The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-04 03:06:34

แผนวิชาเคมี 2

แผนวิชาเคมี 2

148

รายการประเมิน

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............

149

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

150

ใบงาน เรื่อง ความเขม้ ข้นในหนว่ ยโมลาริตี และโมแลลติ ี
1.จงตอบคำถามต่อไปน้ีในหน่วย ppm หรือ ppb
1.1 Hg 1 mg ละลายน้ำ 1 kg คิดว่าเป็นหนว่ ยความเข้มข้นเท่าใดโดยน้ำหนกั

1.2 SO2 0.1 cm3 ละลายน้ำ 105 L คดิ เปน็ ความเข้มขน้ เท่าใดโดยปรมิ าตร

1.3 O2 10 mg ละลายน้ำ 100 L คิดเป็นความเขม้ ข้นเทา่ ใดโดยน้ำหนักตอ่ ปริมาตร

2. สนิ แร่ตวั อย่างชนิดหนง่ึ 0.456 กรัม เมอ่ื นำมาวิเคราะห์พบวา่ มโี ครเมยี ม(III)ออกไซด์ (Cr2O3) อยู่

0.560 มลิ ลิกรมั สินแรต่ ัวอย่างมโี ครเมยี ม(III)ออกไซด์ อยู่ก่ีส่วนในล้านส่วน

3. ในการตรวจสอบนำ้ จากแหลง่ นำ้ แหง่ หน่งึ พบว่ามปี รมิ าณของเลด(II)ไอออน (Pb2+) 0.20 ส่วนใน
ลา้ นส่วน และมีซงิ ค(์ II)ไอออน (Zn2+) 3.00 ส่วนในล้านส่วน ถ้าแหลง่ นำ้ นี้มีความกว้างเท่ากบั 3.00
เมตร มีความยาวเท่ากับ 10.00 เมตร และมีน้ำอยู่ลกึ ประมาณ1.50 เมตร ในแหลง่ น้ำนมี้ ีเลด
(II)ไอออนและซงิ ค(์ II)ไอออน ปนเป้ือนอยู่ก่กี รัม

151

ข้อสอบย่อย 3 ความเขม้ ขน้ ในหน่วยโมลาริตี และโมแลลติ ี

1. ข้อใดไมใ่ ช่หนว่ ยของโมลาร์

ก. M ข. mol/dm3 ค. molar ง. m

2. ข้อใดคือหน่วยของโมแลล

ก. mol/dm3 ข. mol/kg ค. M ง. molar

3. โมลารติ ีคอื อะไร

ก. จำนวนโมลของตัวละลายท่ีอยู่ในสารละลาย ปริมาตร 1 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

ข. จำนวนโมลของตัวละลายที่อยใู่ นสารละลาย ปรมิ าตร 1 กิโลกรัม

ค. จำนวนโมลของตวั ถละลายทอ่ี ยใู่ นสารละลาย ปริมาตร 1 กรัม

ง. จำนวนโมลของตวั ละลายท่ีอยใู่ นสารละลาย ปรมิ าตร 1 ลิตร

4. โมแลลิตีคืออะไร

ก. จำนวนโมลของตัวละลายท่ีอยู่ในสารละลายปริมาตร 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร

ข. จำนวนโมลของตัวละลายที่อยใู่ นสารละลายหนัก 1 กโิ ลกรัม

ค. จำนวนโมลของตัวละลายท่ีอยใู่ นสารละลายหนัก 1 กรัม

ง. จำนวนโมลของตวั ละลายท่ีอยใู่ นสารละลายปริมาตร 1 ลิตร

5. สารละลาย NaOH เขม้ ข้น 5 mol / dm3 หมายความอย่างไร

ก. มี NaOH 5 โมล ละลายอยใู่ นสารละลาย 1 ลิตร

ข. มี NaOH 5 โมล ละลายอยใู่ นสารละลาย 1 กรัม

ค. มี NaOH 5 โมล ละลายอยู่ในสารละลาย 1 กิโลกรัม

ง. มี NaOH 5 โมล ละลายอยใู่ นสารละลาย 1 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร

6. สารละลาย ยเู รียเข้มขน้ 3 mol/kg หมายความอย่างไร

ก. ยูเรีย 3 โมล ละลายในตัวทำละลาย 1 ลติ ร

ข. ยูเรีย 3 โมล ละลายในตัวทำละลาย 1 กรมั

ค. ยูเรีย 3 โมล ละลายในตวั ทำละลาย 1 กโิ ลกรมั

ง. ยูเรีย 3 โมล ละลายในตัวทำละลาย 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร

7. สารละลาย HCl ร้อยละ 73 โดยปรมิ าตรต่อมวล จะมคี วามเขม้ ข้นกโี่ มลตอ่ ลิตร

ก. 10 โมลต่อลติ ร ข. 20 โมลต่อลติ ร ค. 30 โมลต่อลติ ร ง. 40 โมลตอ่ ลิตร

8. กรดซัลฟวิ รกิ 10.5 กรัม ละลายนำ้ 95 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ไดส้ ารละลาย 105 ลูกบาศก์เซนติเมตร

จะมีความเขม้ ขน้ กี่โมลต่อกโิ ลกรมั

ก. 0.42 ข. 0.68 ค. 0.95 ง. 1.13

152

9. สารละลายมี NaOH 4.8 กรมั ต่อลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร ถ้านำมา 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ทำให้เป็น
สารละลายเข้มข้น 0.1 โมลต่อลกู บาศก์เดซิเมตร เตมิ นำ้ จนปริมาตรรวมท้งั หมดก่ีลกู บาศก์เซนตเิ มตร

ก. 110 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
ข. 120 ลกู บาศก์เซนติเมตร
ค. 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
ง. 210 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
10. สารละลาย NaOH เขม้ ขน้ ร้อยละ 40 โดยมวลตอ่ ปริมาตรจำนวน 250 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ถ้า
แบ่งสารมา 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร แลว้ เตมิ น้ำลงไปอีก 50 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร สารละลาย NaOH
ใหมท่ ีไ่ ด้จะมีความเข้มข้นกี่โมลต่อลูกบาศกเ์ ดซิเมตร
ก. 4 โมลต่อลูกบาศกเ์ ดซิเมตร
ข. 6 โมลต่อลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร
ค. 8 โมลตอ่ ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร
ง. 10 โมลตอ่ ลูกบาศก์เดซิเมตร

153

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9

โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

รหัสวิชา ว 30222 รายวชิ า เคมี 2 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 สารละลาย เวลา 18 ช่วั โมง

เร่อื ง ความเข้มข้นในหนว่ ยเศษส่วนโมล เวลา 1 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้สอน นางสาวกลุ สตรี สตั ถาผล

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวทิ ยาคาร

มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพ่ิมเติมเคมี)
ข้อ 3 เข้าใจหลักการทำปฏบิ ัตกิ ารเคมี การวดั ปริมาณสาร หนว่ ยวดั และการเปลยี่ นหนว่ ย

การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมทั้งการบรู ณาการความร้แู ละทักษะใน
การอธบิ ายปรากฏการณ์ในชวี ิตประจำวนั และการแก้ปัญหาทางเคมี

ตวั ช้ีวัด
ม.4/8 คำนวณความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยตา่ ง ๆ

ผลการเรียนรู้
คำนวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยตา่ ง ๆ

สาระสำคญั
สารท่ีพบในชีวติ ประจำวนั จำนวนมากอยูใ่ นรูปของสารละลาย การบอกปริมาณของสารใน

สารละลายสามารถบอกเป็นความเขม้ ขน้ ในหนว่ ยร้อยละ ส่วนในล้านส่วนสว่ นในพนั ลา้ นส่วน โมลาริตี
โมแลลติ แี ละเศษสว่ นโมล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)

1. อธิบายความหมายความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยเศษส่วนโมลได้
ดา้ นทักษะ/กรกะบวนการ (P)

2. คำนวณความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหนว่ ยเศษส่วนโมลได้
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

3. ทำงานร่วมกับผู้อืน่ มีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นภายในกลุม่ ยอมรับฟังความคดิ เห็น

ของผู้อ่ืน และรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย

154

สาระการเรยี นรู้

การบอกปรมิ าณของสารในสารละลายสามารถบอกเป็นความเข้มขน้ และการคำนวณความ
เข้มขน้ ในหนว่ ยเศษส่วนโมล (mole fraction, X )
สมรรถนะ

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1. ขน้ั นำเสนอบทเรียนทง้ั ช้ัน (Class Presentation)
1.1 ครูช้ีแจงจุดประสงค์ในการเรียนรู้ อธิบายถึงวิธีการ ขั้นตอนการเรียนรู้ การวัด
และประเมินผลการเรยี นรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ STAD
1.2 ทบทวนความรู้และการคำนวณเรื่องจำนวนโมล ครูอาจยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาเรื่อง
โมล ใหน้ ักเรียนคำนวณหาคำตอบ
1.3 ครูชักชวนเด็กสนทนาเพื่อเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียน โดยให้นักเรียนตอบ
คำถามดังนี้

- ถา้ ต้องการบอกปริมาณของสารท่ีอยู่ในรปู สารละลายจะทำได้อยา่ งไร
(แนวตอบ : บอกเปน็ ความเข้มข้นของสารละลาย)
- ความเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยเศษสว่ นโมลคืออะไร
(แนวตอบ : นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ)
1.4 ครอู ธบิ ายโดยใช้ส่ือ ICT ประเภท PowerPoint ให้ความร้เู ก่ยี วกับ เศษส่วนโมล
(molefraction, X)

155

เศษสว่ นโมล ( Mole Fraction) หมายถึง จำนวนโมลของตัวถกู ละลายต่อจำนวนโมลของ
สารองค์ประกอบทั้งหมดในสารละลาย เช่น ถ้าสารละลายประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ชนดิ เศษส่วน
โมลของสารแตล่ ะองค์ประกอบเขียนไดด้ ังนี้

เศษสว่ นโมลของ A (XA) = a
(a+b+c)

เศษสว่ นโมลของ B (XB) = b
(a+b+c)

เศษสว่ นโมลของ C (XC) = c
(a+b+c)

ถา้ ต้องการทราบโมลเปอร์เซน็ ต์ หรอื ร้อยละโดยโมลก็ทำได้โดยนำ 100 คูณ เขา้ กบั เศษส่วนโมล

ร้อยละโดยโมล = เศษส่วนโมล x 100

1.5 จากน้นั นำเสนอโจทยป์ ัญหาให้กับนกั เรียนทง้ั ชนั้ แล้วให้ครูและนักเรียนร่วมกนั อ่าน

โจทยแ์ ละ

แกป้ ญั หา

โจทย์ ที่อุณภูมิ 25 oC เมื่อนำเอทานอล (CH3CH2OH) 10.0 g ละลายในน้ำ 200 mL จง

คำนวณหาเศษส่วนโมลของเอทานอลในสารละลาย (ความหนาแนน่ ของน้ำ 1.0 g/mL)

10 g

ความเข้มขน้ ของสารละลาย = 46 g/mol
10 g 200 g
46 g/mol + 18 g/mol

= 0.0191

ดงั นัน้ เม่อื ละลายเอทานอล จำนวน 10.0 g ละลายในนำ้ 200 mL สารละลายจะมีเศษส่วนโมลของ
เอทานอลเท่ากับ 0.0194

2 ขนั้ กิจกรรมกลุ่มหรือศกึ ษากลมุ่ ย่อย (Team Study)
2.1 ครใู หน้ ักเรียนเขา้ กลุ่มตามทีจ่ ัดไว้เรยี บร้อยแลว้ ประกอบด้วยคนเก่ง 1 คน ปานกลาง

2–3 คน และอ่อน 1 คน
2.2 ครูใหน้ กั เรียนทำใบงาน เรอื่ งความเข้มขน้ ในหน่วยเศษสว่ นโมล เมื่อสมาชกิ ในกลุ่มทำ

แบบฝึกทักษะเสร็จให้ตรวจคำตอบจากเฉลยพร้อมกัน หากมีข้อผิดให้ปรึกษากันในกลุ่มก่อน ถ้าทำ
ไม่ได้ให้ปรึกษาครูแล้วแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ทบทวนจนแน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มสามารถที่จะ
ตอบคำถามและอธิบายคำตอบได้ทุกคำถามในใบงาน เพื่อเป็นการเตรียมสมาชิกให้พร้อมสำหรับการ
ทำแบบทดสอบย่อยที่ 4 ความเข้มขน้ ในหนว่ ยเศษส่วนโมล

156

2.3 ครูคอยสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรม

พร้อมทั้งคอยอธิบายและให้คำแนะนำเพ่มิ เติมส่วนทีน่ ักเรียนไม่เขา้ ใจ

2.4 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเกีย่ วกบั ความเข้มขน้ ในหน่วยเศษส่วนโมล

เศษส่วนโมล ( Mole Fraction) หมายถงึ จำนวนโมลของตัวถูกละลายต่อจำนวนโมลของ
สารองคป์ ระกอบทง้ั หมดในสารละลาย เช่น ถ้าสารละลายประกอบด้วยองคป์ ระกอบ 3 ชนิด เศษส่วน
โมลของสารแต่ละองคป์ ระกอบเขยี นได้ดังนี้

เศษสว่ นโมลของ A (XA) = a
(a+b+c)

เศษส่วนโมลของ B (XB) = b
(a+b+c)

เศษส่วนโมลของ C (XC) = c
(a+b+c)

ถา้ ต้องการทราบโมลเปอรเ์ ซ็นต์ หรือรอ้ ยละโดยโมลก็ทำไดโ้ ดยนำ 100 คูณ เขา้ กับเศษสว่ นโมล

ร้อยละโดยโมล = เศษส่วนโมล x 100

3 ข้ันทดสอบย่อย (Test)

3.1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบย่อยที่ 4 ความเข้มข้นในหน่วยเศษส่วนโมล ซ่ึง

นกั เรียนต้องทำแบบทดสอบย่อยเป็นรายบุคคล ไมใ่ ห้ช่วยเหลอื กัน ภายในเวลาที่กำหนด

3.2 ครูนำแบบทดสอบยอ่ ยที่ 4 ไปตรวจใหค้ ะแนน โดยนักเรียนต้องผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 75

ถ้าไม่ผ่านต้องกลับไปศึกษาแล้วทำใหม่อีกครั้ง แล้วบันทึกคะแนนจากแบบทดสอบย่อยของนักเรียน

แต่ละคน

4 ขั้นให้คะแนนความก้าวหน้าของแตล่ ะคน (Individual Improvement Score)

4.1 ครูใช้คะแนนการทดสอบก่อนเรียน สารละลาย เป็นคะแนนฐานของการทดสอบ

ย่อยที่ 4 เพื่อนำไปคิดคะแนนพัฒนาการของแต่ละคน (พิจารณาจากความแตกต่างระหว่างคะแนน

ของการทดสอบย่อยที่ 4 กับคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน) เมื่อได้คะแนนพัฒนาการของ

นกั เรียนแตล่ ะคนแลว้ จึงหาคะแนนพัฒนาการของกลุ่ม (นำคะแนนพฒั นาการของสมาชิกแต่ละคนมา

รวมกนั แลว้ หาค่าเฉลย่ี คะแนนพัฒนาการของสมาชิกทุกคน) นำไปเทียบกับคะแนนเกณฑ์ ซึ่งคิดเทียบ

กับเกณฑ์คะแนนพฒั นาการเฉลย่ี ของกลมุ่

5 ขน้ั รบั รองผลงานของกลมุ่ (Team Recognition)

157

5.1 ครูติดประกาศคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยของกลุ่มให้นักเรียนทราบ พร้อมกับแจ้ง
คะแนนฐานของนักเรียนแต่ละคนและคะแนนฐานของกลุ่ม จากนั้นให้คำชมเชยและรางวัลกับกลุ่มที่
ไดค้ ะแนนพฒั นาการสงู สุด

ส่อื / อุปกรณ์ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พ่ิมเติมเคมี เลม่ 1 สสวท. (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
2. ใบงาน เรือ่ ง ความเข้มข้นในหนว่ ยเศษสว่ นโมล
3. PowerPoint เร่อื ง สารละลาย
4. แบบทดสอบย่อย 4 ความเขม้ ขน้ ในหน่วยเศษส่วนโมล

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ วิธวี ดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ 80 ผ่าน
ด้านความรู้ (K)
เกณฑ์
1. อธิบายความหมายของ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
รอ้ ยละ 80 ผ่าน
สูตรอย่างง่าย และสูตรโมเลกุล - Socrative เกณฑ์

ของสาร ไดเ้ กณฑใ์ นระดบั
ดีขึน้ ไป
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

2. คำนวณสูตรอย่างง่ายจาก - ตรวจใบงาน - แบบประเมิน

อัตราส่วนโดยโมลของธาตุ 4.5 เรอื่ ง สูตร แบบฝกึ หดั /ใบ

องคป์ ระกอบ เอมพิรคิ ลั และ งาน/ชิ้นงาน

3. คำนวณสูตรโมเลกุลของสาร สตู รโมเลกลุ

จากสูตรอย่างง่ายและมวล

โมเลกุลของสาร

ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) - แบบสังเกต
4. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมีส่วน - สังเกต

ร่วมในการแสดงความคิดเห็น พฤติกรรมการ พฤติกรรม

ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ ทำงาน การทำงาน

คิดเห็นของผู้อื่น และ

รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ

มอบหมาย

158

159

160

แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า

161

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)

............./.................../..............

162

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

163

แบบประเมนิ พฤติกรรมระหว่างเรียนตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คําชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินกรอกคะแนน ในช่องท่ตี รงกบั ความเปน็ จริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลขท่ี ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรุป
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉล่ยี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา

164

รายการประเมิน

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลี่ย คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพิชญ์ ศรีเชียงสา
25 น.ส.ศภุ รดา สีกะมุท
26 น.ส.สุพชิ ฌา องั คศุภณชิ ย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จันทรเสนา
30 น.ส.ปุณกิ า พรหมสขุ
31 น.ส.พทุ ธชิ า อาสนานิ
32 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธจฺ์ รญู
34 น.ส.วริ ิยาพร จนั ทะราช

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล)
............./.................../..............

165

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

166
เใศบษงสาว่ นนทโี่ ม4ล
เร่ือง ความเข้มข้นในหน่วยเศษส่วนโมล
1. จงคำนวณหาเศษส่วนโมลของกรดซัลฟิวรกิ (H2SO4) ในสารละลายกรดซัลฟิวรกิ เขม้ ข้น15.5 โมล
ต่อลติ ร และมีความหนาแนน่ 1.760 กรัมต่อมลิ ลลิ ิตร

2. จงคำนวณเศษสว่ นโมลของทุกองคป์ ระกอบในสารละลายโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เขม้ ขน้ รอ้ ยละ
10.0 โดยมวล

167

ใบงานที่ 4 เฉลย
เรือ่ ง ความเข้มข้นในหนว่ ยเศษส่วนโมล

1. จงคำนวณหาเศษส่วนโมลของกรดซลั ฟวิ ริก (H2SO4) ในสารละลายกรดซลั ฟิวรกิ เข้มข้น15.5 โมล
ตอ่ ลิตร และมีความหนาแนน่ 1.760 กรัมต่อมลิ ลิลติ ร

มวลต่อโมลของ H2SO4 และ H2O เท่ากับ 98.08 และ 18.02 g/mol ตามลำดบั

มวลของสารละลาย = 1 L Solu x 1000 mL Solu x 1.760 g Solu = 1760 g Solu
1 L Solu 1 mL Solu

มวลของ H2SO4 = 15.5 mol H2SO4 x 98.09 g H2SO4 = 1520.4 g H2SO4
มวลของ H2O = 1760 g – 1520.4 g =
2139m.6olgH2SO4

มวลของ H2O = 239.6 g H2O x 1 mol H2O = 13.29 mol H2O
18.02 g H2O
จำนวนโมลของ H2SO4
เศษสว่ นโมลของ H2SO4 =
= จำนวนโมลของ mHo2SlOH42S+Oจ4ำนวนโมลของH2O
15.5

15.5 mol H2SO4 + 13.29 mol H2O
= 0.538

ดังนัน้ เศษสว่ นโมลของกรดซัลฟิวริกในสารละลายเท่ากับ 0.538

2. จงคำนวณเศษส่วนโมลของทกุ องคป์ ระกอบในสารละลายโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เข้มขน้ รอ้ ยละ

10.0 โดยมวล

มวลตอ่ โมลของ NaCl และ H2O เทา่ กบั 58.44 และ 18.02 g/mol ตามลำดบั

มวลของ NaCl = 10.0 g NaCl x 1 mol NaCl = 0.171 mol NaCl
58.44 g NaCl
H=2O0.1x71118m.m00o.2ol17lNg1HaHc2m2OlOo+l=4N.49a9.C9lm9 oml oHl2OH2O
มวลของ H2O = 90.0 g
เศษส่วนโมลของ NaCl

= 0.0331

เศษสว่ นโมลของ H2O = 0.171 4.99 mol H2O mol H2O
mol Nacl + 4.99
= 0.967

ดังนน้ั เศษส่วนโมลของโซเดียมคลอไรด์เทา่ กบั 0.0331 และเศษส่วนโมลของนำ้ เท่ากับ 0.967

168

ขอ้ สอบย่อย 4 ความเข้มขน้ ในหนว่ ยเศษส่วนโมล

1. ความเข้มขน้ ของสารละลายในหน่วยเศษส่วนโมลคอื อะไร

ก. จำนวนโมลของตวั ทำละลายตอ่ มวลของสารองคป์ ระกอบทง้ั หมดในสารละลาย

ข. จำนวนโมลของตวั ทำละลายต่อจำนวนโมลของสารองค์ประกอบท้งั หมดในสารละลาย

ค. จำนวนโมลของตัวถกู ละลายต่อมวลของสารองค์ประกอบทง้ั หมดในสารละลาย

ง. จำนวนโมลของตัวถูกละลายตอ่ จำนวนโมลของสารองค์ประกอบทง้ั หมดในสารละลาย

2. ถา้ สารละลายประกอบด้วยองคป์ ระกอบ 2 ชนิด เศษส่วนโมล ของแตล่ ะสารองคป์ ระกอบเขยี นได้

ดังน้ี

ก. X1 = n1
n1 + n1

ข. X1 = n1
n1 + n2

ค. X2 = n2
n1 + n2

ง. ข้อ ข และ ค ถูก

คำชี้แจง ขอ้ มูลต่อไปนี้ใชป้ ระกอบการตอบคำถามข้อ 3-4

กรดซัลฟวิ รกิ 10.5 กรัม ละลายน้ำ 95 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ได้สารละลาย 105 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

3. จงหาเศษส่วนโมลตวั ถูกละลาย

ก. 0.01 ข. 0.02 ค. 0.03 ง. 0.04

4. จงหาเศษส่วนโมลตวั ทำละลาย

ก. 0.23 ข. 0.45 ค. 0.71 ง. 0.98

5. อุณหภูมิ 25 oC เมื่อนำเอทานอล (CH3CH2OH) 10.0 กรัม ละลายในน้ำ 200 มิลลิลิตร จง
คำนวณหาเศษสว่ นโมลของเอทานอลในสารละลาย

ก. 0.0191 ข. 0.0236 ค. 0.0296 ง. 0.0321

6. สารละลายประกอบดว้ ยน้ำ 36 กรมั และกลีเซอรีน (C3H5(OH)3) 46 กรัม จงคำนวณหาเศษส่วนโม
ลของน้ำ

ก. 0.6 ข. 0.7 ค. 0.8 ง. 0.9

7. จงคำนวณหาเศษส่วนโมลของกรดซลั ฟิวริก (H2SO4) ในสารละลายกรดซลั ฟวิ ริกเข้มข้น 15.5 โมล
ต่อลติ ร และมีความหนาแนน่ 1.760 กรมั ต่อมิลลลิ ติ ร

ก. 0.256 ข. 0.310 ค. 0.425 ง. 0.538

169

8. จงคำนวณเศษสว่ นโมลของน้ำในสารละลายโซเดยี มคลอไรด์ (NaCl) เข้มขน้ ร้อยละ 10.0 โดยมวล

ก. 0.542 ข. 0.712 ค. 0.854 ง . 0.967

9. จงคาํ นวณหาเศษสว่ นโมลของเมทานอล (CH3OH) ในสารละลายซ่ึงประกอบดว้ ย H2O 42.0 กรมั
CH3OH 30.0 กรัม และ C2H5OH 50 กรัม
ก. 0.1 ข. 0.2 ค. 0.3 ง. 0.4

10. สารละลายกลโู คสประกอบดว้ ยน้ำ 10 กรัม มเี ศษสว่ นโมลของกลูโคส 0.02 มวลของกลโู คสใน

สารละลายมีคา่ เทา่ ใด

ก. 1.05 g ข. 2.05 g ค. 3.05 g ง. 4.05 g

170

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10

โดยจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

รหสั วิชา ว 30222 รายวิชา เคมี 2 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 สารละลาย เวลา 18 ชว่ั โมง

เรอื่ ง การเตรยี มสารละลาย เวลา 6 ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ผู้สอน นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวทิ ยาคาร

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพิม่ เติมเคมี)

ขอ้ 3 เขา้ ใจหลกั การทำปฏิบัติการเคมี การวัดปรมิ าณสาร หนว่ ยวัดและการเปลย่ี นหน่วย

การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลาย รวมทัง้ การบรู ณาการความรแู้ ละทักษะใน

การอธิบายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวันและการแก้ปญั หาทางเคมี

ตัวช้ีวัด

ม.4/9 อธิบายวธิ ีการและเตรียมสารละลายที่มคี วามเข้มข้นในหนว่ ยโมลาริตแี ละปริมาตรของ
สารละลายตามที่กำหนด

ผลการเรยี นรู้
อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและปริมาตรของ

สารละลายตามท่กี ำหนด
สาระสำคญั

การเตรียมสารละลายสามารถทำได้โดยการเตรียมจากสารบริสุทธิ์และเตรียมจากสารละลาย
เข้มข้น
จุดประสงค์การเรียนรู้ หลังจบกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)

1. อธบิ ายวิธีการเตรยี มสารละลายใหม้ ีความเขม้ ขน้ และปริมาตรตามทต่ี ้องการได้
ด้านทกั ษะ/กรกะบวนการ (P)

2. คำนวณและเตรยี มสารละลายให้มคี วามเข้มข้นและปริมาตรตามทีต่ ้องการได้
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
3.ทำงานร่วมกับผอู้ ่ืน มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อื่น
และรับผดิ ชอบต่อหน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

171

สาระการเรียนรู้

การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรของสารละลายตามที่กำหนด ทำได้โดย
การละลายตัวละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์ในตัวทำละลาย หรือนำสารละลายที่มีความเข้มข้นมาเจือจาง
ด้วยตัวทำละลาย โดยปริมาณของสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและปริมาตรของสารละลายท่ี
ตอ้ งการ
สมรรถนะ

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1. ขนั้ นำเสนอบทเรียนทัง้ ชัน้ (Class Presentation)
1. ครูช้ีแจงจุดประสงค์ในการเรียนรู้ อธิบายถึงวิธีการ ขั้นตอนการเรียนรู้ การวัด
และประเมนิ ผลการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนคิ STAD
2. ครูทบทวนความรู้เรื่อง ความเข้มข้นของความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ
สว่ นในลา้ นส่วน ส่วนในพันล้านส่วน โมลาริตี โมแลลิตี และหนว่ ยเศษสว่ นโมลท่ีไดเ้ รียนไปในช่ัวโมงท่ี
แล้ว เปน็ ตน้
3. ครชู กั ชวนเดก็ สนทนาเพอื่ เชื่อมโยงความร้เู ดิมของนักเรยี น โดยใหน้ กั เรยี นตอบคำถามดังนี้
- ครถู ามความรนู้ ักเรียนเกยี่ วกับการเตรียมสารละลาย และการเจือจาง สารละลายท่ี
นกั เรยี นร้จู กั ในชวี ิตประจำวัน

(นักเรียนตอบความเข้าใจ)
- ครูใช้คำถามนำว่าถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมคลอไรด์ให้มความเข้มข้นและ
ปริมาตรตามต้องการ มีวิธีเตรียมอย่างไร ซงึ่ ควรไดค้ ำตอบว่า

172

(แนวคำตอบ: ต้องคำนวณปริมาณโซเดียมคลอไรด์ ที่ใช้นำมาละลายน้ำแล้วปรับปริมาตรตามที่
ตอ้ งการ)

4. ครูยกตัวอย่างสารละลายชนิดเดียวกันที่มีความเข้มข้นต่าง ๆ เช่น สารละลายกรดไฮโดร
คลอริก เข้มข้น 1 โมลาร์ สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 6 โมลาร์ เป็นต้น แล้วตั้งคำถามเพ่ือ
กระตนุ้ นักเรียน ดังน้ี

4.1 นกั เรยี นคดิ วา่ สารละลายกรดไฮโดรคลอริกที่ครูยกตวั อย่างมาน้ีมีสงิ่ ใดแตกตา่ งกัน
(แนวตอบ : สารละลายกรดไฮโดรคลอริกทั้งสองมีความเขม้ ข้นแตกต่างกัน)

4.2 นักเรยี นคดิ ว่า สารละลายกรดไฮโดรคลอริกทมี่ ีความเข้มข้นแตกต่างกนั นี้ จะสามารถ
ทำใหม้ ีความเข้มขน้ เท่ากันไดห้ รือไม่ อย่างไร

(แนวตอบ : ได้ โดยสามารถทำสารละลายกรดไฮโดรคลอริกท่ีมีความเขม้ ขน้ มากกว่า
ให้เจอื จางลงโดยการเตมิ ตวั ทำละลายและทำสารละลายกรดไฮโดรคลอริกทีม่ ีความเข้มข้นน้อยกว่าให้
เข้มขน้ ขนึ้ โดย การระเหยตัวทำละลาย)

4.3 สารละลายชนดิ หนึง่ สามารถเปลย่ี นความเข้มข้นไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : ความเข้มข้นของสารละลายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยการเติมตัวทำ

ละลายเพ่ือทำให้สารละลายเจอื จางลง หรอื ระเหยตวั ทำละลายออกเพอื่ ทำใหส้ ารละลายเขม้ ขน้ ขน้ึ )
5.ครูให้นักเรียนทำการทดลองการเตรียมสารละลายบริสุทธิ์และสารละลายเจือจาง แล้วให้นักเรียน
สรุปการเตรยี มสารละลายจากสารบรสิ ทุ ธิ์และการเตรียมสารละลายจากสารละลายเขม้ ขน้ ลงใส่สมดุ

2 ขน้ั กจิ กรรมกล่มุ หรือศกึ ษากล่มุ ย่อย (Team Study)
2.1 ครใู หน้ ักเรียนเข้ากลุ่มตามที่จัดไว้เรยี บร้อยแล้ว ประกอบด้วยคนเก่ง 1 คน ปานกลาง

2–3 คน และอ่อน 1 คน
2.2 ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่องการเตรียมสารละลาย เมื่อสมาชิกในกลุ่มทำแบบฝึก

ทักษะเสร็จให้ตรวจคำตอบจากเฉลยพร้อมกัน หากมีข้อผิดให้ปรึกษากันในกลุ่มก่อน ถ้าทำไม่ได้ให้
ปรึกษาครูแล้วแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ทบทวนจนแน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มสามารถที่จะตอบ
คำถามและอธิบายคำตอบได้ทุกคำถามในใบงาน เพื่อเป็นการเตรียมสมาชิกให้พร้อมสำหรับการทำ
แบบทดสอบย่อยที่ 5 การเตรยี มสารละลาย

2.3 ครูคอยสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรม
พร้อมทงั้ คอยอธิบายและให้คำแนะนำเพมิ่ เติมส่วนที่นักเรยี นไม่เขา้ ใจ

2.4 ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกบั การเตรยี มสารละลาย
1.) การเตรียมสารละลายจากสารบริสุทธ์ิ

173

ทำได้โดยละลายสารบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ต้องการในตวั ทำละลายปริมาณเล็กน้อย แล้วปรับปรมิ าตร
ของสารละลายให้ได้ตามที่ต้องการเตรียม ถ้าต้องการเตรียมเป็นหน่วยโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร มี
ลำดบั ข้ันในการเตรียมดังวิธีการทดลอง

2.) การเตรยี มสารละลายจากสารละลายเขม้ ขน้
เป็นการเตรียมสารละลายโดยใช้สารละลายเดิมซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายที่จะ
เตรียม มาเติมน้ำให้เจือจางลงจนมีความเข้มข้นตามที่ต้องการในการทำให้สารละลายเข้มข้นเจือจาง
ลงนั้น ความเข้มข้นของสารละลายจะถูกต้องเพียงใด ขึ้นอยู่กับการวัดปริมาตร อุปกรณ์ที่นิยมใช้วัด
ปริมาตรของสารละลายเดมิ คือ ปเิ ปตต์ หรอื กระบอกตวง ส่วนอุปกรณ์ท่ีใชว้ ัดปรมิ าตรของสารละลาย
ใหม่ คือ ขวดวัดปริมาตร อุปกรณ์วัดปริมาตรจะใช้ขนาดใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาตรของสารละลาย คือ
จะต้องเลือกใช้ปิเปตต์หรือกระบอกตวง และขวดวัดปริมาตรที่มีปริมาตรเท่ากับปริมาตรของ
สารละลาย การเตรียมสารละลายโดยมวี ธิ กี ารเตรยี มดังวิธกี ารทดลอง
โดยใชส้ ูตร M1V1 = M2V2
กำหนดให้

M1 = เปน็ ความเข้มข้นสารละลายก่อนเจอื จาง
V1 = เป็นปรมิ าตรสารละลายกอ่ นเจือจาง
M2 = เปน็ ความเขม้ ข้นสารละลายหลังเจอื จาง
V2 = เปน็ ปรมิ าตรสารละลายหลงั เจือจาง
3 ขนั้ ทดสอบย่อย (Test)
3.1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบย่อยที่ 5 การเตรียมสารละลาย ซึ่งนักเรียนต้อง
ทำแบบทดสอบย่อยเป็นรายบคุ คล ไม่ให้ช่วยเหลือกนั ภายในเวลาทกี่ ำหนด
3.2 ครูนำแบบทดสอบยอ่ ยที่ 5 ไปตรวจใหค้ ะแนน โดยนกั เรียนต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
ถ้าไม่ผ่านต้องกลับไปศึกษาแล้วทำใหม่อีกครั้ง แล้วบันทึกคะแนนจากแบบทดสอบย่อยของนักเรียน
แต่ละคน
4 ขน้ั ให้คะแนนความก้าวหน้าของแต่ละคน (Individual Improvement Score)
4.1 ครูใช้คะแนนการทดสอบก่อนเรียน สารละลาย เป็นคะแนนฐานของการทดสอบ
ย่อยที่ 5 เพื่อนำไปคิดคะแนนพัฒนาการของแต่ละคน (พิจารณาจากความแตกต่างระหว่างคะแนน
ของการทดสอบย่อยที่ 5 กับคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน) เมื่อได้คะแนนพัฒนาการของ
นกั เรียนแตล่ ะคนแล้วจึงหาคะแนนพัฒนาการของกลุ่ม (นำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกแต่ละคนมา
รวมกันแลว้ หาคา่ เฉล่ยี คะแนนพัฒนาการของสมาชิกทุกคน) นำไปเทียบกบั คะแนนเกณฑ์ ซ่ึงคิดเทียบ
กบั เกณฑ์คะแนนพฒั นาการเฉล่ยี ของกลุม่
5 ขน้ั รบั รองผลงานของกลมุ่ (Team Recognition)

174

5.1 ครูติดประกาศคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยของกลุ่มให้นักเรียนทราบ พร้อมกับแจ้ง
คะแนนฐานของนักเรียนแต่ละคนและคะแนนฐานของกลุ่ม จากนั้นให้คำชมเชยและรางวัลกับกลุ่มท่ี
ได้คะแนนพัฒนาการสูงสุด

สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพิม่ เตมิ เคมี เลม่ 1 สสวท. (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2. ใบงาน เร่อื ง การเตรยี มสารละลาย
3. PowerPoint เรอื่ ง สารละลาย
4. แบบทดสอบย่อย 5 การเตรียมสารละลาย

175

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ วิธวี ัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 75 ผา่ น
ด้านความรู้ (K) เกณฑ์

1. อธิบายวิธีการเตรียม - การตอบคำถาม - ถามตอบ ร้อยละ 75 ผ่าน
เกณฑ์
สารละลายให้มีความเข้มข้น - Socrative

และปริมาตรตามท่ีต้องการได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

2. ค ำ น ว ณ แ ล ะ เ ต ร ี ย ม - ตรวจใบงาน -แบบประเมิน

สารละลายให้มีความเข้มข้น เรือ่ ง การเตรียม แบบฝึกหัด/ใบ

และปริมาตรตามที่ตอ้ งการได้ สารละลาย งาน/ชน้ิ งาน

ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)

3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมีส่วน -สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต

ร่วมในการแสดงความคิดเห็น การทำงาน พฤติกรรม ไดเ้ กณฑ์ในระดับ
ดขี ึน้ ไป
ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ การทำงาน

คิดเห็นของผู้อื่น และ

รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ

มอบหมาย

176

177

178

แบบประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด
คำช้แี จง ให้ผู้ประเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทป่ี ระเมนิ โดยพิจารณาตามคำอธบิ ายคณุ ภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ช่ือ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉลีย่ คณุ ภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1 นายธญั พสิ ษิ ฐ์ สงิ หานิล
2 นายนันทิพัฒน์ จติ เพยี ร
3 นายพีรพัฒน์ อินทะวงษ์
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพนิ าศ
5 นายชนะชน ปักอนิ ทรยี ์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บตุ รดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภทั ร เบา้ แดง
11 นายสจั จะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จนั เทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ ินภา ศริ กิ าญจน์
16 น.ส.ขนิษฐา วรี ะบตุ ร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานิษฐ์ อนิ ทรเกษม
21 น.ส.วชิ ญาภรณ์ สารกิ า

179

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

22 น.ส.อนัญญา ผาทอง
23 น.ส.ศภุ าพชิ ญ์ ศรีเชียงสา
24 น.ส.ศภุ รดา สีกะมทุ
25 น.ส.สุพชิ ฌา อังคศภุ ณชิ ย์
26 น.ส.กญั ญาณฐั ชูหนู
27 น.ส.กาญจนณ์ อร ผสมประโยชน์
28 น.ส.นรี ชา จันทรเสนา
29 น.ส.ปณุ กิ า พรหมสขุ
30 น.ส.พทุ ธิชา อาสนานิ
31 น.ส.วนิดา จรัสฤทธ์ิ
32 น.ส.อลิศรา ฤทธฺ์จรญู
33 น.ส.วิรยิ าพร จันทะราช
34 น.ส.อนญั ญา ผาทอง

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)

............./.................../..............

180

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

181

แบบประเมนิ พฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คําช้แี จง ใหผ้ ปู้ ระเมินกรอกคะแนน ในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง
เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นต้องไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมนิ

เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
1 นายธัญพสิ ษิ ฐ์ สิงหานิล ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด
2 นายนันทิพฒั น์ จิตเพียร
3 นายพรี พัฒน์ อนิ ทะวงษ์ (3) (3) (3)
4 นายเจษฎาภรณ์ ปราบพินาศ
5 นายชนะชน ปักอินทรีย์
6 นายธนกร ศาลารกั ษ์
7 นายธนวชิ ญ์ บุตรดี
8 นายนเรนทร์ฤทธิ์ โทสาลี
9 นายปรเมษฐ์ ศรเี กต
10 นายวรภัทร เบ้าแดง
11 นายสัจจะพงษ์ ไชยเดอื น
12 น.ส.รตั นาภรณ์ จันเทพา
13 น.ส.อาทมิ า ไพวงศา
14 น.ส.กมลวรรณ โหราฤทธ์ิ
15 น.ส.ศริ นิ ภา ศิรกิ าญจน์
16 น.ส.ขนษิ ฐา วีระบุตร
17 น.ส.อรนชิ หัสสา
18 น.ส.ธนารยี ์ วนั คาม
19 น.ส.แสนรัก ยอดไธสง
20 น.ส.ชญานษิ ฐ์ อินทรเกษม
21 น.ส.วิชญาภรณ์ สาริกา
22 น.ส.ลลษิ า สิทธปิ ระชา

182

รายการประเมนิ

เลขท่ี ช่อื -สกลุ ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งม่ันในการทำงาน เฉลย่ี คุณภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ื่อนไ ้ด

(3) (3) (3)

23 น.ส.อนัญญา ผาทอง
24 น.ส.ศุภาพชิ ญ์ ศรีเชยี งสา
25 น.ส.ศุภรดา สกี ะมทุ
26 น.ส.สุพิชฌา อังคศภุ ณิชย์
27 น.ส.กญั ญาณฐั ชหู นู
28 น.ส.กาญจน์ณอร ผสมประโยชน์
29 น.ส.นีรชา จนั ทรเสนา
30 น.ส.ปณุ ิกา พรหมสขุ
31 น.ส.พุทธิชา อาสนานิ
32 น.ส.วนดิ า จรัสฤทธิ์
33 น.ส.อลศิ รา ฤทธ์ฺจรูญ
34 น.ส.วริ ิยาพร จันทะราช

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวกุลสตรี สตั ถาผล)
............./.................../..............

183

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซักถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ัติหน้าท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่

ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง ร่วมกับผ้อู น่ื ไดไ้ ดส้ ำเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครงั้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถงึ 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

184

ปฏิบตั กิ ารทดลองท่ี 5.1
เรอื่ ง การเตรยี มสารละลายจากสารบรสิ ุทธิ์และการเจอื จางสารละลาย

ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

ผู้ร่วมทำปฏบิ ัตกิ ารทดลอง

1 ) ....................................................เลขที่........... 2 ) ...................................................เลขท.่ี ...........

3 ) ...................................................เลขท.่ี .......... 4 ) ....................................................เลขท.่ี ...........

5 ) ...................................................เลขท.่ี .......... 6 ) ....................................................เลขที่............

กลมุ่ ท่ี : ……………………ห้อง : ........................ วนั /เดือน/ปี : …………………….. สถานท่ี : …………………

จดุ ประสงค์การทดลอง

1. เพื่อคำนวณมวลของตัวละลาย เพื่อใช้ในการเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นและปริมาตรตาม

ต้องการ

2. เพื่อเตรียมสารละลายใหม้ คี วามเข้มข้นและปริมาตรตามที่ต้องการได้ จากสารบริสุทธ์แิ ละเจือจาง

อปุ กรณแ์ ละสารเคมี

1. ขวดวัดปริมาตร ขนาด 100 mL 6. ช้อนตกั สาร

2. บีกเกอร์ ขนาด 50 mL 7. ขวดนำ้ กลนั่

3. แท่งแกว้ คนสาร 8. โซเดยี มซลั เฟต (Na2SO4)

4. เครอ่ื งชั่งละเอยี ด 9. ปิเปตต์ ขนาด 10 mL

5. หลอดหยด 10. ลกู ยางดูดสาร

หลักการ

1.) การเตรยี มสารละลายจากสารบริสทุ ธ์ิ

ทำได้โดยละลายสารบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ตอ้ งการในตวั ทำละลายปริมาณเล็กน้อย แล้วปรับปริมาตร

ของสารละลายให้ได้ตามที่ต้องการเตรียม ถ้าต้องการเตรียมเป็นหน่วยโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร มี

ลำดับขั้นในการเตรียมดังวิธกี ารทดลอง

2.) การเตรยี มสารละลายจากสารละลายเขม้ ข้น
เป็นการเตรียมสารละลายโดยใช้สารละลายเดิมซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายที่จะ
เตรียม มาเติมน้ำให้เจือจางลงจนมีความเข้มข้นตามที่ต้องการในการทำให้สารละลายเข้มข้นเจือจาง
ลงนั้น ความเข้มข้นของสารละลายจะถูกต้องเพียงใด ขึ้นอยู่กับการวัดปริมาตร อุปกรณ์ที่นิยมใช้วัด
ปริมาตรของสารละลายเดิม คือ ปิเปตต์ หรอื กระบอกตวง สว่ นอปุ กรณ์ท่ใี ชว้ ดั ปริมาตรของสารละลาย
ใหม่ คือ ขวดวัดปริมาตร อุปกรณ์วัดปริมาตรจะใช้ขนาดใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาตรของสารละลาย คือ

185

จะต้องเลือกใช้ปิเปตต์หรือกระบอกตวง และขวดวัดปริมาตรที่มีปริมาตรเท่ากับปริมาตรของ
สารละลาย การเตรียมสารละลายโดยมีวธิ ีการเตรียมดังวธิ ีการทดลอง
โดยใชส้ ูตร M1V1 = M2V2

กำหนดให้
M1 = เปน็ ความเข้มข้นสารละลายก่อนเจือจาง
V1 = เปน็ ปริมาตรสารละลายกอ่ นเจอื จาง
M2 = เป็นความเข้มขน้ สารละลายหลงั เจอื จาง
V2 = เป็นปริมาตรสารละลายหลังเจอื จาง

ตอนท่ี 1 การเตรยี มสารละลายจากสารบรสิ ทุ ธ์ิ ความเขน้ ขัน 0.1 mol/L ปริมาตร 100 mL
1. คำนวณหามวลของโซเดียมซัลเฟตที่ต้องการใช้ และชั่งโซเดียมซัลเฟตด้วยเครื่องชั่ง

ละเอียด
2. ใสโ่ ซเดยี มคลอไรดจ์ ากขอ้ (1) ในบีกเกอร์ และเติมน้ำกล่นั ประมาณ 50 mL คนจนโซเดยี ม

ซัลเฟตละลายหมด เทสารละลายลงในขวดวดั ปรมิ าตรขนาด 100 mL
3. กลั้วบีกเกอร์จากข้อ 2. ด้วยน้ำกลั่นเล็กน้อย แล้วเทลงในขวดวัดปริมาตร และทำซ้ำ อีก

2-3 ครั้ง
4. แล้วเติมนำ้ กลัน่ ให้มปี ริมาตรใกลถ้ งึ ขีดบอกปริมาตร ใช้หลอดหยดเตมิ นำ้ กลน่ั ต่อจนกระท่ัง

ถงึ ระดับขีดบอกปรมิ าตรของขวดวัดปริมาตร
5. เปดิ จกุ แลว้ ควำ่ ขวดลงกลบั ไปมา จนสารละลายผสมเป็นเน้ือเดียวกัน
6. ถ่ายเทสารทง้ั หมดลงในขวดเก็บสารละลาย
7. ปิดป้ายข้างขวดเพื่อบอก ชื่อสารละลาย ความเข้มข้นที่ใช้ ชื่อผู้เตรียม วันที่เตรียม ชื่อ

ครูผูส้ อน

ช่ือสารละลาย ________________________

ความเข้มขน้ ________________________

ตวั ทำละลายทีใ่ ช้ _____________________

วนั ทเ่ี ตรยี มสารละลาย __________________

ชอ่ื ผ้เู ตรียม _________________________

ม. ___ / _____ เลขที่ _____

ตอนที่ 2 การเตรียมสารละลายจากสารละลายเข้มข้น ความเข้นขัน 0.01 mol/L ปริมาตร 100
mL

1. ใชป้ ิเปตต์ดดู สารละลายโซเดยี มซัลเฟตจาก“ตอนที่ 1” และถ่ายเทลงในขวดวัดปริมาตร
ขนาด 100 mL

186

2. แล้วเติมน้ำกลั่นจนถึงขีดบอกปริมาตรปิดจุกแล้วควำ่ ขวด เขย่าเบาๆ จนสารละลายผสม
เป็นเนอ้ื เดยี วกัน เทสารละลายลงในขวดเกบ็ สารละลาย

3. ปิดปา้ ยข้างขวดเพือ่ บอก ชื่อสารละลาย ความเข้มข้นทใี่ ช้
ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
ตอนท่ี 1 การเตรียมสารละลายจากสารบริสทุ ธ์ิ

น้ำหนกั ของโซเดียมซลั เฟตทไ่ี ด้จากการคำนวณ ……………………….. กรัม
นำ้ หนักของโซเดยี มซลั เฟตทชี่ ั่งได้จรงิ …………………………….. กรัม
1. อธบิ ายวิธีการเตรยี มสารละลาย Na2SO4 0.1 mol/L ปรมิ าตร 100 mL (Mw = 142 g/mol)

ตอนที่ 2 การเตรยี มสารละลายจากสารละลายเข้มข้น
ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมซลั เฟตท่เี จอจาง …………...…. mol/L
ปริมาตรสารละลายโซเดยี มซัลเฟตท่ีปิเปตต์ ............................ mL

2. อธิบายวิธีการเจือจางสารละลาย Na2SO4 0.01 mol/L ปริมาตร 100 mL จากสารละลาย
Na2SO4 0.1 mol/L จะตอ้ งปิเปตตส์ ารละลายโซเดยี มซัลเฟตมากีม่ ลิ ลลิ ติ ร

สรปุ ผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ......

187
แบบฝกึ หดั ท่ี 5.5
เร่ือง การเตรียมสารละลาย
1. ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) 2.00 โมลต่อลิตร จำานวน 250 มิลลิลิตร
จะตอ้ งใชโ้ พแทสเซยี มไอโอไดดก์ ี่กรัม

2. ถ้าต้องการเตรียมสารละลายแมกนีเซียมซัลเฟตเฮปตะไฮเดรต ( MgSO4⋅7H2O) เข้มข้น
0.10 โมลต่อลิตร ปริมาตร 100 มลิ ลลิ ติ ร จะต้องใชแ้ มกนเี ซียมซลั เฟตเฮปตะไฮเดรตกก่ี รัม

3. เลด(II)ไนเทรต (Pb(NO3)2) 3.31 กรัม ใชเ้ ตรียมสารละลายเข้มขน้ 0.25 โมลตอ่ ลติ ร ได้กี่มลิ ลลิ ติ ร

4. จงอธบิ าย
4.1. วิธเี ตรียมสารละลายซลิ เวอรไ์ นเทรต (AgNO3) 0.100 โมลตอ่ ลติ ร ปริมาตร 250มิลลิลติ ร จาก
ผลึกซิลเวอรไ์ นเทรต

4.2 วิธีเตรยี มสารละลายซิลเวอรไ์ นเทรต 0.025 โมลตอ่ ลิตร ปริมาตร 500 มลิ ลลิ ิตร จากสารละลายที่
เตรียมได้ในข้อ 4.1

188

แบบฝึกหดั ที่ 5.5 เฉลย
เรือ่ ง การเตรยี มสารละลาย

1. ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) 2.00 โมลต่อลิตร จำนวน 250 มิลลิลิตร

จะต้องใช้โพแทสเซียมไอโอไดด์กี่กรมั

มวลต่อโมลของ KI = 166.00 g/mol

มวลของ KI = 2.0 mol KI x 250 mL Solu x 166.00 g KI = 83.0 g KI
1000 mL KI 1 mol KI

2. ถ้าต้องการเตรียมสารละลายแมกนีเซียมซัลเฟตเฮปตะไฮเดรต ( MgSO4⋅7H2 O) เข้มข้น
0.10 โมลตอ่ ลติ ร ปรมิ าตร 100 มิลลลิ ติ ร จะตอ้ งใช้แมกนเี ซียมซลั เฟตเฮปตะไฮเดรตก่ีกรัม

มวลตอ่ โมลของ MgSO4⋅7H2 O = 246.51 g/mol

มวลของ MgSO4⋅7H2 O = 0.10 mol MgSO4⋅7H2 O x 100 mL Solu x 246.51 g MgSO4⋅7H2 O
1000 mL MgSO4⋅7H2 O 1 mol MgSO4⋅7H2 O

= 2.5 g MgSO4⋅7H2 O

3. เลด(II)ไนเทรต Pb(NO3)2 3.31 กรมั ใชเ้ ตรยี มสารละลายเขม้ ข้น 0.25 โมลตอ่ ลิตรได้ก่มี ิลลลิ ิตร

มวลต่อโมลของ Pb(NO3)2 = 331.22 g/mol

ปริมาตรของสารละลาย Pb(NO3)2 = 3.31 g Pb(NO3)2 x 1 mol Pb(NO3)2 x
331.22 g Pb(NO3)2
1000 mL Pb(NO3)2

0.25 mol Pb(NO3)2 = 40 mL Pb(NO3)2

4. จงอธบิ าย

4.1. วิธเี ตรียมสารละลายซลิ เวอรไ์ นเทรต (AgNO3) 0.100 โมลต่อลติ ร ปริมาตร 250 มลิ ลลิ ิตร จาก
ผลกึ ซลิ เวอร์ไนเทรต

มวลต่อโมลของ AgNO3 = 169.88 g/mol

ขัน้ ที่ 1 คำนวณมวลของ AgNO3

มวลของ AgNO3 = 0.1 mol AgNO3 x 250 mL Solu x 169.88 g AgNO3 = 4.25 g AgNO3
1000 mL AgNO3 1 mol AgNO3
ขั้นที่ 2 ทำให้เป็นสารละลาย โดยชั่ง AgNO3 จำนวน 4.25 g นำมาละลายในน้ำ เล็กน้อยจนละลาย

หมดแลว้ เทใส่ขวดกำหนดปริมาตร จากน้ันเตมิ น้ำกลน่ั ลงไปอกี จนได้สารละลายปริมาตร 250 mL

189

4.2 วธิ ีเตรียมสารละลายซลิ เวอรไ์ นเทรต 0.025 โมลต่อลิตร ปริมาตร 500 มลิ ลลิ ิตร จากสารละลายท่ี
เตรยี มได้ในข้อ 4.1
ขนั้ ท่ี 1 หาปรมิ าตรของสารละลายในขอ้ 4.1 (เขม้ ข้น 0.100 โมลตอ่ ลติ ร) ทต่ี ้องใช้

M1V1=M2V2
(0.100 mol/L) (V1) = (0.025 mol/L) (500 mL)

V1 = (0.025 mol/L) (500 mL)/ (0.100 mol/L)
V1 = 125 mL
ขั้นที่ 2 ทำสารละลายให้เจือจาง โดยปิเปตต์ AgNO3 0.100 mol/L ปริมาตร 125 mL
แล้วเตมิ น้ำกลน่ั จนไดส้ ารละลายปริมาตร 500 mL ในขวดกำหนดปรมิ าตร

190

ข้อสอบย่อย 5 การเตรียมสารละลาย

1. ข้อใดกล่าวถงึ สารละลายไดถ้ กู ต้อง

ก. สารท่ีมีเนือ้ สารเหมือนกันตลอดทกุ ส่วน

ข. สารทม่ี ีเนือ้ สารมองดใู สไม่มสี กี ลนิ่ และรส

ค. สารท่ีไม่บรสิ ทุ ธ์เิ กดิ จากสารบรสิ ุทธิ์ตง้ั แต่ 2 ชนดิ ผสมกัน

ง. สารทีม่ จี ดุ หลอดเหลวต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส

2. ขอ้ ใดผดิ เกยี่ วกับตัวทำละลาย

ก. สารทีม่ ปี รมิ าณมากกวา่

ข. สารท่ีมีสถานะเดยี วกบั สาระละลาย

ค. สารทีม่ สี ถานะเป็นของเหลวเทา่ น้นั

ง. สารท่ีมีสถานะเป็นของแขง็ ของเหลว และก๊าซ

3. ตัวถกู ละลายคืออะไร

ก. สารทม่ี ีปรมิ าณน้อยกว่า

ข. สารทมี่ สี ถานะเดยี วกับสารละลาย

ค. สารที่มสี ถานะเปน็ ของเหลวเท่านัน้

ง. สารท่มี คี วามหนาแนน่ น้อยกว่าสารละลาย

4. สารใดทส่ี ามารถละลายในเมทิลแอลกอฮอล์ได้ดีกว่ากนั ระหว่างคารบ์ อนเตตระคลอไรด์ (CCl4)
และ แอมโมเนยี เพราะเหตใุ ด

ก. แอมโมเนยี เป็นโมเลกลุ มีขั้ว

ข. แอมโมเนยี เปน็ โมเลกุลไม่มีข้วั

ค. คารบ์ อนเตตระคลอไรด์ เป็นโมเลกลุ มขี ั้ว

ง. คาร์บอนเตตระคลอไรด์ เป็นโมเลกุลไม่มีข้ัว

5. ถา้ ตอ้ งการเตรียมสารละลายของ CH3OH ร้อยละ 20 โดยปรมิ าตร จํานวน 100 มลิ ลลิ ติ ร จงหา
ปริมาตรของ CH3OH และนำ้ ที่ต้องใช้ในการเตรยี มสารละลายนี้

ก. CH3OH 20 มลิ ลิลิตร และนำ้ 80 มลิ ลิลิตร
ข. CH3OH 20 มิลลิลิตร และน้ำ 100 มิลลลิ ติ ร
ค. CH3OH 80 มิลลิลติ ร และน้ำ 80 มลิ ลิลิตร
ง. CH3OH 80 มลิ ลิลติ ร และน้ำ 100 มลิ ลลิ ติ ร
6. ถ้าต้องการเตรียมสารละลายกลูโคส (C6H12O6) รอ้ ยละ 5 โดยมวล ให้มปี รมิ าณ 500 กรัม จะต้อง
ใช้ ตัวถกู ละลายก่ีกรมั

ก. 10 กรัม ข. 15 กรมั ค. 20 กรมั ง. 25 กรมั

191

7. ตอ้ งการเตรยี ม H2SO4 0.05M จากสารละลาย 0.1 M 100 cm3 ต้องเติมนำ้ เท่าใด
ก. 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
ข. 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ค. 300 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
ง. 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร

8. ในการเตรียมสารละลายท่ีมี Na+ เขม้ ข้น 0.4 โมลต่อลูกบาศกเ์ ดซิเมตร จำนวน 15 ลูกบาศก์
เดซเิ มตร จากสารละลายNa3PO4 เขม้ ข้น 0.5 โมลตอ่ ลกู บาศก์เดซเิ มตร จะต้องใช้สารละลาย
Na3PO4 ปริมาตรเทา่ ใด

ก. 40 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
ข. 400 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ค. 120 ลกู บาศก์เซนติเมตร
ง. 1200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
9. สารละลาย KI 5 M 500 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ต้องเตรยี ม 0.05 M 1500 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
จะต้องใชส้ ารละลายน้ีเท่าใดและเตมิ นำ้ เท่าใด
ก. ตอ้ งใช้สารละลาย 5 M 15 ลกู บาศก์เซนติเมตรเติมน้ำ 1485 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
ข. ตอ้ งใช้สารละลาย 5 M 20 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร เติมน้ำ 1480 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
ค. ต้องใช้สารละลาย 5 M 25 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร เติมน้ำ 1475 ลกู บาศก์เซนติเมตร
ง. ตอ้ งใช้สารละลาย 5 M 30 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร เตมิ น้ำ 1470 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
10. สารละลาย HNO3 2 M ผสมกบั 5 M อย่างละเทา่ ใด จึงจะได้สารละลาย 3 M จำนวน 2 ลิตร
ก. ต้องใช้ 2 M จำนวน 1.33 ลติ ร ผสมกบั 5 M จำนวน 0.78 ลิตร
ข. ตอ้ งใช้ 2 M จำนวน 1.33 ลิตร ผสมกบั 5 M จำนวน 0.67 ลิตร
ค. ต้องใช้ 2 M จำนวน 2.33 ลติ ร ผสมกบั 5 M จำนวน 0.78 ลติ ร
ง. ตอ้ งใช้ 2 M จำนวน 2.33 ลิตร ผสมกบั 5 M จำนวน 0.67 ลติ ร

192

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11

โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

รหสั วชิ า ว 30222 รายวิชา เคมี 2 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 สารละลาย เวลา 18 ชวั่ โมง

เรอื่ ง สมบัตบิ างประการของสารละลาย เวลา 5 ชั่วโมง

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้สอน นางสาวกลุ สตรี สัตถาผล

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคาร

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพมิ่ เติมเคมี)
ขอ้ 3 เข้าใจหลกั การทำปฏบิ ัตกิ ารเคมี การวดั ปริมาณสาร หน่วยวดั และการเปลีย่ นหน่วย

การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมท้งั การบูรณาการความรู้และทกั ษะใน
การอธิบายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวนั และการแก้ปญั หาทางเคมี

ตวั ช้วี ัด
ม.4/10 เปรียบเทยี บจุดเดือดและจดุ เยอื กแข็งของสารละลายกบั สารบรสิ ุทธิ์ รวมทั้งคำนวณ

จดุ เดือดและจุดเยอื กแข็งของสารละลาย
ผลการเรยี นรู้
เปรยี บเทยี บจุดเดือดและจดุ เยอื กแขง็ ของสารละลายกับสารบรสิ ุทธิ์ รวมทงั้ คำนวณจุดเดือด

และจุดเยอื กแขง็ ของสารละลาย
สาระสำคัญ
สารละลายมีจุดเดือดและจุดเยือกแข็งแตกต่างจากสารบริสุทธิ์ที่เป็นตัวทำละลาย ตัวทำ

ละลายที่เป็นสารบริสุทธิ์เมื่อเติมตัวถูกละลายลงไปกลายเป็นสารละลายจะทำให้สมบัติของตัวทำ
ละลายเปลี่ยนไป สมบัติดังกล่าวของสารละลาย เรียกว่า สมบัติคอลลิเกทีฟ ( colligative
properties)

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)

1. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธ์ิได้
ดา้ นทักษะ/กรกะบวนการ (P)

2. คำนวณจดุ เดอื ดและจุดเยือกแขง็ ของสารละลายได้
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)

193

3.ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ มีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็นภายในกลมุ่ ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อนื่
และรับผดิ ชอบต่อหน้าทที่ ่ีได้รับมอบหมาย

สาระการเรียนรู้

สารละลายมจี ดุ เดือดและจุดเยือกแขง็ แตกต่างไปจากสารบริสุทธิ์ท่เี ป็นตวั ทำละลายในสารละลาย
โดยสมบตั ิทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปข้ึนอยู่กับปรมิ าณของตวั ละลายในตวั ทำละลาย (หนว่ ยโมแลลิตี้) และชนดิ
ของตวั ทำละลายสมรรถนะ

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวิเคราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1. ข้ันนำเสนอบทเรียนทั้งช้นั (Class Presentation)
1. ครูชี้แจงจุดประสงคใ์ นการเรยี นรู้ อธิบายถึงวิธีการ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้ การวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ดว้ ยกิจกรรมการเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ STAD
2. ครทู บทวนความรูเ้ รื่อง สารละลาย โดยให้นักเรียนยกตวั อยา่ งสารละลาย เช่น
น้ำเกลอื น้ำเชอ่ื ม
3. ครชู ักชวนเด็กสนทนาเพ่อื เช่ือมโยงความรเู้ ดิมของนักเรยี น โดยใหน้ กั เรยี นตอบคำถาม
ดังน้ี

- สารละลายดงั กล่าวมีการชนิดใดเปน็ ตัวทำละลายและตวั ถูกละลาย
(แนวคำตอบ : น้ำเกลือมีนำ้ เป็นตวั ทำละลายและเกลอื เป็นตัวถกู ละลาย น้ำเชอื่ มมี
น้ำเป็นตวั ทำละลายและนำ้ ตาลเปน็ ตวั ละลาย)
- แรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ งอนุภาคของสารมีผลตอ่ จุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสาร
หรือไม่ อย่างไร

194

(แนวคำตอบ: ถ้าแรงยึดเหน่ยี วระหวา่ งอนภุ าคสูงจะส่งผลใหส้ ารมีจุดเดอื ดจุด
หลอมเหลวสงู )
ครอู ธบิ ายโดยใชส้ ่ือ ICT ประเภท PowerPoint ให้ความรูเ้ ก่ยี วกับ สมบัตบิ างประการของสารละลาย

ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับจดุ เดือดของสารบริสุทธแิ์ ละสารละลายท่ีมสี ารบรสิ ทุ ธิ์
นั้นเป็นตัวทำละลาย เพ่ือให้ไดข้ ้อสรปุ ดงั นี้

1.1 จดุ เดือดของสารละลายสูงกวา่ จดุ เดอื ดของสารบริสทุ ธท์ิ ่ีเปน็ ตัวทำละลาย ใน
สารละลายน้ัน

1.2 สารละลายที่มตี ัวทำละลายชนดิ เดียวกันถงึ แมว้ า่ ตวั ละลายจะเป็นสารตา่ งชนดิ กนั
ถ้าความเข้มขน้ เป็นโมลต่อกิโลกรัมเท่ากนั จะมจี ุดเดอื ดเท่ากนั

1.3 สารละลายทีม่ ีตัวทำละลายชนิดเดียวกนั แต่มคี วามเขม้ ขน้ เปน็ โมลต่อกิโลกรัมต่างกัน
สารละลายมีความเข้มขน้ มากกว่าจะมจี ดุ เดือดสงู กว่า

2. ครตู ั้งคำถามใหน้ กั เรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องสมบัตบิ างประการของสารละลาย เช่น
2.1 จากการทดลอง การหาจดุ เดือดของสารบริสทุ ธิ์และสารละลาย สารละลายและสาร

บรสิ ทุ ธ์ิมีจดุ เดือดเหมอื นหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ : ตา่ งกนั สารละลายจะมีจดุ เดือดท่ีสงู กวา่ สารบรสิ ทุ ธิ์)
2.2 จดุ หลอมเหลวหรือจดุ เยอื กแขง็ ของสารบริสทุ ธ์ิกับสารละลาย เหมอื นหรือแตกต่างกัน

อยา่ งไร
(แนวตอบ : จดุ หลอมเหลวหรอื จุดเยอื กแข็งของสารละลายจะตำ่ กวา่ จุดหลอมเหลวหรือ

จดุ เยือกแข็งของสารบรสิ ทุ ธ)์ิ
2.3 สมบตั ิคอลลเิ กทีฟคืออะไร
(แนวตอบ : สารละลายทม่ี ตี ัวทำละลายชนดิ เดียวกัน ถ้ามีความเข้มขน้ เป็นโมแลลเท่ากนั

จะมจี ุดเดือดและจดุ หลอมเหลวเท่ากนั แต่ถ้ามคี วามเขม้ ข้นแตกตา่ งกัน จะมจี ดุ เดือดและจุด
หลอมเหลวไม่เท่ากัน โดยไม่ข้ึนกบั ชนิดของตัวละลาย แตข่ ้ึนกบั ชนดิ ของตวั ทำละลาย)

3. ครูอธิบายเพม่ิ เติมโดยใชส้ ื่อ ICT ประเภท PowerPoint ให้ความรู้เกีย่ วกบั สมบตั ิคลอลิเก
ทฟี ได้แก่

3.1 การเพิม่ ขึ้นของจุดเดือด (boiling point elevation)
3.2 การลดลงของจดุ เยือกแข็ง (freezing point depression)
5. จากนน้ั นำเสนอโจทยป์ ญั หาให้กับนักเรยี นทง้ั ช้นั แล้วใหค้ รแู ละนักเรยี นรว่ มกันอ่านโจทยแ์ ละ
แก้ปญั หา
โจทย์ กำหนดใหจ้ ดุ เดือดของคารบ์ อนไดซัลไฟด์ (CS2) เทา่ กับ 46.00 องศาเซลเซียส และ
มคี า่ คงท่ขี องการเพิ่มขึน้ ของจุดเดือด (Kb) เท่ากับ 2.42 องศาเซลเซยี สต่อโมแลล จงคำนวณความ

195

เขม้ ขน้ เปน็ โมแลลของสารละลายซัลเฟอรใ์ นคารบ์ อนไดซัลไฟด์ เมื่อสารละลายมีจุดเดือดเท่ากบั

46.72 องศาเซลเซยี ส

ΔTb = Kbm

46.72 ˚C – 46.00 ˚C = 2.42 ˚C/m × m

m = 0.298 m

ดังน้ัน สารละลายซลั เฟอร์ในคารบ์ อนไดซัลไฟด์มีความเข้มขน้ 0.298 โมแลล

2) สารละลายคาร์บอนเตตระคลอไรด์ (CCl4) 3.00 กรมั ในเบนซีน 190 กรัม สารละลายมจี ุดเยอื ก
แขง็ เท่าใด

มวลตอ่ โมลของ CCl4 = 153.81 g/mol

ความเขม้ ข้นของสารละลาย = 3.00 g CCl4 x 1 mol CCl4 x 1000 g C6H6
190 g C6H6 153.81 g CCl4 1 kg C6H6

= 0.103 m

Kf ของเบนซีน = 5.07 °C/m จดุ เยือกแขง็ ของเบนซีน = 5.49 °C
ΔTf = Kf m

Tf (benzene) – Tf (solu) = 5.07 °C/m × 0.103 m
5.49 °C – Tf (solu) = 0.522 °C

Tf (solu) = 5.49 °C – 0.522 °C
= 4.97 °C

ดังนั้น สารละลายคาร์บอนเตตระคลอไรด์ 3.00 กรัม ในเบนซีน 190 กรัม มีจุดเยือกแข็ง 4.97 องศา
เซลเซียส

2 ขนั้ กิจกรรมกลุม่ หรอื ศึกษากลมุ่ ย่อย (Team Study)
1. ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่มตามที่จัดไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยคนเก่ง 1 คน ปานกลาง

2–3 คน และอ่อน 1 คน
2. ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมการทำไอศกรมี
3. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่องสมบัติบางประการของสารละลาย เมื่อสมาชิกในกลุ่มทำ

แบบฝึกทักษะเสร็จให้ตรวจคำตอบจากเฉลยพร้อมกัน หากมีข้อผิดให้ปรึกษากันในกลุ่มก่อน ถ้าทำ
ไม่ได้ให้ปรึกษาครูแล้วแก้ไขคำตอบให้ถูกต้อง ทบทวนจนแน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มสามารถที่จะ
ตอบคำถามและอธิบายคำตอบได้ทุกคำถามในใบงาน เพื่อเป็นการเตรียมสมาชิกให้พร้อมสำหรับการ
ทำแบบทดสอบยอ่ ยท่ี 4 ความเขม้ ขน้ ในหน่วยเศษส่วนโมล

196

4. ครูคอยสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรม
พร้อมท้ังคอยอธบิ ายและให้คำแนะนำเพมิ่ เตมิ ส่วนทน่ี ักเรยี นไม่เขา้ ใจ

5. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเกีย่ วกับสมบตั ิบางประการของสารละลาย
จุดเดอื ดของสารละลายสูงกว่าจุดเดือดของสารบริสุทธ์ิที่เป็นตัวทำละลาย ในสารละลายน้นั
- สารละลายที่มีตัวทำละลายชนิดเดียวกันถึงแม้ว่าตัวละลายจะเป็นสารต่างชนิดกัน ถ้า
ความเข้มขน้ เป็นโมลตอ่ กิโลกรัมเท่ากนั จะมีจุดเดือดเท่ากัน
- สารละลายที่มีตัวทำละลายชนิดเดียวกัน แต่มีความเข้มข้นเป็นโมลต่อกิโลกรัมต่างกัน
สารละลายมคี วามเขม้ ขน้ มากกว่าจะมีจดุ เดือดสูงกวา่
3 ขน้ั ทดสอบย่อย (Test)
1. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบย่อยที่ 6 สมบัติบางประการของสารละลาย ซ่ึง
นกั เรียนตอ้ งทำแบบทดสอบยอ่ ยเป็นรายบุคคล ไม่ให้ชว่ ยเหลอื กัน ภายในเวลาทก่ี ำหนด
2. ครูนำแบบทดสอบย่อยที่ 6 ไปตรวจให้คะแนน โดยนักเรียนต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
ถ้าไม่ผ่านต้องกลับไปศึกษาแล้วทำใหม่อีกครั้ง แล้วบันทึกคะแนนจากแบบทดสอบย่อยของนักเรียน
แตล่ ะคน
4 ขนั้ ให้คะแนนความกา้ วหน้าของแต่ละคน (Individual Improvement Score)

ครใู ชค้ ะแนนการทดสอบกอ่ นเรยี น สารละลาย เปน็ คะแนนฐานของการทดสอบย่อยที่
6 เพื่อนำไปคิดคะแนนพัฒนาการของแต่ละคน (พิจารณาจากความแตกต่างระหว่างคะแนนของการ
ทดสอบย่อยที่ 6 กับคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน) เมื่อได้คะแนนพัฒนาการของนักเรียนแต่
ละคนแล้วจึงหาคะแนนพฒั นาการของกลุ่ม (นำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกแตล่ ะคนมารวมกันแล้ว
หาค่าเฉลี่ยคะแนนพัฒนาการของสมาชิกทุกคน) นำไปเทียบกับคะแนนเกณฑ์ ซึ่งคิดเทียบกับเกณฑ์
คะแนนพัฒนาการเฉลยี่ ของกลมุ่

5 ขั้นรบั รองผลงานของกล่มุ (Team Recognition)
ครตู ิดประกาศคะแนนพัฒนาการเฉลยี่ ของกลุ่มให้นกั เรยี นทราบ พรอ้ มกบั แจ้งคะแนน

ฐานของนักเรียนแต่ละคนและคะแนนฐานของกลุ่ม จากนั้นให้คำชมเชยและรางวัลกับกลุ่มที่ได้
คะแนนพัฒนาการสงู สุด

สื่อ / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี เลม่ 1 สสวท. (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2. ใบงาน เรือ่ ง สมบตั ิบางประการของสารละลาย
3. PowerPoint เรือ่ ง สารละลาย
4. แบบทดสอบย่อย 6 สมบตั ิบางประการของสารละลาย

197

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จุดประสงค์ วธิ วี ัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 75 ผ่าน
ด้านความรู้ (K)
เกณฑ์
1. เปรียบเทียบจุดเดือดและ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
รอ้ ยละ 75 ผา่ น
จุดเยือกแข็งของสารละลายกับ - Socrative เกณฑ์

สารบรสิ ุทธไ์ิ ด้ ไดเ้ กณฑใ์ นระดบั
ดีขึ้นไป
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจใบงาน

2. คำนวณจุดเดือดและจุด เร่อื ง สมบัติบาง - แบบประเมิน

เยอื กแข็งของสารละลายได้ ประการของ แบบฝึกหดั /ใบ

สารละลาย งาน/ช้ินงาน

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) - แบบสังเกต
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมีส่วน - สงั เกต พฤติกรรม
ร่วมในการแสดงความคิดเห็น พฤติกรรมการ การทำงาน
ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ ทำงาน
คิดเห็นของผู้อื่น และ
รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมาย


Click to View FlipBook Version