The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rachanichonboonsong3, 2022-09-14 07:48:16

หลักสูตรโรงเรียนบ้านโพนข่า

CA บ้านโพนข่า

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 151

ส 22104 ประวตั ศิ าสตร

รายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรียน(จาํ นวน 0.5 หนวยกติ )

____________________________________________________________________

ศึกษาวิเคราะหพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในดานตาง ๆ เก่ียวกับ การสถาปนา
อาณาจักร ปจจัยท่ีสงผลตอความเจริญรุงเรืองและความมั่นคงของอาณาจักรอยุธยา พัฒนาการดานการเมือง
การปกครอง สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธระหวางประเทศ เหตุการณสําคัญในสมัยอยุธยา และธนบุรี
เชน การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 และการกูเอกราช การเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังที่ 2 และการกูเอกราช ศึกษา
วิเคราะห ภูมิปญญาไทยและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา และธนบุรี เชน การควบคุมกําลังคน ศิลปกรรมไทย
วีรกรรมของบรรพบุรุษไทยสมัยอยุธยา และธนบุรี เชน สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 2 สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณมหาราช สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช โดยใชทักษะการรวบรวม
การวิเคราะห การอางอิง การสังเคราะห การสรุป การตีความ ท้ังนี้เพ่ือใหเขาใจความเปนมาของชาติไทย
วัฒนธรรมไทยและภมู ปิ ญ ญาไทย เหน็ ความพยายามของบรรพบุรุษไทยทป่ี กปองชาติไทย และสรางสรรคความ
เจริญสบื ตอมาถึงปจ จุบัน

ศึกษาปจจัยทางภูมิศาสตรท่ีสงผลตอพัฒนาการของภูมิภาคตาง ๆ ในทวีปเอเชีย (ยกเวนเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต) พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมอื งของภูมภิ าคเอเชีย ความสําคัญของแหลงอารย
ธรรมโบราณ และแหลงมรดกโลกในภูมิภาคเอเชีย และอิทธิพลอของอารยธรรมโบราณที่ตอภูมิภาคเอเชียใน
ปจจุบัน โดยใชทักษะการสืบคน การรวบรวมขอมูล การสรุป การวิเคราะห ทั้งน้ีเพื่อใหเขาใจพัฒนาการของ
มนษุ ยชาติทมี่ คี วามเปลย่ี นแปลงจากอดีตจนถงึ ปจจบุ นั และผลกระทบท่ีมตี อ สังคมโลก เขาใจความแตกตางทาง
วัฒนธรรม สามารถปรบั ตัวอยูรวมกันในสงั คมโลกไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

รหัสตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3
รวมทั้งหมด 3 ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 152

ส23102 ประวตั ิศาสตร

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง / ภาคเรียน(จํานวน 0.5 หนวยกิต)

____________________________________________________________________

ศึกษาและใชวิธีการทางประวัติศาสตร ในการศึกษาวิเคราะหเรื่องราวเหตุการณสําคัญทาง

ประวตั ศิ าสตรไดอยางมีเหตุผล และศึกษาเรื่องราวที่เก่ียวของกับตนเอง ครอบครัว และทองถิ่นของตนตาม

ความสนใจ โดยจัดทําโครงงานทางประวัตศิ าสตร โดยใชท กั ษะการสงั เกต การสบื คน การสํารวจ การวิพากษ

ขอมูล การวิเคราะห การสังเคราะห การสรา งความรใู หม การใหเหตุผล ท้ังน้ีเพื่อฝกฝนทักษะการใชวิธีการทาง

ประวัติศาสตรสืบคนเรอื่ งราวตา ง ๆ อยางเปนระบบ

ศึกษาวิเคราะหพัฒนาการทางประวัติศาสตรของไทยในสมัยรัตนโกสินทรในดานตาง ๆ เก่ียวกับการ

สถาปนากรุงเทพมหานครเปนราชธานีไทย ปจจัยสงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุงเรือง บทบาทของ

พระมหากษัตริยไทยในราชวงศจักรี ในการสรางสรรคความเจริญและความมั่นคงของชาติ พัฒนาการทางดาน

การเมือง การปกครอง สังคม และเศรษฐกิจ และความสัมพันธระหวางประเทศ ศึกษาวิเคราะหสาเหตุปจจัย

และผลของเหตุการณสําคัญที่มีตอพัฒนาชาติไทย เชน สนธิสัญญาเบาวริ่งในรัชกาลท่ี 4 การปฏิรูปประเทศใน

สมัยรัชกาลท่ี 5 การเขารวมสงครามโลกครั้งท่ี 1 และคร้ังท่ี 2 ศึกษาวิเคราะหบทบาทของไทยในสังคมโลก

ต้ังแตเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปจจุบัน รวมทั้งวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยและวิเคราะหภูมิปญญาและ

วัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทรที่มีอิทธิพลตอการพัฒนาและสรางสรรคชาติไทย โดยใชทักษะการรวบรวม

ขอมูลการสืบคน การเช่ือมโยง การวิเคราะห การสังเคราะห การอธิบาย การสรุปความ ทั้งน้ีเพ่ือให เขา

ใจความเปนมาของชาติไทย เกิดความรักและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย ตระหนักและ

เห็นความสาํ คัญในบรรพบรุ ษุ ไทยทไี่ ดปกปองและสรางสรรคความเจรญิ ใหกับประเทศชาตจิ นถึงทุกวนั น้ี

ตวั ช้วี ดั
ส 4.1 ม.3/1,ม.3/2

ส 4.2 ม.3/1,ม.3/2
รวม 4 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 153

ส23104 ประวตั ิศาสตร

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรยี น(จํานวน 0.5 หนวยกติ )

___________________________________________________________________

ศึกษาปจจัยทางภมู ิศาสตรที่มีผลตอพัฒนาการของภูมิภาคตาง ๆ ของโลก และพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกจิ และการเมอื งของภูมิภาคตาง ๆ ในโลกโดยสงั เขป (ยกเวน เอเชีย) อิทธิพลของอารยะธรรมตะวันตกที่
มีตอพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกโดยสังเขป วิเคราะหผลการเปลี่ยนแปลงท่ีนําไปสูความ
รวมมือและความขัดแยงในคริสตศตวรรษท่ี 20 เชน สงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งท่ี 2 สงครามเย็น องคการความ
รว มมอื ระหวางประเทศ ตลอดจนความพยายามในการขจัดปญ หาความขัดแยง โดยใชทักษะการรวบรวมขอมูล
การสืบคน การวิเคราะห การสังเคราะห การใหเหตุผล ทั้งนี้เพื่อใหเขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีต
จนถึงปจจุบัน ทั้งดานความสัมพันธและการเปลี่ยนแปลงอยางตอเน่ือง ตระหนักและเห็นความสําคัญที่จะอยู
รว มกนั อยางสงบสุข

รหัสตวั ช้ีวดั
ส 4.3 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4

รวมท้ังหมด 4 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 154

ส11231 หนา ทีพ่ ลเมือง 1

รายวชิ าเพม่ิ เติม กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง

ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทาย

ดวยวาจาและยิ้ม แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอพอแมหรือญาติผูใหญ เห็นความสําคัญของภาษาไทย

ปฏิบตั ติ นเปนผมู วี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสตั ยส จุ ริต ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติ

หนา ท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาํ ของตนเอง

เขารวมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท

ในเร่ืองการออมและการประหยัด หลักการทรงงาน ในเร่ืองการประหัด ความเรียบงาย ไดประโยชนสูงสุด

ความซื่อสัตยสุจริตและจริงใจตอกัน และหลักปรัชญาชองเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง

ในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ต้ังใจปฏิบัติหนาที่ และยอมรับผลที่เกิดจาก

การกระทําของตนเอง

ปฏบิ ตั ติ นตามขอ ตกลง กติกา และหนาที่ท่ีตองปฏิบัติในหองเรียน ในเรื่องการรักษาความสะอาด การ

รักษาของใชรวมกัน และการสงงาน ปฏิบัติตนตามบทบาทหนาท่ีในฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ

หองเรียนในเร่ืองการเช่ือฟงคําส่ังสอนของพอแม ญาติผูใหญและครู ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ือง

ความซ่อื สตั ยส จุ ริต ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝหาความรู ต้งั ใจปฏิบัตหิ นา ที่ และยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทํา

ของตนเอง

ยอมรับความเหมือนและความแตกตางของตนเองและผูอ่ืน ในเร่ืองเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ

ความพิการ ความสามารถ ถิน่ กาํ เนิด ฯลฯ ยกตัวอยางความขัดแยงในหองเรียน ในกรณีความคิดเห็นไมตรงกัน

การละเมิดสิทธิของผูอื่น และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ

ซอื่ สัตยส จุ รติ อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการกลุม

กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการแกปญหา เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของ

คนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั รยิ  ดําเนินชีวติ ตามวิถปี ระชาธิปไตย อยูรว มกบั ผูอื่นอยางสันติ สามารถจัดการความขัดแยงดวย

สนั ตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู หนาท่ีพลเมือง (เพิ่มเติม)

1. ปฏบิ ัติตนเปน ผมู ีมารยาทไทย

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 155

2. แสดงออกถึงความกตญั ูกตเวทีตอบคุ คลในครอบครัว
3. เหน็ ความสาํ คัญของภาษาไทย
4. เขารวมกจิ กรรมเก่ียวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั รยิ 
5. ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. ปฏิบตั ิตนตามขอตกลง กตกิ า และหนาท่ีท่ีตองปฏบิ ัติในหองเรยี น
7. ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา ทใ่ี นฐานะสมาชิกทด่ี ีของครอบครวั และหอ งเรียน
8. ยอมรับความเหมอื นและความแตกตา งของตนเองและผอู ื่น
9. ยกตวั อยา งความขัดแยง ในหองเรยี นและเสนอวิธกี ารแกป ญ หาโดยสันติวธิ ี
10. ปฏบิ ตั ติ นเปนผมู วี ินยั ในตนเอง

รวม 10 ผลการเรยี นรู

ส12232 หนา ท่ีพลเมอื ง 2

รายวชิ าเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง

ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทย ในเรื่องการพูดดวยถอยคําไพเราะและการมีกิริยาสุภาพออนนอม

แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอบคุ คลในโรงเรียน เห็นประโยชนของการแตงกายดวยผาไทย ปฏิบัติตนเปน

ผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ต้ังใจปฏิบัติหนาที่ และ

ยอมรับผลทเ่ี กิดข้ึนจากการกระทําของตนเอง

เขา รวมกิจกรรมเก่ยี วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทใน

เรื่องความขยันและความอดทน หลักการทรงงาน ในเร่ืองการพึ่งตนเองและรูรักสามัคคี และหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหา

ความรู ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา ที่ และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทําของตนเอง

ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ และหนาท่ีท่ีตองปฏิบัติในโรงเรียน ในเร่ืองการแตงกาย การเขาแถว การ

ดแู ลพ้ืนท่ีทไ่ี ดร บั มอบหมาย ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนาที่ในฐานะสมาชิกท่ีดีของหองเรียนและโรงเรียน ในเรื่อง

การเปนผูนาํ และการเปนสมาชิกที่ดี หนาที่และความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความ

ซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ต้ังใจปฏิบัติหนาท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดขึ้นจากการกระทํา

ของตนเอง

ยอมรับความเหมือนและความแตกตางของตนเองและผูอ่ืน ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ

ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกําเนิด ฯลฯ ยกตัวอยางความขัดแยงในโรงเรียน ในกรณีหนาท่ีและความ

รับผิดชอบ และการใชของสวนรวม และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ใน

เรื่องความซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง โดยใชกระบวนการคิด

กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ และกระบวนการแกปญ หา เพ่ือใหผูเรียน

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 156

มีลักษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซ่ึงความเปนไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดําเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอ่ืนอยางสันติ สามารถจัดการ
ความขดั แยง ดวยสนั ตวิ ธิ ี และมวี ินัยในตนเอง
ผลการเรียนรู หนาทพ่ี ลเมือง (เพ่มิ เติม)

1. ปฏบิ ัตติ นเปน ผมู ีมารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทตี อบคุ คลในโรงเรียน
3. เห็นประโยชนข องการแตง กายดว ยผาไทย
4. เขารวมกจิ กรรมเกี่ยวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั ริย
5. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ และหนาท่ีท่ีตองปฏิบตั ใิ นโรงเรียน
7. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา ทีใ่ นฐานะสมาชิกทด่ี ีของหองเรยี นและโรงเรียน
8. ยอมรับความเหมอื นและความแตกตางของตนเองและผอู น่ื
9. ยกตัวอยา งความขดั แยง ในโรงเรยี นและเสนอวิธกี ารแกป ญ หาโดยสันตวิ ิธี
10. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูมีวินัยในตนเอง

รวม 10 ผลการเรียนรู

รายวชิ าเพ่ิมเติม ส13233 หนาทพี่ ลเมือง 3
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 3 กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

เวลา 40 ชว่ั โมง

ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทย ในเรื่องการการตอนรับผูมาเยือน และปฏิบัติตนตามกาลเทศะ
แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอบุคคลในชุมชน เห็นคุณคาของภูมิปญญาทองถิ่นในเร่ืองตางๆ ปฏิบัติตน
เปน ผูมีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยส จุ ริต ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดข้ึนจากการกระทํา
ของตนเอง

เขา รวมกิจกรรมเกีย่ วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทใน
เร่ืองความซื่อสัตยและความเสียสละ หลักการทรงงาน ในเร่ืองการม่ีสวนรวมและความเพียร และหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝหา
ความรู ต้ังใจปฏบิ ัตหิ นา ท่ี และยอมรับผลทเี่ กิดจากการกระทําของตนเอง

ปฏิบัติตนตามขอตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหนาท่ีท่ีตองปฏิบัติในหองเรียนและโรงเรียน ในเร่ือง
การใชแ ละการดูแลรกั ษาสิ่งของ เครอื่ งใชและสถานท่ขี องสวนรวม ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนาท่ีในฐานะสมาชิก
ที่ดีของหองเรียนและโรงเรียน ในเร่ืองการใชสิทธิและหนาท่ี และการใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบ มีสวนรวมใน

หลักสตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 157

กิจกรรมตางๆของหองเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต
ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝห าความรู ตั้งใจปฏบิ ัตหิ นา ท่ี และยอมรบั ผลท่เี กิดขนึ้ จากการกระทําของตนเอง

ยอมรับความเหมือนและความแตกตางระหวางบุคคล ในเรื่องเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ
พกิ าร ความสามารถ ถนิ่ กําเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยูรวมกับผูอื่นอยางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ดวย
การไมรังแก ไมทําราย ไมลอเลียน ชวยเหลือซึ่งกันและกัน และแบงปน ยกตัวอยางความขัดแยงในชุมชน ใน
กรณีการใชสาธารณสมบัติและการรักษาส่ิงแวดลอม และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมี
วินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง โดยใช
กระบวนการคิด กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการ
แกปญหา เพอื่ ใหผ เู รยี นมีลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซ่ึงความเปนไทย แสดงออกถึงความรัก
ชาติ ยึดมัน่ ในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดําเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอื่นอยาง
สันติ สามารถจดั การความขัดแยงดว ยสันติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู หนา ที่พลเมือง (เพ่ิมเติม)

1. ปฏิบตั ิตนเปน ผมู มี ารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความกตญั ูกตเวทตี อ บคุ คลในชุมชน
3. เหน็ คณุ คา ของภูมปิ ญญาทอ งถ่นิ
4. เขารว มกิจกรรมเกยี่ วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั ริย
5. ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. ปฏบิ ัติตนตามขอตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหนา ท่ีทต่ี องปฏบิ ัตใิ นหอ งเรยี นและโรงเรียน
7. ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา ทแี่ ละมีสว นรว มในกจิ กรรมตา งๆของหองเรียนและโรงเรยี น
8. ยอมรับและอยูรว มกบั ผูอื่นอยางสันติ
9. ยกตวั อยางความขดั แยงในชมุ ชนและเสนอวธิ ีการแกปญ หาโดยสันตวิ ิธี
10. ปฏบิ ัตติ นเปน ผมู วี นิ ัยในตนเอง

รวม 10 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 158

รายวชิ าเพ่ิมเติม ส14234 หนา ทีพ่ ลเมือง 4
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

เวลา 40 ชัว่ โมง

หลักสูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 159

เห็นคุณคาและปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทยในพิธีการตางๆ ในเรื่องการกลาวคําตอนรับ การแนะนํา
ตัวเองและแนะนําสถานท่ี แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอผูทําประโยชนในสังคม มีสวนรวมใน
ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยในทอ งถิ่น ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต อดทน และ
ยอมรับผลทเี่ กดิ ขนึ้ จากการกระทาํ ของตนเอง

เห็นความสําคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย
ในเร่ืองการใชสินคาไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนท่ีดี
ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่องการมีวินัยและการขม
ใจ หลักการทรงงาน ในเร่อื งประโยชนส วนรวมและพออยูพ อกนิ และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติ
ตนเปนผูมีวนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตยส ุจรติ ขยนั หมัน่ เพียร อดทน ใฝห าความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาท่ี และ
ยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทําของตนเอง

มีสวนรวมในการสรางและปฏิบัติตามขอตกลง กติกาของหองเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด
การรักษาของใชรวมกันและการสงงาน โดยใชกระบวนการมีสวนรวมในการสรางขอตกลง กติกา ดวยหลัก
เหตุผลและยึดถือประโยชนสวนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหนาท่ีของการเปนสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ
หองเรยี น ในเร่อื งการเปนผนู าํ และการเปนสมาชกิ ทีด่ ี การมีเหตผุ ล ยอมรบั ฟงความคดิ เหน็ ของผูอ่ืน การปฏิบัติ
ตามเสียงขา งมากและยอมรับเสียงขางนอย มีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัว
และหองเรียน ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝหาความรู
ต้งั ใจปฏบิ ัตหิ นา ท่ี และยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทาํ ของตนเอง

ยอมรับความเหมือนและความแตกตางระหวางบุคคล ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ
พิการ ความสามารถ ถ่ินกําเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยูรวมกับผูอ่ืนอยางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ใน
เรื่องการไมรังแก ไมทําราย ไมลอเลียน ชวยเหลือซ่ึงกันและกัน และแบงปน วิเคราะหปญหาความขัดแยงใน
ทองถิ่น ในกรณีการใชสาธารณสมบัติและการรักษาสิ่งแวดลอม และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติ
ตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง
โดยใชกระบวนการคดิ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการ
แกป ญหา เพื่อใหผ เู รียนมลี ักษณะทีด่ ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซ่ึงความเปนไทย แสดงออกถึงความรัก
ชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดําเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอ่ืนอยาง
สนั ติ สามารถจดั การความขดั แยงดว ยสนั ติวิธี และมวี ินัยในตนเอง
ผลการเรียนรู หนาทพ่ี ลเมือง (เพิม่ เติม)

1. เห็นคณุ คา และปฏิบตั ติ นเปนผมู ีมารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความกตญั ูกตเวทีตอ ผทู าํ ประโยชนในสงั คม
3. มสี วนรวมในขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย
4. เหน็ ความสาํ คัญและแสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบัน

พระมหากษัตริย

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 160

5. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. มสี ว นรว มในการสรางและปฏิบัติตามขอตกลง กติกาของหองเรียน
7. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนาที่ มีสวนรว มและรับผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกจิ กรรมของครอบครวั

และหองเรียน
8. ยอมรับและอยรู วมกบั ผูอ่นื อยางสนั ติวิธี และพงึ่ พาซึง่ กนั และกัน
9. วเิ คราะหปญ หาความขัดแยงในทอ งถ่นิ และเสนอแนวทางแกปญ หาโดยสนั ตวิ ธิ ี
10. ปฏิบัติตนเปน ผูมีวนิ ยั ในตนเอง
รวม 10 ผลการเรียนรู

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 161

รายวิชาเพิม่ เติม ส15235 หนา ทีพ่ ลเมือง 5
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 5 กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

เวลา 40 ชว่ั โมง

เหน็ คณุ คาและปฏบิ ัติตนเปน ผูมีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะ และการกลาว
ตอนรับผูมาเยือน รูคุณคา ใชอยางประหยัด คุมคาและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มีสวน
รว มในศิลปวัฒนธรรมไทย ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่
เกดิ ข้นึ จากการกระทาํ ของตนเอง

เห็นความสําคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย
ดวยการใชสินคาไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดี
ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเร่ืองความเอื้อเฟอเผื่อแผ
และความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรื่องการทําตามลําดับขั้นและทํางานอยางมีความสุข และหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบตั ติ นเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหา
ความรู ตัง้ ใจปฏบิ ัตหิ นาที่ และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาํ ของตนเอง

มีสวนรวมในการสรางและปฏิบัติตามขอตกลง ระเบียบของโรงเรียน ในการรักษาความสะอาด การ
รกั ษาของใชรวมกนั และการดูแลพนื้ ทท่ี ่ีไดรับมอบหมาย โดยใชก ระบวนการมีสวนรวมในการสรางกฎ ระเบียบ
ดว ยหลักเหตผุ ลและยดึ ถือประโยชนสวนรวม ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนาท่ีของการเปนสมาชิกที่ดีของหองเรียน
และโรงเรียน ในเรื่องการยึดถือหลักความจริง ความดีงาม ความถูกตองและหลักเหตุผล การยึดถือประโยชน
ของสวนรวมเปนสําคัญ การยึดถือหลักความเสมอภาคและความยุติธรรม มีสวนรวมและรับผิดชอบในการ
ตัดสินใจในกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต
ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝหาความรู ต้งั ใจปฏิบตั หิ นาท่ี และยอมรับผลท่เี กดิ จากการกระทาํ ของตนเอง

ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในทองถิ่น ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนาและ
สง่ิ แวดลอ ม อยูรวมกับผูอ่ืนอยางสันติและพ่ึงพากัน ดวยความเคารพซึ่งกันและกัน ไมแสดงกิริยา วาจาดูหมิ่น
ผูอ่ืน ชวยเหลือซ่ึงกันและกัน และแบงปน วิเคราะหปญหาความขัดแยงในภูมิภาคของตนเอง ในเร่ืองการ

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 162

จัดการทรัพยากรและการขัดแยงทางความคิด และเสนอแนวทางการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมี
วินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทําของตนเอง โดยใช
กระบวนการคิด กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการ
แกป ญหา เพื่อใหผ เู รยี นมีลกั ษณะทดี่ ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทย แสดงออกถึงความรัก
ชาติ ยดึ มั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดําเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอ่ืนอยาง
สันติ สามารถจดั การความขดั แยงดวยสนั ติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู หนา ท่พี ลเมือง (เพิ่มเติม)

1. เหน็ คุณคาและปฏิบัตติ นเปน ผมู ีมารยาทไทย
2. รูคุณคา และบาํ รุงรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม
3. มสี วนรว มในศิลปวฒั นธรรมไทย
4. เห็นคุณคาและแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริย
5. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. มสี ว นรวมในการสรางและปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
7. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนาท่ี มีสว นรวมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สินใจในกิจกรรมของหองเรียน

และโรงเรียน
8. ยอมรับความหลากหลายทางสังคม วฒั นธรรมในทอ งถิ่น และอยรู วมกับผูอน่ื อยางสันติ และพงึ่ พา

ซ่งึ กนั และกัน
9. วเิ คราะหปญ หาความขดั แยงในภูมิภาคของตนเองและเสนอแนวทางแกป ญหาโดยสนั ติวิธี
10. ปฏิบัตติ นเปน ผูมวี ินยั ในตนเอง

รวม 10 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 163

รายวิชาเพิ่มเติม ส16236 หนาที่พลเมอื ง 6
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

เวลา 40 ชัว่ โมง

ปฏิบัติตนและชักชวนผูอื่นใหเปนผูมีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การสนทนา การ
ปฏิบัติตนตามกาลเทศะ และการตอนรับผูมาเยือน มีสวนรวมและชักชวนผูอ่ืนใหอนุรักษทรัพยากรทาง
ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม มสี ว นรวมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปญญาไทย ปฏิบัติตน
เปนผมู ีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสจุ ริต ตัง้ ใจปฏบิ ตั ิหนาท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดข้ึนจากการกระทําของ
ตนเอง

เห็นคุณคาและแนะนําใหผูอ่ืนแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย ดวยการใชสินคาไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตน
เปนศาสนิกชนท่ีดี ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเร่ือง
ความใฝร็ ความกตัญู หลักการทรงงาน ในเรอ่ื งองครวมและทาํ ใหง า ย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 164

ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติ
หนาที่ และยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาํ ของตนเอง

ปฏิบัติตนและแนะนําผูอ่ืนใหปฏิบัติตามขอตกลง กติกา กฎ ระเบียบของหองเรียนและโรงเรียน ใน
การใชและดูแลรักษาส่ิงของ เคร่ืองใช วัสดุ อุปกรณ และสถานท่ีของสวนรวม เห็นคุณคาและปฏิบัติตนตาม
บทบาทหนา ทข่ี องการเปนสมาชกิ ทด่ี ีของหอ งเรียนและโรงเรียน ดวยการเปนผูนําและการเปนสมาชิกท่ีดี การ
ยึดถือประโยชนของสวนรวมเปนสําคัญ การใชสิทธิและหนาท่ี การใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบ มีสวนรวมและ
รับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ
ซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทําของ
ตนเอง

ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนาและ
สง่ิ แวดลอม อยูรว มกับผอู ่ืนอยางสนั ตแิ ละพง่ึ พากนั ในเรือ่ งการเคารพซึ่งกันและกัน ไมแสดงกิริยา วาจาดูหม่ิน
ผูอ ื่น ชวยเหลือซึ่งกันและกัน และแบง ปน วิเคราะหป ญ หาความขัดแยงในประเทศไทย ในเรื่องการละเมิดสิทธิ
การรกั ษาสิง่ แวดลอม และเสนอแนวทางการแกป ญ หาโดยสนั ตวิ ิธี ปฏบิ ัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ
ซอ่ื สัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการแกปญหา เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะท่ีดีของ
คนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซ่ึงความเปนไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบัน
พระมหากษตั รยิ  ดาํ เนนิ ชีวติ ตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอ่ืนอยางสันติ สามารถจัดการความขัดแยงดวย
สนั ติวธิ ี และมีวนิ ัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู หนา ที่พลเมือง (เพิ่มเติม)

1. ปฏิบตั ติ นและชักชวนผูอ ื่นใหเ ปนผูมมี ารยาทไทย
2. มสี ว นรวมและชักชวนผอู นื่ ใหอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
3. มีสวนรว มในขนบธรรมเนียมประเพณไี ทย ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ญ ญาไทย
4. เหน็ คณุ คาและแนะนาํ ผอู น่ื ใหแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน

พระมหากษัตรยิ 
5. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. ปฏิบตั ิตนและแนะนาํ ผอู ่ืนใหปฏิบัติตามขอตกลง กติกา กฎ ระเบียบของหองเรียนและโรงเรียน
7. เหน็ คุณคา และปฏิบัติตนตามบทบาทหนา ที่ มีสว นรวมและรับผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรม

ของหองเรียนและโรงเรยี น
8. ยอมรับความหลากหลายทางสังคม วฒั นธรรมในประเทศไทย และอยรู วมกบั ผอู ่ืนอยางสนั ติ และ

พึง่ พาซ่งึ กันและกัน
9. วเิ คราะหปญหาความขดั แยงในประเทศไทย และเสนอแนวทางแกปญหาโดยสนั ตวิ ิธี
10. ปฏบิ ัติตนเปน ผูม ีวนิ ยั ในตนเอง

หลกั สูตรโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 165

รวม 10 ผลการเรียนรู

ส21101 หนา ท่พี ลเมอื ง 1

หลักสูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 166

รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 0.5 หนวยกิต)

มีสวนรวมอนุรักษมารยาทไทยในการแสดงความเคารพการสนทนาการแตงกายการมีสัมมาคารวะ
แสดงออกถึงความเอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละตอสังคมเห็นคุณคาและอนุรักษขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียร
อดทนใฝห าความรูตง้ั ใจปฏิบัติหนาทีแ่ ละยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทําของตนเอง

ปฏิบัตติ นเปน แบบอยางของความรักชาติยึดม่ันในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยประยุกต
และเผยแพรพระบรมราโชวาทในเร่ืองมเี หตุผลรอบคอบหลักการทรงงานในเรื่องการใชธรรมชาติชวยธรรมชาติ
การปลกู ปา ในใจคนและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตย
สจุ รติ ขยนั หมัน่ เพียรอดทนใฝหาความรแู ละต้ังใจปฏบิ ัตหิ นา ที่

โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คา นยิ มและกระบวนการสรางเจตคติ

เพ่อื ใหผ ูเรียนมีลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมิใจในความเปน ไทยแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่
ในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรง
เปน ประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครองอยูรวมกับผูอ่ืนอยางสันติจัดการความขัดแยงดวยสันติวิธีและมี
วินัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบตั ิตนเปน ผูมมี ารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความกตญั ูกตเวทีตอ บคุ คลในครอบครวั
3. เห็นความสําคญั ของภาษาไทย
4. เขา รว มกจิ กรรมเกยี่ วกับชาติศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย
5. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผมู ีวนิ ยั ในตนเอง

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 167

รายวิชาเพิม่ เติม ส21102 หนา ทพ่ี ลเมอื ง 2
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลาเรียน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน(จํานวน 0.5 หนวยกิต)

ปฏิบัติตนเปน พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในการมีสวนรวมในกิจกรรมตางๆ ของสังคม การตัดสิน
ใจโดยใชเหตุผล มีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบ
ขอมลู เพ่ือใชประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมตาง ๆ ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยสุจริต
อดทนขยันหมั่นเพยี ร ใฝห าความรู ตง้ั ใจปฏบิ ัติหนา ท่ี และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาํ ของตนเอง

ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ในเรื่องวิถีชีวิต
วัฒนธรรมศาสนา ส่ิงแวดลอม อยูรวมกันอยางสันติและพ่ึงพาซึ่งกันและกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ดวยการ
เคารพซ่ึงกันและกันไมแสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผูอ่ืน ชวยเหลือซ่ึงกันและกัน แบงปน มีสวนรวมในการ
แกปญหาความขัดแยงโดยสันติวิธี ในเรื่องการทะเลาะวิวาท ความคิดเห็นไมตรงกัน ดวยการเจรจาไกลเกล่ีย
การเจรจาตอรอง การระงับความขัดแยง ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต อดทน
ใฝหาความรู ต้งั ใจปฏบิ ตั หิ นาทย่ี อมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาํ ของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คา นยิ ม และกระบวนการสรา งเจตคติ

เพือ่ ใหผ ูเ รียนมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภูมิใจในความเปนไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันใน
ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย เปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรง
เปนประมุข มีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง อยูรวมกับผูอื่นอยางสันติ จัดการความขัดแยงดวยสันติวิธี
และมีวินยั ในตนเอง

ผลการเรียนรู
1. ปฏบิ ตั ิตนตามขอ ตกลง กตกิ า และหนาท่ที ต่ี องปฏบิ ตั ใิ นหองเรียน
2. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนาทีใ่ นฐานะสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและหองเรยี น
3. ยอมรับความเหมือนและความแตกตางของตนเองและผูอน่ื
4. ยกตัวอยา งความขดั แยงในหองเรียนและเสนอวิธีการแกปญหาโดยสนั ติวิธี

หลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 168

5. ปฏิบัตติ นเปน ผมู ีวินัยในตนเอง
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู

ส 22201 หนาทพี่ ลเมอื ง 3

รายวิชาเพิ่มเติม กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน(จํานวน 0.5 หนวยกติ )

มีสวนรวมและแนะนําผูอื่นใหอนุรักษมารยาทไทยในการแสดง
ความเคารพการสนทนาการแตงกายการมีสัมมาคารวะแสดงออกและ
แนะนําผูอื่นใหมีความเอื้อเฟอเผ่ือแผและเสียสละตอสังคมเห็นคุณคา
อนุรักษและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตยสุจริต
ขยันหม่ันเพียรอดทนต้ังใจปฏิบัติหนาท่ีและยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
กระทําของตนเอง

ป ฏิ บั ติ ต น เ ป น แ บ บ อ ย า ง แ ล ะ แ น ะ นํ า ผู อ่ื น ใ ห มี ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น ที่
แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า ม รั ก ช า ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ า ส น า แ ล ะ เ ทิ ด ทู น ส ถ า บั น
พระมหากษัตริยประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาทในเรื่องการมีสติ
ความขยันอดทนหลักการทรงงานในเร่ืองภูมิสังคมขาดทุนคือกําไรและ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองใน
เร่ืองความซ่ือสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูและตั้งใจ
ปฏบิ ตั หิ นาท่ี

โ ด ย ใ ช ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ ม ก ร ะ บ ว น ก า ร คิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร ป ฏิ บั ติ
กระบวนการเผชิญสถานการณกระบวนการแกปญหากระบวนการสืบ

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 169

เสาะหาความรกู ระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสรางคานิยม
และกระบวนการสรางเจตคติ

เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทย
แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า ม รั ก ช า ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ า ส น า แ ล ะ เ ทิ ด ทู น ส ถ า บั น
พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย เ ป น พ ล เ มื อ ง ดี ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครองอยู
รวมกับผูอื่นอยางสันติจัดการความขัดแยงดวยสันติวิธีและมีวินัยใน
ตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. มสี วนรวมและแนะนําผอู ืน่ ใหอ นุรกั ษมารยาทไทย
2. แสดงออกและแนะนาํ ผอู ่นื ใหม คี วามเอ้ือเฟอ เผ่ือแผและเสียสละ

ตอสังคม
3. เหน็ คณุ คา อนุรักษแ ละสบื สานขนบธรรมเนียมประเพณี

ศิลปวฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย
4. เปนแบบอยางและแนะนําผูอื่นใหมีความรกั ชาติยดึ ม่นั ในศาสนา

และเทิดทูนสถาบันพระมหากษตั ริย
5. ประยุกตและเผยแพรพ ระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและ

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. ปฏิบัติตนเปนผูมีวนิ ัยในตนเอง

รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 170

ส 22202 หนาท่พี ลเมือง 4

รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น(จาํ นวน 0.5 หนวยกติ )

ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในเรื่องการติดตามขาวสารบานเมืองความกลาหาญทาง
จรยิ ธรรมการเปน ผูน ําและการเปน สมาชกิ ทดี่ ีมสี วนรวมและรับผดิ ชอบในการตดั สินใจตอกิจกรรมของหองเรียน
และโรงเรียนตรวจสอบขอมูลเพื่อใชประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมตางๆและรูทันขาวสารปฏิบัติตนเปนผูมี
วินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนต้ังใจปฏิบัติหนาท่ีใฝหาความรูและยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
กระทาํ ของตนเอง

เห็นคุณคาของการอยูรวมกันในภูมิภาคเอเชียอยางสันติและพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกันโดยคํานึงถึง
ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาส่ิงแวดลอมการอยูรวม
กันในสังคมพหุวัฒนธรรมและการพึ่งพาซึ่งกันและกันในเร่ืองการเคารพซ่ึงกันและกันไมแสดงกิริยาและวาจาดู
หมิ่นผูอื่นชวยเหลือซ่ึงกันและกันแบงปนมีสวนรวมและเสนอแนวทางการแกปญหาความขัดแยงโดยสันติวิธี
เก่ียวกับการละเมิดสิทธิการใชของสวนรวมดวยการเจรจาไกลเกลี่ยการเจรจาตอรองการระงับความขัดแยง
ปฏบิ ัติตนเปน ผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนใฝหาความรูต้ังใจปฏิบัติหนาท่ียอมรับผลที่เกิด
จากการกระทําของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คานยิ มและกระบวนการสรา งเจตคติ

เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่ันใน
ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริยเ ปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน
ประมุขมสี วนรวมทางการเมอื งการปกครองอยูรวมกับผูอื่นอยางสันติจัดการความขัดแยงดวยสันติวิธีและมีวินัย
ในตนเอง

ผลการเรียนรู
1. ปฏิบตั ิตนเปน พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย
2. มสี วนรวมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตรวจสอบขอมูลเพ่อื ใชป ระกอบการตัดสนิ ใจในกิจกรรม

ตางๆและรูทันขาวสาร
3. เห็นคุณคา ของการอยรู วมกนั ในภูมภิ าคเอเชยี อยางสนั ติและพึง่ พาซ่ึงกันและกัน

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 171

4. มีสว นรว มและเสนอแนวทางการแกปญ หาความขดั แยงโดยสนั ตวิ ธิ ี
5. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูมวี ินยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

ส23201 หนา ที่พลเมือง 5 , ส23202 หนา ทพ่ี ลเมือง 6

รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 - 2 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (จาํ นวน 0.5 หนวยกติ )

มีสวนรว ม แนะนําผูอน่ื ใหอนุรกั ษ และยกยองผูม ีมารยาทไทย ในเรอ่ื งการแสดงความเคารพ การ
สนทนาการแตงกาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออก แนะนาํ ผูอนื่ และมีสวนรวมในกจิ กรรมเก่ยี วกบั ความ
เอื้อเฟอเผ่อื แผและเสียสละตอสงั คม เห็นคุณคา อนรุ ักษ สบื สาน และประยุกตข นบธรรมเนียมประเพณี
ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ิปญ ญาไทย ปฏิบัติตนเปนผมู วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอื่ งความซื่อสตั ยสจุ รติ ขยันหมน่ั เพยี ร
อดทน ใฝหาความรตู ง้ั ใจปฏบิ ัติหนาท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทําของตนเอง

ปฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยาง และมสี ว นรว มในการจดั กจิ กรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา
และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ  ประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาท ในเร่อื งการเสียสละ ความซ่ือสัตย
หลกั การทรงงาน ในเร่ืองศกึ ษาขอ มลู อยา งเปนระบบ แกป ญหาทีจ่ ดุ เล็ก ปฏิบัติตนเปนผูมวี ินัยในตนเอง ในเรอื่ ง
ความซอ่ื สัตยส ุจริต ขยันหมัน่ เพียร อดทน ใฝห าความรู และตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ นาที่

ปฏิบตั ิตนเปนพลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย ในเร่ืองการใชสทิ ธิและหนาท่ี การใชเสรภี าพอยาง
รบั ผดิ ชอบการมีสว นรว มในกิจกรรมการเลือกต้งั มีสว นรวมและรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตอกจิ กรรมของ
หองเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบขอมูล ตรวจสอบการทําหนา ทขี่ องบคุ คลเพ่ือใชป ระกอบการตดั สินใจ ปฏบิ ัติ
ตนเปนผูมวี ินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่อื สตั ยส จุ ริต ขยันหมนั่ เพียร ใฝหาความรู ต้งั ใจปฏิบตั ิหนา ท่ีและยอมรบั
ผลท่เี กดิ จากการกระทาํ ของตนเอง

เหน็ คณุ คาของการอยูร วมกันในภูมภิ าคเอเชียอยา งสันติและพ่ึงพาซ่ึงกนั และกัน ทา มกลาง
ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคตา ง ๆ ของโลก ในเรอื่ งวถิ ีชวี ติ วัฒนธรรม ศาสนา สง่ิ แวดลอม
การอยูร วมกนั ในสังคมพหวุ ฒั นธรรมและพึง่ พาซึ่งกนั และกัน ในเร่อื งการเคารพซ่งึ กนั และกนั ไมแสดงกิริยา
และวาจาดูหมนิ่ ผูอืน่ ชว ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั แบง ปน มีสว นรว มและเสนอแนวทางการปองกันปญหาความ

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 172

ขดั แยง ในเร่ืองทัศนคติ ความคดิ ความเชอ่ื ชูส าว ปฏิบัติตนเปน ผูมวี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสตั ยสุจริต
อดทนใฝห าความรู ต้ังใจปฏิบัติหนา ที่ และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทําของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ
กระบวนการแกปญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนกั กระบวนการสราง
คา นิยม และกระบวนการสรางเจตคติ

เพื่อใหผ ูเ รียนมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปนไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ ม่นั ใน
ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ  เปนพลเมอื งดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน
ประมุขมีสว นรว มทางการเมอื งการปกครอง อยูรวมกบั ผูอื่นอยา งสันติ จดั การความขัดแยงดว ยสันตวิ ธิ ี และมี
วินยั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. มสี ว นรวม แนะนาํ ผูอ่ืนใหอนรุ ักษ และยกยองผูม ีมารยาทไทย
2. แสดงออก แนะนําผอู นื่ และมีสว นรว มในกจิ กรรมเกย่ี วกับความเอ้ือเฟอ เผ่ือแผ และเสียสละ
3. เห็นคุณคา อนรุ ักษ สบื สาน และประยุกตข นบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ปิ ญ ญาไทย
4. เปนแบบอยางและมีสวนรวมในการจดั กจิ กรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มั่นในศาสนา และ
เทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย
5. ประยกุ ตแ ละเผยแพรพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. ปฏบิ ัติตนเปน พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธปิ ไตย
7. มสี ว นรวมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบขอมูล ตรวจสอบการทําหนาท่ีของบคุ คล
เพอ่ื ใชประกอบการตดั สนิ ใจ
8. เหน็ คุณคาของการอยรู วมกนั ในภมู ภิ าคตา ง ๆ ของโลกอยา งสันติ และพ่งึ พาซึ่งกนั และกนั
9. มสี ว นรวมและเสนอแนวทางการปองกนั ปญหาความขัดแยง
10. ปฏิบตั ติ นเปน ผมู วี นิ ัยในตนเอง

รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 173

กลมุ สาระการเรียนรูส ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ระดับประถมศึกษา

รายวชิ าพืน้ ฐาน

พ11101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จาํ นวน 20 ชว่ั โมง

พ12101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จํานวน 20 ช่ัวโมง

พ13101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา จํานวน 20 ชัว่ โมง

พ14101 สุขศึกษาและพลศึกษา จาํ นวน 80 ชั่วโมง

พ15101 สุขศึกษาและพลศึกษา จาํ นวน 80 ชั่วโมง

พ16101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จาํ นวน 80 ช่วั โมง

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 174

รายวชิ าพนื้ ฐาน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 1.0 หนวยกิต
พ21101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 1.0 หนว ยกติ
พ21102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา จาํ นวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนวยกิต
พ22101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา จาํ นวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนวยกิต
พ22102 สุขศึกษาและพลศึกษา จาํ นวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว ยกิต
พ23101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา จาํ นวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกิต
พ23102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา จํานวน 40 ชั่วโมง
จํานวน 40 ชัว่ โมง

หลักสตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 175

พ11101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูส ุขศึกษาและพลศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง

________________________________________________________________________

ศึกษา บอก อธิบาย ลักษณะ หนาท่ี การดูแลรักษาความสะอาดอวัยวะภายนอก อวัยวะใน
ชองปากและเห็นคุณคาของอวัยวะภายนอกและอวัยวะในชองปาก ระบุ บอก จํานวนสมาชิกในครอบครัว
ความรักความผูกพันกันในครอบครัว จุดเดน จุดดอยของตนเอง ความแตกตางของเพศชาย เพศหญิง
ภาคภูมิใจในตนเอง ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแหงชาติ บอกอาการเจ็บปวยท่ีเกิดกับตนเอง ปฏิบัติตาม
คําแนะนําเมื่อเกิดอาการเจ็บปวย ระบุ บอก ส่ิง สาเหตุ การปองกันอันตรายท่ีเกิดที่บาน ที่โรงเรียน บอก
หรอื ขอความชวยเหลือจากผอู นื่ เม่ือเกดิ เหตุรายทีบ่ า น โรงเรียน

ปฏิบัติกิจกรรมทางกายโดยการเคลื่อนไหวรางกายขณะอยูกับท่ี เคล่ือนท่ีและใชอุปกรณประกอบ
เลน เกมเบ็ดเตล็ดตามกฎ กตกิ า ขอ ตกลงหรอื คําแนะนาํ ไดอยา งมคี วามสขุ สนุกสนาน

รหัสตวั ชี้วดั
พ 1.1 ป.1/1, ป.1/2
พ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
พ 3.1 ป.1/1, ป.1/2
พ 3.2 ป.1/1, ป.1/2
พ 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
พ 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
รวมทั้งหมด 15 ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 176

พ12101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชั้นประถมศึกษาปท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง

_________________________________________________________________________

ศึกษา บอก ระบุ อธิบาย ลักษณะ หนาที่ การดูแลรักษาอวัยวะภายใน ธรรมชาติของชีวิตมนุษย
บทบาทหนาท่ีของตนเอง สมาชิกในครอบครัว ความสําคัญของเพื่อน พฤติกรรมท่ีเหมาะสมกับเพศ
ภาคภูมิใจในความเปนเพศชาย หญิง บอก อธิบาย ลักษณะของการมีสุขภาพดี การเลือกกินอาหารที่มี
ประโยชน ระบุของใชและของเลนท่ีมีผลเสียตอสุขภาพ อธิบายอาการ วิธีการปองกันการเจ็บปวยการ
บาดเจบ็ ท่เี กิดขึ้น ปฏบิ ัตติ ามคําแนะนําเมื่อมีอาการเจ็บปวย บาดเจ็บ ปฏิบัติตนในการปองกันอุบัติเหตุที่อาจ
เกิดขน้ึ ท้งั ทางน้าํ ทางบก บอกชอื่ ยาสามญั ประจําบานและใชยาตามคําแนะนํา ระบุโทษ วิธีปองกันสารเสพ
ติด สารอันตรายใกลตัว ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ ปายเตือนของส่ิงของหรือสถานที่ที่เปนอันตราย บอก
สาเหตุ อันตราย วิธีการปอ งกนั อัคคภี ยั และแสดงการหนไี ฟ

ศึกษา สังเกต ปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกาย ควบคุมการเคลื่อนไหวรางกายแบบอยูกับที่ เคล่ือนที่และใช
อุปกรณประกอบ เลนเกมเบ็ดเตล็ด และเขารวมกิจกรรมทางกายท่ีวิธีเลนอาศัยการเคลื่อนไหว เบ้ืองตนแบบ
อยกู ับท่ี เคล่อื นทแ่ี ละใชอุปกรณประกอบ ออกกําลังกาย เลนเกมไดดวยตนเองอยางสนุกสนาน ปฏิบัติตาม
กฎ กติกา และขอ ตกลงในการเลนเกมเปนกลมุ ไดอ ยา งมคี วามสุขสนกุ สนาน

รหัสตัวช้ีวัด
พ 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
พ 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
พ 3.1 ป.2/1, ป.2/2
พ 3.2 ป.2/1, ป.2/2
พ 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
พ 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
รวมท้ังหมด 21 ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 177

รายวชิ าพ้นื ฐาน พ13101 สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 3 กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา20ชัว่ โมง

ศึกษา คนควา รวบรวม อธิบาย ลักษณะการเจริญเติบโตของรางกายและพัฒนาการของมนุษย
เชน ลกั ษณะรูปรา ง นํ้าหนัก สวนสูง เปรียบเทียบการเจรญิ เติบโตของตนเองกบั เกณฑม าตรฐาน ระบุปจจัย
ทม่ี ีผลตอ การเจรญิ เตบิ โต เชน อาหาร การออกกําลังกาย การพักผอน อธิบาย ความสําคัญความแตกตาง
ของครอบครัวท่ีมีตอตนเอง เชน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วิธีสรางความสัมพันธในครอบครัวและกลุม
เพ่ือน บอกวิธีหลีกเล่ียงพฤติกรรมท่ีนําไปสูการลวงละเมิด ทางเพศ อธิบายการติดตอ วิธีการปองกันการ
แพรกระจายของโรค จําแนก เลือก กินอาหารท่ีหลากหลายใหครบ 5 หมูในสัดสวนท่ีเหมาะสม แสดง
วธิ ีการแปรงฟน ใหส ะอาดอยางถกู วธิ ี เห็นคณุ คา ของการดูแลรักษาฟน สรางเสริมสมรรถภาพทางกายไดตาม
คาํ แนะนาํ

ศึกษา สังเกต ปฏิบัติกิจกรรมทางกายโดยการเคลื่อนไหวรางกายแบบอยูกับที่ เคลื่อนที่และใช
อุปกรณประกอบอยา งมีทิศทาง เคลื่อนไหวรางกายท่ีใชทักษะการเคล่ือนไหวแบบบังคับทิศทางในการเลนเกม
เบ็ดเตล็ด เลือกออกกําลังกาย การละเลนท่ีเหมาะสมกับจุดเดน จุดดอยและขอจํากัดของตนเอง ปฏิบัติ
ตามกฎ กตกิ า ขอ ตกลงของการออกกําลังกาย การเลนเกมเบ็ดเตล็ด เกมพื้นบาน พ้ืนเมือง ไดดวยตนเอง
อยางมีความสขุ สนกุ สนาน

รหัสตัวช้ีวดั
พ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
พ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
พ 3.1 ป.3/1, ป.3/2
พ 3.2 ป.3/1, ป.3/2
พ 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
พ 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
รวมทั้งหมด 18 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 178

พ14101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 เวลา 80 ช่ัวโมง

_________________________________________________________________________

ศึกษา อธิบาย แสดง วิเคราะห ยกตัวอยาง ทดสอบ ปรับปรุง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของ
รางกายและจิตใจ ตามวัย ความสําคัญของกลามเนื้อกระดูกและขอท่ีมีผลตอสุขภาพการเจริญเติบโตและ
พัฒนาการ คุณลักษณะของความเปนเพ่ือนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว พฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศของ
ตนตามวัฒนธรรมไทย วิธีการปฏิเสธ การกระทําท่ีเปนอันตรายและไมเหมาะสมในเร่ืองเพศ ความสัมพันธ
ระหวางส่ิงแวดลอมกับสุขภาพ สภาวะอารมณ ความรูสึกท่ีมีผลตอสุขภาพ ขอมูลบนฉลากอาหารและ
ผลิตภัณฑสุขภาพเพ่ือการเลือกบริโภค สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ความสําคัญของการใชยาและใชยาอยางถูกวิธี วิธีปฐมพยาบาลเม่ือไดรับอันตรายจากการใชยาผิด สารเคมี
แมลงกัดตอย และการบาดเจ็บจากการเลนกีฬา ผลเสียของการสูบบุหรี่และดื่มสุราที่มีตอสุขภาพ และการ
ปองกัน

อธบิ าย ฝก เลน ปฏบิ ตั ติ าม ควบคุมตนเองเมือ่ ใชท กั ษะ การเคลื่อนไหวในลักษณะผสมผสานไดทั้ง
แบบอยูกับที่ เคลื่อนที่และใชอุปกรณประกอบ กายบริหารทามือเปลาประกอบจังหวะ เกมเลียนแบบและ
กิจกรรมแบบผลัด กีฬาพื้นฐานอยางนอย 1 ชนิด ออกกําลังกาย เลนเกม และกีฬาท่ีตนเองชอบ มี
ความสามารถในการวิเคราะหผลพัฒนาการของตนเอง ตามตัวอยางและแบบปฏิบัติผูอ่ืน กฎ กติกาการเลน
กฬี าพ้นื ฐาน ตามชนิดกฬี าทีเ่ ลน

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการสบื คน

เพื่อใหเกิดความรู ทักษะ ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม มี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคด า น ทักษะการดแู ลสุขภาพตวั เอง รักการออกกําลังกาย มีน้ําใจนักกีฬา รูแพ รูชนะ
รอู ภยั รักษา กฎ กตกิ าสังคม

รหัสตวั ช้ีวัด
พ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
พ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
พ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
พ 3.2 ป.4/1, ป.4/2
พ 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
พ 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

หลักสูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 179

รวมทั้งหมด 19 ตัวช้ีวัด

พ15101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูส ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 5 เวลา 80 ชั่วโมง

________________________________________________________________________

อธิบาย แสดง ระบุ วิเคราะห คนหา ทดสอบ ปฏิบัติตน ความสําคัญของระบบยอยอาหารและ
ระบบขับถายที่มีผลตอสุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการ วิธีดูแลระบบยอยอาหารและระบบขับถาย
ใหทํางานตามงานตามปกติ การเปลี่ยนแปลงทางเพศ และปฏิบัติตนไดเหมาะสม ความสําคัญของการมี
ครอบครัวท่ีอบอุนตามวัฒนธรรมไทย พฤติกรรมท่ีพึงประสงคและไมพึงประสงคในการแกไขปญหาความ
ขัดแยงในครอบครัวและกลุมบาน พฤติกรรมท่ีเห็นความสําคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแหงชาติ
ขอมลู ขา วสารเพ่ือใชส รางเสริมสุขภาพ สอื่ โฆษณาในการตัดสินใจเลือกช้ืออาหารและผลิตภัณฑสุขภาพอยางมี
เหตุผล การปองโรคที่พบบอยในชีวิตประจําวัน ทดสอบและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ปจจัยท่ีมีอิทธิพล ตออารมณ สังคม และสติปญญา ความปลอดภัยจากการใชยา
และหลกี เลย่ี งสารเสพตดิ อิทธิพลของสอ่ื ท่มี ีตอพฤติกรรมสขุ ภาพ เพอ่ื ปอ งกันอนั ตรายจากการเลนกฬี า

อธบิ าย ฝก เลน ปฏิบัติตาม แสดง รูปแบบการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน และควบคุมตนเองเม่ือ
ใชทักษะเคล่ือนไหวตามแบบที่กําหนด เกมไปสูกีฬาท่ีเลือกและกิจกรรมการเคล่ือนไหวแบบผลัดโดยใช
กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการทางสังคม
กระบวนการสบื คน

เพื่อใหเกิดความรู ทักษะ ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม มี
คุณลักษณะอันพงึ ประสงคดาน ทักษะการดูแลสุขภาพตัวเอง รักการออกกําลังกาย มีนํ้าใจนักกีฬารูแพ รูชนะ
รูอภยั รกั ษา กฎ กติกาสงั คม

รหัสตวั ช้ีวัด
พ 1.1 ป.5/1, ป.5/2
พ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
พ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6
พ 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4

หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 180

พ 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
พ 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
รวมท้ังหมด 20 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 181

พ16101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา

รายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 เวลา 80 ชั่วโมง

________________________________________________________________________

ศึกษา อธิบาย แสดงทักษะ วิเคราะห จําแนก ระบบสืบพันธุ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบ
หายใจที่มผี ลตอ สขุ ภาพ การเจริญเติบโตและพฒั นาการ ความสาํ คัญ ของการสรางและรกั ษาสัมพันธภาพ
กับผูอ่ืน พฤติกรรมเสี่ยงที่นําไปสูการมีเพศสัมพันธ การติดเชื้อเอดส และการต้ังครรภกอนวัยอันควร
เคล่ือนไหวรางกายขณะอยูกับที่ การเคล่ือนไหวรวมกับผูอื่นในลักษณะแบบผลัดและแบบผสมผสานได
ตามลําดับท้ังแบบอยูกับที่ เคลื่อนท่ี และใชอุปกรณประกอบ และการเคล่ือนไหวประกอบเพลง หลักการ
เคล่ือนไหวในเรื่องการรบั แรง การใชแรง และความสมดุลในการเคล่ือนไหวรางกายในการเลนเกม เลนกีฬา และ
นําผลมาปรบั ปรงุ เพิ่มพูนวธิ ีปฏิบัติของตนและผูอ่ืน เลนกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได ใช
ทักษะกลไก เพ่อื ปรับปรงุ เพม่ิ พูนความสามารถของตนและผอู ่ืนในการเลน กฬี า รวมกิจกรรมนันทนาการ แลวนํา
ความรูแ ละหลกั การทไี่ ดไปใชเ ปน ฐานการศึกษาหาความรูเ รอ่ื งอนื่ ๆ ประโยชนและหลักการออกกําลังกายเพื่อ
สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสรางเสริมบุคลิกภาพ เลนเกมที่ใชทักษะการวางแผน และสามารถ
เพม่ิ พนู ทักษะการออกกําลังกายและเคลอ่ื นไหวอยางเปนระบบ เลนกีฬาที่ตนเองช่ืนชอบและสามารถประเมิน
ทักษะการเลนของตนเปนประจํา กฎ กติกา ตามชนิดกีฬาท่ีเลน โดยคํานึงถึงความปลอดภัยของตนเองและ
ผูอื่น กลวิธีการรุก การปองกัน และนําไปใชในการเลนกีฬา เลนเกมและกีฬา ดวยความสามัคคีและมีนํ้าใจ
นกั กฬี า พฤติกรรมในการปอ งกนั และแกไขปญหาสิ่งแวดลอมท่ีมีผลตอสุขภาพ ผลกระทบท่ีเกิดจากการระบาด
ของโรคและเสนอแนวทางการปองกันโรคติดตอสําคัญที่พบในประเทศไทย พฤติกรรมท่ีบงบอกถึง ความ
รบั ผิดชอบตอสุขภาพของสวนรวม ผลกระทบจากความรุนแรงของภัยธรรมชาติท่ีมีตอรางกาย จิตใจ และสังคม
สาเหตขุ องการติดสารเสพติด และชกั ชวนใหผูอืน่ หลีกเลย่ี งสารเสพตดิ

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา
กระบวนการทางสงั คม

เพ่ือใหเกิดความรู ทักษะ ความเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม มี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคดาน ทักษะการดูแลสุขภาพตัวเอง รักการออกกําลังกาย มีนํ้าใจนักกีฬารูแพ รูชนะ
รอู ภยั รกั ษา กฎ กติกาสงั คม

รหสั ตัวช้ีวัด
พ 1.1 ป.6/1, ป.6/2
พ 2.1 ป.6/1, ป.6/2

พ 3.1 ป.6/1, ป.6/2,ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 182

พ 3.2 ป.6/1, ป.6/2,ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
พ 4.1 ป.6/1, ป.6/2,ป.6/3, ป.6/4
พ 5.1 ป.6/1, ป.6/2,ป.6/3
รวมทั้งหมด 22 ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 183

พ21101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูส ุขศึกษาและพลศึกษา

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนว ยกติ )

________________________________________________________________________

ศึกษาวเิ คราะห ภาวะการเจรญิ เติบโตทางรางกายของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน อธิบายความสําคัญ

ของระบบประสาท และระบบตอมไรทอท่ีมีผลตอสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุน วิธีดูแล

รักษาระบบประสาทและระบบตอมไรทอใหทํางานตามปกติ แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให

เจริญเติบโตสมวัย อธิบายวิธีการปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย จิตใจ อารมณ และพัฒนาการทาง

เพศอยางเหมาะสม แสดงทักษะการปฏิเสธเพ่ือปองกันตนเองจากการถูกลวงละเมิดทางเพศ เพิ่มพูน

ความสามารถของตนตามหลักการเคล่ือนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะการ

เลนกฬี า เลนกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด

รวมกจิ กรรมนันทนาการอยางนอ ย 1 กจิ กรรม และนาํ หลกั ความรทู ี่ไดไปเชื่อมโยงสมั พนั ธกบั วิชาอน่ื

รหสั ตัวช้ีวัด
พ 1.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3 , ม.1 / 4

พ 2.1 ม.1/1,ม.1/2
พ 3.1 ม.1/1,ม.1/2, ม.1 / 3
รวมทั้งหมด 9 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 184

พ21102 สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (จาํ นวน 1.0 หนว ยกติ )

_________________________________________________________________________

วิเคราะหปญหาทเ่ี กดิ จากภาวะโภชนาการท่มี ีผลกระทบตอ สุขภาพควบคุมนํ้าหนักของ ตนเองใหอยู
ในเกณฑมาตรฐาน เลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัย สรางเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผล
การทดสอบ แสดงวิธปี ฐมพยาบาลและเคล่ือนยายผูปวยอยางปลอดภัย อธิบายลักษณะอาการของผูติดสาร
เสพติดและการปองกันการติดสารเสพติด อธิบายความสัมพันธของการใชสารเสพติดกับการเกิดโรคและ
อุบัติเหตุ แสดงวิธีการชักชวนผูอื่นใหลด ละ เลิกสารเสพติด โดยใชทักษะตาง ๆ ความสําคัญของการออก
กําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี ออกกําลังกายและเลือกเขารวมเลนกีฬาตามความถนัด
ความสนใจอยางเตม็ ความสามารถ พรอมท้ังมีการประเมินการเลนของตนและผูอื่น ปฏิบัติตามกฎ กติกา และ
ขอ ตกลงตามชนดิ กฬี าท่เี ลอื กเลน วางแผนการรกุ และการปอ งกันในการเลน กฬี าท่ีเลือกและนําไปใชในการเลน
อยางเปนระบบ รวมมือในการเลนกีฬาและการทํางานเปนทีมอยางสนุกสนาน วิเคราะห เปรียบเทียบ และ
ยอมรบั ความแตกตางระหวา งวิธกี ารเลนกฬี าของตนเองกับผอู ื่น

รหัสตวั ช้ีวดั
พ 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
พ 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4

พ 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมทั้งหมด 14 ตวั ชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 185

พ22101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา

ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนว ยกิต)

__________________________________________________________________________

วเิ คราะหปจ จัยท่ีมอี ทิ ธิพลตอเจตคตใิ นเร่อื งเพศ ปญหาและผลกระทบทเี่ กดิ จากการมีเพศสัมพันธใน
วยั เรยี น การเปลย่ี นแปลงดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญาในวัยรุน ระบุปจจัยที่มีผลกระทบ
ตอการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญาในวัยรุน วิธีปองกันตนเอง
และหลกี เลย่ี งจากโรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ เอดส และการต้งั ครรภโ ดยไมพ งึ ประสงค ความสําคัญของความ
เสมอภาคทางเพศและวางตัวไดอยางเหมาะสม นําผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการ
เคลื่อนไหวในการเลนกีฬาจากแหลงขอมูลที่หลากหลายมาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง เลน
กีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมอยางละ 1 ชนิด เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการ
เคล่ือนไหวท่ีสงผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจําวัน รวมกิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1
กิจกรรม และนาํ ความรแู ละหลักการทไ่ี ดไปปรับใชในชีวติ ประจาํ วนั อยางเปน ระบบ

รหัสตวั ชี้วัด
พ 1.1 ม.2/1,ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3 , ม.2 /4
พ 3.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3, ม.2 /4
รวมทั้งหมด 10 ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 186

พ22102 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูส ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (จํานวน 1.0 หนวยกติ )

_______________________________________________________________________

อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญาที่เกิดจาการ
ออกกําลังกายและเลนกีฬาเปนประจําจนเปนวิถีชีวิต เลือกเขารวมกิจกรรมการออกกําลังกายเลนกีฬาตาม
ความถนัดและความสนใจ พรอ มท้ังวิเคราะหความแตกตางระหวางบุคคลเพ่ือเปนแนวทางในการพัฒนาตนเอง
มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอตกลงในการเลนกีฬาที่เลือก วางแผนการรุกและการปองกันในการเลน
กฬี าที่เลอื กนาํ ไปใชในการเลนอยางเหมาะสมกบั ทมี นําผลการปฏิบัตใิ นการเลน กฬี ามาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสม
กับตนเองดวยความมุงม่ัน เลือกใชบริการทางสุขภาพอยางมีเหตุผล ใชเทคโนโลยีท่ีมีตอสุขภาพ ความ
เจริญกาวหนาทางการแพทยที่มีผลตอสุขภาพ ความสัมพันธของภาวะสมดุลระหวางสุขภาพกายและ
สุขภาพจิต ลักษณะอาการเบ้ืองตนของผูมีปญหาสุขภาพจิต เสนอแนะวิธีปฏิบัติตนเพ่ือจัดการกับอารมณ
และความเครียด พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเปนไปตามเกณฑท่ีกําหนด ระบุวิธีการปจจัย และ
แหลง ที่ชวยเหลอื ฟน ฟูผตู ิด สารเสพติด วิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเส่ียงและสถานการณเส่ียง ใชทักษะชีวิตใน
การปองกนั ตนเองและหลกี เลี่ยงสถานการณคับขนั ที่อาจนาํ ไปสอู ันตราย

เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวันมีอยางมี จริยธรรม คุณธรรมและ
คา นยิ มทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ชี้วดั
พ 3.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3 , ม.2 /4 ,ม.2/5

พ 4.1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3 , ม.2 /4 ,ม.2/5,ม.2/6, ม.2 /7
พ 5/1 ม.2/1,ม.2/2, ม.2 /3
รวมทั้งหมด 15 ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 187

พ23101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนว ยกิต)

__________________________________________________________________________

วิเคราะหอิทธิพลและความคาดหวังของสังคมตอการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน เปรียบเทียบการ
เปลีย่ นแปลงทางดานรา งกาย จิตใจ อารมณ สงั คมและสตปิ ญ ญาแตล ะชวงของชีวิต วิเคราะหส่ือโฆษณาที่มี
อิทธิพลตอการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุน อธิบายอนามัยแมและเด็ก การวางแผนครอบครัวและ
วธิ กี ารปฏิบัตติ นทเี่ หมาะสม วิเคราะหปจจัยที่มีอิทธิพลตอการต้ังครรภ วิเคราะหสาเหตุและเสนอแนวทาง
ปอ งกัน แกไขความขดั แยงในครอบครัว เลน กีฬาไทยและกีฬาสากลอยางละ 1 ชนิด โดยใชเทคนิคท่ีเหมาะสม
กับตนเองและทีม นําหลักการ ความรู และทักษะในการเคล่ือนไหวกิจกรรมทางกาย การเลนเกม และการ
เลนกฬี าไปใชสรา งเสริมสุขภาพอยา งตอ เนื่องเปนระบบ รวมกิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1 กิจกรรม และ
นาํ หลกั ความรูว ิธีการไปขยายผล การเรียนรูใหกับผอู ืน่

เห็นคุณคา ของการนําความรูไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจําวันไดอยา งเหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวดั
พ 1.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
พ 2.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
พ 3.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3
รวมท้ังหมด 9 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 188

พ23102 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน (จํานวน 1.0 หนวยกิต)

_________________________________________________________________________

ศึกษาวิเคราะห ปจจัยเส่ียงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลตอสุขภาพและแนวทางปองกัน หลีกเล่ียง
การใชความรุนแรงและชักชวนเพื่อนใหหลีกเล่ียงการใชความรุนแรงในการแกปญหา อิทธิพลของส่ือตอ
พฤติกรรมสขุ ภาพและความรนุ แรง ความสัมพนั ธของการด่ืมเคร่ืองดื่มที่มีแอลกอฮอล ตอสุขภาพและการเกิด
อุบตั ิเหตุ แสดงวธิ กี ารชวยฟนคืนชีพอยางถูกวิธี กําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยตาง ๆ โดยคํานึงถึง
ความประหยัดและคุณคาทางโภชนาการ เสนอแนวทางปองกันโรคที่เปนสาเหตุสําคัญของการเจ็บปวยและ
การตายของคนไทย รวบรวมขอมูลและเสนอแนวทางแกไ ขปญหาสขุ ภาพในชมุ ชน มมี ารยาทในการเลนและ
ดูกฬี าดวยความมีนํ้าใจนักกีฬา ออกกําลังกายและเลนกีฬาอยางสมํ่าเสมอ และนําแนวคิดหลักการจากการ
เลน ไปพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนดวยความภาคภูมิใจ ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และขอตกลงในการเลนตาม
ชนิดกีฬาที่เลือก และนําแนวคิดที่ไดไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม จําแนกกลวิธีการรุก การปองกัน
และใชในการเลนกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีท่ีเหมาะสมกับทีมไปใชไดตามสถานการณของการเลน
เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกําลังกายและการเลนกีฬาเปน วางแผนและจัดเวลา
ในการออกกําลังกาย การพักผอนและการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย ทดสอบสมรรถภาพทางกายและ
พัฒนาไดตามความแตกตางระหวางบุคคล และเห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน
อยา งเหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด
พ 3.2 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5
พ 4.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5

พ 5.1 ม.3/1,ม.3/2, ม.3 /3, ม.3/ 4, ม.3 /5
รวมทั้งหมด 15 ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 189

รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ศ11101 ศลิ ปะ
ศ12101 ศิลปะ ระดบั ประถมศกึ ษา
ศ13101 ศิลปะ
ศ14101 ศิลปะ จาํ นวน 20 ช่วั โมง
ศ15101 ศลิ ปะ จาํ นวน 20 ช่วั โมง
ศ16101 ศลิ ปะ จาํ นวน 20 ช่ัวโมง
จาํ นวน 80 ชั่วโมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน จํานวน 80 ชั่วโมง
ศ21101 ทัศนศลิ ป จาํ นวน 80 ช่ัวโมง
ศ21102 ดนตร-ี นาฏศลิ ป
ศ22101 ทัศนศลิ ป ระดับมธั ยมศกึ ษา
ศ22102 ดนตรี-นาฏศลิ ป
ศ23101 ทศั นศลิ ป จํานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนวยกติ
จาํ นวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ
จํานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
จาํ นวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
จาํ นวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว ยกิต

หลกั สตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 190

ศ11101 ศลิ ปะ

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง

_________________________________________________________________________

ทศั นศิลป
บอกรปู ราง ลักษณะ ขนาดของส่งิ ตา ง ๆ รอบตวั ในธรรมชาติและสิ่งท่ีมนุษยสรางข้ึน ความรูสึกท่ีมีตอ

ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ มรอบตวั
ฝกทักษะการใชวัสดุ อุปกรณ ดินเหนียว ดินนํามัน ดินสอสี พูกัน กระดาษ สีเทียน สีน้ํามัน สรางงาน

ทัศนศิลป ทดลองการใชสีนํ้า สีโปสเตอร สีเทียน สีจากธรรมชาติ ท่ีมีในทองถ่ิน วาดภาพระบายสีตาม
ความรสู กึ ของตนเอง ระบุงานทัศนศิลปใ นชวี ติ ประจาํ วัน
ดนตรี

บอกการกําเนิดของเสยี ง บอกลักษณะของเสียงดังเบา และความชาเร็วของจังหวะ ทองบทกลอน รอง
เพลงงาย ๆ เขารวมกิจกรรมดนตรี การรองเพลง การเคาะจังหวะ การเคลื่อนไหวประกอบเพลง เพลงที่ใชใน
ชีวิตประจําวัน บทเพลงกลอมเด็ก บทเพลงประกอบการละเลน เลา ระบุที่มาของบทเพลงในทองถ่ิน ความ
นาสนใจของบทเพลงในทองถ่ิน
นาฏศลิ ป

การเคลื่อนไหวลักษณะตาง ๆ ของธรรมชาติ คน สัตว ส่ิงของ แสดงทาทางงาย ๆ โดยใชภาษาทา
แสดงประกอบเพลงท่ีเก่ยี วกบั ธรรมชาตสิ ตั ว การเปน ผูชมท่ีดี

เลน การละเลนของเด็กไทย การแสดงนาฏศลิ ป เหน็ คณุ คางานทศั นศลิ ป ดนตรี นาฏศิลปที่เปนมรดก
ทางวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทองถนิ่ ภมู ปิ ญญาไทย ชน่ื ชมและนาํ ไปประยกุ ตใชใ นชวี ิตประจําวัน

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 191

ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ 1.2 ป.1/1
ศ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ 2.2 ป.1/1, ป.1/2
ศ 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ศ 3.2 ป.1/1, ป.1/2
รวมท้ังหมด 18 ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 192

ศ12101 ศิลปะ

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ

ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง

_________________________________________________________________________

ทัศนศิลป

บอก รูปราง รูปทรงท่ีพบในธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ทัศนธาตุและงานทัศนศิลป เร่ืองเสน สี รูปราง

และรูปทรง เร่ืองราว เลือก สรางงานทัศนศิลปตาง ๆ โดยใช เสน เชน งานวาด งานปนและงานพิมพภาพ

รปู แบบงานโครงสรางเคลื่อนไหว

ฝกทักษะการใชวัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป 3 มิติ สรางภาพปะติดโดยการตัดหรือ ฉีกกระดาษ

วาดภาพเพื่อถา ยทอดเรอื่ งราวเก่ียวกับครอบครัวของตนเองและเพ่ือนบาน

บอกความสําคัญของงานทัศนศิลปที่พบเห็นในชีวิตประจําวัน อภิปรายเก่ียวกับงานทัศนศิลปประเภท

ตาง ๆ ในทองถน่ิ โดยเนนถึงวิธีการสรา งงานและวัสดอุ ุปกรณ ทใ่ี ช

ดนตรี

บอกแหลงกําเนิด ของเสียงที่ไดยิน คุณสมบัติของเสียง สูงตํ่า , ดังเบา ยาวส้ัน ของดนตรี สิ่งตาง ๆ ท่ี

กอ กําเนดิ เสยี งท่ีแตกตางกัน ลักษณะของเสียงดงั เบา และความชา เร็วของจังหวะ

บอกความเก่ียวของของเพลงท่ีใชในชีวิตประจําวัน เคาะจังหวะหรือเคล่ือนไหวรางกายใหสอดคลอง

กบั เนือ้ หาขอเพลง รอ งเพลงงา ย ๆ ท่เี หมาะสมกับวัย

นาฏศลิ ป

บอกความหมายและความสาํ คญั ของเพลงปลกุ ใจ เพลงสอนใจ ความสัมพันธของเสียงรอง เสียงเคร่ือง

ดนตรีในเพลงทองถิ่นโดยใชคาํ งา ย ๆ ระบมุ ารยาทในการชมการแสดง เลน การละเลน

เคลื่อนไหวขณะอยูก ับทีแ่ ละเคลื่อนท่ีอยา งมรี ูปแบบ การเคล่อื นไหวทีส่ ะทอนอารมณ

ของตนเองอยางอิสระ ทาทาง เพื่อส่ือความหมายแทนคําพูด ทาทางประกอบจังหวะอยางสรางสรรคใชภาษา

ทา และนาฏยศพั ทประกอบจงั หวะ แสดงและเขารวมกิจกรรมทางดนตรีของทองถ่ินในโอกาสพิเศษ การละเลน

พืน้ บา น เช่อื มโยงการละเลน พ้นื บา นกบั การดํารงชีวิตของคนไทย ระบุส่ิงที่ชื่นชอบและภาคภูมิใจในการละเลน

พืน้ บาน

รหัสตวั ช้ีวัด ศ 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ศ 1.2 ป.2/1, ป.2/2
ศ 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ศ 2.2 ป.2/1, ป.2/2
ศ 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ค 3.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3

หลกั สตู รโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 193

รวมทั้งหมด 25 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 194

ศ13101 ศิลปะ

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 3 เวลา 20 ชวั่ โมง

______________________________________________________________________

ทศั นศลิ ป
บอก รปู ราง รูปทรงในธรรมชาติสิง่ แวดลอม และงานทศั นศลิ ป ระบุ วัสดุ อุปกรณทใ่ี ชส รางผลงานเม่ือ

ชมงานทัศนศิลป บรรยายเหตุผลและวิธีการในการสรางงานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุ อุปกรณ
จําแนกทัศนธาตุของสิ่งตาง ๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป โดยเนนเร่ือง เสน สี รูปราง รูปทรง
และพนื้ ผวิ

มีทักษะพื้นฐาน ในการใชวัสดุอุปกรณสรางสรรคงานปน วาดภาพ ระบายสีส่ิงของรอบตัว ถายทอด
ความคิดความรสู ึกจากเหตกุ ารณช ีวติ จริง โดยใชเสน รูปรา ง รูปทรง สี และพืน้ ผิว
ระบุสิ่งที่ชื่นชมและส่ิงท่ีควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของตนเอง ระบุ และจัดกลุมของภาพตามทัศนธาตุที่เนน
ในงานทัศนศิลปนั้น ๆ บรรยายลักษณะรูปราง รูปทรงในงานการออกแบบสิ่งตาง ๆ ที่มีในบานและโรงเรียน
เลา ถึงที่มาของงานทัศนศิลปในทอ งถิ่น อธบิ ายเกย่ี วกับวสั ดอุ ปุ กรณและวธิ ีการสรางงานทัศนศิลปใ นทอ งถน่ิ
ดนตรี

ระบุรปู รางลกั ษณะของเครอื่ งดนตรี ท่ีเห็นและไดยินในชีวิตประจําวัน ลักษณะเดนและเอกลักษณของ
ดนตรีในทองถิ่น ความสําคัญและประโยชนของดนตรีตอการดําเนินชีวิตของคนในทองถิ่นใชรูปภาพหรือ
สญั ลกั ษณแทนเสียง และจงั หวะเคาะ

บอกบทบาทหนาท่ีของเพลงที่ไดยิน ขับรองและบรรเลงดนตรีงาย ๆ เคล่ือนไหวทาทางสอดคลองกับ
อารมณข องเพลงทฟ่ี ง แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอ่ืน นําดนตรีไปใชใน
ชีวติ ประจําวนั หรือโอกาสตา ง ๆ ไดอยา งเหมาะสม
นาฏศิลป

สรา งสรรคการเคลอ่ื นไหวในรปู แบบตาง ๆ รําวงมาตรฐาน เพลงพระราชนพิ นธ สถานการณ
ส้ัน ๆ สถานการณท่ีกาํ หนด แสดงทา ทางประกอบเพลงตามรูปแบบนาฏศลิ ป เปรยี บเทยี บ
บทบาทหนาที่ของผูแสดงและผูชม มีสวนรวมในกิจกรรมการแสดงท่ีเหมาะสมกับวัย บอกประโยชนของการ
แสดงนาฏศิลปในชีวิตประจําวัน เลาการแสดงนาฏศิลปท่ีเคยเห็นในทองถิ่น ระบุส่ิงที่เปนลักษณะเดนและ
เอกลกั ษณข องการแสดงนาฏศลิ ป อธิบายความสาํ คัญของการแสดงนาฏศลิ ป

รหัสตวั ชี้วัด
ศ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10
ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 195

ศ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7
ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2
ศ 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ศ 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
รวมท้ังหมด 29 ตวั ชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 196

ศ14101 ศลิ ปะ

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ

ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 4 เวลา 80 ชวั่ โมง

__________________________________________________________________________

ทศั นศลิ ป
เปรยี บเทยี บรปู ลักษณะของรปู ราง รปู ทรงในธรรมชาติ สง่ิ แวดลอม และงานทัศนศลิ ป

ความคดิ ความรสู ึกทถี่ ายทอดผา นงานทัศนศลิ ปของตนเองและบุคคลอ่นื
อภิปรายเก่ียวกับอิทธิพลของสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็นที่มีตออารมณของมนุษย เหตุการณ และ

งานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรมในทองถ่ิน จําแนกทัศนธาตุของส่ิงตาง ๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอมและงาน
ทัศนศิลปโ ดยเนน เรือ่ งเสน สี รปู รา ง รูปทรงพนื้ ผิว และพ้นื ท่ีวาง

ฝกทักษะพื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรคงานพิมพภาพ งานวาดภาพระบายสี บรรยาย
ลักษณะของภาพโดยเนน เรื่องการจัดระยะ ความลึก นํ้าหนักแสงเงาในภาพ และงานทัศนศิลปท่ีมาจาก
วัฒนธรรมตาง ๆ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ
เลือกใชว รรณะสเี พอ่ื ถายทอดอารมณ ความรูสึกในการสรางงานทัศนศลิ ป
ดนตรี

บอกประโยคเพลงอยา งงาย จําแนกประเภทของเครอื่ งดนตรีท่ีใชในเพลงท่ฟี ง ระบุทิศทางการเคล่ือนที่
ขึ้น ลงงาย ๆของทํานอง รูปแบบจังหวะและความเร็ว ของจังหวะในเพลงที่ฟง อาน เขียนโนตดนตรีไทยและ
สากล รองเพลงโดยใชชว งเสยี งที่เหมาะสมกับตนเอง ใชและเก็บเครื่องดนตรีอยางถูกตองและปลอดภัย ระบุวา
ดนตรสี ามารถใชในการส่อื เร่อื งราว

บอกแหลงท่ีมาและความสัมพันธของวิถีชีวิตไทย ท่ีสะทอนในดนตรี เพลงทองถ่ินและโอกาสในการ
บรรเลงดนตรี ระบคุ วามสําคัญในการอนรุ ักษส งเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี
นาฏศิลป

ระบุทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลปและการละครที่ใชส่ือความหมายและอารมณ ใชภาษาทาและ

นาฏยศัพทหรือศัพททางการละครงาย ๆ ในการถายทอดเรื่องราว แสดงการเคลื่อนไหวในจังหวะตาง ๆ ตาม

ความคิดของตน การประดิษฐทาทางหรือทารําประกอบจังหวะพื้นเมือง แสดงนาฏศิลปเปนคู และหมู รําวง

มาตรฐาน ระบาํ เลาสิ่งทชี่ ่นื ชอบในการแสดงโดยเนน จดุ สาํ คญั ของเรอื่ งและลกั ษณะเดนของตัวละคร

อธิบายประวัติความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ เปรียบเทียบการแสดง
นาฏศลิ ปก ับการแสดงที่มาจากวฒั นธรรมอื่น อธบิ ายความสําคญั ของการแสดงความเคารพในการเรียนและการ
แสดงนาฏศิลป ระบุเหตุผลทค่ี วรรกั ษา และสบื ทอดการแสดงนาฏศลิ ป

หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 197

รหสั ตัวช้ีวัด
ศ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9
ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ศ 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ศ 3.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวมทั้งหมด 29 ตัวช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 198

ศ15101 ศิลปะ

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 5 เวลา 80 ชว่ั โมง

_________________________________________________________________________

ทศั นศลิ ป
บรรยายเกี่ยวกับจังหวะ ตําแหนงของส่ิงตาง ๆ ที่ปรากฏในส่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลป

เปรียบเทียบความแตกตางระหวางงานทัศนศิลป ที่สรางสรรคดวยวัสดุอุปกรณและวิธีการที่ตางกัน
วาดภาพ โดยใชเ ทคนคิ ของแสงเงา น้าํ หนัก และวรรณะสีระบุลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรู
หรือนิทรรศการ ประโยชนและคุณคาของงานทัศนศิลปที่มีผลตอชีวิตของคนในสังคม ปญหาในการจัด
องคประกอบศิลปและการส่ือความหมายในงานทัศนศิลปของตนเอง, บอกวิธีการปรับปรุงงานให ดีขึ้น,
อภปิ รายเก่ยี วกบั งานทัศนศิลปท ่สี ะทอ นวัฒนธรรมและภูมิปญ ญาในทองถ่ิน

สรางสรรคงานปนจาก ดินนํ้ามัน หรือดินเหนียว โดยเนนการถายทอดจินตนาการ ศิลปะ, งานพิมพ
ภาพ โดยเนนการจดั วางตาํ แหนงของสิง่ ตา ง ๆ ในภาพ
ดนตรี

ระบอุ งคประกอบดนตรีในเพลงทีใ่ ชใ นการส่อื อารมณ จําแนกลักษณะของเสียงขับรองและเคร่ืองดนตรี
ทอ่ี ยใู นวงดนตรีประเภทตาง ๆ อาน เขียนโนตดนตรีไทยและสากล 5 ระดับเสียง รองเพลงไทยหรือเพลงสากล
หรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ดนสดงาย ๆ โดยใชประโยคเพลงแบบถามตอบ ใชเครื่องดนตรีบรรเลง
จงั หวะและทาํ นอง ใชดนตรีรวมกบั กจิ กรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนาการ

อธิบายความสัมพันธระหวางดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมตาง ๆ อธิบายคุณคาของดนตรีที่มาจาก
วฒั นธรรมที่ตางกนั
นาฏศลิ ป

บรรยายองคประกอบนาฏศิลป แสดงทาทางประกอบเพลงหรือเร่ืองราวตามความคิด ของตน แสดง
นาฏศลิ ป โดยเนน การใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการสื่อความหมายและการแสดงออก มีสวนรวมในกลุมกับ
การเขียนเคา โครงเร่อื งหรือบทละครสั้น ๆ

เปรียบเทียบการแสดงนาฏศิลปชุดตาง ๆ การแสดงประเภทตาง ๆ ของไทย ในแตละทองถิ่น บอก
ระบุหรือแสดงนาฏศิลป นาฏศิลปพ้ืนบานที่สะทอนถึงวัฒนธรรมและประเพณี ประโยชนที่ไดรับจากการชม
การแสดง

รหัสตัวช้วี ัด
ศ 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7

ศ 1.2 ป.5/1, ป.5/2

หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 199

ศ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ศ 2.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6
ศ 3.2 ป.5/1, ป.5/2
รวมท้ังหมด 26 ตวั ชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 200

ศ16101 ศิลปะ

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ

ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 6 เวลา 80 ช่วั โมง

__________________________________________________________________________

ทัศนศลิ ป
ระบุสีคูตรงขาม อธิบายหลักการจัดขนาดสัดสวนความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป บรรยาย

บทบาทของงานทศั นศิลปทส่ี ะทอ นชวี ติ และสังคม ระบุและบรรยายอทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมในทองถิ่นท่ีมีอิทธิพล
ตอ การสรางงานทัศนศิลปของบุคคล สรางงานทัศนศิลปจากรูปแบบ 2 มิติ เปน 3 มิติ โดยใชหลักการของแสง
เงาและนา้ํ หนกั งานปนโดยใชหลักการเพมิ่ และลด งานทัศนศิลปโดยใชหลักการของรูปและพื้นท่ีวาง ใชสีคูตรง
ขาม หลักการจัดขนาดสัดสวน และความสมดุล สรางงานทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
เพ่อื ถายทอดความคิดหรือเรือ่ งราวเกี่ยวกบั เหตุการณต า ง ๆ

อภิปรายเกี่ยวกับการใชสีคูตรงขามในการถายทอดความคิดและอารมณ อิทธิพลของความเช่ือความ
ศรทั ธาในศาสนาที่มผี ลตองานทัศนศลิ ปใ นทอ งถนิ่
ดนตรี

บรรยายเพลงท่ีฟง โดยอาศัยองคประกอบดนตรี และศัพทสังคีต ความรูสึกที่มีตอดนตรี จําแนก
ประเภทและบทบาทหนาทีเ่ ครือ่ งดนตรไี ทยและเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ ดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยที่
ตา งกนั อา น เขียนโนต ไทย และโนตสากลทํานองงา ย ๆ ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสด ที่
มีจังหวะและทํานองงาย ๆ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับทํานองจังหวะการประสานเสียงและคุณภาพเสียงของ
เพลงทฟ่ี ง

อธิบายเร่ืองราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร อภิปรายอิทธิพลของวัฒนธรรมตอดนตรีในทองถ่ิน
นาฏศิลป

สรา งสรรคการเคลือ่ นไหวและการแสดงโดยเนนการถายทอดลีลาหรืออารมณ ออกแบบเคร่ืองแตงกาย
หรืออุปกรณประกอบการแสดงอยางงาย ๆ แสดงนาฏศิลปและละครงาย ๆ บรรยายความรูสึกของตนเองท่ีมี
ตองานนาฏศิลปแ ละการละครอยางสรา งสรรค แสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง

อธิบายความสัมพนั ธร ะหวางนาฏศิลปและการละครกับสงิ่ ทีป่ ระสบในชวี ิตประจําวนั
สิ่งที่มีความสําคัญตอการแสดงนาฏศิลปและละคร ระบุประโยชนท่ีไดรับจากการแสดงหรือการชมการแสดง
นาฏศลิ ปและละคร

รหัสตวั ชี้วดั
ศ 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7

ศ 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3


Click to View FlipBook Version