The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prateep.r, 2022-01-25 00:31:37

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002

แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ

ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 12
เร่ือง ทฤษฎีเทวินิน

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว

91. ง
92. ข
93. ค
94. ง
95. ค
96. ข
97. ข
98. ง
99. ข
100. ก

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พยี งพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทกึ หลงั การสอน

หน่วยท่ี 12 ทฤษฎีเทวนิ ิน

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพอื่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 13
สอนสปั ดาห์ท่ี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 15
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4

ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตนั

ชื่อเรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั จานวนคาบ 4

หัวข้อเรื่อง
ด้านความรู้
28. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั
29. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั

ด้านทักษะ
4. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้

สาระสาคัญ
หลกั การคลา้ ยกบั ทฤษฎีเทวนิ ิน แต่วงจรสมบรู ณ์ของนอร์ตนั จะเป็นแหล่งกาเนิดกระแสต่อขนานอยกุ่ บั

ความตา้ นทานเทียบเทา่ นอร์ตนั

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
2. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั

คาศัพท์สาคัญ
26. วงจร ทฤษฎีของนอร์ตนั เรียกวา่ นอร์ตนั ธีโอรี่ ( Norton’s Theorem ) จะตรงขา้ มกบั ทฤษฎีเธวิ

นิน คือทฤษฎีของนอร์ตนั กลา่ วไวว้ า่ “ในวงจรลิเนียร์(วงจรท่ีมีค่าพารามิเตอร์คงท่ี) หรือวงจรแบบเชิงเส้น
ใดๆ กต็ ามท่ีมีแหลง่ จ่ายพลงั งานต่ออยดู่ ว้ ย สามารถยบุ หรือรวมวงจรใหอ้ ยใู่ นรูปของแหล่งกาเนิดกระแสได้
และยบุ วงจรใหเ้ หลือแหลง่ กาเนิดกระแสเพยี งตวั เดียวและมีความตา้ นทานภายในตอ่ ขนานอนุกรมอยกู่ บั
แหล่งกาเนิดกระแส”

27. ทฤษฎีของนอร์ตัน (Norton’s Theorem)
ทฤษฎีของนอร์ตนั กล่าวไวว้ า่ ในวงจรลิเนียร์หรือวงจรแบบเชิงเสน้ ใดๆ กต็ ามที่มีแหลง่ จ่ายพลงั งานตอ่

อยดู่ ว้ ย สามารถยบุ หรือรวมวงจรให้อยใู่ นรูปของแหล่งกาเนิดกระแสได้

จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ทวั่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
37. เพื่อใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎีนอร์ตนั (ด้านความรู้)
38. เพอื่ ใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน ทฤษฎีนอร์ตนั (ด้านทักษะ)
39. เพ่อื ใหม้ ีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาที่กาหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
51. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได้ (ด้านความรู้)
52. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได้ (ด้านทักษะ)
53. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
54. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรมพอเพยี ง) /บูรณาการเศรษฐกิจ

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎี)

25. อธิบายข้นั ตอนการวเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
ทฤษฎีนอร์ตัน ใช้ในการวิเคราะห์วงจรโครงข่ายเชิงเส้น หรือวงจรลิเนียร์ (Linear circuit) กล่าวว่าใน
วงจรไฟฟ้าใด ๆ สามารถยุบรวมให้อยใู่ นรูปของแหล่งกาเนิดกระแสไฟฟ้า (Current Source) ต่อขนานกบั ความ
ตา้ นทานเพียงตวั เดียวรวมกนั เรียกวา่ วงจรสมมลู ของนอร์ตนั
ทฤษฎีของนอร์ตนั ( Norton’s Theores )

ทฤษฎีของนอร์ตนั ( Norton’s Theores ) กลา่ วไวว้ า่ ในวงจรไฟฟ้าใดๆ เราสามารถยบุ หรือรวมวงจรให้
อยใู่ นรูปของแหลง่ จ่ายกระแสไฟฟ้าหน่ึงตวั ขนานกบั ตวั ตา้ นทาน หน่ึงตวั ได้ ซ่ึงเรียกวา่ วงจรสมมลู ของนอร์ตนั
(Norton Equivalent Circuit)

เม่ือ IN = กระแสไฟฟ้านอร์ตนั
RN = ความตา้ นทานนอร์ตนั

รูปท่ี 1
จากวงจรรูปที่ 1 สามารถนาเอาหลกั การทฤษฎีของนอร์ตนั ( Norton’s Theores ) มาใชเ้ ป็นข้นั ๆ
ดงั น้ี
1.ปลดโหลด RL ออกแลว้ ลดั วงจร (Short Circuit) ท่ีจุด A- B
2.หาคา่ กระแสนอร์ตนั IN ซ่ึงเป็นกระแสไฟฟ้าท่ีไหลระหวา่ งจุด A – B ในขณะลดั วงจรท่ีจุด A-
B ดงั แสดงในรูปที่ 2

รูปที่ 2

จากวงจรรูปท่ี 2 กระแสนอร์ตนั (Norton Equivalent Current) กค็ ือกระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นตวั

ตา้ นทาน R3 นน่ั เอง ซ่ึงจะหาคา่ ไดด้ งั น้ีคือ

I = E I = E

R1 +  R 2R3  R1 (R 2R 3 ) + R 2R 3 I = E(R 2 + R 3 )
R2 +R R1 (R 2 + R 3 ) + R 2R 3
3 R2 + R3

ดงั น้นั จากหลกั การของการแบง่ กระแสจะไดว้ า่

IN = I  R R2 
2 +R
3

IN = E  R (R R2 + R3 R R  R R2 
2 +R
1 2 + R3)+ 2 3 3

นน่ั คอื กระแสนอร์ตนั

IN = E  R1(R 2 R2 

+ R3)+ R2R3

1.กาค่าความตา้ นทาน RN ซ่ึงเป็นค่าความตา้ นทานรวมท้งั หมดของวงจร ที่มองเขา้ ท่ีจุด A-B และการหา

คา่ ความตา้ นทานนอร์ตนั RN จะตอ้ งปลดโหลด (RL) ออกจากจุด A-B และปลดแหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟฟ้าในวงจร

ออกแลง้ ลดั วงจร ท่ีจุดปลดแหล่งจ่าย ดงั แสดงในรูปท่ี 3

รูปท่ี 3

จากวงจรในรูปที่ 3 เมื่อมองเขา้ ท่ีจุด A-B จะไดค้ ่าความตา้ นทานนอร์ตนั

RN = R 3 +  R1R 2 
R1 + R
2

2.นาค่ากระแสนอร์ตนั และความตา้ นทาทท่ีได้ มาเขยี นเป็นวงจรสมมูลนอร์ตนั

(Norton Equivalent Circuit) ดงั แสดงในรูปท่ี 4 แลว้ จึงนาโหลด ( RL) มาตอ่ ที่จุด A – B เพ่อื คานวณหาค่า
กระแสไฟฟ้า ท่ีไหลผา่ นโหลด ( RL )

รูปท่ี 4

จากวงจรรูปท่ี 4 จากหลกั การแบง่ กระแสจะได้

IL = IN  R RN 
N +R
L

IL = VTH
R TH + R L

26. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
ตัวอย่างท่ี 1 จากวงจรรูปท่ี 5 จงหาค่า IN,RN และ IL

รูปท่ี 5

วิธที ำ
หาคา่ IN โดยปลด RL ออกแลว้ ลดั วงจร(Short Circuit) ดงั รูปท่ี 6

รูปท่ี 6

I1 = E1 = 10 V = 2 A
R1 5 Ω

I2 = E2 =5 V = 0.625 A
R2 8 Ω

 I N = I1 + I2 = 2 A + 0.625 A = 2.625 A

หาค่า RN โดยการเปิ ดวงจร แลว้ ลดั วงจรท่ีแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรง E1และ E2 ดงั รูปท่ี 7

รูปท่ี 7

RN = R1R 2 =5 8  = 3.076 
R1 + R2 5 +8 

นาค่า IN และ RN ท่ีไดม้ าเขยี นเป็นวงจรสมมูลนอร์ตนั (Norton Equivalent Circuit) ดงั แสดงในรูปที่
8 แลว้ จึงนาโหลด ( RL ) มาต่อที่จุด A-B อีกคร้ังหน่ึง เพ่ือคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้า ที่ไหลผา่ นโหลด (RL)

รูปท่ี 8

จากการแบง่ กระแสจะได้

IL = IN RN = 2.625 A 3.076 Ω Ω= 1.328 A
RN +RL 3.076 Ω + 3

ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-3)

25. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 13
26. ใบงาน หน่วยที่ 13

• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 4-5)

13. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

14. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เ ท ค นิ ค ท่ี แ ป ล ก ใ ห ม่ ใ ช้ส่ื อ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ป ร ะ ก อ บ ก า ร น า เ ส น อ ที่ น่ า ส น ใ จ น า ว ัส ดุ ใ น ท้อ ง ถ่ิ นม า
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

37. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 37. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่ อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่องทฤษฎี

ทฤษฎีนอร์ตนั นอร์ตนั

38. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 38. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การ

เรียนท่ี 13 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 13 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

39. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎี 39. ผเู้ รียนแสดงความรู้ความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎีนอร์

นอร์ตนั ตนั

2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
37. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวธิ ีการใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยท่ี 13 ทฤษฎีนอร์ตนั สอน หน่วยท่ี 13 ทฤษฎีนอร์ตนั และให้ผเู้ รียนศึกษา
และใหผ้ เู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ทฤษฎี เอกสารประกอบการสอน ทฤษฎีนอร์ตนั หน่วยท่ี 13
นอร์ตนั หน่วยที่ 13 หนา้ ท่ี 223-233 หนา้ ท่ี 223-233

38. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ ทฤษฎี
ท ฤ ษ ฎี น อ ร์ ตัน ต า ม ท่ี ไ ด้ศึ ก ษ า จ า ก บ ท เ รี ย น นอร์ตนั ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สอน

39. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

3. ข้นั ประยุกต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้นั ประยุกต์ใช้ ( 105 นาที )

25. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 25. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยท่ี 13 หนา้ ที่ 229 เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั ท่ี 13 หนา้ ท่ี 229 เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั

26. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต 26. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

37. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน 49. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพ่อื ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

38. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 50. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยที่ 13 หนา้ 229 - 232 ที่ 13 หนา้ 229 - 232

39. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 13 หน้า 51. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ที่ 13 หนา้ 233-237

233- 237 52. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้ึน

(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 13
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 13 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยที่ 13

ขณะเรียน

37. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 13
38. ปฏิบตั ิตามใบงาน
39. ร่วมกนั สรุป “ทฤษฎีนอร์ตนั ”

หลงั เรียน

25. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
26. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

กิจกรรมที่ 13 เร่ือง ทฤษฎีนอร์ตนั

สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทฤษฎีนอร์ตนั
49. วเิ คราะห์และตีความหมาย
50. ต้งั คาถาม
51. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
52. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านิยม

ปลกู ฝังคณุ ธรรม จริยธรรม

สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ

1.วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั

สมรรถนะการขยายผล

-

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือส่ิงพมิ พ์
37. เอกสารประกอบการสอนวิชา ทฤษฎีนอร์ตนั (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง

พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
38. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 13 เร่ือง ทฤษฎีนอร์ตนั (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนข้นั

ใหค้ วามรู้ เพื่อใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
39. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2

สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
13. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั

สื่อของจริง
13. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา
-

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

49. บูรณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้

50. บรู ณาการกบั วชิ าการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
51. บูรณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
52. บูรณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
-

ขณะเรียน
25. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ท่ี 13
26. สังเกตการทางาน

หลงั เรียน
37. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
38. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 123
39. ตรวจใบงาน

คาถาม

26. ทฤษฎีนอร์ตนั มีความหมายอยา่ งไร
27. ทฤษฎีนอร์ตนั มีลกั ษณะคลา้ ยกบั ทฤษฎีใด

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 13 เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทฤษฎีนอร์ตนั
49. วิเคราะห์และตีความหมาย
50. ต้งั คาถาม
51. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
52. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได้

37. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

38. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

39. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะหว์ งจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีนอร์ตนั ได้

26. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

27. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีเนอร์ตนั จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ

อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

37. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

38. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

39. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ

อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์

ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ี

น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั

1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง

คุม้ คา่ และประหยดั จะได้ 2 คะแนน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 13

เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
1.ขอ้ ใดไม่เก่ียวขอ้ งกบั ทฤษฎีนอร์ตนั

ก. ความตา้ นทานเทียบเทา่ นอรตนั
ข. แรงดนั เทียบเท่านอร์ตนั
ค. วงจรเทียบเทา่ นอร์ตนั
ง. กระแสไฟฟ้าเทียบเทา่ นอร์ตนั
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 2- 3
2. กระแสไฟฟ้าเทียบเท่านอร์ตนั มีค่าเทา่ ใด
ก. 12 A
ข. 9 A
ค. 3 A
ง. 1 A
3. ความตา้ นทานเทียบเท่านอร์ตนั มีคา่ เทา่ ใด
ก. 1 Ω
ข. 2 Ω
ค. 3 Ω
ง. 6 Ω
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 4 -7
4. กระแสไฟฟ้าเทียบเท่านอร์ตนั มีคา่ เทา่ ใด
ก. 0.44 A
ข. 0.54 A
ค. 0.64 A
ง. 0.74 A
5. ความตา้ นทานเทียบเท่านอร์ตนั มีคา่ เท่าใด
ก. 3.77 Ω
ข. 7.33 Ω
ค.10 Ω
ง. 15 Ω

6. กระแสโหลด IL มีค่าเท่าใด
ก. 0.31 A
ข. 0.23 A
ค. 0.14 A
ง. 0.07 A

7. ถา้ โหลด RL มีค่ามากข้ึน กระแสโหลด IL จะเป็นเช่นใด
ก. เพ่มิ ข้ึน
ข. ลดลง
ค. คงท่ี
ง. เพิ่มข้นึ เร่ือย ๆ

จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 8 -10
8.กระแสไฟฟ้าเทียบเท่านอร์ตนั มีคา่ เท่าใด

ก. 2 mA
ข. 4 mA
ค. 6 mA
ง. 8 mA
9. ความตา้ นทานเทียบเท่านอร์ตนั มีค่าเทา่ ใด
ก. 3 KΩ
ข. 2 KΩ
ค. 1.2 K Ω
ง. 1.1 KΩ
10.กระแสโหลด IL มีคา่ เท่าใด
ก. 2.2 mA
ข. 3.2 mA
ค. 6.5 mA
ง. 6.9 mA

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่แี ปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ

ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 13
เรื่อง ทฤษฎีนอร์ตนั

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว

101. ข
102. ก
103. ข
104. ข
105. ข
106. ข
107. ข
108. ง
109. ค
110. ข

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมสี ื่อ / อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บันทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 13 ทฤษฎีนอร์ตนั

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพ่ือใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 14
สอนสปั ดาห์ที่
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 16
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4

ชื่อหน่วย ทฤษฎีแรงดนั โนด

ชื่อเรื่อง ทฤษฎีแรงดนั โนด จานวนคาบ 4

หวั ข้อเรื่อง
ด้านความรู้
30. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด
31. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด

ด้านทกั ษะ
5. วิเคราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้

สาระสาคญั
ทฤษฎีแรงดนั โนด เป็นการวเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้าอีกอยา่ งหน่ึงที่อาศยั การกาหนดจุดแรงดนั ไฟฟ้าลงในทกุ

จุดของวงจรเทียบกบั จุดอา้ งอิง สาหรับการต้งั สมการจะพจิ ารณาจากทิศทางของกระแสที่สมมติข้ึนกบั ทิศทาง
ของแหลง่ จ่าย

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
3. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด

คาศัพท์สาคัญ
28. ปริ้นทซ์ ิเปิ้ ลโนด(Principle Node) หรือโนดโวลทเ์ ตจ(Node Voltage) หมายถึงจุดตอ่ ของ วงจรที่เป็นจุด
หลกั ที่มีจานวนสาขาต้งั แต่ 3 สาขาข้ึนไปมีความต่างศกั ยร์ ะหวา่ งจุด 2 จุด เมื่อเปรียบ-เทียบกบั โนด
อา้ งอิง
29. โนดอา้ งอิง(Reference Node) หมายถึงจุดตอ่ ร่วมหรือจุดท่ีเป็นกราวดใ์ ชเ้ ป็นจุดเปรียบเทียบกบั ปริ้นทซ์ ิ
เปิ้ ลโนดมีศกั ยไ์ ฟฟ้าเป็น 0 V
30. โนด(Node) หมายถึงจุดต่อของวงจรท่ีมีจานวนสาขาต้งั แต่ 2 สาขาข้นึ ไป

จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ทว่ั ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
40. เพื่อใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎีแรงดนั โนด(ด้านความรู้)
41. เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน ทฤษฎีแรงดนั โนด(ด้านทักษะ)
42. เพอื่ ใหม้ ีเจตคติที่ดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถูกตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาท่ีกาหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
55. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนดได้ (ด้านความรู้)
56. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด ได้ (ด้านทักษะ)
57. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
58. ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎี)

27. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะหว์ งจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
ในการแกป้ ัญหาวงจรไฟฟ้าท่ีมีความยงุ่ ยากและซบั ซอ้ น วิธีแรงดนั โนดหรือเรียกวา่ โหนดโวลทเ์ ตจ ท่ี

เป็นอีกวธิ ีหน่ึงที่นิยมใชว้ เิ คราะหว์ งจรไฟฟ้ากนั วิธีการน้ีนอกจากจะช่วยวเิ คราะห์วงจรไฟฟ้าไดเ้ ป็นอยา่ งดีแลว้
ยงั สามารถทดแทนวิธีกระแสเมช ซ่ึงมีขอ้ จากดั ในแงข่ องสมการและความยงุ่ ยากในการแกส้ มการ วิธีแรงดนั
โนดเป็นวธิ ีการนากฎกระแสของเคอร์ชอฟฟ์ มาใชง้ าน

วธิ แี รงดันโนด (Node Voltage Theories)
ในการแกป้ ัญหาวงจรไฟฟ้าท่ีมีความยงุ่ ยากและซบั ซอ้ น วธิ ีแรงดนั โนดหรือเรียกวา่

“โนดโวลตเ์ ตจ” (Node Voltage) กเ็ ป็นอีกวิธีหน่ึงท่ีนิยมใชว้ เิ คราะห์วงจรไฟฟ้ากนั วิธีการน้ีนอกจากจะช่วย
วเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้าไดเ้ ป็นอยา่ งดีแลว้ ยงั สามารถทดแทนวธิ ีกระแสเมช (Mesh Current) ซ่ึงมีขอ้ จากดั ในแงข่ อง
สมการและความยงุ่ ยากในการแกส้ มการ วธิ ีแรงดนั โนดเป็นวธิ ีการนากฎกระแสของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff
Current Law) มาใชง้ าน

ข้นั ตอนการวิเคราะห์และเขียนสมการทฤษฎีแรงดันโนด
1. กาหนดจุดโนดลงในวงจรท้งั โนดหลกั และโนดอา้ งอิง โดยกาหนดใหโ้ นดอา้ งอิงมีศกั ยต์ ่ากวา่ โนดหลกั (โนด
อา้ งอิงเป็นจุดดินหรือจุดกราวด)์
2. กาหนดทิศทางกระแสไหลเขา้ – ออก ที่จุดโนดหลกั โดยกาหนดทิศทางใดก็ได้ ท้งั น้ีค่าท่ีคานวณไดจ้ ะไม่ผดิ
แต่จะติดเครื่องหมายลบ (เนื่องจากเรากาหนดสลบั ทิศทาง)
3. เขยี นสมการโดยใชก้ ระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ (KCL)

วธิ แี รงดันโนด
โนด (Node) คอื จุดต่อในวงจรไฟฟ้าท่ีมีจานวนสาขาของวงจรต่ออยตู่ ้งั แต่ 2 สาขาข้ึนไป
โนดหลกั (Principal Node) หรือจุดตอ่ เช่ือม คือจุดต่อในวงจรไฟฟ้าที่มีจานวนสาขาของวงจรต่ออยู่ต้งั แต่ 3

สาขาข้ึนไปมาต่อรวมกนั
โนดเปรียบเทียบ (Reference Node) หรือจุดอา้ งอิง ซ่ึงจะกาหนดใหเ้ ป็นจุดเชื่อมต่อใดจุดหน่ึงเป็นจุดอา้ งอิง

ก็ได้ แต่โดยทวั่ ไปแลว้ จะเลือกจุดอา้ งอิงที่ต่อร่วมอยกู่ บั กราวด์ (Ground) เสมอเพราะง่ายตอ่ การพจิ ารณาและการ
คานวณ

28. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
แรงดนั โนด (Node Voltage) คือความแตกต่างของระดบั แรงดนั ท่ีจุดใดๆ ก็ไดใ้ นวงจรเมื่อนาไปเปรียบเทียบกบั
จุดอา้ งอิง (Reference Node) การเขียนสมการของแรงดนั โนด (Node Voltage) จะพจิ ารณาเป็นข้นั ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. กาหนดจุดต่อลงในวงจรซ่ึงจะมีท้งั จุดต่อเช่ือม (โนดหลกั ) และจุดอา้ งอิง
2. การพิจารณาแรงดนั โนด (Node Voltage) จะใหร้ ะดบั ของแรงดนั ไฟฟ้าท่ีจุดตอ่ เช่ือม (Principal

Node) มีคา่ สูงกวา่ ระดบั อา้ งอิง (Reference Node)
3. สมมติและกาหนดทิศทางของกระแสท่ีจุดเช่ือมตอ่ (Principal Node) การกาหนดทิศทาง ของ

กระแสไฟฟ้าที่จุดเช่ือมตอ่ จะกาหนดใหก้ ระแสไหลเขา้ หรือไหลออกก็ไดเ้ พราะผลลพั ธท์ ่ีไดจ้ ะมีคา่
เหมือนกนั
4. เขยี นสมการกระแสของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff Current Law)

รูปที่ 1

จากวงจรรูปท่ี 1 กาหนดจุดเชื่อมต่อ (Principal Node) ในวงจรเป็น A, B และ C โดยกาหนดใหจ้ ุด C เป็น

จุดอา้ งอิง (Reference Node) และสมมติใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลออกในทกุ ๆ สาขาท่ีจุด A คือกระแสไฟฟ้า I1, I2 และ
I3 (Kirchhoff Current Law) จะไดผ้ ลของกระแสไฟฟ้ารวมที่จุด A มีค่าเท่ากบั ศูนย์

นนั่ คือ I1+I2+I3 = 0

แต่ I1 = VA − E1 , I2 = VA , I3 VA − VB
R1 R2 R3

VA − E1 + VA + VA − VB = 0
ดงั น้นั จะได้ R1 R2 R3 ................................. (1)

สาขาที่จุด B คือ กระแสไฟฟ้า I4, I5 และ I6 จากกฎกระแสของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff Current Law) จะ
ไดผ้ ลของกระแสไฟฟ้ารวมที่จุด B มีค่าเท่ากบั ศนู ย์

นน่ั คือ I4+I5+I6 = 0

แต่ I4 = VB − VA , I5 = VB , I6 VB + E2
R3 R4 R5

จะได้ VB − VA + VB + VB + E2 = 0 ................................. (2)
R3 R4 R5

จากสมการท่ี (1) และ (2) จะได้

 1 +1 + 1 VA −  1 VB =  1 E1 ........... (3)
R1 R2 R3 R3 R1

−  1 VA +  1 +1 + 1 VB = − 1 E2 ..... (4)
R3 R3 R4 R5 R5

จากวงจรรูปท่ี 1 พิจารณาวา่ เม่ือกาหนดจุดเช่ือมต่อ (Principal Node) จะทาใหท้ ราบจานวนสมการของ

แรงดนั โนด (Node Voltage) คอื กาหนดจุด A, B และ C เป็นจุดเชื่อมต่อโดยกาหนดจุด C เป็นจุดอา้ งอิง

(Reference Node) จากน้นั เอาจานวนจุดเช่ือมต่อลบกบั จานวนจุดอา้ งอิงก็จะไดจ้ านวนสมการของแรงดนั โนด

นนั่ คอื จานวนสมการของแรงดนั โนดจะมีคา่ นอ้ ยกวา่ จานวนจุดเช่ือมต่อ (Principal Node) อยหู่ น่ึงเสมอ

จากรูป 1 กาหนดให้

จุดเช่ือมต่อ (Principal Node) = 3

จุดอา้ งอิง (Reference Node) = 1

จานวนสมการของแรงดนั โนด 3-1 = 2

จานวนสมการของแรงดนั โนด = 2

การนาหลกั การของแรงดนั โนด (Node Voltage) มาใชแ้ กป้ ัญหาโจทยน์ ้นั ควรเลือกวิธีที่งา่ ยและรวดเร็ว

กวา่ มาใช้ ซ่ึงท้งั น้ีก็ข้นึ อยกู่ บั ลกั ษณะของวงจร แต่ถา้ เป็นลกั ษณะวงจรท่ีประกอบดว้ ยหลายๆ

สาขาต่อขนานกนั เม่ือนาวิธีการของแรงดนั โนดมาใชก้ จ็ ะพบวา่ มีความง่ายและรวดเร็วกวา่ เพราะมีจานวนสมการ
นอ้ ยกวา่

ตวั อย่างที่ 1 จงคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า I1, I2 และ I3

วงจรรูปที่ 2
วธิ ที า

จากกฎกระแสของเคอร์ชอฟฟ์ จะเขยี นสมการไดด้ งั น้ี

ท่ีจุด A จะได้ I1 + I2 + I3 = 0

แต่ I1 = VA − E1 , I2 = VA , I3 VA − E2
R1 R2 R3

ดงั น้นั จะได้ &nb

ด้านทักษะ(ปฏบิ ัติ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)

27. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 14
28. ใบงาน หน่วยท่ี 14

• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 4-5)

14. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

15. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เ ท ค นิ ค ท่ี แ ป ล ก ใ ห ม่ ใ ช้ส่ื อ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ป ร ะ ก อ บ ก า ร น า เ ส น อ ที่ น่ า ส น ใ จ น า ว ัส ดุ ใ น ท้อ ง ถ่ิ นม า
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

40. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 40. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ื อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ืองทฤษฎี

ทฤษฎีแรงดนั โนด แรงดนั โนด

41. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 41. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การ

เรียนท่ี 14 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนที่ 14 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

42. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั ทฤษฎี 42. ผู้เรี ยนแสดงความรู้ความรู้เก่ียวกับ ทฤษฎี

แรงดนั โนด แรงดนั โนด

2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
40. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยท่ี 14 ทฤษฎีแรงดัน สอน หน่วยท่ี 14 ทฤษฎีแรงดนั โนด และให้ผูเ้ รียน
โนด และให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ศึกษาเอกสารประกอบการสอน ทฤษฎีแรงดันโนด
ทฤษฎีแรงดนั โนด หน่วยท่ี 14 หนา้ ที่ 239-254 หน่วยท่ี 14 หนา้ ที่ 239-254

41. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกบั ทฤษฎี
ทฤษฎีแรงดันโนด ตามที่ได้ศึกษาจากบทเรี ยน แรงดันโนด ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์
คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน ช่วยสอน

42. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้นั ประยุกต์ใช้ ( 105 นาที )

27. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 27. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยที่ 14 หน้าท่ี 250 เรื่อง ทฤษฎีแรงดัน ที่ 14 หนา้ ท่ี 250 เรื่อง ทฤษฎีแรงดนั โนด

โนด 28. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต

28. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 53. ผูส้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

40. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน เพือ่ ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั 54. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

41. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ ท่ี 14 หนา้ 250-253

เรียนรู้ หน่วยที่ 14 หนา้ 250-253 55. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ที่ 14 หนา้ 254-257

42. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 14 หน้า 56. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

254-257 บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้ึน

(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2)

(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 14
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 14 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยท่ี 14

ขณะเรียน

40. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยที่ 14
41. ปฏิบตั ิตามใบงาน
42. ร่วมกนั สรุป “ทฤษฎีแรงดนั โนด”

หลงั เรียน

27. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
28. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 14

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

กิจกรรมท่ี 14 เรื่อง ทฤษฎีแรงดนั โนด

สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ทฤษฎีแรงดนั โนด
53. วิเคราะห์และตีความหมาย
54. ต้งั คาถาม
55. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
56. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านิยม

ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม

สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ

1.วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด

สมรรถนะการขยายผล

-

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือสิ่งพมิ พ์
40. เอกสารประกอบการสอนวิชา ทฤษฎีแรงดนั โนด(ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิง

พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
41. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 14 เรื่อง ทฤษฎีแรงดนั โนด(ใชป้ ระกอบการเรียนการสอน

ข้นั ใหค้ วามรู้ เพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
42. แบบประเมินผเู้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
14. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ทฤษฎีแรงดนั โนด

สื่อของจริง
14. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา
-

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

53. บรู ณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียน และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้

54. บูรณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
55. บรู ณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
56. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
-

ขณะเรียน
27. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 14
28. สังเกตการทางาน

หลงั เรียน
40. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
41. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 14
42. ตรวจใบงาน

คาถาม

28. ทฤษฎีแรงดนั โนด เป็นทฤษฎีแรงดนั แบบใด
29. ข้นั ตอนการวิเคราะห์และเขียนสมการแรงดนั โนดมีกี่ข้นั ตอน

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 14 เร่ือง ทฤษฎีแรงดนั โนด

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ทฤษฎีแรงดนั โนด
53. วิเคราะห์และตีความหมาย
54. ต้งั คาถาม
55. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
56. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด ได้

40. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

41. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

42. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายข้นั ตอนการวเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด ได้

28. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

29. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : วเิ คราะห์วงจรดว้ ยทฤษฎีแรงดนั โนด จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ

อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

40. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

41. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

42. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ

อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์

ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่

น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั

1. วิธีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เคร่ืองมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง

คุม้ ค่าและประหยดั จะได้ 2 คะแนน

แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 14

เร่ือง ทฤษฎีแรงดันโนด

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพยี งขอ้ เดียว

1.ขอ้ ใดไม่ใช่ วธิ ีการวิเคราะหท์ ฤษฎีแรงดนั โนด

ก. กาหนดทิศทางกระแส

ข. กาหนดโนดหลกั

ค. พิจารณาทีละแหลง่ จ่าย

ง. กาหนดโดยอา้ งอิง

2. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง เกี่ยวกบั ทฤษฎีแรงดนั โนด

ก. แรงดนั โนดอา้ งอิงถือวา่ มีค่าสูงสุด

ข. การกาหนดทิศทางกระแส ตอ้ งใหไ้ หลออกจากโนดเทา่ น้นั

ค. แรงดนั โนดอา้ งอิง จะมีศกั ยต์ ่ากวา่ โนดหลกั เสมอ

ง. การต้งั สมการกระแสจะไม่ใชก้ ฎของโอห์ม

จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 3-6

3. ขอ้ ใดคอื การสมการของกระแส I1

ก. − 1 ข. − 1

2 1

ค. − 1 ง. − 2

3 1

4. ขอ้ ใดคือสมการของกระแส I2

ก. − 1 ข. − 2

2 3

ค. A + 2 ง. − 2
5. ขอ้ ใดคือสมการของกระแสที่โนดหลกั (VA)
2

ก. I1 – I2 – I3 = 0 ข. I2 – I3 – I1 = 0

ค.I3 – I2 = 0 ง. I1 = I2 – I3

6. จากรูปวงจรสมมติวา่ I2 = 1 A และ I3 = 0.5 A ดงั น้นั กระแส I1 จะมีคา่ เท่าใด

ก. 0.5 A

ข. 1 A

ค. 1.5 A

ง. 2 A

จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 7 – 10 ข. I2 = I3 – I1
ง. I3 = I2 + I4
7. ขอ้ ใดคือสมการที่โนด VA
ก. I1 = I2 + I3 ข. I5 = I3 – I4
ค. I2 = I1 + I3 ง. I5 = I3 + I4

8. ขอ้ ใดคือสมการท่ีโนด VB ข. − 1
ก. I5 = I4 - I3
ค. I4 = I1 + I5 2

9. ขอ้ ใดคอื สมการของกระแส I2 ง. 1− 1

ก. 2

2 ข. −

ค. − 1 4

1 ง. −

10. ขอ้ ใดคือสมการของกระแส I4 1− 2

ก. −

3

ค.

4

แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ

ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 14
เร่ือง ทฤษฎีแรงดันโนด

คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

111. ค
112. ค
113. ข
114. ง
115. ก
116. ค
117. ค
118. ง
119. ก
120. ค

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชัดเจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 14 ทฤษฎีแรงดนั โนด

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุม่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพือ่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลมุ เน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 15
สอนสปั ดาห์ท่ี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 17
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4

ชื่อหน่วย ทฤษฎีการวางซอ้ น

ชื่อเร่ือง ทฤษฎีการวางซอ้ น จานวนคาบ 4

หัวข้อเรื่อง
ด้านความรู้
32. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น
33. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น

ด้านทักษะ
6. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้

สาระสาคญั
ในวงจรท่ีมีแหลง่ จ่ายจานวนหลายอนั ทฤษฎีการวางซอ้ นกาหนดใหพ้ จิ ารณาทีละแหลง่ จ่าย จากน้นั คอ่ ย

นามารวมกนั ก็จะไดค้ าตอบ

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
4. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น

คาศัพท์สาคัญ
31. ทฤษฎีการวางซอ้ น(Superposition Theorem) โดยพิจารณาวา่ ในวงจรไฟฟ้าท่ีมีแหลง่ กาเนิดจ่ายพลงั งาน
มากกวา่ หน่ึงแหลง่ จ่าย ซ่ึงอาจเป็นแหลง่ จ่ายแรงดนั หรือกระแสกไ็ ด้ นาเอาแหลง่ จ่ายมาพจิ ารณาทีละตัว
32. ทฤษฎีการวางซ้อน (Superposition Theorem)หลกั การของทฤษฎีการวางซ้อนกลา่ วว่า “ในวงจรแบบ
เชิงเส้นใดๆ ก็ตามท่ีมีแหลง่ จ่ายพลงั งานต้งั แต่ 2 ตวั ข้ึนไป เม่ือนาค่าของกระแสที่เกิดจากแหล่งจ่าย
พลงั งานน้นั ใหแ้ ก่วงจรอยา่ งอิสระมารวมกนั ทางพีชคณิตแลว้ จะไดค้ ่ากระแสที่ไหลในสาขาตา่ งๆ ของ
วงจรท่ีแทจ้ ริงในวงจรน้นั ”

จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ท่ัวไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

43. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎีการวางซอ้ น(ด้านความรู้)
44. เพื่อใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน ทฤษฎีการวางซอ้ น(ด้านทักษะ)
45. เพ่ือใหม้ ีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ

ภายในเวลาที่กาหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

59. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ นได้ (ด้านความรู้)
60. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น ได้ (ด้านทักษะ)
61. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง

ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
62. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎี)

29. อธิบายข้นั ตอนการวิเคราะหว์ งจรไฟฟ้าดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
ทฤษฎกี ารวางซ้อน (Superposition theorem)

กล่าวไวว้ า่ วงจรเชิงเส้น (LinearCircuit) ใด ๆ ที่มีแหล่งพลงั งานต้งั แตส่ องตวั ข้ึนไปสามารถหาคา่
กระแสไฟฟ้าที่เกิดจากแหลง่ จ่ายแตล่ ะตวั ไดอ้ ยา่ งอิสระ และเม่ือนามารวมกนั ทางพชี คณิต จะไดค้ า่ กระแสไฟฟ้า
ที่ไหลในสาขาตา่ ง ๆ อยา่ งแทจ้ ริง การพิจารณามีขอ้ กาหนดคือถา้ เป็นแหลง่ จ่ายแรงดนั ใหป้ ลดแหล่งจ่ายแรงดนั
ออกไป แลว้ ลดั วงจรที่จุดปลดน้นั แตถ่ า้ หากเป็นแหลง่ จ่ายกระแส ใหป้ ลดแหล่งจ่ายกระแสออกไปแลว้ เปิ ดวงจร
(Open Circuit) ที่จุดปลดน้นั

ข้นั ตอนการวิเคราะห์ทฤษฎีการวางซ้อน
1. เลือกแหล่งจ่ายหน่ึงอนั เพ่อื ใชเ้ ป็นตวั จ่ายพลงั งานให้กบั วงจร
2. กาหนดทิศทางกระแสตามตอ้ งการไดอ้ ยา่ งอิสระ
3. พิจารณาแหล่งจ่ายอื่นท่ีตดั ออก (ไม่นามาพิจารณาในวงจร)ดงั น้ี

3.1 หากเป็นแหล่งจ่ายแรงดนั (Voltage source) ใหป้ ลดวงจรออก แลว้ ลดั วงจรท่ีจุดน้นั
3.2 หากเป็นแหลง่ จ่ายกระแส (Current source) ใหป้ ลดออกจากวงจร แลว้ เปิ ดวงจร(Open source) ที่จุดน้นั
4. คานวณหาคา่ กระแสที่ไหลผา่ นความตา้ นทานแต่ละตวั ในวงจร
5. ทาซ้าต้งั แต่ข้นั ตอนท่ี 2-4 กบั แหล่งจ่ายตวั อ่ืนท่ีเหลือ
6. นาคา่ กระแสท่ีคานวณไดจ้ ากทกุ แหลง่ จ่ายมารวมกนั กจ็ ะไดก้ ระแสไฟฟ้าที่แทจ้ ริง
30. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยทฤษฎีการวางซอ้ น ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)

รูปที่ 1
จากรูปท่ี 1 เลือกพจิ ารณาเฉพาะแหลง่ จ่ายแรงดนั E1 แลว้ เขยี นวงจรใหม่ ดงั วงจรรูปที่ 2 โดยการลดั วงจร
( Short Circuit ) แหลง่ จ่ายแรงดนั E1 และกาหนดทิศทางของกระแสไฟฟ้า I1, I2 และ I3

รูปท่ี 2

E1
R 2 // R 3
จะได้ ( )I1(1) = R1 +

I2 (1) = I1(1)  R R3 
2 +R
3

I3(1) = I1(1) − I 2(1)

เลือกพจิ ารณาเฉพาะแหล่งจ่ายไฟตรง E2แลว้ เขียนวงจรใหม่ ดงั วงจรรูปที่ 3 โดยการลดั วงจร ( Short
Circuit ) แหลง่ จ่ายไฟตรง E1 และกาหนดทิศทางของกระแสไฟฟ้า I1, I2 และ I3

รูปท่ี 3
จะได้

E2
R1 // R 3
( )I2(2) = R 2 +

I1(2) = I 2(2)  R3 
R1 + R
3

I3(2) = I 2(2) − I1(2)

ดงั น้นั ค่ากระแสไฟฟ้าที่แทจ้ ริงไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน แตล่ ะตวั ของวงจร

ด้านทักษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)

29. แบบทดสอบหน่วยการเรียนท่ี 15
30. ใบงาน หน่วยท่ี 15

• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)

15. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง

16. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

43. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 43. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ื อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ืองทฤษฎี

ทฤษฎีการวางซอ้ น การวางซอ้ น

44. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 44. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ

เรียนท่ี 15 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 15 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

45. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎี 45. ผูเ้ รียนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกบั ทฤษฎีการ

การวางซอ้ น วางซอ้ น

2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
43. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยท่ี 15 ทฤษฎีการวาง สอน หน่วยที่ 15 ทฤษฎีการวางซ้อน และให้ผูเ้ รียน
ซ้อนและให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ศึกษาเอกสารประกอบการสอน ทฤษฎีการวางซ้อน
ทฤษฎีการวางซอ้ น หน่วยที่ 15 หนา้ ที่ 259-272 หน่วยที่ 15 หนา้ ท่ี 29-272

44. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกบั ทฤษฎี
ทฤษฎีการวางซ้อน ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรี ยน การวางซ้อน ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์
คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน ช่วยสอน

45. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )

29. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 29. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

เรียนรู้ หน่วยท่ี 15 หน้าที่ 267 เร่ือง ทฤษฎีการวาง ที่ 15 หนา้ ท่ี 267 เร่ือง ทฤษฎีการวางซอ้ น

ซอ้ น 30. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต

30. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 57. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน

43. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน เพอ่ื ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั 58. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย

44. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ ท่ี 15 หนา้ 267-271

เรียนรู้ หน่วยที่ 15 หนา้ 267-271 59. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ที่ 15 หนา้ 272-275

45. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 15 หน้า 60. ผู้เรี ยนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย

272-275 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้นึ

(บรรลุจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 1-2)

(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 1-2)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)


Click to View FlipBook Version