หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 251
ทมี ศึกษาชน้ั เรียนรวมกันออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู
ขน้ั ที่ 2 ปฏบิ ตั ิการสอนและรวมสังเกตชน้ั เรียน (Do)
จัดการเรยี นการสอนเเละสงั เกตชั้นเรยี นรว มกัน
ข้นั ท่ี 3 สะทอนผลรวมกนั (See)
ทีมศึกษาชน้ั เรยี นเเละผูท่ีเกย่ี วขอ งรวมกันสะทอนผลช้ันเรียนเพอ่ื พัฒนาการจัดการเรยี นการสอน
OA Open Approach
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ นําเสนอสถานการณปญหาโดยเนนวิธกี ารแบบเปด (Open Approach) ซ่งึ มลี ักษณะของการ
เปด 3 ลกั ษณะคอื 1. กระบวนการเปด แนวทางการแกปญหาทีถ่ ูกตองนั้นมีหลายแนวทาง 2.
ผลลพั ธเปด คาํ ตอบถูกตองหลายคําตอบ 3. แนวทางการพัฒนาเปด สามารถพัฒนาไปเปน ปญหาใหมไ ด
ขน้ั ท่ี 2 ข้นั เรียนรดู ว ยตนเองของนักเรยี นเม่ือไดใบกจิ กรรมนกั เรียนในกลุมกจ็ ะชวยกนั คิดหาวธิ ขี องแตละ
คนเสร็จแลวกจ็ ะคุยกนั ในกลุมเพ่ือหาขอสรุปและเหตุผลไดคาํ ตอบมาอยางนเ้ี พราะอะไรมีวิธีการอยา งไร
ขัน้ ที่ 3 ขัน้ อภปิ รายเเละเปรียบเทียบรวมกนั ทั้งชัน้ เรียนเมื่อนกั เรยี นไดคาํ ตอบพรอมกับเหตผุ ลแนวคดิ
และวธิ ีหาคาํ ตอบจะนําเสนอหนา ช้นั เรียนเพื่อใหเ พ่ือนไดรับทราบถงึ วธิ ีการคิดของนกั เรียน หลงั จากน้นั
ครูรว มอภิปรายเพื่อพฒั นาไปเปน ปญหาใหม เพ่ือนํามาพฒั นาตอ ไป
ข้นั ท่ี 4 ขนั้ สรุปบทเรียนเเละเชอ่ื มโยงเเนวคดิ ขน้ั สุดทายของกิจกรรมท่ีครแู ละนักเรยี นเรียนรรู วมกนั
เพ่ือหาขอ สรปุ ของบทเรยี นท่ีมีความเหมือนและแตกตา ง ในการหาคําตอบของแตล ะกลุมเพื่อท่ีจะสรปุ
เปน แนวคดิ รว มกัน
ขน้ั ตอนการนาํ PLC ไปสกู ารปฏบิ ัตใิ นสถานศึกษา
รวมกลมุ PLC
Lesson Study คน หาปญหา/ความตองการ Open Approach
วิธีการ/นวัตกรรม
การศกึ ษาชั้นเรยี น (Lesson Study)
และ วิธีการแบบเปด (Open
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 252
Plan ขั้นท่ี 1
นําเสนอปญหาปลายเปด
การรว มมือกันวาง
แผนการสอนราย ข้นั ที่ 2
นกั เรียนเรยี นรูดวยตนเอง
See Do
ผานการแกป ญหา
การรว มมือกนั สะทอน การรวมมือกันสงั เกตการ
ผล สอนรายคาบในแตละ ข้นั ที่ 3
อภปิ รายและเปรียบเทียบ
รวมกนั ทั้งช้นั เรียน
ข้นั ที่ 4
สรปุ โดยเชอื่ มโยงแนวคดิ
ทางคณติ ศาสตร
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ของนกั เรยี น
ส่ือและแหลงเรยี น
1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร ป.1-6 5. ชดุ อุปกรณ แผนกระดาน
หลักสตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 253
2. ชดุ อุปกรณ MathSet 6. ชุดอปุ กรณ Patternblock
3. ชดุ อุปกรณ กระดุมแมเ หล็ก 7. ชดุ อุปกรณ ชอลก
4. ชดุ อุปกรณ บล็อกไม 8. ชดุ อุปกรณ แปรงลบกระดาน
เกณฑก ารจบการศึกษา
เกณฑก ารจบระดบั ประถมศกึ ษา
1. ผูเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน จํานวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพ่ิมเติม/กิจกรรม
เพิม่ เตมิ จํานวน 240 ชว่ั โมง และมีผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐานผา นทกุ รายวชิ า
2. ผูเรียนตองมผี ลการประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขียน ระดบั “ผา น” ขนึ้ ไป
3. ผูเรียนตอ งมผี ลการประเมิน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ระดับ “ผาน” ขน้ึ ไป
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2563) 254
4. ผูเรียนตองเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และไดรับการตัดสินผลการเรียน “ผาน”
ทุกกิจกรรม
เกณฑการจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
1. ผูเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวิชาเพ่ิมเติม จํานวน 81 หนวยกิต โดยเปน
รายวชิ าพน้ื ฐานจาํ นวน 66 หนวยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ จํานวน 15 หนว ยกิต
2. ผูเรียนตอ งไดห นวยกติ ตลอดหลกั สูตร ไมน อ ยกวา 77 หนวยกติ โดยเปนรายวิชาพ้ืนฐาน
จํานวน 66 หนวยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไมน อ ยกวา 11 หนว ยกติ
3. ผเู รยี นตองมผี ลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขยี น ระดบั “ผาน” ขึ้นไป
4. ผเู รียนตองมีผลการประเมิน คุณลักษณะอนั พึงประสงค ระดับ “ผา น” ขน้ึ ไป
5. ผูเรียนตองเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และไดรับการตัดสินผลการเรียน “ผาน”
ทุกกิจกรรม
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 255
ภาคผนวก
หลักสตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 256
คาํ สั่งสาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา ศรสี ะเกษ เขต ๔
ท่ี /
เรื่อง แตงตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
โรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ ปการศึกษา ๒๕๖๓
เพอ่ื ใหก ารบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐานเปนไปอยา งมีประสิทธิภาพ
สอดคลองกบั พระราชบัญญัติการแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ทก่ี าํ หนดใหสถานศึกษา
ข้นั พืน้ ฐานมหี นาทจี ัดทาํ สาระของหลกั สตู รเพ่ือความเปน ไทย ความเปน พลเมืองที่ดีของชาติ การ
ดาํ รงชวี ิต และการประกอบอาชพี ตลอดจนเพ่ือการศึกษาตอ ในสวนทีเ่ ก่ยี วกับสภาพของปญหาใน
ชุมชน และสังคม ภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคเพ่ือเปนสมาชกิ ทีดีของครอบครัว ชุมชน
สังคมและประเทศชาติ และสอดคลองกับระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวาดว ยคณะกรรมการบริหาร
หลักสูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ อาศัยอํานาจตามมาตรา ๓๗ แหง
พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และทีแ่ กไขเพิ่มเติม จงึ แตงตง้ั
คณะกรรมการบริหารหลักสตู ร และงานวชิ าการสถานศึกษาขึ้นพ้นื ฐาน โรงเรยี น บานรงุ สมบรู ณ ป
การศึกษา ๒๕๖๓ ดังน้ี
๑. คณะกรรมการทป่ี รึกษา
๑. นายประสทิ ธิ์ ฐานทอง ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
๒. นายจันทรท ิพย ไตรภพ ประธานทป่ี รกึ ษาคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
๓. นายวิเชียร ศริ ิชนะ ผูใหญบานรุง หมูท ่ี ๑
๔. นายบญุ เรือน ใจมี ผใู หญบ า นสมบรู ณ หมูที่ ๒
มีหนา ท่ี ใหคําปรึกษาตามท่ีคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษาขอความรวมมือ
๒. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา
๑. นายพล สําลี ผูอํานวยการ ประธานกรรมการ
๒. นางเขมมิกา ยอดสงิ ห หวั หนากลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษาฯ กรรมการ
หลักสตู รโรงเรียนบานรุงสมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 257
๓. นายถาวร ยสี่ ุน หวั หนา กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ กรรมการ
๔. นายธีรภัทร สมคั รพงศ หวั หนากลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร กรรมการ
๕. นางสาวกันตินันท เคารพ หัวหนา กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย กรรมการ
๖. นางวไลลกั ษณ ชาตปิ ระเสรฐิ หวั หนากลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตา งประเทศ กรรมการ
๗. นายบญุ สง กอ แกว หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา กรรมการ
๘. นายสําเรงิ เห็มวัง หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร กรรมการ
๙. นางสาวอนสุ รา จันทรห อม หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ กรรมการ
๑๐. นางกรรณิการ มนั่ ชาติ หวั หนา ครูผูส อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ
๑๑. นายบญุ สง กอแกว หวั หนากิจกรรมการพัฒนาผูเรียน กรรมการ
๑๒. นายสําเริง เห็มวัง หัวหนางานวัดและประเมนิ ผล กรรมการ
๑๓. นายสาทิศ ศิริวงษ ผูช ว ยกลุมงานบรหิ ารวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการดาํ เนนิ การ มหี นาทแี่ ละดาํ เนนิ การจดั การตาม
ขนั้ ตอนทกี่ าํ หนด ดงั นี้
๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอยี ดของหลักสตู รระดบั สถานศกึ ษา
และแนวทางการจดั สัดสวนสาระการเรียนรู และกิจกรรมพัฒนาผูเ รยี นของสถานศึกษา ใหสอดคลองกับ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) และ
สภาพเศรษฐกจิ สงั คมศลิ ปวัฒนธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถนิ่
๒. จดั ทําคูมอื การบริหารหลกั สตู ร และงานวิชาการของสถานศกึ ษา นเิ ทศ กํากบั ตดิ ตาม ให
คําปรกึ ษา เก่ียวกบั การพัฒนาหลกั สตู ร การจดั กระบวนการเรียนรู การวัดและประเมนิ ผลและการแนะ
แนวใหสอดคลองและเปน ไปตามหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
๓. สงเสริมและสนบั สนุนการพฒั นาบุคลากรเกยี่ วกับการพัฒนาหลกั สูตร การจัดกระบวน การ
เรียนรู การวดั และประเมนิ ผลและการแนะแนวใหเปน ไปตามจุดหมายและแนวทางการดําเนนิ การของ
หลกั สตู ร
๔. ประสานความรวมมอื จากบุคคล หนวยงาน องคกรตา ง ๆ และชุมชน เพื่อใหการใชห ลักสูตร
เปนไปอยางมีประสิทธภิ าพและมีคุณภาพ
๕. ประชาสัมพนั ธหลักสูตรและการใชห ลักสตู รแกน ักเรียน ผปู กครอง ชมุ ชนและผูเ กีย่ วของ
และนาํ ขอมูลปอนกลบั จากฝายตา ง ๆ มาพิจารณาเพ่อื ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา
๖. สงเสริมสนับสนุนการวิจยั เกยี่ วกบั การพัฒนาหลักสตู ร และกระบวนการเรยี นรู
๗. ตดิ ตามผลการเรยี นของนักเรยี นเปนรายบคุ คล ระดบั ช้ัน และชว งชน้ั ระดับวิชา กลมุ วิชา
ในแตละปการศึกษา เพ่อื ปรับปรงุ แกไข และพฒั นาการดําเนินงานดานตาง ๆ ของสถานศึกษา
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 258
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏบิ ัตงิ านของครู และการบริหารหลักสูตรระดบั
สถานศึกษาในรอบปท ผี่ านมา แลวใชผลการประเมิน เพ่ือวางแผนพฒั นาการปฏิบตั ิงานของครแู ละการ
บรหิ ารหลกั สูตรปก ารศึกษาตอไป
๙. รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านและผลการบรหิ ารหลกั สตู รของสถานศึกษา โดยเนนผลการพฒั นา
คณุ ภาพนักเรยี นตอคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรระดับเหนือ
สถานศึกษา สาธารณชน และผูเกย่ี วขอ ง
๑๐. ใหดําเนนิ การประชุมคณะกรรมการอยางนอ ยภาคเรียนละ ๒ ครั้ง
ทั้งนี้ ตัง้ แตบดั น้เี ปนตนไป
สง่ั ณ วนั ที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๖๓
(นายเสนยี เรืองฤทธ์ริ าว)ี
ผูอาํ นวยการสํานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๔
คาํ สงั่ โรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
ที่ ๒๓ / ๒๕๖๓
เรื่อง แตง ตงั้ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและงานวิชาการ
สถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
โรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๓
------------------------------------------
เพ่อื ใหก ารบรหิ ารหลกั สูตรและงานวิชาการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานเปน ไปอยางมีประสทิ ธภิ าพสอดคลอง
กบั พระราชบญั ญตั ิการแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ทกี่ ําหนดใหส ถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานมีหนา
ทจี ัดทาํ สาระของหลักสตู รเพื่อความเปน ไทย ความเปนพลเมืองท่ีดขี องชาติ การดํารงชีวติ และการประกอบ
หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 259
อาชีพ ตลอดจนเพื่อการศกึ ษาตอ ในสว นท่เี กี่ยวกับสภาพของปญหาในชมุ ชน และสงั คม ภมู ิปญญาทองถน่ิ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคเ พื่อเปน สมาชิกทีดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ และสอดคลอง
กับระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวาดวยคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและงานวชิ าการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน
พ.ศ.๒๕๔๔ อาศยั อาํ นาจตามมาตรา ๓๗ แหง พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการ กระทรวงศึกษาธกิ าร
พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแกไขเพ่ิมเติม จึงแตง ต้งั คณะกรรมการบริหารหลักสตู ร และงานวิชาการสถานศึกษา
ข้นึ พื้นฐาน โรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ดังน้ี
๑. คณะกรรมการท่ปี รกึ ษา
๑. นายพล สาํ ลี ผอู ํานวยการโรงเรยี น ประธาน
๒. นายประสิทธิ์ ฐานทอง ประธานกรรมการสถานศึกษา ท่ีปรึกษา
๓. นางราํ ไพ ประวนั ครชู าํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
๔. นางทิวาวรรณ วันดี ครชู ํานาญการพเิ ศษ กรรมการ
๕. นายบญุ สง กอ แกว ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
๖. นายสาทศิ ศิริวงษ ครูชาํ นาญการ กรรมการและเลขานุการ
มีหนาท่ี ใหคําปรึกษาและใหความสะดวกในการดําเนินการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศึกษา
๒. คณะกรรมการจัดทาํ หลักสตู ร ผอู าํ นวยการ ประธานกรรมการ
๑. นายพล สําลี ประธานกรรมการสถานศึกษา ท่ีปรกึ ษา
๒. นายประสทิ ธ์ิ ฐานทอง
๓. นางเขมมิกา ยอดสิงห หวั หนากลุม สาระการเรียนรสู งั คมศึกษาฯ
กรรมการ
๔. นายถาวร ยีส่ นุ หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี
กรรมการ
๕. นายธีรภทั ร สมัครพงศ หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
กรรมการ
๖. นางสาวกนั ตนิ นั ท เคารพ หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
กรรมการ
๗. นางวไลลกั ษณ ชาตปิ ระเสริฐ หวั หนากลุมสาระการเรียนรู
ภาษาตา งประเทศ กรรมการ
๘. นายบุญสง กอ แกว หัวหนา กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพล
ศึกษา กรรมการ
หลกั สูตรโรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 260
๙. นายสาํ เริง เหม็ วัง หวั หนา กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
กรรมการ
๑๐. นางสาวอนสุ รา จนั ทรหอม หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ
กรรมการ
๑๑. นางกรรณิการ มั่นชาติ หวั หนา ครผู ูสอนระดบั ปฐมวัย
กรรมการ
๑๒. นายบุญสง กอแกว หวั หนากจิ กรรมการพฒั นาผูเรียน
กรรมการ
๑๓. นายสาทศิ ศิรวิ งษ หัวหนา กลุมงานบริหารวิชาการ กรรมการ
และเลขานกุ าร
คณะกรรมการดาํ เนนิ การ มหี นาทแี่ ละดาํ เนนิ การจดั การตาม
ขนั้ ตอนทก่ี าํ หนด ดงั นี้
๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียด
ของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนวทางการจัดสัดสวนสาระการ
เรียนรู และกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของสถานศึกษา ใหสอดคลองกับ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ
ป รั บ ป รุ ง พุ ท ธ ศั ก ร า ช ๒ ๕ ๖ ๐ ) แ ล ะ ส ภ า พ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม
ศลิ ปวัฒนธรรม ภมู ปิ ญญาทอ งถ่ิน
๒. จัดทําคูมือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของ
สถานศึกษา นิเทศ กํากับ ติดตาม ใหคําปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนา
หลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู การวัดและประเมินผลและการ
แนะแนวใหส อดคลองและเปน ไปตามหลกั สูตรการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
๓. สงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเก่ียวกับการ
พัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนรู การวัดและประเมินผล
และการแนะแนวใหเปนไปตามจดุ หมายและแนวทางการดําเนินการ
ของหลักสูตร
๔. ประสานความรวมมือจากบุคคล หนวยงาน องคกรตาง ๆ
และชุมชน เพื่อใหการใชหลักสูตรเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและมี
คณุ ภาพ
หลักสตู รโรงเรยี นบานรุงสมบรู ณ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2563) 261
๕. ประชาสัมพันธหลักสูตรและการใชหลักสูตรแกนักเรียน
ผูป กครอง ชมุ ชนและผูเก่ียวของและนําขอมูลปอนกลับจากฝายตาง
ๆ มาพิจารณาเพอ่ื ปรับปรงุ และพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา
๖. สงเสริมสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร และ
กระบวนการเรียนรู
๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเปนรายบุคคล ระดับชั้น
และชวงชั้น ระดับวิชา กลุมวิชา ในแตละปการศึกษา เพื่อปรับปรุง
แกไ ข และพฒั นาการดําเนนิ งานดานตาง ๆ ของสถานศึกษา
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู
และการบริหารหลักสูตรระดับสถานศึกษาในรอบปท่ีผานมา แลวใช
ผลการประเมิน เพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการ
บรหิ ารหลักสูตรปการศกึ ษาตอไป
๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของ
ส ถ า น ศึ ก ษ า โ ด ย เ น น ผ ล ก า ร พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ นั ก เ รี ย น ต อ
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะกรรมการบริหาร
หลกั สตู รระดับเหนือสถานศึกษา สาธารณชน และผเู กย่ี วขอ ง
๑๐. ใหดําเนินการประชุมคณะกรรมการอยางนอยภาคเรียน
ละ ๒ คร้ัง
ทัง้ น้ีใหผ ไู ดรับการแตง ต้ังปฏบิ ัติหนา ที่ทไี่ ดร บั มอบหมายอยาง
มีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถปุ ระสงคท ี่ตั้งไว ต้ังแตบ ัดนเี้ ปนตน
ไป
สัง่ ณ วันท่ี ๑๔ เดือน พฤษภคม พ.ศ. ๒๕๖๓
(ลงชอ่ื )
(นายพล สําลี)
ผูอํานวยการโรงเรยี นบานรงุ สม
บูรณ
หลกั สูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 262
หลักสตู รโรงเรียนบา นรุงสมบรู ณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 263
หลักสตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ พทุ ธศักราช 2553
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
โรงเรียนนาํ รอ งการดาํ เนินงานพื้นทน่ี วตั กรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สาํ นักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 264
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ประกาศโรงเรียนบานรุงสมบูรณ
เรอื่ ง ใหใ ชห ลักสตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ พุทธศกั ราช 2553 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
…………………………………………………………………………….
พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 (แกไขเพมิ่ เติม 2545) มาตรา 27
วรรค 2 ใหสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐานมีหนาทจี่ ดั ทาํ สาระของหลักสตู รตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้
พืน้ ฐาน เพื่อความเปนไทย ความเปน พลเมืองท่ีดีของชาติ การดํารงและการประกอบอาชีพ ตลอดจน
เพ่อื การศึกษาตอกระทรวงศึกษาธกิ ารไดประกาศใชหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช
2551 ใหเปน หลกั สูตรแกนกลางของประเทศ เมอ่ื วันท่ี 11 กรกฎคม 2551 เรม่ิ ใชในโรงเรียนตนแบบ
การใชห ลกั สูตรและโรงเรียนที่มีความพรอม ในปก ารศึกษา 2552 และเริม่ ใชในโรงเรียนทั่วไปในป
การศึกษา 2553 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน โดยสานกั วชิ าการและมาตรฐาน
การศึกษา ไดด าเนนิ การติดตามผลการนาหลกั สตู รไปสูการปฏิบตั อิ ยา งตอเนอื่ งในหลายรูปแบบ ทั้งการ
ประชมุ รับฟง ความคิดเห็น การนิเทศตดิ ตามผลการใชห ลักสูตรของโรงเรียน การรบั ฟงความคดิ เหน็ ผาน
เว็บไซตข องสานกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา รายงานผลการวจิ ยั ของหนวยงานและองคก รที่
เกยี่ วของกบั หลักสตู รและการใชหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ผลจาก
การศึกษา พบวา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มีขอ ดีในหลายประการ
เชน กาํ หนดเปา หมายการพฒั นาไวช ดั เจน มคี วามยืดหยนุ เพียงพอใหสถานศึกษาบรหิ ารจัดการ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาได สาหรบั ปญหาที่พบสว นใหญเกิดจากการนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 สกู ารปฏบิ ตั ใิ นสถานศึกษาและในหองเรียน นอกจากนี้ การศกึ ษาขอ มูล
เกยี่ วกบั ทศิ ทาง กรอบยทุ ธศาสตร แผนแมบ ท และกฎหมายทีเ่ กี่ยวของกับการพัฒนาประเทศ พบวา
ประเด็นสําคญั เพื่อแปลงแผนไปสกู ารปฏบิ ัติใหเกดิ ผลสมั ฤทธไ์ิ ดอ ยา งแทจ ริง คือ การเตรียมพรอมดาน
กาลังคนและการเสรมิ สรา งศักยภาพของประชากรในทุกชวงวยั มุงเนนการยกระดับคุณภาพทุนมนุษย
ของประเทศ โดยพัฒนาคนใหเหมาะสมตามชว งวยั เพ่อื ใหเ ตบิ โตอยางมีคณุ ภาพ การพัฒนาทักษะที่
หลักสูตรโรงเรยี นบานรุงสมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 265
สอดคลองกบั ความตองการในตลาดแรงงานและทักษะท่ีจาเปน ตอการดารงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 ของ
คนในแตล ะชวงวยั ตามความเหมาะสม การเตรยี มความพรอมของกาลงั คนดา นวทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยที ี่จะเปลยี่ นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาสูความเปน เลศิ
ดังน้ัน การขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตรชาติ เพ่ือเตรยี มความพรอ มคนใหส ามารถปรับตวั รองรับ
ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงไดอ ยา งเหมาะสม กระทรวงศกึ ษาธิการจึงกําหนดเปน นโยบายสําคญั
และเรงดว นใหม ีการปรบั ปรงุ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในกลุมสาระ
การเรยี นรูคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร ในกลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรมรวมทัง้ สาระเทคโนโลยี โดยมอบหมายใหส ถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยี (สสวท.) ดาํ เนินการปรับปรงุ กลุม สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร กลมุ สาระการเรียนรู
วทิ ยาศาสตร และสาระเทคโนโลยี และมอบหมายใหสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานดา
เนินการปรับปรุงสาระภูมิศาสตร ในกลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม การ
ปรับปรงุ หลกั สตู รครงั้ นี้ ยังคงหลกั การและโครงสรางเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551 คอื ประกอบดว ย 8 กลมุ สาระการเรียนรู ไดแ ก กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
คณติ ศาสตร วิทยาศาสตร สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงาน
อาชพี และเทคโนโลยี และภาษาตางประเทศ แตมุงเนน การปรบั ปรุงเนอ้ื หาใหมคี วามทนั สมัย ทนั ตอการ
เปลยี่ นแปลงและความเจรญิ กาวหนาทางวิทยาการตาง ๆ คาํ นึงถงึ การสง เสริมใหผ ูเ รียน มที ักษะท่ี
จาํ เปน สาหรับการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เปนสําคญั เตรียมผูเ รียนใหม ีความพรอมทจี่ ะเรียนรูสง่ิ ตาง ๆ
พรอ มทีจ่ ะประกอบอาชพี เมือ่ จบการศกึ ษา หรือสามารถศึกษาตอในระดบั ทสี่ งู ขน้ึ สามารถแขงขนั และ
อยูร ว มกบั ประชาคมโลกได กรอบในการปรับปรงุ คอื ใหมอี งคค วามรูท่เี ปนสากลเทียบเทา นานาชาติ
ปรับมาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวชวี้ ดั ใหมคี วามชัดเจน ลดความซา้ํ ซอน สอดคลองและเช่ือมโยงกนั
ภายในกลมุ สาระการเรยี นรู และระหวา งกลมุ สาระการเรยี นรู ตลอดจนเชอื่ มโยงองคความรทู าง
วิทยาศาสตร คณติ ศาสตร และเทคโนโลยี เขา ดว ยกัน จดั เรียงลาดับความยากงายของเนื้อหาในแตล ะ
ระดบั ชน้ั ตามพัฒนาการแตละชว งวยั ใหม ีความเชอ่ื มโยงความรูและกระบวนการเรียนรู โดยใหเรียนรู
ผา นการปฏบิ ตั ิท่ีสง เสรมิ ใหผูเ รยี นพัฒนาความคิด สาระสาํ คัญของการปรบั ปรงุ หลกั สูตร มีดังนี้
1. กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร และวทิ ยาศาสตร
1.1 จัดกลุมความรใู หมและนาทักษะกระบวนการไปบรู ณาการกับตวั ชวี้ ัด เนนใหผเู รยี น
เกิดการคดิ วิเคราะห คดิ แกป ญหา และมที ักษะในศตวรรษท่ี 21
1.2 กําหนดมาตรฐานการเรยี นรูและตัวช้วี ดั สาํ หรับผูเรยี นทุกคน ที่เปน พ้นื ฐานท่ีเกย่ี วของ
กบั ชวี ิตประจําวัน และเปน พื้นฐานสําคญั ในการศึกษาตอระดบั ที่สงู ข้ึน
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรุงสมบูรณ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 266
1.3 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 4 – 6 กาํ หนดตวั ช้ีวดั เปนรายป เพื่อเปน แนวทางให
สถานศึกษาจัดตามลาํ ดบั การเรยี นรู อยางไรก็ตามสถานศกึ ษาสามารถพิจารณาปรบั เลื่อนไหลระหวางป
ไดตามความเหมาะสม
2. กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร ไดเพม่ิ สาระเทคโนโลยี ซ่ึงประกอบดว ยการออกแบบ
และเทคโนโลยี และวทิ ยาการคํานวณ ท้งั นเ้ี พ่อื เอ้ือตอ การจัดการเรยี นรูบ ูรณาการสาระทางคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และเทคโนโลยี กบั กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม ตามแนวคดิ สะเต็มศึกษา
3. สาระภูมิศาสตร ซึ่งเปน สาระหนง่ึ ในกลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ไดปรบั มาตรฐานการเรยี นรูและตัวชีว้ ดั ใหม คี วามชดั เจน สอดคลอ งกบั พัฒนาการตามชวงวัย
กระทรวงศึกษาธกิ ารไดม ีคาํ สงั่ ใหใ ชหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช
2551 ในโรงเรียนตน แบบและโรงเรยี นท่ีมคี วามพรอ มใชห ลักสตู รสถานศึกษาใหส อดคลองกบั หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ความตองการของทองถ่นิ และความตอ งการของ
ผูเรยี นในสถานศกึ ษาแตละแหง ประกอบกบั คาํ สงั่ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐานท่ี
110/2555 เรือ่ ง การแกไ ขเวลาเรยี นและเกณฑการจบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 หนังสอื สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ท่ี ศธ 04010/ว779
เรื่อง ช้ีแจงแนวปฏบิ ตั ิที่สอดคลอ งกบั นโยบายการจดั การเรียนการสอนหนา ท่ีพลเมืองเพ่ิมเตมิ ลงวนั ท่ี
26 มถิ นุ ายน 2557 และหนงั สือสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ที่ ศธ 04010/ว1239
เรื่อง ชี้แจงแนวปฏิบัตทิ ีส่ อดคลองกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนหนาที่พลเมืองเพิ่มเตมิ
ลงวนั ที่ 1 กันยายน 2557
ปการศกึ ษา 2561 กระทรวงศกึ ษาธิการ ไดออกคาํ ส่ังท่ี สพฐ.1239/2560 เรื่อง ใหใช
มาตรฐานการเรียนรูและตวั ช้ีวัด กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภมู ศิ าสตร ใน
กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2561 สงผลใหโ รงเรียนตองมีการพฒั นาปรับปรงุ หลกั สูตร
สถานศกึ ษา พุทธศักราช 2553 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563 ) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั
พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 เพื่อใหส อดคลองกับคําส่ังดังกลาว ทีส่ ั่งใหโรงเรยี นตองใชม าตรฐานการ
เรยี นรูและตัวชี้วัดทีม่ กี ารเปลี่ยนแปลงในการจดั การเรยี นรใู นภาคเรียนท่ี 1/2561 ในชั้นประถมศึกษา
ปท่ี 1 ปท ี่ 4
อนึง่ การปรบั ปรงุ หลักสตู รสถานศึกษา ครงั้ น้ี โรงเรยี นดําเนินการตามกระบวนการหลกั สูตรครบ
ทุกขนั้ ตอน และไดน าํ ขอมูลสารสนเทศจากการประเมนิ ผลหลกั สูตรสถานศึกษา ในรอบปการศึกษา
2557 – 2563 มาเปนขอ มูลฐานในการกําหนดเปา หมายการพฒั นา เพ่ือยกระดับคุณภาพผูเรยี นให
สอดคลอ งกบั ศักยภาพผเู รียน บรบิ ทของชุมชน ทองถนิ่ มุงสรา งคนคุณภาพท่สี อดคลอ งกับยทุ ธศาสตร
ชาติ 20 ป ใหสามารถดาํ เนินชีวติ อยูใ นโลก 4.0 ไดอ ยางม่ันคง มั่งคั่ง ยงั่ ยืนภายใตหลกั ปรัชญาของ
หลักสูตรโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2563) 267
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และสมรรถนะสําคัญของพลเมอื งโลกในศตวรรษท่ี 21 มีความรูเ ทา ทันโลกและมี
ทกั ษะในการประกอบอาชีพตามความถนัดของตนและใหม ีคุณลักษณะ “รูคดิ จิตใจดี มที ักษะชีวิตและ
ทกั ษะอาชพี ”บรรลุตามเปา หมายการพัฒนาคนรุนใหมของศรสี ะเกษ
โรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณไดโดยนาํ เสนอรางหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ
พทุ ธศกั ราช 2553 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานพุทธศักราช
2551 กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
และการงานอาชีพ การใหค ณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน ไดพ ิจารณาใหค วามเห็นชอบในการ
ประชุม เม่อื 12 พฤษภาคม 2563 และทป่ี ระชุมมมี ตเิ หน็ ชอบอนมุ ตั ิใหประกาศใชห ลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียน ฉบบั นี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
.................................... .......................................
(นายพล สาํ ลี) (นายประสิทธิ์ ฐานทอง)
ตาํ แหนง ประธานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ตาํ แหนง ผูอ าํ นวยการโรงเรียนบา นรงุ สมบรู ณ โรงเรยี นบา นรงุ สมบรู ณ
คํานํา
กระทรวงศึกษาธกิ ารไดประกาศใชม าตรฐานการเรียนรูและตวั ชีว้ ดั กลุมสาระการเรียนรู
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1
ตามคําส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.1๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคําส่ังสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖1 ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖1 ใหเปลยี่ นแปลงมาตรฐาน
หลกั สูตรโรงเรยี นบานรงุ สมบรู ณ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2563) 268
การเรียนรูและตัวช้ีวัด กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร และวิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) โดยมีคําสั่งใหโรงเรียนดําเนินการใชหลักสูตรในปการศึกษา ๒๕๖1 โดยใหใชในช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 1 และ ๔ ต้ังแตปการศึกษา ๒๕๖1 เปนตนมา ใหเปนหลักสูตรแกนกลาง
ของประเทศ โดยกาํ หนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปน เปา หมายและกรอบทศิ ทางในการพัฒนา
คณุ ภาพผเู รียนมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒1 เพ่ือให
สอดคลองกบั นโยบายและเปาหมายของสาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
โรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ จงึ ไดทาํ การปรบั ปรุงหลักสูตรสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
ในกลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตรในกลมุ สาระการเรยี นรสู ังคม
ศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ใชใ นทกุ ระดับชน้ั เพื่อนําไปใชป ระโยชนและเปนกรอบในการวางแผน
และพฒั นาหลักสูตร ของสถานศกึ ษาและจัดการเรียนการสอน อีกท้งั ในปการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียน
บา นรุงสมบรู ณ ไดจ ดั การเรียนการสอนโดยเนนใหผเู รียน เกิดความรู มีคุณธรรมและเสรมิ สรางทกั ษะ
อาชีพ โดยมเี ปาหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผเู รียน ใหม ีกระบวนการนาํ หลกั สูตรไป สกู ารปฏิบัติ โดยมี
การกําหนดวิสยั ทศั น จดุ หมาย สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค มาตรฐานการ
เรียนรแู ละตวั ชี้วัด โครงสรางเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑการวัดประเมินผล ใหม ีความสอดคลองกบั
มาตรฐานการเรยี นรู เปด โอกาสใหโ รงเรยี นสามารถกาํ หนดทิศทางในการจัดทาํ หลักสตู รการเรยี นการ
สอนในแตละระดบั ตามความพรอมและจดุ เนน โดยมกี รอบแกนกลางเปนแนวทางทช่ี ดั เจนเพ่อื
ตอบสนองนโยบายไทยแลนด ๔.๐ มคี วามพรอมในการกาวสูสังคมคุณภาพ มีความรูอยา งแทจ ริง และ
มที ักษะในศตวรรษท่ี ๒1 มคี วามรูเ ทา ทนั โลกและมีทกั ษะในการประกอบอาชีพตามความถนัดของตน
และใหม ีคณุ ลักษณะ “รูคิด จติ ใจดี มีทักษะชีวติ และทกั ษะอาชีพ”บรรลตุ ามเปาหมายการพัฒนาคน
รนุ ใหมข องศรสี ะเกษ
คณะผจู ัดทําหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณขอขอบคุณสาํ นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน สาํ นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา ประถมศึกษา ศรสี ะเกษ เขต 4 ที่กรุณาใหความรู
คําแนะนํา และใหคําปรกึ ษา ตลอดจนคณะกรรมการสถานศกึ ษา คณะครู นักเรยี น ผปู กครองและผทู ่ี
มีสว นรวมจากทกุ หนว ยงานท้ังในและนอกสถานศกึ ษา ซึ่งชวยใหก ารพัฒนาหลักสูตรฉบับนี้ มีความ
สมบรู ณแ ละเหมาะสมตอ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผูเรยี นตอ ไป
โรงเรียนบานรุงสมบูรณ
12 พฤษภาคม 2563
สารบัญ
หลกั สตู รโรงเรียนบา นรงุ สมบูรณ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2563) 269
หนา
ประกาศโรงเรยี นบา นรุงสมบูรณ ………….……………………………..……………………………… ก
คํานํา ………………………………………………………..…………………………………………….……...... ข
สารบัญ …………………………………………………………………………………………………………...... ค
สว นนาํ …………………………………………………………………………………………………………...... 1
ความนํา ……………………………………………………………………………….…………. 1
วสิ ยั ทัศนโ รงเรยี น………………………………………………………………….…………... 2
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน ………………………………………............................ 3
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค…………………………………………………….……………. 4
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู……………………………………………….……………. 4
โครงสรา งหลักสูตรโรงเรียนบานรงุ สมบรู ณ ….. ………………………...………………………. 10
โครงสรา งเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา ……………………………………..…………… 11
โครงสรางเวลาเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ………………………………………… 12
โครงสรางหลกั สตู รช้นั ป ……………………………………………………………..………… 13
คาํ อธบิ ายรายวชิ า ………………………..……………………………………………………………..……… 22
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย …………………………………..……………..……………… 22
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ………………………………………..…………………… 35
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรเทคโนโลย…ี …………….…………………..…………………… 56
กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ……………………………. 71
กลมุ สาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ……………………………………..………… 115
กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ ……………………………………………………………………… 128
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี ……………………………….……………… 142
กลุมสาระการเรียนรภู าษาอังกฤษ ……………………………………………..…………… 162
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ………………………………………………………………………………….…… 179
กจิ กรรมแนะแนว …………………………………………………………………………..……. 179
กิจกรรมนักเรยี น……………………………………………………………………………..…… 179
กิจกรรมเพื่อสังคมและสารธารณประโยชน ...................................................... 182
การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใชน วตั กรรม
การศกึ ษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวธิ ีแบบเปด (Open Approach).…..…….. 185
เกณฑการจบการศกึ ษา …………………………….…………………………………………….…..…….. 188
ภาคผนวก
หลกั สตู รโรงเรยี นบา นรงุ สมบูรณ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) 270
คาํ สัง่ คณะกรรมการบริหารหลกั สูตร..................................….……………… 190
คาํ สงั่ คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลกั สตู รโรงเรยี นบานรงุ สมบูรณ……….……… 192