จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 6-7
6.กระแสไฟฟ้า I1 มีค่าเทา่ ใด ข. 0.15 A
ก. 0.3 A
ค. 1.5 A ง. 2.5 A
7. กระแสไฟฟ้า I2 มีค่าเท่าใด ข. 5 A
ก. 0.3 A
ค. 3.33 A ง. 1.5 A
จากรูปท่ีกาหนดใหจ้ งตอบคาถามขอ้ ที่ 8- 9
8. กระแสไฟฟ้า I1 มีคา่ เท่าใด ข. 1 mA
ก. 4.4 mA
ค. 0.85 mA ง. 0.58 mA
9. กระแสไฟฟ้า I2 มีคา่ เท่าใด ข. 1.91 mA
ก. 0.19 mA
ค. 4 mA ง. 1.14 mA
10. ขอ้ ใดกล่าวไดถ้ ูกตอ้ งเกี่ยวกบั วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
ก. แบง่ แรงดนั ไฟฟ้าออกจากกนั
ข. แบ่งกระแสไฟฟ้าในวงจรขนาน
ค. แบง่ กระแสไฟฟ้าในวงจรอนุกรม
ง. การกาหนดข้วั แรงดนั ที่ชดั เจน
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 7
เร่ือง วงจรแบ่งกระแสไฟฟ้า
คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
41. ข
42. ก
43. ค
44. ข
45. ค
46. ค
47. ง
48. ค
49. ง
50. ข
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พยี งพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บนั ทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 7 วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลมุ เน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 8
สอนสปั ดาห์ท่ี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 10
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4
ชื่อหน่วย วงจรบริดจ์ (Bridge Circuit)
ชื่อเรื่อง วงจรบริดจ์ (Bridge Circuit) จานวนคาบ 4
หัวข้อเร่ือง
ด้านความรู้
18. วงจรบริดจใ์ นภาวะสมดุล
19. วงจรบริดจใ์ นภาวะไมส่ มดุล
ด้านทกั ษะ
8. คานวณคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรบริดจ์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1. ความรับผิดชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้
สาระสาคญั
วงจรบริดจจ์ ะอาศยั หลกั การเปรียบเทียบแรงดนั ไฟฟ้าท่ีตกคร่อมความตา้ นทานจานวน 4 ตวั ถา้ หาก
สัดส่วนไมเ่ หมาะสมหรือไมเ่ ท่ากนั บริดจ์จะไมส่ มดุล ส่วนใหญ่จะนาไปใชเ้ ป็นวงจรหาค่าความตา้ นทานไม่
ทราบค่า
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
2. คานวณค่าความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรบริดจ์
คาศัพท์สาคญั
13. บริดจ์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Bridge) DC Bridge เป็นเคร่ืองมือท่ีใชว้ ดั ค่าความตา้ นทานในวงจรไฟฟ้า
กระแสตรงซ่ึงมีคา่ ความถกู ตอ้ งสูง ประเภทที่ใชใ้ นปัจจุบนั คือ วิทสโตนบริดจ์
14. บริดจ์แบบสมดุล(ฺBalance Bridge)ขณะที่บริดจอ์ ยใู่ นสภาพสมดุล จะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น กลั
วานอมิเตอร์ทาใหเ้ ขม็ ของเคร่ืองวดั ช้ีที่เลข 0
15. บริดจ์แบบไม่สมดลุ (Unbalance Bridge) ขณะท่ีบริดจอ์ ย่ใู นสภาพไม่สมดุล จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น
กลั วานอมิเตอร์ทาใหเ้ ขม็ ของเคร่ืองเบี่ยงเบนได้
จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ท่วั ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
22. เพือ่ ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั วงจรบริดจ(์ ด้านความรู้)
23. เพื่อใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน วงจรบริดจ์ (ด้านทักษะ)
24. เพ่ือใหม้ ีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาท่ีกาหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
• จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
31. อธิบายลกั ษณะของวงจรบริดจ์ ได้ (ด้านความรู้)
32. คานวณหาคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรบริดจ์ ได้ (ด้านทักษะ)
33. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
34. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้(ทฤษฎี)
15. อธิบายลกั ษณะของวงจรบริดจ์ ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
โครงสร้างของวงจรบริดจ์ที่เรียกว่า วีตสโตนบริดจ์ (Wheastone Bridge) จะปรกอบด้วยด้วยความตา้ นทาน
จานวนสองชุด ๆ ละสองตวั โดยใชห้ ลกั การแบ่งแรงดนั ไฟฟ้าของความตา้ นทานสองตวั แลว้ นามาต่อขนานกนั
ใชก้ ลั ป์ วานอมิเตอร์ต่อคนั่ ไวต้ รงกลาง เมื่อบริดจอ์ ยใู่ นสภาวะสมดุล (Balance) จะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านกลั
วานอมิเตอร์แสดงว่าอตั ราส่วนความตอ้ งการท้งั สองชุดมีค่าเท่ากนั อตั ราส่วนของแรงดนั ไฟฟ้าก็จะเท่ากนั ดว้ ย
จากคุณลกั ษณะดงั กลา่ ววงจรบริดจ์จึงถูกนาไปใชเ้ ป็นวงจรสาหรับหาค่าความตา้ นทานที่ไม่ทราบค่า วงจรบริดจ์
แบ่งออกเป็ นสองสภาวะ คือ วงจรบริดจ์ในสภาวะสมดุล (Balance Bridge) และวงจรบริดจ์ในสภาวะไม่สมดุล
(Unbalance Bridge)
16. คานวณหาคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรบริดจ์ ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
1. วงจรบริดจ์สภาวะสมดลุ ( Balance bridge circuit )
หลกั การของวงจรบริดจส์ มดุล ก็มีอยวู่ า่ เมื่อเราทราบค่าของความตา้ นทาน ตามวงจรในรูป จนกระทงั่
เขม็ ของกลั ป์ วานอร์มิเตอร์ช้ีท่ีค่าศูนย์ ซ่ึงจะพบวา่ ในขณะน้นั ไม่ไดม้ ีกระแสไหลผา่ นกลั ป์ วานอร์
มิเตอร์ เพราะวา่ ระดบั ของแรงดนั ท่ีจุด Rx กบั ที่จุด Rx มีค่าเท่ากนั หรือความตา่ งศกั ยร์ ะหวา่ งจุด Rx กบั
จุด Rx มีค่าเท่ากบั ศนู ยโ์ วลท์ และในขณะน้ีถือวา่ วงจรบริดจอ์ ยใู่ นสภาวะสมดุล
เม่ือวงจรบริดจ์อยใู นสภาวะสมดุล จะทาใหไ้ ดแ้ รงดนั ตกคร่อมที่ความตา้ นทาน R1 กบั Rx มีคา่
เท่ากนั และแรงดนั ตกคร่อมท่ีความตา้ นทาน R2 กบั R3 มีคา่ เทา่ กนั ดงั น้นั จะได้
V1 = Vx
และ V2 = V3
แต่ V1 = I1 + R1
V2 = I1 + R2
V3 = I2 + R3
VX = I2 + Rx
แทนคา่ V1 และ Vx จะได้
I1 R3 = I2 Rx
แทนค่า V2 และ V3 จะได้
I1 R2 = I2 R3
เมื่อเอาสมการที่หน่ึงมาหารสมการที่สองจะได้
R1 Rx R1 R2 Rx = R1 R3
R2
R 2 = R 3 หรือ R x = R 3 หรือ
รูปที่ 1
จากวงจรรูปที่ 1 เม่ือกระแส I1 มีค่าเท่ากบั I2 จะเป็นผลทาใหแ้ รงดนั ท่ีตกคร่อม R1 เท่ากบั แรงดนั ตกคร่อม R2
และแรงดนั ตกคร่อมตกคร่อม R3 เท่ากบั รงดนั ตกคร่อม R4 หรือแรงดนั ท่ีจุด A เท่ากบั แรงดนั ท่ีจุด B ใส
สภาวะน้ีกระแสไหลผา่ นแอมมิเตอร์จะเทา่ กบั ศูนยเ์ รียกสภาวะน้ีวา่ บริดจส์ มดุล ( Balance bridge ) ซ่ึงสามารถ
เขียนเป็นสมการไดด้ งั น้ี
VR1 = VR2
หรือ I1R1 = I2 R2 …………………………..( 1 )
VR3 = VR4
หรือ I1R3 = I2 R4 …………………………..( 2 )
นาสมการที่ (1 ) หารดว้ ยสมการท่ี (2 ) จะได้
I1R1 = I2R 2
I1R 3 I2R 4
ดงั น้นั จะได้
R1 = R2
R3 R4
จากสมการดงั กลา่ ว สามารถนามาประยกุ ต์ เพือ่ หาคา่ ความตา้ นทานที่ไม่ทราบคา่ ได้ จากวงจรรูปท่ี 1 ถา้
กาหนดใหค้ า่ ตวั ตา้ นทาน R1 คือตวั ตา้ นทานที่ไม่ทราบค่า และตวั ตา้ นทาน R2,R3 และ R4 คือตวั ตา้ นทานที่ทราบ
คา่ แลว้ จะได้
R1 = R2 R3 .........................................( 3 )
R4
2.วงจรบริดจ์สภาวะไม่สมดลุ
จากวงจรรูปท่ี1 เมื่อกระแส I1 มีค่าไม่เทา่ กบั I2 จะเป็นผลทาใหแ้ รงดนั ที่ตกคร่อม R1 ไม่เท่ากบั แรงดนั
ตกคร่อม R2 และแรงดนั ตกคร่อม R3 ไม่เทา่ กบั แรงดนั ตกคร่อม R4 หรือ แรงดนั ที่จุด A ไมเ่ ท่ากบั แรงดนั ท่ีจุด B
ในสภาวะน้ีจะมีกระแสไหลผา่ นแอมมิเตอร์ เรียกสภาวะน้ีวา่ บริดจไ์ ม่สมดุลย์ ( UnBalance bridge )
ตวั อย่างที่ 1 จากวงจรรูปที่ 2 จงคานวณหาคา่ ตวั ตา้ นทานไม่ทราบคา่ R3
รูปท่ี 2
วิธที า
R1 = R3
R2 R4
จะได้
R3 = R1 R4 = 3 kΩ 8 kΩ = 3 kΩ
R2 8 kΩ
ตวั อย่างที่ 2 จงคานวณหาค่าอตั ราส่วนความตา้ นทานของวงจรบริดจ์ (Bridge Circuit )แตล่ ะสาขา
รูปท่ี 3
สาขาที่ 1
I1R1 = R1 = 5 Ω = 5 Ω
I1R 2 R2 1 Ω
สาขาท่ี 2
I2R3 = R3 = 4 Ω = 1.333 Ω
I2R4 R4 3 Ω
ด้านทกั ษะ(ปฏิบตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)
15. แบบทดสอบหน่วยการเรียนที่ 8
16. ใบงาน หน่วยท่ี 8
• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 4-5)
8. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
9. ความมีเหตมุ ีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน
22. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 22. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา
รายวิชา วิธีการใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเร่ือง วงจร รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่องวงจร
บริดจ์ บริดจ์
23. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 23. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ
เรียนท่ี 8 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกันทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 8 และการให้ความร่วมมือใน
เรียนการสอน การทากิจกรรม
24. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั วงจร 24. ผเู้ รียนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกบั วงจรบริดจ์
บริดจ์ 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
22. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น สอน หน่วยที่ 8 วงจรบริดจ์ และให้ผูเ้ รียนศึกษา
เอกสารประกอบการสอน วงบริดจ์ หน่วยที่ 8 หน้าท่ี
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 8 วงจรบริดจ์ และให้ 133- 143
ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วงจรบริดจ์
หน่วยท่ี 8 หนา้ ที่ 133 -143 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับ วงจร
บริดจ์ ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน
23. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ
วงจรบริดจ์ ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
ช่วยสอน
24. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 105 นาที )
15. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 15. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยท่ี 8 หนา้ ท่ี 138 เรื่อง วงจรบริดจ์ ที่ 8 หนา้ ท่ี 138 เรื่อง วงจรบริดจ์
16. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 16. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต
4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
22. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 29. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
23. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 30. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยที่ 8 หนา้ 138-142 ท่ี 8 หนา้ 138-142
24. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 8 หน้า 31. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 8 หนา้ 143-147
143-147 32. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่จดั ทาข้ึน
(บรรลุจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2) (บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 1-2)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสาร ส่ือการเรียนการสอนหน่วยท่ี 8
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 8 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน
หน่วยที่ 8
ขณะเรียน
22. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยท่ี 8
23. ปฏิบตั ิตามใบงาน
24. ร่วมกนั สรุป “วงจรบริดจ”์
หลงั เรียน
15. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
16. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 8
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
กิจกรรมที่ 8 เร่ือง วงจรบริดจ์
สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั วงจรบริดจ์
29. วเิ คราะห์และตีความหมาย
30. ต้งั คาถาม
31. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
32. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการสร้างค่านิยม
ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม
สมรรถนะการปฏิบัตงิ านอาชีพ
1.คานวณหาคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรบริดจ์
สมรรถนะการขยายผล
-
ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่ือส่ิงพมิ พ์
22. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรบริดจ์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
ขอ้ ที่ 1-2)
23. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 8 เร่ือง วงจรบริดจ์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนข้นั ให้
ความรู้ เพื่อใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
24. แบบประเมินผูเ้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2
ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
8. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง วงจรบริดจ์
สื่อของจริง
8. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศึกษา
-
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
29. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขยี น และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
30. บูรณาการกบั วชิ าการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
31. บูรณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
32. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
15. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 8
16. สงั เกตการทางาน
หลงั เรียน
22. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
23. ตรวจกิจกรรม หน่วยท่ี 8
24. ตรวจใบงาน
คาถาม
16. วงจรบริดจ์ หมายถึง
17. โครงสร้างของวงจรบริดจ์ เรียกวา่ อะไร
ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 8 เร่ือง วงจรบริดจ์
สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั วงจรบริดจ์
29. วเิ คราะห์และตีความหมาย
30. ต้งั คาถาม
31. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
32. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายลกั ษณะของวงจรบริดจ์ ได้
22. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
23. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
24. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายลกั ษณะของวงจรบริดจ์ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 คานวณหาคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจรได้
16. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณหาคา่ ความตา้ นทานและแรงดนั ไฟฟ้าของวงจร จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
22. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
23. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
24. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ
อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์
ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่
น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เคร่ืองมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลุม่
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง
คุม้ ค่าและประหยดั จะได้ 2 คะแนน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 8
เร่ือง วงจรบริดจ์
คาสั่ง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว
1.วงจรบริดจป์ ระกอบดว้ ยความตา้ นทานจานวนกี่ตวั
ก. 2 ตวั
ข. 3 ตวั
ค. 4 ตวั
ง. 6 ตวั
2. เคร่ืองมือวดั ที่ใชต้ รวจสอบการสมดุลของวงจรบริดจ์ คอื อะไร
ก. มิลลิโอหม์ มิเตอร์
ข. กลั วานอมิเตอร์
ค. วตั ตม์ ิเตอร์
ง. วาร์มิเตอร์
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 3 -5
3. สัดส่วนความตา้ นทานตามขอ้ ใด ท่ีทาใหว้ งจรบริดจส์ มดุล
ก. 1 = 3
2 4
ข. 1 = 2
2 4
ค. 3 = 1
1 42
ง. 4 = 4
2 1
4. ถา้ R1 = 1 Ω , R2 = 2 Ω, R4 = 10 Ω ความตา้ นทาน R3มีคา่ เทา่ ใด จึงจะทาใหว้ งจรบริดจส์ มดุล
ก. 1 Ω
ข. 2 Ω
ค. 4 Ω
ง. 5 Ω
5. ถา้ แรงดนั ไฟฟ้าท่ีจุด A ไม่เทา่ กบั แรงดนั ฟ้าท่ีจุด B จะมีผลอยา่ งไร
ก. วงจรบริดจส์ มดุล
ข. กลั ป์ วานอมิเตอร์จะไมช่ ้ีตาแหน่งศูนย์
ค. กลั ป์ วานอมิเอตร์จะช้ีที่ตาแหน่งศนู ย์
ง. สรุปไม่ได้
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 6 -7
6. ถา้ ตอ้ งการใหบ้ ริดจ์อยใู่ นสภาวะสมดุล ความตา้ นทาน R3 ตอ้ งปรับใหม้ ีคา่ เท่าใด
ก. 20 Ω
ข. 30 Ω
ค. 40 Ω
ง. 50 Ω
7. ถา้ วงจรบริดจ์อยใู่ นสภาวะสมดุล แรงดนั ไฟฟ้าท่ีจุด A (VA) จะมีค่าเท่าใด
ก. 2 V
ข. 4 V
ค. 6 V
ง. 8 V
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ที่ 8 -10
8.แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อม ความตา้ นทาน 100 Ω มีค่าเทา่ ใด
ก. 14.2 V
ข. 10.2 V
ค. 9.6 V
ง. 6.9 V
9. แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อม ความตา้ นทาน100 Ω มีคา่ เทา่ ใด
ก. 9 V
ข. 10.9 V
ค. 12 V
ง. 12.9 V
10. แรงดนั ไฟฟ้าท่ีจุด A-B มีค่าเท่าใด
ก. 2.2 V
ข. 2.4 V
ค. 4.9 V
ง. 1.3 V
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 8
เรื่อง วงจรบริดจ์
คาส่ัง ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
51. ค
52. ข
53. ก
54. ง
55. ข
56. ข
57. ค
58. -
59. -
60. -
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ วั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บนั ทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 8 วงจรบริดจ์
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพอื่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 9
สอนสัปดาหท์ ่ี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 11
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4
ช่ือหน่วย การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ - เดลตา้
ช่ือเรื่อง การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ - เดลตา้ จานวนคาบ 4
หวั ข้อเรื่อง
ด้านความรู้
20. การแปลงความตา้ นทานจากเดลตา้ เป็นสตาร์
21. การแปลงความตา้ นทานจากสตาร์เป็นเดลตา้
ด้านทกั ษะ
9. คานวณการแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผดิ ชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้
สาระสาคญั
การวิเคราะห์ไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยมกั จะใชก้ ฎขงโอห์ม แตถ่ า้ มีความซบั ซอ้ นจะตอ้ งใชว้ ิธีพิเศษคือ การแปลง
วงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ ซ่ึงมีสูตรคานวณตายตวั แตท่ ้งั น้ีตอ้ งแยกใหอ้ อกดว้ ย แนไหนแบบเดลตา้ หรือ
ตอ่ แบบสตาร์
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. คานวณการแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
คาศัพท์สาคญั
16. วงจรไฟฟ้า (องั กฤษ: electrical circuit) หมายถึง การเช่ือมตอ่ กนั ของอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ในรูปวงจร
ปิ ดทาใหเ้ กิดการไหลของกระแสไฟฟ้าข้ึน ซ่ึงโครงขา่ ยไฟฟ้าที่ประกอบไปดว้ ยอุปกรณ์ 2 ตวั หรือมากวา่
ไม่จาเป็ นท่ีจะเป็ นวงจรไฟฟ้า
17. วงจรปิ ด (Closed Circuit) กระแสไฟฟ้าไหลออกจากแหลง่ กาเนิด ผา่ นไปตามสายไฟ แลว้ ผา่ น สวทิ ชไ์ ฟ
ซี่งแตะกนั อยู่ (ภาษาพูดวา่ เปิ ดไฟ) แลว้ กระแสไฟฟ้าไหลต่อไปผา่ นดวงไฟ แลว้ ไหลกลบั มาท่ี
แหลง่ กาเนิดอีกจะเห็นไดว้ า่ กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผา่ นได้ครบวงจร หลอดไฟจึงติด
18. ตวั นาไฟฟ้า (Conductor) ทาหนา้ ท่ีเป็นตวั กลาง กระไหลผา่ นไปยงั โหลดไดโ้ ดยสะดวก ตวั นาไฟฟ้าใน
ท่ีน้ีหมายถึง สายไฟฟ้า (Wire)
จดุ ประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ทัว่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
25. เพือ่ ใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ (ด้านความรู้)
26. เพื่อใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ (ด้านทักษะ)
27. เพ่ือใหม้ ีเจตคติท่ีดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถูกตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาท่ีกาหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
35. บอกวิธีการแปลงความตา้ นทานจากเดลตา้ เป็นสตาร์ ได้ (ด้านความรู้)
36. บอกวธิ ีการแปลงความตา้ นทานจากสตาร์เป็นเดลตา้ ได้ (ด้านทักษะ)
37. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
38. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรมพอเพยี ง) /บูรณาการเศรษฐกิจ
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้(ทฤษฎี)
17. บอกวธิ ีการแปลงความตา้ นทานจากเดลตา้ เป็นสตาร์ ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
18. บอกวธิ ีการแปลงความตา้ นทานจากสตาร์เป็นเดลตา้ ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
ด้านทกั ษะ(ปฏิบตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-3)
17. แบบทดสอบหน่วยการเรียนที่ 9
18. ใบงาน หน่วยท่ี 9
• ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 4-5)
9. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
10. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในท้องถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน
25. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 25. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา
รายวิชา วิธีการใหค้ ะแนนและวิธีการเรียนเร่ือง การ รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่องการ
แปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ แปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
26. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 26. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ
เรียนท่ี 9 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกันทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 9 และการให้ความร่วมมือใน
เรียนการสอน การทากิจกรรม
27. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้เกี่ยวกับ การ 27. ผูเ้ รียนแสดงความรู้ความรู้เก่ียวกบั การแปลง
แปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ วงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที )
25. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยที่ 9 การแปลงวงจร สอน หน่วยท่ี 9 การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ –
ความต้านทานสตาร์-เดลต้า และให้ผู้เรียนศึกษา เดลตา้ และให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน
เอกสารประกอบการสอน การแปลงวงจรความ การแปลงความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ หน่วยท่ี 9 หนา้ ที่
ตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ หน่วยที่ 9 หนา้ ท่ี 149-162 149-162
26. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2.ผู้สอนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ การ
การแปลงความต้านทานสตาร์ -เดลต้า ตามท่ีได้ แปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ – เดลตา้ ตามท่ีไดศ้ ึกษา
ศึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
27. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที ) 3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 105 นาที )
17. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการ 17. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยท่ี 9 หน้าท่ี 158 เรื่อง การแปลงวงจร ที่ 9 หน้าที่ 158 เร่ือง การแปลงวงจรความตา้ นทาน
ความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ สตาร์ – เดลตา้
18. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต 18. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต
4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
25. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน 33. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพือ่ ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
26. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบทดสอบหน่วยการ 34. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วย
เรียนรู้ หน่วยท่ี 9 หนา้ 158-161 ที่ 9 หนา้ 158 - 161
27. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบงาน หน่วยที่ 9 หน้า 35. ผเู้ รียนทาใบงานเรียนรู้ ท่ี 9 หนา้ 162-167
162 - 167 36. ผู้เรี ยนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรี ยน ด้วย
บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทาข้นึ
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-2) (บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-2)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานท่ีมอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 9
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 9 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน
หน่วยท่ี 9
ขณะเรียน
25. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมหน่วยที่ 9
26. ปฏิบตั ิตามใบงาน
27. ร่วมกนั สรุป “การแปลวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้ ”
หลงั เรียน
17. ทาแบบประเมินการเรียนรู้
18. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 9
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
กิจกรรมท่ี 9 เร่ือง การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์- เดลตา้
สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
33. วิเคราะห์และตีความหมาย
34. ต้งั คาถาม
35. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
36. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม
ปลกู ฝังคณุ ธรรม จริยธรรม
สมรรถนะการปฏบิ ัติงานอาชีพ
1.คานวณการแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
สมรรถนะการขยายผล
-
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
25. เอกสารประกอบการสอนวชิ า การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ – เดลตา้ (ใชป้ ระกอบการเรียน
การสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
26. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 9 เร่ือง การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ – เดลตา้ (ใช้
ประกอบการเรียนการสอนข้นั ใหค้ วามรู้ เพอื่ ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
27. แบบประเมินผูเ้ รียนในช้นั เรียน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1-2
สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
9. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ – เดลตา้
ส่ือของจริง
9. วงจรไฟฟ้ากระแสตรง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสมทุ รสาคร
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศึกษา
-
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
33. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขยี น และการฝึ กปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
34. บูรณาการกบั วิชาการบริหารการจดั ซ้ือ ดา้ นการซ้ือ การแสวงหาผลิตภณั ฑ์
35. บรู ณาการกบั วิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
36. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
17. ตรวจผลงานตาม แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ท่ี 9
18. สงั เกตการทางาน
หลงั เรียน
25. ตรวจแบบฝึกหดั ทดสอบความเขา้ ใจ
26. ตรวจกิจกรรม หน่วยที่ 9
27. ตรวจใบงาน
คาถาม
18. วงจรบริดจ์ หมายถึง
19. โครงสร้างของวงจรบริดจ์ เรียกวา่ อะไร
ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 9 เรื่อง การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์ – เดลตา้
สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
33. วิเคราะห์และตีความหมาย
34. ต้งั คาถาม
35. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
36. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 บอกวิธีการแปลงความตา้ นทานจากเดลตา้ เป็นสตาร์ ได้
25. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
26. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
27. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกวิธีการแปลงความตา้ นทานจากเดลตา้ เป็นสตาร์ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 บอกวิธีการแปลงความตา้ นทานจากสตาร์เป็นเดลตา้ ได้
18. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
19. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกวธิ ีการแปลงความตา้ นทานจากสตาร์เป็นเดลตา้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ ง
กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
25. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
26. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
27. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ
อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์
ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง จะได้ 4 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่
น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน
2. เครื่องมือ : แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้ เทคนิคที่แปลกใหมใ่ ชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนา วสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ ง
คุม้ คา่ และประหยดั จะได้ 2 คะแนน
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ 9
เร่ือง การแปลงวงจรความต้านทานสตาร์-เดลต้า
คาสั่ง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
1.RY1 มีค่าเท่าใด
ก. 1 Ω
ข. 2 Ω
ค. 2.5 Ω
ง. 3 Ω
2. RY2 มีค่าเทา่ ใด
ก. 0.4 Ω
ข. 1.4 Ω
ค. 2.1 Ω
ง. 2.33 Ω
3. ความตา้ นทานท่ีจุด A – B มีค่าเทา่ ใด
ก. 2.33 Ω
ข. 3.41 Ω
ค. 4.41 Ω
ง. 14.31 Ω
จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 4 – 6
4. ความตา้ นทาน RA มีคา่ เท่าใด
ก. 10.25 Ω
ข. 15.55 Ω
ค. 20.55 Ω
ง. 25.55 Ω
5. ความตา้ นทาน RB มีคา่ เท่าใด
ก. 12.5 Ω
ข. 18.5 Ω
ค. 20.5 Ω
ง. 25.5 Ω
6. ความตา้ นทาน RC มีค่าเทา่ ใด
ก. 20.5 Ω
ข. 27.5 Ω
ค. 31 Ω
ง. 37 Ω
จากรูปที่กาหนดให้ จงตอบคาถามขอ้ ท่ี 7 – 10
7. ความตา้ นทาน Ry1 มีค่าเทา่ ใด
ก. 0.75 Ω
ข. 1.25 Ω
ค. 1.67 Ω
ง. 2.76 Ω
8. ความตา้ นทาน Ry2 มีค่าเทา่ ใด
ก. 1.15 Ω
ข. 1.67 Ω
ค. 2.76 Ω
ง. 3.03 Ω
9. ความตา้ นทาน Ry3 มีคา่ เทา่ ใด
ก. 3.25 Ω
ข. 2.55 Ω
ค. 2.15 Ω
ง. 1.67 Ω
10. ความตา้ นทานท่ีจุด X-Y มีคา่ เท่าใด
ก. 1.10 Ω
ข. 2.10 Ω
ค. 2.35 Ω
ง. 3.35 Ω
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าและประหยดั
คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ แตข่ าดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 9
เร่ือง การแปลงวงจรความต้านทานสตาร์ -เดลต้า
คาส่ัง ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
61. ก
62. ข
63. ก
64. ค
65. ข
66. ง
67. ค
68. ข
69. ง
70. ง
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขที่…….
4……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั 321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แต่ขาด
การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมสี ่ือ / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บนั ทึกหลงั การสอน
หน่วยท่ี 9 การแปลงวงจรความตา้ นทานสตาร์-เดลตา้
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนกั เรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุม่ และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทางานกลุ่มเพ่อื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลมุ เน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 10
สอนสปั ดาหท์ ี่
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 12
ช่ือวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาบรวม 4
ช่ือหน่วย กฎของเคอร์ชอฟฟ์
ช่ือเร่ือง กฎของเคอร์ชอฟฟ์ จานวนคาบ 4
หัวข้อเร่ือง
ด้านความรู้
22. อธิบายการแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์
23. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์
ด้านทักษะ
1. วเิ คราะหว์ งจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์
ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผดิ ชอบ
2. ความสนใจใฝ่รู้
สาระสาคัญ
กฎของเคอร์ชอฟฟ์ ใชว้ เิ คราะหว์ งจรไฟฟ้ากระแสตรงที่มีความซบั ซอ้ นหรือมีหลายแหล่งจ่าย ดว้ ยวธิ ีการ
กาหนดทิศทางกระแสไหลเขา้ –ออก ที่จุดใด ๆ ในวงจรใหค้ รบทุกจุดหลงั จากน้นั จะไล่วงจรในแตล่ ะรูป จนครบ
ทกุ ลปู เพ่ือแกส้ มการหาคาตอบ
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์
คาศัพท์สาคัญ
19. ดเี ทอร์มิแนนต์ (determinant) คือฟังกช์ นั หน่ึงท่ีใหผ้ ลลพั ธ์เป็นสเกลาร์ ซ่ึงข้นึ อยกู่ บั คา่ ของ n ในมิติ n×n
ของเมทริกซจ์ ตั รุ ัส A ส่วนความหมายทางเรขาคณิตเบ้ืองตน้ ดีเทอร์มิแนนตค์ อื ตวั ประกอบมาตราส่วน
(scale factor) ของปริมาตร เมื่อ A ถูกใชเ้ ป็นการแปลงเชิงเสน้ ดีเทอร์มิแนนตเ์ ป็นส่ิงท่ีสาคญั สาหรับท้งั
พีชคณิตเชิงหลายเส้น (multilinear algebra) และแคลคลู สั ซ่ึงใชส้ าหรับกฎการแทนท่ี (substitution rule)
ในตวั แปรบางกลมุ่
20. เมทริกซ์ หรือ เมตริกซ์ (matrix) คือตารางสี่เหลี่ยมท่ีแตล่ ะช่องบรรจุจานวนหรือโครงสร้างทาง
คณิตศาสตร์ที่สามารถนามาบวกและคูณกบั ตวั เลขไดเ้ ราสามารถใชเ้ มทริกซ์แทนระบบสมการเชิงเสน้
การแปลงเชิงเสน้ และใชเ้ ก็บขอ้ มลู ที่ข้นึ กบั ตวั แปรตน้ สองตวั เราสามารถบวก คูณ และแยกเมทริกซ์
ออกเป็นผลคูณของเมทริกซ์ไดห้ ลายรูปแบบ เมทริกซเ์ ป็นแนวความคิดที่มีความสาคญั ยงิ่ ของพีชคณิต
เชิงเส้น โดยทฤษฎีเมทริกซ์เป็นสาขาหน่ึงของพีชคณิตเชิงเส้นท่ีเนน้ การศึกษาเมทริกซ์
จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ทัว่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
28. เพ่อื ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั กฎของเคอร์ชอฟฟ์ (ด้านความรู้)
29. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะใชง้ าน กฎของเคอร์ชอฟฟ์ (ด้านทักษะ)
30. เพ่ือใหม้ ีเจตคติท่ีดีตอ่ การเตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั ิงานอยา่ งถกู ตอ้ ง สาเร็จ
ภายในเวลาท่ีกาหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
39. อธิบายการแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์ ได้ (ด้านความรู้)
40. วเิ คราะห์วงจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์ ได้ (ด้านทักษะ)
41. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
(ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
42. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรมพอเพียง) /บูรณาการเศรษฐกิจ
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้(ทฤษฎี)
19. อธิบายการแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์ ได(้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 1)
การแก้สมการโดยใช้ดีเทอร์มิแนนต์
การแกส้ มการที่มีตวั แปรไมท่ ราบค่าต้งั แตส่ องตวั ข้ึนไปน้นั จะมีความยงุ่ ยาก มีข้นั ตอนมากแต่เม่ือนาไหลกั
การของดีเทอร์มิแนนตม์ าใช้งานจะสามารถแกส้ มการไดเ้ ร็วข้ึน เนื่องจากดีเทอร์มิแนนต์มีกฎเกณฑก์ ารแก้
สมการที่แน่นอนชดั เจนเขา้ ใจงา่ ย แต่ตอ้ งทาตามข้นั ตอน ในท่ีน้ีจะอธิบายการแกส้ มการที่ไม่ทราบค่าสองตวั
แปรและการแกส้ มการท่ีไม่ทราบค่าสามตวั แปร ซ่ึงใชห้ ลกั เกณฑเ์ ดียวกนั
20. วิเคราะหว์ งจรดว้ ยกฎของเคอร์ชอฟฟ์ ได้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ 2)
กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
การใชก้ ฎของโอห์มแกป้ ัญหาในวงจรไฟฟ้าที่ซบั ซอ้ นจะทาใหม้ ีความยงุ่ ยากมากยงิ่ ข้ึน กฎของเคอร์ชอฟฟ์
เป็นกฎหน่ึงท่ีใชแ้ กป้ ัญหาวงจรไฟฟ้าที่ซบั ซอ้ นไดด้ ี
กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ “เคอร์ชอฟฟ์ เคอร์เรนท์ ลอว”์ (Kirchhoff Current Law) จะกล่าวถึง
ความสัมพนั ธ์ของกระแสไฟฟ้าท่ีไหลเขา้ และไหลออกจากจุดใดจุดหน่ึงในวงจรไฟฟ้าการแกส้ มการของเคอร์
ชอฟฟ์ จะใชห้ ลกั การการลดทอนทางพชี คณิตหรือใชเ้ มตริกซแ์ ละดีเทอร์มีแนนท์
1 .กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff Current Law)
กล่าวไวว้ า่ ณ จุดใดๆ ในวงจรไฟฟ้า ผลรวมทางพีชคณิตของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเขา้ และกระแสไฟฟ้าที่ไหล
ออกมีคา่ เท่ากบั ศูนยห์ รือกล่าวในอีกทางหน่ึงก็คือ
ณ จุดใดๆ ในวงจรไฟฟ้าผลรวมของกระแสที่ไหลเขา้ จะมีคา่ เทา่ กบั ผลรวมของกระแสท่ีไหลออก ซ่ึง
สามารถเขียนเป็นสมการไดด้ งั น้ี
ผลรวมของกระแสไฟฟ้าทีไ่ หลเข้า = ผลรวมของกระแสไฟฟ้าท่ีไหลออก
รูปที่ 1 กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
จากรูปท่ี 1 ใหจ้ ุด A เป็นจุดใดๆ ในวงจรไฟฟ้า พจิ ารณาไดว้ า่ กระแสไฟฟ้าท่ีไหลเขา้ คือ I1,I3 และ I4 ส่วน
กระแสไฟฟ้าที่ไหลออกคือ I2 และ I5 ปกติแลว้ จะกาหนดใหก้ ระแสไฟฟ้าท่ีไหลเขา้ ท้งั หมดเป็นบวก (+) และ
กระแสไฟฟ้าที่ไหลออกท้งั หมดมีคา่ เป็นลบ (-) ดงั น้นั เมื่อเขียนเป็นสมการจะไดด้ งั น้ีคอื
I1 + I3 + I4 = I2 + I5
หรือ I1 − I2 + I3 + I 4 − I5 = 0
หรือ I = I1 − I2 + I3 + I 4 − I5 = 0
I = 0 ................................................. (1)
2. ตัวอย่างการคานวณเกย่ี วกบั กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
ตัวอย่างท่ี 1 จากวงจรรูปที่ 2 จงคานวณหาค่า I1,I2,I3 โดยใชก้ ฎของเคอร์ชอฟฟ์
รูปที่ 2
จากกฎกระแสของเคอร์ชอฟฟ์
I = I1 + I2 − I3 = 0
หรือ
I1 + I2 = I3
จากวงจรรูปที่ 2 เม่ือกาหนดทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าจะเห็นวา่ กระแสไฟฟ้า I1 ไหลผา่ นตวั
ตา้ นทาน R1 และแหล่งกาเนิดแรงดนั E1 กระแสไฟฟ้า I2 ไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R2 และแหล่งกาเนิดแรงดนั E2
ส่วนกระแสไฟฟ้า I3 ไหลผา่ นตวั ตา้ นทาน R3
สามารถเขียนสมการไดด้ งั น้ี
E1 = R1I1 + R3I3 ................................................ (1)
E2 = R2I2 + R3I3 ……………………………... (2)
แต่ I1 + I2 = I3
แทนค่า I3 ลงในสมการท่ี (1) และ (2) จะได้
( )E1 = R1I1 + R3 I1 + I2
= R1I1 + R3I1 + R3I2
= (R1 + R3 )I1 + R3I2 …………………………… (3)
( )E2 = R2I2 + R3 I1 + I 2
= R2I2 + R3I1 + R3I2
= (R2 + R3 )I2 + R3I1 …………………………… (4)
แทนค่า E และ R (ในวงจรรูปที่ 2) ลงในสมการที่ (3) และ (4)
( )E1 = R1 + R3 I1 + R3I 2
16 = (1 + 4 )I1 + 4 I2
16 = 5 I1 + 4 I2 ……………………………………… (5)
และ ( )E2 = R2 + R3 I2 + R3I1
10 = (2 + 4 )I2 + 4 I1
10 = 6 I2 + 4 I1 ……………………………………… (6)
ด้านทักษะ(ปฏิบัติ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)
19. แบบทดสอบหน่วยการเรียนที่ 10
20. ใบงาน หน่วยที่ 10
• ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)
10. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทกุ คน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
11. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เ ท ค นิ ค ที่ แ ป ล ก ใ ห ม่ ใ ช้สื่ อ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ป ร ะ ก อ บ ก า ร น า เ ส น อ ท่ี น่ า ส น ใ จ น า ว ัส ดุ ใ น ท้อ ง ถ่ิ นม า
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน
28. ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 28. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา
รายวิชา วิธีการใหค้ ะแนนและวิธีการเรียนเร่ือง กฎ รายวิชา วิธีการใหค้ ะแนนและวิธีการเรียนเรื่องกฎของ
ของเคอร์ชอฟฟ์ เคอร์ชอฟฟ์
29. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 29. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงค์การ
เรียนท่ี 10 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนที่ 10 และการให้ความร่วมมือใน
เรียนการสอน การทากิจกรรม
30. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เกี่ยวกบั กฎของ 30. ผูเ้ รียนแสดงความรู้ความรู้เกี่ยวกับ กฎของ
เคอร์ชอฟฟ์ เคอร์ชอฟฟ์
2. ข้ันให้ความรู้ (75 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที )
28. ผู้ ส อ น แ น ะ น า วิ ธี ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น 1. ผสู้ อนแนะนาวิธีการใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยท่ี 10 กฎของเคอร์ สอน หน่วยท่ี 10 กฎของเคอร์ชอฟฟ์ และให้ผูเ้ รียน
ชอฟฟ์ และให้ผเู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน ศึกษาเอกสารประกอบการสอน กฎของเคอร์ชอฟฟ์
กฎของเคอร์ชอฟฟ์ หน่วยท่ี 10 หนา้ ที่ 169-182 หน่วยที่ 10 หนา้ ท่ี 169-182
29. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั อธิบายเก่ียวกบั กฎ 2.ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกบั กฎของ
ของเคอร์ ชอฟฟ์ ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรี ยน เคอร์ชอฟฟ์ ตามท่ีไดศ้ ึกษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สอน
30. อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน 3.อาจารยผ์ สู้ อนคอยใหค้ าแนะนาแก่ผเู้ รียน