หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 การสบื เสาะหาความรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระยะเวลา 3 ช่วั โมง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
ว 1.1 ป.3/1 สืบค้นและอธิบายเกี่ยวกับการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะกระบวนการ ทาง
วิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้ได้
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรไ์ ดค้ รบทุกขั้นตอน (K)
2. อธิบายและใชท้ ักษะการจัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกบั เวลา
การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การกาหนดและควบคุมตัวแปร และการสร้างแบบจาลองในการแสวงหา
ความรู้ได้ (P)
3. อธิบายลักษณะของคนทีม่ ีจิตวทิ ยาศาสตร์ได้ (K)
4. ฝึกใชท้ กั ษะการจดั กระทาและสื่อความหมายข้อมูลได้อย่างถกู ต้อง (P)
5. ฝกึ ใช้ทกั ษะการหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกบั เวลาได้อย่างถูกต้อง (P)
6. ฝกึ ใช้ทักษะการกาหนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัตกิ ารไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
7. ฝึกใช้ทกั ษะการกาหนดและควบคมุ ตวั แปรได้อย่างถูกต้อง (P)
8. ฝึกใช้ทกั ษะการสรา้ งแบบจาลองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P)
9. ฝึกฝนการมจี ิตวิทยาศาสตร์ (P)
10. รบั ผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั พื้นฐานและวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์
4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ วิธีการหรือทักษะท่ีสาคัญในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพราะช่วยให้
สามารถหาคาตอบในเร่ืองท่ีสนใจได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียนในช้ันเรียนน้ีเป็น
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐานและขั้นสูง ได้แก่ ทักษะการจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล
ทักษะการหาความสมั พนั ธ์ของสเปซกับเวลา ทกั ษะการกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ ทักษะการกาหนดและควบคุม
ตวั แปร และทกั ษะการสรา้ งแบบจาลอง
13
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 1) ทกั ษะการสังเกต 1) มีวนิ ยั
2) ความสามารถในการคดิ 2) ทกั ษะการจาแนกประเภท 2) ใฝ่เรียนรู้
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 3) ทักษะการตั้งสมมตฐิ าน 3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน
4) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล
5) ทักษะการจดั กระทาและ
การส่อื ความหมายข้อมูล
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงท่ี 1
ข้นั นา
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะท่ีใช้ ส่อื ที่ใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ - เกมปริศนา - ตรวจเกม
1. ครูให้นักเรียนทาเกมปริศนาอักษรไขว้ เร่ือง ทักษะกระบวนการ - ทักษะ อกั ษรไขว้ ปริศนา
อักษรไขว้
ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทบทวนความรู้นักเรียนเก่ียวกับทักษะ การวิเคราะห์ - ส่อื วดิ โี อ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยให้นักเรียนค้นหาคาท่ีเป็น - สังเกตพฤติกรรม
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การทางาน
โดยวงล้อมรอบคาทซ่ี อ่ นอยู่ในตาราง รายบุคคล
2. ครูกระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยให้นักเรียนดูวิดีโอจาก - ทักษะ
https://www.youtube.com/watch?v=FtfqEqZBCY8 และ การอธิบาย
ใชค้ าถาม ดังนี้
จากการท่ีได้ดูข่าวการทาหลอดดูดน้าจากข้าว นักเรียนคิด
ว่า ทาไมเขาถึงใชข้ ้าวมาผลิตแทนการใชพ้ ลาสตกิ
(แนวคาตอบ เพื่อเป็นการลดการใช้พลาสติกท่ีเป็นสาเหตุ
หน่งึ ของภาวะโลกรอ้ น)
คนท่ีผลติ หลอดดูดน้าจากข้าว มคี วามเปน็ นกั วิทยาศาสตร์หรือไม่
(แนวคาตอบ มี เพราะว่าเป็นคนช่างเกต ใฝ่เรียนรู้ มีการ
ค้นหาหรือทดลองเพื่อนามาซึ่งขอ้ มูลทมี่ ปี ระโยชน)์
14
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทีใ่ ช้ ส่อื ท่ใี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
การหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนคิดว่าต้องเกิดจาก - หนงั สือเรียน - แบบประเมนิ
สิง่ ใดเปน็ อนั ดับแรก
(แนวคาตอบ เกิดจากการมขี อ้ สงสยั จากสงิ่ ตา่ ง ๆ) ชุดแม่บท ช้ินงาน
3. ให้นักเรียนทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บท - ทักษะ มาตรฐาน
มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 เรื่อง ทักษะกระบวนการทาง การเชอ่ื มโยง
วทิ ยาศาสตร์ หน้า 4
วิทยาศาสตร์ ป.3
หน้า 4
4. ครใู หน้ กั เรียนร่วมกนั ตอบคาถาม ดงั น้ี - ทักษะ - หนงั สือเรยี น - สังเกตพฤติกรรม
การหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ต้องเกิดจากส่ิงใดเป็น การอธบิ าย ชุดแมบ่ ท การทางาน
อนั ดบั แรก
มาตรฐาน รายบคุ คล
(แนวคาตอบ ระบปุ ญั หา) วิทยาศาสตร์
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตรป์ ระกอบไปดว้ ยกีข่ ้นั ตอน อะไรบ้าง ป.3
(แนวคาตอบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ ระบุปัญหา
สมมติฐาน รวบรวมข้อมลู วเิ คราะหข์ ้อมลู และสรุปผล)
5. ครูอธิบายความรู้จากที่นักเรียนได้ตอบคาถามวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์เพมิ่ เตมิ ให้กบั นักเรียน
ชวั่ โมงท่ี 2
ขั้นสอน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะท่ีใช้ สื่อที่ใช้/อุปกรณ์ ประเมินผล
ขั้นสารวจคน้ หา - บตั รคาศพั ท์ - สงั เกตพฤตกิ รรม
1. ครใู หน้ ักเรยี นเรยี นรู้และอ่านคาศัพท์วิทยาศาสตร์ โดยครูติดบัตร - ทักษะการคิด การทางาน
รายบคุ คล
คาศัพท์ไว้บนกระดาน โดยครูอ่านนาและให้นักเรียนอ่านตาม วเิ คราะห์
ดงั น้ี
relationship (ริ เลชนึ ชพิ ) ความสัมพันธ์
define (ดิ ไฟน) นิยาม
controlling (คนั โทรลลิง) ควบคมุ
modeling (มอ็ ดดลึ ลงิ ) สรา้ งแบบจาลอง
15
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ีใช้ สอื่ ทใี่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
2. ให้นักเรียนฝึกอ่านคาศัพท์และคาแปล จากนั้นครูอธิบาย - ทักษะ - หนังสอื เรยี นชุด - ตรวจสอบ
เพื่อนาไปสู่กิจกรรมที่ครูจะให้ทาในตอนถัดไป ว่าเป็นการใช้ การสื่อสาร แม่บทมาตรฐาน พฤติกรรม
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการกาหนดและ วทิ ยาศาสตร์ การทางานกลุ่ม
ควบคุมตัวแปร ทักษะการสร้างแบบจาลอง และทักษะการหา ป.3
ความสมั พนั ธ์ของสเปซกับเวลา
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อทากิจกรรมทักษะ - ทกั ษะ - วัสดอุ ปุ กรณ์ - แบบประเมิน
การปลูกขา้ วโพด ชนิ้ งาน
กระบวนการวิทยาศาสตร์ เร่ือง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต การวเิ คราะห์ - อินเทอร์เน็ต - สงั เกต
ของขา้ วโพด โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ - ทักษะ
1) ครูแจกกระดาษกลมุ่ ละ 1 แผน่ การอธิบาย - วดิ โี อ คณุ ลกั ษณะ
2) ครูอธบิ ายการปลกู ขา้ วโพด โดยวธิ ีการปลูกใส่กระดาษทิชชู - ทกั ษะ อันพึงประสงค์
พร้อมทั้งสาธิตวิธีการปลูก โดยมีอุปกรณ์ ดังนี้ เมล็ด การสอ่ื สาร - สงั เกตพฤติกรรม
ขา้ วโพด นา้ กระดาษทิชชู และจานพลาสติก - ทกั ษะ การทางานกลุม่
3) จากนั้นใหน้ กั เรยี นดวู ดิ ีโอการเจรญิ เตบิ โตของขา้ วโพด จาก การทางาน
https://www.youtube.com/watch?v=cWpvdOQfba รว่ มกนั
0 - ทกั ษะ
4) ครูให้นักเรียนตอบคาถาม ดังนี้ ปัญหาของการทดลองคือ การสารวจคน้ หา
อะไร
(แนวคาตอบ น้ามีผลต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพด
หรอื ไม่)
5) จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มกาหนดตัวแปรต้น ตัวแปร
ตาม ตัวแปรควบคุม และกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของ
การทดลองนี้ โดยสามารถสืบคน้ จากแหลง่ การเรียนร้ตู า่ ง ๆ
เชน่ อนิ เทอร์เนต็ พรอ้ มออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน
(แนวคาตอบ ตวั แปรตน้ คอื นา้ ที่ใชใ้ นการรดขา้ วโพด
ตัวแปรตาม คอื การเจรญิ เตบิ โตของข้าวโพด
ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดของน้า ชนิดของข้าวโพด ปริมาณ
การรดน้าในแต่ละคร้งั สถานที่เพาะปลูก
นิยามเชิงปฏิบัติการ คือ การเจริญเติบโตของข้าวโพด
สามารถวัดได้จากการวัดความยาวของต้นข้าวโพด)
4. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “จากกิจกรรมทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ เร่ือง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของถ่ัวงอก
นักเรียนสามารถเรียนรู้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้ คือ ทักษะการ
กาหนดและควบคุมตัวแปร ทักษะการกาหนดนิยาม เชิง
16
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะท่ีใช้ สื่อท่ใี ช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
ปฏบิ ตั ิการ และทกั ษะการหาความสัมพันธข์ องสเปซกับเวลา เช่น
การเจรญิ เตบิ โตของถวั่ งอกเม่ือเวลาผา่ นไป”
5. ครูนาภาพการเจริญเติบโตของข้าวโพดมาให้นักเรียนดู จากน้ัน - ทกั ษะการสังเกต - ภาพขา้ วโพด - สงั เกตพฤตกิ รรม
นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบตารางผลการทดลองลงใน การทางานกล่มุ
กระดาษที่ครูแจกให้ - ทกั ษะ ขนาดต่าง ๆ - แบบประเมนิ
ชนิ้ งาน
การทางาน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
รว่ มกัน การทางานกลุม่
6. สามารถนาภาพข้าวโพดมาจัดทาเป็นตารางผลการทดลองได้ - แบบประเมิน
ชิ้นงาน
ดังนี้
วนั ที่ รูปภาพของตน้ ขนาดของต้นขา้ วโพด
ขา้ วโพด (เซนติเมตร)
1
2
3
4
5
7. ครูขออาสาสมัครนักเรียน ให้นาผลการบันทึกข้อมูลออกมา - ทกั ษะ
อธิบายส่อื ความหมายข้อมูล จากการบันทึกทีละกลุ่ม เพ่ือให้เห็น การอธบิ าย
ความหลากหลาย (ครูเขียนข้อมูลที่นักเรียนออกมาพูดไว้บน - ทักษะ
กระดาน) การสื่อสาร
(ครปู ระเมินนกั เรยี นโดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )
8. ครแู จกดินน้ามัน 2 สี (สีขาวและสเี ขียว) กลุ่มละ 2 กอ้ น กระดาษ
แขง็ และปากกาเมจิกสีตา่ ง ๆ
9. จากนั้นให้นักเรียนสร้างแบบจาลองของการเจริญเติบโตของ - ทักษะการสังเกต
ขา้ วโพดจากการบนั ทึกผลของแต่ละกลุม่ - ทกั ษะ
การทางาน
รว่ มกัน
- ทกั ษะ
การสอ่ื สาร
17
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
ชั่วโมงท่ี 3
ขั้นสอน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะที่ใช้ สอื่ ท่ีใช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. ครูนาผลไม้ปลอมมา 2 ชนิด แบบจาลองการเจริญเติบโตของ - ทักษะการสงั เกต - ผลไมป้ ลอม - สังเกตพฤตกิ รรม
จานวน 2 ชนดิ การทางาน
ขา้ วโพดของนกั เรยี น ตารางบันทกึ ผลการทดลอง แผนภูมิวงกลม - ทักษะ เช่น แตงโม รายบุคคล
ชมพู่
แผนผังโรงเรียน การสอื่ สาร - แบบจาลอง
การเจรญิ เตบิ โต
2. ครูถามนักเรียนโดยใชค้ าถาม ดังนี้ ของขา้ วโพด
สื่อหรือรูปภาพท่ีนักเรียนเห็นเป็นการใช้ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้าง - บตั รขอ้ ความ
(แนวคาตอบ เช่น ผลไม้และแบบจาลองการเจริญเติบโต เกย่ี วกบั ทักษะ
ของถ่ัวงอก เป็นการใช้ทักษะการสร้างแบบจาลอง กระบวนการ
แบบจาลองการเจริญเติบโตของถ่ัวงอก เป็นการใช้ทักษะ ทางวิทยาศาสตร์
การหาความสัมพันธ์ของสเปซกับเวลา และตารางบันทึก
ผลการทดลอง แผนภูมวิ งกลม แผนผงั โรงเรียน เป็นการใช้
ทกั ษะการจดั กระทาและสื่อความหมายข้อมลู )
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูนาบัตรข้อความเก่ียวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ใส่กล่องวางไวห้ นา้ ชน้ั เรียน ไดแ้ ก่
การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร การสรา้ งแบบจาลอง
การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัตกิ าร
การหาความสัมพันธ์ของสเปซกบั เวลา
การจัดกระทาและส่อื ความหมายขอ้ มลู
2. ครเู ขียนข้อความไว้บนกระดานเปน็ ข้อ ๆ ดงั นี้ - ทักษะการแยก - สงั เกต
ดาวสรา้ งแบบจาลองอวัยวะภายในของมนุษย์ ประเภท คณุ ลกั ษณะ
มะลิเขียนแผนผงั ของโรงเรียน อันพงึ ประสงค์
ตะวนั เขียนความหมายของข้อความในการทดลองให้อ่าน - ทกั ษะ
การสือ่ สาร
18
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ใี ช้ สื่อที่ใช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
เขา้ ใจตรงกนั - ทักษะ
ดวงกาหนดตวั แปรตน้ ตวั แปรตาม และตัวแปรควบคุม การอธิบาย
พราวเอาก้อนน้าแข็งวางไว้บนโต๊ะ ผ่านไป 10 นาที
น้าแขง็ ละลายจนหมด
3. จากนั้นครูสุ่มเลขท่ีนกั เรียนออกมาทีละคนให้ออกมาหยิบ บัตร - ทกั ษะ - กระดาษแข็ง - ตรวจสอบ
ข้อความจากในกล่องที่วางไว้หน้าช้ันเรียน แล้วนาไปติดท้าย การวิเคราะห์ พฤตกิ รรม
ขอ้ ความบนกระดานท่สี มั พนั ธ์กนั จนครบบตั รคาทค่ี รเู ตรยี มไว้ การทางานกลุ่ม
4. จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ถ้ามี - ทักษะ - สังเกตพฤตกิ รรม
การทางาน
ขอ้ ผิดพลาดใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง การวิเคราะห์ รายบคุ คล
5. ให้นักเรียนแต่ละคนทากิจกรมสรุปสาระสาคัญ ประจาเร่ืองที่ 1 - ทกั ษะ - หนังสอื เรียนชุด - สังเกตพฤติกรรม
ในหนงั สือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 17 การวเิ คราะห์ แมบ่ ทมาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 รายบคุ คล
6. ครูให้นักเรียนในกลุ่มต้ังคาถามคนละ 1 คาถาม ท่ีเกี่ยวกับ - ทกั ษะ หนา้ 17
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเรียนมาท้ังหมดในหน่วยการ การวิเคราะห์ - สังเกตพฤตกิ รรม
การทางาน
เรียนรู้ที่ 1 แล้วนามาถามเพ่ือนในกลุ่มให้ช่วยกันอภิปรายและ รายบคุ คล
ตอบคาถาม
7. นักเรียนและครูช่วยกันอภิปรายจากการตอบคาถามและครู - ทกั ษะ - สังเกตพฤติกรรม
การทางาน
อธิบายเช่ือมโยงว่า “การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ การสอ่ื สาร รายบุคคล
- สงั เกต
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพ้ืนฐานเพื่อหาความรู้ทาง - ทกั ษะ คณุ ลักษณะ
อันพงึ ประสงค์
วิทยาศาสตร์จะทาให้นักเรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งท้ังหมด การอธิบาย
เป็นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์” - ทกั ษะการแยก
ประเภท
8. จากนั้นครูใช้คาถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนช่วยกันตอบ
คาถาม
จากการ ทากิจกร รมต่ าง ๆ ท่ีเร าเรี ยนรู้ วิธีกา ร
ทางวิทยาศาสตร์มีอะไรบ้าง
(แนวคาตอบ ระบุปัญหา สมมติฐาน รวบรวมข้อมูล
วเิ คราะหข์ อ้ มูลและสรปุ ผล)
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการทากิจกรรม
19
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรยี นรู้วิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะทใ่ี ช้ ส่ือทใ่ี ช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
ตา่ ง ๆ มอี ะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ การกาหนดและควบคุมตัวแปร การกาหนด
นิยามเชิงปฏิบตั ิการ การหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกบั เวลา
การสร้างแบบจาลอง และการจัดกระทา และสื่อความหมาย
ขอ้ มลู )
จิตวิทยาศาสตร์หมายถงึ อะไร
(แนวคาตอบ ลกั ษณะนสิ ยั ท่ีเกดิ ข้นึ จากการหาความรู้
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร)์
ลักษณะนสิ ัยอย่างไรบ้างที่เรยี กว่ามีจิตวิทยาศาสตร์
(แนวคาตอบ ความสนใจใฝ่รู้ ความซ่ือสัตย์ ความมีวินัย
ความอดทน ความมีเหตผุ ล เป็นต้น)
( ค รู ป ร ะ เ มิ น นั ก เ รี ย น โ ด ย ใช้ แ บ บ สั งเ ก ต พฤ ติ ก ร ร ม ก า ร
ทางานรายบุคคล)
ขั้นประเมิน
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ีใช้ สื่อทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
1. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือเรียน
- หนงั สือเรยี น - ตรวจสอบผล
ชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
ชดุ แม่บท การทากิจกรรม
2. ครูตรวจสอบการทางานกลมุ่ โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
กลุ่ม การแสดงความคิดเห็น การตอบคาถาม การร่วมกันทางาน มาตรฐาน ลองทาดู
กลมุ่ และการออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
วทิ ยาศาสตร์ ป.3
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมสรุปสาระสาคัญประจาเรื่องที่ 1
ในหนังสอื เรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 17
- ตรวจสอบผล
การทางานกล่มุ
- หนังสือเรยี น - ตรวจสอบผล
ชุดแมบ่ ท การทากิจกรรม
มาตรฐาน สรุปสาระสาคัญ
วิทยาศาสตร์ ป.3 ประจาเรอื่ งที่ 1
หน้า 17
20
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรียนร้วู ิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
- เกมปริศนาอักษรไขว้ - ประเมนิ ตามสภาพ
1) การตอบคาถามเกม - ตรวจเกมปริศนาอักษรไขว้ เรอื่ ง ทกั ษะกระบวนการ จริง
ทางวทิ ยาศาสตร์
ปริศนาอักษรไขว้ เร่อื ง ทกั ษะกระบวนการ
เร่อื ง ทกั ษะ ทางวทิ ยาศาสตร์
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์
2) กระบวนการ - ประเมินการทากจิ กรรม - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการ - สมุดบันทึก
ทางวิทยาศาสตร์
3) ใบงานท่ี 1.1 - แบบประเมนิ ใบงานท่ี 1.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สรุปสาระสาคัญประจา
เรื่องท่ี 1
- ตรวจสมุดบันทกึ
- ตรวจสอบใบงานที่ 1.1
4) การนาเสนอผล - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมนิ การนาเสนอ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การทากจิ กรรม ผลทากจิ กรรม ผลทากิจกรรม
- ระดบั คุณภาพ ดี
5) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล
6) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ ดี
การทางานกลมุ่ การทางานรายบุคคล การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
7) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ ดี
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น
ในการทางาน อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤตกิ รรมประเมินรายเทอม
21
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
2) ผลไม้ปลอมจานวน 2 ชนิด เชน่ แตงโม ชมพู่
3) แบบจาลองการเจรญิ เติบโตของขา้ วโพดของนกั เรียน
4) ตารางบนั ทึกผลการทดลอง
5) แผนภูมวิ งกลม
6) แผนผังโรงเรียน
7) บตั รขอ้ ความเกย่ี วกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
8) ภาพถวั่ งอกขนาดต่าง ๆ
9) เกมปริศนาอักษรไขว้ เรือ่ ง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
10) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
11) วดิ โี อ
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- อินเทอรเ์ นต็
22
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
เกมปริศนาอกั ษรไขว้ เร่ือง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ก สั ง เ ก ต า ฆ ร ม น า พ ก ร
เ น ส ว า ไ ส้ อ ะ น ว น ย ะ ต
ต ถ ก า ร ใ ช้ จา น ว น ใ า ด ท
จ เ ด ม วั ด ก ร า น ส ใ ก ล้ า
ม ด ก ใ ด ม ซ ะ ทา จั ด ก ร ะ ล
ใ ช้ ก ด เ บ อ ร์ ก ะ ภ ร ณ์ ร ว
จา แ น ก ป ร ะ เ ภ ท รู ม เ ม ท
คาใบ้
1) การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนง่ึ เช่น ตา หู จมูก ล้ิน และผวิ กาย คาตอบ................
2) การใช้เคร่ืองมือ เพอื่ วัดหาปรมิ าณตา่ ง ๆ คาตอบ................
3) การใช้ความรสู้ ึกเชงิ จานวนและการคานวณ คาตอบ................
4) การคาดคะเนผลของปรากฏการณ์ คาตอบ................
5) การแบง่ พวก การจัดกล่มุ สิ่งที่สนใจ คาตอบ................
23
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
เฉลย
เกมปรศิ นาอักษรไขว้ เรอ่ื ง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ก สั ง เ ก ต า ฆ ร ม น า พ ก ร
เ น ส ว า ไ ส้ อ ะ น ว น ย ะ ต
ต ถ ก า ร ใ ช้ จา น ว น ใ า ด ท
จ เ ด ม วั ด ก ร า น ส ใ ก ล้ า
ม ด ก ใ ด ม ซ ะ ทา จั ด ก ร ะ ล
ใ ช้ ก ด เ บ อ ร์ ก ะ ภ ร ณ์ ร ว
จา แ น ก ป ร ะ เ ภ ท รู ม เ ม ท
คาใบ้
1) การใชป้ ระสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง เชน่ ตา หู จมูก ลน้ิ และผวิ กาย คาตอบ........สังเกต..........
2) การใชเ้ ครื่องมือ เพอื่ วัดหาปริมาณตา่ ง ๆ คาตอบ........การวดั ........
3) การใช้ความรู้สึกเชิงจานวนและการคานวณ คาตอบ......การใช้จานวน......
4) การคาดคะเนผลของปรากฏการณ์ คาตอบ....พยากรณ์.....
5) การแบ่งพวก การจดั กล่มุ ส่ิงท่สี นใจ คาตอบ....การจาแนกประเภท......
24
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรียนรู้วิทยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
ภาพถ่ัวงอกขนาดตา่ ง ๆ
12 3 4 56
1. 4.
0.2 เซนติเมตร 5 เซนติเมตร
2. 5.
1.5 เซนตเิ มตร 7 เซนตเิ มตร
3. 6.
2 เซนตเิ มตร 12 เซนติเมตร
บัตรข้อความเกย่ี วกบั ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การกาหนดและควบคุมตวั แปร
การสร้างแบบจาลอง
การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกบั เวลา
การกาหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ัติการ
25
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
แผนฯ ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรู้
การจดั กระทาและส่อื ความหมายขอ้ มูล
ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
1. ใหน้ ักเรียนนาคาทีก่ าหนดให้ไปเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง
สมมตฐิ าน รวบรวมขอ้ มลู ระบุปัญหา สรปุ ผล วเิ คราะห์ข้อมลู
1) นกั วิทยาศาสตร์ พบว่า วาฬ เป็นสัตวเ์ ล้ยี งลูกดว้ ยนา้ นม
2) การตัง้ คาถามปญั หาหรือข้อสงสัยทเ่ี กดิ จากการสังเกต
3) การคาดคะเนคาตอบของปัญหาไว้ลว่ งหนา้
4) เพื่อน ๆ ในกลุ่มช่วยกันค้นหาข้อมลู
5) นาข้อมลู ท่ีได้มาวเิ คราะห์และแปลความหมาย
2. ให้นกั เรียนเติมคาลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
ตวั แปรตน้
ส่งิ ท่เี ปน็ สบื เน่อื งมาจากตวั แปรตน้
ตวั แปรควบคุม การสรา้ งแบบจาลอง
3. โยงเสน้ จบั ค่ขู อ้ ความกบั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ใหส้ มั พนั ธก์ ัน จดั กระทาและส่ือ
การหาความสมั พันธร์ ะหว่างพืน้ ทีท่ วี่ ตั ถุครอบครอง ความหมายข้อมูล
เมอื่ เวลาผ่านไป
การกาหนดความหมายและขอบเขตของขอ้ ความ กาหนดนยิ าม
เชิงปฏบิ ตั ิการ
การสรา้ งสิง่ หนง่ึ ข้นึ มาเพื่อเลียนแบบหรืออธบิ ายส่งิ ท่ีสนใจ
การจดั ทาข้อมลู ในรปู แบบตาราง กราฟ แผนภาพ จากข้อมูล ความสมั พนั ธข์ องสเปซ
กบั เวลา
26
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เฉลย
1. ให้นกั เรยี นนาคาทีก่ าหนดให้ไปเตมิ ลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง
สมมติฐาน รวบรวมข้อมลู ระบุปัญหา สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล
1) นกั วิทยาศาสตร์ พบวา่ วาฬ เป็นสัตวเ์ ลีย้ งลูกดว้ ยนา้ นม สรุปผล
2) การต้ังคาถามปญั หา หรอื ขอ้ สงสยั ท่เี กดิ จากการสงั เกต ระบุปญั หา
3) การคาดคะเนคาตอบของปัญหาไวล้ ว่ งหนา้ สมมตฐิ าน
4) เพ่ือน ๆ ในกลุ่มช่วยกนั ค้นหาขอ้ มูล รวบรวมขอ้ มลู
5) นาข้อมลู ที่ไดม้ าวิเคราะห์และแปลความหมาย วเิ คราะห์ข้อมูล
2. ใหน้ ักเรียนเตมิ คาลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
ตวั แปรต้น ส่งิ ท่เี ปน็ สาเหตแุ ละมีผลตอ่ ตวั แปรตาม
ตัวแปรตาม สงิ่ ท่ีเป็นสบื เน่ืองมาจากตัวแปรต้น
ตวั แปรควบคุม ส่ิงท่ีตอ้ งควบคมุ ให้คงท่ีตลอดระยะเวลาการทดลอง
3. โยงเส้นจับค่ขู ้อความกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้สัมพันธ์กนั การสรา้ งแบบจาลอง
การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างพื้นท่ีทว่ี ัตถุครอบครอง
เมอ่ื เวลาผา่ นไป จดั กระทาและส่ือ
การกาหนดความหมายและขอบเขตของขอ้ ความ ความหมายข้อมูล
การสรา้ งสิง่ หนึ่งขึน้ มาเพื่อเลียนแบบหรืออธิบายสง่ิ ที่สนใจ กาหนดนิยาม
เชิงปฏิบตั ิการ
การจัดทาข้อมลู ในรปู แบบตาราง กราฟ แผนภาพ จากข้อมูล
ความสมั พันธข์ องสเปซ
27 กบั เวลา
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรียนรู้วิทยาศาสตร์ แบบบันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้
แผนฯ ที่ 1 การสืบเสาะหาความรู้
ดา้ นความรู้
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ดา้ นดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ญั หาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแก้ไข
ลงช่ือ..............................................ผูบ้ นั ทกึ
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื ................................................
(................................................)
28 ตาแหน่ง.................................................
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชีวิตของมนษุ ย์และสัตว์
แผนฯ ท่ี 1 ปัจจัยที่จำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 ปัจจยั ทีจ่ าเปน็ ตอ่ การดารงชวี ิตของมนษุ ย์
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 ระยะเวลา 4 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
ว 1.2 ป.3/1 บรรยายส่ิงที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ โดยใช้ข้อมูลท่ี
รวบรวมได้
ว 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร นา และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับ
ส่ิงเหล่านีอย่างเหมาะสม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บรรยายสง่ิ ท่จี าเปน็ ต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนษุ ย์ได้ (K)
2) ทาตามขนั ตอนในการทากจิ กรรมได้ (P)
3) ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องอาหาร นา และอากาศ โดยการดูแลตัวเองใหไ้ ด้รับสิ่งเหลา่ นีได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
มนุษยแ์ ละสัตวต์ อ้ งการอาหาร นา และอากาศ เพื่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโต อาหารช่วยให้ร่างกาย
แข็งแรงและเจรญิ เติบโต นาช่วยให้ร่างกายทางานได้อยา่ งปกติ อากาศใช้ในการหายใจ
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
มนุษย์จะดารงชีวิตอยู่ได้นันต้องอาศัยปัจจัยในการดารงชีวิต เพ่ือให้สามารถดารงชีวิตอยู่ได้ สิ่งท่ีจาเป็น
ในการดารงชีวิตของมนุษย์มี 3 ประการ ได้แก่ อาหาร นา และอากาศ ถ้ามนุษย์ขาดสิ่งใดส่ิงหนึ่งไปอาจทาให้
ดารงชวี ติ อยูไ่ ดอ้ ยา่ งยากลาบาก และอาจตายได้ในท่สี ุด
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
1) ความสามารถในการส่อื สาร 1) ทักษะการสงั เกต 1) มีวินัย
2) ความสามารถในการคดิ 2) ทักษะการจาแนกประเภท 2) ใฝ่เรียนรู้
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา 3) ทักษะการตังสมมติฐาน 3) มุ่งม่ันในการทางาน
43
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชีวติ ของมนุษย์และสัตว์ ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยท่ีจำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์ ทางวิทยาศาสตร์
4) ทกั ษะการลงความเห็น
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน จากข้อมูล
5) ทกั ษะการจดั กระทา
และการสื่อความหมายข้อมูล
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชว่ั โมงท่ี 1
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ีใช้ สอ่ื ทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง - ทกั ษะการ - แบบทดสอบ - การตรวจสอบ
ก่อนเรียน 10 คาตอบ
ชวี ิตของมนุษยแ์ ละสตั ว์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จานวน 10 ขอ้ วเิ คราะห์ ขอ้
ขน้ั นา
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ีใช้ สอ่ื ทใ่ี ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ - หนงั สือเรียน - สังเกต
1. ครูกล่าวทักทายและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรียนใน ชดุ แมบ่ ท พฤตกิ รรม
มาตรฐาน การทางาน
ชัว่ โมง วทิ ยาศาสตร์ รายบคุ คล
2. ครูให้นักเรียนดูภาพจากในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ ป.3 หนา้ 18
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 18 จากนันครูถามคาถาม แล้วให้ การวเิ คราะห์
นกั เรียนช่วยกันตอบ ดงั นี
ในภาพ มสี งิ่ มชี วี ิตชนิดใดบ้าง
(แนวคาตอบ ขึนอยู่กับคาตอบของนักเรียน ให้อยู่กับดุลย-
พินิจของครูผู้สอน)
อะไรบ้าง ท่ีทาให้สิ่งมีชีวิตเหล่านีดารงชีวิตและเจริญเติบโต
ได้
(แนวคาตอบ อาหาร นา และอากาศ)
44
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชวี ติ ของมนุษยแ์ ละสตั ว์
แผนฯ ท่ี 1 ปัจจัยที่จำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ใช้ สื่อท่ีใช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
3. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ - ทกั ษะ - หนงั สอื เรียน - สังเกต
ป.3 หนา้ 19 จากนันศกึ ษาชวนอ่านชวนคิด ช่วยกันตอบคาถาม การวเิ คราะห์ ชดุ แมบ่ ท พฤตกิ รรม
ว่า ส่ิงใดจาเป็นในการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์ มาตรฐาน การทางาน
และสตั ว์ แลว้ ให้นักเรียนในห้องชว่ ยกันระดมความคิด วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
(แนวคาตอบ อาหาร นา และอากาศ) ป.3 หนา้ 19
- สังเกต
4. นักเรียนศึกษาศัพท์หน้ารู้จากหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - หนงั สอื เรียน พฤติกรรม
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 19 จากนันครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 2-3 ชดุ แมบ่ ท การทางาน
คน ใหอ้ อกมาอ่านคาศพั ท์ มาตรฐาน รายบุคคล
วิทยาศาสตร์
ป.3 หน้า 19 - สังเกต
พฤตกิ รรม
5. ครกู ระตนุ้ ความสนใจนกั เรียน โดยใช้คาถาม ดงั นี - ทกั ษะ การทางาน
รายบุคคล
นกั เรียนรับประทานอาหารเช้ามาหรอื ไม่ การวิเคราะห์
(แนวคาตอบ ขนึ อยกู่ บั คาตอบของนกั เรยี น)
นอกจากอาหารที่มีความสาคัญต่อการเจริญเติบโตของ
นักเรียนแล้ว นักเรียนคิดว่า ยังมีปัจจัยใดอีกบ้างที่มีผล
ตอ่ การเจริญเติบโต
(แนวคาตอบ นา อากาศ แรธ่ าตุ และอ่ืน ๆ)
6. นักเรียนศึกษาเนือหาในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ - หนังสอื เรียน - สังเกต
ชุดแม่บท พฤตกิ รรม
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 20 จากนนั ครถู ามคาถาม ดังนี การวิเคราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
นอกจากอาหารแล้ว ยังมีส่ิงใดบ้างท่ีร่างกายมนุษย์ต้องการ ป.3 หน้า 20
เพ่อื ดารงชีวิต
(แนวคาตอบ นา อากาศ)
อาหาร นา อากาศ ช่วยให้มนุษย์ดารงชีวิตและเจริญเติบโต
ไดอ้ ย่างไร
(แนวคาตอบ อาหาร นา เป็นแหล่งของพลังงานและ
สารอาหาร อากาศใชใ้ นการหายใจ)
45
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชวี ิตของมนษุ ย์และสัตว์
แผนฯ ท่ี 1 ปจั จัยที่จำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์
ขั้นสอน
กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะทีใ่ ช้ สื่อทใ่ี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ขน้ั สารวจคน้ หา - หนงั สอื เรียน - สังเกต
1. นักเรียนศึกษากิจกรรมลองทาดู โดยดูภาพแล้วทาเคร่ืองหมาย - ทักษะ ชุดแม่บท พฤติกรรม
มาตรฐาน การทางาน
ลงในภาพท่ีมีปัจจัยสาคัญต่อการดารงชีวิตและการ การวเิ คราะห์ วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
เจริญเติบโตของมนุษย์ ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน ป.3 หน้า 20
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 20
- หนงั สอื เรียน
2. ให้นักเรียนศึกษาเนือหาในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน ชดุ แมบ่ ท
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 20 มาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์
ป.3 หนา้ 20
3. ครูถามคาถาม ดงั นี
ปัจจัยท่ีมีผลตอ่ การดารงชีวติ และการเจริญเติบโตของมนุษย์ - ทกั ษะ - สังเกต
พฤติกรรม
มอี ะไรบา้ ง การวเิ คราะห์ การทางาน
รายบุคคล
(แนวคาตอบ ปจั จยั ท่ีมผี ลตอ่ การดารงชวี ิตและการ
เจรญิ เติบโตมนุษย์ ได้แก่ อาหาร นา และอากาศ)
ชั่วโมงท่ี 2
ขนั้ สอน (ต่อ)
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ สือ่ ทใ่ี ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
ขน้ั สารวจค้นหา - ทักษะ - หนังสือเรียน - สงั เกต
1. ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการ พฤติกรรม
การวเิ คราะห์ ชดุ แม่บท การทางาน
ทางวิทยาศาสตร์ท่ี 1 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่ม
เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม - ทกั ษะ มาตรฐาน
กลุ่มละ 4 คน จากนันกาหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมี
บทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดงั นี การอธิบาย วทิ ยาศาสตร์
สมาชกิ คนท่ี 1 : ทาหนา้ ที่เตรียมอปุ กรณ์ - ทักษะ ป.3 หนา้ 21
สมาชิกคนที่ 2 : ทาหน้าทอ่ี า่ นขันตอนการทา
สมาชกิ คนท่ี 3 : ทาหนา้ ทบี่ นั ทึกผลการทดลอง การส่ือสาร
สมาชกิ คนท่ี 4 : ทาหนา้ ทีน่ าเสนอผลการทดลอง
- ทักษะการสารวจ
คน้ หา
- ทกั ษะ
46
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ชีวติ ของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยที่จำเป็นต่อกำรดำรงชีวติ ของมนุษย์
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ ส่อื ที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
การทางาน - สังเกต
รว่ มกนั พฤตกิ รรม
การทางาน
2. ให้สมาชิกคนท่ี 1 เตรียมอุปกรณ์ท่ีต้องใช้ คือ แหล่งข้อมูล เช่น รายบุคคล
หนงั สอื เรียน
3. ให้สมาชิกคนที่ 2 อธิบายวิธีการทากิจกรรมให้เพื่อนภายใน
กลมุ่ ฟงั เพอื่ ใหป้ ฏบิ ัตติ ามได้ถกู ตอ้ ง ดงั นี
1) ช่วยกันสืบค้นจากแหล่งข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกับปัจจัยสาคญั ท่ที าให้มนุษย์สามารถดารงชีวิตและ
เจรญิ เติบโตได้
2) สังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจาวันภายในเวลา 1 วัน
ของตนเองแล้วบันทึกผลลงในตาราง ในหนังสือเรียน
ชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 21
3) ช่วยกันสรุปและอภิปรายผลเกี่ยวกับปัจจัยสาคัญ
ในการดารงชีวิตและการเจรญิ เติบโตของมนุษย์
4. ให้นักเรียนออกมานาเสนอกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ี 1 ทีละกลมุ่ และช่วยกนั สรปุ และอภิปรายผล
5. ครูและนักเรียนสรุปผลการทากิจกรรมว่า ในช่วงเวลา 1 วัน ท่ี
เราทากิจกรรมร่างกายต้องการอาหาร นา และอากาศ เพ่ือให้มี
พลงั งานในการทากิจกรรมและช่วยทาให้ร่างกายดารงชีวิตอยู่ได้
ปกติ
ขน้ั อธิบายความรู้
1. จากนันครูตังคาถามเพ่ือทดสอบความรู้ของนักเรียนหลังจากได้ - ทกั ษะ
ทากิจกรรมไปแลว้ โดยมีแนวคาถาม ดังนี การวเิ คราะห์
หากเรารับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ จะส่งผลต่อร่างกาย
อยา่ งไร
(แนวคาตอบ ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง โดยร่างกายจะ
ซ่อมแซมส่วนทีส่ กึ หรอ)
ถ้าเรารับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์จะส่งผลอย่างไรต่อ
รา่ งกาย
(แนวคาตอบ หากรับประทานอาหารท่ีไม่มีประโยชน์มากเกินไป
จะทาใหเ้ กดิ โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน และโรคอื่นๆ)
ในแตล่ ะวนั มนษุ ยค์ วรดมื่ นาจานวนกีแ่ กว้ จึงจะเพียงพอ
47
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ชีวิตของมนษุ ยแ์ ละสัตว์
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยท่ีจำเป็นต่อกำรดำรงชีวติ ของมนุษย์
กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะทใี่ ช้ สอ่ื ทใี่ ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ต่อรา่ งกาย - ทกั ษะ - ภาพโรงงาน - สงั เกต
(แนวคาตอบ ร่างกายของมนุษย์ควรด่ืมนาวันละ 8-6 แก้ว) การวเิ คราะห์ อตุ สาหกรรม พฤติกรรม
2. ครูใหน้ ักเรยี นดูภาพโรงงานอตุ สาหกรรมปลอ่ ยควันออก สู่ ปลอ่ ยควันออกสู่ การทางาน
อากาศ ดังตัวอย่าง จากนันถามว่า “หากใกล้บ้านนักเรียน อากาศ รายบุคคล
มีโรงงานที่ปล่อยควันมลพิษดังรูป จะส่งผลต่อร่างกายของเรา
อยา่ งไร”
(แนวคาตอบ หากใกล้บ้านมีโรงงานปล่อยมลพิษ เมื่อเราสูดดม
อากาศทไี่ ม่สะอาดเขา้ ไป อาจทาให้รา่ งกายของเราเป็นอนั ตราย
ได)้
ชว่ั โมงท่ี 3
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ ส่อื ทใ่ี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ครตู งั คาถามเพอ่ื กระตุน้ ความคิดของนกั เรียน - ทกั ษะ - สงั เกต
พฤติกรรม
หากแอนเลือกรับประทานอาหารเฉพาะส่ิงท่ีตัวเองชอบ การวเิ คราะห์ การทางาน
รายบุคคล
โดยรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เป็นเวลานาน ๆ จะ
- สังเกต
ส่งผลต่อร่างกายของแอนอย่างไร ครูให้นักเรียนยกมือตอบ พฤตกิ รรม
การทางาน
ตามความสมัครใจ ครูเลือกตัวแทนนักเรียนท่ียกมือ ออกมา รายบุคคล
ตอบคาถาม
(แนวคาตอบ หากแอนรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จะ
สง่ ผลเสียต่อร่างกายคือ ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่แข็งแรง และ
ปว่ ยง่าย
2. ครูให้นักเรียนทากิจกรรม โดยให้สังเกตและอธิบายสิ่งท่ีจาเป็น - ทักษะการสังเกต
ต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์ โดยมี
รายละเอียด ดงั นี
1) นักเรียนแตล่ ะคนช่งั นาหนักและวัดส่วนสูงของตนเอง แล้ว
บนั ทกึ ผลลงในสมุด
2) จดบันทึกข้อมูลนาหนักและส่วนสูงของปีท่ีผ่านมา
จากครูประจาชนั
3) เปรียบเทียบค่านาหนักและส่วนสูงที่เปล่ียนแปลงไป
จากปที แ่ี ลว้ แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู
48
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชวี ติ ของมนษุ ย์และสัตว์
แผนฯ ท่ี 1 ปจั จัยที่จำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทใ่ี ช้ สือ่ ที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
4) สารวจเพือ่ นคนอนื่ ๆ วา่ นาหนกั และสว่ นสูง
มีการเปล่ียนแปลงหรือไม่ อยา่ งไร แลว้ บนั ทกึ ผล
5) ร่วมกนั อภปิ รายและสรุปผลเกี่ยวกับการเจริญเติบโต ของ
มนุษยภ์ ายในชนั เรยี น
3. วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดบ้างท่ีทาให้ร่างกายของเราเจริญเติบโต - ทกั ษะ - กระดาษแขง็ - สังเกต
แล้วนาข้อมูลมาจัดกระทาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผัง การวเิ คราะห์ พฤติกรรม
แผนภาพ ลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแต่งให้สวยงาม นาเสนอ การทางาน
ผลงานเพ่อื แลกเปลย่ี นขอ้ มูลกับเพ่ือนกลมุ่ อ่ืนภายในชันเรียน กลมุ่
4. ครูตงั คาถามว่า “แดงกับดา เดินหลงทางในป่าซ่ึงทัง 2 แยกทาง - ทกั ษะ - สังเกต
กัน แดงมีนาแต่ขาดอาหาร ส่วนดามีอาหารแต่ขาดนา นักเรียน การวิเคราะห์ พฤติกรรม
คิดว่าทัง 2 คน ใครจะสามารถดารงชีพอยู่ในป่าได้นานกว่ากัน การทางาน
เพราะเหตุใด” รายบุคคล
(แนวคาตอบ แดงสามารถดารงชีพอยู่ในป่าได้นานกว่าดา
เพราะคนเราสามารถอดอาหารไดห้ ลายวัน แต่หากขาดนานาน
2-3 วนั อาจทาให้เราเสียชีวิตได้)
5. ครูให้นักเรียนทาแผนผังหรือแผนภาพ เร่ือง การป้องกันตัวเอง - ทักษะการสารวจ - ชินงานแผนผงั - แบบประเมิน
จาก PM 2.5 โดยใหท้ าลงในกระดาษ A4 และนามาส่งในชั่วโมง คน้ หา หรอื แผนภาพ ชนิ งาน
ตอ่ ไป - ทกั ษะ เรือ่ ง การปอ้ งกนั
การวเิ คราะห์ ตัวเองจาก PM
2.5
ช่วั โมงที่ 4
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะที่ใช้ สื่อทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง อาหารทมี่ ีประโยชน์และไมม่ ี - ทกั ษะ - ใบงานท่ี 2.1 - ตรวจสอบ
ใบงาน
ประโยชน์ การวิเคราะห์ - หนังสือเรียน - ตรวจสอบ
ชดุ แมบ่ ท การตอบ
2. ให้นักเรียนศึกษาเนือหาในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทักษะ มาตรฐาน คาถามในสมดุ
วทิ ยาศาสตร์ ประจาตัว
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 23-26 แล้วสรุปเนือหาลงในสมุด การวิเคราะห์ ป.3 หน้า 23-26 นักเรียน
ประจาตวั นักเรียน
49
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชวี ิตของมนุษย์และสัตว์
แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยท่ีจำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ ส่อื ทีใ่ ช้/อุปกรณ์ ประเมินผล
3. ครูให้นักเรียนวิเคราะห์ภาพอาหาร แล้วเขียนส่วนประกอบของ - ทักษะ - ภาพอาหาร - ตรวจสอบ
อาหารและประโยชน์ของส่วนประกอบนัน โดยครูโชว์บัตรภาพ การวิเคราะห์ การตอบ
อาหารหน้าชันเรยี น และให้นกั เรียนเขยี นลงในสมุด คาถามในสมดุ
ประจาตวั
4. ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 2.2 เร่อื ง สารวจตัวเอง - ทกั ษะ - ใบงานที่ 2.2 นกั เรียน
- ตรวจสอบ
การวิเคราะห์ เรอื่ ง สารวจ ใบงาน
ตนเอง - ตรวจสอบ
ใบงานการ
5. เม่ือนักเรียนสารวจตนเองแล้วให้นามาอภิปรายกับเพื่อน - ทักษะการสารวจ สารวจตนเอง
ในชันเรียนว่ามีพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะสม - ตรวจบันทึก
ในหนังสอื
ควรปรับปรุงพฤติกรรมอย่างไร จากนันครูสุ่มตัวแทนออกมา เรียนชดุ แม่บท
มาตรฐาน
นาเสนอหนา้ ชันเรียน 2-3 คน เพอ่ื นาเสนอผลการทากิจกรรม วทิ ยาศาสตร์
ป.3 หนา้ 27
6. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนแล้วให้ศึกษาข้อมูล จากสื่อดิจิทัล - ทักษะการสารวจ - หนังสือเรยี น
จากในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 ค้นหา ชดุ แมบ่ ท
หน้า 23 โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง การดูแล มาตรฐาน
ตนเองอย่างเหมาะสม วิทยาศาสตร์
ป.3 หนา้ 23
7. ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกพฒั นาการเรยี นร้ทู ี่ 1 ในหนังสือเรียน - ทักษะ - หนังสอื เรียน
ชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 27 การวิเคราะห์ ชดุ แม่บท
มาตรฐาน
วิทยาศาสตร์
ป.3 หน้า 27
ข้ันสรปุ
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะที่ใช้ สอ่ื ท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
1. นกั เรียนช่วยกันสรุปสาระสาคัญว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการดารงชีวิต - ทักษะ - สังเกต
และการเจริญเติบโตของมนุษย์ ได้แก่ อาหารซ่ึงให้พลังงานและ การวิเคราะห์ พฤติกรรม
สารอาหารที่จาเป็น นาเป็นส่ิงสาคัญในการควบคุมการทางาน การทางาน
ของอวัยวะต่าง ๆ และอากาศใช้ในการหายใจเพื่อนา รายบุคคล
แก๊สออกซิเจนท่ีมีอยู่ในอากาศไปใช้ในระบบการทางานของ
อวยั วะตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย
50
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชีวิตของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยท่ีจำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
ข้นั ประเมนิ
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ ส่อื ท่ีใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
1. ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง - ทกั ษะ - แบบทดสอบ - การตรวจสอบ
ก่อนเรียนหนว่ ย คาตอบ
ปัจจัยท่จี าเป็นตอ่ การดารงชีวิตของมนุษย์ การวเิ คราะห์ การเรยี นรู้ที่ 2
- หนังสือเรยี น - ตรวจบนั ทกึ
2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมลองทาดู โดยการสังเกต ชดุ แมบ่ ท การทา
พฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความคิดเห็น มาตรฐาน กจิ กรรมลอง
การตอบคาถาม วทิ ยาศาสตร์ ทาดู
ป.3 หนา้ 20
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการ - หนังสอื เรยี น - ตรวจบนั ทกึ
ทางวิทยาศาสตร์ท่ี 1 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางาน ชุดแม่บท การทา
กลุ่ม การแสดงความคิดเห็น การตอบคาถาม การร่วมกัน มาตรฐาน กจิ กรรม
ทางานกลมุ่ และการออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั เรยี น วทิ ยาศาสตร์ พฒั นาทกั ษะ
ป.3 หนา้ 21 กระบวนการ
4. ครูตรวจสอบผลการสารวจการเจริญเติบโตของตนเอง ทาง
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความ - สมุดประจาตวั วิทยาศาสตร์
คิดเห็น การตอบคาถาม และการออกมานาเสนอผลงานหน้า นักเรียน ที่ 1
ชันเรียน - ตรวจสมดุ
ประจาตัว
5. ครูตรวจสอบผลการทาแผนผังหรือแผนภาพ การป้องกันตัวเอง นักเรียน
จาก PM 2.5 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล
การแสดงความคดิ เหน็ การตอบคาถาม - ตรวจสอบผล
การทางาน
6. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานที่ 2.1 เรื่อง อาหารที่มีประโยชน์
และไม่มีประโยชน์ โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบประเมิน - ตรวจสอบการ
รายบุคคล ใบงาน ทาใบงาน
7. ครูตรวจสอบผลการสรุปเนอื หาลงในสมดุ ประจาตวั นักเรียน - สมุดประจาตัว - ตรวจสมดุ
โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล นกั เรียน ประจาตัว
นักเรยี น
51
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ติ ของมนษุ ย์และสัตว์ ทักษะที่ใช้ สอ่ื ทใี่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ท่ี 1 ปัจจัยท่ีจำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวติ ของมนุษย์
- แบบประเมนิ - ตรวจสอบการ
กจิ กรรมการเรียนรู้ ใบงาน ทาใบงาน
8. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานที่ 2.2 เรื่อง สารวจตัวเอง - หนงั สือเรียน - ตรวจบันทึก
โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ชุดแมบ่ ท การทาแบบฝกึ
มาตรฐาน พฒั นา
9. ครตู รวจสอบผลการทาแบบฝึกพฒั นาการเรยี นร้ทู ่ี 1 วิทยาศาสตร์ การเรยี นรทู้ ่ี 1
โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ป.3 หน้า 27
การแสดงความคดิ เห็น การตอบคาถาม
7. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) กิจกรรมนาสูก่ ารเรยี น - สังเกตจากการตอบ การทางานรายบุคคล
- การตอบคาถาม คาถามและแสดง
ความคิดเหน็
1) กิจกรรมลองทาดู - ตรวจสอบกจิ กรรม - หนังสอื เรยี น - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน
ลองทาดู วิทยาศาสตร์ ป.3
2) ผลการบนั ทึก - ตรวจสอบผลการ - หนงั สอื เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การทากิจกรรมท่ี 1
ทากจิ กรรมพัฒนาทักษะ ชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน
3) การสารวจ
การเจริญเติบโต กระบวนการ วทิ ยาศาสตร์ ป.3
ของตนเอง
ทางวิทยาศาสตร์ที่ 1
4) การทาแผนผงั หรือ
แผนภาพ การป้องกัน - ตรวจสอบผลการสารวจ - แบบสังเกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตัวเองจาก PM 2.5
การเจริญเตบิ โตของ การทางานรายบคุ คล
ตนเอง
- ตรวจสอบผลการทา - แบบสังเกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แผนผังหรอื แผนภาพ การทางานรายบุคคล
การปอ้ งกันตวั เอง
จาก PM 2.5
52
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชีวิตของมนุษยแ์ ละสัตว์
แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยที่จำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวิตของมนุษย์
รายการวัด วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
5) ใบงานท่ี 2.1 เร่ืองอาหาร - ตรวจสอบผลการทา - ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ที่มีประโยชน์และไม่มี ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง อาหารท่ีมปี ระโยชน์และ
ประโยชน์ อาหารทมี่ ปี ระโยชน์ ไมม่ ปี ระโยชน์
และไมม่ ีประโยชน์
6) สรุปเนือหาลงในสมุด - ตรวจสอบผลการสรุป - สมุดประจาตัวนกั เรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประจาตวั นกั เรยี น เนอื หาลงในสมุด
ประจาตวั นกั เรียน
7) ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ งสารวจ - ตรวจสอบผลการทา - ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตวั เอง ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง สารวจตวั เอง
สารวจตวั เอง
8) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่น คุณลักษณะ
ในการทางาน อนั พึงประสงค์
หมายเหตุ : แบบสงั เกตพฤตกิ รรมประเมนิ รายเทอม
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
2) แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ปัจจยั ทีจ่ าเป็นตอ่ การดารงชีวติ ของมนุษย์
3) บัตรภาพอาหารต่าง ๆ
4) บัตรภาพโรงงานอุตสาหกรรม
5) ภาพการแยกส่วนประกอบของอาหาร
6) ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง อาหารทมี่ ปี ระโยชนแ์ ละไมม่ ีประโยชน์
7) ใบงานที่ 2.2 เร่ือง การสารวจตนเอง
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
53
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ิตของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์
แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยที่จำเป็นต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์
บัตรภาพอาหารตา่ ง ๆ
ภาพโรงงานอตุ สาหกรรม
ภาพการแยกส่วนประกอบของอาหาร
54
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชีวติ ของมนษุ ย์และสัตว์
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยท่ีจำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
ใบงานท่ี 2.1
เรือ่ ง อาหารที่มีประโยชนแ์ ละไม่มปี ระโยชน์
คาสั่ง : ให้นักเรียนทาเคร่ืองหมาย เลือกอาหารที่มีประโยชน์ และทาเครื่องหมาย เลือกอาหารท่ีไม่มี
ประโยชน์ลงใน
55
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชีวติ ของมนุษย์และสัตว์ เฉลย
แผนฯ ที่ 1 ปจั จัยที่จำเป็นต่อกำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์
ใบงานท่ี 2.1
เรื่อง อาหารที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์
คาสัง่ : ใหน้ ักเรยี นทาเครื่องหมาย เลอื กอาหารที่มีประโยชน์ และทาเคร่ืองหมาย เลอื กอาหารท่ีไม่มี
ประโยชน์ ลงใน
56
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ิตของมนษุ ยแ์ ละสัตว์
แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยท่ีจำเป็นต่อกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
ใบงานท่ี 2.2
เรือ่ ง การสารวจตนเอง
คาสง่ั : ใหน้ ักเรียนสารวจตัวเอง โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในตารางตามความเปน็ จริง
การปฏบิ ัติตน เปน็ ประจา เป็นบางครั้ง ไมเ่ คยทา
1. รบั ประทานอาหารวันละ 3 มอื คือ
มือเชา้ มือกลางวัน และมอื เย็น
2. รับประทานอาหารตรงตามเวลา
3. รบั ประทานอาหารรสจดั
4. ดม่ื นาวนั ละ 6-8 แกว้
5. อยูใ่ นที่ท่ีอากาศบรสิ ุทธ์ิ
6. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ
7. รับประทานอาหารหลากหลายชนิด
8. ถ้าเราไมด่ ื่มนาเป็นเวลานาน ๆ จะรสู้ กึ
กระหายนา
9. อย่ใู นพืนที่ทมี่ ีฝนุ่ PM 2.5
10. ด่ืมนาอดั ลมแทนนาเปล่า
นกั เรยี นคิดวา่ พฤติกรรมที่นักเรยี นทามคี วามเหมาะสมหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด จงอธิบาย
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
57
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ชีวิตของมนุษยแ์ ละสตั ว์
แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยที่จำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์
ใบงานที่ 2.2 เฉลย
เรอ่ื ง การสารวจตนเอง
คาสง่ั : ใหน้ กั เรียนสารวจตวั เอง โดยขีด ลงในตารางตามความเป็นจริง
การปฏบิ ัติตน เปน็ ประจา เป็นบางครัง้ ไม่เคยทา
1. รบั ประทานอาหารวนั ละ 3 มือ คือ
มือเชา้ มือกลางวนั และมอื เย็น
2. รบั ประทานอาหารตรงตามเวลา
3. รับประทานอาหารรสจดั
4. ดม่ื นาวันละ 6-8 แก้ว
5. อยูใ่ นทท่ี ี่อากาศบริสทุ ธิ์
6. รบั ประทานอาหารปรงุ สกุ ใหม่ ๆ
7. รบั ประทานอาหารหลากหลายชนดิ
8. ถา้ เราไมด่ ่ืมนาเป็นเวลานาน ๆ จะรู้สึก
กระหายนา
9. อยูใ่ นพืนที่ทมี่ ีฝุ่น PM 2.5
10. ดม่ื นาอดั ลมแทนนาเปล่า
นกั เรียนคดิ ว่า พฤติกรรมท่นี ักเรียนทามคี วามเหมาะสมหรอื ไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
58
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชีวติ ของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ แบบบนั ทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
แผนฯ ท่ี 1 ปัจจัยท่ีจำเป็นต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านอืน่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชื่อ..............................................ผบู้ นั ทึก
(................................................)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื ................................................
(................................................)
ตาแหน่ง.................................................
59
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรียนรชู้ ีวิตของคนและสัตว์
แผนฯ ที่ 2 ปจั จัยที่จำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของสัตว์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 ปัจจยั ทีจ่ าเป็นต่อการดารงชวี ิตของสัตว์
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ระยะเวลา 4 ชวั่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ โดยใช้ข้อมูลท่ี
รวบรวมได้
ว 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชนข์ องอาหาร น้า และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่าน้ี
อยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บรรยายส่งิ ทจ่ี าเปน็ ตอ่ การดารงชีวิตและการเจรญิ เติบโตของสัตวไ์ ด้ (K)
2) ระบสุ ิ่งทจ่ี าเปน็ ตอ่ การดารงชีวติ และการเจรญิ เติบโตของสตั ว์ได้ (P)
3) ตระหนกั ถงึ ประโยชนข์ องอาหาร นา้ และอากาศ โดยใหส้ ตั วไ์ ด้รบั สง่ิ เหล่าน้ไี ด้ (A)
3. สาระการเรียนรู้
มนษุ ย์และสตั วต์ อ้ งการอาหาร น้า และอากาศ เพ่ือการดารงชีวิตและการเจริญเติบโต อาหารช่วยให้ร่างกาย
แข็งแรงและเจรญิ เติบโต นา้ ช่วยใหร้ า่ งกายทางานไดอ้ ย่างปกติ อากาศใช้ในการหายใจ
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ร่างกายของมนุษยต์ อ้ งการอาหาร น้า และอากาศในปริมาณทีเ่ หมาะสม ซึ่งอาหารชว่ ยให้ร่างกายแข็งแรงและ
เจริญเติบโต น้าช่วยให้ร่างกายทางานได้อย่างปกติ และอากาศใช้ในการหายใจ ดังน้ัน มนุษย์จึงต้องปฏิบัติตนให้
ถูกต้อง
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
1) ความสามารถในการสอื่ สาร 1) ทกั ษะการสังเกต 1) มวี ินยั
2) ความสามารถในการคดิ 2) ทักษะการจาแนกประเภท 2) ใฝเ่ รียนรู้
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา 3) ทกั ษะการตั้งสมมติฐาน 3) มงุ่ มัน่ ในการทางาน
60
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรยี นรู้ชีวิตของคนและสตั ว์ ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 2 ปจั จัยที่จำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวติ ของสัตว์ ทางวิทยาศาสตร์
4) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมลู
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 5) ทกั ษะการจัดกระทา
และการส่ือความหมายข้อมลู
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงท่ี 1
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ สื่อทใี่ ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนความรู้เดิมจากเรื่องที่เรียน
ไปแล้ว
2. ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ - หนังสอื เรยี น - สังเกต
ชดุ แมบ่ ท พฤติกรรม
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 28 จากน้นั ครถู ามคาถาม การวิเคราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ รายบุคคล
แล้วให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบ ดังน้ี ป.3 หน้า 28
ปจั จัยท่มี ีผลต่อการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของสัตว์ มี
อะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการดารงชีวิตและการ
เจรญิ เติบโตของสัตว์ คอื อาหาร น้า และอากาศ)
ข้ันนา
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะที่ใช้ สื่อที่ใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ - สงั เกต
พฤติกรรม
1. ครตู งั้ คาถามกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น - ทักษะ การทางาน
รายบุคคล
สัตว์ต่าง ๆ ต้องการปัจจัยในการดารงชีวิตเหมือนกับมนุษย์ การวิเคราะห์
หรือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ ต้องการ เพราะสัตว์ต้องการอาหาร น้า และ
อากาศในการดารงชีวิต)
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้าต้องการอาหารและน้าในการดารงชีวิต
นักเรยี นเหน็ ด้วยหรือไม่ เพราะอะไร
61
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรียนร้ชู ีวิตของคนและสัตว์
แผนฯ ที่ 2 ปัจจัยท่ีจำเป็นตอ่ กำรดำรงชีวิตของสตั ว์
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ใี ช้ สื่อท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
(แนวคาตอบ ต้องการ เพราะสัตว์นา้ ตอ้ งการอาหารและน้า ใน - หนงั สอื เรยี น - สังเกต
การเจรญิ เติบโตและดารงชีวิต) ชดุ แมบ่ ท พฤตกิ รรม การ
มาตรฐาน ทางาน
2. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บท - ทักษะ วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 28 โดยให้โยงเส้นจับคู่ภาพ ที่ การวเิ คราะห์ ป.3 หนา้ 28
อยู่อาศัยของสัตว์ให้ถูกต้อง พร้อมเขียนชนิดอาหารที่สัตว์เหล่าน้ี
กิน
ข้ันสอน
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ีใช้ ส่ือทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
ขั้นสารวจคน้ หา - ทักษะ - หนังสอื เรยี น - สงั เกต
1. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การวเิ คราะห์ ชุดแมบ่ ท พฤติกรรม
- ทกั ษะ มาตรฐาน การทางานกลมุ่
ที่ 2 โดยมขี ัน้ ตอนการทา ดงั น้ี การอธบิ าย วทิ ยาศาสตร์
1) แบ่งกล่มุ แลว้ แสดงความคดิ เหน็ รว่ มกันเก่ียวกับปัจจัยสาคัญ - ทักษะ ป.3 หนา้ 29
ทที่ าใหส้ ตั วส์ ามารถดารงชวี ติ และเจริญเตบิ โตได้ การสอื่ สาร
2) ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ออกสารวจสัตว์ตา่ ง ๆทีอ่ ยใู่ นพืน้ ท่รี อบโรงเรยี น - ทกั ษะการสารวจ
3) บันทึกขอ้ มลู การสารวจ ศกึ ษาแหล่งที่อยู่อาศัย อาหาร และ ค้นหา
ลักษณะการหายใจของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ท่ีพบโดยสืบค้น - ทักษะ
ขอ้ มลู เพิ่มเตมิ จากหนงั สือหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ การทางาน
4) ร่วมกันอภิปรายและสรุปผลเก่ียวกับปัจจัยที่มีผลต่อการ รว่ มกัน
ดารงชวี ติ และการเจริญเติบโตของสัตว์
2. ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ สรุปอภิปรายผลการทา
กจิ กรรม
3. ครูสรุปผลการทากจิ กรรมว่า ปัจจยั ที่มผี ลต่อการดารงชีวิตและการ
เจริญเติบโตของสัตว์ ได้แก่ อาหาร น้า และอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัย
เดยี วกบั การเจริญเตบิ โตและการดารงชีวิตของมนุษย์
4. นักเรียนและครูสรุปได้ ดังนี้ อาหารช่วยให้ร่างกายมีพลังงานทา
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ไดแ้ ละทาใหร้ า่ งกายเจริญเติบโต นา้ เปน็ แหล่งท่อี ยู่
อาศัยเป็นแหล่งอาหารและเป็นส่วนหน่ึงของร่างกายสัตว์ ส่วน
อากาศ สตั ว์ใช้ในการหายใจเช่นเดยี วกบั มนุษย์
62
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรียนร้ชู ีวติ ของคนและสัตว์
แผนฯ ที่ 2 ปัจจัยที่จำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของสัตว์
ชัว่ โมงท่ี 2
ข้นั สอน (ตอ่ )
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ สอ่ื ทีใ่ ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ เกย่ี วกบั เร่ือง อาหารและประโยชน์ของอาหารท่ี
มีต่อสัตว์ว่า อาหารจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเน้ือและกระดูก
ซ่อมแซมส่วนท่ีสึกหรอ เป็นแหล่งพลังงานและให้ความอบอุ่น แก่
รา่ งกาย
2. ครูตัง้ คาถามตอ่ วา่ หากจับปลามาไว้บนดิน นักเรียนคิดว่า ปลาจะ - ทกั ษะ - สงั เกต
พฤติกรรม
สามารถอาศัยอยู่บนดินไดห้ รือไม่ อยา่ งไร การวเิ คราะห์ การทางาน
รายบุคคล
(แนวคาตอบ หากจับปลามาไว้บนดิน ปลาไม่สามารถอาศัยอยู่บน
- สังเกต
ดินได้ เพราะมีสัตว์บางชนิดที่ต้องดารงชีวิตอยู่ในน้า ดังน้ันน้าจึง พฤติกรรม
การทางาน
เป็นปจั จัยสาคญั ในการดารงชีวติ ของสตั ว์) รายบุคคล
3. ให้นักเรียนตอบคาถามลงในสมุดประจาตัวนักเรียน โดยมีคาถาม - ทักษะ - สมุดประจาตัว - ตรวจสอบ
ว่า แอนทดลองเลี้ยงแมลงสาบ 3 ตัว ไว้ในกล่องใส โดยใส่อาหาร การวิเคราะห์ นักเรยี น พฤติกรรม
และนา้ ไว้ จากนน้ั แอนปิดฝากกล่องจนแน่น เพราะกลัวแมลงสาบ การทางานกล่มุ
ออกจากกล่องใส จากการทดลองน้ี แมลงสาบขาดปัจจัยใดในการ - ทกั ษะ - สมดุ ประจาตวั
ดารงชวี ิต เพราะเหตุใด การวิเคราะห์ นักเรียน
(แนวคาตอบ อากาศ เพราะสัตว์ต้องใช้อากาศในการหายใจ หาก - ทกั ษะ
สตั ว์ไมม่ อี ากาศหายใจ สัตวก์ ็จะตาย) การอธบิ าย
- ทกั ษะ
4. ให้นักเรียนทากิจกรรม เร่ือง ปัจจัยท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต การสื่อสาร
ของสัตว์ โดยทาลงในสมุดประจาตัวนกั เรียน มีข้ันตอน ดงั นี้ - ทกั ษะการสารวจ
1) ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ แล้วช่วยกันจัดโหลแก้วให้เหมาะสมกับ ค้นหา
แหล่งทีอ่ ยู่อาศัยของลูกปลา - ทักษะ
2) สบื คน้ ข้อมูลเก่ยี วกบั การเล้ยี งลูกปลาหางนกยูงท่ถี ูกตอ้ งและ การทางาน
เลอื กใชเ้ ครื่องมือในการวัดการเจริญเติบโต ของลูกปลาหาง รว่ มกนั
นกยงู ใหเ้ หมาะสม - ทักษะ
3) ร่วมกันพยากรณ์และบันทึกข้อมูลลงในสมุด อีก 4 สัปดาห์ การพยากรณ์
ลูกปลาจะมกี ารเปล่ียนแปลงไปหรือไม่
4) ทาการทดลองเพ่ือตรวจสอบผลการพยากรณ์
โดยวางแผนการสังเกตและวัดการเจริญเติบโตของลูกปลา
ทุก ๆ สัปดาห์ เปน็ เวลา 4 สัปดาห์ แล้วบนั ทกึ ผล
5) รว่ มกันอภิปรายและสรปุ ผลการทดลองภายในกลุม่
63
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรยี นรูช้ ีวิตของคนและสตั ว์
แผนฯ ที่ 2 ปัจจัยท่ีจำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวติ ของสัตว์
กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ สอ่ื ทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
เพื่อนาเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน
5. ใหน้ กั เรียนสบื คน้ เกี่ยวกบั ประโยชน์ของอาหาร น้า และอากาศที่มี - ทกั ษะ - แบบประเมิน
งาน เรอื่ ง
ต่อสัตว์ แล้วทาเป็นแผนภาพ หรือแผนผัง โดยทาลงในกระดาษ การสารวจคน้ หา ประโยชน์ของ
อาหาร น้า
แข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน - ทักษะ และอากาศท่มี ี
ต่อสตั ว์
ออกมานาเสนองาน 2-3 คน การสื่อสาร
ชวั่ โมงท่ี 3
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ สื่อที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ - ทกั ษะ - หนงั สือเรยี น - ตรวจสอบ
1. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 2 โดยการดูภาพ การวเิ คราะห์ ชุดแม่บท แบบฝกึ หดั
- ทกั ษะ มาตรฐาน พฒั นา
แล้วบอกช่ือสัตว์และปัจจัยที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตและการ การอธิบาย วิทยาศาสตร์ การเรยี นรู้
เจริญเติบโตของสัตว์ชนิดนั้น ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน ป.3 หนา้ 34
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 34 - ทกั ษะ - ตรวจสอบการ
การวิเคราะห์ ปฏิบัตกิ ิจกรรม
2. ครใู หน้ กั เรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดงั นี้ - ทักษะการสารวจ และการ
1) เลือกสัตว์ที่สนใจมา 1 ชนิด วาดหรือติดรูปลงบนกระดาษ คน้ หา นาเสนองาน
แขง็
2) ค้นคว้าว่าสัตว์ชนิดนั้นกินอะไรเป็นอาหาร อาศัยอยู่ท่ีใด - ทักษะ - ตรวจสอบ
นาเสนอให้มากชนดิ ทส่ี ุด การวเิ คราะห์ การตอบ
3) นาเสนอหน้าชั้นถึงอาหารที่สัตว์กิน อธิบายว่า หากสัตว์ได้ คาถามในสมดุ
กินเฉพาะน้าไม่มีอาหารหรือกนิ เฉพาะอาหารไมม่ นี า้ จะสง่ ผล
อย่างไรตอ่ สตั ว์
3. ครใู หน้ ักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้ลงในสมุด
แกส๊ ที่สตั วใ์ ช้ในการหายใจเป็นแก๊สชนดิ ใด
(แนวคาตอบ แกส๊ ออกซเิ จน)
สัตว์แต่ละชนิดกินอาหารเหมอื นกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ สัตว์แต่ละชนิดกินอาหารไม่เหมือนกัน แต่ต้อง
กินอาหารเพื่อให้พลงั งานแกร่ า่ งกายเหมือนกนั )
64
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรยี นรชู้ ีวติ ของคนและสัตว์ ทกั ษะทใี่ ช้ ส่อื ท่ีใช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ที่ 2 ปจั จัยที่จำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวติ ของสัตว์
กจิ กรรมการเรยี นรู้
สงิ่ ใดท่ีจาเป็นในการดารงชวี ิตและการเจริญเตบิ โตของสตั ว์
(แนวคาตอบ อาหาร นา้ และอากาศ)
เคนสงั เกตเห็นว่า นกกระจิบกินหนอนและผลไม้ ดังนั้น หนอน
และผลไมม้ ีความสาคญั ตอ่ นกกระจบิ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ หนอนและผลไม้มีความสาคัญต่อนกกระจิบ คือ
เปน็ อาหารใหแ้ ก่นกกระจิบ)
หากมนุษยม์ ีการตัดไมท้ าลายปา่ จะส่งผลกระทบ
ตอ่ การดารงชีวิตของสตั ว์อยา่ งไร
(แนวคาตอบ หากมนุษย์มีการตัดไม้ทาลายป่าเป็นการทาลาย
แหล่งอาหารท่อี ย่อู าศัยของสัตว)์
4. ครแู บ่งกลุม่ นกั เรยี นออกเปน็ 4-5 คน แลว้ ให้นักเรยี นสารวจสัตว์ท่ี - ทกั ษะ - ตรวจสอบ
พฤตกิ รรม
พบเจอในท้องถิ่นของนักเรียน พร้อมบอกอาหารที่สัตว์กิน และ การอธบิ าย การทางานกล่มุ
แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ัน โดยทาลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ - ทักษะ
จากน้ันนาเสนอขอ้ มูลหน้าช้นั เรยี น การสอ่ื สาร
- ทกั ษะการสารวจ
คน้ หา
- ทักษะ
การทางาน
ร่วมกัน
5. นักเรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจาเรื่องที่ 1 ใน - หนังสือเรียน
หนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 36 ชุดแม่บท
มาตรฐาน
ชัว่ โมงท่ี 4 วิทยาศาสตร์
ป.3 หนา้ 36
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ ส่ือทใ่ี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครูถามคาถามเพื่อทบทวนนักเรียนว่าปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ การดารงชีวิต - ทักษะ
และการเจริญเติบโตของสตั ว์มอี ะไรบ้าง การวิเคราะห์
(แนวคาตอบ อาหาร น้า และอากาศ)
65
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรยี นร้ชู ีวติ ของคนและสตั ว์
แผนฯ ท่ี 2 ปจั จัยท่ีจำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวติ ของสัตว์
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ สอ่ื ท่ีใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
2. ให้นักเรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยใช้ - ทักษะ - หนงั สือเรียน - สงั เกต
รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการ การวิเคราะห์ ชุดแม่บท พฤติกรรม
เรียนรู้ โดยให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 4 คน จากนั้นกาหนดให้ - ทักษะ มาตรฐาน การทางานกล่มุ
สมาชกิ แต่ละคนภายในกลุ่มมบี ทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดังนี้ การสื่อสาร วิทยาศาสตร์ ป.3
สมาชกิ คนท่ี 1 : ทาหนา้ ที่เตรยี มอปุ กรณ์ - ทกั ษะการสารวจ หนา้ 37
สมาชกิ คนที่ 2 : ทาหน้าท่อี ่านขนั้ ตอนการทา ค้นหา
สมาชิกคนที่ 3 : ทาหนา้ ทค่ี ้นคว้าหาข้อมูล - ทักษะ
สมาชิกคนท่ี 4 : ทาหน้าที่นาเสนองาน การทางาน
ร่วมกนั
3. ใหส้ มาชิกคนท่ี 1 เตรียมอุปกรณ์ท่ตี ้องใช้ ดังน้ี
1) แหลง่ ขอ้ มลู เชน่ หนังสอื อินเทอรเ์ น็ต
2) กระดาษแขง็
4. ให้สมาชิกคนที่ 2 อธิบายวธิ ีการทากิจกรรมให้เพื่อนภายในกลุ่มฟัง
เพอ่ื ให้ปฏิบัตติ ามได้ถูกตอ้ ง ดงั น้ี
1) เลือกสัตว์ที่สนใจมา 1 ชนิด วาดหรือติดรูปลงบนกระดาษ
แข็ง
2) คน้ คว้าว่า สตั วช์ นดิ น้นั กินอะไรเป็นอาหาร นาเสนอให้มาก
ชนดิ ท่ีสุด
3) นาเสนอหน้าชั้นเรียนถึงอาหารท่ีสัตว์กิน อธิบายว่า หาก
สัตว์ได้กินเฉพาะน้าไม่มีอาหาร หรือกินเฉพาะอาหารไม่มี
น้า จะสง่ ผลอยา่ งไรต่อสตั ว์
5. ใหน้ ักเรียนออกมานาเสนอกิจกรรมพฒั นาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
ทลี ะกลุ่ม แล้วช่วยกันสรุปและอภปิ รายผล
6. นกั เรียนและครสู รปุ ผลการทากิจกรรมวา่ หากสัตว์ได้กินเฉพาะน้า
โดยไม่มีอาหาร หรือกินเฉพาะอาหารไม่มีน้า จะทาให้สัตว์ไม่
สามารถดารงชีวติ อยไู่ ด้
66
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรียนรชู้ วี ิตของคนและสัตว์
แผนฯ ท่ี 2 ปจั จัยท่ีจำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของสตั ว์
ขั้นสรุป
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะทใี่ ช้ ส่ือท่ใี ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
1. นักเรียนช่วยกันสรุปว่า ปัจจัยท่ีมีผลต่อการดารงชีวิตและการ - ทักษะ
เจริญเติบโตของสัตว์ ได้แก่ อาหาร น้า และอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัย การวิเคราะห์
เดยี วกับปัจจัยท่ีจาเป็นตอ่ การดารงชีวติ ของมนษุ ย์
2. ให้นักเรียนสรุปสาระสาคัญ ประจาเร่ืองท่ี 1 ในหนังสือเรียน - ทักษะ - หนงั สือเรยี น - ตรวจสอบผล
ชดุ แมบ่ ท การสรุป
ชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 35 การรวบรวม มาตรฐาน สาระสาคญั
วทิ ยาศาสตร์
ขอ้ มูล ป.3 หนา้ 35
ขั้นประเมนิ ทกั ษะทใี่ ช้ สอื่ ทใี่ ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
กจิ กรรมการเรยี นรู้ - หนังสือเรียน - ตรวจบันทึก
1. ครูตรวจสอบผลการตอบคาถาม โดยการสังเกตพฤติกรรม ชุดแมบ่ ท การทากิจกรรม
การทางานรายบุคคล การแสดงความคดิ เหน็ การตอบคาถาม
2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมลองทาดู โดยการสงั เกตพฤติกรรม
การทางานรายบคุ คล การแสดงความคดิ เห็น การตอบคาถาม
มาตรฐาน ลองทาดู
วิทยาศาสตร์
ป.3 หน้า 28
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง - หนังสือเรยี น - ตรวจบันทึก
วิทยาศาสตร์ที่ 2 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การ
แสดงความคิดเห็น การตอบคาถาม การร่วมกันทางานกลุ่ม และ ชดุ แมบ่ ท การทากจิ กรรม
การออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น
มาตรฐาน พัฒนาทักษะ
วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการ
ป.3 หน้า 29 ทาง
วิทยาศาสตร์
ที่ 2
4. ครูตรวจสอบผลการตอบคาถามลงในสมุดประจาตัวนักเรียน - สมุดประจาตัว - ตรวจสมดุ
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความ
คดิ เห็น การตอบคาถาม นักเรยี น ประจาตัว
นกั เรยี น
67
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรียนรชู้ ีวิตของคนและสัตว์ ทกั ษะทใ่ี ช้ สือ่ ที่ใช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
แผนฯ ท่ี 2 ปัจจัยที่จำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของสตั ว์
- สมุดประจาตัว - ตรวจสอบผล
กิจกรรมการเรียนรู้
นักเรยี น การทากิจกรรม
5. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรม เร่ือง ปัจจัยที่จาเป็นต่อการ
ดารงชีวิตของสัตว์ โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การ เรื่อง ปจั จัยท่ี
แสดงความคิดเห็น การตอบคาถาม และการออกมานาเสนอ
ผลงานหน้าชัน้ เรียน จาเปน็ ต่อการ
6. ครูตรวจสอบผลการสืบค้นขอ้ มลู เกี่ยวกับประโยชน์ของอาหาร น้า ดารงชวี ิตของ
และอากาศที่มีต่อสัตว์ โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางาน
รายบุคคล สัตว์
7. ครูตรวจสอบผลการทาแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 โดยการ - แบบประเมิน - ตรวจสอบ
สังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
การแสดงความคดิ เหน็ การตอบคาถาม พฤตกิ รรม การทางาน
8. ครูตรวจสอบผลการตอบคาถามลงในสมุดประจาตัวนักเรียน โดย รายบุคคล
การสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
- หนงั สือเรียน - ตรวจสอบผล
9. ครูตรวจสอบผลการทาสารวจสตั ว์ที่พบเจอในท้องถิ่นของนักเรียน
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การแสดงความคิดเห็น เรยี นชดุ แม่บท การทา
การตอบคาถาม การร่วมกันทางานกลุ่ม และการออกมานาเสนอ
ผลงานหน้าชัน้ เรยี น มาตรฐาน แบบฝกึ หดั
10. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทกั ษะการคิด ประจาเร่ืองท่ี วิทยาศาสตร์ พัฒนา
1 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความ
คิดเห็น การตอบคาถาม ป.3 หน้า 34 การเรยี นร้ทู ี่ 2
11. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 - สมุดประจาตัว - ตรวจสมดุ
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความ
คดิ เหน็ การตอบคาถาม นักเรียน ประจาตัว
นักเรียน
- แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ตรวจสอบผล
พฤติกรรมการ การทาสารวจ
ทางานกลมุ่ สัตว์ท่ีพบเจอ
ในท้องถ่ินของ
นักเรียน
- หนังสือเรยี น - ตรวจบนั ทกึ
ชดุ แม่บท การทาแบบฝกึ
มาตรฐาน พฒั นา
วิทยาศาสตร์ การเรยี นรทู้ ่ี 1
ป.3 หนา้ 36
- หนงั สือเรียน - ตรวจสอบ
ชดุ แม่บท ผลการทา
มาตรฐาน กจิ กรรมพัฒนา
วทิ ยาศาสตร์ ทกั ษะแหง่
ป.3 หน้า 37 ศตวรรษท่ี 21
68
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรียนรชู้ วี ติ ของคนและสัตว์
แผนฯ ที่ 2 ปจั จัยที่จำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวติ ของสตั ว์
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ ส่ือทใี่ ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
12. ครูตรวจสอบผลการสรุปสาระสาคัญ ประจาเรื่องท่ี 1 โดยการ - หนงั สอื เรยี น - ตรวจสอบผล
สังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความคิดเห็น ชุดแม่บท การสรุป
การตอบคาถาม มาตรฐาน สาระสาคญั
วทิ ยาศาสตร์ ประจาเร่ือง
ป.3 หน้า 35 ท่ี 1
7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
- ตรวจสอบกจิ กรรมลอง - หนงั สอื เรียนชุดแม่บท - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
รายการวดั ทาดู มาตรฐาน วิทยาศาสตร์
1) กิจกรรมลองทาดู ป.3
2) ผลการบันทกึ การทา - ตรวจสอบกจิ กรรม - หนงั สอื เรยี นชดุ แมบ่ ท - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กิจกรรม ที่ 2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
พัฒนาทกั ษะ มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3) การตอบคาถามลงในสมดุ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประจาตวั นกั เรียน กระบวนการ ป.3 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
4) การทากจิ กรรม เรื่อง ทางวทิ ยาศาสตร์ ที่ 2
ปัจจยั ที่จาเป็นต่อการ
ดารงชวี ิตของสัตว์ - ตรวจสอบผลการตอบ - สมุดประจาตัวนกั เรียน
5) การสืบคน้ ข้อมลู เกย่ี วกับ คาถามลงในสมุด
ประโยชน์ของอาหาร นา้
และอากาศท่มี ีต่อสัตว์ ประจาตวั นกั เรียน
6) การทาแบบฝึกหดั - ตรวจสอบผลการทา - แบบสงั เกตพฤติกรรม
พัฒนาการเรยี นรู้ที่ 2
กิจกรรม เรื่อง ปจั จัย การทางานรายบุคคล
ท่ีจาเป็นต่อการดารงชวี ิต
ของสัตว์
- ตรวจสอบผลการสืบค้น - สมุดประจาตัวนักเรยี น
ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์
ของอาหาร นา้ และ
อากาศท่มี ีตอ่ สตั ว์
- ตรวจสอบผลการทา - หนังสอื เรยี นชดุ แม่บท
แบบฝกึ หดั พัฒนา มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์
69
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรยี นรชู้ ีวติ ของคนและสัตว์
แผนฯ ท่ี 2 ปัจจัยท่ีจำเป็นต่อกำรดำรงชีวิตของสตั ว์
รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
การเรยี นรูท้ ี่ 2 ป.3 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
7) การตอบคาถามลงในสมุด - ตรวจสอบผลการตอบ - สมุดประจาตัวนกั เรียน
ประจาตวั นักเรียน คาถามลงในสมุด
ประจาตวั นกั เรยี น - สมุดประจาตวั นักเรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
8) การทาสารวจสตั ว์ที่พบ - ตรวจสอบผลการทา
เจอในท้องถนิ่ ของนักเรยี น สารวจสตั ว์ทพ่ี บเจอใน - หนงั สอื เรียนชดุ แมบ่ ท - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทอ้ งถน่ิ ของนกั เรียน มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
9) การทากิจกรรมพฒั นา - ตรวจสอบผลการทา ป.3
ทักษะการคิด กจิ กรรมพัฒนา
ทกั ษะการคดิ - หนังสือเรียนชดุ แมบ่ ท
มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์
10) การทากจิ กรรมพฒั นา - ตรวจสอบผลการทา ป.3
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 กิจกรรมพฒั นาทักษะ
แหง่ ศตวรรษท่ี 21
11) การสรุปสาระสาคัญ - ตรวจสอบผลการสรุป - หนงั สือเรียนชดุ แมบ่ ท - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์
ประจาเรอ่ื งที่ 1 สาระสาคญั ประจาเรื่อง ป.3
ท่ี 1
หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤตกิ รรมประเมนิ รายเทอม
8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
- หนงั สือเรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- อนิ เทอรเ์ น็ต
70
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรยี นรู้ชีวิตของคนและสัตว์ แบบบันทกึ หลังแผนการจัดการเรียนรู้
แผนฯ ท่ี 2 ปัจจัยที่จำเปน็ ต่อกำรดำรงชีวติ ของสัตว์
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมท่มี ีปญั หาของนกั เรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแก้ไข
ลงชือ่ ..............................................ผูบ้ นั ทกึ
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ................................................
(................................................)
ตาแหนง่ .................................................
71
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรียนรชู้ ีวิตของคนและสตั ว์
แผนฯ ที่ 3 วัฏจกั รชีวติ ของสัตว์
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัฏจกั รชวี ติ ของสัตว์
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ระยะเวลา 4 ชวั่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
ว 1.2 ป.3/3 สร้างแบบจาลองท่ีบรรยายวัฏจกั รของสตั ว์ และเปรยี บเทียบวัฏจกั รชีวิตของสตั ว์บางชนิดได้
ว 1.2 ป.3/4 ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของชีวติ สัตว์ โดยไมท่ าให้วัฏจักรของสัตว์เปลย่ี นแปลง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายวฏั จักรชีวิตของสัตว์ได้ (K)
2) เปรียบเทียบวฏั จกั รชวี ิตของสัตว์บางชนิดได้ (P)
3) ใฝ่เรียนรแู้ ละรับผิดชอบงานที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สัตวเ์ มอ่ื เป็นตวั เต็มวัยจะสืบพันธุ์มลี กู เมื่อลูกเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธ์ุมีลูกต่อไปได้อีก หมุนเวียน
ต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิด เช่น ผีเสื้อ กบ ไก่ มนุษย์ จะมีวัฏจักรชีวิตท่ีเฉพาะและ
แตกต่างกัน
4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สัตว์เป็นส่ิงมีชีวิตที่สามารถเจริญเติบโต สืบพันธ์ุ และออกลูกออกหลานได้ เพ่ือดารงเผ่าพันธ์ุให้อยู่ต่อไป
เม่ือลกู สัตว์ออกมาหรอื ฟกั ออกจากไข่ จะเปลีย่ นแปลงและเจรญิ เตบิ โตจนเปน็ ตวั เต็มวัย แล้วสามารถสืบพันธ์ุออก
ลกู หลานได้ ซึ่งจะเกดิ การหมุนเวยี นแบบนไ้ี ปเรอื่ ย ๆ เรยี กวา่ วฏั จกั รชวี ติ ของสัตว์
5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
1) ความสามารถในการสือ่ สาร 1) ทักษะการสังเกต 1) มวี นิ ัย
2) ความสามารถในการคดิ 2) ทักษะการจาแนกประเภท 2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา 3) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 3) มุ่งมัน่ ในการทางาน
4) ทกั ษะการลงความเห็น
จากข้อมูล
5) ทกั ษะการจัดกระทา
และการส่ือความหมายข้อมูล
72
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรยี นรู้ชวี ติ ของคนและสตั ว์
แผนฯ ที่ 3 วฏั จกั รชีวิตของสัตว์
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะทใี่ ช้ ส่ือที่ใช้/อุปกรณ์ ประเมินผล
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและแจง้ จุดประสงค์การเรียนรทู้ จ่ี ะเรยี น
ในชว่ั โมงนี้
2. ครูให้นกั เรียนดูวัฏจกั รชวี ติ ของผเี สอื้ จากวิดโี อ - ทกั ษะ - วดิ โี อวัฏจกั รชวี ิต - สังเกต
https://www.youtube.com/watch?v=ocWgSgMGxOc การวิเคราะห์ ของผเี สอ้ื พฤติกรรม
- ทกั ษะการสงั เกต การทางาน
รายบุคคล
3. ครกู ระตุ้นความสนใจนกั เรยี น โดยใช้คาถาม ดังนี้ - ทักษะ - สงั เกต
จากวิดีโอท่นี กั เรยี นได้ดู นักเรยี นไดร้ ูอ้ ะไรบ้าง การวิเคราะห์ พฤติกรรม
(แนวคาตอบ การเปล่ียนแปลงของหนอนที่กลายเป็นผเี สือ้ ) การทางาน
รายบคุ คล
นักเรียนคิดว่า สัตว์ทุกชนิดมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับ
ผีเสอ้ื หรอื ไม่
(แนวคาตอบ พจิ ารณาจากคาตอบของนกั เรยี น)
4. ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ - หนังสือเรียน - สังเกต
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 38 จากนั้นครูถามคาถาม แล้วให้ การวิเคราะห์ ชุดแม่บท พฤติกรรม
นกั เรยี นชว่ ยกันตอบ ดังนี้ - ทกั ษะการสังเกต มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ รายบุคคล
นกั เรียนรูห้ รือไม่วา่ สัตวใ์ นภาพคือสตั วช์ นิดใด ป.3 หน้า 38
(แนวคาตอบ ข้ึนอยู่กับคาตอบของนักเรียน ให้อยู่กับดุลย
พนิ จิ ของครูผสู้ อน)
เม่ือโตเต็มท่ีแล้ว จะมีรูปร่างเหมือนหรือแตกต่างจากตอน
เป็นตัวอ่อนอยา่ งไร
(แนวคาตอบ เมื่อโตเต็มวัย รูปร่างจะคล้ายเดิม แต่จะตัวโต
กวา่ เดิม)
สัตว์ในภาพมวี ฏั จักรชีวติ หรือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ ข้ึนอยู่กับคาตอบของนักเรียน ให้อยู่กับดุลย-
พินจิ ของครผู ้สู อน)
73
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรียนรูช้ ีวติ ของคนและสัตว์
แผนฯ ท่ี 3 วฏั จกั รชวี ติ ของสตั ว์
ขนั้ นา
กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะทใ่ี ช้ ส่อื ท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ - หนังสอื เรียน - สงั เกต
1. ครูให้นักเรียนศึกษาคาศัพท์ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทักษะ ชุดแมบ่ ท พฤตกิ รรม
มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 38 จากนั้นสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอ การวิเคราะห์ วิทยาศาสตร์ รายบคุ คล
คาศัพท์หนา้ ชั้นเรยี น ป.3 หน้า 38
- สังเกต
2. ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ - หนังสือเรียน พฤตกิ รรม
ชดุ แมบ่ ท การทางาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 38 จากน้ันครูต้งั คาถามว่า การวเิ คราะห์ มาตรฐาน รายบุคคล
วิทยาศาสตร์
สัตว์แตล่ ะชนดิ มีการเจริญเติบโตจนเปน็ ตวั เต็มวยั ได้อยา่ งไร ป.3 หน้า 38
(แนวคาตอบ สัตว์มีการเจริญเติบโตต้ังแต่แรกเกิดจนมีการ
เจริญเติบโตและพัฒนาไปเป็นระยะตัวเต็มวัย แล้วสามารถ
สบื พันธ์แุ ละให้กาเนดิ ไข่หรอื ตวั ออ่ นใหมไ่ ด)้
ขั้นสอน
กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ีใช้ สื่อท่ีใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มช่วยกันทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือ - ทักษะ - หนังสือเรยี น - สงั เกต
ชุดแมบ่ ท พฤตกิ รรม
เรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 39 การวเิ คราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
ป.3 หนา้ 39
2. นักเรียนและครูช่วยกันอภิปรายผลจากการทากิจกรรมว่า
“วัฏจักรของสัตว์เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด และมีการ
เจริญเติบโตท่ีจะเกิดหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ สามารถแบ่งวัฏจักร
ของสัตว์ตามลักษณะการออกลูกได้เป็น 2 แบบ คือ สัตว์ท่ี
ออกลูกเปน็ ไขแ่ ละสตั วท์ ่อี อกลูกเปน็ ตัว”
3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการออกลูกของสัตว์ มี 2 แบบ
คอื สัตว์ออกลูกเปน็ ไข่และสตั ว์ทอ่ี อกลูกเปน็ ตวั ตวั อย่าง
1) สัตว์ออกลูกเปน็ ไข่
- นกกระจอกเทศ
- เพนกวิน
- จระเข้
74
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรยี นรูช้ วี ติ ของคนและสตั ว์
แผนฯ ที่ 3 วฏั จักรชวี ติ ของสตั ว์
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ สอ่ื ท่ีใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
ตัวอย่างภาพ
2) สตั ว์ออกลกู เป็นตวั
- จงิ โจ้
- โลมา
- กอรลิ ลา
ตวั อย่างภาพ
4. ครูใหน้ ักเรยี นจับคสู่ ตั ว์ท่ีออกลูกเป็นตัวและสัตว์ท่ีออกลูกเป็นไข่ - ทักษะ - ใ บ ง า น ท่ี 2.3 - ตรวจสอบผล
ให้ถูกตอ้ งลงในใบงานที่ 2.3 เรือ่ ง การออกลกู ของสตั ว์ การวิเคราะห์ เร่ือง การออกลูก การทาใบงาน
ของสตั ว์ เรื่อง
การออกลูก
ของสัตว์
75
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรียนรู้ชวี ิตของคนและสตั ว์ ทกั ษะทใ่ี ช้ สอ่ื ท่ใี ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ที่ 3 วัฏจกั รชวี ิตของสัตว์
ชั่วโมงที่ 2
ข้นั สอน (ตอ่ )
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันอธบิ ายความรู้
1. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปและอภปิ รายเกยี่ วกับเร่ือง วัฏจักร
ของสัตว์ท่ีออกลูกเป็นไข่และวัฏจักรชีวิตของสัตว์ที่ออกลูก
เปน็ ตวั ดงั น้ี
1.1 วัฏจักรของสัตวท์ ีอ่ อกลกู เป็นไข่
เม่ือสัตว์ตัวเมียออกไข่ ตัวอ่อนจะฟักออกจากไข่แล้ว
เจริญเติบโตเปน็ ตวั เตม็ วัย สตั ว์กลุ่มน้ีสามารถแบ่งวัฏจักรชีวิต
ออกเปน็ 2 แบบ ดังน้ี
1) สตั ว์ทีอ่ อกลูกเป็นไขท่ ม่ี ีวัฏจกั รชวี ิต 3 ระยะ
- กลุ่มท่ี 1 เมื่อลูกสัตว์ฟักออกจากไข่แล้วจะมีลักษณะ
คลา้ ยกับพอ่ แม่ เช่น ไก่ จิ้งจก งู แมลงสาบ
- กลมุ่ ที่ 2 เมอื่ ลูกสัตวฟ์ กั ออกจากไข่แล้ว ตัวอ่อน จะมี
การเปลี่ยนแปลงรูปร่างจนถึงตัวเต็มวัยจึงจะมีลักษณะ
เหมอื นพอ่ แม่ เชน่ กบ
2) สตั ว์ทอ่ี อกลกู เปน็ ไขท่ ี่มีวัฏจักรชวี ิต 4 ระยะ
เชน่ ผเี สอ้ื แมลงเต่าทอง ยุง หิ่งห้อย สตั ว์กล่มุ นี้ เม่อื ฟัก
ออกจากไข่แล้วตัวอ่อนจะมีการเปล่ียนแปลงจนเมื่อถึง
ตวั เตม็ วยั จะมีลกั ษณะเหมอื นพ่อแม่
1.2 วฏั จกั รของสตั วท์ อี่ อกลูกเปน็ ตวั
หลังจากการปฏิสนธิแล้วสัตว์ตัวเมียจะตั้งท้อง และเม่ือ
ถึงเวลาก็จะออกลูกเป็นตัวอ่อนที่มีลักษณะคล้ายพ่อแม่ แต่มี
ขนาดเล็กกว่า อวัยวะต่าง ๆ ยังไม่เจริญเติบโตเต็มท่ี ระหว่าง
ที่ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัยจะมีการเปล่ียนแปลงรูป
แปลงรปู ร่างไม่มากนัก สัตว์ชนิดนี้มีวัฏจักรเป็น 2 ระยะ สัตว์
ท่ีออกลูกเป็นตัว ได้แก่ สุนัข แมว ม้า ช้าง โลมา ปลาหาง
นกยงู ปลาสอด แมวนา้ คน
76