The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prateep.r, 2022-01-25 00:31:37

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 105 นาที )

19. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 19. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยที่ 10 หน้าท่ี 179 เร่ือง กฎของเคอร์ ที่ 10 หนา้ ท่ี 179 เร่ือง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

ชอฟฟ์ 20. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เนต็

20. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 37. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

28. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน เพอ่ื ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั 38. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

29. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ ที่ 10 หนา้ 179 - 181

เรียนรู้ หน่วยท่ี 10 หนา้ 179 - 181 39. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 10 หนา้ 182 - 185

30. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยท่ี 9 หน้า 40. ผู้เรี ยนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

182 - 185 บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้นึ

(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2)

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยท่ี 10
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 10 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยท่ี 10

ขณะเรียน

28. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 10
29. ปฏิบตั ิตามใบงาน
30. ร่วมกนั สรุป “กฎของเคอร์ชอฟฟ์ ”

หลงั เรียน

19. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
20. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 10

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

กิจกรรมที่ 10 เร่ือง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั กฎของเคอร์ชอฟฟ์
37. วิเคราะห์และตีความหมาย
38. ต้งั คาถาม
39. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
40. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม

ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม

สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชีพ

1.วเิ คราะห์วงจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์

สมรรถนะการขยายผล

-

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

สื่อสิ่งพมิ พ์
28. เอกสารประกอบการสอนวิชา กฎของเคอร์ชอฟฟ์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง

พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
29. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 10 เร่ือง กฎของเคอร์ชอฟฟ์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอน

ข้นั ใหค้ วามรู้ เพื่อใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
30. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2

สื่อโสตทศั น์ (ถ้ามี)
10. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

สื่อของจริง
10. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา
-

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

37. บูรณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้

38. บรู ณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
39. บรู ณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
40. บูรณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
-

ขณะเรียน
19. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 10
20. สงั เกตการทางาน

หลงั เรียน
28. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
29. ตรวจกิจกรรม หน่วยท่ี 10
30. ตรวจใบงาน

คาถาม

20. เคอร์ชอฟฟ์ คือใคร
21. เคอร์ชอฟฟ์ ไดท้ าการสรุปกฎไวก้ ่ีขอ้ อะไรบา้ ง

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 10 เร่ือง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั กฎของเคอร์ชอฟฟ์
37. วเิ คราะห์และตีความหมาย
38. ต้งั คาถาม
39. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
40. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายการแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์ ได้

28. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

29. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

30. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายการแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์ จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 วิเคราะห์วงจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์ ได้

20. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

21. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : วิเคราะห์วงจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์ จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ

อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

28. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

29. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

30. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ

อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์

ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่

น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคมุ้ คา่ และประหยดั

1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เคร่ืองมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง

คุม้ คา่ และประหยดั จะได้ 2 คะแนน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 10

เรื่อง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

คาสั่ง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
1.ขอ้ ใดกล่าวถึงกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ ไดถ้ กู ตอ้ ง

ก. กระแส I1 = กระแส I2
ข. แรงดนั ตกคร่อมความตา้ นทานเป็นศูนย์
ค. กระแสไหลเขา้ เท่ากบั กระแสไหลออก
ง. ผลรวมแรงดนั เท่ากบั ศูนย์
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 2 - 3
2. จากรูปขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. I1 = I2 + I4
ข. I1 + I3 = I2 + I4 + I5
ค. I1 + I2 = I3 + I4 + I5
ง. I3 + I4 = I2 + I5 + I1
3. ถา้ กระแสไฟฟ้า I1 = I2 =I3=I4 = 1A ถามวา่ กระแส I5 มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0 A
ข. 1 A
ค. 2 A
ง. 3 A
4. ขอ้ ใดกลา่ วถึงกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ ไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. ผลรวมทางพีชคณิตของกระแสไฟฟ้าในวงจรปิ ดใด ๆ มีคา่ เท่ากบั ศูนย์
ข. แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อมจุดใด ๆ มีคา่ เทา่ กบั ศนู ย์
ค. กระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นไดม้ ากกวา่ สองทิศทาง
ง. ผลรวมทางพชี คณิตของแรงดนั ไฟฟ้าในวงจรปิ ดใด ๆ มีค่าเทา่ กบั ศูนย์
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 5 - 7
5. จากกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ ขอ้ ใดเขียนไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. E1 = E2 = VR1 + VR2 + VR3
ข. E2 = E1 = VR1 + VR2 + VR3
ค. E2 = VR1 + VR2
ง. E1 = E2 – VR1 – VR3

6. ถา้ VR = 5 V และ VR = 4V ถามวา่ VR2 มีค่าเท่าใด
ก. 0 V ข. 1 V

ค. 2 V ง. 3 V

7. ถา้ VR 1 = VR3 = 4 V ถามวา่ VR2 มีคา่ เท่าใด
ก. 0 V ข. 1 V

ค. 2 V ง. 3 V

จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 8 -10

8. จากรูป เม่ือพิจารณาดว้ ยกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ น R3 คือขอ้ ใด
ก. I1 – I2
ข. I2 – I1
ค. I1 + I2
ง. I3 – I2

9. สมการวงรอบ ABD ตามกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ คอื ขอ้ ใด

ก. E1 = E2
ข. E1 = VR1 + VR2
ค. E2 = VR1 + VR3
ง. E1 = VR1 + VR3
10. สมการวงรอบ ABCD ตามกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ คือขอ้ ใด

ก. E2 = VR3 + VR2
ข. E2 = VR2 + VR3
ค. E2 = VR2 + VR1
ง. E1 = VR2 + VR3

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทีแ่ ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ

ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 10
เรื่อง กฎของเคอร์ชอฟฟ์

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

71. ค
72. ข
73. ก
74. ง
75. ข
76. ข
77. ค
78. ค
79. ง
80. ข

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมสี ่ือ / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทกึ หลงั การสอน

หน่วยท่ี 10 กฎของเคอร์ชอฟฟ์

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพือ่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 11
สอนสัปดาห์ที่
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 13
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4

ชื่อหน่วย ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

ช่ือเร่ือง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ จานวนคาบ 4

หัวข้อเร่ือง
ด้านความรู้
24. อธิบายการเขียนสมการภายในวงรอบ
25. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

ด้านทกั ษะ
2. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้

สาระสาคัญ
ทฤษฎีเมชเคอร์เรนตถ์ กู พฒั นาข้ึนเพ่ือแกป้ ัญหาความยงุ่ ยากในการกาหนดตวั แปร ตามกฎของเคอร์ชอฟฟ์

กลา่ วคอื สามารถกาหนดทิศทางการไหลของกระแสไดอ้ ยา่ งอิสระ และภายใน 1 ลปู ตะมีกระแสเพีนงคา่ เดียว
ไม่ตอ้ งกงั วลเรื่อการกาหนดตวั แปร

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
2. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

คาศัพท์สาคญั
21. เจมส์ คลาค แมกซ์เวลล์ ( James Clack Maxwell ) นกั ฟิ สิกส์ชาวองั กฤษไดค้ ิดคน้ วธิ ีการแกป้ ัญหาโจทย์
เกี่ยวกบั วงจรไฟฟ้า
22. เมชเคอร์เรนต์ (Mesh Current) หรือ ลูปเคอร์เรนต์ (Loop Current) เป็นขบวนการหรือวิธีการอีกรูปแบบ
หน่ึงที่พฒั นาข้ึนมากจากกฎของเคอร์ชอฟฟ์

จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ท่วั ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
31. เพื่อใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต(์ ด้านความรู้)
32. เพอื่ ใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต(์ ด้านทักษะ)
33. เพ่ือใหม้ ีเจตคติท่ีดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาที่กาหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
• จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
43. อธิบายการเขยี นสมการภายในวงรอบ ได้ (ด้านความรู้)
44. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ ได้ (ด้านทักษะ)
45. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
46. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรมพอเพยี ง) /บูรณาการเศรษฐกิจ

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎี)

21. อธิบายการเขยี นสมการภายในวงรอบ ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ คดิ คน้ ข้นึ มาโดย เจมส์ คลาก แมก็ ซ์เวลล์ (James Clerk Maxwell ค.ศ. 1831 - 1879) นกั
ฟิ สิกส์ชาวองั กฤษ โยพฒั นาข้ึนมาจากกฎของเครอช์ อฟฟ์ ท่ีมีความยุง่ ยากในการแยกย่อยกระแสไฟฟ้าออก
เม่ือวงจรมีหลายวงจรหรือหลายลูป แต่วิธรของเมชเคอร์เรนต์จะใชก้ ารสมมติกระแสไฟฟ้าไหลในแต่ละ
วงรอบ ในทิศทางใดก็ได้ เป็นอิสระตอ่ กนั เรียกอีกอยา่ งวา่ วธิ ีลปู (Loop Method)

การเขียนสมการภายในวงรอบแบบแยกเขยี น
1. สมมติทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงรอบหรือภายในลูป จะกาหนดทิศทางทวนเข็มนาฬิกาหรือ
ทิศทางตามเขม็ นาฬิกากไ็ ด้ เป็นอิสระ
2. กาหนดข้วั ของแหล่งจ่ายแรงดนั และทิศทางท่ีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น
3. เขยี นสมการแรงดนั ไฟฟ้า โดยไล่แต่ละวงรอบหรือแตล่ ะลูป ดว้ ยกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ (KVL) ขอ้
ควรคานึงถึงคอื ถา้ ไลว่ งรอบแลว้ มิทิศทางตรงขา้ มหรือสลบั ข้วั ใหใ้ ส่เป็นเครื่องหมายลบ
4. แกส้ มการคาตอบ
22. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)

รูปที่ 1
จากวงจรรูปที่ 1 กระแสไฟฟ้าที่ไหลในแต่ละสาขาของวงจรคือ กระแสไฟฟ้าไหลวน I1 และ I2 นน่ั เอง แต่
กระแสไฟฟ้าที่ไหลในบางสาขาจะไดม้ าจากผลรวมระหวา่ งกระแสไฟฟ้าไหลวน I1 และ I2 ดงั จะเห็นวา่
กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั ความตา้ นทาน R1 มีค่าเท่ากบั กระแสไฟฟ้า I1 กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R2
มีค่าเทา่ กบั กระแสไฟฟ้า I2 ส่วนกระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R3 มีค่าเท่ากบั I1+I2
จากกฎแรงดนั ของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff Voltage Law) สามารถเขียนสมการไดด้ งั น้ี
ในวงที่ 1 ใชก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I1 เป็นหลกั ในการเขยี นสมการจะได้

( )R1I1 + R3 I1 +I 2 = E1

( )R1 + R3 I1 + R3I 2 = E1
ในวงท่ี 2 ใชก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I2 เป็นหลกั ในการเขยี นสมการจะได้

( )R2I 2 + R3 I1 +I 2 = E2
( )R3I1 + R2 + R3 I 2 = E2
จากวงจรในรูปที่ 1 ถา้ กาหนดใหค้ า่ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R3 เพยี งค่าเดียวเรากเ็ ลือก
กระแสไฟฟ้าไหลวนใหม่ โดยสมมติใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I1 และ I2 มีทิศทางดงั รูปท่ี 2

รูปที่ 2
จากวงจรรูปท่ี 2 พิจารณาเห็นวา่ เมื่อคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้าไหลวน I1 ออกมาแลว้ จะไดค้ ่ากระแสไฟฟ้า
ที่ไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R3 ในทนั ทีเพราะกระแสไฟฟ้า I1 ก็คอื กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R3 นน่ั เอง โดย
ไม่จาเป็นตอ้ งคานวณหาคา่ ของกระแสไฟฟ้า I2 ซ่ึงการสมมติกระแสไฟฟ้าไหลวนแบบน้ี จะช่วยลดข้นั ตอนใน
การแกป้ ัญหาโจทยใ์ หล้ ดนอ้ ยลงได้
จากรูปที่ 2 เม่ืออาศยั กฎแรงดนั ของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff Voltage Law) จะเขียนสมการไดด้ งั น้ี
ในวงท่ี 1 ใชก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I1 เป็นหลกั ในการเขยี นสมการจะได้

( )R1 + R3 I1 + R1I 2 = E1
ในวงที่ 2 ใชก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I2 เป็นหลกั ในการเขียนสมการจะได้

( )R1I1 + R1 + R2 I 2 = E1 − E2

ตัวอย่างที่ 1 จากวงจรรูปที่ 3 ให้แสดงวิธีการคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R1,R2 และ
R3 เมื่อแหลง่ จ่ายไฟตรง E1 มีค่า 7 V และแหลง่ จ่ายไฟตรง E2 มีค่า 3 V

รูปที่ 3

วธิ ีทา

สมมติใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลวน I1, I2 และ I3 มีทิศทางดงั รูปที่ 12.3
จากกฎแรงดนั ของเคอร์ชอฟฟ์ จะเขียนสมการไดด้ งั น้ี

ในวงที่ 1 จะได้ R1I1 = E1 ……………………………………. (1)
1I1 = 7 …………………………………… (2)

ในวงที่ 2 จะได้ R2I2 = E1 – E2
2.2I2 = 7 – 3

ในวงที่ 3 จะได้ R3I3 = E2

3.3I3 = 3 …………………………………… (3)
ใชเ้ มตริกซแ์ ละดีเทอร์มีแนนทแ์ กส้ มการ 3 ตวั แปร

1. นาสมการท่ี (1), (2) และ (3) เขยี นในรูปของเมตริกซ์จะได้

1 0 0  I1  7 
0 2.2  I  4 
0  2  = 

0 0 3.3  I3  3 

2. นาคา่ สมั ประสิทธ์ิของ I1, I2 และ I3 มาหาค่าของดีเทอร์มีแนนท์ (D) โดยการคูณไขวน้ น่ั คือคูณลง

เป็นบวกคูณข้ึนเป็นลบ โดยคูณใหค้ รบท้งั 3 ตาแหน่ง

D = (1 2.2 3.3)+(0 0 0)+ (0 0 0)-(0 2.2 0)-(0 0 1)-(3.3 0 0)
= 7.26+0+0-0-0-0
= 7.26
3. หาคา่ ตวั แปร I1 โดยการนาคอลมั นค์ ่าคงท่ีของสมการในขอ้ 1 แทนลงในคอลมั นส์ มั ประสิทธ์ิ I1 และ
หารดว้ ยดีเทอร์มีแนนท์ (D) ซ่ึงการหาคา่ I1 จะอาศยั การคูณไขว้

I1 = (7 2.2 3.3)+(0 0 3)+ (0 4 0)-(3 2.2 0)-(0 0 7)-(3.3 4 0) / D
= 50.82 / D
= 50.82 / 7.26
= 7 mA

4. หาคา่ ตวั แปร I2 โดยการนาคอลมั น์ค่าคงท่ีของสมการในขอ้ 1 แทนลงในคอลมั น์สัมประสิทธ์ิ I2
และหารดว้ ยดีเทอร์มีแนนท์ (D) ซ่ึงการหาคา่ I2 จะอาศยั การคูณไขวเ้ ช่นกนั

= ((1 4 3.3)+(7 0 0)+ (0 0 3)-(0 4 0)-(3 0 1)-(3.3 0 7))
= 13.2 / 7.26
= 1.818 mA
5.หาคา่ ตวั แปร I3 โดยการนาคอลมั นค์ า่ คงที่ของสมการในขอ้ 1 แทนลงในคอลมั น์สมั ประสิทธ์ิ I3 และหารดว้ ยดี
เทอร์มีแนนท์ (D) ซ่ึงการหาค่า I3 จะอาศยั การคูณไขวเ้ ช่นกนั

= ((1 2.2 5)+(0 4 0)+ (7 0 0)-(0 2.2 7)-(0 4 1)-(5 0 0)) / D
= 11 / 7.26
= 1.515 mA

ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)

21. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 11
22. ใบงาน หน่วยท่ี 11

• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)

11. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

12. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

31. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 31. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่ อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่องทฤษฎี

ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ เมชเคอร์เรนต์

32. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 32. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงค์การ

เรียนที่ 11 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนที่ 11 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

33. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎี 33. ผูเ้ รียนแสดงความรู้ความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎีเมช

เมชเคอร์เรนต์ เคอร์เรนต์

2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที )
31. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 11 ทฤษฎีเมชเคอร์ สอน หน่วยท่ี 11 ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์และให้ผูเ้ รียน
เรนต์ และให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ศึกษาเอกสารประกอบการสอน ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์
ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ หน่วยที่ 11 หนา้ ท่ี 187 - 201 หน่วยท่ี 11 หนา้ ที่ 187-201

32. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั อธิบายเกี่ยวกับ ทฤษฎี
ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรียน เมชเคอร์เรนต์ ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ช่วยสอน

33. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )

21. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 21. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยที่ 11 หนา้ ที่ 196 เร่ือง ทฤษฎีเมชเคอร์ ที่ 11 หนา้ ที่ 196 เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

เรนต์ 22. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต

22. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 41. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

31. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั 42. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

32. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ ท่ี 11 หนา้ 196-200

เรียนรู้ หน่วยท่ี 11 หนา้ 196-200 43. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 11 หนา้ 201-203

33. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยท่ี 11 หน้า 44. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

201-203 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้นึ

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 1-2)

(บรรลุจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร ส่ือการเรียนการสอนหน่วยที่ 11
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 11 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยท่ี 11

ขณะเรียน

31. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 11
32. ปฏิบตั ิตามใบงาน
33. ร่วมกนั สรุป “ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต”์

หลงั เรียน

21. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
22. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 11

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

กิจกรรมที่ 11 เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์
41. วิเคราะห์และตีความหมาย
42. ต้งั คาถาม
43. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
44. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม

ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม

สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชีพ

1.วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

สมรรถนะการขยายผล

-

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือส่ิงพมิ พ์
31. เอกสารประกอบการสอนวชิ า ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง

พฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
32. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 11 เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการ

สอนข้นั ใหค้ วามรู้ เพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
33. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
11. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

ส่ือของจริง
11. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา
-

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

41. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้

42. บูรณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
43. บูรณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
44. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
-

ขณะเรียน
21. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 11
22. สงั เกตการทางาน

หลงั เรียน
31. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
32. ตรวจกิจกรรม หน่วยท่ี 11
33. ตรวจใบงาน

คาถาม

22. ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ คิดคน้ ข้ึนโดยบคุ คลทา่ นใด
23. ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ ถูกพฒั นามาจากทฤษฎีใด

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 11 เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์
41. วิเคราะห์และตีความหมาย
42. ต้งั คาถาม
43. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
44. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายการเขียนสมการภายในวงรอบ ได้

31. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

32. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

33. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายการเขยี นสมการภายในวงรอบ จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ ได้

22. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

23. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ

อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

31. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

32. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

33. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ

อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์

ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่

น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั

1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง

คมุ้ ค่าและประหยดั จะได้ 2 คะแนน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 11

เร่ือง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

คาส่ัง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 1 – 4
1. กระแสไฟฟ้า I1 มีคา่ เท่าใด

ก. 0.18 A
ข. 0.28 A
ค. 0.38 A
ง. 0.48 A
2. กระแสไฟฟ้า I2 มีค่าเทา่ ใด
ก. 0.03 A
ข. 0.30 A
ค. 0.90 A
ง. 1.30 A
3. กระแสไฟฟ้าไหลผา่ น R3มีค่าเท่าใด
ก. 0.35 A
ข. 0.25A
ค. 0.15 A
ง. 0.03 A
4. ถา้ ผลลพั ธม์ ีค่ากระแสไฟฟ้าเป็นลบ หมายถึงอะไร
ก. กระแสไฟฟ้าท่ีแทจ้ ริง จะมีคา่ ลดลงเลก็ นอ้ ย
ข. กระแสไฟฟ้าที่แทจ้ ริง จะมีทิศทางตรงกนั ขา้ มที่สมมติข้ึนมา
ค. กระแสไฟฟ้าที่แทจ้ ริง จะมีคา่ เพิม่ ข้ึนเลก็ นอ้ ย
ง. เป็นค่าท่ีถกู ตอ้ ง
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 5 - 7
5. กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน R1 มีคา่ เท่าใด
ก. 1.11 A
ข. 0.22 A
ค. 0.33 A
ง. 0.44 A

6. กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นความตา้ นทาน 4 Ω มีคา่ เท่าใด
ก. 0.55 A
ข. 0.66 A
ค. 0.77A
ง. 0.88 A

7. กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน 6 Ω มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.22 A
ข. 0.33A
ค. 0.45A
ง. 0.55 A

จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 8 -10
8. กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นความตา้ นทาน R1 มีคา่ เทา่ ใด

ก. 0.14 A
ข. 0.33 A
ค. 0.74 A
ง. 0.91 A
9. กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน 6 Ω มีค่าเท่าใด
ก. 0.19 A
ข. 0.29 A
ค. 0.49 A
ง. 1.09 A
10. กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นความตา้ นทาน 8 Ω มีค่าเท่าใด
ก. 0.33 A
ข. 0.43 A
ค. 0.82 A
ง. 1.03 A

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสน ใจ แตข่ าดการ

ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 11
เรื่อง ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

81. ก
82. ก
83. ค
84. ข
85. ก
86. ข
87. ค
88. ค
89. ข
90. ง

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ่ือ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พยี งพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 11 ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุม่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 12
สอนสปั ดาหท์ ี่
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 14
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4

ช่ือหน่วย ทฤษฎีเทวินิน

ชื่อเรื่อง ทฤษฎีเทวนิ ิน จานวนคาบ 4

หวั ข้อเร่ือง
ด้านความรู้
26. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีเทวนิ ิน
27. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีเทวินิน

ด้านทักษะ
3. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวินิน

ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1. ความรับผดิ ชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้

สาระสาคญั
ทฤษฎีเทวนิ ิน ใชว้ เิ คราะห์วงจรไฟฟ้าเช่นเดียวกบั กฎของเคอร์ชอฟฟ์ และทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์ โดยทาเป็น

วงจรสมมูลท่ีต่ออนุกรมกนั ระหวา่ งแรงดนั เทียบเทา่ เทวนิ ิน ความตา้ นทานเทียบเทา่ เทวนิ ิน และโหลดท่ีตอ้ งการ
วเิ คราะห์หาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผา่ น

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวินิน

คาศัพท์สาคัญ
23. ทฤษฎีของเทวินิน ( Thevenin’s Theorem )ทฤษฎีของเทวินินเป็นวธิ ีในการแกป้ ัญหาในวงจรไฟฟ้าที่
ซบั ซอ้ น
24. แรงดนั ของเทวินิน (Thevenin Equivalent Voltage) เขยี นแทนดว้ ย Vth ส่วนค่าความตา้ นทานท่ีได้
แทนดว้ ย Rth
25. ทฤษฎีของเทวินิน (Thevenin’s Theorem) เป็นทฤษฎีท่ีลดความยงุ่ ยากในการวิเคราะหว์ งจรไฟฟ้าที่มี
องคป์ ระกอบประเภทต่าง ๆ จานวนมาก แต่ตอ้ งการหาคา่ ทางไฟฟ้าเพียงบางส่วนของ วงจรเทา่ น้นั

จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ทั่วไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

34. เพอื่ ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎีเทวนิ ิน(ด้านความรู้)
35. เพื่อใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน ทฤษฎีเทวินิน(ด้านทักษะ)
36. เพื่อใหม้ ีเจตคติที่ดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ

ภายในเวลาท่ีกาหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

47. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีเทวินิน ได้ (ด้านความรู้)
48. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีเทวินิน ได้ (ด้านทักษะ)
49. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรง

ตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
50. ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎี)

23. อธิบายข้นั ตอนการวเิ คราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีเทวินิน ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
ทฤษฎีของเทเวนิน เรียกวา่ เทเวนิน ธีโอร่ี เป็นวศิ วกร ชาวฝร่ังเศส ไดค้ น้ พบทฤษฎีท่ีสามารถแกป้ ัญหา

วงจรไฟฟ้า ท่ีจะตอ้ งสร้างสมการท่ียงุ่ ยาก ตอ้ งใชเ้ มทริกและดีเทอร์มิแนนทแ์ กส้ มการ ทฤษฎีของเทเวนินเหมาะ
สาหรับการหาคา่ กระแสไหลผา่ นตวั ตา้ นทานตวั ใดตวั หน่ึงท่ีคา่ ความตา้ นทานเปล่ียนไปแตก่ ย็ งั สามารถหา
คา่ กระแสไหลผา่ นความตา้ นทานน้นั ได้ โดยไมต่ อ้ งต้งั สมการใหม่เหมือนกฎของเคอร์ชอฟฟ์

ทฤษฎีเทวินินใช้ในการวิเคราะห์วงจรโครงข่ายเชิงเส้นหรือวงจรลิเนียร์ (Linear Circuit) กล่าวว่า ใน
วงจรไฟฟ้าใด ๆ สามารถยบุ รวมใหอ้ ยใู่ นรูปของแหลง่ กาเนิดแรงดนั ไฟฟ้า (Voltage Source) ตอ่ อนุกรมกบั ความ
ตา้ นทานเพียงตวั เดียว รวมกนั เรียกวา่ วงจรสมมูลของเทวนิ ิน
24. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวินิน ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
ทฤษฎีของเทวนิ ิน ( Thevenin’s Theorem )

กล่าวไวว้ า่ ในวงจรไฟฟ้าใดๆเราสามรถยบุ หรือรวมวงจรใหอ้ ยใู่ นรูปของแหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟฟ้า
(Voltage ) หน่ึงตวั และตวั ตา้ นทานหน่ึงตวั ได้ ซ่ึงเรียกวา่ วงจรสมมูลของเทวนิ ิน
( Thevenin Equivalent Circuit )

เมื่อ VTH = แรงดนั เทเวนิน
RTH = ความตา้ นทานเทวินิน

รูปที่ 1 วงจรสมมลู ของเทเวนิน ( Thevenin Equivalent Circuit )

หลกั การทฤษฎขี องเทวินิน ( Thevenin’s Theorem )

รูปท่ี 2

จากวงจรรูปที่ 2 สามารถนาเอาหลกั การทฤษฎีของเทเวนิน ( Thevenin’s Theorem ) มาใชเ้ ป็นข้นั ๆดงั น้ี
1. ปลดโหลด RL ออกจากจุด A – B
2. หาคา่ แรงดนั เทเวนิน VTH ซ่ึงเป็นแรงดนั ระหวา่ งจุด A- B นนั่ คือแรงดนั ไฟฟ้าท่ีตกคร่อม ตวั
ตา้ นทาน R2 นน่ั เอง ดงั แสดงในวงจรรูปที่ 2

รูปที่ 3
จากวงจรรูปที่ 3 พจิ ารณาเห็นวา่ แรงดนั ไฟฟ้าที่ตกคร่อม ตวั ตา้ นทาน R2 เท่ากบั กระแสไฟฟ้าที่ไหล
ผา่ นตวั ตา้ นทาน R2 คณู ดว้ ย ค่าความตา้ นทาน R2 นน่ั เอง

I= E

เม่ือ R1 + R 2

จะได้แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมตวั ต้านทาน R2 = VTH = I R2 =  R1 E  R 2
+ R2

ดงั น้นั แรงดนั เทเวนิน VTH = E  R2 
R1 + R2

1.ลดั วงจรแหลง่ จ่ายแรงดนั หรือเปิ ดวงจรแหล่งจ่ายกระแสแลว้ แต่กรณี

2.หาคา่ ความตา้ นทานเทเวนิน RTH โดยมองเขา้ ไปที่จุด A- B ดงั แสดงในรูปท่ี 3

รูปท่ี 4

จากวงจรรูปท่ี 4 เม่ือมอง เขา้ จุด A-B จะเห็นตวั ตา้ นทาน R1 ขนานกบั R2 ไดค้ ่าความตา้ นทานเทเวนิน RTH ดงั น้ี

R TH = R1R 2
R1 + R2

3. นาค่าแรงดนั ไฟฟ้าเทเวนิน VTH และค่าความตา้ นทานเทเวนิน RTH มาเขยี นวงจรสมมูลของวเท

เวนิน แลว้ นาโหลด RL ท่ีปลดออกในตอนแรกมาต่ออีกคร้ังหน่ึง ดงั แสดงในรูปที่ 5 เพื่อหาค่า

กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ น RL ตามท่ีตอ้ งการ

รูปที่5

จากวงจรรูปท่ี 5 จะคานวณหาค่ากระแสไหลผา่ น RL ไดจ้ ากสูตร

IL = VTH
R TH + R L

ตวั อย่างท่ี 1 จากวงจรรูปที่ 6 จงคานวณหาค่า RTH ,VTH และ IL

รูปที่ 6
วธิ ที า

1.ปลด RL ออกจากวงจรแลว้ หาคา่ แรงดนั เทเวนิน VTH ดงั รูปท่ี 7

รูปท่ี 7

I = E1 − E2 = 15 V − 5 V = 1.111 mA
R1 + R2 3 kΩ + 6 kΩ

V1 = IR1 = 1.111 mA  3 kΩ = 3.333 V

V3 = IR3 = 1.111 mA  6 kΩ = 6.666 V

VTH = E1 − V1 = 15 V − 3.333 V = 11.667 V

หรือ

VTH = E 2 + V2 = 5 V + 6.666 V = 11.666 V

2.หาความตา้ นทานเทเวนิน โดยลดั วงจร ( Short Circuit ) ที่แหลง่ จ่ายแรงดนั E1 และ E2ดงั รูปท่ี 8

รูปที่ 8

R TH = R1R 2 = 3 kΩ  6 kΩ =2 kΩ
R1 + R2 3 kΩ + 6 kΩ

3.นาคา่ VTH และ RTH มาเขียนวงจรสมมลู ของเทเวนิน (Thevenin Equivalent Circuits ) แลว้ นพโหลด

RL ท่ีปลดออกมาตอ่ ดงั แสดงในรูปท่ี 9

รูปที่ 9

IL = VTH = 11.667 V = 2.916 mA
R TH + R L 2 kΩ + 2 kΩ

ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)

23. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 12
24. ใบงาน หน่วยท่ี 12

• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)

12. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

13. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

34. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 34. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ื อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ืองทฤษฎี

ทฤษฎีเทวนิ ิน เทวินิน

35. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 35. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ

เรียนที่ 12 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกันทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 12 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

36. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎี 36. ผูเ้ รียนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎีเทวิ

เทวนิ ิน นิน

2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
34. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 12 ทฤษฎีเทวินิน สอน หน่วยที่ 12 ทฤษฎีเทวินิน และให้ผเู้ รียนศึกษา
และใหผ้ เู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ทฤษฎี เอกสารประกอบการสอน ทฤษฎีเทวินิน หน่วยที่ 12
เทวินิน หน่วยที่ 12 หนา้ ที่ 205-218 หนา้ ที่ 1205-218

35. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั อธิบายเก่ียวกับ ทฤษฎี
ท ฤ ษ ฎี เ ท วิ นิ น ต า ม ที่ ไ ด้ศึ ก ษ า จ า ก บ ท เ รี ย น เทวินิน ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สอน

36. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )

23. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 23. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยท่ี 12 หนา้ ท่ี 213 เรื่อง ทฤษฎีเทวนิ ิน ที่ 12 หนา้ ท่ี 213 เร่ือง ทฤษฎีเทวนิ ิน

24. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 24. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เนต็

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

34. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 45. ผูส้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพือ่ ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

35. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 46. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยที่ 12 หนา้ 213-217 ที่ 12 หนา้ 213-217

36. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 11 หน้า 47. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 12 หนา้ 218-221

218-221 48. ผู้เรี ยนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้นึ

(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2) (บรรลุจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 12
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 12 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยที่ 12

ขณะเรียน

34. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยที่ 12
35. ปฏิบตั ิตามใบงาน
36. ร่วมกนั สรุป “ทฤษฎีเทวินิน”

หลงั เรียน

23. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
24. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 12

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

กิจกรรมที่ 12 เร่ือง ทฤษฎีเทวนิ ิน

สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทฤษฎีเทวินิน
45. วเิ คราะห์และตีความหมาย
46. ต้งั คาถาม
47. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
48. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านิยม

ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม

สมรรถนะการปฏบิ ตั ิงานอาชีพ

1.วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวนิ ิน

สมรรถนะการขยายผล

-

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

สื่อสิ่งพมิ พ์
34. เอกสารประกอบการสอนวิชา ทฤษฎีเทวินิน (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง

พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
35. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 12 เร่ือง ทฤษฎีเทวนิ ิน(ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนข้นั ให้

ความรู้ เพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
36. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2

สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
12. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เร่ือง ทฤษฎีเทวนิ ิน

สื่อของจริง
12. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา
-

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

45. บรู ณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้

46. บูรณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
47. บรู ณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
48. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
-

ขณะเรียน
23. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 12
24. สงั เกตการทางาน

หลงั เรียน
34. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
35. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 12
36. ตรวจใบงาน

คาถาม

24. ทฤษฎีเทวนิ ิน เป็นทฤษฎีแบบใดจงอธิบาย
25. ใครเป็นบคุ คลที่คน้ พบ ทฤษฎีเทวนิ ิน

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 12 เร่ือง ทฤษฎีเทวนิ ิน

สมรรถนะที่พงึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ทฤษฎีเทวินิน
45. วเิ คราะห์และตีความหมาย
46. ต้งั คาถาม
47. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
48. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีเทวินิน ได้

34. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

35. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

36. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีเทวนิ ิน จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวนิ ิน ได้

24. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

25. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเทวนิ ิน จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ

อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

34. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

35. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

36. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ

อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์

ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่

น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั

1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง

คมุ้ ค่าและประหยดั จะได้ 2 คะแนน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 12

เรื่อง ทฤษฎีเทวินนิ

คาสั่ง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
1.ขอ้ ใดไม่ เก่ียวขอ้ งกบั ทฤษฎีเทวนิ ิน

ก. ความตา้ นทานเทียบเท่าเทวินิน
ข. แรงดนั เทียบเท่าเทวินิน
ค. วงจรเทียบเท่าเทวินิน
ง. กาหนดทิศทางการไหลของกระแสในวงรอบ
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 2 - 3
2. แรงดนั เทียบเท่าเทวนิ ิน มีคา่ เทา่ ใด
ก. 16 V
ข. 24 V
ค. 6 V
ง. 1 V
3. ความตา้ นทานเทียบเทา่ เทวนิ ิน มีคา่ เทา่ ใด
ก. 1 Ω
ข. 2 Ω
ค. 3 Ω
ง. 4 Ω
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 4 – 7
4. แรงดนั เทียบเทา่ เทวนิ ิน มีค่าเท่าใด
ก. 1 V
ข. 2 V
ค. 3 V
ง. 4 V
5. ความตา้ นทานเทียบเทา่ เทวนิ ิน มีค่าเท่าใด
ก. 10 Ω
ข. 15 Ω
ค. 7.33 Ω
ง. 3.77 Ω

6. กระแสโหลด IL มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.11 A
ข. 0.23 A
ค. 0.45 A
ง. 1.03 A

7. ถา้ โหลด RL มีค่ามากข้นึ กระแส IL จะเป็นเช่นใด
ก. เพ่มิ ข้ึน
ข. ลดลง
ค. คงที่
ง. เพม่ิ ข้นึ เรื่อยๆ

จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 8 -10
8. แรงดนั เทียบเทา่ เทวนิ ิน มีคา่ เท่าใด

ก. 3 V
ข. 5.9 V
ค. 6.9 V
ง. 9.6 V
9. ความตา้ นทานเทียบเทา่ เทวินิน มีค่าเท่าใด
ก. 98 Ω
ข. 1.2 KΩ
ค. 2.1 K Ω
ง. 2.8 KΩ
10. กระแสโหลด IL มีค่าเทา่ ใด
ก. 3.2 mA
ข. 4.2 mA
ค. 5.5 mA
ง. 7.5 mA


Click to View FlipBook Version