หลักสูตรสถานศกึ ษา
โรงเรียนบา นโพนขา(วินติ วิทยาคาร) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓
(ฉบบั ปรบั ปรุงครัง้ ที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๓)
กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐)
สํานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๑
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 2
กระทรวงศึกษาธกิ าร
หลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นบา นโพนขา(วนิ ติ วทิ ยาคาร) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
(ฉบบั ปรับปรุงครั้งท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๖๓)
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐)
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 3
สํานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาศรสี ะเกษ เขต ๑
สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ประกาศโรงเรยี นบา นโพนขา(วินิตวิทยาคาร)
เรือ่ ง ใหใ ชหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนบานบา นโพนขา(วนิ ติ วทิ ยาคาร) พุทธศักราช ๒๕๖๓
(ฉบับปรับปรงุ คร้ังท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๖๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
กระทรวงศกึ ษาธิการ โดยสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ไดป ระกาศใชหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคาํ สัง่ ที่ สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวนั ท่ี ๑๑ กรกฎาคม
๒๕๕๑ มีผลบงั คบั ใชในโรงเรยี นตน แบบการใชห ลกั สูตรและโรงเรยี นท่มี ีความพรอมตามรายชื่อที่
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารประกาศ ในปการศึกษา ๒๕๕๒ ในชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๑ – ๖ และช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๑
และ ๔ สว นโรงเรยี นทั่วไป ใหใชหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาชัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ในปก ารศึกษา
๒๕๕๓ ในช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๑ – ๖ และชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ และ ๔
ในภาคเรยี นท่ี ๒ ปก ารศึกษา ๒๕๕๗ โรงเรียนดําเนนิ การจัดทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช
๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๕๗) ตามนโยบายของคณะรกั ษาความสงบแหงชาติ (คสช) ผา น
กระทรวงศกึ ษาธิการ ตามหนังสือ ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว๗๗๙ ลงวนั ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยมีการผสมผสาน
กบั ผลการประเมินหลกั สูตรสถานศึกษาที่ใชมาในรอบ ๕ ป ผนวกกบั แนวโนม การพฒั นากาํ ลังคน เศรษฐกิจ
วัฒนธรรม และส่ิงแวดลอมในโลกอนาคต ท่ีผเู รียนตองมีความพรอมในการดํารงชวี ติ สบื ไป และเพิ่มเติมวิชา
หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 4
หนา ที่พลเมืองเปน วิชาเพิ่มเติมทุกชนั้ ป และแทรกกจิ กรรม เน้อื หาสาระการเรียนรู ในรายวชิ าประวัตศิ าสตร
ในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม เนนเรอื่ งการปลูกฝงคณุ ธรรม จรยิ ธรรม การ
สรา งวินัย การมจี ิตสาํ นกึ รับผิดชอบตอสงั คมยึดม่ันในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ และมีความ
ภาคภูมิใจในความเปน ไทย
ปก ารศึกษา ๒๕๖๑ กระทรวงศึกษาธิการ ไดออกคําส่ังท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ เร่อื ง ใหใช
มาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ช้วี ดั กลุม สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตร ในกลุม
สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ สงผลใหโ รงเรยี นตองมีการพฒั นาปรบั ปรงุ หลักสตู รสถานศึกษา
พุทธศักราช ๒๕๕..... (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๕๗ ) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ อีกครั้งหนง่ึ เพือ่ ใหสอดคลองกบั คําสง่ั ดังกลาว ทส่ี ัง่ ใหโ รงเรียนตอ งใชม าตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดที่
มีการเปล่ยี นแปลงในการจดั การเรียนรูในภาคเรยี นที่ ๑/๒๕๖๑ ในชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๑ ปท่ี ๔ และ
มธั ยมศึกษาปที่ ๑ และ ปท่ี ๔
อนงึ่ การปรับปรงุ หลกั สตู รสถานศกึ ษา ครง้ั น้ี โรงเรียนดําเนนิ การตามกระบวนการหลักสตู รครบ
ทกุ ขั้นตอน และไดนําขอ มลู สารสนเทศจากการประเมินผลหลกั สตู รสถานศึกษา ในรอบปก ารศกึ ษา ๒๕๕๗ –
๒๕๖๐ มาเปน ขอมลู ฐานในการกําหนดเปาหมายการพัฒนา เพอ่ื ยกระดับคณุ ภาพผเู รียนใหสอดคลองกับ
ศักยภาพผเู รยี น บริบทของชมุ ชน ทอ งถิ่น มุงสรางคนคุณภาพท่ีสอดคลองกับยทุ ธศาสตรช าติ ๒๐ ป ให
สามารถดาํ เนนิ ชีวติ อยูในโลก ๔.๐ ไดอ ยา งม่ันคง มงั่ คั่ง ยงั่ ยืนภายใตหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และ
สมรรถนะสาํ คัญของพลเมืองโลกในศตวรรษท่ี ๒๑ ไดอยางเขมแข็ง ย่งั ยืน ทีเ่ ปน มติ รกับธรรมชาติ สิ่งแวดลอม
ทีเ่ อื้อตอ การดาํ รงอยขู องกันและกันสบื ไป
โรงเรยี นบา นโพนขา(วินิตวิทยาคาร) ไดโ ดยนําเสนอรางหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบานโพนขา
(วนิ ิตวิทยาคาร) พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุงครัง้ ท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๖๑ ) กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และสังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช
๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ใหคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ไดพจิ ารณาใหค วามเห็นชอบใน
การประชุมเมื่อ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓
และท่ปี ระชุมมมี ติเหน็ ชอบอนมุ ตั ใิ หประกาศใชห ลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี น ฉบับน้ี ตั้งแตภาคเรียนท่ี
๑ ปการศึกษา ๒๕๖๑ ตามลาํ ดับดงั นี้
๑. ปการศกึ ษา ๒๕๖๑ ใชจ ัดการเรยี นการสอนในชนั้ ประถมศึกษาท่ี ๑ และ ๔ มธั ยมศึกษาปที่ ๑
๒. ปการศกึ ษา ๒๕๖๒ ใชจัดการเรียนการสอนในช้ันประถมศกึ ษาท่ี ๑ ,๒,๔,๕ และมัธยมศกึ ษาปที่
๑,๒
๓. ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๒ ใชจัดการเรยี นการสอนในชนั้ ประถมศึกษาที่ ๑ -๖ และมัธยมศึกษาปท่ี ๑-๓
หลักสูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 5
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
วา ที่รอยตร.ี ................................... ........................................
(นายรังสรรค กรงึ ไกร ) (นายบัญชา อุทติ ะสาร)
ตําแหนง ประธานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ตาํ แหนง ผอู ํานวยการโรงเรียนบา นโพนขาฯ โรงเรียนบานโพนขา(วนิ ิตวทิ ยาคาร)
คาํ นํา
ตามคําส่งั กระทรวงศึกษาธิการ ตามคําสง่ั ท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรยี นรู
และตัวชว้ี ดั กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร ในกลุมสาระการเรียนรสู ังคม
หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 6
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ สง ผลใหโรงเรียนบาตอ งมกี ารพัฒนาปรับปรงุ หลักสตู รสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ใหแ ลว เสรจ็ เพ่ือประกาศใชห ลกั สูตรฯ ในปก ารศึกษา ๒๕๖๑ ในชัน้
ประถมศึกษาปที่ ๑ , ๔ มธั ยมศึกษาปที่ ๑ , ๔ ปการศึกษา ๒๕๖๒ ใหใ ชจ ดั การศกึ ษาในชัน้ ประถมศึกษาปท่ี
๑,๒ และ ๔,๕ มัธยมศึกษาปท่ี ๑,๒ และ ๔,๕ ปการศกึ ษา ๒๕๖๓ ใหใ ชจัดการศกึ ษาทุกป
จากคําส่งั ดังกลาว มีผลใหโรงเรียนตอ งปรับปรุงหลักสตู รสถานศกึ ษา ตามกระบวนการหลกั สูตรอีก
ครัง้ หนึง่ ซึง่ ถือเปน การปรับปรงุ หลักสตู รสถานครง้ั ที่ ๒ ต้ังแตม กี ารใชห ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เปน แกนสาระการเรยี นรูพนื้ ฐานของหลักสูตรสถานศึกษาเปน ตน มา โดยการปรบั ปรงุ
หลกั สูตรสถานศึกษาฯ คร้ังนี้ เปน การปรับปรุงบางสวน เพื่อใหส อดคลอ งกับคาํ สั่งกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ดงั กลา วขา งตน และไดปรบั ปรุงเปา หมายความสําเรจ็ ท่บี ง ช้ีถงึ คณุ ภาพของผเู รยี น ทเี่ นนใหม คี วามสอดคลอ งกบั
ยทุ ธศาสตรการพฒั นาประเทศ ๒๐ ป ผเู รยี นมีทกั ษะสมรรถนะคุณลกั ษณะของการเปน พลเมอื งโลกในศตวรรษ
ที่ ๒๑ และเนน การสรา งผูเ รียนใหเ ปน บุคคลแหง การเรยี นรตู ามเปาหมายการพัฒนาประเทศไทย ในยุค ๔.๐
ภายใตหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผเู รยี นมีพฤตกิ รรมบงชี้ถงึ การมคี ุณคาตามหลักคา นิยมคนไทย ๑๒
ประการ เปนตน
คณะผูจัดทําหลกั สูตร(สถานศึกษา) โรงเรียนบา นโพนขา (วินิตวิทยาคาร) ขอขอบคุณ คณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พื้นฐานโรงเรียนบานโพนขา (วนิ ิตวิทยาคาร) ผทู รงคุณวฒุ ิ ศกึ ษานิเทศก ครูผสู อน และผมู สี ว น
รวมจากทุกหนว ยงานท่ีเกีย่ วของ ทีช่ วยใหก ารพฒั นาหลักสูตรฉบบั นี้ มีความสมบรู ณและเหมาะสมตอการจัด
การศกึ ษาเพือ่ นักเรยี นในเขตบรกิ ารของชุมชน
โรงเรียนบา นโพนขา (วนิ ิตวทิ ยาคาร)
พฤษภาคม ๒๕๖๓
หลักสูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 7
คําชแ้ี จง
กระทรวงศึกษาธิการ ไดออกคาํ สั่งท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ เร่ือง ใหใชม าตรฐานการเรยี นรูแ ละ
ตัวชวี้ ัด กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร ในกลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา
ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ลงวนั ท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ ประกอบกับคําสงั่ สพฐ.ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ใหเ ปล่ยี นแปลงมาตรฐานการ
เรียนรแู ละตวั ชว้ี ดั ฯลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ สง ผลใหโรงเรยี นจาํ เปน ตอ งมีการพฒั นาปรบั ปรุงหลกั สตู ร
สถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕..... (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๕๗ ) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ อกี ครงั้ หน่งึ เพื่อใหสอดคลองกบั คําสั่งดงั กลาว ทสี่ ่ังใหโ รงเรียนตอ งใชมาตรฐานการเรียนรู
และตัวชวี้ ดั ท่มี กี ารเปลี่ยนแปลงในการจดั การเรียนรูในภาคเรยี นที่ ๑/๒๕๖๑ ในชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ ปท ่ี ๔
และมัธยมศึกษาปท่ี ๑ และ ปท่ี ๔
การปรับปรุงหลกั สูตรสถานศกึ ษาฯ ครัง้ น้ี เปน การปรับปรงุ บางสว น เพอื่ ใหส อดคลองกับคาํ สง่ั
กระทรวงศกึ ษาธิการ ท่ีกลาวถึงในเบื้องตน และปรับปรุงเปาหมายความสาํ เรจ็ เชิงคุณภาพของผเู รียนท่เี นน
ความสอดคลองกับยทุ ธศาสตรก ารพัฒนาประเทศ ๒๐ ป ผูเ รียนมที กั ษะสมรรถนะคณุ ลกั ษณะของการเปน
พลเมืองโลกในศตวรรษที่ ๒๑ และเนน การเสริมสรา งผูเรยี นใหเ ปนบุคคลแหงการเรียนรูในยุค ๔.๐ ภายใต
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผูเ รยี นมีพฤติกรรมบงชี้ถึงการมีคุณคาตามหลักคานิยมคนไทย ๑๒ ประการ
เปนตน
อน่งึ ในสวนทม่ี กี ารปรับปรงุ คือ การปรับเปลย่ี นมาตรฐานการเรยี นรูแ ละตัวชว้ี ดั ในกลมุ สาระ
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร ทถ่ี ือเปน การปรบั ปรุงเน้ือหา กจิ กรรม ท้ังหมด ตามท่เี คยประกาศใชมาต้ังแต
ปก ารศกึ ษา ๒๕๕๑ จนถึงปการศึกษา ๒๕๖๐ สวนสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีการ
ปรบั เปล่ียนเฉพาะสวนของมาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชว้ี ดั ในสาระภูมศิ าสตร เทานัน้ นอกนน้ั ยังคงเดิมทง้ั หมด
แตใ นกระบวนการจดั ทําคําอธิบายรายวชิ าของกลุมสาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อความสะดวก
จึงมกี ารจัดทําขึ้นมาใหมท ้ัง ๔ สาระ ยกเวน สาระประวตั ิศาสตร ซ่ึงถอื เปนสาระพื้นฐานท่ีจดั เปน รายวิชา
พื้นฐาน ตามคําสง่ั กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวนั ท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และในสวนที่
เกยี่ วของกับการปรับเปลี่ยนเน้ือหาสาระ จุดเนน เพือ่ การพัฒนาคนไทย ตามประกาศของคณะรกั ษาความสงบ
แหง ชาติ คสช. ตามหนงั สือ ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว๗๗๙ ลงวนั ท่ี ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ กย็ ังคงความจาํ เปน ทตี่ อง
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 8
บรรจแุ นวคิดความตองการ จําเปน ไวเ พ่ือการจัดการเรียนรูตามเจตนารมณของหลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานไว
เชน เดมิ
ในการยกรางหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบานโพนขา(วินติ วทิ ยาคาร) โรงเรยี นไดจ ัดใหม กี ารประชุม
วิพากษว จิ ารณ ตรวจสอบความถูกตอง สมบูรณของเอกสารหลักสตู ร ตามกระบวนการหลักสตู รทุกข้นั ตอน
และเอกสารหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบานโพนขา (วนิ ิตวิทยาคาร) ไดร ับการอนมุ ัตใิ หประกาศใชอยางเปน
ทางการโดยมติท่ปี ระชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานของสถานศึกษา ในวนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓
โรงเรียนจึงไดจดั ทําประกาศโรงเรยี นบา นโพนขา (วนิ ติ วทิ ยาคาร) เรือ่ ง ใหใ ชหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียน
บานบา นโพนขา
(วินิตวิทยาคาร) พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ คร้ังท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ดงั กลาวขางตน
โรงเรยี นจะดาํ เนินการใชห ลักสูตรเต็มระบบ เต็มศักยภาพขององคกรและวัฒนธรรมโรงเรียน ดว ย
ความรับผิดชอบตอหนาทแ่ี ละผูมสี วนเกี่ยวของทุกฝาย อีกทั้งพรอ มใหม ีการปรบั ปรุงแกไขไดในอนาคต เพอ่ื
ประโยชนข องชาติและผเู รียนเปนสําคัญ
วา ทีร่ อ ยตร.ี ..............................................................
( นายรังสรรค กรงึ ไกร )
ผอู าํ นวยการโรงเรยี นบานบานโพนขา(วินิตวทิ ยาคาร)
ท่ีมา ความสําคัญ และความ
กระทรวงศกึ ษาธิการไดประกาศใชหลกั สตู รการศึกษาอิงมาตรฐานมาแลว ๒ ฉบบั คือ หลักสตู ร
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๔ และหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
เพอื่ ใหเ ปน หลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกาํ หนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายและ
กรอบทิศทางในการพฒั นาคุณภาพผเู รยี นใหเปน คนดี มีปญญา มคี ุณภาพชีวติ ทด่ี ีและมีขีดความสามารถ ในการ
แขง ขันในเวทรี ะดบั โลก (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๔) พรอ มกนั น้ีไดปรับกระบวนการพัฒนาหลักสตู รใหม ี
ความสอดคลองกบั เจตนารมณแหงพระราชบญั ญัติการศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ ที่แกไขเพิ่มเตมิ (ฉบับ
ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และทแ่ี กไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี ๓ ) พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่มุง เนน การกระจายอาํ นาจทางการศกึ ษาให
ทองถ่ินและสถานศึกษาไดม บี ทบาทและมีสว นรวมในการพัฒนาหลักสูตร เพอ่ื ใหสอดคลองกบั สภาพ และ
ความตอ งการของทอ งถ่นิ
คาํ สัง่ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ ใหโ รงเรียนทั่วไป จัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษา
ตามกระบวนการท่หี ลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กาํ หนด ใหแลวเสร็จพรอม
ประกาศใชใ นการจดั การศึกษาของโรงเรยี น ตามประกาศขางตน โดยใหโรงเรียนทจี่ ดั การศึกษาระดับ
ประถมศกึ ษา ใชในการจัดการเรียนการสอนตงั้ แตช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๑ – ๖ ในปก ารศึกษา ๒๕๕๓ เปนตนไป
หลักสูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 9
สว นโรงเรียนท่ีจดั การศกึ ษาระดบั มธั ยมศึกษา ใหใชใ นช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ และท่ี ๔ ในปการศึกษา ๒๕๕๓
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๑, ๒ และ ๔,๕ ในปก ารศึกษา ๒๕๕๔ ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑,๒,๓ และ ๔,๕,๖ ในป
การศึกษา ๒๕๕๕
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไดก าํ หนดแนวทางและเปา หมายใน
การใชเ พื่อพัฒนาการจัดการศึกษาของทกุ โรงเรยี นท่วั ประเทศ เพื่อความเปนเอกภาพของชาตริ วมกนั โดยใหถอื
เปนจุดเนน หลกั ๆ ที่ตองปฏบิ ัติ คือ ใหเปนหลกั สูตรการศึกษาเพ่ือความเปน เอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและ
มาตรฐานการเรียนรู เปน เปา หมายสําหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนใหม ีความรู ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรมบน
พื้นฐานของความเปนไทยควบคูกบั ความเปนสากลเปน หลักสตู รการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมโี อกาส
ไดรับการศึกษาอยา งเสมอภาค และมคี ุณภาพเปนหลักสตู รการศกึ ษาทีส่ นองการกระจายอํานาจ ใหสังคมมสี วน
รว มในการจัดการศึกษาใหส อดคลองกบั สภาพและความตองการของทองถ่ินเปน หลกั สตู รการศึกษาท่ีมี
โครงสรางยดื หยนุ ทั้งดานสาระการเรียนรู เวลาและการจัดการเรยี นรูเปน หลักสูตรการศึกษาท่เี นนผเู รยี นเปน
สาํ คญั เปน หลักสตู รการศึกษาสําหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุม เปา หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู และประสบการณ
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มงุ พฒั นาผูเรียนใหเปน คนดี มี
ปญ ญา มคี วามสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชพี ไดกําหนดเปน จุดหมายเพ่อื ใหเ กดิ กับผูเ รยี น
เมอื่ จบการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน คอื เนนใหผ ูเรียนมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมท่ีพงึ ประสงค เห็นคุณคาของ
ตนเอง มีวนิ ัยและปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง มีความรู ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกปญ หา การใชเ ทคโนโลยี และมีทักษะ
ชวี ติ มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มสี ขุ นิสัย และรกั การออกกาํ ลงั กาย มีความรักชาติ มีจิตสาํ นกึ ในความ
เปน พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวถิ ชี วี ิตและการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ
ทรงเปน ประมขุ และมจี ิตสาํ นึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภมู ิปญ ญาไทย การอนรุ กั ษและพัฒนา
ส่ิงแวดลอ ม มีจิตสาธารณะท่ีมงุ ทําประโยชนและสรา งสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยรู ว มกนั ในสงั คมอยา งมี
ความสุข
ในการใชห ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มกี ารปรบั ปรุง
เปลี่ยนแปลงในการกําหนดจดุ เนน เพือ่ การพฒั นาคณุ ลกั ษณะของคนไทย ท่ีเนน การเปน พลเมอื งไทย รักศรทั ธา
และจงรกั ภักดีในสถาบันพระมหากษัตริยส บื ไป ไดมกี ารออกประกาศของคณะรักษาความสงบแหง ชาติ คสช.
ข้ึน ตามทแี่ จงในหนงั สอื กระทรวงศกึ ษาธิการ ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว๗๗๙ ลงวันท่ี ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ เนนการ
สอนประวัติศาสตร ๕ จดุ เนน และการกําหนดใหมีรายวิชาหนาทพ่ี ลเมือง เปน รายวิชาเพม่ิ เติม บังคับให
นักเรียนทุกชัน้ ปตองไดเ รยี นอยางเทา เทยี มกัน และตอมาไดมหี นังสอื ท่ี ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๓๕๘๘ ลงวนั ท่ี ๓
ตุลาคม ๒๕๕๙ กาํ หนดตัวชีว้ ดั ตองรแู ละควรรู ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ เพอ่ื ใหท ุกโรงเรียนจัดการเรียนการสอนไดตรงตามเปาหมายพัฒนาศักยภาพผเู รยี นทสี่ อดคลองกับ ๕
สมรรถนะของหลกั สูตรยิ่งข้นึ นอกนนั้ มีการปรบั ลด ขยายโครงการการบรหิ ารจดั การเวลาเรยี นกลุมสาระการ
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 10
เรียนรูภาษาตา งประเทศเพื่อการสอ่ื สาร ที่โรงเรียนสามารถใชด ลุ ยพินจิ ปรบั เปล่ยี นไดตามความเหมาะสมแต
ตองไมก ระทบกบั การพัฒนาผูเรียนใหไดต ามมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัดหลักสตู ร
อนึง่ ในการปรบั เปลย่ี นและพัฒนาปรบั ปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ครัง้ น้ี โรงเรยี นดาํ เนินการตาม
คําส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ โดยดําเนนิ การตาม
กระบวนการหลกั สตู รครบทุกขน้ั ตอน แมจะเปนเพยี งปรับเปลี่ยนมาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชีว้ ัดเพียงบางสว น
กต็ าม ซง่ึ การปรบั ปรงุ หลักสตู รสถานศกึ ษาครั้งน้ี คณะทาํ งานปรบั ปรุงหลกั สูตรไดมีการศึกษาทบทวน
องคประกอบตางๆ ของการพัฒนาหลักสูตร ตามความตองการจาํ เปน เชน กรอบหลกั สูตรระดับทองถิ่น ขอ มูล
สารสนเทศการประเมินหลักสูตรสถานศึกษาในรอบ ๔ ปก ารศึกษา (๒๕๕๗-๒๕๖๐) ผลการตดิ ตามผเู รียนที่จบ
การศึกษาในแตล ะรนุ ของโรงเรียนและอื่นๆ ตลอดจนแนวโนมการพัฒนาผเู รียนสโู ลกอนาคต ทัง้ แผน
ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ๒๐ ป เปา หมายการพฒั นากาํ ลงั คนสยู ุค ๔.๐ คุณลักษณะและสมรรถนะสาํ คัญ
ของพลเมืองไทยและพลโลกในศตวรรษที่ ๒๑ ภายใตห ลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมุข เปนตน
กรอบหลักสตู รระดับทองถ่นิ จังหวัดศรีสะเกษ ทป่ี ระกาศใชร วมกันกับทกุ หนว ยงานที่จัดการศึกษา
ระดับพื้นฐาน ในเขตพืน้ ทจ่ี งั หวัดศรีสะเกษ ไดก ําหนดเปา หมาย จุดเนน ที่สถานศึกษาตองนาํ ไปพจิ ารณากาํ หนด
เปนจดุ พัฒนาผเู รยี น คือ ตองมงุ เนน ผเู รียนเปนสําคัญ บนพื้นฐานความเชอ่ื วา ทุกคนสามารถเรียนรแู ละพัฒนา
ตนเองไดเตม็ ตามศักยภาพ ผูเรยี นมโี อกาสเรียนรูเ รอ่ื งราวของชุมชน ทอ งถน่ิ ซงึ่ เปนสภาพแวดลอ มในชีวติ จรงิ
ของตน ทําใหเ กดิ ความตระหนัก เหน็ คณุ คา สํานึกรักผูกพันกับทอ งถนิ่ มีความภาคภูมิใจในบรรพบุรษุ ถิ่นฐาน
บานเกิด เปน สมาชกิ ทดี่ ีของชุมชน ตลอดจนสามารถแกป ญ หา พฒั นาชวี ิต อาชีพ ครอบครวั และสงั คมของ
ตนเองได ตามควรแกฐ านะ และเปน บุคคลที่มคี วามรอบรเู กีย่ วกับทองถ่นิ ในแงม ุมตา งๆ ทง้ั ดา นเศรษฐกจิ
สงั คม วฒั นธรรม ฯลฯ อยา งชัดเจน
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา นโพนขา(วินติ วทิ ยาคาร) โรงเรยี นไดน าํ ไปสูการบริหารงาน
หลกั สตู รเต็มรปู แบบมาเปนเวลา ๑๐ ป มผี ลผลิต ผลลพั ธทคี่ วรแกการกลา วถึง มากมาย อาทเิ ชน
๑. ดานคณุ ภาพผูเ รียนในรอบปท ่ผี า นมา ผูเรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จากผลการทดสอบ
ระดบั ชาตขิ องชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓ ทค่ี าเฉลี่ยโดยรวมท่ี รอ ยละ ๕๕.๑๔ ระดับทองถิน่ โดยรวมทคี่ าเฉลย่ี รอ ย
ละ ๕๕.๙๑ ตลอดจนระดบั สถานศึกษา ท่ผี เู รียนสามารถผา นระดบั การประเมินผลสนิ้ ปก ารศึกษา ไดเล่อื นชั้น
ปก ารศกึ ษาในแตละป คิดเปนคาเฉล่ียรอ ยละ ๕๗.๑๔ของนักเรยี นทงั้ หมด ๑๔. คน ผลการทดสอบระดบั ชาติ
ของชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖ ที่คา เฉลีย่ โดยรวมท่ี รอยละ ๔๙.๐๗ ระดบั ทอ งถิน่ โดยรวมที่คาเฉลี่ยรอยละ
๔๗.๙๕ตลอดจนระดบั สถานศึกษา ท่ผี เู รยี นสามารถผา นระดับการประเมินผลส้ินปก ารศึกษา ไดเ ลอ่ื นชัน้ ป
การศึกษาในแตล ะป คดิ เปน คา เฉลีย่ รอ ยละ ๔๕.๖๑ของนักเรยี นท้ังหมด ๑๖ คน ผเู รยี นผานการประเมินผล
ดา นการอาน คดิ วเิ คราะห และเขยี นสือ่ ความ โดยรวมในระดับ ดี ผเู รยี นผานการประเมนิ ดานคณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงคของหลกั สูตรสถานศึกษา โดยรวมในระดับ ดี นอกจากนี้ ผูเ รยี นมีสมรรถนะตามเกณฑการวัด
หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 11
ประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สตู รทง้ั ๕ (๖) ดา น ผา นการวดั ประเมนิ ผลตัวชวี้ ดั ช้นั ปใ นแตล ะชัน้ โดยเฉลี่ยรอ ย
ละ ๑๐๐ ของนกั เรยี นทง้ั หมด
๒. ดา นคณุ ภาพครู บุคลากร ผบู ริหารโรงเรยี น ครูไดใชผลงานจากการใชห ลักสูตรสถานศกึ ษา
โรงเรยี นบา นโพนขา(วินิตวิทยาคาร) เพอ่ื การนําเสนอเปน ผลการปฏบิ ัติงานท่ีควรไดร บั การเลื่อนข้นั วิทย
ฐานะ ตามทรี่ องขอ ผานเกณฑการประเมินตามแตกรณี ไดเลื่อนข้ัน วิทยาฐานะทกุ คน
เกียรตภิ มู ใิ นการบรหิ ารจดั การ งานหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบานโพนขา(วินิตวทิ ยาคาร)
ทีก่ ลา วมาขา งตน ถือเปน สว นหนึง่ ของการใชห ลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา นโพนขา (วนิ ิตวทิ ยาคาร)
เปน ทก่ี ลา วถงึ ของสงั คมทว่ั ไป แตการพัฒนาการจัดการศึกษา การพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นโพน
ขา(วินิตวิทยาคาร) ยังคงมีความตอเน่ืองตอไปตามกระบวนการหลักสตู ร โดยทกุ สนิ้ ปการศึกษา โรงเรยี นไดท ํา
การประเมินหลักสูตรหลังใชอยา งรอบดานครอบคลุมทงั้ ดานเน้อื หา กจิ กรรม โครงสรางหลกั สูตร โครงสรางชัน้
ปและบรบิ ทความตองการ จาํ เปน อืน่ ๆ โดยตลอด ประกอบกบั ในปการศึกษา ๒๕๕๗ นี้ กระทรวงศึกษาธกิ าร
ไดม นี โยบายใหโ รงเรียนปรับปรงุ โครงสรางหลักสตู ร ไดเ นน การเสริมสรา งคุณลกั ษณะคนไทยตามคา นิยมหลัก
๑๒ ประการ ผานกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาหนาทพ่ี ลเมอื ง และวิชาประวตั ศิ าสตร อยางเขมขน
นโยบายในการพัฒนาเสรมิ สรา งคณุ ลกั ษณะคนไทยเพ่ือความเปนพลเมืองไทย บนวถิ ี
ประชาธปิ ไตยที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และความเปน พลโลกทมี่ ีความเขมแข็งน้นั
กระทรวงศกึ ษาธิการไดวางกรอบแนวคิดไวในเบ้อื งตน คือ
คานยิ มหลัก ๑๒ ประการ
๑. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ซ่ึงเปน สถาบันหลักของชาติ
๒. ซอ่ื สัตย เสียสละ อดทน มอี ดุ มการณใ นสงิ่ ทด่ี งี ามเพื่อสวนรวม
๓. กตัญตู อพอแม ผปู กครอง ครูบาอาจารย
๔. ใฝหาความรู หมัน่ ศึกษาเลาเรียนทางตรงและทางออม รักษาวฒั นธรรมไทย
ประเพณีไทยอันงดงาม
๖. มีศลี ธรรม รกั ษาความสตั ย หวงั ดีตอ ผอู นื่ เผื่อแผแ ละแบงปน
๗. เขา ใจ เรียนรู การเปนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุขทถ่ี ูกตอง
๘. มรี ะเบยี บวนิ ัยเคารพกฎหมาย ผนู อ ยรูจ กั เคารพผใู หญ
๙. มสี ติรตู ัว รคู ดิ รูทาํ รูปฏบิ ัติตามพระราชดํารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
๑๐. รูจ ักดํารงตนอยูโ ดยใชหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดาํ รัสของพระบาทสมเดจ็
พระเจา อยูหวั รจู ักอดออมไวใชเมื่อยามจําเปน มไี วพ อกนิ พอใช ถาเหลือก็แจกจาย จําหนา ย
และขยายกจิ การเม่ือมีความพรอมโดยมีภูมคิ ุมกันทดี่ ี
หลกั สูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 12
๑๑. มีความเขม แข็งท้ังรางกายและจิตใจ ไมย อมแพต ออํานาจฝา ยต่าํ หรอื กเิ ลส มีความละอาย
เกรง
กลวั ตอบาปตามหลักของศาสนา
๑๒. คาํ นึงถึงผลประโยชนของสว นรวมและตอชาตมิ ากกวาผลประโยชนของตนเอง
แนวทางการดาํ เนินงานและเปา หมายความสําเรจ็
๑. ใหสถานศึกษาผนวกคา นิยมหลัก ๑๒ ประการ ในการจดั การเรยี นรูท ุกกลุมสาระการเรียนรู
และกิจกรรมพัฒนาผูเรยี นอยางเปนรูปธรรม เชน กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ใหมีการประกวดเลาเรือ่ ง
อานทาํ นองเสนาะ ทอ งบทอาขยาน คดั ลายมือ แตง เพลง กาพย กลอน ฯลฯ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม ใหมกี ิจกรรมการเรียนรูตามแหลงประวตั ิศาสตร ทาํ โครงการ โครงงานตามแนว
พระราชดําริ กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน และกลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ มีการประกวดวาดภาพ
รอ งเพลงพระราชนิพนธ งานแสดงที่ส่อื ถึงวฒั นธรรมประเพณีไทย
๒. ใหสถานศกึ ษาปลกู ฝงและพัฒนาคานิยมหลัก ๑๒ ประการ ใหกบั นักเรยี นอยางสมา่ํ เสมอและ
ตอเน่ือง เนนการปฏิบตั จิ ริงในชีวิตประจาํ วัน จนเปนพฤติกรรมท่ยี ง่ั ยืน โดยมีการประเมนิ อยา งเขมขนดังนี้
๒.๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๑ – ๓ เนน ขอ ๑ การรักชาติ ศาสน พระมหากษัตริย ขอ ๓ ความ
กตญั ู
ขอ ๘ การมีระเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย
๒.๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๔ – ๖ เนน ขอ ๒ ซ่ือสัตย เสียสละ อดทน ขอ ๔ ใฝหาความรู หมั่น
ศึกษาเลาเรียน ขอ ๑๑ มคี วามเขม แขง็ ทั้งกายใจ
๒.๓ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ – ๓ เนน ขอ ๕ รกั ษาวฒั นธรรมประเพรีไทย ขอ ๗ เขา ใจ เรียนรู
ประชาธปิ ไตยที่ถกู ตอง ขอ ๙ ปฏบิ ัติตามพระราชดาํ รัสพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัว
๒.๔ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๔ – ๖ เนน ขอ ๖ มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย ขอ ๑๐ ดาํ รงตนตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ขอ ๑๒ การเห็นแกประโยชนส ว นรวม
๓. ใหส ถานศึกษากาํ หนดวธิ ีการเรยี นรคู า นิยมหลัก ๑๒ ประการ ใหเ หมาะสมกบั วัยและศักยภาพ
ผเู รียน เชน
๓.๑ ระดับประถมศกึ ษา ใหเรียนรผู า นบทเพลง นทิ าน เหตกุ ารณ หรือการศึกษาจากแหลงเรียนรู
ตางๆ อาทิ สถานท่จี ริงทางประวัติศาสตร หนว ยงานตามโครงการพระราชดาํ ริ พิพธิ ภณั ฑ ฯลฯ
๓.๒ ระดบั มธั ยมศกึ ษา ใหเรียนรผู านการศึกษาเปรียบเทยี บ วิเคราะห สงั เคราะหช วี ประวตั ิบุคคล
สาํ คญั บคุ คลที่ทําคุณประโยชนตอ สว นรวม หรอื เหตกุ ารณสาํ คญั ในอดีตและปจ จุบัน เพื่อการพัฒนาการอยู
รวมกันในเชงิ สรา งสรรค
๔. ใหผ บู ริหารสถานศึกษากํากับ ติดตาม นิเทศภายใน การดาํ เนนิ งานเกี่ยวกับคานิยมหลกั ๑๒
ประการใหบ รรลวุ ัตถปุ ระสงค
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 13
ในกระบวนการปรับปรงุ หลกั สตู รสถานศึกษา เพื่อใชใ นการจดั การเรยี นรูใหบรรลุเปา หมายตาม
มาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชวี้ ดั ทหี่ ลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กรอบหลักสูตรระดบั ทองถน่ิ จังหวดั
ศรสี ะเกษ และนโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการ ผานคณุ ลกั ษณะพลเมืองไทย ตามคานยิ มหลกั ๑๒ ประการ ท่ี
กําหนดน้นั สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ไดแจงใหทกุ สถานศึกษา โรงเรยี นทจ่ี ัดการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ทกุ สงั กัด ทกุ ระบบ ไดจัดการเรยี นการสอนวิชาหนา ทพี่ ลเมือง เปน รายวชิ าเพ่ิมเติม ทุกชั้นปสาํ หรับ
การศกึ ษาภาคบงั คบั ช้นั ปล ะ ๔๐ ชัว่ โมง สวนมธั ยมศึกษาปที่ ๔ – ๖ ในชวงเวลาเรยี น ๓ ป ตอ งเรียนวชิ าหนาที่
พลเมอื งเปน วิชาเพม่ิ เติมทุกคน รวม ๘๐ ชวั่ โมง จึงจะถอื วาจบหลกั สูตรตามเกณฑการจบหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ดังที่ปรากฏความในหนังสอื ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๗๙ ลงวันท่ี ๒๖
มิถนุ ายน ๒๕๕๗
ในการใชหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา นโพนขา (วินิตวทิ ยาคาร) พุทธศักราช ๒๕๖๐
(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๕๗) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ บาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ใหเกดิ
ประสิทธิภาพสูงสดุ จําเปนอยางยิ่งท่ีบคุ ลากรทุกสวนของโรงเรียนตองมีความตระหนกั มีความรอบรแู ละเขา ใจ
ตอความตองการชาติ ทอ งถนิ่ โรงเรียน ชมุ ชน โดยรวมจงึ จะสามารถบรหิ ารจัดการเชิงบรู ณาการอยา งมี
ยุทธศาสตรภายใตบ รบิ ทของสถานศกึ ษาตามหลักการจัดการศึกษาโดยเนนผเู รียนเปนสาํ คญั งานการศึกษาเพื่อ
พฒั นาคนไทยสคู วามเปน พลเมอื งไทย พลเมอื งอาเซียน และพลโลก และมีทักษะ คณุ ลกั ษณะสําคญั ของบุคคล
ในศตวรรษที่ ๒๑ ( 3Rs & 8Cs ) จงึ จะปรากฏผลเปนรปู ธรรมไดจรงิ
สภาพปจจุบนั ความตองการ จําเปน
- สภาพปจ จุบัน ความสําเร็จ ปญหา ของการศึกษาในโรงเรียน
โรงเรยี นบา นโพนขา ฯ เปด ทําการจดั การศกึ ษาตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแตป ก ารศึกษา๒๔๖๓
โดยเร่มิ แรกไดจดั การศึกษาในระดบั ช้นั ป.๑ – ป.๔ และมีการพฒั นาการในหลายดานมาโดยตลอด ไมว า จะเปน
ดานอาคารสถานที่ ภารกิจการรับผดิ ชอบในการจดั การศึกษา และอืน่ ๆ จนถึงปจจุบัน
ผลการจดั การศึกษาในหลายปท ี่ผา นมา มีความสาํ เรจ็ และไดรับการกลา วขวญั ถึงอยางมากกมาย
เชน ดานคณุ ภาพผูเรยี น นกั เรียนเคยไดรบั รางวัลอนั เปน เกียรตภิ ูมิของโรงเรียน และตัวผูเ รียนเอง เชน รางวัล
ดา นศลิ ปหัตถกรรม ครงั้ ๖๓ ในดา นศลิ ปะ
อน่ึงในการปรบั ปรุงหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นโพนขา (วินติ วิทยาคาร) ฉบับน้ี คณะผจู ดั ทํา
ไดใ ชขอมูลสารสนเทศจากหลากหลายแหง อาทิ ผลการวจิ ยั การศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ เก่ยี วกับ
หลกั สตู รการจดั ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นบาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การรายงานผลการจัด
การศกึ ษาประจําปข องโรงเรียน ตงั้ แตปการศึกษา ๒๕๕๑ ผลการศึกษาวิเคราะหจดุ ออน จุดแข็ง โอกาส และ
หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 14
อปุ สรรค ในการจดั การศึกษาของโรงเรยี นท่ผี า นมา ตลอดจนแนวโนมการจัดการศึกษาและพฒั นาทรัพยากร
บุคคล ตามแผนพัฒนาการศกึ ษาชาติ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ (แผน ๑๑) แผนยุทธศาสตรช าติ
๒๐ ป และอื่นๆ ทาํ ใหคณะผูจัดทาํ และผูม ีสว นไดส วนเสยี ในการจดั การศึกษาของโรงเรียน เชือ่ ไดวา หลกั สูตร
สถานศกึ ษาโรงเรยี นบานโพนขา (วนิ ิตวิทยาคาร) ฉบบั นี้ เปนแผนพฒั นาทรัพยากรบุคคลในวัยเรยี น ใหเปน
บุคคลแหงการเรียนรู มคี ุณภาพตามเกณฑมาตรฐานการศกึ ษาชาตไิ ดโดยรวม
- ความสําคญั ธรรมชาติ คณุ ลักษณะเฉพาะ ของหลกั สูตรสถานศึกษา
สถานศกึ ษาจาํ เปนตองจดั ทาํ หลักสูตรสถานศึกษาตามกรอบของหลกั สูตรแกนกลางที่กรมวชิ าการ
กําหนดไว พระราชบญั ญัติสถานศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ดว ยเหตุผลดังตอไปนี้
มาตรา ๒๗ ระบุขอ ความทมี่ สี ว นเกีย่ วขอ งกบั บทบาทหนาที่ของสถานศึกษา ในการนําหลักสตู รไป
ใชโดยตรง ซ่งึ กาํ หนดไววา ใหคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานกาํ หนดหลกั สตู รแนวทางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
เพื่อความเปน ไทย ความเปนพลเมืองทดี่ ขี องชาติ การดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือการศกึ ษา
ตอ และใหสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน มหี นาทีจ่ ดั ทําสาระของหลักสูตรตามวตั ถปุ ระสงคใ นวรรคหนงึ่ ในสวนที่
เก่ยี วกบั ปญ หาในชุมชนและสังคมภูมปิ ญ ญาทองถ่นิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคเพื่อเปนสมาชิกที่ดีของ
ครอบครวั ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ
จะเห็นวา ในวรรคท่สี อง เปนการกําหนดแนวทางการจัดทํา
หลักสูตรสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษา โดยใหส ถานศึกษาจัดทาํ
สาระของหลกั สูตร จากหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ในสวน
ท่ีเกี่ยวกบั ปญหาในชมุ ชนและสังคมภูมิปญญาทองถิน่ คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค เพ่อื เปน สมาชิกทดี่ ขี องครอบครวั ชมุ ชนและประเทศชาติ
รวมทั้งทาํ หลกั สูตรใหเปน ไปตามความตองการของผูเ รยี น( มนนิภา ชุติ
บตุ ร. 2538 : หนา 16 – 18) ไดเสนอแนวทางการนําภูมิปญญาทองถ่ิน
ไปใชในการจดั ทําหลกั สูตรสถานศกึ ษาดงั นี้
1. เนน การศกึ ษา วิเคราะห ทําความเขา ใจวิธคี ดิ และความคดิ
ของภูมปิ ญญาทองถิ่น
2. นาํ กระบวนการหรือแนวคิดของภูมิปญญาทองถิ่นมาจัดทํา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา
3. นํากระบวนการคิดของภูมปิ ญ ญาชาวบา นมาเสริมสรา งให
สอดคลอ งกับแนวคิดแบบวทิ ยาศาสตร
หลักสตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 15
4. สรา งกระบวนการคิดหลายดาน หลายมุมโดยสงเสรมิ ให
ผูเรยี นไดค ิดอยา งอสิ ระแลวเช่ือมโยงกบั ชีวิตจรงิ
5. ใหภ ูมปิ ญญาทอ งถน่ิ มีสวนรวมในการจัดทําหลกั สูตร
ธรรมชาติของการนําหลักสตู รไปใช จะทาํ ใหผ ูใชห ลักสตู รโดยเฉพาะอยา งยิ่งครูเกดิ ความเขาใจวา
ธรรมชาติของการนาํ นวัตกรรมมาใชค ือธรรมชาตขิ องการเปล่ยี นแปลง ทง้ั น้ีเนือ่ งจากนวัตกรรมหรอื ส่ิงใหมจะ
นาํ มาซง่ึ รปู แบบ และวิธีการปฏิบัติเกยี่ วกบั หลักสตู รท่ีแตกตา งไปจากเดมิ ทาํ ใหร ะบบการเรียนการสอนของครู
ซ่งึ ปฏิบัตกิ ันมา ไดร บั ผลกระทบไมทางใดก็ทางหนง่ึ ดว ยเหตนุ ี้ บุคลากรในระดับปฏบิ ตั ิการยอ มมธี รรมชาตทิ ่ี
จะตอตาน หรอื ไมยอมรับการเปล่ยี นแปลงนน้ั โดยเฉพาะอยา งย่ิงถาเปนการเปลย่ี นแปลงในลกั ษณะบังคบั
(coercion) ซ่งึ เกิดจากกลมุ ผูมอี ํานาจในการกําหนดนโยบายหลักสตู ร รวมทั้งเปน ผูตรวจสอบควบคมุ ใหครู
จะตองปฏิบตั ิตาม ดงั นน้ั ปจ จัยที่จะทาํ ใหก ารนาํ หลกั สตู รมาใชป ระสบความสาํ เรจ็ คอื การชี้แจงใหท ําให
ครูผสู อนตระหนักวา การเปล่ียนแปลงอันเกิดจากหลักสตู รนัน้ เปนเรือ่ งธรรมชาติ และเปนการเปล่ียนแปลง
เพื่อนําไปสู การพฒั นาท้ังของผเู รียนและครูเอง
ตามหลกั การของหลกั สตู รน้นั หลักสูตรทส่ี รา งขึ้นจําเปนตองมีความสอดคลอ งกบั สภาพปญหา
และสนองความตองการของสังคมท่ีใชห ลักสตู รนน้ั ๆ โดยเหตุน้หี ลกั สูตรท่ีสรางขนึ้ มุงหมายในการใชใ นชุมชน
แหง ใดแหงหน่งึ โดยเฉพาะ ก็ยอ มสามารถตอบสนองตอความตอ งการของสังคมไดม ากที่สุด ทอ งถ่ินและชมุ ชน
มสี ภาพทแ่ี ตกตา งกนั การพัฒนาแตละทองถ่ินก็ตองมีความแตกตางกัน เทคโนโลยเี จรญิ เร็ว จะทาํ หลักสตู ร
ระดบั ชาติไปใชกบั ทองถิน่ ก็ไมทันกบั ความเจริญของเทคโนโลยี สถานศึกษาจึงตองจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษา
เอง
วสิ ัยทศั น (หลกั สตู รกบั โรงเรียนอาจใชร วมกันได ทัง้ นใ้ี หดทู ่คี วามที่เขียนส่ือใหเ หน็ เปาหมายความสาํ เรจ็
อยางไร หากส่ือไปในทางการบริหารจัดการแบบการมสี ว นรวม หรือในเชิงบรหิ ารโรงเรยี นโดยรวม ควร
จัดทาํ วิสยั ทศั นหลกั สตู รแยกออกเปนการเฉพาะ จะดูดีกวา)
วสิ ัยทศั น
โรงเรยี นบา นโพนขาฯ มงุ พัฒนานักเรยี นใหม คี วามรูคูคุณธรรม ซอ่ื สัตย สจุ รติ สงเสริมการอาน
อยา งตอเน่อื ง และนอมนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาชวี ิต พรอมกับนําความรูม งุ สปู ระชาคม
อาเซยี นซึ่งมชี ุมชนมีสวนรว ม
(วสิ ัยทัศนโรงเรยี น)โรงเรยี นบา นโพนขาฯ มุง ม่ันพัฒนาคุณธรรม เปนผูน าํ ดานวชิ าการ สบื สาน
เศรษฐกิจพอเพยี ง ควบคูไปกับการพฒั นาความเปนมนุษยแ ละสงั คม
หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 16
ภารกจิ
สงเสริมการมสี วนรว มในการพฒั นาคณุ ภาพผูเรยี นดานวชิ าการ คุณธรรม จรยิ ธรรม และ
สงเสริม
การพัฒนาคุณภาพของครู
เปาหมาย
ในการกําหนดเปา หมายความสําเร็จในการใชห ลกั สตู รสถานศกึ ษาฯ โรงเรียนไดคํานึงถึง เปา หมาย
โดยรวมของคณะกรรมการยทุ ธศาสตรฝ ายสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาจังหวดั ศรีสะเกษ มาเปนแนวทางใน
การขับเคล่ือนคุณภาพการศึกษาโดยรวมของโรงเรยี น ตามทกี่ รอบหลักสตู รระดับทองถน่ิ จังหวดั ศรีสะเกษ ที่ได
กําหนดไว ๗ ประการดังน้ี
๑. มุง พฒั นาทกั ษะการอานได ใชป ระโยชนจากการอา นเปน
๒. มงุ สงเสรมิ การศึกษาเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. มงุ สง เสรมิ ใหเ กิดความตระหนกั ในจารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถวี ฒั นธรรม
ชนชาติพนั ธุ
๔. มุงพัฒนาองคค วามรู ประยกุ ตภูมิปญญาทองถิน่ สูงานศิลปะ อาชพี เชงิ ประยกุ ต
๕. มุงสงเสริมการใชความหลากหลายทางภาษาและวฒั นธรรม สรางความเขาใจ
อนั ดีตอกนั เพื่อพัฒนาการคา การบรกิ าร การทอ งเท่ียว
๖. มุง สง เสริม สนับสนุนการศกึ ษาใหเกดิ การสรางงาน สรา งอาชพี พื้นฐานดานการทํามา
หากนิ ตามวิถีศรสี ะเกษ ท่สี อดคลองกับสภาพภูมิศาสตรของทอ งถน่ิ และวถิ ีชวี ิตของศรสี ะเกษ
๗. มงุ สง เสรมิ การสรางสํานกึ คุณธรรม มีกิริยามารยาท มสี ัมมาคารวะ รบั ผิดชอบ
และรกั บา นเกดิ
นอกจากการยดึ เอาเปา หมาย จดุ เนน ความสําเร็จตามกรอบแนวคิดของตน สงั กัด และทองถิ่นแลว
เพ่อื ใหก ารใชห ลกั สูตรสถานศึกษาเกดิ ประสทิ ธิภาพ ประสิทธผิ ลเชงิ คณุ ภาพของผเู รียนอยางเตม็ ศักยภาพของ
แตละบุคคล ภายใตค วามแตกตางระหวางบคุ คลแลว โรงเรียนยังไดกําหนดเปาหมายความสําเรจ็ ทีเ่ ปน จุดเนน
เฉพาะของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา นโพนขาฯ พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบบั ปรับปรงุ ครั้งท่ี ๒
พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ทถี่ ือเปน เปา หมายหลกั ตามวสิ ยั ทศั น และภารกจิ โดย มุง พัฒนาผูเ รยี นใหเ ปนคนดี มปี ญญา มี
ความสขุ มศี ักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชพี จึงกาํ หนดเปน จดุ หมายเพ่อื ใหเกิดกบั ผูเรยี น เม่ือ
จบการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ดงั น้ี
๑. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมท่ีพึงประสงค เหน็ คุณคา ของตนเอง มวี นิ ยั และปฏิบตั ติ น
ตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนบั ถือ ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 17
๒. มีความรู ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกปญหา การใชเ ทคโนโลยี และมีทักษะ
ชีวิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ท่ีดี มีสขุ นสิ ัย และรักการออกกาํ ลังกาย
๔. มีความรกั ชาติ มีจิตสํานกึ ในความเปน พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมัน่ ในวถิ ชี ีวติ และ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท รงเปน ประมขุ
๕. มีจติ สาํ นกึ ในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย การอนุรักษแ ละพฒั นาส่งิ แวดลอม
มจี ิตสาธารณะท่ีมงุ ทาํ ประโยชนแ ละสรา งส่ิงที่ดงี ามในสังคม และอยรู ว มกันในสังคมอยางมีความสขุ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบานโพนขาฯ มงุ พฒั นาผเู รียนใหมีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค เพ่ือให
สามารถอยรู ว มกับผอู ่นื ในสังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ดังน้ี
๑. รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
๒. ซื่อสัตยส ุจรติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝเ รยี นรู
๕. อยอู ยางพอเพียง
๖. มุงม่ันในการทํางาน
๗. รักความเปนไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษายงั กาํ หนดคณุ ลักษณะอันพึงประสงคเ พม่ิ เติมใหสอดคลองตามบรบิ ทและ
จดุ เนนของการเปนนักเรยี นที่ดขี องครู และเปน สมาชิกทด่ี ีของครอบครัว ชมุ ชน สังคม ตามปรชั ญาของ
โรงเรยี นและจารตี ประเพณี วิถคี วามเชื่อของชุมชน คือ...... ซง่ึ โรงเรยี นไดจ ดั แทรกการเรยี นการสอนตามปกติ
ในลกั ษณะธรรมชาตแิ ตละกลุมสาระการเรยี นรูในหลกั สตู ร ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตรฝ า ยสังคม
วฒั นธรรม และการศกึ ษาจังหวดั ศรสี ะเกษ กําหนดไว ในกรอบหลกั สูตรระดับทองถิ่นจงั หวดั ศรสี ะเกษ คอื
๑. พึง่ ตนเอง
๒. กตัญูกตเวที
๓. มีความสัมมาคารวะ
๔. มีความรบั ผิดชอบ
เพือ่ ใหเ ปา หมายในการพัฒนาคุณลักษณะผูเ รยี นของโรงเรียน ใหเ ปน คณุ ลักษณะของคนไทยสูความ
เปน พลเมืองไทย พลเมืองโลก บนวิถรี ะบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท รงเปน
ประมุข มีความชดั เจนเปน รปู ธรรม ทย่ี งั ยืน โรงเรียนจึงไดนําคานยิ มหลกั คนไทย ๑๒ ประการ คุณลักษณะ
หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 18
บุคคลในศตวรรษท่ี ๒๑ (3Rs & 8Cs ) เขา มาเปน สวนหน่งึ ของเปาหมายความสําเร็จของหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรยี น ฉบบั ปรับปรุงนี้ข้นึ เพิ่มเติมดังที่กลา วถงึ ขางตน
การเสรมิ สรางผูเรยี นใหเ ปนพลเมอื งไทยพลเมืองโลก ท่ีสอดคลองกบั คุณลักษณะและทักษะสาํ คัญ
ในศตวรรษที่ ๒๑ (3Rs & 8Cs )
ทกั ษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ทกุ คนตองเรยี นรูต ลอดชวี ิต คอื ๓Rs & ๘Cs
๓ Rs ไดแก
- Reading = การอานออก
- Writing = การเขียนได
- Arithmetic = การคดิ เลขเปน
๘ Cs ไดแ ก
- Critical thinking & problem solving (มีทกั ษะดา นการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณและการ
แกป ญหา)
- Creativity & innovation (มีทกั ษะดา นความคิดสรางสรรคแ ละการคดิ คนนวัตกรรม)
- Cross-cultural understanding (มีทกั ษะดานความเขา ใจบนวัฒนธรรมทแ่ี ตกตาง
หลากหลาย)
- Collaboration, teamwork & leadership (มที กั ษะการประสานความรวมมือ การทํางาน
เปน ทีมและภาวะผนู าํ )
- Communications, information & media literacy (มที ักษะดานการสื่อสาร และการมี
ความรเู ทาทนั สื่อและขอ มลู )
- Computing & ICT Media literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารอยางมเี หตุผล)
- Career & learning skills (มีทกั ษะอาชีพและการเรยี นรู)
- Compassion ความมีเมตตากรณุ า วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม
สมรรถนะผูเรียน
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา นโพนขา ฯ มุงใหผ เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาํ คญั ๖ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร เปน ความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภ าษา
ถายทอดความคิด ความรคู วามเขา ใจ ความรสู ึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปน ประโยชนตอ การพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจาตอ รองเพื่อขจัดและลด
ปญ หาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกรับหรือไมร ับขอมูลขา วสารดว ยหลกั เหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการ
เลอื กใชวิธีการสือ่ สาร ที่มีประสิทธภิ าพโดยคํานงึ ถงึ ผลกระทบท่มี ีตอตนเองและสังคม
หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 19
๒. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคดิ สงั เคราะห การคิด อยา ง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปน ระบบ เพอ่ื นาํ ไปสกู ารสรา งองคความรูหรอื สารสนเทศ
เพอื่ การตัดสินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสงั คมไดอยา งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกปญหา เปน ความสามารถในการแกปญหาและอปุ สรรคตา ง ๆ ทเ่ี ผชญิ ได
อยา งถูกตองเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขา ใจความสมั พันธและการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณต า ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรมู าใชใ นการปองกันและแกไ ข
ปญหา และมีการตดั สินใจที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคํานงึ ถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ ตอตนเอง สังคมและสงิ่ แวดลอม
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนาํ กระบวนการตางๆไปใชใน
การดาํ เนินชีวติ ประจําวัน การเรยี นรูด ว ยตนเอง การเรยี นรูอยางตอเนื่อง การทาํ งาน และการอยรู วมกนั ใน
สังคมดว ยการสรางเสริมความสมั พันธอ นั ดีระหวางบุคคล การจดั การปญ หาและความขดั แยง ตาง ๆ อยา ง
เหมาะสม การปรับตัวใหท ันกับการเปลย่ี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอม และการรจู กั หลกี เล่ยี งพฤตกิ รรม
ไมพ ึงประสงคท ่ีสงผลกระทบตอตนเองและผูอ น่ื
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตา ง ๆ และ
มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพฒั นาตนเองและสงั คม ในดา นการเรียนรู การส่อื สาร การทาํ งาน
การแกปญหาอยางสรา งสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมีคุณธรรม
๖. ความสามารถในการอา น เปนความสามารถในการรับ รู เขา ใจ ใชประโยชนจ ากการแปลสาร ทผี่ าน
กระบวนการอา น การคิด วเิ คราะหอยางมีวจิ ารณญาณแลว ตัดสินใจปรบั ประยุกตใ ชอยางมีคุณคาตอการดูแล
พฒั นาตนเอง พฒั นางาน อาชีพ สังคมแวดลอมไดอยางเปนสุขลักษณะนิสัย และใชป ระโยชนจากการอานในทุก
สถานการณท่ีเผชญิ ไดอยางสรางสรรค
สว นนาํ
ความนํา
กระทรวงศกึ ษาธิการไดประกาศใชหลักสตู รการศึกษาอิงมาตรฐาน หลกั สตู รการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
พุทธศักราช 2544 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เพอื่ ใหเปนหลกั สูตร
แกนกลางของประเทศ โดยกาํ หนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรยี นรูเ ปนเปาหมายและกรอบทิศทางในการ
พฒั นาคุณภาพผูเรียนใหเ ปน คนดี มปี ญญา มคี ุณภาพชวี ิตท่ีดีและมีขีดความสามารถ ในการแขงขันในเวทีระดับ
โลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พรอมกันน้ีไดปรับกระบวนการพฒั นาหลกั สตู รใหมีความสอดคลองกับ
เจตนารมณแหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหง ชาติ พ.ศ.2542 และ ทแี่ กไขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2545 และ
ทแี่ กไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ท่มี งุ เนน การกระจายอาํ นาจทางการศึกษาใหทองถ่นิ และสถานศึกษาได
มบี ทบาทและมีสว นรว มในการพัฒนาหลกั สตู ร เพื่อใหสอดคลอ งกับสภาพ และ ความตองการของทองถน่ิ
หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 20
คําส่งั กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.293/2551 ใหโ รงเรยี นทั่วไป จดั ทาํ หลกั สตู รสถานศึกษา ตาม
กระบวนการท่ีหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กําหนด ใหแ ลวเสรจ็ พรอ ม
ประกาศใชในการจดั การศึกษาของโรงเรียน ตามประกาศขางตน โดยใหโรงเรียนทีจ่ ดั การศึกษาระดับ
ประถมศกึ ษา ใชใ นการจดั การเรียนการสอนต้งั แตช นั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 – 6 ในปก ารศึกษา 2553 เปน ตนไป
สว นโรงเรยี นท่จี ดั การศึกษาระดับมธั ยมศึกษา ใหใ ชในชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 และที่ 4 ในปก ารศึกษา 2553
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1, 2 และ 4,5 ในปการศกึ ษา 2554 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1,2,3 และ 4,5,6 ในปการศกึ ษา
2555
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ไดกาํ หนดแนวทางและเปา หมายใน
การใชเพ่ือพฒั นาการจดั การศึกษาของทกุ โรงเรยี นทว่ั ประเทศ เพื่อความเปน เอกภาพของชาตริ วมกัน โดยใหถ อื
เปนจดุ เนนหลกั ท่ตี อ งปฏิบัติ คือ ใหเ ปนหลกั สตู รการศกึ ษาเพื่อความเปนเอกภาพของชาติ มจี ดุ หมายและ
มาตรฐานการเรยี นรู เปน เปาหมายสําหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนใหมีความรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบน
พืน้ ฐานของความเปนไทยควบคู กบั ความเปน สากลเปนหลักสตู รการศึกษาเพ่ือปวงชน ทป่ี ระชาชนทุกคนมโี อกาส
ไดร ับการศึกษาอยา งเสมอภาคและมีคุณภาพเปนหลักสตู รการศึกษาท่สี นองการกระจายอํานาจ ใหสงั คมมสี วน
รวมในการจดั การศึกษาใหส อดคลอ งกับสภาพและความตองการของทองถ่ินเปนหลักสูตรการศึกษาที่มี
โครงสรางยดื หยุนทงั้ ดานสาระการเรียนรู เวลาและการจดั การเรียนรูเปนหลักสูตรการศึกษาทีเ่ นน ผูเ รียนเปน
สาํ คญั เปน หลักสูตรการศึกษาสําหรบั การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทกุ
กลุม เปา หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู และประสบการณ
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 มงุ พัฒนาผเู รียนใหเปน คนดี มีปญญา
มีความสขุ มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ ไดก ําหนดเปนจุดหมายเพ่ือใหเกิดกบั ผูเรียน เม่ือจบ
การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน คือ เนนใหผเู รียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทีพ่ ึงประสงค เห็นคณุ คา ของตนเอง
มีวนิ ัยและปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง มคี วามรู ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกปญหา การใชเ ทคโนโลยี และมีทักษะชีวติ มี
สุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มีสุขนิสยั และรักการออกกําลงั กาย มีความรักชาติ มีจติ สํานึกในความเปน
พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวถิ ีชวี ิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท รง
เปน ประมุข และมจี ติ สํานึกในการอนรุ ักษวฒั นธรรมและภมู ิปญ ญาไทย การอนรุ ักษแ ละพัฒนาสงิ่ แวดลอม มี
จิตสาธารณะทมี่ ุงทาํ ประโยชน และสรางสิง่ ทด่ี งี ามในสงั คม และอยรู วมกนั ในสงั คมอยางมีความสุข
ในการใชห ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มกี ารปรบั ปรุงเปลย่ี นแปลง
ในการกาํ หนดจุดเนน เพื่อการพัฒนาคุณลักษณะของคนไทย ท่เี นน การเปนพลเมอื งไทย รักศรัทธา และ
จงรักภักดใี นสถาบันพระมหากษตั รยิ ส บื ไป ไดม ีการออกประกาศของคณะรักษาความสงบแหงชาติ คสช. ข้ึน
ตามหนังสือกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร ท่ี ศธ 04010/ว779 ลงวันท่ี 26 มถิ ุนายน 2557 เนน การสอนประวัตศิ าสตร
5 จุดเนน และการกาํ หนดใหมีรายวชิ าหนา ทพี่ ลเมือง เปน รายวชิ าเพม่ิ เติม บังคบั ใหน กั เรยี นทุกชน้ั ปต องได
เรียนอยางเทาเทียมกนั และตอมาไดม ีหนังสือ ที่ ศธ 04010/ว 3588 ลงวนั ที่ 3 ตุลาคม 2559 กําหนดตวั ช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 21
ตอ งรูแ ละควรรู ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เพ่อื ใหทุกโรงเรียนจัดการเรียน
การสอนไดตรงตามเปาหมายพัฒนาศักยภาพผูเรียนท่สี อดคลองกับ 5 สมรรถนะของหลกั สูตรยง่ิ ข้นึ นอกนั้นมี
การปรบั ลด ขยายโครงการการบรหิ ารจัดการเวลาเรยี นกลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศเพื่อการสื่อสาร
ทีโ่ รงเรียนสามารถใชด ลุ ยพินิจปรับเปลย่ี นไดตามความเหมาะสมแตต องไมกระทบกบั การพฒั นาผเู รยี นใหไ ด
ตามมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชี้วัด
ประกอบกับคณะกรรมการขับเคล่ือนพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ไดประกาศรายชื่อ
สถานศกึ ษานาํ รองการดาํ เนนิ งานพน้ื ที่นวตั กรรมการศกึ ษาจังหวดั ศรีสะเกษ ปท ี่ 1 เม่อื วนั ที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖1
และวันท่ี ๒๒ มกราคม ๒๕๖๒ ซึ่งตามพระราชบัญญัติพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๐ (๔)
และมาตรา ๒๕ กําหนดใหนําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานไปปรับใชกับการจัดการศึกษาใน
สถานศกึ ษานาํ รองใหเ หมาะสมกบั พื้นท่ีนวตั กรรมการศึกษา ครอบคลมุ สมรรถนะสําคัญของผูเรียน คุณลักษณะ
อันพึงประสงค และมาตรฐานการเรียนรู โดยตองจัดสาระการเรียนรูรายวิชาใหหลากหลายและสอดคลองกับ
ความสามารถ ความถนัดหรอื ความสนใจของผเู รยี น และสภาพภมู สิ ังคม
โรงเรียนบานรุงสมบรู ณ สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๔ เปนโรงเรียนนํา
รองการดําเนินงานพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ จึงไดดําเนินการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรระดับ
สถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 และเปนไปตามพระราชบัญญัติ
พื้นทนี่ วตั กรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีการรบั ฟงความคดิ เหน็ จากผเู กีย่ วขอ งในพืน้ ท่ีแลว
วสิ ัยทศั นห ลกั สตู ร
โรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ จัดการศกึ ษาเพอื่ ใหน ักเรียนรูคิด จติ ใจดี มที ักษะชีวติ และทักษะอาชีพ
ใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน สืบสานความเปนไทย ใสใจสภาพแวดลอม นอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
หลกั การ
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ คํานงึ ถงึ หลกั การที่สําคญั ดงั นี้
1. เปนหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเปนเอกภาพของชาติ มีมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสําหรับ
พฒั นาเยาวชนใหมีความมคี วามรแู ละคณุ ธรรม บนพน้ื ฐานของความเปน ไทยควบคูกับความเปนสากล
2. เปนหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนจะไดรับการศึกษาอยางเสมอภาค และมี
คุณภาพอยางเทาเทียมกัน
3. เปนหลักสูตรการศึกษาที่กระจายอํานาจใหสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษาใหสอดคลองกับ
สภาพความตอ งการแตล ะแหง
หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 22
4. สง เสรมิ การคดิ วเิ คราะห ใหผ ูเรยี นไดพ ัฒนาและเรียนรดู วยตัวเองอยา งตอ เน่ืองตลอดชีวิตโดยถือวา
ผูเรยี นมคี วามสําคัญท่ีสุด สามารถพฒั นาไดต ามธรรมชาติและเตม็ ตามศกั ยภาพ
5. เปน หลกั สตู รที่มโี ครงสรา งยืดหยนุ ท้ังดา นสาระ เวลา และการจดั การเรยี นรู
6. เปนหลักสูตรท่ีจัดการศึกษาไดทุกรูปแบบ ครอบคลุมทุกกลุมเปาหมาย สามารถ เทียบโอนผูถือ
การเรียนรู และประสบการณ
7. เปนหลักสตู รการศกึ ษาทเี่ ปนไปตามพระราชบัญญัติพ้นื ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษา พ.ศ.2562
จุดหมาย
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มุง พัฒนาผเู รียนใหเปน คนดี มปี ญญา มีความสขุ มี
ศักยภาพ ในการศกึ ษาตอ และประกอบอาชีพ จึงกาํ หนดเปน จุดหมายเพ่ือใหเ กดิ กับผูเรยี น เมือ่ จบ
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ดงั น้ี
1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มท่พี ึงประสงค เห็นคณุ คาของตนเอง มีวินัยและปฏบิ ัตติ น
ตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนบั ถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มีความรู ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การแกปญ หา การใชเทคโนโลยี และมที ักษะชวี ติ
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มสี ุขนิสัย และรักการออกกาํ ลังกาย
4. มีความรกั ชาติ มีจิตสาํ นกึ ในความเปน พลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ชี ีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ
5. มีจิตสํานึกในการอนรุ ักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาส่ิงแวดลอม มีจิต
สาธารณะทีม่ ุงทาํ ประโยชนและสรางส่งิ ที่ดงี ามในสงั คม และอยรู วมกนั ในสังคมอยา งมคี วามสขุ
6. มีลกั ษณะคนรุนใหมข องจังหวดั ศรีสะเกษ “รคู ิด จิตใจดี มที ักษะชีวิต และทักษะอาชพี ”
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
หลักสูตรฐานสมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซ่ึงเปน
หลกั สูตรที่อิงมาตรฐานสากลเนนพฒั นาเดก็ ตามศักยภาพและตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งการพัฒนาผูเรียนให
บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรูท กี่ ําหนดนนั้ จะชว ยใหผ เู รยี นเกิดสมรรถนะสําคัญ 5 ประการ ดงั นี้
1. การจัดการตนเอง เปนการพัฒนาความสามารถดานรางกาย อารมณ-
จิตใจ สังคม และสติปญญา รับรูความรูสึก เห็นคุณคาของตนเอง ผูอ่ืน
และสิ่งตางๆ เพื่อการดําเนินชีวิตอยางมีเปาหมายและมีความหมาย การ
อยูรวมกันอยางภารดรภาพ ยอมรับในความแตกตาง เคารพและให
เกียรติกัน มีวินัย มีความรับผิดชอบตอตนเองและสวนรวมอยูอยาง
พอดีและพอใจ มีสติอยูเสมอ เห็นความสัมพันธเชื่อมโยงระหวางตนเอง
กบั ส่งิ ตางๆ นอ มนอบตอสรรพสง่ิ ท่เี ก้ือกูลกัน
หลักสูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 23
2. การส่ือสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมใน
การใชภาษาถายทอดความคดิ ความรู ความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะ
ของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนขอมูลขาวสารและประสบการณอันจะเปน
ประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อ
ขจัดและลดปญหาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกรับหรือไมรับขอมูล
ขาวสารดวยหลักเหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการ
สื่อสาร ท่ีมปี ระสิทธภิ าพโดยคาํ นงึ ถึงผลกระทบท่ีมตี อตนเองและสังคม
3. การรวมพลังทํางานเปนทีม เปนความสามารถในทํางานกับผูอื่น มีการ
กําหนดเปาหมายของทีม และจัดสรรบทบาทหนาท่ีที่ชัดเจน ยอมรับ
ความแตกตาง หล ากหล ายทางความคิด คานิยม ความเชื่อ แล ะ
วัฒนธรรมเช้ือชาติ ศาสนา รวมถึงความหลากหลายอื่นๆ และใชใหเกิด
ประโยชนในการปฏิบตั ิงาน มีสวนรวมในการตัดสินใจ เคารพและปฏิบัติ
ตามขอตกลงเพ่ือบรรลุเปาหมายของทมี
4. การคิดขั้นสูง เปนความสามารถและความชํานาญในการคิดที่
ซับซอน เพ่ือใหไดคําตอบหรือบรรลุวัตถุประสงคท่ีตองการ เพื่อให
สามารถนาํ ไปใชในการแสวงหาคาํ ตอบ การตัดสินใจ และการแกปญหา
ตาง ๆ รวมท้ังมุงเนนใหเกิดทักษะการคิดวิเคราะห สังเคราะห การ
ประเมิน การคิดริเริ่มสรางสรรค การคิดแกปญหา และการคิดอยางมี
วจิ ารณญาณ
5. การเปนพลเมืองที่เขมแข็ง ความเปนพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
สามารถแยกแยะผิดถูก ปฏิบัติตนตามสิทธิและหนาท่ีของตน โดยไม
ละเมิดสิทธิของผูอื่น เปนสมาชิกที่ดีของกลุม มีจิตอาสา รักทองถ่ินและ
ประเทศ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) มงุ พฒั นาผเู รียนใหม ีคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงคเพ่ือใหสามารถอยูรวมกับผูอ่ืนในสังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก
ดังนี้
1. รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย
2. ซ่อื สตั ยส จุ ริต
หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 24
3. มวี ินัย
4. ใฝเ รยี นรู
5. อยูอ ยางพอเพยี ง
6. มุงมนั่ ในการทาํ งาน
7. รักความเปนไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
9. พง่ึ ตนเอง
10. กตัญูกตเวที
11. มีสัมมาคารวะ
12. ความรับผิดชอบ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐานการเรยี นรเู ปนส่งิ ที่ระบใุ หร วู าเม่ือจบการศึกษาขนั้ พื้นฐานแลวนกั เรยี นควรรูอ ะไรและทําอะไร
ไดจัดแบง เปน 8 กลมุ สาระการเรียนรู ไดแก
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย (5 สาระ 5 มาตรฐาน)
สาระที่ 1 การอา น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใช แกปญหา
ในการดําเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอาน
สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรปู แบบตา งๆ เขยี นรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควาอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี 3 การฟง การดูและการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิด
ความรูสึกในโอกาสตา งๆ อยา งมีวจิ ารณญาณ และสรางสรรค
สาระท่ี 4 หลักการใชภ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิ ของชาติ
สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 25
มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเห็น
คุณคา และนาํ มาประยุกตใ ชใ นชีวติ จรงิ
กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร (3 สาระการเรียนรู 7 มาตรฐานการเรียนร)ู
สาระที่ 1 จํานวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจํานวน ระบบจํานวน การดําเนินการ
ของจาํ นวน ผลทเี่ กดิ ขนึ้ จากการดาํ เนินการสมบัติของการดาํ เนนิ การและนําไปใช
มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสัมพันธ ฟงกชัน ลําดับและอนุกรม และ
นําไปใช
มาตรฐาน ค 1.3 ใชนิพจน สมการ อสมการ และเมทรกิ ซ อธิบายความสมั พนั ธหรือชวยแกปญหา
ที่กาํ หนดให
สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ตองการวัด
และนําไปใช
มาตรฐาน ค 2.2 เขาใจและวิเคราะหร ปู เรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธระหวาง
รูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนําไปใช
สาระที่ 3 สถิตแิ ละความนา จะเปน
มาตรฐาน ค 3.1 เขาใจกระบวนการทางสถติ ิและใชความรูทางสถติ ิในการแกป ญหา
มาตรฐาน ค 3.2 เขา ใจหลักการนบั เบื้องตน ความนาจะเปน และนาํ ไปใช
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (4 สาระ 10 มาตรฐาน)
สาระที่ 1 วิทยาศาสตรชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธระหวางสิ่งไมมีชีวิตกับ
ส่ิงมีชีวิตและความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตตางๆ ในระบบนิเวศการถายทอดพลังงานการ
เปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญหา และผลกระทบท่ีมีตอทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอม แนวทางในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญหาส่ิงแวดลอม รวมท้ังนาความรู
ไปใชประโยชน
มาตรฐาน ว 1.2 เขาใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลําเลียงสารเขาและ
ออกจากเซลล ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของระบบตางๆ ของสัตวและมนุษยที่ทํางานสัมพันธกัน
หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 26
ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของอวัยวะตางๆ ของพืชที่ทํางานสัมพันธกัน รวมท้ังนําความรูไปใช
ประโยชน
มาตรฐาน ว 1.3 เขา ใจกระบวนการและความสําคญั ของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธกุ รรม การเปล่ียนแปลงทางพันธกุ รรมทม่ี ีผลตอสงิ่ มชี ีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
สิง่ มีชีวิต รวมทง้ั นาํ ความรูไปใชป ระโยชน
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรกายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ
สสารกบั โครงสรางและแรงยดึ เหนี่ยวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เขาใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจําวัน ผลของแรงท่ีกระทําตอวัตถุ ลักษณะ
การเคลื่อนทีแ่ บบตา งๆ ของวัตถุ รวมทง้ั นาํ ความรูไ ปใชป ระโยชน
มาตรฐาน ว 2.3 เขาใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธระหวางสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจําวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณที่เกี่ยวของ
กับเสยี ง แสง และคลื่นแมเหล็กไฟฟา รวมท้ังนาํ ความรูไปใชประโยชน
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขาใจองคประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของ เอกภพ
กาแล็กซี ดาวฤกษ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธภายในระบบสุริยะท่ีสงผลตอสิ่งมีชีวิตและการ
ประยกุ ตใชเทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เขาใจองคประกอบและความสัมพันธของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลม ฟา อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมท้ัง
ผลตอ สงิ่ มชี วี ติ และสิง่ แวดลอม
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขาใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดํารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเรว็ ใชความรูและทักษะทางดานวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร และศาสตรอ ่ืนๆ เพ่ือแกปญหาหรือพัฒนา
งานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมโดย
คํานึงถงึ ผลกระทบตอ ชีวติ สังคม และสง่ิ แวดลอ ม
มาตรฐาน ว 4.2 เขาใจและใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปน
ข้ันตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทํางาน และการแกปญหาได
อยางมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเ ทา ทนั และมีจริยธรรม
กลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (5 สาระ 11 มาตรฐาน)
หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 27
สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รแู ละเขาใจประวัติ ความสาํ คัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทีถ่ ูกตอ ง ยึดมั่น และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพื่ออยูรว มกันอยา งสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส1.2 เขาใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเปน ศาสนกิ ชนท่ีดี และธาํ รงรักษา
พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือ
สาระท่ี 2 หนา ท่ีพลเมืองวัฒนธรรมและการดาํ เนินชวี ติ ในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงามและธํารง
รักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดาํ รงชีวติ อยรู วมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ
มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบันยึดม่ัน ศรัทธา และธํารง
รักษาไวซ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ
สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร
มาตรฐาน ส 3.1 เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช
ทรัพยากรท่ีมีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมทั้งเขาใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพือ่ การดาํ รงชีวิตอยา งมีดลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส 3.2 เขาใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจตาง ๆ ความสัมพันธทางเศรษฐกิจ และ
ความจําเปน ของการรว มมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
สาระท่ี 4 ประวัตศิ าสตร
มาตรฐาน ส 4.1 เขาใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร
สามารถใชวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรมาวิเคราะหเ หตุการณตางๆ อยางเปนระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจจุบัน ในดานความสัมพันธ
และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณอยางตอเนื่อง ตระหนักถึงความสําคัญและสามารถวิเคราะหผลกระทบที่
เกดิ ขน้ึ
มาตรฐาน ส 4.3 เขาใจความเปนมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยมีความรัก
ความภูมิใจและธํารงความเปน ไทย
สาระที่ 5 ภูมิศาสตร
มาตรฐาน ส 5.1 เขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธของสรรพสิ่งซ่ึงมี
ผลตอกัน ใชแผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห และสรุปขอมูล ตามกระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร ตลอดจนใชภ ูมสิ ารสนเทศอยางมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขาใจปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับส่ิงแวดลอมทางกายภาพท่ีกอใหเกิดการ
สรางสรรควิถีการดาเนนิ ชวี ิต มีจิตสาํ นกึ และมสี ว นรว มในการจดั การทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอ มเพื่อการพัฒนา
ท่ียง่ั ยนื
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 28
กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา (5 สาระ 6 มาตรฐาน)
สาระท่ี 1 การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย
มาตรฐาน พ 1.1 เขาใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย
สาระที่ 2 ชวี ติ และครอบครวั
มาตรฐาน พ2.1เขา ใจและเห็นคุณคาตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษาและมีทกั ษะในการดําเนินชวี ิต
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหว การออกกาํ ลังกาย การเลนเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา ใจ มีทักษะในการเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน เกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกําลังกาย การเลนเกม และการเลนกีฬาปฏิบัติเปนประจํา
อยางสมํ่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนํ้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขงขันและชื่นชมใน
สนุ ทรียภาพของการกีฬา
สาระที่ 4 การสรา งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการปองกนั โรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณคาและมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพ การดํารงสุขภาพ การปองกัน
โรคและการสรางเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชวี ิต
มาตรฐาน พ 5.1 ปอ งกนั และหลกี เลี่ยงปจจยั เส่ยี ง พฤติกรรมเส่ียงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยา
สารเสพตดิ และความรนุ แรง
สาระการเรยี นรูศิลปะ (3 สาระ 6 มาตรฐาน)
สาระที่ 1 ทศั นศิลป
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ และความคิดสรางสรรค วิเคราะห
วิพากษ วิจารณคุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตองานศิลปะอยางอิสระช่ืนชมและ
ประยุกตใช ในชีวิตประจาํ วัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรมเห็นคุณคา
งานทัศนศลิ ปท ่เี ปน มรดกทางวัฒนธรรมภูมปิ ญ ญาทองถนิ่ ภูมปิ ญญาไทยและสากล
สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณคุณคา
ดนตรี ถายทอดความรสู ึก ความคิดตอ ดนตรีอยางอิสระ ชื่นชม และประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วนั
มาตรฐาน ศ 2.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคา
ของดนตรีท่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 29
มาตรฐาน ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณ
คณุ คา นาฏศลิ ป ถา ยทอดความรูสึกความคดิ อยา งอิสระช่นื ชมและประยุกตใชในชวี ติ ประจาํ วัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เขาใจความสัมพันธระหวางนาฏศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็นคุณคา
ของนาฏศลิ ปทเ่ี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ ภมู ปิ ญ ญาไทยและสากล
กลุม สาระการเรียนรูก ารงานอาชีพ (2 สาระ 2 มาตรฐาน)
สาระที่ 1 การดํารงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เขาใจการทํางาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะ
การจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทํางานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม
และลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใชพลังงาน ทรัพยากร และส่ิงแวดลอม เพ่ือการดํารงชีวิต
และครอบครวั
สาระท่ี 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจ มที ักษะที่จําเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเทคโนโลยี
เพอื่ พฒั นาอาชีพมคี ณุ ธรรมและมีเจตคตทิ ี่ดตี ออาชีพ
สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (4 สาระ 8 มาตรฐาน)
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรื่องทีฟ่ ง และอา นจากสื่อประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยางมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก
และความคิดเหน็ อยา งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตาง ๆ โดย
การพูดและการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาใจความสัมพันธระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนําไปใช
ไดอยา งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจาของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนํามาใชอ ยางถูกตองและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธก บั กลมุ สาระการเรียนรอู น่ื
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 30
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเช่ือมโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืน และเปน
พน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู และเปดโลกทศั นของตน
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธก ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตางๆท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปนเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปล่ยี นเรยี นรูก บั สงั คมโลก
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบานรุงสมบูรณ พุทธศักราช 2553
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2563) ไดกําหนดโครงสรางของหลักสูตร
สถานศึกษา เพ่ือใหผูสอนและผูท่ีเก่ียวของในการจัดการเรียนรูตาม
หลกั สูตรของสถานศึกษามีแนวปฏิบัติ ดังน้ี
ระดับการศึกษา
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบานรุงสมบูรณ พุทธศักราช 2563
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2563) จดั ระดับการศกึ ษา ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 – 6) การศึกษาระดับนี้
เปนชวงแรกของการศึกษา ภาคบังคับ มุงเนนทักษะพ้ืนฐาน
ดานการอาน การเขียน การคิดคํานวณ ทักษะการคิดพ้ืนฐาน การ
ติดตอ สื่อสาร กระบวนการเรียนรูทางสังคม และพื้นฐานความเปนมนุษย
การพัฒนาคุณภาพชีวิตอยางสมบูรณและสมดุล ทั้งในดานรางกาย
สติปญญา อารมณ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนนจัดการเรียนรูแบบ
บูรณาการ
หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 31
ระดับประถมศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 – 3) การศึกษาภาค
บังคับ มุงเนนทักษะพ้ืนฐานดานการอาน การเขียน การคิดคํานวณ
ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดตอส่ือสาร กระบวนการเรียนรูทางสังคม
และทักษะอาชีพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอยางสมบูรณและสมดุล ท้ัง
ในดานรางกาย สติปญญา อารมณ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนน
จัดการเรยี นรูแ บบบรู ณาการ
การจดั เวลาเรยี น
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบานรุงสมบูรณ พุทธศักราช 2563
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ไดจัดเวลาเรียนตามกลุมสาระการเรียนรู
8 กลุมสาระ และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน โดยจัดใหเหมาะสมตามบริบท
จดุ เนน ของโรงเรียน และสภาพ ของผูเรียน ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา (ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 1-6) จัดเวลาเรียนเปนรายป โดยมีเวลาเรียนวัน
ละไมเกิน 5 ชั่วโมง และระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 – 3 ) จัดเวลาเรียนเปนรายป
โดยมีเวลาเรียนวนั ละไมเ กนิ 6 ช่ัวโมง
โครงสรางหลักสตู ร
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบานรุงสมบูรณ พุทธศักราช 2553
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2563) ประกอบดวยโครงสรางเวลาเรียน
และโครงสรา งหลักสูตรช้ันป ดังน้ี
1. เวลาเรียน เปนโครงสรางท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวม
โครงสรางเวลาเรียนของแตละกลุมสาระการเรียนรู 8 กลุมสาระ ที่เปน
เวลาเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการ
จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน จําแนกแตละช้ันป ในระดับประถมศึกษา
ดงั นี้
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ พทุ ธศกั ราช 2553
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 32
โครงสรา งเวลาเรยี นระดบั ประถมศึกษา
กลุมสาระการเรียนรู/กิจกรรม เวลาเรยี น
ระดับประถมศกึ ษา
กลุม สาระการเรยี นรู(พนื้ ฐาน) ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
ภาษาไทย
คณิตศาสตร 200 200 200 160 160 160
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 200 200 200 160 160 160
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 80 80 80 80 80 80
ประวตั ิศาสตร 40 80 80 120 120 120
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40 (40) (40) (40) (40) (40)
ศลิ ปะ 20 20 20 80 80 80
การงานอาชีพ 20 20 20 80 80 80
ภาษาตา งประเทศ 40 40 40 80 80 80
รวมเวลาเรียน(พ้ืนฐาน) 200 200 200 80 80 80
รายวิชาเพิม่ เติม 840 840 840 840 840 840
หนา ท่พี ลเมือง
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น 40 40 40 40 40 40
กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น 30 30 30 30 30 30
- กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี 40 40 40 40 40 40
- กิจกรรมชุมนุม 40 40 40 40 40 40
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน 10 10 10 10 10 10
รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น 120 120 120 120 120 120
รวมเวลาเรียนทงั้ หมด 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 33
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ พทุ ธศกั ราช 2553
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
โครงสรา งเวลาเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
กลมุ สาระการเรียนรู/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
กลุมสาระการเรียนรู(พ้นื ฐาน) ม. 1 ม. 2 ม. 3
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
ประวัตศิ าสตร 160 (4 นก.) 160 (4 นก.) 160 (4 นก.)
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
ศลิ ปะ
การงานอาชีพ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
ภาษาตางประเทศ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
รวมเวลาเรยี น(พนื้ ฐาน) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
รายวชิ าเพม่ิ เติม 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
o หนา ที่พลเมือง 880 (22 นก.) 880 (22 นก.) 880 (22 นก.)
o ภาษาไทย (เพ่ิมเตมิ )
o คอมพวิ เตอร (เพ่มิ เตมิ ) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
o คณติ ศาสตร (เพม่ิ เติม) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
กิจกรรมแนะแนว 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
กิจกรรมนักเรยี น
35 35 35
- กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
40 40 40
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 34
- กจิ กรรมชมุ นุม 30 30 30
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 15 15 15
รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน 120 120 120
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด 1,200 1,200 1,200
โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวิชาพืน้ ฐาน
ท11101 ภาษาไทย 840
ค11101 คณิตศาสตร 200
ว11101 วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 200
ส11101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 80
ส11102 ประวัติศาสตร 40
พ11101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 40
ศ11101 ศลิ ปะ 20
ง11101 การงานอาชพี 20
อ11101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 40
200
รายวิชาเพมิ่ เติม 40
ส11231 หนา ที่พลเมือง 40
120
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน 40
• กจิ กรรมแนะแนว 40
• กิจกรรมนักเรียน
ลูกเสือ
หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 35
ชมุ นมุ 30
• กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน 10
1,000
รวมเวลาเรียน
โครงสรางหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 2
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
ท11101 รายวชิ าพื้นฐาน
ค11101 ภาษาไทย 840
ว11101 คณิตศาสตร 200
ส11101 วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 200
ส11102 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80
พ11101 ประวตั ศิ าสตร 40
ศ11101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40
ง11101 ศิลปะ 20
อ11101 การงานอาชพี 20
ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 40
200
รายวชิ าเพมิ่ เติม 40
หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 36
ส11231 หนา ทพ่ี ลเมือง 40
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น 120
40
• กจิ กรรมแนะแนว
• กจิ กรรมนักเรยี น 40
30
ลูกเสอื 10
ชมุ นุม 1,000
• กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 37
โครงสรางหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวิชาพืน้ ฐาน
ท13101 ภาษาไทย 840
ค13101 คณติ ศาสตร 200
ว13101 วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 200
ส13101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80
ส13102 ประวตั ศิ าสตร 40
พ13101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40
ศ13101 ศลิ ปะ 20
ง13101 การงานอาชีพ 20
อ13101 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 40
200
รายวิชาเพิ่มเติม 40
ส13233 หนาทพ่ี ลเมือง 40
120
กจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี น 40
• กิจกรรมแนะแนว 40
30
• กจิ กรรมนักเรยี น 10
ลูกเสือ
ชมุ นุม 1,000
• กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น
หลกั สตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 38
โครงสรางหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท14101 ภาษาไทย 840
ค14101 คณิตศาสตร 160
ว14101 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 160
ส14101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80
ส14102 ประวตั ศิ าสตร 80
พ14101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40
ศ14101 ศลิ ปะ 80
ง14101 การงานอาชพี 80
อ14101 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน 80
80
รายวชิ าเพิม่ เติม 40
ส14234 หนาทีพ่ ลเมือง 40
120
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น 40
• กิจกรรมแนะแนว 40
30
• กิจกรรมนักเรยี น 10
ลูกเสอื -เนตรนารี
ชมุ นุม
• กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 39
1,000
รวมเวลาเรยี น
โครงสรางหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 5
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
ท15101 รายวิชาพ้นื ฐาน
ค15101 ภาษาไทย 840
ว15101 คณติ ศาสตร 160
ส15101 วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 160
ส15102 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 80
พ15101 ประวัตศิ าสตร 80
ศ15101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40
ง15101 ศิลปะ 80
อ15101 การงานอาชพี 80
ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 80
ส15235 80
รายวชิ าเพิ่มเติม 40
หนา ที่พลเมือง 40
120
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 40
• กจิ กรรมแนะแนว 40
• กจิ กรรมนักเรยี น
40
ลูกเสือ-เนตรนารี 30
ชุมนุม 10
• กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน 1,000
รวมเวลาเรียน
โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ
ระดบั ประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
ท16101 รายวชิ าพื้นฐาน
ค16101 ภาษาไทย 840
ว16101 คณติ ศาสตร 160
ส16101 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ส16102 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 160
พ16101 ประวัติศาสตร 80
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
80
40
80
หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 41
ศ16101 ศลิ ปะ 80
ง16101 การงานอาชพี 80
อ16101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 80
40
รายวชิ าเพ่ิมเติม 40
ส16236 หนา ทพี่ ลเมือง 120
40
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน
• กจิ กรรมแนะแนว 40
• กิจกรรมนักเรียน 30
10
ลูกเสือ-เนตรนารี 1,000
ชุมนมุ
• กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น
โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 42
รายวชิ าพน้ื ฐาน (นก./ชม.) รายวิชาพนื้ ฐาน (นก./ชม.)
11 (440) 11 (440)
ท21101 ภาษาไทย 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 1.5 (60)
1.5 (60) 1.5 (60)
ค21101 คณติ ศาสตร ค21102 คณิตศาสตร
1.5 (60) 1.5 (60)
ว21101 วิทยาศาสตร ว21102 วทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี 1.5 (60) และเทคโนโลยี 1.5 (60)
ส21101 สังคมศึกษา ศาสนา 0.5 (20) ส21103 สังคมศึกษา ศาสนา 0.5 (20)
และวัฒนธรรม 1.0 (40) และวฒั นธรรม 1.0 (40)
1.0 (40) 1.0 (40)
ส21102 ประวตั ศิ าสตร 1.0 (40) ส21104 ประวัติศาสตร 1.0 (40)
1.5 (60) 1.5 (60)
พ21101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2.5 (100) พ21102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2.5 (100)
0.5 (20) 0.5 (20)
ศ21101 ทศั นศิลป 1.0 (40) ศ21102 ดนตรี-นาฏศลิ ป 1.0 (40)
0.5 (20) 0.5 (20)
ง21101 การงานอาชพี ง21102 การงานอาชพี
0.5 (20) 0.5 (20)
อ21101 ภาษาอังกฤษ 60 อ21102 ภาษาองั กฤษ 60
20 15
รายวชิ าเพิม่ เติม รายวิชาเพ่ิมเติม
20 20
ส21231 หนาทพ่ี ลเมือง 15 ส21232 หนา ที่พลเมือง 15
5 10
ท21201 ภาษาไทย ท21202 ภาษาไทย
600 600
ง 21241 คอมพิวเตอร ง 21242 คอมพวิ เตอร
(เพิ่มเติม) (เพิ่มเตมิ )
ค21201 คณติ ศาสตร(เพิ่มเติม) ค21202 คณติ ศาสตร(เพ่ิมเตมิ )
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน
• กจิ กรรมแนะแนว • กจิ กรรมแนะแนว
• กจิ กรรมนักเรียน • กิจกรรมนักเรียน
ลกู เสือ / เนตรนารี ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมุ นุม ชมุ นุม
• กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและ • กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและ
สาธารณประโยชน สาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น รวมเวลาเรยี น
หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 43
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวชิ าพ้ืนฐาน 11 (440) รายวิชาพน้ื ฐาน 11 (440)
1.5 (60) 1.5 (60)
ท22101 ภาษาไทย 1.5 (60) ท22102 ภาษาไทย 1.5 (60)
ค22101 คณติ ศาสตร 1.5 (60) ค22102 คณติ ศาสตร 1.5 (60)
ว22101 วทิ ยาศาสตร 1.5 (60) ว22102 วิทยาศาสตร 1.5 (60)
และเทคโนโลยี และเทคโนโลยี
0.5 (20) 0.5 (20)
ส22101 สังคมศึกษา ศาสนา 1.0 (40) ส22103 สงั คมศึกษา ศาสนา 1.0 (40)
และวฒั นธรรม 1.0 (40) และวัฒนธรรม 1.0 (40)
1.0 (40) 1.0 (40)
ส22102 ประวัติศาสตร 1.5 (60) ส22104 ประวตั ศิ าสตร 1.5 (60)
2.5 (100) 2.5 (100)
พ22101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 0.5 (20) พ22102 สุขศึกษาและพลศึกษา 0.5 (20)
1.0 (40) 1.0 (40)
ศ22101 ทัศนศลิ ป 0.5 (20) ศ22102 ดนตรี-นาฏศิลป 0.5 (20)
ง22101 การงานอาชพี 0.5 (20) ง22102 การงานอาชพี 0.5 (20)
60 60
อ22101 ภาษาองั กฤษ 20 อ22102 ภาษาองั กฤษ 15
รายวชิ าเพิ่มเติม 20 รายวิชาเพ่ิมเติม 20
15 15
ส22233 หนา ท่พี ลเมือง 5 ส22234 หนาทีพ่ ลเมือง 10
ท21201 ภาษาไทย 600 ท21201 ภาษาไทย 600
ง 21241 คอมพิวเตอร ง 21241 คอมพิวเตอร
(เพิ่มเตมิ ) (เพ่ิมเตมิ )
ค21201 คณิตศาสตร(เพิ่มเตมิ ) ค21201 คณิตศาสตร(เพ่ิมเตมิ )
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
• กิจกรรมแนะแนว • กิจกรรมแนะแนว
• กิจกรรมนักเรียน • กจิ กรรมนักเรยี น
ลูกเสอื / เนตรนารี ลกู เสือ / เนตรนารี
ชมุ นุม ชุมนุม
• กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ • กิจกรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน สาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น รวมเวลาเรียน
หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 44
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3
ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
11 (440)
รายวชิ าพนื้ ฐาน 11 (440) รายวชิ าพนื้ ฐาน 1.5 (60)
1.5 (60)
ท23101 ภาษาไทย 1.5 (60) ท23102 ภาษาไทย
1.5 (60)
ค23101 คณติ ศาสตร 1.5 (60) ค23102 คณิตศาสตร
1.5 (60)
ว23101 วทิ ยาศาสตร 1.5 (60) ว23102 วทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี และเทคโนโลยี 0.5 (20)
1.0 (40)
ส23101 สังคมศึกษา ศาสนา 1.5 (60) ส23103 สังคมศึกษา ศาสนา 1.0 (40)
และวัฒนธรรม และวฒั นธรรม 1.0 (40)
1.5 (60)
ส23102 ประวตั ศิ าสตร 0.5 (20) ส23104 ประวัตศิ าสตร 2.5 (100)
0.5 (20)
พ23101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 (40) พ23102 สุขศึกษาและพลศึกษา 1.0 (40)
0.5 (20)
ศ23101 ทัศนศลิ ป 1.0 (40) ศ23102 ดนตรี-นาฏศิลป 0.5 (20)
ง23101 การงานอาชพี 1.0 (40) ง23102 การงานอาชีพ 60
15
อ23101 ภาษาองั กฤษ 1.5 (60) อ23102 ภาษาองั กฤษ
20
รายวิชาเพ่ิมเติม 2.5 (100) รายวิชาเพ่ิมเติม
ส23235 หนาทพ่ี ลเมือง 0.5 (20) ส23236 หนาทพ่ี ลเมือง
ท21201 ภาษาไทย 1.0 (40) ท21201 ภาษาไทย
ง 21241 คอมพิวเตอร (เพ่มิ เตมิ ) 0.5 (20) ง 21241 คอมพิวเตอร (เพิม่ เติม)
ค21201 คณิตศาสตร(เพ่ิมเติม) 0.5 (20) ค21201 คณิตศาสตร(เพ่ิมเติม)
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น 60 กิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น
• กิจกรรมแนะแนว 20 • กจิ กรรมแนะแนว
• กิจกรรมนักเรยี น • กิจกรรมนักเรยี น
ลูกเสอื / เนตรนารี 20 ลูกเสอื / เนตรนารี
หลกั สตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 45
ชมุ นมุ 15 ชุมนมุ 15
5 10
• กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ • กิจกรรมเพือ่ สังคมและ
สาธารณประโยชน 600 สาธารณประโยชน 600
รวมเวลาเรยี น รวมเวลาเรียน
รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ท11101 ภาษาไทย
ท12101 ภาษาไทย ระดับประถมศึกษา
ท13101 ภาษาไทย
ท14101 ภาษาไทย จาํ นวน 200 ชัว่ โมง
ท15101 ภาษาไทย จํานวน 200 ช่ัวโมง
ท16101 ภาษาไทย จํานวน 200 ชัว่ โมง
จํานวน 160 ชัว่ โมง
รายวิชาพื้นฐาน จํานวน 160 ชั่วโมง
ท21101 ภาษาไทย จํานวน 160 ช่ัวโมง
ท21102 ภาษาไทย
ท22101 ภาษาไทย ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
ท22102 ภาษาไทย
ท23101 ภาษาไทย จํานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนวยกติ
ท23102 ภาษาไทย จาํ นวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว ยกิต
จํานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกิต
จํานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนวยกิต
จํานวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว ยกิต
จํานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว ยกิต
หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 46
ท11101 ภาษาไทย
รายวชิ าพื้นฐาน กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 เวลา 200 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อา นออกเสียงคาํ คําคลอ งจอง ขอความสั้น ๆ เร่ืองส้ัน ๆ งาย ๆ บอกความหมายของคํา ขอความ
บอกขอคิด ตอบคําถาม เลาเรื่องยอ คาดคะเนเหตุการณจากเรื่องท่ีอาน บอกความหมายของเคร่ืองหมาย
หรือสัญลักษณสาํ คญั ทีพ่ บเห็นในชวี ติ ประจําวัน มีมารยาทในการอาน
คัดลายมือดวยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนส่ือสารดวยคําและประโยคงาย ๆ มีมารยาทใน
การเขยี น
ฟงคําแนะนํา คําส่ังงาย ๆ และปฏิบัติตาม ตอบคําถาม เลาเรื่องท่ีฟงและดูทั้งท่ีเปนความรู
ความบันเทิง พูดแสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเร่ืองท่ีฟงและดู พูดส่ือสารไดตามวัตถุประสงค มี
มารยาทในการฟง การดูและการพูด บอกขอคิดท่ีไดจากการอานและการฟงวรรณกรรมรอยแกวและรอย
กรอง ทองจําบทอาขยานตามท่ีกําหนดและบทรอยกรองตามความสนใจ
เขยี นพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต เลขไทย เขียนสะกดคํา เรียบเรียงคําเปนประโยคงาย ๆ ตอ
คําคลองจองงาย ๆ เขียนส่ือสารเรื่องที่อานแลวเขาใจสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวัน คัดลายมือดวยตัว
บรรจงเตม็ บรรทัด ถกู ตองสวยงาม
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 47
ใชก ระบวนการคิด ทักษะการส่ือสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตาง ๆ ที่อาน ฟง และดู
เพื่อใหเ กิดความรูความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจนําไปใชใน
ชีวิตประจําวนั ไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปนไทย ชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยมีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง
พอเพยี ง มงุ มั่นทํางานและมีจติ สาธารณะ
รหัสตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7, ป.1/8
ท 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ท 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ท 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ท 5.1 ป.1/1, ป.1/2
รวมทั้งหมด 22 ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 48
ท12101 ภาษาไทย
รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 2 เวลา 200 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงคํา คําสัมผัสคลองจอง ขอความและบทรอยกรองงาย ๆ อธิบายความหมายของคํา
และขอความท่ีอาน ต้ังคําถามและตอบคําถามเก่ียวกับเร่ืองท่ีอาน ระบุใจความสําคัญและรายละเอียดจาก
เรื่องท่ีอาน แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณจากเร่ืองท่ีอาน อานหนังสือจากความสนใจอยาง
สมํ่าเสมอและนําเสนอเร่ืองท่ีอาน อานขอเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคําส่ังหรือขอแนะนํา มีมารยาทใน
การอา น
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้น ๆ เก่ียวกับประสบการณ เขียนเรื่องสั้น ๆ ตาม
จนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขียน
ฟงคําแนะนํา คําสั่งท่ีซับซอนและปฏิบัติตาม เลาเรื่องที่ฟงและดู ทั้งท่ีเปนความรูและความบันเทิง
บอกสาระสาํ คัญของเรือ่ งท่ีฟง และดู ตั้งคาํ ถามและตอบคําถามเก่ียวกับเร่ืองที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น
และความรสู กึ จากเร่อื งทฟ่ี ง และดู พดู สอ่ื สารไดช ดั เจนตรงตามวตั ถุประสงค มีมารยาทในการฟง การดู การ
พูด บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา เรียบ
เรียงคําและประโยคตามเจตนาของการส่ือสาร บอกลักษณะคําคลองจอง เลือกใชภาษาไทยมาตรฐาน และ
ภาษาถ่ินไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ
ระบุขอ คดิ ท่ไี ดจากการอานหรือการฟงวรรณกรรมสําหรับเด็ก เพื่อนําไปใชในชีวิตประจําวัน รองบท
รอยกรองเลนสําหรับเด็กในทองถิ่น ทองจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบทรอยกรองท่ีมีคุณคาตามความ
สนใจ
โดยใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตาง ๆ ท่ีอาน ฟง
และดู เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ
นําไปใชใ นชวี ิตประจาํ วันไดอ ยางภาคภูมิใจ รักความเปนไทย ชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยมีวินัย ใฝเรียนรู
อยูอ ยา งพอเพยี ง มงุ ม่นั ทาํ งานและมจี ติ สาธารณะ
รหัสตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
รวมท้ังหมด 27 ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 49
ท13101 ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 3 เวลา 200 ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงคํา ขอความ เร่ืองส้ัน ๆ และบทรอยกรองอยางงายไดอยางคลองแคลว อธิบาย
ความหมายของคําและขอความท่ีอาน ตั้งคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องที่อาน ลําดับ
เหตกุ ารณและคาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อาน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิดจากเร่ืองท่ี
อานเพื่อนําไปใชในการอานหนังสือตามความสนใจอยางสม่ําเสมอและนําเร่ืองที่อานขอเขียนเชิงอธิบายและ
ปฏิบัติตามคําส่ังหรือขอแนะนํา อธิบายความหมายของขอมูลจากแผนภาพ แผนท่ี แผนภูมิ มีมารยาทใน
การอาน
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายเก่ียวกับส่ิงใดสิ่งหน่ึงไดอยางชัดเจน เขียนบันทึก
ประจําวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เลา
รายละเอยี ดเกีย่ วกบั เรอ่ื งท่ฟี งและดู ท้ังทเ่ี ปน ความรแู ละบนั เทงิ บอกสาระสําคัญจากการฟง การดู
ต้ังคําถามและตอบคําถามเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องท่ีฟงและดู
พูดส่ือสารไดช ดั เจนตามวัตถปุ ระสงค มีมารยาทในการฟง การดู การพูด
เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา ระบุชนิดและหนาที่ของคําในประโยค ใช
พจนานุกรมคนหาความหมายของคํา แตงประโยคงาย ๆ แตงคําคลองจองและคําขวัญ เลือกใชภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถ่ินไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ
ระบุขอคิดท่ีไดจากการฟงวรรณกรรม เพ่ือนําไปใชในชีวิตประจําวัน รูจักเพลงพ้ืนบานและเพลง
กลอมเด็ก เพ่ือปลูกฝงความชื่นชมวัฒนธรรมทองถ่ิน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีท่ีอาน ทองจําบท
อาขยานตามท่กี าํ หนดและบทรอ ยกรองที่มีคณุ คาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการคิด ทักษะการส่ือสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเร่ือง และสื่อตาง ๆ ท่ีอาน ฟง
และดู เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถในการแยก ตัดสินนําไปใช
ชีวติ ประจาํ วันไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปนไทย ชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยมีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง
พอเพยี ง มงุ มั่นทาํ งานและมจี ิตสาธารณะ
รหสั ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9
ท 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
รวมทั้งหมด 31 ตัวชี้วัด
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 50
รายวชิ าพ้ืนฐาน ท14101 ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
เวลา 160 ชั่วโมง
อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองตามหลักการอาน อธิบายความหมายของ
คํา ประโยค สาํ นวน จากเรอื่ งทอี่ า น อา นเรอื่ งสัน้ ตามเวลาทีก่ าํ หนดและตอบคําถาม จบั ใจความสําคญั
แยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ คาดคะเนเหตุการณ โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิด
จากเร่ืองที่อานเพ่ือนําไปใชในชีวิตประจําวัน อานหนังสือท่ีมีคุณคาตามความสนใจอยางสม่ําเสมอและแสดง
ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ืองทอ่ี าน มนี ิสยั รักการอานและมีมารยาทในการอาน
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย เขียนส่ือสารโดย
ใชคําใหถูกตองชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใชพัฒนางาน
เขียน เขยี นยอความจากเรื่องส้ัน ๆ เขียนจดหมายถึงเพ่ือนและบิดามารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงาน
จากการศึกษาคนควา เร่ืองราวจากจินตนาการ มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทการเขียน จําแนก
ขอเท็จจริง และขอคิดเห็นจากเร่ืองที่ไดฟงหรือดูในชีวิตประจําวัน พูดสรุปความ พูดแสดงความรู ความ
คิดเห็นและความรูสึกจากเร่ืองท่ีฟงและดู โดยต้ังคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผล จากเร่ืองท่ีฟงและดู
รายงานเรือ่ งหรอื ประเด็นที่ศึกษาจากการฟง และดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง และการพูด
สะกดคําและบอกความหมายของคําในบริบทตาง ๆ ระบุชนิดและหนาท่ีของคําในประโยค ใช
พจนานุกรมคนหาความหมายของคํา แตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา แตงบทรอยกรอง และคําขวัญ
บอกความหมายของสาํ นวนทเี่ ปน คาํ พังเพยและสภุ าษติ เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถิน่
ระบุขอ คดิ จากนิทานพื้นบานหรอื นิทานคติธรรม อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชในชีวิตจริง
รองเพลงพื้นบาน ทองจําบทอาขยานตามทีก่ ําหนดและบทรอยกรองท่ีมีคุณคาตาม ความ
สนใจ โดยใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเร่ืองและส่ือตาง ๆ ท่ีอานฟงและดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจนําไปใช
ซือ่ สัตยม ีวินยั ใฝเ รยี นรู อยูอ ยางพอเพียง มุงมั่นในการทํางาน
รหัสตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวมท้ังหมด 33 ตวั ชี้วดั