The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-04 03:06:34

แผนวิชาเคมี 2

แผนวิชาเคมี 2

198

ปฏบิ ัติการทดลองที่ 5.2
เรอื่ ง สมบัตติ อลลิเกทีฟ

ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

ผ้รู ่วมทำปฏิบตั กิ ารทดลอง
1 ) ....................................................เลขท.่ี .......... 2 ) ...................................................เลขที่............
3 ) ...................................................เลขท.่ี .......... 4 ) ....................................................เลขท.่ี ...........
5 ) ...................................................เลขท่.ี .......... 6 ) ....................................................เลขที่............
กลมุ่ ท่ี : ……………………หอ้ ง : ........................ วนั /เดือน/ปี : …………………….. สถานที่ : …………………

จดุ ประสงค์การทดลอง
1.อธิบายความรู้เร่ือง สมบัตคิ อลลิเกทีฟ ในกระบวนการทำไอศกรมี

1. วงั ด/ุ อุปกรณ์

1. ถงุ ซปิ ลอ็ ค 5. นำ้ แขง็ บด

2. เกลอื 6. นมรสตา่ งๆ (ตามใจชอบ)

3. ทอ๊ ปปิ้ง (ตามใจชอบ) 7. นมข้น/น้ำตาล

4. ถ้วย/ช้อน/แก้ว 8. ที่ตักไอศกรมี

หลกั การ

สมบัติคอลลิเกทีฟเป็นสมบัติหนึ่งของสารละลายเกิดจากการผสมสารบริสุทธิ์ต้ัง แต่ 2 ชนิด

ข้ึนไปซ่ึงจุดเดือดของสารละลายจะสูงกว่า จุดเดือดของตัวทำละลายบริสุทธ์ิ และจุดหลอมเหลวหรือ

จุดเยือกแขง็ ของสารละลายจะต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของตัวทำละลายบรสิ ทุ ธ์ิ

ขัน้ ตอนการทดลอง

1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกัน และคาดคะเนว่า อุณหภูมิของน้ำแข็ง และน้ำแข็งผสม

เกลือ ที่ต้ังไว้ ณ อุณหภูมิห้องว่า จะมีค่าเท่าใด โดยบันทึกตัวเลขจากการคาดคะเนลงในใบกิจกรรม

2. ครูให้นักเรยี นเตรยี มวสั ดุและอปุ กรณเ์ พ่ือทำการทดลองซง่ึ ประกอบดว้ ย แก้ว พลาสติทรงกระบอก

2 อนั เทอรม์ อมิเตอร์ 2 อนั ชอ้ น1 อนั นำ้ แข็งและเกลือ

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองวัดอุณหภูมิของน้ำแข็ง และน้ำแข็งผสมเกลือ (ใช้เกลือจานวน 2

ช้อนที่ต้ังไว้ ณ อุณหภูมิห้อง จากนั้นบันทึกผลการทดลองลงในใบกิจกรรม แล้วเปรียบเทียบสิ่งท่ี

นักเรียนทำนายกับผลทไ่ี ดจ้ ากการทดลองว่าเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร

4. จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุปผลที่ได้จากการทดลอง โดยบันทึกลงในใบกิจกรรม

5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย เพื่อให้สรุปได้ว่าเมื่อเติมเกลือลงในน้ำแข็งจะได้สารละลายที่มี

จุดเยือกแข็งต่ำ กว่า 0 องศา ตามสมบัติคอลลิเกทีฟ และเชื่อมโยงความรู้กับการทำไอศกรีม

199

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง อุณหภมู ิ (องศา)
วตั ถุ
การคาดคะเน ผลจากการวดั
น้ำแขง็ บด
น้ำแขง็ บดและเกลือ

สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................... ............................................................................................... .......
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
1.จุดเยือกแขง็ ของสารละลายทไ่ี ด้จากการเติมเกลือลงในน้ำแขง็ เป็นอย่างไรเมื่อเปรยี บเทียบกับจุด
เยือกแขง็ ของน้ำ
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................... ..................................................................... .......
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................... .................
................................................................................................................. ...............................................

200

แบบฝึกหดั ท่ี 5.6
เร่อื ง สมบัติบางประการของสารละลาย

1. คำนวณจุดเยอื กแข็งของสารละลายต่อไปนี้
1.1 สารละลายเมทานอล (CH4O) ในนำ้ เข้มขน้ 1.50 โมแลล

1.2 สารละลายแนฟทาลีน (C10H8) 1.00 กรมั ในไซโคลเฮกเซน (C6H12) 25.0 กรัม

2. คำนวณมวลของเอทิลีนไกลคอล (C2H6O2) ในหน่วยเป็นกรัม ที่ต้องเติมลงในน้ำปริมาตร 1 L เพ่ือ
ทำใหส้ ารละลายมจี ุดเยือกแขง็ -30.00 °C (Kf ของนำ้ = 1.86 °C /m, Tf ของน้ำ = 0.00°C)

แบบฝึกหัดท่ี 5.6 201
เรอ่ื ง สมบตั ิบางประการของสารละลาย
เฉลย

1. คำนวณจดุ เยอื กแข็งของสารละลายต่อไปนี้

1.1 สารละลายเมทานอล (CH4O) ในนำ้ เขม้ ข้น 1.50 โมแลล
Kf ของน้ำ = 1.86 °C/m จดุ เยือกแข็งของนำ้ = 0.00 °C

ΔTf = Kf m
Tf (water) – Tf (solu) = 1.86 °C/m × 1.50 m
0.00 °C – Tf (solu) = 2.79 °C

Tf (solu) = 0.00 °C – 2.79 °C
=– 2.79 °C

ดงั น้ัน สารละลายเมทานอลในน้ำาเข้มขน้ 1.50 โมแลล มีจดุ เยอื กแข็ง -2.79 องศาเซลเซยี ส

1.2 สารละลายแนฟทาลีน (C10H8) 1.00 กรมั ในไซโคลเฮกเซน (C6H12) 25.0 กรัม

มวลต่อโมลของ C10H8 = 128.18 g/mol

ความเข้มข้นของสารละลาย = 1.00 g C10H8 x x1 mol C10H8 1000 g C6H126
25.0 g C6H12
128.18 g C10H84 1 kg C6H12

= 0.312m

Kf ของ C6H12 = 20.80 °C/m จุดเยอื กแข็งของ C6H12 = 6.59 °C
ΔTf = Kf m

Tf (cyclohexane) – Tf (solu) = 20.80 °C/m × 0.312 m
6.59 °C – Tf (solu) = 6.49 °C
Tf (solu) = 6.59 °C – 6.49 °C
= 10 °C

ดงั นั้น สารละลายแนฟทาลนี 1.00 กรัม ในไซโคลเฮกเซน 25.0 กรมั มจี ุดเยือกแข็ง 0.10 องศา

เซลเซียส

2. คำนวณมวลของเอทิลีนไกลคอล (C2H6O2) ในหน่วยเป็นกรัม ที่ต้องเติมลงในน้ำปริมาตร 1 L เพื่อ
ทำให้สารละลายมีจดุ เยอื กแขง็ -30.00 °C (Kf ของนำ้ = 1.86 °C /m, Tf ของนำ้ = 0.00°C)
ข้นั ที่ 1 คำนวณความเข้มขน้ สารละลาย

Kf ของนำ้ = 1.86 °C/m จดุ เยอื กแข็งของน้ำ = 0.00 °C
ΔTf = Kf m

Tf (water) – Tf (solu) = Kf m
0.00 °C – (– 30.0 °C ) = 1.86 °C/m × m

202

m = 30.0 °C / 1.86 °C/m

= 16.1 m

ข้นั ท่ี 2 คำนวณมวลของ C2H6O2

นำ้ 1 L = 1 kg และมวลต่อโมลของ C2H6O2 = 62.08 g/mol

มวลของ C2H6O2 = 16.1 mol C2H6O2 x 62.08 g C2H6O2 x 1 kg H2O
1 kg H2O 1 mol C2H6O2 1 L H2O
= 9.99 x 102 g C2H6O2 / L H2O

ดังนัน้ ต้องเติมเอทิลีนไกลคอล 9.99 x 102 กรัม ลงในนำ้ 1 ลติ ร

203

ข้อสอบย่อย 6 สมบตั บิ างประการของสารละลาย

1. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของสารบริสทุ ธ์ิ
ก. ประกอบด้วยธาตเุ พยี งชนิดเดยี วเทา่ นั้น
ข. เป็นธาตุ สารประกอบ
ค. มีความดนั และจุดเดือดคงที่
ง. ไมส่ ามารถเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีได้

2. เพราะเหตใุ ด จุดเดือดของสารละลายจึงสงู กวา่ สารบริสทุ ธิ์
ก. โมเลกลุ ของตวั ละลายซ่ึงอยูท่ ีผ่ วิ ของสารละลายจะกนั ไม่ใหต้ ัวทำละลายระเหยไปได้ง่าย
ข. เมื่อเติมตัวละลาย ซึ่งเปน็ สารระเหยยากลงไปในสารบรสิ ุทธิ์ โมเลกุลของตวั ละลายจะไม่

กระจายในตัวทำละลายนนั้
ค. การท่ีจะทำให้ความดนั ไอของสารละลายเท่ากับความดนั บรรยากาศ จะต้องใช้ความรอ้ น

ต่ำกว่าการที่ทำให้ตัวทำละลายบรสิ ทุ ธเ์ิ ดอื ด
ง. ความดนั ไอของตัวทำละลายทม่ี ตี วั ละลายปนอยู่ สงู กว่าความดันไอของตวั ทำละลาย

บรสิ ุทธิ์
3. ถา้ ใหส้ ารทม่ี คี วามเข้มข้นมากกวา่ (สารละลาย) อยใู่ นภาชนะเดียวกับสารที่มีความเข้มข้นนอ้ ยกว่า
(สารบรสิ ุทธ์ิ = ตัวทำละลาย) โดยสารท้งั สองถูกแบ่งกั้นด้วยเยื่อบาๆ ที่มรี พู รนุ ขนาดเลก็ จะเกิด
ปรากฏการณ์อย่างไร

ก. สารทั้งสองจะเกิดการแบง่ ช้นั กนั ชัดเจน
ข. อนภุ าคของตัวถูกละลายจะเคลือ่ นท่ีไปยังสารละลายโดยผ่านเยื่อบางๆ ทำใหส้ ารละลาย
เจือจางลง
ค. อนุภาคของตวั ทำละลายจะเคล่ือนท่ีไปยังสารละลายโดยผ่านเย่ือบางๆ ทำให้สารละลาย
เจือจางลง
ง. เกดิ ตะกอน
4. ขอ้ ใด กลา่ วไมถ่ ูกต้อง เก่ียวกับจุดเดอื ด
ก. จุดเดือดของสารละลายจะสูงกวา่ สารบริสทุ ธ์ิ
ข. ถ้าสารละลายเขม้ ข้นเทา่ กัน ไม่วา่ จะใชต้ วั ถูกละลายใดก็ตาม จุดเดือดของสารละลาย จะ
เทา่ กัน
ค. ถา้ สารละลายเข้มขน้ ไมเ่ ท่ากัน สารละลายใดเข้มข้นมาก จุดเดือดจะสูงกวา่
ง. ถ้าสารละลายเขม้ ข้นไม่เท่ากัน ไมว่ าจะใชต้ วั ถูกละลายใดก็ตาม จดุ เดือดของสารละลาย
จะเทา่ กัน

204

5. จงให้เหตุผลว่า เพราะเหตใุ ดเมอ่ื นำโซเดยี มคลอไรด์ 1 โมล มาละลายในน้ำ 1 กโิ ลกรมั สารละลาย

ท่ไี ด้จึงมีคา่ จดุ เยือกแข็งเป็น -3.7 ท้งั ๆทน่ี ำ้ มีค่า Kf เพียง 1.86 °C /m
ก. การทดลองอาจผดิ พลาด

ข. โซเดียมคลอไรด์แตกตวั ได้ในนำ้

ค. โซเดยี มคลอไรด์ไม่แตกตัวแตกตัว

ง. การลดลงของจุดเยือกแข็งมคี ่าเป็น 3 เท่าของคา่ ที่คำนวณได้จากสตู ร

6. ขอ้ ใดคือความสมั พนั ธร์ ะหว่างจดุ เดอื ดและความดันไอ

ก. จุดเดือดและความดันไอของสารละลายตำ่ กวา่ สารบรสิ ทุ ธ์ิ

ข. จดุ เดอื ดและความดันไอของสารละลายสงู กวา่ สารบริสุทธิ์

ค. จดุ เดอื ดแปรผกผนั กับความดนั ไอ

ง. จดุ เดือดแปรผนั ตรงกับความดนั ไอ

7. จงหาจำนวนโมลของ C2H5OH ทลี่ ะลายในนำ้ 3000 กรัม เพอ่ื ทำใหจ้ ุดเยือกแข็งของสารละลาย
ลดลง 10 องศาเซลเซยี ส (Kf = 1.86 °C/m)

ก. 14.21 โมล ข. 15.23 โมล ค. 16.13 โมล ง. 17.89 โมล

8. สารละลายชนิดหนงึ่ มสี าร X 0.5 กรมั มแี อซโิ ตน 10 กรัม มีจดุ เดอื ด 60 องศาเซลเซียส จงหามวล

โมเลกลุ ของสาร X ให้ B.P. ของแอซโี ตน = 5.6 ํC, Kb = 1.72

ก. 24.57 กรมั ข. 26.42 กรมั ค. 28.01 กรัม ง. 30.55 กรมั

9. กำมะถนั 2.56 กรัม ละลายใน CS2 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จะไดส้ ารละลายมีจุดเดือดเท่าใด
กำหนดให้

กำมะถัน b.p. = 65 ํC ,Kb= 0.2 °C/m

CS2 b.p. = 65 Cํ ,Kb= 0.2 °C/m

D ของ CS2 = 0.2 g/cm3

ก. 50.25 ํC ข. 60.25 ํC ค. 70.25 ํC ง. 80.25 ํC

10. นำ้ ตาลกลโู คส 20 กรัม ละลายน้ำ 250 กรมั (Kf = 1.86 °C/m) มีจำนวนโมลเท่าใด

ก. 0.11 โมล ข. 0.22 โมล ค. 0.33 โมล ง. 0.44 โมล

205

206

207

แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า

208

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)

............./.................../..............

209

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

210

แบบประเมนิ พฤติกรรมระหว่างเรียนตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คําชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องท่ตี รงกบั ความเปน็ จริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลขท่ี ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรุป
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉล่ยี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา

211

รายการประเมิน

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............

212

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

213

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 12

โดยจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

รหสั วชิ า ว 30222 รายวชิ า เคมี 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 ปริมาณสมั พนั ธ์ เวลา 21 ช่วั โมง

เรือ่ ง สมการเคมี เวลา 3 ช่ัวโมง

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ผสู้ อน นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคาร

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพ่มิ เตมิ เคมี)
ข้อ 2 เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพนั ธใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี อัตราการเกิด

ปฏิกิรยิ าเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด–เบส ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์และเซลล์
เคมไี ฟฟา้ รวมทง้ั การนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชวี้ ัด
ม.4/1 แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมีเขยี นและดุลสมการเคมีของปฏกิ ิรยิ าเคมีบาง

ชนดิ
ผลการเรยี นรู้
แปลความหมายสญั ลกั ษณใ์ นสมการเคมีเขยี นและดุลสมการเคมขี องปฏิกริ ิยาเคมีบางชนิด

สาระสำคัญ
ปฏิกริ ยิ าเคมีเปน็ การเปลี่ยนแปลงท่ีมีสารใหมเ่ กดิ ขึ้น เขียนแสดงไดด้ ้วยสมการเคมี การดุล

สมการเคมีทำไดโ้ ดยการเติมเลขสมั ประสทิ ธ์ิหนา้ สารตงั้ ตน้ และผลิตภณั ฑ์ เพื่อให้อะตอมของธาตใุ น
สารตั้งต้นและผลติ ภณั ฑเ์ ท่ากัน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ หลงั จบกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถ
ด้านความรู้ (K)

1. แปลความหมายสญั ลกั ษณใ์ นสมการเคมีได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

2. เขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏิกิริยาเคมบี างชนดิ เม่อื ทราบสารต้งั ตน้ และผลิตภณั ฑ์ได้
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

3. ทำงานร่วมกับผู้อนื่ มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ภายในกลมุ่ ยอมรับฟงั ความคิดเห็น
ของผู้อน่ื และรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทีท่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย

214

สาระการเรียนรู้
• ปฏิกริ ิยาเคมี เป็นการเปลีย่ นแปลงท่ีมีสารใหม่เกิดข้ึนจากการจดั เรียงตัวใหม่ของอะตอมธาตโุ ดย
จำนวนและชนดิ ของอะตอมธาตุไมเ่ ปล่ียนแปลงปฏิกริ ยิ าเคมีเขียนแสดงไดด้ ้วยสมการเคมซี ่งึ
ประกอบดว้ ยสูตรเคมีของสารตัง้ ตน้ และผลิตภณั ฑ์ ลูกศรแสดงทิศทางของการเกิดปฏิกิริยา และเลข
สมั ประสิทธ์ิของสารต้งั ตน้ และผลติ ภณั ฑท์ ่ดี ลุ แล้ว นอกจากนอ้ี าจมีสัญลักษณแ์ สดงสถานะของสาร
หรือปจั จัยอน่ื ท่ีเกยี่ วข้องในการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
• การดลุ สมการเคมที ำได้โดยการเติมเลขสัมประสิทธิห์ น้าสารตั้งตน้ และผลิตภัณฑ์ เพื่อให้อะตอมของ
ธาตใุ นสารตง้ั ต้นและผลิตภณั ฑเ์ ท่ากนั
สมรรถนะ

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูยกตวั อยา่ งการเปลี่ยนแปลงที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น การเกิดสนมิ เหลก็ การจดุ ดอกไม้
ไฟ แล้วตั้งคำถามว่า การเปล่ียนแปลงดงั กล่าวเปน็ ปฏกิ ิรยิ าเคมีหรือไม่ ควรไดค้ ำตอบวา่ การเกดิ สนมิ
เหล็กเปน็ การเกิดปฏิกริ ิยาเคมี การจุดดอกไมไ้ ฟเป็นปฏิกิริยาเคมีจากนั้นครูให้ความรู้เพิ่มเติมวา่
ปฏิกิริยาอาจเกิดได้จากฟองแก๊ส กลิ่น สี และอุณหภูมิ
1.2 จากนนั้ ครูยกตัวอย่างปฏิกิรยิ าเคมีทเ่ี กดิ ขน้ึ ของสารประกอบ พร้อมกับถามนักเรียนจากผลท่ี
เกิดขน้ึ เปน็ ปฏกิ ริ ยิ าเคมหี รือไม่อยา่ งไร พร้อมอธบิ านเหตุผลประกอบ

215

ท่ี สาร สมบัติของสาร ผลทส่ี งั เกตได้ ผล

สาร A เปน็ โลหะสีเงนิ ไดข้ องเหลวใสไม่มสี ี
1 A, B สาร B เป็นของเหลวใส ไม่มีสี โลหะผกุ ร่อนและมฟี อง
แก๊สเกิดข้นึ
สาร C เป็นของแขง็ สขี าว ได้ของเหลวใส
2 C, D สาร D เปน็ ของเหลวใส ไม่มสี ี ไมม่ สี ี มี T > 25 Cํ

มี T 25 ํC ไดข้ องเหลวใส ไม่มสี ี
สาร E เป็นของเหลวใส ไม่มีสี
3 E, F สาร F เปน็ ของเหลวใส ไม่มสี ี

สาร G เป็นสารละลายใส ไม่มีสี มีตะกอนสีขาวเกดิ ขึ้น
4 G, H สาร H เปน็ สารละลายใส ไมม่ ีสี

2. ข้ันสำรวจค้นหา (Exploration)

2.1 แบ่งนกั เรยี นเปน็ กลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยแบง่ แบบสมุ่ หรือใช้กลุ่มเดิมทีจ่ ัดไวแ้ ล้ว
2.2 ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ ทำกิจกรรมท่ี 6.1 ในหนังสอื เรียน สสวท เคมี เลม่ 2 หนา้ 93-
94
2.3 ครูให้นักเรียนศึกษาเร่ืองปฏกิ ริ ยิ าเคมีจากเอกสารประกอบการเรียนเร่อื งปรมิ าณสาร
สัมพันธ์
3. ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explanation)

3.1 ครอู ธบิ ายโดยใช้ส่ือ ICT ประเภท PowerPoint ใหค้ วามรู้เก่ียวกบั สมการเคมี ไดแ้ ก่
- ความหมายของสมการเคมี
- อธบิ ายสญั ลกั ษณ์ท่ีแสดงสถานะ
- หลักการดุลสมการเคมี
- จากน้นั ยกตวั อย่างการดุลสมการเคมี

ประโยคข้อความ โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตทำปฏกิ ริ ยิ ากับสารละลายกรด
แอซีติก ได้สารละลายโซเดียมแอซเี ตต แก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ และนำ้

216

สมการขอ้ ความ โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต + กรดแอซตี ิก -----> โซเดยี ม
แอซีเตต + คาร์บอนไดออกไซด์ +นำ้

NaHCO3(s) + CH3COOH(aq) -----> CH3COONa(aq) +

สมการเคมี CO2(g) + H2O(l)

ข้นั ตอนในการดุล

1. นบั จำนวนอะตอมของธาตุแตล่ ะชนดิ

2. ดุลสารพวกโลหะก่อน

3. ดุลอะตอมของธาตทุ างดา้ นซา้ ยและขวาของสมการทยี่ ังไม่เท่ากนั โดยเรมิ่ จากธาตุทม่ี ีอยู่

เพยี งหนง่ึ ชนิดในแตล่ ะขา้ ง (ดุล H และ O หลังสุด)

4. ดลุ อะตอมของธาตุอ่นื ๆ จนครบทกุ อะตอม

5. ถา้ มเี ลขสมั ประสทิ ธ์ทิ เ่ี ปน็ เศษสว่ น ทำให้เป็นจำนวนเตม็

ตัวอยา่ ง 1. สมการเคมีของปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะโพแทสเซยี ม (K) กบั น้ำ (H2O) ไดส้ ารละลาย

โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) และแก๊สไฮโดรเจน (H2)

สมการทีเ่ กิดขน้ึ ; K (s) + H2O (l) -------> KOH (aq) + H2 (g)

สมการทีด่ ลุ ; 2K (s) + 2H2O (l) -------> 2KOH (aq) + H2 (g)

1. NaOH(aq) + H2PO4(aq) -----> Na2PO4(aq) + H2O(l)

สมการท่ีดุล : 2NaOH(aq) + H2PO4(aq) -----> Na2PO4(aq) + 2H2O(l)

2. KClO3 (s) -----> KCl(s) + O2 (g)

สมการที่ดุล : 2KClO3 (s) -----> 2KCl (s) + 3O2 (g)

4. ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)

4.1 ครใู ห้นกั เรียนทำกจิ กรรม “เกมส์การดลุ สมการเคมี” โดยให้ทำกจิ กรรมเปน็ กลุม่ เดิมที่
แบ่งไว้ก่อนหน้าน้ีหรอื กลุ่มเดิม เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

217

4.2 ครสู มุ่ ตัวแทนนักเรียน 4-5 คน ออกมาแสดงวิธีทำโจทย์ เร่ือง สมการเคมี
4.3 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายความรู้ เร่ือง สมการเคมี ให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจท่ีตรงกัน
4.4 ครูให้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 6.1 เรอ่ื ง สมการเคมี สง่ ในช่ัวโมงถดั ไป
5. ข้นั ประเมิน (Evaluation)

5.1 ครปู ระเมนิ การเรียนรขู้ องนักเรียนดังน้ี

- การถามตอบในชน้ั เรยี น (โดยการถามนักเรียนก่อนหลังจากนั้นเรียกชือ่ นกั เรยี นเพือ่ ใหผ้ ูเ้ รียน
ตอบ)

- การทำแบบฝกึ หดั 6.1 เรื่อง สมการเคมี

- ครูประเมนิ พฤติกรรมโดยการสังเกต จากการทำกิจกรรมรว่ มกับการเรียนของผเู้ รียนสอ่ื การ
เรียนรูแ้ ละแหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพ่ิมเติมเคมี เลม่ 2 สสวท (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2. แบบฝึกหัด 6.1 เรอ่ื ง สมการเคมี
3. เกมส์การดุลสมการเคมี
4. PowerPoint เรอื่ ง สมการเคมี

218

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงค์ วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 80 ผ่าน
ด้านความรู้ (K)
เกณฑ์
1. แปลความหมายสัญลักษณ์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
รอ้ ยละ 80 ผา่ น
ในสมการเคมีได้ - Socrative เกณฑ์

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ไดเ้ กณฑใ์ นระดบั
ดีขึ้นไป
2. เขียนและดุลสมการเคมี - ตรวจใบงาน - แบบประเมิน

ของปฏิกิริยาเคมีบางชนิดเม่ือ 4.1 เรอ่ื ง มวล แบบฝึกหดั /ใบ

ทราบสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ อะตอมและมวล งาน/ชิ้นงาน

ได้ อะตอมเฉล่ีย

ด้านคุณลกั ษณะ (A)

3. ทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื มีส่วน - สังเกต - แบบสังเกต

ร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ พฤติกรรมการ พฤติกรรม

ภายในกลุ่มยอมรบั ฟงั ความ ทำงาน การทำงาน

คิดเห็นของผู้อื่น และ

รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ทีไ่ ด้รบั

มอบหมาย

219

220

221

แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า

222

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)

............./.................../..............

223

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

224

แบบประเมนิ พฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมนิ

เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา

225

รายการประเมิน

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............

226

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

227

แบบฝึกหัด 6.1
วันท่ี........./...............เ..ร..อ่ื ...ง.../ส..ม...ก..า...ร..เ.คมี

คำชแี้ จง : จงดุลสมการเคมตี อ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง

1. NaHCO3 (s) Na2CO3 (s) + H2O (l) + CO2 (g)

............................................................................................................................. .............................

2. Al (s) + Fe3O4 (s) Al2O3 (s) + Fe (s)

............................................................................................................................. .............................

3. ZnS (s) + HCl (aq) ZnCl2 (aq) + H2S (g)

..........................................................................................................................................................

4. Zn(OH)2 (s) + HNO3 (aq) Zn(NO3)2 (aq) + H2O (l)

............................................................................................................................. .............................

5. NH3 (g) + O2 (g) NO (g) + H2O (l)

............................................................................................................................. .............................

6. Cu (s) + AgNO3 (aq) Ag (s) + Cu(NO3)2 (aq)

..........................................................................................................................................................

7. S (s) + H2SO4 (aq) SO2 (g) + H2O (l)

............................................................................................................................. .............................

8. Na2O2 (s) + H2O (l) NaOH (aq) + H2O2 (aq)

..........................................................................................................................................................

9. Na3PO4 (aq) + CaCl2 (aq) Ca3(PO4)2 (s) + NaCl (aq)

............................................................................................................................. .............................

10.Cu(NO3)2 (aq) + NH3 (aq) + H2O (l) Cu(OH)2 (s) + NH4NO3 (aq)

............................................................................................................................. .............................

เฉลย แบบฝึกหัด 6.1 228
เรือ่ ง สมการเคมี

คำชแ้ี จง : จงดลุ สมการเคมีต่อไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง

1. NaHCO3 (s) Na2CO3 (s) + H2O (l) + CO2 (g)
2NaHCO3 (s) Na2CO3 (s) + H2O (l) + CO2 (g)

2. Al (s) + Fe3O4 (s) Al2O3 (s) + Fe (s)
8Al (s) + 3Fe3O4 (s) 4Al2O3 (s) + 9Fe (s)

3. ZnS (s) + HCl (aq) ZnCl2 (aq) + H2S (g)
ZnS (s) + 2HCl (aq) ZnCl2 (aq) + H2S (g)

4. Zn(OH)2 (s) + HNO3 (aq) Zn(NO3)2 (aq) + H2O (l)
Zn(OH)2 (s) + 2HNO3 (aq) Zn(NO3)2 (aq) + 2H2O (l)

5. NH3 (g) + O2 (g) NO (g) + H2O (l)
4NH3 (g) + 5O2 (g) 4NO (g) + 6H2O (l)

6. Cu (s) + AgNO3 (aq) Ag (s) + Cu(NO3)2 (aq)
Cu (s) + 2AgNO3 (aq) 2Ag (s) + Cu(NO3)2 (aq)

7. S (s) + H2SO4 (aq) SO2 (g) + H2O (l)
S (s) + 2H2SO4 (aq) 3SO2 (g) + 2H2O (l)

8. Na2O2 (s) + H2O (l) NaOH (aq) + H2O2 (aq)
Na2O2 (s) + 2H2O (l) 2NaOH (aq) + H2O2 (aq)

9. Na3PO4 (aq) + CaCl2 (aq) Ca3(PO4)2 (s) + NaCl (aq)
2Na3PO4 (aq) + 3CaCl2 (aq) Ca3(PO4)2 (s) + 6NaCl (aq)

10.Cu(NO3)2 (aq) + NH3 (aq) + H2O (l) Cu(OH)2 (s) + NH4NO3 (aq)
Cu(NO3)2 (aq) + 2NH3 (aq) + 2H2O (l) Cu(OH)2 (s) + 2NH4NO3 (aq)

229

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13

โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

รหสั วิชา ว 30222 รายวชิ า เคมี 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ปริมาณสมั พนั ธ์ เวลา 21 ช่ัวโมง

เร่ือง การคำนวณปรมิ าณสารท่เี ก่ยี วข้องกับมวล เวลา 3 ชวั่ โมง

ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ผสู้ อน นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวทิ ยาคาร

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่ิมเติมเคมี)
ขอ้ 2 เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปริมาณสมั พนั ธใ์ นปฏิกริ ยิ าเคมี อัตราการเกิด

ปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมดุลในปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบตั ิและปฏกิ ริ ยิ าของกรด–เบส ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซแ์ ละเซลล์
เคมีไฟฟ้า รวมทงั้ การนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชวี้ ดั
ม.4/2 คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีทเ่ี ก่ียวข้องกับมวลสาร

ผลการเรยี นรู้
คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมีท่เี ก่ยี วข้องกบั มวลสาร

สาระสำคญั
เลขสัมประสทิ ธิ์ในสมการเคมีสามารถนำมาใชใ้ นการคำนวณปรมิ าณของสารทเี่ ก่ยี วข้องกับ

มวล ความเข้มข้นของสารละลาย และปริมาตรของแกส๊ ได้
จุดประสงค์การเรียนรู้ หลงั จบกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ นักเรียนสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)

1. อธบิ ายปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีท่เี กย่ี วข้องกับมวลสารได้
ด้านทักษะ/กรกะบวนการ (P)

2. คำนวนปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมีท่เี ก่ยี วข้องกับมวลสารได้
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

3. ทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืน มีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็นภายในกลมุ่ ยอมรับฟังความคิดเห็น
ของผู้อ่ืน และรับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ีได้รับมอบหมาย

230

สาระการเรยี นรู้

• การเปล่ียนแปลงปรมิ าณสารในปฏกิ ิริยาเคมี มีความสมั พันธก์ นั ตามเลขสมั ประสิทธ์ิในสมการเคมี
ซึง่ บอกถึงอัตราส่วนโดยโมลของสารในปฏกิ ริ ิยา สามารถนำมาใช้ในการคำนวณปริมาณของสารท่ี
เก่ยี วข้องกบั มวล ความเข้มข้นของสารละลาย และปริมาตรของแกส๊ ได้

สมรรถนะ

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการสังเกต

2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา

3) ทักษะการวิเคราะห์

3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ยั

2. ใฝ่เรยี นรู้

3. มุง่ มั่นในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)

1.ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)

1.1 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การคำนวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมี

โดยครทู บทวนความรู้เกี่ยวกับความสมั พันธ์ของปริมาณสาร ได้แก่ โมล จำนวนอนุภาค มวล ปริมาตร

ของแก๊ส และความเข้มข้นของสารละลาย โดยครูยกตัวอย่างปริมาณใดปริมาณหนึ่ง แล้วให้นักเรียน

คำนวณเพอื่ หาคำตอบในปริมาณที่ต้องการ เชน่

1.1 แก๊สออกซิเจน 1 โมล จะมีมวล จำนวนอนุภาค และปรมิ าตรเท่าใด

(แนวตอบ : แก๊สออกซิเจน (O2) 1 โมล จะมีมวล 32 กรัม มี

จำนวนอนภุ าค 6.02 x

1023 อนภุ าค และมีปริมาตร 22.4 ลิตร ท่ี STP)

1.2 แก๊สแอมโมเนยี 34 กรมั จะมีจำนวนโมล จำนวนอนุภาค และปรมิ าตรเทา่ ใด

(แนวตอบ : แก๊สออกซิเจน (NH3) 34 กรัม จะมีจำนวน 2 โมล มี

จำนวนอนุภาค

1.204 x 1024 อนภุ าค และมีปรมิ าตร 44.8 ลติ ร ที่ STP)

231

1.2 ครูอธบิ ายความหมายของปรมิ าณสัมพันธ์ว่าเปน็ การศึกษาความสัมพันธร์ ะหวา่ งปรมิ าณ
สารต้ังต้นทีใ่ ชไ้ ปและปริมาณสารผลิตภัณฑ์ท่เี กิดขึน้ ในปฏิกริ ยิ าเคมี ซึ่งพจิ ารณาไดจ้ ากสัมประสิทธิ์ใน
สมการเคมี

1.3 ครทู บทวนเรื่อง กฎทรงมวล โดยให้นักเรียนทดลองทำโจทยป์ ัญหาเรื่อง กฎทรงมวล
โจทย์ เมือ่ ใหป้ รอท 30 กรัม ทำปฏกิ ิรยากับอากาศ 10 กรัม ปรากฏวา่ ปรอท

ทำปฏกิ ริ ยิ าไม่หมด และได้มวลของปรอทออกไซด์ท่ีเป็นผลิตภัณฑ์และปรอททเี่ หลอื รวมเป็น 32.1
กรมั ถ้าปฏกิ ริ ยิ าท่เี กิดข้นึ เป็นไปตามกฎทรงมวล อากาศทีใ่ ชใ้ นการทำปฏกิ ริ ยิ าประกอบด้วย
ออกซิเจนร้อยละเท่าใดโดยมวล
(แนวตอบ : จากกฎทรงมวล : มวลของสารก่อนทำปฏิกิรยิ า = มวลของสารหลงั ทำปฏิกิรยา)

mHg + mอากาศ = mHgO + mHgทีเ่ หลอื + mอากาศท่เี หลือ
30 g + 10 g = 32.1 g + mอากาศทเ่ี หลอื
mอากาศท่เี หลือ = 40 g – 32.1 g

= 7.9 g
มวลของอากาศท่ที ำปฏิกริ ิยา = 10 g – 7.9 g

= 2.1 g = 1มวลของออกซิเจน
ร้อยละโดยมวลของออกซิเจน = 100 × 2.1 g

10 g

= 21
ดังนัน้ อากาศทใ่ี ช้ในการทำปฏกิ ิรยิ าประกอบดว้ ยออกซิเจนร้อยละ 21 โดยมวล
2. ขัน้ สำรวจคน้ หา (Exploration)

2.1 ให้นกั เรยี นนัง่ เปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน โดยแบ่งกลุ่มตามความพึงพอใจของนักเรยี น

2.2 ครยู กตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิริยาระหว่างโลหะโซเดยี มกบั แกส๊ คลอรีนแลว้ ให้
นักเรียนหาอัตราส่วนโดยโมลของโลหะโซเดียมที่ทำปฏิกิริยากับแกส๊ คลอรนี และโซเดยี มคลอไรดท์ ่ี
เกิดขึ้น ซงึ่ ควรไดค้ ำตอบวา่ มีค่าเท่ากับ 2:1:2 จากนนั้ ครูทบทวนเกย่ี วกบั การเขยี นแฟกเตอรเ์ ปลยี่ น
หน่วยและวิธกี ารเทยี บหน่วย

2.3 ครูครอู ธิบายพร้อมการคำนวณเกี่ยวกบั มวลของสารในปฏิกิรยิ า โดยใชเ้ อกสาร
ประกอบการเรยี น เรื่องปรมิ าณสารสมั พันธ์

3. ข้ันอธบิ ายความรู้ (Explanation)

3.1 ครูอธิบายโดยใช้สื่อ ICT ประเภท PowerPoint ให้ความรูเ้ กย่ี วกบั การคำนวณปริมาณ
สารทเี่ ก่ียวกับมวล พร้อมยกตัวอยา่ ง ได้แก่

232

- ความหมายของการคำนวณปริมาณสารท่ีเกี่ยวกับมวล

- การคำนวณคำนวณปริมาณสารที่เกยี่ วกบั มวล

3.2 ครอู ธบิ ายการคำนวณจำนวนโมลของสารในสมการเคมี เมือ่ กำหนดจำนวนโมลของสาร

ใดสารหน่ึงด้วยวิธเี ปรยี บเทียบหนว่ ยจากอัตราส่วนโดยโมลโดยยกตัวอย่างท่ี 5 ในหนังสือเรียน สสวท.

เคมี เล่ม 2 หน้า 108-109

3.3 ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรียนเข้าใจว่า ปรมิ าณสารนยิ มวัดเปน็ มวล เนื่องจากสะดวกต่อ

การวัด และมวลของสารมีความสมั พันธก์ บั จำนวนโมล จงึ สามารถเชอื่ มโยงความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง

จำนวน โมลของสารในสมการเคมกี ับมวลของสารได้ โดยใช้มวลต่อโมลในการเปล่ียนโมลใหเ้ ป็นมวล

ของสาร ดังตวั อย่างการคำนวณตอ่ ไปนี้

Ex5. จากปฏิกิริยาเคมตี อ่ ไปน้ี

8Zn (s) + S8 (s) ----> 8ZnS (s)

ต้องใช้กำมะถัน (S8) กี่โมล จงึ จะทำปฏกิ ริ ิยาพอดกี บั โลหะสังกะสี 5.22 กรัม

วิธที ำ

ขน้ั ที่ 1 พิจารณาวา่ สมการดลุ แลว้ หรือไม่ ซ่ึงจากโจทยส์ มการดลุ แลว้

8Zn (s) + S8 (s) ----> 8ZnS (s)

ขัน้ ท่ี 2 ระบุแฟกเตอร์เปล่ยี นหน่วยที่จะใช้ ดงั นี้

1 mol Zn (จากมวลต่อโมลของ Zn = 65.38 g/mol)
65.38 g Zn
1 mol S8 (จากสมการเคมี อตั ราส่วนโดยโมลของ Zn : S8 = 8 : 1)
8 mol Zn

ขน้ั ท่ี 3 คำนวณโดยใช้วิธีเทยี บหน่วย

โมลของ S8 = 5.22 g Zn × 1 mol Zn × 1 mol S8
65.38 g Zn 8 mol Zn

= 0.0998 mol S8

ดังนั้น ตอ้ งใช้กำมะถนั (S8) 0.0998 โมล จึงจะทำปฏิกริ ิยาพอดีกบั โลหะสงั กะสี

5.22 กรมั

3.4 ครูทบทวนความรูเ้ ก่ยี วกับการเปล่ียนหนว่ ยจากโมลไปเปน็ มวล โดยใช้มวลต่อโมล

เพ่ือนำไปใชค้ ำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิรยิ าเคมที ี่เกี่ยวขอ้ งกับมวลสาร โดยใช้อัตราส่วนโดยโมล

ในการหาจำนวนโมลของสารทตี่ ้องการ และใชม้ วลตอ่ โมลในการเปลีย่ นจำนวนโมลให้เป็นมวลของ

สารจากนน้ั อธบิ ายการคำนวณปริมาณสารท่ีเกย่ี วข้องกบั มวลโดยยกตวั อยา่ ง 6-9 ในหนังสือเรยี น

สสวท. เคมี เลม่ 2 หน้า 110-114 ประกอบการอธบิ าย

233

4. ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration)
4.1 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายความรู้ เรื่อง การคำนวณปริมาณสารท่ีเกย่ี วกับมวล ให้

นักเรยี นเกดิ ความเข้าใจที่ตรงกัน
4.2 ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝกึ หดั เคมีท่ี 6.2 เร่อื ง การคำนวณปริมาณสารท่ี

เกยี่ วกบั มวล
5. ข้นั ประเมิน (Evaluation)
5.1 ครูประเมนิ การเรยี นรขู้ องนกั เรยี นดังน้ี

1.1 การถามตอบในชัน้ เรียน (โดยการถามนักเรียนก่อนหลงั จากนน้ั เรียกชื่อนักเรียนเพ่อื ใหผ้ เู้ รียน
ตอบ)

1.2 การทำแบบฝึกหัด เร่ือง การคำนวณปริมาณสารที่เกี่ยวกบั มวล
1.3 ครปู ระเมินพฤตกิ รรมโดยการสงั เกต จากการทำกิจกรรมรว่ มกบั การเรียนของผู้เรียน
สอ่ื การเรยี นร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ เคมี เลม่ 2 สสวท (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
2. แบบฝกึ หดั ท่ี 6.2 เร่อื ง การคำนวณปริมาณสารที่เกี่ยวกับมวล
3. เอกสารประกอบการเรียน เรือ่ งปริมาณสารสัมพันธ์
4. PowerPoint เรอ่ื ง สมการเคมี

234

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ วิธวี ดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 80 ผา่ น
ด้านความรู้ (K) เกณฑ์

1. บอธิบายปริมาณของสาร - การตอบคำถาม - ถามตอบ ร้อยละ 80 ผา่ น
เกณฑ์
ในปฏิกิริยาเคมีท่ีเก่ียวข้องกบั - Socrative
ไดเ้ กณฑใ์ นระดับ
มวลสารได้ ดขี นึ้ ไป

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

2. คำนวณปรมิ าณของสารใน - ตรวจใบงาน - แบบประเมนิ

ปฏิกิริยาเคมที เ่ี ก่ยี วข้องกับมวล เร่อื ง การคำนวณ แบบฝกึ หัด/ใบ

สารได้ ปรมิ าณสารที่ งาน/ช้ินงาน

เก่ยี วกับมวล

ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

3.ทำงานร่วมกับผู้อื่นมสี ว่ นร่วม - สงั เกต - แบบสังเกต

ในการแสดงความคิดเหน็ พฤติกรรมการ พฤติกรรม

ภายในกลมุ่ ยอมรับฟงั ความ ทำงาน การทำงาน

คดิ เหน็ ของผอู้ ่นื และ

รับผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ด้รับ

มอบหมาย

235

236

237

แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า

238

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)

............./.................../..............

239

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

240

แบบประเมนิ พฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมนิ

เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา

241

รายการประเมนิ

เลขท่ี ช่อื -สกลุ ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพชิ ญ์ ศรีเชยี งสา
25 น.ส.ศุภรดา สกี ะมทุ
26 น.ส.สุพิชฌา อังคศภุ ณิชย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจน์ณอร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จนั ทรเสนา
30 น.ส.ปณุ ิกา พรหมสขุ
31 น.ส.พุทธิชา อาสนานิ
32 น.ส.วนดิ า จรัสฤทธิ์
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธ์ฺจรูญ
34 น.ส.วริ ิยาพร จันทะราช

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)
............./.................../..............

242

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

243

แบบฝกึ หดั 6.2
เรอื่ ง การคำนวณปริมาณสารท่ีเกีย่ วกบั มวล

คำช้ีแจง : จงดุลสมการเคมตี ่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง
1. เมื่อผา่ นแก๊สคลอรนี ลงในสารละลายโพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ทร่ี ้อน เกิดปฏกิ ิริยาเคมีดงั สมการ

3Cl2(g) + 6KOH(aq) → 5KCl(aq) + KClO3(aq) + 3H2O(l)
จงคำนวณ

1.1 จำนวนโมลของโพแทสเซียมคลอเรตท่ีเกดิ ข้นึ เม่ือใชแ้ ก๊สคลอรนี 1.86 โมล

…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 มวลของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ เมื่อตอ้ งการโพแทสเซียมคลอไรด์ 0.450 โมล

…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. การผลิตกรดฟอสฟอริก (H3PO4) เพ่อื การคา้ จะใช้ปฏกิ ิรยิ าเคมีดังสมการ

Ca3(PO4)2(s) + 3H2SO4(aq) + 6H2O(l) → 3CaSO4⋅2H2O(s) + 2H3PO4(aq)
จงคำนวณมวลของกรดซลั ฟิวริกเข้มข้น ท่ีต้องใชท้ ำปฏกิ ิริยาพอดีกับแคลเซยี มฟอสเฟต

100.0 กรมั

…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….............................................................................................................
…………………………………………….............................................................................................................

เฉลย แบบฝกึ หดั 6.2 244
เรือ่ ง การคำนวณปรมิ าณสารท่เี กย่ี วกับมวล

1. เมื่อผ่านแก๊สคลอรนี ลงในสารละลายโพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ทีร่ ้อน เกิดปฏิกริ ิยาเคมีดังสมการ

3Cl2(g) + 6KOH(aq) → 5KCl(aq) + KClO3(aq) + 3H2O(l)
จงคำนวณ

1.1 จำนวนโมลของโพแทสเซียมคลอเรตทเี่ กดิ ขนึ้ เม่ือใชแ้ ก๊สคลอรนี 1.86 โมล

จำนวนโมลของ KClO3 = 1 mol KClO3 × 1.86 mol Cl2 = 0.620 mol KClO3
3 mol Cl2
ดังนัน้ จะมโี พแทสเซียมคลอเรตเกิดขน้ึ 0.620 โมล

1.2 มวลของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ เมื่อตอ้ งการโพแทสเซียมคลอไรด์ 0.450 โมล

จำนวนโมลของ KOH = 6 mol KOH × 0.450 mol KCl = 0.54 mol KOH
5 mol KCl
แสดงวา่ ใช้ KOH = 0.54 × 56 = 30.24 กรัม

ดงั น้ัน ต้องใช้โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 30.3 กรัม

2. การผลติ กรดฟอสฟอรกิ (H3PO4) เพอ่ื การคา้ จะใชป้ ฏิกริ ิยาเคมีดงั สมการ

Ca3(PO4)2(s) + 3H2SO4(aq) + 6H2O(l) → 3CaSO4⋅2H2O(s) + 2H3PO4(aq)
จงคำนวณมวลของกรดซัลฟิวรกิ เขม้ ข้น ที่ต้องใช้ทำปฏิกริ ยิ าพอดีกบั แคลเซยี มฟอสเฟต

100.0 กรัม

100
จำนวนโมลของ Ca3(PO4)2 = 310 = 0.32 โมล
3 mol H2SO4
จำนวนโมลของ H2SO4 = 1 mol Ca3(PO4)2 × 0.32 mol Ca3(PO4)2

= 0.96 mol H2SO4

แสดงว่า ใช้ H2SO4 = 0.96 × 98 = 94.08 กรัม

ดงั นนั้ ตอ้ งใชก้ รดซัลฟิวริกเข้มข้น 94.86 กรัม

245

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 14

โดยจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

รหัสวชิ า ว 30222 รายวชิ า เคมี 2 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ปริมาณสัมพนั ธ์ เวลา 21 ชว่ั โมง

เรอื่ ง การคำนวณปรมิ าณสารที่เก่ียวข้องกบั ความเข้มขน้ เวลา 3 ช่วั โมง

ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 ผสู้ อน นางสาวกุลสตรี สัตถาผล

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวทิ ยาคาร

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่ิมเติมเคมี)
ข้อ 2 เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิด

ปฏกิ ิรยิ าเคมี สมดลุ ในปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบตั ิและปฏกิ ริ ยิ าของกรด–เบส ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์และเซลล์
เคมไี ฟฟ้า รวมทัง้ การนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตวั ชี้วดั
ม.4/3 คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ิยาเคมีที่เกีย่ วข้องกับความเข้มขน้ ของสารละลาย

ผลการเรยี นรู้
คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกย่ี วข้องกบั ความเขม้ ข้นของสารละลาย

สาระสำคญั
เลขสมั ประสิทธ์ิในสมการเคมีสามารถนำมาใชใ้ นการคำนวณปริมาณของสารทเี่ กยี่ วข้องกบั

ความเขม้ ขน้ ได้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หลังจบกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)

1. ดลุ สมการเคมีของปฏิกริ ยิ าเคมบี างชนิดเม่ือทราบสารต้ังตน้ และผลิตภณั ฑ์ได้
ด้านทักษะ/กรกะบวนการ (P)

2. คำนวณปริมาณสารทเ่ี ก่ียวข้องกบั ความเข้มขน้ ได้
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

3. ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ภายในกลุม่ ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็น
ของผู้อ่ืน และรบั ผิดชอบต่อหน้าทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย

246

สาระการเรียนรู้
• การเปลี่ยนแปลงปรมิ าณสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมี มีความสมั พันธก์ นั ตามเลขสมั ประสทิ ธิใ์ นสมการเคมี
ซง่ึ บอกถึงอตั ราสว่ นโดยโมลของสารในปฏิกิริยา สามารถนำมาใช้ในการคำนวณปรมิ าณของสารท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั มวล ความเขม้ ข้นของสารละลาย และปริมาตรของแกส๊ ได้

สมรรถนะ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์

3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูถามคำถามโดยใชแ้ นวคำถามวา่ อัตราส่วนโดยโมล เมื่อทราบจำนวนโมลของสาร
สามารถเปล่ียนเป็นมวลของสารได้แลว้ ยังสามารถเปล่ียนเป็นปริมาณใดได้อีกบา้ ง
(แนวคำตอบ เมอ่ื ทราบจำนวนโมลสามารถเปลย่ี นเปน็ ปริมาณอ่ืน ๆ ได้ เช่น จำนวนอนภุ าค ความ
เขม้ ข้นของสารละลาย ปริมาตรของแกส๊ ท่ี STP)

1.2 จากน้ันครูทบทวนความร้เู กย่ี วกับการ คำนวณจำนวนโมล จากความเขม้ ขน้ และ
ปรมิ าตรของสารละลาย

1.3 ครูแจ้งให้นักเรยี นทราบเก่ยี วกบั เรื่องที่จะเรยี น คือ การคำนวณปริมาณสารทเ่ี กีย่ วข้อง
กบั ความเขม้ ขน้
2. ขนั้ สำรวจค้นหา (Exploration)

2.1 ครูยกตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีบางชนิดที่สารตั้งต้นเป็นสารละลาย เช่น ปฏิกิริยาระหว่าง
สารละลายกรดไฮโดรคลอริกกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นให้นักเรียนเขียนแสดงสมการเคมีของ
ปฏิกริ ิยา พรอ้ มท้งั ดุลสมการ

247

(แนวคำตอบ HCl(aq) + NaOH(aq) → NaCl(s) + H2O(l))
2.2 ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ สารทที่ ำปฏกิ ริ ยิ าเคมกี นั คือตัวละลาย โดยปรมิ าณของตัวละลายใน
สารละลายนั้นจะแสดงในรูปของความเข้มข้นของสารละลาย สำหรับในวิชาเคมีนิยมแสดงความ

เข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยโมลารห์ รือโมลตอ่ ลิตร เน่อื งจากมีความสมั พนั ธ์กับโมล
2.3 ครูยกตัวอย่างการคำนวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของ

สารละลาย เช่น

สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ปริมาตร 50.0 มิลลิลิตร ทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลายกรด

ซัลฟิวริกเข้มข้น 0.200 โมลต่อลิตร ปริมาตร 12.4 มิลลิลิตร สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ มีความ

เข้มข้นก่ีโมลตอ่ ลติ ร ปฏิกริ ยิ าเคมีทเี่ กิดข้นึ เป็น ดังนี้

H2SO4(aq) + NaOH(aq) → Na2SO4(aq) + H2O(l)
วิธีทำ ใช้ปริมาตรและความเข้มข้นของ H2SO4 ที่โจทย์กำหนด เพื่อหาจำนวนโมลของ H2SO4
จากนั้นใช้สมการเคมีเพื่อหาจำนวนโมลของ NaOH แล้วหาความเข้มข้นของ NaOH จากปริมาตรที่
โจทยก์ ำหนด ดงั น้ี

mL และ M H2SO4 → mol H2SO4 → mol NaOH → M NaOH

โจทยก์ ำหนด โจทย์ใหห้ า

ข้นั ที่ 1 พิจารณาวา่ สมการดุลแล้วหรอื ไม่ ซ่ึงจากโจทย์สมการยังไมด่ ลุ จึงดุลสมการ ดังน้ี

H2SO4 (aq) + 2NaOH (aq) Na2SO4 (aq) + 2H2O (l)

ขน้ั ที่ 2 ระบุแฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วยทจ่ี ะใช้ ดงั นี้

1L และ 0.200 mol H2SO4 (จากความเขม้ ขน้ ของ H2SO4)
1000 mL 1L

2 mol NaOH (จากสมการเคมี อตั ราส่วนโดยโมลของ H2SO4 : NaOH = 1 : 2)
1 mol H2SO4
1 1000 mL
50.0 mL และ 1L (จากปรมิ าตรของ NaOH)

ขนั้ ที่ 3 คำนวณโดยใชว้ ิธีเทียบหน่วยความเขม้ ข้นของ NaOH

= 12.4 mL × 1 L × 0.200 mol H2SO4 × 2 mol NaOH × 1 × 1000 mL
1000 mL 1L 1 mol H2SO4 50.0 mL 1 L

= 4.96 × 10-3 mol/L NaOH

ดังนน้ั สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มขน้ 4.96 × 10-3 โมลต่อลิตร


Click to View FlipBook Version