ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
พลเมืืองไทยใส่่ใจสัังคม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. รัับสารผ่่านการอ่่าน ฟัังและดููจากช่่องทางหลากหลาย และทำความเข้้าใจตีีความแปลความ
และขยายความสิ่�งที่่�อ่่านฟัังและดููได้้อย่่างมีีวิิจารณญาณ เพื่่�อนำมาใช้้ในการพััฒนาตนประยุุกต์์ใช้้ในชีีวิิต
ประจำวัันอย่่างมีีมารยาท
๒. ส่่งสารผ่่านการพููดเขีียนในรููปแบบต่่าง ๆ เพื่่�อให้้ข้้อมููลแสดงความรู้้�สึึก ความคิิดเห็็นและโน้้มน้้าวได้้
อย่่างมีีเหตุุผลและเหมาะสมกัับกาลเทศะ
๓. ใช้้เทคนิิคในการสื่�อสารเพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจและการถ่่ายทอดข้้อความได้้ผลดีียิ่�งขึ้�น
สมรรถนะหลััก ด้้านการทำงานแบบรวมพลัังเป็็นทีีมและมีีภาวะผู้้�นำ
๑. ปฏิิบััติิงานร่่วมกัันเพื่่�อเรีียนรู้้�และพััฒนาทัักษะการฟััง พููด อ่่าน เขีียนและการสื่�อสารเรื่�องราวที่่�
เกี่�ยวข้้องกัับการสร้้างความสััมพัันธ์์อัันดีี การรวมพลัังทำงานร่่วมกัันการใช้้ภาวะผู้้�นำและการปฏิิบััติิ
หน้้าที่่�ในฐานะสมาชิิกกลุ่่�ม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบายและนำเสนอข้้อมููล จำนวนสััญลัักษณ์์ แผนภููมิิ กราฟ
แบบจำลองการคาดการณ์์ วิิธีีการคำนวณ กระบวนการและการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ให้้สอดคล้้อง
กัับบุุคคลกาลเทศะ
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่ง่ สารผ่่านการพููด เขียี นโดยใช้ท้ ั้้ง� ข้้อความ สัญั ลัักษณ์์ แบบจำลองเพื่่อ� อธิิบาย นำเสนอ อภิปิ รายหลักั
การแนวคิดิ ข้้อมููล ผลการทดลอง ผลการสืืบค้้น กระบวนการทางวิิทยาศาสตร์ด์ ้ว้ ยกลวิิธีที ี่่เ� หมาะสม
๒. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�อแลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นอย่่างอิิสระ สรุุปสิ่�งที่่�ที่่�ได้้เรีียนรู้้�บัันทึึกผลทั้้�ง
การทดลองและการสืืบค้้น
สมรรถนะหลััก ด้้านการเป็็นพลเมืืองตื่�่นรู้�ที่่�มีีสำนึึกสากล
๑. ใช้้กระบวนการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์ในการสร้้างการมีีส่่วนร่่วมหรืือสร้้างการเปลี่�ยนแปลง
๒. ใช้้ความรู้�เกี่�ยวกัับสิ่�งแวดล้้อมปรากฏการณ์์ธรรมชาติิเพื่่�อเสนอแนวทางการใช้้สิ่�งแวดล้้อมอย่่างรู้�คุ ณ
ค่่าและรัักษาให้้เกิิดความยั่ �งยืืน
ภัยที่ ๖ : รวู้ ิธีเสรมิ สรา้ งสุขภาวะ | หนา้ 250
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สัังคมศึึกษาศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการพููดเขีียนเพื่่�ออธิิบาย นำเสนอข้้อมููล มโนทััศน์์ หลัักการ แนวคิิด แนวทาง
กระบวนการที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับสัังคมศาสนาและวััฒนธรรมในรููปแบบที่่�หลากหลายและเหมาะสมกัับ
กาลเทศะ
๒. แลกเปลี่�ยนสารด้้วยการพููด เขีียนเพื่่�ออภิิปรายความรู้� ความคิิดเห็็นเกี่�ยวกัับข้้อมููล มโนทััศน์์
หลัักการ แนวคิิดที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรม โดยคำนึึงถึึงความเหมาะสม
และการเป็็นทั้้�งผู้้�รัับข้้อมููลและผู้้�นำเสนอที่่�ดีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการเป็็นพลเมืืองตื่�่นรู้�ที่่�มีีสำนึึกสากล
๑. ใช้้ประเด็็นทางสัังคม (Controversial issue) ในการอภิิปรายสานเสวนา (Dialogue)
การแลกเปลี่ �ยนความคิิดเห็็นอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผล
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบายนำเสนอข้้อมููล แนวคิิด หลัักการ มโนทััศน์์ กิิจกรรมเกี่�ยวกัับ
การดำรงชีวี ิิตการสร้้างเสริิมสุุขภาพและการพัฒั นาคุุณภาพชีวี ิิตทั้้ง� ร่่างกาย จิติ ใจ อารมณ์์ สังั คม สติิปััญญา
ภยั ที่ ๖ : ร้วู ิธีเสริมสรา้ งสุขภาวะ | หน้า 251
๙.๗ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ตัวั อย่า่ งการออกแบบกิจิ กรรม
การรัับมือื กับั สถานการณ์ค์ วามเสี่่ย� งด้า้ น
“รู้�ล้ ดละเพื่่�อสร้า้ งตนให้้มีีค่า่ ”
หมายถึงึ การป้อ้ งกันั และปลูกู ฝังั ให้รู้้�สึกว่า่ ตนมีคี ่า่ ปลอดภัยั จากการขาดความรู้�สึก
ที่่�ดีีต่่อตนเอง การรู้้�สึึกด้้อยค่่าจากการถููกปฏิิบััติิที่่�ไม่่เป็็นธรรม และการถููกละเมิิดสิิทธิิเด็็ก
ที่่พ� ึงึ ได้ร้ ับั ด้า้ นการพัฒั นาและการมีสี ่ว่ นร่ว่ ม รวมถึงึ ภัยั จากโรคทางจิติ เวชอันั จะมีผี ลต่อ่ จิติ ใจ
และการทำร้้ายตนเองและผู้�อื่�น การร่ว่ มมืือกัับผู้�เชี่ย� วชาญเพื่่�อวินิ ิิจฉัยั ความเป็น็ กลุ่่ม� เสี่�ยง
อาการเบื้้�องต้้นที่่�พึึงสัังเกตและเข้้าช่่วยเหลืือ การรู้�วิธีีและแหล่่งที่่�จะขอความช่่วยเหลืือ
แบ่ง่ ประเภทภัยั ได้เ้ ป็น็ ๓ ประเภท คืือ ภัยั จากขาดความรู้�สึกที่่ด� ีตี ่อ่ ตนเอง ภัยั จากการรู้�สึก
ด้อ้ ยค่่า ภัยั จากการไม่่ได้ร้ ับั ความเป็น็ ธรรมจากสิทิ ธิเิ ด็็กและภััยจากทางโรคจิิตเวช
ภยั ที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนให้มีค่า | หน้า 252
กิิจกรรมการรัับมืือจากสถานการณ์์ความเสี่่�ยงขั้�้นพื้�้นฐาน:
Problem-based Learning
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ภััยที่�่ ๗: รู้้�ลดละเพื่่�อสร้้างตนให้้มีีค่่า
กรณีีศึึกษา ปมในวััยเด็็ก น้้อยใจคิิดว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก อิิจฉาน้้องจนคิิดทำร้้ายน้้อง
นักั แสดงสาวมากความสามารถได้ม้ านั่่ง� พูดู คุุยใน แม่ไ่ ม่ต่ ้อ้ งไปทำงานที่่อ� อฟฟิศิ แล้ว้ คุุณอาคลอดน้อ้ ง แม่่
รายการทีีวีีรายการหนึ่่�ง เผยช่่วงวัยั เด็ก็ ด้้วยความเด็ก็ ก็ม็ าช่ว่ ยดูแู ลน้อ้ ง น้อ้ งจะผูกู พันั กับั แม่ม่ าก แม่ก่ ็ร็ ักั น้อ้ ง
เข้า้ ใจผิดิ น้อ้ ยใจ เคยคิดิ ทำร้า้ ยน้อ้ ง คุุณพ่อ่ คุุณแม่เ่ ป็น็ เหมืือนเป็น็ ลูกู เลี้ย� งตั้ง� แต่แ่ รก น้อ้ งร้อ้ งก็ต็ ีเี ราทั้้ง� ที่่เ� รา
คนไม่ค่ ่อ่ ยแสดงออกกับั ลูกู เท่า่ ไหร่่ เป็น็ คนขี้้อ� าย กอด ไม่ไ่ ด้ท้ ำอะไรเลย ซื้อ้� ของมาก็ใ็ ห้น้ ้อ้ งก่อ่ น เราได้ท้ ีหี ลังั
แทบไม่เ่ คย ไม่เ่ คยชม ไม่่ว่า่ จะทำอะไรก็แ็ ล้ว้ แต่่ งาน ตลอด น้อ้ ยใจเพราะเป็น็ เด็ก็ มาก”
หรืือเรียี น นักั แสดงสาวคิดิ มาในใจเสมอ ฉันั ต้อ้ งทำให้้ ด้้วยปมในใจทั้้�งเรื่�องพ่่อแม่่ไม่่เคยชม และตอน
ท่า่ นภูมู ิใิ จให้ไ้ ด้้ เพราะว่า่ พ่อ่ แม่ไ่ ม่เ่ คยชมเลย บ้า้ นอื่่น� เด็ก็ อิจิ ฉาน้อ้ งจนคิดิ ทำร้า้ ยน้อ้ ง “คุุณแม่ไ่ ม่รู่้�มาก่อ่ นว่า่
ทำไมเขารักั กันั เขาเฮฮา กอดกันั เขารักั เราแหละเขาไป เรารู้�สึกแบบนี้้� เราก็พ็ ูดู ความรู้�สึกเราหมด คุุณแม่ห่ ันั มา
บอกคนอื่่น� ลูกู ดีี แต่ต่ ่อ่ หน้า้ เขาไม่พ่ ูดู ร้อ้ งไห้ก้ ับั เรา แล้ว้ บอกว่า่ ลูกู รู้�ไหมแม่ร่ ักั ลูกู นะ เข้า้ มา
นักั แสดงสาวกล่า่ วว่า่ “เขาเคยชมแต่่อยากให้้ชม กอดเรา มันั โล่ง่ ไปหมด สิ่่ง� ที่่น� ้อ้ ยใจต่า่ ง ๆ นานา แม่่
ทุุกวันั พ่อ่ เขาจะมองโลกด้ว้ ยความระมัดั ระวังั เขาเก่ง่ กอดวันั นั้้น� มันั ปลดล็อ็ กหมดเลย ความน้อ้ ยใจหายหมด
ในสายตาเรา เขาเป็น็ ฮีโี ร่ม่ าก เราภูมู ิใิ จพ่อ่ มาก พ่อ่ เก่ง่ เลย เราก็ร็ ้้องไห้้บอกแม่่ว่่า เราเข้้าใจแม่ท่ ุุกอย่่างเลย
ทุุกอย่า่ ง แม่เ่ ราก็เ็ ป๊ะ๊ เนี้้ย� บ” แต่ค่ วามภาคภูมู ิใิ จไม่เ่ คย แม่่บอกไม่เ่ คยรู้�เลยว่า่ เรารู้�สึกแบบนี้้ม� าก่อ่ น ตอนพูดู
ได้ก้ ลับั มา “รู้�ว่าเขาภูมู ิใิ จแหละ แต่แ่ ค่ว่ ่า่ บอกก็ไ็ ด้้ แค่่ เรื่อ� งนี้้ก� ันั ก็ต็ อนทำงานเรียี นปริญิ ญาตรีแี ล้ว้ ”
บอกเราว่า่ ทำถูกู แล้ว้ นะ ลูกู เก่ง่ นะ ก็พ็ อใจแล้ว้ เรื่อ� งที่่� โดยทางรายการได้้เซอร์์ไพรส์์ไปสััมภาษณ์์พ่่อ
เข้้าใจผิิดว่่าแม่่ไปเอาลููกพี่่�ลููกน้้องมาเลี้ �ยงทำไมแม่่รััก แม่่ถึึงความภููมิิใจที่่�มีีต่่อลููกสาวคนนี้้�พร้้อมน้้องของ
น้อ้ ง เลี้ย� งน้อ้ ง นักั แสดงสาวเผยว่า่ “เป็น็ ปมวัยั เด็ก็ แม่่ นัักแสดงสาว คุุณแม่่บอกว่่า “เรื่�องที่่�เขาน้้อยใจแม่่รััก
ไม่ไ่ ด้เ้ ลี้ย� งเรา พ่อ่ แม่ท่ ำงานหนังั สืือพิมิ พ์ท์ี่่เ� ดียี วกันั พ่อ่ น้้องมากกว่่า ตอนเล็็ก ๆ ที่่�เคยคิิดทำร้้ายน้้องด้้วย
เป็็นคนเลี้�ยงเราเพราะแม่่ต้้องไปทำงาน แต่่พ่่อเป็็น จริิง ๆ รัักเท่่ากััน ทุุกวัันนี้้�เขายัังเหน็็บอยู่�เรื่�อยเวลา
คอลัมั นิสิ ต์ท์ ำงานที่่บ� ้า้ น เป็น็ คนเลี้ย� งลูกู จนเราโตขึ้น� มา น้อ้ งมาหาแม่่ มาเยี่ย� มแม่่ จะบอกว่า่ ลูกู รัักมาแล้ว้ ”
ขณะที่่น� ้้องของนักั แสดงสาวเปิดิ ใจด้ว้ ยว่่า “ไม่่มีีแม่่
คนไหนรักั ลูกู ตััวเองน้้อยกว่า่ เราก็เ็ ป็็นอีีกคนที่่ห� ่ว่ งแม่่
เหมืือนกััน นัักแสดงสาวเป็น็ พี่่ท� ี่่เ� รารัักมากที่่ส� ุุด รัักพี่่�
และรักั แม่ด่ ้้วย” ด้า้ นนัักแสดงสาวบอกว่่า “รักั น้อ้ ง
เหมืือนกันั แต่่ด้้วยความเด็็กก็็เลยอิิจฉา เพราะน้้อง
ทำอะไรก็็ถููกหมด”
แหล่ง่ ที่่ม� า: คมชัดั ลึกึ
ภยั ที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี ่า | หน้า 253
แนวคิิดการออกแบบกิิจกรรม
การออกแบบกิิจกรรมครั้�งนี้้�ใช้้วิิธีีการยกกรณีีศึึกษามาให้้นัักเรีียนศึึกษา เพื่่�อชี้�ให้้เห็็น
ว่่าการขาดความรู้้�สึึกที่่�ดีีต่่อตนเอง การรู้้�สึึกว่่าตนเองด้้อยค่่าและไม่่เป็็นที่่�ยอมรัับจากคนใน
ครอบครัวั หรืือคนรอบข้า้ ง เป็น็ เรื่อ� งที่่ม� ักั จะกระทบกระเทืือนจิติ ใจของนักั เรียี นวัยั นี้้ม� าก เนื่่อ� งจาก
พััฒนาการของนัักเรีียนระดัับประถมศึึกษาตอนปลาย เป็็นวััยที่่�ยัังพึ่่�งพาความรู้้�สึึกของคนใน
ครอบครััวหรืือคนรอบข้้างเมื่ �อนัักเรีียนขาดความมั่่�นคงในจิิตใจ และหวัังให้้คนในครอบครััว
ยอมรัับในการกระทำของตน
กิิจกรรมครั้ �งนี้้�จึึงมุ่่�งเน้้นให้้นัักเรีียนลองฝึึกแก้้ปััญหาจากการไม่่เห็็นคุุณค่่าในตนเองผ่่าน
กระบวนการคิิด ตััดสิินใจโดยใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณ (CT: Computational Thinking)
โดยใช้้เวลาการจััดประสบการณ์์พััฒนาสมรรถนะด้้านต่่าง ๆ ประมาณ ๑-๒ วััน บููรณาการกัับ
หน่่วยการเรีียนหรืือเป็็นกิิจกรรมยามเช้้า (Home Room)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ผลที่�ค่ าดว่่าจะได้้รับั จุดุ ประสงค์์
๑. รู้้�วิธิ ีกี ารจัดั การกับั อารมณ์ข์ องตนเองเมื่อ� เกิดิ ๑. รู้้�วิธิ ีกี ารคิดิ วิธิ ีกี ารสร้า้ งคุุณค่า่ และค้น้ พบ
ความน้อ้ ยใจ โกรธ อิจิ ฉา ความสามารถของตนเอง
๒. รู้�ถึงึ คุุณค่า่ และความสามารถของตนเอง ๒. รู้�วิธีกี ารคิดิ วิธิ ีกี ารจัดั การกับั อารมณ์์
ความรู้�สึกของตนเองเมื่่อ� มีเี รื่อ� งมากระทบจิติ ใจ
๓. รู้�วิธีกี ารตั้ง� รับั หรืือเตรียี มพร้อ้ มความรู้�สึก
ของตนเอง (สร้า้ งภูมู ิคิุ้�มกันั ในจิติ ใจ) ต่อ่ เรื่อ� ง
ที่่ม� ากระทบจิติ ใจ
๔. รู้�วิธีกี ารยอมรับั และเคารพความต่า่ ง
ในความคิดิ และพฤติกิ รรมระหว่า่ งบุุคคล
ภัยที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี า่ | หน้า 254
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน เนื้้อ� หาการเรีียนรู้�
๑. การจัดั การกับั อารมณ์ค์ วามรู้�สึกของตนเอง
๒. การสร้า้ งคุุณค่า่ ยอมรับั และค้น้ พบความ
สามารถของตนเอง
๓. การตั้ง� รับั หรืือเตรียี มพร้อ้ มความรู้�สึกของ
ตนเองต่อ่ เรื่อ� งที่่ม� ากระทบจิติ ใจ
สื่่อ� ประกอบกิิจกรรม
๑. กรณีศี ึกึ ษาตัวั อย่า่ งจากข่า่ วในเรื่อ� ง
การไม่เ่ ห็น็ คุุณค่า่ ในตัวั เอง
๒. นิทิ าน เรื่อ� ง “ป๋อ๋ งแป๋ง๋ ไม่ใ่ ช่ห่ มาหัวั เน่า่ ”
๓. บทความ “การสร้า้ งความภูมู ิใิ จในตนเอง”
๔. บทความ “ธรรมชาติขิ องเด็ก็ ขี้อ� ิจิ ฉา แก้้
ปัญั หาอย่า่ งเข้า้ ใจ”
๕. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อการ์ต์ ูนู “เด็ก็ ๆ ไม่ต่ ้อ้ งอิจิ ฉา
กันั นะ”
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี ่า | หน้า 255
ขั้้�นตอนการทำกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
การแจกแจงแยกแยะปััญหา
(Decomposing a Problem)
การแจกแจงปัญั หาเป็็นองค์์ประกอบย่อ่ ย จัดั กลุ่�่มประเภทตามสิ่�งที่่�จำเป็็นหรืือสิ่ง� ที่่�ต้อ้ งคำนึงึ ถึงึ และ
สิ่ง� ที่่ไ� ม่เ่ กี่ย� วข้้องบนฐานการคิดิ ที่่�เป็น็ เหตุุและผล เพื่่อ� ให้้ปัญั หาที่่�พบมีีความเป็น็ รูปู ธรรม จัับต้้องได้้
มีีกระบวนการแก้้ปััญหาที่่จ� ัดั การได้้ ซึ่่ง� ทำให้ห้ าทางออกของปััญหาได้อ้ ย่า่ งเป็น็ ระบบ
๑.๑ จุดุ ประกายความสนใจ
ครููเล่่าเรื่อ� งราวของกรณีีศึกึ ษา
๑. ครููเกริ่�นแนะนำเรื่�องการใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณกัับการเรีียนรู้้�ครั้�งนี้้�ด้้วยการกล่่าวว่่า
การที่่�คนเราจะแก้้ปััญหาในเรื่�อง ๆ หนึ่่�งได้้สำเร็็จ จำเป็็นต้้องมีีวิิธีีคิิดแก้้ปััญหาอย่่างเป็็นระบบและมีีเหตุุ
และผล (ซึ่่ง� ในที่่น� ี้้ค� ืือกระบวนการคิิดเชิิงคำนวณหรืือเรียี กสั้น� ๆ ว่า่ CT) ครููจึงึ อยากเตรียี มความพร้อ้ มของ
นักั เรียี นก่อ่ นเข้า้ สู่�วิธีกี ารแก้ป้ ัญั หาเพื่่อ� ดูวู ่า่ นักั เรียี นมีวี ิธิ ีคี ิดิ อย่า่ งเป็น็ เหตุุเป็น็ ผลหรืือไม่ ่ ฝึกึ การคิดิ แก้ป้ ัญั หา
แยกแยะ หาจุุดร่่วมของปัญั หา ตััดประเด็น็ ที่่�ไม่ใ่ ช่่ออก สรุุปเป็็นความคิดิ และลำดับั ขั้�น้ ตอนการแก้ป้ ััญหา
ไปสู่ �เป้้าหมาย
๒. เมื่ �อนัักเรีียนสามารถเรีียนรู้้�วิิธีีการคิิดเชิิงเหตุุและผลโดยไม่่ใช้้อารมณ์์เป็็นตััวตััดสิินในการแก้้
ปัญั หา จึึงดำเนินิ การในขั้น้� ตอนต่อ่ ไป
๓. ครููเล่่าข่่าวให้้นักั เรียี นฟังั เพื่่�อเป็็นข้อ้ มููลสำหรัับการเรีียนรู้้�ในขั้้น� ต่อ่ ไป
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนให้มคี า่ | หนา้ 256
๑.๒ ตั้้�งประเด็็นที่�่จะศึึกษาผ่่านการตั้้�งคำถาม
แลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นกับั นัักเรียี นในเรื่อ� งที่่�เกิดิ ขึ้�น ให้น้ ัักเรีียนเลืือกว่่าสนใจศึึกษากรณีีศึึกษาแบบใด
ดังั ตัวั อย่่างคำถาม ของครูู (ในกรณีที ี่่�นักั เรีียนยัังหาคำตอบไม่่ได้้ เปิิดสื่�อคลิปิ วิดิ ีโี อ หรืือแนะนำหนัังสืือให้น้ ัักเรีียนค้้นคว้า้
เพื่่อ� นำมาอภิปิ รายแลกเปลี่�ยนเรียี นรู้้�กับั เพื่่อ� น)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ตััวอย่่างที่่� ๑ ตััวอย่่างที่่� ๒ ตััวอย่่างที่่� ๓
นัักเรีียนคิิดอย่่างไร นัักเรีียนคิิดว่่าทำไม หากนัักเรีียนรู้้�สึึกไม่่พอใจ
กัับข่่าวนี้้� ดาราสาวคนนี้้�ถึึงคิิดว่่า โกรธ อิิจฉา หรืือน้้อยใจ
นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการจััดการ
คุุณครูู พ่่อแม่่ไม่่รััก กัับความรู้้�สึึกนั้้�นอย่่างไร
ดาราน้้อยใจคิิดว่่า คุุณครูู คุุณครูู
พ่่อแม่่ไม่่รััก
เลยอิิจฉาน้้อง พ่่อแม่่ไม่่เคยชม อยู่�เงีียบ ๆ
และกอด ร้้องไห้้
นัักเรีียน
นัักเรีียน นัักเรีียนคนที่�่ ๑
ถ้้านัักเรีียน
เป็็นดาราสาว แล้้วทำไมดาราสาว อาละวาด
นัักเรีียนจะทำอย่่างไร จึึงคิิดจะทำร้้ายน้้อง โวยวาย
คุุณครูู คุุณครูู นัักเรีียนคนที่�่ ๒
ร้้องไห้้เสีียใจ รู้้�สึึกอิิจฉา นอกจากวิิธีีที่่�เด็็ก ๆ
คิิดว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก คิิดว่่าพ่่อแม่่รััก บอกมาแล้้ว ยัังมีี
น้้องมากกว่่า วิิธีีอื่ �นอีีกหรืือไม่่
นัักเรีียนคนที่่� ๑
นัักเรีียน คุุณครูู
พยายาม
เข้้าใจพ่่อแม่่ ตั้�งสติิ ใจเย็็น ๆ
ค่่อย ๆ หาทาง
นัักเรีียนคนที่่� ๒
แก้ป้ ััญหา
นัักเรีียน
จากการพููดคุุย ครููชวนตั้้�งประเด็็นที่�่จะศึึกษาร่่วมกััน ซึ่่�งได้้ข้้อสรุุปร่่วมกัันตามประเด็็นที่�่นัักเรีียนสนใจ ดัังนี้้�
นัักเรีียนจะจััดการกัับคอำาถรามมณ์จ์ขาอกงตัตัวนอเยอ่่างงเทมืี่่่�อ่� ๓มีีเรื่�องมากระทบจิิตใจ
และไม่่เห็็นคุุณค่่าของตนเองอย่่างไร
ภยั ที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ ีค่า | หนา้ 257
๑.๓ ระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา
แบ่ง่ กลุ่ม�่ นัักเรียี นเพื่่�อระดมสมองจััดกลุ่ม�่ ความน่่าจะเป็น็ ของวิธิ ีีการแก้้ไข
ครูชู วนนักั เรียี นมาร่ว่ มกันั คิดิ วิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาหากมีเี รื่อ� งมากระทบจิติ ใจ ซึ่ง่� ทำให้น้ ักั เรียี นไม่เ่ ห็น็ คุุณค่า่
ในตนเอง “ถ้้านัักเรีียนอยู่�ในเหตุุการณ์์นั้้�น นัักเรีียนจะมีีวิิธีีแก้้ปััญหาในการจััดการอารมณ์์และแก้้ปััญหา
เรื่�องการไม่่เห็็นคุุณค่่าของตนเอง อย่่างไร”
การระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา ควรครอบคลุุมทั้้�งประเด็็นด้้านทััศนคติิที่�่พึึงมีี และความรู้�ที่�่พึึงมีี ดัังนี้้�
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ทััศนคติิที่�่พึึงมีี ความรู้ท� ี่�พ่ ึึงมีี
- การเห็น็ คุณุ ค่า่ และยอมรัับตนเอง - การจััดการอารมณ์ข์ องตนเอง
- การมีีสติิ ควบคุุมและจััดการอารมณ์ข์ องตนเอง - หาจุุดเด่่นและความสามารถของตนเองเพื่อ�่ สร้าง
- การเปิิดใจกว้้างยอมรับั ความแตกต่่างในความคิิด ความภาคภููมิิใจในตนเอง
และพฤติิกรรมระหว่่างบุุคคล - การรัับรู้อ� ารมณ์์ความรู้�ส้ ึกึ ของน้้อง
๑.๔ ตััดประเด็็นที่�่ไม่่ใช่่การแก้้ปััญหาที่�่แท้้จริิงออก
ให้้นัักเรีียนลงคะแนนเสียี ง (โหวต) เพื่่�อเลืือกองค์ป์ ระกอบที่่�จำเป็็นและควรคำนึงึ ถึึงเกี่ย� วกัับปััญหา
เพื่่�อให้เ้ ข้้าใจในปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์ท์ ี่่�เกิดิ ขึ้�น และตััดองค์์ประกอบที่่ไ� ม่เ่ กี่ย� วข้อ้ งออกไป
รายการ ใช้แ้ ก้้ปัญั หาได้้ ไม่่แก้้ปััญหา
รู้�จักั การจััดการอารมณ์์ ๑๐ โหวต ๐ โหวต
ของตนเอง ๙ โหวต ๑ โหวต
หาจุุดเด่่นและความสามารถของ
ตนเองเพื่อ่� สร้างความภาคภููมิิใจใน ๓ โหวต ๗ โหวต
ตนเอง
การรับั รู้�อารมณ์์ความรู้้ส� ึึก
ของน้้อง
ภัยท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ ีคา่ | หนา้ 258
๑.๕ ลำดัับขั้้�นตอนการแก้้ปััญหา
ลำดับั ประเด็น็ ที่่�จะใช้้ในการแก้้ปััญหาว่า่ ควรทำสิ่�งใดก่อ่ นสิ่่�งใดหลังั จากประสบการณ์์ของนักั เรียี น
โดยมุ่ง�่ เน้น้ การคิดิ วางแผน มีวี ิธิ ีกี าร สื่่�อและอุุปกรณ์ท์ ี่่�จะใช้ใ้ นแต่่ละขั้้�นตอน รวมถึึงการควบคุุมกำกัับติดิ ตาม
แผนการดำเนิินงานของตน
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ประเด็น็ วิธิ ีีการแก้้ปััญหาที่่น� ัักเรีียนเลืือก ลำำ�ดับั การแก้้ปัญั หาจาก
สิ่�งที่่ค� วรคำ�ำ นึึงถึงึ มากที่่ส� ุุด
(จากการลงคะแนนเสีียงของนักั เรียี น)
การจัดั การอารมณ์ข์ องตนเอง ๑
หาจุดุ เด่น่ และความสามารถของตนเอง ๒
เพื่อ�่ สร้างความภาคภููมิใิ จในตนเอง
หมายเหตุุ: นัักเรีียนอาจคิิดลำดัับเพิ่�่มเติิมอีีกได้้ เช่่น การรัับรู้้�ความรู้้�สึึกของพ่่อแม่่ การส่่งเสริิมความมั่่�นใจ
อย่่างไรก็็ตามความคิิดของนัักเรีียนที่่�จะใช้้แก้้ปััญหาครั้�งนี้้�อาจเป็็นวิิธีีแก้้ปััญหาที่่�ยัังไม่่
ตรงประเด็น็ หรืือยังั ไม่ใ่ ช่ว่ ิธิ ีทีี่่ถ� ูกู ต้อ้ ง ขอให้ค้ รูใู ห้โ้ อกาสนักั เรียี นลองผิดิ ลองถูกู ตามวิธิ ีกี ารที่่น� ักั เรียี น
คิิดไปก่่อน โดยครููอย่่าเพิ่่�งรีีบเฉลย เพื่่�อให้้นัักเรีียนเกิิดความมั่่�นใจที่่�จะกล้้าคิิดกล้้าแสดงออก
จนเมื่�อเข้้าสู่�ขั้น้� ตอนการสืืบค้้นต่อ่ ไปจะทำให้น้ ักั เรียี นค่อ่ ย ๆ เรีียนรู้้�ว่า่ แผนการแก้ป้ ัญั หา
ของตนมีีลำดัับที่่�ถููกต้้องหรืือไม่่และอาจจะมีีการเพิ่่�ม ลด หรืือรวบขั้้�นตอนการแก้้ปััญหาที่่�จะ
ทำให้้ได้้ผลจริิง พร้้อมระบุุสื่่�อและอุุปกรณ์์ที่่�ต้้องใช้้ประกอบการแก้้ปััญหา
ภัยที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ คี า่ | หนา้ 259
สร้้างรูปู แบบการแก้้ปััญหาผ่่านการคิิดเป็น็ ลำดัับขั้้น� ตอนสู่�เป้้าหมาย
(Algorithmic Thinking)
๒.๑ สืืบค้้นความเป็็นไปได้้ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�นัักเรีียนคิิดขึ้้�นจากแหล่่งข้้อมููลต่่าง ๆ
ร่่วมกันั วิเิ คราะห์อ์ งค์์ประกอบที่่ค� วรคำนึงึ ถึงึ ในการแก้ป้ ัญั หาจากประสบการณ์์ของนักั เรีียน โดยสืืบค้น้ จาก
แหล่ง่ ข้อ้ มูลู ต่่าง ๆ เช่่น จากหนังั สืือ คำสอนของผู้�ปกครอง สื่่อ� คลิิปวิดิ ีีโอต่่าง ๆ ว่า่ ประเด็น็ ใดสอดคล้อ้ งกับั
ประเด็น็ ที่่น� ักั เรีียนคิดิ เอาไว้้ เพื่่�อให้้นัักเรียี นเริ่ม� รู้�ว่าสิ่�งที่่�นัักเรีียนคิดิ สามารถนำมาใช้้ได้จ้ ริงิ ในการแก้้ปััญหาได้้
หรืือไม่่ (ทบทวนข้้อมููลจากตารางในข้อ้ ๑.๕ ลำดัับวิธิ ีีการแก้้ปัญั หาใหม่่ เติิมช่อ่ งเหตุุผลของวิธิ ีกี ารแก้้ปััญหาแต่่ละข้้อในตาราง)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ลำำ�ดัับการแก้้ปััญหา ความรู้�้ที่่ไ� ด้้จากการสืืบค้้นเพื่่�อแก้้ปััญหา แหล่ง่ ข้้อมููล
- การจัดั การอารมณ์์ เทคนิคิ การจัดั การอารมณ์แ์ ละความคิิด กบhemtาทtรoคpคtวsวi:าoบ/มn/คจุatมุาluกอ-eาsmรeaมlfsณ-t์erต์ erน.gc/เoอmง/-blog/
ของตนเอง ๑.ความรู้�ส้ ึกึ ตััว เช่น่ คนที่่ร�ู้�ว่่า “ฉัันกำ�ำ ลังั โกรธ” จะลด htceotetmpn/sah:g/oe/wrts-ht.oth-edaesailainngp-awreintht.-
ความโกรธลงได้้
๒.การหายใจ การมีีสติิรับั รู้ล� มหายใจเข้้าออกเป็น็ การทำำ�
สมาธิใิ ห้้อารมณ์แ์ ละจิิตใจกลับั เข้้าสู่่�ภาวะสงบ
๓.การผ่อ่ นคลายกล้้ามเนื้้�อ
๔.การฝึกึ ควบคุมุ ประสาทอััตโนมัตั ิิ ด้้วยการตั้้ง� ฝ่่ามืือใน
ระดับั ทรวงอก หันั ฝ่า่ มืือเข้้าหากันั โดยเว้้นช่ว่ งห่า่ งประมาณ
๒-๓ นิ้้�ว หลัังจากนั้้น� ขยับั ฝ่า่ มืือออกจากกัันช้้า ๆ จนห่่าง
พอควรแล้้วขยัับเข้้ามาใกล้้กันั อีีก ทำ�ำ อย่่างนี้้เ� ป็็นจังั หวะช้้า ๆ
จัับความรู้้ส� ึึกของฝ่่ามืือทั้้�ง ๒ ข้้าง ทำำ�ติดิ ต่อ่ กัันอย่่างน้้อย
๕-๑๐ นาทีี
๕.การจิินตนาการ ผ่่อนคลายกล้้ามเนื้้�อ จากนั้้น� ค่่อยนึกึ
ภาพสิ่�งเร้า (สิ่ง� ที่่�ทำ�ำ ให้้เกิดิ ความกลััว) เป็็นลำำ�ดับั ขั้น� จากระดัับ
ที่่�ก่อ่ ให้้เกิดิ ความกลัวั น้้อยที่่�สุดุ ไปจนถึึงมากที่่ส� ุุด
๖.คิดิ ในทางที่่�ถููกพึึงพอใจในตัวั เองและสิ่ง� ที่่ม� ีีอยู่�ใน
ปัจั จุบุ ัันก็็ย่่อมเป็น็ สุขุ ได้้ง่า่ ยกว่่า
- หาจุดุ เด่่นและความสามารถ การเห็็นคุุณค่่าและค้้นพบความสามารถของตนเองนำ�ำ ไปสู่� ปสเใชCสhทหt้มรสรo้้ลคtาะรูสnูpเกงนมทtิsพเ.สeคิส:hัศำ/n�ำปฒัรtไินt/ทมิmลัู/สูwนกักยlุ4wาุขงฝ4ักwาภงั 3น.าา%t9รพกh2แ7aอ0ล-iงS1ะh2ทพeeุ%ุนlaฤf2lสต-0tินEhิกัsับ.รotสรerมน.eุtเmนุดh็%กก็/2าแร0ห่ง่
ของตนเองเพื่�อ่ สร้าง การมีีความมั่่น� ใจและยอมรับั ตนเอง บhAtทrttคpicวsl:าe/มT/จhwาawกiwD.BthPaNio-๑d.bpph.porg/
ความภาคภููมิิใจในตนเอง การสร้างความภููมิิใจในตนเอง คืือ การค่อ่ ย ๆ เก็บ็ สะสม
ความคิดิ ความเชื่�อ่ ความรู้ส้� ึกึ ที่่�มีีต่อ่ ตนเองตั้้�งแต่่เล็็กจนโต thบhtทetคp-วsu:าn/มt/จotาlhกde-psottoernietsia-le.po1rg/family/
ซึ่ง� มีีผลต่่อการแสดงออกในทุกุ ๆ ด้้าน rcheotltmap/tsi5:o/-n/rsewhawispwos.np-asw-rietpnhrot-sbborlenetmeh.-ren/
- ข้้อควรคำ�ำ นึึงของพ่่อแม่่ เหตุุผลที่่�พ่อ่ แม่ท่ ำำ�ให้้พี่่�น้้องไม่่รักั กััน
ในกรณีีที่่�รัักลููกไม่เ่ ท่า่ กันั - พููดย้ำำ�� ว่่าพี่่ต� ้้องเสียี สละให้้น้้อง
- พ่่อแม่ไ่ ม่เ่ ข้้าใจความแตกต่่างของวัยั ลููก
- พ่อ่ แม่เ่ ปรียี บเทีียบพี่่�กับั น้้อง
- พ่่อแม่ล่ ำำ�เอียี ง
- ตำ�ำ หนิิลููกต่อ่ หน้้าน้้องหรือพี่่�
ภยั ท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี า่ | หน้า 260
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน จััดการข้้อมููล สร้้างบทสรุปุ และตีคี วามข้้อมููล
(Organizing, Generating, and Interpreting data)
๓.๑ เรีียบเรีียงผลสรุุปจากการสืืบค้้น
นำข้้อมููลทั้้�งหมดมาเรีียบเรีียง จััดระบบหาแนวทางแก้้ปััญหา โดยให้้นัักเรีียนเลืือกวิิธีีการนำเสนอข้้อมููล
ในรููปแบบของตาราง ดัังตััวอย่่าง
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ ีคา่ | หนา้ 261
ทดสอบ หาจุุดบกพร่่อง การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
(Testing and Debugging)
๔.๑ ทบทวนความถููกต้้องของการแก้้ปััญหา
ทบทวนข้อ้ มููลอีีกครั้ง� เพื่่�อให้้แน่่ใจว่่าวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาที่่น� ัักเรีียนคิิดกันั ไว้น้ ั้้�น เหมาะสมกับั สถานการณ์ม์ ากที่่�สุุด
โดยให้น้ ักั เรีียนช่ว่ ยกันั อธิิบายเหตุุผลประกอบ
- เชิิญนัักจิิตวิิทยามาให้้ความรู้� และให้้คำแนะนำเรื่�องการสร้้างคุุณค่่าในตนเอง และสอบถามความรู้�
ในกรณีที ี่่�ไม่เ่ ข้้าใจหรืือต้้องการข้้อมููลเพิ่่ม� เติมิ
- จััดเสวนาระหว่่างผู้�ปกครอง นัักเรียี นและครูู เพื่่อ� ให้้ทุุกฝ่า่ ยมีีส่่วนร่ว่ มในการแก้้ปััญหาร่่วมกันั จัดั เวทีีให้้
นัักเรีียนพูดู ความรู้้�สึึก สะท้้อนให้้เห็น็ มุุมมองของพ่อ่ แม่ ่ น้อ้ งและตััวนัักเรีียนเอง ในประเด็น็ การเลี้�ยงดูลู ููก
(ในมุุมของพ่่อแม่่และการตีีความของเด็ก็ ) ความรัักความอิจิ ฉาระหว่า่ งพี่่น� ้้อง
- นำข้อ้ มูลู ที่่ไ� ด้จ้ ากแหล่ง่ ต่า่ ง ๆ มาร่ว่ มแลกเปลี่ย� นกับั เพื่่อ� นในกลุ่ม�่ เพื่่อ� ปรับั ปรุุง
แก้ไ้ ขรูปู แบบที่่ส� ร้า้ งขึ้น� ว่า่ ในส่ว่ นใดควรมีกี ารปรับั ปรุุง แก้ไ้ ขด้ว้ ยวิธิ ีกี ารอย่า่ งไร
นำข้้อมููลจากฝ่่ายต่่าง ๆ มาประมวลสรุุป จััดกลุ่่�มประเภท เทีียบเคีียงกัับวิิธีีแก้้ปััญหา
ที่่�นัักเรีียนได้้สร้้างไว้้ ว่่าควรมีีเพิ่่�มเติิมหรืือปรัับลดในเรื่ �องใดบ้้าง
๔.๒ ทดลองความรู้�
ทำการทดลองแนวทางการแก้ป้ ััญหาที่่�ได้้มีีการปรับั ปรุุงใหม่่
ดููสื่�อคลิิปวิิดีีโอการ์์ตูนู เพื่่อ� ศึกึ ษาการแก้้ปัญั หาของตัวั ละคร และสอบถามนักั เรีียนว่่าหากเป็็น
นักั เรีียนจะมีีวิิธีีการจััดการอารมณ์์ของตนเอง รวมถึึงแก้้ปััญหาในเรื่�องนี้้�อย่่างไร เพื่่�อแลกเปลี่�ยน
เรีียนรู้้�พฤติกิ รรมของตััวละครสะท้อ้ นถึึงความคิดิ และการตัดั สิินใจของนักั เรีียน
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี ่า | หน้า 262
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน การปรับั แต่่งการแก้้ปััญหาแบบทบต้้นความรู้ว� นซ้้ำ
(Iterative Refinement)
๕.๑ ปรัับปรุุงแก้้ไข
แก้ไ้ ขแนวทางตามคำแนะนำที่่ไ� ด้้รัับและนำเสนอการเรียี นรู้้� เพื่่อ� ให้้นัักเรียี นสามารถควบคุุมและประเมิินการคิดิ
(Meta-cognition) ครอบคลุุมทั้้ง� ในเรื่�องการตระหนักั รู้�ในการคิดิ ของตน คิิดวางแผน ควบคุุม การดำเนินิ งาน
และปรัับคิิดตามแผนงานใหม่่ที่่�สร้า้ งขึ้�นด้้วยการให้น้ ัักเรียี นทบทวนประเด็น็ ที่่�แก้้ไข ว่า่ นำไปสู่�การพัฒั นามุุมมอง
ความคิิดใหม่่จากรููปแบบการแก้้ปัญั หาใหม่ข่ องนัักเรีียนในแบบใดได้บ้ ้า้ ง
๕.๑.๑ การคิดิ อย่า่ งมีเี หตุผุ ล: ทำให้น้ ักั เรียี นเข้า้ ใจความสืืบเนื่่อ� งของเหตุุไปสู่่�ผล
๕.๑.๒ การคิดิ กว้้าง: ทำให้้นัักเรียี นเกิดิ การคิดิ กว้้าง เกิดิ การเชื่�อมโยงกัับประเด็น็ ต่า่ ง ๆ ในหลากหลายมิติ ิิ
๕.๑.๓ การคิิดลึึกซึ้้ง� : ทำให้น้ ักั เรียี นมีขี ้้อมูลู เชิิงลึกึ จากเรื่อ� งที่่�ศึึกษา
๕.๑.๔ การคิดิ ไกล: ทำให้ช้ ่ว่ ยเพิ่่�มวิสิ ัยั ทััศน์ ์ ผลระยะยาวที่่�เกิดิ ขึ้น� จากการปรับั ปรุุงข้้อมููล
สุุดท้า้ ยสร้า้ งเป็็นบทสรุุปจากความรู้�ที่�ได้จ้ ากปรัับแนวทาง
สรุปุ ความรู้จ� ากข้้อเท็จ็ จริิง (Factual Knowledge)
เป็็นแบบรายการ เป็็นข้อ้ สรุุป จัดั กลุ่่�มประเภท เรียี งลำดัับเหตุุการณ์์
สรุปุ ความรู้ใ� นเชิงิ ความคิดิ รวบยอด (Conceptual Knowledge)
ด้้วยการแจกแจง ตีคี วาม อธิิบาย ประเมิินค่า่
สรุปุ ความรู้�จากการคิิดเชิงิ ซัับซ้้อน (Meta-Cognitive Knowledge)
ความสามารถในการนำไปปฏิิบัตั ิิ
๑. จััดเวทีีให้้นัักเรีียนได้้นำเสนอรููปแบบการแก้้ปััญหาการขาดความรู้้�สึึกที่่�ดีีต่่อตนเอง เช่่น
เชิิญนัักจิิตวิทิ ยามาให้้คำแนะนำและให้น้ ักั เรีียนสอบถามความรู้� ในกรณีีที่่�ไม่เ่ ข้า้ ใจหรืือต้้องการข้อ้ มููล
เพิ่่ม� เติิม
๒. จััดเสวนาระหว่่างผู้�ปกครอง นัักเรีียนและครูู เพื่่�อให้้ทุุกฝ่่ายมีีส่่วนร่่วมในการแก้้ปััญหา
ร่่วมกััน จััดเวทีีให้้นัักเรีียนพููดความรู้้�สึึก สะท้้อนให้้เห็็นมุุมมองของพ่่อแม่่ น้้องและตััวนัักเรีียนเอง
ในประเด็น็ การเลี้ย� งดููลููก (ในมุุมของพ่่อแม่่และการตีคี วามของเด็ก็ ) ความรักั ความอิจิ ฉาระหว่่างพี่่น� ้อ้ ง
๓. นำข้อ้ มูลู ที่่ไ� ด้จ้ ากแหล่ง่ ต่า่ ง ๆ มาร่ว่ มแลกเปลี่ย� นกับั เพื่่อ� นในกลุ่ม�่ เพื่่อ� ปรับั ปรุุง แก้ไ้ ขรูปู แบบ
ที่่�สร้้างขึ้�น ว่่าในส่่วนใดควรมีกี ารปรัับปรุุง แก้้ไขด้้วยวิธิ ีกี ารอย่่างไร
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี า่ | หนา้ 263
การประเมิิน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ใช้้วิิธีีการประเมิินแบบสามเส้้าจาก ครูู ผู้้�ปกครอง และตััวนัักเรีียน
ทัศั นคติิ
๑. ความรู้้�สึกึ ดีีต่อ่ ตนเองและเชื่�อมั่่น� ว่่าตนเองมีคี ่่า
๒. ทุุกคนมีีทั้้ง� จุุดเด่่นและจุุดด้อ้ ยในตนเอง
๓. การแก้ป้ ััญหาตนเองโดยใช้้หลักั เหตุุและผล
ความรู้ �
๑. การสร้า้ งคุุณค่่าและการค้น้ พบความสามารถของตนเอง
๒. การจััดการและควบคุุมอารมณ์์ของตนเอง
ข้้อแนะนำ
ชวนนัักเรีียนตระหนัักว่่า นัักเรีียนอาจเป็็นคนหนึ่่�งที่่�มีีความรู้้�สึึกด้้อยค่่า ไม่่เห็็นถึึง
ความสามารถของตนเอง เนื่่อ� งจากคิดิ ว่า่ พ่อ่ แม่ไ่ ม่ร่ ักั หรืือเกิดิ ความอิจิ ฉาน้อ้ ง ซึ่ง�่ ส่ง่ ผลกระทบต่อ่
ภาวะจิิตใจในเรื่�องการขาดความรู้้�สึึกที่่�ดีีต่่อตนเอง เห็็นว่่าตนเองไม่่มีีค่่า จึึงควรส่่งเสริิมให้้
นักั เรียี นพยายามรู้�เท่า่ ทันั ความรู้�สึกของตนเอง มีคี วามสามารถในการจัดั การความรู้�สึก อารมณ์์
ของตนเองด้้วยเหตุุผล และสร้า้ งคุุณค่า่ ด้ว้ ยการหาจุุดเด่่นหรืือค้น้ พบศัักยภาพของตน เพื่่�อนำ
ไปสู่�ความภูมู ิใิ จและรู้�สึกดีตี ่อ่ ตนเองเชื่อ� มโยงไปสู่�การยอมรับั และเห็น็ คุุณค่า่ ของผู้�อื่น� ด้ว้ ยเช่น่ กันั
ภยั ที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีค่า | หน้า 264
กิิจกรรมการรัับมืือจากสถานการณ์์ความเสี่�่ยงแบบก้้าวหน้้า:
Project-based Learning
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ภััยที่่� ๗: รู้้�ลดละเพื่่�อสร้้างตนให้้มีีค่่า
กรณีีศึึกษา ปมในวััยเด็็ก น้้อยใจคิิดว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก อิิจฉาน้้องจนคิิดทำร้้ายน้้อง
นักั แสดงสาวมากความสามารถได้ม้ านั่่ง� พูดู คุุยใน แม่ไ่ ม่ต่ ้อ้ งไปทำงานที่่อ� อฟฟิศิ แล้ว้ คุุณอาคลอดน้อ้ ง แม่่
รายการทีีวีีรายการหนึ่่ง� เผยช่ว่ งวัยั เด็ก็ ด้ว้ ยความเด็ก็ ก็ม็ าช่ว่ ยดูแู ลน้อ้ ง น้อ้ งจะผูกู พันั กับั แม่ม่ าก แม่ก่ ็ร็ ักั น้อ้ ง
เข้า้ ใจผิดิ น้อ้ ยใจ เคยคิดิ ทำร้า้ ยน้อ้ ง คุุณพ่อ่ คุุณแม่เ่ ป็น็ เหมืือนเป็น็ ลูกู เลี้ย� งตั้ง� แต่แ่ รก น้อ้ งร้อ้ งก็ต็ ีเี ราทั้้ง� ที่่เ� รา
คนไม่ค่ ่อ่ ยแสดงออกกับั ลูกู เท่า่ ไหร่่ เป็น็ คนขี้้อ� าย กอด ไม่ไ่ ด้ท้ ำอะไรเลย ซื้อ้� ของมาก็ใ็ ห้น้ ้อ้ งก่อ่ น เราได้ท้ ีหี ลังั
แทบไม่เ่ คย ไม่่เคยชม ไม่ว่ ่า่ จะทำอะไรก็แ็ ล้ว้ แต่่ งาน ตลอด น้อ้ ยใจเพราะเป็น็ เด็ก็ มาก”
หรืือเรียี น นักั แสดงสาวคิดิ มาในใจเสมอ ฉันั ต้อ้ งทำให้้ ด้้วยปมในใจทั้้�งเรื่�องพ่่อแม่่ไม่่เคยชม และตอน
ท่า่ นภูมู ิใิ จให้ไ้ ด้้ เพราะว่า่ พ่อ่ แม่ไ่ ม่เ่ คยชมเลย บ้า้ นอื่่น� เด็ก็ อิจิ ฉาน้อ้ งจนคิดิ ทำร้า้ ยน้อ้ ง “คุุณแม่ไ่ ม่รู่้�มาก่อ่ นว่า่
ทำไมเขารักั กันั เขาเฮฮา กอดกันั เขารักั เราแหละเขาไป เรารู้�สึกแบบนี้้� เราก็พ็ ูดู ความรู้�สึกเราหมด คุุณแม่ห่ ันั มา
บอกคนอื่่น� ลูกู ดีี แต่ต่ ่อ่ หน้า้ เขาไม่พ่ ูดู ร้อ้ งไห้ก้ ับั เรา แล้ว้ บอกว่า่ ลูกู รู้�ไหมแม่ร่ ักั ลูกู นะ เข้า้ มา
นักั แสดงสาวกล่า่ วว่า่ “เขาเคยชมแต่่อยากให้้ชม กอดเรา มันั โล่ง่ ไปหมด สิ่่ง� ที่่น� ้อ้ ยใจต่า่ ง ๆ นานา แม่่
ทุุกวันั พ่อ่ เขาจะมองโลกด้ว้ ยความระมัดั ระวังั เขาเก่ง่ กอดวันั นั้้น� มันั ปลดล็อ็ กหมดเลย ความน้อ้ ยใจหายหมด
ในสายตาเรา เขาเป็น็ ฮีโี ร่ม่ าก เราภูมู ิใิ จพ่อ่ มาก พ่อ่ เก่ง่ เลย เราก็ร็ ้้องไห้้บอกแม่ว่ ่่า เราเข้้าใจแม่ท่ ุุกอย่า่ งเลย
ทุุกอย่า่ ง แม่เ่ ราก็เ็ ป๊ะ๊ เนี้้ย� บ” แต่ค่ วามภาคภูมู ิใิ จไม่เ่ คย แม่บ่ อกไม่เ่ คยรู้�เลยว่า่ เรารู้�สึกแบบนี้้ม� าก่อ่ น ตอนพูดู
ได้ก้ ลับั มา “รู้�ว่าเขาภูมู ิใิ จแหละ แต่แ่ ค่ว่ ่า่ บอกก็ไ็ ด้้ แค่่ เรื่อ� งนี้้ก� ันั ก็ต็ อนทำงานเรียี นปริญิ ญาตรีแี ล้ว้ ”
บอกเราว่า่ ทำถูกู แล้ว้ นะ ลูกู เก่ง่ นะ ก็พ็ อใจแล้ว้ เรื่อ� งที่่� โดยทางรายการได้้เซอร์์ไพรส์์ไปสััมภาษณ์์พ่่อ
เข้้าใจผิิดว่่าแม่่ไปเอาลููกพี่่�ลููกน้้องมาเลี้ �ยงทำไมแม่่รััก แม่่ถึึงความภููมิิใจที่่�มีีต่่อลููกสาวคนนี้้�พร้้อมน้้องของ
น้อ้ ง เลี้ย� งน้อ้ ง นักั แสดงสาวเผยว่า่ “เป็น็ ปมวัยั เด็ก็ แม่่ นัักแสดงสาว คุุณแม่่บอกว่่า “เรื่�องที่่�เขาน้้อยใจแม่่รััก
ไม่ไ่ ด้เ้ ลี้ย� งเรา พ่อ่ แม่ท่ ำงานหนังั สืือพิมิ พ์ท์ี่่เ� ดียี วกันั พ่อ่ น้้องมากกว่่า ตอนเล็็ก ๆ ที่่�เคยคิิดทำร้้ายน้้องด้้วย
เป็็นคนเลี้�ยงเราเพราะแม่่ต้้องไปทำงาน แต่่พ่่อเป็็น จริิง ๆ รัักเท่่ากััน ทุุกวัันนี้้�เขายัังเหน็็บอยู่�เรื่�อยเวลา
คอลัมั นิสิ ต์ท์ ำงานที่่บ� ้า้ น เป็น็ คนเลี้ย� งลูกู จนเราโตขึ้น� มา น้้องมาหาแม่่ มาเยี่ย� มแม่่ จะบอกว่า่ ลููกรัักมาแล้้ว”
ขณะที่่น� ้้องของนักั แสดงสาวเปิิดใจด้ว้ ยว่่า “ไม่ม่ ีแี ม่่
คนไหนรัักลููกตัวั เองน้้อยกว่่า เราก็็เป็็นอีกี คนที่่�ห่่วงแม่่
เหมืือนกันั นักั แสดงสาวเป็็นพี่่�ที่่เ� รารักั มากที่่ส� ุุด รักั พี่่�
และรักั แม่ด่ ้้วย” ด้้านนัักแสดงสาวบอกว่า่ “รัักน้้อง
เหมืือนกันั แต่ด่ ้ว้ ยความเด็็กก็เ็ ลยอิิจฉา เพราะน้อ้ ง
ทำอะไรก็ถ็ ูกู หมด”
แหล่ง่ ที่่ม� า: คมชัดั ลึกึ
ภัยที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี า่ | หน้า 265
แนวคิิดการออกแบบกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
การออกแบบกิจิ กรรมครั้�งนี้้ใ� ช้้วิิธีีการยกกรณีีศึกึ ษามาให้น้ ักั เรีียนศึกึ ษา เพื่่อ� ชี้ใ� ห้เ้ ห็น็ ว่า่ การ
ขาดความรู้้�สึึกที่่�ดีีต่่อตนเอง การรู้้�สึึกว่่าตนเองด้้อยค่่าและไม่่เป็็นที่่�ยอมรัับจากคนในครอบครััว
หรืือคนรอบข้า้ ง เป็น็ เรื่อ� งที่่ม� ักั จะกระทบกระเทืือนจิติ ใจของนักั เรียี นวัยั นี้้ม� าก เนื่่อ� งจากพัฒั นาการ
ของนัักเรีียนระดัับประถมศึึกษาตอนปลายเป็็นวััยที่่�ยัังพึ่่�งพาความรู้้�สึึกของคนในครอบครััวหรืือ
คนรอบข้า้ ง และหวังั ให้ค้ นในครอบครัวั ยอมรับั ในการกระทำของตน เมื่่อ� นักั เรียี นขาดความมั่่น� คง
ในจิติ ใจ จึงึ ทำให้น้ ักั เรียี นอาจจะคิดิ แก้ป้ ัญั หาในทางที่่ผ� ิดิ แสดงความรู้�สึกไม่พ่ อใจด้ว้ ยการกระทำ
ต่า่ ง ๆ ซึ่ง�่ อาจจะส่ง่ ผลต่่อชีีวิติ และจิติ ใจของตนเองและคนรอบข้้าง
กิิ จ ก ร ร ม ค รั้ � ง นี้้� จึึ ง มุ่่� ง เ น้้ น ใ ห้้ นัั ก เรีี ย นล อ ง ฝึึ ก แ ก้้ ปัั ญ ห า จ า ก ก า ร ข า ด ค ว า ม รู้้�สึก ที่่� ดีี
ต่อ่ ตนเองด้้วยกระบวนการจััดการเรียี นรู้้�แบบ Project-based Learning โดยใช้ก้ ระบวนการคิิด
ตัดั สินิ ใจด้ว้ ยกระบวนการคิิดเชิิงคำนวณ (CT: Computational Thinking) ซึ่�ง่ มีหี ลัักการสำคัญั
ดังั นี้้�
๑. การสอนจะใช้เ้ วลาหลายสััปดาห์ห์ รืืออาจเป็็นเดืือน
๒. หัวั เรื่�องที่่ศ� ึกึ ษาขึ้�นกัับความสนใจของนักั เรียี น
๓. ความรู้�ได้จ้ ากกระบวนการสืืบค้้นจากคำถาม
๔. นักั เรีียนมีีการเรีียนรู้้�แบบมีสี ่่วนร่ว่ ม
๕. พััฒนาสมรรถนะเชื่�อมโยงผลของภััยพิิบััติิที่่�ศึึกษาไปสู่�เรื่�องอื่�น ๆ โดยสามารถ
บููรณาการกัับหน่่วยการเรีียนผสานกับั หลายวิชิ า เช่่น สังั คมศึกึ ษา สุุขศึึกษา และกิจิ กรรมพััฒนา
ผู้�เรีียน (ชมรม) กัับผลกระทบจากการรู้้�สึึกว่่าตนเองด้้อยค่่า เช่่น การคิิดทำร้้ายตนเองหรืือผู้�อื่�น
จึงึ ควรส่ง่ เสริมิ ให้น้ ัักเรียี นเห็็นคุุณค่า่ และความสามารถของตนเองด้ว้ ยการทำกิิจกรรมต่่าง ๆ
๖. เน้น้ การได้ม้ ีีประสบการณ์์จากการปฏิิบัตั ิจิ ริงิ
ภัยท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีค่า | หนา้ 266
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนผลที่่�คาดว่า่ จะได้้รัับจุดุ ประสงค์์
๑. รู้้�ถึงึ คุุณค่า่ และความสามารถของตนเอง ๑. การคิดิ วิธิ ีกี ารสร้า้ งคุุณค่า่ และค้น้ พบความ
๒. รู้�วิธิ ีกี ารจัดั การกับั อารมณ์ข์ องตนเอง สามารถของตนเอง
เมื่อ� เกิดิ ความน้อ้ ยใจ โกรธ อิจิ ฉา ๒. การคิดิ วิธิ ีกี ารจัดั การกับั อารมณ์์ ความรู้�สึก
๓. เรียี นรู้�ที่จ� ะยอมรับั ความต่า่ งระหว่า่ งบุุคคล ของตนเองเมื่อ� มีเี รื่อ� งมากระทบจิติ ใจ
๔. การมีปี ฏิสิ ัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกกับั ผู้�ปกครอง ๓. การตั้ง� รับั หรืือเตรียี มพร้อ้ มความรู้�สึกของ
คนในครอบครัวั และบุุคคลอื่่น� ตนเอง (สร้า้ งภูมู ิคิุ้�มกันั ในจิติ ใจ) ต่อ่ เรื่อ� งที่่ม� า
กระทบจิติ ใจ
เนื้้อ� หาการเรียี นรู้� ๔. การยอมรับั และเคารพความต่า่ งในความคิดิ
และพฤติกิ รรมระหว่า่ งบุุคคล
๑. การจัดั การกับั อารมณ์ค์ วามรู้�สึกของตนเอง
๒. การสร้า้ งคุุณค่า่ ยอมรับั และค้น้ พบความ สื่อ่� ประกอบกิิจกรรม
สามารถของตนเอง
๓. การตั้ง� รับั หรืือเตรียี มพร้อ้ มความรู้�สึกของ ๑. กรณีศี ึกึ ษาตััวอย่า่ งจากข่่าวในเรื่�องการไม่่
ตนเองต่อ่ เรื่อ� งที่่ม� ากระทบจิติ ใจ เห็น็ คุุณค่า่ ในตัวั เอง
๔. การยอมรับั ความต่า่ งระหว่า่ งบุุคคล ๒. นิิทาน เรื่�อง “ป๋อ๋ งแป๋๋งไม่่ใช่่หมาหััวเน่า่ ”
๕. จุุดเด่น่ จุุดด้อ้ ยระหว่า่ งบุุคคล ๓. บทความ “การสร้า้ งความภูมู ิใิ จในตนเอง”
๔. บทความ “ธรรมชาติขิ องเด็็กขี้อ� ิจิ ฉา แก้้
ปัญั หาอย่่างเข้้าใจ”
๕. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อการ์ต์ ูนู “เด็ก็ ๆ ไม่ต่ ้อ้ งอิิจฉา
กันั นะ”
๖. สื่่�อคลิิปวิดิ ีโี อ “ช่ว่ ยนัักเรีียนพููดรัักษาน้้ำใจ
เพื่่อ� น ตอนที่่� ๑”
๗. สื่่อ� คลิปิ วิิดีีโอ “ช่ว่ ยนักั เรีียนพููดรักั ษาน้้ำใจ
เพื่่�อน ตอนที่่� ๒”
ภยั ที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี า่ | หนา้ 267
ขั้้�นตอนการทำกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
การตื่น�่ ตัวั ในการสร้้างองค์ค์ วามรู้ส�ู่�การแก้้ปััญหา
(Active Construction)
๑.๑ จุดุ ประกายการเรีียนรู้�
ครููจััดเตรีียมแหล่่งข้้อมููลเกี่ �ยวกัับเรื่ �องที่่�จะศึึกษาและวิิธีีการจุุดประกายการเรีียนรู้้� ครููอาจเลืือก
ว่่าจะจุุดประกายจากความรู้้�ข้้อเท็็จจริิง (Factual Knowledge) และจากความรู้�ในเชิิง
ความคิิดรวบยอดที่่�เป็็นบทสรุุปของข่่าว (Conceptual Knowledge) ดัังนี้้�
• ความรู้จ� ากข้้อเท็จ็ จริิง ใช้ว้ ิธิ ีกี ารสร้้างบรรยากาศความสนใจ ด้ว้ ยการจัดั เป็น็ ศููนย์์การเรีียน
หรืือแหล่่งเรียี นรู้้�ที่่�มีกี ารจัดั กลุ่่ม� เป็น็ ประเด็น็ ต่า่ ง ๆ
• ความรู้ใ� นเชิงิ ความคิิดรวบยอด ใช้ว้ ิิธีกี ารเตรีียมอุุปกรณ์ใ์ นการทดลองเพื่่อ� ให้น้ ักั เรียี นสนใจ
ผลที่่ไ� ด้้จากการลองถููกลองผิิด
๑. ครููเกริ่�นแนะนำเรื่�องการใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณกัับการเรีียนรู้้�ครั้�งนี้้�ด้้วยการกล่่าว
ว่่าการที่่�คนเราจะแก้้ปััญหาในเรื่�อง ๆ หนึ่่�งได้้สำเร็็จ จำเป็็นต้้องมีีวิิธีีคิิดแก้้ปััญหาอย่่างเป็็นระบบ
และมีีเหตุุและผล (ซึ่ง่� ในที่่น� ี้้�คืือกระบวนการคิดิ เชิงิ คำนวณหรืือเรีียกสั้�น ๆ ว่า่ CT) ครููจึึงอยากเตรียี ม
ความพร้้อมของนักั เรียี นก่อ่ นเข้า้ สู่่�วิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาเพื่่อ� ดูวู ่า่ นักั เรียี นมีวี ิธิ ีคี ิดิ อย่า่ งเป็น็ เหตุุเป็น็ ผลหรืือไม่่
ฝึกึ การคิดิ แก้ป้ ัญั หาแยกแยะ หาจุุดร่ว่ มของปััญหา ตััดประเด็็นที่่�ไม่ใ่ ช่อ่ อก สรุุปเป็น็ ความคิิดและลำดับั
ขั้น้� ตอนการแก้้ปััญหาไปสู่�เป้า้ หมาย
๒. เมื่�อนัักเรีียนสามารถเรีียนรู้้�วิิธีีการคิิดเชิิงเหตุุและผลโดยไม่่ใช้้อารมณ์์เป็็นตััวตััดสิินใน
การแก้ป้ ััญหา แล้ว้ จึึงดำเนินิ การในขั้้น� ตอนต่่อไป
๓. ครูเู ล่่าข่่าวให้้นักั เรียี นฟัังเพื่่อ� เป็็นข้้อมูลู สำหรัับการเรีียนรู้้�ในขั้น�้ ต่่อไป
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ คี ่า | หนา้ 268
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน (กMผารลeตทัa้ี้่ง� nค�่ คาinำดถgวาf่่าuมจlอะQยไ่ดา่ u้้งรeัมบั ีsีคtiวoาnมsห)มาย
๒.๑ ฝึึกตั้้ง� ประเด็น็ ที่�จ่ ะศึึกษา
ครูนู ำกรณีีศึกึ ษามาเล่า่ ให้น้ ักั เรียี นฟัังเพื่่�อแลกเปลี่�ยนความคิดิ เห็น็ กับั เรื่�องที่่เ� กิิดขึ้�นจากความรู้�ที่ไ� ด้้
จากข้้อเท็จ็ จริงิ หรืือความรู้�ในเชิงิ ความคิิดรวบยอดด้ว้ ยการแจกแจงเป็็นรายการ
จากเรื่่�องเล่า่ ของนักั แสดงสาวเรื่อ�่ งน้้อยใจ พ่อ่ แม่่ไม่ร่ ักั อิิจฉาน้้อง
นักั เรีียนคิดิ ว่า่ เกิิดอะไรขึ้้�นบ้้าง
ตัวั อย่่างการให้้นัักเรียี นแจกแจงความรู้�ที่�ไ่ ด้้จากข้้อเท็จ็ จริิง
ใคร
นัักแสดงสาว
ทำอะไร
ใหััสัมั ภาษณ์เ์ กี่ย� วกัับเรื่อ� งราวในวัันเด็็ก
ที่�ไ่ หน
ในการออกรายการทีีวีีรายการหนึ่่ง�
อย่่างไร
ในวัยั เด็็กนัักแสดงสาวเข้้าใจผิิด น้้อยใจ เคยคิิดทำร้้ายน้อ้ ง เพราะคิดิ ว่า่ พ่่อแม่ร่ ักั ลููกลำเอีียง พ่อ่ แม่ไ่ ม่่
เคยแสดงออกถึึงความรักั ไม่่กอด ไม่่ค่่อยชื่น� ชมซึ่่�งเป็็นสิ่่ง� ดาราสาวต้อ้ งการมาตลอด ทั้้ง� ๆ ที่่�นักั แสดง
สาวพยายามทำตััวเป็็นเด็็กดีีเพื่่�อให้้พ่่อแม่่ภููมิิใจ ตอนนั้้�นไม่่กล้้าที่่�จะพููดความรู้้�สึึกของตนเองออกมา
และรู้้�สึกึ อิิจฉาลูกู พี่่ล� ูกู น้้องที่่แ� ม่่รัับมาเลี้�ยงเป็น็ ลูกู เพราะแม่่แสดงความรักั ให้้กับั น้อ้ งมากกว่่า
ตัวั อย่่างการให้้นัักเรียี นแจกแจงความรู้�ในเชิงิ คิิดรวบยอด
สาเหตุุ
- จัดั การอารมณ์ต์ ัวั เองไม่่ได้้ อิิจฉาน้อ้ ง น้้อยใจพ่อ่ แม่่
- ไม่เ่ ห็็นคุุณค่่าของตนเอง
- การปรัับความเข้้าใจด้้วยการพูดู คุุยกััน
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีคา่ | หนา้ 269
๒.๒ แลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นกัับนัักเรีียนในเรื่่�องที่�่เกิิดขึ้้�น
ให้้นัักเรีียนเลืือกว่่าสนใจศึึกษากรณีีศึึกษาแบบใด
ตััวอย่่างที่่� ๑การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนตััวอย่่างที่่� ๒ตััวอย่่างที่่� ๓
นัักเรีียนคิิดอย่่างไร นัักเรีียนคิิดว่่า หากนัักเรีียนรู้้�สึึกไม่่พอใจ
กัับข่่าวนี้้� ทำไมดาราสาวคนนี้้� โกรธ อิิจฉา หรืือน้้อยใจ
ถึึงคิิดว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก
คุุณครูู นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการ
คุุณครูู จััดการกัับความรู้้�สึึกนั้้�น
ดาราน้้อยใจคิิด
ว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก พ่่อแม่่ไม่่เคยชม อย่่างไร
เลยอิิจฉาน้้อง และกอด
คุุณครูู
นัักเรีียน นัักเรีียน
อยู่�เงีียบ ๆ
ถ้้านัักเรีียนเป็็น แล้้วทำไมดาราสาว ร้้องไห้้
ดาราสาว นัักเรีียนจะ จึึงคิิดจะทำร้้ายน้้อง
นัักเรีียนคนที่�่ ๑
ทำอย่่างไร คุุณครูู
อาละวาด
คุุณครูู รู้้�สึึกอิิจฉา คิิดว่่า โวยวาย
พ่่อแม่่รัักน้้องมากกว่่า
ร้้องไห้้เสีียใจ นัักเรีียนคนที่�่ ๒
คิิดว่่าพ่่อแม่่ไม่่รััก นัักเรีียน
นอกจากวิิธีีที่่�เด็็ก ๆ
นัักเรีียนคนที่่� ๑ บอกมาแล้้ว ยัังมีี
วิิธีีอื่ �นอีีกหรืือไม่่
พยายาม
เข้้าใจพ่่อแม่่ คุุณครูู
นัักเรีียนคนที่�่ ๒ ตั้�งสติิ ใจเย็็น ๆ
ค่่อย ๆ หาทาง
แก้้ปััญหา
นัักเรีียน
๒.๓ ตั้้�งคำถามจากประเด็็นที่่�นัักเรีียนสนใจจะศึึกษา
๑) นำประเด็็นทั้้�งหมดที่่�นัักเรีียนเสนอมาคััดเลืือกว่่า เราน่่าจะศึึกษาเพื่่�อแก้้ปััญหาเรื่�องอะไร โดยจััดเป็็น
กลุ่่�มประเภทของเรื่ �องที่่�จะศึึกษา
๒) พร้้อมตั้ �งคำถามหลัักและคำถามรองจากประเด็็นที่่�จะศึึกษา
คำถามหลััก นัักเรียี นจะมีวี ิธิ ีีการแก้้ปััญหาการขาดความรู้้�สึกึ ที่่ด� ีตี ่่อตนเองอย่่างไร
คำถามรอง - มีีวิิธีจี ััดการกับั อารมณ์์ความรู้้�สึกึ ของตนเองอย่า่ งไร
- มีีวิธิ ีีการในการสร้้างคุุณค่่าของตนเองอย่่างไร
- มีีวิิธีกี ารสร้า้ งปฏิสิ ััมพันั ธ์เ์ ชิงิ บวกกัับผู้�ปกครอง คนในครอบครััว
และเพื่่�อนอย่่างไร
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีคา่ | หนา้ 270
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๒.๔ แบ่่งบทบาทหน้้าที่�่
แบ่่งกลุ่่�มนัักเรีียนเพื่่�อศึึกษาตามประเด็็นที่่�เลืือก โดยการเลืือกเข้้ากลุ่่�มให้้นัักเรีียนสมััครใจว่่าจะเลืือกศึึกษา
เรื่�องไหน กัับใคร และแบ่่งบทบาทว่่าใครจะเป็็นหััวหน้้ากลุ่่�ม ใครจะเป็็นคนสืืบค้้นข้้อมููล ใครจะเป็็นคนเขีียน
เรีียบเรีียง ใครจะเป็็นคนเตรีียมการนำเสนอ
หัวั หน้้ากลุ่�ม
ระบุุเป้า้ หมาย วางแผนการทำงาน (ศึกึ ษาเรื่�องใด อย่า่ งไร มอบหมายให้้ใคร เพื่่�อน
ทำได้้หรืือไม่)่ กำกับั ติดิ ตามงานเพื่่อ� ไปสู่�เป้้าหมาย รวมถึงึ การแก้้ปััญหาเฉพาะหน้า้
รองหัวั หน้้ากลุ่�ม
เป็็นคนจด เรียี บเรีียงข้อ้ มูลู
สมาชิกิ ในกลุ่�ม: หน่ว่ ยค้้นหา
ค้น้ ข้้อมูลู จากที่่ต� ่า่ ง ๆ จากแหล่่งเรีียนรู้้�ที่่ห� ลากหลาย ด้ว้ ยการใช้้ทัักษะการสังั เกต
สมาชิกิ ในกลุ่�ม: ผู้้�นำเสนอ
ร่่วมกันั คิดิ วิิธีกี ารนำเสนอที่่�มีกี ารเชื่�อมโยงผลงาน เช่่น อธิิบายประกอบชาร์ต์
กราฟ แผนความคิดิ จัดั บอร์์ดนิทิ รรศการ การสาธิติ ฯลฯ
สมาชิิกในกลุ่�ม: ผู้้อ� ำนวยความสะดวก
ช่ว่ ยจัดั เตรียี มสื่�อ อุุปกรณ์์ต่า่ ง ๆ ให้ก้ ับั ทุุกบทบาทหน้้าที่่�
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ คี ่า | หน้า 271
(กAผาcรลtตทืีi่่�่นv�่คeตาััวดCใวo่น่าlกจlaาะbรไดมo้ี้ีสรrั่บัa่วtนioร่n่วม)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๑ การแจกแจงปััญหา (Problem Decomposition)
จากคำถามรองของประเด็็นที่่�จะศึึกษา ให้้นัักเรีียนลำดัับประเด็็นที่่�จะศึึกษาว่่าจะศึึกษาเรื่�องอะไร และควร
ศึึกษาประเด็็นไหนก่่อนหลัังแล้้วช่่วยกัันแจกแจงองค์์ประกอบของประเด็็นต่่าง ๆ จากประสบการณ์์เดิิม
ของเพื่่�อนในกลุ่่�ม เช่่น
ประเด็็นที่่�จะแจกแจง การแจกแจงตาม
ประสบการณ์์เดิิมของนักั เรีียน
ปัญั หา: ๑. หายใจเข้้าลึกึ ๆ หายใจออกยาว ๆ
อิิจฉา และจัดั การกัับความรู้ส้� ึึกนี้้�ไม่่ได้้ ๒. พยายามคิดิ ว่า่ เรามีีอารมณ์์นี้้เ� พราะอะไร
แก้้ปัญั หา: (สาเหตุุของความโกรธ น้้อยใจ เสีียใจ กลัวั )
ตั้้�งสติิ พยายามควบคุุมอารมณ์์ ๓. นั่่ง� สมาธิิ
ก่่อนตัดั สิินใจทำำ�สิ่่ง� ต่่าง ๆ ๔. นัับเลข ๑-๑๐ เพื่่�อให้้อารมณ์เ์ ย็น็ ลง
๕. ประเมิินระดัับอารมณ์ข์ องตนเองในระดัับ ๑-๑๐
ว่่าอยู่�ในระดัับไหน (๑ คืือน้้อยที่่�สุดุ ๑๐ คืือมากที่่�สุดุ )
ปััญหา: ๑. ลองทำำ�ในสิ่ง� ที่่�ไม่เ่ คยทำำ�
คิิดว่า่ ตนเองไม่่มีคี ่า่ ๒. เขียี นรายการว่า่ ชอบหรือไม่ช่ อบอะไรใน
แก้้ปัญั หา: ตนเองบ้้าง
หาจุุดเด่น่ และพยายามค้้นหาและพัฒั นาความสามารถ ๓. ค้้นพบความสามารถ (จุดุ แข็ง็ ) ของตนเอง
ของตนเอง เพื่อ่� ให้้เกิดิ ความมั่่�นใจและภููมิใิ จในตนเอง ๔. แสดงความสามารถที่่�เป็น็ จุดุ แข็ง็ ของตนเอง
จนเป็็นที่่ย� อมรัับ
ปัญั หา: ๑. รัักและเห็็นคุุณค่า่ ของตัวั เองก่อ่ น
ไม่รู่้ว� ่่าจะทำำ�อย่่างไรให้้พ่อ่ แม่ร่ ััก ๒. การรู้�วิธิ ีีการสร้างเพื่�่อนหรือการมีีปฏิสิ ัมั พัันธ์์
แก้้ปัญั หา: ให้้เหมาะสม ด้้วยการสังั เกตว่่าคนนั้้�นอยู่�ใน
พยายามคิิดวิธิ ีีในการมีีปฏิิสัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกกัับผู้อ้� ื่่น� อารมณ์ไ์ หน และรู้�จัังหวะในการเข้้าหาให้้เหมาะสม
๓. มีคี วามสม่ำำ��เสมอและจริิงใจอย่า่ งต่อ่ เนื่�อ่ ง
ภัยที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนให้มีคา่ | หนา้ 272
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๒ การสืืบค้้น (Investigative Activities)
ให้้นักั เรียี นวางแผนวิธิ ีีการสืืบค้น้ ข้้อมูลู จากคำถามย่่อยที่่ต�ั้ง� ไว้้ว่่าจะสืืบค้น้ ซึ่่�งการสืืบค้้นมีีได้้ ๓ วิธิ ีี
ให้น้ ักั เรีียนช่่วยกัันคิิดว่า่ จะสืืบค้้นแบบใดก่่อนหลััง
๓.๒.๑ (กSาoรcสืืiบalเสInาะqข้u้อirมyููล)จากคนรอบข้้าง
การเชิญิ และสััมภาษณ์ผ์ู้�ที่�มีีชื่อ� เสีียงและเป็็นที่่ช�ื่น� ชอบในสัังคมมาพูดู คุุย
กัับนัักเรีียนและตอบข้้อซักั ถามว่่าวิธิ ีีที่่น� ักั เรีียนคิดิ สามารถใช้ไ้ ด้้จริงิ หรืือไม่่
๓.๒.๒ ก(SาcรiสeืืบnเtสifาicะaจlากInกqรuะiบryว)นการทางวิทิ ยาศาสตร์:์ สังั เกต ทดลอง
การดููสื่�อคลิิปวิิดีโี อละครเพื่่อ� ให้น้ ักั เรีียน สัังเกต เปรีียบเทียี บวิิเคราะห์์
พฤติกิ รรมของตััวละคร เชื่อ� มโยงกัับความรู้�ที่�ได้้จากการสืืบค้น้
๓.๒.๓ (กPาhรสilร้o้าsงoอpงhค์i์คcaวlามInรู้q�จuากirกyา)รแลกเปลี่�ยนความคิดิ ประสบการณ์์
การนำข้้อมูลู ที่่ต� ่่างหามา มาสรุุปความคิิดจากการแลกเปลี่ย� นความคิิด
ประสบการณ์ก์ ัับเพื่่�อนในกลุ่�่ม
ภัยท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีคา่ | หนา้ 273
๓.๓ การจััดระเบีียบข้้อมููลบนกระดานคำถาม (Driving Question Board)
นำข้้อมููลที่่�ได้้มาบัันทึึกลงในตารางตามข้้อคำถามย่่อยแต่่ละข้้อ โดยระบุุข้้อมููลประกอบการแก้้ปััญหา
ในแต่่ละข้้อคำถาม พร้้อมระบุุที่่�มาของแหล่่งข้้อมููล
คำำ�ถาม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความรู้ท�้ ี่่�ได้้จากการสืืบค้้นเพื่่�อแก้้ปัญั หาแหล่ง่ ข้้อมููล
จะจััดการกับั อารมณ์์ เทคนิิคการจััดการอารมณ์์และความคิิด บhe/อmtbาทtรloคpoมtวsณgi:าo์//มต์nก/จaนtาาluรเก-อคesงmวe-บalfsคุ-tุมerer.gc/om
ของตนเองอย่่างไร ๑.ความรู้้ส� ึกึ ตััว เช่่น คนที่่ร�ู้ว� ่า่ “ฉันั กำ�ำ ลังั โกรธ” จะลดความ htwchotitt.mthp/h-seht:/aoe/sewin-aatngope-ardrseenatl.ing-
โกรธลงได้้
๒.การหายใจ การมีสี ติริ ัับรู้ล� มหายใจเข้้าออกเป็น็ การทำำ�สมาธิิ
ให้้อารมณ์แ์ ละจิิตใจกลัับเข้้าสู่่�ภาวะสงบ
๓.การผ่่อนคลายกล้้ามเนื้้อ�
๔.การฝึึกควบคุุมประสาทอััตโนมัตั ิิ ด้้วยการตั้้ง� ฝ่า่ มืือในระดับั
ทรวงอก หัันฝ่า่ มืือเข้้าหากัันโดยเว้้นช่่วงห่า่ งประมาณ ๒-๓
นิ้้�ว หลัังจากนั้้น� ขยัับฝ่่ามืือออกจากกัันช้า้ ๆ จนห่า่ งพอควร
แล้้วขยัับเข้้ามาใกล้้กัันอีีก ทำำ�อย่า่ งนี้้เ� ป็็นจังั หวะช้า้ ๆ จัับความ
รู้ส� ึึกของฝ่่ามืือทั้้�ง ๒ ข้้าง ทำำ�ติิดต่่อกัันอย่่างน้้อย ๕-๑๐ นาทีี
๕.การจินิ ตนาการ ผ่อ่ นคลายกล้้ามเนื้้อ� จากนั้้น� ค่อ่ ยนึกึ ภาพ
สิ่ง� เร้า (สิ่ง� ที่่ท� ำ�ำ ให้้เกิิดความกลััว) เป็น็ ลำำ�ดัับขั้�นจากระดับั
ที่่ก� ่อ่ ให้้เกิดิ ความกลัวั น้้อยที่่�สุดุ ไปจนถึงึ มากที่่�สุดุ
๖.คิิดในทางที่่ถ� ููกพึงึ พอใจในตััวเองและสิ่ง� ที่่ม� ีีอยู่�ในปััจจุบุ ันั ก็็
ย่่อมเป็็นสุขุ ได้้ง่า่ ยกว่า่
การสร้างคุุณค่า่ ในตัวั เอง การเห็็นคุุณค่่าและค้้นพบความสามารถของตนเองนำำ�ไปสู่ �การมีี fบhatทmtคpilวsy:า//ม/tจhtาheก-epuonttoenldti-aslt.oorrgie/s-ep1
การมีีปฏิสิ ััมพันั ธ์์เชิิงบวก ความมั่่�นใจและยอมรัับตนเอง rhceotltmap/tsi5:o/-n/rsewhawispwos.np-asw-rietpnhrot-sbborlenetmeh.-ren/
กัับคนรอบข้้าง การสร้างความภููมิิใจในตนเอง คืือ การค่อ่ ย ๆ เก็็บสะสมความ
คิิด ความเชื่่�อ ความรู้ส้� ึกึ ที่่ม� ีีต่อ่ ตนเองตั้้�งแต่เ่ ล็็กจนโตซึ่่ง� มีผี ลต่่อ
การแสดงออกในทุกุ ๆ ด้้าน
หลัักสำ�ำ คััญที่่พ� ่อ่ แม่่ต้้องทำำ�ความเข้้าใจและตระหนััก คืือ chpบoatทtrmคep/nวsb:าt/liมno/จgwgา_/wกtTwei.epmnsas_n.fhoatrrmo_lm.
๑. ต้้องทำำ�ให้้ลููกรู้ส� ึกึ ไว้้ใจและมั่�นใจว่่าพ่่อแม่่รักั เขาตั้้�งแต่เ่ ด็็ก
เวลาลููกถููกเพื่อ่� นชัักจููงไปในทางไม่่ดีีก็ม็ ีีความกล้้าที่่จ� ะปฏิเิ สธเพื่อ�่ น
ได้้ เพราะเด็ก็ มีีความผููกพันั และแคร์ค์ วามรู้้ส� ึึกพ่่อแม่่จึงึ ไม่่อยาก
ทำ�ำ ให้้พ่อ่ แม่่เสีียใจหรือผิิดหวััง การทำ�ำ ความเข้้าใจธรรมชาติใิ น
แต่่ละช่่วงวััยของลููก
๒. เสริิมสร้างให้้เด็ก็ มีีความมั่่น� ใจในคุุณค่า่ ของตนเองในระดับั
จิติ ใต้้สำำ�นึกึ ต้้องทำ�ำ ให้้เด็็กรู้ส� ึึกว่า่ มีีฉัันอยู่�ในบ้้านนี้้�
ในบ้้านนี้้�ฉัันมีคี ่า่
๓. เสริิมสร้างความภาคภููมิิใจในเด็ก็ ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ ดนตรีี กีฬี า
ศิิลปะ เลี้ย� งสััตว์์ ปลููกต้้นไม้้ งานช่า่ ง ฯลฯ ให้้มากที่่�สุดุ เพื่�อ่ เปิดิ
โอกาสให้้เด็ก็ ได้้เรียี นรู้ว� ่า่ ตนเองชอบอะไร ถนัดั อะไร ทำ�ำ อะไรได้้ดีี
พ่่อแม่จ่ ะได้้ส่ง่ เสริิมสนัับสนุนุ ได้้ถููกทาง เด็ก็ จะรู้ส� ึึกภาคภููมิใิ จ
ตนเองว่า่ มีคี วามสามารถทำำ�อะไรได้้สำ�ำ เร็็จได้้รัับความชื่น่� ชมจากพ่่อ
แม่่ เด็ก็ จะมีคี วามสุขุ และมีีโอกาสที่่�จะประสบความสำำ�เร็็จในชีวี ิิตได้้
ภยั ท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี า่ | หน้า 274
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๔ สร้้างรููปแบบการแก้้ปััญหา
การนิิยามและกำหนดขอบเขตรููปแบบการเชื่อ� มโยงความสัมั พันั ธ์ข์ ององค์์ประกอบการแก้ป้ ััญหา
(Model Illustration) ให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั สรุุปวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาจากประเด็น็ ข้อ้ คำถามย่อ่ ย โดยเลืือกข้อ้ สำคัญั
แล้ว้ วาดเป็น็ ภาพ โดยตัดั ประเด็น็ ที่่ไ� ม่เ่ กี่ย� วข้อ้ งออก ทำ Mind Map สรุุปลำดับั ขั้น้� ตอนการแก้ป้ ัญั หา
เชื่อ� มโยงความสัมั พันั ธ์ใ์ นการแก้ป้ ัญั หากับั คน เครื่อ� งมืือ หรืืออุุปกรณ์ท์ ี่่เ� กี่ย� วข้อ้ ง เพื่่อ� ใช้ใ้ นการแก้ป้ ัญั หา
โดยอาจนำไปเชื่อ� มโยงกับั วิชิ าต่า่ ง ๆ เช่น่ สุุขศึกึ ษา วิทิ ยาศาสตร์์ เช่น่ ตัวั อย่า่ งแผนภาพความคิดิ ดังั นี้้�
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มีค่า | หนา้ 275
๓.๕ ท(Tดeสsอtบ, Eปvรaะluเมaิินteต,ีีคaวnาdมแDลeะbหuาgจุMุดบoกdพeร่l่อBงehavior) การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
- เชิญิ นักั จิิตวิทิ ยามาให้ค้ วามรู้� และให้ค้ ำแนะนำเรื่�องการสร้า้ งคุุณค่า่ ในตนเอง และสอบถามความรู้�
ในกรณีที ี่่�ไม่่เข้า้ ใจหรืือต้้องการข้อ้ มูลู เพิ่่�มเติิม
- จััดเสวนาระหว่่างผู้�ปกครอง นัักเรีียนและครูู เพื่่�อให้้ทุุกฝ่่ายมีีส่่วนร่่วมในการแก้้ปััญหาร่่วมกััน
จััดเวทีีให้้นักั เรีียนพูดู ความรู้้�สึึก สะท้้อนให้้เห็น็ มุุมมองของพ่อ่ แม่่ น้้องและตัวั นักั เรีียนเอง ในประเด็็น
การเลี้ย� งดููลูกู (ในมุุมของพ่อ่ แม่แ่ ละการตีีความของเด็ก็ ) ความรักั ความอิจิ ฉาระหว่า่ งพี่่น� ้อ้ ง
- นำข้อ้ มูลู ที่่ไ� ด้จ้ ากแหล่ง่ ต่า่ ง ๆ มาร่ว่ มแลกเปลี่ย� นกับั เพื่่อ� นในกลุ่ม�่ เพื่่อ� ปรับั ปรุุง แก้ไ้ ขรูปู แบบที่่ส� ร้า้ งขึ้น�
ว่า่ ในส่่วนใดควรมีีการปรัับปรุุง แก้ไ้ ขด้ว้ ยวิธิ ีีการอย่า่ งไร
๓(E.x๖pสlื่a่�อiคnวaาnมdคิิดPแrลeะdสicะtท้้Bอeนhคaวvาiมoเrข้้oาใfจDesign Solution to a Problem)
เพื่่อ� รับั คำแนะนำจากเพื่่อ� นและครูู โดยให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั หรืือส่ง่ ตัวั แทนในการนำเสนอรูปู แบบวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาที่่�
สร้า้ งขึ้น� มา
ให้น้ ัักเรียี นนำเสนอรูปู แบบที่่ค� ิิดขึ้น� มาด้ว้ ยวิธิ ีกี ารที่่ห� ลากหลาย เช่่น
- จััดเวทีีเสวนาระหว่า่ งผู้�ปกครอง นักั เรียี นและครููเพื่่อ� ให้ท้ ุุกฝ่า่ ยมีสี ่่วนร่ว่ มในการแก้้ปััญหา
ร่ว่ มกััน
- ทำสื่อ� คลิิปวิดิ ีโี อสั้น� เกี่ย� วกับั การสร้้างคุุณค่่าในตนเอง
- เล่น่ ละครเกี่�ยวกัับการมีคี วามรู้้�สึกึ ที่่ด� ีตี ่อ่ ตนเอง เห็น็ คุุณค่่าและความสามารถของตนเอง
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี า่ | หน้า 276
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนการประเมิิน
พฤติิกรรม
๑. รููปแบบที่่�นักั เรียี นนำเสนอได้ค้ ำนึึงถึงึ ตััวแปรที่่เ� หมาะสมกัับการแก้ป้ ััญหาหรืือไม่่
๒. รููปแบบที่่�นำเสนอแสดงความสัมั พัันธ์์ระหว่่างตัวั แปรต่า่ ง ๆ ได้อ้ ย่า่ งเหมาะสมหรืือไม่่
๓. รูปู แบบที่่น� ำเสนอแสดงขอบเขตของระบบได้้อย่่างชััดเจนหรืือไม่่
๔. รููปแบบที่่�นำเสนอสามารถจำลองการแก้้ปััญหาปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้น� จริิงได้ถ้ ูกู ต้อ้ ง
และเป็น็ ไปได้จ้ ริิงหรืือไม่่
๕. นักั เรียี นได้ใ้ ช้ก้ ระบวนการคิดิ เชิงิ คำนวณ (CT: Computational Thinking) ในการแก้ป้ ัญั หาหรืือไม่่
- การแจกแจง แยกแยะ (Decompose) ปัญั หาหรืือปรากฏการณ์์ ด้้วยการแยกออกเป็น็
องค์ป์ ระกอบย่อ่ ย
- การแปลงข้้อมููลที่่�ได้ใ้ ห้้เป็็นรหัสั (Encode) โดยใช้้หลัักเหตุุและผล และจััดลำดัับขั้้�นตอน
การแก้้ปัญั หาที่่เ� ป็น็ ไปได้้จริิงสู่�การแก้้ปัญั หาเพื่่�อให้้ถึึงเป้า้ หมาย (Algorithms)
- การจััดทำกราฟข้้อมูลู ที่่ส� มเหตุุสมผล หรืือการนำเสนอที่่ท� ำให้เ้ ห็น็ ภาพตัวั แปรและ
ความสัมั พันั ธ์์ของตัวั แปรจากการทดลองหรืือสถานการณ์จ์ ริงิ เพื่่อ� นำไปสร้า้ งเป็น็ รูปู แบบ
- การทดสอบและหาข้อ้ บกพร่อ่ ง (Debugging) จากการเปรียี บเทียี บผลข้อ้ สรุุปของการจำลอง
กัับสถานการณ์์จริงิ ในชีีวิิต และรับั ฟัังข้อ้ คิดิ เห็น็ จากการสะท้อ้ นของเพื่่อ� นและครู ู
- ทบทวนซ้้ำเพื่่�อปรับั รููปแบบ
ทััศนคติิ
๑. การเห็น็ คุุณค่่าและยอมรับั ตนเอง
๒. การมีีสติิ ควบคุุมและจัดั การอารมณ์ข์ องตนเอง
๓. การเปิดิ ใจกว้้างยอมรับั ความแตกต่า่ งในความคิิดและพฤติิกรรมระหว่า่ งบุุคคล
ความรู้ �
๑. การจัดั การอารมณ์์ของตนเอง
๒. หาจุุดเด่น่ และความสามารถของตนเองเพื่่�อสร้้างความภาคภูมู ิใิ จในตนเอง
๓. การรัับรู้�อารมณ์์ความรู้้�สึกึ ของน้อ้ ง
ทัักษะ
๑. รู้้�วิิธีีแสดงออกทางความรู้้�สึึกในทางที่่เ� หมาะสม
๒. รู้้�วิิธีีพูดู เพื่่�อปกป้อ้ งสิิทธิ์�ของตนเอง
๓. รู้้�วิธิ ีนี ำจุุดแข็ง็ มาลบจุุดอ่่อนของตนเอง
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี า่ | หนา้ 277
ข้้อแนะนำ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
- ชวนนัักเรีียนตระหนัักว่่า นัักเรีียนอาจเป็็นคนหนึ่่�งที่่�มีีความรู้้�สึึกที่่�ไม่่ดีีต่่อตนเองได้้ จึึงควรคิิด
วางแผน เตรียี มตัวั ให้พ้ ร้อ้ มในการเผชิญิ กับั ความรู้�สึกว่า่ ตนเองด้อ้ ยค่า่ เพราะหากนักั เรียี นไม่เ่ ห็น็ คุุณค่า่ ของ
ตนเอง อาจจะทำให้ข้ าดความเชื่อ� มั่น� และมั่น� ใจในตนเอง
- ชวนนัักเรีียนแสดงจุุดยืืนและยืืนหยััดในความคิิดความรู้้�สึึกของตนเองที่่�มีีต่่อผู้�อื่�นหรืือสัังคม
รอบข้า้ งอย่า่ งเหมาะสม
- ชวนให้น้ ักั เรียี นตระหนักั ถึงึ ผลที่่จ� ะตามมาหากขาดความรู้�สึกที่่ด� ีตี ่อ่ ตนเอง
- ชวนนักั เรียี นคิดิ ไตร่ต่ รองในการจัดั การความรู้�สึก อารมณ์ข์ องตนเอง
- ควรกระตุ้้�นให้น้ ักั เรียี นใช้ท้ ักั ษะต่า่ ง ๆ ที่่ห� ลากหลาย ใช้ว้ ิธิ ีกี ารที่่ห� ลากหลายเพื่่อ� ไปถึงึ เป้า้ หมาย
- ให้ค้ วามสำคัญั กับั การเรีียนที่่เ� น้น้ ผู้้�เรีียนเป็น็ สำคััญ ด้้วยการควรเปิดิ โอกาสให้น้ ัักเรียี นสามารถ
ศึกึ ษาในเรื่อ� งที่่เ� ป็น็ แผนที่่อ� ุุบัตั ิขิึ้น� มาขณะศึกึ ษา เพราะการสอนแบบโครงงานเรามักั จะรู้�ว่าเริ่ม� เรียี นในเรื่อ� ง
อะไร แต่ผ่ ลสุุดท้า้ ยของโครงงานอาจไม่ใ่ ช่ส่ิ่ง� เดียี วกับั ที่่เ� ริ่ม� เรียี น
- ควรหมั่�นให้น้ ักั เรียี นได้้มีีส่ว่ นร่่วมในการทบทวนขั้้น� ตอนการทำงาน แลกเปลี่ย� นประสบการณ์์
ทบทวนข้้อมููลที่่�มีีทั้้�งหมด แลกเปลี่�ยนความคิิด ตั้้�งคำถามปลายเปิิดกัับนัักเรีียน ประยุุกต์์จากสิ่�งที่่�
เรีียนรู้้�และสร้า้ งข้อ้ สรุุปร่ว่ มกันั
- สิ่่ง� สำคัญั ของการเรียี นรู้้�แบบโครงงาน คืือ
การได้เ้ ห็น็ สิ่่ง� ที่่ก� ำลังั ทำ
การได้เ้ ข้า้ ใจสิ่่ง� ที่่เ� ห็น็
การได้เ้ รียี นรู้้�จากสิ่ง� ที่่เ� ข้า้ ใจ
แต่ส่ิ่ง� สำคัญั ที่่ส� ุุด คืือ การได้ป้ ฏิบิ ัตั ิจิ ากสิ่ง� ที่่เ� รียี นรู้้�
- เชิิญผู้�ปกครองเข้้ามามีีส่่วนร่่วมในการจััดกิิจกรรมครั้�งนี้้� โดยแนะนำให้้ผู้�ปกครองคำนึึงถึึง
รายละเอีียดเล็็ก ๆ น้้อย ๆ ที่่�เกี่�ยวกัับความรู้้�สึึกของนัักเรีียน ซึ่่�งผู้�ปกครองจะเป็็นบุุคคลที่่�นัักเรีียนสามารถ
พึ่่�งพาและสร้้างความเชื่อ� มั่่น� ให้้กำลังั ใจแก่่นัักเรีียนได้้เป็น็ อย่่างดีี ผู้้�ปกครองไม่ค่ วรมองข้้ามรายละเอีียด
เล็ก็ ๆ น้อ้ ย ๆ ที่่เ� กี่ย� วกับั ความรู้�สึกของลูกู นักั เรียี นไม่จ่ ำเป็น็ ต้อ้ งทน เก็บ็ กดความรู้�สึกด้ว้ ยการยอมในทุุกเรื่อ� ง
บางครั้ง� สามารถไม่ย่ อมได้ ้ ยืืนหยัดั ในความคิดิ และความรู้�สึกของตนเอง
ภัยท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนให้มีค่า | หน้า 278
คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนสาระที่่� ๑ การอ่่าน
ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้ก้ ระบวนการอ่่านสร้้างความรู้�และความคิิด
เพื่่�อนำไปใช้้ตััดสิินใจ แก้้ปัญั หาในการดำเนิินชีีวิิตและมีนี ิสิ ััยรัักการอ่่าน
๔. แยกข้อ้ เท็็จจริิงและข้้อคิดิ เห็็นจากเรื่อ� งที่่อ� ่า่ น
๕. อธิบิ ายการนำความรู้�และความคิิดจากเรื่�องที่่อ� ่่านไปตัดั สิินใจ
แก้้ปัญั หาในการดำเนิินชีวี ิิต
๖. อ่่านงานเขีียนเชิิงอธิบิ ายคำสั่�ง ข้้อแนะนำและปฏิบิ ััติิตาม
๙. มีมี ารยาทในการอ่่าน
สาระที่่� ๒ การเขีียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้ก้ ระบวนการเขียี นเขียี นสื่่�อสาร เขียี นเรียี งความ
ย่่อความ และเขียี นเรื่อ� งราวในรูปู แบบต่า่ ง ๆ เขีียนรายงานข้อ้ มูลู
สารสนเทศและรายงานการศึึกษาค้น้ คว้้าอย่่างมีปี ระสิิทธิิภาพ
๒. เขีียนสื่่�อสารโดยใช้ค้ ำได้ถ้ ูกู ต้้องชัดั เจนและเหมาะสม
๓. เขียี นแผนภาพ โครงเรื่อ� งและแผนภาพความคิดิ เพื่่อ� ใช้พ้ ัฒั นางานเขียี น
๙. มีมี ารยาทในการเขีียน
สาระที่่� ๓ การฟััง การดูู และการพููด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลืือกฟังั และดููอย่่างมีีวิจิ ารณญาณ
และพูดู แสดงความรู้� ความคิดิ และความรู้้�สึกึ ในโอกาสต่่าง ๆ
อย่า่ งมีวี ิจิ ารณญาณและสร้า้ งสรรค์์
๑. พูดู แสดงความรู้� ความเข้า้ ใจจุุดประสงค์์ของเรื่�องที่่�ฟังั และดู ู
๒. ตั้้ง� คำถามและตอบคำถามเชิิงเหตุุผลจากเรื่อ� งที่่�ฟังั และดูู
๓. วิเิ คราะห์ค์ วามน่า่ เชื่อ� ถืือจากการฟังั และดูสูื่อ� โฆษณาอย่า่ งมีเี หตุุผล
๔. พููดรายงานเรื่อ� งหรืือประเด็น็ ที่่ศ� ึกึ ษาค้น้ คว้า้ จากการฟัังการดูู
และการสนทนา
๕. พูดู โน้ม้ น้า้ วอย่า่ งมีีเหตุุผลและน่า่ เชื่�อถืือ
๖. มีมี ารยาทในการฟังั การดูู และการพููด
สาระที่่� ๕ หลักั การใช้้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้้าใจธรรมชาติิของภาษาและหลักั ภาษาไทย
การเปลี่ย� นแปลงของภาษาและพลัังของภาษา ภููมิปิ ััญญาทางภาษา
และรัักษาภาษาไทยไว้้เป็น็ สมบัตั ิิของชาติิ
๒. ใช้ค้ ำได้เ้ หมาะสมกับั กาลเทศะและบุุคคล
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนให้มคี า่ | หนา้ 279
คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน
สาระที่�่ ๖ ทัักษะและกระบวนการทางคณิิตศาสตร์์
มาตรฐาน ค ๖.๑ มีีความสามารถในการแก้้ปัญั หา การให้เ้ หตุุผล
การสื่�อสาร การสื่�อความหมายทางคณิติ ศาสตร์์ และการนำเสนอ
การเชื่อ� มโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ทางคณิิตศาสตร์์ และเชื่อ� มโยงคณิติ ศาสตร์์
กัับศาสตร์อ์ื่น� ๆ และมีีความคิดิ ริเิ ริ่�มสร้า้ งสรรค์์
๑. ใช้้วิธิ ีกี ารที่่�หลากหลายแก้้ปััญหา
๒. ใช้ค้ วามรู้้� ทักั ษะและกระบวนการทางคณิติ ศาสตร์์
ในการแก้ป้ ััญหาในสถานการณ์ต์ ่า่ ง ๆ ได้อ้ ย่า่ งเหมาะสม
๓. ให้เ้ หตุุผลประกอบการตััดสินิ ใจ และสรุุปผลได้้อย่า่ งเหมาะสม
๔. ใช้ภ้ าษาและสััญลักั ษณ์ท์ างคณิิตศาสตร์์ในการสื่อ� สาร
การสื่�อความหมาย และการนำเสนอได้้อย่า่ งถููกต้อ้ ง
๕. เชื่�อมโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ในคณิติ ศาสตร์แ์ ละเชื่อ� มโยง
คณิติ ศาสตร์์กับั ศาสตร์์อื่�น ๆ
๖. มีีความคิดิ ริิเริ่�มสร้้างสรรค์์
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนกลุ่�มสาระการเรียี นรู้�
คณิิตศาสตร์์
กลุ่�มสาระการเรียี นรู้� สาระที่�่ ๘ ธรรมชาติิของวิทิ ยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
วิิทยาศาสตร์์ มาตรฐาน ว ๘.๑ ใช้ก้ ระบวนการทางวิิทยาศาสตร์แ์ ละจิิตวิทิ ยาศาสตร์์
ในการสืืบเสาะหาความรู้� การแก้้ปัญั หา รู้้�ว่า่ ปรากฏการณ์์ทางธรรมชาติิ
ที่่เ� กิดิ ขึ้�นส่่วนใหญ่ม่ ีีรูปู แบบที่่�แน่่นอน สามารถอธิิบายและตรวจสอบได้้
ภายใต้ข้ ้อ้ มูลู และเครื่�องมืือที่่�มีีอยู่�ในช่ว่ งเวลานั้้�น ๆ เข้า้ ใจว่า่ วิิทยาศาสตร์์
เทคโนโลยีี สังั คม และสิ่ง� แวดล้อ้ มมีคี วามเกี่ย� วข้อ้ งสััมพันั ธ์ก์ ันั
๑. ตั้้ง� คำถามเกี่ย� วกัับเรื่�องที่่�จะศึกึ ษาตามที่่ก� ำหนดให้้
และตามความสนใจ
๒. วางแผน การสังั เกต เสนอวิธิ ีสี ำรวจตรวจสอบ ศึกึ ษาค้้นคว้้า
โดยใช้้ความคิดิ ของตนเอง ของกลุ่่�มและคาดการณ์์สิ่ง� ที่่จ� ะพบ
จากการสำรวจตรวจสอบ
๓. เลืือกใช้ว้ ัสั ดุุอุุปกรณ์์ เครื่อ� งมืือที่่เ� หมาะสมในการสำรวจ
ตรวจสอบ และบันั ทึึกข้้อมูลู
๔. จัดั กลุ่่�มข้้อมูลู เปรียี บเทีียบกัับสิ่ง� ที่่ค� าดการณ์ไ์ ว้้และนำเสนอผล
๕. ตั้้ง� คำถามใหม่จ่ ากผลการสำรวจตรวจสอบ
๖. แสดงความคิดิ เห็็นและรวบรวมข้้อมููลจากกลุ่่ม� นำไปสู่�การสร้า้ ง
ความรู้�
๗. บัันทึกึ และอธิบิ ายผลการสัังเกต สำรวจตรวจสอบตาม
ความเป็็นจริงิ มีแี ผนภาพประกอบคำอธิบิ าย
๘. นำเสนอจััดแสดงผลงานโดยอธิิบายด้ว้ ยวาจาและเขีียนแสดง
กระบวนการและผลของงานให้้ผู้ �อื่ �นเข้้าใจ
ภยั ที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนใหม้ คี า่ | หน้า 280
พคุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน
กลุ่�มสาระการเรียี นรู้�การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนสาระที่�่ ๑ ศาสนา ศีีลธรรม จริิยธรรม
สังั คมศึึกษา ศาสนา มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้�และเข้้าใจประวัตั ิิ ความสำคัญั ศาสดา หลัักธรรม
และวััฒนธรรม ของพระพุุทธศาสนาหรืือศาสนาที่่ต� นนัับถืือและศาสนาอื่�น มีศี รัทั ธา
ที่่�ถููกต้อ้ ง ยึึดมั่่น� และปฏิิบััติติ ามหลัักธรรม เพื่่อ� อยู่�ร่วมกัันอย่า่ งสัันติสิ ุุข
๓. เห็็นคุุณค่่าและประพฤติติ นตามแบบอย่่างการดำเนิินชีีวิิต
และข้้อคิิดจากประวััติิสาวก ชาดกเรื่อ� งเล่า่ และศาสนิกิ ชน
ตัวั อย่่างตามที่่�กำหนด
๕. ชื่่น� ชมการทำความดีขี องบุุคคลในประเทศตามหลักั ศาสนา
พร้้อมทั้้ง� บอกแนวปฏิบิ ััติิในการดำเนิินชีวี ิิต
๖. เห็น็ คุุณค่า่ สวดมนต์์ แผ่เ่ มตตาและบริหิ ารจิิต เจริิญปััญญา มีีสติิ
ที่่�เป็็นพื้้�นฐานของสมาธิิในพระพุุทธศาสนาหรืือการพัฒั นาจิติ ตาม
แนวทางของศาสนาที่่�ตนนับั ถืือตามที่่�กำหนด
๗. ปฏิบิ ััติติ นตามหลัักธรรมของศาสนาที่่ต� นนับั ถืือเพื่่อ� แก้ป้ ัญั หา
อบายมุุขและสิ่ �งเสพติิด
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้้าใจ ตระหนัักและปฏิิบัตั ิติ นเป็น็ ศาสนิกิ ชนที่่�ดีี
และธำรงรักั ษาพระพุุทธศาสนาหรืือศาสนาที่่�ตนนับั ถืือ
๒. มีีมารยาทของความเป็น็ ศาสนิกิ ชนที่่ด� ีตี ามที่่�กำหนด
๔. แสดงตนเป็น็ พุุทธมามกะหรืือแสดงตนเป็็นศาสนิกิ ชนของศาสนา
ที่่�ตนนัับถืือ
ภัยที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ คี ่า | หนา้ 281
พคุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน
สาระที่�่ ๒ ชีีวิติ และครอบครัวั
มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้้าใจและเห็็นคุุณค่่าตนเอง ครอบครััว เพศศึึกษา
และมีีทักั ษะในการดำเนิินชีวี ิิต
๑. อธิิบายความสำคัญั ของการสร้า้ งและรักั ษาสััมพัันธภาพกับั ผู้�อื่�น
กลุ่�มสาระการเรียี นรู้�การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
สุุขศึึกษาและพลศึกึ ษา
กลุ่�มสาระการเรียี นรู้� สาระที่่� ๑ การดำรงชีีวิติ และครอบครัวั
การงานอาชีพี และ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้้าใจการทำงาน มีีความคิดิ สร้้างสรรค์์ มีที ักั ษะ
เทคโนโลยีี กระบวนการทำงาน ทัักษะการจัดั การ ทัักษะกระบวนการแก้ป้ ัญั หา
ทัักษะการทำงานร่ว่ มกันั และทัักษะการแสวงหาความรู้้� มีีคุุณธรรมและ
ลัักษณะนิสิ ัยั ในการทำงานมีีจิิตสำนึกึ ในการใช้พ้ ลัังงาน ทรัพั ยากรและ
สิ่ง� แวดล้้อมเพื่่�อการดำรงชีวี ิติ และครอบครัวั
๑. อภิิปรายแนวทางในการทำงานและปรับั ปรุุงการทำงานแต่่ละขั้น้�
ตอน
๒. ใช้ท้ ักั ษะการจัดั การในการทำงานและทักั ษะการทำงานร่่วมกััน
สาระที่่� ๓ เทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่�อ่ สาร
มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้า้ ใจ เห็น็ คุุณค่่า และใช้ก้ ระบวนการเทคโนโลยีี
สารสนเทศในการสืืบค้้นข้้อมูลู การเรีียนรู้้� การสื่อ� สาร การแก้้ปัญั หา
การทำงานและอาชีพี อย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพ ประสิทิ ธิิผล และมีคี ุุณธรรม
๑. บอกหลักั การเบื้�้องต้้นของการแก้้ปััญหา
๒. ใช้ค้ อมพิวิ เตอร์ใ์ นการค้้นหาข้้อมููล
๓. เก็็บรักั ษาข้้อมููลที่่�เป็น็ ประโยชน์์ในรููปแบบต่่าง ๆ
๔. นำเสนอข้อ้ มููลในรูปู แบบที่่เ� หมาะสมโดยเลืือกใช้ซ้ อฟต์์แวร์ป์ ระยุุกต์์
๕. ใช้ค้ อมพิวิ เตอร์ช์ ่ว่ ยสร้้างชิ้�นงานจากจินิ ตนาการหรืืองานที่่ท� ำใน
ชีีวิิตประจำวัันอย่่างมีีจิติ สำนึกึ และความรับั ผิิดชอบ
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ ีคา่ | หนา้ 282
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน
รร่่ะวดมัับกััปบรสะำถนัมักศงึึกานษเาลปขีีทีา่�่ธ๔ิิก-า๖รสไปภใาชก้้ใานรกศึาึกรษพาััฒกนราะผทู้้�เรรีวียงนศึึกโดษยาคธิณิกาะรคร(ุ๒ุศ๕าส๖ต๒ร์)์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
คนไทยฉลาดรู้ �
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยในการรัับข้้อมููล ถ่่ายทอดข้้อมููล แลกเปลี่�ยนความคิิดความรู้้�สึึกและประสบการณ์์
๒. ใช้้ภาษาไทยในการเขีียน พููด เพื่่�อนำเสนอข้้อมููลในรููปแบบต่่าง ๆ และช่่องทางที่่�หลากหลาย
อย่่างถููกต้้องเหมาะสม มีีเจตคติิที่่�ดีีในการรายงานผลการค้้นคว้้า เสนอทััศนะโต้้แย้้ง โน้้มน้้าว
และแสดงแนวคิิดอย่่างมีีเหตุุผล
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้ �และมโนทััศน์์เกี่ �ยวกัับภาษาไทย ที่่�สนัับสนุุนด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
๒. ใช้้เหตุุผลสนัับสนุุนหรืือคััดค้้านในประเด็็นถกเถีียง ในสถานการณ์์ต่่าง ๆ เช่่น การอภิิปราย
และการโต้้วาทีี
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยทั้้�งวจนภาษา อวััจนภาษาและสััญลัักษณ์์ทางคณิิตศาสตร์์ เพื่่�อสื่�อความหมาย
และนำเสนออย่่างถููกต้้องเหมาะสม
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๒. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตนออกแบบแผนภููมิิรููปภาพหรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. รวบรวมข้้อมููลและจำแนกข้้อมููลเกี่�ยวกัับตััวเลขที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวััน
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่่�อการสื่่�อสาร
๑. ฟััง พููด อ่่านและเขีียนคำศััพท์์ภาษาไทยที่่�เกี่�ยวข้้องกัับความรู้� มโนทััศน์์ แนวคิิด หลัักการ
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สร้้างกฎเกณฑ์์ทางคณิิตศาสตร์์ วิิเคราะห์์ ตรวจสอบกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหา
และการได้้มาของกฎเกณฑ์์นั้้�นโดยใช้้วิิธีีการให้้เหตุุผลเชิิงอุุปนััย
๒. ให้้เหตุุผลเชิิงนิิรนััยหรืือตรรกศาสตร์์เพื่่�อตรวจสอบข้้อโต้้แย้้งในวิิชาวิิทยาศาสตร์์
๓. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๔. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตนออกแบบแผนภููมิิรููปภาพ หรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี
ภยั ที่ ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนให้มคี ่า | หนา้ 283
ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. ตั้้�งคำถามสำคััญเกี่�ยวกัับเรื่�องที่่�จะศึึกษา วางแผนการสำรวจตรวจสอบตามความคิิดของตััวเองและ
ของกลุ่่�ม เลืือกและใช้้วััสดุุอุุปกรณ์์หรืือเครื่�องมืือในการสำรวจตรวจสอบ เปรีียบเทีียบข้้อมููล นำเสนอผล
การจััดกระทำข้้อมููล อธิิบายผลการสำรวจตรวจสอบ ด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์และสรุุปคำอธิิบายด้้วย
แผนภาพประกอบข้้อความ
๒. เรีียนรู้้�ธรรมชาติิของวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีีและวิิศวกรรม เรื่�องราวในธรรมชาติิ เรื่�องราวที่่�มีีการ
เปลี่�ยนแปลงจากการกระทำของมนุุษย์์ รวมทั้้�งเทคโนโลยีี ในสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับตนเอง
ครอบครััว ชุุมชน โดยมีีหลัักฐานสนัับสนุุนได้้อย่่างสมเหตุุสมผล
๓. ออกแบบและสร้้างแบบจำลองอย่่างง่่ายด้้วยความรู้�ทางวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีี และใช้้แบบจำลอง
เพื่่�ออธิิบายเรื่ �องราวในธรรมชาติิ
๔. แสดงความคิิดเห็็นสนัับสนุุนหรืือคััดค้้านด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์อย่่างมีีเหตุุผล ตรวจสอบหลัักฐาน
ต่่าง ๆ จากแหล่่งที่่�มาให้้เป็็นที่่�เชื่�อถืือ
๕. ระบุุปััญหาและบริิบทของปััญหา ออกแบบต้้นแบบสิ่�งประดิิษฐ์์ด้้วยการวาดภาพและสร้้างต้้นแบบ
ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เลืือกไว้้ ระบุุวััสดุุอุุปกรณ์์ที่่�เหมาะสมที่่�จะนำมาสร้้างต้้นแบบ และดำเนิินการ
ทดสอบต้้นแบบ ปรัับปรุุง ออกแบบซ้้ำเพื่่�อให้้ต้้นแบบที่่�เหมาะสมที่่�สุุด พร้้อมทั้้�งบัันทึึกผลการทดสอบ
และอธิิบายผลอย่่างใช้้เหตุุผล
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยในการสนทนา โต้้แย้้ง นำเสนอความคิิดที่่�สร้้างสรรค์์ แลกเปลี่�ยน แบ่่งปััน ความคิิด
มุุมมองในหััวข้้อ/หััวเรื่�องประเด็็นต่่าง ๆ เกี่�ยวกัับสัังคม ท้้องถิ่�น ศาสนา และวััฒนธรรมหรืือระเบีียบ
แบบแผนต่่าง ๆ โดยคำนึึงถึึงความเหมาะสมกัับมุุมมองทััศนคติิของกลุ่่�มผู้�ชม/ผู้้�ฟัังและบริิบท
๒. ใช้้ภาษาไทยในการเรีียนรู้้�เรื่�องราว เรื่�องเล่่า รายละเอีียดรายงาน รายการคำอธิิบาย
โต้้แย้้งภาพประกอบ ตาราง แผนที่่� แผนภููมิิตาราง รููปถ่่าย รวมทั้้�งภาพจากระยะไกล
ภาพจากดาวเทีียม และภาพเสมืือนจริิง
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้� มโนทััศน์์ด้้านสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรมจากเรื่�องราว บริิบท รอบตััว
แหล่่งสื่�อต่่าง ๆ และดิิจิิทััล หลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ ีคา่ | หน้า 284
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
คนไทยอยู่่�ดีีมีีสุุข
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้�การจััดการชีีวิิต การพึ่่�งพาและพััฒนาตนเองผ่่านการฟัังและอ่่านจากแหล่่งความรู้้�ต่่าง ๆ
๒. ถ่่ายทอดความรู้ �แลกเปลี่ �ยนความคิิดเกี่ �ยวกัับการจััดการชีีวิิตการพึ่่�งพาและพััฒนาตนเองที่่�สมดุุล
ผ่่านการพููดและการเขีียนในลัักษณะต่่าง ๆ
๓. รัับรู้ � ชื่ �นชมเห็็นคุุณค่่าในความงดงามของภาษาและวััฒนธรรมไทย
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาชีีวิิต การจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลทุุกด้้านโดยใช้้ความรู้�
และกระบวนการทางคณิิตศาสตร์์
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. พััฒนาทัักษะชีีวิิต การสร้้างความสมดุุลของชีีวิิตและสร้้างสุุขภาวะโดยใช้้องค์์ความรู้�
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๒. เรีียนรู้้�การแก้้ปััญหา การจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลด้้วยหลัักเหตุุผล
กระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาในชีีวิิต ปรัับตััวต่่อสภาพความเปลี่�ยนแปลงและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลทุุกด้้าน
โดยการน้้อมนำหลัักศาสนาที่่�ยึึดถืือมาใช้้
๒. ปฏิิบััติิตนเป็็นส่่วนหนึ่่�งของสัังคม วางตนได้้เหมาะสมกัับบทบาทและหน้้าที่่�ของตนที่่�มีีต่่อครอบครััว
และสัังคม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้� พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการสร้้างสุุขภาวะ และส่่งเสริิมสุุขภาพทั้้�งทางอารมณ์์ สติิปััญญา
ร่่างกาย สัังคมและจิิตวิิญญาณของตนเองและผู้ �อื่ �น
๒. เรีียนรู้้� พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการป้้องกัันภััย โรคต่่าง ๆ และการปฏิิบััติิตนให้้มีีสุุขภาวะ
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนให้มคี ่า | หนา้ 285
ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
คนไทยสามารถสููง
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์และประเมิินสารที่่�ใช้้ในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่านและการเขีียน สรุุปสารตาม
ความเข้้าใจของตนเองและให้้ความเห็็นของตนเองที่่�มีีต่่อสารในเรื่ �องนั้้�น ๆ
๒.พััฒนาทัักษะในการตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานของข้้อมููลเหตุุผลและหลัักฐานอย่่างรอบด้้าน
และเหมาะสมตามบริิบทเชิิงวััฒนธรรม ผ่่านการใช้้ภาษาไทยเพื่่�อการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด
การอ่่านและการเขีียน
๓. ระบุุปััญหาต่่าง ๆ รวมถึึงวิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหา
ที่่�เหมาะสมที่่�สุุดโดยใช้้ภาษาไทย
๔. อธิิบายกระบวนการแก้้ปััญหาที่่�ตนเองได้้ลงมืือปฏิิบััติิอย่่างเป็็นขั้�้นตอนและเป็็นระบบ
โดยใช้้ภาษาไทย
๕. ปรัับความคิิดของตนเองให้้มีีความยืืดหยุ่่�น สามารถมอง/คิิดและให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ
อย่่างหลากหลายแง่่มุุมด้้วยการใช้้ภาษาไทยในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่าน และการเขีียน
๖. พััฒนาความคิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ และสื่�อสารด้้วยรููปแบบแตกต่่างจากเดิิม
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อสารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้สื่�อสารสนเทศที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวัันในการพััฒนาทัักษะการฟัังและการอ่่าน
๒. เรีียนรู้้�รููปแบบการใช้้ภาษาของสื่�อและกลวิิธีีการใช้้ภาษาในสื่่�อ และตีีความจุุดประสงค์์
และรููปแบบการสื่�อสารของโฆษณา ละคร และข่่าว
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลทางคณิิตศาสตร์์โดยเฉพาะข้้อมููลที่่�เป็็นจำนวน ให้้เหตุุผล
ตลอดจนสื่่�อสารความหมายทางคณิิตศาสตร์์ตามที่่�ตนเองมีีความเข้้าใจและให้้ความเห็็น
๒. ตัดั สิินใจหาข้อ้ สรุุปทางคณิิตศาสตร์์บนฐานของการเชื่�อมโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ทางคณิติ ศาสตร์อ์ ย่่างรอบด้า้ น
๓. ระบุุปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ที่่�พบในชีีวิิตประจำวััน วิิเคราะห์์องค์์ประกอบของปััญหาโดยใช้้ความรู้�
ทางคณิิตศาสตร์์ รวมถึึงหาวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�หลากหลายและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้�้นตอนและเป็็นระบบโดยใช้้ความรู้�ทางคณิิตศาสตร์์
หรืือความรู้ �เกี่ �ยวกัับสถิิติิและความน่่าจะเป็็นช่่วยในการตััดสิินใจลงมืือแก้้ปััญหาในขั้�้นตอนต่่างๆ
๕. ฝึึกฝนให้้มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในปััญหาหรืือสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้อง
กัับคณิิตศาสตร์์ที่่�หลากหลายแง่่มุุม โดยเฉพาะการพิิจารณาปััญหาและการแก้้ไขปััญหาทางคณิิตศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มวิิธีีการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ในรููปแบบใหม่่ ๆ สื่่�อสารและนำเสนอการสื่�อความหมาย
ทางคณิิตศาสตร์์ของตนเองให้้ผู้ �อื่ �นเข้้าใจ และนำเสนอความคิิดนั้้�นอย่่างเป็็นรููปธรรม
ภัยท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสร้างตนให้มคี า่ | หนา้ 286
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อ สารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้สื่�อสารสนเทศที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวัันในการเรีียนรู้้�การนำเสนอข้้อมููลด้้วยสััญลัักษณ์์ รููปแบบ
ทางคณิิตศาสตร์์ที่่�สามารถสร้้างการรัับรู้ �ที่ �แตกต่่างกััน
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์ประเมิินข้้อมููลและเหตุุผลด้้วยการสืืบเสาะหาความรู้ �ที่ �หลากหลาย
๒. ระบุุปััญหา วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหาอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผลผ่่านการสืืบสอบความรู้�ที่�หลากหลาย
เพื่่�อนำไปสู่ �การหาวิิธีีการแก้้ปััญหาผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหา
ที่่�มีีความเหมาะสมที่่�สุุด
๓. ตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานข้้อมููลเหตุุผล หลัักฐานอย่่างรอบด้้านและเหมาะสมกัับบริิบท
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้ �ที่ �หลากหลายผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๔. ใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์ในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอน
และเป็็นระบบ
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ที่่�หลากหลายแง่่มุุม
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้ �ที่ �หลากหลายและผ่่านการใช้้ความรู้ �และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิมด้้วยการใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
โดยอธิิบายความคิิดที่่�เป็็นสิ่่�งใหม่่และขยายผลต่่อยอดความคิิดนั้้�นให้้เป็็นรููปธรรม
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลและเหตุุผลสรุุปและให้้ความเห็็นที่่�นำไปสู่ �การอยู่่�ร่่วมกััน
ในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุข
๒. ฝึึกฝน ตััดสิินใจเกี่ �ยวกัับการอยู่่�ร่่วมกัันในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุข บนฐานข้้อมููลเหตุุผล
และหลัักฐานอย่่างหลากหลาย เหมาะสมกัับบริิบททางวััฒนธรรม
๓. ระบุุปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่�งแวดล้้อม วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือก
วิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด โดยที่่�ไม่่ส่่งผลใด ๆ ต่่อความสัันติิสุุขในสัังคมไทยและสัังคมโลก
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่ �งแวดล้้อมด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบ
ด้้วยสำนึึกของการเป็็นพลเมืืองดีี
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิด และให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ ที่่�เป็็นประเด็็นทางสัังคม
วััฒนธรรมและสิ่�งแวดล้้อม เปิิดใจยอมรัับความแตกต่่างทางสัังคมวััฒนธรรมที่่�มีีแง่่มุุมที่่�หลากหลาย
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ๆ แบบแผนการดำรงชีีวิิตในสัังคมรููปแบบใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิมและเหมาะสม
กัับบริิบททางสัังคมที่่�เปลี่�ยนแปลงไป โดยอธิิบายความคิิดหรืือแบบแผนการดำรงชีีวิิตรููปแบบใหม่่นั้้�น
ภัยท่ี ๗ : รู้ ลดละเพื่อสร้างตนให้มคี า่ | หน้า 287
ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
พลเมืืองไทยใส่่ใจสัังคม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. รัับสารผ่่านการอ่่าน ฟััง และดููจากช่่องทางหลากหลายและทำความเข้้าใจ ตีีความ แปลความ
และขยายความสิ่�งที่่�อ่่าน ฟััง และดููได้้อย่่างมีีวิิจารณญาณ เพื่่�อนำมาใช้้ในการพััฒนาตน ประยุุกต์์ใช้้
ในชีีวิิตประจำวัันอย่่างมีีมารยาท
๒. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนในรููปแบบต่่าง ๆ เพื่่�อให้้ข้้อมููล แสดงความรู้้�สึึก ความคิิดเห็็นและโน้้มน้้าว
ได้้อย่่างมีีเหตุุผลและเหมาะสมกัับกาลเทศะ
๓. ใช้้เทคนิิคในการสื่�อสารเพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจและการถ่่ายทอดข้้อความได้้ผลดีียิ่�งขึ้�น
สมรรถนะหลััก ด้้านการทำงานแบบรวมพลัังเป็็นทีีมและมีีภาวะผู้้�นำ
๑. ปฏิิบััติิงานร่่วมกัันเพื่่�อเรีียนรู้้�และพััฒนาทัักษะการฟััง พููด อ่่าน เขีียนและการสื่�อสารเรื่�องราว
ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับการสร้้างความสััมพัันธ์์อัันดีี การรวมพลัังทำงานร่่วมกััน การใช้้ภาวะผู้้�นำ
และการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ในฐานะสมาชิิกกลุ่่�ม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบายและนำเสนอ ข้้อมููล จำนวน สััญลัักษณ์์ แผนภููมิิ กราฟ
แบบจำลอง การคาดการณ์์ วิิธีีการคำนวณ กระบวนการและการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ให้้
สอดคล้้องกัับบุุคคล กาลเทศะ
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนโดยใช้้ทั้้�งข้้อความ สััญลัักษณ์์ แบบจำลอง เพื่่�ออธิิบาย นำเสนอ
อภิิปรายหลัักการ แนวคิิด ข้้อมููล ผลการทดลอง ผลการสืืบค้้น กระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
ด้้วยกลวิิธีีที่่�เหมาะสม
๒. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�อแลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นอย่่างอิิสระ สรุุปสิ่�งที่่�ได้้เรีียนรู้้�
บัันทึึกผลทั้้�งการทดลองและการสืืบค้้น
ภยั ท่ี ๗ : รู้ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ ีคา่ | หนา้ 288
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน
ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการ พููด เขีียนเพื่่�ออธิิบาย นำเสนอข้้อมููล มโนทััศน์์ หลัักการ แนวคิิด แนวทาง
กระบวนการที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรม ในรููปแบบที่่� หลากหลายและเหมาะสมกัับ
กาลเทศะ
๒. แลกเปลี่�ยนสารด้้วยการพููด เขีียนเพื่่�ออภิิปรายความรู้� ความคิิดเห็็นเกี่�ยวกัับข้้อมููล มโนทััศน์์
หลัักการ แนวคิิดที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรม โดยคำนึึงถึึงความเหมาะสมและการเป็็นทั้้�ง
ผู้้�รัับข้้อมููลและผู้้�นำเสนอที่่�ดีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการเป็็นพลเมืืองตื่่�นรู้�ที่่�มีีสำนึึกสากล
๑. ใช้้ประเด็็นทางสัังคม (Controversial issue) ในการอภิิปรายสานเสวนา (Dialogue)
การแลกเปลี่ �ยนความคิิดเห็็นอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผล
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่่�อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบาย นำเสนอข้้อมููล แนวคิิด หลัักการ มโนทััศน์์ กิิจกรรมเกี่�ยวกัับการ
ดำรงชีีวิิต การสร้้างเสริิมสุุขภาพและการพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตทั้้�งร่่างกาย จิิตใจ อารมณ์์ สัังคม สติิปััญญา
ภัยที่ ๗ : รู้ ลดละเพื่อสรา้ งตนใหม้ คี ่า | หนา้ 289
๙.๘ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ตััวอย่่างการออกแบบกิจิ กรรม
การรับั มือื กัับสถานการณ์ค์ วามเสี่ย่� งด้า้ น
“รู้้�รัักษาปลอดโรคและมลพิิษ”
หมายถึึง การป้อ้ งกัันและปลูกู ฝัังความรู้�และทักั ษะการรับั มืือจากโรคระบาดและ
มลพิิษ การรู้�และสัังเกตอาการเบื้้�องต้้นที่่พ� ึึงระวังั และแนวทางการดููแลป้อ้ งกัันตนเองและ
สิ่�งแวดล้้อมให้้ปลอดภััยตามหลััก ๗R แบ่่งประเภทภััยออกเป็็น ๔ ประเภท คืือ ภััยจาก
โรคติิดต่่อ ภััยจากโรคที่่�ไม่่ติิดต่่อ ภััยจากการขาดความรู้� ความรอบคอบในการอ่า่ นฉลาก
และการใช้้ยาและภััยจากมลพิษิ
ภัยท่ี ๘ : รรู้ ักษาปลอดโรคและมลพิษ | หน้า 290
กิิจกรรมการรัับมืือจากสถานการณ์์ความเสี่�่ยงขั้้�นพื้�้นฐาน:
Problem-based Learning
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ภััยที่่� ๘: รู้้�รัักษาปลอดโรคและมลพิิษ
กรณีีศึึกษา ขนมเยลลี่่�อัันตราย ไม่่ผ่่านการรัับรองจาก อย.
บก.ปคบ. (กองบัังคัับการปราบปรามการกระทำ ของกลาง เป็น็ เยลลี่่ล� ูกู ตาจำนวน ๒๒,๐๐๐ ชิ้้น� และ
ความผิิดเกี่�ยวกัับการคุ้�มครองผู้�บริิโภค) และ อย. ลูกู อมลูกู ตาจำนวน ๑๑,๐๐๐ ชิ้้น� มูลู ค่า่ กว่า่ ๓๐๐,๐๐๐
(สำนักั งานคณะกรรมการอาหารและยา) กระจายกำลังั บาท
กวาดล้า้ งผู้�ลักั ลอบจำหน่า่ ยขนมเยลลี่่ล� ูกู ตา ย่า่ นตลาด จากปฏิิบััติิการกระจายกำลัังตรวจสอบในครั้ �งนี้้�
ค้้าส่่งแห่่งหนึ่่�งในกรุุงเทพฯ เตืือนผู้้�ปกครองควร เบื้�้องต้้นพบประเด็็นความผิิดในเรื่ �องการจำหน่่าย
ระมััดระวังั อย่่าให้้บุุตรหลานซื้้�อขนมเยลลี่่�ดัังกล่่าวมา อาหารที่่�แสดงฉลากไม่่ถููกต้้อง มีีโทษปรัับไม่่เกิิน
รับั ประทาน เนื่่อ� งจากยังั ไม่ไ่ ด้ผ้ ่า่ นการรับั รองจาก อย. ๓๐,๐๐๐ บาท และของกลางที่่ต� รวจยึดึ ได้้ อย. จะ
วันั ที่่� ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ หัวั หน้า้ กองบังั คับั การ ดำเนิินการส่่งตรวจวิิเคราะห์์เพื่่�อทดสอบคุุณภาพ
ปราบปรามการกระทำความผิิดเกี่ �ยวกัับการคุ้ �มครอง มาตรฐานและความปลอดภัยั ของผลิติ ภัณั ฑ์์ หากตรวจ
ผู้ �บริิโภคและเลขาธิิการคณะกรรมการอาหารและยา พบโลหะหนักั สีผี สมอาหาร หรืือวัตั ถุุกันั เสียี จะเป็น็
ร่ว่ มกันั แถลงผลการปฏิบิ ัตั ิกิ ระจายกำลังั กวาดล้า้ งขนม ความผิดิ ฐาน จำหน่า่ ยอาหารไม่บ่ ริสิ ุุทธิ์ � มีโี ทษปรับั ไม่่
เยลลี่่ล� ูกู ตา ย่า่ นตลาดค้า้ ส่ง่ แห่ง่ หนึ่่ง� ในกรุุงเทพฯ จาก เกินิ ๒๐,๐๐๐ บาท ส่ว่ นผู้้�ที่่ล� ักั ลอบนำเข้า้ อาหารโดย
ข่า่ วที่่ม� ีเี ด็ก็ รับั ประทานขนมเยลลี่่ล� ูกู ตาแล้ว้ เกิดิ อาการ ไม่ไ่ ด้ร้ ับั อนุุญาต จะมีโี ทษจำคุุกไม่เ่ กินิ ๓ ปีี หรืือ ปรับั
ปวดท้อ้ ง อาเจียี น ต้อ้ งหามส่ง่ โรงพยาบาล ตรวจพบ ไม่เ่ กินิ ๓๐,๐๐๐ บาท หรืือทั้้ง� จำทั้้ง� ปรับั
เป็น็ ลำไส้อ้ ักั เสบ โดยเมื่อ� วันั ที่่� ๗ พ.ค. ๒๕๖๔ อย. ร่ว่ ม อย. และ บก.ปคบ. จะร่ว่ มมืือกันั ขยายผลหา
กัับ บก.ปคบ. ตรวจค้้นร้า้ นค้้าที่่�จำหน่่ายขนมเยลลี่่� แหล่่งลัักลอบนำเข้้าและจำหน่่ายผลิิตภััณฑ์์อาหารไม่่
ลูกู ตา ย่า่ นตลาดค้า้ ส่ง่ แห่ง่ หนึ่่ง� ในกรุุงเทพฯ จำนวน ๕ ถููกกฎหมาย หากตรวจสอบพบผู้้�นำเข้้ารายใดมีีส่่วน
ร้้าน พบขนมเยลลี่่�ลููกตาไม่่มีีเลขสารบนอาหาร ไม่่มีี เกี่ย� วข้อ้ งจะดำเนินิ คดีโี ดยเด็ด็ ขาด และขอเตืือนร้า้ นค้า้
ฉลากภาษาไทยจำนวนหลายรายการ จึงึ ตรวจยึดึ เป็น็ ที่่�จำหน่่ายผลิิตภััณฑ์์อาหารให้้ระมััดระวัังในการเลืือก
ผลิติ ภัณั ฑ์ท์ี่่ถ� ูกู ต้อ้ งตามกฎหมายมาวางจำหน่า่ ย
ทั้้ง� นี้้ห� ากประชาชนพบเห็น็ การลักั ลอบผลิติ นำเข้า้
จำหน่่ายผลิิตภััณฑ์์อาหารที่่�ผิิดกฎหมาย สามารถ
ร้อ้ งเรียี นได้ท้ี่่� สายด่ว่ น ปคบ. ๑๑๓๕ สายด่ว่ น อย.
๑๕๕๖ หรืือที่่�ศููนย์์จััดการเรื่�องร้้องเรีียนและ
ปราบปรามการกระทำผิดิ กฎหมายเกี่ย� วกับั ผลิติ ภัณั ฑ์์
สุุขภาพ (ศรป.) ได้ท้ ุุกวันั ในเวลาราชการ
แหล่ง่ ที่่ม� า : tnnonline
ภัยที่ ๘ : ร้รู ักษาปลอดโรคและมลพิษ | หน้า 291
แนวคิิดการออกแบบกิิจกรรม
การออกแบบกิิจกรรมครั้ง� นี้้�ใช้ว้ ิธิ ีีการยกกรณีีศึึกษามาให้้นักั เรียี นศึึกษา เพื่่�อให้น้ ัักเรียี น
เห็็นถึึงอัันตรายจากการรัับประทานอาหารที่่�ไม่่ได้้รัับการรัับรองตามมาตรฐาน ซึ่�่งส่่งผลเสีียต่่อ
สุุขภาพร่่างกาย สาเหตุุของการรับั ประทานอาหารที่่�ไม่ป่ ลอดภััยอาจจะเกิิดจากการขาดความรู้�
ความรอบคอบในการอ่่านฉลากสิินค้า้ ที่่จ� ะบริโิ ภค รวมถึงึ การประมาท ไม่่รู้้�ถึึงสััญญาณอันั ตราย
ที่่�จะเกิิดขึ้�นจากความเสี่�ยงในการรัับประทานอาหารที่่�ไม่่ผ่่านการรัับรองคุุณภาพ หากอ้้างอิิง
ถึึงพััฒนาการของนัักเรีียนวััยประถมศึึกษาตอนปลายที่่�นัักเรีียนวััยนี้้�มีีความสนใจใคร่่รู้้�กัับสิ่ �ง
รอบตััว เริ่�มเข้้าใจการเชื่�อมโยงของสิ่�งต่่าง ๆ ที่่�ส่่งผลต่่อกััน เช่่น เมื่่�อกิินอาหารที่่�ไม่่ปลอดภััย
จะเกิิดการเจ็็บป่่วย เป็็นต้้น อย่่างไรก็็ตามนัักเรีียนวััยนี้้�เป็็นวััยที่่�มีีความเป็็นตััวของตััวเองมาก
มีีความคึึกคะนอง อยากลองทำสิ่�งใหม่่ ๆ ที่่�ท้้าทายด้้วยตนเอง อยากเป็็นที่่�ยอมรัับและเป็็น
ส่่วนหนึ่่�งของสัังคม ทำให้้บางครั้�งนัักเรีียนวััยนี้้�ยัังขาดการยั้�งคิิดและพิิจารณาให้้รอบคอบ
เพราะยัังยึึดอารมณ์์และความพึึงพอใจของตนและเพื่่�อนเป็็นที่่�ตั้ �ง
กิิจกรรมครั้ �งนี้้�จึึงมุ่่�งเน้้นให้้นัักเรีียนลองฝึึกคิิดแก้้ปััญหา รู้้�จัักการเอาตััวรอดจากโรค
ที่่�เป็็นผลมาจากการขาดความรู้�และความใส่่ใจในการอ่่านฉลากสิินค้้า รวมถึึงการป้้องกัันไม่่ให้้
ตนเองตกอยู่ �ในสถานการณ์์ดัังกล่่าว ผ่่านกระบวนการคิิด ตััดสิินใจโดยใช้้กระบวนการคิิดเชิิง
คำนวณ (CT: Computational Thinking) โดยใช้้เวลาการจััดประสบการณ์์พััฒนาสมรรถนะ
ด้า้ นต่า่ ง ๆ ประมาณ ๑-๒ วันั บูรู ณาการกับั หน่ว่ ยการเรียี น หรืือเป็น็ กิจิ กรรมยามเช้า้ (Home Room)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ผลที่ค�่ าดว่่าจะได้้รัับ จุดุ ประสงค์์
๑. รู้้�ถึงึ อันั ตรายจากการบริโิ ภคสินิ ค้า้ ที่่ไ� ม่ไ่ ด้ผ้ ่า่ น ๑. การแก้ป้ ัญั หาหากรับั ประทานอาหาร
การรับั รอง ซึ่ง่� จะส่ง่ ผลเสียี ต่อ่ ร่า่ งกาย ที่่ไ� ม่ป่ ลอดภัยั
๒. รู้้�วิธิ ีปี ้อ้ งกันั และระมัดั ระวังั ในการเลืือก ๒. การคิดิ วิธิ ีกี ารป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้เ้ กิดิ อันั ตรายต่อ่
บริโิ ภคสินิ ค้า้ สุุขภาพ อันั เนื่่อ� งมาจากการขาดความรู้�และ
ความรอบคอบในการอ่า่ นฉลากสินิ ค้า้ และเลืือก
บริโิ ภคสินิ ค้า้ ที่่ไ� ด้ร้ ับั การรับั รอง
ภยั ท่ี ๘ : รรู้ กั ษาปลอดโรคและมลพษิ | หน้า 292
เนื้้�อหาการเรีียนรู้ �
๑. ความรู้�เรื่อ� งการอ่า่ นฉลากสินิ ค้า้ ที่่ไ� ด้้
มาตรฐาน (ผ่า่ นการรับั รอง)
๒. ความรู้�เรื่อ� งอันั ตรายจากการบริโิ ภคอาหาร
ที่่ไ� ม่ผ่ ่า่ นการรับั รอง ยาหมดอายุุ
๓. การดูแู ลตนเองเบื้อ�้ งต้น้ หากรับั ประทาน
อาหารที่่ไ� ม่ป่ ลอดภัยั
๔. ความรู้�เรื่อ� งการเลืือกสินิ ค้า้ ที่่ม� ีปี ระโยชน์์
ต่อ่ ร่า่ งกาย
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
สื่่�อประกอบกิจิ กรรม
๑. กรณีศี ึกึ ษาตัวั อย่า่ งเด็ก็ ซื้อ�้ ขนมที่่ไ� ม่ม่ ีฉี ลาก
กำกับั สินิ ค้า้
๒. บทความเกี่ย� วกับั การอ่า่ นฉลากยาหรืือสินิ ค้า้
ที่่ไ� ด้ร้ ับั มาตรฐาน
๓. บทความเกี่ย� วกับั การเข้า้ Website เพื่่อ�
ตรวจสอบผลิติ ภัณั ฑ์ย์ าหรืืออาหารที่่ไ� ด้ร้ ับั
มาตรฐาน
๔. บทความเกี่ย� วกับั การเลืือกรับั ประทานขนมที่่�
๗. มีปี ระโยชน์์
๕. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อสอนการอ่า่ นฉลากสินิ ค้า้
๖. หนังั สืืออิเิ ล็ก็ ทรอนิกิ ส์เ์ กี่ย� วกับั
การปฐมพยาบาลเบื้อ�้ งต้น้
๗. สื่่อ� ประกอบการอบรม ชุุด สื่่อ� กิจิ กรรม
พัฒั นาทักั ษะการคิดิ ตามหลักั ปรัชั ญาของ
เศรษฐกิจิ พอเพียี ง
ภัยท่ี ๘ : ร้รู กั ษาปลอดโรคและมลพิษ | หนา้ 293
ขั้้�นตอนการทำกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
การแจกแจงแยกแยะปััญหา
(Decomposing a Problem)
การแจกแจงปัญั หาเป็็นองค์ป์ ระกอบย่อ่ ย จััดกลุ่ม่� ประเภทตามสิ่ง� ที่่�จำเป็็นหรืือสิ่ง� ที่่ต� ้้องคำนึงึ ถึงึ และ
สิ่�งที่่ไ� ม่เ่ กี่ย� วข้อ้ งบนฐานการคิดิ ที่่�เป็็นเหตุุและผล เพื่่อ� ให้ป้ ัญั หาที่่�พบมีีความเป็น็ รูปู ธรรม จับั ต้อ้ งได้้
มีกี ระบวนการแก้้ปัญั หาที่่�จััดการได้้ ซึ่�่งทำให้ห้ าทางออกของปัญั หาได้้อย่า่ งเป็็นระบบ
๑.๑ จุุดประกายความสนใจ
ครููเล่า่ เรื่อ� งราวของกรณีีศึกึ ษา
๑. ครููเกริ่�นแนะนำเรื่�องการใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณกัับการเรีียนรู้้�ครั้�งนี้้�ด้้วยการกล่่าวว่่า
การที่่ค� นเราจะแก้ป้ ััญหาในเรื่อ� ง ๆ หนึ่่ง� ได้ส้ ำเร็จ็ จำเป็น็ ต้้องมีวี ิธิ ีีคิดิ แก้้ปัญั หาอย่า่ งเป็น็ ระบบและมีีเหตุุ
และผล (ซึ่�ง่ ในที่่น� ี้้ค� ืือกระบวนการคิิดเชิงิ คำนวณหรืือเรีียกสั้�น ๆ ว่า่ CT) ครููจึงึ อยากเตรียี มความพร้้อมของ
นักั เรีียนก่อ่ นเข้้าสู่่�วิิธีีการแก้้ปัญั หาเพื่่อ� ดูวู ่่านัักเรีียนมีีวิิธีคี ิดิ อย่า่ งเป็็นเหตุุเป็น็ ผลไหม เช่่น ให้้นัักเรีียนใช้้สื่อ�
ประกอบการอบรม ชุุด ชุุดสื่ �อกิิจกรรมพััฒนาทัักษะการคิิดตามหลัักปรััชญาของเศรษฐกิิจพอเพีียง
เนื่่�องจากในเกม ประกอบด้้วยการ์์ดสถานการณ์ท์ ี่่�เกี่ย� วข้อ้ งกับั เรื่�องโรคระบาดและมลพิษิ จากน้้ำ แมลง ยา
ฆ่่าหญ้า้ และโรงงานอุุตสาหกรรม โดยเมื่อ� เกมดำเนินิ มาถึึงช่่วงการเล่่นการ์ด์ สถานการณ์ร์ ะดับั ชุุมชน ให้ใ้ ช้้
การ์์ดสถานการณ์์ชุุด A ๑-๒-๓ เพื่่อ� จุุดประกายเรื่อ� งผลกระทบจากมลพิษิ ที่่เ� กิิดจากโรงงานอุุตสาหกรรม
ให้้นัักเรียี นลองเล่น่ เพื่่อ� ฝึึกการคิดิ แก้้ปััญหาแล้้วขอตััวแทนนักั เรียี นลองสะท้อ้ นว่า่ สามารถแยกแยะ หาจุุด
ร่่วมของปััญหา ตััดประเด็็นที่่�ไม่่ใช่่ออก สรุุปเป็็นความคิิดและจะมีีลำดัับขั้้�นตอนการแก้้ปััญหาอย่่างไร
ไปสู่�เป้้าหมายได้้หรืือไม่่ อย่า่ งไร
๒. เมื่ �อนัักเรีียนสามารถเรีียนรู้้�วิิธีีการคิิดเชิิงเหตุุและผลโดยไม่่ใช้้อารมณ์์เป็็นตััวตััดสิินในการแก้้
ปััญหา แล้ว้ จึงึ ดำเนิินการในขั้น�้ ตอนต่่อไป
๓. ครููเล่า่ ข่า่ วให้น้ ักั เรียี นฟังั เพื่่อ� เป็น็ ข้อ้ มููลสำหรัับการเรีียนรู้้�ในขั้น้� ต่่อไป
ภยั ท่ี ๘ : ร้รู ักษาปลอดโรคและมลพษิ | หน้า 294
๑.๒ ตั้้�งประเด็็นที่่�จะศึึกษาผ่่านการตั้้�งคำถาม
แลกเปลี่ย� นความคิิดเห็น็ กับั นัักเรียี นในเรื่�องที่่เ� กิิดขึ้�น ให้น้ ักั เรีียนเลืือกว่า่ สนใจศึกึ ษากรณีีศึกึ ษาแบบใด
ดัังตัวั อย่า่ งคำถาม ของครูู (ในกรณีที ี่่น� ัักเรียี นยัังหาคำตอบไม่่ได้้ เปิดิ สื่อ� คลิปิ วิิดีีโอ หรืือแนะนำหนังั สืือให้น้ ักั เรียี นค้น้ คว้้า
เพื่่อ� นำมาอภิปิ รายแลกเปลี่�ยนเรีียนรู้้�กัับเพื่่อ� น)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ตััวอย่่างที่่� ๑ ตััวอย่่างที่่� ๒ ตััวอย่่างที่่� ๓
นัักเรีียนคิิดอย่่างไร ในข่่าว เด็็กไม่่สบาย ถ้้านัักเรีียนจะเลืือก
กัับข่่าวนี้้� ต้้องถููกส่่งโรงพยาบาล ซื้้�อขนมหรืืออาหาร
นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการ
คุุณครูู เพราะอะไร เลืือกอย่่างไร เพื่่�อไม่่ให้้
น่่ากลััว เด็็กไม่่สบาย คุุณครูู เราเจ็็บป่่วย คุุณครูู
ปวดท้้อง อาเจีียน
เพราะกิินขนมไม่่มีีอย. กิินขนมโดยไม่่ดููเลยว่่า สัังเกตและมีีความ
ขนมนี้้�ปลอดภััย หรืือ รอบคอบในการอ่่าน
นัักเรีียน สามารถกิินได้้หรืือเปล่่า
ฉลากกำกัับ
ถ้้าสมมติินัักเรีียน นัักเรีียน
อยู่ �ในเหตุุการณ์์นี้้� นัักเรีียนคนที่�่ ๑
นัักเรีียนจะทำอย่่างไร ถ้้าเป็็นนัักเรีียน
จะมีีวิิธีีการดููว่่า ซื้�้อขนม
คุุณครูู ขนมนี้้�ปลอดภััย ที่่�มีีประโยชน์์
กิินได้้อย่่างไร
ไม่่ซื้้�อขนมแบบนี้้� นัักเรีียนคนที่�่ ๒
อาจจะถามพ่่อแม่่ก่่อน คุุณครูู
นอกจากการสัังเกต
ว่่าควรซื้�้อหรืือไม่่ ดููที่่�ฉลากที่่�ห่่อขนม และความระมััดระวัังแล้้ว
ว่่ามีียี่�ห้้อ หรืือได้้รัับ นัักเรีียนคิิดว่่าควรจะต้้อง
นัักเรีียน การยอมรัับจากอย.
คิิดถึึงอะไรอีีกบ้้าง
หรืือเปล่่า
คุุณครูู
นัักเรีียน
มีีความรู้ �เรื่ �อง
การอ่่านฉลาก
นัักเรีียน
จากการพููดคุุย ครููชวนตั้้�งประเด็็นที่่�จะศึึกษาร่่วมกััน ซึ่�่งได้้ข้้อสรุุปร่่วมกัันตามประเด็็นที่�่นัักเรีียนสนใจ ดัังนี้้�
คำถามจากตััวอย่่างที่่� ๓
นัักเรีียนจะคเวอาามตัรัวอรบอคดอจบากในโรกคาภรัอัย่ไ่าขน้้เฉจ็ล็บาจกาอกยก่่าางรไขราดความรู้้�
ภยั ที่ ๘ : รูร้ ักษาปลอดโรคและมลพิษ | หนา้ 295
๑.๓ ระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา
แบ่ง่ กลุ่ม่� นัักเรียี นเพื่่�อระดมสมองจััดกลุ่�ม่ ความน่่าจะเป็น็ ของวิธิ ีีการแก้ไ้ ข
ครููชวนนัักเรีียนมาร่่วมกัันคิิดวิิธีีการแก้้ปััญหาในการอ่่านฉลากกำกัับผลิิตภััณฑ์์ “ถ้้านัักเรีียนอยู่�
ในเหตุุการณ์์นั้้�น นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการดููแลตนเองให้้ปลอดภััยจากการอ่่านฉลากกำกัับผลิิตภััณฑ์์ได้้อย่่างไร
และมีีข้้อควรระวัังอะไรบ้้าง”
การระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา ควรครอบคลุุมทั้้�งประเด็็นด้้านทััศนคติิที่�่พึึงมีี และความรู้�ที่�่พึึงมีี ดัังนี้้�
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ทััศนคติทิ ี่�่พึงึ มีี ความรู้�ที่พ�่ ึึงมีี
- การสัังเกต ระมัดั ระวังั รอบคอบในการดููฉลาก - มีคี วามเข้้าใจในอัันตรายจากการบริโิ ภคอาหาร
กำำ�กับั ผลิิตภัณั ฑ์์ ที่่�ไม่่ผ่่านการรัับรอง มีคี วามรู้้�การอ่่านฉลากกำำ�กับั
ผลิติ ภัณั ฑ์์
- การดููแลตนเองเบื้�องต้้นหากรับั ประทานอาหาร
ที่่�ไม่ป่ ลอดภัยั
- การขอความช่ว่ ยเหลืือเมื่่อ� เจ็บ็ ป่่วยจากการไม่อ่ ่่าน
ฉลากกำ�ำ กัับสิินค้้าหรือยา
๑.๔ ตััดประเด็็นที่�่ไม่่ใช่่การแก้้ปััญหาที่�่แท้้จริิงออก
ให้้นัักเรียี นลงคะแนนเสีียง (โหวต) เพื่่อ� เลืือกองค์ป์ ระกอบที่่�จำเป็น็ และควรคำนึึงถึงึ เกี่�ยวกับั ปัญั หา
เพื่่อ� ให้้เข้้าใจในปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์์ที่่�เกิดิ ขึ้�น และตัดั องค์ป์ ระกอบที่่�ไม่เ่ กี่ย� วข้้องออกไป
รายการ ใช้แ้ ก้้ปััญหาได้้ ไม่่แก้้ปัญั หา
กมมีีคีคีารววบาารมมิรโิูเภ้ข้ก�้ ้คาาใอรจาอใ่หน่านาอัรฉันที่ลต่ไ� ามร่กา่ผ่กย่าำำ�นจกากักับาผรลรัิับิตรภอัณั ง ฑ์์ ๑๐ โหวต ๐ โหวต
หกาากรดรูัูแบั ลปตระนทเอานงเอบื้าอ� หงาตร้้ทนี่่ไ� ม่ป่ ลอดภัยั
จกาากรขกอารคไวม่าอ่ ม่่าช่น่วฉยลเหาลกืือกำเ�ำมืก่ั�่อับเจส็ิบ็ ินปค่้่ว้ายหรือยา ๙ โหวต ๑ โหวต
๗ โหวต ๓ โหวต
ภยั ที่ ๘ : ร้รู ักษาปลอดโรคและมลพิษ | หน้า 296
๑.๕ ลำดัับขั้้�นตอนการแก้้ปััญหา
ลำดัับประเด็็นที่่�จะใช้ใ้ นการแก้้ปััญหาว่า่ ควรทำสิ่ง� ใดก่่อนสิ่่ง� ใดหลังั จากประสบการณ์ข์ องนัักเรีียน
โดยมุ่�่งเน้น้ การคิิด วางแผน มีวี ิธิ ีกี าร สื่่�อและอุุปกรณ์์ที่่จ� ะใช้ใ้ นแต่่ละขั้น้� ตอน รวมถึงึ การควบคุุมกำกัับติิดตาม
แผนการดำเนิินงานของตน
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ประเด็น็ วิธิ ีกี ารแก้้ปัญั หาที่่�นักั เรียี นเลืือก ลำำ�ดัับการแก้้ปััญหาจาก
สิ่ �งที่่�ควรคำำ�นึึงถึึงมากที่่�สุดุ
มกมีีคคีีารววบาารมมิริโูเภ้ข้ก้� ้คาาใอรจาอใ่หนา่ นาอัรฉันที่ลต่�ไามร่กาผ่ ่กย่าำ�ำนจกากักับาผรลรัิับิตรภอััณง ฑ์์ (จากการลงคะแนนเสียี งของนัักเรียี น)
๑
ทกี่่าไ� มร่ด่ปููแลอลตดภนััยเองเบื้อ� งต้้นหากรับั ประทานอาหาร ๒
หมายเหตุุ: นัักเรีียนอาจคิิดลำดัับเพิ่่�มเติิมอีีกได้้ เช่่น การสัังเกตสััญญาณอัันตรายที่่�เกิิดจากการไม่่มีีความรู้้�
หรืือขาดการสัังเกตฉลากกำกัับสิินค้้า และความรู้้�เรื่�องการเลืือกสิินค้้าที่่�มีีประโยชน์์ต่่อร่่างกาย
อย่่างไรก็็ตามความคิิดของนัักเรีียนที่่�จะใช้้แก้้ปััญหาครั้�งนี้้�อาจเป็็นวิิธีีแก้้ปััญหาที่่�ยัังไม่่
ตรงประเด็น็ หรืือยังั ไม่ใ่ ช่ว่ ิธิ ีทีี่่ถ� ูกู ต้อ้ ง ขอให้ค้ รูใู ห้โ้ อกาสนักั เรียี นลองผิดิ ลองถูกู ตามวิธิ ีกี ารที่่น� ักั เรียี น
คิิดไปก่่อน โดยครููอย่่าเพิ่่�งรีีบเฉลย เพื่่�อให้้นัักเรีียนเกิิดความมั่่�นใจที่่�จะกล้้าคิิดกล้้าแสดงออก
จนเมื่อ� เข้้าสู่�ขั้้�นตอนการสืืบค้น้ ต่่อไปจะทำให้้นัักเรียี นค่อ่ ย ๆ เรียี นรู้้�ว่า่ แผนการแก้ป้ ััญหา
ของตนมีีลำดัับที่่�ถููกต้้องหรืือไม่่และอาจจะมีีการเพิ่่�ม ลด หรืือรวบขั้้�นตอนการแก้้ปััญหาที่่�จะ
ทำให้้ได้้ผลจริิง พร้้อมระบุุสื่่�อและอุุปกรณ์์ที่่�ต้้องใช้้ประกอบการแก้้ปััญหา
ภัยท่ี ๘ : รู้รกั ษาปลอดโรคและมลพษิ | หน้า 297
สร้้างรูปู แบบการแก้้ปััญหาผ่่านการคิดิ เป็น็ ลำดัับขั้้น� ตอนสู่�เป้า้ หมาย
(Algorithmic Thinking)
๒.๑ สืืบค้้นความเป็็นไปได้้ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�นัักเรีียนคิิดขึ้้�นจากแหล่่งข้้อมููลต่่าง ๆการภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ร่ว่ มกัันวิิเคราะห์์องค์์ประกอบที่่ค� วรคำนึึงถึึงในการแก้้ปััญหาจากประสบการณ์ข์ องนัักเรียี น โดยสืืบค้้นจาก
แหล่่งข้้อมููลต่า่ ง ๆ เช่่น จากหนัังสืือ คำสอนของผู้�ปกครอง สื่่�อคลิิปวิดิ ีีโอต่า่ ง ๆ ว่า่ ประเด็น็ ใดสอดคล้อ้ งกับั
ประเด็็นที่่น� ัักเรียี นคิดิ เอาไว้้ เพื่่อ� ให้น้ ัักเรียี นเริ่ม� รู้�ว่าสิ่�งที่่น� ัักเรียี นคิิดสามารถนำมาใช้ไ้ ด้้จริงิ ในการแก้้ปััญหาได้้
หรืือไม่่ (ทบทวนข้อ้ มูลู จากตารางในข้อ้ ๑.๕ ลำดัับวิธิ ีีการแก้้ปัญั หาใหม่่ เติมิ ช่่องเหตุุผลของวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาแต่ล่ ะข้อ้ ในตาราง)
ลำ�ำ ดัับการแก้้ปััญหา ความรู้้�ที่่�ได้้จากการสืืบค้้นเพื่่�อแก้้ปััญหา แหล่ง่ ข้้อมููล
๑. มีีความเข้้าใจในอันั ตราย เครื่อ� งหมาย อย. ที่่�อยู่�บนฉลากผลิิตภัณั ฑ์อ์ าหารแปรรูปนั้้�น บchotทtmคp/วsอ:า/ยม/.จ%wา2wก0w.คืือth%a2i0bอioะ.ไร
จากการบริโิ ภคยาหรืออาหาร ส่ว่ นใหญ่ต่ ้้องผ่า่ นขั้�นตอนการตรวจสอบความเหมาะสมของ
ที่่ไ� ม่่ผ่่านการรับั รอง มีีความ สถานที่่�ตั้้�งและอาคารผลิติ เครื่อ� งมืือ เครื่อ� งจักั ร และอุุปกรณ์์
รู้ก� ารอ่า่ นฉลากกำำ�กับั ในการผลิิต การควบคุุมกระบวนการผลิติ การสุขุ าภิบิ าล
ผลิิตภััณฑ์์ โรงงานการบำำ�รุุงรัักษาและทำ�ำ ความสะอาด และบุุคลากรการ
ผลิิต นอกจากนั้้�น ต้้องผ่า่ นในเรื่�องของคุุณภาพมาตรฐาน
ของผลิติ ภััณฑ์์ ภาชนะบรรจุุและการแสดงข้้อมููลบนฉลากว่่า
ครบถ้้วนไม่โ่ อ้้อวด หลอกลวง หรือทำ�ำ ให้้เข้้าใจผิดิ อาหารนั้้น�
จึงึ จะได้้รัับเครื่อ� งหมาย อย. เป็็นสััญลักั ษณ์์ให้้กัับผลิิตภัณั ฑ์์
อาหารแปรรูปที่่ม� ีภี าชนะบรรจุสุ นิิท รัับผิดิ ชอบโดยสำำ�นัักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขุ
๒. การดููแลตนเองเบื้�องต้้น การรัักษาดููแล เมื่อ่� ป่่วยเป็น็ โรคท้้องร่ว่ ง อhรcัักotาtหษmpา/าsรhแ:เ/eปล็/aะ็นwlปพ้twอ้ิhิษwง/.ก4sันนั a3าn/นoาoวิkิธี.ี
หากรับั ประทานอาหาร ๑. ดื่�่มสารละลายน้ำ��ำ ตาลเกลืือแร่่โออาร์เ์ อส (โดยจิิบที่่�ละนิิดบ่่อย
ไม่ป่ ลอดภัยั ครั้ง� ในปริิมาณเท่า่ กับั ปริมิ าณอุุจจาระที่่ถ� ่า่ ยออกมาแต่ล่ ะครั้�ง)
เพื่�่อป้อ้ งกัันการขาดน้ำ�ำ�และเกลืือแร่่ เด็็กอายุุมากกว่่า ๒ ปีี
ควรดื่่ม� ครั้�งละ ๑/๒ - ๑ แก้้ว โดยดื่�ม่ ทีีละน้้อย แต่่บ่อ่ ยครั้�ง
เมื่�อ่ อาการดีขีึ้�นจึงึ หยุุดดื่�่มสารละลายน้ำ��ำ ตาลเกลืือแร่่
และกินิ อาหารอ่่อน ย่่อยง่า่ ย จะช่่วยให้้ลำ�ำ ไส้้ฟื้้�นตัวั เร็ว็
๓. การเลืือกอาหารที่่ด� ีี ข-กอแก-ตหส-เง่นิละาลาา่อนิัปปปอหรระักมสททดเสลรรุาีาีูท่ลุ่ขีู่่ืะะด่อร�จ่วื่่อภค�ห�โรฉทะนัดียับ่กาวยจ่ไลไ�ภ่ปัชมพปซา่รมัดัื่าน่้ัยรคย่มรถ่์�อกำีูะูะ์ำ�ีสหสกขกอีกนทีฉริอนึสืูอาคินูาุอึงดหนุขมบวนแทไฉีาลใรมขค่ัลห่ืร้่สักา้ื้อ่�มอ้วเีดอเษงดีปเไป็ลมนผ๓็กณร่รบลขี่มะใียริีูทหรโ้ะีโป้ติจ�บ้ยรัทเะกั.ดภจเมชเษุ็ัทีคบใุนปก็ัณีีสิีน์ียติดยีลไา์่ดฑภบกนอ่้อร้์่ราปูร์น่อรด้ั่จ้�้ชาา่้นอันภน� ักนคงัยเยัซืเปกะา้ืป.้ๆอ�ใ�อาร,นหวียนัแยี วรผนัปื่ลบลอา่รดผจิูะสเบละูิติ่ะทลพิโง�ัีรทักิตภยยีลำทรัีั�ำษ่ัณช่ังบจไ�ใุนวดุภงณหคั้์ฑ้ั้ันุ้นา์ณั์ัเณุ ้กะ,นท์้หีคน�ปิ่ท่ฑัิดท�คม่่ีร์คุ่่�ว่ผ้า่์ทดละ�ไี้�ม่ไ้ดขห่ลา้อค�มป้ิอรย่เยาัดิสั่าับงกียัดชกียัุิันัุิดับ ahncบcoontuทtdnntคprttkวisaait:าdmii/nมosi/-.จnncwtาa/owoกnsmwxnti/.sacaf/c-om3koa/srd-i-nbaby
มีีประโยชน์์ hi9nt5ft7op0gsr0:a/0p/h0mig0cr/1o0dne3lt1i6aniel./com/
h9sct5it2epn0sc:0/e0//d0meg1t6rao0inl0l/0in9e.com/
ภยั ท่ี ๘ : รูร้ กั ษาปลอดโรคและมลพษิ | หน้า 298
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน จัดั การข้้อมูลู สร้้างบทสรุปุ และตีีความข้้อมูลู
(Organizing, Generating, and Interpreting data)
๓.๑ เรีียบเรีียงผลสรุุปจากการสืืบค้้น
นำข้้อมููลทั้้�งหมดมาเรีียบเรีียง จััดระบบหาแนวทางแก้้ปััญหา โดยให้้นัักเรีียนเลืือกวิิธีีการนำเสนอข้้อมููล
ในรููปแบบของตาราง ดัังตััวอย่่าง
ภยั ท่ี ๘ : รู้รักษาปลอดโรคและมลพษิ | หนา้ 299