The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanatip.st, 2022-08-29 21:52:14

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วสั ดนุ า่ รู้ แบบบันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
แผนฯ ท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของวสั ดุ (2)

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ด้านอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤตกิ รรมท่มี ปี ัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงช่อื ..............................................ผู้บนั ทกึ
(................................................)

ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ................................................
(................................................)

ตาแหน่ง.................................................

140

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 1 แมเ่ หลก็

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 แมเ่ หล็ก ระยะเวลา 3 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั

ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถโุ ดยใช้กำรดึงดูดกบั แมเ่ หลก็ เป็นเกณฑจ์ ำกหลกั ฐำนเชิงประจักษ์
ว 2.2 ป.3/4 ระบุขว้ั แม่เหลก็ และพยำกรณผ์ ลท่ีเกิดข้นึ ระหว่ำงขั้วแม่เหล็กเม่ือนำเข้ำใกล้กันจำกหลักฐำนเชิง

ประจักษ์

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธบิ ำยลกั ษณะและสมบตั ิของแมเ่ หล็กได้ (K)
2) ระบขุ ้ัวแมเ่ หล็กและพยำกรณผ์ ลทเี่ กิดขนึ้ ได้ (P)
3) มคี วำมสนใจใฝเ่ รียนรู้ และสำมำรถทำงำนร่วมกบั ผ้อู ืน่ ได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

แรงแม่เหลก็ เปน็ แรงท่เี กิดขน้ึ ระหวำ่ งแม่เหล็กกับสำรแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับแม่เหล็ก แม่เหล็ก มี 2 ข้ัว คือ
ขั้วเหนอื และข้ัวใต้ ขั้วแม่เหล็กชนิดเดยี วกนั จะผลกั กนั ตำ่ งชนิดกันจะดงึ ดดู กัน

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

แม่เหล็กมแี รงดึงดูดหรือแรงผลักระหว่ำงแท่งแม่เหล็กด้วยกัน แท่งแม่เหล็กมีสนำมแม่เหล็กทำให้ดึงดูดวัตถุที่
เป็นสำรแม่เหล็กได้ จึงมีกำรนำแม่เหล็กมำใช้ประโยชน์ในด้ำนต่ำง ๆ เช่น ทำของเล่น ของใช้ นำไปใช้แยกสำร
แม่เหล็กออกจำกวตั ถอุ ่ืน

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์

1) ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร 1) ทักษะกำรสงั เกต 1) มวี ินยั

2) ควำมสำมำรถในกำรคดิ 2) ทักษะกำรจำแนกประเภท 2) ใฝเ่ รยี นรู้

3) ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ 3) ทักษะกำรต้ังสมมตฐิ ำน 3) มุง่ มั่นในกำรทำงำน

4) ทักษะกำรลงควำมเห็นจำกขอ้ มูล

154

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 1 แม่เหลก็

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ทักษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
5) ทักษะกำรจัดกระทำและ
กำรสอ่ื ควำมหมำยข้อมูล

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงที่ 1

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ ส่อื ทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 4 - ทักษะ - แบบทดสอบ - กำรตรวจสอบ
เรื่อง แรงและกำรเปลี่ยนแปลงกำรเคลื่อนที่ของวัตถุ แบบปรนัย กำรวิเครำะห์ กอ่ นเรียน 10 คำตอบ
4 ตวั เลือก จำนวน 10 ขอ้ ข้อ

ขัน้ นา

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ สอ่ื ทีใ่ ช้/อุปกรณ์ ประเมินผล

ข้ันกระตุ้นความสนใจ
1. ครูกล่ำวทักทำยและแจ้งจุดประสงค์กำรเรียนรู้ที่จะเรียนใน

ช่วั โมงน้ี

2. ครูให้นักเรียนดูภำพจำกในหนังสือเรียนชุดแม่บทมำตรฐำน - ทกั ษะ - หนงั สือเรยี น - สงั เกต
วิทยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 74 จำกน้ันครูถำมคำถำม แล้วให้ กำรวิเครำะห์ ชดุ แม่บท พฤตกิ รรม
นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ ดังนี้ มำตรฐำน กำรทำงำน
วทิ ยำศำสตร์ รำยบคุ คล
 จำกภำพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมำตรฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 74
ป.3 กำลังทำอะไรอยู่
(แนวคำตอบ ข้ึนอยู่กับคำตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ
ดลุ ยพินิจของครูผูส้ อน)

 กำรออกแรงทำให้วตั ถเุ กิดกำรเคล่ือนที่ได้หรอื ไม่
(แนวคำตอบ ข้ึนอยู่กับคำตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ
ดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)

155

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคล่อื นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ที่ 1 แม่เหล็ก

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ีใช้ สอื่ ท่ีใช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

3. ครูให้นักเรยี นเปิดหนงั สอื เรียนชุดแม่บทมำตรฐำน วิทยำศำสตร์ - ทกั ษะ - หนงั สือเรียน - สังเกต
ป.3 หน้ำ 75 จำกน้ันศึกษำชวนอ่ำนชวนคิด แล้วตอบคำถำมว่ำ กำรวิเครำะห์ ชดุ แมบ่ ท พฤติกรรม
รู้หรือไม่วำ่ วัตถุต่ำง ๆ รอบตัวเรำ เม่ือนำเข้ำมำใกล้แม่เหล็กจะ มำตรฐำน กำรทำงำน
เกดิ ผลอย่ำงไรขนึ้ บำ้ ง วทิ ยำศำสตร์ รำยบุคคล
ป.3 หนำ้ 75
4. นักเรียนศึกษำศัพท์หน้ำรู้จำกหนังสือเรียนแม่บทมำตรฐำน - สงั เกต
วิทยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 75 จำกน้ันครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 2-3 - หนงั สอื เรียน พฤติกรรม
คน ให้ออกมำอำ่ นคำศัพท์ ชดุ แมบ่ ท กำรทำงำน
มำตรฐำน รำยบุคคล
วทิ ยำศำสตร์
ป.3 หน้ำ 75 - สังเกต
พฤติกรรม
5. ครูกระตุ้นควำมสนใจนักเรียนโดยให้นักเรียนดูภำพ และตั้ง - ทักษะ กำรทำงำน
รำยบุคคล
คำถำม ดังนี้ กำรวิเครำะห์

 นักเรยี นร้จู กั แมเ่ หล็กหรือไม่
(แนวคำตอบ ขน้ึ อยูก่ บั คำตอบของนักเรยี น)

 เหตุกำรณใ์ นภำพเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ย่ำงไร
(แนวคำตอบ เกิดจำกแรงดึงดูดของแมเ่ หลก็ )

6. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรำยว่ำ แม่เหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรง
ผลักระหว่ำงแท่งแม่เหล็กด้วยกัน แท่งแม่เหล็กมีสนำมแม่เหล็ก
ทำให้ดึงดูดวตั ถุที่เปน็ สำรแมเ่ หลก็ ได้

ข้นั สอน

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ ส่ือทใี่ ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

ขัน้ สารวจคน้ หา - สังเกต
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ครูนำแม่เหล็กแจกให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ - ทกั ษะ พฤตกิ รรม
กำรทำงำน
1 แท่ง โดยให้นักเรียนลองหำสิ่งของในห้องเรียน แล้วทำ กำรวเิ ครำะห์ รำยบคุ คล
กำรทดลองโดยกำรใช้แม่เหล็กดูดกับส่ิงของ จำกนั้นสังเกตกำร
เปลยี่ นแปลงและรว่ มกันสรุปและอภปิ รำยผลกำรทดลอง

156

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลือ่ นที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 1 แม่เหลก็

กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทีใ่ ช้ สื่อท่ใี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล

2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรำยว่ำ แม่เหล็ก คือ วัตถุที่มี
คุณสมบตั ิดึงดูดโลหะบำงชนดิ ได้ มนษุ ยน์ ำสมบัตขิ องแมเ่ หลก็ มำ
ใช้ประโยชน์โดยกำรผลิตเป็นส่ิงของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
เชน่ แมเ่ หล็กตดิ ตู้เยน็ กระดมุ แมเ่ หล็กตดิ กระเปำ๋

3. นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมำตรฐำน - ทกั ษะ - หนงั สอื เรยี น - สงั เกต
ชุดแม่บท พฤตกิ รรม
วิทยำศำสตร์ ป.3 หนำ้ 76 กำรวเิ ครำะห์ มำตรฐำน กำรทำงำน
วทิ ยำศำสตร์ รำยบุคคล
ป.3 หน้ำ 76

ช่ัวโมงที่ 2
ข้นั สอน

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ สื่อท่ใี ช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล

ข้นั อธบิ ายความรู้ - ทกั ษะ - หนงั สือเรียน - ตรวจสอบ
1. ครูอธบิ ำยเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกิจกรรมลองทำดูว่ำ วัตถุรอบตัวเรำ พฤตกิ รรม
กำรวเิ ครำะห์ ชุดแม่บท กำรทำงำนเป็น
ทำจำกวสั ดุต่ำง ๆ เช่น พลำสตกิ ไม้ เหล็ก โดยวัสดตุ ่ำงชนิดกัน กลุ่ม
จะมสี มบัตติ ่ำงกนั หำกนำแมเ่ หลก็ เขำ้ ใกลก้ ับวัตถทุ เ่ี ปน็ - ทกั ษะ มำตรฐำน
สำรแมเ่ หล็ก เชน่ เหลก็ จะเกิดกำรดึงดดู
2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนำทักษะกระบวนกำร กำรส่ือสำร วิทยำศำสตร์
ทำงวิทยำศำสตร์ที่ 1 โดย
- ทกั ษะกำรสำรวจ ป.3 หนำ้ 77
1) แบ่งกลุ่ม 4-5 คน นำแม่เหล็ก 2 แท่ง วำงบนโต๊ะ
สังเกตลักษณะของแม่เหล็ก แล้วบันทกึ ผลลงในตำรำง คน้ หำ

2) นำแม่เหล็กท้ัง 2 แท่ง วำงใกล้กันตำมแบบท่ีกำหนด - ทักษะ
สังเกตผลทเ่ี กดิ ข้ึน แล้วบนั ทกึ ผลลงในตำรำง
กำรทำงำน
3) สรุปผลกำรทำกจิ กรรม แลว้ นำเสนอหน้ำช้ันเรียน เพื่อ
เปรียบเทียบขอ้ มลู กบั กลุม่ อน่ื ๆ ร่วมกนั

3. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรำยผลกำรทดลองว่ำ
เมื่อวำงแม่เหล็ก 2 แท่ง โดยหันข้ัวเหมือนกันเข้ำหำกัน
แม่เหล็กจะเกิดแรงผลักกัน และเม่ือวำงแม่เหล็ก 2 แท่ง ที่ข้ัว
ตำ่ งกันเข้ำหำกันจะเกดิ แรงดึงดูด

157

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ
แผนฯ ที่ 1 แมเ่ หลก็

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ใช้ สอ่ื ทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

4. ครูตงั้ คำถำมว่ำ - ทักษะ - สงั เกต
พฤตกิ รรม
 เมื่อนำแม่เหล็กไปวำงท่ีจอโทรทัศน์ แม่เหล็กไม่ดูด กำรวเิ ครำะห์ กำรทำงำน
รำยบคุ คล
จอโทรทัศน์ แสดงว่ำ โทรทัศน์ไม่ใช่สำรแม่เหล็ก นักเรียน

เหน็ ด้วยหรอื ไม่ เพรำะอะไร

(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ

ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)

 นักเรียนคิดว่ำ ถ้ำนำแม่เหล็กไปดูดวัตถุท่ีไม่ใช่สำรแม่เหล็ก

แม่เหล็กจะดูดวตั ถุได้หรอื ไม่ เพรำะเหตใุ ด

(แนวคำตอบ ไม่ได้ เพรำะแม่เหล็กมีคุณสมบัติในกำรดึงดูด

สำรแม่เหลก็ )

5. ให้นักเรยี นแบ่งกลุม่ โดยใชก้ ลมุ่ เดิม จำกนน้ั ค้นหำแมเ่ หล็กรูปร่ำง - ทกั ษะ - กระดำษแข็ง - แบบประเมนิ
แผน่ ใหญ่ ชิน้ งำน
ต่ำง ๆ โดยทำลงในกระดำษแข็งแผ่นใหญ่ จำกน้ันให้นักเรียน กำรวเิ ครำะห์

ร่วมกันอภิปรำยผลและให้ตัวแทนนำเสนอข้อมูลที่ได้หน้ำชั้น

เรียน

6. นักเรียนดูภำพแท่งแม่เหล็กและให้นักเรียนสังเกตกำรเคลื่อนที่ - ทักษะ - สังเกต
พฤตกิ รรม
ของสำรแม่เหลก็ เมื่อมีแรงแม่เหล็กมำกระทำ กำรวิเครำะห์ กำรทำงำน
รำยบคุ คล

ครสู รปุ ผลจำกคำตอบของนักเรยี นว่ำ แม่เหล็ก 1 แท่ง มี 2
ขั้วเสมอ คือ ขั้วเหนือและข้ัวใต้ แม่เหล็กจะมีสนำมแม่เหล็ก
เกิดขึ้นโดยมีทิศทำงจำกขั้วเหนือไปสู่ขั้วใต้ ซ่ึงบริเวณใกล้
ขั้วแม่เหล็กจะมีแรงดึงดูดมำกที่สุด และจะลดน้อยลงเม่ือถัด
เข้ำมำ และไม่มีแรงดงึ ดูดตรงก่งึ กลำงแท่งแม่เหลก็

158

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลีย่ นแปลงการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ
แผนฯ ที่ 1 แม่เหลก็

ชว่ั โมงที่ 3

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะที่ใช้ ส่ือท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ขัน้ ขยายความเข้าใจ

1. ครูให้นักเรียนสำรวจและจำแนกวตั ถุทีค่ รเู ตรียมมำ โดยใช้ - ทักษะ - ตรวจสอบ
พฤติกรรม
กำรดึงดดู กับแม่เหลก็ เปน็ เกณฑ์ ดังน้ี กำรสงั เกต กำรทำงำนเปน็
กลุ่ม
1) แบ่งกลุ่ม แล้วร่วมกันคำดคะเนและบันทึกผลลงในสมุด - ทกั ษะ
- สังเกต
ประจำตวั นักเรียนว่ำ เมื่อนำแทง่ แม่เหล็กไปวำงใกล้วัตถุ กำรสำรวจคน้ หำ พฤตกิ รรม
กำรทำงำน
ชนิดต่ำง ๆ จะเกิดกำรเปลยี่ นแปลงอยำ่ งไร รำยบคุ คล
- สังเกต
2) ทำกำรทดลองเพื่อตรวจสอบผลกำรคำดคะเน โดยนำ พฤตกิ รรม
กำรทำงำน
แท่งแม่เหล็กไปวำงใกล้กับวัตถุ แล้วสังเกต ว่ำ รำยบคุ คล

แท่งแม่เหล็กดึงดดู วัตถชุ นดิ ใดบ้ำง แล้วบันทกึ ผล

3) จำแนกกลุ่มวัตถุที่เป็นสำรแม่เหล็กและกลุ่มวัตถุท่ีไม่ใช่

สำรแม่เหล็ก โดยใช้กำรดึงดูดของแม่เหล็กเป็นเกณฑ์

แลว้ บนั ทึกผล

4) นำเสนอผลกำรทดลองหนำ้ ชน้ั เรียน

2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรำยผลว่ำ แท่งแม่เหล็ก

มีสนำมแม่เหล็กทำให้ดึงดูดวัตถุท่ีเป็นสำรแม่เหล็กได้ เช่น ตะปู

ลวด

3. นักเรยี นวำดภำพแทง่ แม่เหล็ก พร้อมระบุข้ัวของแท่งแม่เหล็กลง - ทกั ษะ - สมุดประจำตวั

ในสมุดประจำตวั นกั เรียน กำรวเิ ครำะห์ นักเรียน

4. นักเรียนทำแบบฝึกพัฒนำกำรเรียนรู้ที่ 1 ในหนังสือเรียน - ทกั ษะ - หนังสอื เรียน
ชดุ แม่บท
ชดุ แมบ่ ทมำตรฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 81 กำรวเิ ครำะห์ มำตรฐำน
วิทยำศำสตร์
ป.3 หนำ้ 81

159

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปลีย่ นแปลงการเคล่อื นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 1 แมเ่ หลก็

ขัน้ ประเมิน

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ ส่ือท่ใี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
1. ครตู รวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ 4
- แบบทดสอบ - ตรวจ
2. ครตู รวจสอบผลกำรตอบคำถำมลงในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น ก่อนเรียน แบบทดสอบ
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ กอ่ นเรียน
3. ครูประเมินนักเรียนจำกกำรทำงำนกลุ่มเร่ือง แม่เหล็ก โดย ที่ 4 หนว่ ย
กำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำน กำรแสดงควำมคิดเห็น และ กำรเรยี นรู้ที่ 4
กำรออกมำนำเสนอผลงำนหนำ้ ชน้ั เรยี น - สมดุ ประจำตัว - ตรวจสอบผล
นกั เรยี น กำรตอบ
4. ครูตรวจสอบผลกำรทำกิจกรรมลองทำดู โดยกำรสังเกต คำถำมลงใน
พฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำมคดิ เหน็ และกำร - แบบสงั เกต สมดุ ประจำตวั
ตอบคำถำม พฤตกิ รรม นกั เรียน
กำรทำงำนกลมุ่ - ตรวจสอบ
5. ครูตรวจสอบผลกำรทำกิจกรรมพัฒนำทักษะกระบวนกำรทำง พฤตกิ รรม
วทิ ยำศำสตรท์ ่ี 1 โดยกำรสงั เกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล - หนงั สอื เรียน กำรทำงำนเปน็
กำรแสดงควำมคดิ เหน็ และกำรตอบคำถำม ชดุ แม่บท กลมุ่
มำตรฐำน - ตรวจสอบผล
6. ครตู รวจสอบผลกำรทำช้นิ งำน เรอ่ื ง แมเ่ หล็กรูปแบบตำ่ ง ๆ วิทยำศำสตร์ กำรทำ
โดยกำรสังเกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนกลุ่ม กำรแสดงควำมคดิ เห็น ป.3 หน้ำ 76 กิจกรรมลอง
กำรตอบคำถำม กำรรว่ มกนั ทำงำนกลมุ่ และกำรออกมำ - หนังสอื เรียน ทำดู
นำเสนอผลงำนหนำ้ ช้นั เรยี น ชดุ แม่บท
มำตรฐำน - ตรวจสอบผล
160 วิทยำศำสตร์ กำรทำ
ป.3 หนำ้ 77 กจิ กรรม
พฒั นำทกั ษะ
- ชิ้นงำน เรื่อง กระบวนกำร
แมเ่ หลก็ รูปแบบ ทำง
ตำ่ ง ๆ วทิ ยำศำสตร์
ที่ 1
- ตรวจสอบผล
กำรทำช้ินงำน
เรอื่ ง แม่เหล็ก
รปู แบบตำ่ ง ๆ

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ ทักษะท่ีใช้ สอื่ ทใี่ ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ท่ี 1 แม่เหลก็
- แบบสังเกต - ตรวจสอบ
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรม พฤติกรรมกำร
กำรทำงำนกลมุ่ ทำงำนกลมุ่
7. ครูตรวจสอบผลกำรทำงำนกลุ่ม เรื่อง กำรจำแนกสำรท่ีเป็น
แม่เหล็ก โดยกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม กำรแสดง - สมุดประจำตวั - ตรวจสอบผล
ควำมคิดเห็น กำรตอบคำถำม กำรร่วมกันทำงำนกลุ่ม และกำร นกั เรียน กำรวำดภำพ
ออกมำนำเสนอผลงำนหน้ำชน้ั เรียน แท่งแมเ่ หลก็
- หนังสอื เรียน - ตรวจสอบผล
8. ครตู รวจสอบผลกำรวำดภำพแทง่ แมเ่ หลก็ พรอ้ มระบุข้ัวของแท่ง ชุดแม่บท กำรทำ
แม่เหล็ก ในสมุดประจำตัวนักเรียน มำตรฐำน แบบฝึกหัด
วทิ ยำศำสตร์ พัฒนำ
9. ครูตรวจสอบผลกำรทำแบบฝึกหัดพัฒนำกำรเรียนรู้ที่ 1 โดย ป.3 หน้ำ 81 กำรเรยี นร้ทู ่ี 1
กำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำม
คิดเหน็ และกำรตอบคำถำม

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- สมดุ ประจำตัวนักเรียน - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
1) กำรตอบคำถำมลงใน - ตรวจสอบผลกำรตอบ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
สมุดประจำตวั นกั เรยี น คำถำมลงในสมุด กำรทำงำนกลุ่ม - รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
- หนงั สือเรียนชุดแม่บท
ประจำตวั นักเรียน มำตรฐำนวทิ ยำศำสตร์ - รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
ป.3
2) กำรทำงำนกลมุ่ เรือ่ ง - ตรวจสอบผลกำรทำงำน - หนังสอื เรยี นชุดแมบ่ ท - รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
มำตรฐำนวิทยำศำสตร์
แม่เหล็ก กลมุ่ เรอื่ ง แม่เหล็ก ป.3

3) กำรทำกิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบผลกำรทำ - แบบสังเกตพฤติกรรม
กำรทำงำนรำยบุคคล
กจิ กรรมลองทำดู

4) กำรทำกิจกรรมพฒั นำ - ตรวจสอบผลกำรทำ
ทกั ษะกระบวนกำรทำง กจิ กรรมพัฒนำทักษะ
วทิ ยำศำสตร์ที่ 1 กระบวนกำรทำง
วิทยำศำสตรท์ ่ี 1
5) กำรทำชน้ิ งำน เรื่อง - ตรวจสอบผลกำรทำ
แม่เหล็กรูปแบบต่ำง ๆ ชน้ิ งำน เรื่อง แมเ่ หล็ก

161

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคล่อื นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ที่ 1 แม่เหล็ก

รายการวัด วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
รปู แบบตำ่ ง ๆ - แบบสังเกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
กำรทำงำนกลุ่ม - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
6) กำรทำงำนกลุ่ม เรอ่ื ง - ตรวจสอบผลกำรทำงำน - ร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
- สมดุ ประจำตวั นักเรยี น
กำรจำแนกสำรที่เป็น กลุม่ เรอื่ ง กำรจำแนก
- หนงั สอื เรียนชุดแมบ่ ท
แม่เหลก็ สำรทีเ่ ปน็ แมเ่ หล็ก มำตรฐำนวทิ ยำศำสตร์
ป.3
7) กำรวำดภำพแท่ง - ตรวจสอบผลกำรวำด - แบบประเมิน
คณุ ลักษณะ
แม่เหล็ก พร้อมระบุขว้ั ภำพแทง่ แม่เหล็ก พร้อม อนั พงึ ประสงค์

ของแท่งแมเ่ หล็ก ระบขุ วั้ ของแท่งแมเ่ หล็ก

8) กำรทำแบบฝึกหดั - ตรวจสอบผลกำรทำ

พฒั นำกำรเรยี นรู้ที่ 1 แบบฝกึ หัดพัฒนำ

กำรเรยี นร้ทู ี่ 1

9) คุณลกั ษณะ - สงั เกตควำมมีวนิ ยั

อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น

ในกำรทำงำน

หมำยเหตุ : แบบสงั เกตพฤตกิ รรมประเมินรายเทอม

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นชุดแมบ่ ทมำตรฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี 4 เรอื่ ง แรงและกำรเปล่ียนแปลงกำรเคลอ่ื นที่ของวัตถุ

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- อนิ เทอร์เน็ต

162

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปล่ยี นแปลงการเคลือ่ นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 1 แมเ่ หล็ก

แบบบนั ทกึ หลงั แผนการจดั การเรยี นรู้

 ด้ำนควำมรู้

 ด้ำนสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

 ดำ้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

 ด้ำนควำมสำมำรถทำงวิทยำศำสตร์

 ดำ้ นอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ัญหำของนักเรยี นเป็นรำยบคุ คล (ถ้ำมี))

 ปญั หำ/อปุ สรรค

 แนวทำงกำรแกไ้ ข

ลงชื่อ..............................................ผู้บนั ทกึ
(................................................)

ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื ................................................
(................................................)

ตำแหนง่ .................................................

163

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 2 ประโยชน์ของแมเ่ หล็ก

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 2 ประโยชนข์ องแมเ่ หลก็

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 ระยะเวลา 2 ช่ัวโมง

กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั

ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวตั ถโุ ดยใชก้ ำรดึงดดู กับแมเ่ หลก็ เปน็ เกณฑจ์ ำกหลกั ฐำนเชิงประจักษ์
ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแม่เหล็กและพยำกรณ์ผลท่ีเกิดข้ึนระหว่ำงขั้วแม่เหล็กเม่ือนำเข้ำใกล้กันจำกหลักฐำน

เชงิ ประจกั ษ์

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ำยกำรดึงดดู ของแม่เหลก็ กบั วัตถตุ ำ่ ง ๆ ได้ (K)
2) จำแนกวตั ถโุ ดยใช้กำรดึงดดู กบั แม่เหล็กเป็นเกณฑ์ได้ (P)
3) นำควำมรู้กำรใชป้ ระโยชนข์ องแมเ่ หล็กไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวันได้ (A)

3. สาระการเรียนรู้

แรงแม่เหล็กเป็นแรงท่ีเกิดขึ้นระหว่ำงแม่เหล็กกับสำรแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับแม่เหล็ก แม่เหล็ก มี 2 ข้ัว
คอื ขั้วเหนือและขัว้ ใต้ ขว้ั แม่เหลก็ ชนดิ เดียวกนั จะผลกั กนั ตำ่ งชนิดกนั จะดึงดดู กัน

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

แมเ่ หลก็ มแี รงดึงดูดหรือแรงผลักระหว่ำงแท่งแม่เหล็กด้วยกัน แท่งแม่เหล็กมีสนำมแม่เหล็กทำให้ดึงดูดวัตถุท่ี
เป็นสำรแม่เหล็กได้ จึงมีกำรนำแม่เหล็กมำใช้ประโยชน์ในด้ำนต่ำง ๆ เช่น ทำของเล่น ของใช้ นำไปใช้แยกสำร
แม่เหล็กออกจำกวัตถุอื่น

5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์

1) ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร 1) ทักษะกำรสังเกต 1) มวี นิ ัย

2) ควำมสำมำรถในกำรคิด 2) ทักษะกำรจำแนกประเภท 2) ใฝเ่ รียนรู้

3) ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ 3) ทักษะกำรต้ังสมมติฐำน 3) ม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน

4) ทักษะกำรลงควำมเห็นจำกขอ้ มูล

164

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 2 ประโยชน์ของแม่เหล็ก

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
5) ทักษะกำรจดั กระทำและ
กำรสื่อควำมหมำยข้อมลู

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั นา

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะทีใ่ ช้ สื่อท่ีใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ

1. ครูกล่ำวทักทำยนักเรียน จำกน้ันครูทบทวนควำมรู้เก่ียวกับ

ส่งิ ประดษิ ฐ์ท่ีนักเรยี นทำเม่อื ชวั่ โมงที่แลว้ โดยครูอภิปรำยผลกำร

ทำกิจกรรมว่ำ แม่เหล็กสำมำรถนำมำใช้ประโยชน์ในกำร

ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ต่ำง ๆ ในชีวิตประจำวัน

เพอ่ื ใหใ้ ชง้ ำนไดส้ ะดวกขึน้

2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บท - ทักษะ - หนังสือเรียน - สงั เกต
ชุดแม่บท พฤติกรรม
มำตรฐำน วทิ ยำศำสตร์ ป.3 หนำ้ 82 กำรวิเครำะห์ มำตรฐำน กำรทำงำน
วิทยำศำสตร์ รำยบุคคล
ป.3 หน้ำ 82
3. ครูยกตัวอย่ำง กำรนำสมบัติของแม่เหล็กมำใช้ประโยชน์ โดยมี
บตั รภำพ - บตั รภำพ

อปุ กรณค์ ัดแยกเหล็ก
ใ ช้ คั ด แ ย ก วั ต ถุ ที่ เ ป็ น ส ำ ร

แม่เหล็กออกจำกวัตถุอื่น ๆ โดยนำ
แม่เหล็กมำประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์ใน
กำรคัดแยกสิ่งของที่ทำจำกวัสดุท่ี
เป็นสำรแมเ่ หล็ก

165

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ ทกั ษะทีใ่ ช้ สอ่ื ที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล
แผนฯ ที่ 2 ประโยชนข์ องแมเ่ หลก็

กจิ กรรมการเรียนรู้

ปำเปำ้
ของเลน่ หลำยชนิดจะมแี ม่เหลก็
เปน็ สว่ นประกอบ เพื่อทำใหข้ อง
เลน่ นน้ั เล่นได้

ต้เู ยน็
นำมำติดประตูตู้เย็น โดยนำแม่เหล็ก
ใส่ไว้ที่ประตตู เู้ ยน็ แลว้ หมุ้ ด้วยแผ่นยำง
ทำให้ประตูตู้เย็นปิดสนิทและป้องกัน
ไมใ่ หค้ วำมเย็นออกจำกตเู้ ยน็

4. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่ำง กำรนำสมบัติของแม่เหล็กมำใช้ - ทกั ษะ - สงั เกต
พฤตกิ รรม
ประโยชน์ โดยทำลงในกระดำษ A4 กำรวิเครำะห์ กำรทำงำน
รำยบคุ คล

ขนั้ สอน

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ีใช้ สอ่ื ที่ใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล

ข้นั สารวจคน้ หา

1. ใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมพัฒนำทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ - ทักษะ - หนงั สอื เรยี น - ตรวจสอบ
ชุดแมบ่ ท พฤติกรรม
ท่ี 2 ในหนังสือเรียนเรียนชุดแม่บทมำตรฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3 กำรวิเครำะห์ มำตรฐำน กำรทำงำน
วทิ ยำศำสตร์ เปน็ กลุ่ม
หน้ำ 83 จำแนกประเภทของวัตถุโดยใช้กำรดึงดูดของแม่เหล็ก - ทักษะ ป.3 หน้ำ 83

เป็นเกณฑ์ กำรทำงำน

รว่ มกนั

2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรำยว่ำ จำกกำรทำกิจกรรม ทำให้

ทรำบว่ำ สำมำรถจำแนกวัตถุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ วัตถุที่

แม่เหล็กดึงดดู ได้ เชน่ ลวดเยบ็ กระดำษ เขม็ หมดุ กบิ๊ ติดผม ส่วน

วัตถุท่ีแม่เหล็กไม่ดึงดูด เช่น หลอดกำแฟ ปำกกำ ยำงลบ ฝำ

ขวดพลำสติก ไม้บรรทัดยำง แรงท่ีแม่เหล็กกระทำต่อวัตถุ

สำมำรถนำมำใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั ตำ่ ง ๆ

166

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 2 ประโยชนข์ องแมเ่ หล็ก

ชว่ั โมงท่ี 2
ข้นั สอน (ต่อ)

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ ส่ือท่ใี ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

ขนั้ อธิบายความรู้

1. ให้นักเรียนทำแบบฝึกพัฒนำกำรเรียนรู้ที่ 2 ศึกษำข้อมูลท่ี - ทักษะ - หนงั สือเรยี น - สังเกต
พฤตกิ รรม
กำหนด แล้วตอบคำถำม ในหนังสือเรียนเรียนชุดแม่บท กำรวเิ ครำะห์ ชดุ แม่บท กำรทำงำน
รำยบุคคล
มำตรฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 86 มำตรฐำน
- ตรวจสอบ
วิทยำศำสตร์ พฤตกิ รรม
กำรทำงำนเป็น
ป.3 หนำ้ 86 กล่มุ

2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนำทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ให้ - ทักษะ - หนงั สือเรียน

นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม แลว้ ปฏิบตั ิกิจกรรม ดงั นี้ กำรวิเครำะห์ ชุดแม่บท

1) เลือกวัสดุที่เป็นสำรแม่เหล็ก เพื่อนำวัสดุมำใช้ในกำร - ทกั ษะ มำตรฐำน

ออกแบบของเล่นชนิดใหม่ที่สำมำรถดูดติดกับวัสดุท่ีเลือก กำรส่อื สำร วทิ ยำศำสตร์

มำ - ทักษะกำรสำรวจ ป.3 หนำ้ 88

2) วำดรูปวัตถุชิ้นน้ันลงกระดำษแข็ง พร้อมนำเสนอหน้ำช้ัน ค้นหำ

เรยี น - ทักษะ

กำรทำงำน

รว่ มกัน

3. ครูสรุปผลกำรทำกิจกรรมเพิ่มเติมว่ำ แรงท่ีแม่เหล็กกระทำต่อ

วัตถุสำมำรถนำมำประดิษฐ์เป็นของเล่นหรือของใช้แล้วยัง

สำมำรถใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันต่ำง ๆ ได้

ขั้นขยายความเขา้ ใจ

1. ครูให้นักเรียนอ่ำนข้อควำมที่ครูให้ แล้วตอบคำถำมลงในสมุด - ทกั ษะ - สมุดประจำตัว - สงั เกต
นกั เรียน พฤติกรรม
ประจำตัวนักเรยี น กำรวิเครำะห์ กำรทำงำน
รำยบุคคล
ปัจจุบันได้มีกำรนำควำมรู้ เรื่อง แม่เหล็กไฟฟ้ำมำใช้ - ทกั ษะ
ประโยชน์ในด้ำนคมนำคม เช่น รถไฟพลังแม่เหล็กที่ช่วยอำนวย กำรอธบิ ำย

ควำมสะดวกและรวดเรว็ ในกำรเดินทำงมำกข้ึน โดยใช้พลังงำนไฟฟ้ำ

เหน่ียวนำให้เกิดสนำมแม่เหล็กเกิดข้ึน ซึ่งที่รำงของรถไฟและตัว

รถไฟจะมีข้ัวแม่เหล็ก ข้ัวท่ีเหมือนกันติดอยู่ จึงทำให้รถไฟลอยอยู่

เหนือรำงและช่วยลดแรงเสียดทำนระหว่ำงรำงและตัวรถไฟ ทำให้

รถไฟเคล่อื นที่ไปได้เร็วขนึ้

167

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ
แผนฯ ที่ 2 ประโยชน์ของแม่เหล็ก

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ สอื่ ท่ใี ช/้ อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

1) จำกขอ้ ควำม ส่ิงใดคือแม่เหลก็

(แนวคำตอบ รำงของรถไฟและตัวรถไฟ)

2) เพรำะเหตุใด รถไฟจงึ ลอยอยู่เหนอื รำงไฟฟำ้

(แนวคำตอบ เกิดสนำมแม่เหล็กท่ีรำงรถไฟและตัวรถไฟ

จึงทำใหร้ ถไฟลอยอยเู่ หนือรำง)

3) รถไฟพลังแม่เหล็กแตกต่ำงจำกรถไฟท่ีวิ่งบนรำงปกติ

อยำ่ งไร

(แนวคำตอบ เป็นรถไฟท่ีใช้พลังงำนไฟฟ้ำเหน่ียวนำให้

เกิดสนำมแม่เหล็ก และชว่ ยลดแรงเสยี ดทำนระหวำ่ งรำง

และตัวรถไฟทำใหร้ ถไฟเคล่ือนท่ีไปได้เรว็ ข้นึ )

4) จำกขอ้ ควำมมีกำรใชป้ ระโยชน์จำกแม่เหลก็ อย่ำงไร

(แนวคำตอบ ใช้พลังงำนไฟฟ้ำเหน่ียวนำให้เกิด

สนำมแม่เหลก็ ข้นึ )

2. ครใู ห้นกั เรียนตอบคำถำมต่อไปนลี้ งในสมุดประจำตวั นักเรียน - ทักษะ - สมุดประจำตวั - สงั เกต
นกั เรยี น พฤติกรรม
1) แม่เหลก็ ดูดวัตถทุ ีม่ ลี ักษณะเป็นอย่ำงไร กำรวิเครำะห์ กำรทำงำน
รำยบุคคล
2) ตอ้ งวำงแทง่ แม่เหล็ก 2 แทง่ อย่ำงไร จงึ จะเกิดแรงดึงดูด

3) ถ้ำวำงแท่งแม่เหล็ก 2 แท่งต่ำงข้ัวไว้ใกล้กัน จะเกิดแรง

ลักษณะใด

4) ยกตวั อยำ่ งกำรนำแมเ่ หลก็ ไปใชป้ ระโยชนม์ ำ 3 ขอ้

5) เรำสำมำรถใชป้ ระโยชน์ของแม่เหล็กไฟฟ้ำในกำรแยกขยะ

ประเภทใด เพรำะเหตใุ ด

3. ครูให้นักเรียนสรุปสำระสำคัญ ประจำเรื่องท่ี 1 ในหนังสือเรียน - ทกั ษะ - หนังสอื เรยี น - สังเกต
ชดุ แม่บท พฤติกรรม
ชุดแม่บทมำตรฐำน วทิ ยำศำสตร์ ป.3 หน้ำ 87 กำรวิเครำะห์ มำตรฐำน กำรทำงำน
วิทยำศำสตร์ รำยบุคคล
ป.3 หนำ้ 87

168

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคล่อื นที่ของวัตถุ
แผนฯ ที่ 2 ประโยชน์ของแมเ่ หลก็

ขั้นประเมิน

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ใี ช้ สอ่ื ทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
1. ครูตรวจสอบผลกำรตอบคำถำม โดยกำรสังเกตพฤติกรรม
- ตรวจสอบผล
กำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำมคิดเห็น และกำรตอบ กำรตอบ
คำถำม คำถำม
2. ครูตรวจสอบผลกำรทำกิจกรรมลองทำดู โดยกำรสังเกต
พฤติกรรมกำรทำงำนรำยบคุ คล กำรแสดงควำมคดิ เห็น และกำร - หนังสอื เรยี น - ตรวจสอบผล
ตอบคำถำม
ชุดแม่บท กำรทำ
3. ครูตรวจสอบผลกำรทำใบงำนเรอ่ื ง กำรนำสมบัติของแม่เหล็กมำ
ใชป้ ระโยชน์ โดยทำลงในกระดำษ A4 โดยกำรสังเกตพฤติกรรม มำตรฐำน กิจกรรมลอง
กำรทำงำน กำรแสดงควำมคิดเห็น และกำรออกมำนำเสนอ
ผลงำนหนำ้ ชัน้ เรยี น วิทยำศำสตร์ ทำดู

4. ครูตรวจสอบผลกำรทำกิจกรรมพัฒนำทักษะกระบวนกำรทำง ป.3 หน้ำ 82
วทิ ยำศำสตรท์ ี่ 2 โดยกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล
กำรแสดงควำมคิดเหน็ และกำรตอบคำถำม - ใบงำนเรื่อง กำร - ตรวจสอบผล

5. ครูตรวจสอบผลกำรทำแบบฝึกพัฒนำกำรที่ 2 โดยกำรสังเกต น ำ ส ม บั ติ ข อ ง กำรทำใบงำน
พฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำมคดิ เหน็ และกำร
ตอบคำถำม แ ม่ เ ห ล็ ก ม ำ ใ ช้ เร่ือง กำรนำ

6. ครูตรวจสอบผลกำรทำกิจกรรมพัฒนำทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ประโยชน์ สมบตั ขิ อง
โดยกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดง
แมเ่ หลก็ มำใช้

ประโยชน์

- หนังสือเรยี น - ตรวจสอบผล

ชดุ แมบ่ ท กำรทำ

มำตรฐำน กิจกรรม

วทิ ยำศำสตร์ พฒั นำทกั ษะ

ป.3 หนำ้ 83 กระบวนกำร

ทำง

วิทยำศำสตร์

ท่ี 2

- หนงั สอื เรียน - ตรวจสอบผล

ชุดแม่บท กำรทำ

มำตรฐำน กจิ กรรม

วิทยำศำสตร์ พฒั นำกำรคิด

ป.3 หนำ้ 86 ประจำเร่ือง

ที่ 2

- หนังสือเรยี น - ตรวจสอบผล

ชดุ แมบ่ ท กำรทำ

169

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นท่ีของวัตถุ ทักษะทใี่ ช้ สื่อทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล
แผนฯ ที่ 2 ประโยชนข์ องแม่เหล็ก
มำตรฐำน กจิ กรรม
กิจกรรมการเรียนรู้
วิทยำศำสตร์ พัฒนำทักษะ
ควำมคดิ เหน็ และกำรตอบคำถำม
ป.3 หน้ำ 88 แห่งศตวรรษ
7. ครูตรวจสอบผลกำรตอบคำถำมจำกข้อควำม โดยกำรสังเกต
พฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำมคิดเหน็ และกำร ท่ี 21
ตอบคำถำม
- สมุดประจำตัว - ตรวจสอบผล
8. ครูตรวจสอบผลกำรตอบคำถำมลงในสมุดประจำตัวนักเรียน
โดยกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดง นกั เรยี น กำรตอบ
ควำมคดิ เหน็ และกำรตอบคำถำม
คำถำมจำก
9. ครูตรวจสอบผลกำรสรุปสำระสำคัญ ประจำเร่ืองที่ 1
โดยกำรสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล กำรแสดงควำม ขอ้ ควำม
คิดเหน็ และกำรตอบคำถำม
- สมุดประจำตัว - ตรวจสอบผล

นักเรยี น กำรตอบ

คำถำมลงใน

สมดุ จดบันทึก

- หนงั สือเรยี น - ตรวจสอบผล

ชุดแม่บท กำรสรุป

มำตรฐำน สำระสำคญั

วิทยำศำสตร์ ประจำเรือ่ ง

ป.3 หน้ำ 87 ท่ี 1

7. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- หนงั สอื เรยี นชดุ แม่บท - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
1) กำรทำกิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบผลกำรทำ มำตรฐำนวิทยำศำสตร์
ป.3 - รอ้ ยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
กิจกรรมลองทำดู
- รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
2) กำรทำใบงำน เรือ่ ง - ตรวจสอบผลกำรทำ - แบบประเมนิ ใบงำน

กำรนำสมบตั ิของแม่เหล็ก ใบงำน เร่อื ง กำรนำ - หนงั สอื เรียนชุดแม่บท
มำตรฐำนวิทยำศำสตร์
มำใช้ประโยชน์ สมบตั ิของแม่เหล็กมำ ป.3

ใช้ประโยชน์

3) กำรทำกจิ กรรมพฒั นำ - ตรวจสอบผลกำรทำ

ทกั ษะกระบวนกำรทำง กจิ กรรมพัฒนำทักษะ

วิทยำศำสตร์ท่ี 2 กระบวนกำรทำง

170

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ
แผนฯ ที่ 2 ประโยชน์ของแมเ่ หลก็

รายการวดั วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- ร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
วทิ ยำศำสตร์ที่ 2 - หนงั สือเรียนชดุ แม่บท
มำตรฐำนวทิ ยำศำสตร์ - ร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
4) กำรทำแบบฝึกพฒั นำกำร - ตรวจสอบผลกำรทำ ป.3
- ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
ท่ี 2 แบบฝึกพัฒนำกำรที่ 2 - ร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
- ร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
5) กำรทำกิจกรรมพัฒนำ - ตรวจสอบผลกำรทำ - หนังสอื เรียนชุดแม่บท - ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 กิจกรรมพฒั นำทักษะ มำตรฐำนวิทยำศำสตร์
แห่งศตวรรษท่ี 21 ป.3

6) กำรตอบคำถำมจำก - ตรวจสอบผลกำรตอบ - สมุดประจำตัวนักเรียน

ข้อควำม คำถำมจำกข้อควำม

7) กำรตอบคำถำมลงในสมดุ - ตรวจสอบผลกำรตอบ - สมดุ ประจำตัวนกั เรียน

ประจำตวั นักเรยี น คำถำมลงในสมุด

ประจำตัวนักเรยี น

8) กำรสรปุ สำระสำคญั - ตรวจสอบผลกำรสรปุ - หนังสือเรยี นชดุ แม่บท

ประจำเร่อื งท่ี 1 สำระสำคัญ ประจำเรือ่ ง มำตรฐำนวทิ ยำศำสตร์

ท่ี 1 ป.3

9) คุณลักษณะ - สังเกตควำมมีวนิ ัย - แบบประเมนิ

อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมัน่ คุณลักษณะ

ในกำรทำงำน อนั พงึ ประสงค์

หมำยเหตุ : แบบสงั เกตพฤติกรรมประเมินรายเทอม

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนชดุ แมบ่ ทมำตรฐำน วทิ ยำศำสตร์ ป.3
2) บตั รภำพ

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- อนิ เทอรเ์ นต็

171

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคล่อื นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 2 ประโยชนข์ องแม่เหล็ก

บตั รภาพ

172

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 2 ประโยชนข์ องแมเ่ หลก็

แบบบันทึกหลงั แผนการจดั การเรียนรู้

 ดำ้ นควำมรู้

 ด้ำนสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน

 ด้ำนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดำ้ นควำมสำมำรถทำงวิทยำศำสตร์

 ด้ำนอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤตกิ รรมทีม่ ีปญั หำของนกั เรียนเปน็ รำยบุคคล (ถ้ำม)ี )

 ปญั หำ/อปุ สรรค

 แนวทำงกำรแก้ไข

ลงชอ่ื ..............................................ผบู้ ันทกึ
(................................................)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ................................................
(................................................)

ตำแหน่ง.................................................

173

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลอื่ นท่ี
แผนฯ ท่ี 3 การเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ขี องวัตถุ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 การเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนทข่ี องวัตถุ

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 ระยะเวลา 3 ช่วั โมง

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด

ว 2.2 ป.3/1 ระบผุ ลของแรงทม่ี ีตอ่ การเปล่ยี นแปลงการเคล่ือนท่ขี องวัตถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุได้ (K)
2) สามารถระบุผลของแรงท่มี ีตอ่ การเปลีย่ นแปลงการเคลอื่ นทีข่ องวตั ถุได้ (P)
3) มคี วามใฝ่เรยี นรแู้ ละรบั ผิดชอบงานทไี่ ด้รับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงกระทาต่อวัตถุแรงมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุแรง อาจทาให้วัตถุ
เกดิ การเคล่อื นที่โดยเปล่ียนตาแหน่งจากทีห่ นง่ึ ไปยงั อีกทหี่ นึ่ง

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

เม่อื มีแรงกระทาต่อวัตถุ จะทาให้วัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ เช่น ทาให้วัตถุท่ีหยุดนิ่งมีการเคล่ือนที่
หรือทาใหว้ ตั ถุทก่ี าลงั เคลอื่ นท่ีมีการเคลอื่ นทเี่ ร็วขึ้น ช้าลง หยดุ นิ่ง หรอื เปลีย่ นทิศทางการเคลอื่ นที่

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ทักษะกระบวนการ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์

1) ความสามารถในการสอื่ สาร 1) ทักษะการสงั เกต 1) มีวนิ ยั

2) ความสามารถในการคิด 2) ทักษะการจาแนกประเภท 2) ใฝเ่ รียนรู้

3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 3) ทักษะการตั้งสมมตฐิ าน 3) ม่งุ ม่ันในการทางาน

4) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล

5) ทกั ษะการจัดกระทาและ

การสอื่ ความหมายข้อมลู

174

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นท่ี
แผนฯ ที่ 3 การเปล่ยี นแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงที่ 1
ขัน้ นา

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทใี่ ช้ สื่อท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ - ทักษะ - หนังสือเรยี น - สังเกต
1. ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียนและแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรทู้ ่ีจะเรยี น การวิเคราะห์ ชุดแม่บท พฤติกรรม
มาตรฐาน การทางาน
ในช่ัวโมงน้ี - ทกั ษะการ วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
2. ให้นักเรียนดูภาพในหนังสือ เรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิเคราะห์ ป.3 หนา้ 89
- ทกั ษะการสังเกต - สังเกต
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 89 จากนั้นครูถามคาถาม แล้วให้ - หนงั สอื เรยี น พฤติกรรม
นกั เรียนช่วยกนั ตอบ ดงั น้ี ชดุ แมบ่ ท การทางาน
 จากภาพ นักเรียนคดิ ว่าทาไมรถเข็นจงึ เคลอื่ นท่ไี ด้ มาตรฐาน รายบุคคล
วทิ ยาศาสตร์
(แนวคาตอบ เพราะรถมแี รงมากระทา จึงทาให้วัตถุเคลื่อนที่ ป.3 หนา้ 89 - สังเกต
ได)้ - บตั รคา พฤติกรรม
 ถา้ ไมม่ แี รงมากระทาตอ่ วตั ถุ วัตถุจะเคลอื่ นที่ไดห้ รือไม่ การทางาน
(แนวคาตอบ วตั ถจุ ะเคลื่อนทไ่ี มไ่ ด้) รายบุคคล
3. ให้นักเรียนศึกษาคาศัพท์ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 89 จากน้ันสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอ
คาศัพท์หนา้ ชัน้ เรยี น

4. ครูให้นักเรียนดูภาพจากบัตรคา แล้วลองทายว่าภาพใดเป็นการ
เคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ

175

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนที่
แผนฯ ท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะที่ใช้ สอ่ื ท่ีใช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล

5. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ว่า วัตถสุ ามารถเคลื่อนทีไ่ ด้ เมอื่ มแี รง
มากระทาตอ่ วตั ถุเหลา่ นัน้ เช่น การวงิ่ การออกแรงจูงสุนัข หรือ
การออกแรงโยนลูกบาสเกตบอล

6. ให้นักเรียนทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บท - ทักษะ - หนงั สอื เรยี น - สังเกต
ชดุ แมบ่ ท พฤติกรรม
มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 90 การวเิ คราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ รายบุคคล
ป.3 หน้า 90

ชวั่ โมงที่ 2
ขัน้ สอน

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ สื่อทใ่ี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ขนั้ สารวจค้นหา - ทักษะ - หนงั สือเรียน - สงั เกต
1. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง การวเิ คราะห์ ชดุ แมบ่ ท พฤตกิ รรม
มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ท่ี 1 เรื่องการดึงและการผลักวัตถุ ในหนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
ชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 91 ป.3 หน้า 91

2. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปผลการทากิจกรรม ดังน้ี แรงทกี่ ระทา

ต่อวัตถุ มีผลให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีในลักษณะต่าง ๆ

ดังนี้ วัตถุท่ีหยุดน่ิงเปลี่ยนเป็นเคล่ือนที่ วัตถุท่ีกาลังเคลื่อนท่ีจะ

เคลอื่ นทีเ่ รว็ ข้ึนหรือเคล่อื นท่ีช้าลง หยุดนงิ่ เปลีย่ นทิศทาง

3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกิจกรรมว่า การกระทาต่อวัตถุแล้ว

มีผลต่อการเคล่ือนที่เกิดจากแรงดึงและแรงผลัก ซึ่งทาให้วัตถุที่

หยุดนิ่งเปลี่ยนเป็นเคล่ือนที่ และทาให้วัตถุท่ีกาลังเคลื่อนที่เร็ว

ข้ึน เคลื่อนทีช่ ้าลง หยุดนิง่ และเปล่ยี นทิศทาง

4. ครูให้นักเรยี นทากิจกรรม เรอื่ งช่วยกนั ดึง ชว่ ยกนั ผลักโดย - ทักษะ - ตรวจสอบ
พฤตกิ รรม
1. ใหแ้ บง่ กลุ่ม จากน้นั ให้แต่ละกลุม่ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดงั น้ี การวิเคราะห์ การทางาน
เป็นกลมุ่
1) ดันโต๊ะเรยี น - ทักษะ

2) ดงึ โต๊ะเรียน การทางาน

3) ดนั กล่องใสข่ อง รว่ มกนั

4) ดงึ กลอ่ งใส่ของ

176

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 แรงและการเปล่ยี นแปลงการเคลือ่ นท่ี ทักษะท่ีใช้ สอ่ื ทใี่ ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงการเคล่ือนทข่ี องวตั ถุ

กิจกรรมการเรยี นรู้

5) ปดิ หนา้ ต่างห้องเรยี น
6) เปดิ หน้าตา่ งหอ้ งเรียน
2. สังเกตลักษณะการออกแรงและการเคล่ือนท่ีของวัตถุ
แล้วบนั ทึกผลลงในสมดุ
3. จาแนกว่ากจิ กรรมใดเป็นการออกแรงดึงและแรงผลกั โดยใช้
ทิศทางการออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุเปน็ เกณฑ์
4. นาเสนอข้อมลู หน้าช้นั เรียน เพ่อื ร่วมกนั สรปุ เก่ยี วกบั แรง
5. ท่มี ผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นที่ของวัตถุ
5. นักเรีย นแล ะครู ร่วม กันส รุปแ ละอภิปร ายกิจกร รมว่า
ในชีวิตประจาวันขอเราต้องมีการออกแรงเพ่ือทากิจกรรมต่าง ๆ
ซ่ึงการออกแรงดึงและแรงผลักในการทากิจกรรมจะมีผลต่อการ
เปล่ียนแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ

ข้ันอธบิ ายความรู้

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ สือ่ ท่ีใช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

1. ใหน้ ักเรียนดภู าพจากบัตรคา แลว้ ลองทายวา่ ภาพใดเป็นการออก - ทกั ษะ - บตั รคา - สังเกต
พฤติกรรม
แรงผลักและแรงดงึ การวเิ คราะห์ การทางาน
รายบุคคล

การตลี ูกขนไก่ (กฬี าแบดมนิ ตนั ) การดงึ ชกั เย่อ
ลกู )

การลากรถเข็น การเขน็ รถ

2. ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกับแรงดึงและแรงผลัก

 แรงดึง คือ การออกแรงกระทาต่อวัตถุ แล้วทาให้วัตถุ

เคล่ือนที่เขา้ หาตัว

177

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคล่อื นที่ ทักษะที่ใช้ ส่ือทีใ่ ช/้ อุปกรณ์ ประเมินผล
แผนฯ ท่ี 3 การเปล่ียนแปลงการเคลือ่ นทีข่ องวัตถุ

กิจกรรมการเรยี นรู้

 แรงผลัก คือ การออกแรงกระทาต่อวัตถุ แล้วทาให้วัตถุ
เคล่อื นท่อี อกจากตวั

ชว่ั โมงท่ี 3

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะท่ใี ช้ ส่อื ที่ใช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ - ทกั ษะ - สงั เกต
1. ครูต้ังคาถามวา่ จากภาพนักเรยี นคดิ วา่ วัตถุเคลอื่ นที่ได้อย่างไร การวเิ คราะห์ พฤตกิ รรม
การทางาน
รายบคุ คล

(แนวคาตอบ จากภาพวัตถุเคล่ือนที่โดยมีแรงดึงวัตถุเข้าหาตัว

และผลักวัตถุไปขา้ งหนา้ )

2. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 1 ในหนังสือเรียน - ทักษะ - หนงั สอื เรยี น - สงั เกต

ชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 95 การวิเคราะห์ ชดุ แม่บท พฤติกรรม

มาตรฐาน การทางาน

วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล

ป.3 หน้า 95

3. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ โดยใช้กลุ่มเดิม ทากิจกรรม เรื่อง ขนาดของ - ทักษะ - สมุดประจาตัว - ตรวจสอบ

แรง วดั ไดอ้ ย่างไร ใหท้ าลงในสมุดประจาตวั นกั เรยี น โดย การวิเคราะห์ นักเรียน พฤตกิ รรม

1) ถือตาชงั่ สปรงิ ให้อยูน่ งิ่ ในแนวดงิ่ - ทักษะการสารวจ การทางาน

2) จับทข่ี อเกี่ยวของตาชั่งสปริงและออกแรงดึงตาช่ังสปริงให้ คน้ หา เปน็ กลมุ่

ยดื โดยออกแรงมากนอ้ ยตา่ งกนั อ่านค่าของแรงจากตาชั่ง - ทกั ษะ

สปรงิ สังเกตและบนั ทึกผล การทางาน

หมายเหตุ : ครูจะต้องสอนการใช้เครื่องชั่งสปริงก่อนเร่ิม รว่ มกัน

การทากจิ กรรม

178

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนท่ี
แผนฯ ท่ี 3 การเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ

ข้ันสรุป

กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทีใ่ ช้ สอ่ื ท่ีใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ครูสรุปบทเรียนว่า แรง มีผลทาให้วัตถุเปลี่ยนแปลง โดยแรงท่ีทาให้
วตั ถเุ คลื่อนท่ี มี 2 ลกั ษณะ คอื แรงดึงและแรงผลกั

ขัน้ ประเมิน ทักษะท่ใี ช้ ส่ือท่ใี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

กจิ กรรมการเรียนรู้ - หนังสือเรียน - ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมลองทาดู โดยการสังเกต ชุดแม่บท การทา
มาตรฐาน กิจกรรมลอง
พฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล การแสดงความคดิ เหน็ และการ วิทยาศาสตร์ ทาดู
ตอบคาถาม ป.3 หน้า 90

2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง - หนงั สือเรียน - ตรวจสอบผล
วิทยาศาสตร์ที่ 1 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล ชดุ แม่บท การทา
การแสดงความคดิ เห็น และการตอบคาถาม มาตรฐาน กจิ กรรม
วิทยาศาสตร์ พัฒนาทักษะ
3. ครูตรวจสอบผลการทางานกลุ่ม เรื่อง กิจกรรมช่วยกันดึง ป.3 หน้า 91 กระบวน
ช่วยกันผลัก โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางาน กลุ่ม การทาง
การแสดงความคิดเหน็ การตอบคาถาม และการนาเสนองาน - แบบสังเกต วทิ ยาศาสตร์
พฤติกรรม ที่ 1
การทางานกลมุ่
- ตรวจสอบผล
การทางาน
กล่มุ เร่อื ง
กิจกรรม
ช่วยกนั ดงึ
ช่วยกันผลัก

179

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นท่ี ทกั ษะทีใ่ ช้ สอ่ื ที่ใช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุ
- หนังสอื เรียน - ตรวจสอบผล
กิจกรรมการเรยี นรู้ ชดุ แมบ่ ท การทา
มาตรฐาน แบบฝกึ พฒั นา
4. ครูตรวจสอบผลการทาแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 โดยการ วทิ ยาศาสตร์ การเรยี นรทู้ ี่ 1
สังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล การแสดงความคิดเห็น ป.3 หน้า 95
และการตอบคาถาม
- แบบสงั เกต - ตรวจสอบผล
5. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมเรื่อง ขนาดของแรง วัดได้ พฤตกิ รรม การทา
อย่างไร โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การแสดง การทางานกลมุ่ กจิ กรรมเรือ่ ง
ความคิดเหน็ การตอบคาถาม และการนาเสนองาน ขนาดของแรง
วดั ไดอ้ ย่างไร

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) กิจกรรมนาสกู่ ารเรียน - สังเกตจากการตอบ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การทางานรายบุคคล
- การตอบคาถาม คาถาม และแสดง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- หนังสือเรยี นชดุ แมบ่ ท
ความคดิ เห็น มาตรฐานวิทยาศาสตร์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ป.3 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การทากิจกรรมลองทาดู - ตรวจสอบผลการทา

กิจกรรมลองทาดู

3) การทากจิ กรรมพัฒนา - ตรวจสอบผลการทา - หนังสอื เรียนชุดแมบ่ ท

ทกั ษะกระบวนการทาง กจิ กรรมพฒั นาทักษะ มาตรฐานวิทยาศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ท่ี 1 กระบวนการทาง ป.3

วทิ ยาศาสตร์ท่ี 1

4) การทางานกลุ่ม เร่ือง - ตรวจสอบผลการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม

กิจกรรมช่วยกันดงึ กลุม่ เรื่อง กิจกรรม การทางานกล่มุ

ช่วยกนั ผลกั ชว่ ยกันดึง ชว่ ยกันผลัก

5) การทาแบบฝึกพัฒนาการ - ตรวจสอบผลการทา - หนงั สือเรยี นชุดแม่บท

เรียนรูท้ ี่ 1 แบบฝึกพัฒนาการ มาตรฐานวิทยาศาสตร์

180

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นท่ี
แผนฯ ท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ขี องวัตถุ

รายการวดั วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
ป.3 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เรยี นร้ทู ี่ 1 - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6) การทากจิ กรรม เร่ือง - ตรวจสอบผลการทา
- แบบประเมนิ
ขนาดของแรงวัดได้ กิจกรรม เรอ่ื ง ขนาด คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
อย่างไร ของแรงวดั ได้อย่างไร

7) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั

อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มัน่

ในการทางาน

หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤตกิ รรมประเมินรายเทอม

8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
- หนงั สือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- อินเทอร์เน็ต

181

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคล่อื นท่ี
แผนฯ ที่ 3 การเปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ

แบบบันทกึ หลังแผนการจดั การเรียนรู้

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมที่มปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงชื่อ..............................................ผูบ้ ันทกึ
(................................................)

ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ................................................
(................................................)

ตาแหนง่ .................................................

182

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงท่มี ีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 4 ผลของแรงทม่ี ีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่อื นทขี่ องวัตถุ

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ระยะเวลา 2 ช่ัวโมง

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั

ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงท่ีมตี อ่ การเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นท่ีของวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธบิ ายผลของแรงท่มี ตี ่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทข่ี องวัตถุได้ (K)
2) เปรียบเทยี บผลของแรงท่ีมตี ่อการเปล่ยี นแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุได้ (P)
3) มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้ และสามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ืน่ ได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

การเปล่ียนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ ได้แก่ วัตถุที่อยู่น่ิงเปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่ วัตถุที่กาลังเคล่ือนที่
เปล่ียนเปน็ เคล่ือนทีเ่ รว็ ขนึ้ หรอื ชา้ ลง หรือหยดุ นง่ิ หรือเปลี่ยนทศิ ทางการเคลอื่ นที่

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

เมือ่ ออกแรงกระทาต่อวตั ถุ แรงนน้ั อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุในลักษณะต่าง ๆ ดังน้ี
วัตถุเคลอ่ื นที่ชา้ ลงหรือหยดุ นิ่ง วตั ถุเคลื่อนท่อี ยแู่ ล้วเคลื่อนทเี่ ร็วขน้ึ วตั ถทุ ห่ี ยดุ นง่ิ เกิดการเคล่ือนท่ี

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1) ความสามารถในการส่ือสาร 1) ทกั ษะการสงั เกต 1) มวี ินยั

2) ความสามารถในการคิด 2) ทกั ษะการจาแนกประเภท 2) ใฝ่เรยี นรู้

3) ความสามารถในการแก้ปญั หา 3) ทกั ษะการต้ังสมมตฐิ าน 3) มงุ่ มัน่ ในการทางาน

4) ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล

5) ทกั ษะการจัดกระทาและ

การสื่อความหมายข้อมูล

183

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงที่มีผลต่อการเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนทขี่ องวตั ถุ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
ข้ันนา

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ สอื่ ทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

ขั้นกระตุน้ ความสนใจ

1. ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรยี นและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรทู้ ีจ่ ะเรยี น

ในช่ัวโมงน้ี

2. ให้นักเรียนดูภาพในหนังสือ เรียนชุดแม่บทมาตรฐาน - ทกั ษะ - หนงั สอื เรียน - สังเกต
ชดุ แมบ่ ท พฤติกรรม
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 96 จากนั้นครูถามคาถาม แล้วให้ การวเิ คราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วทิ ยาศาสตร์ รายบุคคล
นกั เรียนชว่ ยกันตอบ ดังน้ี ป.3 หนา้ 96
- สังเกต
 จากภาพ เกิดอะไรข้ึนบ้าง - หนงั สอื เรยี น พฤตกิ รรม
ชดุ แม่บท การทางาน
(แนวคาตอบ ข้ึนอยู่กับคาตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ มาตรฐาน รายบุคคล
วทิ ยาศาสตร์
ดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน) ป.3 หน้า 96 - สงั เกต
- บัตรคา พฤติกรรม
 ลูกบอลท่ีกาลังเคลื่อนที่อยู่ หากเราต้องการให้ลูกบอลหยุด การทางาน
รายบคุ คล
นง่ิ ควรทาอยา่ งไร

(แนวคาตอบ นามอื หรอื เท้าไปตา้ นการเคลื่อนทขี่ องลูกบอล)

3. ให้นักเรียนทากิจกรรมลองทาดูในหนังสือเรียนชุดแม่บท - ทักษะ

มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 96 การวิเคราะห์

4. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพจากบัตรคา แล้วลองทายว่า ภาพมีลักษณะ - ทกั ษะ
การเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นท่ีของวัตถจุ ากแรงกระทาแบบใด การวิเคราะห์

(แนวคาตอบ ออกแรงกระทา
ทศิ ทางเดียวกับการเคลอื่ นทข่ี อง
วัตถุ ทาใหว้ ตั ถุเคลือ่ นท่เี รว็ ข้นึ )

184

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคล่อื นท่ีของวตั ถุ ทกั ษะทใี่ ช้ ส่ือท่ใี ช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล
แผนฯ ที่ 4 ผลของแรงที่มีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุ

กิจกรรมการเรยี นรู้

(แนวคาตอบ ออกแรงกระทา
ต่อวตั ถุในทศิ ทางตรงขา้ มกบั การ
เคลอ่ื นที่ของวัตถุ ทาใหว้ ตั ถหุ ยดุ นิง่ )

(แนวคาตอบ ออกแรงกระทา
ตอ่ วตั ถทุ หี่ ยดุ นงิ่ ทาใหว้ ตั ถุเกดิ
การเคลือ่ นท่ี)

(แนวคาตอบ ออกแรงกระทา
ต่อวัตถใุ นทศิ ทางต่างไปจากการ
เคล่ือนทเ่ี ดมิ ของวตั ถุ ทาใหว้ ตั ถุ
เปล่ียนทิศทาง)

ข้ันสอน

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ สือ่ ทีใ่ ช้/อุปกรณ์ ประเมินผล

ขัน้ สารวจค้นหา

1. ครูให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ ลงในสมุดประจาตัวนักเรียน - ทกั ษะ - สมุดประจาตวั - สงั เกต
นกั เรียน พฤติกรรม
ให้เขียนอธิบายผลของแรงท่ีทาให้วัตถุเกิดการเปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์ การทางาน
รายบุคคล
การเคลือ่ นท่จี ากกจิ กรรมทีก่ าหนดใหล้ งในสมดุ - ทกั ษะ

1) เจตีลูกวอลเลยบ์ อลไปใหฝ้ ่ายตรงข้าม จะเกิดผลอยา่ งไร การอธิบาย

(แนวคาตอบ ลูกวอลเลย์บอลจะเคล่ือนที่ไปยังฝ่ายตรง

ข้าม เพราะถกู แรงผลักกระทาในทศิ ตรงขา้ ม)

2) แมนออกแรงตีลูกกอล์ฟท่ีวางอยู่บนพ้ืนหญ้า จะเกิดผล

อยา่ งไร

(แนวคาตอบ ลูกกอล์ฟจะเคลอ่ื นท่ีไปขา้ งหนา้ )

3) ต้นออกแรงดึงเชือกจงู สุนัขทกี่ าลงั วิง่ จะเกดิ ผลอยา่ งไร

(แนวคาตอบ เชอื กจูงสนุ ัขจะเคลอ่ื นท่ีไปข้างหน้า)

185

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลือ่ นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงที่มผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงการเคลื่อนทขี่ องวัตถุ

ชั่วโมงที่ 2
ข้นั สอน (ตอ่ )

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ ส่ือที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ข้นั อธิบายความรู้ - สังเกต
พฤตกิ รรม
1. ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี - ทกั ษะ การทางาน
รายบุคคล
1) ใช้มือรับลูกบอลท่ีเพ่ือนโยนมา จะเกิดผลอย่างไร การวเิ คราะห์

เพราะเหตุใด - ทักษะ

(แนวคาตอบ ลูกบอลหยดุ นง่ิ เพราะออกแรงกระทาต่อวัตถุ การอธิบาย

ในทิศทางตรงข้ามกับการเคล่อื นทีข่ องวตั ถุ)

2) ตีลูกวอลเลย์บอลท่ีฝ่ายตรงข้ามตีมา กลับไปฝั่งตรงข้าม

จะเกดิ ผลอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด

(แนวคาตอบ ลูกวอลเลย์บอลเคลื่อนที่ไปยังฝ่ายตรงข้าม

เพราะถกู แรงผลักกระทาในทิศตรงขา้ มกับการเคล่อื นท่แี ละ

เคล่ือนที่ช้าลง เม่ือกระทบมือแล้วเคล่ือนที่เร็วขึ้นเม่ือถูก

แรงผลัก)

2. ครใู ห้นักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี ลงในสมุดประจาตวั นกั เรียน - ทักษะ - สมดุ ประจาตัว - ตรวจสมุด
นกั เรยี น บันทึก
1) เตะลูกฟุตบอลท่ีอยู่น่ิง แรงทาให้ลูกฟุตบอลเปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์ ประจาตัว
นกั เรียน
อย่างไร

เคล่อื นที่

หยดุ
2) เตะลูกฟุตบอลไปทางเดียวกับที่ลูกฟุตบอลกาลนังงิ่ เคล่ือนที่

แรงทาใหล้ กู ฟตุ บอลทกี่ าลังเคลื่อนท่ี เปลี่ยนแปลงอยา่ งไร

เคลอื่ นท่ีเร็วข้ึน

เคลือ่ นทชี่ า้ ลง

หยุดน่งิ

186

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นที่ของวัตถุ
แผนฯ ที่ 4 ผลของแรงท่ีมีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทีใ่ ช้ สื่อทใ่ี ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

3) ทาให้ลกู ฟตุ บอลท่ีกาลงั เคลอ่ื นทอ่ี ยแู่ ลว้ หยดุ นิ่งได้อยา่ งไร
4) ผลักรถให้แล่นไปข้างหน้า แล้วดึงเชือก การดึงเชือก

ทาใหร้ ถเปลีย่ นแปลงการเคล่ือนท่ีอย่างไร

3. ครูจัดเตรียมกล่องปริศนา โดยภายในกล่องจะมีบัตรคาลักษณะ - ทกั ษะ - บัตรคา - ตรวจสอบ
พฤตกิ รรม
การเคล่อื นที่ตา่ ง ๆ ดังน้ี การวิเคราะห์ การทางาน
กลุ่ม
วตั ถุเคล่ือนทช่ี ้าลงหรือหยุดนิ่ง

วตั ถทุ ีห่ ยุดน่ิงเกดิ การเคลอ่ื นท่ี

วตั ถุท่ีกาลงั เคลอื่ นที่อยู่เปล่ียนทิศทาง

วัตถุกาลังเคลื่อนท่ีอย่แู ลว้ เคล่ือนที่เรว็ ขนึ้ - บตั รภาพ - ตรวจสมุด
บนั ทึก
4. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมาจับหัวข้อแรงที่กระทาต่อ ประจาตัว
วัตถุส่งผลให้วัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ในลักษณะ นกั เรียน
ตา่ ง ๆ

5. จากน้ันแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดและแสดงตัวอย่างเหตุการณ์
การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถทุ จ่ี ับสลากได้ อยา่ งนอ้ ย 2
ตัวอยา่ ง
(แนวคาตอบ การเลน่ เตะบอล การวง่ิ เล่นว่าว )

ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครูนาบัตรภาพลักษณะผลของแรงท่ีเกิดข้ึนมาติดบนกระดาน

แ ล้ ว ใ ห้ นั ก เ รี ย น ช่ ว ย กั น พิ จ า ร ณ า ผ ล ข อ ง แ ร ง ท่ี มี ต่ อ ก า ร
เปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ขี องวัตถุ ดงั ภาพ

(แนวคาตอบ เดก็ ชายยกเก้าอ้ไี วบ้ นโตะ๊ คอื การเปลี่ยนแปลงวัตถุ
ทหี่ ยุดนง่ิ เกิดการเคลอ่ื นท)่ี

187

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลอ่ื นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงทีม่ ีผลต่อการเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวัตถุ

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะที่ใช้ สื่อทใี่ ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

2. นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 2 จากหนังสือ - ทกั ษะ - หนังสือเรยี น - สงั เกต
ชุดแมบ่ ท พฤตกิ รรม
เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 101 การวิเคราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วทิ ยาศาสตร์ รายบคุ คล
ป.3 หนา้ 101

ข้นั ประเมนิ

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ีใช้ ส่ือทใ่ี ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

1. ครูตรวจสอบผลการตอบคาถามลงในสมดุ ประจาตวั นักเรยี น - สมดุ ประจาตวั - ตรวจสอบสมดุ
2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมลองทาดู ในหนังสือเรียนชุด นกั เรียน ประจาตวั นักเรียน
- หนงั สอื เรียน - ตรวจสอบผล
แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 ชุดแมบ่ ท การทากจิ กรรม
มาตรฐาน ลองทาดู
3. ครูตรวจสอบผลการแสดงตัวอย่างเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลง วทิ ยาศาสตร์
การเคล่อื นที่ของวัตถุ ป.3 หนา้ 96 - ตรวจสอบ
พฤตกิ รรม
3. ครตู รวจสอบผลการทาแบบฝึกพัฒนาการเรยี นรทู้ ี่ 2 ในหนังสือ - หนังสือเรียน การทางานกลุ่ม
เรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 ชดุ แม่บท - ตรวจสอบผล
มาตรฐาน การทาแบบฝึก
วทิ ยาศาสตร์ พัฒนาการเรียนรู้
ป.3 หน้า 101 ท่ี 2

188

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงทีม่ ีผลต่อการเปลยี่ นแปลงการเคลื่อนท่ขี องวัตถุ

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- หนงั สือเรยี นชุดแม่บท - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) การทากิจกรรมลองทาดู - ตรวจสอบผลการ มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์
ป.3 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทากิจกรรมลองทาดู - แบบประเมินพฤตกิ รรม
การทางานกลุม่
2) การแสดงตัวอย่าง - ตรวจสอบผลการ

เหตกุ ารณ์การ แสดงตัวอย่าง

เปลย่ี นแปลงการเคล่ือนที่ เหตกุ ารณ์การ

ของวัตถุ เปลย่ี นแปลงการ

เคล่อื นที่ของวตั ถุ

3) ตรวจสอบผลการทาแบบ - การทาแบบฝึก - หนงั สอื เรยี นชดุ แม่บท - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ฝึกพฒั นาการเรยี นรูท้ ่ี 2 พัฒนาการเรียนรู้ท่ี 2 ป.3
- แบบประเมนิ
4) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั

ในการทางาน

หมายเหตุ : แบบสงั เกตพฤติกรรมประเมนิ รายเทอม

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้
- หนังสอื เรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
-

189

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงทม่ี ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นท่ีของวัตถุ

บตั รภาพ

190

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 4 ผลของแรงที่มีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทีข่ องวัตถุ

แบบบนั ทึกหลังแผนการจดั การเรียนรู้

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

 ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทม่ี ีปัญหาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงชอ่ื ..............................................ผูบ้ ันทกึ
(................................................)

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ................................................
(................................................)

ตาแหนง่ .................................................

191

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคล่ือนท่ขี องวัตถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสัมผัสและแรงไมส่ ัมผัสทมี่ ผี ลตอ่ การเคลือ่ นทีข่ องวตั ถุ

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5 แรงสมั ผสั และแรงไม่สมั ผัสท่ีมีผลต่อการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 ระยะเวลา 2 ชั่วโมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั

ว 2.2 ป.3/2 เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายแรงสัมผสั และแรงไม่สมั ผัสได้ (K)
2) เปรียบเทยี บแรงสมั ผสั และแรงไมส่ มั ผัสที่มผี ลตอ่ การเคลอื่ นที่ของวตั ถุได้ (P)
3) มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้ และสามารถทางานร่วมกับผอู้ ่ืนได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงท่ีเกิดจากวัตถุหน่ึงกระทากับอีกวัตถุหน่ึง โดยวัตถุท้ังสองอาจสัมผัส
หรือไม่ต้องสัมผัสกัน เช่น การออกแรงโดยใช้มือดึงหรือผลักโต๊ะให้เคล่ือนที่เป็นการออกแรงท่ีวัตถุต้องสัมผัสกัน
แรงนี้จึงเป็นแรงสัมผัส ส่วนการที่แม่เหล็กดึงดูดหรือผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นโดยแม่เหล็ก
ไมจ่ าเป็นตอ้ งสัมผัสกนั แรงแม่เหล็กนจ้ี ึงเปน็ แรงไม่สัมผัส

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

วัตถุที่หยุดน่ิงจะเคล่ือนท่ี และวัตถุท่ีกาลังเคล่ือนท่ีจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือช้าลงหรือเปลี่ยนทิศทาง
การเคล่ือนทลี่ ว้ นเปน็ ผลมาจากแรงกระทาต่อวตั ถุ ซึ่งแรงที่มากระทาต่อวัตถุอาจเป็นแรงท่ีสัมผัสกับวัตถุหรือแรงที่
ไมส่ ัมผสั กบั วตั ถุ

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์

1) ความสามารถในการส่ือสาร 1) ทกั ษะการสงั เกต 1) มีวนิ ัย

2) ความสามารถในการคดิ 2) ทักษะการจาแนกประเภท 2) ใฝเ่ รียนรู้

3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา 3) ทักษะการต้ังสมมติฐาน 3) มงุ่ มัน่ ในการทางาน

192

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปลีย่ นแปลงการเคลือ่ นทีข่ องวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสมั ผสั และแรงไม่สมั ผสั ทมี่ ีผลต่อการเคลอื่ นทข่ี องวัตถุ

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
4) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู
5) ทกั ษะการจัดกระทาและ
การสอื่ ความหมายข้อมูล

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงท่ี 1

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะทีใ่ ช้ สอ่ื ที่ใช้/อุปกรณ์ ประเมินผล

1. ครกู ลา่ วทักทายและแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ทจ่ี ะเรียนในชั่วโมงนี้ - ทักษะ - สังเกต
การวเิ คราะห์ พฤตกิ รรม
การทางาน
ข้ันนา รายบุคคล

กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ใี ช้ สื่อทีใ่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยขออาสาสมัครนักเรียน

ชาย 2 คน มาเคลือ่ นย้ายโตะ๊ ครูจากมุมหนง่ึ ไปยงั อกี มุมหนึ่ง

2. ครตู ้ังคาถามกระตุน้ ความสนใจของนักเรียน - ทกั ษะ - หนงั สือเรียน - สังเกต
ชุดแมบ่ ท พฤติกรรม
 แรงสมั ผัสกบั วัตถุต่างจากแรงไม่สมั ผัสกบั วตั ถุอย่างไร การวเิ คราะห์ มาตรฐาน การทางาน
วิทยาศาสตร์ รายบคุ คล
(แนวคาตอบ แรงสัมผัสกับวัตถุ คือการออกแรงที่ต้องสัมผัส ป.3

กนั แตแ่ รงไม่สัมผัสกบั วัตถุคอื การออกแรงที่ไม่ต้องสมั ผัส)

3. นักเรียนและครูช่วยกันสรุปกิจกรรมว่า แรงท่ีกระทาต่อวัตถุมีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งแรงท่ีมากระทาต่อ
วัตถุนั้น มีท้ังแรงที่สัมผัสกับวัตถุ เช่น แรงผลัก แรงดึง และแรงท่ี
ไมส่ มั ผสั กับวตั ถุ เชน่ แรงแมเ่ หล็กดงึ ดดู สารแม่เหล็ก

193

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนทข่ี องวัตถุ
แผนฯ ที่ 5 แรงสัมผสั และแรงไม่สัมผัสทมี่ ีผลตอ่ การเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ

ขน้ั สอน

กจิ กรรมการเรียนรู้ ทักษะท่ใี ช้ ส่อื ที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล

ขน้ั สารวจคน้ หา

1. ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - ทกั ษะ - หนงั สือเรียน - สังเกต
พฤตกิ รรม
ที่ 2 แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสท่ีมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ การวเิ คราะห์ ชุดแมบ่ ท การทางาน
กล่มุ
โดยมขี น้ั ตอนการทา ดงั น้ี - ทักษะการอธิบาย มาตรฐาน

1) แบ่งกลุ่ม 4-5 คน ให้แต่ละกลมุ่ ทาการทดลอง ดังนี้ - ทกั ษะการสื่อสาร วทิ ยาศาสตร์

1.1) ใชม้ อื จับทตี่ ะปู จากน้ันออกแรงผลกั และดงึ ตะปู - ทักษะการสารวจ ป.3 หนา้ 97

1.2) นาแม่เหล็ก 2 แทง่ วางใกล้กัน โดยหนั ขว้ั เดียวกันเขา้ คน้ หา

หากัน - ทกั ษะการทางาน

1.3) นาแมเ่ หล็ก 2 แทง่ วางใกล้กนั โดยหนั ขว้ั ต่างกนั เข้าหา ร่วมกนั

กนั

1.4) นาแมเ่ หล็กวางเข้าใกลต้ ะปู

1.5) ขณะทาการทดลองในแตล่ ะขนั้ ตอน ใหส้ งั เกตและ

บันทกึ ผล

2) ร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลองเก่ียวกับการดึงและ

การผลกั วัตถุ แล้วนาเสนอผลการทดลองหนา้ ช้นั เรียน

2. ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ สรุปอภิปรายผลการทา

กิจกรรมท่ไี ด้

3. ครูสรุปผลการทากิจกรรมว่า การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของ
วตั ถุเกดิ จากแรงท่ีกระทาตอ่ วตั ถุ มี 2 กรณี ดงั น้ี
1) แรงสัมผัส คือ การออกแรงดึงและผลักตะปู ทาให้ตะปู
เคล่ือนที่ตามแรงท่ีมากระทา
2) แรงไม่สัมผัส คือ แรงดึงดูดหรือแรงผลักระหว่างแม่เหล็ก
2 แท่ง และแรงทแี่ มเ่ หลก็ ดึงดดู ตะปู

194

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลือ่ นทีข่ องวัตถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสมั ผัสและแรงไม่สัมผัสทม่ี ีผลต่อการเคล่อื นทข่ี องวตั ถุ

ชั่วโมงท่ี 2
ขนั้ สอน (ต่อ)

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะท่ีใช้ สื่อท่ีใช้/อุปกรณ์ ประเมินผล

ขัน้ อธิบายความรู้

1. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยให้ - ทักษะ - หนังสือเรียน - สงั เกต
ชุดแม่บท พฤติกรรม
นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม แลว้ ปฏิบัติกจิ กรรม ดังนี้ การวิเคราะห์ มาตรฐาน ในการทางาน
กลุ่ม
1) เลือกหัวข้อ การใช้แรงสัมผัสหรือแรงไม่สัมผัสที่ทาให้สิ่งของ
- สังเกต
เคล่ือนท่มี า 1 หัวข้อ วทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม
2) สาธิตตัวอย่างแรงสัมผัสหรือแรงไม่สัมผัสเพ่ือทาให้ส่ิงของ ป.3 หน้า 104

เคล่ือนท่ี

3) ออกแบบส่ิงประดษิ ฐ์ช้ินใหมท่ ใี่ ช้แรงสมั ผสั หรอื แรงไม่สัมผสั

2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปและอภิปรายผลว่า ในชีวิตประจาวันมี

แรงเกิดขึ้นหลายชนิด เช่น แรงผลัก แรงดึง แรงแม่เหล็ก

แรงไฟฟ้า ซ่ึงสามารถนามาใช้ประโยชน์ในการออกแบบ

ส่ิงประดิษฐช์ ้นิ ใหม่ได้

3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มโดยแบ่งตามกลุ่มเดิม แต่ละกลุ่มสืบค้น เรื่อง - ทกั ษะ - หนงั สอื เรียน

แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส จากหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน การวิเคราะห์ ชดุ แม่บท

วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงและการเปล่ียนแปลง - ทกั ษะการอธิบาย มาตรฐาน

การเคลื่อนท่ีของวัตถุ หรือแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต วทิ ยาศาสตร์

จากนั้นทาเป็นแผนผังความคิด ตามหัวข้อ ดังนี้ ป.3

 ความหมายของแรงสมั ผสั และแรงไม่สัมผัส

 ยกตัวอย่างที่พบเห็นในชีวิตประจาวัน พร้อมวาด

ภาพประกอบ

4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม

การทดลองหน้าชั้นเรียน ในระหว่างท่ีนักเรียนนาเสนอครูคอยให้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ เพื่อให้นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจทีถ่ ูกต้อง

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมิน

การนาเสนอผลงาน)

195

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสัมผสั และแรงไม่สัมผัสทมี่ ผี ลตอ่ การเคลื่อนท่ขี องวตั ถุ

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ ส่ือที่ใช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

ครูให้นักเรียนทาแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวช้ีวัด ประจาหน่วย - ทกั ษะการอธบิ าย - หนังสือเรียน - สงั เกต
พฤตกิ รรม
การเรียนรู้ที่ 4 ข้อท่ี 4 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน ชุดแม่บท การทางาน
รายบคุ คล
วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 106 โดยดภู าพแล้วตอบคาถาม มาตรฐาน

วิทยาศาสตร์

ป.3 หน้า 106

ขนั้ สรปุ

กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ ส่อื ทใี่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมนิ ผล

ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงของวัตถุเกิดจากแรง - ทักษะ - สงั เกต
พฤตกิ รรม
ท่ีมากระทาตอ่ วตั ถุ มี 2 กรณี ดังนี้ การวเิ คราะห์ การทางาน
รายบคุ คล
1) แรงสัมผัส คือ การออกแรงดึงวัตถุ ทาให้วัตถุเคลื่อนท่ีตาม

แรงทีม่ ากระทา

2) แรงไม่สัมผัส คือ การออกแรงต่อวัตถุท้ัง 2 ชนิด ไม่ต้อง

สมั ผัสกัน

ขั้นประเมนิ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะท่ีใช้ สือ่ ที่ใช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล

1. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง - หนงั สอื เรียน - ตรวจสอบผล
วิทยาศาสตร์ที่ 2 โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชดุ แมบ่ ท การทากจิ กรรม
การแสดงความคดิ เหน็ การตอบคาถาม และการนาเสนองาน มาตรฐาน พฒั นาทักษะ
วิทยาศาสตร์ กระบวนการทาง
2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ป.3 หนา้ 97 วทิ ยาศาสตรท์ ่ี 2
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การแสดงความคิดเห็น
การตอบคาถาม และการนาเสนองาน - หนงั สอื เรยี น - ตรวจสอบผล
ชดุ แมบ่ ท การทากิจกรรม
มาตรฐาน พัฒนาทักษะ
วทิ ยาศาสตร์ แห่งศตวรรษท่ี
ป.3 หนา้ 104 21

196

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลีย่ นแปลงการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสมั ผสั และแรงไม่สัมผัสทม่ี ผี ลต่อการเคลือ่ นทขี่ องวตั ถุ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทใ่ี ช้ สอื่ ทใ่ี ช้/อุปกรณ์ ประเมินผล

3. ครูตรวจสอบผลการทางานกลุ่ม เร่ือง แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส - แบบประเมนิ - ตรวจสอบ
โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การแสดงความคิดเห็น พฤตกิ รรม พฤติกรรมการ
การตอบคาถาม และการนาเสนองาน การทางานกลุ่ม ทางานเปน็ กลมุ่
- หนงั สือเรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทาแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัดประจา ชุดแมบ่ ท - ตรวจสอบผล
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ข้อที่ 4 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน มาตรฐาน การทาแบบวัด
วิทยาศาสตร์ ป.3 วิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิต์ าม
ป.3 หน้า 106 ตัวชว้ี ัดประจา
หนว่ ยการ
เรยี นรู้ท่ี 4

7. การวดั และประเมินผล

รายการวดั วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) กิจกรรมนาสกู่ ารเรยี น - สงั เกตจากการตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

- การตอบคาถาม คาถามและแสดงความ การทางานรายบคุ คล - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

คิดเห็น - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) การทากิจกรรมพฒั นา - ตรวจสอบผล - หนังสอื เรยี นชุดแม่บท

ทกั ษะกระบวนการทาง การทากจิ กรรมพัฒนา มาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์

วิทยาศาสตรท์ ี่ 2 ทักษะกระบวนการ ป.3

ทางวทิ ยาศาสตร์ที่ 2

3) การทากจิ กรรมพฒั นา - ตรวจสอบผลการทา - หนงั สอื เรยี นชดุ แม่บท

ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 กจิ กรรมพัฒนาทักษะแหง่ มาตรฐาน วิทยาศาสตร์

ศตวรรษที่ 21 ป.3

4) การทางานกลมุ่ เรอ่ื ง แรง - ตรวจสอบผลการทางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม

สัมผัสและแรงไมส่ ัมผัส กล่มุ เร่ือง แรงสัมผสั และ การทางานกลุ่ม
แรงไมส่ ัมผัส

5) การทาแบบวดั ผลสัมฤทธิ์ - ตรวจสอบผลการทาแบบ - หนังสอื เรยี นชดุ แมบ่ ท
ตามตวั ชว้ี ัดประจาหน่วย วัดผลสมั ฤทธิ์ตามตัวชวี้ ดั มาตรฐาน วิทยาศาสตร์
การเรียนรู้ที่ 4 ประจาหน่วยการเรียนรู้ ป.3
ท่ี 4

197

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 แรงและการเปลีย่ นแปลงการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุ
แผนฯ ท่ี 5 แรงสัมผสั และแรงไมส่ ัมผัสทมี่ ีผลต่อการเคลื่อนท่ขี องวตั ถุ

รายการวัด วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมิน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี ินัย คณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่

ในการทางาน

หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤติกรรมประเมินรายเทอม

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สื่อการเรยี นรู้
- หนงั สอื เรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- อินเทอร์เนต็

198

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ
แผนฯ ที่ 5 แรงสมั ผัสและแรงไมส่ มั ผสั ทมี่ ีผลตอ่ การเคลือ่ นทีข่ องวัตถุ

แบบบนั ทกึ หลงั แผนการจดั การเรียนรู้

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทมี่ ีปัญหาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอ่ื ..............................................ผูบ้ ันทกึ
(................................................)

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ................................................
(................................................)

ตาแหนง่ .................................................

199

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แรงและการเปล่ียนแปลงการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ
แผนฯ ที่ 6 แรงสัมผัสและแรงไม่สมั ผัส

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6 แรงสัมผสั และแรงไมส่ มั ผัส

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ระยะเวลา 2 ช่วั โมง

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด

ว 2.2 ป.3/2 เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสท่ีมีผลต่อการเคล่ือนท่ีของวัตถุ โดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธบิ ายการเกดิ แรงสมั ผัสและแรงไม่สมั ผสั ได้ (K)
2) สามารถระบแุ รงสมั ผสั และแรงไม่สัมผสั ท่ีมผี ลตอ่ การเคลื่อนที่ของวตั ถุได้ (P)
3) มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้ และสามารถทางานรว่ มกบั ผูอ้ นื่ ได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงท่ีเกิดจากวัตถุหน่ึงกระทากับอีกวัตถุหนึ่ง โดยวัตถุทั้งสองอาจสัมผัส
หรือไม่ต้องสัมผัสกัน เช่น การออกแรงโดยใช้มือดึงหรือการผลักโต๊ะให้เคล่ือนท่ีเป็นการออกแรงที่วัตถุต้องสัมผัส
กัน แรงนี้จึงเป็นแรงสัมผัส ส่วนการท่ีแม่เหล็กดึงดูดหรือผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงท่ีเกิดข้ึนโดยแม่เหล็ก
ไมจ่ าเป็นตอ้ งสมั ผสั กัน แรงแมเ่ หล็กนจ้ี ึงเป็นแรงไมส่ มั ผสั

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

วัตถุที่หยุดนิ่งจะเคลื่อนท่ี และวัตถุที่กาลังเคลื่อนท่ีจะเคล่ือนที่เร็วข้ึนหรือช้าลงหรือเปล่ียนทิศทางการ
เคล่ือนที่ล้วนเป็นผลมาจากแรงกระทาต่อวัตถุ ซ่ึงแรงท่ีมากระทาต่อวัตถุอาจเป็นแรงท่ีสัมผัสกับวัตถุหรือแรงท่ี
ไมส่ มั ผัสกับวตั ถุ

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์

1) ความสามารถในการสือ่ สาร 1) ทักษะการสงั เกต 1) มวี นิ ัย

2) ความสามารถในการคดิ 2) ทกั ษะการจาแนกประเภท 2) ใฝเ่ รียนรู้

3) ความสามารถในการแก้ปญั หา 3) ทักษะการต้ังสมมตฐิ าน 3) มงุ่ ม่นั ในการทางาน

200

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 แรงและการเปลยี่ นแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ
แผนฯ ท่ี 6 แรงสัมผสั และแรงไม่สัมผสั

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน ทกั ษะกระบวนการ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ทางวิทยาศาสตร์
4) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
5) ทักษะการจัดกระทาและ
การสอื่ ความหมายข้อมูล

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
ขั้นนา

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกั ษะทีใ่ ช้ สื่อทใี่ ช้/อปุ กรณ์ ประเมินผล

ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ - สงั เกต
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรียน พฤตกิ รรม
การทางาน
ในชว่ั โมงนี้ รายบคุ คล
2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยนาตัวอย่างภาพที่ออกแรง - ทกั ษะ

กระทาต่อวัตถุ ทาให้วัตถุเคลื่อนที่ และนักเรียนร่วมกันตอบ การวิเคราะห์
คาถาม ดังน้ี

 นกั เรียนคิดว่า ทั้ง 2 ภาพวตั ถุมีการเคลือ่ นที่หรอื ไม่

(แนวคาตอบ ท้ัง 2 ภาพวัตถุมีการเคล่ือนท่ี เน่ืองจากมีแรง

กระทาตอ่ วตั ถุ โดยภาพท่ี 1 เป็นการออกแรงตีลกู ปิงปอง ภาพ

ท่ี 2 เป็นแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดทาให้ดาวเทียมโคจรรอบ

โลก)

3. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นแจกแม่เหล็กกลุ่มละ - ทักษะ - สังเกต
พฤตกิ รรม
2 แท่ง และกระดาษ 1 แผน่ โดยมีขัน้ ตอน ดังน้ี การวิเคราะห์ การทางาน
กลมุ่
1) วางแม่เหล็กไว้บนโต๊ะ ใช้กระดาษขั้นกลางระหว่างแท่ง - ทกั ษะการส่ือสาร

แม่เหล็ก แลว้ หันข้ัวทีเ่ หมอื นกนั เข้าใกล้กนั - ทักษะการสารวจ

2) วางแม่เหล็กไว้บนโต๊ะ ใช้กระดาษขั้นกลางระหว่างแท่ง คน้ หา

201

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 แรงและการเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นที่ของวตั ถุ
แผนฯ ที่ 6 แรงสัมผัสและแรงไมส่ ัมผัส

กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะทใ่ี ช้ ส่ือทใ่ี ช้/อุปกรณ์ ประเมนิ ผล

แมเ่ หล็ก แลว้ หนั ข้ัวต่างกันเข้าใกลก้ นั - ทกั ษะการทางาน - เก้าอี้ - สงั เกต
3) สังเกตการเคลอื่ นทีข่ องแม่เหลก็ ร่วมกนั พฤติกรรม
4. ครูลากเก้าอ้ีจากหน้าห้องไปยังหลังห้อง แล้วถามนักเรียนโดยใช้ - ทกั ษะ การทางาน
คาถาม ดังน้ี การวเิ คราะห์ รายบคุ คล

 การท่ีครูออกแรงกระทากับเก้าอ้ี แรงดึงดูดของแม่เหล็ก และ
การทปี่ ากกา ดินสอตกลงสู่พนื้ ทาให้วัตถเุ กิดการเปล่ียนแปลง
ลกั ษณะของแรงทีก่ ระทาต่อวตั ถุแตกต่างกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ แตกตา่ งกัน เนื่องจากการที่ครูออกแรงลากเก้าอี้
เป็นการออกแรงที่วัตถุทั้ง 2 ชนิด สัมผัสกัน แต่แรงดึงดูด
แม่เหล็กและปากกา ดินสอตกลงสู่พื้น แรงวัตถุทั้ง 2 ชนิด ไม่
สัมผสั กัน)

ขั้นสอน

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะทีใ่ ช้ ส่อื ทใี่ ช/้ อปุ กรณ์ ประเมินผล

ขนั้ สารวจคน้ หา - ทักษะ - หนังสอื เรียน - สังเกต
1. ครูให้นักเรียนสรุปสาระสาคัญ ประจาเรื่องที่ 2 ในหนังสือเรียน การวิเคราะห์ ชดุ แมบ่ ท พฤตกิ รรม
มาตรฐาน การทางาน
ชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 102 - ทักษะ วิทยาศาสตร์ รายบุคคล
การสารวจคน้ หา ป.3 หน้า 102
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับตัวอย่างของ - สังเกต
แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส โดยทาลงในกระดาษ A4 และครูสุ่ม พฤติกรรม
ตัวแทน 3-4 คน ออกมานาเสนอหน้าชั้นเรยี น การทางาน
รายบคุ คล

ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับแรงระหว่างแม่เหล็ก เกิดจากแท่ง

แมเ่ หลก็ แบ่งเปน็ 2 กรณี คือ
1) แรงดึงดูด เกิดจากการวางแม่เหล็ก 2 แท่ง ท่ีมีข้ัวต่างกัน
เข้าใกล้กัน
2) แรงผลกั เกิดจากการวางแม่เหล็ก 2 แทง่ ท่ีมีข้ัวเหมือนกัน
เขา้ ใกล้กนั

202


Click to View FlipBook Version