The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rachanichonboonsong3, 2022-09-14 07:48:16

หลักสูตรโรงเรียนบ้านโพนข่า

CA บ้านโพนข่า

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 201

ศ 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ศ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ 3.2 ป.6/1, ป.6/2
รวมทั้งหมด 27 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 202

ศ21101 ทัศนศลิ ป

รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 1.0 หนวยกิต)

_________________________________________________________________________

บรรยายความแตกตางและความคลายคลึงกันของงานทัศนศิลป และสิ่งแวดลอม โดยใชความรูเร่ือง

ทัศนธาตุ ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป โดยเนนความเปนเอกภาพ ความกลมกลืนและ

ความสมดุล

สามารถวาดภาพทัศนียภาพ แสดงใหเห็นระยะใกลไกลเปน 3 มิติ รวบรวมงานปนหรือสื่อผสมมา

สรางเปนเรอื่ งราว 3 มิติ โดยเนนความเปนเอกภาพ ความกลมกลนื และการส่ือถึงเรือ่ งราวของงาน

ออกแบบรูปภาพ สัญลักษณหรือกราฟกอ่ืนๆ โดยการนําเสนอความคิดและขอมูล ประเมินงาน

ทศั นศิลปแ ละบรรยายถงึ วธิ ีการปรบั ปรงุ งานของตนเอง

ระบแุ ละบรรยายเก่ียวกบั ลกั ษณะรูปแบบงานทศั นศลิ ปข องชาติ และของทอ งถ่ินตนเองจากอดีตจนถึง

ปจจุบัน ระบุและเปรียบเทียบงานทัศนศิลปของภาคตาง ๆ ในประเทศไทย และเปรียบเทียบความแตกตาง

ของจุดประสงคในการสรางสรรคง านทศั นศลิ ปข องวฒั นธรรมไทยและสากล

รหัสตัวช้ีวัด
ศ 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6
ศ 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวมทั้งหมด 9 ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 203

ศ21102 ดนตรี-นาฏศลิ ป

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน(จํานวน 1.0 หนวยกิต)

________________________________________________________________________

อาน เขียน รองโนตไทยและโนตสากล เปรียบเทียบเสียงรองและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจาก

วัฒนธรรมท่ีตางกัน รองเพลงและใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดวยบทเพลงท่ีหลากหลาย

รปู แบบ สามารถจดั ประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ แสดงความคิดเห็นท่ีมีตอ

อารมณข องบทเพลงที่มีความเร็วของจังหวะ และความดัง-เบาแตกตางกัน นําเสนอตัวอยางเพลงท่ีตนเองชื่น

ชอบและอภปิ รายลักษณะเดนที่ทําใหงานนน้ั นาช่ืนชม รจู ักใชแ ละบํารุงรักษาเครื่องดนตรีอยางระมัดระวังและ

รับผิดชอบ

อธิบายบทบาทความสัมพันธและอิทธิพลของดนตรีท่ีมีตอสังคมไทย พรอมระบุความหลากหลายของ

องคป ระกอบดนตรี ในวฒั นธรรมทตี่ างกนั

อธิบายอิทธพิ ลของนกั แสดงช่ือดัง ทีม่ ีอทิ ธิพลตอการโนมนาวอารมณหรือความคิดของผูชม ใชนาฏย

ศัพทหรือศัพททางละครในการแสดงนาฏศิลปและละครในรูปแบบงาย ๆ ใชทักษะทํางานเปนกลุมใน

กระบวนการผลติ การแสดง

ใชเกณฑงาย ๆ ท่ีกําหนดใหในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชม โดยเนนเร่ืองการใชเสียง การ

แสดงทา และการเคล่อื นไหว

รหัสตวั ช้ีวัด
ศ 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9
ศ 2.2 ม.1/1, ม.1/2
ศ 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ศ 3.2 ม.1/1, ม.1/2
รวมท้ังหมด 18 ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 204

ศ22101 ทศั นศิลป

รายวิชาพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ

ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 1.0 หนวยกติ )

_________________________________________________________________________

อภิปรายเกี่ยวกับทัศนธาตุในดานรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศิลปที่เลือกมา บรรยายเก่ียวกับ

ความเหมอื นและความแตกตา งของรปู แบบการใชวสั ดอุ ปุ กรณ ในงานทศั นศิลปของศิลปนวาดภาพดวยเทคนิค

ท่ีหลากหลายในการสื่อความหมายและเร่ืองราวตาง ๆ สรางหลักเกณฑในการประเมินและวิจารณงาน

ทศั นศลิ ป

วาดภาพแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละคร บรรยายวิธีการใชงานทัศนศิลปในการโฆษณาเพื่อโนม

นาวใจและนาํ เสนอตวั อยางประกอบ

ระบุและบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมตาง ๆ ท่ีสะทอนถึงงานทัศนศิลปในปจจุบัน บรรยายถึงการ

เปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลปแตละยุคสมัย โดยเนนถึงแนวคิดและเนื้อหาของงาน เปรียบเทียบแนวคิดใน

การออกแบบงานทัศนศลิ ปท ่มี าจากวฒั นธรรมไทยและสากล

รหสั ตัวช้ีวัด
ศ 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2 /4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7

ศ 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวมทั้งหมด 10 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 205

ศ22102 ดนตรี-นาฏศิลป

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน(จํานวน 1.0 หนวยกิต)

_________________________________________________________________________

เปรียบเทียบการใชอ งคประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตางกัน อานเขยี นรอ งโนต ไทยและโนตสากล
ที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง สามารถระบุปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคงานดนตรี สามารถรองเพลงและ
เลนคนตรีเด่ียวและวง บรรยายอารมณของเพลงและความรูสึกท่ีมีตอบทเพลงท่ีฟง ระบุงานอาชีพตาง ๆ ที่
เกยี่ วขอ งกบั ดนตรแี ละบทบาทของดนตรใี นธุรกิจบนั เทิง

บรรยายบทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศตาง ๆ บรรยายอิทธิพลของ
วัฒนธรรมและเหตุการณใ นประวตั ิศาสตรท มี่ ตี อรูปแบบของดนตรีในประเทศไทย

สามารถอธิบาย บูรณาการศิลปะแขนงอ่ืน ๆ กับการแสดงสรางสรรคการแสดงโดยใชองคประกอบ
นาฏศิลปและการละคร

วิเคราะหการแสดงของตนเองและผูอ่ืนโดยใชนาฏยศัพทหรือศัพททางการละครท่ีเหมาะสม
เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศลิ ปจากวฒั นธรรมตา ง ๆ

รหัสตัวช้ีวัด
ศ 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 , ม.2/4 ,ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ศ 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ศ 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ศ 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวมทั้งหมด 17 ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 206

ศ23101 ทศั นศลิ ป

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน(จาํ นวน 1.0 หนวยกติ )

________________________________________________________________________

บรรยายส่ิงแวดลอมและทัศนศิลปที่เลือกมา โดยใชความรูเรื่องทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ

ระบุวิธีการในการสรางงานทัศนศิลป วิธีการใชทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสรางงานทัศนศิลปของ

ตนเองใหมีคุณภาพ มีทักษะในการสรางงานทัศนศิลปอยางนอย 3 ประเภท มีทักษะในการผสมผสานวัสดุ

ตาง ๆ ในการสรา งงานทัศนศิลป โดยใชหลกั การออกแบบ

สามารถสรางงานทัศนศิลปท้ัง 2 มิติ และ 3 มิติ เพ่ือถายทอดประสบการณและจินตนาการ

วิเคราะหและอภิปรายรูปแบบ เนื้อหา และคุณคาในงานทัศนศิลปของตนเองและของผูอื่น ระบุอาชีพที่

เกี่ยวกับงานทศั นศลิ ป โดยใชเกณฑทก่ี าํ หนดขนึ้ อยา งเหมาะสม สามารถนําไปจดั นิทรรศการ

ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลปท่ีสะทอนคุณคาของวัฒนธรรม เปรียบเทียบความแตกตาง

ของงานทศั นศลิ ปในแตละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล

รหสั ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/ 4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/ 9

ศ 1.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมท้ังหมด 11 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 207

ศ23102 ดนตรี-นาฏศิลป

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 1.0 หนว ยกติ )

_________________________________________________________________________

เปรียบเทียบองคประกอบที่ใชในงานดนตรีและงานศิลปะอ่ืน ๆ รองเพลง เลนดนตรีเดี่ยวและรวม

วง โดยเนนเทคนิคการรอง การเลน การแสดงออกและคุณภาพเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช

องคประกอบดนตรีในการสรางสรรคง านดนตรขี องตนเอง และอิทธพิ ลของดนตรที ี่มีตอบคุ คลและสงั คม

บรรยายวิวัฒนาการของดนตรีแตละยุคสมัย อภิปรายลักษณะเดนท่ีทําใหงานดนตรีน้ันไดรับการ

ยอมรับ

เรียนรูโครงสรางของบทละครโดยใชศัพททางละคร ใชนาฏยศัพทท่ีเหมาะสม เปรียบเทียบการ

แสดงอากปั กริ ิยาของผูค นในชีวิตประจาํ วนั และในการแสดง มที กั ษะในการใชความคิดในการพัฒนารูปแบบใน

การแสดง วจิ ารณเปรียบเทียบงานนาฏยศิลปท่ีมีความแตกตางกัน โดยใชความรูเร่ืององคประกอบนาฏยศิลป

รวมจัดงานการแสดงในบทบาทหนาที่ตาง ๆ และนําเสนอแนวคิดจากเน้ือเร่ืองของการแสดงท่ีสามารถนําไป

ปรับใชในชวี ิตประจาํ วัน

ออกแบบ และสรางสรรคอุปกรณและเครื่องแตงกาย เพื่อแสดงนาฏศิลปและละครท่ีมาจาก

วัฒนธรรมตาง ๆ อธิบายความสําคัญและบทบาทของนาฏศิลปและการละครในชีวิตประจําวัน แสดงความ

คิดเหน็ ในการอนรุ ักษ

รหสั ตวั ช้ีวดั
ศ 2.1 ม.3/1, ม.3/2
ศ 2.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ศ 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ศ 3.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมท้ังหมด 18 ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 208

กลุม สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ

ระดับประถมศกึ ษา

รายวิชาพ้นื ฐาน

ง11101 การงานอาชพี จํานวน 40 ชั่วโมง

ง12101 การงานอาชพี จํานวน 40 ชัว่ โมง

ง13101 การงานอาชพี จํานวน 40 ช่ัวโมง

ง14101 การงานอาชพี จาํ นวน 80 ช่วั โมง

ง15101 การงานอาชพี จาํ นวน 80 ชัว่ โมง

ง16101 การงานอาชพี จํานวน 80 ชว่ั โมง

ระดับมัธยมศึกษา

รายวิชาพน้ื ฐาน

ง21101 การงานอาชีพ จํานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ

ง21102 การงานอาชีพ จํานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต

ง22101 การงานอาชพี จํานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ

ง22102 การงานอาชพี จํานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ

ง23101 การงานอาชีพ จาํ นวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ

ง23102 การงานอาชพี จํานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกติ

รายวิชาเพมิ่ เติม

ง21201 การใชคอมพิวเตอรแ ละ Microsoft Word จาํ นวน 40 ชั่วโมง

ง21202 Microsoft Excel จํานวน 40 ชั่วโมง

ง22201 Microsoft PowerPoint จาํ นวน 40 ชวั่ โมง

ง22202 ภาษาโลโกแ ละการสรางชิน้ งาน จํานวน 40 ชว่ั โมง

ง23201 การสรางเว็บเพจ จาํ นวน 40 ช่ัวโมง

ง23202 Macromedia Flash จาํ นวน 40 ช่ัวโมง

ง21221 ไฟฟา จาํ นวน 40 ชวั่ โมง

ง21261เครื่องยนต จาํ นวน 40 ช่วั โมง

ง21263โครงงานอาชพี จาํ นวน 40 ช่วั โมง

หมายเหตุคาํ อธบิ ายรายวิชาที่เปน ตวั หนงั สือตัวหนาเปน สาระการเรียนรทู องถน่ิ

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 209

ง11101 การงานอาชีพ

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ

ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง

____________________________________________________________________________

วิธีการทํางานเพื่อชวยเหลือตนเอง การใชวัสดุ อุปกรณ และเคร่ืองมืองาย ๆ ในการทํางาน
อยา งปลอดภัย การทาํ งานเพ่ือชวยเหลอื ตนเองอยางกระตือรือรนและตรงเวลา

รหัสตัวชี้วัด
ง 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3

รวมท้ังหมด 3 ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 210

ง12101 การงานอาชพี

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพ

ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง

___________________________________________________________________________

ศึกษาวิธกี ารและประโยชนการทาํ งานเพื่อชว ยเหลือตนเองและครอบครวั การใชว สั ดุ อุปกรณ
และเครื่องมือในการทํางานทเ่ี หมาะสมและประหยัด การทํางานเพ่ือชว ยเหลือตนเองและครอบครัว
อยางปลอดภยั

รหัสตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
รวมทั้งหมด 3 ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 211

ง13101 การงานอาชพี

รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพ

ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 40 ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

ศึกษาวิธีการและประโยชนการทํางาน เพ่ือชวยเหลือตนเอง ครอบครัว และสวนรวม การใชวัสดุ
อุปกรณ และเครื่องมือตรงกับลักษณะงาน การทํางานอยางเปนข้ันตอนตามกระบวนการทํางานดวยความ
สะอาด ความรอบคอบ และอนรุ กั ษสิง่ แวดลอ ม

รหัสตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
รวมท้ังหมด 3 ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 212

ง14101 การงานอาชพี

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลุม สาระการเรียนรูก ารงานอาชพี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 เวลา 40 ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

ศึกษาถึงเหตุผลในการทํางานใหบรรลุเปาหมาย การทํางานบรรลุเปาหมายท่ีวางไว อยางเปน
ขั้นตอน ดวยความขยนั อดทน รับผิดชอบ และซ่ือสัตย การปฏิบัติตนอยางมีมารยาทในการทํางาน การ
ใชพลังงานและทรัพยากรในการทาํ งานอยางประหยดั และคมุ คา และศึกษาความหมายและความสําคัญ
ของอาชพี

รหสั ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ง 2.1 ป.4/1
รวมท้ังหมด 5 ตวั ช้วี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 213

ง15101 การงานอาชพี

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 5 เวลา 80 ชั่วโมง

_________________________________________________________________________

ศึกษาเหตุผลในการทํางานแตละข้ันตอนตามกระบวนการทํางาน การใชทักษะการจัดการใน
การทํางาน อยางเปนระบบ ประณีต และมีความคิดสรางสรรค การปฏิบัติตนอยางมีมารยาทใน
การทํางานกับสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนการมีจิตสํานึกในการใชพลังงานและทรัพยากรอยาง
ประหยัดและคุมคา การสํารวจขอมูลท่เี ก่ยี วกบั อาชพี ตา ง ๆ ในชุมชน รวมถึงการระบุความแตกตางของ
อาชพี

ตัวช้วี ัด
ง 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ง 2.1 ป.5/1, ป.5/2
รวมท้ังหมด 6 ตัวชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 214

ง16101 การงานอาชพี

รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชีพ

ช้นั ประถมศึกษาปที่ 6 เวลา 80 ชัว่ โมง

__________________________________________________________________________

ศึกษาแนวทางในการทํางานและปรับปรุงการทํางานแตละขั้นตอน การใชทักษะการจัดการใน
การทาํ งาน และมีทกั ษะการทํางานรว มกัน การปฏบิ ตั ติ นอยา งมมี ารยาทในการทํางานกับครอบครับและ
ผูอนื่ และการสํารวจตนเองเพ่ือวางแผนในการเลือกอาชีพ การระบุความรู ความสามารถ และคุณธรรม
ทีส่ ัมพนั ธก ับอาชพี ท่สี นใจ

รหัสตัวช้ีวดั
ง 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ง 2.1 ป.6/1, ป.6/2
รวมทั้งหมด 5 ตัวชีว้ ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 215

ง21101 การงานพน้ื ฐานอาชพี

รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.0 หนวยกิต)

__________________________________________________________________________

ศึกษา สังเกต ฝกฝน วเิ คราะหข ั้นตอนการวางแผนการทํางาน
การใชอปุ กรณอ ํานวย ความสะดวกในการทํางานบานและการจัด
ตกแตง บา น ใชก ระบวนการกลมุ ในการทํางาน การเตรยี ม
ประกอบ จดั แตง และบรกิ ารอาหาร การแปรรปู ผลผลติ ทาง
การเกษตรทม่ี ีในทองถิ่น การประดษิ ฐ ซอมแซม เคร่อื งมือเครอ่ื งใช
ประดิษฐข องใช ของตกแตง จากเศษวัสดทุ องถ่ิน และแนวทางใน
การเลือกอาชีพ

โดยใชกระบวนการทาํ งาน กระบวนการกลุม กระบวนการ
แกปญหา การฝกปฏิบตั ิ การอภปิ ราย และการแสวงหาความรู
เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถทาํ งานตามลาํ ดบั
ข้นั ตอนที่วางแผน ใชกระบวนการกลมุ เปนวิธีการทาํ งาน มกี าร
แกปญหาเพอ่ื ใหเกิดความคิดหาวธิ ีแกปญ หาตาง ๆ เพือ่ ใหมนี สิ ัย
ในการทาํ งานที่ดี เปน ผูม ีความซื่อสัตย มีความเสยี สละเปนลกั ษณะ
นิสยั ในการทํางาน มีความประหยดั เห็นความสาํ คัญในการสราง
อาชีพ โดยยดึ หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีจิตสาธารณะ

รหสั ตัวชว้ี ดั
ง 1.1 ม.1/1 , ม.1/๒ , ม.1/๓
รวมทง้ั หมด ๓ ตวั ชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 216

ง21102 การงานพนื้ ฐานอาชีพ

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนว ยกติ )

_________________________________________________________________________

ศึกษา สังเกต ฝกฝน และอธิบายแนวทางการเลือกอาชีพ การ
ตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ หลักการ คุณคา ประโยชนข องการเลือกอาชีพ
สจุ ริต ตลอดจนการเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ คุณสมบัติท่ี
จําเปนสําหรบั การมีงานทาํ การมรี ายไดจ ากอาชพี การเตรียมความ
พรอ ม ความสําคัญของการสรา งอาชีพ

โดยใชกระบวนการทาํ งาน การจัดการ การทาํ งานรว มกัน
กระบวนการแกปญ หา การฝก ปฏิบัติ การอภปิ ราย และการแสวงหา
ความรู สามารถทําตามข้นั ตอนกระบวนการทาํ งาน กระบวนการ
ตดั สินใจในการเลือกอาชีพ เพอื่ ใหเ ขาใจแนวทางการเลือกอาชีพ มี
เจคติท่ดี ตี อการประกอบอาชีพ และเหน็ ความสําคญั ของการ
ประกอบอาชีพ มคี ุณลักษณะทด่ี ตี อการประกอบอาชีพเห็นคณุ คา
ของการทํางาน มีมารยาทในการทํางานนาํ ความรูความเขาใจไป
ประยุกตใชใ นการทํางานในชีวิตประจําวันได มีเจตคติทด่ี ีตอการ
ทํางานและประกอบอาชีพสุจริต

รหัสตวั ชีว้ ดั
ง ๔.1 ม.1/1 , ม.1/๒ , ม.1/๓
รวมทงั้ หมด ๓ ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 217

ง22101 การงานพนื้ ฐานอาชีพ

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่1 เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.0 หนวยกิต)

__________________________________________________________________________

ศึกษา สงั เกต วิเคราะห การแสวงหาความรูประกอบดว ย
การศึกษา คนควา สงั เกต สํารวจ และบันทึกเพ่อื ใชใ นการ
พฒั นาการทํางาน การจัดตกแตง ดูแลรกั ษาบา นและสวน การ
จัดการผลผลิต การเตรียม ประกอบ จดั ตกแตงและบรกิ ารเคร่ืองดมื่
โดยใชว ตั ถดุ บิ ทมี่ ใี นทองถน่ิ การเลี้ยงสัตวท่นี ิยมเลยี้ งในทองถ่นิ
การประดิษฐของใช ของตกแตง จากวัสดใุ นโรงเรยี นหรอื ทองถน่ิ
การติดตอสื่อสารใชบ ริการกับหนว ยงานอนื่ ๆ และการจัด
ประสบการณอาชพี

โดยใชก ระบวนการทาํ งาน กระบวนการแกป ญ หา การฝก
ปฏบิ ัติ การอภปิ ราย และการแสวงหาความรู วิเคราะหสราง
ทางเลือก ประเมนิ ทางเลอื กใหเกดิ ทกั ษะการแสวงหาความรู นําไปสู
การเสริมสรางอาชีพ ใหเ กิดความคดิ ความเขาใจสามารถถา ยทอด
ความคดิ และสอื่ สารสิง่ ท่ีเรยี นรู มที ักษะในการใชเครอ่ื งมือ
เครอื่ งใช ในการทํางานเหน็ คณุ คาของการทํางาน มีความคิด
สรางสรรค ทาํ งานเปน ขัน้ ตอน และเพื่อใหม จี ิตสํานึกในการทํางาน
และใชท รัพยากรในการปฏิบัตงิ านอยางประหยัดและคมุ คา ซง่ึ เปน
คณุ ธรรมในการทาํ งานทท่ี ุกคนควรมี

รหสั ตัวช้ีวดั
ง1.1 ม.๒/1 , ม.๒/๒ , ม.๒/๓
รวมทงั้ หมด ๓ ตวั ชวี้ ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 218

ง22102 การงานพนื้ ฐานอาชพี

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนว ยกติ )

__________________________________________________________________________

ศกึ ษา วิเคราะห สังเกต ฝกฝน อธิบายกระบวนการ
เทคโนโลยสี รางสง่ิ ของเคร่ืองใชตามกระบวนการเทคโนโลยีอยาง
ปลอดภัย ออกแบบโดยถา ยทอดความคิดนําไปสูการสรางตน แบบ
ของส่ิงของเครอื่ งใชท ี่ตอ งอาศยั ความรูจากกลไก ไฟฟา
อเิ ล็กทรอนกิ ส กระบวนการแกป ญ หาสนองความตองการในงานที่
ผลติ ที่ใชใ นการสรา งสง่ิ ของเครื่องใช การเลือกใชพลงั งาน
หมุนเวียน และการเลอื กใชเ ทคโนโลยีท่ีไมม ีผลกระทบกับ
ส่งิ แวดลอม และใชกระบวนการเลือกอาชีพ เปนการสรา ง
ประสบการณอาชีพ เพอ่ื การเตรียมตวั เขาสูอาชีพ การหางาน การ
เตรียมความพรอ ม เพือ่ ใหเกิดความคดิ สรางสรรค ๔ ลักษณะ
ความคิดรเิ ริม่ ความคลอ งแคลว ในการคดิ ความยดื หยุนในการคดิ
และความคิดละเอยี ดลออ อธิบายการเสรมิ สรา งประสบการณอาชีพ
มที ักษะพื้นฐานท่ีจาํ เปน สาํ หรับการประกอบอาชีพท่ีสนใจ

โดยใชก ระบวนการทํางาน กระบวนการเทคโนโลยี
กระบวนการแกปญ หา การฝก ปฏิบัติ มที ักษะในการใชเ ครอ่ื งมอื
เคร่ืองใชใ นการทํางาน เหน็ คณุ คาของการทาํ งาน ทํางานเปน
ขัน้ ตอนและเกิดทกั ษะกระบวนการท่ีจําเปนตอการประกอบอาชีพ มี
เจตคตทิ ด่ี ีตอ การประกอบอาชีพ

รหัสตัวชีว้ ดั
ง ๔.1 ม.2/1 ม.๒/๒ ม.๒/๓
รวมทงั้ หมด ๓ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 219

ง23101 การงานพน้ื ฐานอาชพี

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น(จํานวน 1.0 หนวยกิต)

__________________________________________________________________________

ศึกษา สังเกต ฝกฝน และอภิปรายเก่ียวกบั ขั้นตอนการ
ทาํ งานที่มปี ระสทิ ธิภาพ ปฏิบัติตามกระบวนการทํางาน ทํางาน
เสรจ็ ตามเปาหมายท่ีวางไว เชน การซัก ตาก พบั เก็บเสอื้ ผา การ
ใชทกั ษะในการทาํ งานรว มกนั อยา งมีคณุ ธรรม การเตรียม ประกอบ
อาหารประเภทสาํ รับ การประดิษฐบรรจภุ ัณฑจากวัสดธุ รรมชาติท่ีมี
อยูในทองถนิ่ ทักษะการจดั การ การจัดระบบงาน และระบบคน
เพื่อใหงานสาํ เร็จตามเปาหมายอยา งมีประสทิ ธภิ าพ อธิบายระดับ
ของเทคโนโลยีแบงตามความรูทใี่ ชเปน ๓ ระดับ คอื ระดับพ้ืนบา น
หรอื พืน้ ฐาน ระดบั กลางและระดับสูง

โดยใชกระบวนการทาํ งาน การจัดการ การทํางานรวมกัน
กระบวนการแกปญหา กระบวนการเทคโนโลยี การฝก ปฏบิ ตั ิ การ
อภิปราย และการแสวงหาความรู สามารถทํางานตามขัน้ ตอน
กระบวนการทาํ งาน มที กั ษะการจดั การการทํางานอยา งมีระบบ
เหน็ คณุ คา ของการทํางาน ทํางานเปนขนั้ ตอนและเกดิ ทักษะ
กระบวนการท่ีจาํ เปนตอการประกอบอาชพี นาํ ความรูความเขา ใจ
ไปประยุกตใชในการทํางานในชีวิตประจําวนั ได ใชท รัพยากร
อยา งประหยัดและคุมคา มีเจตคติที่ดีตอการเลอื กใชเ ทคโนโลยี

รหัสตวั ช้วี ดั
ง 1.1 ม.๓/1 , ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวมท้ังหมด ๓ ตวั ช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 220

ง23102 การงานพ้นื ฐานอาชพี

รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพ

ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน(จํานวน 1.0 หนวยกติ )

_________________________________________________________________________

ศึกษา สังเกต ฝกฝน การหางานดว ยวิธีทหี่ ลากหลาย
วเิ คราะหแนวทางเขา สูอาชีพ
ประเมินทางเลอื กในการประกอบอาชีพท่ีสอดคลอ งกับความรูความ
ถนัดและความสนใจของตนเอง การหางานหรอื ตาํ แหนง ทวี่ าง สื่อ
สิ่งพิมพ สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส แนวทางเขาสอู าชีพ คุณสมบัติท่ีจําเปน
ความม่ันคง อภิปรายการหางานดวยวิธที ่ีหลากหลาย วเิ คราะห
แนวทางเขาสูอาชีพ การประเมินทางเลือก การประเมนิ ทางเลือก
อาชีพ ตามแนวทางการประเมิน รูปแบบการประเมนิ เกณฑก าร
ประเมนิ

โดยใชกระบวนการทํางาน การจดั การ การทํางานรวมกัน
กระบวนการแกปญ หา การฝกปฏบิ ัติ การอภิปราย และการแสวงหา
ความรู สามารถทํางานตามขนั้ ตอนกระบวนการทํางาน มีทักษะการ
จดั การการทาํ งานอยา งมีระบบ เห็นคุณคา ของการทาํ งาน ทาํ งาน
เปน ขนั้ ตอนและเกิดทักษะกระบวนการทีจ่ ําเปน ตอการประกอบ
อาชีพ นาํ ความรูค วามเขาใจไปประยุกตใชใ นการทํางานใน
ชีวติ ประจาํ วนั ได ใชท รพั ยากรอยางประหยัดและคมุ คา มคี ณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และลักษณะนิสยั การทํางานท่ีเหมาะสม รกั การทาํ งาน มี
เจตคตทิ ีด่ ีตอ การทํางานและอาชีพสจุ ริต

รหัสตวั ช้วี ดั

ง ๔.1 ม.๓/1 , ม.๓/๒ , ม.๓/๓
รวมทั้งหมด 3 ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 221

กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

รายวิชาพน้ื ฐาน จํานวน 200 ช่วั โมง
ระดบั ประถมศกึ ษา จํานวน 200 ชว่ั โมง
จาํ นวน 200 ชั่วโมง
อ11101 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน จาํ นวน 80 ชว่ั โมง
จํานวน 80 ช่ัวโมง
อ12101 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน จํานวน 80 ช่วั โมง
อ13101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน

อ14101 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน
อ15101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน

อ16101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน จาํ นวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว ยกติ
อ 21101 ภาษาองั กฤษ จาํ นวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนวยกติ
อ 21102 ภาษาอังกฤษ จาํ นวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว ยกิต
อ 22101 ภาษาองั กฤษ จาํ นวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนวยกติ
อ 22102 ภาษาอังกฤษ จํานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ
อ 23101 ภาษาองั กฤษ จํานวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว ยกติ
อ 23102 ภาษาอังกฤษ

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 222

อ11101 ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 1 เวลา 200 ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

ฟงและปฏิบัติตามคําสั่งงาย ๆ แลวระบุตัวอักษรและเสียง เลือกภาพตรงตาม
ความหมายของคํา ตอบคําถามจากการฟงเร่ืองใกลตัว ใชคําส่ังงาย ๆ ตามแบบที่ฟงและบอกความ
ตองการงา ย ๆ ของตนเองตามแบบทฟ่ี ง ฟง แลวใชภาษาตางประเทศเพ่ือรวบรวมคําศัพทเก่ียวของใกล
ตวั

พดู ในสถานการณงา ย ๆ ท่ีเกิดขน้ึ ในหอ งเรียน พูดโตต อบดวยคําสั้น ๆ งายๆ ในการส่ือสาร
ระหวางบุคคลตามแบบท่ีฟง พูดใหขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว พูดแลวทําทาประกอบตาม
วัฒนธรรมของเจาของภาษา ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
บอกช่ือและคําศัพทท ี่เก่ียวกับเทศกาลสําคัญของเจาของภาษาและบอกคําศัพทที่เก่ียวของกับกลุมสาระ
การเรยี นรูอ่ืน

อา นออกเสยี งและสะกดคํางา ย ๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย มีความสนุกสนานในการเรียน
ภาษาอังกฤษและมีนิสัยที่ดีในการฟงและพูด ใฝเรียนรูและเห็นคุณคาในตนเอง มีเจตคติที่ดีในการ
เรียนวชิ าภาษาอังกฤษ

รหสั ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ต 1.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ต 1.3 ป.1/1
ต 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ต 2.2 ป.1/1
ต 3.1 ป.1/1
ต 4.1 ป.1/1
ต 4.2 ป.1/1
รวมท้ังหมด 16 ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 223

อ12101 ภาษาองั กฤษ

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 2 200 ชั่วโมง

___________________________________________________________________________

ฟงสถานการณงาย ๆ ท่ีเกิดข้ึนในหองเรียนแลวปฏิบัติตามคําสั่ง คําขอรองงาย ๆ โดยระบุ
ตัวอักษรและเสียง แลวเลือกภาพตรงตามความหมายของคํา กลุมคําและประโยคท่ีฟง ใชคําส่ัง
และคําขอรองงา ย ๆ ตามแบบที่ฟง

พูดในสถานการณงาย ๆท่ีเกิดข้ึนในหองเรียน พูดโตตอบดวยคํางาย ๆ ในการสื่อสาร
ระหวางบุคคลตามแบบท่ีฟง พูดขอและใหขอมูลงาย ๆเก่ียวกับตนเองตามแบบท่ีฟง พูดใหขอมูล
เกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกลตัวพูดและทําทาทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา ตอบ
คําถามจากการฟงประโยคบทสนทนาหรือนิทานงาย ๆ ที่มีภาพประกอบ บอกช่ือคําศัพทเกี่ยวกับ
เทศกาลสําคัญของเจาของภาษา ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
บอกคาํ ศพั ททเ่ี กีย่ วของกับกลุมสาระการเรยี นรูอ น่ื

อา นออกเสียงคาํ สะกดคําและอานประโยคงา ย ๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
เขารว มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย ใชภาษาตางประเทศเพื่อรวบรวม
คําศัพทที่เก่ียวของใกลตัว มีเจตคติที่ดีในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ใฝรูใฝเรียนและเห็นคุณคาใน
ตนเอง

ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1
รวมท้ังหมด 16 ตัวชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 224

อ13101 ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 3 เวลา 200 ช่ัวโมง

__________________________________________________________________________

ฟงคําส่ัง คําขอรองจากสถานการณงาย ๆ ในหองเรียน สิ่งตางๆที่ใกลตัวหรือกิจกรรมตางๆ
แลว ปฏิบัติตามดว ยการเลือก ระบุภาพหรือสัญลักษณตรงตามความหมายของกลุมคําและประโยคที่ฟง
รวมทั้งฟง ประโยคบทสนทนา บทสนทนาหรอื นทิ านงา ย ๆ แลว ตอบคาํ ถาม

พูดโตต อบดว ยคําส้นั ๆ งา ย ๆ ในการสอื่ สารระหวางบุคคล บอกความตอ งการ ความรสู ึก
ขอและใหขอมูลงายๆเก่ยี วกับตนเอง เพื่อนและเร่ืองใกลตัว บอกชื่อคําศัพทงาย ๆ เก่ียวกับเทศกาล/
วันสําคัญ/งานฉลองและชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษา พูดและทําทาประกอบตามมารยาทสังคม/
วัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกความแตกตางของเสียงตัวอักษร คํา กลุมคํา และประโยคงาย ๆ ของ
ภาษาตางประเทศและภาษาไทย

การอา นออกเสยี งคาํ กลุม คํา ประโยค คาํ ส่ัง คําขอรอง บทสนทนา นิทานงาย ๆ บทพูดเขา
จังหวะ (chant) การสะกดคํา การจัดหมวดหมูคําตามประเภทของบุคคล สัตว สิ่งของ คําศัพทที่
เก่ียวของกับกลุมสาระการเรียนรอู นื่ และคาํ ศัพทท่ีใกลต ัว

การใชป ระโยคคาํ สง่ั คําขอรอ ง บทสนทนาถกู ตองตามโครงสรางและหลักการใชภ าษา
เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวัย มีความมุงมั่น ใฝรูใฝเรียน รักความ
เปนไทยและเรียนรสู คู วามเปน สากล

รหัสตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
ต 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ต 1.3 ป.3/1, ป.3/2
ต 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ต 2.2 ป.3/1
ต 3.1 ป.3/1
ต 4.1 ป.3/1
ต 4.2 ป.3/1
รวมทั้งหมด 18 ตัวชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 225

อ14101 ภาษาองั กฤษ

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 เวลา 80 ชวั่ โมง

___________________________________________________________________________

ฟงคําส่ัง คําขอรองและคําแนะนํา(instructions)งาย ๆ จากสถานการณในหองเรียน
สถานศึกษา สิ่งตาง ๆ ที่ใกลตัวหรือกิจกรรมตาง ๆ แลวปฏิบัติตามดวยการเลือก ระบุภาพ
สัญลกั ษณหรือเครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอความสั้น ๆ ท่ีฟง รวมท้ังฟงประโยค
บทสนทนาและนทิ านงาย ๆ แลว ตอบคาํ ถาม

พูดโตตอบในการส่ือสารระหวางบุคคล บอกความรูสึก ความตองการ ความคิดเห็น
ความสัมพันธของส่ิงใกลตัวและกิจกรรมตาง ๆ ขอและใหขอมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือนและครอบครัว
ขอความชวยเหลือในสถานการณงาย ๆ ที่เกิดข้ึนในหองเรียนและสถานศึกษา พูดและทําทาประกอบ
ตามมารยาทสังคม/ วัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกความแตกตางของเสียง ตัวอักษร คํา กลุมคํา
ประโยค และขอความของภาษา ตางประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกตางระหวาง
เทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมของ เจาของภาษากบั ของไทย

อานออกเสียงคํา กลุม คาํ ประโยค คําสง่ั คาํ ขอรอง คาํ แนะนํา (instructions)งา ย ๆ
ขอความงาย ๆ ส้ัน ๆ บทสนทนา บทพูดเขาจังหวะ นิทานงายๆ คําศัพทที่เก่ียวของกับกลุมสาระ
การเรียนรูอ่ืนและคําศัพทท่ีใกลตัว การสะกดคํา การเลือก/ระบุภาพ สัญลักษณ หรือเครื่องหมาย
ตรงตามความหมายของประโยคและ ขอความส้ัน ๆ ในสถานการณที่เกิดขึ้นในหองเรียนและ
สถานศึกษา

เขียนโตตอบในการส่ือสารระหวางบุคคล ความตองการของตนเอง ขอความชวยเหลือใน
สถานการณงาย ๆ ขอมูลเก่ียวกับตนเอง เร่ืองใกลตัว นําเสนอคําศัพทที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการ
เรยี นรอู น่ื และวาดภาพแสดงความสัมพนั ธของสิง่ ตา ง ๆ ใกลตวั

ใชประโยคคําสั่ง คําขอรอง คําแนะนํางาย ๆ (instructions) ขอความงาย ๆ สั้น ๆ และ
บทสนทนาถกู ตองตามโครงสรางและหลักการใชภ าษา

เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวัย มีความมุงมั่น ใฝรูใฝเรียน มี
สนุ ทรยี ภาพดานภาษา ศลิ ปะ รกั ความเปนไทยและเรียนรูสูความเปน สากล

รหัสตวั ชี้วัด
ต 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4

ต 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ต 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 226

ต 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ต 3.1 ป.4/1
ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1
รวมท้ังหมด 20 ตวั ช้วี ัด

หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 227

อ15101 ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี 5 เวลา 80 ช่ัวโมง

_________________________________________________________________________

ฟง คาํ สัง่ คําขอรอ ง และคําแนะนาํ งา ย ๆ จากสถานการณในหอ งเรยี นและสถานศึกษา
แลวปฏิบัติตามดวยการเลือก ระบุภาพ สัญลักษณ เคร่ืองหมาย แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูล
ตาง ๆ ตรงตามความหมายของประโยคและขอความส้ัน ๆ ที่ฟง รวมท้ังฟงบทสนทนา นิทานงาย ๆ
หรอื เรอ่ื งสั้น ๆ แลว บอกใจความสําคัญและตอบคําถาม

พูดโตตอบในการส่ือสารระหวางบุคคล ความรูสึกเก่ียวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัวและกิจกรรม
ตางๆ พรอมทั้งใหเหตุผลส้ัน ๆ ประกอบ บอกความตองการ ความคิดเห็น ความสัมพันธของส่ิงใกล
ตวั และกจิ กรรมตาง ๆ ขอและใหข อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือนและครอบครัว ขอความชวยเหลือ ตอบ
รับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณงาย ๆ ใชถอยคํานํ้าเสียงและกิริยาทาทางอยาง
สุภาพตามมารยาทสังคม/ วัฒนธรรมของเจาของภาษา ตอบคําถาม/บอกความสําคัญ บอกความ
เหมอื น/ความแตกตางระหวางเทศกาล งานฉลอง ชีวติ ความเปน อยงู ายๆ ของเจา ของภาษากบั ของไทย

อา นออกเสียงประโยค ขอ ความ และบทกลอนส้ัน ๆ คาํ ส่งั คาํ ขอรอ ง คาํ แนะนาํ งา ย ๆ
บทสนทนา นิทานงาย ๆ เร่ืองสั้น ๆ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตาง ๆ การอานแลวจับ
ใจความสําคัญ ตอบคําถามบทสนทนา นิทานงาย ๆ หรือเร่ืองส้ัน ๆ เลือก/ระบุภาพ สัญลักษณ
หรือเคร่ืองหมาย ตรงตามความหมายของประโยคและขอความส้ัน ๆ ในสถานการณท่ีเกิดขึ้นใน
หองเรียนและสถานศกึ ษา

เขยี นโตต อบในการสือ่ สารระหวางบคุ คล แสดงความรสู ึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ ใกลตัว
และกิจกรรมตาง ๆ พรอมท้ังใหเหตุผลสั้น ๆ ประกอบ ขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน
ครอบครัวและเร่ืองใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตาง ๆ นําเสนอคําศัพทที่
เก่ยี วขอ งกับกลมุ สาระการเรยี นรอู น่ื และวาดภาพแสดงความสมั พันธข องสิง่ ตา ง ๆ ใกลตัว

ใชประโยคคําสั่ง คําขอรอง คําแนะนํางาย ๆ ขอความงาย ๆ ส้ัน ๆ บทสนทนา การใช
เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลําดับคํา (order) ตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและ
ภาษาไทยถกู ตอ งตามโครงสรา งและหลักการใชภ าษา

เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มีความมุงม่ัน ใฝรูใฝเรียน มี
สุนทรยี ภาพดานภาษา วัฒนธรรม ศลิ ปะ รักความเปน ไทยและเรียนรูส ูค วามเปนสากล

รหัสตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 228

ต 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ต 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ต 1.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต 2.2 ป.5/1, ป.5/2
ต 3.1 ป.5/1
ต 4.1 ป.5/1
ต 4.2 ป.5/1
รวมทั้งหมด 20 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 229

อ16101 ภาษาอังกฤษ

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 เวลา 80 ชั่วโมง

__________________________________________________________________________

ฟงคําสัง่ คาํ ขอรอง และคําแนะนาํ งาย ๆ จากสถานการณใ นหอ งเรียนและสถานศึกษา
แลว ปฏิบัติตามดวยการเลอื ก ระบปุ ระโยค ขอความสนั้ ๆ ตรงตามภาพสัญลักษณ เครือ่ งหมาย
แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตาง ๆ ตรงตามความหมายของประโยคและขอความสั้น ๆ ที่ฟง
รวมทัง้ ฟง บทสนทนา นิทานงา ย ๆ เรอื่ งสั้นๆและเรือ่ งเลา แลวบอกใจความสําคัญและตอบคาํ ถาม

พูดโตตอบในการส่ือสารระหวางบุคคล ความรูสึกเก่ียวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัวและกิจกรรม
ตางๆ พรอมท้ังใหเหตุผลสั้น ๆ ประกอบ บอกความตองการ ความคิดเห็น ความสัมพันธของสิ่งใกล
ตวั และกิจกรรมตา ง ๆ ขอและใหขอ มลู เกย่ี วกับตนเอง เพ่ือนและครอบครัว ขอความชวยเหลือ ตอบ
รับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณงาย ๆ ใชถอยคํานํ้าเสียงและกิริยาทาทางอยาง
สุภาพตามมารยาทสังคม/ วัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกความเหมือน/ความแตกตางระหวาง
เทศกาล งานฉลอง ชวี ิตความเปน อยงู าย ๆ ของเจา ของภาษากบั ของไทย

อานออกเสยี งประโยค ขอ ความ และบทกลอนส้นั ๆ คาํ ส่งั คําขอรอ ง คําแนะนาํ งาย ๆ
บทสนทนา นิทานงาย ๆ เร่ืองสั้น ๆ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตางๆ การอานแลวจับ
ใจความสําคัญ ตอบคําถามบทสนทนา นิทานงาย ๆ เรื่องสั้น ๆ เรื่องเลา เลือก/ระบุประโยค
สญั ลักษณ หรือเคร่อื งหมาย ตรงตามความหมายของประโยคและขอความสั้น ๆ ในสถานการณท่ีเกิดขึ้น
ในหองเรยี นและสถานศกึ ษา

เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล แสดงความรูสึกของตนเองเก่ียวกับเรื่องตาง ๆ ใกล
ตัว และกิจกรรมตาง ๆ พรอมทั้งใหเหตุผลสั้น ๆ ประกอบ ขอและใหขอมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อน
ครอบครัวและเร่ืองใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตาง ๆ นําเสนอคําศัพทท่ี
เก่ยี วขอ งกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอื่นและวาดภาพแสดงความสมั พนั ธข องสงิ่ ตา ง ๆ ใกลต ัว

ใชประโยคคําส่ัง คําขอรอง คําแนะนํางาย ๆ ขอความงาย ๆ สั้น ๆ บทสนทนา การออก
เสียงประโยคชนิดตาง ๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอนและการลําดับคํา ตามโครงสรางประโยคของ
ภาษาตางประเทศและภาษาไทยถกู ตอ งตามหลกั การใชภ าษา

เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวัย มีความมุงม่ัน ใฝรูใฝเรียน มี
สนุ ทรียภาพดา นภาษา วฒั นธรรม ศิลปะ รักความเปน ไทยและเรียนรูสูค วามเปนสากล

รหสั ตวั ชี้วดั

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 230

ต 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ต 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ต 1.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.2 ป.6/1, ป.6/2
ต 3.1 ป.6/1
ต 4.1 ป.6/1
ต 4.2 ป.6/1
รวมทั้งหมด 20 ตวั ชี้วดั

หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 231

อ21101 ภาษาองั กฤษ

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.5 หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ฟงและปฏิบัติตามคําส่ัง คําขอรอง คําแนะนํา และคําช้ีแจงงาย ๆ ท่ีฟง ฟงบทสนทนา นิทาน

และเร่อื งสัน้ ใชภ าษาสื่อสาร ในสถานการณจริง/สถานการณจ ําลองท่ีเกิดข้นึ ในหอ งเรยี นและสถานศึกษา

พูดสนทนา แลกเปล่ียนขอมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณตาง ๆ ใน

ชีวิตประจําวัน ใชคําขอรอง ใหคําแนะนํา และคําช้ีแจง ตามสถานการณ พูดเพ่ือขอและใหขอมูล และ

แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ เรื่องท่ีฟงหรืออาน อยางเหมาะสมแสดงความรูสึก และความคิดเห็น ของ

ตนเอง เก่ียวกับเร่ืองตาง ๆ ใกลตัว พรอมท้ังใหเหตุผลส้ัน ๆ ประกอบอยางเหมาะสม พูดบรรยาย

เกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจาํ วนั ประสบการณ และส่ิงแวดลอมใกลตวั

อานออกเสียงขอความ นิทาน และบทรอยกรอง (poem) ส้ัน ๆ ถูกตองตาม หลักการอาน

เลือก/ระบุ ประโยคและ ขอความ ใหสัมพันธกับสื่อท่ีไมใชความเรียง (non-text information)ระบุ

หัวขอเรือ่ ง (topic) ใจความสําคญั (main idea) และตอบคาํ ถาม อานบทสนทนา นทิ าน และเรือ่ งสน้ั

เขียนแสดงความตองการ ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือใน

สถานการณตางๆ อยางเหมาะสม เขียนเพ่ือขอและใหขอมูล และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟง

หรืออาน อยางเหมาะสม เขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ และ

สิ่งแวดลอมใกลตัว เขียน สรุปใจความสําคัญ/แกนสาระ (theme) ท่ีไดจากการวิเคราะหเร่ือง/

เหตุการณท ่ีอยใู นความสนใจของสงั คม

เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจบอกความเหมือนและความ

แตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตา ง ๆ การใชเครอ่ื งหมายวรรคตอน และการลําดับคํา ตาม

โครงสรางประโยค ของ ภาษาตางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือนและ ความแตกตาง

ระหวางเทศกาลงานฉลอง วนั สาํ คัญ และของเจา ของภาษากบั ของไทย

รหสั ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 232

ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1
รวมทั้งหมด 20 ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 233

อ21102 ภาษาองั กฤษ

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น (จํานวน 1.5 หนว ยกิต)

_________________________________________________________________________

ฟงและปฏิบัติตามคําส่ัง คําขอรอง คําแนะนํา และคําช้ีแจงงาย ๆ ที่ฟง ฟงบทสนทนา นิทาน

และเร่ืองสั้น ขอและใหขอมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟงใชภาษาสื่อสาร ในสถานการณ

จริง/สถานการณจําลองท่ีเกิดขึน้ ในหอ งเรยี นและสถานศึกษา

พูดสนทนา แลกเปลี่ยนขอมูลเก่ียวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณตาง ๆ ใน

ชีวิตประจําวัน ใชคําขอรอง ใหคําแนะนํา และคําชี้แจง ตามสถานการณ พูดเพื่อขอและใหขอมูล แสดง

ความรูสึก และความคิดเห็น ของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัว พรอมทั้งใหเหตุผลสั้นๆประกอบ

อยา งเหมาะสม พดู บรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวตั รประจาํ วัน ประสบการณ และสิง่ แวดลอมใกลตวั

อานออกเสียงขอความ นิทาน และบทรอยกรอง (poem) ส้ันๆ ถูกตองตาม หลักการอาน

เลือก/ระบุ ประโยคและ ขอความ ใหสัมพันธกับส่ือท่ีไมใชความเรียง (non-text information)ระบุ

หวั ขอ เร่อื ง (topic) ใจความสาํ คญั (main idea) และตอบคาํ ถาม อา นบทสนทนา นทิ าน และเร่อื งสัน้

เขียนแสดงความตองการ ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือใน

สถานการณต างๆ อยางเหมาะสมเขียนเพ่ือขอและใหขอมูล เขียนแสดงความรูสึก และความคิดเห็น ของ

ตนเอง เกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัว พรอมท้ังใหเหตุผลส้ัน ๆ ประกอบอยางเหมาะสม เขียนบรรยาย

เกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจําวนั ประสบการณ และสิ่งแวดลอ มใกลตัว

เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจบอกความเหมือนและความ

แตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิด เปรียบเทียบความเหมือนและ ความแตกตางระหวาง

เทศกาลงานฉลอง วันสําคัญ และของเจาของภาษา กับของไทย คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/

ขอเท็จจริงท่ีเกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา ความรู/

ขอ มลู ตาง ๆ จากสื่อและแหลง การเรียนรูตา ง ๆ ในการศึกษาตอ และ ประกอบอาชพี

รหัสตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3 , ม.1 / 4
ต 1.2 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3 , ม.1 / 4 , ม.1 / 5
ต 1.3 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3
ต 2.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3
ต 2.2 ม.1/1,ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 234

ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1
รวมท้ังหมด 20 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 235

อ22101 ภาษาอังกฤษ

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ฟง และปฏบิ ตั ติ าม คาํ ขอรอ ง คาํ แนะนาํ คาํ ช้ีแจง และคาํ อธบิ ายงาย ๆ ทฟี่ งเลอื กหวั ขอ เรือ่ ง
ใจความสําคัญ ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองที่เกิดข้ึนในหองเรียนสถานศึกษา
และชมุ ชน

พูดสนทนา แลกเปลี่ยน ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองตาง ๆ ใกลตัว และสถานการณตาง ๆ ใน
ชีวิตประจําวันอยางเหมาะสม ใชคําขอรอง ใหคําแนะนํา คําชี้แจงและ คําอธิบายตามสถานการณ พูด
แสดงความตองการ เสนอและใหค วาม ชวยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให ความชวยเหลือในสถานการณ
ตา ง ๆ อยางเหมาะสม พูดบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ และสิ่งแวดลอม
ใกลตัว

อานออกเสียง คําอธิบายงาย ๆ ขอความ ขาว ประกาศ และบทรอย-กรองส้ัน ๆ ถูกตองตาม
หลักการอาน เลือก/ระบุ ประโยคและ ขอความ ใหสัมพันธกับสื่อท่ีไมใชความเรียง (non-text
information)ระบุหัวขอเรื่อง (topic) ใจความสําคัญ(main idea) และตอบคําถาม อานบทสนทนา
นทิ าน และเรอื่ งสน้ั

เขยี นแสดงความตองการ เสนอและใหค วาม ชวยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให ความชวยเหลือ
ในสถานการณตาง ๆ อยางเหมาะสม เขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ
และสิ่งแวดลอมใกลตัวเขียน สรุปใจความสําคัญ/แกนสาระ (theme) ท่ีไดจากการวิเคราะหเร่ือง/
เหตุการณท อ่ี ยใู นความสนใจของสงั คม

เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิด
ตาง ๆ และ การลําดับคํา ตามโครงสรางประโยค ของ ภาษาตางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบ
และอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตางระหวางชวี ติ ความเปนอยูชีวิตความเปนอยูและวัฒนธรรมของ
เจา ของภาษากบั ของไทย ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวมและ ขอมูลตาง ๆ จากส่ือ
และแหลงการเรียนรูตาง ๆ ในการศึกษาตอ ประชาสัมพันธขอมูล ขาวสารของโรงเรียนเปน
ภาษาตางประเทศ

รหสั ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 / 3 , ม.2 / 4

ต 1.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 / 3 , ม.2 / 4, ม.2 / 5

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 236

ต 1.3 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 / 3
ต 2.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 / 3
ต 2.2 ม.1/1,ม.1/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1,ม.2/2
รวมท้ังหมด 21 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 237

อ22102 ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุม สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

ฟงและปฏบิ ัตติ าม คําขอรอ ง คําแนะนํา คาํ ช้ีแจง และคําอธบิ ายงา ย ๆ ที่ฟง เลือกหัวขอ เรือ่ ง
ใจความสําคัญบอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟง
พรอ มทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางงาย ๆ ประกอบใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลอง
ทเ่ี กิดขึน้ ในหอ งเรยี นสถานศึกษา และชมุ ชน

พูดสนทนา แลกเปลี่ยน ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองตางๆ ใกลตัว และสถานการณตาง ๆ ใน
ชีวิตประจําวันอยางเหมาะสม ใชคําขอรอง ใหคําแนะนํา คําช้ีแจงและ คําอธิบายตามสถานการณ พูด
บรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ และสิ่งแวดลอมใกลตัว พูด/ สรุปใจความ
สาํ คญั /แกน สาระ (theme) ใชภาษา นํ้าเสยี ง และกิริยาทา ทาง เหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาท
สังคม และวฒั นธรรมของเจาของภาษา

อานออกเสียง คําอธิบายงาย ๆ ขอความ ขาว ประกาศ และบทรอยกรองสั้น ๆ ถูกตองตาม
หลักการอาน เลือก/ระบุ ประโยคและ ขอความ ใหสัมพันธกับส่ือท่ีไมใชความเรียง (non-text
information)ระบุหวั ขอ เรือ่ ง (topic) ใจความสําคัญ(main idea) อานบทสนทนา นิทาน และเรื่องส้ัน
และตอบคําถาม

เขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความ ชวยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ การให ความ
ชวยเหลือในสถานการณตาง ๆ อยางเหมาะสม เขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน
ประสบการณ และส่งิ แวดลอ มใกลตวั

เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบและอธิบายความ
เหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ และ การลําดับคํา ตามโครงสราง
ประโยค ของ ภาษาตางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตาง
ระหวางชีวิตความเปนอยูชีวิตความเปนอยูแลวัฒนธรรมของเจาของภาษา กับของไทย อธิบาย เกี่ยวกับ
เทศกาล วันสําคญั ชวี ิต ความเปน อยู และประเพณี ของเจาของภาษา ใชภ าษา
ตางประเทศในการสืบคน/คนควา ขอมูลตาง ๆ จากสื่อและแหลงการเรียนรูตาง ๆ ในการศึกษาตอ
เผยแพร/ ประชาสัมพันธข อมลู ขาวสารของโรงเรยี นเปนภาษาตา งประเทศ

รหัสตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 , ม.2/4

หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 238

ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/ 3 , ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 239

อ23101 ภาษาองั กฤษ

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

__________________________________________________________________________

ฟงและปฏบิ ตั ิตาม คําขอรอ ง คําแนะนํา คาํ ชแี้ จง และคําอธิบายงาย ๆ ทีฟ่ ง เลือกหัวขอเรอื่ ง
ใจความสําคัญบอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่ฟง
พรอมทัง้ ใหเ หตุผลและยกตัวอยางงาย ๆ ประกอบใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลอง
ท่เี กดิ ขึน้ ในหองเรยี นสถานศึกษา ชมุ ชนและสงั คม

พูดสนทนาโตตอบขอมูลเก่ียวกับตนเอง เร่ืองตาง ๆ ใกลตัวสถานการณ ขาว เร่ืองท่ีอยูใน
ความสนใจของสังคม และส่ือสารอยางตอเนื่องและเหมาะสม พูดแสดงความตองการ เสนอและใหความ
ชวยเหลือตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลืออยางเหมาะสม พูดเพื่อขอและใหขอมูล อธิบาย
เปรยี บเทียบ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั เรื่องที่ฟง อยางเหมาะสม

อานออกเสียง ขอความ ขาว โฆษณา และบทรอย-กรองสั้น ๆ ถูกตองตาม หลักการอาน เลือก/
ระบุหวั ขอ เรื่อง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟงและอาน
จากสื่อประเภทตาง ๆ เลือกใชภาษา นํ้าเสียง และกิริยาทาทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาส ตาม
มารยาทสงั คม และวฒั นธรรม ของเจา ของภาษา

เขยี นสอ่ื ท่ไี มใ ชความเรียง รูปแบบตาง ๆ ใหส ัมพันธกบั ประโยค และขอความ ทีฟ่ งหรืออา น
เลือก/ระบุหวั ขอ เรือ่ ง ใจความสําคญั รายละเอียดสนับสนุน เขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความ
ชว ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณต า งๆอยางเหมาะสม

เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางชีวิตความเปนอยูและวัฒนธรรม
ของเจา ของภาษา กบั ของไทย และ นําไปใชอยางเหมาะสม คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ ขอเท็จจริงที่
เก่ียวขอ งกบั กลุมสาระการเรียนรูอ่ืน ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม และสรุปความรู/
ขอมูลตาง ๆ จากส่ือและแหลงการเรียนรูตาง ๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร/
ประชาสมั พนั ธ ขอมูล ขาวสารของโรงเรียนชมุ ชน และทองถนิ่ เปนภาษาตางประเทศ

รหสั ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4
ต 1.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5
ต 1.3 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
ต 2.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3

หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 240

ต 2.2 ม.3/1,ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1,ม.3/2
รวมทั้งหมด 21 ตัวชี้วัด

หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 241

อ23102 ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าพื้นฐาน กลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จํานวน 1.5 หนวยกติ )

________________________________________________________________________

ฟงและปฏบิ ตั ติ าม คาํ ขอรอง คาํ แนะนํา คาํ ชีแ้ จง และคาํ อธิบายงา ย ๆ ทฟ่ี งเลือกหัวขอ เรอ่ื ง
ใจความสําคัญบอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่ฟง
พรอ มทัง้ ใหเหตุผลและยกตัวอยางงา ย ๆ ประกอบ ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลอง
ท่เี กดิ ขน้ึ ในหองเรียนสถานศกึ ษา ชุมชนและสังคม

พูดสนทนาโตตอบขอมูลเก่ียวกับตนเอง เรื่องตาง ๆ ใกลตัว สถานการณ ขาว เรื่องท่ีอยูใน
ความสนใจของสังคม และส่ือสารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม พูดแสดงความตองการ เสนอและใหความ
ชว ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการใหความชวยเหลือในสถานการณตาง ๆ อยางเหมาะสม พูดเพ่ือขอและให
ขอมูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรื่องทฟี่ ง หรืออา น อยางเหมาะสม

อานออกเสียง ขอความ ขาว โฆษณา และบทรอยกรองสั้น ๆ ถูกตองตาม หลักการอาน เลือก/
ระบุหัวขอ เรอื่ ง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีฟงและอาน
จากสื่อประเภทตาง ๆ เลือกใชภาษา นํ้าเสียง และกิริยาทาทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาส ตาม
มารยาทสังคม และวฒั นธรรม ของเจา ของภาษา

เขียนสอื่ ทไี่ มใชความเรยี ง รูปแบบตาง ๆ ใหสัมพันธกับประโยค และขอความที่ฟงหรืออาน
เลือก/ระบุหัวขอเรื่อง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟง
และอานจากสื่อประเภทตา ง ๆ พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยาง ประกอบ เขียนสรุปใจความสําคัญ/
แกนสาระ หวั ขอ เรื่องท่ไี ดจากการวิเคราะหเ รอ่ื ง/ขาว/เหตุการณ/ สถานการณท ี่อยใู นความสนใจของสังคม

เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางชีวิตความเปนอยูและวัฒนธรรม
ของเจาของภาษา กบั ของไทย และ นําไปใชอยา งเหมาะสม คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ ขอเท็จจริง
ท่ีเก่ียวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น จากแหลงเรียนรูใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา
รวบรวม และสรุปความรู/ขอมูลตาง ๆ จากส่ือและแหลงการเรียนรูตางๆในการศึกษาตอและประกอบ
อาชีพเผยแพร/ ประชาสัมพันธขอมูล ขาวสารของโรงเรียนชมุ ชน และทอ งถิ่น เปนภาษาตา งประเทศ

รหัสตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4

ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 242

ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 243

กิจกรรมพัฒนาผเู รียน

กิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนกิจกรรมที่มุงใหผูเรียนทุกคน ทุกระดับช้ัน ไดรับการสงเสริมและ
พัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ใหเ ต็มศกั ยภาพ โดยมุงเนนการพัฒนาองค
รวมของความเปนมนุษยท่ีสมบูรณ ท้ังดานรางกาย สติปญญา อารมณและสังคม สรางเยาวชนของ
ชาตใิ หเปนผูมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝงและสรางจิตสํานึกของการทําประโยชนเพื่อ
สงั คม สามารถบริหารจัดการตนเองไดและอยูรว มกับผูอื่นอยางมคี วามสุข

โรงเรยี นบานรุงสมบูรณไดจ ดั กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น โดยแบง ออกเปน 3 ลกั ษณะ ดงั นี้
1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สง เสรมิ และพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง รูรักษสิ่งแวดลอม
สามารถคิดตัดสินใจ คิดแกปญหา กําหนดเปาหมาย วางแผนชีวิตท้ังดานการเรียนและอาชีพ
สามารถปรับตนไดอยางเหมาะสม นอกจากน้ียังชวยใหครูรูจักและเขาใจผูเรียน ท้ังยังเปนกิจกรรมท่ี
ชวยเหลอื และใหคําปรึกษาแกผ ูป กครองในการมีสวนรวมพฒั นาผูเรียน
ระดับประถมศึกษา นักเรียนทกุ คนตองเขารว มกจิ กรรมแนะแนว 40 ชัว่ โมงตอ ปก ารศกึ ษา
ระดับมธั ยมศึกษา นกั เรยี นทกุ คนตอ งเขา รวมกิจกรรมแนะแนว 35 ชวั่ โมงตอ ภาคเรียน
แนวการจัดกจิ กรรมแนะแนว โรงเรยี นบานรุงสมบรู ณไดจ ดั กจิ กรรมแนะแนวเพ่อื สงเสริมและ
พฒั นานักเรยี น ดงั นี้

1.1 สาํ รวจสภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ และธรรมชาติของผูเรียน เพื่อใชเปน
ขอ มูลในการกาํ หนดแนวทางและแผนการปฏบิ ัติกิจกรรมแนะแนว

1.2 ศึกษาวิสัยทัศนของสถานศึกษา และวิเคราะหขอมูลของผูเรียนท่ีไดจากฐานขอมูล
ผูเรียนรายบุคคล จากการสังเกต การสัมภาษณ การใชแบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบ
ผูปกครอง การเยี่ยมบานนักเรียน หรือการสํารวจเพ่ือทราบปญหา ความตองการ และความสนใจ
เพอ่ื นําไปกาํ หนดสาระและรายละเอยี ดของกจิ กรรมแนะแนว

1.3 กําหนดสัดสวนของกิจกรรมดานการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและ
สังคมใหไดสัดสวนท่ีเหมาะสม โดยยึดสภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติ
ของผูเรียนเปน หลัก โดยครูและนักเรยี นมสี วนรว มในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

1.4 กําหนดแผนการปฏบิ ตั ิกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเปนรายป/ระดับ
มัธยมศกึ ษาจดั เปน รายภาคเรียน แลวกําหนดรายละเอียดแตละกจิ กรรม

1.5 ปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว รวมท้ังการจัดบริการใหคําปรึกษาแก
ผูเรียนเปนรายบุคคลและรายกลุม ในการศึกษา อาชีพและสวนตัว โดยมีผูใหคําปรึกษาที่มีคุณวุฒิ

หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 244

และมีความเชี่ยวชาญในเร่ืองการใหคําปรึกษา โดยใชกระบวนการทางจิตวิทยา ตลอดจนมีหองให
คําปรกึ ษาทเ่ี หมาะสม ชวยเหลอื ผเู รยี นทปี่ ระสบปญ หาดา นการเงิน โดยการใหทุนการศกึ ษาแกผูเรยี น

1.6 วัดและประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว ติดตามเก็บขอมูลของนักเรียนท่ี
สําเร็จการศกึ ษาและสรุปรายงาน

2. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเรียนในเร่ืองความมีระเบียบวินัย
ความเปนผูนําและผูตามที่ดี ความรับผิดชอบการทํางานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจท่ี
เหมาะสม ความมเี หตุผล การชวยเหลือแบงปนกัน เอ้ืออาทรและสมานฉันท โดยจัดใหสอดคลองกับ
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผเู รยี น ใหผูเรียนไดปฏิบัติดวยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแก
การศกึ ษาวิเคราะหว างแผน ปฏิบตั ิตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทํางาน เนนการทํางานรวมกัน
เปนกลุมตามความเหมาะสมและสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียน บริบทของสถานศึกษาและทองถิ่น
กจิ กรรมนักเรียนประกอบดวย

2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงตอปการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา 20 ชั่วโมงในภาคเรียนที่ 1 และ
20 ชว่ั โมงในภาคเรียนที่ 2

2.1.1 แนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี โรงเรียนบานรุงสมบูรณไดจัดกิจกรรม
ลูกเสอื เนตรนารี เพือ่ สงเสรมิ และพัฒนานักเรียนโดยจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method)
ซ่ึงมอี งคป ระกอบ 7 ประการ คอื

1) คําปฏิญาณและกฎ ถือเปนหลักเกณฑท่ีลูกเสือทุกคนใหคําม่ันสัญญาวาจะ
ปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไวใหลูกเสือเปนหลักในการปฏิบัติ ไมได “หาม” ทําหรือ
“บังคับให” ทํา แตถา “ทํา” จะเกิดผลดีแกตัวเอง เปนคนดี ไดรับการยกยองวาเปนผูมีเกียรติ
เช่ือถือได

2) เรยี นรูจากการกระทาํ เปนการพัฒนาสวนบุคคล ความสําเร็จหรือไมสําเร็จ
ของผลงานอยทู ีก่ ารกระทําของตนเอง ทาํ ใหม คี วามรูท่ีชัดเจน และสามารถแกปญหาตางๆ ดวยตนเอง
ได และทาทายความสามารถของตนเอง

3) ระบบหมู เปนรากฐานอันแทจริงของการลูกเสือ เปนพ้ืนฐานในการอยู
รวมกัน การยอมรับซึ่งกันและกัน การแบงหนาความรับผิดชอบ การชวยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเปน
การเรียนรปู ระชาธปิ ไตยเบื้องตน

4) การใชสัญลักษณรวมกัน ฝกใหมีความเปนหน่ึงเดียวในการเปนสมาชิก
ลูกเสอื เนตรนารี ดวยการใชสัญลักษณรวมกัน ไดแก เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทําความเคารพ
รหัส คําปฏิญาณ กฎ คติพจน คําขวัญ ธง เปนตน วิธีการนี้จะชวยใหผูเรียนตระหนักและ

หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 245

ภาคภูมิใจในการเปนสมาชิกขององคการลูกเสือโลก ซึ่งมีสมาชิกอยูทั่วโลกและเปนองคกรที่มีจํานวน
สมาชกิ มากท่ีสุดในโลก

5) การศึกษาธรรมชาติ คือ ส่ิงสําคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติ
อนั โปรงใสตามชนบท ปา เขา ปา ละเมาะ และพุมไม เปนท่ีปรารถนาอยางย่ิงในการไปทํากิจกรรมกับ
ธรรมชาติ การปนเขา ตั้งคา ยพักแรม หรือตามวาระการอยูคายพักแรมตามกฎระเบียบ เปนท่ีเสนหา
แกเ ดก็ ทกุ คน ถาขาดสิง่ นแ้ี ลว ก็ไมเรียกวาการใชชวี ิตลูกเสือ

6) ความกาวหนาในการเขารว มกิจกรรม กิจกรรมตางๆ ท่ีจัดใหเด็กทํา ตองให
มีความกาวหนาและแรงดงึ ดูดใจ สรางใหเกิดความกระตือรือรน อยากท่ีจะทําและวัตถุประสงคในการ
จัดแตละอยางใหสัมพันธกับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเรียนท่ีสนุกสนาน การ
แขง ขนั กนั ทเ่ี ปนสิ่งดึงดูดใจและเปนการจูงใจที่ดี

7) การสนับสนุนโดยผูใหญ ผูใหญเปนผูท่ีช้ีแนะหนทางท่ีถูกตองใหแกเด็ก
เพ่ือใหเขาเกิดความมั่นใจในการท่ีจะตัดสินใจกระทําส่ิงใดลงไปท้ังคูมีความตองการใหผูใหญชวยชี้นํา
ผูใ หญเองก็ตอ งการนําพาไปสูหนทางทีด่ ีทีส่ ดุ จึงเปน การรว มมือดวยกนั ทั้งสองฝา ย

เง่ือนไขในการจดั กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี มแี นวในการจดั กิจกรรมดังน้ี
1) จัดเวลาในการเขา รว มกิจกรรม จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ตามหลักสูตร
ในแตละระดับชั้น สวนการจัดกิจกรรมเพ่ือรับเคร่ืองหมายวิชาพิเศษของลูกเสือ เนตรนารี แตละ
ประเภทอาจใชในเวลาเรียนปกตหิ รอื นอกเวลาเรยี นกไ็ ด
2) การจดั กิจกรรม

2.1) จัดใหมีการเปดประชุมกองลูกเสอื เนตรนารี ทุกคร้ัง เพื่อเปนการฝก
ความมรี ะเบยี บวินัยในตนเองโดยปฏิบัติตามขน้ั ตอน ดงั นี้

2.1.1) พิธีเปด (ชักธงข้นึ สวดมนต สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2.1.2) เกมหรือเพลง
2.1.3) เรียนตามหลกั สูตร
2.1.4) การเลาเรือ่ งสน้ั ที่เปน ประโยชน
2.1.5) พิธีปด (นดั หมาย ตรวจ ชักธงลง เลกิ )
2.2) กิจกรรมการอยูคายพักแรม การเดินทางไกลและการอยูคายพักแรม
มีวัตถุประสงคเพ่ือฝกใหลูกเสือมีความอดทน อยูในระเบียบวินัย รูจักชวยตนเอง รูจักอยูและทํางาน
รวมกับผูอื่น ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพ่ิมเติม ผูบังคับบัญชาลูกเสือจึงมีการวางแผนนําลูกเสือไปเดิน
ทางไกลและอยูคายพักแรม โดยนําลูกเสือไปฝกเดินทางไกล และอยูคายพักแรมปหน่ึงไมนอยกวา 1
ครั้ง ครั้งหนึ่งใหอยคู ายพักแรมอยางนอย 1 คืน

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 246

2.3) กิจกรรมพิธีการ จัดใหมีกิจกรรมพิธีการลูกเสือ เชน พิธีเขาประจํา
กอง พิธีทบทวนคําปฏิญาณและสวนสนาม พิธีถวายราชสดุดี พิธีประดับเครื่องหมายตางๆ เปนตน
เพ่อื ใหล กู เสือมีความภาคภมู ใิ จและเห็นคุณคาในการเปน ลูกเสอื

2.4) กจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชน สงเสริมการจัดกิจกรรมใหลูกเสือไดบําเพ็ญ
ประโยชนต ามอดุ มการณข องลูกเสือ

3) ผูบังคับบัญชาลูกเสือควรผานการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือขั้นความรู
เบื้องตน ในแตละประเภท

4) จดั ใหม กี ารตัง้ กลุมหรอื กองลูกเสือตามขอบังคบั คณะลูกเสอื แหงชาติ
2.2 กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมชุมนุม ระดับประถมศึกษา
40 ช่ัวโมงตอ ปก ารศึกษา ระดับมัธยมศึกษา 20 ชั่วโมงตอภาคเรียน โรงเรียนบานเดียง(พลีศึกษา)ได
จัดกจิ กรรมชมุ นุมดงั ตอไปน้ี

2.2.1 ระดบั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1-3
ชมุ นุมมารยาทไทย

2.2.3 ระดบั ประถมศึกษาปท่ี 4-6
ชมุ นุมกฬี า

2.2.4 ระดับมธั ยมศกึ ษาปที่ 1
ชุมนุมกีฬา

2.2.5 ระดบั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2
ชุมนมุ เกษตร

2.2.6 ระดับมัธยมศกึ ษาปที่ 3
ชมุ นุมทกั ษะอาชีพ

แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม โรงเรียนบานรุงสมบูรณ ไดจัดกิจกรรมชุมนุม เพ่ือสงเสริมและ
พฒั นานักเรียนในแตละระดับช้นั ดังนี้

1) จัดกิจกรรมชุมนุมในแตละระดับช้ันตามโครงสรางของหลักสูตรแกนกลาง
พ.ศ. 2551

2) จัดกิจกรรมชุมนุมใหผูเรียนดําเนินกิจกรรมอยางหลากหลายท้ังรูปแบบ
ภายในหรือภายนอกหอ งเรยี น และระยะเวลาการจดั กจิ กรรมทง้ั เปน กจิ กรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียนและ
กจิ กรรมระยะเวลา 1 ปก ารศึกษา

3) สํารวจความสนใจของผูเรียนในการเลือกเขารวมชุมนุม ชมรมและใหผูเรียน
รวมกันจัดตั้งชุมนุม ชมรม และเชิญครูมาเปนท่ีปรึกษา โดยรวมกันดําเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตาม
ระเบยี บปฏิบัตทิ ่โี รงเรียนกําหนด

หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 247

4) จัดกิจกรรมโดยใหมีการใชประสบการณแลกเปล่ียนเรียนรูและเผยแพร
กิจกรรม สมาชิกของชุมนุม เขารวมกิจกรรม รวมปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะ
ตามทโ่ี รงเรียนกําหนด

5) ครูที่ปรึกษาชมรมมีการประเมิน มีระบบการกํากับติดตาม และประเมินผล
ตามหลักเกณฑก ารประเมนิ ผลการดาํ เนินงานของชมุ นมุ ชมรม อยา งตอเน่อื ง

3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมที่สงเสริมใหผูเรียนบําเพ็ญตนให
เปนประโยชนตอสังคม ชุมชนและทองถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอสังคม มีจิตสาธารณะ เชน กิจกรรมอาสาพัฒนาตาง ๆ
กจิ กรรมสรางสรรคส งั คม

นักเรียนทุกคนในโรงเรียนบานรุงสมบูรณ ตองเขารวมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะ
ประโยชน ระดับประถมศึกษาจํานวน 10 ช่ัวโมงตอปการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาจํานวน 5 ช่ัวโมง
ในภาคเรยี นท่ี 1 จาํ นวน 10 ช่วั โมงในภาคเรียนท่ี 2

แนวการจดั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน โรงเรียนบานรงุ สมบูรณ ไดจัดกิจกรรม
เพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน เพื่อสง เสริมและพัฒนานกั เรียนในแตล ะระดับช้ัน ดังน้ี

3.1 จดั เวลาในการเขารว มกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอยางตอเน่ืองทุกภาค
เรยี น/ปการศึกษา

3.2 เนนใหผูเรียนเปนผูจัดกิจกรรมดวยตนเองทุกขั้นตอนและตอเน่ือง โดยมีครูเปนท่ี
ปรกึ ษา

3.3 จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุมสาระการเรียนรู โดยผูเรียนสามารถจัด
กิจกรรมตามองคความรูที่ไดจากการเรียนรูและประสบการณโดยจัดกิจกรรมทั้งภายในโรงเรียนและ
ภายนอกโรงเรียน

3.4 จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม โดยผูเรียนนําเสนอการจัด
กจิ กรรมตอโรงเรยี นเพ่ือขอความเห็นชอบ โดยกิจกรรมน้ันจัดทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาและมี
ระยะเวลาเร่มิ ตน และส้ินสุดอยางชดั เจน

3.5 จัดกิจกรรมรวมกับองคกรอ่ืน โดยผูเรียนอาสาสมัครเขารวมกิจกรรมกับหนวยงาน
หรือองคกรอื่นๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชนซึ่งผูเรียนสามารถเลือกเขา
รวมกิจกรรมโดยหนวยงานอื่นเขามาจัดกิจกรรมในโรงเรียนหรือรวมกับหนวยงานอ่ืนจัดกิจกรรมนอก
โรงเรียน
แนวการการประเมนิ ผลกิจกรรมพัฒนาผูเรียน

1. การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมแนะแนว

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 248

ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ครูผูรับผิดชอบการจัดกิจกรรมแนะแนว
ผูเรียน และผูป กครอง มภี ารกจิ ท่รี บั ผดิ ชอบ ดงั น้ี

1.1 ครูผจู ัดกิจกรรมแนะแนว
1.1.1 จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผูเรียน ใหเกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค สอดคลอง

กบั วสิ ยั ทศั นท ีส่ ถานศกึ ษากาํ หนดและตามสภาพความตองการและปญ หาของผูเ รียน
1.1.2 รายงานเวลาและการเขา รวมกิจกรรม
1.1.3 ศกึ ษา ติดตาม และพัฒนาผูเรียนในกรณีทผ่ี เู รยี นไมเขา รวมกิจกรรม
1.1.4 ประเมินผลผูเรียน โดยดูจากการพัฒนาการของผูเรียนตามวัตถุประสงคท่ี

กาํ หนดเปน สําคัญ ในกรณีท่ีผลการประเมนิ ยงั ไมผ านใหค รูผูจัดกิจกรรมดําเนินการซอมเสริมโดยผูเรียน
ปฏิบัติกจิ กรรมซ้ําหรือปฏิบัติกิจกรรมเพ่ิมเติม จนกระท่ังผูเรียนบรรลุคุณลักษณะตามวัตถุประสงคของ
กจิ กรรมหรือผา นการประเมนิ ตามเกณฑท่ีโรงเรียนกําหนด

1.1.5 บนั ทกึ ผลการตดิ ตามและประเมนิ ผลผเู รยี นไวเปน หลักฐาน
1.2 ผูเรยี น

1.2.1 มเี วลาเขารวมกจิ กรรมแนะแนวตามเกณฑท่ีโรงเรียนกําหนด โดยมีหลักฐานการ
แสดงเวลาการเขา รว มกิจกรรม
1.2.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามครูผูรับผิดชอบมอบหมาย ถาไมผานใหปฏิบัติกิจกรรมซ้ํา
หรอื ปฏิบัตเิ พ่มิ เตมิ และมีชิ้นงาน/ผลงาน/คุณลกั ษณะตามท่ีครผู จู ดั กิจกรรมมอบหมายใหปฏบิ ัติ 1.3
ผปู กครอง
1.3.1 ผูปกครองควรมีสวนรวมในการประเมินผลพัฒนาการของผูเรียน และมีการ
บนั ทึกสรุปพัฒนาการและการปฏิบัตกิ จิ กรรมของผเู รียน
2. การประเมินผลการจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
การประเมินผลกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เปนกระบวนการทดสอบความสามารถและ
พัฒนาการดานตาง ๆ ของผูเรียนลูกเสือ เนตรนารี ซึ่งนอกจากพิจารณาความรูตามทฤษฎีแลว ตอง
พิจารณาดานความประพฤติ พฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมท่ีเนนทักษะและการปฏิบัติตาง ๆ ดวย
วิธกี ารประเมินทีห่ ลากหลายและการประเมนิ ตามสภาพจริง แบงการประเมินผลออกเปน 2 สวน คอื
2.1 กิจกรรมบงั คบั เปนการประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตร เพื่อใหผูเรียนผานเกณฑการ
ตัดสินเล่ือนช้ันหรือจบหลักสูตร โดยการเขารวมกิจกรรมและผานการประเมินตามเกณฑท่ีโรงเรียน
กําหนด มีการประเมินผลตลอดภาคเรียน/ป โดยวิธีการสังเกตการณเขารวมกิจกรรม การซักถาม
การทดสอบภาคทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิ โดยกาํ หนดเกณฑก ารแประเมินเปน “ผา น” และ “ไมผา น”
ผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขา รว มกิจกรรมครบตามเกณฑ ปฏิบัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ชิ้นงาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท่โี รงเรยี นกําหนด

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 249

ไมผา น หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมไมครบตามเกณฑ ไมผานการปฏิบัติ
กิจกรรมหรือมผี ลงาน/ชน้ิ งาน/คุณลกั ษณะไมเ ปนไปตามเกณฑท ีโ่ รงเรียนกําหนด

2.2 วิชาพิเศษ ประเมินผลวิชาพิเศษในแตละวิชา ใชวิธีการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและ
ภาคปฏบิ ตั ติ ามหลักเกณฑในขอบงั คับคณะลกู เสอื แหง ชาติ

3. การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมชุมนุม
การประเมินผลการจัดกิจกรรมชุมนุม เปนกระบวนการทดสอบความสามารถและ

พัฒนาการดานตางๆ ซ่ึงนอกจากพิจารณาความรูตามทฤษฎีแลว ตองพิจารณาดานความประพฤติ
พฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมที่เนนทักษะและการปฏิบัติตางๆ ดวยวิธีการประเมินท่ีหลากหลายและ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ โดยกําหนดเกณฑก ารประเมินเปน “ผา น” และ “ไมผา น”
ผาน หมายถึง ผเู รยี นมีเวลาเขารว มกจิ กรรมครบตามเกณฑ ปฏิบัติกิจกรรมและมี

ผลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑท่ีโรงเรียนกาํ หนด
ไมผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมไมครบตามเกณฑ ไมผานการปฏิบัติ

กจิ กรรมหรอื มีผลงาน/ชน้ิ งาน/คณุ ลักษณะไมเ ปนไปตามเกณฑท่ีโรงเรยี นกาํ หนด
4. การประเมินผลการจดั กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน

การประเมินผลการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ผูเรียนตองเขารวมกิจกรรม
ใหครบตามกรอบเวลาในโครงสรางของหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551 ดงั น้ี

1. ระดับประถมศกึ ษา (ป.1 – ป.6) มีเวลาเขา รวมกจิ กรรม 60 ชวั่ โมง
2. ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน (ม.1 – ม.3) มเี วลาเขา รว มกจิ กรรม 45 ชว่ั โมง
ผาน หมายถึง ผูเรียนเขารวมกิจกรรมครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมและมี

ผลงาน/ชน้ิ งาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑท ี่สถานศกึ ษากาํ หนด
ไมผาน หมายถึง ผูเรียนเขารวมกิจกรรมไมครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมหรือมี

ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลกั ษณะไมเ ปนไปตามเกณฑท ส่ี ถานศึกษา
กําหนด
ในกรณที ีผ่ ูเรียนไมผ าน ครทู ่ีปรกึ ษาตอ งใหผ ูเ รียนซอมเสริมการจัดกิจกรรมใหค รบ
ตามกรอบเวลาท่กี าํ หนดในโครงสรา งของหลกั สตู ร

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 250

การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใชน วัตกรรม
การศึกษาชนั้ เรยี น (Lesson Study) และวธิ แี บบเปด (Open Approach)

แนวทาง/วิธีการดําเนนิ การในการจดั การเรียนรใู นพื้นทนี่ วตั กรรมการศกึ ษาของหนว ยงาน/สถานศกึ ษา
แนวทางวิธีการในการดําเนินงานของทางโรงเรียนบานรุงสมบูรณ เพ่ือพัฒนาชั้นเรียนโดยใช

นวัตกรรมทางการศึกษา (Lesson Study) และวิธีการแบบเปด (Open Approach) โดยผูอํานวยการ
และคณะครเู ดนิ หนาขับเคล่ือนเต็มที่ในการพัฒนาช้ันเรียนโดยใชนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study) และวิธีการแบบเปด (Open Approach) ตามแนวคิดของรองศาสตราจารย ดร.ไมตรี อินทร
ประสทิ ธ์ิ รักษาการผูอาํ นวยการสถาบนั วิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสําหรับอาเซียน ผูอํานวยการศูนยวิจัย
คณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน ประธานกรรมการมูลนิธิการศึกษาเพ่ือการพัฒนาทักษะการ
คดิ ภายใตโครงการพัฒนาโรงเรียนนํารองพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนักวิจัยจาก
ศูนยวิจัยคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน ไดปฏิบัติหนาท่ีเปนผู
ประสานงานโรงเรียน (School Coordinator) ทํา “kyozaikenkyu” รวมกับทีมการศึกษาชั้นเรียนใน
ระดับช้นั ตา งๆ ของทางโรงเรียน เปน ระยะเวลา 1 เดือนดวย

โดยผูบริหารจัดใหมีการประชุมเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการศึกษา เพ่ือเปนการสรางความรู
ความเขาใจเกี่ยวกับนวัตกรรม แลวจึงกําหนดเปนนโยบายของโรงเรียน โดยการดําเนินงานมีการจัด
ประชุม เพ่ือจัดทํานวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียน แตงตั้งทีมการศึกษาชั้นเรียน รวมกันเขียน
แผนการจัดการเรียนรู สังเกตช้ันเรียน และสะทอนผล ท่ีมีตารางสอน ตารางสังเกต กําหนดวันสําหรับ
รวมกันสะทอนผลและเขียนแผนการจัดการเรียนรูเปนวงจรรายสัปดาห โดยผูบริหารมีสวนรวมในการ
ใหขอเสนอแนะการใชนวัตกรรมหรือใหคําปรึกษา สงเสริมใหครูไดรับการอบรมเพื่อ ใหครูมีความรูมาก
ขึ้น ไดเรียนรูนวัตกรรม การเขียนแผนและวิธีการผลิตสื่อ และจัดสรรงบประมาณในการทําสื่อ มีการ
จดั หาอุปกรณเทคโนโลยี สนบั สนนุ เก่ยี วกับการจดั การนวัตกรรมทางการศกึ ษา โดยมีขัน้ ตอนดงั นี้

LS Lesson Study

ข้นั ที่ 1 รวมมือกนั เขียนแผน (Plan)


Click to View FlipBook Version