50
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ค33102 คณิตศาสตร 6 กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ ทางคณิตศาสตร
และเชือ่ มโยงคณิตศาสตรก ับศาสตรอ ืน่ ๆ และมคี วามคดิ สรางสรรคในสาระตอไปน้ี
เซต มีความคดิ รวบยอดและการดำเนินการของเซต เขียนแผนภาพเวนน– ออยเลอร
ตรรกศาสตรเบื้องตน มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับประพจนและการเชื่อมประพจนดวยตัวเชื่อม
และ หรอื ถา…แลว ก็ตอ เมื่อ และนิเสธ
เลขยกกำลัง หาคาประมาณของจำนวนจริงที่อยูในรูปกรณฑ และจำนวนจริงที่อยูในรูปเลข
ยกกำลงั
ความสัมพนั ธและฟง กชนั สรางความสัมพนั ธหรอื ฟง กชันจากสถานการณห รือปญหา และนำไปใช
ในการแกปญ หา ใชกราฟของสมการ อสมการ ฟงกช นั ในการแกป ญหา
ลำดับและอนกุ รม ลำดับเลขคณติ ลำดบั เรขาคณติ อนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณิต
ดอกเบย้ี และมลู คา ของเงิน ดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน คา รายงวด
หลักการนับเบื้องตน หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสนกรณีสิ่งของที่แตกตาง
กนั ทง้ั หมด การจัดหมูกรณที ีส่ ิงของแตกตางกนั ทัง้ หมด
ความนาจะเปน การทดลองสุม เหตุการณ ความนาจะเปนของเหตุการณ และนำผลที่ไดไปใช
คาดการณในสถานการณทกี่ ำหนดให
สถติ ิ สถิติ คา กลางของขอ มลู การวัดตำแหนง ขอ มลู และการวัดการกระจายขอ มลู
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณ
ตางๆ ไดอยางเหมาะสม โดยใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและ สรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรใน
การสอื่ สาร การส่อื ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองชัดเจน เช่อื มโยงความรูต างๆ ในคณิตศาสตร
และนำความรู หลักการ กระบวนการทาง คณติ ศาสตรไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ น่ื ๆ
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทำงาน
สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่น
ในตนเองและใชในชีวติ ประจำวนั อยา งสรางสรรค
รหสั ตวั ช้วี ัด
ค 1.1 ม.4/1 ค 1.1 ม.5/1 ค 1.2 ม.5/1
ค 1.2 ม.5/2 ค 1.3 ม.5/1 ค 3.1 ม.6/1
ค 3.2 ม.4/1 ค 3.2 ม.4/2
รวมทง้ั หมด 8 ตวั ชี้วัด
51
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค31201 คณติ ศาสตรเพ่มิ เตมิ 1 กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ช่วั โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกไขปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณติ ศาสตร
และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรก บั ศาสตรอ ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรคใ นสาระตอไปนี้
จำนวนจริงและพหุนาม จำนวนจริงและสมบัติของจำนวนจริง คาสัมบูรณของจำนวนจริงและ
สมบตั ขิ องคาสัมบูรณข องจำนวนจรงิ จำนวนจริงในรปู กรณฑ และจำนวนจรงิ ในรูปเลขยกกำลัง ตัวประกอบ
ของพหุนาม สมการและอสมการพหุนาม สมการและอสมการเศษสวนของพหุนาม สมการและอสมการ
คาสมั บูรณของพหนุ าม
ตรรกศาสตร ประพจนและตัวเชอ่ื ม ประโยคทมี่ ีตวั บงปรมิ าณตัวเดยี ว การอางเหตผุ ล
เมทริกซ เมทริกซและเมทริกซสลับเปลี่ยน การบวกเมทริกซ การคูณเมทริกซกับจำนวนจริง
การคูณระหวา งเมทรกิ ซ ดีเทอรมแิ นนต เมทริกซผ กผัน การแกระบบสมการเชงิ เสน โดยใชเ มทริกซ
โดยการจัดประสบการณหรอื สรางสถานการณในชวี ิตประจำวันทีใ่ กลตัวใหผูเรียนไดศึกษา คนควา
ฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ
การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ดไ ปใชในการเรยี นรูสิ่งตา งๆ และใชใ นชวี ิตประจำวนั อยางสรา งสรรค
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเรม่ิ สรา งสรรคและมีความเชอื่ มั่นในตนเอง
ผลการเรียนรู
1. เขา ใจจำนวนจริง และใชส มบตั ิของจำนวนจริงในการแกปญ หา
2. แกสมการและอสมการพหุนามตัวแปรเดยี วดีกรีไมเกนิ สี่ และนำไปใชในการแกป ญหา
3. แกสมการและอสมการเศษสวนของพหนุ ามตวั แปรเดยี ว และนำไปใชในการแกปญหา
4. แกสมการและอสมการคาสัมบูรณข องพหุนามตัวแปรเดียว และนำไปใชใ นการแกป ญหา
5. เขา ใจและใชความรเู กีย่ วกับตรรกศาสตรเบ้ืองตน ในการส่อื สาร สื่อความหมาย และอางเหตผุ ล
6. เขา ใจความหมาย หาผลลัพธของการบวกเมทริกซ การคูณเมทริกซกับจำนวนจริง การคณู
ระหวางเมทริกซ และหาเมทรกิ ซสลบั เปลยี่ น หาดเี ทอรม ิแนนตข องเมทริกซ n x n เมื่อ n เปน
จำนวนนบั ทีไ่ มเ กินสาม
7. หาเมทริกซผ กผันของเมทริกซ 2 x 2
8. แกระบบสมการเชิงเสนโดยใชเ มทรกิ ซผกผันและการดำเนนิ การตามแถว
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรู
52
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ค31202 คณติ ศาสตรเพม่ิ เติม2 กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกไขปญหา การให
เหตุผล การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ
ทางคณิตศาสตร และ เชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระ
ตอไปนี้
เรขาคณติ วิเคราะห จดุ และเสน ตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอรโ บลา
ฟงกชัน ฟงกชันและกราฟ การบวก การลบ การคูณ การหารฟงกชัน ฟงกชันประกอบ
ฟงกช ัน ผกผนั
โดยการจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษา
คนควา ฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณ
ดานความรู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชใ นการเรียนรูส่ิงตา งๆ และใชในชวี ติ ประจำวัน
อยางสรา งสรรค
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ
มีระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดรเิ ริม่ สรา งสรรคและมีความเชอื่ มั่นใน
ตนเอง
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจและใชค วามรเู กย่ี วกบั เรขาคณิตวเิ คราะหใ นการแกป ญ หา
2. หาผลลัพธของการบวก การลบ การคูณ การหารฟงกชัน หาฟงกชันประกอบและฟงกชัน
ผกผัน
3. ใชส มบตั ิของฟง กช ันในการแกปญ หา
รวมทงั้ หมด 3 ผลการเรียนรู
53
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค31203 คณิตศาสตรส รา งสรรค 1 กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกไขปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณติ ศาสตร
และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรกับศาสตรอ ื่นๆ และมคี วามคดิ ริเรมิ่ สรา งสรรคใ นสาระตอไปน้ี
จำนวนจริงและพหุนาม จำนวนจริงและสมบัติของจำนวนจริง คาสัมบูรณของจำนวนจริงและ
สมบตั ขิ องคา สัมบูรณของจำนวนจริง จำนวนจริงในรปู กรณฑ และจำนวนจริงในรูปเลขยกกำลัง ตวั ประกอบ
ของพหุนาม สมการและอสมการพหุนาม สมการและอสมการเศษสวนของพหุนาม สมการและอสมการ
คาสมั บรู ณข องพหนุ าม
เมทริกซ เมทริกซและเมทริกซสลับเปลี่ยน การบวกเมทริกซ การคูณเมทริกซกับจำนวนจริง
การคูณระหวางเมทรกิ ซ ดีเทอรม ิแนนต เมทรกิ ซผ กผนั การแกระบบสมการเชงิ เสน โดยใชเมทรกิ ซ
ตรรกศาสตร ประพจนและตวั เชอ่ื ม ประโยคทม่ี ีตัวบงปริมาณตวั เดียว การอา งเหตผุ ล
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณ
ตางๆ ไดอยางเหมาะสม โดยใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล
ประกอบการ ตัดสินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรใน
การสอื่ สาร การสอื่ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองชดั เจน เชือ่ มโยงความรตู า งๆ ในคณิตศาสตร
และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอนื่ ๆ
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทำงาน
รูสามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและมีความเช่ือมั่นใน
ตนเองและใชใ นชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค
ผลการเรียนรู
1. เขาใจจำนวนจริง และใชส มบัติของงจำนวนจริงในการแกป ญหา
2. แกสมการและอสมการพหนุ ามตัวแปรเดยี วดีกรีไมเกินสี่ และนำไปใชในการแกปญ หา
3. แกส มการและอสมการเศษสว นของพหุนามตวั แปรเดียว และนำไปใชในการแกปญหา
4. แกส มการและอสมการคาสัมบรู ณของพหนุ ามตวั แปรเดยี ว และนำไปใชใ นการแกป ญ หา
5. เขาใจความหมาย หาผลลัพธของการบวกเมทริกซ การคูณเมทริกซกับจำนวนจริงการคูณระหวาง
เมทริกซและหาเมทรกิ ซสลบั เปล่ยี น หาดีเทอรมิแนนตข องเมทรกิ ซ n x n เมอ่ื n เปน จำนวนนบั ทไ่ี มเ กินสาม
6. หาเมทรกิ ซผ กผนั ของเมทริกซ 2 x 2
7. แกระบบสมการเชงิ เสน โดยใชเ มทริกซผกผันและการดำเนินการตามแถว 2
8. เขาใจและใชความรเู ก่ยี วกบั ตรรกศาสตรเ บือ้ งตน ในการสื่อสาร สอื่ ความหมาย และอางเหตผุ ล
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู
54
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ค31204 คณิตศาสตรสรา งสรรค 2 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกไขปญหา การให
เหตุผล การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ
ทางคณิตศาสตร และเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระ
ตอไปนี้
เรขาคณิตวเิ คราะห จุดและเสนตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอรโ บลา
ฟงกชัน ฟงกชันและกราฟ การบวก การลบ การคูณ การหารฟงกชัน ฟงกชันประกอบ
ฟง กชนั ผกผนั
โดยการจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษา
คนควา ฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรและนำประสบการณ
ดานความรู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชใ นการเรียนรูส่ิงตางๆ และใชในชีวิตประจำวัน
อยางสรา งสรรค
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ
มีระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคิดรเิ รมิ่ สรา งสรรคแ ละมคี วามเช่ือม่ันใน
ตนเอง
ผลการเรียนรู
1. เขาใจและใชค วามรูเก่ยี วกับเรขาคณติ วเิ คราะหในการแกปญ หา
2. หาผลลพั ธข องการบวก การลบ การคณู การหารฟงกช ัน หาฟง กช นั ประกอบและฟง กชันผกผัน
3. ใชสมบตั ขิ องฟงกชันในการแกปญหา
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรยี นรู
55
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ค32201 คณิตศาสตรเ พิ่มเตมิ 3 กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การให
เหตุผล การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ
ทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระ
ตอไปนี้
จำนวนเชิงซอน จำนวนเชิงซอน สมบัติของจำนวนเชิงซอน รากที่สองของจำนวน
เชิงซอน กราฟและคาสัมบูรณของจำนวนเชิงซอน รูปเชิงข้ัวของจำนวนเชงิ ซอ น รากที่ n ของจำนวน
เชงิ ซอ น สมการพหุนามตวั แปรเดยี ว
เวกเตอรในสามมิติ ระบบพิกัดฉากสามมิติ เวกเตอรในระบบพิกัดฉาก ผลคูณเชิง
สเกลาร ผลคณู เชิงเวกเตอร
ฟงกชันตรีโกณมิติ ฟงกชันไซนและโคไซน คาของฟงกชันไซนและโคไซน ฟงกชัน
ตรีโกณมิติอื่นๆ ฟงกชันตรีโกณมิติของมุม การใชตารางคาฟงกชันตรีโกณมิติ กราฟของฟงกชัน
ตรีโกณมิติ ฟงกชันตรีโกณมิติของผลบวกและผลตางของจำนวนจริงหรือมุม ตัวผกผันของฟงกชัน
ตรโี กณมติ ิ เอกลกั ษณแ ละสมการ ตรโี กณมติ ิ กฎของโคไซนและไซน การหาระยะทางและความสูง
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาใน
สถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม ใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผลประกอบการ ตัดสินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรใ นการสื่อสาร การส่ือ ความหมายและการนำเสนอไดอยา งถูกตองชดั เจน เชอ่ื มโยงความรู
ตางๆ ในคณิตศาสตรแ ละนำความรู หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ ปเชือ่ มโยงกับศาสตรอน่ื ๆ
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นใน
การทำงาน สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและ
มีความเชอื่ ม่ันในตนเองและใชใ นชวี ติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจจำนวนเชิงซอ นและใชสมบัตขิ องจำนวนเชงิ ซอ นในการแกปญหา
2. หารากท่ี n ของจำนวนเชิงซอ น เมือ่ n เปน จำนวนนับท่ีมากกวา 1
3. เขาใจฟงกชันของตรีโกณมิติและลักษณะกราฟของฟงกชันตรีโกณมิติและการนำไปใชใน
การแกปญ หา
4. แกส มการตรีโกณมติ ิ และการนำไปใชแ กป ญหา
56
5. ใชก ฎของโคไซนแ ละกฎของไซนใ นการแกปญหา
6. แกสมการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรีไมเกินสี่ที่มีสัมประสิทธิ์เปนจำนวนเต็ม และนำไปใชใน
การแกป ญหา
7. หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร การคณู เวกเตอรด วยสเกลาร หาผลคูณเชิงสเกลาร
และหาผลคณู เชงิ เวกเตอร
8. นำความรูเก่ยี วกับเวกเตอรในสามมิตไิ ปใชในการแกป ญหา
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรยี นรู
57
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ค32202 คณติ ศาสตรเ พิ่มเติม 4 กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนําเสน การเชื่อมโยงความรูตางๆ ทาง
คณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณติ ศาสตรกบั ศาสตรอ ่ืนๆ และมีความคิดรเิ ริม่ สรางสรรคใ นสาระตอไปน้ี
ฟงกชันเอกซโพเนนเชียลและฟงกชันลอการิทมึ เลขยกกําลังที่มีเลขชี้กําลังเปน จํานวนเต็ม
รากที่ nในระบบจํานวนจริงและจํานวนจริงในรูปกรณฑ เลขยกกําลังที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนตรรก
ยะ ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล ฟงกชันลอการิทึม การหาคาลอการิทึม การเปลี่ยนฐานของลอการิทึม
สมการเอกซโ พเนนเชียลและสมการลอการิทึม การประยุกตของฟงกช ันเอกซโพเนนเชียลและฟงกชัน
ลอการิทึม
ความนาจะเปน แกโจทยปญหาโดยใชกฎเกณฑเบื้องตนเกี่ยวกับการนับ วิธีเรียงสับเปลี่ยน
และวธิ ีจดั หมูและหาความนาจะเปนของเหตุการณทกี่ ําหนดให
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาใน
สถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม โดยใชวิธกี ารที่หลากหลายในการคิดคํานวณ การแกปญหา การ
ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรในการส่ือสาร การสื่อความหมายและการนาํ เสนอไดอยางถูกตองชดั เจน เช่ือมโยงความรู
ตา งๆ ในคณิตศาสตรและนําความรูหลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่นๆ
เพื่อใหเห็นคณุ คาและมเี จตคติที่ดีตอคณติ ศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทํางาน
รูสามารถทํางานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและมีความ
เชอ่ื ม่ันในตนเองและใชในชวี ติ ประจําวันอยา งสรา งสรรค
ผลการเรยี นรู
1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับฟงกชันเอกซโพเนนเชียล ฟงกชันลอการิทึม และเขียนกราฟของ
ฟง กช นั ท่กี ําหนดให
2. นาํ ความรเู ร่ืองฟงกช นั เอกซโพเนนเชยี ลและฟงกช นั ลอการิทึมไปใชแ กปญหา
3. แกโ จทยปญ หาโดยใชกฎเกณฑเ บื้องตนเกย่ี วกับการนับ วธิ ีเรียงสบั เปลีย่ นและวิธจี ดั หมู
4. นําความรูเรอ่ื งทฤษฎบี ททวนิ ามไปใช
5. หาความนาจะเปนของเหตุการณท ก่ี ําหนดให
6. ใชวิธีการทห่ี ลากหลายแกปญ หา
7. ใชความรู ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีใน การแกปญหาสถานการณตางๆ
ไดอ ยางเหมาะสม
8. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอางองิ ความรู ขอมูลหรอื ขอเท็จจรงิ
58
9. การสรางแผนภาพใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร สื่อความหมายและการ
นาํ เสนอไดอยา งถูกตอ งชดั เจนและรดั กมุ
10. เช่อื มโยงความรเู น้อื หาตาง ๆ ในคณิตศาสตรแ ละนาํ ความรูหลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตร
ไปเช่อื มโยง กับศาสตรอื่น ๆ
11. นําความรูและทักษะที่ไดจากการเรียนคณิตศาสตรไปประยุกตในการเรียนรูส่ิงตา ง ๆ และในการ
ดํารงชวี ิต
12. มคี วามคดิ ริเร่มิ สรา งสรรคใ นการทาํ งาน
รวมทัง้ หมด 12 ผลการเรยี นรู
59
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ค32203 คณิตศาสตรสรางสรรค 3 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศกึ ษา และฝก ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแ ก การแกป ญหา การ
ใหเหตผุ ล การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู
ตา งๆทางคณติ ศาสตรแ ละเช่ือมโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอ ่ืนๆ และมคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคใน
สาระตอ ไปนี้
ฟงกช นั ตรโี กณมิติ ฟงกช นั ไซนแ ละโคไซน ฟงกชันตรีโกณมิติอื่น ๆ ฟง กชัน
ตรโี กณมิติของมุม กราฟของฟงกช ันตรโี กณมติ ิ ฟงกช ันตรีโกณมิตขิ องผลบวกและผลตา งของ
จำนวนจรงิ หรือมุม ตัวผกผนั ฟงกช ันตรโี กณมติ ิ เอกลกั ษณและสมการตรีโกณมิติ(เอกลกั ษณ
สมการตรโี กณมิติ) กฎของโคไซนและกฎของไซน การหาระยะทางและความสงู
จำนวนเชิงซอ น จำนวนเชิงซอน สมบตั ขิ องจำนวนเชิงซอ น รากทส่ี องของจำนวน
เชงิ ซอน กราฟและคา สัมบรู ณของจำนวนเชิงซอน รูปเชงิ ขั้วของจำนวนเชงิ ซอน รากที่ n ของ
จำนวนเชิงซอน สมการพหุนามตัวแปรเดยี ว
เวกเตอรใ นสามมติ ิ เวกเตอรและสมบัติของเวกเตอร ระบบพกิ ัดฉากสามมิติ
เวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉาก ผลคูณเชงิ สเกลาร ผลคูณเชิงเวกเตอร
เสริมศักยภาพทางการเรียนเรอ่ื ง จำนวนเชิงซอ น เวกเตอรในสามมติ ิ และฟง กช นั
ตรีโกณมิติ
โดยการจัดประสบการณห รือสรา งสถานการณใ นชวี ิตประจำวนั ทใ่ี กลตวั ใหผ ูเรยี นได
ศกึ ษา คนควา ฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการใน
การคดิ คำนวณ การแกปญหาการใหเ หตผุ ล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร และนำประสบการณ
ดา นความรู ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการที่ไดไ ปใชในการเรยี นรูส ง่ิ ตาง ๆ และใชใน
ชวี ิตประจำวันอยา งสรา งสรรค
เพื่อใหเ ห็นคุณคาและมเี จตคติท่ีดตี อ คณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปน ระบบ มี
ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคดิ ริเรมิ่ สรางสรรคและมีความเชอื่ ม่นั
ในตนเอง การวดั และการประเมนิ ผลใชวธิ ที ่หี ลากหลายตามสภาพเปนจรงิ ใหส อดคลองกับเนอื้ หา
และทักษะทีต่ องการวัด
60
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจจำนวนเชิงซอนและใชสมบัตขิ องจำนวนเชิงซอนในการแกป ญหา
2. หารากท่ี n ของจำนวนเชิงซอ น เม่อื n เปน จำนวนนบั ที่มากกวา 1
3. เขา ใจฟงกช นั ตรีโกณมิตแิ ละลกั ษณะกราฟของฟงกช นั ตรโี กณมิติและนำไปใชใ นการแกป ญ หา
4. แกส มการตรีโกณมติ ิ และนำไปใชใ นการแกปญหา
5. ใชกฎของโคไซนและกฏของไซนใ นการแกป ญหา
6. แกส มการพหุนามตัวแปรเดยี วดีกรไี มเกินส่ี ท่มี สี ัมประสิทธิ์เปนจำนวนเต็มและนำไปใชใ นการ
แกปญหา
7. หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร การคณู เวกเตอรดวยสเกลาร หาผลคณู เชงิ สเกลารและ
ผลคูณเชงิ เวกเตอร
8. นำความรูเกย่ี วกบั เวกเตอรใ นสามมติ ไิ ปใชในการแกป ญ หา
รวม 8 ตัวชีว้ ัด
61
คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ค32204 คณิตศาสตรสรา งสรรค 4 กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทาง
คณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระตอไปน้ี
ฟงกชันเอกซโพเนนเชียลและฟงกชันลอการิทึม ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล ฟงกชัน
ลอการทิ มึ เสริมศกั ยภาพทางการเรยี นเร่อื งฟงกช ันเอกซโ พเนนเชียลและฟงกช ันลอการิทมึ
หลักการนับเบื้องตน หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปลี่ยน การเรียงสับเปลี่ยนเชิง
เสน การเรียงสับเปลี่ยนเชิงวงกลมกรณีทีส่ ิง่ ของแตกตางกันทัง้ หมด การจัดหมูกรณีที่สิ่งของแตกตาง
กนั ทง้ั หมด ทฤษฎบี ททวินาม เสรมิ ศักยภาพทางการเรียนเร่อื งหลักการนบั เบ้อื งตน
ความนาจะเปน การทดลองสุมและเหตกุ ารณ ความนาจะเปนของเหตุการณ เสริมศักยภาพ
ทางการเรียนเรอ่ื งความนา จะเปน
โดยการจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษา
คนควาฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญหาการใหเหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดาน
ความรู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิ่งตาง ๆ และใชในชีวิตประจำวัน
อยา งสรางสรรค
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ
มรี ะเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคิดริเร่มิ สรา งสรรคแ ละมคี วามเชอ่ื ม่ันใน
ตนเอง การวัดและการประเมินผลใชวิธีที่หลากหลายตามสภาพเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทักษะทต่ี องการวดั
ผลการเรียนรู
1. เขาใจลักษณะกราฟของฟง กช ันเอกซโ พเนนเชียลและฟง กช ันลอการทิ ึมและนำไปใชในการแกปญหา
2. เขาใจและใชห ลกั การบวกและการคณู การเรียงสบั เปล่ียน และการจดั หมู ในการแกปญ หา
3. หาความนาจะเปน และนำความรเู กี่ยวกับความนา จะเปนไปใช
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรยี นรู
62
คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ค33201 คณิตศาสตรเพ่มิ เตมิ 5 กลุม สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอนั ไดแ ก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทาง
คณิตศาสตรและ เชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรา งสรรคในสาระตอไปน้ี
ลำดับอนันตและอนุกรมอนันต ลำดับอนันต ความหมายของลำดับ รูปแบบการกำหนด
ลำดับ ลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต ลิมิตของลำดับ อนุกรมอนันต ผลบวกของอนุกรมอนันต
และสัญลักษณแ ทนการบวก
แคลคูลสั เบือ้ งตน ลิมิตของฟงกชัน ความตอเนื่องของฟงกชัน ความชันของเสนโคง อนุพันธ
ของฟงกชัน การหาอนุพันธของฟงกชันพีชคณิตโดยใชสูตร อนุพันธของฟงกชันประกอบ อนุพันธ
อันดับสูง การประยุกตของอนุพันธ ปฏิยานุพันธ ปริพันธไมจำกัดเขต ปริพันธจำกัดและหาพ้ืนที่ท่ีปด
ลอ มดว ยกราฟ
กำหนดการเชิงเสน กราฟของอสมการเชิงเสน กราฟของระบบอสมการเชิงเสนและ
การแกปญ หา กำหนดการเชิงเสน โดยวธิ ีใชก ราฟ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาใน
สถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม ใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผลประกอบการ ตัดสินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณติ ศาสตรใ นการสอื่ สาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยา งถกู ตองชัดเจน เชอ่ื มโยงความรู
ตา งๆ ในคณิตศาสตรแ ละนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตรไปเชือ่ มโยงกับศาสตรอ ่นื ๆ
เพ่ือใหเ ห็นคณุ คา และมีเจตคติที่ดีตอ คณิตศาสตร มคี วามใฝเรียนรู ความมงุ มนั่ ในการทำงาน
สามารถทำงานอยา งเปนระบบระเบียบ มวี ินยั มคี วามซื่อสัตยส จุ รติ มวี ิจารณญาณและมีความเชื่อม่ัน
ในตนเองและใชใ นชีวิตประจำวนั อยางสรา งสรรค
ผลการเรียนรู
1. หาลมิ ิตของลำดับอนนั ตโดยอาศัยทฤษฎีเก่ยี วกับลมิ ติ
2. หาผลบวกของอนุกรมอนันตไดและนำความรเู ร่ืองลำดับและอนกุ รมไปใชแ กปญหา
3. หาลมิ ติ ของฟง กช ่ันทีก่ ำหนด
4. บอกไดวาฟงกชั่นทกี่ ำหนดใหเปน ฟงกช่นั ตอเน่ืองหรือไม
5. หาอนพุ นั ธของฟงกช นั่ ทกี่ ำหนด
6. นำความรเู รื่องอนุพันธของฟงกชัน่ ไปประยุกต
7. หาปริพันธไมจ ำกัดเขตของฟงกชั่นที่กำหนดให
63
8. หาปริพันธจำกัดเขตของฟงกชั่นบนชวงที่กำหนดใหและหาพื้นที่ปดลอมดวยเสนโคงบน
ชวงท่ีกำหนดให
9. สรา งแบบจำลองทางคณติ ศาสตรแ ละใชวิธกี ารของกำหนดการเชงิ เสน ทใี่ ชกราฟของ
สมการและอสมการท่มี สี องตัวแปรในการแกป ญหาได
รวมทง้ั หมด 9 ผลการเรยี นรู
64
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค33202 คณติ ศาสตรเ พม่ิ เตมิ 6 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ
ศึกษา และฝก ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแ ก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ ทาง
คณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระตอไปนี้
การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน คากลางของขอมูล (คาเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน ฐานนิยม
คาเฉลี่ยเรขาคณิต และคาเฉลี่ยฮารมอนิก) การวัดตำแหนงที่หรือตำแหนงสัมพัทธของขอมูล การวัด
การกระจายของขอมลู (การวัดการกระจายสัมบูรณการวดั การกระจายสัมพัทธ ความสัมพันธระหวาง
การแจกแจงความถ่ี คา กลาง และการวดั การกระจายของขอ มลู )
การแจกแจงปกติ คะแนนมาตรฐาน การแจกแจงและเสน โคง ปกติ
ความสัมพันธเชิงฟงกชันระหวางขอมูล การวิเคราะหความสัมพันธเชิงฟงกชันระหวาง
ขอมูล แผนภาพการกระจาย การประมาณคาของคาคงตัวโดยใชวิธีกำลังสองนอยท่ีสดุ ความสัมพันธ
เชงิ ฟง กชนั ของ ขอ มลู ท่ีอยูในรูปอนุกรมเวลา
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาใน
สถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม โดยใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา
การใหเ หตผุ ลประกอบการ ตดั สินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภ าษาและสญั ลักษณทาง
คณิตศาสตรในการส่ือสาร การส่ือ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถกู ตองชดั เจน เชอื่ มโยงความรู
ตางๆในคณิตศาสตรและนำความรู หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ ปเชอื่ มโยงกับศาสตรอน่ื ๆ
เพื่อใหเห็นคณุ คาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทำงาน
รูสามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและมีความ
เชอื่ ม่ันในตนเองและใชใ นชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค
ผลการเรยี นรู
1. เลือกวธิ วี ิเคราะหขอ มลู เบือ้ งตนและอธบิ ายผลการวิเคราะหข อมูลไดถ ูกตอ ง
2. นำความรเู ร่อื งการวเิ คราะหข อมลู ไปใชแกป ญ หาบางประการได
3. นำความรเู รื่องคามาตรฐานไปใชใ นการเปรียบเทียบขอ มูลได
4. หาพนื้ ทใี่ ตเ สนโคงปกตแิ ละนำความรเู ก่ียวกับพ้นื ทใ่ี ตเ สนโคงปกตไิ ปใชได
5. เขาใจความหมายของการสรา งความสมั พนั ธเชงิ ฟง กชั่นของขอ มูลทปี่ ระกอบดว ยสองตัวแปร
6. สรางความสัมพันธเชิงฟงกชัน่ ของขอมลู ที่ประกอบดวยสองตัวแปรที่อยูในรูปอนกุ รมเวลา
โดยใชเครอ่ื งคำนวณ
7. ใชค วามสมั พนั ธเ ชงิ ฟง กช่นั ของขอ มลู ทำนายคา ตัวแปรตามเมอ่ื กำหนดตัวแปรอิสระให
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู
65
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ค33203 คณติ ศาสตรสรางสรรค 5 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกไขปญหา การให
เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ
ทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระ
ตอ ไปน้ี
การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน คากลางของขอมูล (คาเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน ฐานนิยม
คาเฉลี่ย เรขาคณิต คาเฉลี่ยฮารมอนิก) การวัดตำแหนงที่หรือตำแหนงสัมพัทธของขอมูล การวัดการ
กระจายของขอมูล การวัดการกระจายสัมบรู ณ การวดั การกระจายสัมพัทธ ความสัมพนั ธระหวางการ
แจกแจงความถ่ี คา กลาง และการวดั การกระจายของขอมลู
การแจกแจงปกติ คะแนนมาตรฐาน การแจกแจงและเสน โคง ปกติ
ความสัมพันธเชิงฟงกชันระหวางขอมูล การวิเคราะหความสัมพันธเชิงฟงกชันระหวาง
ขอมูล แผนภาพการกระจาย การประมาณคาของคาคงตัวโดยใชวิธีกำลังสองนอยที่สุด ความสัมพันธ
เชิงฟง กชนั ของ ขอ มูลท่อี ยูใ นรูปอนกุ รมเวลา
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาใน
สถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม ใชวิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญหา
การใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณ
ทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองชัดเจน เชื่อมโยง
ความรูตางๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับ
ศาสตรอน่ื ๆ
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดตี อคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทำงาน
สามารถทำงานอยา งเปนระบบระเบียบ มวี ินยั มีความซื่อสัตยสจุ ริต มวี จิ ารณญาณและมีความเช่ือม่ัน
ในตนเองและใชใ นชวี ิตประจำวันอยา งสรางสรรค
ผลการเรยี นรู
1. เลอื กวธิ วี ิเคราะหขอมูลเบ้ืองตนและอธบิ ายผลการวิเคราะหขอมลู ไดถกู ตอง
2. นำความรเู รอ่ื งการวเิ คราะหขอมลู ไปใชแกปญั หาบางประการได
3. นำความรเู ร่อื งคา มาตรฐานไปใชใ นการเปรียบเทยี บขอมลู ได
4. หาพ้ืนท่ีใตเสนโคง ปกตแิ ละนำความรูเกยี่ วกับพน้ื ทใ่ี ตเสนโคงปกติไปใชได
5. เขาใจความหมายของการสรา งความสมั พนั ธเชงิ ฟงกชน่ั ของขอมลู ท่ีประกอบดว ยสองตวั แปร
66
6. สรา งความสัมพันธเชงิ ฟงกชน่ั ของขอ มูลท่ีประกอบดว ยสองตวั แปรท่ีอยใู นรปู อนุกรมเวลา
โดยใชเครือ่ งคำนวณ
7. ใชค วามสมั พันธเ ชงิ ฟงกชน่ั ของขอมูลทำนายคาตวั แปรตามเมอ่ื กำหนดตวั แปรอิสระให
8. ใชวธิ ีการทห่ี ลากหลายแกป ญ หา
9. ใชค วามรู ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกป ญหาสถานการณ
ตา งๆ ไดอยา งเหมาะสม
10. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอางอิงความรู ขอมูลหรือ ขอ เท็จจรงิ
11. การสรางแผนภาพใชภาษาและสญั ลกั ษณทางคณิตศาสตรในการส่ือสาร สื่อความหมาย
และการนำเสนอไดอยา งถูกตองชดั เจนและรัดกุม
12. เชอื่ มโยงความรูเนือ้ หาตา ง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรหู ลักการ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตรไ ปเช่อื มโยงกบั ศาสตรอนื่ ๆ
13. นำความรูแ ละทักษะทีไ่ ดจากการเรยี นคณติ ศาสตรไปประยุกตในการเรียนรูส่ิงตาง ๆ และ
ในการดำรงชีวติ
14. มีความคดิ รเิ ริม่ สรา งสรรคใ นการทำงาน
รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู
67
คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ค33204 คณิตศาสตรสรา งสรรค 6 กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ช่ัวโมงจำนวน 2.0 หนวยกิต
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรูตางๆ ทาง
คณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคในสาระตอไปน้ี
ลำดับอนันตและอนุกรมอนันต ลำดับอนันต ความหมายของลำดับ รูปแบบการกำหนด
ลำดับ ลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต ลิมิตของลำดับ อนุกรมอนันต ผลบวกของอนุกรมอนันตและ
สัญลักษณแ ทนการบวก
แคลคูลสั เบื้องตน ลิมิตของฟงกชัน ความตอเนื่องของฟงกชัน ความชันของเสน โคง อนุพันธ
ของฟงกชัน การหาอนุพันธของฟงกชันพีชคณิตโดยใชสูตร อนุพันธของฟงกชันประกอบ อนุพันธ
อันดบั สูง การประยุกต ของอนพุ นั ธ ปฏยิ านุพันธ ปรพิ นั ธไมจ ำกัดเขต ปรพิ นั ธจำกัดและหาพื้นท่ีที่ปด
ลอมดวยกราฟ
กำหนดการเชิงเสน กราฟของอสมการเชิงเสน กราฟของระบบอสมการเชิงเสนและ
การแกป ญหา กำหนดการเชิงเสนโดยวธิ ใี ชก ราฟ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหา
ในสถานการณตา งๆไดอ ยางเหมาะสม โดยใชว ิธีการทีห่ ลากหลายในการคิดคำนวณ การแกปญ หา
การใหเหตผุ ลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลไดอยางถูกตอง เหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทาง
คณิตศาสตรในการสื่อสาร การส่ือความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองชัดเจน เชื่อมโยงความรู
ตา งๆ ในคณติ ศาสตรแ ละนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ ปเชื่อมโยงกบั ศาสตรอ ื่นๆ
เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติทีด่ ีตอคณิตศาสตร มีความใฝเรียนรู ความมุงมั่นในการทำงาน
รูสามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวิจารณญาณและมีความ
เช่อื มั่นในตนเองและใชในชวี ิตประจำวนั อยา งสรา งสรรค
ผลการเรียนรู
1. หาลมิ ติ ของลำดับอนันตโดยอาศัยทฤษฎีเกย่ี วกับลมิ ติ
2. หาผลบวกของอนุกรมอนนั ตไดแ ละนำความรูเ รื่องลำดับและอนุกรมไปใชแกป ญหา
3. หาลิมติ ของฟงกช นั่ ท่กี ำหนด
4. บอกไดว า ฟง กชั่นท่กี ำหนดใหเปนฟง กช ั่นตอ เน่ืองหรือไม
5. หาอนพุ ันธข องฟงกชั่นท่ีกำหนด
6. นำความรเู รื่องอนพุ นั ธข องฟงกช ัน่ ไปประยุกต
7. หาปรพิ นั ธไมจ ำกัดเขตของฟงกช ั่นที่กำหนดให
68
8. หาปริพันธจำกัดเขตของฟงกชั่นบนชวงที่กำหนดใหและหาพื้นที่ปดลอมดวยเสนโคง บนชวงท่ี
กำหนดให
9. สรางแบบจำลองทางคณิตศาสตรและใชวิธีการของกำหนดการเชิงเสนที่ใชกราฟของสมการ
และอสมการท่มี ีสองตวั แปรในการแกป ญหาได
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู
69
รายวชิ าพืน้ ฐานและเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชาพ้ืนฐาน
ว30115 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกิต
ว30116 เทคโนโลยี(ออกแบบและเทคโนโลยี) จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต
ว30117 วิทยาศาสตรช ีวภาพ 1 จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว ยกติ (แผนวิทย- คณิต)
ว30118 วิทยาศาสตรกายภาพ(เคมี) 1 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ (แผนวิทย- คณิต)
ว30119 วทิ ยาศาสตรกายภาพ(ฟสกิ ส) 1 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนวยกิต (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30121 วทิ ยาศาสตรช วี ภาพเขม จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว ยกิต (Gifted)
ว30122 วทิ ยาศาสตรกายภาพ(เคมี)เขม จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนวยกติ (Gifted)
ว30123 วทิ ยาศาสตรก ายภาพ(ฟส ิกส)เขม จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ (Gifted)
ว30131 วิทยาศาสตรชีวภาพ จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนวยกติ (แผนศิลป)
ว30132 วทิ ยาศาสตรกายภาพ(เคม)ี จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนวยกิต (แผนศลิ ป)
ว30134 วทิ ยาศาสตร โลกและอวกาศ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ (แผนศิลป)
รายวิชาเพมิ่ เติม กลุมวิชาฟสกิ ส 2.0 หนวยกิต (แผนวทิ ย- คณิต)
จำนวน 80 ชัว่ โมง 2.0 หนว ยกติ (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30201 ฟส กิ สเ พิ่มเติม 1 จำนวน 80 ชัว่ โมง 2.0 หนวยกติ (แผนวิทย- คณิต)
ว30202 ฟสิกสเพม่ิ เติม 2 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หนวยกิต (แผนวิทย- คณิต)
ว30203 ฟสิกสเพม่ิ เติม 3 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หนวยกติ (แผนวทิ ย- คณติ )
ว30204 ฟส กิ สเพมิ่ เตมิ 4 จำนวน 80 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ (MEP)
ว30205 ฟส ิกสเพิ่มเติม 5 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกติ (MEP)
ว30210 พลงั งานไฟฟา จำนวน 40 ชั่วโมง 2.0 หนว ยกติ (Gifted)
ว30211 พลังงาน จำนวน 80 ช่ัวโมง
ว30231 ฟส ิกสประยุกต 1
70
ว30221 เคมเี พิ่มเติม 1 กลมุ วิชาเคมี 1.5 หนวยกิต (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30222 เคมเี พิ่มเตมิ 2 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30223 เคมเี พิ่มเติม 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนวยกิต (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30224 เคมีเพิ่มเติม 4 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ (แผนวิทย- คณิต)
ว30225 เคมีเพิ่มเตมิ 5 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนวยกิต (แผนวิทย- คณิต)
ว30291 เคมีประยุกต 1 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว ยกิต (Gifted)
จำนวน 60 ช่ัวโมง
ว30241 ชวี วิทยาเพ่ิมเติม 1 กลุมวิชาชีววทิ ยา 1.5 หนว ยกิต (แผนวิทย- คณิต)
ว30242 ชวี วทิ ยาเพมิ่ เติม 2 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว ยกิต (แผนวิทย- คณิต)
ว30243 ชีววิทยาเพิ่มเติม 3 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนวยกติ (แผนวิทย- คณิต)
ว30244 ชวี วทิ ยาเพม่ิ เติม 4 จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนวยกติ (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30245 ชวี วทิ ยาเพม่ิ เติม 5 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว ยกติ (แผนวทิ ย- คณิต)
ว30281 ชวี วทิ ยาประยุกต 1 จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว ยกิต (Gifted)
จำนวน 60 ชว่ั โมง
กลมุ วิชาอื่นเพ่ิมเติม 1.0 หนวยกิต
ว30261 ปฏิบตั กิ ารชวี และเคมี จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกติ
ว30262 ปฏิบตั กิ ารฟสิกส จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนวยกิต
ว30263 ระเบียบวิธีวิจยั เบ้ืองตน จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนวยกติ
ว30264 โครงงานวทิ ยาศาสตร จำนวน 40 ชวั่ โมง 0.5 หนวยกิต
ว30265 โครงงานสรางสรรค 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ
ว30266 โปรแกรมประยกุ ต 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต
ว30267 โครงงานสรางสรรค 2 จำนวน 20 ชัว่ โมง 1.0 หนวยกติ
ว30268 โปรแกรมประยุกต 2 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกิต
ว30269 คอมพวิ เตอรส รา งสรรค 1 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกติ
ว30270 คอมพวิ เตอรส รา งสรรค 2 จำนวน 40 ชวั่ โมง
71
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว30115 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคํานวณ การแยกสวนประกอบและการยอยปญหา การหารูปแบบ
การคิดเชิงนามธรรม ตัวอยางและประโยชนของแนวคิดเชงิ คาํ นวณเพ่ือแกปญ หาในชีวิตประจาํ วนั
ประยุกตใชแนวคิดเชิงคํานวณในการออกแบบขั้นตอนวิธีสําหรับแกปญหา การแกปญหาดวย
คอมพิวเตอร การระบุขอมูลเขา ขอมูลออก และเงื่อนไขของปญหา การออกแบบขั้นตอนวิธี การทําซำ้
การจัดเรียงและคนหาขอมูล ตัวอยางการออกแบบขั้นตอนวิธีเพื่อแกปญหาดวยคอมพิวเตอร การศึกษา
ตัวอยางโครงงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อกําหนดปญหา ศึกษา วางแผน ดําเนินงาน สรุปผลและเผยแพร ในการพัฒนาโครงงานที่มี
การบูรณาการรวมกับวชิ าอ่ืนและเชอ่ื มโยงกับชีวติ จริง
รหัสตัวช้ีวดั
ว 4.2 ม.4/1
รวมทงั้ หมด 1 ตัวช้ีวดั
72
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว30116 เทคโนโลยี (ออกแบบและเทคโนโลยี) กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศกับการดําเนินชีวิต
การเพิ่มมูลคาใหบริการหรือผลิตภัณฑโดยใชเทคโนโลยี การเก็บขอมูลและการจัดเตรียมขอมูล
การวิเคราะห ขอมูลทางสถิติการประมวลผลขอมูลและเครื่องมือ การทําขอมูลใหเปนภาพ การเลือกใช
แหลง ขอ มูล คณุ คา ของขอมลู การนาํ เสนอและแบงปนขอมลู อยางปลอดภัย จรยิ ธรรมในการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโนมในอนาคต นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวของ
กับชีวิตประจําวัน อาชีพที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยี ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศตอการดําเนนิ ชีวติ
อาชพี สงั คม และวัฒนธรรม
โดยอาศัยกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชป ญหาเปนฐาน และการจัดการเรียนรูแบบใชโครงงาน
เปนฐาน (Project-based Learning) เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ
การแกปญหา วางแผนการเรียนรูตรวจสอบการเรียนรู การนําเสนอผานการทํากิจกรรมโครงงาน เพื่อให
เกดิ ทักษะความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหโจทยปญ หา จนสามารถนําแนวคดิ เชิงคํานวณมา
ประยุกตใชในการสรางโครงงานได
เพ่อื ใหผูเ รียนตระหนักและสามารถใชค วามรทู างดานวิทยาการคอมพิวเตอร สอื่ ดจิ ทิ ัล เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรวบรวมขอมูลในชีวิตจริงจากแหลงตาง ๆ และความรูจากศาสตรอื่น ๆ
มาประยุกตใชสรางความรูใหม เขาใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลตอการดําเนินชีวิต
อาชีพ สังคม วัฒนธรรมและใชอยางปลอดภัย มีจริยธรรม ตลอดจนนําความรูความเขาใจใน
วิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคมและการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนา
กระบวนการคิด การแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจและ
เปนผูที่มีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
อยางสรางสรรค
รหัสตวั ชวี้ ัด
ว 4.2 ม.5/1
ว 4.2 ม.6/1
รวมทั้งหมด 2 ตัวชีว้ ัด
73
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว30117 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1 กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาที่เกี่ยวของกับ
ชีววิทยา และการใชความรูทางชีววิทยาที่เปนประโยชนตอมนุษย และสิ่งแวดลอม ชีววิทยากับ
การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ความตระหนักในเรื่องของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใชวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร รวมทั้งการศึกษาวิธีการทำงานของนักวิทยาศาสตร และการนำความรูเกี่ยวกับชีววิทยา
มาประยุกตใชในชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมสะเต็มศึกษา โดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เพื่อแกปญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีที่เปนพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต โครงสรางและหนาที่ของสารตาง ๆ
ที่เปนองคประกอบในเซลลของสิ่งมีชีวิต และปฏิกิริยาเคมีในเซลลของสิ่งมีชีวิต ศึกษาสวนประกอบของ
กลองจุลทรรศนใชแสง หลักการทำงาน วิธีการใช รวมทั้งการดูแลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสรางและ
หนาที่ของสวนที่หอหุมเซลล ไซโทพลาสซึมและนิวเคลียส การลำเลียงสารเขาและออกจากเซลล
การหายใจระดับเซลล ซึ่งเปนกระบวนการที่เซลลสรางพลังงานจากการสลายสารอาหาร สำหรับนำไปใช
ในกจิ กรรมตา ง ๆ ของเซลล การแบง เซลล
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
วเิ คราะห เปรียบเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คณุ ธรรมและคานิยมทีเ่ หมาะสม
รหสั ตัวชวี้ ัด
ว 2.1 ม.4-6/1-17
รวมท้งั หมด 17 ตัวช้ีวดั
74
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว30118 วิทยาศาสตรกายภาพ(เคม)ี 1 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต
อธบิ ายขอปฏิบัติเบ้อื งตน และปฏบิ ัติตนท่แี สดงถงึ ความตระหนักในการทำปฏบิ ัตกิ ารเคมเี พ่อื ใหม ีความปลอดภัย
ทั้งตอตนเองผูอื่นและสิ่งแวดลอม และเสนอแนวทางแกไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เลือกและใชอุปกรณหรือเครื่องมือในการทำ
ปฏิบัติการ และวัดปริมาณตางๆ ไดอยางเหมาะสม นำเสนอแผนการทดลองทดลองและเขียนรายงานการทดลอง ระบุ
หนวยวดั ปริมาณตางๆ ของสารและเปลีย่ นหนวยวดั ใหเ ปน หนว ยในระบบเอสไอดว ยการใชแฟกเตอรเปลย่ี นหนว ย
ผลการทดลองที่เปน ประจักษพยานในการเสนอแบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตรและอธิบายววิ ฒั นาการ
ของแบบจำลองอะตอม เขยี นสญั ลกั ษณน วิ เคลยี รข องธาตุ และระบจุ ำนวนโปรตอน นวิ ตรอนและอิเลก็ ตรอนของอะตอม
จากสัญลักษณนิวเคลยี ร รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป อธิบายและเขียนการจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงาน
หลักและระดับพลังงานยอยเมื่อทราบเลขอะตอมของธาตุ ระบุหมู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุ
เรพรเี ซนเททีฟและธาตุแทรนซิชันในตารางธาตุ วิเคราะหและบอกแนวโนม สมบตั ิของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมูและตาม
คาบ บอกสมบตั ขิ องธาตโุ ลหะแทรนซชิ ัน และเปรียบเทียบสมบัตกิ ับธาตุโลหะในกลมุ ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ อธบิ ายสมติและ
คำนวณครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี สืบคนขอมูล และยกตัวอยางการนำธาตุมาใชประโยชนรวมทั้งผลกระทบตอ
สง่ิ มชี วี ติ และส่ิงแวดลอม
อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิกโดยใชแผนภาพหรือสัญลักษณแบบจุดของลิวอิส เขียนสูตร
และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกคำนวณพลังงานที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจาก
วัฏจกั รบอรน-ฮาเบอรอธบิ ายสมบัติของสารประกอบไอออนิกเขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยา
ของสารประกอบไอออนิกอธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนตแบบพันธะเดี่ยว พันธะคู และพันธะสามดวยโครงสรางลิวอิส
เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต วิเคราะห และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต
รวมทัง้ คำนวณพลังงานที่เก่ียวของกบั ปฏกิ ริ ิยาของสารโคเวเลนตจากพลังงานพันธะคาดคะเนรปู รา งโมเลกลุ โคเวเลนต
ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
การใชประโยชนจากปฏิกิริยาเคมีและผลของปฏิกิริยาเคมีตอสิ่งมีชีวิตและ สมบัติบางประการของพอลิเมอรใน
ชีวติ ประจำวนั องคป ระกอบสมบัตบิ างประการ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบคนขอมูล การอภิปราย การวิเคราะห การเปรียบเทียบ
การสำรวจตรวจสอบ การทำนายและการทดลอง
เพื่อใหเกิดการเรียนรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิง่ ที่รู มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรูไป
ใชในชีวติ ประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรมและคานิยมทเี่ หมาะสม
รหัสตวั ชี้วัด
ว 2.1 ม.4-6/1-33
รวมทั้งหมด 33 ตวั ช้ีวัด
75
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว30119 วิทยาศาสตรกายภาพ(ฟสกิ ส) 1 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
ศึกษา วิเคราะหความสัมพันธระหวางแรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามความโนมถวง
การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟาในสนามไฟฟาและสนามแมเหล็ก แรงยึดเหนี่ยวระหวาง
อนุภาคในนิวเคลียส ความสัมพันธของระยะทาง การกระจัด เวลา อัตราเร็ว ความเร็ว ความเรง
การเคลื่อนที่ในแนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล การเคลื่อนที่แบบวงกลมและการเคลื่อนท่ี
แบบฮารมอนิกอยางงาย การใชประโยชนจากการเคลื่อนที่แบบตางๆ คลื่นกล เสียงและสมบัติของเสียง
เสียงและการไดยิน สเปกตรัม ของคลื่นแมเหล็กไฟฟา ปฏิกิริยานิวเคลียร กัมมันตภาพรังสี ไอโซโทป
โรงไฟฟา นิวเคลียรและการใชป ระโยชนใ นทางสรางสรรคร วมถึงผลตอสง่ิ มชี วี ติ และสิง่ แวดลอม
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปราย
การวเิ คราะห การสำรวจตรวจสอบ การแกป ญ หาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี
มจี ติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มที่เหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.4-6/1-4
ว 4.2 ม.4-6/1-3
ว 5.1 ม.4-6/1-9
รวมท้ังหมด 16 ตัวช้ีวดั
76
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ว30134 วิทยาศาสตร โลกและอวกาศ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
ศึกษากําเนิดอนุภาคในเอกภพ หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง กาแล็กซี ธรรมชาติของ
ดาวฤกษ กําเนิดและองคประกอบของระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ การสงและการโคจรของดาวเทียม
ประโยชนจากดาวเทียม การศึกษาโครงสรางโลกโดยใชคลื่นไหวสะเทือน ลักษณะโครงสรางโลก ทฤษฎี
ทวีปเลอ่ื น ทฤษฎกี ารแผขยายพ้นื สมุทร ทฤษฎกี ารแปรสัณฐานของแผนธรณี การเคลอ่ื นที่ของแผน ธรณีใน
ลักษณะตางๆ แผนดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พลังงานจากดวงอาทิตย การหมุนเวียนของอากาศ
การหมนุ เวยี นของน้ำ การเปลยี่ นแปลงภมู อิ ากาศ การแปลความหมายสัญลกั ษณลมฟาอากาศท่ีสำคัญจาก
แผนทีอ่ ากาศ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล
การสังเกต การวิเคราะห การอธิบาย การอภปิ รายและสรปุ
เพื่อใหเกิดความรูความคิดความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและ
นําความรูไปใชในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝาระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน
มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคานยิ มท่ีเหมาะสม
รหัสตวั ช้วี ัด
ว 3.1 ม.4-6/1-10
ว 3.2 ม.4-6/1-14
รวมทัง้ หมด 24 ตัวช้วี ดั
77
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว30121 วิทยาศาสตรช ีวภาพเขม (Gifted) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาที่เกี่ยวของกับ
ชีววิทยาและการใชความรูทางชีววิทยาที่เปนประโยชนตอมนุษยและสิ่งแวดลอม ชีววิทยากับ
การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ความตระหนักในเรื่องของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใชวิธีการทาง
วิทยาศาสตร รวมทั้งการศึกษาวิธีการทำงานของนักวิทยาศาสตร และการนำความรูเกี่ยวกับชีววิทยา
มาประยุกตใชในชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เพื่อแกปญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีที่เปนพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต โครงสรางและหนาที่ของสารตางๆ ที่เปน
องคประกอบในเซลลของสิ่งมีชีวิต และปฏิกิริยาเคมีในเซลลของสิ่งมีชีวิต ศึกษาสวนประกอบของกลอง
จลุ ทรรศนใ ชแ สง หลกั การทำงาน วิธีการใช รวมทั้งการดูแล และเก็บรกั ษา ศกึ ษาโครงสรา งและหนาที่ของ
สวนที่หอหุมเซลล ไซโทพลาสซึม และนิวเคลียส การลำเลียงสารเขา และออกจากเซลล การหายใจระดับ
เซลล ซึ่งเปนกระบวนการที่เซลลสรา งพลังงานจากการสลายสารอาหาร สำหรับนำไปใชในกจิ กรรมตาง ๆ
ของเซลล การแบงเซลล
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
วิเคราะห เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภปิ ราย และสรปุ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและการแก
ปญหา ดานการสื่อสารสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู นำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง และนำความรูไป
ทำขอสอบการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) การทดสอบวิชาความถนัดทางวิทยา
ศาสตร (PAT2) ขอสอบชีววิทยาโอลิมปกวิชาการระดับชาติ (สอวน.) ขอสอบวิชาชีววิทยา
(9 วิชาสามญั ) และมี จติ วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม
รหัสตัวชี้วดั
ว 1.2 ม.4-6/1-17
รวมทัง้ หมด 17 ตัวช้วี ัด
78
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว30122 วิทยาศาสตรกายภาพ(เคม)ี เขม (Gifted) กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
ศึกษาขอปฏิบัติเบื้องตนและปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทำปฏิบัติการเคมี เพื่อให
มีความปลอดภัยทั้งตอตนเองผูอื่นและสิ่งแวดลอม และเสนอแนวทางแกไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เลือกและใช
อุปกรณหรือเครื่องมือในการทำปฏิบัติการ และวัดปริมาณตางๆ ไดอยางเหมาะสม นำเสนอแผนการ
ทดลองทดลองและเขียนรายงานการทดลอง ระบุหนวยวัดปริมาณตางๆ ของสารและเปลี่ยนหนวยวัด
ใหเ ปน หนวยในระบบเอสไอดวยการใชแฟกเตอรเปลยี่ นหนว ย
ผลการทดลองที่เปนประจักษพยานในการเสนอแบบจำลองอะตอมของนักวิทยาศาสตรและ
อธิบายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม เขียนสัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ และระบุจำนวนโปรตอน
นิวตรอนและอิเล็กตรอนของอะตอมจากสัญลักษณนวิ เคลยี ร รวมทง้ั บอกความหมายของไอโซโทป อธิบาย
และเขยี นการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดบั พลงั งานยอ เมื่อทราบเลขอะตอมของธาตุ
ระบุหมู คาบ ความเปน โลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ ของธาตเุ รพรีเซนเททฟี และธาตแุ ทรนซิชันในตารางธาตุ
วิเคราะหและบอกแนวโนมสมบัติของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมูและตามคาบ บอกสมบัติของธาตุโลหะ
แทรนซิชัน และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุมธาตุเรพรีเซนเททีฟ อธิบายสมติฐานและคำนวณ
ครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี สืบคนขอมูล และยกตัวอยางการนำธาตุมาใชประโยชน รวมท้ัง
ผลกระทบตอ ส่ิงมชี วี ติ และสิง่ แวดลอม
อธิบายการเกิดไอออนและการเกดิ พนั ธะไอออนิกโดยใชแผนภาพหรอื สัญลักษณแบบจุดของลิวอิส
เขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกคำนวณพลังงานทีเ่ กีย่ วของกับปฏิกิรยิ าการเกดิ สารประกอบ
ไอออนิกจากวัฏจักรบอรน -ฮาเบอร อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิกเขียนสมการไอออนิกและ
สมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนตแบบพันธะ
เดี่ยว พันธะคู และพันธะสาม ดวยโครงสรางลิวอิส เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต วิเคราะห และ
เปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต รวมทั้งคำนวณพลังงานที่เกี่ยวของกับ
ปฏกิ ิรยิ าของสารโคเวเลนตจากพลงั งานพนั ธะ คาดคะเนรปู รางโมเลกุลโคเวเลนต
ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและปจจัยที่มีผลตออัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี การใชประโยชนจากปฏิกิริยาเคมีและผลของปฏิกิริยาเคมีตอสิ่งมีชีวิตและสมบัติบาง
ประการของพอลเิ มอรในชวี ติ ประจำวัน องคประกอบสมบตั ิบางประการ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร ในการสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การสืบเสาะหา
ความรู การวิเคราะห การสังเคราะห การอภิปรายและลงขอสรุป ประยุกตใชความรูและทักษะจาก
ศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการทำโครงงานเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางาน โดยกระบวนการทำงาน
ระบบกลมุ และการระดมสมอง
79
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร ทักษะการคิด ทักษะการใช
เทคโนโลยี สามารถนำเสนอองคความรูที่คนพบดวยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม สามารถตัดสินใจ
บนพื้นฐานของหลักการและเหตุผลที่ถูกตองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณคาของการนำ
องคความรูที่คนพบและวิธีการทางวิทยาศาสตรไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูที่ได
ไปใชในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ(O-NET) ความถนัดทางวิทยาศาสตร(PAT2) เคมีโอลิมปก
วิชาการระดับชาติ(สอวน.) วิชาเคมี 9 วิชาสามัญ และมีจิตวิทยาศาสตร มีเจตคติที่ดีตอวิทยาศาสตร
มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา นยิ มท่ีพงึ ประสงค
รหัสตวั ชว้ี ดั
ว 2.1 ม.4-6/1-33
รวมท้งั หมด 33 ตวั ช้วี ดั
80
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว30123 วิทยาศาสตรกายภาพ(ฟสกิ ส)เขม (Gifted) กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษา วิเคราะหความสัมพันธระหวางการเคลื่อนที่และแรง ของวัตถุในสนามความโนมถวง
การเคลอ่ื นท่ี ของอนภุ าคท่มี ปี ระจไุ ฟฟาในสนามไฟฟาและสนามแมเ หล็ก แรงยึดเหนีย่ วระหวา งอนุภาคใน
นิวเคลียส ความสัมพันธของระยะทาง การกระจัด เวลา อัตราเร็ว ความเร็ว ความเรง การเคลื่อนที่ใน
แนวตรง การเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล การเคล่ือนที่แบบวงกลมและการเคลื่อนท่ีแบบฮารมอนิกอยางงาย
การใชประโยชน จากการเคลื่อนที่แบบตางๆ คลื่นกล เสียงและสมบัติของเสียง เสียงและการไดยิน
สเปกตรัมของคลื่น แมเหล็กไฟฟา ปฏิกิริยานิวเคลียร กัมมันตภาพรังสี ไอโซโทป โรงไฟฟานิวเคลียรและ
การใชประโยชนในทาง สรา งสรรคร วมถงึ ผลตอส่ิงมีชีวิตและสง่ิ แวดลอ ม
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปราย
การวิเคราะห การสำรวจตรวจสอบ การแกป ญ หาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็น คุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี
มีจิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นิยมที่เหมาะสม
รหสั ตัวชวี้ ัด
ว 2.2 ม.5/1-11
ว 2.3 ม.5/1-12
รวมทัง้ หมด 23 ตวั ชี้วัด
81
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว30131 วิทยาศาสตรช ีวภาพ (แผนศลิ ป) กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษาวิเคราะห เซลลและสวนประกอบของกลองจลุ ทรรศน การลำเลียงสารเขาและออกจาก
เซลล การรักษาดุลยภาพของนำ้ และสารในรางกาย การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ของเลือด การรักษา
ดุลยภาพของอุณหภูมภิ ายในรางกาย กลไกการตอ ตา นหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจำเพาะและแบบ
จำเพาะ ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกัน สารอินทรียในพืช ปจจัยบางประการท่ีมีผลตอการเจริญเติบโต
ของพืช การตอบสนองของพืชตอสิ่งเรา การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ยีนกับการควบคุมลักษณะ
ทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ความหลากหลายทางพันธุกรรม
การคัดเลือกโดยธรรมชาติ ไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงขนาดของ
ประชากร ปญหาและผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในนครรังสิต การอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มบรเิ วณนครรงั สิต แนวทางการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติโดยหลักการ
3 R ประเภทของขยะและการแยกขยะ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ
การสบื คน ขอมูลและการอภิปราย
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรมและคานยิ มทีเ่ หมาะสม
รหัสตัวชว้ี ัด
ว 2.2 ม.5/1-11
ว 2.3 ม.5/1-12
รวมท้ังหมด 23 ตวั ชี้วัด
82
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว30132 วิทยาศาสตรกายภาพ(เคมี) (แผนศิลป) กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษาวิเคราะหแบบจำลองอะตอม อนุภาคมูลฐาน การจัดอิเล็กตรอนในอะตอม การจัดเรียงธาตุ
ในตารางธาตุ แนวโนมสมบัติบางประการของธาตุตามตารางธาตุ สมบัติบางประการของสารประกอบของ
ธาตุบางชนดิ พนั ธะเคมี ปฏิกิรยิ าเคมีในชีวิตประจำวัน อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมแี ละปจจยั ทีม่ ผี ลตออัตรา
การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี การใชประโยชนจากปฏกิ ริ ยิ าเคมีและผลของปฏกิ ิริยาเคมตี อส่งิ มีชีวิตและ สมบัติบาง
ประการของพอลเิ มอรใ นชวี ติ ประจำวนั องคป ระกอบสมบตั บิ างประการ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื คนขอมลู การอภปิ ราย การวิเคราะห การเปรยี บเทียบ
การสำรวจตรวจสอบ การทำนายและการทดลอง
เพื่อใหเกิดการเรียนรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิง่ ที่รู มีความสามารถในการตดั สินใจ
นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา นยิ มท่ีเหมาะสม
รหัสตวั ช้วี ัด
ว 2.1 ม.5/1-25
รวมทง้ั หมด 25 ตัวช้วี ัด
83
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว30201 ฟสกิ สเพิ่มเติม 1 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต
ศึกษาธรรมชาติของวิชาฟสิกส ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรงแรงกฎการ
เคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโนมถวงสากล แรงเสียดทาน การเคลื่อนที่แนวโคง เขาใจการเคลื่อนที่แบบ
ฮารม อนกิ อยา งงา ย รวมทั้งนำความรไู ปใชประโยชน
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอ มูลและการอภปิ ราย
เพื่อใหเกิดความรูความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิง่ ท่ีเรยี นรูมีความสามารถในการตัดสินใจ
นำความรไู ปใชในชีวิตประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตรจริยธรรม คณุ ธรรมและคานยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. สืบคน และอธิบายการคนหาความรูทางฟสิกสประวัติความเปนมา รวมท้ังพัฒนาการของ
หลักการและแนวคิดทางฟสิกสท่ีมีผลตอ การแสวงหาความรใู หมแ ละการพัฒนาเทคโนโลยี
2. วัด และรายงานผลการวัดปริมาณทางฟสิกสไดถูกตองเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลื่อนใน
การวัดมา พิจารณาในการน าเสนอผลรวมท้ังแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะหและแปล
ความหมายจากกราฟเสน ตรง
3. ทดลองและอธิบายความสัมพันธระหวางตำแหนงการกระจัด ความเร็วและความเรงของการ
เคล่อื นทีข่ อง วัตถใุ นแนวตรงทีม่ คี วามเรง คงตัวจากกราฟและสมการ รวมทงั้ ทดลองหาคา ความเรงโนมถวง
ของโลกและคำนวณปรมิ าณ ตาง ๆ ท่เี กี่ยวขอ ง
4. ทดลองและอธิบายการหาแรงลพั ธของแรงสองแรงที่ทำมุมตอกัน
5. เขยี นแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอสิ ระทดลองและอธิบายกฎการเคล่ือนที่ของนิวตันและ
การใชกฎการ เคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุรวมทั้งคำนวณปริมาณตางๆ
ท่เี ก่ยี วขอ ง
6. อธิบายกฎความโนมถวงสากลและผลของสนามโนมถวงที่ทา ใหวัตถุมีน้ำหนัก รวมทั้งคำนวณ
ปรมิ าณตา ง ๆ ทเ่ี กีย่ วของ
7. วเิ คราะหอธิบายและคำนวณแรงเสยี ดทานระหวา งผวิ สมั ผสั ของวัตถุคูห นึ่งๆ ในกรณที ่วี ตั ถุหยุด
นงิ่ และวัตถเุ คลอ่ื นทร่ี วมท้ังทดลองหาสัมประสิทธคิ์ วามเสียดทานระหวา งผวิ สัมผัสของวตั ถุคหู น่ึงๆ และนำ
ความรูเรอื่ งแรงเสยี ดทานไปใชในชวี ิตประจำวัน
8. อธิบายวิเคราะหและคำนวณปริมาณตาง ๆที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลและ
ทดลองการเคล่อื นทแี่ บบโพรเจกไทล
84
9. ทดลองและอธิบายความสัมพันธระหวางแรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนที่อัตราเร็ว
เชิงเสน อัตราเร็วเชิงมุม และ มวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมท้ังคำนวณ
ปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของและประยุกตใชความรูการ เคลื่อนที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของ
ดาวเทียม
10. ทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุม
อยา งงาย รวมทั้งคำนวณ ปริมาณตา ง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ ง
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรียนรู
85
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว30202 ฟสกิ สเพิม่ เติม 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
ศึกษาวิเคราะหงานในทางฟสิกส กำลัง พลังงานจลนพลังงานศักยโนมถวง พลังงานศักย
ยืดหยุน กฎอนุรักษของพลังงาน หลักการของเครื่องกล โมเมนตัม การดล แรงดล การชนกันของวัตถุใน
หนึ่งมิติและสองมิติ การชนแบบยืดหยุน และการชนแบบไมยดื หยุน กฎการอนุรักษโ มเมนตัม การเคล่ือนที่
แบบหมุน ความเร็วเชงิ มมุ ความเรง เชงิ มมุ ทอรก โมเมนตความเฉอื่ ย พลังงานจลนข องการหมุน โมเมนตมั
เชิงมุม สภาพสมดุล สภาพยืดหยุน สภาพพลาสติก ความเคน ความเครียด มอดลู สั ของยงั
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปราย
การวิเคราะห การสำรวจตรวจสอบ การแกป ญหาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี
มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนตและผลรวมของโมเมนตที่มีตอการหมุน แรงคูควบและผล
ของแรงคูควบที่มีตอสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอิสระเมื่อวัตถุอยูในสมดุลกล
และคำนวณปริมาณตา ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ ง รวมทั้งทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง
2. สังเกตและอธิบายสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อแรงที่กระทำตอวัตถุผานศูนยกลางมวลของ
วตั ถแุ ละผลของศูนยถ ว งทมี่ ตี อเสถยี รภาพของวัตถุ
3. วิเคราะหและคำนวณงานของแรงคงตวั จากสมการและพื้นท่ีใตกราฟความสัมพันธระหวางแรง
กบั ตำแหนง รวมทง้ั อธบิ ายและคำนวณกำลงั เฉลี่ย
4. อธิบายและคำนวณพลังงานจลนพลังงานศักย พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ
ระหวางงาน กับพลังงานจลนความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยโนมถวง ความสัมพันธระหวาง
ขนาดของแรงที่ใชดึง 2 สปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธระหวางงานกับพลังงาน
ยืดหยุน รวมทั้งอธิบายความสัมพันธ ระหวางงานของแรงลัพธและพลังงานจลนและคำนวณงานที่เกิดขึ้น
จากแรงลัพธ
5. อธิบายกฎการอนุรักษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะหและคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับ
การเคลื่อนทขี่ องวัตถใุ นสถานการณตา ง ๆ โดยใชก ฎการอนรุ ักษพลงั งานกล
6. อธิบายการทำงานประสิทธิภาพและการได เปรียบเชิงกลของเครื่องกลอยางงายบางชนิด
โดยใชค วามรูเรือ่ งงานและสมดลุ กล รวมทัง้ คำนวณประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกล
86
7. อธิบายและคำนวณโมเมนตัมของวัตถุและการดลจากสมการและพื้นที่ใตกราฟความสัมพันธ
ระหวา งแรงลัพธก ับเวลา รวมทง้ั อธบิ ายความสัมพันธร ะหวา งแรงดลกบั โมเมนตัม
8. ทดลอง อธิบายและคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบ
ยดื หยนุ ไมย ืดหยนุ และการดีดตัวแยกจากกัน ในหนึ่งมติ ิซึง่ เปนไปตามกฎการอนุรกั ษโมเมนตมั
9. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวาง แรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนที่ อัตราเร็ว
เชิงเสน อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบ ระดับ รวมทั้งคำนวณ
ปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ และประยุกตใชความรูการเคลื่อนที่แบบวงกลม ในการอธิบายการโคจรของ
ดาวเทียม
10. อธิบายสภาพยืดหยุนและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดุที่เปนแทง เมื่อถูกกระทำ
ดวยแรงคาตาง ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบายและคำนวณความเคนตามยาว ความเครียดตามยาวและ
มอดลุ ัสของยัง และนำความรเู รอ่ื งสภาพยืดหยุนไปใชใ นชีวิตประจำวัน
รวมทัง้ หมด 10 ผลการเรียนรู
87
คำอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
ว30203 ฟส กิ สเพ่ิมเตมิ 3 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต
ศึกษา วิเคราะห และอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของระบบมวล-สปริงเบา
เงาของวัตถทุ ีเ่ คล่ือนท่เี ปน วงกลมสม่ำเสมอ การแกวง ของลูกตุมนาิกาอยางงาย การสนั่ พอ ง การถายโอน
พลังงานของคลื่นกล ชนิดของคลื่น รูปรางและสวนประกอบของคลื่น คลื่นผิวน้ำ คลื่นในเสนเชือก
การซอนทับของคลื่น หลักของฮอยเกนส การสะทอนของคลื่น การหักเหของคลื่น การเลี้ยวเบนของคล่ืน
การแทรกสอดของคลื่น การเคลื่อนที่ของเสียงผานอากาศ อัตราเร็วของคลื่นเสียง การสะทอนของเสียง
การหักเหของเสียง การเลี้ยวเบนของเสียง การแทรกสอดของเสียง ความเขมเสียง ระดับเสียง หูกับ
การไดยิน มลภาวะทางเสียง เสียงดนตรี ระดับสูงตําของเสียง คุณภาพเสียง การสั่นพองของเสียง บีต
คลื่นนิ่งของเสียงในทอ ปรากฏการณดอปเพลอร คลื่นกระแทก การนําความรูของเสียงไปใชประโยชน
การเคลื่อนท่แี ละอัตราเร็วของแสง การสะทอนของแสงทผ่ี วิ วัตถุตามกฎการสะทอน การเขยี นรังสีของแสง
การคํานวณตําแหนงและขนาดภาพของวัตถุเมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม
การสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม การหักเหของแสง กฎการหักเหของแสง
ภาพที่เกิดจากการหักเหท่ีผิวเรียบ ความลึกจริง ความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอนกลับหมด
การเขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนสบาง การหาตําแหนง ขนาด ชนิดของภาพ
ความสัมพันธระหวางระยะวัตถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกัส ปรากฏการณที่เกี่ยวกับแสง เชน
การกระจายแสง รุง การทรงกลด มิราจ เปนตน ทัศน อุปกรณ เชน เครื่องฉายภาพ กลองถายรูป
กลอ งจุลทรรศน กลองโทรทรรศน เปนตน ความสวา ง ตา และ การมองเหน็ สี การผสมสารสี การผสมแสง
สาเหตขุ องการบอดสี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมลู การสังเกต
การวเิ คราะห การอภิปราย การอธิบาย และการสรปุ ผล
เพื่อใหผูเรียนเกิดความรู ความคิด และความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสาร
สิ่งที่เรยี นรูและนําความรูไ ปใชในชีวิตตนเอง ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคา นยิ มท่ี
ถูกตอ ง
ผลการเรยี นรู
1. ทดลอง และอธิบายการเคลือ่ นทแ่ี บบฮารมอนิกอยางงายของวตั ถุติดปลายสปรงิ และลกู ตมุ
อยา งงาย รวมทั้งคาํ นวณปริมาณตางๆ ทเ่ี กย่ี วของได
2. อธบิ ายความถธ่ี รรมชาตขิ องวัตถุและการเกิดการสั่นพองได
88
3. อธบิ ายปรากฏการณคลนื่ ชนดิ ของคล่นื สว นประกอบของคลื่น การแผของหนาคลนื่ ดวย
หลกั การของฮอยเกนส และการรวมกันของคลน่ื ตามหลักการซอ นทบั พรอมทงั้ คาํ นวณ อัตราเรว็ ความถ่ี
และความยาวคลน่ื ได
4. สังเกต และอธิบายการสะทอ น การหักเห การแทรกสอด และการเล้ียวเบนของคลน่ื ผิวนำ้
รวมทงั้ คาํ นวณปรมิ าณตางๆ ทเี่ กีย่ วของได
5. อธิบายการเกิดเสียง การเคลอื่ นทข่ี องเสยี ง ความสัมพันธระหวางคลื่น การกระจดั ของอนุภาค
กับคลื่นความดนั ความสัมพนั ธระหวา งอตั ราเร็วของเสยี งในอากาศท่ีข้ึนกับอุณหภมู ิในหนวยองศาเซลเซียส
สมบัตขิ องคลืน่ เสียง ไดแก การสะทอน การหกั เห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบน รวมทงั้ คาํ นวณ
ปรมิ าณตางๆ ท่เี ก่ียวของได
6. อธิบายความเขมเสยี ง ระดับเสียง องคประกอบของการไดยิน คณุ ภาพเสียง และมลพิษทาง
เสียง รวมท้ังคาํ นวณปริมาณตางๆ ท่ีเกย่ี วของได
7. ทดลอง และอธิบายการเกิดการสนั่ พองของอากาศในทอปลายเปด หนง่ึ ดาน รวมทั้งสงั เกตและ
อธิบายการเกดิ บีต คลืน่ นงิ่ ปรากฏการณดอปเพลอร คลื่นกระแทกของเสียง คาํ นวณ ปรมิ าณตา งๆ ท่ี
เกี่ยวขอ ง และนาํ ความรูเรอ่ื งเสยี งไปใชใ นชวี ิตประจาํ วันได
8. ทดลอง และอธบิ ายการสะทอ นของแสงท่ีผิววตั ถตุ ามกฎการสะทอน เขยี นรงั สีของแสงและ
คาํ นวณตาํ แหนงและขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทงั้
อธิบายการนาํ ความรเู รอ่ื งการสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงา ทรงกลมไปใชประโยชนใน
ชวี ติ ประจําวนั ได
9. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวา งดรรชนหี ักเห มุมตกกระทบ และมุมหกั เห รวมท้ัง
อธิบายความสัมพันธระหวางความลกึ จรงิ และความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอนกลับหมดของแสง
และคํานวณปริมาณตางๆทเี่ ก่ียวขอ งได
10. ทดลอง และเขียนรังสขี องแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนสบาง หาตําแหนง ขนาด ชนดิ ของ
ภาพ และความสัมพันธระหวางระยะวตั ถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกสั รวมท้งั คํานวณปรมิ าณตา งๆที่
เก่ียวของและอธบิ ายการนาํ ความรูเรือ่ งการหักเหของแสงผานเลนสบ างไปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจําวนั ได
11. อธบิ ายปรากฏการณธ รรมชาติท่ีเกย่ี วกบั แสง เชน รงุ การทรงกลด มิราจ การเหน็ ทองฟาเปน
สีตา งๆ ในชวงเวลาตางกันได
12. สังเกต และอธิบายการมองเหน็ แสงสี สีของวตั ถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทัง้
อธิบายสาเหตขุ องการบอดสีได
รวมทัง้ หมด 12 ผลการเรยี นรู
89
คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ว30204 ฟส กิ สเพิ่มเติม 4 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
ศึกษาวิเคราะห ปรากฏการณธรรมชาติของไฟฟา ประจุไฟฟา กฎการอนุรักษประจุไฟฟา
การเหนี่ยวนำไฟฟา แรงระหวางประจุตามกฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ตัวเก็บประจุและความ
จุไฟฟา กระแสไฟฟา การนำไฟฟา ความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยไฟฟา กฎของ
โอหมและความตานทาน สภาพตานทานและสภาพนำไฟฟา พลังงานไฟฟาในวงจรไฟฟา แรงเคลอื่ นไฟฟา
และความตางศักยไฟฟา การตอตัวตานทานและการตอแบตเตอรี่ การวิเคราะหวงจรไฟฟากระแสตรง
เบ้ืองตน เคร่อื งวัดไฟฟา ความสมั พนั ธร ะหวา งกระแสไฟฟาและสนามแมเหล็ก มอเตอร เคร่ืองกำเนิดไฟฟา
และหมอแปลง วงจรไฟฟากระแสสลับ วงจรไฟฟาเครื่องใชไฟฟาภายในบาน และการใชไฟฟาอยาง
ปลอดภัย คลื่น แมเหล็กไฟฟา องคประกอบของคลื่นแมเหล็กไฟฟา สเปกตรัมของคลื่นแมเหล็กไฟฟา
โพลาไรเซชันของแสง
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปราย
การวิเคราะห การสำรวจตรวจสอบ การแกป ญหาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ
คานิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายการเหนีย่ วนำไฟฟา
2. อธบิ ายแรงกระทำระหวางอนุภาคทีม่ ปี ระจไุ ฟฟา
3. อธิบายสนามไฟฟา สนามไฟฟาของจุดประจุและสนามไฟฟา ของตวั นำทรงกลม
4. อธิบายพลังงานศักยไฟฟา ศกั ยไ ฟฟา และความตา งศกั ยระหวางสองตำแหนง
5. อธบิ ายความจุ หลกั การทำงานของตัวเก็บประจุและผลการตอตัวเก็บประจแุ บบอนุกรมหรือขนาน
6. อธิบายหลกั การทำงานของอปุ กรณบ างชนดิ โดยใชค วามรูเก่ียวกบั ไฟฟาสถิต
7. อธบิ ายการเกิดกระแสไฟฟาในตัวกลางและวิเคราะหห ากระแสไฟฟาในลวดตัวนำโลหะ
8. อธบิ ายกฎของโอหม ความตา นทาน และการใชก ฎของโอหม
9. อธบิ ายความหมายของแรงเคลอ่ื นไฟฟาและความตา งศักยร ะหวา งข้วั
10. อธบิ ายพลงั งานไฟฟาและกำลงั ไฟฟาในวงจร
11. วเิ คราะหและหาปริมาณทางไฟฟาในวงจรไฟฟากระแสตรงอยางงา ย
90
12. อธิบายแรงกระทำตออนุภาคที่มีประจุไฟฟาที่เคลื่อนที่เขาไปในสนามแมเหล็ก และแรง
กระทำตอ ลวดตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟาผา นและอยใู นสนามแมเ หล็ก
13. อธิบายการหมุนของขดลวดที่มีกระแสไฟฟาและอยูในสนามแมเ หล็กและการนำหลักการนี้ไป
สรางและอธบิ ายการทำงานของแกลแวนอมิเตอรและมอเตอรไฟฟา
14. อธิบายแรงเคลอื่ นไฟฟา เหน่ียวนำ กฎของฟาราเดย และการนำหลักการนไี้ ปสรา งและอธิบาย
การทำงานของเคร่อื งกำเนิดไฟฟา
15. อธิบายลักษณะของไฟฟากระแสสลับ การผลิตไฟฟากระแสสลับ และปริมาณที่เกี่ยวของ
16. อธิบายหลกั การทำงานของหมอ แปลง
17. อธบิ ายการเกิดคลน่ื แมเหลก็ ไฟฟา และสเปกตรมั คลน่ื แมเหล็กไฟฟา
18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรซ และแสงไมโ พลาไรซ
รวมทงั้ หมด 18 ผลการเรยี นรู
91
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว30205 ฟสกิ สเพ่ิมเตมิ 5 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ
ศึกษาหลักการของสสารและฟสกิ สแ ผนใหมใ นเร่ืองความรอ น การเปลี่ยนสถานะของสาร ทฤษฎี
จลนของแกส กฎของแกสและพลังงานภายในระบบของแกส ความดันในของไหลและกฎพาสคัล แรงพยุง
และหลักอารคิมีดีส ความตึงผิว การเคลื่อนที่ในของไหล และหลักแบรนูลลี การคนพบอิเล็กตรอน แนวคดิ
เกี่ยวกับแบบจําลองอะตอม สมมติฐานของพลังค ปรากฏการณโฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและ
อนุภาคกัมมันตภาพรังสี การสลายกัมมันตรังสี ปฏิกิริยานิวเคลียร พลังงานนิวเคลียร รังสีในธรรมชาติ
การปองกันอันตรายและการใชประโยชนจ ากกัมมันตภาพรังสี และพลงั งานนวิ เคลยี ร
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปราย
การวเิ คราะห การสาํ รวจตรวจสอบ การแกป ญหาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ
คา นิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความดนั หลักการของเครือ่ งวัดความดัน
2. อธิบายหลักอารค มิ ีดสิ และนาํ ไปใชอธิบายเกย่ี วกบั การลอยของวัตถใุ นของไหล
3. อธิบายความตึงผิวของของเหลวและความหนดื ในของเหลว
4. อธิบายการไหลของของไหลในอดุ มคติ ซง่ึ เปน การเคลื่อนท่ที เี่ ปนไปตามกฎการอนุรักษพลังงาน
5. อธบิ ายผลของความรอนทีท่ าํ ใหส ารเปลยี่ นอุณหภมู ิและเปลยี่ นสถานะ
6. อธบิ ายแกสอดุ มคติ กฎของแกส และใชกฎของแกสอธิบายพฤตกิ รรมของแกส
7. อธบิ ายทฤษฎจี ลนข องแกสและใชทฤษฎจี ลนของแกส อธิบายสมบัตทิ างกายของแกสได
8. อธิบายพลังงานภายในระบบ และความสัมพันธระหวางพลังงานความรอน พลังงานภายใน
ระบบและงานทรี่ ะบบทาํ หรือรบั จากสิ่งแวดลอ ม
9. อธิบายการคนพบอิเล็กตรอน และโครงสรางอะตอมตามแบบจําลองอะตอมของทอมสันและ
รทั เทอรฟ อรด
10. อธบิ ายสมมติฐานของพลงั ค
11. อธิบายทฤษฎอี ะตอมของไฮโดรเจนของโบรแ ละระดับพลังงานของอะตอม
12. อธิบายปรากฏการณโฟโตอิเล็กทริกและปรากฏการณคอมปตันซึ่งเปนปรากฏการณท่ี
สนบั สนุนวาแสงแสดงสมบตั ิของอนุภาคได
92
13. อธบิ ายสมมตฐิ านของเดอบรอยล และทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค
14. อธิบายโครงสรางอะตอมตามทฤษฎกี ลศาสตรควอนตมั
15. อธบิ ายกมั มันตภาพรังสี และการเปล่ยี นสภาพนวิ เคลียสของธาตกุ ัมมันตรงั สี
16. อธบิ ายหลักการทเ่ี ก่ยี วขอ งการสลายของธาตุกมั มนั ตรังสี
17. อธบิ ายไอโซโทปและการแยกไอโซโทป
18. อธบิ ายแรงนวิ เคลยี ร พลังงานยึดเหน่ียว และเสถียรภาพของนวิ เคลยี ส
19. อธบิ ายปฏิกริ ยิ านิวเคลยี รแ ละพลงั งานนิวเคลียรที่เกดิ ขึน้ รวมทง้ั การใชป ระโยชน
20. อธิบายประโยชนและโทษของรังสแี ละการปองกนั
รวมทงั้ หมด 20 ผลการเรยี นรู
93
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ว30231 ฟส ิกสประยุกต 1 (Gifted) กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ
ศึกษาวิเคราะหทดลองและอธิบายศูนยกลางมวลเเละศูนยถวง สมดุลตอการเลื่อนที่ สมดุลตอ
การหมุน โมเมนตของเเรง โมเมนตของเเรงคูควบ เสถียรภาพของวัตถุงานเนื่องจากเเรงคงตัว
งานเนื่องจากเเรงไมคงตัว กําลัง พลังงานกล พลังงานจลนพลังงานศักยการอนุรักษพลังงานกล
งานเนื่องจากเเรงอนุ รักษกฎการอนุรักษพลังงานกล เครื่องกล ประสิทธิภาพของเครื่องกล หลักการของ
งานกับเครื่องกลอยางงาย หลักการของสมดุลกลกับเครื่องกลอยางงาย โมเมนตัม แรงเเละการเปลี่ยน
โมเมนตัม การดล การอนุรักษโมเมนตัม การชนของวัตถุในหนึ่งมิติ การดีดตัวเยกจากกันของวัตถุในหนึ่ง
มิติการเคลอ่ื นท่เี เบบ โพเจกไทล การเคล่ือนท่ีเเบบวงกลม
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสํารวจตรวจสอบการสืบคนขอมูล
การอภปิ รายและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรูความคิดความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูมีความสามารถในการตัดสินใจ
นําความรไู ปใชใ นชีวิตประจาํ วนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรมและคานยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต และผลรวมของโมเมนตที่มีตอการหมุน แรงคูควบและ
ผลของแรงคคู วบ ทมี่ ีตอ สมดุลของวัตถเุ ขยี นแผนภาพของแรงที่กระทําตอวตั ถุอสิ ระเมื่อวัตถุอยใู นสมดุลกล
และคาํ นวณปริมาณ ตา งๆท่ีเกีย่ วของรวมทั้งทดลองและอธบิ ายสมดลุ ของแรงสามแรง
2. สงั เกต และอธิบายสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุ เมือ่ แรงท่ีกระทาํ ตอวัตถผุ านศูนยกลางมวลของ
วตั ถแุ ละผลของศนู ยถ ว งทีม่ ตี อเสถยี รภาพของวัตถุ
3. วิเคราะห และคาํ นวณงานของแรงคงตัวจากสมการและพ้ืนที่ใตกราฟความสัมพนั ธร ะหวางแรง
กับตาํ แหนง รวมทงั้ อธิบายและคาํ นวณกําลงั เฉล่ีย
4. อธิบาย และคํานวณพลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธระหวาง
งานกับพลังงานจลน ความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยโนมถวง ความสัมพันธระหวางขนาดของ
แรงที่ใชดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยยืดหยุน รวมทั้ง
อธิบายความสัมพันธ ระหวา งงานของแรงลัพธแ ละพลังงานจลน และคํานวณงานทีเ่ กดิ ขน้ึ จากแรงลัพธ
5. อธิบายกฎการอนุรักษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับ
การเคล่อื นทีข่ องวตั ถุในสถานการณตาง ๆ โดยใชก ฎการอนรุ กั ษพลังงานกล
6. อธิบายการทํางาน ประสิทธภิ าพและการไดเ ปรียบเชงิ กลของเครื่องกลอยางงายบางชนิดโดยใช
ความรูเร่อื งงานและสมดลุ กล รวมทง้ั คํานวณประสทิ ธภิ าพและการไดเปรยี บเชิงกล
94
7. อธิบาย และคํานวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใตกราฟความสัมพันธ
ระหวางแรงลพั ธกบั เวลา รวมทัง้ อธบิ ายความสัมพนั ธระหวางแรงดลกบั โมเมนตัม
8. ทดลอง อธิบาย และคาํ นวณปรมิ าณตา ง ๆ ทเี่ กยี่ วกับการชนของวัตถใุ นหน่งึ มติ ิทัง้ แบบยืดหยุน
ไมย ดื หยนุ และการดดี ตวั แยกจากกนั ในหนึ่งมิติ ซ่งึ เปนไปตามกฎการอนุรักษโ มเมนตัม
9. อธิบาย วิเคราะห และคํานวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเคลือ่ นทีแ่ บบโพรเจกไทลและ
ทดลองการเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล
10. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวางแรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนที่ อัตราเร็ว
เชิงเสน อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทั้งคํานวณ
ปริมาณตาง ๆ ท่ี เกี่ยวของ และประยุกตใชความรูการเคลื่อนที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของ
ดาวเทียม
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู
95
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว30211 พลังงานไฟฟา กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษาวิเคราะหกระแสไฟฟา การนำไฟฟา ความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและ
ความตางศักยไฟฟา กฎของโอหมและความตานทาน สภาพตา นทานและสภาพนำไฟฟา พลงั งานไฟฟาใน
วงจรไฟฟา แรงเคลื่อนไฟฟาและความตางศักยไฟฟา การตอตัวตานทานและการตอแบตเตอร่ี
การวเิ คราะหวงจรไฟฟา กระแสตรงเบ้ืองตน เครื่องวดั ไฟฟา ความสัมพันธร ะหวางกระแสไฟฟาและสนาม
แมเหล็ก มอเตอร เครื่อง กำเนิดไฟฟา และหมอแปลง วงจรไฟฟากระแสสลับ วงจรไฟฟาเครื่องใชไฟฟา
ภายในบา นและการใช ไฟฟาอยา งปลอดภัย
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การอภิปรายการ
วิเคราะห การสำรวจตรวจสอบ การแกปญหาและการทดลอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถ ในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ
คา นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟาในตัวกลางและวเิ คราะหหากระแสไฟฟาในลวดตวั นำโลหะ
2. อธิบายกฎของโอหม ความตานทาน และการใชกฎของโอหม
3. อธบิ ายความหมายของแรงเคลื่อนไฟฟาและความตา งศักยร ะหวา งขั้ว
4. อธิบายพลงั งานไฟฟาและกำลังไฟฟา ในวงจร
5. วิเคราะหและหาปรมิ าณทางไฟฟาในวงจรไฟฟากระแสตรงอยา งงาย
6. อธิบายแรงกระทำตออนุภาคที่มีประจุไฟฟาที่เคลื่อนที่เขาไปในสนามแมเหล็ก และแรง
กระทำตอ ลวดตวั นำทีม่ กี ระแสไฟฟาผา นและอยใู นสนามแมเ หลก็
7. อธิบายการหมุนของขดลวดที่มีกระแสไฟฟาและอยูในสนามแมเหล็กและการนำหลักการนี้ไป
สรา งและอธบิ ายการทำงานของแกลแวนอมเิ ตอรและมอเตอรไฟฟา
8. อธิบายแรงเคลื่อนไฟฟาเหนี่ยวนำ กฎของฟาราเดย และการนำหลักการนี้ไปสรางและอธิบาย
การทำงานของเครือ่ งกำเนิดไฟฟา
9. อธิบายลักษณะของไฟฟากระแสสลับ การผลิตไฟฟากระแสสลับ และปริมาณที่เกี่ยวของ
10. อธิบายหลักการทำงานของหมอแปลง
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู
96
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว30221 เคมีเพ่มิ เติม 1 กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษาความหมายและคํานวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ โมล
มวลตอโมล มวลโมเลกุลและมวลสูตร ศึกษาความสัมพันธิ์ระหวางจํานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตร
ของแกสที่ STP ศึกษากฎสัดสวนคงที่ คํานวณอัตราสวนโดยมวล อัตราสวนโดยโมล รอยละโดยมวล
สูตรโมเลกุลและสูตรเอมพิริคัล ศึกษาหนวยความเขมขนและการคํานวณความเขมขนของสารละลายใน
หนวยรอยละ สวนในลานสวน สวนในพันลานสวน โมลาริตี โมแลลิตี และเศษสวนโมล ศึกษาการเตรียม
สารละลายจากสารบรสิ ุทธิ์และจากการเจือจางสารละลายเขมขน เปรียบเทียบจดุ เดือดและจุดหลอมเหลว
ของสาร บริสุทธิ์และสารละลาย ศึกษาการเขียนและการดุลสมการเคมี อัตราสวนโดยโมลของสารใน
ปฏิกิริยาเคมี แปล ความหมายสัญลักษณในสมการเคมี คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีตาม
กฎทรงมวล ศึกษากฏ การรวมปริมาตรแกสของเกย-ลูสแซก และสมมติฐานของอาโวกาโดร คํานวณ
ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีโดยใชความสัมพันธระหวางโมล มวล ความเขมขน และปริมาตรแกส
คาํ นวณปริมาณสาร ในปฏกิ ริ ยิ าเคมีหลายขัน้ ตอน ปรมิ าณสารเมอ่ื มสี ารกาํ หนดปริมาณ และผลไดรอยละ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสังเกต
การสบื คนขอมูล การอภปิ ราย และสรุป
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ
มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตรรวมทั้งทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
นําความรูไปใชใ นชวี ติ มจี ติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรมและคา นิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ
2. อธิบายและคํานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธของโมล จํานวนอนุภาค
มวล และปรมิ าตรของแกสที่ STP
3. คํานวณอตั ราสวนโดยมวลของธาตอุ งคป ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว นคงท่ี
4. คาํ นวณสูตรอยางงายและสูตรโมเลกลุ ของสาร
5. คํานวณความเขมขน ของสารละลายในหนวยตา งๆ
6. อธิบายวิธีการ และเตรียมสารละลายใหมีความเขมขนในหนวยโมลาริตี และปริมาตร
สารละลายตามท่ีกาํ หนด
7. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคํานวณ
จุดเดือดและจดุ เยอื กแขง็ ของสารละลาย
97
8. แปลความหมายสัญลักษณในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิด
9. คํานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมที เ่ี กยี่ วของกับมวลสาร
10. คาํ นวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ิริยาเคมีท่เี กยี่ วขอ งกับความเขมขน ของสารละลาย
11. คํานวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมที ีเ่ กย่ี วขอ งกับปรมิ าตรแกส
12. คํานวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ิยาเคมีหลายขนั้ ตอน
13. ระบสุ ารกําหนดปรมิ าณ และคํานวณปรมิ าณสารตา งๆ ในปฏิกิริยาเคมี
14. คํานวณผลไดร อยละของผลิตภณั ฑใ นปฏิกิรยิ าเคมี
รวมทัง้ หมด 14 ผลการเรยี นรู
98
คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม
ว30222 เคมีเพ่มิ เติม 2 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับพลังงานกับการเปลี่ยนแปลงของสาร ของแข็ง ของเหลว แกส ความหมายของ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ศึกษาและวิเคราะหแนวคิดเกี่ยวกับ
การเกิดปฏิกิริยาเคมโี ดยใชทฤษฎจี ลนและการชนกนั ของอนภุ าค การเกิดสารเชงิ ซอนกัมมนั ต พลังงานกับ
การดำเนินไปของปฏิกิริยาเคมี ผลของความเขมขน พื้นที่ผิว อุณหภูมิ ตัวเรงและตัวหนวงตออัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี สมบัติของตัวเรงและการใชทฤษฎีจลนอธิบายผลของปจจัยตางๆที่มีตออัตราการ
เกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี ศกึ ษาปฏิกริ ิยาเคมีท่ีเกดิ ขึน้ อยางสมบูรณ การเกิดปฏกิ ิริยาไปขางหนา ปฏิกิริยายอนกลับ
และปฏิกิริยาที่ผันกลับได ทดลองเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่ผันกลับได ศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่ทำใหเกิดสมดุล
ระหวางสถานะ สมดุลในสารละลายอิ่มตัว สมดุลไดนามิก ศึกษาและทดลองสมดุลเคมีในปฏิกิริยา
วิเคราะหความสัมพันธระหวางความเขมขนของสารตางๆ ณ ภาวะสมดุล คาคงที่สมดุลกับสมการเคมี
คำนวณหาคาคงที่ของสมดุลและหาความเขมขนของสารในปฏิกิริยา ณ ภาวะสมดุล ทดลองเพ่ือศึกษาผล
ของความเขมขน ความดัน อุณหภูมิตอภาวะสมดุลและคาคงทีสมดุล หลักของเลอชาเตอลิเอและการนำ
หลักของเลอชาเตอลเิ อไปใชใ นกระบวนการอุตสาหกรรม กระบวนการตางๆของสงิ่ มชี ีวิตและสงิ่ แวดลอ ม
โดยใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการจัดการเรียนรูแบบสืบเสาะ(5E)
กระบวนการแกปญหาและการทำงานกลุม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ นำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันควบคูไ ปกับคุณธรรม จริยธรรม
มีจิตวิทยาศาสตร มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ พรอ มท้งั ตระหนักวาวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม
และสิง่ แวดลอ มมคี วามเกย่ี วขอ งสมั พนั ธก ัน
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความสัมพันธและคำนวณปริมาตรความดันหรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆตาม
กฎของบอยล กฎของชารล กฎของเกย- ลูสแซก
2. คำนวณปริมาตร ความดนั หรอื อุณหภมู ขิ องแกส ท่ภี าวะตา งๆตามกฎรวมแกส
3. คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิจำนวนโมลหรือมวลของแกสจากความสัมพันธตาม
กฎของอาโวกาโดรและกฎแกส อุดมคติ
4.คำนวณความดันยอยหรือจำนวนโมลของแกส ในแกส ผสมโดยใชก ฎความดันยอ ยของดอลตนั
5.อธิบายการแพรของแกสโดยใชทฤษฎีจลนของแกส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร
ของแกส โดยใชกฎการแพรผา นของเกรแฮม
99
6.สืบคนขอมูลนำเสนอตัวอยางและอธิบายการประยุกตใชความรูเกี่ยวกับสมบัติและกฎตางๆ
ของแกสในการอธบิ ายปรากฏการณหรือแกปญหาในชวี ติ ประจำวนั และในอตุ สาหกรรม
7. ทดลองและเขียนกราฟการเพมิ่ ขน้ึ หรือลดลงของสารท่ที ำการวัดในปฏิกิริยา
8.คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไมไดวัดใน
ปฏกิ ิริยา
9.เขียนแผนภาพและอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่สงผลตออัตราการ
เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
10. ทดลองและอธิบายผลของความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตัง้ ตน อุณหภูมิและตัวเรงปฏิกิริยาท่ี
มีตอ อัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
11.เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้งตน
อุณหภูมิและตวั เรง ปฏกิ ริ ิยา
12.ยกตัวอยางและอธิบายปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันหรือ
อุตสาหกรรม
13. ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏิกริ ิยาผันกลบั ไดและภาวะสมดุล
14. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเขมขนของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปขางหนาและอัตรา
การเกิดปฏิกิริยายอ นกลับเมือ่ เรม่ิ ปฏิกริ ยิ าจนกระทั่งระบบอยูในภาวะสมดลุ
15. คำนวณคาคงทสี่ มดลุ ของปฏิกริ ยิ า
16.คำนวณความเขมขน ของสารท่ภี าวะสมดลุ
17.คำนวณคาคงท่ีสมดุลหรือความเขมขน ของปฏิกิริยาหลายข้ันตอน
18.ระบปุ จ จัยทม่ี ผี ลตอภาวะสมดลุ และคาคงท่สี มดลุ ของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปล่ียนแปลง
ที่เกิดขน้ึ เม่ือภาวะสมดุลของระบบถกู รบกวนโดยใชหลกั ของเลอชาเตอลเิ อ
19.ยกตัวอยางและอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณใน
ธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม
รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรียนรู