The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

SchoolSafety_หลักสูตรประถมปลาย_lpg1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yuwatida maiganta, 2022-02-10 05:35:33

SchoolSafety_หลักสูตรประถมปลาย_lpg1

SchoolSafety_หลักสูตรประถมปลาย_lpg1

๓.๕ ท(Tดeสsอtบ, Eปvรaะluเมaิินteต,ีีคaวnาdมแDลeะbหuาgจุMุดบoกdพeร่l่อBงehavior) การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

- เชิญิ ผู้�เชี่�ยวชาญ เช่่น ครููสอนสังั คม มาให้ค้ วามรู้�สร้้างความเข้า้ ใจมากขึ้�น
- เล่่นบทบาทสมมติิเพื่่�อสร้้างสถานการณ์์จำลอง
- ดูสูื่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อเกี่ย� วกับั การเป็น็ เด็ก็ ติดิ เกม: “ทุุกสิ่ง� มีสี องด้า้ น” แล้ว้ ให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั คิดิ วิเิ คราะห์์
พฤติกิ รรม อารมณ์์ของตัวั ละคร แล้้วร่่วมกัันแลกเปลี่�ยนความคิดิ เห็็น เพื่่อ� ให้เ้ ห็น็ ถึงึ คุุณและโทษของ
การเล่น่ เกม
- นำความรู้�ที่ไ� ด้้มาแลกเปลี่ย� นแสดงความคิิดเห็็นร่่วมกััน

๓(E.x๖pสlื่a�่อiคnวaาnมdคิิดPแrลeะdสicะtท้้Bอeนhคaวvาiมoเrข้้oาใfจDesign Solution to a Problem)

เพื่่อ� รับั คำแนะนำจากเพื่่อ� นและครูู โดยให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั หรืือส่ง่ ตัวั แทนในการนำเสนอรูปู แบบวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาที่่�
สร้า้ งขึ้น� มา

- เล่่นสมมติหิ รืือสถานการณ์จ์ ำลอง
- จััดบอร์์ดนิิทรรศการ
- จัดั ทำสื่�อคลิปิ วิดิ ีโี อสั้น� เพื่่อ� ให้ค้ นอื่่น� รู้้�ถึงึ ภััยของการติิดเกม หรืือการเล่น่ เกมอย่่างไรจึึงจะไม่ต่ ิิดเกม

ภัยท่ี ๕ : รู้ ทันภัยการใช้เทคโนโลยี | หน้า 200

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนการประเมิิน

พฤติกิ รรม

๑. รูปู แบบที่่น� ัักเรียี นนำเสนอได้้คำนึงึ ถึงึ ตัวั แปรที่่เ� หมาะสมกับั การแก้้ปััญหาหรืือไม่่
๒. รูปู แบบที่่น� ำเสนอแสดงความสััมพันั ธ์ร์ ะหว่่างตัวั แปรต่า่ ง ๆ ได้้อย่า่ งเหมาะสมหรืือไม่่
๓. รููปแบบที่่�นำเสนอแสดงขอบเขตของระบบได้อ้ ย่า่ งชัดั เจนหรืือไม่่
๔. รููปแบบที่่�นำเสนอสามารถจำลองการแก้้ปัญั หาปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์์ที่่เ� กิิดขึ้�นจริิงได้้ถูกู ต้อ้ ง
และเป็น็ ไปได้้จริงิ หรืือไม่่
๕. นักั เรียี นได้ใ้ ช้ก้ ระบวนการคิดิ เชิงิ คำนวณ (CT: Computational Thinking) ในการแก้ป้ ัญั หาหรืือไม่่
- การแจกแจง แยกแยะ (Decompose) ปัญั หาหรืือปรากฏการณ์ ์ ด้้วยการแยกออกเป็น็
องค์์ประกอบย่่อย
- การแปลงข้อ้ มููลที่่�ได้ใ้ ห้้เป็น็ รหััส (Encode) โดยใช้้หลักั เหตุุและผล และจััดลำดัับขั้น�้ ตอน
การแก้้ปัญั หาที่่�เป็็นไปได้จ้ ริิงสู่�การแก้ป้ ัญั หาเพื่่�อให้ถ้ ึึงเป้้าหมาย (Algorithms)
- การจััดทำกราฟข้้อมููลที่่ส� มเหตุุสมผล หรืือการนำเสนอที่่�ทำให้เ้ ห็น็ ภาพตัวั แปรและ
ความสัมั พันั ธ์ข์ องตัวั แปรจากการทดลองหรืือสถานการณ์์จริงิ เพื่่�อนำไปสร้า้ งเป็็นรููปแบบ
- การทดสอบและหาข้อ้ บกพร่อ่ ง (Debugging) จากการเปรียี บเทียี บผลข้อ้ สรุุปของการจำลอง​
กัับสถานการณ์์จริงิ ในชีีวิติ และรับั ฟัังข้้อคิดิ เห็น็ จากการสะท้้อนของเพื่่�อนและครูู
- ทบทวนซ้้ำเพื่่�อปรับั รููปแบบ

ทััศนคติิ

๑. มีสี ติิ แยกแยะ จัดั การตััวเองในการเล่่นเกมเพื่่อ� ไม่ใ่ ห้ส้ ่่งผลกระทบต่่อทั้้ง� ตนเองและผู้�อื่น�
๒. รู้�เท่่าทันั ภััยจากเทคโนโลยีีหากใช้้ไม่่ถููกวิธิ ีี

ความรู้ �

๑. ผลกระทบจากการติิดเกม
๒. ข้้อควรรระวัังในการเล่่นเกม

ทัักษะ

การป้อ้ งกัันตนเองจากการติิดเกม

ภัยที่ ๕ : รู้ ทนั ภัยการใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 201

ข้้อแนะนำ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

- ชวนนักั เรียี นตระหนักั ว่า่ นักั เรียี นอาจเป็น็ คนหนึ่่ง� ที่่ป� ระสบปัญั หาการติดิ เกม ซึ่ง่� ส่ง่ ผลกระทบ
ต่อ่ ร่่างกาย จิติ ใจของตนเองรวมถึึงผู้�อื่น� นัักเรีียนจึึงควรตระหนัักถึงึ การเลืือกใช้้สื่�อเทคโนโลยีใี ห้้เหมาะสม
ทั้้ง� การจััดสรรเวลา การให้ค้ วามสำคัญั กัับคนรอบตััวหรืือสิ่�งอื่�นมากกว่่าเกม การคัดั เลืือกเกมที่่�สร้า้ งสรรค์์
เพื่่อ� เป็น็ การสร้า้ งวินิ ัยั ที่่ด� ีตี ่อ่ ตนเอง และไม่ต่ ิดิ กับั ดักั ของเทคโนโลยี ี
- ชวนนัักเรียี นฝึึกสัังเกตพฤติกิ รรมการใช้ช้ ีีวิิต หรืือพฤติกิ รรมการเล่่นเกมของตนเองว่า่ เข้้าข่า่ ย
“ติดิ เกม” หรืือไม่่
- ชวนให้น้ ักั เรียี นตระหนักั ถึงึ ผลที่่จ� ะตามมาจากการติดิ เกม
- ชวนนักั เรียี นคิดิ ไตร่ต่ รองในเรื่อ� งการรู้�เท่า่ ทันั ภัยั จากการใช้เ้ ทคโนโลยีี
- ควรกระตุ้้�นให้น้ ักั เรียี นใช้ท้ ักั ษะต่า่ ง ๆ ที่่ห� ลากหลายและใช้ว้ ิธิ ีกี ารที่่ห� ลากหลายเพื่่อ� ไปถึงึ เป้า้ หมาย
- ให้้ความสำคััญกัับการเรีียนรู้้�ที่่�เน้้นผู้้�เรีียนเป็็นสำคััญ ด้้วยการเปิิดโอกาสให้้นัักเรีียนสามารถ
ศึกึ ษาในเรื่อ� งที่่เ� ป็น็ แผนที่่อ� ุุบัตั ิขิึ้น� มาขณะศึกึ ษา เพราะการสอนแบบโครงงานเรามักั จะรู้�ว่าเริ่ม� เรียี นในเรื่อ� ง
อะไร แต่ผ่ ลสุุดท้า้ ยของโครงงานอาจไม่ใ่ ช่ส่ิ่ง� เดียี วกับั ที่่เ� ริ่ม� เรียี น
- ควรหมั่น� ให้น้ ักั เรียี นได้ม้ ีสี ่่วนร่ว่ มในการทบทวนขั้�้นตอนการทำงาน แลกเปลี่�ยนประสบการณ์์
ทบทวนข้้อมููลที่่�มีที ั้้ง� หมด แลกเปลี่�ยนความคิดิ ตั้้�งคำถามปลายเปิิดกัับนักั เรีียน ประยุุกต์ส์ิ่ง� ที่่�เรียี นรู้้�และ
สร้า้ งข้อ้ สรุุปร่ว่ มกันั
- สิ่่ง� สำคัญั ของการเรียี นรู้้�แบบโครงงาน คืือ
การได้เ้ ห็น็ สิ่่ง� ที่่ก� ำลังั ทำ
การได้เ้ ข้า้ ใจสิ่่ง� ที่่เ� ห็น็
การได้เ้ รียี นรู้้�จากสิ่ง� ที่่เ� ข้า้ ใจ
แต่ส่ิ่ง� ที่่ส� ำคัญั ที่่ส� ุุด คืือ การได้ป้ ฏิบิ ัตั ิจิ ากสิ่ง� ที่่เ� รียี นรู้้�

ภัยท่ี ๕ : รู้ทันภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 202

คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

กลุ่�มสาระการเรียี นรู้� สาระที่�่ ๑ การอ่า่ น
ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้ก้ ระบวนการอ่า่ นสร้า้ งความรู้�และความคิิด
เพื่่�อนำไปใช้้ตัดั สินิ ใจแก้้ปััญหาในการดำเนินิ ชีวี ิิตและมีนี ิสิ ัยั รักั การอ่่าน

๔. แยกข้อ้ เท็็จจริงิ และข้อ้ คิิดเห็็นจากเรื่อ� งที่่อ� ่่าน
๕. อธิบิ ายการนำความรู้�และความคิดิ จากเรื่อ� งที่่อ� ่่านไปตัดั สิินใจ
แก้้ปัญั หาในการดำเนิินชีวี ิิต
๖. อ่า่ นงานเขียี นเชิงิ อธิิบายคำสั่�ง ข้อ้ แนะนำและปฏิบิ ัตั ิติ าม
๗. อธิิบายความหมายของข้อ้ มูลู จากการอ่า่ นแผนผังั แผนที่่� แผนภูมู ิิ
และกราฟ
๘. อ่่านหนัังสืือตามความสนใจและอธิิบายคุุณค่า่ ที่่�ได้ร้ ับั
๙. มีมี ารยาทในการอ่่าน
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
สาระที่�่ ๒ การเขีียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้้กระบวนการเขียี นเขีียนสื่่อ� สาร เขีียนเรีียงความ
ย่อ่ ความ และเขียี นเรื่อ� งราวในรูปู แบบต่่าง ๆ เขียี นรายงานข้้อมูลู
สารสนเทศและรายงานการศึึกษาค้้นคว้า้ อย่่างมีปี ระสิทิ ธิิภาพ

๒. เขีียนสื่่อ� สารโดยใช้ค้ ำได้้ถูกู ต้้องชัดั เจนและเหมาะสม
๓. เขียี นแผนภาพ โครงเรื่อ� งและแผนภาพความคิดิ เพื่่อ� ใช้พ้ ัฒั นางานเขียี น
๔. เขีียนเรียี งความ
๕. เขียี นย่อ่ ความจากเรื่อ� งที่่อ� ่า่ น
๘. เขีียนเรื่�องตามจินิ ตนาการและสร้า้ งสรรค์์
๙. มีมี ารยาทในการเขีียน

สาระที่่� ๓ การฟังั การดูู และการพููด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลืือกฟังั และดูอู ย่่างมีีวิิจารณญาณและพููด
แสดงความรู้� ความคิิด และความรู้้�สึกึ ในโอกาสต่่าง ๆ อย่า่ งมีวี ิิจารณญาณ
และสร้า้ งสรรค์์

๑. พููดแสดงความรู้� ความเข้้าใจจุุดประสงค์ข์ องเรื่อ� งที่่ฟ� ัังและดู ู
๒. ตั้้�งคำถามและตอบคำถามเชิงิ เหตุุผลจากเรื่�องที่่ฟ� ัังและดูู
๓. วิเิ คราะห์ค์ วามน่า่ เชื่อ� ถืือจากการฟังั และดูสูื่อ� โฆษณาอย่า่ งมีเี หตุุผล
๔. พูดู รายงานเรื่อ� งหรืือประเด็็นที่่�ศึกึ ษาค้้นคว้้าจากการฟังั การดูู
และการสนทนา
๕. พูดู โน้ม้ น้า้ วอย่่างมีีเหตุุผลและน่า่ เชื่อ� ถืือ
๖. มีมี ารยาทในการฟััง การดูู และการพูดู

สาระที่่� ๕ หลัักการใช้้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้้าใจธรรมชาติขิ องภาษาและหลักั ภาษาไทย
การเปลี่�ยนแปลงของภาษาและพลัังของภาษา ภูมู ิิปััญญาทางภาษา
และรัักษาภาษาไทยไว้้เป็น็ สมบััติขิ องชาติิ

๒. ใช้ค้ ำได้้เหมาะสมกับั กาลเทศะและบุุคคล

ภยั ท่ี ๕ : รู้ทนั ภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 203

คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

สาระที่่� ๖ ทักั ษะและกระบวนการทางคณิติ ศาสตร์์
มาตรฐาน ค ๖.๑ มีคี วามสามารถในการแก้ป้ ัญั หา การให้้เหตุุผล
การสื่�อสาร การสื่�อความหมายทางคณิติ ศาสตร์์และการนำเสนอ
การเชื่�อมโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ทางคณิติ ศาสตร์์ และเชื่อ� มโยงคณิิตศาสตร์์
กับั ศาสตร์อ์ื่น� ๆ และมีีความคิดิ ริิเริ่�มสร้า้ งสรรค์์

๑. ใช้ว้ ิธิ ีกี ารที่่�หลากหลายแก้ป้ ัญั หา
๒. ใช้้ความรู้้� ทัักษะและกระบวนการทางคณิติ ศาสตร์์
ในการแก้้ปัญั หาในสถานการณ์ต์ ่่าง ๆ ได้้อย่่างเหมาะสม
๓. ให้เ้ หตุุผลประกอบการตัดั สินิ ใจ และสรุุปผลได้อ้ ย่่างเหมาะสม
๔. ใช้้ภาษาและสัญั ลักั ษณ์์ทางคณิิตศาสตร์์ในการสื่อ� สาร
การสื่อ� ความหมายและการนำเสนอได้้อย่า่ งถููกต้้อง
๕. เชื่อ� มโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ในคณิิตศาสตร์์และเชื่อ� มโยง
คณิติ ศาสตร์์กับั ศาสตร์อ์ื่น� ๆ
๖. มีคี วามคิิดริเิ ริ่ม� สร้า้ งสรรค์์
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนกลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �
คณิติ ศาสตร์์

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ � สาระที่่� ๘ ธรรมชาติิของวิทิ ยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
วิทิ ยาศาสตร์์ มาตรฐาน ว ๘.๑ ใช้ก้ ระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และจิติ วิิทยาศาสตร์์
ในการสืืบเสาะหาความรู้� การแก้้ปััญหา รู้้�ว่่าปรากฏการณ์ท์ างธรรมชาติิ
ที่่�เกิดิ ขึ้น� ส่่วนใหญ่ม่ ีรี ูปู แบบที่่�แน่น่ อน สามารถอธิบิ ายและตรวจสอบได้้
ภายใต้้ข้อ้ มูลู และเครื่�องมืือที่่�มีอี ยู่�ในช่ว่ งเวลานั้้น� ๆ เข้้าใจว่า่ วิิทยาศาสตร์ ์
เทคโนโลยีี สังั คมและสิ่ง� แวดล้้อมมีคี วามเกี่�ยวข้้องสัมั พัันธ์์กันั

๑. ตั้้ง� คำถามเกี่ย� วกัับเรื่อ� งที่่จ� ะศึกึ ษาตามที่่ก� ำหนดให้้
และตามความสนใจ
๒. วางแผน การสังั เกต เสนอวิิธีีสำรวจตรวจสอบ ศึกึ ษาค้้นคว้า้
โดยใช้ค้ วามคิดิ ของตนเอง ของกลุ่�ม่ และคาดการณ์ส์ิ่�งที่่จ� ะพบ
จากการสำรวจตรวจสอบ
๓. เลืือกใช้้วััสดุุอุุปกรณ์์ เครื่�องมืือที่่เ� หมาะสมในการสำรวจ
ตรวจสอบและบัันทึกึ ข้้อมูลู
๔. จัดั กลุ่ม�่ ข้้อมูลู เปรีียบเทีียบกับั สิ่�งที่่ค� าดการณ์์ไว้้และนำเสนอผล
๕. ตั้้�งคำถามใหม่จ่ ากผลการสำรวจตรวจสอบ
๖. แสดงความคิดิ เห็น็ และรวบรวมข้้อมูลู จากกลุ่�่มนำไปสู่�การสร้้าง
ความรู้�
๗. บันั ทึกึ และอธิิบายผลการสัังเกต สำรวจตรวจสอบ
ตามความเป็น็ จริิง มีีแผนภาพประกอบคำอธิิบาย
๘. นำเสนอจััดแสดงผลงานโดยอธิบิ ายด้้วยวาจา
และเขีียนแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้้�อื่น� เข้้าใจ

ภยั ที่ ๕ : รู้ทันภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หน้า 204

คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนสาระที่�่ ๑ ศาสนา ศีลี ธรรม จริยิ ธรรม
สัังคมศึึกษา ศาสนา มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้�และเข้้าใจประวััติิ ความสำคััญ ศาสดา หลัักธรรมของ
และวัฒั นธรรม พระพุุทธศาสนาหรืือศาสนาที่่�ตนนับั ถืือและศาสนาอื่น� มีีศรััทธาที่่ถ� ููกต้อ้ ง
ยึดึ มั่น� และปฏิิบััติติ ามหลักั ธรรม เพื่่อ� อยู่�ร่วมกันั อย่่างสัันติสิ ุุข

๕. ชื่่�นชมการทำความดีขี องบุุคคลในประเทศตามหลักั ศาสนา
พร้้อมทั้้ง� บอกแนวปฏิิบัตั ิิในการดำเนินิ ชีวี ิิต
๗. ปฏิบิ ัตั ิติ นตามหลักั ธรรมของศาสนาที่่ต� นนัับถืือเพื่่�อแก้ป้ ัญั หา
อบายมุุขและสิ่ �งเสพติิด
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้า้ ใจ ตระหนักั และปฏิบิ ััติติ นเป็น็ ศาสนิกิ ชนที่่ด� ีี
และธำรงรักั ษาพระพุุทธศาสนาหรืือศาสนาที่่ต� นนับั ถืือ
๒. มีีมารยาทของความเป็น็ ศาสนิกิ ชนที่่ด� ีตี ามที่่�กำหนด
๔. แสดงตนเป็็นพุุทธมามกะหรืือแสดงตนเป็็นศาสนิิกชนของศาสนา
ที่่�ตนนับั ถืือ

สาระที่่� ๒ หน้้าที่พ�่ ลเมืือง วัฒั นธรรม และการดำเนินิ ชีวี ิติ ในสัังคม­
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้้าใจและปฏิบิ ัตั ิิตนตามหน้า้ ที่่�ของการเป็น็ พลเมืืองดีี
มีคี ่่านิยิ มที่่�ดีีงาม และธำรงรักั ษาประเพณีแี ละวััฒนธรรมไทย ดำรงชีวี ิติ อยู่�
ร่ว่ มกัันในสัังคมไทยและสังั คมโลกอย่่างสันั ติิสุุข

๑. ปฏิบิ ัตั ิติ ามกฎหมายที่่�เกี่ย� วข้้องกัับชีวี ิติ ประจำวันั ของครอบครัวั
และชุุมชน
๒. วิเิ คราะห์์การเปลี่ย� นแปลงวััฒนธรรมตามกาลเวลาและธำรง
รัักษาวััฒนธรรมอันั ดีงี าม
๓. แสดงออกถึงึ มารยาทไทยได้เ้ หมาะสมกับั กาลเทศะ
๔. อธิิบายคุุณค่า่ ทางวััฒนธรรมที่่แ� ตกต่า่ งกัันระหว่่างกลุ่ม�่ คน
ในสัังคมไทย
๕. ติดิ ตามข้้อมูลู ข่า่ วสาร เหตุุการณ์์ต่า่ ง ๆ ในชีวี ิิตประจำวันั
เลืือกรับั และใช้้ข้อ้ มูลู ข่า่ วสารในการเรียี นรู้้�ได้้อย่่างเหมาะสม

ภยั ท่ี ๕ : รู้ ทนั ภัยการใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 205

พคุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

สาระที่่� ๒ ชีีวิิตและครอบครััว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้า้ ใจและเห็็นคุุณค่่าตนเอง ครอบครัวั เพศศึึกษา
และมีที ัักษะในการดำเนิินชีีวิติ

๑. อธิิบายความสำคััญของการสร้้างและรัักษาสัมั พันั ธภาพกัับผู้�อื่น�
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็็นคุุณค่า่ และมีที ัักษะในการสร้้างเสริมิ สุุขภาพ การ
ดำรงสุุขภาพ การป้อ้ งกัันโรคและการสร้้างเสริิมสมรรถภาพเพื่่�อสุุขภาพ

๑. แสดงพฤติิกรรมในการป้อ้ งกันั และแก้ไ้ ขปัญั หาสิ่ง� แวดล้อ้ ม
ที่่ม� ีผี ลต่อ่ สุุขภาพ
๓. แสดงพฤติกิ รรมที่่บ� ่ง่ บอกถึงึ ความรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สุุขภาพของส่ว่ นรวม
๔. สร้า้ งเสริมิ และปรับั ปรุุงสมรรถภาพทางกายเพื่่อ� สุุขภาพอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง

สาระที่�่ ๕ ความปลอดภัยั ในชีวี ิิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้้องกัันและหลีกี เลี่�ยงปััจจัยั เสี่�ยง พฤติกิ รรมเสี่�ยงต่อ่
สุุขภาพ อุุบััติิเหตุุ การใช้ย้ า สารเสพติดิ และความรุุนแรง
กลุ่�มสาระการเรียี นรู้� การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
สุขุ ศึกึ ษาและพลศึกึ ษา

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ � สาระที่�่ ๑ การดำรงชีวี ิติ และครอบครััว
การงานอาชีพี และ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้้าใจการทำงาน มีีความคิิดสร้า้ งสรรค์์ มีที ัักษะ
เทคโนโลยีี กระบวนการทำงาน ทักั ษะการจััดการ ทัักษะกระบวนการแก้ป้ ััญหา
ทัักษะการทำงานร่่วมกันั และทัักษะการแสวงหาความรู้้� มีีคุุณธรรม
และลักั ษณะนิิสัยั ในการทำงานมีจี ิิตสำนึึกในการใช้้พลัังงาน ทรััพยากร
และสิ่ �งแวดล้้อมเพื่่�อการดำรงชีีวิิตและครอบครััว

๑. อภิปิ รายแนวทางในการทำงานและปรับั ปรุุงการทำงาน
แต่ล่ ะขั้้น� ตอน
๒. ใช้้ทัักษะการจัดั การในการทำงานและทัักษะการทำงานร่ว่ มกันั
๓. ปฏิบิ ัตั ิติ นอย่่างมีีมารยาทในการทำงานกัับครอบครัวั และผู้�อื่น�

สาระที่่� ๓ เทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่่�อสาร
มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้า้ ใจ เห็น็ คุุณค่่าและใช้้กระบวนการเทคโนโลยีี
สารสนเทศในการสืืบค้น้ ข้้อมููล การเรีียนรู้้� การสื่อ� สาร การแก้้ปััญหา
การทำงานและอาชีีพอย่า่ งมีีประสิิทธิิภาพ ประสิิทธิผิ ล และมีคี ุุณธรรม

๑. บอกหลักั การเบื้�อ้ งต้้นของการแก้ป้ ััญหา
๒. ใช้้คอมพิิวเตอร์์ในการค้น้ หาข้อ้ มููล
๓. เก็็บรักั ษาข้้อมููลที่่เ� ป็็นประโยชน์์ในรููปแบบต่า่ ง ๆ
๔. นำเสนอข้้อมููลในรูปู แบบที่่เ� หมาะสมโดยเลืือกใช้้ซอฟต์แ์ วร์์ประยุุกต์์
๕. ใช้ค้ อมพิิวเตอร์ช์ ่่วยสร้า้ งชิ้�นงานจากจิินตนาการหรืืองานที่่ท� ำใน
ชีวี ิิตประจำวัันอย่่างมีีจิิตสำนึึกและความรับั ผิิดชอบ

ภยั ที่ ๕ : รู้ ทนั ภัยการใช้เทคโนโลยี | หน้า 206

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

คนไทยฉลาดรู้ �

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยในการรัับข้้อมููล ถ่่ายทอดข้้อมููล แลกเปลี่�ยนความคิิดความรู้้�สึึกและประสบการณ์์
๒. ใช้้ภาษาไทยในการเขีียน พููด เพื่่�อนำเสนอข้้อมููลในรููปแบบต่่าง ๆ และช่่องทางที่่�หลากหลาย
อย่่างถููกต้้องเหมาะสม มีีเจตคติิที่่�ดีีในการรายงานผลการค้้นคว้้า เสนอทััศนะโต้้แย้้ง โน้้มน้้าว
และแสดงแนวคิิดอย่่างมีีเหตุุผล
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้ �และมโนทััศน์์เกี่ �ยวกัับภาษาไทยที่่�สนัับสนุุนด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
๒. ใช้้เหตุุผลสนัับสนุุนหรืือคััดค้้านในประเด็็นถกเถีียง ในสถานการณ์์ต่่าง ๆ เช่่น การอภิิปรายและการ
โต้้วาทีี
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยทั้้�งวจนภาษา อวััจนภาษาและสััญลัักษณ์์ทางคณิิตศาสตร์์ เพื่่�อสื่�อความหมาย
และนำเสนออย่่างถููกต้้องเหมาะสม
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๒. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตน ออกแบบแผนภููมิิรููปภาพ หรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. รวบรวมข้้อมููลและจำแนกข้้อมููลเกี่�ยวกัับตััวเลขที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวััน
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่่�อการสื่่�อสาร
๑. ฟััง พููด อ่่านและเขีียนคำศััพท์์ภาษาไทยที่่�เกี่�ยวข้้องกัับความรู้� มโนทััศน์์ แนวคิิด หลัักการ
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สร้้างกฎเกณฑ์์ทางคณิิตศาสตร์์ วิิเคราะห์์ ตรวจสอบกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหา
และการได้้มาของกฎเกณฑ์์นั้้�นโดยใช้้วิิธีีการให้้เหตุุผลเชิิงอุุปนััย
๒. ให้้เหตุุผลเชิิงนิิรนััย หรืือตรรกศาสตร์์เพื่่�อตรวจสอบข้้อโต้้แย้้งในวิิชาวิิทยาศาสตร์์
๓. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๔. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตน ออกแบบแผนภููมิิรููปภาพ หรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี

ภยั ท่ี ๕ : รู้ ทนั ภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หน้า 207

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. ตั้้�งคำถามสำคััญเกี่�ยวกัับเรื่�องที่่�จะศึึกษา วางแผนการสำรวจตรวจสอบตามความคิิดของตััวเอง
และของกลุ่่�ม เลืือกและใช้้วััสดุุอุุปกรณ์์หรืือเครื่�องมืือในการสำรวจตรวจสอบ เปรีียบเทีียบข้้อมููล
นำเสนอผลการจััดกระทำข้้อมููล อธิิบายผลการสำรวจตรวจสอบ ด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
และสรุุปคำอธิิบายด้้วยแผนภาพประกอบข้้อความ
๒. เรีียนรู้้�ธรรมชาติิของวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีีและวิิศวกรรม เรื่�องราวในธรรมชาติิ เรื่�องราวที่่�มีี
การเปลี่�ยนแปลงจากการกระทำของมนุุษย์์ รวมทั้้�งเทคโนโลยีีในสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับตนเอง
ครอบครััว ชุุมชน โดยมีีหลัักฐานสนัับสนุุนได้้อย่่างสมเหตุุสมผล
๓. ออกแบบและสร้้างแบบจำลองอย่่างง่่ายด้้วยความรู้�ทางวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีี และใช้้แบบจำลอง
เพื่่�ออธิิบายเรื่ �องราวในธรรมชาติิ
๔. แสดงความคิิดเห็็นสนัับสนุุน หรืือคััดค้้านด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์อย่่างมีีเหตุุผล
ตรวจสอบหลัักฐานต่่าง ๆ จากแหล่่งที่่�มาให้้เป็็นที่่�เชื่�อถืือ
๕. ระบุุปััญหาและบริิบทของปััญหา ออกแบบต้้นแบบสิ่�งประดิิษฐ์์ด้้วยการวาดภาพและสร้้างต้้นแบบ
ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เลืือกไว้้ ระบุุวััสดุุอุุปกรณ์์ที่่�เหมาะสมที่่�จะนำมาสร้้างต้้นแบบ และดำเนิินการ
ทดสอบต้้นแบบ ปรัับปรุุง ออกแบบซ้้ำเพื่่�อให้้ต้้นแบบที่่�เหมาะสมที่่�สุุด พร้้อมทั้้�งบัันทึึกผลการทดสอบ
และอธิิบายผลอย่่างใช้้เหตุุผล
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่่�อการสื่่�อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยในการสนทนาโต้้แย้้ง นำเสนอความคิิดที่่�สร้้างสรรค์์ แลกเปลี่�ยน แบ่่งปััน ความคิิด
มุุมมองในหััวข้้อ/หััวเรื่�องประเด็็นต่่าง ๆ เกี่�ยวกัับสัังคม ท้้องถิ่�น ศาสนา และวััฒนธรรม
หรืือระเบีียบแบบแผนต่่าง ๆ โดยคำนึึงถึงึ ความเหมาะสมกับั มุุมมองทัศั นคติขิ องกลุ่�ม่ ผู้�ชม/ผู้้�ฟัังและบริบิ ท
๒. ใช้้ภาษาไทยในการเรีียนรู้้�เรื่�องราว เรื่�องเล่่า รายละเอีียดรายงาน รายการคำอธิิบาย
โต้้แย้้งภาพประกอบ ตาราง แผนที่่� แผนภููมิิตาราง รููปถ่่าย รวมทั้้�งภาพจากระยะไกล ภาพจากดาวเทีียม
และภาพเสมืือนจริิง
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้� มโนทััศน์์ด้้านสัังคม ศาสนา และวััฒนธรรมจากเรื่�องราว บริิบท รอบตััว
แหล่่งสื่�อต่่าง ๆ และดิิจิิทััล หลัักฐานเชิิงประจัักษ์์

ภยั ท่ี ๕ : รู้ทันภัยการใชเ้ ทคโนโลยี | หน้า 208

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

คนไทยอยู่่�ดีีมีีสุุข

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้�การจััดการชีีวิิต การพึ่่�งพาและพััฒนาตนเองผ่่านการฟัังและอ่่านจากแหล่่งความรู้้�ต่่าง ๆ
๒. ถ่่ายทอดความรู้� แลกเปลี่�ยนความคิิดเกี่�ยวกัับการจััดการชีีวิิตการพึ่่�งพา และพััฒนาตนเองที่่�สมดุุลผ่่าน
การพููดและการเขีียนในลัักษณะต่่าง ๆ
๓. รัับรู้ � ชื่ �นชมเห็็นคุุณค่่าในความงดงามของภาษาและวััฒนธรรมไทย
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาชีีวิิต การจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลทุุกด้้านโดยใช้้ความรู้�และกระบวนการ
ทางคณิิตศาสตร์์
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑.พััฒนาทัักษะชีีวิิต การสร้้างความสมดุุลของชีีวิิตและสร้้างสุุขภาวะโดยใช้้องค์์ความรู้�
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๒. เรีียนรู้้�การแก้้ปััญหา การจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลด้้วยหลัักเหตุุผล
กระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาในชีีวิิต ปรัับตััวต่่อสภาพความเปลี่�ยนแปลงและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลทุุกด้้าน
โดยการน้้อมนำหลัักศาสนาที่่�ยึึดถืือมาใช้้
๒. ปฏิิบััติิตนเป็็นส่่วนหนึ่่�งของสัังคม วางตนได้้เหมาะสมกัับบทบาทและหน้้าที่่�ของตนที่่�มีีต่่อครอบครััว
และสัังคม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้� พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการสร้้างสุุขภาวะ และส่่งเสริิมสุุขภาพทั้้�งทางอารมณ์์ สติิปััญญา
ร่่างกาย สัังคมและจิิตวิิญญาณของตนเองและผู้ �อื่ �น
๒. เรีียนรู้้� พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการป้้องกัันภััย โรคต่่าง ๆ และการปฏิิบััติิตนให้้มีีสุุขภาวะ

ภัยท่ี ๕ : รู้ทนั ภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 209

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

คนไทยสามารถสููง

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์และประเมิินสารที่่�ใช้้ในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่านและการเขีียน สรุุปสารตาม
ความเข้้าใจของตนเองและให้้ความเห็็นของตนเองที่่�มีีต่่อสารในเรื่ �องนั้้�น ๆ
๒. พััฒนาทัักษะในการตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานของข้้อมููลเหตุุผลและหลัักฐานอย่่างรอบด้้าน
และเหมาะสมตามบริิบทเชิิงวััฒนธรรม ผ่่านการใช้้ภาษาไทยเพื่่�อการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด
การอ่่านและการเขีียน
๓. ระบุุปััญหาต่่าง ๆ รวมถึึงวิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหา
ที่่�เหมาะสมที่่�สุุดโดยใช้้ภาษาไทย
๔. อธิบิ ายกระบวนการแก้้ปััญหาที่่�ตนเองได้้ลงมืือปฏิิบัตั ิอิ ย่่างเป็น็ ขั้้น� ตอนและเป็น็ ระบบโดยใช้ภ้ าษาไทย
๕. ปรัับความคิิดของตนเองให้้มีีความยืืดหยุ่่�น สามารถมอง/คิิดและให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ
อย่่างหลากหลายแง่่มุุมด้้วยการใช้้ภาษาไทยในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่าน และการเขีียน
๖. พััฒนาความคิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ และสื่�อสารด้้วยรููปแบบแตกต่่างจากเดิิม
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่่�อสารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้สื่�อสารสนเทศที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวัันในการพััฒนาทัักษะการฟัังและการอ่่าน
๒. เรีียนรู้้�รููปแบบการใช้้ภาษาของสื่�อและกลวิิธีีการใช้้ภาษาในสื่่�อ และตีีความจุุดประสงค์์
และรููปแบบการสื่�อสารของโฆษณา ละคร และข่่าว
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลทางคณิิตศาสตร์์โดยเฉพาะข้้อมููลที่่�เป็็นจำนวน
ให้้เหตุุผลตลอดจนสื่่�อสารความหมายทางคณิิตศาสตร์์ตามที่่�ตนเองมีีความเข้้าใจและให้้ความเห็็น
๒. ตััดสิินใจหาข้้อสรุุปทางคณิิตศาสตร์์บนฐานของการเชื่�อมโยงความรู้้�ต่่าง ๆ
ทางคณิิตศาสตร์์อย่่างรอบด้้าน
๓. ระบุุปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ที่่�พบในชีีวิิตประจำวััน วิิเคราะห์์องค์์ประกอบของปััญหาโดยใช้้ความรู้�
ทางคณิิตศาสตร์์ รวมถึึงหาวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�หลากหลายและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้�้นตอนและเป็็นระบบ โดยใช้้ความรู้�ทางคณิิตศาสตร์์
หรืือความรู้�เกี่�ยวกัับสถิิติิ และความน่่าจะเป็็นช่่วยในการตััดสิินใจลงมืือแก้้ปััญหาในขั้�้นตอนต่่าง ๆ
๕. ฝึึกฝนให้้มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในปััญหาหรืือสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้อง
กัับคณิิตศาสตร์์ที่่�หลากหลายแง่่มุุม โดยเฉพาะการพิิจารณาปััญหาและการแก้้ไขปััญหาทางคณิิตศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มวิิธีีการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ในรููปแบบใหม่่ ๆ สื่่�อสาร และนำเสนอการสื่�อความหมาย
ทางคณิิตศาสตร์์ของตนเองให้้ผู้ �อื่ �นเข้้าใจ และนำเสนอความคิิดนั้้�นอย่่างเป็็นรููปธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อสารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้สื่�อสารสนเทศที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวัันในการเรีียนรู้้� การนำเสนอข้้อมููลด้้วยสััญลัักษณ์์ รููปแบบ
ทางคณิิตศาสตร์์ที่่�สามารถสร้้างการรัับรู้ �ที่ �แตกต่่างกััน
๒. ใช้้หลัักการความน่่าจะเป็็นเพื่่�อหาวิิธีีการออกแบบรหััสความลัับสำหรัับเข้้าไปในโลกดิิจิิทััล
เพื่่�อรัักษาข้้อมููลส่่วนตััว

ภัยท่ี ๕ : รู้ทันภยั การใช้เทคโนโลยี | หน้า 210

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์ ประเมิินข้้อมููลและเหตุุผลด้้วยการสืืบเสาะหาความรู้�ที่�หลากหลาย
๒. ระบุุปััญหา วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหาอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผลผ่่านการสืืบสอบความรู้�ที่�หลากหลาย
เพื่่�อนำไปสู่ �การหาวิิธีีการแก้้ปััญหาผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�มีีความ
เหมาะสมที่่�สุุด
๓. ตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานข้้อมููลเหตุุผล หลัักฐานอย่่างรอบด้้านและเหมาะสมกัับบริิบท
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้ �ที่ �หลากหลายผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๔. ใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์ในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้�้นตอน
และเป็็นระบบ
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ที่่�หลากหลายแง่่มุุม
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้�ที่�หลากหลาย และผ่่านการใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิมด้้วยการใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
โดยอธิิบายความคิิดที่่�เป็็นสิ่่�งใหม่่ และขยายผลต่่อยอดความคิิดนั้้�นให้้เป็็นรููปธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อสารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้เครื่�องมืือ โปรแกรมหรืือแอปพลิิเคชัันช่่วยในการพััฒนาทัักษะกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
เทคโนโลยีีและการสร้้างนวััตกรรม
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลและเหตุุผล สรุุป และให้้ความเห็็นที่่�นำไปสู่�การอยู่่�ร่่วมกััน
ในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุข
๒. ฝึึกฝน ตััดสิินใจเกี่ �ยวกัับการอยู่่�ร่่วมกัันในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุขบนฐานข้้อมููลเหตุุผล
และหลัักฐานอย่่างหลากหลาย เหมาะสมกัับบริิบททางวััฒนธรรม
๓. ระบุุปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่�งแวดล้้อม วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหา
และเลืือกวิิธีีการแก้้ปัญั หาที่่เ� หมาะสมที่่�สุุด โดยที่่ไ� ม่่ส่ง่ ผลใด ๆ ต่อ่ ความสัันติสิ ุุขในสัังคมไทยและสัังคมโลก
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่ �งแวดล้้อมด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบด้้วยสำนึึกของ
การเป็็นพลเมืืองดีี
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ ที่่�เป็็นประเด็็นทางสัังคม
วััฒนธรรมและสิ่�งแวดล้้อม เปิิดใจยอมรัับความแตกต่่างทางสัังคมวััฒนธรรมที่่�มีีแง่่มุุมที่่�หลากหลาย
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ แบบแผนการดำรงชีีวิิตในสัังคมรููปแบบใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิม และเหมาะสม
กัับบริิบททางสัังคมที่่�เปลี่ �ยนแปลงไปโดยอธิิบายความคิิดหรืือแบบแผนการดำรงชีีวิิตรููปแบบใหม่่นั้้�น
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่่�อ สารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. เรีียนรู้้�และเข้้าใจแนวคิิดของสิิทธิิเสรีีภาพในการนำเสนอข่่าวสารในโลกออนไลน์์
๒. ศึกึ ษาและเรียี นรู้้�กลไกของการละเมิดิ สิทิ ธิใิ นโลกไซเบอร์์ (Cyber Bullying) และแสวงหาวิธิ ีปี ้อ้ งกันั แก้ไ้ ข

ภยั ที่ ๕ : รู้ ทันภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หนา้ 211

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. ตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ เกี่�ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััวบนฐานข้้อมููล เหตุุผล
และหลัักฐานที่่�สืืบค้้นด้้วยการใช้้เทคโนโลยีีอย่่างรอบด้้านและเหมาะสมกัับบริิบททางสัังคมไทย
๒. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลและเหตุุผล สรุุปและให้้ความเห็็นในเรื่ �องที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับสุุขภาพ
พลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััว
๓. ระบุุปััญหาที่่�เกิิดขึ้�นเกี่�ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััว วิิเคราะห์์
สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด
๔. ลงมืือวางแผนในการป้้องกััน หรืือแก้้ปััญหาที่่�เกิิดขึ้ �นเกี่ �ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเอง
และบุุคคลรอบตััวด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบ
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นเกี่�ยวกัับการป้้องกัันและการดููแลรัักษาสุุขภาพ
พลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััวด้้วยแง่่มุุมที่่�หลากหลาย
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ เกี่�ยวกัับการป้้องกัันการดููแลรัักษาและส่่งเสริิมสุุขภาพพลานามััยของตนเอง
และบุุคคลรอบตััวที่่�แตกต่่างจากเดิิม
สมรรถนะหลััก ด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อ สารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. จััดการเวลาในการใช้้สื่�อเพื่่�อให้้เกิิดผลเสีียต่่อสุุขภาพและการพัักผ่่อน
๒. ศึึกษาและวิิเคราะห์์ผลิิตภััณฑ์์ด้้านสุุขภาพโฆษณาและสื่�อออนไลน์์ที่่�ส่่งผลกระทบต่่อสุุขภาพ

พลเมืืองไทยใส่่ใจสัังคม

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. รัับสารผ่่านการอ่่าน ฟัังและดููจากช่่องทางหลากหลายและทำความเข้้าใจ ตีีความ แปลความ
และขยายความสิ่�งที่่�อ่่าน ฟััง และดููได้้อย่่างมีีวิิจารณญาณ เพื่่�อนำมาใช้้ในการพััฒนาตน ประยุุกต์์ใช้้
ในชีีวิิตประจำวัันอย่่างมีีมารยาท
๒. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนในรููปแบบต่่าง ๆ เพื่่�อให้้ข้้อมููล แสดงความรู้้�สึึก ความคิิดเห็็นและโน้้มน้้าวได้้
อย่่างมีีเหตุุผลและเหมาะสมกัับกาลเทศะ
๓. ใช้้เทคนิิคในการสื่�อสารเพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจและการถ่่ายทอดข้้อความได้้ผลดีียิ่�งขึ้�น
สมรรถนะหลััก ด้้านการทำงานแบบรวมพลัังเป็็นทีีมและมีีภาวะผู้้�นำ
๑. ปฏิิบััติิงานร่่วมกัันเพื่่�อเรีียนรู้้�และพััฒนาทัักษะการฟััง พููด อ่่าน เขีียนและการสื่�อสารเรื่�องราวที่่�
เกี่�ยวข้้องกัับการสร้้างความสััมพัันธ์์อัันดีี การรวมพลัังทำงานร่่วมกััน การใช้้ภาวะผู้้�นำ และการปฏิิบััติิ
หน้้าที่่�ในฐานะสมาชิิกกลุ่่�ม

ภยั ที่ ๕ : รู้ทันภยั การใชเ้ ทคโนโลยี | หน้า 212

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑.​ ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบายและนำเสนอข้้อมููล จำนวน สััญลัักษณ์์ แผนภููมิิ กราฟ แบบจำลอง
การคาดการณ์์ วิิธีีการคำนวณ กระบวนการและการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ให้้สอดคล้้องกัับบุุคคล
กาลเทศะ
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนโดยใช้้ทั้้�งข้้อความ สััญลัักษณ์์ แบบจำลอง เพื่่�ออธิิบาย นำเสนอ อภิิปราย
หลักั การ แนวคิดิ ข้้อมูลู ผลการทดลอง ผลการสืืบค้้น กระบวนการทางวิทิ ยาศาสตร์ด์ ้ว้ ยกลวิิธีที ี่่เ� หมาะสม
๒. ส่่งสารผ่่านการพููด เขีียนเพื่่�อแลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นอย่่างอิิสระ สรุุปสิ่�งที่่�ที่่�ได้้เรีียนรู้้� บัันทึึกผล
ทั้้�งการทดลองและการสืืบค้้น
สมรรถนะหลััก ด้้านการเป็็นพลเมืืองตื่่�นรู้�ที่่�มีีสำนึึกสากล
๑. ใช้้กระบวนการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์ในการสร้้างการมีีส่่วนร่่วมหรืือสร้้างการเปลี่�ยนแปลง
๒. ใช้้ความรู้�เกี่�ยวกัับสิ่�งแวดล้้อม ปรากฏการณ์์ธรรมชาติิเพื่่�อเสนอแนวทางการใช้้สิ่�งแวดล้้อม
อย่่างรู้�คุ ณค่่าและรัักษาให้้เกิิดความยั่�งยืืน
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านการ พููด เขีียนเพื่่�ออธิิบาย นำเสนอข้้อมููล มโนทััศน์์ หลัักการ แนวคิิด แนวทาง
กระบวนการที่่�เกี่�ยวข้อ้ งกับั สังั คม ศาสนาและวััฒนธรรม ในรููปแบบที่่ห� ลากหลายและเหมาะสมกับั กาลเทศะ
๒. แลกเปลี่�ยนสารด้้วยการพููด เขีียนเพื่่�ออภิิปรายความรู้� ความคิิดเห็็นเกี่�ยวกัับข้้อมููล มโนทััศน์์ หลัักการ
แนวคิิด ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรม โดยคำนึึงถึึงความเหมาะสม
และการเป็็นทั้้�งผู้้�รัับข้้อมููลและผู้้�นำเสนอที่่�ดีี
สมรรถนะหลััก ด้้านการเป็็นพลเมืืองตื่�่นรู้�ที่�่มีีสำนึึกสากล
๑.​ใช้้ประเด็็นทางสัังคม (Controversial issue) ในการอภิิปรายสานเสวนา (Dialogue) การแลกเปลี่�ยน
ความคิิดเห็็นอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผล
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านการสื่�่อสาร
๑. ส่่งสารผ่่านพููด เขีียนเพื่่�ออธิิบาย นำเสนอข้้อมููล แนวคิิด หลัักการ มโนทััศน์์ กิิจกรรมเกี่�ยวกัับการดำรง
ชีีวิิต การสร้้างเสริิมสุุขภาพและการพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตทั้้�งร่่างกาย จิิตใจ อารมณ์์ สัังคม สติิปััญญา

ภยั ที่ ๕ : รู้ทนั ภัยการใชเ้ ทคโนโลยี | หน้า 213

๙.๖ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ตัวั อย่า่ งการออกแบบกิจิ กรรม
การรัับมือื กับั สถานการณ์ค์ วามเสี่ย่� งด้้าน

“รู้้�วิธิ ีเี สริมิ สร้า้ งสุขุ ภาวะ”

หมายถึึง การป้้องกัันและปลููกฝัังการมีีวิินััยต่่อตนเอง ในวิิถีีปฏิิบััติิในกิิจวััตร​
อันั จะมีผี ลต่อ่ การมีสี ุุขภาพที่่ด� ีี รวมถึงึ การรับั ผิดิ ชอบต่อ่ สังั คมเพื่่อ� การอยู่�ร่วมกันั อย่า่ งเป็น็ สุุข
แบ่ง่ ประเภทภััยได้้เป็น็ ๒ ประเภท คืือ ภััยจากการขาดวิินัยั ต่อ่ ตนเองและภััยจากการขาด
ความรับั ผิดิ ชอบต่่อระเบียี บในสัังคม

ภัยที่ ๖ : รวู้ ธิ เี สริมสรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 214

กิิจกรรมการรัับมืือจากสถานการณ์์ความเสี่่�ยงขั้�้นพื้�้นฐาน: การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

Problem-based Learning

ภััยที่่� ๖: รู้้�วิิธีีเสริิมสร้้างสุุขภาวะ

กรณีีศึึกษา เด็็กแซงคิิวเพื่�่อน

ในช่ว่ งพัักเที่่�ยง ณ โรงเรียี นแห่ง่ หนึ่่�ง ขณะที่่ค� ุุณครููกำลังั แจกเครื่�องดื่ม� ให้้กับั นัักเรีียนที่่�เข้า้ ร่่วมกิจิ กรรม​
ลดโลกร้อ้ น นักั เรียี นทุุกคนเข้า้ แถวต่อ่ คิวิ กันั ด้ว้ ยความเรียี บร้อ้ ย เพื่่อ� รอรับั ขนมและน้้ำดื่ม� แต่น่ ้อ้ งจิงิ โจ้ก้ ลับั รีบี วิ่ง� ไป
แซงคิวิ เพื่่อ� นคนอื่่น� ๆ โดยไม่ต่ ่อ่ แถว โดยอ้า้ งว่า่ รู้�สึกเหน็ด็ เหนื่่อ� ยและกระหายน้้ำมาก จึงึ ถูกู เพื่่อ� นคนที่่อ� ยู่่�ด้านหลังั
น้อ้ งจิงิ โจ้ต้ ่อ่ ว่า่ ว่า่ ไม่ค่ วรแซงคิวิ แต่จ่ ิงิ โจ้ก้ ็ไ็ ม่ส่ นใจคำกล่า่ วเตืือนจากเพื่่อ� น รีบี เดินิ เข้า้ ไปรับั ขนม น้้ำดื่ม� จากคุุณครูู
จากนั้้น� ก็เ็ ดินิ ไปนั่่ง� กินิ ขนมและดื่ม� น้้ำโดยไม่ก่ ล่า่ วคำขอโทษ จนครูตู ้อ้ งเข้า้ มากล่า่ วตักั เตืือน
แหล่ง่ ที่่ม� า: สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อเด็ก็ ดีมี าทีหี ลังั อย่า่ แซงคิวิ (Kids dee TV, ๒๕๖๑)
https://youtu.be/JTWvgGZ6XEc

ภยั ที่ ๖ : รวู้ ิธีเสรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 215

แนวคิิดการออกแบบกิิจกรรม

กิิจกรรมนี้้�ถึึงออกแบบขึ้�นด้้วยการยกกรณีีศึึกษามาให้้นัักเรีียนได้้เรีียนรู้้� เพื่่�อชี้�ให้้เห็็น
ว่า่ เหตุุการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ เป็น็ เหตุุการณ์ท์ี่่อ� าจจะเกิดิ ขึ้น� กับั นักั เรียี นได้้ สามารถนำไปสู่�การทะเลาะ
เกิิดการทำร้้ายร่่างกายหรืือต่่อสู้้�กัันระหว่่างนัักเรีียนและเพื่่�อน ซึ่�่งหากนัักเรีียนมีีสติิ สามารถ
ควบคุุมอารมณ์์ของตนเอง ประกอบกัับมีีความรู้� ไหวพริิบในการแก้้ปััญหาจากเหตุุการณ์​์
ดัังกล่า่ ว จะทำให้้นักั เรีียนมีีโอกาสที่่จ� ะเอาตััวรอดจากความเสี่ย� งนี้้ไ� ด้้ ซึ่่ง� สอดคล้อ้ งกับั พัฒั นาการ
ของนักั เรียี นระดัับประถมศึึกษาตอนปลายที่่ต� ระหนักั ถึึงภััยรอบตััวมากขึ้น� สามารถคิิดและเข้้าใจ
เหตุุและผล รวมถึงึ สามารถคิดิ วางแผน จััดระบบและทำเป็็นขั้้น� ตอนได้้
กิิจกรรมครั้�งนี้้�จึึงมุ่่�งเน้้นให้้นัักเรีียนลองฝึึกแก้้ปััญหาหากอยู่�ในเหตุุการณ์์การแซงคิิว
ผ่่านกระบวนการคิิด ตััดสิินใจโดยใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณ (CT: Computational Thinking)
โดยใช้้เวลาการจััดประสบการณ์์พััฒนาสมรรถนะด้้านต่่าง ๆ ประมาณ ๑-๒ วััน บููรณาการกัับ
หน่่วยการเรีียนหรืือเป็็นกิิจกรรมยามเช้้า (Home Room)

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ผลที่่ค� าดว่่าจะได้้รับั จุุดประสงค์์

๑. รู้�จักั เคารพสิทิ ธิแิ ละเคารพกฎกติกิ าการอยู่� ๑. การแก้ป้ ัญั หาหากนักั เรียี นตกอยู่�ใน
ร่ว่ มกันั กับั ผู้�อื่น� สถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ
๒. รู้้�วิธิ ีกี ารดูแู ลตนเองและแก้ป้ ัญั หาหากตกอยู่� ๒. การคิดิ วิธิ ีกี ารป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้ต้ นเองได้ร้ ับั
ในสถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ อันั ตรายจากความไม่พ่ ึงึ พอใจเมื่่อ� ถูกู แซงคิวิ

ภยั ที่ ๖ : รวู้ ิธีเสรมิ สร้างสขุ ภาวะ | หนา้ 216

เนื้้อ� หาการเรียี นรู้�

๑. การเอาตัวั รอดให้ป้ ลอดภัยั หากนักั เรียี น​
ตกอยู่�ในสถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ
๒. การป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้เ้ กิดิ อันั ตรายหากนักั เรียี น
ตกอยู่�ในสถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
๓. ๔. สื่�อ่ ประกอบกิิจกรรม
๖.
๑. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อ เด็ก็ แซงคิวิ Kidsdee TV
๒. บทความ ๑๐ มารยาททางสังั คมพื้น้� ฐาน
สอนลูกู ได้ง้ ่า่ ยนิดิ เดียี ว โดย ParentsOne
๓. ส​ื่อ� ประกอบการอบรม ชุุด ฝึกึ คิดิ ฝึกึ ธรรม
ชุุดที่่� ๒
๔. สื่่อ� ประกอบการอบรม ชุุด แบบฝึกึ กิจิ กรรม
กลุ่ม�่ รู้�คิดรู้้�ธรรม เรื่อ� ง มารยาทดี ี มีวี ินิ ัยั
๕. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อ “มักั ง่า่ ยไม่อ่ ายเด็ก็ ไม่ต่ ่อ่ คิวิ
แซงคิวิ ตลอด” จาก Pakbung Films
๖. สื่่อ� ประกอบการอบรม ชุุด สื่่อ� กิจิ กรรมเกม
การศึกึ ษาเพื่่อ� พัฒั นาทักั ษะการคิดิ เชิงิ คำนวณ

ภัยที่ ๖ : รู้วธิ ีเสริมสรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 217

ขั้้�นตอนการทำกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

การแจกแจงแยกแยะปััญหา
(Decomposing a Problem)

การแจกแจงปััญหาเป็็นองค์์ประกอบย่อ่ ย จััดกลุ่ม�่ ประเภทตามสิ่�งที่่จ� ำเป็น็ หรืือสิ่�งที่่�ต้้องคำนึงึ ถึงึ และ
สิ่ง� ที่่�ไม่่เกี่�ยวข้้องบนฐานการคิดิ ที่่เ� ป็็นเหตุุและผล เพื่่�อให้้ปััญหาที่่�พบมีีความเป็น็ รููปธรรม จับั ต้้องได้้ ​
มีกี ระบวนการแก้้ปััญหาที่่�จัดั การได้้ ซึ่่�งทำให้ห้ าทางออกของปัญั หาได้อ้ ย่า่ งเป็็นระบบ

๑.๑ จุดุ ประกายความสนใจ

ครููเล่า่ เรื่อ� งราวของกรณีีศึกึ ษา
๑. ครููเกริ่�นแนะนำเรื่�องการใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณกัับการเรีียนรู้้�ครั้�งนี้้�ด้้วยการกล่่าวว่่า
การที่่�คนเราจะแก้้ปััญหาในเรื่�อง ๆ หนึ่่�งได้้สำเร็็จ จำเป็็นต้้องมีีวิิธีีคิิดแก้้ปััญหาอย่่างเป็็นระบบและมีีเหตุุ
และผล (ซึ่่�งในที่่�นี้้ค� ืือกระบวนการคิิดเชิงิ คำนวณหรืือเรีียกสั้น� ๆ ว่า่ CT) ครูจู ึงึ อยากเตรีียมความพร้้อมของ
นัักเรียี นก่อ่ นเข้้าสู่่�วิิธีกี ารแก้้ปัญั หาเพื่่อ� ดููว่่า นัักเรียี นมีวี ิิธีีคิดิ อย่า่ งเป็็นเหตุุเป็็นผลหรืือไม่่ เช่่น ให้้นัักเรียี นทำ
กิิจกรรมโดยใช้ส้ื่อ� ประกอบการอบรม ชุุด สื่่อ� กิจิ กรรมเกมการศึึกษาเพื่่อ� พััฒนาทัักษะการคิดิ เชิงิ คำนวณ
เกมที่่� ๒ มื้้�อเที่่�ยงแสนอร่่อย เพื่่�อฝึึกการคิิดแก้้ปััญหาพร้้อมจุุดประกายเรื่�องการแบ่่งปัันและการนึึกถึึงผู้�
อื่น� ด้ว้ ยการเชื่อ� มโยงประสบการณ์ท์ ี่่น� ักั เรียี นคุ้้�นเคยอย่า่ งการรับั ประทานอาหารพร้อ้ มกับั เพื่่อ� น แล้ว้ ขอตัวั
แทนนักั เรียี นลองสะท้้อนว่่าสามารถแยกแยะ หาจุุดร่่วมของปััญหา ตััดประเด็็นที่่�ไม่่ใช่่ออก สรุุปเป็็น
ความคิิดและจะมีลี ำดับั ขั้น�้ ตอนการแก้้ปัญั หาอย่า่ งไรไปสู่�เป้า้ หมายได้้หรืือไม่่ อย่า่ งไร
๒. เมื่ �อนัักเรีียนสามารถเรีียนรู้้�วิิธีีการคิิดเชิิงเหตุุและผลโดยไม่่ใช้้อารมณ์์เป็็นตััวตััดสิินในการแก้้
ปััญหา แล้ว้ จึงึ ดำเนิินการในขั้้�นตอนต่อ่ ไป
๓. ครููเล่า่ ข่่าวให้้นักั เรีียนฟังั เพื่่อ� เป็็นข้้อมูลู สำหรัับการเรียี นรู้้�ในขั้น้� ต่อ่ ไป

ภัยที่ ๖ : ร้วู ธิ เี สรมิ สรา้ งสขุ ภาวะ | หน้า 218

๑.๒ ตั้้�งประเด็็นที่�่จะศึึกษาผ่่านการตั้้�งคำถาม

แลกเปลี่ย� นความคิดิ เห็น็ กัับนัักเรีียนในเรื่อ� งที่่�เกิดิ ขึ้�น ให้น้ ัักเรีียนเลืือกว่่าสนใจศึึกษากรณีศี ึึกษาแบบใด​
ดัังตัวั อย่า่ งคำถาม ของครูู (ในกรณีีที่่�นัักเรีียนยังั หาคำตอบไม่ไ่ ด้้ เปิดิ สื่�อคลิิปวิิดีโี อ หรืือแนะนำหนังั สืือให้น้ ักั เรีียนค้้นคว้า้ ​

เพื่่�อนำมาอภิิปรายแลกเปลี่�ยนเรีียนรู้้�กับั เพื่่อ� น)
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ตััวอย่่างที่่� ๑ ตััวอย่่างที่่� ๒ ตััวอย่่างที่่� ๓

นัักเรีียนคิิดอย่่างไร ในคลิิปนัักเรีียน ในคลิิปมีีการกล่่าว
กัับคลิิปนี้้� แซงคิิวเพื่่�อน ต่่อว่่ากััน ถ้้าเป็็นนัักเรีียน
เพราะอะไร จะทำอย่่างไรให้้ปลอดภััย
คุุณครูู
คุุณครูู คุุณครูู
เพื่่�อนทำตััวไม่่น่่ารััก
ชอบแซงคิิว หิิวและเหนื่่�อย เดิินกลัับ
ไปต่่อแถว
นัักเรีียน นัักเรีียน ตามลำดัับ

นัักเรีียน

ถ้้าสมมติินัักเรีียนอยู่ �ใน ถ้้าเป็็นนัักเรีียน ในขณะที่่�นัักเรีียนรู้้�ว่่าเพื่่�อน
เหตุุการณ์์นี้้� นัักเรีียนจะ นัักเรีียนจะทำอย่่างไร กำลัังโกรธหรืือโมโห จะเข้้า

ทำอย่่างไร คุุณครูู มาทำร้้ายเรา สิ่่�งแรกที่่�
นัักเรีียนควรทำคืืออะไร
คุุณครูู ตั้�งสติิ ใจเย็็น ๆ
คุุณครูู
กล่่าวเตืือนเพื่่�อน นัักเรีียน
ด้้วยคำพููดสุุภาพ กล่่าวคำขอโทษ

นัักเรีียน นัักเรีียน

จากการพููดคุุย ครููชวนตั้้�งประเด็็นที่่�จะศึึกษาร่่วมกััน ซึ่�่งได้้ข้้อสรุุปร่่วมกัันตามประเด็็นที่�่นัักเรีียนสนใจ ดัังนี้้�
นัักเรีียนจะทำอย่่างไรหากถููกคเำพื่ถ่�อานมแจซางกคติัิวัวอรยว่่ามงถึทีึง่�่ ม๓ารยาทในการอยู่่�ร่่วมกัับผู้้�อื่ �น

ภยั ที่ ๖ : รู้วิธีเสริมสร้างสขุ ภาวะ | หนา้ 219

๑.๓ ระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา

แบ่่งกลุ่ม่� นักั เรียี นเพื่่อ� ระดมสมองจัดั กลุ่่�มความน่า่ จะเป็น็ ของวิิธีีการแก้้ไข
ครููชวนนัักเรีียนมาร่่วมกัันคิิดวิิธีีการแก้้ปััญหาการแซงคิิวร่่วมกัับเพื่่�อน “ถ้้านัักเรีียนอยู่�ในเหตุุการณ์์นั้้�น
นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการแก้้ปััญหาเรื่�องการแซงคิิวอย่่างไร และมีีข้้อควรระวัังอะไรบ้้าง”
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
การระดมสมองหาวิิธีีการแก้้ปััญหา ควรครอบคลุุมทั้้�งประเด็็นด้้านทััศนคติิที่่�พึึงมีี และความรู้�ที่�่พึึงมีี ดัังนี้้�

ทัศั นคติทิ ี่่พ� ึึงมีี ความรู้ท� ี่พ�่ ึึงมีี
- การรู้จ� ักั การรอคอย - เคารพกฎกติกิ าของสังั คม
- รู้จ� ัักเห็น็ อกเห็็นใจผู้อ�้ ื่่�น - รู้�จักั กล่า่ วคำ�ำ ขอโทษเมื่�อ่ กระทำ�ำ ผิิดพลาด
- รู้�จักั เคารพสิิทธิขิ องผู้�้อื่น�่ - รู้�จัักเอาใจเขามาใส่ใ่ จเรา

๑.๔ ตััดประเด็็นที่่�ไม่่ใช่่การแก้้ปััญหาที่�่แท้้จริิงออก

ให้น้ ักั เรีียนลงคะแนนเสียี ง (โหวต) เพื่่อ� เลืือกองค์ป์ ระกอบที่่จ� ำเป็็นและควรคำนึึงถึงึ เกี่�ยวกับั ปัญั หา​
เพื่่อ� ให้เ้ ข้้าใจในปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์ท์ ี่่�เกิิดขึ้น� และตัดั องค์ป์ ระกอบที่่ไ� ม่่เกี่ย� วข้้องออกไป

รายการ ใช้แ้ ก้้ปัญั หาได้้ ไม่แ่ ก้้ปัญั หา

การรู้จ� ักั การรอคอย ๑๐ โหวต ๐ โหวต

รู้�จัักเห็็นอกเห็็นใจผู้�้อื่น่� ๘ โหวต ๒ โหวต

รู้�จัักเคารพสิทิ ธิขิ องผู้�อ้ ื่น�่ ๙ โหวต ๑ โหวต

ภยั ที่ ๖ : รวู้ ธิ ีเสริมสรา้ งสุขภาวะ | หนา้ 220

๑.๕ ลำดัับขั้้�นตอนการแก้้ปััญหา

ลำดับั ประเด็็นที่่จ� ะใช้ใ้ นการแก้ป้ ัญั หาว่่าควรทำสิ่ง� ใดก่่อนสิ่่�งใดหลััง จากประสบการณ์์ของนัักเรียี น
โดยมุ่ง่� เน้น้ การคิิด วางแผน มีวี ิิธีีการ สื่่�อและอุุปกรณ์ท์ ี่่จ� ะใช้้ในแต่ล่ ะขั้�น้ ตอน รวมถึงึ การควบคุุมกำกัับติดิ ตาม
แผนการดำเนิินงานของตน
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
ประเด็น็ วิธิ ีกี ารแก้้ปัญั หาที่่น� ักั เรีียนเลืือก ลำำ�ดับั การแก้้ปัญั หาจาก
สิ่ง� ที่่ค� วรคำ�ำ นึึงถึงึ มากที่่�สุุด
(จากการลงคะแนนเสีียงของนัักเรียี น)

การรู้�จัักการรอคอย ๑

รู้จ� ักั เคารพสิิทธิิของผู้�้อื่่�น ๒

หมายเหตุุ: นัักเรีียนอาจคิิดลำดัับเพิ่่�มเติิมอีีกได้้ เช่่น การรู้้�จัักเห็็นอกเห็็นใจผู้้�อื่�น

อย่่างไรก็็ตามความคิิดของนัักเรีียนที่่�จะใช้้แก้้ปััญหาครั้�งนี้้�อาจเป็็นวิิธีีแก้้ปััญหาที่่�ยัังไม่่
ตรงประเด็น็ หรืือยังั ไม่ใ่ ช่ว่ ิธิ ีทีี่่ถ� ูกู ต้อ้ ง ขอให้ค้ รูใู ห้โ้ อกาสนักั เรียี นลองผิดิ ลองถูกู ตามวิธิ ีกี ารที่่น� ักั เรียี น
คิิดไปก่่อน โดยครููอย่่าเพิ่่�งรีีบเฉลย เพื่่�อให้้นัักเรีียนเกิิดความมั่่�นใจที่่�จะกล้้าคิิดกล้้าแสดงออก
จนเมื่�อเข้้าสู่�ขั้�น้ ตอนการสืืบค้้นต่่อไปจะทำให้น้ ักั เรีียนค่่อย ๆ เรีียนรู้้�ว่่าแผนการแก้ป้ ััญหา
ของตนมีีลำดัับที่่�ถููกต้้องหรืือไม่่และอาจจะมีีการเพิ่่�ม ลด หรืือรวบขั้้�นตอนการแก้้ปััญหาที่่�จะ
ทำให้้ได้้ผลจริิง พร้้อมระบุุสื่่�อและอุุปกรณ์์ที่่�ต้้องใช้้ประกอบการแก้้ปััญหา

ภัยท่ี ๖ : รูว้ ิธีเสริมสรา้ งสุขภาวะ | หน้า 221

สร้้างรููปแบบการแก้้ปััญหาผ่่านการคิิดเป็น็ ลำดับั ขั้้�นตอนสู่�เป้า้ หมาย
(Algorithmic Thinking)

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๒.๑ สืืบค้้นความเป็็นไปได้้ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่�่นัักเรีียนคิิดขึ้้�นจากแหล่่งข้้อมููลต่่าง ๆ

ร่ว่ มกัันวิเิ คราะห์์องค์ป์ ระกอบที่่�ควรคำนึึงถึงึ ในการแก้้ปัญั หาจากประสบการณ์ข์ องนัักเรียี น โดยสืืบค้น้ จาก
แหล่่งข้้อมูลู ต่า่ ง ๆ เช่น่ จากหนังั สืือ คำสอนของผู้�ปกครอง สื่่�อคลิิปวิดิ ีีโอต่่าง ๆ ว่า่ ประเด็็นใดสอดคล้อ้ งกัับ
ประเด็็นที่่น� ัักเรียี นคิิดเอาไว้้ เพื่่อ� ให้้นัักเรียี นเริ่�มรู้�ว่าสิ่ง� ที่่�นักั เรีียนคิดิ สามารถนำมาใช้ไ้ ด้จ้ ริงิ ในการแก้้ปัญั หาได้้
หรืือไม่่ (ทบทวนข้้อมูลู จากตารางในข้้อ ๑.๕ ลำดัับวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาใหม่่ เติิมช่อ่ งเหตุุผลของวิิธีกี ารแก้้ปััญหาแต่ล่ ะข้้อในตาราง)

ลำ�ำ ดัับการแก้้ปััญหา ความรู้ท�้ ี่่ไ� ด้้จากการสืืบค้้นเพื่อ�่ แก้้ปััญหา แหล่่งข้้อมููล

การรู้จ� ัักการรอคอย รทรหัำอับา�ำ ดกปใหพรน้้้ั้ะนักนัทกั เจารเีารนยี ีกียนอกนารูา้อห�จรัักยาูป่�รกใะนทานสรัะัักรังหอเครรืคีมอยี อไในดชย้้้ส้อขคำา�ำยณพมู่่าูาะงดรเมขไถ้ีม้ีคา่พ่สแวุาภุถาตมาวสนพซืุ้เขุ�ออแองลาใะหห้ย้ัาังร chบotทtmคp/วsk:า/iมd/จ-wาmwกawn.pnaerres/ntsone.

รู้จ� ัักเคารพสิทิ ธิิของผู้้�อื่น�่ เ๖๘๙๑๗๕๔๓๒๑ค๐.........า.สทรใพรมพรปููึูำ้ช้่พูจ��จอ่ใ้อ�ำดัง�ัล้หูกักักโูนส้บิพกข้ทิจิรคคทิลหอำฝกูาอษ�ำูัวกธบตมชงัรคิบมเขิอรเาคมนลอรืุคือมยู่ย่ณุุ�อ่อ�เยู่มุงสองา่กลงูอผแงาองููกก้นไาล�้อนืทรา่ระบ่�นำลร้มูำ�ขู้าใเกผณอปหิน้็ใ์้ดิโน็แหใ้์ตท้หลรกู้้ษน้ละห�้าููกเกบรนอ้่สา้ท่อางำรรท้ยำ�ีรา่ั่แ�ับงๆลสัะงั รูค้�จัมักใอห้ยู้่น�่รา่่วอมยกู่ั� บั ผู้้�อื่่น� ๑ขhบE/hcoFอtte๐ทtmfm-งคp-lhวผmูวิsa้ิธo�้อu:าีืc่สี/wน�่nมt/อ-iitvwนtyiowtล-ูู-wyกob/.ใrfuiหa-้t้iเketlคlhmdาue-/รk-eพeef.สx-ิcpทิ7oe.ธmิ์r� t/s
pแrcchihhatลgtiirะhllepบddtnssทrr:tee-/คinnno/ว3-gfmา5t-/oมo/orจma-ttาiaerhsกeaneisncdrpshgbe/--acybtoy-u.tnhre-et-/

ภยั ที่ ๖ : รู้วธิ ีเสริมสร้างสุขภาวะ | หน้า 222

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน จัดั การข้้อมููล สร้้างบทสรุุป และตีีความข้้อมูลู
(Organizing, Generating, and Interpreting data)

๓.๑ เรีียบเรีียงผลสรุุปจากการสืืบค้้น

นำข้้อมููลทั้้�งหมดมาเรีียบเรีียง จััดระบบหาแนวทางแก้้ปััญหา โดยให้้นัักเรีียนเลืือกวิิธีีการนำเสนอข้้อมููล​
ในรููปแบบของตาราง ดัังตััวอย่่าง

ภัยท่ี ๖ : รู้วธิ ีเสริมสร้างสุขภาวะ | หนา้ 223

ทดสอบ หาจุดุ บกพร่่อง การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
(Testing and Debugging)

๔.๑ ทบทวนความถููกต้้องของการแก้้ปััญหา

ทบทวนข้้อมูลู อีกี ครั้�งเพื่่อ� ให้แ้ น่ใ่ จว่า่ วิิธีีการแก้ป้ ัญั หาที่่น� ักั เรียี นคิิดกันั ไว้น้ ั้้น� เหมาะสมกัับสถานการณ์ม์ ากที่่�สุุด
โดยให้น้ ัักเรีียนช่่วยกัันอธิบิ ายเหตุุผลประกอบ
- เชิิญผู้�เชี่�ยวชาญมาให้้ความรู้� เช่่น ครูู นัักจิิตวิิทยา เพื่่�อให้้นัักเรีียนสอบถามความรู้� ในกรณีีที่่�ไม่่เข้้าใจหรืือ
ต้อ้ งการข้อ้ มูลู เพิ่่�มเติมิ เกี่�ยวกัับการถูกู แซงคิิวอย่า่ งถููกต้อ้ ง
- ให้้นัักเรีียนเรีียนรู้้� สนทนาพููดคุุย หลัังจากดููสื่�อคลิิปวิิดีีโอ “มัักง่่ายไม่่อายเด็็ก ไม่่ต่่อคิิว แซงคิิวตลอด” ว่่า​
การแสดงออกของตััวละครเป็็นอย่่างไร สะท้้อนให้้เห็็นประเด็็นใดบ้้างและนัักเรีียนจะมีีวิิธีีการแก้้ไขปััญหานี้้�
อย่่างไร
- นำข้อ้ มููลที่่ไ� ด้้จากแหล่่งต่า่ ง ๆ มาร่ว่ มแลกเปลี่ย� นกับั เพื่่อ� นในกลุ่่ม� เพื่่�อปรับั ปรุุง แก้ไ้ ขรููปแบบที่่ส� ร้้างขึ้�นว่่า
ในส่่วนใดควรมีีการปรัับปรุุงแก้้ไขด้ว้ ยวิิธีกี ารอย่่างไร
นำข้้อมููลจากฝ่่ายต่่าง ๆ มาประมวลสรุุป จััดกลุ่่�มประเภท เทีียบเคีียงกัับวิิธีีแก้้ปััญหา
ที่่�นัักเรีียนได้้สร้้างไว้้ ว่่าควรมีีเพิ่่�มเติิมหรืือปรัับลดในเรื่ �องใดบ้้าง

๔.๒ ทดลองความรู้�

ทำการทดลองแนวทางการแก้ป้ ัญั หาที่่�ได้ม้ ีกี ารปรับั ปรุุงใหม่่
- สร้้างสถานการณ์์ขึ้�นมาแล้ว้ เล่่นบทบาทสมมติิ
- จำลองเหตุุการณ์์การถูกู แซงคิวิ หากนัักเรียี นถูกู แซงคิวิ จะแก้ไ้ ขปััญหาและรัับมืือการถูกู แซงคิิวอย่า่ งไร

ภัยท่ี ๖ : รู้วิธีเสรมิ สรา้ งสขุ ภาวะ | หน้า 224

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน การปรัับแต่่งการแก้้ปััญหาแบบทบต้้นความรู้ว� นซ้้ำ
(Iterative Refinement)

๕.๑ ปรัับปรุุงแก้้ไข

แก้ไ้ ขแนวทางตามคำแนะนำที่่ไ� ด้้รับั และนำเสนอการเรียี นรู้้� เพื่่�อให้น้ ัักเรีียนสามารถควบคุุมและประเมิินการคิดิ
(Meta-cognition) ครอบคลุุมทั้้�งในเรื่อ� งการตระหนักั รู้�ในการคิดิ ของตน คิิดวางแผน ควบคุุม การดำเนินิ งาน
และปรับั คิดิ ตามแผนงานใหม่่ที่่�สร้า้ งขึ้น� ด้้วยการให้้นักั เรีียนทบทวนประเด็็นที่่�แก้ไ้ ข ว่า่ นำไปสู่�การพััฒนามุุมมอง
ความคิิดใหม่จ่ ากรููปแบบการแก้้ปััญหาใหม่่ของนักั เรียี นในแบบใดได้้บ้า้ ง

๕.๑.๑ การคิดิ อย่่างมีีเหตุผุ ล: ทำให้น้ ักั เรียี นเข้า้ ใจความสืืบเนื่่�องของเหตุุไปสู่่�ผล
๕.๑.๒ การคิดิ กว้้าง: ทำให้น้ ักั เรีียนเกิดิ การคิดิ กว้า้ ง เกิิดการเชื่อ� มโยงกัับประเด็็นต่า่ ง ๆ ในหลากหลายมิติ ิิ
๕.๑.๓ การคิดิ ลึึกซึ้้ง� : ทำให้น้ ักั เรีียนมีขี ้้อมูลู เชิงิ ลึึกจากเรื่อ� งที่่�ศึกึ ษา
๕.๑.๔ การคิิดไกล: ทำให้ช้ ่ว่ ยเพิ่่ม� วิิสััยทััศน์์ ผลระยะยาวที่่�เกิิดขึ้น� จากการปรัับปรุุงข้อ้ มููล
สุุดท้้ายสร้า้ งเป็น็ บทสรุุปจากความรู้�ที่�ได้้จากปรับั แนวทาง
สรุุปความรู้จ� ากข้้อเท็จ็ จริงิ (Factual Knowledge)
เป็็นแบบรายการ เป็น็ ข้อ้ สรุุป จัดั กลุ่่ม� ประเภท เรียี งลำดัับเหตุุการณ์์
สรุุปความรู้ใ� นเชิงิ ความคิิดรวบยอด (Conceptual Knowledge)
ด้้วยการแจกแจง ตีคี วาม อธิบิ าย ประเมิินค่่า
สรุปุ ความรู้จ� ากการคิดิ เชิิงซับั ซ้้อน (Meta-Cognitive Knowledge)
ความสามารถในการนำไปปฏิิบััติิ
๑. จัดั เวทีใี ห้น้ ักั เรียี นได้น้ ำเสนอรูปู แบบการแก้ป้ ัญั หาจากการแซงคิวิ ให้ก้ ับั ผู้�เชี่ย� วชาญ เช่น่ ครูู
เพื่่อ� รับั ฟังั คำแนะนำ และให้น้ ัักเรีียนสอบถามความรู้� ในกรณีีที่่�ไม่เ่ ข้้าใจหรืือต้้องการข้้อมููลเพิ่่�มเติมิ
๒. ทดลองรูปู แบบการแก้ป้ ัญั หาจากสถานการณ์ซ์ ้้ำอีีกครั้�งจากภัยั จากการถูกู แซงคิิว
๓. นำข้อ้ มูลู ที่่ไ� ด้จ้ ากแหล่ง่ ต่า่ ง ๆ มาร่ว่ มแลกเปลี่ย� นกับั เพื่่อ� นในกลุ่ม�่ เพื่่อ� ปรับั ปรุุง แก้ไ้ ขรูปู แบบ
ที่่ส� ร้้างขึ้น� ว่า่ ในส่่วนใดควรมีกี ารปรัับปรุุง แก้ไ้ ขด้ว้ ยวิิธีีการอย่า่ งไร
๔. ทดลองเชื่�อมโยงเรื่�องวิินััยจากสื่�อประกอบการอบรม ชุุด แบบฝึึกกิจิ กรรมกลุ่่�มรู้้�คิิดรู้้�ธรรม
เรื่อ� ง มารยาทดีี มีวี ิินัยั เพื่่�อเทีียบเคียี งว่่ารููปแบบที่่�นักั เรีียนคิิดแก้ป้ ัญั หาขึ้น� มานั้้�น สามารถนำไปใช้ใ้ น
สถานการณ์อ์ื่น� ได้้หรืือไม่่

ภยั ที่ ๖ : รู้วธิ ีเสรมิ สรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 225

การประเมิิน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ใช้้วิิธีีการประเมิินแบบสามเส้้าจากครูู ผู้้�ปกครอง และตััวนัักเรีียน
ทััศนคติิ
๑. การเคารพสิทิ ธิิของผู้�อื่�น
๒. การแก้้ปัญั หาด้ว้ ยสัันติวิ ิธิ ีี
ความรู้ �
๑. ความรู้�เกี่�ยวกัับมารยาทพื้น�้ ฐานในสังั คม
๒. ความรู้�ในการควบคุุมอารมณ์์ของตนเองเมื่่�อเผชิญิ กับั สถานการณ์์ตึงึ เครียี ดจากการถูกู แซงคิิว

ข้้อแนะนำ

ชวนนักั เรียี นตระหนักั ว่า่ นักั เรียี นอาจเป็น็ คนหนึ่่ง� ที่่ไ� ด้ร้ ับั ผลกระทบจากภัยั การถูกู แซงคิวิ
นัักเรีียนควรพิิจารณาถึึงโทษและอัันตรายจากการขาดการควบคุุมอารมณ์์ การเคารพกติิกา
กฎระเบีียบของกลุ่่�มหรืือของสัังคม และเคารพสิิทธิิของผู้�อื่�น อาจทำให้้เสีียสุุขภาพกาย
สุุขภาพจิิตถึึงขั้น�้ เกิดิ การกระทบกระทั่่ง� ซึ่ง่� อาจนำไปสู่�การทำร้า้ ยร่่างกายถึึงแก่ช่ ีีวิติ ได้้

ภัยท่ี ๖ : รู้วิธีเสริมสร้างสขุ ภาวะ | หน้า 226

กิิจกรรมการรัับมืือจากสถานการณ์์ความเสี่�่ยงแบบก้้าวหน้้า: การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

Project-based Learning

ภััยที่�่ ๖: รู้้�วิิธีีเสริิมสร้้างสุุขภาวะ

กรณีีศึึกษา เด็็กแซงคิิวเพื่่�อน

ในช่่วงพักั เที่่ย� ง ณ โรงเรีียนแห่ง่ หนึ่่�ง ขณะที่่ค� ุุณครูกู ำลัังแจกเครื่�องดื่ม� ให้ก้ ับั นักั เรียี นที่่เ� ข้้าร่่วมกิิจกรรม​
ลดโลกร้อ้ น นักั เรียี นทุุกคนเข้า้ แถวต่อ่ คิวิ กันั ด้ว้ ยความเรียี บร้อ้ ย เพื่่อ� รอรับั ขนมและน้้ำดื่ม� แต่น่ ้อ้ งจิงิ โจ้ก้ ลับั รีบี วิ่ง� ไป
แซงคิวิ เพื่่อ� นคนอื่่น� ๆ โดยไม่ต่ ่อ่ แถว โดยอ้า้ งว่า่ รู้�สึกเหน็ด็ เหนื่่อ� ยและกระหายน้้ำมาก จึงึ ถูกู เพื่่อ� นคนที่่อ� ยู่่�ด้านหลังั
น้อ้ งจิงิ โจ้ต้ ่อ่ ว่า่ ว่า่ ไม่ค่ วรแซงคิวิ แต่จ่ ิงิ โจ้ก้ ็ไ็ ม่ส่ นใจคำกล่า่ วเตืือนจากเพื่่อ� น รีบี เดินิ เข้า้ ไปรับั ขนม น้้ำดื่ม� จากคุุณครูู
จากนั้้น� ก็เ็ ดินิ ไปนั่่ง� กินิ ขนมและดื่ม� น้้ำโดยไม่ก่ ล่า่ วคำขอโทษ จนครูตู ้อ้ งเข้า้ มากล่า่ วตักั เตืือน
แหล่ง่ ที่่ม� า: สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อเด็ก็ ดีมี าทีหี ลังั อย่า่ แซงคิวิ (Kids dee TV)

ภยั ที่ ๖ : รวู้ ธิ เี สรมิ สร้างสขุ ภาวะ | หนา้ 227

แนวคิิดการออกแบบกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

การออกแบบกิิจกรรมครั้�งนี้้�ใช้ว้ ิธิ ีีการยกกรณีศี ึกึ ษามาให้น้ ัักเรีียนศึกึ ษา เพื่่อ� ให้้นักั เรียี น
เห็็นถึงึ ภััยจากการขาดความรัับผิิดชอบต่่อกฎระเบีียบในสัังคม ซึ่�ง่ สาเหตุุอาจจะเกิิดจากการขาด
ความเคารพกติกิ า กฎระเบียี บของกลุ่ม่� หรืือของสังั คม หากอ้้างอิิงถึงึ พััฒนาการของนัักเรียี นวััย
ประถมศึกึ ษาตอนปลายที่่�มีคี วามสนใจใคร่ร่ ู้้�กัับสิ่�งรอบตััว เริ่ม� เข้า้ ใจการเชื่�อมโยงของสิ่�งต่า่ ง ๆ ว่า่
มีีผลมาจากอะไร ส่ง่ ผลไปสู่�อะไร หากแต่ว่ ััยนี้้เ� ป็็นวััยที่่�มีีความเป็็นตััวของตัวั เองมาก ทำให้้บาง
ครั้ง� นักั เรียี นวัยั นี้้ย� ังั มีกี ารตัดั สินิ ใจในการคิดิ เชิงิ เหตุุผลน้อ้ ย ขาดการยั้ง� คิดิ และพิจิ ารณาให้ร้ อบคอบ
เพราะยึดึ อารมณ์์และความพึงึ พอใจของตนเป็็นที่่�ตั้ง�
กิิจกรรมครั้ �งนี้้�จึึงมุ่่�งเน้้นให้้นัักเรีียนลองฝึึกแก้้ปััญหาหากเกิิดเหตุุการณ์์ถููกแซงคิิว​
ด้้วยกระบวนการจััดการเรีียนรู้้�โดยใช้้โครงงานเป็็นฐาน Project-based Learning โดยใช้้
กระบวนการคิดิ ตัดั สินิ ใจด้้วยกระบวนการคิดิ เชิิงคำนวณ (CT: Computational Thinking) ซึ่่ง� มีี
หลัักการสำคัญั ดัังนี้้�
๑. การสอนจะใช้เ้ วลาหลายสัปั ดาห์์หรืืออาจเป็น็ เดืือน
๒. หัวั เรื่�องที่่ศ� ึกึ ษาขึ้น� กับั ความสนใจของนักั เรีียน
๓. ความรู้�ได้จ้ ากกระบวนการสืืบค้น้ จากคำถาม
๔. นักั เรียี นมีกี ารเรียี นรู้้�แบบมีีส่่วนร่่วม
๕. พััฒนาสมรรถนะเชื่�อมโยงผลของภััยพิิบััติิที่่�ศึึกษาไปสู่�เรื่�องอื่�น ๆ โดยสามารถ​
บูรู ณาการกับั หน่ว่ ยการเรียี นผสานกับั หลายวิชิ ากับั ผลกระทบจากการแซงคิิว
๖. เน้น้ การได้้มีปี ระสบการณ์์จากการปฏิบิ ััติจิ ริงิ

ภยั ท่ี ๖ : รวู้ ธิ เี สริมสร้างสขุ ภาวะ | หนา้ 228

ผลที่่ค� าดว่า่ จะได้้รัับ จุดุ ประสงค์์

๑. รู้้�วิธิ ีกี ารเคารพกฎ กติกิ า กฎระเบียี บของกลุ่ม�่ ๑. รู้้�วิธิ ีกี ารการแก้ป้ ัญั หาหากนักั เรียี นตกอยู่�ใน
หรืือสังั คม สถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ
๒. รู้�ถึงผลที่่จ� ะเกิดิ ขึ้น� ตามมาหากไม่ป่ ฏิบิ ัตั ิติ าม ๒. รู้้�วิธิ ีกี ารคิดิ การป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้ต้ นเองได้ร้ ับั
กฎระเบียี บของกลุ่ม�่ หรืือสังั คม อันั ตรายจากความไม่พ่ ึงึ พอใจเมื่่อ� ถูกู แซงคิวิ
๓. รู้�จักั ควบคุุมอารมณ์ข์ องตนเอง ๓. รู้้�ข้อ้ ควรคำนึงึ หรืือข้อ้ ตกลงในการอยู่�ร่วมกับั
๔. รู้้�วิธิ ีกี ารเอาตัวั รอดหากตกอยู่�ในสถานการณ์์ ผู้�อื่น� ในสังั คม
รุุนแรงหรืือการทำร้า้ ยร่า่ งกาย
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน
เนื้้�อหาการเรีียนรู้ � สื่่�อประกอบกิิจกรรม

๑. รู้�จักั เอาตัวั รอดให้ป้ ลอดภัยั หากนักั เรียี นตกอยู่� ๑. กรณีีศึกึ ษา ข้อ้ มููลเกี่�ยวกับั มารยาททาง
ในสถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ สังั คมพื้้�นฐาน ทางหนังั สืือ นิิตยสาร Website
๒. รู้�จักั ป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้เ้ กิดิ อันั ตรายหากนักั เรียี นตก ๒. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อแนะนำมารยาททางสัังคม​
อยู่�ในสถานการณ์ก์ ารถูกู แซงคิวิ พื้้�นฐาน
๓. รู้�จักั มารยาทในการอยู่�ร่วมกับั ผู้�อื่น� ๓. สื่่�อคลิปิ วิิดีโี อเกี่�ยวกับั การแซงคิิว “แซงคิวิ
กัันจนเป็น็ เรื่อ� ง”
๔. สื่่อ� คลิปิ วิดิ ีโี อ “ต่อ่ คิวิ เพื่่�อความเรียี บร้้อย
ในสังั คม” จาก Likethaiculture Thai
๕. ชุุดแบบฝึกึ กิจิ กรรม ชุุดที่่� ๒ มารยาทดีี​
มีวี ินิ ัยั
๖. สื่่อ� ประกอบการอบรม ชุุด สื่่อ� กิจิ กรรมเกม
การศึกึ ษาเพื่่อ� พัฒั นาทักั ษะการคิดิ เชิงิ คำนวณ

ภัยท่ี ๖ : รูว้ ธิ เี สรมิ สร้างสขุ ภาวะ | หนา้ 229

ขั้้�นตอนการทำกิิจกรรม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

การตื่่�นตััวในการสร้้างองค์ค์ วามรู้ส�ู่�การแก้้ปััญหา
(Active Construction)
๑.๑ จุุดประกายการเรียี นรู้�

ครููจััดเตรีียมแหล่่งข้้อมููลเกี่ �ยวกัับเรื่ �องที่่�จะศึึกษาและวิิธีีการจุุดประกายการเรีียนรู้้� ครููอาจเลืือก
ว่่าจะจุุดประกายจากความรู้้�ข้้อเท็็จจริิง (Factual Knowledge) และจากความรู้�ในเชิิง
ความคิิดรวบยอดที่่�เป็็นบทสรุุปของข่่าว (Conceptual Knowledge) ดัังนี้้�
• ความรู้�จากข้้อเท็็จจริงิ ใช้้วิิธีกี ารสร้้างบรรยากาศความสนใจ ด้้วยการจัดั เป็็นศููนย์์การเรีียน
หรืือแหล่ง่ เรียี นรู้้�ที่่�มีกี ารจััดกลุ่่ม� เป็น็ ประเด็น็ ต่่าง ๆ
• ความรู้�ในเชิงิ ความคิดิ รวบยอด ใช้้วิิธีกี ารเตรีียมอุุปกรณ์์ในการทดลองเพื่่�อให้้นัักเรียี นสนใจ
ผลที่่�ได้้จากการลองถูกู ลองผิิด
๑. ครูจู ััดมุุมการเรียี นรู้้� ตัวั อย่า่ งเช่่น
- มุุมหนัังสืือ เตรีียมหนังั สืือ ความรู้�เกี่ย� วกัับมารยาททางสัังคมพื้น�้ ฐาน
- สื่่�อคลิปิ วิิดีีโอ “มักั ง่่ายไม่อ่ ายเด็็ก ไม่่ต่่อคิิว แซงตลอด”
๒. ครููเกริ่�นแนะนำเรื่�องการใช้้กระบวนการคิิดเชิิงคำนวณกัับการเรีียนรู้้�ครั้�งนี้้�ด้้วยการกล่่าวว่่า
การที่่�คนเราจะแก้้ปััญหาในเรื่�อง ๆ หนึ่่�งได้้สำเร็็จ จำเป็็นต้้องมีีวิิธีีคิิดแก้้ปััญหาอย่่างเป็็นระบบและมีี
เหตุุและผล (ซึ่�่งในที่่�นี้้�คืือกระบวนการคิดิ เชิิงคำนวณหรืือเรียี กสั้�น ๆ ว่่า CT) ครูจู ึงึ อยากเตรียี มความ
พร้อ้ มของนัักเรียี นก่อ่ นเข้า้ สู่่�วิธิ ีกี ารแก้ป้ ััญหาเพื่่อ� ดูวู ่า่ นักั เรียี นมีีวิิธีคี ิิดอย่า่ งเป็น็ เหตุุเป็น็ ผลหรืือไม่่ เช่น่
ให้น้ ัักเรียี นทำกิิจกรรมโดยใช้ส้ื่�อประกอบการอบรม ชุุด สื่่อ� กิจิ กรรมเกมการศึึกษาเพื่่อ� พัฒั นาทักั ษะการ
คิดิ เชิิงคำนวณ เกมที่่� ๒ มื้้�อเที่่�ยงแสนอร่่อย เพื่่�อฝึึกการคิิดแก้้ปััญหาพร้้อมจุุดประกายเรื่�องการแบ่่ง
ปัันและการนึึกถึึงผู้ �อื่ �น ด้้วยการเชื่ �อมโยงประสบการณ์์ที่่�นัักเรีียนคุ้้�นเคยอย่่างการรัับประทานอาหาร
พร้อ้ มกับั เพื่่อ� น แล้ว้ ขอตัวั แทนนักั เรียี นลองสะท้อ้ นว่า่ สามารถแยกแยะ หาจุุดร่ว่ มของปัญั หา ตัดั ประเด็น็ ​
ที่่�ไม่ใ่ ช่อ่ อก สรุุปเป็น็ ความคิดิ และจะมีลี ำดับั ขั้น�้ ตอนการแก้ป้ ัญั หาอย่า่ งไรไปสู่�เป้า้ หมายได้ห้ รืือไม่่ อย่า่ งไร
๓. เมื่่�อนัักเรีียนสามารถเรีียนรู้้�วิิธีีการคิิดเชิิงเหตุุและผลโดยไม่่ใช้้อารมณ์์เป็็นตััวตััดสิินใน​
การแก้ป้ ััญหา แล้ว้ จึงึ ดำเนินิ การในขั้้น� ตอนต่่อไป
๔. ครูเู ล่า่ ข่า่ วให้้นัักเรีียนฟัังเพื่่�อเป็น็ ข้้อมููลสำหรับั การเรียี นรู้้�ในขั้น้� ต่่อไป

ภยั ที่ ๖ : รู้วิธเี สรมิ สรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 230

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน ก(Mผารลeตทัa้ี้่�งn�่คคาinำดถgวาf่่าuมจlอะQยไ่ดา่ u้้งรeัมับีsคี tiวoาnมsห)มาย

๒.๑ ฝึึกตั้้ง� ประเด็น็ ที่จ่� ะศึึกษา

ครููนำกรณีีศึกึ ษามาเล่า่ ให้น้ ักั เรีียนฟังั เพื่่�อแลกเปลี่ย� นความคิิดเห็็นกัับเรื่อ� งที่่เ� กิดิ ขึ้น� จากความรู้�ที่ไ� ด้้
จากข้้อเท็จ็ จริิงหรืือความรู้�ในเชิงิ ความคิิดรวบยอดด้้วยการแจกแจงเป็น็ รายการ
จากคลิิปการแซงคิวิ ที่�่ครูไู ด้้เปิิดให้้ดูู
นักั เรียี นคิิดว่่าเกิดิ อะไรขึ้้น� บ้้าง
ตััวอย่า่ งการให้้นัักเรีียนแจกแจงความรู้�ที่่�ได้้จากข้้อเท็็จจริงิ
ใคร
นัักเรียี นชายคนหนึ่่ง� ชื่�อว่า่ จิงิ โจ้้
ทำอะไร
ในช่ว่ งพัักเที่่�ยง คุุณครูแู จกน้้ำดื่ม� และขนมให้้กับั นักั เรีียนทุุกคน นัักเรียี นต่อ่ คิวิ รอรัับขนมและน้้ำกันั
เป็น็ แถว
ที่่ไ� หน
โรงเรีียน
อย่่างไร
ขณะที่่ท� ุุกคนกำลัังต่่อแถวเพื่่อ� รับั น้้ำดื่�มและขนม น้้องจิิงโจ้ไ้ ด้้เดินิ เข้้ามาแซงคิิวเพื่่�อนที่่�กำลังั จะได้้คิวิ
รับั น้้ำดื่ม� และขนมจากครู ู จึึงเกิิดการถกเถีียงต่่อว่่ากััน แต่จ่ ิิงโจ้ก้ ็ไ็ ม่ไ่ ด้้กล่า่ วคำขอโทษ จนครููต้อ้ งเข้้า
มากล่่าวตัักเตืือน
ตััวอย่่างการให้้นัักเรีียนแจกแจงความรู้ใ� นเชิงิ คิดิ รวบยอด
สาเหตุุ
- การไม่เ่ คารพสิิทธิิผู้�อื่น�
- ไม่่คำนึึงถึึงมารยาทสังั คม

ภยั ท่ี ๖ : รูว้ ิธีเสริมสรา้ งสุขภาวะ | หนา้ 231

๒.๒ แลกเปลี่�ยนความคิิดเห็็นกัับนัักเรีียนในเรื่�่องที่�่เกิิดขึ้้�น

ให้้นัักเรีียนเลืือกว่่าสนใจศึึกษากรณีีศึึกษาแบบใด

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนตััวอย่่างที่่� ๑ตััวอย่่างที่่� ๒ตััวอย่่างที่่� ๓

ถ้้านัักเรีียนถููกแซงคิิว เมื่่�อนัักเรีียนฟัังเรื่ �องข่่าว จากการที่่�เด็็ก ๆ
นัักเรีียนจะทำอย่่างไร ดัังกล่่าวมีีประเด็็นอะไร อยากรู้ �เกี่ �ยวกัับมารยาท
ที่่�ต้้องศึึกษาเรื่ �องนี้้�บ้้าง ทางสัังคมมีีเรื่ �องอะไรอีีก

คุุณครูู คุุณครูู ที่่�ควรรู้�

กล่่าวเตืือนเพื่่�อน มารยาท คุุณครูู
ด้้วยคำพููดสุุภาพ ทางสัังคม
สิิทธิิการอยู่่�ร่่วมกััน
นัักเรีียน นัักเรีียน ภายในสัังคม

เกิิดอะไรขึ้ �นหลััง ประเด็็นที่่�นัักเรีียน นัักเรีียน
จากที่่�จิิงโจ้้แซงคิิว เสนอมาน่่าสนใจมาก
นัักเรีียนคิิดว่่าเราควร ครููขออาสาใคร
คุุณครูู ศึึกษาเรื่ �องไหนก่่อน ช่่วยออกมาเขีียน
ความคิิดเห็็นของเพื่่�อน
จิิงโจ้้ไม่่กล่่าว คุุณครูู บนกระดานได้้ไหม
คำขอโทษพร้้อม
การเห็็นอก คุุณครูู
กัับเดิินหนีี เห็็นใจผู้้�อื่่�น
หนููกัับเพื่่�อนขอ
นัักเรีียน นัักเรีียน ออกไปช่่วย
เขีียนค่่ะ

นัักเรีียน

๒.๓ ตั้้�งคำถามจากประเด็็นที่�่นัักเรีียนสนใจจะศึึกษา

๑) นำประเด็็นทั้้�งหมดที่่�นัักเรีียนเสนอมาคััดเลืือกว่่า เราน่่าจะศึึกษาเพื่่�อแก้้ปััญหาเรื่�องอะไร โดยจััดเป็็น​
กลุ่่�มประเภทของเรื่ �องที่่�จะศึึกษา
๒) พร้้อมตั้ �งคำถามหลัักและคำถามรองจากประเด็็นที่่�จะศึึกษา

คำถามหลััก หากมีีการแซงคิวิ นักั เรียี นจะทำอย่่างไร
คำถามรอง - ทำไมต้อ้ งต่่อคิิว
- หากเพื่่อ� นใช้้คำพูดู หยาบคายหรืือมีีการผลักั กันั ​
กัับนัักเรีียนที่่แ� ซงคิวิ นักั เรียี นจะทำอย่า่ งไร
- การแซงคิิวส่่งผลกระทบอย่า่ งไร

ภัยท่ี ๖ : รู้วิธีเสรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 232

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๒.๔ แบ่่งบทบาทหน้้าที่�่

แบ่่งกลุ่่�มนัักเรีียนเพื่่�อศึึกษาตามประเด็็นที่่�เลืือก โดยการเลืือกเข้้ากลุ่่�มให้้นัักเรีียนสมััครใจว่่าจะเลืือกศึึกษา
เรื่�องไหน กัับใคร และแบ่่งบทบาทว่่าใครจะเป็็นหััวหน้้ากลุ่่�ม ใครจะเป็็นคนสืืบค้้นข้้อมููล ใครจะเป็็นคนเขีียน
เรีียบเรีียง ใครจะเป็็นคนเตรีียมการนำเสนอ

หัวั หน้้ากลุ่�ม
ระบุุเป้า้ หมาย วางแผนการทำงาน (ศึกึ ษาเรื่อ� งใด อย่่างไร มอบหมายให้ใ้ คร เพื่่�อน
ทำได้ห้ รืือไม่่) กำกับั ติดิ ตามงานเพื่่�อไปสู่�เป้้าหมาย รวมถึึงการแก้ป้ ััญหาเฉพาะหน้้า

รองหัวั หน้้ากลุ่�ม
เป็็นคนจด เรียี บเรียี งข้อ้ มูลู

สมาชิิกในกลุ่�ม: หน่ว่ ยค้้นหา
ค้้นข้้อมููลจากที่่ต� ่่าง ๆ จากแหล่ง่ เรีียนรู้้�ที่่ห� ลากหลาย ด้ว้ ยการใช้ท้ ัักษะการสัังเกต

สมาชิกิ ในกลุ่�ม: ผู้้น� ำเสนอ
ร่ว่ มกัันคิดิ วิธิ ีกี ารนำเสนอที่่ม� ีกี ารเชื่�อมโยงผลงาน เช่่น อธิิบายประกอบชาร์ต์
กราฟ แผนความคิดิ จัดั บอร์์ดนิทิ รรศการ การสาธิิต ฯลฯ

สมาชิกิ ในกลุ่�ม: ผู้้�อำนวยความสะดวก
ช่ว่ ยจััดเตรีียมสื่�อ อุุปกรณ์ต์ ่า่ ง ๆ ให้ก้ ับั ทุุกบทบาทหน้้าที่่�

ภัยที่ ๖ : รูว้ ิธีเสรมิ สร้างสขุ ภาวะ | หน้า 233

ก(Aผาcรลtตทืีi่่่น�vค่� eตาััวดCใวo่นา่ lกจlaาะbรไดมo้ี้ีสรrั่ับa่วtนioร่n่วม)

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๑ การแจกแจงปััญหา (Problem Decomposition)

จากคำถามรองของประเด็็นที่่�จะศึึกษา ให้้นัักเรีียนลำดัับประเด็็นที่่�จะศึึกษาว่่าจะศึึกษาเรื่�องอะไร และควร
ศึึกษาประเด็็นไหนก่่อนหลัังแล้้วช่่วยกัันแจกแจงองค์์ประกอบของประเด็็นต่่าง ๆ จากประสบการณ์์เดิิม​
ของเพื่่�อนในกลุ่่�ม เช่่น

ประเด็น็ ที่่�จะแจกแจง การแจกแจงตาม
ประสบการณ์์เดิิมของนักั เรีียน

ปัญั หา: ฝึึกการมีวี ินิ ัยั ต่อ่ ตนเอง ส่ง่ ผลถึึงการมีวี ินิ ัยั
ทำ�ำ ไมต้้องต่อ่ คิวิ ต่่อส่ว่ นรวม
แก้้ปััญหา:
เพื่�่อความเป็น็ ระเบียี บเรียี บร้อยในสัังคม

ปััญหา: มีีสติิควบคุมุ อารมณ์์
หากนักั เรีียนถููกน้้องจิิงโจ้้แซงคิิว นักั เรียี นจะทำ�ำ แจ้้งให้้ครู ทราบ
อย่า่ งไร พยายามใช้้คำำ�พููดสุภุ าพบอกเพื่อ่� น
แก้้ปัญั หา: พููดให้้เห็็นความจริิง
พููดบอกเพื่�่อนด้้วยคำ�ำ พููดสุภุ าพว่า่ ให้้ไปต่อ่ คิิว ใช้้น้ำ��ำ เสีียงนุ่่�มนวล
ท้้ายแถว ท่า่ ทีอี ่อ่ นโยน

ปััญหา: เห็็นอกเห็น็ ใจผู้้�อื่่�น
ไม่อ่ ยากรอคิวิ นาน แซงซะเลย เคารพสิิทธิขิ องตนเองและผู้�้อื่่�น
แก้้ปัญั หา: อดทน รอคอย
ต้้องเคารพกติกิ าของสัังคม เห็็นคุณุ ค่่าของตัวั เอง

ภัยท่ี ๖ : ร้วู ธิ ีเสรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 234

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๒ การสืืบค้้น (Investigative Activities)

ให้้นัักเรียี นวางแผนวิิธีีการสืืบค้น้ ข้้อมูลู จากคำถามย่่อยที่่�ตั้ง� ไว้ว้ ่า่ จะสืืบค้้น ซึ่ง�่ การสืืบค้้นมีไี ด้้ ๓ วิธิ ีี
ให้้นัักเรียี นช่ว่ ยกันั คิดิ ว่่าจะสืืบค้้นแบบใดก่อ่ นหลััง

๓.๒.๑ ก(SาoรcสืืiบalเสInาะqข้u้อirมyููล)จากคนรอบข้้าง

การไปสััมภาษณ์์คนที่่ร�ู้�จััก เช่่น ครููสัังคม นักั จิิตวิิทยา เพื่่อ� หาวิธิ ีีการ​
แก้้ปััญหา หรืือการศึกึ ษาจากสื่�อคลิปิ วิดิ ีโี อ หนังั สืือต่่าง ๆ

๓.๒.๒ (กSาcรiสeืืบnเtสifาicะaจlากInกqรuะiบryว)นการทางวิทิ ยาศาสตร์์: สัังเกต ทดลอง

การสังั เกตการต่อ่ คิวิ รัับถาดอาหารหรืือการต่อ่ คิิวซื้อ�้ ขนมว่่ามีพี ฤติิกรรม​
แบบใด มีกี ารแก้้ปัญั หากัันอย่่างไร

๓.๒.๓ (กPาhรสilร้o้าsงoอpงhค์iค์caวlามInรู้q�จuากirกyา)รแลกเปลี่ย� นความคิดิ ประสบการณ์์

การนำข้้อมูลู ต่่าง ๆ ที่่ห� ามาสรุุปความคิดิ จากการแลกเปลี่�ยนความคิดิ เห็น็
ประสบการณ์ก์ ัับเพื่่อ� นในกลุ่�ม่

ภัยที่ ๖ : ร้วู ิธีเสรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 235

๓.๓ การจััดระเบีียบข้้อมููลบนกระดานคำถาม (Driving Question Board)

นำข้้อมููลที่่�ได้้มาบัันทึึกลงในตารางตามข้้อคำถามย่่อยแต่่ละข้้อ โดยระบุุข้้อมููลประกอบการแก้้ปััญหา​
ในแต่่ละข้้อคำถาม พร้้อมระบุุที่่�มาของแหล่่งข้้อมููล

คำ�ำ ถาม การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความรู้้�ที่่�ได้้จากการสืืบค้้นเพื่�อ่ แก้้ปััญหาแหล่ง่ ข้้อมููล

ทำ�ำ ไมต้้องต่อ่ คิิว เพื่�่อความเป็็นระเบียี บเรีียบร้อยทั้้�งต่อ่ ตนเองและส่่วนรวม สื่่อ� คลิปิ วิิดีโี อ
๑. วินิ ััยสำำ�คัญั ต่อ่ การพััฒนา https://youtu.be/
๒. วินิ ััยช่่วยสร้างทััศนคติเิ ชิงิ บวก FOrGijZK5m0
๓. วิินัยั ช่่วยให้้จดจ่อ่ สิ่�งต่า่ ง ๆ มากขึ้น� บทความจาก
๔. วินิ ััยช่ว่ ยพััฒนาสุุขภาพจิติ https://www.sanook.com/
๕. วินิ ััยช่่วยให้้สัังคมสงบสุุข campus/1400172/

จะแก้้ปััญหาด้้วยการบอก ใช้ส้ ติ/ิ พููดคุยุ ด้้วยคำำ�พููดที่่�สุุภาพ ครู/ผู้้�ปกครองเป็็นตัวั อย่า่ งของ
เพื่่อ� นอย่า่ งไร ชีีวิติ ดีีด้้วย ๖ วิิธีีสื่�อ่ สารเชิิงบวก พฤติกิ รรม
๑.บอกความรู้ส้� ึกึ ตนเอง เช่น่ ฉัันคิดิ ว่า่ ฉันั รู้ส� ึกึ ... บทความจาก
๒.ถามและรับั ฟัังความคิดิ เห็น็ ของอีีกฝ่า่ ย https://www.jvkorat.go.th/
๓.ชื่�น่ ชม ขอบคุณุ และให้้เกีียรติกิ ันั th/?p=1156
๔.เนื้้�อหา ชัดั เจนเฉพาะเจาะจงตรงกับั คนที่่�เราสื่�อ่ สาร
๕. คำำ�พููดและการกระทำำ�ควรสอดคล้้องกันั
๖. หลีีกเลี่�ยงการสื่อ่� สารทางลบ เช่่น พููดไม่ต่ รงกัับความรู้้�สึึก
พููดคลุมุ เครือไม่ช่ ัดั เจน พููดสั่ง� สอนติเิ ตียี น ประชดประชััน

มารยาทในการต่อ่ คิิว เปรียี บเทีียบกับั วััฒนธรรมญี่่�ปุ่�น บทความจาก
๑. เป็น็ วััฒนธรรมในสัังคมญี่่�ปุ่�น การแซงคิวิ นั้้น� เป็น็ สิ่�งที่่�ทำ�ำ https://www.dek-d.com/board/
ไม่ไ่ ด้้ knowledge/3334361/
๒. คนที่่�แซงคิวิ ถููกมองว่า่ เป็็นคนที่่ไ� ม่่มีีคุณุ ค่า่ เพราะคนนั้้�น สื่่�อคลิปิ วิดิ ีโี อกรณีีศึึกษา
เป็น็ คนที่่�เห็น็ แก่ต่ ัวั ไม่่เกรงใจคนอื่�น่ และทำ�ำ ให้้คนอื่่�นรอนาน https://youtu.
เพราะความเห็น็ แก่ต่ ััวของตนเอง be/8wjK0kd9_6w
๓. สิทิ ธิิและความเท่า่ เทียี มกััน ในแถวนั้้น� คนที่่�มีสี ิิทธิิมาก สื่่�อคลิิปวิดิ ีีโอกรณีีศึกึ ษา
ที่่�สุุดก็็คืือคนที่่�มาเร็ว็ ที่่�สุดุ คนนั้้น� เป็น็ ใคร ไม่ใ่ ช่เ่ รื่อ� งสำ�ำ คััญ https://youtu.be/6gNNRTxtAts
๔. สัังคมญี่่�ปุ่�นเชื่�อ่ ว่่า การเข้้าคิิวนั้้น� เป็็นสิ่ง� ที่่�ดีีที่่ส� ุดุ สำ�ำ หรัับ
ทุุกคน

ภยั ท่ี ๖ : รู้วธิ เี สริมสร้างสขุ ภาวะ | หน้า 236

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน๓.๔ สร้้างรูปู แบบการแก้้ปัญั หา

การนิิยามและกำหนดขอบเขตรูปู แบบการเชื่อ� มโยงความสัมั พันั ธ์ข์ ององค์ป์ ระกอบการแก้ป้ ัญั หา
(Model Illustration) ให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั สรุุปวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาจากประเด็น็ ข้อ้ คำถามย่อ่ ย โดยเลืือกข้อ้ สำคัญั
แล้ว้ วาดเป็น็ ภาพ โดยตัดั ประเด็น็ ที่่ไ� ม่เ่ กี่ย� วข้อ้ งออก ทำ Mind Map สรุุปลำดับั ขั้น้� ตอนการแก้ป้ ัญั หา
เชื่อ� มโยงความสัมั พันั ธ์ใ์ นการแก้ป้ ัญั หากับั คน เครื่อ� งมืือ หรืืออุุปกรณ์ท์ ี่่เ� กี่ย� วข้อ้ ง เพื่่อ� ใช้ใ้ นการแก้ป้ ัญั หา​
โดยอาจนำไปเชื่อ� มโยงกับั วิชิ าต่า่ ง ๆ เช่น่ สุุขศึกึ ษา วิทิ ยาศาสตร์์ เช่น่ ตัวั อย่า่ งแผนภาพความคิดิ ดังั นี้้�

ภยั ท่ี ๖ : รวู้ ธิ เี สริมสรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 237

๓.๕ ท(Tดeสsอtบ, Eปvรaะluเมaิินteต,ีีคaวnาdมแDลeะbหuาgจุMุดบoกdพeร่l่อBงehavior) การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

- เชิญิ ผู้�เชี่ย� วชาญ เช่่น ครููสอนสังั คม หรืือนัักจิิตวิทิ ยา มาให้้ความรู้� สร้า้ งความเข้า้ ใจเกี่�ยวกับั มารยาท
ทางสังั คม
- เล่่นบทบาทสมมติิเพื่่อ� สร้า้ งสถานการณ์จ์ ำลอง
- เปิิดสื่�อคลิิปวิิดีีโอเกี่�ยวกัับการแซงคิวิ แล้ว้ ให้้นักั เรีียนร่่วมกัันสัังเกต เปรียี บเทีียบ วิเิ คราะห์พ์ ฤติกิ รรม
ของตััวละครแต่่ละตัวั และร่ว่ มกันั พููดคุุยแลกเปลี่�ยนประสบการณ์์และความคิดิ เห็น็ ที่่ม� ีีต่่อการแซงคิวิ
- นำความรู้�ที่�ได้้มาแลกเปลี่�ยนแสดงความคิิดเห็็นร่่วมกััน และทดลองเชื่�อมโยงเรื่�องวิินััย จาก ชุุด​
แบบฝึกึ กิิจกรรม ชุุดที่่� ๒ มารยาทดี ี มีวี ินิ ัยั ทั้้�งสองเล่่ม เพื่่อ� เทีียบเคียี งว่า่ รูปู แบบที่่น� ัักเรีียนคิิดแก้ป้ ััญหา
ขึ้น� มานั้้น� สามารถนำไปใช้ใ้ นสถานการณ์์อื่น� ได้้หรืือไม่่

(๓E.x๖pสlื่a�่อiคnวaาnมdคิิดPแrลeะdสicะtท้้Bอeนhคaวvาiมoเrข้้oาใfจDesign Solution to a Problem)

เพื่่อ� รับั คำแนะนำจากเพื่่อ� นและครูู โดยให้น้ ักั เรียี นช่ว่ ยกันั หรืือส่ง่ ตัวั แทนในการนำเสนอรูปู แบบวิธิ ีกี ารแก้ป้ ัญั หาที่่�
สร้า้ งขึ้น� มา

- เล่น่ สมมติหิ รืือสถานการณ์์จำลอง
- จััดบอร์ด์ นิิทรรศการ
- จัดั ทำสื่�อคลิิปวิิดีโี อสั้�นสอนการแก้้ปััญหาจากการถูกู แซงคิวิ หรืือการรัับมืือหากมีีคนจะแซงคิวิ

ภยั ที่ ๖ : รูว้ ิธีเสรมิ สรา้ งสุขภาวะ | หน้า 238

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนการประเมิิน

พฤติกิ รรม

๑. รูปู แบบที่่�นักั เรีียนนำเสนอได้ค้ ำนึึงถึงึ ตัวั แปรที่่เ� หมาะสมกัับการแก้ป้ ัญั หาหรืือไม่่
๒. รูปู แบบที่่�นำเสนอแสดงความสััมพัันธ์์ระหว่่างตัวั แปรต่่าง ๆ ได้้อย่า่ งเหมาะสมหรืือไม่่
๓. รูปู แบบที่่�นำเสนอแสดงขอบเขตของระบบได้อ้ ย่่างชัดั เจนหรืือไม่่
๔. รูปู แบบที่่�นำเสนอสามารถจำลองการแก้้ปัญั หาปรากฏการณ์์หรืือเหตุุการณ์์ที่่เ� กิิดขึ้น� จริงิ ได้ถ้ ูกู ต้้อง
และเป็น็ ไปได้จ้ ริิงหรืือไม่่
๕. นักั เรียี นได้ใ้ ช้ก้ ระบวนการคิดิ เชิงิ คำนวณ (CT: Computational Thinking) ในการแก้ป้ ัญั หาหรืือไม่่
- การแจกแจง แยกแยะ (Decompose) ปััญหาหรืือปรากฏการณ์ ์ ด้ว้ ยการแยกออกเป็็น
องค์์ประกอบย่่อย
- การแปลงข้้อมูลู ที่่�ได้ใ้ ห้เ้ ป็น็ รหัสั (Encode) โดยใช้้หลักั เหตุุและผล และจััดลำดับั ขั้น�้ ตอน
การแก้ป้ ัญั หาที่่�เป็น็ ไปได้้จริงิ สู่�การแก้ป้ ััญหาเพื่่�อให้้ถึึงเป้้าหมาย (Algorithms)
- การจััดทำกราฟข้้อมููลที่่�สมเหตุุสมผล หรืือการนำเสนอที่่�ทำให้เ้ ห็น็ ภาพตััวแปรและ
ความสัมั พัันธ์ข์ องตััวแปรจากการทดลองหรืือสถานการณ์จ์ ริิง เพื่่อ� นำไปสร้้างเป็น็ รูปู แบบ
- การทดสอบและหาข้อ้ บกพร่อ่ ง (Debugging) จากการเปรียี บเทียี บผลข้อ้ สรุุปของการจำลอง​
กับั สถานการณ์จ์ ริงิ ในชีวี ิิต และรับั ฟังั ข้อ้ คิดิ เห็็นจากการสะท้้อนของเพื่่อ� นและครู ู
- ทบทวนซ้้ำเพื่่อ� ปรับั รููปแบบ

ทััศนคติิ

๑. รู้�จัักเคารพสิทิ ธิขิ องผู้�อื่น�
๒. การมีีนิสิ ััยระมััดระวัังไม่ใ่ ห้้เกิิดการปะทะหรืือใช้้คำพูดู ไม่่สุุภาพ

ความรู้ �

๑. เหตุุที่่�ทำให้เ้ กิิดการแซงคิิว
๒. การเคารพกฎ กติิกา ระเบีียบของสัังคม

ทัักษะ

๑. การใช้้คำพููดที่่�เหมาะสมเพื่่อ� ไม่่ให้้เกิดิ การทะเลาะวิิวาท
๒. การแก้้ไขปัญั หาจากการถููกแซงคิิว

ภัยท่ี ๖ : รู้วธิ ีเสรมิ สรา้ งสุขภาวะ | หนา้ 239

ข้้อแนะนำ การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

- ชวนนักั เรียี นตระหนักั ว่า่ นักั เรียี นอาจเป็น็ คนหนึ่่ง� ที่่ต� กอยู่�ในสถานการณ์ถ์ ูกู แซงคิวิ ได้ ้ สิ่่ง� ที่่น� ักั เรียี น
พึงึ ระลึกึ อยู่�เสมอ คืือ การให้ค้ วามสำคัญั กับั การมีวี ินิ ัยั ต่อ่ ตนเอง ความรับั ผิดิ ชอบ และการเคารพกฎ กติกิ า
ของสัังคม เพื่่�อให้้นัักเรีียนสามารถอยู่่�ร่่วมกัับผู้�อื่�นได้้อย่่างมีีความสุุข หากมีีใครละเมิิดสิิทธิิของนัักเรีียน​
สิ่ง� แรกที่่ค� วรทำ คืือ มีสี ติิ และควบคุุมอารมณ์ต์ นเอง จากนั้้น� ควรใช้ค้ ำพูดู และปฏิสิ ัมั พันั ธ์เ์ ชิงิ บวกในการแก้้
ปัญั หาและรับั มืือกับั บุุคคลหรืือสถานการณ์ด์ ังั กล่า่ ว
- ชวนนักั เรียี นฝึกึ สังั เกตพฤติกิ รรมของตนเองในการอยู่�ร่วมกับั ผู้�อื่น�
- ชวนให้น้ ักั เรียี นตระหนักั ถึงึ ผลที่่จ� ะตามมาหาไม่เ่ คารพสิทิ ธิทิ ั้้ง� ของตนเองและผู้�อื่น�
- ชวนนัักเรีียนคิิดไตร่่ตรองในเรื่�องการยอมรัับและให้้เกีียรติิผู้�อื่�นในสัังคม เคารพกติิกาการอยู่�
ร่่วมกััน
- ควรกระตุ้้�นให้น้ ักั เรียี นใช้ท้ ักั ษะต่า่ ง ๆ ที่่ห� ลากหลายและใช้ว้ ิธิ ีกี ารที่่ห� ลากหลายเพื่่อ� ไปถึงึ เป้า้ หมาย
- ให้้ความสำคััญกัับการเรีียนรู้้�ที่่�เน้้นผู้้�เรีียนเป็็นสำคััญ ด้้วยการเปิิดโอกาสให้้นัักเรีียนสามารถ
ศึกึ ษาในเรื่อ� งที่่เ� ป็น็ แผนที่่อ� ุุบัตั ิขิึ้น� มาขณะศึกึ ษา เพราะการสอนแบบโครงงานเรามักั จะรู้�ว่าเริ่ม� เรียี นในเรื่อ� ง
อะไร แต่ผ่ ลสุุดท้า้ ยของโครงงานอาจไม่ใ่ ช่ส่ิ่ง� เดียี วกับั ที่่เ� ริ่ม� เรียี น
- ควรหมั่น� ให้้นักั เรีียนได้้มีีส่่วนร่่วมในการทบทวนขั้น้� ตอนการทำงาน แลกเปลี่�ยนประสบการณ์์
ทบทวนข้้อมููลที่่�มีีทั้้�งหมด แลกเปลี่�ยนความคิิด ตั้้�งคำถามปลายเปิิดกัับนัักเรีียน ประยุุกต์์สิ่�งที่่�เรีียนรู้้�และ
สร้า้ งข้อ้ สรุุปร่ว่ มกันั
- สิ่่ง� สำคัญั ของการเรียี นรู้้�แบบโครงงาน คืือ
การได้เ้ ห็น็ สิ่่ง� ที่่ก� ำลังั ทำ
การได้เ้ ข้า้ ใจสิ่่ง� ที่่เ� ห็น็
การได้เ้ รียี นรู้้�จากสิ่ง� ที่่เ� ข้า้ ใจ
แต่ส่ิ่ง� ที่่ส� ำคัญั ที่่ส� ุุด คืือ การได้ป้ ฏิบิ ัตั ิจิ ากสิ่ง� ที่่เ� รียี นรู้้�

ภัยท่ี ๖ : ร้วู ธิ เี สรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 240

คพุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนสาระที่�่ ๑ การอ่า่ น
ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้้กระบวนการอ่า่ นสร้้างความรู้�และความคิิด
เพื่่อ� นำไปใช้ต้ ัดั สิินใจแก้้ปัญั หาในการดำเนิินชีวี ิิตและมีีนิสิ ััยรัักการอ่่าน

๔. แยกข้อ้ เท็จ็ จริงิ และข้้อคิิดเห็็นจากเรื่�องที่่�อ่่าน
๕. อธิบิ ายการนำความรู้�และความคิิดจากเรื่�องที่่�อ่่านไปตััดสิินใจ
แก้ป้ ัญั หาในการดำเนิินชีวี ิติ
๖. อ่า่ นงานเขีียนเชิงิ อธิบิ ายคำสั่ง� ข้้อแนะนำและปฏิิบััติิตาม
๗. อธิบิ ายความหมายของข้้อมูลู จากการอ่่านแผนผััง แผนที่่� แผนภููมิิ
และกราฟ
๘. อ่่านหนังั สืือตามความสนใจและอธิบิ ายคุุณค่า่ ที่่�ได้้รัับ
๙. มีมี ารยาทในการอ่่าน

สาระที่่� ๒ การเขีียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้้กระบวนการเขียี นเขียี นสื่่อ� สาร เขียี นเรีียงความ
ย่่อความ และเขียี นเรื่�องราวในรูปู แบบต่่าง ๆ เขียี นรายงานข้้อมููล
สารสนเทศและรายงานการศึกึ ษาค้้นคว้า้ อย่า่ งมีีประสิทิ ธิิภาพ

๒. เขียี นสื่่อ� สารโดยใช้ค้ ำได้ถ้ ูกู ต้อ้ งชััดเจนและเหมาะสม
๔. เขียี นเรีียงความ
๘. เขีียนเรื่อ� งตามจินิ ตนาการและสร้้างสรรค์์
๙. มีมี ารยาทในการเขียี น
สาระที่�่ ๓ การฟััง การดูู และการพูดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลืือกฟังั และดูอู ย่่างมีวี ิิจารณญาณ และพููด
แสดงความรู้� ความคิิดและความรู้้�สึึกในโอกาสต่่าง ๆ อย่่างมีีวิิจารณญาณ
และสร้า้ งสรรค์์
๑. พูดู แสดงความรู้� ความเข้า้ ใจจุุดประสงค์ข์ องเรื่อ� งที่่�ฟัังและดู ู
๒. ตั้้ง� คำถาม และตอบคำถามเชิิงเหตุุผลจากเรื่�องที่่�ฟัังและดูู
๓. วิเิ คราะห์ค์ วามน่า่ เชื่อ� ถืือจากการฟังั และดูสูื่อ� โฆษณาอย่า่ งมีเี หตุุผล
๖. มีมี ารยาทในการฟััง การดูู และการพููด

สาระที่�่ ๕ หลักั การใช้้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้้าใจธรรมชาติขิ องภาษาและหลักั ภาษาไทย
การเปลี่�ยนแปลงของภาษาและพลังั ของภาษา ภูมู ิปิ ัญั ญาทางภาษา
และรัักษาภาษาไทยไว้เ้ ป็็นสมบััติขิ องชาติิ

๒. ใช้ค้ ำได้เ้ หมาะสมกัับกาลเทศะและบุุคคล

ภยั ที่ ๖ : รู้วธิ เี สริมสรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 241

พคุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

สาระที่�่ ๖ ทักั ษะและกระบวนการทางคณิติ ศาสตร์์
มาตรฐาน ค ๖.๑ มีคี วามสามารถในการแก้ป้ ััญหา การให้เ้ หตุุผล
การสื่�อสาร การสื่�อความหมายทางคณิติ ศาสตร์์และการนำเสนอ
การเชื่�อมโยงความรู้้�ต่า่ ง ๆ ทางคณิิตศาสตร์์ และเชื่อ� มโยงคณิิตศาสตร์์
กับั ศาสตร์อ์ื่�น ๆ และมีีความคิดิ ริิเริ่ม� สร้า้ งสรรค์์

๑. ใช้ว้ ิิธีกี ารที่่ห� ลากหลายแก้ป้ ััญหา
๒. ใช้้ความรู้้� ทักั ษะและกระบวนการทางคณิิตศาสตร์์
ในการแก้้ปัญั หาในสถานการณ์์ต่่าง ๆ ได้้อย่า่ งเหมาะสม
๓. ให้เ้ หตุุผลประกอบการตัดั สินิ ใจ และสรุุปผลได้้อย่า่ งเหมาะสม
๔. ใช้ภ้ าษาและสััญลักั ษณ์์ทางคณิิตศาสตร์ใ์ นการสื่อ� สาร
การสื่อ� ความหมายและการนำเสนอได้้อย่่างถููกต้อ้ ง
๕. เชื่อ� มโยงความรู้้�ต่่าง ๆ ในคณิติ ศาสตร์แ์ ละเชื่�อมโยง
คณิติ ศาสตร์์กับั ศาสตร์์อื่�น ๆ
๖. มีคี วามคิดิ ริิเริ่ม� สร้า้ งสรรค์์
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนกลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �
คณิติ ศาสตร์์

กลุ่�มสาระการเรียี นรู้� สาระที่�่ ๘ ธรรมชาติขิ องวิิทยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีี
วิิทยาศาสตร์์ มาตรฐาน ว ๘.๑ ใช้ก้ ระบวนการทางวิทิ ยาศาสตร์แ์ ละจิิตวิทิ ยาศาสตร์์
ในการสืืบเสาะหาความรู้� การแก้้ปััญหา รู้้�ว่า่ ปรากฏการณ์์ทางธรรมชาติิ
ที่่�เกิดิ ขึ้น� ส่ว่ นใหญ่่มีีรููปแบบที่่แ� น่่นอน สามารถอธิบิ ายและตรวจสอบได้้
ภายใต้้ข้อ้ มููลและเครื่�องมืือที่่ม� ีอี ยู่�ในช่่วงเวลานั้้�น ๆ เข้้าใจว่า่ วิทิ ยาศาสตร์์
เทคโนโลยีี สังั คม และสิ่ง� แวดล้้อมมีีความเกี่ย� วข้้องสัมั พันั ธ์์กััน

๑. ตั้้�งคำถามเกี่ย� วกัับเรื่อ� งที่่จ� ะศึึกษาตามที่่ก� ำหนดให้้
และตามความสนใจ
๒. วางแผน การสังั เกต เสนอวิิธีีสำรวจตรวจสอบ ศึึกษาค้น้ คว้้า
โดยใช้ค้ วามคิิดของตนเอง ของกลุ่่�มและคาดการณ์์สิ่�งที่่จ� ะพบ
จากการสำรวจตรวจสอบ
๓. เลืือกใช้้วัสั ดุุอุุปกรณ์์ เครื่อ� งมืือที่่�เหมาะสมในการสำรวจ
ตรวจสอบ และบัันทึกึ ข้อ้ มููล
๔. จััดกลุ่�ม่ ข้้อมูลู เปรีียบเทียี บกับั สิ่ง� ที่่�คาดการณ์์ไว้้และนำเสนอผล
๕. ตั้้ง� คำถามใหม่จ่ ากผลการสำรวจตรวจสอบ
๖. แสดงความคิิดเห็น็ และรวบรวมข้้อมููลจากกลุ่ม่� นำไปสู่�การสร้า้ ง
ความรู้�
๗. บันั ทึึกและอธิบิ ายผลการสังั เกต สำรวจตรวจสอบ
ตามความเป็็นจริงิ มีแี ผนภาพประกอบคำอธิบิ าย
๘. นำเสนอจัดั แสดงผลงานโดยอธิิบายด้้วยวาจา
และเขียี นแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้้�อื่�นเข้้าใจ

ภยั ที่ ๖ : รูว้ ธิ เี สรมิ สรา้ งสุขภาวะ | หน้า 242

พคุวุทธาศมัสักอรดาคชล้๒้อ๕งก๕ัับ๑ตักัวรชี้ะ้�วัทัดรใวนงหศึลึกัักษสูาูตธิริกแากรนกลางการศึึกษาขั้้�นพื้้�นฐาน

สาระที่�่ ๒ หน้้าที่�พ่ ลเมืือง วัฒั นธรรม และการดำเนิินชีีวิิตในสัังคม­
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้้าใจและปฏิิบััติิตนตามหน้้าที่่�ของการเป็็นพลเมืืองดีี
มีคี ่า่ นิิยมที่่ด� ีีงาม และธำรงรักั ษาประเพณีีและวััฒนธรรมไทย ดำรงชีวี ิิต
อยู่�ร่วมกัันในสังั คมไทย และสัังคมโลกอย่า่ งสัันติิสุุข

๑. ปฏิิบัตั ิิตามกฎหมายที่่�เกี่�ยวข้้องกัับชีวี ิิตประจำวันั ของครอบครััว
และชุุมชน
๒. วิเิ คราะห์ก์ ารเปลี่ย� นแปลงวัฒั นธรรมตามกาลเวลา
และธำรงรัักษาวััฒนธรรมอัันดีีงาม
๓. แสดงออกถึงึ มารยาทไทยได้เ้ หมาะสมกับั กาลเทศะ
๔. อธิิบายคุุณค่่าทางวัฒั นธรรมที่่�แตกต่่างกัันระหว่า่ งกลุ่่ม� คน
ในสัังคมไทย
๕. ติดิ ตามข้้อมููลข่่าวสาร เหตุุการณ์์ต่า่ ง ๆ ในชีวี ิติ ประจำวััน
เลืือกรัับและใช้ข้ ้้อมูลู ข่่าวสารในการเรีียนรู้้�ได้้อย่า่ งเหมาะสม
การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนกลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �
สัังคมศึึกษา ศาสนา
และวัฒั นธรรม

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ � สาระที่�่ ๑ การดำรงชีวี ิิตและครอบครััว
การงานอาชีีพและ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้า้ ใจการทำงาน มีีความคิิดสร้า้ งสรรค์์ มีีทัักษะ
เทคโนโลยีี กระบวนการทำงาน ทักั ษะการจัดั การ ทัักษะกระบวนการแก้้ปััญหา
ทัักษะการทำงานร่่วมกััน และทัักษะการแสวงหาความรู้้� มีคี ุุณธรรม
และลัักษณะนิสิ ัยั ในการทำงานมีีจิิตสำนึกึ ในการใช้้พลังั งาน ทรััพยากร
และสิ่ง� แวดล้อ้ มเพื่่�อการดำรงชีวี ิิตและครอบครััว

๑. อภิปิ รายแนวทางในการทำงานและปรับั ปรุุงการทำงาน
แต่ล่ ะขั้น�้ ตอน
๒. ใช้้ทักั ษะการจัดั การในการทำงานและทัักษะการทำงานร่ว่ มกันั
๓. ปฏิิบัตั ิิตนอย่่างมีมี ารยาทในการทำงานกัับครอบครััวและผู้�อื่น�

สาระที่่� ๓ เทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่�อ่ สาร
มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้้าใจ เห็น็ คุุณค่า่ และใช้ก้ ระบวนการเทคโนโลยีี
สารสนเทศในการสืืบค้น้ ข้อ้ มูลู การเรียี นรู้้� การสื่�อสาร การแก้ป้ ััญหา
การทำงานและอาชีพี อย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพ ประสิิทธิิผลและมีคี ุุณธรรม

๑. บอกหลักั การเบื้�อ้ งต้้นของการแก้ป้ ัญั หา
๒. ใช้้คอมพิวิ เตอร์ใ์ นการค้้นหาข้อ้ มููล
๓. เก็บ็ รัักษาข้อ้ มููลที่่�เป็็นประโยชน์ใ์ นรููปแบบต่า่ ง ๆ
๔. นำเสนอข้้อมูลู ในรูปู แบบที่่�เหมาะสมโดยเลืือกใช้้ซอฟต์์แวร์ป์ ระยุุกต์์
๕. ใช้ค้ อมพิวิ เตอร์ช์ ่่วยสร้า้ งชิ้�นงานจากจิินตนาการหรืืองานที่่ท� ำ
ในชีีวิิตประจำวันั อย่า่ งมีีจิติ สำนึึกและความรัับผิิดชอบ

ภัยท่ี ๖ : รู้วธิ ีเสริมสร้างสุขภาวะ | หนา้ 243

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

คนไทยฉลาดรู้ �

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่่�อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยในการอ่่าน ฟัังและดููผ่่านช่่องทางหลากหลาย และทำความเข้้าใจตีีความแปลความ
และขยายความสิ่�งที่่�อ่่าน ฟัังและดููได้้อย่่างมีีวิิจารณญาณ เพื่่�อนำสิ่�งที่่�ได้้มาใช้้ในการพััฒนาตน
และประยุุกต์์ใช้้ในชีีวิิตประจำวััน
๒. ใช้้ภาษาไทยในการเขีียน พููดเพื่่�อนำเสนอข้้อมููลในรููปแบบต่่าง ๆ และช่่องทางที่่�หลากหลาย
อย่่างถููกต้้องเหมาะสม มีีเจตคติิที่่�ดีีในการรายงานผลการค้้นคว้้า เสนอทััศนะ โต้้แย้้ง โน้้มน้้าว
และแสดงแนวคิิดอย่่างมีีเหตุุผล
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้ �และมโนทััศน์์เกี่ �ยวกัับภาษาไทย ที่่�สนัับสนุุนด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
๒. ใช้้เหตุุผลสนัับสนุุนหรืือคััดค้้านในประเด็็นถกเถีียงในสถานการณ์์ต่่าง ๆ เช่่น การอภิิปราย
และการโต้้วาทีี
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่่�อสาร
๑. ใช้้ภาษาไทยทั้้�งวจนภาษา อวััจนภาษา และสััญลัักษณ์์ทางคณิิตศาสตร์์ เพื่่�อสื่�อความหมาย
และนำเสนออย่่างถููกต้้องเหมาะสม
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๒. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตนออกแบบแผนภููมิิรููปภาพหรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่�่อสาร
๑. ฟััง พููด อ่่านและเขีียนคำศััพท์์ภาษาไทยที่่�เกี่�ยวข้้องกัับความรู้�มโนทััศน์์ แนวคิิด หลัักการ
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. สร้้างกฎเกณฑ์์ทางคณิิตศาสตร์์วิิเคราะห์์ตรวจสอบกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหา
และการได้้มาของกฎเกณฑ์์นั้้�นโดยใช้้วิิธีีการให้้เหตุุผลเชิิงอุุปนััย
๒. ให้้เหตุุผลเชิิงนิิรนััยหรืือตรรกศาสตร์์เพื่่�อตรวจสอบข้้อโต้้แย้้งในวิิชาวิิทยาศาสตร์์
๓. สืืบค้้นผลกระทบของสมมติิฐานในกระบวนการคณิิตศาสตร์์ วิิธีีแก้้ปััญหาหรืือการสรุุป
๔. อธิิบาย เปรีียบเทีียบ แปลความหมายของแผนภููมิิรููปภาพจากสื่�อต่่าง ๆ เพื่่�อตอบปััญหา
ในชีีวิิตประจำวัันของตนออกแบบแผนภููมิิรููปภาพหรืือตารางโดยใช้้เทคโนโลยีี

ภัยที่ ๖ : รูว้ ธิ ีเสริมสรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 244

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. ตั้้�งคำถามสำคััญเกี่�ยวกัับเรื่�องที่่�จะศึึกษา วางแผนการสำรวจตรวจสอบตามความคิิดของตััวเอง
และของกลุ่่�ม เลืือกและใช้้วััสดุุอุุปกรณ์์หรืือเครื่�องมืือในการสำรวจตรวจสอบ เปรีียบเทีียบข้้อมููล
นำเสนอผลการจััดกระทำข้้อมููล อธิิบายผลการสำรวจตรวจสอบด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์
และสรุุปคำอธิิบายด้้วยแผนภาพประกอบข้้อความ
๒. เรีียนรู้้�ธรรมชาติิของวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีีและวิิศวกรรม เรื่�องราวในธรรมชาติิ เรื่�องราวที่่�มีี
การเปลี่�ยนแปลงจากการกระทำของมนุุษย์์ รวมทั้้�งเทคโนโลยีี ในสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับตนเอง
ครอบครััว ชุุมชนโดยมีีหลัักฐานสนัับสนุุนได้้อย่่างสมเหตุุสมผล
๓. ออกแบบและสร้้างแบบจำลองอย่่างง่่ายด้้วยความรู้�ทางวิิทยาศาสตร์์ เทคโนโลยีี และใช้้แบบจำลอง
เพื่่�ออธิิบายเรื่ �องราวในธรรมชาติิ
๔. แสดงความคิิดเห็็นสนัับสนุุนหรืือคััดค้้านด้้วยหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์อย่่างมีีเหตุุผล ตรวจสอบหลัักฐาน
ต่่าง ๆ จากแหล่่งที่่�มาให้้เป็็นที่่�เชื่�อถืือ
๕. ระบุุปััญหาและบริิบทของปััญหา ออกแบบต้้นแบบสิ่�งประดิิษฐ์์ด้้วยการวาดภาพและสร้้างต้้นแบบ
ของวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เลืือกไว้้ ระบุุวััสดุุอุุปกรณ์์ที่่�เหมาะสมที่่�จะนำมาสร้้างต้้นแบบและดำเนิินการ
ทดสอบต้้นแบบ ปรัับปรุุง ออกแบบซ้้ำเพื่่�อให้้ต้้นแบบที่่�เหมาะสมที่่�สุุด พร้้อมทั้้�งบัันทึึกผลการทดสอบ
และอธิิบายผลอย่่างใช้้เหตุุผล
กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�สัังคมศึึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่่�อสาร
๑. ฟััง พููด อ่่านและเขีียนคำศััพท์์ภาษาไทยที่่�เกี่�ยวข้้องกัับข้้อมููล หลัักการ แนวคิิด มโนทััศน์์
ที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรม
๒. ใช้้ภาษาไทยถ่่ายทอดความคิิด หรืือสนัับสนุุนจุุดยืืนทางความคิิดของตนในประเด็็น
ที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับสัังคม ศาสนาและวััฒนธรรมด้้วยทีีท่่าที่่�เหมาะสม
๓. ใช้้ภาษาไทยในการสนทนา โต้้แย้้ง นำเสนอความคิิดที่่�สร้้างสรรค์์ แลกเปลี่�ยน แบ่่งปัันความคิิด
มุุมมองในหััวข้้อ/หััวเรื่�องประเด็็นต่่าง ๆ เกี่�ยวกัับสัังคมท้้องถิ่�น ศาสนาและวััฒนธรรม หรืือระเบีียบ
แบบแผนต่่าง ๆ โดยคำนึึงถึึงความเหมาะสมกัับมุุมมองทััศนคติิของกลุ่่�มผู้�ชม/ผู้้�ฟัังและบริิบท
๔. ใช้้ภาษาไทยในการเรีียนรู้้�เรื่�องราว เรื่�องเล่่า รายละเอีียดรายงาน รายการคำอธิิบาย
โต้้แย้้งภาพประกอบ ตาราง แผนที่่� แผนภููมิิตาราง รููปถ่่าย รวมทั้้�งภาพจากระยะไกล ภาพจากดาวเทีียม
และภาพเสมืือนจริิง

ภัยที่ ๖ : รู้วธิ เี สรมิ สรา้ งสขุ ภาวะ | หนา้ 245

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านภาษาไทยเพื่�่อการสื่่�อสาร
๑. ฟััง พููด อ่่านและเขีียนคำศััพท์์ภาษาไทยที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับการสร้้างสุุขภาวะและส่่งเสริิมสุุขภาพ
ทั้้�งทางอารมณ์์สติิปััญญาร่่างกายสัังคมและจิิตวิิญญาณ
๒. ใช้้ภาษาไทยในการแลกเปลี่�ยนความคิิดเพื่่�อหาแนวทางในการสร้้างสุุขภาวะและส่่งเสริิมสุุขภาพ
๓. ใช้้ภาษาไทยทั้้�งที่่�เป็็นคำพููดและภาษาท่่าทางในการสื่�อสารสร้้างความสััมพัันธ์์และลดความขััดแย้้ง
สมรรถนะหลััก ด้้านคณิิตศาสตร์์ในชีีวิิตประจำวััน
๑. ใช้้แนวคิิดและความคิิดรวบยอดทางคณิิตศาสตร์์ในการกำหนดเป้้าหมายการสร้้างสุุขภาวะ
และส่่งเสริิมสุุขภาพทั้้�งทางอารมณ์์สติิปััญญาร่่างกายสัังคมและจิิตวิิญญาณ
สมรรถนะหลััก ด้้านการสืืบสอบทางวิิทยาศาสตร์์และจิิตวิิทยาศาสตร์์
๑. สืืบสอบความรู้้�ด้้วยหลัักฐานสนัับสนุุนเชิิงประจัักษ์์เรื่ �องราวเกี่ �ยวกัับสุุขภาวะทั้้�งด้้านสุุขภาพกาย
และสุุขภาพจิิต
๒. สร้้างผลิิตภััณฑ์์ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับสุุขภาวะด้้วยองค์์ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๓. ใช้้วิิธีีการทางวิิทยาศาสตร์์เพื่่�อสืืบสอบความรู้�เกี่�ยวกัับสิ่�งของและเครื่�องใช้้ในชีีวิิตประจำวััน
รวมทั้้�งบ่่มเพาะทัักษะการทำงาน ทัักษะการสร้้างงานการมีีลัักษณะนิิสััยทำงานอย่่างกระตืือรืือร้้น
ตรงเวลา ประหยััด ปลอดภััย สะอาด รอบคอบและมีีจิิตสำนึึกในการอนุุรัักษ์์สิ่�งแวดล้้อม

คนไทยอยู่่�ดีีมีีสุุข

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้�การจััดการชีีวิิตการพึ่่�งพาและพััฒนาตนเองผ่่านการฟัังและอ่่านจากแหล่่งความรู้้�ต่่าง ๆ
๒. ถ่่ายทอดความรู้ � แลกเปลี่ �ยนความคิิดเกี่ �ยวกัับการจััดการชีีวิิตการพึ่่�งพาและพััฒนาตนเองที่่�สมดุุล
ผ่่านการพููดและการเขีียนในลัักษณะต่่าง ๆ
๓. รัับรู้ �ชื่ �นชมเห็็นคุุณค่่าในความงดงามของภาษาและวััฒนธรรมไทย
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาชีีวิิตการจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีีมีีความสมดุุลทุุกด้้านโดยใช้้ความรู้�และกระบวนการ
ทางคณิิตศาสตร์์

ภยั ที่ ๖ : รู้วิธเี สรมิ สรา้ งสุขภาวะ | หน้า 246

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. พััฒนาทัักษะชีีวิิตการสร้้างความสมดุุลของชีีวิิตและสร้้างสุุขภาวะโดยใช้้องค์์ความรู้�
และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๒. เรีียนรู้้�การแก้้ปััญหา การจััดการและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลด้้วยหลัักเหตุุผล
กระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สัังคมศึึกษาศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. แก้้ปััญหาในชีีวิิตปรัับตััวต่่อสภาพความเปลี่�ยนแปลงและดำเนิินชีีวิิตให้้พอดีี มีีความสมดุุลทุุกด้้าน
โดยการน้้อมนำหลัักศาสนาที่่�ยึึดถืือมาใช้้
๒. ปฏิิบััติิตนเป็็นส่่วนหนึ่่�งของสัังคมวางตนได้้เหมาะสมกัับบทบาทและหน้้าที่่�ของตนที่่�มีีต่่อครอบครััว
และสัังคม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะชีีวิิตและความเจริิญแห่่งตน
๑. เรีียนรู้้�พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการสร้้างสุุขภาวะ และส่่งเสริิมสุุขภาพทั้้�งทางอารมณ์์ สติิปััญญา
ร่่างกาย สัังคมและจิิตวิิญญาณของตนเองและผู้ �อื่ �น
๒. เรีียนรู้้�พััฒนาทัักษะและเจตคติิในการป้้องกัันภััย โรคต่่าง ๆ และการปฏิิบััติิตนให้้มีีสุุขภาวะ

คนไทยสามารถสููง

กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �ภาษาไทย
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์และประเมิินสารที่่�ใช้้ในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่านและการเขีียน สรุุปสารตาม
ความเข้้าใจของตนเองและให้้ความเห็็นของตนเองที่่�มีีต่่อสารในเรื่ �องนั้้�น ๆ
๒. พััฒนาทัักษะในการตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานของข้้อมููลเหตุุผลและหลัักฐานอย่่างรอบด้้าน
และเหมาะสมตามบริิบทเชิิงวััฒนธรรมผ่่านการใช้้ภาษาไทยเพื่่�อการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด
การอ่่านและการเขีียน
๓. ระบุุปััญหาต่่าง ๆ รวมถึึงวิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหา
ที่่�เหมาะสมที่่�สุุดโดยใช้้ภาษาไทย
๔. อธิิบายกระบวนการแก้้ปััญหาที่่ต� นเองได้ล้ งมืือปฏิบิ ัตั ิิอย่า่ งเป็น็ ขั้น�้ ตอนและเป็็นระบบโดยใช้้ภาษาไทย
๕. ปรัับความคิิดของตนเองให้้มีีความยืืดหยุ่่�น สามารถมอง/คิิดและให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ
อย่่างหลากหลายแง่่มุุมด้้วยการใช้้ภาษาไทยในการสื่�อสารทั้้�งการฟััง การพููด การอ่่านและการเขีียน
๖. พััฒนาความคิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ และสื่�อสารด้้วยรููปแบบแตกต่่างจากเดิิม

ภัยท่ี ๖ : ร้วู ธิ เี สรมิ สร้างสุขภาวะ | หนา้ 247

ความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่่� ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)

สมรรถนะหลัักด้้านการรู้�เท่่าทัันสื่�่อ สารสนเทศและดิิจิิทััล
๑. ใช้้สื่�อสารสนเทศที่่�พบเห็็นในชีีวิิตประจำวัันในการพััฒนาทัักษะการฟัังและการอ่่าน
๒. เรีียนรู้้�รููปแบบการใช้้ภาษาของสื่�อและกลวิิธีีการใช้้ภาษาในสื่่�อ และตีีความจุุดประสงค์์
และรููปแบบการสื่ �อสารของโฆษณา ละครและข่่าว
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �คณิิตศาสตร์์
สมรรถนะหลัักด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลทางคณิิตศาสตร์์ โดยเฉพาะข้้อมููลที่่�เป็็นจำนวน
ให้้เหตุุผล ตลอดจนสื่่�อสารความหมายทางคณิิตศาสตร์์ตามที่่�ตนเองมีีความเข้้าใจและให้้ความเห็็น
๒. ตัดั สินิ ใจหาข้อ้ สรุุปทางคณิติ ศาสตร์บ์ นฐานของการเชื่อ� มโยงความรู้�ต่าง ๆ ทางคณิติ ศาสตร์อ์ ย่า่ งรอบด้า้ น
๓. ระบุุปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ที่่�พบในชีีวิิตประจำวััน วิิเคราะห์์องค์์ประกอบของปััญหาโดยใช้้ความรู้�
ทางคณิิตศาสตร์์ รวมถึึงหาวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�หลากหลายและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบ โดยใช้้ความรู้�ทางคณิิตศาสตร์์
หรืือความรู้�เกี่�ยวกัับสถิิติิและความน่่าจะเป็็นช่่วยในการตััดสิินใจลงมืือแก้้ปััญหาในขั้�้นตอนต่่าง ๆ
๕. ฝึึกฝนให้้มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในปััญหาหรืือสถานการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้อง
กัับคณิิตศาสตร์์ที่่�หลากหลายแง่่มุุม โดยเฉพาะการพิิจารณาปััญหาและการแก้้ไขปััญหาทางคณิิตศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มวิิธีีการแก้้ปััญหาทางคณิิตศาสตร์์ในรููปแบบใหม่่ ๆ สื่่�อสารและนำเสนอการสื่�อความหมาย
ทางคณิิตศาสตร์์ของตนเองให้้ผู้ �อื่ �นเข้้าใจและนำเสนอความคิิดนั้้�นอย่่างเป็็นรููปธรรม
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์ ประเมิินข้้อมููลและเหตุุผลด้้วยการสืืบเสาะหาความรู้�ที่�หลากหลาย
๒. ระบุุปััญหา วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหาอย่่างเป็็นเหตุุเป็็นผลผ่่านการสืืบสอบความรู้�ที่�หลากหลาย
เพื่่�อนำไปสู่ �การหาวิิธีีการแก้้ปััญหาผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์และเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหา
ที่่�มีีความเหมาะสมที่่�สุุด
๓. ตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ บนฐานข้้อมููลเหตุุผล หลัักฐานอย่่างรอบด้้านและเหมาะสมกัับบริิบท
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้ �ที่ �หลากหลายผ่่านกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๔. ใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์ในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้�้นตอน
และเป็็นระบบ
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในการแก้้ปััญหาต่่าง ๆ ที่่�หลากหลายแง่่มุุม
ผ่่านการสืืบสอบหาความรู้ �ที่ �หลากหลายและผ่่านการใช้้ความรู้ �และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิมด้้วยการใช้้ความรู้�และกระบวนการทางวิิทยาศาสตร์์
โดยอธิิบายความคิิดที่่�เป็็นสิ่่�งใหม่่และขยายผลต่่อยอดความคิิดนั้้�นให้้เป็็นรููปธรรม

ภัยที่ ๖ : ร้วู ธิ ีเสริมสรา้ งสุขภาวะ | หน้า 248

การภสา ้รยาใง้ตโิจสคตงรํสวงานกนึลิากรใขนิสพักทฒาธ์ินรหารัลัแบกลมืะสูอส่ตักงรบเ ึฝัปสกจริอัจมบยกเรา ีส่มรเยกรีงายทั้รนงจัใู้รดเนกสพื่าถอรเเารีสน ิรยศึมนก ู้รสษ ้รแาาลแงะลคปะวใระานสมิวบปีถกลีชาอิวรดตใัภ์ณ ้หยแกัวบดนั ้ลกอเมีรยนความสอดคล้้องของกิิจกรรมกัับสมรรถนะกัับคู่่�มืือการนำกรอบสมรรถนะหลัักของผู้้�เรีียน

ระดัับประถมศึึกษาปีีที่�่ ๔-๖ ไปใช้้ในการพััฒนาผู้้�เรีียน โดยคณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
ร่่วมกัับสำนัักงานเลขาธิิการสภาการศึึกษา กระทรวงศึึกษาธิิการ (๒๕๖๒)
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สัังคมศึึกษาศาสนาและวััฒนธรรม
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลและเหตุุผล สรุุปและให้้ความเห็็นที่่�นำไปสู่ �การอยู่่�ร่่วมกััน
ในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุข
๒. ฝึึกฝนตััดสิินใจเกี่ �ยวกัับการอยู่่�ร่่วมกัันในสัังคมไทยและสัังคมโลกอย่่างสัันติิสุุข บนฐานข้้อมููลเหตุุผล
และหลัักฐานอย่่างหลากหลายเหมาะสมกัับบริิบททางวััฒนธรรม
๓. ระบุุปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่�งแวดล้้อม วิิเคราะห์์สาเหตุุของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหา
และเลืือกวิธิ ีีการแก้้ปััญหาที่่เ� หมาะสมที่่ส� ุุดโดยที่่ไ� ม่ส่ ่ง่ ผลใด ๆ ต่อ่ ความสัันติสิ ุุขในสังั คมไทยและสังั คมโลก
๔. ลงมืือแก้้ปััญหาทางสัังคมหรืือสิ่ �งแวดล้้อมด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบด้้วยสำนึึก
ของการเป็็นพลเมืืองดีี
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นในเรื่�องต่่าง ๆ ที่่�เป็็นประเด็็นทางสัังคม
วััฒนธรรมและสิ่�งแวดล้้อม เปิิดใจยอมรัับความแตกต่่างทางสัังคมวััฒนธรรมที่่�มีีแง่่มุุมที่่�หลากหลาย
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ แบบแผนการดำรงชีีวิิตในสัังคมรููปแบบใหม่่ ๆ ที่่�แตกต่่างจากเดิิม และเหมาะสม
กัับบริิบททางสัังคมที่่�เปลี่�ยนแปลงไป โดยอธิิบายความคิิดหรืือแบบแผนการดำรงชีีวิิตรููปแบบใหม่่นั้้�น
กลุ่ �มสาระการเรีียนรู้ �สุุขศึึกษาและพลศึึกษา
สมรรถนะหลััก ด้้านทัักษะการคิิดขั้้�นสููงและนวััตกรรม
๑. ตััดสิินใจเรื่�องต่่าง ๆ เกี่�ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััว บนฐานข้้อมููลเหตุุผล
และหลัักฐานที่่�สืืบค้้นด้้วยการใช้้เทคโนโลยีีอย่่างรอบด้้านและเหมาะสมกัับบริิบททางสัังคมไทย
๒. วิิเคราะห์์ วิิพากษ์์และประเมิินข้้อมููลและเหตุุผล สรุุปและให้้ความเห็็นในเรื่ �องที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับสุุขภาพ
พลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััว
๓. ระบุุปััญหาที่่�เกิิดขึ้�นเกี่�ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััว วิิเคราะห์์สาเหตุุ
ของปััญหา หาวิิธีีการแก้้ปััญหาและเลืือกวิิธีีการแก้้ปััญหาที่่�เหมาะสมที่่�สุุด
๔. ลงมืือวางแผนในการป้้องกัันหรืือแก้้ปััญหาที่่�เกิิดขึ้ �นเกี่ �ยวกัับสุุขภาพพลานามััยของตนเอง
และบุุคคลรอบตััวด้้วยตนเองอย่่างเป็็นขั้้�นตอนและเป็็นระบบ
๕. มีีความยืืดหยุ่่�นทางความคิิด มอง/คิิดและให้้ความเห็็นเกี่�ยวกัับการป้้องกัันและการดููแลรัักษาสุุขภาพ
พลานามััยของตนเองและบุุคคลรอบตััวด้้วยแง่่มุุมที่่�หลากหลาย
๖. คิิดริิเริ่�มสิ่�งใหม่่ ๆ เกี่�ยวกัับการป้้องกัันการดููแลรัักษาและส่่งเสริิมสุุขภาพพลานามััยของตนเอง
และบุุคคลรอบตััวที่่�แตกต่่างจากเดิิม

ภยั ที่ ๖ : รูว้ ิธีเสรมิ สร้างสุขภาวะ | หน้า 249


Click to View FlipBook Version