำถามหลัก (Big Question) 4.1 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียนมีอะไรบ้าง 4.2 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร 4.3 ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดไป ที่ใช้แล้วหมดไป และสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้แตกต่างกันอย่างไร 4.4 การใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่ามีหลักการอย่างไร 4.5 นักเรียนมีส่วนร่วมใการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนได้อย่างไร 4.6 ลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏในลูกโลก แผนผัง แผนที่ และรูปถ่ายอยู่ในตำแหน่งใด และมี ลักษณะอย่างไร 4.7 ความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติใดบ้าง 4.8 ฤดูกาลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
171 ๕. การรู้เรื่องภูมิศาสตร์ (Geo - Literacy) ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ๑) กิจกรรม สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ๒) กิจกรรม เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ๓) กิจกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ความสามารถทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์ ๑. ความเข้าใจระบบธรรมชาติ และมนุษย์ 2. ๒. การใช้เหตุผลทาง ภูมิศาสตร์ 6. ๑. การตั้งคำถามเชิง ภูมิศาสตร์ 7. ๒. การรวบรวม ข้อมูล 8. ๓. การจัดการข้อมูล 9. ๔. การวิเคราะห์ ข้อมูล 10. ๕. การสรุปเพื่อตอบ คำถาม ๑. การสังเกต ๒. การแปลความข้อมูล ทางภูมิศาสตร์ ๓. การใช้เทคนิคและเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการสรุปลงความเห็น ๓) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ ๔) ทักษะการจำแนก ๕) ทักษะการสังเกต ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๑. มีวินัย รับผิดชอบ ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน
172 ๘. การวัดและการประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๘.๑ การประเมินก่อน เรียน - แบบทดสอบก่อน เรียน หน่วยที่ ๔ รอบรู้ภูมิศาสตร์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจริง ๘.๒การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ๑) สิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาติและที่ มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งปรากฏ ระหว่างบ้านกับ โรงเรียน - ตรวจใบงานที่ ๔.๑ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๑ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๒) ความสำคัญของ สิ่งแวดล้อมต่อการ ดำเนินชีวิต - ตรวจใบงานที่ ๔.๒ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๒ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๓) ประเภทของ ทรัพยากร ธรรมชาติ - ตรวจใบงานที่ ๔.๓ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๓ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๔) การใช้ทรัพยากร ธรรมชาติอย่าง คุ้มค่า - ตรวจใบงานที่ ๔.๔ - ใบงานที่ ๔.๔ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๕) การจัดการ สิ่งแวดล้อมใน โรงเรียน - ตรวจใบงานที่ ๔.๕ - ใบงานที่ ๔.๕ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖) เครื่องมือทาง ภูมิศาสตร์ - ตรวจใบงานที่ ๔.๖ - ตรวจใบงานที่ ๔.๗ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๖ - ใบงานที่ ๔.๗ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๗) สังเกตและแสดง ความสัมพันธ์ ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ - ตรวจใบงานที่ ๔.๘ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๘ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
173 รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ดวงจันทร์ที่ทำให้ เกิดปรากฏการณ์ ๘) อธิบาย ความสัมพันธ์ ระหว่างฤดูกาลกับ การดำเนินชีวิต ของมนุษย์ - ตรวจใบงานที่ ๔.๙ - ตรวจใบงานที่ ๔.๑๐ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ทักษะรวบยอด - ใบงานที่ ๔.๙ - ใบงานที่ ๔.๑๐ - แบบฝึกปฏิบัติทักษะ รวบยอด - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๙) การนำเสนอ ผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - ผลงานที่นำเสนอ - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๐) พฤติกรรมการ ทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๑) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๘.๓ การประเมินหลัง เรียน - ทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง รอบรู้ ภูมิศาสตร์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๘.๔ การประเมินชิ้นงาน / ภาระงาน (รวบยอด) • การรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ๑) สิ่งแวดล้อม รอบตัวเรา - ตรวจกิจกรรม สิ่งแวดล้อมรอบตัว - แบบประเมินกิจกรรม สิ่งแวดล้อมรอบตัว - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๒) เครื่องมือทาง ภูมิศาสตร์ - ตรวจกิจกรรมเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์ - แบบประเมินกิจกรรม เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๓) ความสัมพันธ์ ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ - ตรวจกิจกรรม ความสัมพันธ์ระหว่าง โลก ดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ - แบบประเมินกิจกรรม ความสัมพันธ์ระหว่าง โลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ - ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
174 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ จากวันวานสู่วันพรุ่งนี้ รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๔ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.1 ป.2/1 ใช้คำระบุเวลาที่แสดงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด คำที่แสดงช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน อนาคต และวันสำคัญที่ปรากฏในปฏิทิน ทำให้สามารถระบุเวลา และ ลำดับ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑)คำที่แสดงช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เช่น วันนี้ เมื่อวานนี้ พรุ่งนี้ เดือนนี้ เดือนหน้า เดือน ก่อน ๒)วันสำคัญที่ปรากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณ์สำคัญในอดีตและปัจจุบัน ๓)ใช้คำบอกช่วงเวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต แสดงเหตุการณ์ได้ ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการสังเคราะห์ ๓) ทักษะการพยากรณ์ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มีความรับผิดชอบ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) การเขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับตนเอง และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน
175 - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง จากวันวานสู่วันพรุ่งนี้ ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง จำแนกช่วงเวลา ๒) ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง ประโยคบอกช่วงเวลา ๓) ตรวจใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การบันทึกเหตุการณ์ในปฏิทิน ๔) ประเมินการนำเสนอผลงาน ๕) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๖) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๗) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง จากวันวานสู่วันพรุ่งนี้ ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจการเขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับตนเอง และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง จากวันวานสู่วันพรุ่งนี้ เรื่องที่ ๑ คำบอกช่วงเวลา เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำบัตรภาพรถรางที่ใช้ในสมัยก่อน และรถไฟที่ใช้โดยสารในสมัยปัจจุบัน มาให้นักเรียนดู แล้วให้ นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างของการคมนาคมขนส่งในสมัยอดีตกับปัจจุบัน ๒. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า อดีตกับปัจจุบัน มีความแตกต่างกันของวัน เวลาที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการ คมนาคมขนส่งในสมัยอดีตและปัจจุบันก็ย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้การใช้คำบอกช่วงเวลาที่ถูกต้อง จะทำ ให้เรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ถูกต้อง ขั้นสอน ๑. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง คำบอกช่วงเวลา จากหนังสือเรียน ๒. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแสดงความคิดเห็นถึงความแตกต่างกัน และลำดับก่อนหลังของเรื่องราวใน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ๓. ครูเปรียบเทียบความแตกต่างของคำบอกช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมยกตัวอย่างประกอบ แผนภาพเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง จำแนกช่วงเวลา โดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มหา คำตอบ
176 ในใบงานด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายคำตอบของตนเองให้เพื่อน ฟัง (นักเรียนอีกคู่หนึ่งก็ปฏิบัติกิจกรรมเช่นเดียวกัน) ๕. สมาชิกรวมกลุ่ม 4 คนตามเดิม ผลัดกันอธิบายคำตอบของคู่ตนเองให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง และสรุปคำตอบที่ เป็น มติของกลุ่ม แล้วบันทึกคำตอบลงในใบงานที่ ๑.๑ เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการใช้คำบอกช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เรื่องที่ ๒ การใช้คำบอกช่วงเวลา เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคเล่าเรื่องรอบวง ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูนำบัตรคำมาแจกให้นักเรียนคนละ ๑ บัตรคำ จากนั้นให้นักเรียนระบุว่า บัตรคำที่ได้รับเป็นคำที่บอก ช่วงเวลา ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ขั้นสอน ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาตัวอย่างการใช้คำบอกช่วงเวลา จากหนังสือเรียน โดย สังเกต การใช้คำบอกช่วงเวลาที่แสดงถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องราวในปัจจุบัน และเรื่องราวในอนาคต ๒. ครูนำบัตรภาพมาแสดงให้นักเรียนดูที่หน้าชั้นเรียน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกคำในตารางคำบอก เรื่องราว ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อเขียนข้อความบอกเล่าเรื่องราวจากภาพในช่วงเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน และ เชื่อมโยง ถึงอนาคตตามบัตรภาพที่กำหนด ๓. สมาชิกแต่ละคนเขียนข้อความเพื่อบอกเล่าเรื่องราวจากบัตรภาพในช่วงเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน และ เชื่อมโยงถึงอนาคตตามบัตรภาพที่กำหนด โดยใช้คำที่กลุ่มเลือกจากตารางคำบอกเรื่องราวในช่วงเวลา ต่างๆ ๔. ให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลัดกันอ่านข้อความที่ตนเองเขียนจนครบทุกคน แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูก ต้องของการใช้คำบอกช่วงเวลา และเลือกนำเสนอผลงานการเขียนที่ดีที่สุดของกลุ่มที่หน้าชั้นเรียน ๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง ประโยคบอกช่วงเวลา เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจความถูกต้องก่อนนำส่งครู ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันสรุปความสำคัญของช่วงเวลาต่างๆ และหลักการใช้คำบอกช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต เพื่อนำไปใช้เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อน – หลังได้อย่างถูกต้อง
177 เรื่องที่ ๓ การใช้ปฏิทินบอกวันสำคัญ เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างเจตคติ ขั้นที่ ๑ สังเกต ครูให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา บันทึกของเตย จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ประกอบเหตุผล ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์ ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นตามที่ครูกำหนด ๒. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การใช้ปฏิทินบอกวันสำคัญ จากหนังสือเรียน ๓. ครูแจกปฏิทินตั้งโต๊ะให้นักเรียนกลุ่มละ 1 ฉบับ เพื่อสำรวจวันสำคัญต่างๆ ในแต่ละเดือน และบอกข้อ ปฏิบัติ หรือความสำคัญของวันสำคัญนั้นๆ ลงในสมุด ๔. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุป คำตอบ ที่ได้จากการวิเคราะห์ร่วมกัน และส่งตัวแทนกลุ่มยืนอ่านคำตอบ ๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การบันทึกเหตุการณ์ในปฏิทิน เมื่อทำใบงานเสร็จแล้วให้นักเรียนสลับกัน ตรวจกับเพื่อน โดยครูเฉลยคำตอบบนกระดาน ขั้นที่ ๓ สรุป นักเรียนร่วมกันสรุปความสำคัญของปฏิทิน และประโยชน์ที่ได้รับจากการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของ ตนเอง ลงในปฏิทิน นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง จากวันวานสู่วันพรุ่งนี้ ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ ป.๒ ๒) บัตรคำ ๓) บัตรภาพ ๔) แผนภาพแสดงช่วงเวลา ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนบันทึกเหตุการณ์ส าคัญที่เกิดขึ้นกับตนเองภายในเดือนนี้ลงในปฏิทิน จากนั้น เขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์ส าคัญที่เกิดและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมแนบปฏิทินดังกล่าว โดย ให้ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด
178 ๕) ตารางคำบอกเรื่องราวในช่วงเวลาต่างๆ ๖) กรณีศึกษา บันทึกของเตย ๗) ปฏิทินตั้งโต๊ะ ๘) ใบงานที่ ๑.๑เรื่อง จำแนกช่วงเวลา ๙) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง ประโยคบอกช่วงเวลา ๑๐)ใบงานที่ ๓.๑เรื่อง การบันทึกเหตุการณ์ในปฏิทิน ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ — การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการเขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับตนเอง และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. การบันทึก เหตุการณ์ สำคัญในปฏิทิน บันทึกเหตุการณ์สำคัญใน ปฏิทินได้ตรงกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจ ง่าย เป็นระเบียบ เรียบร้อย บันทึกเหตุการณ์สำคัญใน ปฏิทินได้ตรงกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น ส่วนใหญ่ เข้าใจง่าย บันทึกเหตุการณ์สำคัญใน ปฏิทินไม่ตรงกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๒. การใช้คำระบุเวลา ในอดีต ใช้คำระบุเวลาในอดีตได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับเหตุการณ์ ใช้คำระบุเวลาในอดีตได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับเหตุการณ์ เป็น ส่วนใหญ่ ใช้คำระบุเวลาในอดีตได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์เป็น ส่วนน้อย ๓. การใช้คำระบุเวลา ในปัจจุบัน ใช้คำระบุเวลาในปัจจุบัน ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์ ใช้คำระบุเวลาในปัจจุบัน ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์ เป็นส่วนใหญ่ ใช้คำระบุเวลาในปัจจุบัน ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์เป็นส่วนน้อย ๔. การใช้คำระบุเวลา ในอนาคต ใช้คำระบุเวลาในอนาคต ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์ ใช้คำระบุเวลาในอนาคต ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์เป็นส่วนใหญ่ ใช้คำระบุเวลาในอนาคต ได้ ถูกต้อง เหมาะสมกับ เหตุการณ์เป็นส่วนน้อย เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐- ๑๒ ดี ๖– ๙ พอใช้ ต่ำกว่า ๖ ปรับปรุง
179 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ฉันเป็นใคร รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๖ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.1ป.๒/๒ ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว หรือในชีวิตของตนเองโดยใช้หลักฐานที่เกี่ยวข้อง ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสืบค้นเรื่องราวของตนเองและครอบครัว จะต้องใช้หลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องยืนยันและใช้เส้นเวลา ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชีวิตของตนเอง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑.)วิธีการสืบค้นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว โดยใช้หลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่าย สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ๒.)ใช้คำบอกช่วงเวลาที่แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชีวิตตนเอง เช่น เดือนที่แล้วเกิดอะไร ขึ้นกับตัวเราหรือครอบครัว ๓.)ใช้เส้นเวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการนำความรู้ไปใช้ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. ตรงต่อเวลา ๓. มีความรับผิดชอบ ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) สมุดภาพครอบครัวของฉัน ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ฉันเป็นใคร ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ข้อมูลของฉัน ๒) ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การสืบค้นข้อมูลครอบครัวของฉัน ๓) ตรวจใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง ครอบครัวของนารี ๔) ประเมินการนำเสนอผลงาน ๕) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
180 ๖) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๗) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ฉันเป็นใคร ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจสมุดภาพครอบครัวของฉัน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ฉันเป็นใคร เรื่องที่ ๑ เรียนรู้เรื่องของตัวเราและครอบครัวจากสูติบัตร และทะเบียนบ้าน เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูแจกแบบสอบถามให้นักเรียนเขียนข้อมูลลงในแบบสอบถาม จากนั้นครูให้นักเรียนคิดถึงความประทับใจ เกี่ยวกับครอบครัวตนเอง จากนั้นให้อาสาสมัครนักเรียน ๑-๒ คน ออกมาเล่าให้เพื่อนฟัง ๒. ครูสอบถามนักเรียนว่า นักเรียนสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้เพราะอะไร ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา (Explore) ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง เรียนรู้เรื่องของตัวเราและครอบครัว จากหนังสือเรียน ตามประเด็นที่กำหนด ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้ที่ได้จากการศึกษา และซักถามข้อสงสัยจนสมาชิกในกลุ่มมีความรู้ ความเข้าใจตรงกัน ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand) ๑.ครูให้นักเรียนนำสำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองขึ้นมาพิจารณาข้อมูล (ครูให้นักเรียน เตรียมมาล่วงหน้า) แล้วให้นักเรียนบอกข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ จากนั้นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และบอกประโยชน์ ของข้อมูลที่ได้จากสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้าน ๒.นักเรียนทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ข้อมูลของฉัน เมื่อทำใบงานเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูลกับ สำเนาสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้าน ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละคนผลัดกันรายงานประวัติของตนเองจากใบงานที่ ๑.๑ ๒. นักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการสืบค้นเรื่องราวของตัวเราและครอบครัวจากสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้าน
181 เรื่องที่ ๒ เรียนรู้เรื่องของตัวเราและครอบครัวจากภาพถ่าย และสิ่งของเครื่องใช้ เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูนำภาพถ่ายในสมัยก่อนของครู มาแสดงให้นักเรียนดู แล้วเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ของครูในสมัยก่อน ให้ นักเรียนฟังเป็นตัวอย่าง ๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการทราบข้อมูลเกี่ยวกับภาพถ่ายเก่าของ ตนเอง หรือคนในครอบครัว ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา (Explore) ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง เรียนรู้เรื่องของตัวเราและครอบครัว จากหนังสือเรียน ตามประเด็นที่กำหนด ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) ๑. สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้ที่ได้จากการศึกษา และซักถามข้อสงสัยจนสมาชิกในกลุ่มมี ความรู้ ความเข้าใจตรงกัน ๒ นักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการเรียนรู้และสืบค้นเรื่องราวของตัวเราและครอบครัวจากภาพถ่าย และสิ่งของ เครื่องใช้ ที่ตกทอดมาในครอบครัว ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand) นักเรียนแต่ละคนนำข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นเกี่ยวกับภาพถ่ายเก่าของครอบครัว และสิ่งของเครื่องใช้ที่พ่อแม่ ของนักเรียนได้รับมาจากบรรพบุรุษมาบันทึกลงในใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การสืบค้นข้อมูลครอบครัวของฉัน ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละคนผลัดกันเล่าเรื่องราวจากที่ได้ไปสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับภาพถ่ายเก่าของครอบครัว และสิ่งของเครื่องใช้ที่รับมาจากบรรพบุรุษในใบงานที่ ๒.๑ ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการสืบค้นเกี่ยวกับภาพถ่ายเก่าของครอบครัว และสิ่งของ เครื่องใช้ที่พ่อแม่ของนักเรียนได้รับมาจากบรรพบุรุษ เรื่องที่ ๓ การสืบค้นและบันทึกเรื่องสำคัญของครอบครัว เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่ตรวจสอบ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูถามนักเรียนว่า ในแต่ละปีครอบครัวนักเรียนมีกิจกรรมใดที่ต้องปฏิบัติร่วมกันเป็นประจำ จากนั้นให้ อาสาสมัครนักเรียน ๑-๒ คน ออกมาเล่าให้เพื่อนฟัง และเล่าถึงความประทับใจที่เกิดขึ้นในการร่วม กิจกรรมดังกล่าว ๒. ครูอธิบายเชื่อมโยงเกี่ยวกับการสืบค้นและบันทึกเรื่องสำคัญของครอบครัวว่า ในแต่ละครอบครัวมีประวัติ หรือมีเรื่องราวที่น่าจดจำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจถูกลืมเลือนได้ การบันทึกเรื่องราวต่างๆ จะทำให้เรามี บันทึกพร้อมหลักฐานไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง
182 ขั้นสอน ๖. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การสืบค้นและบันทึกเรื่อง สำคัญของครอบครัว จากหนังสือเรียน ๗. ครูให้นักเรียนร่วมกันสังเกตลักษณะของการเขียนเส้นเวลา (Time Line) แสดงเรื่องราวของครอบครัวนารี จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจวิธีการเขียนเส้นเวลา การลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างสัมพันธ์กัน ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง ครอบครัวของนารีโดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กัน เป็น ๒ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป ๙. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (กลุ่ม ๔ คน) ให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นนำใบงานที่ ๓.๑ ส่งครู ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการสืบค้นข้อมูล และการบันทึก เรื่องราวที่ สำคัญต่างๆ ของครอบครัว ๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และบอกแนวทางในการสืบค้นและบันทึกเรื่องสำคัญของครอบครัว ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ฉันเป็นใคร ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ ป.๒ ๒) แบบสอบถาม ๓) สำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน ๔) ภาพสมัยสมัยเก่าของครู ๕) เส้นเวลาครอบครัวของนารี ๖) ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ข้อมูลของฉัน ๗) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การสืบค้นข้อมูลครอบครัวของฉัน ๘) ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง ครอบครัวของนารี ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนจัดท าสมุดภาพครอบครัวของตนเอง พร้อมเขียนเส้นเวลา (Time Line) ล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบด้วย โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด
183 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินสมุดภาพครอบครัวของฉัน รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. การสืบค้นและ รวบรวม ข้อมูล สืบค้นและรวบรวมข้อมูล โดยมีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประกอบ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้ ๓ หลักฐาน ดังนี้ ๑) ภาพถ่าย ๒) สูติบัตร ๓) สำเนาทะเบียนบ้าน สืบค้นและรวบรวมข้อมูล โดยมีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประกอบ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้ เพียง ๒ หลักฐาน สืบค้นและรวบรวมข้อมูล โดยมีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ป ร ะ ก อ บ ม ี ค ว า ม น่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้ เพียง ๑ หลักฐาน ๒. การใช้คำบอก ช่วงเวลา ที่แสดงเหตุการณ์ ใช้คำบอกช่วงเวลา และ เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อน แ ล ะ ห ล ั ง ไ ด ้ ถ ู ก ต ้ อ ง ชัดเจน มีรายละเอียดครบถ้วน ใช้คำบอกช่วงเวลา และ เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อน และหลังได้ถูกต้อง มีรายละเอียดชัดเจน เป็นส่วนใหญ่ ใช้คำบอกช่วงเวลา และ เรียงลำดับเหตุการณ์ ก่อน และหลังไม่ ถู ก ต ้ อ ง สับสน วกวน ๓. การเขียนเส้นเวลา (Time Line) ลำดับ เหตุการณ์ เขียนเส้นเวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ได้ ถูกต้อง มีความสัมพันธ์กับประวัติ ความเป็นมาของครอบครัว และเข้าใจง่าย เขียนเส้นเวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ได้ ถูกต้อง มีความสัมพันธ์กับประวัติ ความเป็นมาของครอบครัว และเข้าใจง่ายเป็นส่วน ใหญ่ เขียนเส้นเวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ไม่ สัมพันธ์กับประวัติความ เป็นมาของครอบครัว เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๘ – ๙ ดี ๕ – ๗ พอใช้ ต่ำกว่า ๕ ปรับปรุง
184 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๙ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.2 ป.๒/๑ สืบค้นถึงการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตประจำวันของคนในชุมชนของตนจากอดีตถึงปัจจุบัน ป.๒/๒ อธิบายผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนตนจากอดีตถึงปัจจุบัน จะทำให้สามารถอธิบายผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑) วิธีการสืบค้นข้อมูลอย่างง่ายๆ เช่น การสอบถามพ่อแม่ ผู้รู้ในชุมชน ๒) วิถีชีวิตของคนในชุมชน เช่น การประกอบอาชีพ การแต่งกาย การสื่อสาร ประเพณีในชุมชน จากอดีตถึงปัจจุบัน ๓)สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน ๔)การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตของคนในชุมชนทางด้านต่างๆ ๕) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการสังเคราะห์ ๓) ทักษะการเชื่อมโยง ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีความรับผิดชอบ ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงานการสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านการดำรงชีวิต ๒) ตรวจใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านที่อยู่อาศัย
185 ๓) ตรวจใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพ ๔) ตรวจใบงานที่ ๑.๔ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต ๕) ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของชุมชนกับการดำเนินชีวิต ๖) ตรวจใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง ชุมชนเกาะเกร็ด ๗) ประเมินการนำเสนอผลงาน ๘) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๙) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๑๐) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจรายงานการสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคน ในชุมชน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง เรื่องที่ ๑ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในอดีตกับปัจจุบัน เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model) ขั้นที่ ๑ ทบทวนความรู้เดิม ๑. ครูนำบัตรภาพมาแสดงให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนพิจารณา แล้วตอบคำถามในประเด็นที่กำหนด ๒. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนมาถึงปัจจุบัน จากนั้น ครูถามปัญหานักเรียนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิม ขั้นที่ ๒ แสวงหาความรู้ใหม่ ๑. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถ แล้วให้สมาชิกแต่ละกลุ่มเลือกผู้นำ และเลขานุการกลุ่ม แล้วแบ่งหน้าที่กันแสวงหาความรู้จากหนังสือเรียน ห้องสมุด และแหล่งข้อมูล สารสนเทศ ๒. สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น ๓ คู่ ให้แต่ละคู่ศึกษาข้อมูล คู่ละ ๑ ประเด็น ตามที่ครูกำหนด ขั้นที่ ๓ ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม สมาชิกแต่ละคู่ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูลความรู้ใหม่ และนำความรู้เดิมมาเป็นพื้นฐานในการทำใบงาน ดังนี้ - คู่ที่ ๑ ทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านการดำรงชีวิต - คู่ที่ ๒ ทำใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านที่อยู่อาศัย - คู่ที่ ๓ ทำใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพ
186 ขั้นที่ ๔ แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ๑. นักเรียนแต่ละคู่ผลัดกันอธิบายความรู้ที่ตนได้ศึกษามาและอภิปรายผลงานในใบงานที่คู่ของตนรับผิดชอบ ๒. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานที่ ๑.๑-๑.๓ ขั้นที่ ๕ สรุปและจัดระเบียบความรู้ ๑. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้แล้วเขียนผังมโนทัศน์แสดงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน ในอดีตกับปัจจุบัน แล้วส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานการเขียนผังมโนทัศน์ ๒. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๑.๔ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต เสร็จแล้วนำส่งครู ขั้นที่ ๖ ปฏิบัติและ/หรือแสดงผลงาน ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการปฏิบัติตนเพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ ชีวิตของผู้คนในอดีตกับปัจจุบัน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ โดยบันทึกผลการปฏิบัติแล้วรายงานผลการปฏิบัติต่อครูผู้สอน ตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกัน ขั้นที่ ๗ ประยุกต์ใช้ความรู้ ครูให้นักเรียนนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติตนเพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมที่มีการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในอดีตกับปัจจุบันไปประยุกต์ปฏิบัติในการดำเนินชีวิต เรื่องที่ ๒ การเปลี่ยนแปลงของชุมชน เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูนำบัตรภาพตลาดในชุมชนเมืองและตลาดในชุมชนชนบทมาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพทั้ง ๒ ภาพ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ๒. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของชุมชนของตนเองหรือชุมชนที่อยู่ใกล้โรงเรียนว่า มีการ เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่นักเรียนสังเกตเห็นได้ ๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนย่อมส่งผลให้การดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชน เปลี่ยนแปลงไปด้วย ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา (Explore) ๑.นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของชุมชน จากหนังสือ เรียน ๒. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา และสืบค้นความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนกับการ ดำเนินชีวิตของชาวบ้านบาตร จากใบความรู้ เรื่อง ชุมชนบ้านบาตร ตามประเด็นที่กำหนด ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายความรู้ในแต่ละประเด็น และซักถามข้อสงสัยจนสมาชิกในกลุ่มมีความรู้ ความเข้าใจตรงกัน และสรุปความรู้ในแต่ละประเด็น ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand)
187 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของชุมชนกับการดำเนินชีวิต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอใบงานที่ ๒.๑ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการ เปลี่ยนแปลงของชุมชนที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน เรื่องที่ ๓ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชนเกาะเกร็ด (๑) เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการสัมภาษณ์ ๓ ขั้นตอน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูถามนักเรียนว่า หากกล่าวถึงเกาะเกร็ด นักเรียนจะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก จากนั้นครูเขียนรวบรวม คำตอบของนักเรียนลงบนกระดาน แล้วครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า สิ่งที่นักเรียนนึกถึงส่วนมากเป็นสิ่งที่เป็น เอกลักษณ์ที่สำคัญของเกาะเกร็ด ขั้นสอน ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเป็น หมายเลข ๑-๖จากนั้นร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน จาก หนังสือเรียน ๒. ครูกำหนดให้นักเรียนหมายเลข 1 สัมภาษณ์นักเรียนหมายเลข ๒ นักเรียนหมายเลข ๓ สัมภาษณ์นักเรียน หมายเลข ๔ และนักเรียนหมายเลข ๕ สัมภาษณ์นักเรียนหมายเลข ๖ เกี่ยวกับลักษณะวิถีชีวิตของคนใน ชุมชน เกาะเกร็ด ตามประเด็นที่กำหนดให้ในใบงานที่ ๓.๑เรื่อง ชุมชนเกาะเกร็ด ๓. นักเรียนแต่ละหมายเลขเปลี่ยนบทบาทกัน โดยให้นักเรียนหมายเลข ๒ สัมภาษณ์นักเรียนหมายเลข ๑ นักเรียนหมายเลข ๔ สัมภาษณ์นักเรียนหมายเลข ๓ และนักเรียนหมายเลข ๖สัมภาษณ์นักเรียน หมายเลข ๕ ๔. สมาชิกกลุ่มจะหมุนเวียนกันสรุปใจความที่ได้รับฟังจากการสัมภาษณ์ ให้สมาชิกคนอื่นๆ ฟังว่า เพื่อนพูด อะไร ได้ใจความสำคัญอย่างไร ๕. นักเรียนแต่ละแต่กลุ่มสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับลักษณะวิถีชีวิตของคนในชุมชนเกาะเกร็ด แล้วบันทึกลง ใน ใบงานที่ ๓.๑ เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ในประเด็นที่ครูกำหนด จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษา การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน และการปรับตัวที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
188 เรื่องที่ ๔ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชนเกาะเกร็ด (๒) เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างเจตคติ ขั้นที่ ๑ สังเกต ครูนำบัตรภาพสินค้าต่างๆ ที่มีวางจำหน่ายในชุมชนเกาะเกร็ดที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนเกาะ เกร็ดในปัจจุบันมาแสดงให้นักเรียนดู แล้วครูให้นักเรียนสังเกตถึงความหลากหลายของสินค้าต่างๆ ที่นำมา จำหน่าย หลังจาก ที่ทางอำเภอเกาะเกร็ดได้ส่งเสริมให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ขั้นที่ ๒วิเคราะห์ ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แล้วครูกำหนดหมายเลขประจำกลุ่ม จากนั้นให้ส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับซองคำถาม ที่ครูเตรียมไว้ ๒. สมาชิกแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คำถามเพื่อหาแนวคำตอบร่วมกัน จากนั้นร่วมกันแสดงความคิดเห็นแนวคำตอบ ของ กลุ่มที่ได้จากการวิเคราะห์ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแนวคำตอบที่หน้าชั้นเรียน พร้อมอ่านคำถามที่ได้รับ โดยให้นักเรียนแต่ ละกลุ่มผลัดกันตรวจสอบคำตอบที่ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ โดยกลุ่มที่ ๑นำเสนอแนวคำตอบ กลุ่มที่ ๒ ตรวจสอบ จากนั้นให้กลุ่มที่ ๒ นำเสนอคำตอบ แล้วกลุ่มที่ ๓ ตรวจสอบ ปฏิบัติไปเรื่อยๆ จนครบทุกกลุ่ม ขั้นที่ ๓สรุป นักเรียนร่วมกันเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในสมัยอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แล้วสรุปผลการ เปรียบเทียบจากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันสรุปประเด็นความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน เกาะเกร็ด
189 เรื่องที่ ๕ การเปลี่ยนแปลงในชุมชนของเรา เวลา ๑- ๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ขั้นที่ ๑ กำหนดประเด็นปัญหา ๑. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนตอบ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนของชุมชน และวิธีการ สอบถาม หรือรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ๒. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นครูอธิบายวิธีการสืบค้นข้อมูลการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันของคนใน ชุมชนของตนจากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผล กระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยสอบถามพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้รู้ในชุมชนเกี่ยวกับวิถีชีวิต ของคนในชุมชนของตนเองในอดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบว่า มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไร และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างไร โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ขั้นที่ ๒ รวบรวมหลักฐาน นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนใน ชุมชน จากแหล่งข้อมูลโดยการสอบถามพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้รู้ในชุมชน แล้วบันทึกผล ขั้นที่ ๓ วิเคราะห์และประเมินคุณค่าข้อมูล นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลการสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ของคนในชุมชน จากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และประเมินผลจากข้อมูลที่ได้รวบรวมว่า ชุมชน มีการเปลี่ยนแปลงในด้านใด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างไร ขั้นที่ ๔ ตีความและสังเคราะห์ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลสรุปจากการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และประเมินผลจากข้อมูลที่ได้รวบรวมมา ตีความและสังเคราะห์ว่า ข้อมูลที่ได้จากหลักฐานใดมีความสำคัญ มีความน่าเชื่อถือ ถูกต้องตามเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนมากกว่ากัน ๒. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนด ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการอภิปรายและแสดงความคิดเห็น แล้วบันทึกข้อมูล ขั้นที่ ๕ นำเสนอข้อมูล นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชน ที่ มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ ป.๒
190 ๒) บัตรภาพ ๓) ซองคำถาม ๔) ใบความรู้ เรื่อง ชุมชนบ้านบาตร ๕) ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านการดำรงชีวิต ๖) ใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านที่อยู่อาศัย ๗) ใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพ ๘) ใบงานที่ ๑.๔ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต ๙) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของชุมชนกับการดำเนินชีวิต ๑๐) ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง ชุมชนเกาะเกร็ด ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑) พ่อแม่ /ผู้ปกครอง /ผู้รู้ในท้องถิ่น ๒) ห้องสมุด
191 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินรายงานการสืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. วิธีการสืบค้นข้อมูล สืบค้นข้อมูลจาก แหล่งข้อมูล ที่น่าเชื่อถือ เป็นไป ตามลำดับขั้นตอน สืบค้นข้อมูลจาก แหล่งข้อมูล ที่น่าเชื่อถือเป็นส่วนใหญ่ และเป็นไปตามลำดับ ขั้นตอน สืบค้นข้อมูลจาก แหล่งข้อมูล ที่น่าเชื่อถือเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เป็นไปตามลำดับ ขั้นตอน ๒. การวิเคราะห์สาเหตุ ของการเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตของคนในชุมชน วิเคราะห์สาเหตุของการ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน ในชุมชนได้ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย วิเคราะห์สาเหตุของการ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน ในชุมชนได้ถูกต้อง ชัดเจน เป็นส่วนใหญ่ และเข้าใจง่าย วิเคราะห์สาเหตุของการ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน ในชุมชนได้ถูกต้องเป็นบางส่วน ๓. การอธิบายการเปลี่ยน แปลงของวิถีชีวิตของคน ในชุมชนทางด้านต่างๆ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของ วิถีชีวิตของคนในชุมชนทาง ด้านต่างๆ ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ๔ ด้าน คือ ๑) การประกอบอาชีพ ๒) การแต่งกาย ๓) การสื่อสาร ๔) ประเพณีในชุมชน อธิบายการเปลี่ยนแปลงของ วิถีชีวิตของคนในชุมชนทาง ด้านต่างๆ ได้ถูกต้อง ๓ ด้าน อธิบายการเปลี่ยนแปลงของ วิถีชีวิตของคนในชุมชนทาง ด้านต่างๆ ได้ถูกต้อง ๒ ด้าน ๔. การอธิบายผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลง ที่มีต่อวิถีชีวิตของคน ในชุมชน อธิบายผลกระทบของการ เปลี่ยนแปลงในชุมชนที่มีผล ต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ได ้ถูกต ้อง คร บถ้ว น ชัดเจน อธิบายผลกระทบของการ เปลี่ยนแปลงในชุมชนที่มีผล ต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ อธิบายผลกระทบของการ เปลี่ยนแปลงในชุมชนที่มีผล ต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ได้ถูกต้องเพียงเล็กน้อย เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ – ๑๒ ดี ๖ – ๙ พอใช้ ต่ำกว่า ๖ ปรับปรุง
192 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คนดีในท้องถิ่น รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๑๐ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.๒/๑ ระบุบุคคลที่ทำประโยชน์ต่อท้องถิ่นหรือประเทศชาติ ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อท้องถิ่น และประเทศชาติ สมควรได้รับการยกย่องและควรนำมาเป็นแบบอย่างที่ดี ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. บุคคลในท้องถิ่นที่ทำคุณประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรม และความมั่นคงของท้องถิ่น และ ประเทศชาติในอดีตที่ควรนำเป็นแบบอย่าง ๒. ผลงานของบุคคลในท้องถิ่นที่น่าภาคภูมิใจ ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการสังเคราะห์ ๓) ทักษะการให้เหตุผล ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มีความรับผิดชอบ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. มีจิตสาธารณะ ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด ๒) ตรวจใบงานที่ ๒.๑เรื่อง คนดีเมืองนครศรีธรรมราช ๓) ตรวจใบงานที่ ๓.๑เรื่อง หลวงพ่อแช่มแห่งเมืองภูเก็ต ๔) ตรวจใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง วีรกรรมท้าวสุรนารี ๕) ประเมินการนำเสนอผลงาน ๖) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
193 ๗) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๘) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น เรื่องที่ ๑ คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำบัตรภาพบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรต่างๆ มาเล่าให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำคุณความดีที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ๒. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างบุคคลที่นักเรียนคิดว่า มีความดีงามหรือเป็นบุคคลที่น่ายกย่องของบ้านเมืองเรา แล้วแสดงเหตุผลประกอบ ขั้นสอน ๑. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ จากนั้นกำหนดหมายเลขประจำตัว ให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเป็นหมายเลข ๑-๔ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ตัวอย่างคนดีในท้องถิ่นของเรา : คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด จากหนังสือเรียน ตามหัวข้อ ดังนี้ - สมาชิกหมายเลข ๑-๒ ศึกษาเรื่อง พระสงฆ์ผู้สั่งสอนพระธรรมและความรู้ - สมาชิกหมายเลข ๓-๔ ศึกษาเรื่อง นายอำเภอผู้ริเริ่ม เมื่อแต่ละคู่ศึกษาความรู้ที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำความรู้ที่ได้มาอภิปรายให้เพื่อนในกลุ่ม ฟัง แล้วร่วมกันสรุปสาระสำคัญ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ ๑.๑เรื่อง คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด โดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม หาคำตอบในใบงานด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายคำตอบของ ตนเองให้เพื่อนฟัง (นักเรียนอีกคู่หนึ่งก็ปฏิบัติกิจกรรมเช่นเดียวกัน) ๔. สมาชิกรวมกลุ่ม ๔ คน ตามเดิม ผลัดกันอธิบายคำตอบของคู่ตนเองให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง และสรุปคำตอบ ที่เป็นมติของกลุ่ม แล้วบันทึกคำตอบลงในใบงานที่ ๑.๑ เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ ๕. ขั้นสรุป นักเรียนช่วยกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการศึกษาเรื่อง ตัวอย่างคนดีในท้องถิ่นของเรา : คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด และบอกแนวทางในการนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
194 เรื่องที่ ๒ คนดีที่เมืองนครศรีธรรมราช เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก ขั้นที่ 1 สังเกต นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นครูให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเขียนอธิบายลักษณะของคนดีในความคิดเห็นของ นักเรียน คนละ 10 ข้อ เมื่อนักเรียนเขียนเสร็จเรียบร้อยให้จับคู่กันในกลุ่ม แล้วเปรียบเทียบความแตกต่างของ ผลงาน ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์วิจารณ์ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง คนดีที่เมืองนครศรีธรรมราช จากหนังสือเรียน ๒. เมื่อสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มศึกษาจบแล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์วิจารณ์ในประเด็นที่ครูกำหนด ๓. ครูสุ่มเรียกตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการวิเคราะห์วิจารณ์ในแต่ละประเด็น จากนั้นครูอธิบาย เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดการศึกษาของพระรัตนธัชมุนี ๔. นักเรียนทำใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง คนดีเมืองนครศรีธรรมราช เป็นรายบุคคล เมื่อนักเรียนทำใบงานเสร็จ แล้วให้ตรวจความถูกต้องก่อนนำส่งครูตรวจ ขั้นที่ ๓ สรุป นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปข้อคิดที่ได้รับจากการศึกษาประวัติของพระรัตนธัชมุนี และบอกแนวทางในการ นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เรื่องที่ ๓ คนดีในชุมชน : พระครูวัดฉลอง เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ครูให้นักเรียนอ่านคำขวัญจังหวัดภูเก็ต จากนั้นให้นักเรียนบอกสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดจากคำขวัญที่ นักเรียนอ่าน แล้วครูอธิบายความเป็นมาของจังหวัดภูเก็ต และสิ่งที่กล่าวถึงในคำขวัญประจำจังหวัดให้นักเรียน เข้าใจเบื้องต้น ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา (Explore) ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้สมาชิกกลุ่มร่วมกันค้นหาคำตอบว่า เพราะเหตุใด หลวงพ่อแช่มจึงเป็นที่ เคารพนับถือของชาวภูเก็ตมาก และมีความสำคัญอย่างไร ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง คนดีในชุมชน : พระครูวัดฉลอง จากหนังสือเรียน และใบ ความรู้เรื่อง หลวงพ่อแช่ม ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาความรู้เรื่อง คนดีในชุมชน : พระครูวัดฉลอง มาผลัดกันอธิบาย ความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันภายในกลุ่มว่า หลวงพ่อแช่ม มีความสำคัญต่อจังหวัดภูเก็ตอย่างไร แล้วสรุปผล ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง หลวงพ่อแช่มแห่งเมืองภูเก็ตโดยให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกัน หาคำตอบ และสรุปแนวคำตอบที่เป็นมติของกลุ่ม แล้วเขียนลงในใบงานที่ ๓.๑
195 ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอใบงานที่ ๓.๑ หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนกลุ่มอื่นร่วมกันตรวจสอบความ ถูกต้อง ๒. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปบทบาท หน้าที่ และผลงานของพระครูวัดฉลอง เรื่องที่ ๔ คนดีในชุมชน : ครูบาศรีวิชัย เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่ตรวจสอบ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูนำบัตรภาพมาแสดงให้นักเรียนดูที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นครูถามนักเรียนว่า บัตรภาพหมายเลข ๑และ ๒ มี ความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกันอย่างไร จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ขั้นสอน ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง คนดีในชุมชน : ครูบาศรีวิชัย จากหนังสือ เรียน ๒. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และหาคำตอบร่วมกัน โดยในสมาชิกในแต่ละ กลุ่มจับคู่กันเป็น ๒ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต และตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป 3. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (๔ คน) ให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปบทบาท หน้าที่ และผลงานที่สำคัญของครูบาศรีวิชัย ๒. นักเรียนร่วมกันบอกแนวทางในการนำคุณค่า หรือข้อคิดที่ได้รับจากการศึกษาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
196 เรื่องที่ ๕ คนดีในชุมชน : ท้าวสุรนารี เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างเจตคติ ขั้นที่ ๑ สังเกต ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างวีรสตรีที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติในสมัยอดีต จากนั้นขออาสาสมัคร นักเรียน ๑-๒ คน เล่าวีรกรรมที่สำคัญของวีรสตรีนั้นๆ ให้เพื่อนฟัง แล้วครูอธิบายให้นักเรียนตระหนักถึง ความสำคัญของสตรี ในบทบาทของการรักษาชาติบ้านเมืองด้วยความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และเสียสละ ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์ ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และค้นหาคำตอบว่า เพราะเหตุใด คุณหญิง โม จึงสามารถต่อสู้และเอาชนะทหารของเจ้าอนุวงศ์ได้ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง คนดีในชุมชน : ท้าวสุรนารี จากหนังสือเรียน ๓. สมาชิกกลุ่มร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์คำตอบว่า เพราะเหตุใด คุณหญิงโมจึงสามารถต่อสู้และเอาชนะ ทหารของเจ้าอนุวงศ์ได้ จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมารายงานผลการวิเคราะห์คำตอบ ๔. นักเรียนทำใบงานที่ 5.1 เรื่อง วีรกรรมท้าวสุรนารีเป็นรายบุคคล เมื่อทำใบงานเสร็จแล้วให้ตรวจความ เรียบร้อย จากนั้นแลกใบงานกับสมาชิกในกลุ่มเพื่อร่วมกันเฉลยคำตอบที่ถูกต้องพร้อมกับครู ขั้นที่ ๓ สรุป ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณค่า หรือข้อคิดที่ได้จากการศึกษาความรู้เรื่อง คนดีใน ชุมชน : ท้าวสุรนารี ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวทางในการนำแบบอย่างที่ดีของท้าวสุรนารี มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ เกิดประโยชน์
197 เรื่องที่ ๖ คนดีในชุมชนของเรา เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันบอกผลงานที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับท้องถิ่นหรือ ประเทศชาติของบุคคลต่างๆ แล้วร่วมกันสรุปผลงาน และข้อคิดที่ได้รับจากตัวอย่างบุคคลดังกล่าว ขั้นที่ ๒สำรวจค้นหา (Explore) ๑. ครูถามนักเรียนว่า ในชุมชนหรือท้องถิ่นของนักเรียนมีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและความมั่นคงของท้องถิ่นในสมัยอดีต หรือในปัจจุบันหรือไม่ และสามารถสอบถาม หรือ รวบรวมข้อมูลของบุคคลดังกล่าวได้อย่างไร ๒. ครูอธิบายวิธีการสอบถาม หรือรวบรวมข้อมูลของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และความมั่นคงของท้องถิ่นด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำแผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น โดยให้ครอบคลุมประเด็น ตามที่กำหนด ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลการสอบถาม หรือรวบรวมข้อมูลของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และความมั่นคงของท้องถิ่น มาร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นตามประเด็นที่กำหนด จากนั้น นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการอภิปรายและแสดงความเห็น ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand) ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันเล่าถึงผลงานของบุคคลในท้องถิ่นที่น่าภาคภูมิใจ และการทำคุณประโยชน์ ในท้องถิ่น หรือประเทศชาติ โดยให้สมาชิกในกลุ่มตรวจสอบความถูกต้อง ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบแผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น เพื่อนำเสนอผลงาน ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานแผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์ที่ได้รับจากการสอบถาม หรือรวบรวมข้อมูลของบุคคลที่ทำ คุณประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมและความมั่นคงของท้องถิ่น นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ ป.๒ ๒) ใบความรู้ เรื่อง หลวงพ่อแช่ม ๓) ใบความรู้ เรื่อง ครูบาศรีวิชัย ๔) บัตรภาพ ๕) คำขวัญจังหวัดภูเก็ต
198 ๖) ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คนดีที่ชุมชนเกาะเกร็ด ๗) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง คนดีเมืองนครศรีธรรมราช ๘) ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง หลวงพ่อแช่มแห่งเมืองภูเก็ต ๙) ใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง วีรกรรมท้าวสุรนารี ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ - พ่อแม่ /ผู้ปกครอง /ผู้รู้ในท้องถิ่น การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินแผ่นพับ เรื่อง คนดีในท้องถิ่น รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. วิธีการสอบถาม และรวบรวมข้อมูล สอบถามและรวบรวม ข้อมูลของคนดีในท้องถิ่น ได้ถูกต้อง เป็นไป ตามลำดับขั้นตอน สอบถามและรวบรวม ข ้ อ ม ู ล ข อ ง ค น ด ี ใ น ท้องถิ่นได้ถูกต้อง เป็น ส่วนใหญ่ และเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน สอบถามและรวบรวม ข้อมูลของคนดีใน ท้องถิ่นได้ถูกต้อง บางส่วน แต่ไม่เป็น ตามลำดับขั้นตอน ๒. การระบุผลงาน ที่น่าภาคภูมิใจ ระบุผลงานที่น่าภาคภูมิใจ ได้ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย ระบุผลงานที่น่าภาคภูมิใจ ได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ และเข้าใจง่าย ระบุผลงานที่น่าภาคภูมิใจ ได้ถูกต้องเพียงเล็กน้อย ๓. การอธิบายคุณประโยชน์ ที่ท้องถิ่น หรือประเทศชาติ ได้รับ อธิบายคุณประโยชน์ที่ท้องถิ่น หรือประเทศชาติได้รับได้ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย อธิบายเกี่ยวกับคุณประโยชน์ ที่ท้องถิ่น หรือประเทศชาติได้ รับได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ และเข้าใจง่าย อธิบายเกี่ยวกับคุณประโยชน์ ที่ท้องถิ่น หรือประเทศชาติได้ รับได้ถูกต้องเพียงเล็กน้อย เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๘ – ๙ ดี ๕ – ๗ พอใช้ ต่ำกว่า ๕ ปรับปรุง
199 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๑) รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๙ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.๒/๒ ยกตัวอย่างวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์ไว้ ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณี เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบ ต่อไป ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. ตัวอย่างของวัฒนธรรมประเพณีไทย เช่น การทำความเคารพ อาหารไทย ภาษาไทย ประเพณี สงกรานต์ ฯลฯ ๒. คุณค่าของวัฒนธรรม และประเพณีไทยที่มีต่อสังคมไทย ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการให้เหตุผล ๓) ทักษะการหาแบบแผน ๔) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. ตรงต่อเวลา ๓. มีความรับผิดชอบ ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๕. รักความเป็นไทย ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) สมุดภาพ เรื่อง วัฒนธรรมและประเพณีไทย ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๑) ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ความแตกต่างของวัฒนธรรม ๒) ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง วิถีชีวิตของชาวนา ๓) ตรวจใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อาหารไทยมีคุณค่า ๔) ประเมินการนำเสนอผลงาน
200 ๕) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๖) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๗) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๑) ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจสมุดภาพ เรื่อง วัฒนธรรมและประเพณีไทย ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๑) เรื่องที่ ๑ ความหมายของวัฒนธรรมไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก ขั้นที่ ๑ สังเกต ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นประกอบเหตุผล ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์วิจารณ์ ๑. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา ความรู้เรื่อง ความหมายของวัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทยกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น : วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่น จากหนังสือเรียน ๒. ครูกำหนดประเด็นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบลักษณะที่แตกต่างของวัฒนธรรมท้องถิ่นใน ประเด็นที่กำหนด ๓. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์วิจารณ์ในแต่ละประเด็นตามที่กำหนด แล้วสรุปผลการวิเคราะห์วิจารณ์ ที่เป็นมติของกลุ่ม พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ๔. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ความแตกต่างของวัฒนธรรม เมื่อทำใบงานเสร็จแล้วให้ตรวจ ความเรียบร้อยก่อนนำส่งครู ขั้นที่ ๓สรุป ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมายของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่น และ ความแตกต่างของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่น ๒. นักเรียนร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า นักเรียนเป็นผู้มีวัฒนธรรมที่ดีงาม เรื่องที่ ๒ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาชีพของคนไทย เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ ขั้นที่ ๑ สังเกต ตระหนัก ๑. ครูเล่าตำนานแม่โพสพ และตำนานเมล็ดข้าว ให้นักเรียนฟัง จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียน ตอบ หรือแสดงความคิดเห็น
201 ๒.นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิ ปัญญาเกี่ยวกับอาชีพของคนไทย จากหนังสือเรียน เพื่อร่วมกันบอกคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณี ไทยเกี่ยวกับอาชีพทำนาที่มีต่อสังคมไทย ขั้นที่ ๒ วางแผนปฏิบัติ นักเรียนแต่ละกลุ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ที่ครูกำหนด จากนั้นร่วมกันวางแผนศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาชีพของคนไทย จากหนังสือเรียน ขั้นที่ ๓ ลงมือปฏิบัติ ๑.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาชีพของคน ไทย จากหนังสือเรียน ตามที่ได้วางแผนร่วมกัน ๒.สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าของวัฒนธรรม และประเพณีไทยเกี่ยวกับอาชีพทำนาที่ มีต่อสังคมไทย ขั้นที่ ๔ พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ๑.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาชีพของคน ไทย จากนั้นสรุปผลการอภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าของวัฒนธรรม และประเพณีไทยเกี่ยวกับอาชีพทำนา ที่มีต่อสังคมไทย ๒.นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอคุณค่าของวัฒนธรรม และประเพณีไทยเกี่ยวกับอาชีพทำ นาที่มีต่อสังคมไทย ๓.นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง วิถีชีวิตของชาวนา เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจความเรียบร้อย ก่อนนำส่งครู ขั้นที่ ๕ สรุป นักเรียนร่วมกันสรุปคุณค่าของวัฒนธรรม และประเพณีไทยเกี่ยวกับอาชีพทำนาที่มีต่อสังคมไทย แล้วบอก แนวทางในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีเกี่ยวกับอาชีพทำนา เรื่องที่ ๓ วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : การแสดงความเคารพ เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ ขั้นที่ ๑ สังเกต รับรู้ ๑. ครูนำบัตรภาพการกราบพระแบบผู้ชายและภาพการกราบพระแบบผู้หญิง มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียน ช่วยกันบอกความแตกต่างของลักษณะการกราบของทั้ง ๒ ภาพ ๒. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การกราบเป็นการทำความเคารพของคนไทย ซึ่งมีการกราบหลายแบบ ขั้นที่ ๒ ทำตามแบบ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw) ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : การ แสดง ความเคารพ จากหนังสือเรียน
202 ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม เป็นหมายเลข 1-4 เรียกว่า กลุ่ม บ้าน แล้วให้นักเรียนที่มีหมายเลขเดียวกันมารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ แล้วให้สมาชิก ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญฝึกปฏิบัติการแสดงความเคารพ ตามแบบที่ได้รับจากซีดีการแสดงมารยาทไทย ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข ๑ ฝึกปฏิบัติการแสดงมารยาทไทย : การกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ - กลุ่มหมายเลข ๒ ฝึกปฏิบัติการแสดงมารยาทไทย : การกราบพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ - กลุ่มหมายเลข ๓ ฝึกปฏิบัติการแสดงมารยาทไทย : การไหว้พระ - กลุ่มหมายเลข ๔ ฝึกปฏิบัติการแสดงมารยาทไทย : การไหว้ผู้ใหญ่ และรับไหว้ผู้มีอายุน้อยกว่า ๓. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันฝึกปฏิบัติการแสดงมารยาทไทยตามแบบจากซีดีที่ได้ดู ขั้นที่ ๓ ทำเองโดยไม่มีแบบ ๑. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกลับเข้าสู่กลุ่มบ้าน แล้วผลัดเปลี่ยนกันสาธิตประกอบคำอธิบายการแสดง ความ เคารพตามที่ตนได้ศึกษาตามลำดับหมายเลข ๑-๔ ๒. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติการแสดงความเคารพทั้ง ๔ แบบ โดยไม่มีแบบ โดยให้สมาชิกกลุ่มผลัดกัน ปฏิบัติและตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ ๔ ฝึกทำให้ชำนาญ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติการแสดงความเคารพ เพื่อให้เกิดความชำนาญ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาสาธิตการแสดงความเคารพที่หน้าชั้นเรียน โดยสาธิตตามรูปแบบที่สมาชิกกลุ่ม ร่วมกันคิดอย่างสร้างสรรค์ เรื่องที่ ๔ วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : ภาษาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูให้นักเรียนออกมาหยิบดอกไม้ปริศนา คนละ ๑ ดอก จากนั้นให้นักเรียนที่หยิบดอกไม้สีเดียวกัน รวมกลุ่มกันสมาชิกแต่ละกลุ่มอ่านคำที่ติดอยู่หลังดอกไม้แต่ละดอกให้ถูกต้องและชัดเจน จากนั้นช่วยกัน เรียงลำดับคำตามความเห็นของสมาชิกกลุ่ม ๒. ครูให้นักเรียนสังเกตการเรียงลำดับคำจากดอกไม้ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นตามประเด็นที่กำหนด แล้วให้ ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการสรุปความรู้ว่า กลุ่มดอกไม้สีอะไร มีลักษณะ เป็นข้อความชนิดใด ๓. ครูตรวจสอบความถูกต้องและอธิบายว่า ข้อความที่เรียงลำดับคำอย่างถูกต้องจากดอกไม้ปริศนาสีต่างๆ จัดเป็นคำพังเพยและสุภาษิตที่มีการใช้สื่อสารในภาษาไทย ขั้นสอน ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : ภาษาไทย จากหนังสือเรียน ๒. ครูกำหนดคำพังเพยและสุภาษิตบนกระดานหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามประเด็น ที่ครู กำหนด ดังนี้
203 ๑) อธิบายความหมายของคำพังเพยและสุภาษิต ๒)แต่งประโยคให้สอดคล้องกับความหมายของคำพังเพยและสุภาษิต ๓. สมาชิกแต่ละคนอธิบายความหมายของคำพังเพยและสุภาษิต และอ่านประโยคให้สอดคล้องกับ ความหมายของ คำพังเพยและสุภาษิตด้วยตนเอง จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายและอ่าน ประโยคของตนเองให้เพื่อนฟัง (นักเรียนอีกคู่หนึ่งก็ปฏิบัติกิจกรรมเช่นเดียวกัน) ๔. สมาชิกรวมกลุ่ม ๔ คนตามเดิม ผลัดกันอธิบายคำตอบของคู่ตนเองให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง และสรุปคำตอบที่ เป็น มติของกลุ่ม ๕. ครูให้นักเรียนเลือกคำพังเพยหรือสุภาษิตที่ตนเองชอบ แล้วเขียนเหตุการณ์หรือบทสนทนาสั้นๆ ให้ สอดคล้อง กับคำพังเพยหรือสุภาษิตที่เลือก แล้วออกมานำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์และหลักการใช้คำพังเพยและสุภาษิต เรื่องที่ ๕ วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : อาหารไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างอาหารที่นักเรียนชอบรับประทานมากที่สุด ๑ อย่าง จากนั้นให้นักเรียนระบุว่า อาหารที่ นักเรียนเลือกเป็นอาหารประจำภาคใด ๒. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า อาหารไทย เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารแต่ละชนิดได้คิดค้น วิธีการปรุง ส่วนประกอบอาหารจากภูมิปัญญาของคนไทย ขั้นสอน ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม เรียกว่า กลุ่มบ้าน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชิกแต่ละ คนในกลุ่มเป็นหมายเลข ๑-๔ แล้วให้นักเรียนที่มีหมายเลขเดียวกันมารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกว่า กลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ ๒. ให้สมาชิกในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : อาหารไทย จาก หนังสือ-เรียน ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข ๑ อาหารไทย : ภาคเหนือ - กลุ่มหมายเลข ๒ อาหารไทย : ภาคใต้ - กลุ่มหมายเลข ๓ อาหารไทย : ภาคกลาง - กลุ่มหมายเลข ๔ อาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ๑) รวบรวมรายชื่ออาหารไทยในท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ๒) เลือกอาหาร ๑ ชนิด เพื่อบอกส่วนประกอบในการปรุงอาหาร พร้อมกับบอกประโยชน์หรือสรรพคุณ ของส่วนประกอบในอาหารนั้นๆ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและตรวจสอบรายชื่ออาหาร ส่วนประกอบในการปรุงอาหาร และ ประโยชน์
204 หรือสรรพคุณของส่วนประกอบในอาหารที่เลือก ๔. นักเรียนสรุปผลการตรวจสอบ จากนั้นให้นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกันกลับเข้าสู่กลุ่มบ้าน เพื่อ อธิบายความรู้ที่ได้ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมให้สมาชิกในกลุ่มบ้านฟัง โดยเรียงลำดับจากสมาชิกหมายเลข ๑-๔ จน ครบทุกคน ๖.นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๕.๑เรื่อง อาหารไทยมีคุณค่า เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจความเรียบร้อยก่อน นำส่งครู ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์และคุณค่าของอาหารไทย จากนั้นบอกแนวทางในการนำความรู้มาปรับใช้ใน ชีวิตให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้สามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกาย เรื่องที่ ๖ วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : ประเพณีไทย เวลา ๑ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างเจตคติ ขั้นที่ ๑ สังเกต ๑. ครูสุ่มเรียกนักเรียน 4 คน ออกมาหยิบบัตรภาพที่ครูเตรียมไว้ที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาบัตร ภาพ และตอบคำถามตามประเด็นที่กำหนด ๒. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับประเพณีต่างๆ ที่นักเรียนรู้จักและเคยเข้าร่วมกิจกรรมในประเพณีดังกล่าว ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์ ๑. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน : ประเพณีไทย จากหนังสือเรียน และใบความรู้ เรื่อง ประเพณีสงกรานต์ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนด ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการอภิปรายและแสดงความคิดเห็น จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าและ ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติตนตามประเพณีสงกรานต์ ขั้นที่ ๓ สรุป ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณค่า หรือประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมใน ประเพณีต่างๆ ของไทย ๒. นักเรียนร่วมกันบอกแนวทางในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรมในประเพณีไทย • ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำสมุดภาพ เรื่อง วัฒนธรรมและประเพณีไทย โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าสนใจ (๑)
205 ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ ป.๒ ๒) ใบความรู้ เรื่อง ประเพณีสงกรานต์ ๓) ตำนานแม่โพสพ ตำนานเมล็ดข้าว ๔) บัตรภาพ ๕) ซีดีการแสดงมารยาทไทย ๖) ดอกไม้ปริศนา ๗) ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ความแตกต่างของวัฒนธรรม ๘) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง วิถีชีวิตของชาวนา ๙) ใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อาหารไทยมีคุณค่า ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ - พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้รู้ในท้องถิ่น การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินสมุดภาพ เรื่อง วัฒนธรรมและประเพณีไทย รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. การรวบรวมและ ยกตัวอย่างวัฒนธรรม และประเพณีไทย รวบรวมและยกตัวอย่าง วัฒนธรรม และประเพณี ไทย ได้ถูกต้อง ๓ วัฒนธรรม/ ประเพณีขึ้นไป รวบรวมและยกตัวอย่าง วัฒนธรรม และประเพณี ไทย ได้ถูกต้อง ๒ วัฒนธรรม/ ประเพณี รวบรวมและยกตัวอย่าง วัฒนธรรม และประเพณี ไทย ได้ถูกต้อง ๑ วัฒนธรรม/ ประเพณี ๒. การบอกคุณค่าของ วัฒนธรรม และ ประเพณี ไทยที่มีต่อสังคม บอกคุณค่าของ วัฒนธรรม และประเพณี ไทยที่มีต่อสังคมได้อย่าง ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย บอกคุณค่าของ วัฒนธรรม และประเพณี ไทยที่มีต่อสังคมได้อย่าง ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่ายเป็นส่วน ใหญ่ บอกคุณค่าของ วัฒนธรรม และประเพณี ไทยที่มีต่อสังคมได้ ถูกต้องเพียงบางส่วน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๕- ๖ ดี ๓– ๔ พอใช้ ต่ำกว่า ๓ ปรับปรุง
206 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๒) รหัสวิชา ๑๒๑o๒ ชื่อรายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑-๒ เวลา ๔ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.๒/๒ ยกตัวอย่างวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์ไว้ ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบต่อไป ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ภูมิปัญญาของคนไทยในท้องถิ่นของนักเรียน ๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการวิเคราะห์ ๒) ทักษะการให้เหตุผล ๓) ทักษะการหาแบบแผน ๔) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มีความรับผิดชอบ ๓. รักความเป็นไทย ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ป้ายนิเทศ เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๒) ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ภูมิปัญญาไทย ๒) ตรวจใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง เครื่องดื่มสมุนไพรในท้องถิ่น ๓) ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๔) ประเมินการนำเสนอผลงาน ๕) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๖) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๗) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๒)
207 ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจป้ายนิเทศ เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่น่าภูมิใจ (๒) เรื่องที่ ๑ ความหมายของภูมิปัญญาไทย เวลา ๑-๒ ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ขั้นที่ ๑ สังเกต ๑. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มกันตามความสมัครใจ กลุ่มละ ๔ คน จากนั้นครูนำบัตรภาพมาแจกให้นักเรียน กลุ่มละ ๑ชุด แล้วให้ช่วยกันพิจารณาว่า บัตรภาพหมายเลขต่างๆ นั้นสามารถนำไปทำเป็นเครื่องดื่ม ในแก้วหมายเลขใด ๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า เครื่องดื่มดังกล่าวมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ให้ นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมจากใบความรู้ เรื่อง เครื่องดื่มสมุนไพร ที่ครูแจกให้ ๓. ครูอธิบายให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาไทย จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันบอก ความหมายของภูมิปัญญา ตามความเข้าใจ ขั้นที่ ๒ จำแนกความแตกต่าง ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ความหมายของวัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทยกับ วัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น : ภูมิปัญญาไทย จากหนังสือเรียน ๒. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจำแนกความแตกต่างของภูมิปัญญาไทยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิ ปัญญาชาวบ้าน ตามประเด็นที่กำหนด ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มเปรียบเทียบผลการจำแนกความแตกต่างของภูมิปัญญาไทยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ ภูมิปัญญาชาวบ้าน แล้วสรุปประเด็นสำคัญ จากนั้นให้ตัวแทนกลุ่มออกมารายงานผล ขั้นที่ ๓ หาลักษณะร่วม ๑. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า ภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาชาวบ้านมี ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการวิเคราะห์ แล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมารายงานผลการวิเคราะห์ ขั้นที่ ๔ ระบุชื่อความคิดรวบยอด ๑. นักเรียนร่วมกันบอกความสำคัญและประโยชน์ของภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิ ปัญญาชาวบ้าน ๒. นักเรียนทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ภูมิปัญญาไทย เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจความเรียบร้อยก่อนนำส่งครู ขั้นที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสอบถามวิธีการทำเครื่องดื่มจากสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น เพื่อฝึกปฏิบัติ จากนั้นบันทึก ผลลงใน