สมรรถนะการสร้างค่านิยม
ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม
สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ
1.เขา้ ใจวิธีการคานวณคา่ ความตา้ นทานรวม แรงดนั ไฟฟ้ารวม และความตา้ นทานภายในรวม
สมรรถนะการขยายผล
-
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่ือสิ่งพมิ พ์
4. เอกสารประกอบการสอนวิชา การตอ่ ความตา้ นทานและการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียน
การสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
5. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 2 เรื่อง การตอ่ ความตา้ นทานและการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า (ใช้
ประกอบการเรียนการสอนข้นั ใหค้ วามรู้ เพือ่ ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
6. แบบประเมินผูเ้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2
ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
2. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การตอ่ ความตา้ นทานและการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้า
สื่อของจริง
2. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวิทยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศึกษา
-
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
5. บูรณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ และความสนใจใฝ่รู้
6. บรู ณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
7. บรู ณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
8. บูรณาการกบั วิชาหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
3. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 2
4. สงั เกตการทางาน
หลงั เรียน
4. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
5. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 2
6. ตรวจใบงาน
คาถาม
3. นกั ตวั ตา้ นทานเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ อะไร
4. การต่อความตา้ นทานมีก่ีแบบ อะไรบา้ ง จงอธิบาย
ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 2 เรื่อง การต่อความตา้ นทานและการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า
สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การต่อความตา้ นทานและการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้า
5. วิเคราะห์และตีความหมาย
6. ต้งั คาถาม
7. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
8. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายากรต่อความตา้ นทานและการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้า ได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายากรตอ่ ความตา้ นทานและการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้า จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 คานวณคา่ ความตา้ นทานจากการต่อความตา้ นทาน ได้
4. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
5. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณค่าความตา้ นทานจากการตอ่ ความตา้ นทาน จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ
อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์
ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ี
น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เคร่ืองมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง
คมุ้ คา่ และประหยดั จะได้ 2 คะแนน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 2
เรื่อง การต่อความต้านทานและการต่อเซลล์ไฟฟ้า
คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
1.ความตา้ นทานรวม (RT) ของการต่อความตา้ นทานแบบอนุกรม คือขอ้ ใด
ก. เทา่ กบั ความตา้ นทานทกุ ตวั รวมกนั
ข. เทา่ กบั ตวั ท่ีนอ้ ยที่สุด
ค. เท่ากบั ตวั ท่ีมากท่ีสุด
ง. เทา่ กบั คร่ึงหน่ึงของตวั ท่ีมากท่ีสุด
2. ความตา้ นทานรวม (RT) ของการต่อความตา้ นทานแบบขนานมีลกั ษณะตามขอ้ ใด
ก. เทา่ กบั ตวั ที่นอ้ ยที่สุด
ข. มีคา่ นอ้ ยกวา่ ตวั ที่นอ้ ยท่ีสุดท่ีนามาต่อขนานกนั
ค. เท่ากบั ตวั ที่มากท่ีสุด
ง. เท่ากบั คร่ึงหน่ึงของตวั ที่นอ้ ยท่ีสุด
3. จากรูปความตา้ นทานรวม (RT) มีคา่ เทา่ ใด
ก. R1 + R2
ข. R1 + R2 + R3
ค. R1 + R2 + R3 +R4
ง. R1+ (R4// R3)
4. จากรูปในขอ้ ที่ 3 ถา้ ความตา้ นทานมีค่าเท่ากนั ทกุ ตวั ๆ ละ 1 Ω ความตา้ นทานรวม (RT) มีค่าเทา่ ใด
ก. 1 Ω
ข. 4 Ω
ค. 6 Ω
ง. 8 Ω
5. จากรูปความตา้ นรวมรวม (RT) มีค่าเท่าไร
ก. R1 + R2
ข. R1 R2 / (R1+ R3)
ค. (R1 + R2 ) / R1 R2
ง. R1R2
6. จากรูปในขอ้ ที่ 5 ถา้ ความตา้ นทานมีค่าเท่ากนั ทกุ ตวั ๆ ละ 10 Ω ความตา้ นทานรวม (RT) มีค่าเทา่ ใด
ก. 20 Ω
ข. 10 Ω
ค. 5 Ω
ง. 1 Ω
7.ความตา้ นทานจานวน 3 ตวั ๆ ละ 2 Ω ต่อขนานกนั ความตา้ นทานรวม (RT) มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.67 Ω
ข. 1.5 Ω
ค. 2 Ω
ง. 6 Ω
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 8 - 10
8. คา่ แรงดนั ไฟฟ้ารวม ET มีค่าเท่าใด
ก. 2.4 V
ข. 5 V
ค. 10 V
ง. 12 V
9.คา่ ความตา้ นทานภายในรวม Rit มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.1 Ω
ข. 0.2 Ω
ค. 0.4 Ω
ง. 0.6 Ω
10.ค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นวงจร I มีคา่ เท่าใด
ก. 0.48 A
ข. 2.08 A
ค. 5 A
ง. 4.16 A
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่แี ปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 2
เร่ือง การต่อความต้านทานและการต่อเซลล์ไฟฟ้า
คาสั่ง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
11. ก
12. ข
13. ค
14. ข
15. ข
16. ค
17. ก
18. ค
19. ค
20. ง
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บันทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 2 การต่อความตา้ นทานและการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลมุ เน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 3
สอนสปั ดาห์ท่ี 5
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี คาบรวม 4
ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
ชื่อหน่วย วงจรอนุกรม (Series Circuit)
ชื่อเร่ือง วงจรอนุกรม (Series Circuit) จานวนคาบ 4
หัวข้อเรื่อง
ด้านความรู้
8. อธิบายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้า
9. บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรอนุกรม
ด้านทกั ษะ
3. คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ฟ้าวงจรอนุกรม
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้
สาระสาคัญ
วงจรอนุกรม เรียกวา่ “ ซีรี่เซอร์กิต ” (Series Circuit) คือการนาเอาตวั ตา้ นทานต้งั แต่สองตวั ข้ึนไปมา
ตอ่ เรียงอนั ดบั หรืออนุกรมกบั แหล่งจ่ายไฟฟ้า โดยมีกระแสไฟฟ้า(Current)ไหลผา่ นเพียงเส้นเดียวทางเดียว
เทา่ กนั ตลอด แรงดนั ตกคร่อมตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั จะแตกต่างกนั กลา่ วคอื ความตา้ นทานตวั ใดมีคา่ มากจะมี
แรงดนั ตกคร่อมมาก
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ฟ้าวงจรอนุกรม
คาศัพท์สาคัญ
6. วงจรไฟฟ้า (องั กฤษ: electrical circuit) หมายถึง การเชื่อมตอ่ กนั ของอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ในรูปวงจร
ปิ ดทาใหเ้ กิดการไหลของกระแสไฟฟ้าข้ึน ซ่ึงโครงข่ายไฟฟ้าที่ประกอบไปดว้ ยอุปกรณ์ 2 ตวั หรือมากวา่
ไม่จาเป็ นท่ีจะเป็ นวงจรไฟฟ้า
7. วงจรปิ ด (Closed Circuit) กระแสไฟฟ้าไหลออกจากแหล่งกาเนิด ผา่ นไปตามสายไฟ แลว้ ผา่ น สวิทชไ์ ฟ
ซี่งแตะกนั อยู่ (ภาษาพดู วา่ เปิ ดไฟ) แลว้ กระแสไฟฟ้าไหลตอ่ ไปผา่ นดวงไฟ แลว้ ไหลกลบั มาที่
แหลง่ กาเนิดอีกจะเห็นไดว้ า่ กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผา่ นไดค้ รบวงจร หลอดไฟจึงติด
8. ตวั นาไฟฟ้า (Conductor) ทาหนา้ ที่เป็นตวั กลาง กระไหลผา่ นไปยงั โหลดไดโ้ ดยสะดวก ตวั นาไฟฟ้าใน
ท่ีน้ีหมายถึง สายไฟฟ้า (Wire)
จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ทัว่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7. เพื่อใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั วงจรอนุกรม (ด้านความรู้)
8. เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน วงจรอนุกรม (ด้านทักษะ)
9. เพื่อใหม้ ีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาที่กาหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
10. อธิบายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้า ได้ (ด้านความรู้)
11. บอกคุณลกั ษณะของวงจรอนุกรม ได้ (ด้านทักษะ)
12. คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรอนุกรมได้ (ด้านทักษะ)
13. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
14. ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้(ทฤษฎี)
5. อธิบายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้า ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
วงจรไฟฟ้า (Electric Circuit) แบง่ ออกเป็น 3 ลกั ษณะ คือ วงจรอนุกรม วงจรขนาน และวงจรผสม ในหน่วย
การเรียนน้ีจะกล่าวถึงเฉพาะวงจรอนุกรมเท่าน้ัน สาหรับเร่ืองราววงจรขนานและวงจรผสม จะกล่าวในลาดบั
ถดั ไป
องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า
1. แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) ทาหน้าท่ีเป็ นตวั จ่ายแรงดันฟ้าให้กับอุปกรณ์ทางไฟฟ้าหรือเรียกว่าโหลด
(Load) หรืออาจจะเรียกว่า ภาระทางไฟฟ้า ก็นิยมเรียกเช่นกนั ถา้ หากไม่มีแหลง่ จ่ายไฟฟ้า กจ็ ะไม่มีกระแส
ฟ้าไหลในวงจร แหล่งจ่ายไฟจึงเปรียบเสมือนแทง้ คน์ ้าขนาดใหญ่
2. ตวั นาไฟฟ้า (Conductor) ทาหนา้ ท่ีเป็ นตวั กลาง เพ่ือให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านโหลดได้โยสะดวก ตวั นา
ไฟฟ้าในท่ีน้ีจึงหมายถึง สายไฟฟ้า (Wire) นนั่ เอง
3. ภาระทางไฟฟ้า หรือโหลด (Load) ทาหนา้ ที่รับเอาพลงั งานไฟฟ้า เพื่อมาเปลี่ยนเป็นพลงั งานชนิดอื่น ท้งั น้ี
เป็นไปตามคุณลกั ษณะของโหลดชนิดน้ัน ๆ เช่น ถา้ โหลดคือ หลอดไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนจากพลงั งานไฟฟ้า
เป็นพลงั งานแสงสว่าง หรือถา้ เป็นเตารีดไฟฟ้า ก็จะเปลี่ยนจากพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลงั งานความร้อน เป็น
ตน้
6. บอกคุณลกั ษณะของวงจรอนุกรม ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
วงจรอนุกรม
วงจรอนุกรมหมายถึงวงจรที่มีอิลิเมนตต์ า่ ง ๆ ต่อเรียงกนั และถดั กนั ไปเร่ือย ๆ โดยการนาเอาปลายดา้ น
หน่ึงของอิลิเมนตต์ วั แรกต่อกบั ปลายดา้ นหน่ึงของอิลิเมนตต์ วั ที่สองและปลายดา้ นหน่ึงของอิลิเมนตต์ วั ท่ี
สอง ต่อกบั ปลายดา้ นหน่ึงของอิลิเมนตต์ วั ท่ีสามและต่อกนั ไปเรื่อย ๆ จนมีลกั ษณะเป็นลกู โซ่ ดงั แสดงในรูป
ที่ 1 จะพจิ ารณาเห็นไดว้ า่ ปลายดา้ นหน่ึงของความตา้ นทาน R1 และ R2 จะต่อกบั ปลายดา้ นหน่ึงของความ
ตา้ นทาน R2 และ ปลายอีกดา้ นหน่ึงของท้งั ความตา้ นทาน R และ R2 จะตอ่ เขา้ กบั แบตเตอร่ี E โดยที่ความ
ตา้ นทาน R1 ความตา้ นทาน R2 และแบตเตอรี่ E จะต่ออนุกรมกนั ท้งั หมด และในวงจรจะมีกระแส I ไหล
เพียงค่าเดียวเท่าน้นั ฉะน้นั กระแสท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน R1 ความตา้ นทาน R2 และแบตเตอร่ี จะมีค่า
เท่ากนั ม
การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
ในวงจรไฟฟ้าถา้ มีตวั ตา้ นทานมากกว่า 1 ตวั ตอ่ เรียงอนั ดบั หรืออนุกรมกบั แหล่งจ่ายไฟฟ้าเรียกวา่
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม ( Series Circuit ) ดงั แสดงในรูปท่ี 2
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
จากรูปที่ 2 จะพิจารณาไดว้ า่ ตน้ ของตวั ตา้ นทาน ( Resistor) ตวั ท่ีหน่ึง หรือ R 1 ตอ่ เขา้ กบั แหลง่ จ่าย
ไฟตรงดา้ นข้วั บวก ( + ) และปลายดา้ นของตวั ตา้ นทาน ตวั ที่หน่ึงต่อเขา้ กบั ตน้ ของตวั ความตา้ นทานตวั ท่ีสอง
หรือ R 2 และปลายของตวั ตา้ นทานตวั ท่ีสองตอ่ เขา้ กบั ตน้ ของความตา้ นทานตวั ที่สามหรือ R 3 ต่อเขา้ กบั
แหล่งจ่ายไฟตรงดา้ นข้วั ลบ ( - ) ครบวงจรที่ข้วั ลบ ของแหลง่ จ่ายไฟตรง ทาใหม้ ีกระแสไฟฟ้า ( Current ) ไหล
วงจร ในลกั ษณะของวงจรอนุกรม จะมีกระแสไฟฟ้าไหลเพียงคา่ เดียวเท่าน้นั เพราะกระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั
ตา้ นทาน R1 , R2 และ R3
คือกระแสไฟฟ้าเดียวกนั และมีค่าเท่ากบั กระแสไฟฟ้าในวงจรรวมท้งั หมด ( Current Total ใชอ้ กั ษรยอ่ IT ) แต่คา่
แรงดนั ไฟฟ้ารวมท้งั หมดของวงจร ( Voltage Total ใชอ้ กั ษรยอ่ ET) จะเทา่ กบั แรงดนั ไฟฟ้าที่ตกคร่อม ตวั
ตา้ นทาน R1, R2 และ R3 รวมกนั จากหลกั การดงั กลา่ วจะได้
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
เมื่อนาเซลลไ์ ฟฟ้ามาต่อกนั แบบอนุกม จะทาใหไ้ ดแ้ รงดนั มากข้ึน ถา้ หากวา่ แรงดนั ของเซลลไ์ ฟฟ้าแตล่ ะ
เซลลม์ ีทิศทางเดียวกนั ส่วนความตา้ นทานภายในของเซลลไ์ ฟฟ้าแตล้ ะเซลล์ เมื่อนามารวมกนั จะมีค่าเทา่ กบั
ความตา้ นทานภายในของวงจร
การขยายยา่ นการวดั ของโวลตม์ ิเตอร์
ปกติโวลตป์ ระกอบดว้ ยเคร่ืองมือวดั แบบขดลวดหมุนท่ีมีตวั ตา้ นทานต่ออนุกรมกบั ขดลวดหมุน ซ่ึงการ
เคล่ือนท่ีของเขม็ บนสเกลน้นั ข้ึนอยกู่ บั คา่ ของกระแสที่ไหลผา่ นตวั ขดลวดหมนุ โดยทวั่ ไปแลว้ ค่าของกระแสที่ไป
ทาใหเ้ ขม็ ของมลั ติมิเตอร์ช้ีเต็มสเกลน้นั มีคา่ เทา่ กบั 50 ไมโครแอมแปร์ หรืออาจจะมีค่ามากกวา่ น้ีกไ็ ด้ ข้ึนอยกู่ บั
บริษทั ผผู้ ลิตออกแบบสร้างมา
ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)
5. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 3
6. ใบงาน หน่วยที่ 3
• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)
3. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
4. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในท้องถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน
7. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 7. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา
รายวิชา วธิ ีการใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเร่ือง วงจร รายวิชา วิธีการใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเรื่อง สวงจร
อนุกรม อนุกรม
8. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 8. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ
เรียนท่ี 3 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกันทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 3 และการให้ความร่วมมือใน
เรียนการสอน การทากิจกรรม
9. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั วงจร 9. ผู้เรี ยนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกับ วงจร
อนุกรม อนุกรม
2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที )
7. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวธิ ีการใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 2 วงจรอนุกรม และ สอน หน่วยที่ 3 วงจรอนุกรม และให้ผูเ้ รียนศึกษา
ให้ผู้เรี ยนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วงจร เอกสารประกอบการสอน วงจรอนุกรม หน่วยที่ 3 55-
อนุกรม หน่วยท่ี 3 หนา้ ท่ี 55-66 66
8. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ วงจร
วงจรอนุกรม ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอร์ อนุกรมา ตามที่ไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
ช่วยสอน สอน
9. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )
5. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 5. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยที่ 3 หนา้ ที่ 62 เรื่อง วงจรอนุกรม ท่ี 2 หนา้ ท่ี 62 เร่ือง วงจรอนุกรม
6. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 6. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต
4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
7. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน 9. ผูส้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพอ่ื ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
8. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 10. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยท่ี 3 หนา้ 62-65 ที่ 3 หนา้ 62-65
9. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบงาน หน่วยท่ี 3 หน้า 11. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 3 หนา้ 66-69
66-69 12. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย
บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้ึน
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยท่ี 3
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 3 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน
หน่วยที่ 3
ขณะเรียน
7. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 3
8. ปฏิบตั ิตามใบงาน
9. ร่วมกนั สรุป “วงจรอนุกรม”
หลงั เรียน
5. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
6. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 3
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
กิจกรรมที่ 3 เรื่อง วงจรอนุกรม
สมรรถนะที่พงึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วงจรอนุกรม
9. วเิ คราะห์และตีความหมาย
10. ต้งั คาถาม
11. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
12. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม
ปลกู ฝังคุณธรรม จริยธรรม
สมรรถนะการปฏบิ ัติงานอาชีพ
1.คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ฟ้าวงจรอนุกรม
สมรรถนะการขยายผล
-
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อส่ิงพมิ พ์
7. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรอนุกรม (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง
พฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
8. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 3 เรื่อง วงจรอนุกรม(ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนข้นั ให้
ความรู้ เพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
9. แบบประเมินผูเ้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2
ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
3. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เร่ือง วงจรอนุกรม
สื่อของจริง
3. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศึกษา
-
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
9. บรู ณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สงั คมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
10. บูรณาการกบั วชิ าการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
11. บรู ณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
12. บูรณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
5. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 3
6. สังเกตการทางาน
หลงั เรียน
7. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
8. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 3
9. ตรวจใบงาน
คาถาม
5. วงจรไฟฟ้าประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
6. องคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้ามีก่ีอยา่ งอะไรบา้ ง
7. วงจรอนุกรม (Series Circuit) มีความหมายวา่ อยา่ งไร
ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 3 เร่ือง วงจรอนุกรม
สมรรถนะที่พงึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วงจรอนุกรม
9. วิเคราะห์และตีความหมาย
10. ต้งั คาถาม
11. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
12. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้า ได้
7. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้า จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรอนุกรม ได้
6. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
7. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรอนุกรม จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
7. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
8. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ
อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์
ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ี
น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เครื่องมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง
คมุ้ คา่ และประหยดั จะได้ 2 คะแนน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 3
เร่ือง วงจรอนุกรม
คาสั่ง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
1.คณุ ลกั ษณะที่เด่นชดั ที่สุดของวงจรอนุกรม คือขอ้ ใด
ก. แรงดนั ไฟฟ้าเท่ากนั ท้งั วงจร
ข. กระแสไฟฟ้ามีเพยี งค่าเดียวเทา่ กนั ท้งั วงจร
ค. กาลงั ไฟฟ้ามีเพยี งค่าเดียวเท่ากนั ท้งั วงจร
ง. กระแสไฟฟ้าไหลไดห้ ลายทิศทาง
2. วงจรอนุกรมเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ อะไร
ก. วงจรบริดจ์
ข. วงจรคร่อม
ค. วงจรอนั ดบั
ง. วงจรเฉียง
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 3 - 6
3. กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน 1Ω มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.5 A
ข. 1A
ค. 2 A
ง. 3 A
4. กระแสไฟฟ้าที่ผา่ นความตา้ นทาน 3Ω มีคา่ เท่าใด
ก. 2 A
ข. 1.5 A
ค. 1 A
ง. 0.5 A
5. กระแสไฟฟ้ารวมท้งั หมดของวงจร (I) มีคา่ เท่าใด
ก. 1 A
ข. 2 A
ค. 3 A
ง. 6 A
6. ความตา้ นทานรวม (RT) ของวงจรมีค่าเทา่ ใด
ก. 3 Ω
ข. 4 Ω
ค. 5 Ω
ง. 6 Ω
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 7 - 10
7. กระแสไฟฟ้ารวมท้งั หมดของวงจร (I) มีคา่ เท่าใด
ก. 0.1 A
ข. 1 A
ค. 2 A
ง. 3 A
8. แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อม ความตา้ นทาน 2 Ω มีคา่ เทา่ ใด
ก. 1 V
ข. 1.5 V
ค. 2 V
ง. 3 V
9. แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อม ความตา้ นทาน 3 Ω มีคา่ เท่าใด
ก. 2 V
ข. 2.5 V
ค. 3 V
ง. 5 V
10. กาลงั ไฟฟ้าที่ความตา้ นทาน 5 Ω มีคา่ เทา่ ใด
ก. 5 W
ข. 10 W
ค. 13 W
ง. 15 W
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 3
เรื่อง วงจรอนุกรม
คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
1. ข
2. ค
3. ข
4. ค
5. ก
6. ง
7. ข
8. ค
9. ค
10. ก
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมสี ่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บนั ทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 3 วงจรอนุกรม
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนกั เรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 4
สอนสปั ดาหท์ ่ี 6
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี คาบรวม 4
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
ช่ือหน่วย วงจรขนาน (Parallel Circuit)
ช่ือเรื่อง วงจรขนาน (Parallel Circuit) จานวนคาบ 4
หัวข้อเรื่อง
ด้านความรู้
10. บอกคุณลกั ษณะของวงจรขนาน
11. คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน
ด้านทกั ษะ
4. คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ฟ้าของวงจรขนาน
ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้
สาระสาคัญ
วงจรขนาน หมายถึง การนาความตา้ นทานหรือโหลดมาตอ่ คร่อมเขา้ ดว้ ยกนั (ตน้ ตอ่ กบั ตน้ และปลายตอ่ กบั
ปลาย)เช่น นาหลอดไฟฟ้าจานวน 5 หลอดมาต่อขนานกนั ถา้ หากมีหลอดใดหลอดหน่ึงดบั ไป จะไมม่ ีผลตอ่
หลอดอิ่น ๆ ท่ีเหลืออยู่
วงจรขนาน เรียกวา่ พาราเรล เซอร์กิต คอื การนาเอาตวั ตา้ นทานต้งั แต่สองตวั มาต่อขนานหรือคร่อมกบั
แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟฟ้า โดยมีแรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อมความตา้ นทานแต่และตวั เทา่ กนั และเทา่ กบั แหลง่ จ่าย
กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นความตา้ นทานแต่ละตวั จะไมเ่ ท่ากนั กลา่ วคอื ความตา้ นทานตวั ใดมีค่านอ้ ยจะมี
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นมาก
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
2. คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ฟ้าของวงจรขนาน
คาศัพท์สาคญั
1. โหลดหรือภาระทางไฟฟ้า คอื อปุ กรณ์ทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ ที่นามาต่อในวงจร เพอื่ ใช้
งาน เช่นตเู้ ยน็ , โทรทศั น์, พดั ลม, เครื่องปรับอากาศ, เตารีด, หลอดไฟ, ตวั ตา้ นทาน เป็นตน้
2. ฟิ วส์ คืออุปกรณ์ที่ทาหนา้ ที่ในการป้องกนั ไมใ่ หว้ งจรไฟฟ้า หรืออปุ กรณ์ไดร้ ับความเสียหาย
เน่ืองจากการทางานผิดปกติของวงจร เช่น โหลดเกิน หรือ เกิดการลดั วงจร เม่ือเกิดการผิดปกติฟิ วส์
จะทาหนา้ ท่ีในการเปิ ดวงจรท่ีเรียกวา่ ฟิ วส์ขาดนนั่ เอง
3. แหล่งจ่ายไฟฟ้า คอื อปุ กรณ์ท่ีทาหนา้ ที่ในการจ่ายแรงดนั และกระแสใหก้ บั วงจร เช่น แบตเตอรี่,
ถ่านไฟฉาย, เครื่องจ่ายไฟ, ไดนาโม และ เจนเนอร์เรเตอร์ เป็นตน้
จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ทัว่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
10. เพ่อื ใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั วงจรขนาน (ด้านความรู้)
11. เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน วงจรขนาน (ด้านทักษะ)
12. เพื่อใหม้ ีเจตคติท่ีดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถูกตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาที่กาหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
15. บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรขนาน ได้ (ด้านความรู้)
16. คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน ได้ (ด้านทักษะ)
17. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
18. ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้(ทฤษฎี)
7. บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรขนาน ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
วงจรขนาน หมายถึง การนาโหลดหรือตวั ตา้ นทาน (R) มาต่อคร่อมกันทุกตวั หมายถึง ตน้ ต่อกบั ตน้ ส่วน
ปลายก็ต่อกับปลาย จากน้ันนาต้นและปลายไปต่อคร่อมขนานกับแหล่งจ่ายไฟ (E) ดังน้ันจึงมีผลทาให้
แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อม (Voltage Drop)ที่ความตา้ นทานแต่ละตวั มีค่าเทา่ กนั
คุณลกั ษณะของวงจรขนาน
การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
วงจรไฟฟ้าท่ีมีตวั ตา้ นทานต้งั แต่ 2 ตวั หรือมากกวา่ ต่อขนานหรือตกคร่อมกบั แหลง่ จ่ายไฟฟ้า เรียกวา่
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน(Parallel Circuit ) ดงั แสดงในรูปท่ี 1
รูปท่ี1 วงจรไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน
จากวงจรรูปท่ี 1 จะพิจารณาไดว้ า่ ปลายขา้ งหน่ึงของตวั ตา้ นทาน ตวั ที่หน่ึง R1 ตวั ตา้ นทานตวั ที่สอง
R2 และตวั ตา้ นทานตวั ที่ R3 ตอ่ เขา้ ทางดา้ นข้วั บวก ( + ) ของแหลง่ จ่ายไฟตรง ( E ) และปลายอีกขา้ งหน่ึงของ
ตา้ นทาน ตวั ท่ีหน่ึง R1 ตวั ตา้ นทาน ตวั ท่ีสอง R2 และตวั ตา้ นทานตวั ท่ี R3 ต่อเขา้ ที่จุดเดียวกนั คือ ต่อเขา้ ทางดา้ น
ข้วั ลบ (-) ของแหลง่ จ่ายไฟตรง ( E ) ในการต่อวงจรไฟฟ้าลกั ษณะน้ีจะทาใหค้ ่าของความตา้ นทานรวมมีค่าเทา่ กบั
ผลรมของส่วนกลบั ของความตา้ นทานทกุ ตวั ที่ต่ออยใู่ นวงจรรวมกนั แรงดนั ไฟฟ้าที่ตกคร่อม ตวั ตา้ นทานตวั ที่
R1
ตวั ตา้ นทานท่ีสอง R2 และตวั ตา้ นทาน ตวั ท่ี R3 จะเท่ากนั และเท่ากบั แหลง่ จ่ายไฟตรงเพราะลกั ษณะน้ีกค็ อื
การนาตวั ตา้ นทานไปต่อคร่อมแหล่งจ่ายไฟตรงจึงทาให้แรงดนั ไฟฟ้าเทา่ กนั และกระแสไฟฟ้ารวมในวงจร
เท่ากบั กระแสไฟฟ้า ที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทานทุกตวั รวมกนั กระแสท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน แต่ละตวั ข้ึนอยกู่ บั
คา่ ความตา้ นทาน แต่ละตวั ข้ึนอยกู่ บั ค่าความตา้ นทาน โดยคา่ ความตา้ นทานมาก กระแสจะไหลผา่ นนอ้ ยถา้ ค่า
ความตา้ นทานนอ้ ยกระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นมาก ค่าความตา้ นทานเทา่ กนั กระแสไฟฟ้า ไหลผา่ นเท่ากนั ซ่ึง
เป็ นไปตามกฎของโอห์ม
ในลกั ษณะของวงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Circuit ) จะเห็นไดว้ า่ เม่ือคา่ ความตา้ นทานของตวั
ตา้ นทานตวั ใดๆในวงจรขนาน (Parallel Circuit ) เกิดขดั ขอ้ งหรือขาดกระแสกย็ งั สามารถไหลผา่ นความ
ตา้ นทานตวั อื่นๆไดเ้ หมือนเดิม
8. คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
การคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละสาขาและการคานวณหาคา่ ความตา้ นทายรวมจะเป็นไปตาม
คณุ ลกั ษณะของวงจรขนาน ซ่ึงแตกต่างจากวงจรอนุกรม
1. ค่าความตา้ นทานรวมของวงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Circuit ) มีค่าเท่ากบั ส่วนกลบั ของความ
ตา้ นทานรวมของวงจร เทา่ กบั ผลรวมของส่วนกลบั ของความตา้ นทานทุกตวั ท่ีต่ออยวู่ งจรไฟฟ้าแบบขนาน
2.กระแสไฟฟ้ารวมในวงจร จะเท่ากบั กระแสท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทานแต่ละตวั รวมกนั
IT = I1 + I2 + I3 +…………In
3.แรงดนั ไฟฟ้าท่ีตกคร่อม ตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั ในวงจรเท่ากนั และเท่ากบั แหล่งจ่ายไฟในวงจร
E = V1 = V2 =V3 =…………..Vn
4.ในกรณีท่ีมีตวั ตา้ นทาน ต่อขนานกนั สองตวั คา่ ความตา้ นทานรวมหาไดจ้ าก
หรือ
ตวั อย่างท่ี 1 จงแสดงวิธีการหาค่ากระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั กระแสไฟฟ้ารวม ( IT )และ
คา่ ความตา้ นทานรวม ( RT ) ในวงจร เมื่อตวั ตา้ นทาน R1 = 6 ตวั ตา้ นทาน R2 = 3 และแหล่งจ่ายไฟตรงมี
ค่าเท่ากบั 15 V
วธิ ที า สามารถหาค่าความตา้ นทานรวม RT จากสูตร
ค่าความตา้ นทานรวม RT = 2 Ω
คานวณหาคา่ กระแสไหลผา่ น R1 คอื I1 กระแสไหลผา่ น R2 คือ I2 และกระแสไฟฟ้ารวม IT
IT = I1 + I2 = 2.5 A + 5 A = 7.5 A
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ น RT คอื IT เท่ากบั 2.5 A
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ น R2 คือ I2 เทา่ กบั 5 A
กระแสไฟฟ้ารวม คือ IT เทา่ กบั 7.5 A
คานวณหาคา่ แรงดนั ตกคร่อม R1 คอื V1 แรงดนั ตกคร่อม R2 คือ V2 และแรงดนั ไฟฟ้ารวม VT
จะเห็นไดว้ า่ แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อมตวั ตา้ นทานแต่ละตวั รวมกนั จะมีคา่ เทา่ กบั แหล่งจ่ายแรงดนั ท่ีจ่าย
ใหก้ บั วงจร
ตัวอย่างที่ 2 จากวงจร จงหาคา่ ความตา้ นทานรวม ( RT ) กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั ( IR1
, IR2 , IR3 )และกระแสไฟฟ้ารวม (IT
วิธที า คานวณหาค่าความตา้ นทานรวมท้งั หมดของวงจร (RT) จากสูตร
คา่ ความตา้ นทานรวม ( RT ) เท่ากบั 1.455 kΩ
คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทานแต่ละตวั ( IR1 , IR2 ,IR3 ) และกระแสไฟฟ้ารวม ( IT )
IT = I1 + I2 + I3
IT = 9.26 mA + 4.464 mA + 3.472 mA
IT = 17.196 mA
IT =E = 25 V = 17.182 mA
RT 1.455 k
หรือ
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R 1 เท่ากบั 9.26 mA หรือ ( IR1 = 9.26 mA )
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R 2 เทา่ กบั 4.464 mA หรือ ( IR2 = 4.464 mA )
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R 3 เทา่ กบั 3.472 mA หรือ ( IR1 = 3.472 mA )
กระแสไฟฟ้ารวมในวงจรมีคา่ เท่ากบั 17.196 mA หรือ ( IT =17.196 mA )
ตวั อย่างท่ี 3 จากวงจร ใหค้ านวณหาคา่ ความตา้ นทานรวม ( RT ) กระแสไฟฟ้า I1, I2,I3 และ IT
วธิ ีทา
คานวณหาคา่ ความตา้ นทานรวม RT จากสูตร
1 = 1 +1 +1
RT R1 R2 R3
1= 1 + 1 +1
R T 2 k 540 k 1 k
1 = 0.5 k +1.85 k +1 k
RT
1 = 3.35 k
RT
คา่ ความตา้ นทานรวม ( RT) ในวงจรมีคา่ เท่ากบั 298 Ω
คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั ( I1, I2 , I3) และกระแสไฟฟ้ารวมท้งั หมด (IT )
I1 = E = 17 V = 8.5 mA
R1 2 k
I2 = E = 17 V = 31.48 mA
R2 0.54 k
I3 = E = 17 V = 17 mA
R 3 1 k
IT = I1 + I2 + I3
IT = 8.5 mA + 31.48 mA + 17 mA
IT = 56.98 mA
หรือ
IT = E = 17 V = 57.04 mA
RT 0.298 k
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R 1 เทา่ กบั 8.5 mA หรือ ( IR1 = 8.5 mA )
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R 2 เทา่ กบั 31.48 mA หรือ ( IR2 = 31.48 mA )
ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)
7. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 4
8. ใบงาน หน่วยท่ี 4
• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 4-5)
4. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
5. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในท้องถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน
10. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 10. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา
รายวชิ า วิธีการใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเรื่อง วงจร รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ืองวงจร
ขนาน ขนาน
11. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 11. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การ
เรียนที่ 4 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกันทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนที่ 4 และการให้ความร่วมมือใน
เรียนการสอน การทากิจกรรม
12. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั วงจร 12. ผเู้ รียนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกบั วงจรขนาน
ขนาน 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
10. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น สอน หน่วยท่ี 4 วงจรขนาน และให้ผูเ้ รียนศึกษา
เอกสารประกอบการสอน วงจรขนาน หน่วยท่ี 4
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 4 วงจรขนาน และ หนา้ ที่ 71 - 83
ใหผ้ เู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วงจรขนาน
หน่วยที่ 4 หนา้ ที่ 71 - 83 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับ วงจร
ขนาน ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
11. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ
วงจรขนาน ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
ช่วยสอน
12. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )
7. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 7. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยที่ 4 หนา้ ท่ี 79 เร่ือง วงจรขนาน ที่ 4 หนา้ ท่ี 79 เรื่อง วงจรขนาน
8. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 8. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต
4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
10. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 13. ผูส้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
11. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 14. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยที่ 4 79 - 82 ท่ี 4 หนา้ 79 - 82
12. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 4 หน้า 15. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ที่ 4 หนา้ 83 - 85
83 - 85 16. ผู้เรี ยนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย
บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนที่จดั ทาข้ึน
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานท่มี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยท่ี 4
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 4 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน
หน่วยท่ี 4
ขณะเรียน
10. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 4
11. ปฏิบตั ิตามใบงาน
12. ร่วมกนั สรุป “วงจรอนุกรม”
หลงั เรียน
7. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
8. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 4
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
กิจกรรมที่ 4 เร่ือง วงจรขนาน
สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วงจรขนาน
13. วเิ คราะห์และตีความหมาย
14. ต้งั คาถาม
15. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
16. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม
ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม
สมรรถนะการปฏบิ ตั ิงานอาชีพ
1.คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน
สมรรถนะการขยายผล
-
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
10. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรขนาน (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง
พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
11. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 4 เรื่อง วงจรขนาน(ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนข้นั ให้
ความรู้ เพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
12. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2
ส่ือโสตทศั น์ (ถ้ามี)
4. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วงจรขนาน
ส่ือของจริง
4. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศึกษา
-
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
13. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
14. บูรณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
15. บรู ณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
16. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
7. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 4
8. สงั เกตการทางาน
หลงั เรียน
10. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
11. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 4
12. ตรวจใบงาน
คาถาม
8. วงจรขนาน หมายถึง
9. คุณลกั ษณะของวงจรขนานมีก่ีขอ้ อะไรบา้ ง
ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 4 เร่ือง วงจรขนาน
สมรรถนะที่พงึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั วงจรอนุกรม
13. วเิ คราะห์และตีความหมาย
14. ต้งั คาถาม
15. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
16. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรขนาน ได้
10. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
11. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
12. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกคณุ ลกั ษณะของวงจรขนาน จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 คานวณคา่ กระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน ได้
8. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
9. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณค่ากระแส แรงดนั และกาลงั ไฟฟ้าของวงจรขนาน จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
10. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
11. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
12. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ
อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์
ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่
น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เคร่ืองมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง
คุม้ ค่าและประหยดั จะได้ 2 คะแนน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 4
เรื่อง วงจรขนาน
คาส่ัง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
1.คณุ ลกั ษณะที่เด่นชดั ท่ีสุดของวงจรขนาน คือขอ้ ใด
ก. กระแสไฟฟ้าเท่ากนั ท้งั วงจร
ข. แรงดนั ไฟฟ้ามีเพยี งค่าเดียวกนั ท้งั วงจร
ค. กาลงั ไฟฟ้ามีคา่ ต่ากวา่ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
ง. กาลงั ไฟฟ้ารวมของวงจรมีค่าเทา่ กบั แรงดนั ของแหล่งจ่ายไฟ
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอคาถามขอ้ ที่ 2 - 5
2. ความตา้ นทานรวมของวงจร มีคา่ เทา่ ใด
ก. 1 Ω
ข. 1.2 Ω
ค. 2 Ω
ง. 5 Ω
3.กระแสไฟฟ้า I2 มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.1 A
ข. 0.2 A
ค. 0.4 A
ง. 0.5 A
4.กระแสไฟฟ้า I1 มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.1 A
ข. 0.3 A
ค. 0.4 A
ง. 0.6 A
5. กระแสไฟฟ้ารวมท้งั หมดของวงจร มีค่าเท่าใด
ก. 3 A
ข. 2 A
ค. 1.2 A
ง. 1 A
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ 6 - 10
6. กระแสไฟฟ้า I1 มีคา่ เท่าใด
ก. 1 mA
ข. 2 A
ค. 3 A
ง. 3.5 A
7.กระแสไฟฟ้า I2 มีค่าเท่าใด
ก. 1 A
ข. 2 A
ค. 3.5 A
ง. 5 m A
8. กระแสไฟฟ้า I3 มีคา่ เท่าใด
ก. 0.2 A
ข. 0.5 mA
ค. 1.5 A
ง. 2.5 A
9. ความตา้ นทานรวม มีค่าเท่าใด
ก. 3.07 kΩ
ข. 17.33 kΩ
ค. 13.33 kΩ
ง. 4 kΩ
10. กระแสไฟฟ้ารวมท้งั หมดของวงจรมีค่าเท่าใด
ก. 4 A
ข. 4.5 A
ค. 6.5 mA
ง. 8.2 mA
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่แี ปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 4
เร่ือง วงจรขนาน
คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
11. ข
12. ข
13. ค
14. ง
15. ง
16. ก
17. ง
18. ข
19. ก
20. ค
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมสี ื่อ / อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไมป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บันทึกหลงั การสอน
หน่วยท่ี 4 วงจรขนาน
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด