298
สาระการเรยี นรู้
ปฏิกิรยิ าเคมที ่สี ารต้ังต้นทำปฏิกิรยิ าไม่พอดีกัน สารตั้งตน้ ท่ีทำปฏิกริ ยิ าหมดกอ่ นเรยี กวา่
สารกำหนดปริมาณ ซ่ึงเป็นสารที่กำหนดปริมาณผลิตภณั ฑ์ทเ่ี กดิ ขึ้น และปริมาณสารตง้ั ต้นอื่นท่ที ำ
ปฏกิ ิรยิ าไปเม่ือสิ้นสดุ ปฏิกิรยิ า
สมรรถนะ
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวิเคราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครนู ำเข้าสู่บทเรยี นโดยให้นักเรยี นดูวดี ีโอการเลน่ เกมเก้าอ้ีดนตรี ครนู ำอภิปรายเกีย่ วกับ
วดี โี อ โดยใช้ประเดน็ คำ ถามต่อไปน้ี
- ในวดี โี อผูเ้ ลน่ สามารถน่งั เกา้ อไ้ี ด้ก่ีคน และมีอกี ก่ีคนที่ไม่มีเก้าอ้นี ั่ง
- ผู้เล่นหรอื เก้าอ้ีเป็นตวั กำหนดการน่ังของนักเรยี น
(แนวตอบ: นกั เรียนนงั่ เกา้ อ้ไี ด้ 10 คน จำนวนนกั เรียนที่เหลอื คือคนท่ีไมม่ เี กา้ อน้ี ัง่ และ
เก้าอ้เี ป็นตัวกำหนดการนั่งของนักเรียน)
1.2 ครูอธบิ ายเก่ียวกับปฏกิ ริ ิยาเคมที ี่มีปริมาณของสารตั้งตน้ บางชนดิ มากกวา่ อตั ราสว่ นท่ที ำ
ปฏิกริ ยิ าพอดกี นั ตามสมการเคมแี ละสารกำหนดปรมิ าณซงึ่ เปน็ สารตัง้ ตน้ ทท่ี ำ ปฏกิ ริ ยิ าหมดก่อนสาร
อืน่ จึงเป็นสารที่กำหนดปริมาณผลติ ภณั ฑ์ที่เกดิ ขึ้น แลว้ ต้ังคำถามวา่
1.3 จากเกมสเ์ กา้ อ้ีดนตรถี า้ เปรียบเทียบ เก้าอ้ีและนักเรียนเป็นสารตงั้ ตน้ ท่ีเขา้ ทำ ปฏกิ ิรยิ า
เคมสี ่งิ ใดเป็นสารกำหนดปริมาณ
(แนวตอบ: เกา้ อเ้ี ปรียบได้กับสารกำ หนดปรมิ าณ เน่อื งจากเปน็ สารตัง้ ต้นท่ีทำ
299
ปฏกิ ริ ยิ าหมดก่อน และเปน็ ตัวกำหนดปรมิ าณผลิตภณั ฑท์ ีเ่ กิดขนึ้ จากน้ันใหน้ ักเรียนตอบคำถามเพื่อ
ตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียน)
2. ขน้ั สำรวจค้นหา (Exploration)
2.1 แบง่ นักเรียนเปน็ กลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยแบ่งแบบสุม่
2.2 ครใู หน้ กั เรียนพิจารณารูป 6.6 ในหนงั สือเรียน สสวท. เคมี เลม่ 2 หนา้ 140 ซ่ึงเป็น
ปฏิกริ ิยาเคมรี ะหวา่ งแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สออกซิเจน ที่มีปรมิ าณแกส๊ ไฮโดรเจนมากกว่าอตั ราสว่ นท่ี
ทำ ปฏิกริ ิยาพอดกี นั ตามสมการ แล้วให้นกั เรยี นตอบ คำถามเพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจ ในหนังสอื
เรียน สสวท. เคมี เล่ม 2
2.3 ครแู สดงสมการเคมีของปฏกิ ิริยาระหวา่ งแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สออกซิเจนได้นำ้ ดงั นี้
2H2(g) + O2(g) 2H2O(l)
จากน้ันครอู ธบิ ายสรปุ เก่ยี วกับปฏกิ ิรยิ าในรปู 6.6 ในหนงั สือเรียน สสวท. เคมี เลม่ 2 หนา้ 140 โดย
เช่ือมโยงกับสมการเคมวี ่า จากสมการเคมี แกส๊ ไฮโดรเจน 2 โมลทำ ปฏิกิริยาพอดีกบั แก๊สออกซิเจน 1
โมล เกิดเป็นน้ำ 2 โมล ดังนั้นถ้ามี แกส๊ ไฮโดรเจน 6 โมล จะต้องใช้แก๊สออกซิเจน 3 โมล แตถ่ ้าใน
ปฏิกิรยิ ามีแกส๊ ออกซิเจนเพยี ง 2 โมล แกส๊ ออกซิเจนจึงทำ ปฏกิ ิริยาหมดและเป็นสารกำ หนดปริมาณ
โดยใช้แกส๊ ไฮโดรเจนไปเพียง 4 โมล เทา่ นน้ั เม่ือสิน้ สุดปฏิกิริยาจงึ ไดน้ ำ้ 4 โมลหรอื 72.08 กรมั และ
เหลือแก๊สไฮโดรเจน 2 โมล
3. ข้ันอธิบายความรู้ (Explanation)
3.1 ครตู ัง้ คำถามให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเร่ือง สารกำหนดปรมิ าณ เช่น
1) สารกำหนดปริมาณคืออะไร
(แนวตอบ : การทดลองในห้องปฏบิ ัติการเคมี ปฏิกริ ิยาเคมีในชีวติ ประจำวนั หรอื ใน
อตุ สาหกรรม การผลิตสารเคมีชนดิ ตา่ ง ๆ โดยท่ัวไปจะมีปรมิ าณของสารตงั้ ตน้ บางชนดิ มากกว่า
สดั ส่วนที่ทำปฏกิ ริ ยิ าพอดีกันตามสมการเคมี สารต้งั ต้นท่ีทำปฏิกริ ยิ าหมดก่อนสารอ่นื จะเปน็ สารที่
กำหนดปรมิ าณผลติ ภัณฑท์ เี่ กิดขึน้ )
2) ถ้าปริมาณของสารต้ังต้นบางชนดิ มากกว่าสัดสว่ นทที่ ำปฏกิ ิรยิ าพอดีกนั ตาม
สมการเคมี จะหาสารกำหนดปริมาณได้อยา่ งไร และจะคำนวณปรมิ าณสารตั้งต้นที่เหลือและ
ผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร
(แนวตอบ : ตอ้ งหาสารกำหนดปริมาณกอ่ น โดยคำนวณว่าสารใดท่ีทำปฏกิ ิริยาหมด
แล้วใช้สารกำหนดปริมาณในการคำนวณปริมาณสารตง้ั ตน้ ทีเ่ หลือและผลิตภัณฑ์)
3.2 ครตู ง้ั คำถามให้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายเรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าณของสารใน
ปฏกิ ิริยาเคมี เช่น
1) นำแกส๊ ซลั เฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) 16 กรัม และแก๊สไฮโดรเจนซลั ไฟด์ (H2S) 17 กรมั
300
มาทำปฏิกิรยิ ากัน เม่อื เกดิ ปฏิกริ ยิ าอย่างสมบูรณ์ จะเหลอื สารใด และเหลืออย่กู ่ีกรัม กำหนดปฏิกิริยา
ทีเ่ กดิ ข้ึนให้ ดังนี้
SO2 (g) + 2H2S (g) 3S (s) + 2H2O (l)
(แนวตอบ : SO2 16 g = 16 =0.25 mol
64
1
H2S 17 g = 34 =0.5 mol
สมการ SO2 (g) + 2H2S (g) 3S (s) + 2H2O (l)
--
เรม่ิ ต้น 0.25 0.5 mol
เปลย่ี นแปลง -0.25 -0.5 +0.75 +0.5 mol
คงเหลอื -- +0.75 +0.5 mol
ดงั น้ัน แกส๊ SO2 และแกส๊ H2S ทำปฏกิ ริ ิยากนั พอดี และไม่มีสารใดเหลือ)
2) กรดไฮโดรคลอริก (HCl) ทำปฏกิ ริ ยิ ากับแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ดงั สมการ
HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l) (สมการยังไม่ดุล)
จะเกดิ แคลเซยี มคลอไรด์ (CaCl2) กี่กรมั เม่อื ใชก้ รดไฮโดรคลอริก 0.5 โมล ทำ
ปฏิกริ ิยากบั แคลเซียมคารบ์ อเนต 75 กรมั
(แนวตอบ : สมการทดี่ ลุ แลว้ เปน็ ดงั น้ี
2HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l)
CaCO3 75 g = 75 = 0.75 mol
100
สมการ 2HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l)
เรมิ่ ตน้ 0.5 0.75 - -- mol
เปลีย่ นแปลง -0.5 -0.25 +0.25 +0.25 +0.25 mol
คงเหลือ - +0.5 +0.25 +0.25 +0.25 mol
ดังนน้ั เกิด CaCl2 = 0.25 × 110 = 27.75 กรัม)
4. ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
4.1 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายความรู้ เรื่อง สารกำหนดปริมาณ ให้นักเรียนเกิดความ
เข้าใจท่ีตรงกัน
4.2 ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด ในแบบฝึกหดั เคมี เรือ่ ง สารกำหนดปรมิ าณ
5. ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครูประเมนิ การเรียนรขู้ องนกั เรยี นดงั นี้
- การถามตอบในช้นั เรยี น (โดยการถามนักเรียนก่อนและหลังจากนน้ั เรียกชือ่ นกั เรียนเพอ่ื ให้
ผ้เู รยี นตอบ)
- การทำแบบฝึกหดั ที่ 6.6 เรอื่ ง สารกำหนดปริมาณ
301
- ครูประเมินพฤติกรรมโดยการสังเกต จากการทำกจิ กรรมร่วมกบั การเรยี นของผู้เรียน
สอ่ื การเรยี นรูแ้ ละแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ เคมี เล่ม 2 สสวท (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
2. แบบฝึกหดั เรื่อง สารกำหนดปรมิ าณ
3. PowerPoint เร่อื ง สารกำหนดปริมาณ
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ วิธีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รอ้ ยละ 80 ผา่ น
ด้านความรู้ (K)
เกณฑ์
1. บอกความหมายของมวล - การตอบคำถาม - ถามตอบ
รอ้ ยละ 80 ผา่ น
อะตอมของธาตุ มวลอะตอม - Socrative เกณฑ์
สัมพัทธ์และมวลอะตอมเฉล่ีย ได้เกณฑ์ในระดับ
ดขี ึ้นไป
ของธาตุ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. คำนวณมวลอะตอมของ - ตรวจใบงาน - แบบประเมิน
ธาตุและมวลอะตอม และมวล 4.1 เรื่อง มวล แบบฝึกหัด/ใบ
อะตอมเฉลยี่ ของธาตุ อะตอมและมวล งาน/ช้นิ งาน
อะตอมเฉล่ีย
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมีส่วน - สังเกต - แบบสังเกต
ร่วมในการแสดงความคิดเห็น พฤติกรรมการ พฤติกรรม
ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ ทำงาน การทำงาน
คิดเห็นของผู้อื่น และ
รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมาย
302
303
304
แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า
305
รายการประเมนิ
เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)
............./.................../..............
306
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก
แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
307
แบบประเมนิ พฤติกรรมระหว่างเรียนตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาํ ชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องท่ตี รงกบั ความเปน็ จริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรุป
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉล่ยี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา
308
รายการประเมิน
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
(3) (3) (3)
23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............
309
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2
1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน
2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั
มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง
ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน
310
แบบฝกึ หัด
เร่อื ง สารกำหนดปริมาณ
1. แคลเซยี มคาร์บอเนตทำปฏิกริ ิยากบั กรดไฮโดรคลอริก ดงั น้ี (สมการเคมียังไมด่ ุล)
CaCO3(s) + HCl(aq) → CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)
เมื่อใช้แคลเซียมคาร์บอเนต 50.0 กรัม ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก 0.500 โมล จะเกิด
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์กลี่ ติ ร ที่ STP
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. จากปฏกิ ริ ิยาเคมี
2H2S(g) + SO2(g) → 3S(s) + 2H2O(l)
ถ้าผสมแกส๊ ไฮโดรเจนซลั ไฟด์และแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์อยา่ งละ 5.00 กรัม เมือ่ ปฏิกริ ยิ า
เคมีเกดิ อย่างสมบูรณจ์ ะเหลือสารใด และเหลืออยู่กี่กรัม
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ ....
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ........
311
เฉลย แบบฝกึ หัด
เร่อื ง สารกำหนดปริมาณ
1. แคลเซยี มคาร์บอเนตทำปฏกิ ริ ิยากับกรดไฮโดรคลอริก ดงั น้ี (สมการเคมียังไมด่ ุล)
CaCO3(s) + HCl(aq) → CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)
เมื่อใช้แคลเซียมคาร์บอเนต 50.0 กรัม ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก 0.500 โมล จะเกิด
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดก์ ล่ี ติ ร ที่ STP
แนวคำตอบ ดุลสมการเคมี CaCO3(s) + 2HCl(aq) → CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)
มวลโมเลกลุ ของ CaCO3= 40 + 12 + (3 ×16) =100
มวลโมเลกุลของ HCl = 1 + 35.5 = 36.5
มวลโมเลกลุ ของ CO2 = 12 + (2 ×16) = 44
50
จำนวนโมล CaCO3 = 100 = 0.5 โมล และจำนวนโมลของ HCl = 0.5 โมล
สมการ CaCO3(s) + 2HCl(aq) → CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)
เรมิ่ ต้น 0.5 0.5 - - - mol
เปลย่ี นแปลง -0.25 -0.5 +0.25 +0.25 +0.25 mol
คงเหลือ 0.25 - +0.25 +0.25 +0.25 mol
จากสมการเคมี HCl 2 โมล จะเกดิ CO2 1 โมล
ดังนน้ั ถ้าใช้ HCl 0.5 โมล 0.5 × 1
จะเกิด CO2 = 2 = 0.25 โมล
ดงั นั้น เกดิ CO2 ปรมิ าตร = 0.25 × 22.4 ลิตร
312
2. จากปฏิกิรยิ าเคมี
2H2S(g) + SO2(g) → 3S(s) + 2H2O(l)
ถ้าผสมแกส๊ ไฮโดรเจนซลั ไฟด์และแกส๊ ซลั เฟอร์ไดออกไซดอ์ ยา่ งละ 5.00 กรัม เมื่อปฏิกิรยิ า
เคมีเกิดอย่างสมบรู ณจ์ ะเหลอื สารใด และเหลอื อยกู่ ่ีกรมั
แนวคำตอบ สมการเคมี 2H2S(g) + SO2(g) → 3S(s) + 2H2O(l)
มวลโมเลกุลของ H2S = (2 × 1) + 32 = 34
มวลโมเลกลุ ของ SO2 = 32 + (2 × 16) = 64
มวลโมเลกุลของ H2O = (2 × 1) + 16 = 18
55
จำนวนโมล H2S = 34 = 0.15 โมล และจำนวนโมลของ SO2 = 64 = 0.078 โมล
สมการ 2H2S(g) + SO2(g) → 3S(s) + 2H2O(l)
เริ่มต้น 0.15 0.078 - - mol
เปลี่ยนแปลง -0.15 -0.075 +0.225 +0.15 mol
คงเหลอื - 0.003 0.225 0.15 mol
จากสมการเคมี H2S 2 โมล ทำปฏกิ ริ ยิ าพอดีกับ SO2 1 โมล
ดังนั้นถา้ ใช้ H2S 0.15 โมล 0.15 × 1
ทำปฏิกิริยาพอดีกับ SO2 = 2 = 0.075 โมล
จากสมการใช้ SO2 = n × MW = 0.075 × 64 = 4.8
แสดงวา่ เหลือ SO2 = 5.00 – 4.8 = 0.2 กรมั
313
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 18
โดยจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
รหัสวิชา ว 30222 รายวิชา เคมี 2 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 ปริมาณสมั พันธ์ เวลา 21 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง ผลทีไ่ ดร้ ้อยละ เวลา 3 ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ผู้สอน นางสาวกลุ สตรี สตั ถาผล
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคาร
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิ่มเตมิ เคมี)
ข้อ 2 เข้าใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสมั พันธใ์ นปฏิกริ ิยาเคมี อัตราการเกิด
ปฏกิ ิริยาเคมี สมดลุ ในปฏิกิรยิ าเคมี สมบตั แิ ละปฏิกิริยาของกรด–เบส ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซแ์ ละเซลล์
เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้วี ดั
ม.4/7 คำนวณผลได้ร้อยละของผลติ ภัณฑใ์ นปฏิกริ ยิ าเคมี
ผลการเรยี นรู้
คำนวณผลไดร้ อ้ ยละของผลิตภณั ฑ์ในปฏกิ ิริยาเคมี
สาระสำคญั
สารกำหนดปริมาณเป็นสารตั้งตน้ ที่ทำปฏิกริ ยิ าหมดก่อน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ หลงั จบกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ นกั เรียนสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. ระบุสารกำหนดปริมาณได้
ดา้ นทักษะ/กรกะบวนการ (P)
2. คำนวณผลได้รอ้ ยละของผลิตภณั ฑ์ในปฏกิ ิริยาเคมีได้
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผู้อ่นื มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลมุ่ ยอมรบั ฟังความคิดเห็น
ของผู้อืน่ และรบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
314
สาระการเรยี นรู้
ปฏิกริ ยิ าเคมที สี่ ารต้ังต้นทำปฏกิ ิริยาไม่พอดีกัน สารตั้งตน้ ท่ีทำปฏกิ ริ ยิ าหมดกอ่ นเรียกว่า
สารกำหนดปริมาณ ซึ่งเปน็ สารท่กี ำหนดปรมิ าณผลติ ภณั ฑ์ทเี่ กดิ ขน้ึ และปริมาณสารตั้งต้นอน่ื ท่ที ำ
ปฏิกิรยิ าไปเมื่อส้ินสดุ ปฏิกริ ิยา
สมรรถนะ
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกระตุน้ ความสนใจของนกั เรียนเกีย่ วกบั เรอ่ื ง ผลไดร้ อ้ ยละ โดยใช้แนวคำถามดังนี้
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่า ในทางปฏิบัติปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจริงมีค่าเท่ากับ
ผลทค่ี ำนวณไดต้ ามทฤษฎหี รอื ไม่
(แนวคำตอบ ไมเ่ ท่ากนั )
1.2 ครูอธิบายเพิม่ เตมิ เกี่ยวกบั การวัดประสิทธิภาพของปฏกิ ิริยาโดยการแสดงด้วยผลได้ร้อย
ละ ซง่ึ เปน็ การเปรียบเทียบผลได้จรงิ กบั ผลไดต้ ามทฤษฎีเปน็ รอ้ ยละ
1.3 ครูแจง้ ให้นักเรียนทราบเกย่ี วกบั เรื่องทจี่ ะเรียน ผลไดร้ อ้ ยละ
2. ขั้นสำรวจคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้ความรู้เก่ียวกบั ผลได้ตามทฤษฎีว่า เปน็ ปรมิ าณของผลติ ภัณฑ์ท่ีคำนวณได้จากสาร
กำหนดปรมิ าณตามสมการเคมี สว่ นผลได้จริงเปน็ ปริมาณของผลติ ภัณฑท์ ีเ่ กิดจรงิ
2.2 นกั เรยี นร่วมกนั สบื คน้ เก่ียวสาเหตุท่ที ำใหผ้ ลไดจ้ ริงมคี า่ น้อยกวา่ ผลได้ตามทฤษฎี
315
(แนวคำตอบ ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์หรือมีปฏิกิริยาข้างเคียงที่ไม่ให้
ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ หรือเกิดการสูญหายของผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการการเก็บหรือแยก
ผลิตภัณฑ์ นอกจากน้ยี งั มคี วามผดิ พลาดในการวดั ปรมิ าณผลติ ภัณฑร์ ะหวา่ งการทดลอง เป็นต้น)
2.3 ครูอธิบายเกี่ยวกับการวัดประสิทธิภาพของปฏิกิริยาโดยการแสดงด้วยผลได้ร้อยละ ซ่ึง
เป็นการเปรียบเทยี บผลไดจ้ ริงกบั ผลไดต้ ามทฤษฎเี ปน็ รอ้ ยละ จากความสมั พันธด์ งั นี้
ผลไดจ้ รงิ (กรมั หรอื โมล)
ผลไดร้ อ้ ยละ = ผลได้ตามทฤษฏี (กรมั หรอื โมล) × 100
2.4 ครูยกตวั อยา่ งการคำนวณเก่ยี วกบั ผลได้ร้อยละ เช่น
ถ้านำเบนซีน (C6H6) จำนวน 15.6 กรัม มาทำปฏิกิริยากับกรดไนตริก (HNO3) จำนวน
มากเกินพอ พบว่าเกิดไนโตรเบนซีน (C6H5NO2) 18.0 กรัม จงหาผลได้ร้อยละของปฏิกิริยาที่เกิดข้นึ
ดังน้ี
C6H6(l) + HNO3(aq) → C6H5NO2(l) + H2O(l)
แนวคำตอบ หามวลของไนโตรเบนซนี ตามทฤษฎี
15.6
C6H6 15.6 g = 78.12 = 0.2 mol ทำปฏิกิริยากับกรดไนตริก (HNO3) จำนวนมากเกินพอ มวล
โมเลกลุ ของ C6H5NO2 = 123.12 g
จำนวนโมลของ C6 H5NO2 = 1 mol C6H5NO2 × 0.2 mol C6 H6 = 0.2 mol C6H5NO2
1 mol C6H6
แสดงว่า ถา้ ใช้ C6H6 15.6 กรมั ทำให้เกิด C6H5NO2 = 0.2 × 123.12 = 24.6 กรัม
หาผลได้รอ้ ยละ จากความสมั พนั ธ์ ดงั นี้
ผลไดจ้ ริง (กรัมหรอื โมล)
ผลไดร้ ้อยละ = ผลได้ตามทฤษฏี (กรัมหรอื โมล) × 100
18 g
ผลได้รอ้ ยละ = 24.6 × 100 = 73.2
ดังนนั้ ปฏิกิริยานีม้ ีผลได้รอ้ ยละเทา่ กบั 73.2
2.5 นกั เรยี นร่วมกนั คำนวณเพื่อหาคำตอบเกยี่ วกบั ผลได้ร้อยละ ดงั นี้
จากการทดลองการนำกรดบิวทาโนอิก (C4H8O2) 10.0 กรัม ทำปฏิกิริยากับเอทานอล (C2H6O)
3.14 กรมั ได้บิวทาโนเอต (C6H12O2) และนำ้ ดังสมการเคมีตอ่ ไปน้ี
C4H8O2(aq) + C2H6O(aq) → C6H12O2(aq) + H2O(l)
จงคำนวณผลไดร้ ้อยละ ถ้าการทดลองพบว่าเกิดบวิ ทาโนเอต 5.35 กรมั
แนวคำตอบ หาสารกำหนดปรมิ าณ
316
10.0 3.14
C4H8O2 10.0 g = 88.12 = 0.11 mol และ C2H6O 3.14 g = 46.08 = 0.07 mol
1 mol C2H6O
จำนวนโมลของ C2H6O = 1 mol C4H8O2 × 0.11 mol C4H8O2 = 0.11 mol C2H6O
แสดงว่า ใช้ C2H6O = 0.11 × 46.08 = 5.07 g
ดังนั้น เมื่อใช้กรดบิวทาโนอิก 10.0 กรัม จะต้องใช้เอทานอล 5.07 แต่เนื่องจากมีเอทานอล
เพียง 3.14 กรัม แสดงว่าเอทานอลเปน็ สารกำหนดปรมิ าณ
หามวลของเอทลิ บวิ ทาโนเอตตามทฤษฎี
จำนวนโมลของ C4H8O2 = 1 mol C4H8O2 × 0.07 molC2H6O = 0.07 mol C4H8O2
1 mol C2H6O
แสดงวา่ มวลตามทฤษฎีของ C4H8O2 = 0.07 × 116.18 = 8.13 g
หาผลไดร้ อ้ ยละ จากความสัมพนั ธ์ ดังนี้
ผลไดจ้ รงิ (กรมั หรอื โมล)
ผลไดร้ ้อยละ = ผลไดต้ ามทฤษฏี (กรมั หรอื โมล) × 100
5.30 g
ผลไดร้ ้อยละ = 8.13 × 100 = 65.2
ดงั น้นั ปฏกิ ริ ยิ าน้มี ผี ลได้รอ้ ยละเทา่ กับ 65.2
3. ขน้ั อธบิ ายความรู้ (Explanation)
3.1 ครูขอตวั แทนอาสาสมัครออกมาแสดงวิธีทำหนา้ ชั้นเรยี น
3.2 ถามคำถามโดยใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ เก่ียวกบั ผลไดร้ อ้ ยละ
- ผลได้ตามทฤษฎแี ละผลได้จรงิ คอื อะไร
(แนวคำตอบ ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่คำนวณได้จากสารกำหนดปริมาณตามสมการเคมี
เรียกว่า ผลได้ตามทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจริง เรียกว่า ผลได้จริง ส่วน
ใหญ่มคี า่ นอ้ ยกวา่ ผลไดต้ ามทฤษฎ)ี
- ผลได้รอ้ ยละคอื อะไร
(แนวคำตอบตอบ ประสิทธิภาพของการทำปฏิกริ ิยา อาจวดั ได้จากการเปรยี บเทยี บผลได้จริง
กับผลได้ตามทฤษฎเี ปน็ ร้อยละ ซง่ึ เรยี กวา่ ผลไดร้ อ้ ยละ)
4. ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
317
4.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้ เรื่อง สารกำหนดปริมาณ ให้นักเรียนเกิดความ
เข้าใจท่ีตรงกัน
4.2 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หดั เคมี เรื่อง ผลทไ่ี ดร้ ้อยละ
5. ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครูประเมินการเรยี นรขู้ องนักเรียนดงั น้ี
- การถามตอบในชนั้ เรียน (โดยการถามนักเรียนก่อนและหลังจากน้ันเรียกช่อื นักเรยี นเพอ่ื ให้
ผู้เรยี นตอบ)
- การทำแบบฝึกหดั เรื่อง ผลท่ไี ด้รอ้ ยละ
- ครปู ระเมินพฤติกรรมโดยการสังเกต จากการทำกิจกรรมรว่ มกบั การเรยี นของผู้เรยี น
สอ่ื การเรียนร้แู ละแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี เลม่ 2 สสวท (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
2. แบบฝึกหัด เรือ่ ง ผลที่ไดร้ ้อยละ
3. PowerPoint เรื่อง ผลท่ีไดร้ ้อยละ
318
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์ วธิ วี ดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ 80 ผ่าน
ดา้ นความรู้ (K)
เกณฑ์
1. ระบสุ ารกำหนดปรมิ าณได้ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
ร้อยละ 80 ผา่ น
- Socrative เกณฑ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) ได้เกณฑใ์ นระดบั
2. คำนวณผลได้ร้อยละของ - ตรวจใบงาน - แบบประเมิน ดีขนึ้ ไป
ผลติ ภัณฑใ์ นปฏิกริ ยิ าเคมีได้ เรอ่ื ง ผลท่ไี ด้ร้อย แบบฝึกหดั /ใบ
ละ งาน/ช้นิ งาน
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) - แบบสังเกต
3.ทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนมสี ว่ นรว่ ม - สังเกต พฤติกรรม
ในการแสดงความคิดเหน็ พฤติกรรมการ การทำงาน
ภายในกลมุ่ ยอมรับฟังความ ทำงาน
คิดเห็นของผอู้ นื่ และ
รบั ผิดชอบต่อหน้าท่ีที่ได้รบั
มอบหมาย
319
320
321
แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า
322
รายการประเมนิ
เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)
............./.................../..............
323
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก
แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
324
แบบประเมนิ พฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์
รายการประเมนิ
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา
325
รายการประเมิน
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
(3) (3) (3)
23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............
326
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2
1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน
2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั
มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง
ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน
แบบฝกึ หดั 327
เรอื่ ง ผลทีไ่ ดร้ อ้ ยละ
1. แกส๊ แอมโมเนยี ทำปฏกิ ริ ยิ าเคมกี ับแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ ได้แอมโมเนยี มคลอไรด์ ซง่ึ เป็นของแข็งสี
ขาว ถ้าใช้แอมโมเนีย 0.200 กรมั จงคำนวณ
1.1. มวลของแอมโมเนียมคลอไรดท์ เี่ กิดข้นึ
แนวคำตอบ เขยี นและดุลสมการเคมี NH3(g) + HCl(g) → NH4HCl(s)
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
1.2 ผลได้ร้อยละของปฏิกริ ิยาเคมี ถ้ามีแอมโมเนยี มคลอไรด์เกิดขึ้น 0.20 กรัม
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
2. น้ำมนั ระกำ (methyl salicylate) เตรยี มไดจ้ ากปฏิกิรยิ าต่อไปน้ี
C7H6O3(s) + CH4(l) → C8H8O3(l) + H2O(l)
กรดซาลิซิลิก เมทานอล นำ้ มันระกำ
จากการทดลองพบว่าเมื่อใช้กรดซาลิซิลิก 15.0 กรัม ทำปฏิกิริยาเคมีกับเมทานอล 11.20
กรมั จะไดน้ ำ้ มันระกำ 12.4 กรัม จงหาผลไดร้ อ้ ยละจากการทดลองน้ี
.................................................................................................................... ............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................. ..............................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................. ..................
เฉลย แบบฝึกหัด 328
เรอ่ื ง ผลท่ไี ดร้ ้อยละ
1. แกส๊ แอมโมเนยี ทำปฏิกริ ิยาเคมีกับแกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์ ไดแ้ อมโมเนยี มคลอไรด์ ซึ่งเป็นของแข็งสี
ขาว ถา้ ใช้แอมโมเนยี 0.200 กรัม จงคำนวณ
1.1. มวลของแอมโมเนียมคลอไรดท์ ่ีเกดิ ข้นึ
แนวคำตอบ เขียนและดุลสมการเคมี NH3(g) + HCl(g) → NH4HCl(s)
หามวลของ NH4HCl
0.200
จำนวนโมลของ NH3 = 17 = 0.012 mol
1 mol NH4HCl
จำนวนโมลของ NH4HCl = 1 mol NH3 × 0.012 mol NH3
= 0.012 mol NH4HCl
แสดงว่า จะเกดิ NH4HCl = 0.012 × 53.50 = 0.642 g
1.2 ผลไดร้ อ้ ยละของปฏิกริ ยิ าเคมี ถา้ มีแอมโมเนยี มคลอไรด์เกดิ ขนึ้ 0.20 กรมั
ผลผลิตจริง
แนวคำตอบ ผลิตได้รอ้ ยละ = ผลผลติ ตามทฤษฎี × 100
0.20
= 0.642 × 100 = 31.2
ดังนั้นปฏกิ ิรยิ านมี้ ีผลได้รอ้ ยละเทา่ กบั 31.2
2. น้ำมันระกำ (methyl salicylate) เตรยี มได้จากปฏิกริ ยิ าต่อไปน้ี
C7H6O3(s) + CH4(l) → C8H8O3(l) + H2O(l)
กรดซาลซิ ิลิก เมทานอล นำ้ มนั ระกำ
จากการทดลองพบว่าเมื่อใช้กรดซาลิซิลิก 15.0 กรัม ทำปฏิกิริยาเคมีกับเมทานอล 11.20
กรมั จะได้นำ้ มันระกำ 12.4 กรมั จงหาผลได้ร้อยละจากการทดลองน้ี
แนวคำตอบ หาสารกำหนดปรมิ าณ
จำนวนโมลของ C7H6O3 = 15 11.20 = 0.7 mol
จำนวนโมลของ CH4 = = 0.19 โมล และ CH4 = = 0.19 mol CH4
1 m13o8l × 0.19 mol C7 16
CH4 H6O3
1 mol C7H6O3
แสดงวา่ ใช้ CH4 = 0.19 × 16 = 3.04 กรัม ดังนั้น C7H6O3 เปน็ สารกำหนดปรมิ าณ
หามวลของ C8H8O3 1 mol C8H8O3
1 mol C7H6O3
จำนวนโมลของ C8 H8O3 = × 0.19 mol C7H6O3
329
= 0.19 mol C8H8O3
แสดงว่า เกดิ C8H8O3 = 0.19 × 152 = 28.9 กรมั
ผลผลิตจริง
ผลไดร้ ้อยละ = ผลผลิตตามทฤษฎี × 100
12.4
= 28.9 × 100 = 42.9
ดังนั้นปฏิกริ ยิ านี้มีผลไดร้ อ้ ยละเท่ากบั 42.9
330
บรรณานุกรม
กรมวิชาการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ:
องค์การรบั ส่งสนิ คา้ และพสั ดุภัณฑ์.
กรมโรงงานอุตสาหกรรม. (2548). การจำาแนกประเภทและการตดิ ฉลากสารเคมีที่เป็น ระบบ
เดียวกันทั่วโลก (Globally Harmonized System of Classification and Labelling
ofChemicals - GHS). สืบค้นเมอื่ 3 กุมภาพันธ์ 2560, จาก
http://www.si.mahidol.ac.th/project/sicsm/news_files/15_1.pdf
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเคมี. (2558). คู่มือความปลอดภัย ฉบับ
ปรบั ปรงุ คร้ังท่ี 6. สืบคน้ เมื่อ 10 กมุ ภาพนั ธ์ 2560, จาก http://www.chemistry.sc.chula.
ac.th/safety/safetymanual.pdf.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.( 2546). การจัดสาระการเรียนรู้
กลมุ่ วทิ ยาศาสตร์ หลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน. กรุงเทพฯ: สสวท
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม
วทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระวิทยาศาสตร.์ กรมวชิ าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
. (2560). หนงั สือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 เล่ม 1.
พิมพ์คร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .