The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rachanichonboonsong3, 2022-09-14 07:48:16

หลักสูตรโรงเรียนบ้านโพนข่า

CA บ้านโพนข่า

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 101

นําเสนอขอมลู และสารสนเทศ ตามวตั ถปุ ระสงคโ ดยใชซอฟตแวรหรือบริการบนอินเทอรเน็ตที่หลากหลาย เพ่ือ
แกปญหาในชีวิต ประจําวัน ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย มีมารยาท เขาใจสิทธิและหนาท่ีของตน
เคารพในสิทธิของผูอ ื่น แจง ผูเก่ยี วขอ งเม่ือพบขอ มูลหรอื บุคคลที่ไมเ หมาะสม

รหัสตัวชี้วัด
ว 1 1. ป1/5., ป,2/5. ป3/5., ป4/5.
ว 1 3. ป,1/5. ป 2/5.
ว 2 1. ป,1/5. ป,2/5. ป,3/5. ป 4/5.
ว 2 2. ป,1/5. ป,2/5. ป,3/5. ป,4/5. ป 5/5.
ว 2 3.ป,1/5. ป ,2/5.ป,3/5. ป,4/5. ป 5/5.
ว 3 1.ป,1/5. ป 2/5.
ว 3 2.ป,1/5. ป,2/5. ป,3/5. ป,4/5. ป 5/5.
ว 4 2.ป ,1/5.ป ,2/5. ป,3/5. ป,4/5. ป 5/5.
รวมท้ังหมด 32 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 102

ว16101 วทิ ยาศาสตร

รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 6 เวลา 80 ช่วั โมง

___________________________________________________________________________

ระบุสารอาหารและบอกประโยชนของสารอาหารแตละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน บอก
แนวทางในการเลือกรับประทานอาหารใหไดสารอาหารครบถวน ในสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ัง
ความปลอดภัยตอสุขภาพ ตระหนักถึงความสําคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารท่ีมีสารอาหาร
ครบถวนในสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยตอสุขภาพ สรางแบบจําลองระบบยอยอาหาร และ
บรรยายหนาทข่ี องอวัยวะในระบบยอยอาหาร รวมทั้งอธิบายการยอยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนัก
ถึงความสําคญั ของระบบยอ ยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบยอยอาหารใหทํางานเปน
ปกติ

อธิบายและเปรยี บเทยี บการแยกสารผสมโดยการหยบิ ออก การรอน การใชแมเหล็กดึงดูด การรินออก
การกรอง และการตกตะกอนโดยใชหลักฐานเชิงประจักษ รวมท้ังระบุวิธีแกปญหาในชีวิตประจําวันเก่ียวกับการแยก
สาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟาซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ีผานการขัดถูโดยใชหลักฐานเชิงประจักษ ระบุ
สวนประกอบและบรรยายหนาที่ของแตละสวนประกอบของวงจรไฟฟาอยางงายจากหลักฐานเชิงประจักษ
เขียนแผนภาพและตอวงจรไฟฟาอยางงาย ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบาย
วิธีการและผลของการตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชนของความรูของการตอเซลลไฟฟาแบบ
อนุกรม โดยบอกประโยชนและการประยุกตใชในชีวิต ประจําวัน ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธีท่ี
เหมาะสมในการอธิบายการตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถึงประโยชนของความรูของ
การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน ขอจํากัด และการประยุกตใช ใน
ชวี ิตประจําวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิด
เงามืดเงามัว

สรางแบบจําลองทอี่ ธบิ ายการเกดิ และเปรียบเทียบปรากฏการณสุริยุปราคาและจันทรุปราคา อธิบาย
พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอยางการนําเทคโนโลยีอวกาศมาใชประโยชนในชีวิตประจําวันจาก
ขอมูลท่ีรวบรวมได เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก
แบบจําลอง บรรยายและยกตัวอยางการใชประโยชนของหินและแรในชีวิตประจําวันจากขอมูลที่รวบรวมได
สรางแบบจําลองที่อธิบายการเกิดซากดึกดําบรรพและคาดคะเนสภาพแวดลอมในอดีตของซากดึกดําบรรพ
เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีตอส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดลอม จากแบบจําลอง
อธิบายผลของมรสุมตอการเกิดฤดูของประเทศไทยจากขอมูลท่ีรวบรวมได บรรยายลักษณะและผลกระทบของ
น้ําทวม การกัดเซาะชายฝง ดินถลม แผนดินไหว สึนามิ ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติ
ภยั โดยนาํ เสนอแนวทางในการเฝา ระวงั และปฏิบัติตนใหปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิด

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 103

ในทองถ่ิน สรางแบบจําลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณเรือนกระจก และผลของปรากฏการณเรือนกระจกตอ
ส่ิงมีชีวิต ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณเรือนกระจก โดยนําเสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลด
กิจกรรมทีก่ อ ใหเกดิ แกสเรอื นกระจก

ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแกปญหาท่ีพบในชีวิตประจําวัน ออกแบบและ
เขียนโปรแกรมอยางงาย เพื่อแกปญหาในชีวิตประจําวัน ตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรมและแกไข ใช
อินเทอรเน็ตในการคนหาขอ มลู อยา งมีประสิทธิภาพ ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศทํางานรวมกันอยางปลอดภัย เขาใจ
สทิ ธแิ ละหนา ท่ีของตน เคารพในสิทธิของผูอ ืน่ แจงผูเกีย่ วขอ งเมอื่ พบขอ มูลหรือบคุ คลที่ไมเ หมาะสม

ตัวชวี้ ดั
ว 1 2. ป,1/6. ป,2/6. ป,3/6. ป,4/6. ป 5/6.
ว 2 1.ป1/6.
ว 2 2.ป1/6.
ว 2 3.ป,1/6. ป,2/6. ป,3/6. ป,5/6. ป,5/6. ป,6/6. ป,7/6. ป 8/6.
ว 3 1.ป,1/6. ป2/6.
ว 3 2.ป,1/6. ป,2/6. ป,3/6. ป,5/6. ป,5/6. ป,6/6. ป,7/6. ป,8/6. ป9/6.
ว 4 2. ป,1/6. ป,2/6. ป,3/6. ป4/6.
รวมท้ังหมด 30 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 104

ว21101 วิทยาศาสตร

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จํานวน 1.5 หนว ยกติ )

___________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สังเกตและเปรียบเทียบรูปรางของเซลลส่ิงมีชีวิตเซลลเดียวและหลาย
เซลล สวนประกอบสําคัญและหนาที่ของเซลลพืชและเซลลสัตว กระบวนการเคล่ือนท่ีของสารผานเซลลโดย
การแพรแ ละออสโมซสิ ปจ จัยท่จี ําเปนและความสําคญั ของกระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืชตอสิ่งมีชีวิต
และส่ิงแวดลอม กลุมเซลลที่เกี่ยวตองกับการลําเลียงนํ้าของพืช ระบบลําเลียงพืชและอาหาร การสืบพันธุ
ของพืชแบบอาศัยเพศ และไมอาศัยเพศ โดยใชสวนตาง ๆ ของพืชในการขยายพันธุ พฤติกรรมและการ
ตอบสนองของพืชตอส่ิงเรา เทคโนโยลีชีวภาพเพื่อขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ และเพ่ิมผลผลิตพืช การจําแนก
สารโดยใชสารหรือขนาดอนุภาคเปนเกณฑ และสมบัติของสารแตละกลุม การเปล่ียนแปลงสถานะของสาร
โดยใชการจําลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร สมบัติความเปนกรด-เบส การตรวจสอบหาคา pH ของ
สารละลาย วิธีเตรียมสารละลายท่ีมีความเขมขนเปนรอยละ การเปล่ียนแปลงสมบัติ มวลและพลังงานของ
สาร ปจ จยั ที่มผี ลตอการเปลี่ยนแปลงสถานะและการละลายของสาร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล
และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน
การตัดสินใจ

เห็นคณุ คาของการนําความรูไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม
และคา นยิ มที่เหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวดั
ว 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12, ม.1/13
ว 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ว 8.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9
รวมท้ังหมด 29 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 105

ว21102 วทิ ยาศาสตร

รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกิต)

__________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สืบคนขอมูลและอธิบายเกี่ยวกับปริมาณสเกลาร ปริมาณเวกเตอร
ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว และความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุ อุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ การ
ถายโอนความรอน และดูดกลืนและการคายความรอน โดยการแผรังสี สมดุลความรอน ผลของความรอน
ตอการขยายตัวของสาร และนําความรูไปใชประโยชน องคประกอบและการแบงช้ันบรรยากาศที่ปกคลุมผิว
โลก ความสัมพันธระหวางอุณหภูมิ ความช้ืน และความกดอากาศท่ีมีผลตอปรากฏการณทางลมฟาอากาศ
ผลของลมฟา อากาศตอ การดํารงชีวิตของส่ิงมีชีวิตและสิง่ แวดลอม การแปลความหมายขอมูลจากการพยากรณ
อากาศ ปจจัยธรรมชาติ และการกระทําของมนุษยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รูโหวโอโซน
และฝนกรด ผลของภาวะโลกรอ น รโู หวโ อโซน และฝนกรดทมี่ ตี อ สง่ิ มีชีวิตและสงิ่ แวดลอม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล
และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มีความสามารถใน
การตัดสนิ ใจ

เหน็ คุณคาของการนาํ ความรูไปใชประโยชนใ นชีวิตประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม
และคา นิยมท่ีเหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวัด
ว 4.1 ม.1/1, ม.1/2
ว 5.1 ม.1/1, ม.1/2,ม.1 / 3, ม.1 / 4
ว 6.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3, ม.1 / 4, ม.1 /5, ม.1/6,ม.1/7
ว 8.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3, ม.1 / 4, ม.1 /5, ม.1/6,ม.1/7, ม.1/8, ม.1 / 9
รวมท้ังหมด 22 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 106

ว22101 วิทยาศาสตร

รายวิชาพนื้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.5 หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สังเกต สืบคนขอมูล และอธิบายโครงสรางและการทํางานของระบบ
ยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของมนุษยและสัตว รวมทั้ง
ระบบประสาทของมนุษย ความสมั พนั ธระบบตาง ๆ ของมนุษยและการนําความรูไปใชประโยชน พฤติกรรม
ของมนุษยและสตั วท ตี่ อบสนองตอสิ่งเราภายนอกและภายใน หลักการและผลการใชเทคโนโลยีชีวภาพในการ
ขยายพนั ธุ ปรับปรุงพนั ธุและเพ่ิมผลผลิตของสตั วแ ละนาํ ความรไู ปใชป ระโยชน สารอาหารในอาหารมีปริมาณ
พลังงานและสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัยผลของสารติดตอระบบตาง ๆ ของรางกาย แนวทางในการ
ปองกนั ตนเองจากสารเสพติด องคป ระกอบสมบตั ขิ องธาตุและสารประกอบ สมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ
ธาตุก่ึงโลหะ และธาตุกัมมันตรังสีและนําความรูไปใชประโยชน หลักการแยกสารดวยวิธีกรอง การตกผลึก
การสกัด การกล่นั และโครมาโทกราฟแ ละนาํ ความรูไปใชประโยชน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล
และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน
การตัดสินใจ

เหน็ คณุ คาของการนําความรไู ปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม
และคา นิยมทเี่ หมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั
ว 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ว 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3

ว 8.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9
รวมท้ังหมด 18 ตัวชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 107

ว22102 วทิ ยาศาสตร

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห สํารวจ สืบคนขอมูล ทดลองและอธิบายการเปล่ียนแปลงสมบัติ

มวลและพลังงานเม่ือสารเกิดปฏิกิริยาเคมี ปจจัยท่ีมีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี การเขียนสมการเคมีของ

ปฏิกิริยาของสารตาง ๆ และนําความรูไปใชประโยชน ผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีตอส่ิงมีชีวิตและ

ส่ิงแวดลอม การใชสารเคมี วิธีปองกันแกไขอันตรายท่ีเกิดจากการใชสารเคมี การหาแรงลัพธของแรงหลาย

แรงในระนาบเดยี วกันที่กระทําตอวตั ถุ แรงลัพธที่กระทําตอวัตถุที่หยุดน่ิงหรือวัตถุเคลื่อนท่ีดวยความเร็วคงตัว

การสะทอนของแสง การหักเหของแสง และการนําความรูไปใชประโยชน ผลของความสวางที่มีตอมนุษย

และสิ่งมีชีวิตอ่ืน ๆ การดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุและนําความรูไปใชประโยชน ลักษณะของช้ัน

หนาตัดดิน สมบัติของดินและกระบวนการเกิดดิน การใชประโยชนและการปรับปรุงคุณภาพดิน

กระบวนการเกิดและลักษณะองคประกอบของหิน องคประกอบและสมบัติของหิน ประเภทของหินและนํา

ความรูไปใชประโยชน ลักษณะทางกายภาพของแรและการนําไปใชประโยชน กระบวนการเกิดลักษณะและ

สมบัตขิ องปโ ตรเลียม ถานหนิ หินนาํ้ มันและการนําไปใชป ระโยชน แหลงน้ําธรรมชาติ การใชประโยชนและ

การอนุรักษแหลงน้ําในทองถิ่น การเกิดแหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดิน กระบวนผุฟงอยูกับที่ การกรอน

การพดั พา การทบั ถม การตกผลึกและผลของกระบวนการผพุ งั อยกู ับท่ี

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล

และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน

การตดั สนิ ใจ

เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม

คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด

ว 3.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4

ว 4.1 ม.2/1,ม.2/2

ว 5.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3

ว 6.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4, ม.2 /5, ม.2/6,ม.2/7, ม.2 /8, ม.2/ 9,ม.2/10

ว 8.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4, ม.2 /5, ม.2/6,ม.2/7, ม.2 /8, ม.2/ 9

รวมทั้งหมด 28 ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 108

ว23101 วิทยาศาสตร

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

ศกึ ษา วิเคราะห สาํ รวจ สังเกต อธิบายลกั ษณะโครโมโซมที่มหี นว ยพันธกุ รรมหรือยนี ในนิวเคลียส

ความสําคัญของสารพันธุกรรมหรอื ดีเอน็ เอ และกระบวนการถานทอดลักษณะพันธุกรรม โรคทางพันธุกรรมท่ี

เกิดจากความผิดปกติของยีนโครโมโซมและนําความรูไปใชประโยชน ความหลากหลายทาง

ชีวภาพในทองถ่ินที่ทําใหสิ่งมีชีวิตดํารงชีวิตอยูไดอยางสมดุล ผลของความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมีผลตอ

มนุษย สัตว พืช และสิ่งแวดลอม ผลของเทคโนโลยีชีวภาพตอการดํารงชีวิตของมนุษยและสิ่งแวดลอม

ระบบนิเวศตาง ๆ ในทองถิ่น ความสัมพันธขององคประกอบภายในระบบนิเวศ ความสัมพันธของการ

ถายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซอาหาร และสายใยอาหาร วัฏจักรน้ํา และวัฏจักรคารบอนและ

ความสําคัญที่มีตอระบบนิเวศ ปจจัยท่ีมีผลตอ การเปล่ียนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ

สภาพปญหาส่ิงแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติในทองถ่ินและแนวทางในการแกปญหา การรักษาสมดุลของ

ระบบนิเวศ การใชทรัพยากรธรรมชาติ อยางยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปญหาสิ่งแวดลอม

และแนวทางการแกปญหา การมี สว นรว มในการดแู ลและอนุรกั ษสิ่งแวดลอมในทองถิ่น

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล

และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มีความสามารถใน

การตัดสนิ ใจ

เห็นคุณคา ของการนาํ ความรูไปใชป ระโยชนใ นชีวติ ประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม

และคานยิ มท่เี หมาะสม

รหัสตัวช้ีวัด
ว 1.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6
ว 2.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4
ว 2.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6
ว 8.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6 , ม.3/ 7, ม.3 /8, ม.3/9
รวมท้ังหมด 25 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 109

ว23101 วิทยาศาสตร

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห สืบคนขอมูล สังเกต ทดลอง ความเรงและผลของแรงลัพธที่ตอวัตถุ ทดลอง
แรงกริ ิยา และแรงปฏิกิริยาระหวางวัตถุ แรงพยุงของเหลวท่ีกระทําตอวัตถุ แรงเสียดทาน โมเมนตของแรง
การเคลือ่ นที่ของวัตถุท่ีเปนแนวตรงและแนวโคง งาน พลังงานจลน พลังงานศักยโนมถวง กฎ การอนุรักษ
พลังงาน ความสัมพันธระหวางความตางศักย กระแสไฟฟาของเครื่องใชไฟฟา การตอวงจรไฟฟาในบาน
การตอวงจรอิเลก็ ทรอนกิ สเ บ้ืองตนที่มีทรานซสิ เตอร ความสัมพันธระหวางดวงอาทิตย โลก ดวงจันทร และ
ดาวเคราะหด วงอืน่ ๆ และผลท่เี กดิ ข้ึนตอสงิ่ แวดลอมและสิ่งมีชีวติ บนโลก องคประกอบของเอกภพ กาแล็กซี
และระบบสรุ ยิ ะ ตาํ แหนงของกลมุ ดาวและนาํ ความรไู ปใชประโยชน ความกาวหนาของเทคโนโยลีอวกาศท่ีใช
สํารวจอวกาศ วตั ถบุ นทองฟา สภาวะอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร การสอ่ื สาร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ ารสืบคนขอมูล
และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน
การตดั สินใจ

เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คณุ ธรรมและคา นิยมทเ่ี หมาะสม

รหสั ตัวชี้วดั
ว 4.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
ว 4.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
ว 5.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5
ว 7.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
ว 7.2 ม.3/ 1
ว 8.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6 , ม.3/ 7, ม.3 /8, ม.3/9
รวมทั้งหมด 24 ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 110

ว21201 การใชค อมพวิ เตอรและ Microsoft Word

ชั้นรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน(จาํ นวน 1.0 หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษาการใชคอมพิวเตอร การเปด-ปดเคร่ือง การใชแปนพิมพ ระบบปฏิบัติการ การจัดทําสําเนา
แผนบันทึก การขอดูแฟมขอมูล การปอนขอมูล การแกไขขอมูล คําส่ังตาง ๆ ฝกทักษะทางดานการประมวล
คําดวยโปรแกรม Microsoft Word 2003 ในการพิมพแฟมขอมูลเอกสาร การจัดเก็บแฟมขอมูลเอกสาร การ
ปอนขอมูลและการเรียกแฟมขอมูลขึ้นมาแกไข การกําหนดรูปแบบเอกสาร การพิมพตาราง การคนหาและ
เปลย่ี นแปลงขอความ คําสั่งพิเศษในการส่ังพิมพ การประยุกตในงานพิมพเอกสารตาง ๆ สามารถประยุกตการ
จัดทาํ เอกสารในรูปแบบตาง ๆ ได
ผลการเรยี นรู
1. สามารถเปด -ปดเครื่องได
2. สามารถใชง านระบบปฏิบัติการได
3. สามารถสราง ลบ เรยี กใชแฟม ขอ มลู ได
4. สามารถใชโ ปรแกรมฝกพิมพได
5. อธิบายความหมายและหลักการ ทํางานของโปรแกรม Word ได
6. สามารถใชแ ถบเคร่ืองมือตาง ๆ ได
7. สามารถจดั การเกี่ยวกับขอความได
8. สามารถจดั การเกีย่ วกบั รูปภาพได
9. สามารถจดั การเกีย่ วกบั ตารางได
10. สามารถปรบั แตง เอกสารกอ นพิมพไ ด
11. สามารถสงั่ พิมพเ อกสารได
12. สามารถทาํ การด อวยพรได
13. สามารถทําแผนพับได
14. สามารถรูปเลมรายงานได
15. สามารถทาํ จดหมายเวียนได

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 111

รวมท้ังหมด 15 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 112

ว21202 Microsoft Excel

รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน(จํานวน 1.0 หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษาและฝกทักษะทางดานตารางการทํางานดวยโปรแกรม Microsoft Excel 2003 ทักษะการใช
สมุดงาน การใชสูตรและฟงกชัน ตกแตงแผนงานและสมุดงาน เทคนิคการจัดรูปแบบแผนงาน แทรกรูปภาพ
แผนผังและวตั ถอุ ื่นๆ วาดภาพและปรบั แตงรายละเอียดของวัตถุ เทคนิคแผนภูมิ การบริหารขอมูลบนแผนงาน
สรางแผนงานใหม ี ความสามารถสูงข้ึน การใชสมุดงานรวมกัน และการเช่ือมโยงสมุดงาน ประยุกตใชงาน โดย
ใชกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปญญาทองถิ่น กระบวนการสรางความคิดรวบยอด
กระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการออกแบบ กระบวนการจัดการ กระบวนการแกปญหา กระบวนการคิด
วเิ คราะห มีนสิ ยั รักการทํางาน รกั การคนควา มีความรบั ผดิ ชอบ ทํางานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีความสุข มีสมาธิ
ในการทํางานจนสามารถนาํ ทกั ษะปฏบิ ตั ิงานไปใชในชีวิตประจําวันได

ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายความหมายและหลกั การทาํ งานของโปรแกรม Microsoft Excel ได
2. สามารถใชแ ถบเครื่องมือตาง ๆ ได
3. สามารถจัดการเกี่ยวกับขอความได
4. สามารถจัดการเกย่ี วกับรูปภาพได
5. สามารถจัดการเกีย่ วกบั ตารางได
6. สามารถจัดรูปแบบสมดุ งานได
7. สามารถทาํ งานเกยี่ วกับแผนภูมิได
8. สามารถทาํ งานเกยี่ วกบั แผนผงั ได
9. บอกประเภทของขอมลู ได
10. สามารถใชส ตู รและฟง กชนั ในการคํานวณได
11. สามารถประยุกตใชใ นงานตา ง ๆ ได
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 113

ว22201 Microsoft PowerPoint

รายวชิ าเพม่ิ เติม กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น(จํานวน 1.0 หนวยกติ )

__________________________________________________________________________

ฝกทักษะการนําเสนองานดวยโปรแกรม Microsoft PowerPoint การเรียกใชโปรแกรม สรางงาน
นําเสนอผลงาน การเรียกดูสไลดในมุมมองตาง ๆ การใสขอความลงในสไลด การตกแตงขอความ จัดการกับ
รายการยอย ใสก ลองขอความลงในสไลด ตกแตง แผนสไลด วาดรูปลงในโปรแกรมนาํ เสนอผลงาน ใสรูปภาพหรื
อรูปวาดตาง ๆ แทรกขอความศิลป สรางผังองคกร แทรกเสียงและใสภาพเคลื่อนไหว การเช่ือมโยง จัดเตรียม
งานนําเสนอและการนําเสนอ ทําเอกสารประกอบการบรรยาย กําหนดรูปแบบการนําเสนอผลงาน การสั่งฉาย
สไลดดวยตนเอง สรางช้ินงานโดยคนหาขอมูลจากหองสมุดหรืออินเตอรเน็ตมาชวยในการนําเสนอเร่ือง วัน
สําคัญตาง ๆ ประวัติบุคคลสําคัญของโรงเรียนและจังหวัดศรีสะเกษ ภูมิปญญาทองถิ่น นํ้าและ
ทรัพยากรธรรมชาติ การทาํ แผนภูมิโครงสรางงานบริหารโรงเรียน กิจกรรมภายในโรงเรียน และสื่อการสอนใน
รายวิชาตาง ๆ ตามความถนัด โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปญญาทองถิ่น
กระบวนการสรางความคิดรวบยอด กระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการออกแบบ กระบวนการจัดการ
กระบวนการแกปญ หา กระบวนการคดิ วิเคราะห มนี ิสยั รักการทํางาน รักการคนควา มีความรับผิดชอบ ทํางาน
รว มกบั ผอู ่ืนไดอ ยา งมคี วามสุข มีสมาธใิ นการทาํ งานจนสามารถนําทกั ษะปฏิบตั ิงานไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันได
ผลการเรียนรู
1. อธิบายความหมายและบอกความสามารถของโปรแกรมได
2. สามารถเรยี กใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได
3. บอกหนา ทีข่ องสว นประกอบของหนาตา งโปรแกรมได
4. สามารถดสู ไลดมุมมองตา ง ๆ ได
5. สามารถเพมิ่ ลบ คัดลอกแผนยายหรือจัดลาํ ดบั สไลดไ ด
6. สามารถทํางานกบั เคา โครงสไลดแ ละตวั ยึดได
7. สามารถเพม่ิ และตกแตงขอความได
8. สามารถเปล่ียนพืน้ หลังใหมีลวดลายได
9. สามารถใสรูปภาพ รปู วาด หรอื รปู รา งอัตโนมตั ิได
10. สามารถปรับแตงรูปภาพและวัตถไุ ด
11. สามารถสรา งแผนภูมิอตั โนมตั ิได
12. สามารถสรางแผนภูมดิ วยตนเองได
13. สามารถแกไขและปรับปรุงแผนภมู ไิ ด
14. สามารถปรับแตง แผนภูมิได

หลักสูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 114

15. สามารถเชือ่ มโยงหนา สไลดไ ด
16. สามารถเชอ่ื มโยงไฟลไ ด
17. สามารถเชอื่ มโยงกับเว็บเพจได
18. สามารถสรางงานตามความสนใจได
19. สามารถสรางงานตามวตั ถุประสงคได
รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 115

ว22201 ภาษาโลโกและการสรางช้ินงาน

รายวชิ าเพ่มิ เติม กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น(จํานวน 1.0 หนวยกิต)

__________________________________________________________________________

อธิบายความหมายและหลักการโปรแกรมเบ้ืองตน สามารถใชคําสั่งพื้นฐาน คําส่ังทําซ้ําและกระบวน
ความ ตัวแปรและกําหนดสี การเรียกซํ้าและคําส่ังเงื่อนไข การวิเคราะหงานและโปรแกรม แบบมีโครงสราง
อธิบายเกี่ยวกับโครงสรางขอมูลและคําส่ังจัดการขอมูล การสรางเสียงดนตรีและภาพเคลื่อนไหว การเขียน
โปรแกรมอยา งงา ย

ผลการเรียนรู
1. บอกประวตั ิและความเปน มาของภาษาโลโกได
2. สามารถเรียกใชหนา ตางโลโกได
3. สามารถสรางสรรคภาพดวยคาํ สง่ั พนื้ ฐานได
4. สามารถใชค าํ สงั่ กําหนดสีได
5. สามารถบนั ทึกภาพ การพิมพไ ด
6. สามารถสรา งและแกไขกระบวนความได
7. สามารถใชกระบวนการสรางชนิ้ งานได
8. อธิบายการทาํ งานเกีย่ วกับตัวแปรในภาษาโลโกได
9. สามารถใชตัวแปรในภาษาโลโกได
10. สามารถสรา งเสยี งดนตรีได
11. สามารถสรา งภาพเคล่ือนไหวได
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 116

ว23201 การสรางเวบ็ เพจ

รายวชิ าเพ่มิ เติม กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน(จาํ นวน 1.0 หนวยกติ )

_________________________________________________________________________

อธิบายความหมายของเว็บเพจและเว็บไซต วิธีการของการสรางเว็บเพจ ประเภทของเว็บไซต

สวนประกอบสําคัญในหนาเว็บเพจ การแบงพ้ืนที่การใชงานในหนาเว็บเพจ การตกแตงหนาของเว็บเพจ การ

สรางเว็บเพจ การออกแบบเว็บเพจดวย PhotoShop การใชงานโปรแกรม Photo Shop การออกแบบ

สวนประกอบตาง ๆ ของเว็บเพจ การปรับแตงภาพเพื่อใชในเว็บเพจ การใชกราฟกในเว็บเพจ การแปลงไฟล

ภาพ การปรับแตงภาพกราฟก โหมดสี การปรับแตงภาพดวย Adjustments การแตงภาพดวยเทคนิคพิเศษ

(Filter) การสรางภาพเคลื่อนไหวดวย Image Ready สวนประกอบตาง ๆ ของ Image Ready การสราง

ภาพเคล่อื นไหว การตัดแบงภาพดวย Slice การสรางเว็บเพจดวย Dream weaver สวนประกอบตาง ๆ ของ

โปรแกรม การเริ่มตนใชง านในโปรแกรม การสรางหนา เว็บเพจใหมในโฟลเดอร การใสภาพและขอความลงใน

เว็บเพจ การใชง านตาราง การปรับแตง ตาราง การจดั หนาเวบ็ เพจดวยเลยเ อาต และเลเยอร การเชอ่ื มโยง เพ่ิม

ลูกเลนและการอัพโหลดเว็บเพจข้ึนอินเทอรเน็ต การใสตัวจํานวน(Counter) การติดตั้งสมุดเย่ียม(Guest

Book) การสรางกระดานสนทนา (Web board)

ผลการเรียนรู

1. อธบิ ายความหมายของโฮมเพจ เวบ็ ไชต เว็บเพจ ได

2. บอกประเภทของเว็บไซตได

3. สามารถนําภาพกราฟกไปใชในเว็บเพจได

4. สามารถแปลงไฟลภ าพเพื่อไปใชงานในเว็บเพจได

5. สามารถปรับแตงภาพกราฟก ได

6. สรางภาพเคล่ือนไหวดว ย Image Readyได

7. สามารถสรางเว็บเพจดวย Dreamweaverได

8. สามารถใสภ าพและขอ ความในเว็บเพจได

9. สามารถใชง านและการปรับแตง ตารางได

10. สามารถจัดหนาเวบ็ เพจดวยเลยเอาตแ ละเลเยอรได

11. สามารถเช่ือมโยงในลักษณะตา ง ๆได

12. สามารถใสตวั นับจํานวน(Counter)ได

13. สามารถตดิ ตั้งสมุดเย่ยี มชม(Guest Book)ได

14. สามารถสรา งกระดานสนทนา(Web board)ได

15. สามารถ Up load เวบ็ ไซตข ้นึ สูอนิ เทอรเนต็ ได

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 117

ว23202 Macromedia Flash

รายวิชาเพม่ิ เติม กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน(จาํ นวน 1.0 หนวยกิต)

_________________________________________________________________________

มีความรูเกี่ยวกับโปรแกรม Flash เบื้องตน ใชคําสั่งและเครื่องมือตาง ๆ ในโปรแกรมไดถูกตอง สราง
ภาพกราฟกและตกแตงภาพกราฟก การสรางภาพเคลื่อนไหว โดยใชเทคนิค Motion Guides, Motion
Guides, Movie Clip การโตตอบกับผใู ช โดยใช Action Script และการแปลงไฟลไปใชงาน รวมทง้ั ความรูการ
ใชเ ทคนคิ ในการสรางลูกเลนแบบตา ง ๆ การนาํ เขา เสยี ง เพื่อใหผูเรียนสามารถนําไปประยุกตใชและรูจักวิธีการ
นาํ ไปใชก บั สือ่ ชนดิ อ่ืน เชน รปู แบบการนําเสนอ Flash บนเว็บเพจ

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายหลักการทาํ งานของโปรแกรม Macromedia Flash ได
2. สามารถใชเ มนคู ําสงั่ และเครอื่ งมือตา ง ๆ ได
3. สามารถใชเครอื่ งมือวาดภาพกราฟกได
4. สามารถใชเทคนิคการตกแตงภาพใหสวยงามได
5. อธบิ ายหลกั การทาํ งานของ Timeline ได
6. สามารถใช Motion Guides ได
7. สามารถใช Mask Layer ได
8. สามารถใช Movie Clip ได
9. สามารถใช Action Script พน้ื ฐานได
10. สามารถนํามูว่ีไปใชงานได
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 118

หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 119

กลุม สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

รายวิชาพ้ืนฐาน ระดบั ประถมศกึ ษา
ส11101 สังคมศึกษา
ส12101 สังคมศกึ ษา จํานวน 40 ชว่ั โมง
ส13101 สังคมศกึ ษา จํานวน 40 ชวั่ โมง
ส14101 สังคมศกึ ษา จํานวน 40 ชวั่ โมง
ส15101 สงั คมศึกษา จาํ นวน 80 ชว่ั โมง
ส16101 สงั คมศึกษา จํานวน 80 ชว่ั โมง
ส11102 ประวัติศาสตร จํานวน 80 ชว่ั โมง
ส12102 ประวัตศิ าสตร จํานวน 40 ช่ัวโมง
ส13102 ประวัติศาสตร จํานวน 40 ชว่ั โมง
ส14102 ประวตั ิศาสตร จาํ นวน 40 ชั่วโมง
ส15102 ประวตั ศิ าสตร จํานวน 40 ช่ัวโมง
ส16102 ประวตั ิศาสตร จํานวน 40 ชัว่ โมง
จํานวน 40 ช่วั โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
ส21101 สงั คมศึกษา
ส21103 สงั คมศึกษา จํานวน 80 ช่วั โมง 2.0 หนว ยกติ
ส22101 สังคมศึกษา จาํ นวน 80 ช่ัวโมง 2.0 หนว ยกิต
ส22103 สังคมศึกษา จาํ นวน 80 ชัว่ โมง 2.0 หนว ยกิต
ส23101 สงั คมศึกษา จาํ นวน 80 ช่วั โมง 2.0 หนว ยกติ
ส23103 สงั คมศึกษา จาํ นวน 80 ช่ัวโมง 2.0 หนว ยกติ
ส21102 ประวัติศาสตร จํานวน 80 ช่วั โมง 2.0 หนว ยกิต
ส21104 ประวตั ิศาสตร จํานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกิต
ส22102 ประวัติศาสตร จาํ นวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส22104 ประวตั ิศาสตร จํานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส23102 ประวัตศิ าสตร จํานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกิต
ส23104 ประวตั ศิ าสตร จํานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
จํานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ
รายวชิ าเพิ่มเติม
ระดบั ประถมศกึ ษา

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 120

ส11231 หนาทพ่ี ลเมือง 1 จํานวน 40 ชว่ั โมง
ส12232 หนา ท่พี ลเมือง 2 จาํ นวน 40 ชว่ั โมง
ส13233 หนา ท่ีพลเมือง 3 จํานวน 40 ช่วั โมง
ส14234 หนา ทีพ่ ลเมือง 4 จํานวน 40 ชว่ั โมง
ส15235 หนาทีพ่ ลเมือง 5 จาํ นวน 40 ชั่วโมง
ส16236 หนาที่พลเมือง 6 จาํ นวน 40 ชัว่ โมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
ส21231 หนาทพี่ ลเมือง 1 จํานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต
ส21232 หนา ทพี่ ลเมือง 2 จํานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
ส22233 หนาทีพ่ ลเมือง 3 จํานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส22234 หนาท่พี ลเมือง 4 จาํ นวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส23235 หนา ทพ่ี ลเมือง 5 จาํ นวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกิต
ส23236 หนา ที่พลเมือง 6 จาํ นวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว ยกติ
ส21201 อาเซียน จํานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส21202 อาเซยี น จํานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนวยกติ
ส22201 อาเซยี น จาํ นวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส22202 อาเซียน จาํ นวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนวยกิต
ส23201 อาเซยี น จํานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกิต
ส23202 อาเซยี น จาํ นวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว ยกิต

หมายเหตุ คาํ อธิบายรายวิชาท่ีเปนตวั หนงั สือตัวหนาเปนสาระการเรยี นรทู องถ่ิน

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 121

ส 11101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 ป กศ. 2559 เวลา 60 ช่ัวโมง / ป กศ. 2560 เวลา 40 ช่วั โมง

______________________________________________________________________

สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย ความหมาย ความสําคัญ องคประกอบ

เบื้องตนของศาสนา ประโยชน ประวัติ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสําคัญของคัมภีร ความคิดหลักของ

ศาสนา สรุปหลักจริยธรรม การบําเพ็ญประโยชน วิธีปฏิบัติ การใชภาษาเก่ียวกับศาสนพิธี พิธีกรรมในวัน

สําคัญ ฝกปฏิบัติการบริหารจิต การเจริญปญญาเบื้องตน เปรียบเทียบ การทําความดี ปฏิบัติตนตาม

คําแนะนํา รวบรวมขั้นตอน ของศาสนพิธี คุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมีความ

รับผิดชอบ ความซื่อสัตย ความกลาหาญ ความเสียสละ การเคารพสิทธิและหนาที่ วัฒนธรรม ภูมิปญญา

ทอ งถ่ิน การแกป ญหาความขดั แยง ในครอบครวั กฎ กติกา ความหมาย ความสาํ คัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชน

ของรายรับ-รายจาย ตนทุนผลประโยชนท่ีไดรับทรัพยากรในทองถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของ

ครอบครัวและชุมชน การซ้ือขายแลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ในชีวิตประจําวัน ลักษณะทางกายภาพของ

บาน โรงเรียน และชุมชน องคประกอบของ แผนผัง การเขียนแผนที่เบื้องตนอยางงาย ทรัพยากรธรรมชาติ

การพึ่งพาอาศัยซ่ึงกันและกัน ผลเสียการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทางสังคม การ

สรางสรรค สิ่งแวดลอม การอนุรักษสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ และทางสังคม โดยใชกระบวนการทางสังคม

กระบวนการสบื คน กระบวนการกลมุ และกระบวนการแกป ญหา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต

สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง

เหมาะสม

รหัสตวั ชวี้ ัด

ส 1.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4

ส 1.2 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3

ส 2.1 ป.1/1 , ป.1/2

ส 2.2 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3

ส 3.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3

ส 3.2 ป.1/1

ส 5.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5

ส 5.2 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3

รวมท้ังหมด 24 ตวั ช้วี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 122

ส 12101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูส งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ป กศ. 2559 เวลา 60 ชั่วโมง / ป กศ. 2560 เวลา 40 ช่ัวโมง

______________________________________________________________________

สงั เกต ศึกษาคนควา การรวบรวมขอมลู อภิปราย ความหมาย ความสําคัญ องคประกอบเบื้องตน

ของศาสนา ประวัตศิ าสนา ศาสดาของศาสนา คัมภีร และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจริยธรรม การ

บําเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน และชุมชน หลักปฏิบัติการอยูรวมกันอยางเปนสุข ศาสนพิธี และ

พิธีกรรมในวันสําคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบื้องตน การทําความดีของบุคคลใน

ครอบครัว และโรงเรียน การปฏิบัติตนตามคําแนะนําเก่ียวกับศีลธรรม จริยธรรม คานิยมท่ีดีงาม การเปน

พลเมืองดี ในสังคมประชาธิปไตย การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหนาท่ีของตนเอง เปนสมาชิกท่ีดีของ

ครอบครัว สิทธิของบุคคลท่ีพึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเชื่อ ประเพณี

วัฒนธรรม และภูมิปญญาของทองถ่ิน ความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การ

แกปญหาความขัดแยง ขอตกลง กฎ กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสําคัญของรัฐธรรมนูญ

ประโยชนของรายรับ–รายจายของครอบครัว ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของ

ชุมชน การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ประโยชนของธนาคาร ภาษีท่ีเกี่ยวของในชีวิตประจําวัน

ลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผังแผนท่ี ตําแหนง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรูคุณคาของ

ธรรมชาติ การสรางสรรคส่ิงแวดลอมทางสังคม การเปรียบเทียบประชากรกับส่ิงแวดลอม การฝกสังเกตส่ิง

ตางๆรอบตัว โดยใชก ระบวนการสังคม กระบวนการสบื คน กระบวนการกลุม กระบวนการแกปญหา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต

สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง

เหมาะสม

รหสั วชิ าตัวช้วี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 123

ส 1.1 ป.2/1 ,ป.2/2 ,ป.2/3 ,ป.2/4 ,ป.2/5 ,ป.2/6 ,ป.2/7
ส 1.2 ป.2/1 ,ป.2/2
ส 2.1 ป.2/1 ,ป.2/2 ,ป.2/3 ,ป.2/4
ส 2.2 ป.2/1 ,ป.2/2
ส 3.1 ป.2/1 ,ป.2/2 ,ป.2/3 ,ป.2/4
ส 3.2 ป.2/1 ,ป.2/2
ส 5.1 ป.2/1 ,ป.2/2 ,ป.2/3
ส 5.2 ป.2/1 ,ป.2/2 ,ป.2/3 ,ป.2/4
รวมทัง้ หมด 28 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 124

ส 13101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 3 ป กศ. 2559 เวลา 60 ช่ัวโมง / ป กศ. 2560 เวลา 40 ชั่วโมง

____________________________________________________________________

สงั เกต ศกึ ษาคน ควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสําคัญความหมาย
ความสําคัญ องคประกอบของศาสนา ประโยชน ประวัติศาสดาของศาสนา ภาษา ที่ใชในคัมภีรของศาสนาที่
ตนนับถือ หลักจริยธรรมในการพัฒนาตน การบําเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน วิธีปฏิบัติ
เก่ียวกับ ศาสนพิธี พิธีกรรมในวันสําคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญา สติ สัมปชัญญะ ความ
รําลึกได ความรูตัว ช่ืนชมการทําความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน ศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดี
งาม การเปนพลเมืองดีในสังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหนาท่ีของ ตนเอง บทบาทสิทธิ เสรีภาพ
หนาที่ สถานภาพ สิทธิของบุคคลที่พึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเช่ือ ประเพณี
การอนุรักษวัฒนธรรม และภูมิปญญา ของทองถิ่น การสรางความดี การแกปญหาความขัดแยง กฎ กติกา
ระเบียบในชุมชน ความสําคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ รายรับ–รายจาย ผลประโยชนที่ผูบริโภคไดรับการ
ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปล่ียน สินคาและบริการ
ความสําคัญของธนาคาร ภาษที ีเ่ ก่ียวขอ งในชวี ติ ประจาํ วนั องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเก่ียวของ
แผนผัง แผนที่ ตําแหนง ระยะทิศทาง เครื่องมือทางภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกัน
สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใชพลังงาน การดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตส่ิงตางๆรอบตัว
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณและ
แกปญหา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

รหัสตวั ชว้ี ดั
ส 1.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6 , ป.3/7
ส 1.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ส 2.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
ส 2.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 125

ส 3.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ส 3.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ส 5.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ส 5.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5
รวมทั้งหมด 8 มาตรฐาน 31 ตวั ชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 126

ส 14101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 เวลา 80 ช่ัวโมง

______________________________________________________________________

สงั เกต ศึกษาคนควา อภปิ ราย ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน ขอมูลสรุปใจความ

สาํ คัญเกีย่ วกบั ความสําคญั ทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพทุ ธ คัมภีรทางศาสนาท่ีตนนับถือ หลักธรรมของ

ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา ชื่นชมการทําความดีของบุคลากรในสังคม แปลความหมายในคัมภีร

ศาสนาที่ตนนับถือ เสนอแนวทางการกระทําของตนเองและผูอ่ืนในฐานะพลเมืองดีของสังคม สิทธิเด็ก เพื่อ

ปองกันตัวเองและสังคม เปรียบเทียบความแตกตางของวัฒนธรรมในทองถิ่นการยอมรับคุณคาของกันและกัน

การรวมกลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ช่ืนชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข

การรวมกลุมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาทองถิ่น อํานาจอธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจําวัน

วิเคราะห ผูผลิต ผูบริโภค วิธีการของเศรษฐกิจ การหารายได การออม การลงทุน ผลผลิตทางดานเศรษฐกิจ

การตลาด การธนาคาร สถาบันการเงินอื่น ๆ ภาษีท่ีเก่ียวของในชีวิตประจําวัน การพึ่งพา การแขงขันทางดาน

เศรษฐกจิ ปรากฏการณตา ง ๆ แผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ความแตกตางของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ

โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณและ

แกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต

สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง

เหมาะสม

รหสั ตัวชีว้ ดั

ส 1.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4 , ป.4/5 , ป.4/6 , ป.4/7, ป.4/8

ส 1.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

ส 2.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4 , ป.4/5

ส 2.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

ส 3.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

ส 3.2 ป.4/1 , ป.4/2

ส 5.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

ส 5.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

รวมทงั้ หมด 30 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 127

ส 15101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 เวลา 80 ช่ัวโมง

______________________________________________________________________

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล
สืบคนขอมูล สรุปใจความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องราวพ้ืนฐานเก่ียวกับประวัติศาสตรความสําคัญของ
ศาสนา ศาสดา และคัมภีรทางศาสนาที่ตนนับถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อเขาใจในการพัฒนา
ตน และสังคม ความหมาย การบริหารจิต และเจริญปญญา ชื่นชมการทําความดีของตนเองและบุคคลใน
สังคม และแนวปฏิบัติในการชื่นชม การทําความดีของบุคคลสําคัญกลุมเพ่ือน ประโยชนของการบริหารจิต
และเจรญิ ปญ ญาของศาสนาทต่ี นนับถอื กระบวนการประชาธิปไตยในการทํางานรวมกันในครอบครัว โรงเรียน
ชมุ ชน การปฏบิ ตั ติ น ตามสทิ ธิ หนาที่ เสรภี าพในฐานะพลเมอื งดขี องประเทศ การดําเนินชีวิต ความแตกตาง
ของวัฒนธรรมในกลุมคนในภูมิภาค การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข
โครงสรางการปกครองประเทศ ซึ่งมีทั้งสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถ่ิน เพื่อเช่ือมโยงความสัมพันธ
ระหวาง คนกับการปกครองประเทศ ความสําคัญในกฎหมายในชีวิตประจําวัน หนาท่ีของผูผลิต และผูบริโภค
ความหมายของระบบสินเช่ือ ผลดีผลเสียตอภาวะ การเงิน การเลือกของผูบริโภค ผลกระทบตอทรัพยากรที่มี
อยู ระบบสหกรณ การบริหารทางดานเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงินในทองถิ่นการบริการตางๆ ของธนาคาร
และสถาบันการเงินในตางประเทศ ผูบริโภค ผูยืมและนักธุรกิจ การจัดหาแหลงรายไดของรัฐ ความ
เช่ียวชาญ ชํานาญดานจํานวนปริมาณสินคารวมทั้งท่ีผลิตการซ้ือมาทางเศรษฐกิจ การใชแผนที่ในทองถิ่น
ตางๆ ลักษณะความแตกตาง ผลกระทบของส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตในภูมิภาคตาง ๆ ของ
ไทยกับส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทําของมนุษยท่ีมีตอสิ่งแวดลอม การอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสมดุลในระบบนิเวศน โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

รหัสตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 , ป.5/4 , ป.5/5 , ป.5/6 , ป.5/7
ส 1.2 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 ส 2.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 128

ส 2.2 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 ส 3.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3
ส 3.2 ป.5/1 , ป.5/2
ส 5.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3
ส 5.2 ป.5/1 , ป.5/2 ,ป.5/3
รวมท้ังหมด 27 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 129

ส 16101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 6 เวลา 80 ช่ัวโมง

______________________________________________________________________

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนา ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล
สืบคน ขอมูลความสําคัญหลักธรรมพระรัตนตรัย ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท 3 การทําความดีของบุคคลใน
ประเทศ การสวดมนต แผเมตตาของศาสนาท่ีตนนบั ถือ สรุปใจความสําคัญเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแตปลงอายุ
สงั ขารจนถงึ สังเวชนียสถาน ประวัติศาสดา ขอ คิดจากประวตั สิ าวก ชาดก เร่ืองเลา ศาสนิกชนตัวอยาง ศาสน
พธิ ี สถานทีใ่ นศาสนสถาน ศาสนิกชนท่ีดี ประโยชนของการเขารวมในศาสนพิธี พิธีกรรม กิจกรรมในวันสําคัญ
ทางศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญาวันสําคัญทางศาสนา การกระทําท่ีแสดงถึงคุณลักษณะของการ
เปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย สิทธิเด็กที่พึงไดรับการคุมครองตามสิทธิมนุษยชน บทบาทหนาที่ความ
รับผิดชอบของตนเอง บรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม สัญลักษณ เอกลักษณ คานิยม
ประเพณี วัฒนธรรมในทองถิ่น อํานาจอธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
กฎหมายในชีวิตประจําวัน การเลือกใชทรัพยากรท่ีมีผลกระทบ ตอสิ่งแวดลอม การเพิ่มรายไดเงินออมจาก
การลงทุน สิทธิและการคุมครองผูบริโภค เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณ การบริหาร ดานการผลิต และ
การพ่ึงพาทางเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงินและการบริการดานการเงินตางประเทศ การจัดเก็บภาษี การกูยืม
เงินจากตางประเทศ แผนท่ีชนิดตาง ๆ การกระทําท่ีสงผลดีและผลเสียตอส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม
รวมทั้งผลกระทบจากการที่มนุษยเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในดานบวกและดานลบ การกระทําท่ีมีสวนชวย
แกปญหา และเสริมสภาพแวดลอมในทองถ่ิน โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดําเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนําความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

รหสั ตวั ช้วี ัด
ส 1.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
ส 1.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4
ส 2.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5
ส 2.2 ป.6/1 ,ป.6/2 , ป.6/3

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 130

ส 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3

ส 3.2 ป.6/1 , ป.6/2

ส 5.1 ป.6/1 , ป.6/2

ส 5.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3

รวมทง้ั หมด 31 ตวั ชว้ี ดั

ส 21101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น(จํานวน 1.5 หนว ยกติ )

______________________________________________________________________

อธิบาย วิเคราะห ความสําคัญของพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นของชาวไทย พุทธประวัติ พุทธ

สาวก-สาวกิ า การสงั คายนา การเผยแพร หลกั ธรรมพระรัตนตรยั อรยิ สัจ 4 พุทธสุภาษติ การบริหารจิต

ศาสนพิธี วันสําคัญทางศาสนาและสรางความสัมพันธศาสนาอื่น เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจประวัติ

ความสาํ คญั ศาสนา และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม ศาสนพธิ แี ละเปน ศาสนกิ ชนท่ดี ี เห็นคุณคาของการพัฒนาจิต

การสวดมนตแผเมตตาเจริญปญญา เขารวมพิธีกรรมและบําเพ็ญประโยชนตอศาสนา ยึดมั่นศรัทธา ธํารง

รักษาพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอ่นื ใหอยูรว มกันอยางมคี วามสุข

อธิบายหลักการสําคัญของรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบันและอธิบายกฎหมายคุมครอง

สิทธิ บทบาท วิเคราะหหนาที่และปฏิบัติตนตามบทบัญญัติ โดยสาระการเรียนรูกฎหมายคุมครอง บทบาท

สิทธิและหนาที่ หลักการ เจตนารมณ โครงสราง สาระสําคัญ และอํานาจอธิปไตย เพ่ือใหความรู ความ

เขา ใจ การปฏบิ ัติตนตามหนาท่ีของพลเมืองทดี่ ี เขา ใจการเมืองการปกครอง ยึดม่ัน ศรัทธา และธํารงรักษา

ไวซ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การดํารงชีวิตอยูรวมกันใน

สังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสันติสขุ

รหสั ตัวช้ีวัด
ส 1.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3, ม.1 / 4, ม.1 /5, ม.1/6,ม.1/7, ม.1/8, ม.1 / 9 , ม.1/10, ม.1/11
ส 1.12 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3, ม.1 / 4, ม.1 /5
ส 2.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3, ม.1 / 4
ส 2.2 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3
รวมทั้งหมด 23 ตัวชีว้ ดั

หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 131

ส21103 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น(จํานวน 1.5 หนว ยกติ )

______________________________________________________________________

อธิบาย วิเคราะห หลักการสําคัญทางเศรษฐศาสตรอยางเหมาะสมกับชีวิตประจําวัน หลักการ

เศรษฐศาสตร ความหมาย ความสําคัญ หลักการบริโภค ปรัชญาทางเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันการเงิน

อุปสงค อุปทาน และกฎหมายทรัพยสินทางปญญา ระบุปจจัยและอภิปรากฏหมายคุมครองผูริโภคเพ่ือให

เขา ใจการจัดการทรพั ยากร หลักการเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันทางเศรษฐกิจตาง ๆ ในการผลิตบริโภค การ

ใชท รพั ยากรที่มีอยอู ยา งจํากดั ไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพและคุมคาตอ การดาํ รงชีวิตอยางมีดุลยภาพ ความสัมพันธ

ทางเศรษฐกิจและความจาํ เปน ของการรวมมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก

อธิบายสภาพทั่วไปทวีปเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ฝกสํารวจและเลือกใชเคร่ืองมือทาง

ภูมิศาสตร เสนแบงเวลา ลักษณะทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ วิเคราะหสาเหตุและแนวทางผลกระทบ

จากภยั ธรรมชาติ ความรว มมือของเอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ

ลักษณะทางกายภาพ และความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใชแผนท่ี

และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห สรุป การสรางสรรควัฒนธรรม มีจิตสํานึก และมีสวน

รวมในการอนรุ ักษท รัพยากรและสิ่งแวดลอ ม เพอ่ื การพฒั นาทีย่ ง่ั ยนื

รหสั ตวั ช้ีวัด
ส 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ส 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ส 5.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมท้ังหมด 14 ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 132

ส22101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 1.5 หนวยกิต)

______________________________________________________________________

อธิบาย วเิ คราะหการเผยแพรพุทธศาสนาของสังคมชาวไทยและประเทศเพื่อบาน ความสําคัญของ

พระพุทธศาสนาหรือศาสนาอ่ืนท่ีเปนรากฐานทางวัฒนธรรม ปฏิบัติตนในการรวมพิธีกรรมไดอยางถูกตอง

อภิปราย พุทธประวัติ โครงสรางพระไตรปฎก การเผยแพร ธรรมคุณ พระรัตนตรัย การบริหารจิตเพ่ือ

นําไปพัฒนาแกปญหาทางสังคม และปฏิบัติตามหลักธรรมและเปนศาสนิกชนท่ีดี เห็นคุณคาและความสําคัญ

ของหลักธรรมตามกรอบอริยสัจ 4 ศรัทธายดึ มน่ั ธาํ รงรักษาพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอ่ืนใหอยูรวมกันอยาง

สนั ตสิ ุข

อธิบายความสําคัญ กฎหมายเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ วิเคราะหความ

คลายคลึงและแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางประเทศ ขอมูลขาวสารบทบาทหนาที่ สิทธิเสรีภาพ การราง

กฎหมายและเหตุการณเปล่ียนแปลงสําคัญของระบอบการปกครอง เพ่ือมีความรูความเขาใจ ปฏิบัติตาม

กฎหมาย ยกยองสถาบันทางสังคม สรุปขาวสารทางการเมือง ยึดม่ัน ศรัทธา และธํารงรักษาไวซ่ึงการ

ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การดํารงชีวิตอยูรวมกันใน

สงั คมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ

รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4, ม.2 /5, ม.2/6,ม.2/7, ม.2 /8, ม.2/ 9,ม.2/10 ,ม.2/11
ส 1.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4, ม.2 /5
ส 2.1ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4
ส 2.2 ม.2/1,ม.2/2
รวมทั้งหมด 22 ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 133

ส22103 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุม สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ )

______________________________________________________________________

อธิบาย วิเคราะหปจจัยการผลิตสินคาและบริการของระบบเศรษฐกิจแบบตาง ๆ การลงทุน การ

บรกิ ารและระบบเศรษฐกจิ ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแขงขันทางการคาระหวางประเทศ ซ่ึง

เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอการคาและการลงทุน การผลิต การบริการ การคุมครองสิทธิผูบริโภค สามารถ

สะทอนใหเห็นถึงการพึ่งพาและการแขงขันกันในระบบเศรษฐกิจ การกระจายทรัพยากรทางการคา เพื่อให

เขาใจการจัดการทรัพยากร หลักการเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันทางเศรษฐกิจตาง ๆ ในการผลิตและการ

บริโภค การใชทรัพยากรที่มีอยูอยางจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคาตอการดํารงชีวิตอยางมีดุลยภาพ

ความสัมพนั ธทางเศรษฐกิจและความจําเปนของการรว มมือกันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก

อธิบาย การใชเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรในการรวบรวมวิเคราะหและนําเสนอขอมูลลักษณะทาง

กายภาพและทรัพยากรธรรมชาติทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะหความสัมพันธทางกายภาพ ทางสังคมของ

ทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกา ซึ่งกอใหเกิดสิ่งแวดลอมใหมทางสังคมที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติ

สํารวจอภิปรายประเด็นปญหาเก่ียวกับส่งิ แวดลอมที่เกิดข้ึนในทวีปยโุ รปและแอฟริกาทีส่ งผลกระทบตอประเทศ

ไทย ลักษณะทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ และการอนุรักษและปญหาทางธรรมชาติทวีปยุโรปและ

แอฟริกา เพื่อใหความรูความเขาใจลักษณะทางกายภาพและความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอกันและกันใน

ระบบของธรรมชาติ การอนุรักษและการแกปญหา สรุป การสรางสรรควัฒนธรรม มีจิตสํานึก และมีสวน

รว มในการอนรุ กั ษท รัพยากรและส่ิงแวดลอ มเพ่อื การพัฒนาท่ียง่ั ยืน

รหัสตวั ชี้วดั
ส 3.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4
ส 3.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4
ส 5.1 ม.2/1,ม.2/2
ส 5.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2/ 4
รวมทั้งหมด 14 ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 134

ส23101 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน(จาํ นวน 1.5 หนวยกติ )

______________________________________________________________________

อธิบาย วิเคราะห ความสําคัญของพระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สังฆคุณและขอ

ธรรมในกรอบอริยสัจ 4 การเผยแพรพระพุทธศาสนาสูประเทศตาง ๆ ท่ัวโลก ประวัติ วันสําคัญทางพุทธ

ศาสนา พทุ ธประวตั จิ ากพระพทุ ธรูปปางตาง ๆ ศาสนาที่ตนนับถือที่สรางสรรค อารยธรรมและความสงบสุข

แกโลก ชวี ติ ชาวโลก

อภิปรายคุณคา ความสําคัญ ปฏิบัติตน เขารวมพิธีกรรมไดอยางถูกตอง เรียนรูการเผยแพรและ

ความสาํ คญั ตอชาวโลก พุทธรูปปางตาง ๆ ประวัติพุทธสาวก-สาวิกา สังฆคุณพระรัตนตรัย อริสัจ 4 พุทธ

สุภาษิต การบริหารจิต การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม วันสําคัญและการแสดงตนเปนพุทธมามกะ

ของศาสนกิ ชนท่ีดี วิธีการดําเนนิ ชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอ่ืน หลักธรรมท่ีมีอิทธิพลตอการดําเนินชีวิตของ

ชาวโลก เพอ่ื ใหเ กดิ ความรูความเขาใจประวตั ิ ความสาํ คัญ ศาสดาและปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมและเปน

ศาสนกิ ชนทีด่ ี ศรทั ธายึดม่นั ธาํ รงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาอน่ื ใหอยรู วมกันอยางสันตสิ ขุ

รหสั ตัวชี้วัด
ส 1.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6 , ม.3/ 7, ม.3 /8, ม.3/9 , ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/6 , ม.3/ 7
ส 2.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5
ส 2.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4
รวมท้ังหมด 26 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 135

ส23103 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุม สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน(จํานวน 1.5 หนว ยกิต)

______________________________________________________________________

อธิบาย วิเคราะห อภิปราย ระบบเศรษฐกิจนโยบายของรัฐบาล กลไกราคาสินคา เศรษฐกิจ

พอเพียงและสหกรณ นโยบายของรัฐ กลุมเศรษฐกิจ ระบบเงินเฟอ เงินฝด การวางงานและการคาลงทุน

ระหวางประเทศ เพ่ือใหความรูความเขาใจการจัดการทรัพยากร หลักการเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันทาง

เศรษฐกิจตา ง ๆ ในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากรที่มีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคาตอ

การดาํ รงชีวิตอยา งมีดุลยภาพ ความสัมพันธทางเศรษฐกจิ และ ความจาํ เปน ของการรว มมือกันทางเศรษฐกิจใน

สังคมโลก

อธิบาย วิเคราะห สํารวจและอธิบายปญหา ลักษณะทางกายภาพและทรัพยากรธรรมชาติทวีป

อเมริกาเหนือ-ใต เพ่ือใหมีความรูความเขาใจลักษณะทางกายภาพ และความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอ

กันและกันในระบบของธรรมชาติ การอนุรักษและการแกปญหา สรุปการสรางสรรควัฒนธรรม มีจิตสํานึก

และมีสวนรว มในการอนรุ ักษทรัพยากรและสิง่ แวดลอ มเพ่ือการพฒั นาท่ียง่ั ยนื

รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 3.1 ม.3/1,ม.3/2,ม.3 /3
ส 3.2 ม.3/1,ม.3/2 , ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5, ม.3/ 6
ส 5.1 ม.3/1,ม.3/2
ส 5.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4
รวมทั้งหมด 15 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 136

ส11102 ประวัตศิ าสตร

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง

_____________________________________________________________________

ศึกษาและใชป ฏทิ นิ ในการบอกวนั เดือน ป และการนับชวงเวลาตามปฏิทินที่ใชในชีวิตประจําวัน ซ่ึงมี
ทง้ั ระบบสุริยคติ และจันทรคติ การใชชว งเวลาเพ่ือใชเหตุการณปจ จุบัน วันน้ี เดือนน้ี ตอนเชา ตอนเย็น ตอน
ค่ํา และเรียงลําดับเหตุการณในชีวิตประจําวันตามวันเวลาที่เกิดข้ึน เชน ต่ืนนอน เขานอน เรียนหนังสือ เลน
กฬี า รับประทานอาหาร โดยใชท ักษะการสังเกต การบอกเลา การเชื่อมโยง การตอบคําถาม เพื่อใหสามารถใช
เวลาตามปฏทิ นิ แสดงเหตุการณใ นปจ จบุ นั และใชค าํ แสดงชว งเวลาเรียงลาํ ดับเหตุการณท ่เี กดิ ขน้ึ ได

รูวิธีสืบคนประวัติความเปนมาของตนเองและครอบครัวอยางงาย ๆ โดยสอบถามผูเกี่ยวของและบอก
เลาเรอ่ื งราวท่ีสบื คนได โดยใชท กั ษะการสอบถาม การรวบรวมขอมูล การสรุปความ การเลาเร่ือง เพื่อฝกทักษะ
พ้ืนฐานของวิธีการทางประวัติศาสตรในการสืบคนเรื่องราว จากแหลงขอมูล (เชน บุคคล) และบอกเลา
ขอเท็จจริงที่คน พบไดอ ยา งนาสนใจ

ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอม ส่ิงของเครื่องใชหรือการดําเนินชีวิตของตนเองในสมัย
ปจจุบัน กับสมัยของพอแม ปูยา ตายาย ที่เปนรูปธรรมและใกลตัวผูเรียน เชน เตารีด (การรีดผาดวยเตาถาน
กับเตาไฟฟา) หมอหุงขาว (การหุงขาวที่เช็ดน้ําดวยฟนหรือถานกับหมอหุงขาวไฟฟา) เกวียนกับรถยนต (การ
เดินทาง) ถนน บานเรือน การใชค วายไถนากบั รถไถนา รวมทัง้ เหตุการณสําคัญของครอบครัวท่ีเกิดข้ึนในอดีตที่
มีผลกระทบตอตนเองในปจจุบัน เชน การยายบาน การยายโรงเรียน การเล่ือนช้ันเรียน การไดรับรางวัล การ
สูญเสียบุคคลสําคัญของครอบครัว โดยใชทักษะการสังเกต การใชเหตุผล การเปรียบเทียบ การแยกแยะ การ
ยกตัวอยาง และการบอกเลา เพื่อใหเขาใจการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาและตระหนักใน
ความสาํ คัญของอดตี ทมี่ ตี อปจ จุบนั และอนาคต สามารถปรบั ตัวใหเขากับวิถชี วี ติ ปจจุบนั ไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพ

ศึกษาความหมายและความสําคัญของสัญลักษณของชาติไทย ไดแก ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญ
พระบารมี ภาษาไทย อักษรไทย รวมทั้งเอกลักษณไทยอื่น ๆ เชน มารยาทไทย อาหารไทย การแตงกายแบบ
ไทย วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และการปฏิบัติตนไดถูกตองตามกาลเทศะ รูจักสถานที่สําคัญ
ซึง่ เปน แหลงวัฒนธรรมในชุมชน เชน ศาสนสถาน ตลาด พิพิธภัณฑ และส่ิงท่ีเปนความภาคภูมิใจในทองถิ่น ที่
ใกลตัวผูเรียนและเปนรูปธรรมชัดเจน เชน ภาษาถิ่น ส่ิงของที่เปนภูมิปญญาทองถ่ิน โดยใชทักษะการสังเกต
การใชเหตุผล การอธิบาย การปฏิบัติตนอยางถูกตอง เพื่อกอใหเกิดความรักและความภาคภูมิใจในความเปน
ไทย ทอ งถ่นิ และประเทศชาติ ภมู ใิ จในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย ตระหนักและเห็นคุณคาที่จะ
ธาํ รงรักษาและสืบทอดตอไป

รหสั ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 137

ส 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ส 4.2 ป.1/1, ป.1/2
ส 4.3 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
รวมทั้งหมด 8 ตวั ชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 138

ส12102 ประวัติศาสตร

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง

______________________________________________________________________

รูจักวันเวลาตามระบบสุริยคติและจันทรคติที่ปรากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณสําคัญในอดีตและ
ปจจุบัน รวมท้ัง การใชคําที่แสดงเวลาในอดีต ปจจุบัน และอนาคต เชน วันน้ี เม่ือวานนี้ พรุงนี้, เดือนน้ี เดือน
กอน เดือนหนา, ปน้ี ปกอน ปหนา ในการอธิบายเหตุการณที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชีวิตตนเอง โดยใช
ทักษะการสังเกต การสอบถาม การเช่ือมโยง การเรียงลําดับ การเลาเร่ือง การรวบรวมขอมูล การอธิบาย
เพ่ือใหสามารถใชวันเวลาเรียงลําดับเหตุการณสําคัญไดถูกตองวาเหตุการณใดเกิดกอน เหตุการณใดเกิดหลัง
ชว งเวลาใดเกิดเหตุการณสาํ คญั ใด

รูวธิ ีสืบคนเหตกุ ารณท ่เี กิดขน้ึ ในครอบครัวโดยใชหลักฐานท่ีเกี่ยวของไดแก ภาพถาย สูติบัตร ทะเบียน
บา น เครื่องมอื เครอ่ื งใช มาอธบิ ายเร่อื งราวตา ง ๆ สามารถเรียงลําดับเหตุการณที่เกิดข้ึนในครอบครัว หรือชีวิต
ของตนเองโดยใชเสนเวลา (Timeline) โดยใชทักษะการสอบถาม การรวบรวมขอมูล การสรุปความ การเลา
เรื่อง เพ่ือฝกทักษะพ้ืนฐานของวิธีการทางประวัติศาสตรในกาสืบคนเร่ืองราวในครอบครัวโดยใชหลักฐานทาง
ประวตั ิศาสตรทีเ่ ก่ยี วของและบอกเลาขอเทจ็ จริงท่ีคนพบไดอ ยางนา สนใจ

ศึกษาและสืบคนขอมูลในชุมชนอยางงาย ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของคนใน
ชุมชนของตนจากอดีตถึงปจจุบัน ในดานตาง ๆ เชน การประกอบอาชีพ การแตงกาย การสื่อสาร
ขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน เขาใจสาเหตุและผลกระทบของการเปล่ียนแปลงท่ีมีตอวิถีชีวิตของคนใน
ชุมชน โดยใชทักษะการสอบถาม การสังเกต การวิเคราะห การอธิบายอยางมีเหตุมีผล การสรางผังความคิด
การจัดนิทรรศการ เพอื่ เขาใจการเปลย่ี นแปลงทเ่ี กิดขึน้ ตามกาลเวลาอยา งตอ เนือ่ ง มีความเขาใจชุมชนท่ีมีความ
แตกตา ง ความหลากหลาย และสามารถปรบั ตัวอยูในชีวิตประจาํ วันไดอ ยางมีประสิทธิภาพ

ศึกษา สืบคนประวัติและผลงานของบุคคลท่ีทําประโยชนตอทองถ่ินหรือประเทศชาติในดานการ
สรางสรรคว ัฒนธรรม/การสรา งความเจริญรุงเรอื งและความมั่นคงท่คี วรนาํ เปน แบบอยา ง รวมทงั้ วฒั นธรรมไทย
ประเพณีไทย และภูมิปญญาท่ีภาคภูมิใจและควรอนุรักษไว เชน การทําความเคารพแบบไทย ภาษาไทย
ประเพณีไทย ศิลปะไทย ดนตรีไทย โดยใชทักษะการสืบคน การสังเกต การอานการรวบรวมขอมูล การ
วิเคราะห การใชเหตุผล การอธิบาย และการนําเสนอ เพ่ือใหเห็นคุณคาและแบบอยางการกระทําความดีของ
บรรพบุรุษที่ไดสรางประโยชนใหทองถิ่นและประเทศ เกิดความรัก และความภาคภูมิใจในความเปนไทย
วัฒนธรรมไทย ภูมปิ ญญาไทย และธาํ รงความเปน ไทย

รหัสตัวช้ีวดั
ส 4.1 ป.2/1,ป.2/2

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 139

ส 4.2 ป.2/1,ป.2/2
ส 4.3 ป.2/1,ป.2/2
รวมทั้งหมด 6 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 140

ส13102 ประวตั ิศาสตร

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 3 เวลา 40 ชัว่ โมง

_____________________________________________________________________

ศึกษาความหมายและที่มาของศักราชที่ปรากฏในปฏิทิน ไดแก พุทธศักราช คริสตศักราช วิธีการ
เทียบคริสตศักราชกับพุทธศักราช และใชศักราชในการบันทึกเหตุการณสําคัญที่เก่ียวของกับตนเองและ
ครอบครัว เชน ปเ กดิ ของผูเ รยี น เหตุการณส ําคัญของตนเอง และครอบครัว โดยใชทักษะการเปรียบเทียบ การ
คาํ นวณ การเช่อื มโยง การอธบิ าย เพอ่ื ใหม ีพื้นฐานในการศกึ ษาเอกสารที่แสดงเหตกุ ารณตามกาลเวลา สามารถ
เรียงลาํ ดบั เหตุการณไ ดถูกตองวาเหตกุ ารณใ ดเกิดกอ น เหตกุ ารณใดเกิดหลังอันเปนทักษะที่จําเปนในการศึกษา
ประวตั ศิ าสตร

รูวิธีสืบคนเหตุการณสําคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใชหลักฐานและแหลงขอมูลท่ีเกี่ยวของ เชน
รูปภาพ แผนผัง โรงเรียน แผนท่ชี ุมชน หอ งสมุดโรงเรียน แหลงโบราณคดี-ประวัติศาสตรในทองถิ่น สามารถใช
เสน เวลา (Timeline) แสดงลําดับเหตุการณสําคญั ท่ีเกิดขนึ้ ในโรงเรียนและชมุ ชน โดยใชทักษะการสํารวจ การ
สังเกต การสอบถาม การอาน การฟง การเลาเรื่อง การสรุปความ เพื่อฝกทักษะพื้นฐานของวิธีการทาง
ประวัติศาสตรในการสืบคนเรื่องราวรอบตัวอยางงาย ๆ โดยใชหลักฐานและแหลงขอมูลท่ีเก่ียวของ สามารถ
นาํ เสนอเรอื่ งราวทคี่ นพบไดต ามลําดบั เวลา

ศึกษาปจ จัยทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอการตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน รวมทั้งปจจัยท่ีทําใหเกิดวัฒนธรรม
และประเพณีในชุมชน ซึ่งประกอบดวย ปจจัยทางภูมิศาสตร (ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร) และปจจัย
ทางสังคม (ความเจริญทางเทคโนโลยี เชื้อชาติ ศาสนา ความเช่ือ การคมนาคม ความปลอดภัย) ศึกษาและ
เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตางของลักษณะท่ีสําคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม
ของชุมชนตนเอง และชุมชนใกลเคียง เชน ในเรื่องความเช่ือและการนับถือศาสนา อาหาร ภาษาถ่ิน การแตง
กาย โดยใชทักษะการอาน การสอบถาม การสังเกต การสํารวจ การฟง การสรุปความ เพ่ือใหเกิดความเขาใจ
และภูมใิ จในชมุ ชนของตนเอง ยอมรบั ความแตกตา งทางวฒั นธรรม เขาใจพัฒนาการของชุมชน สามารถดําเนิน
ชวี ิตอยรู วมกนั ในสังคมไดอ ยางสนั ติสขุ รวมอนรุ ักษส บื สานขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมไทย

ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรไทย
ประกอบดวย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร ตามลําดับ ไดแก พอขุนศรีอินทราทิตย สมเด็จพระ
รามาธิบดีที่ 1 (พระเจาอูทอง) สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก
มหาราช ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช และ
สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ โดยสังเขป ศึกษาและเลาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยท่ีมีสวน
ปกปองประเทศชาตไิ ดอ ยา งนาสนใจ เชน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ทาวเทพ
กระษัตรี – ทาวศรีสุนทร ชาวบานบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก ทาวสุรนารี โดยใชทักษะการอานและ

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 141

สอบถาม การฟง การสรุปความ การเขียน การเลาเรื่อง เพื่อใหเขาใจความเปนมาของชาติไทย เกิดความรัก
ความภมู ใิ จและเห็นแบบอยางการเสียสละเพ่อื ชาติ และธาํ รงความเปน ไทย

รหสั ตวั ชี้วดั 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
รวมทั้งหมด 8 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 142

ส14102 ประวัติศาสตร

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 เวลา 40 ชั่วโมง

__________________________________________________________________

ศกึ ษาความหมาย วธิ กี ารนับ และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑการ

แบงยุคสมัยในการศึกษาประวัติศาสตรของมนุษยชาติที่แบงเปนมัยกอนประวัติศาสตรและสมัยประวัติศาสตร

รวมท้งั ชวงสมยั ในการศึกษาประวัติศาสตรไทย สมัยกอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย

รัตนโกสินทร ตัวอยางการใชชวงเวลาในเอกสารตาง ๆ โดยใชทักษะการอาน การสํารวจ การวิเคราะห การ

คํานวณ เพ่ือใหใชชวงเวลาในการบอกเลาเรื่องราวท่ีมีความเปล่ียนแปลงตามชวงเวลาและยุคสมัยไดถูกตอง

และเขา ใจเหตกุ ารณท ีเ่ กดิ ขนึ้ ตามชวงเวลาทีป่ รากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร

ศึกษา ลักษณะสําคัญและเกณฑการจําแนกแยกแยะประเภทหลักฐานทางประวัติศาสตรที่ใชใน

การศึกษาความเปนมาของทองถ่ินเปนหลักฐานชั้นตนกับหลักฐานชั้นรองอยางงาย ๆ รวมทั้งรูจักตัวอยางของ

หลักฐานที่พบในทองถิ่น ที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่นของตน โดยใชทักษะการสํารวจ การคิด

วิเคราะห การตรวจสอบขอมูล การจําแนก การตีความ เพ่ือฝกทักษะการสืบคนขอมูลดวยวิธีการทาง

ประวตั ิศาสตรโ ดยใชหลกั ฐานและแหลง ขอ มลู ทเ่ี ก่ยี วของ

ใชหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรในการศึกษาการต้ังหลักแหลงและพัฒนาการของมนุษยชาติในสมัยกอน

ประวัติศาสตรและสมัยประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขป รูจักอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย เชน

ทวารวดี ศรีวิชัย ละโวตามพรลิงค เปนตน ศึกษาตัวอยางทางประวัติศาสตรที่พบในทองถิ่นที่แสดง

พัฒนาการของมนุษยชาติในดินแดนไทยโดยใชทักษะการสํารวจ การวิเคราะห การตีความ การสรุปความ

เพ่ือใหเขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติท่ีมีการเปล่ียนแปลงอยางตอเนื่องจากอดีตจนถึงปจจุบัน โดยใช

หลักฐานทางประวัตศิ าสตรใ นทอ งถน่ิ

ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยโดยสังเขป ในเร่ืองเก่ียวกับสถาปนาอาณาจักร พัฒนาการทาง

การเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ ประวัติและผลงานของบุคคลสําคัญสมัยสุโขทัย เชน พอขุนศรีอินทรา

ทิตย พอขุนรามคําแหงมหาราช พระมหาราชาท่ี 1 (พระยาลิไทย) และภูมิปญญาไทยในสมัยสุโขไทยท่ีนา

ภาคภูมิใจและควรคาแกการอนุรักษซึ่งเปนผลใหอุทยานประวัติศาสตรในสุโขทัยและ ศรีสัชนาลัยไดรับการยอ

ยองเปนมรดกโลก โดยใชทักษะการอาน การสืบคน การวิเคราะหการตีความ เพ่ือเขาใจความเปนมาของ

ชาติไทยในสมัยสุโขทัย รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทยและบุคคลสําคัญในสมัยสุโขทัย เกิดความรัก

และความภูมิใจในความเปนไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยามยามของบรรพบุรุษไทยที่ไดปกปอง

การสรา งสรรคความเจรญิ ใหบานเมอื ง ตกทอดเปนมรดกทางวัฒนธรรมสืบตอถึงปจ จบุ ัน

รหัสตวั ชี้วดั
ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 143

ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2
ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
รวมทั้งหมด 8 ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 144

ส15102 ประวัติศาสตร

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 5 เวลา 40 ช่วั โมง

____________________________________________________________________

รูวิธีการสืบคนความเปนมาของทองถิ่นโดยใชหลักฐานท่ีหลากหลาย เริ่มดวยการเขาใจตั้งประเด็น
คําถามทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับทองถิ่นไดอยางเหมาะสมกับตนเอง เชนความเปนมาของชื่อหมูบาน
ช่อื ตําบล ชอื่ ถนน ความเปนมาของสถานท่ีสําคัญ ความเปนมาของขนบธรรมเนียมประเพณีในทองถ่ิน รูจัก
แหลง ขอมูลหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรที่อยูในทองถิ่นท่ีเกิดข้ึนตามชวงเวลา ตาง ๆ สามารถรวบรวมขอมูล
จากหลักฐานที่เก่ียวของท่ีอยูตามแหงตาง ๆ เพื่อตอบคําถามทางประวัติศาสตรอยางมีเหตุผล รูจักวิเคราะห
ตรวจสอบขอมูลอยางงาย เขาใจความแตกตางระหวางความจริงกับขอเท็จจริงเก่ียวกับเร่ืองราวในทองถ่ินท่ี
ปรากฏในขอมูลจากหลักฐานตาง ๆ โดยศึกษาตัวอยางขอมูลจากหลักฐานตาง ๆ เชนบทความ หนังสือพิมพ
หรือเอกสารอน่ื ๆ ทแ่ี สดงนัยความคิดเห็นที่มีอยูในขอมูล เพ่ือฝกฝนการแยกแยะความคิดเห็นกับขอเท็จจริงที่
อยใู นขอ มลู รวมท้ังแยกแยะความจรงิ กับขอ เทจ็ จริงได โดยใชทักษะการสังเกต การสอบถาม การสํารวจ การ
เปรียบเทียบ การวิเคราะหการเชื่อมโยง การสังเคราะหอยางงาย ๆ เพ่ือฝกฝนการใชทักษะวิธีการทาง
ประวัติศาสตร วิเคราะหความเปนมา และเหตุการณสําคัญท่ีเกิดขึ้นในทองถิ่น โดยใชขอมูลขาวสารและ
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ

ศึกษาการเขามามีอทิ ธิพลของอารยธรรมอนิ เดยี และจีน ในดินแดนไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต โดยสังเขป เชน การปกครอง การนับถือศาสนา ความเช่ือ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร
การแตงกาย ศึกษาการเขามา สาเหตุ และผลกระทบของอิทธิพลทางวัฒนธรรมตางชาติ ทั้งตะวันตกและ
ตะวันออก ทีม่ ีตอสงั คมไทยในปจ จบุ นั โดยสงั เขป เชนอาหาร ภาษา การแตงกาย ดนตรี โดยใชทักษะการ
อา น การสืบคนขอมูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเช่ือมโยง เพื่อใหเขาใจวัฒนธรรม
ไทยในสังคมปจจุบัน และวัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตท่ีมีทั้งความ
คลา ยคลึงและความแตกตาง เขาใจในความสัมพันธ ยอมรับในความแตกตางทางวัฒนธรรมและอยูรวมกันได
อยา งสนั ติสุข

ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยที่
สงเสริมความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ
โดยสังเขป ประวตั ิและผลงานบุคคลสําคัญในสมัยอยุธยาและธนบุรี เชน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 สดเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณมหาราช ชาวบานบางระจัน สมเด็จ
พระเจาตากสินมหาราช ภูมิปญ ญาไทยสมัยอยุธยา ซ่ึงเปนผลใหพ ระนครศรีอยุธยาไดรับการยกยองเปนมรดก
โลก และภูมิปญญาในสมัยธนบุรี ที่นาภาคภูมิใจควรคาแกการอนุรักษไว เชน ทางดาน ศิลปกรรม
วรรณกรรม และการคา โดยใชทักษะการอาน การสืบคนขอมูล การเช่ือมโยง การวิเคราะห การอธิบาย

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 145

การสรุปความ การเรียงความ เพื่อใหเกิดความรักและภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย เห็นความเพียร
พยายามของพรรพบุรษุ ทป่ี กปองชาติ ตระหนัก และเหน็ ความสาํ คัญท่จี ะธํารงรักษาความเปนไทยสบื ตอไป

รหสั ตวั ช้ีวัด
ส 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ส 4.2 ป.5/1, ป.5/2

ส 4.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวมทั้งหมด 9 ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 146

ส16102 ประวัตศิ าสตร

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 6 เวลา 40 ชัว่ โมง

______________________________________________________________________

ศึกษาความหมาย และความสําคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรอยางงาย ๆ และใชวิธีการทาง

ประวัติศาสตรในการศกึ ษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตร หรือเหตุการณสําคัญตามลําดับข้ันตอนอยางเปนระบบ

ไดแก การต้ังประเด็นศึกษาเรื่องราวท่ีตนสนใจ การสํารวจแหลงขอมูลท่ีเก่ียวของ การรวบรวมขอมูลจาก

หลักฐานท่ีหลากหลาย การวิเคราะหความนาเชื่อถือของขอมูล การตีความ การเรียบเรียง และนําเสนอ

ความรทู คี่ น พบไดอ ยา งนาสนใจ นําวิธกี ารทางประวัติศาสตรไปใชศึกษาเรื่องราวในทองถิ่น เชน ความเปนมา

ของภูมินามของสถานท่ีในทองถ่ิน เหตุการณสําคัญในทองถ่ิน เชน ประวัติและผลงานสําคัญของบุคคลใน

ทอ งถน่ิ โดยใชทักษะการสํารวจ การอาน การสอบถาม การเปรียบเทียบ การตีความ การวิเคราะห การ

สงั เคราะห การอธบิ าย เพอ่ื ใหเกิดความรูและความเขา ใจวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร และสามารถใชวิธีการทาง

ประวัติศาสตรสบื คนเร่ืองราวตา ง ๆ ไดอยา งเปนระบบ

ศึกษาตัวอยางหลักฐานทางประวัติศาสตรที่เหมาะสมท่ีจะนํามาใชในการศึกษาเหตุการณสําคัญใน

ประวัตศิ าสตรไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทร เชน พระราชหัตถเลขาของรชั การท่ี 4 หรือรัชกาลท่ี 5 กฎหมายตรา

สามดวง เปนตน เพ่ือใหสามารถสรุปขอมูลไดจากหลักฐานทั้งความจริงและขอเท็จจริง และนําเสนอขอมูล

จากหลักฐานท่ีหลากหลายในการทําความเขาใจเรื่องราวสําคัญในอดีต ไดดวยวิธีการตาง ๆ ไดอยางนาสนใจ

โดยใชทักษะ การสํารวจ การอาน การเปรียบเทียบ การตีความ การวิเคราะห การ

สังเคราะห การอธิบาย การสรุปความ การเรียงความ การจัดทําโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพื่อฝก

ทกั ษะการสบื คนขอ มลู จากหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ ดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศเพ่ือบานในปจจุบันโดยสังเขป เช่ือมโยง

และเปรียบเทียบกับประเทศไทย ศึกษาความเปนมา สมาชิกของอาเซียนและความสัมพันธของกลุมอาเซียน

ทางเศรษฐกิจและสงั คมปจ จุบันโดยสังเขป โดยใชท กั ษะการอาน การเรียนรูจากแผนท่ี การสํารวจ การตอบ

คําถาม การเปรียบเทียบ การวิเคราะหเพื่อใหเขาใจพัฒนาการของประเทศเพ่ือนบานท่ีมีความสัมพันธกับ

ประเทศไทย ความสัมพันธของกลุมอาเซียน เกิดความเขาใจอันดีระหวางประเทศ ยอมรับความแตกตางทาง

วฒั นธรรม และอยรู ว มกนั ไดอยางสนั ติสขุ

ศึกษาพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยที่สงเสริม

ความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางดานตาง ๆ โดยสังเขป ประวัติและผลงาน

ของบุคคลสําคัญดานตาง ๆ ในมัยรัตนโกสินทร เชน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช

สมเด็จพระบวรราชเจามหาสุรสิงหนาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวและภูมิปญญาไทยที่สําคัญ

สมัยรัตนโกสินทรที่นาภาคภูมิใจ และควรคาแกการอนุรักษไว โดยใชทักษะการอาน การสืบคนขอมูล การ

หลักสูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 147

เช่ือมโยง การวิเคราะห เพื่อใหเกิดความรักและภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ตระหนักถึงความพากเพียร
พยายามของบรรพบรุ ษุ ที่ไดป กปอ ง และสรางสรรคความเจริญใหบานเมืองตกทอดเปนมรดกทางวัฒนธรรมสืบ
ตอ ถงึ ปจ จุบนั

รหัสตัวชี้วดั
ส 4.1 ป.6/1, ป.6/2
ส 4.2 ป.6/1, ป.6/2

ส 4.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวมท้ังหมด 8 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 148

ส21102 ประวัติศาสตร

รายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น(จาํ นวน 0.5 หนวยกติ )

_____________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะหความสําคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร ตัวอยางการใชเวลา
(ทั้งระบบสุริยคติและจันทรคติ) ชวงเวลา (เชนทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ) และยุคสมัยที่ปรากฏในเอกสาร
ประวัติศาสตรไทย (สมัยกอนประวัติศาสตร สมัยประวัติศาสตร) ศึกษาที่มาของศักราช ตัวอยางการใชศักราช
และวิธีการเทยี บศกั ราชตามระบบตาง ๆ ทปี่ รากฏในเอกสารประวัติศาสตรไทย ไดแก พ.ศ./ค.ศ./จ.ศ./ม.ศ./ร.
ศ. โดยใชท กั ษะของการสงั เกต การสํารวจ การคํานวณ การเปรียบเทียบ ท้ังนี้เพ่ือใหเขาใจเหตุการณสําคัญทาง
ประวัติศาสตร(วามีเร่ืองราวใด เกิดข้ึนเมื่อไร ท่ีไหน เหตุการณใดเกิดขึ้นกอน เหตุการณใดเกิดข้ึนท่ีหลัง
เหตุการณ ใดเปนเหตุ เหตุการณใดเปนผล และทําไมจึงเกิดเหตุการณน้ันขึ้น) เขาใจความสัมพันธ และ
ความสําคญั ของอดตี ท่ีมีตอ ปจจบุ นั และอนาคต

ศึกษาความหมาย ความสําคัญของประวัติศาสตร และวิธีการทางประวัติศาสตร นําวิธีการทาง
ประวัติศาสตรสืบคนเรื่องราวทางประวัติศาสตรไทยที่มีอยูในทองถิ่นตนเอง (สมัยใดก็ไดเชนสมัยกอน
ประวัติศาสตร สมัยกอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร) ตัวอยางการวิเคราะห
หลกั ฐานทางประวัติศาสตรไทยสมัยสโุ ขทยั ท้งั หลักฐานชัน้ ตน และหลักฐาน ชน้ั รอง โดยใชทักษะการวิเคราะห
การตีความ การแยกแยะ การวินิจฉัย การสรางความรูใหม การใหเหตุผล การสํารวจ การรวบรวมขอมูล ท้ังนี้
เพื่อใหเขาใจและเห็นความสําคัญของประวัติศาสตรในการดําเนินชีวิต สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตร
สืบคนเรื่องราวในทองถ่ินของตนเอง (ความรูใหมที่ตนสืบคนได) และขอเท็จจริงเก่ียวกับประวัติศาสตรไทยใน
สมยั สุโขทยั จากหลกั ฐานทางประวัติศาสตร

รหัสตวั ชี้วัด
ส 4.3 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 /3
รวมท้ังหมด 3 ตวั ช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 149

ส21104 ประวตั ศิ าสตร

รายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น(จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต)

____________________________________________________________________

ศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตรสมัยกอนสุโขทัย ในดินแดนไทยโดยสังเขป ตั้งแตสมัยกอน

ประวัติศาสตร และสมัยประวัติศาสตรไทย เกี่ยวกับรัฐโบราณในดินแดนไทย เชน ฟูนัน ศรีวิชัย ทวารวดี รัฐ

ไทยในดนิ แดนไทยในชว งกอ นพทุ ธศตวรรษท่ี 18 เชน ละโว หริภุญชัย นครศรีธรรมราช และพัฒนาการของรัฐ

ไทยในสมัยสุโขทัยในดานตาง ๆ เกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยท่ีสงเสริมความเจริญรุงเรืองทั้งปจจัย

ภายในและภายนอก พฒั นาการดานการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ สังคม และความสัมพันธระหวางประเทศ

รวมท้ังความเส่ือมของอาณาจักรสุโขทัย ศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยสมัยสุโขทัย ไดแก ภาษา

วรรณกรรม ประเพณี ศิลปกรรม การชลประทาน เครื่องสังคโลก ประวัติและผลงานของบุคคลสําคัญ อิทธิพล

ของวัฒนธรรมและภูมิปญญาสมัยสุโขทัยท่ีมีตอสังคมไทยในปจจุบัน โดยใชทักษะการรวบรวมหลักฐาน การ

ตรวจสอบขอเท็จจริง การวิเคราะห การวิพากษขอมูล การตีความ การใหเหตุผล การสังเคราะห การนําเสนอ

ดวยวิธกี ารตาง ๆ (เชน การทําผงั ความคิด การจัดนิทรรศการ) ทั้งน้ีเพ่ือใหเขาใจความเปนมาของชาติไทย เห็น

แบบอยา งการกระทําความดีของบรรพบุรุษไทยท่ีไดปกปองชาติดวยความเสียสละ เกิดความรัก ความภูมิใจใน

ชาตไิ ทย วฒั นธรรมไทยและภูมปิ ญญาไทย

ศึกษาปจจัยทางภูมิศาสตรที่สงผลตอพัฒนาการของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง

ใต รวมท้ังพัฒนาการทางดานสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย

ตะวนั ออกเฉยี งใต และความรวมมอื ของประเทศสมาชกิ ในการรวมกลุมเปนสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออก

เฉยี งใต (อาเซยี น) ศึกษาความสําคญั ของแหลงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตที่ไดรับการยกยอง

เปนมรดกโลกทางวัฒนธรรม อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยที่มีตอพัฒนาการของสังคมไทยใน

ปจจุบัน โดยใชทักษะการรวมรวมขอมูล การวิเคราะห การสังเคราะหขอมูล ทั้งน้ีเพ่ือใหเขาใจพัฒนาการของ

มนุษยชาติที่มีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปจจุบัน และผลกระทบที่มีตอสังคมไทย เขาใจ และอยูรวมกัน

ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใตท ่มี ีความหลากหลายทางวัฒนธรรมไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

รหัสตัวชี้วดั
ส 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1 /3

ส 4.2 ม.1/1, ม.1/2
รวมท้ังหมด 5 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 150

ส 22102 ประวตั ศิ าสตร

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง / ภาคเรยี น(จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต)

_____________________________________________________________________

ศึกษาวิธีประเมินความนาเช่ือถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรในลักษณะตาง ๆ อยาง
งาย ๆ เชนการศึกษาภูมิหลังของผูทํา หรือผูเก่ียวของ สาเหตุการจัดทํา ชวงระยะเวลาการจัดทําหรือจัดสราง
หลักฐาน รูปลักษณของหลักฐานทางประวัติศาสตรวาเปนหลักฐานชั้นตน หรือหลักฐาน ช้ันรอง (โครงสราง
สรางข้ึนเม่ือไหร สรางข้ึนทําไม เช่ือถือไดหรือไม) ศึกษาวิเคราะหขอมูล/ สารสนเทศท่ีอยูในหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร โดยสามารถวเิ คราะหแ ยกแยะความจรงิ กบั ขอ เท็จจริงของเหตุการณทางประวัติศาสตรท่ีปรากฏ
ในหลักฐาน รวมท้ังแยกแยะขอคิดเห็นกับขอเท็จจริงจากขอมูล ตัวอยางการประเมินความนาเชื่อถือของ
หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยที่อยูในทองถ่ินของตนเอง และหลักฐานสมัยอยุธยา เขาใจความสําคัญของการ
วิเคราะหตีความขอมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตรโดยใชทักษะการรวบรวมขอมูล การวิเคราะห การ
ตีความ การแยกแยะ การเปรียบเทยี บ ทั้งน้ีเพือ่ ใหตระหนัก และเหน็ คณุ คาความสําคัญของประวัติศาสตร และ
วิธีการทางประวัติศาสตรในการวิเคราะห ตรวจสอบ ประเมินคุณคาของขอมูลท่ีมีอยูอยางหลากหลายในยุค
โลกาภิวตั น

รหสั ตัวชี้วดั
ส 4.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3

ส 4.2 ม.2/1,ม.2/2
รวมทั้งหมด 5 ตวั ช้วี ัด


Click to View FlipBook Version