The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bussayamaspatiew, 2022-09-05 14:55:57

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสายปัญญารังสิต (มัธยมศึกษาตอนปลาย)

หลักสูตรสถานศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

100

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว30223 เคมเี พิม่ เติม 3 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต

ศึกษาสมบัติความเปนกรด-เบสของสารโดยดูจากสูตรเคมีหรือใชทฤษฎีกรด-เบส ความแรงของ
กรด-เบสพจิ ารณาจากสมบัตกิ ารแตกตัวในน้ำ ถาเปนกรดแก-เบสแกจะแตกตัวเปนไอออนไดอยางสมบูรณ
ไมม คี าคงทส่ี มดุลคา คงทีส่ มดุล ของกรดออน-เบสออ นใชเปรียบเทยี บความแรงของกรดออน-เบสออน และ
คํานวณหาปริมาณไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซดไอออนในสารละลายได การบอกคาความเปนกรด
ออน-เบสออนอาจบอกไดดวยคา pH การศึกษาปฏิกิริยาสะเทินระหวางกรด-เบสทําใหทราบสมบัติของ
ระบบ ณ จุดสมมูล ในกรณีที่ตองการทราบความเขมขนของกรด-เบส สามารถทําไดโดยการไทเทรตกับ
สารละลายมาตรฐานที่ทราบคาความเขมขนแลว สมบัติอีกประการ คือ สมบัติความเปนสารละลาย
บฟั เฟอร ซง่ึ เก่ียวขอ งกบั การดาํ รงชวี ติ และส่ิงแวดลอ มเพ่ือรักษาสมดุลของของเหลวใหม ี คา pH คงที่

โดยใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการจัดการเรียนรูแบบสืบเสาะ (5E)
กระบวนการแกไขปญหาและทํางานกลมุ

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ นําไปประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั ควบคูไปกับคุณธรรม จริยธรรม
มจี ติ วิทยาศาสตร มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ พรอ มทงั้ ตระหนักวาวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม
และสง่ิ แวดลอมมีความเกีย่ วขอ งสัมพันธก นั
ผลการเรียนรู

1. ระบุและอธิบายวาสารเปนกรดหรือเบส โดยใชทฤษฎีกรด-เบสของอารเรเนียส เบรินสเตด-
ลาวรี และลวิ อิส

2. ระบุคูกรด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี
3. คาํ นวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรดและเบส
4. คํานวณคา pH ความเขมขนของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซดไอออนของสารละลาย
กรดและเบส
5. เขยี นสมการเคมแี สดงปฏิกิรยิ าสะเทนิ และระบคุ วามเปน กรด-เบสของสารละลายหลงั การสะเทนิ
6. เขยี นปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเกลอื และระบุความเปน กรด-เบสของสารละลายเกลือ
7. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรตและเลือกใชอนิ ดิเคเตอรทีเ่ หมาะสมสําหรับการไทเทรต
กรด-เบส
8. คํานวณปรมิ าณสารหรือความเขม ขน ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธบิ ายสมบัติ องคประกอบ และประโยชนของสารละลายบฟั เฟอร
10. สบื คนขอ มูลและนําเสนอตัวอยา งการใชป ระโยชนแ ละการแกปญหาโดยใชค วามรเู กยี่ วกบั กรด-เบส
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู

101

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ว30224 เคมีเพิ่มเติม 4 กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษาทดลองการถายโอนอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาระหวางโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน
ศกึ ษา ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชัน ปฏิกริ ิยารดี กั ชัน ปฏิกิริยารีดอกซต วั รีดวิ ซตัวออกซไิ ดซก ารเขยี นและดลุ สมการ
รีดอกซ โดยใชเลขออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยา ศึกษาเซลลไฟฟาเคมีศึกษาและทดลองเก่ียวกับหลักการ
ของเซลลกัลวานิก ศึกษาการเขียนแผนภาพของเซลลกัลวานิก การหาคาศักยไฟฟาของเซลลและ
ศักยไฟฟามาตรฐานของครึ่งเซลลปฏิกิริยาในเซลลกัลปวานิกประเภทเซลลปฐมภูมิและเซลลทุติยภูมิ
บางชนิด ทดลองเพื่อศึกษาหลักการสรางและการทำงานของเซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว ศึกษาหลักการ
ของเซลลอิเล็กโทรไลตและทดลองการแยกสารละลายดวยไฟฟาตามหลักการของเซลลอิเล็กโทรไลต
ศึกษาการแยกสารทีห่ ลอมเหลวดวยไฟฟา ศึกษาและทดลองชบุ โลหะดวยกระแสไฟฟา ศึกษาวิธกี ารทำให
โลหะบรสิ ุทธ์ิการถลุงแรศึกษาและ ทดลองเกยี่ วกับการผุกรอนและการปองกันการผุกรอนของโลหะ ศึกษา
ความกาวหนา ทางเทคโนโลยีท่ี เกย่ี วของกับเซลลไฟฟาเคมี

โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ
การสบื คนขอมลู และการอภิปราย

เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเซลลไฟฟาเคมีและปฏิกิริยาในเซลลไฟฟาเคมีสามารถ
นำความรู และหลักการไปใชประโยชนในการอธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจำวัน
มีความสามารถในการ จัดกระทำและวิเคราะหขอมูล ตัดสินใจแกปญหา สื่อสารสิ่งที่เรียนรู รวมทั้ง
มจี ติ วิทยาศาสตรเ หน็ คุณคาของ วิทยาศาสตรม ีจริยธรรม คณุ ธรรมและคานยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายของปฏิกิริยาออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซตัวรีดิวซและ

ตวั ออกซิไดสในดา นการถา ยโอนอเิ ล็กตรอนและการเปลี่ยนแปลงเลขออกซเิ ดชันได
2. จัดลำดับความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของธาตุหรือไอออนและเปรยี บเทยี บความสามารถ

ในการเปน ตัวรดี ิวซห รือตัวออกซิไดสได
3. ดลุ สมการรดี อกซโ ดยใชเลขออกซเิ ดชันและครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ าได
4. ตอเซลลกัลวานิกจากครึ่งเซลลท่ีกำหนดใหพรอมทั้งบอกข้ัวแอโนด ขวั้ แคโทดและเขียนสมการ

แสดงปฏิกิริยาได
5. เขียนแผนภาพเซลลกัลวานกิ ได
6. อธิบายวิธีหาคาศักยไฟฟามาตรฐานของครึ่งเซลล(Eo) โดยการเปรียบเทียบกับครึ่งเซลล

ไฮโดรเจนมาตรฐานได

102

7. ใชคา Eo ของครึ่งเซลลคำนวณหาคาศักยไฟฟาของเซลลและทำนายการเกิดปฏิกิริยา
รีดอกซได

8. อธบิ ายหลกั การทำงานของเซลลก ลั วานกิ เซลลป ฐมภมู ิเซลลทุติยภมู แิ ละเซลลอเิ ลก็ โทรไลตได
9. อธิบายหลักการทำงานพรอมทั้งเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในถานไฟฉาย
เซลลแ อลคาไลนเซลลปรอท เซลลเ ชื้อเพลิงไฮโดรเจน–ออกซิเจน เซลลเชื้อเพลงิ โพรเพน–ออกซเิ จน เซลล
สะสมไฟฟา แบบตะกัว่ เซลลน ิกเกลิ – แคดเมยี มเซลลเ งินและเซลลโซเดยี ม–ซัลเฟอรไ ด
10. อธบิ ายหลักการของการแยกสารเคมดี ว ยกระแสไฟฟา การชุบโลหะดว ยกระแสไฟฟาและการ
ทำโลหะใหบรสิ ุทธ์พิ รอมทั้งเขียนสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กิดข้ึนได
11. อธบิ ายสาเหตหุ รอื ภาวะทที่ ำใหโลหะเกิดการผกุ รอนพรอมท้งั เขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ าได
12. อธิบายวิธีปองกันการผุกรอนของโลหะโดยวิธีอะโนไดซการรมดำ วิธีแคโทดิก การเคลือบผิว
ดว ยพลาสติก สหี รือน้ำมัน การชบุ ดว ยโลหะได
13. อธิบายหลักการทำงานของแบตเตอรี่อิเล็กโทรไลตแข็ง แบตเตอรี่อากาศ การทำอิเล็กโทร-
ไดอะลซิ สิ น้ำทะเลได
รวมท้งั หมด 13 ผลการเรยี นรู

103

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ว30225 เคมีเพมิ่ เติม 5 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษาความหมายของสารประกอบอินทรียและเคมีอินทรียการเขียนสูตรโครงสรางแบบลิวอิส
แบบยอ แบบผสม แบบใชเสน และมมุ ศึกษาทดลองการเกิดไอโซเมอรข องสารประกอบอินทรีย ศึกษาและ
ทดลองเกี่ยวกับหมูอะตอมที่แสดงสมบัติเฉพาะหรือหมูฟงกชั่นในโมเลกุลของสาร ศึกษาหมูฟงกชั่น
การจําแนกประเภทของสารประกอบอินทรียศึกษาโครงสราง การเขียนสูตร การเรียกชื่อ แนวโนมของ
จุดหลอมเหลวและจุดเดือด การละลายในน้ำ ปฏิกิริยาบางชนิด การนําไปใชประโยชนและอันตรายของ
สารประกอบอินทรียประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคนแอลกอฮอลฟนอล อีเทอรแอลดีไฮดคีโตน
กรดคารบอกซิลิก เอสเทอรเอมีน และเอไมดศึกษาและทดลองสมบัติบางประการของสารประกอบ
ไฮโดรคารบอน การเตรียมเอสเทอรจากปฏิกิริยาที่เรียกวาเอสเทอริฟเคชัน และปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของ
เอสเทอร

โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ
สามารถนําความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ หรือแกปญหาใน
ชีวิตประจําวัน มีความสามารถในการจัดกระทําและวิเคราะหขอมูล รวมทั้งสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู
มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ แกปญ หา มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม

เพอ่ื ใหม คี วามรคู วามเขา ใจเกีย่ วกับสมบตั แิ ละปฏิกริ ยิ าของสารประกอบอนิ ทรียได

ผลการเรยี นรู
16. อธิบายการเกดิ พนั ธะเคมขี องคารบ อนในสารประกอบอนิ ทรีย
17. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะ

สามทพ่ี บในชีวิตประจาํ วัน
18. เขียนสูตรโมเลกุล สูตรโครงสรางลิวอิส สูตรโครงสรางแบบยอ และสูตรโครงสรางแบบเสน

พนั ธะของสารประกอบอนิ ทรีย
19. วิเคราะหโ ครงสรา งและระบุประเภทของสารประกอบอนิ ทรยี จากหมูฟง กช นั
20. เขียนสูตรโครงสรางและเรียกชื่อสารประกอบอินทรียประเภทตางๆ ที่มีหมูฟงกชันไมเกิน

1 หมู ตามระบบ IUPAC
21. เขียนไอโซเมอรโ ครงสรา งของสารประกอบบอินทรยี ประเภทตางๆ
22. วิเคราะหและเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในนําของสารประกอบอินทรียที่มี

หมูฟงกช นั ขนาดโมเลกลุ หรอื โครงสรางตา งกนั

104

23. ระบุประเภทจองสารประกอบไฮโดรคารบอนจากปฏิกิริยาการเผาไหม ปฏิกิริยากับโบรมีน
หรอื ปฏกิ ิรยิ ากบั โพแทสเซยี มเปอรแ มงกาเนต และเขียนสมการเคมแี สดงปฏิกิริยาที่เกดิ ขึน้

24. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะหเอไมด
ปฏกิ ิริยาไฮโดรลิซิส และปฏกิ ริ ิยาสะปอนนฟิ เคชนั

25. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอรฟิ เคชัน ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟเคชัน
26. สบื คนขอ มูลและนาํ เสนอตวั อยางการนาํ สารประกอบอินทรยี ไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจําวัน
และอตุ สาหกรรม
รวมทัง้ หมด 11 ผลการเรียนรู

105

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว30291 เคมีประยุกต 1(Gifted) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ

ศึกษาความหมายและคํานวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ โมล
มวลตอโมล มวลโมเลกุลและมวลสูตร ศึกษาความสัมพันธระหวางจํานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตร
ของแกสที่ STP ศึกษากฎสัดสวนคงที่ คํานวณอัตราสวนโดยมวล อัตราสวนโดยโมล รอยละโดยมวล สูตร
โมเลกุลและสูตรเอมพิริคัล ศึกษาหนวยความเขม ขนและการคํานวณความเขมขนของสารละลายในหนวย
รอยละ สวนในลานสวน สวนในพันลานสวน โมลาริตี โมแลลิตี และเศษสวนโมล ศึกษาการเตรียม
สารละลายจาก สารบริสทุ ธิ์และจากการเจือจางสารละลายเขมขน เปรยี บเทียบจดุ เดือดและจดุ หลอมเหลว
ของสาร บริสุทธิ์และสารละลาย ศึกษาการเขียนและการดุลสมการเคมี อัตราสวนโดยโมลของสารใน
ปฏกิ ริ ิยาเคมี แปลความหมายสัญลักษณในสมการเคมี คาํ นวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีตามกฎทรง
มวล ศึกษากฏการรวมปริมาตรแกสของเกย-ลูสแซกและสมมติฐานของอาโวกาโดร คํานวณปริมาณของ
สารในปฏิกิริยาเคมีโดยใชความสัมพันธระหวางโมล มวล ความเขมขนและปริมาตรแกส คํานวณปริมาณ
สาร ในปฏิกิริยาเคมหี ลายข้ันตอน ปรมิ าณสารเมื่อมีสารกาํ หนดปริมาณและผลไดรอ ยละ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การสืบเสาะ
หาความรู การวิเคราะหการสังเคราะหการอภิปราย และลงขอสรุป ประยุกตใชความรูและทักษะจาก
ศาสตรตางๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทําโครงงานเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางาน โดยกระบวนการทํางาน
ระบบกลุมและการระดมสมอง

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร ทักษะการคิด ทักษะการใช
เทคโนโลยี สามารถนําเสนอองคความรูที่คนพบดวยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม สามารถตัดสินใจบน
พื้นฐานของหลักการและเหตุผลที่ถูกตองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณคาของการนํา องค
ความรูที่คนพบ และวิธีการทางวิทยาศาสตรไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน สามารถนําความรูที่ไดไปใช
ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ(O-NET) ความถนัดทางวิทยาศาสตร(PAT2) เคมีโอลิมปกวิชาการ
ระดับชาติ(สอวน.) วิชาเคมี 9 วิชาสามัญ และมีจิตวิทยาศาสตรมีเจตคติที่ดีตอวิทยาศาสตร มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานยิ มทีพ่ งึ ประสงค

ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ
2. อธบิ ายและคาํ นวณปรมิ าณใดปรมิ าณหน่งึ จากความสัมพนั ธข องโมล จาํ นวนอนุภาค

มวลและปรมิ าตรของแกสที่ STP
3. คาํ นวณอตั ราสว นโดยมวลของธาตุองคประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสวนคงที่

106

4. คํานวณสูตรอยางงา ยและสูตรโมเลกลุ ของสาร
5. คาํ นวณความเขมขน ของสารละลายในหนวยตางๆ
6. อธิบายวธิ ีการ และเตรียมสารละลายใหม คี วามเขม ขน ในหนว ยโมลาริตี และปริมาตร
สารละลายตามท่ีกาํ หนด
7. เปรยี บเทยี บจดุ เดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกบั สารบริสทุ ธิ์ รวมท้ังคาํ นวณจุดเดือด
และจุดเยอื กแขง็ ของสารละลาย
8. แปลความหมายสัญลกั ษณในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมขี องปฏิกริ ยิ าเคมีบางชนดิ
9. คํานวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ิยาเคมที ่เี กย่ี วของกบั มวลสาร
10. คํานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมที ีเ่ ก่ียวของกับความเขมขนของสารละลาย
11. คํานวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมีท่เี กี่ยวของกับปริมาตรแกส
12. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมหี ลายขนั้ ตอน
13. ระบสุ ารกาํ หนดปรมิ าณ และคํานวณปริมาณสารตางๆ ในปฏกิ ิรยิ าเคมี
14. คาํ นวณผลไดร อยละของผลิตภณั ฑใ นปฏิกิริยาเคมี
รวมทั้งหมด 14 ผลการเรยี นรู

107

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

ว30241 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

ศึกษาเกี่ยวกับโครโมโซมและสารพันธุกรรม โครงสรางของ DNA การจําลอง DNA การควบคุม
ลกั ษณะทางพันธุกรรมของ DNA มวิ เทชนั ศึกษาการถา ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม การศกึ ษาพันธุกรรม
ของเมนเดล การถายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเปนสวนขยายของพันธุศาตรเมนเดล
การถายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธุวิศวกรรม
การโคลนยีน การหาขนาดของ DNA การหาลําดับนวิ คลีโอไทด การประยุกตใชเ ทคโนโลยีทางดีเอ็นเอและ
เทคโนโลยีทางดเี อ็นเอกบั ความปลอดภัยทางชีวภาพและชวี จรยิ ธรรม ศกึ ษาเกี่ยวกบั วิวัฒนาการ หลักฐาน
และขอ มูลที่ใชในการศึกษาวิวฒั นาการของสิ่งมีชีวิต แนวคดิ เกยี่ วกับววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวิต พันธุศาสตร
ประชากร ปจจัยทท่ี าํ ใหเ กิดการเปล่ยี นแปลงความถ่ีแอลลีล และการกาํ เนดิ สปช ีส

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวเิ คราะห เปรยี บเทยี บ อธิบาย และสรปุ

เพื่อใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ มีทักษะปฏบิ ตั ิการทางวิทยาศาสตร
รวมทั้งทักษะแหงศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา
ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. สืบคนขอ มูล อธบิ าย และสรุปผลการทดลองของเมนเดล
2. อธิบาย และสรุปกฏแหงการแยก และกฎการรวมกลุมอยางอิสระ และนํากฎของเมนเดลนี้ไป

อธิบายการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใชในการคํานวณโอกาสในการเกิดฟโนไทปและจีโนไทป
แบบตางๆของรนุ F1 และ F2

3. สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปน
สว นขยายของพนั ธศุ าสตรเ มนเดล

4. สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผัน
ไมต อ เน่ืองและลักษณะทางพนั ธกุ รรมทม่ี ีการแปรผนั ตอ เนื่อง

5. อธิบายการถายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอยางลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมดวย
ยนี บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ

6. สืบคนขอมูล อธิบายสมบัติและหนาที่ของสารพันธุกรรม โครงสรางและองคประกอบทางเคมี
ของ DNA และสรปุ การจําลอง DNA

108

7. อธิบาย และระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะหโปรตีนและหนาที่ของ DNA และ RNA
แตละชนดิ ในกระบวนการสังเคราะหโปรตนี

8. สรปุ ความสัมพันธร ะหวา งสารพนั ธุกรรม แอลลีล โปนตนี ลกั ษณะทางพันธุกรรม และเช่ือมโยง
กับความรเู รื่องพนั ธุศาสตรเ มนเดล

9. สืบคนขอมูล และอธิบายการเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิด
มิวเทชนั รวมทัง้ ยกตวั อยา งโรคและกลุมอาการท่ีเปนผลของการเกดิ มวิ เทชนั

10. อธิบายหลกั การสรางสิง่ มีชวี ิตดดั แปรพนั ธกุ รรมโดยใชด เี อ็นเอรคี อมบแิ นนท
11. สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง และอภิปรายการนําเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกตใช
ในดานสิ่งแวดลอม นิติศาสตร การแพทย การเกษตรและอุตสาหกรรม และขอควรคํานึงถึง
ดา นชวี จริยธรรม
12. สืบคนขอมูล และอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและขอมูลที่ใชอธิบายการเกิด
วิวัฒนาการของสิง่ มชี วี ติ
13. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของฌอง ลามารก และ
ทฤษฏีเกี่ยวกบั วิวฒั นาการของสงิ่ มีชวี ิตของชาลส ดาวิน
14. ระบุสาระสําคัญ และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลฮารดี-ไวนเบิรก ปจจัยที่ทําใหเกิดการ
เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พรอมทั้งคํานวณหาความถี่ของแอลลีลและจีโนไทปของ
ประชากรโดยใชห ลกั การของฮารด -ี ไวนเ บริ ก
15. สบื คนขอมูล อภิปราย และอธบิ ายกระบวนการเกิดสปชีสใหมข องสิ่งมีชวี ติ
รวมท้งั หมด 15 ผลการเรยี นรู

109

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

ว30242 ชีววิทยาเพม่ิ เติม 2 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต

สบื คน ขอมลู ทดลอง อภิปราย และสรปุ เกี่ยวกบั การสบื พันธุของพชื ดอก โครงสรางและการเจริญ
เติบโตของพืชดอก การลำเลียงของพืช การสังเคราะหดวยแสง และการควบคุมการเจริญเติบโตและ
การตอบสนองของพืช

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอ มูลและการอภิปราย

เพื่อใหเกิดความรูความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรูมีความสามารถในการตัดสินใจ
นำความรูไปใชในชวี ิตประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตรจริยธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเนื้อเยื่อพืช และเขียนแผนผังเพื่อสรุปชนิดของ

เนื้อเยื่อพชื
2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสรางภายในของรากพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวและรากพืชใบเล้ียงคู

จากการตดั ตามขวาง
3. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางภายในของลำตนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและลำตนพืช

ใบเลี้ยงคูจ ากการตดั ตามขวาง
4. สังเกต และอธบิ ายโครงสรางภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง
5. สืบคน ขอมลู สงั เกต และอธบิ ายการแลกเปล่ียนแกสและการคายนำ้ ของพชื
6. สืบคนขอ มูลและอธบิ ายกลไกการลำเลยี งน้ำและธาตอุ าหารของพืช
7. สืบคนขอมูล อธิบายความสำคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอยางธาตุอาหารที่สำคัญที่มีผล

ตอ การ เจริญเติบโตของพชื
8. อธบิ ายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช
9. สืบคนขอมูลและสรุปการศึกษาที่ไดจาก การทดลองของนักวิทยาศาสตรในอดีตเกี่ยวกับ

กระบวนการ สังเคราะหดวยแสง
10. อธิบายขนั้ ตอนทเี่ กดิ ขน้ึ ในกระบวนการสงั เคราะหดวยแสงของพชื C3
11. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คารบอนไดออกไซดใ นพืช C3 พชื C4 และ พชื CAM
12. สืบคนขอมูล อภิปรายและสรุปปจจัยความเขมของแสง ความเขมขนของคารบอนไดออกไซด

และอณุ หภูมิท่ีมผี ลตอการสังเคราะหดว ยแสงของพชื
13. อธบิ ายวัฏจักรชีวิตแบบสลับของพชื ดอก

110

14. อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสรางเซลลสืบพันธุเพศผูและเพศเมียของพืชดอกและ
อธบิ ายการ ปฏสิ นธขิ องพชื ดอก

15. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกิดผลของพืชดอก โครงสรางของเมล็ดและผล และยกตัวอยาง
การใชป ระโยชนจ ากโครงสรางตางๆของเมลด็ และผล

16. ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปจจัยตางๆ ที่มีผลตอการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด
และบอก แนวทางในการแกส ภาพพักตัวของเมล็ด

17. สืบคนขอมูล อธิบายบทบาทและหนาที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีนและ
กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเกีย่ วกบั การนำไปใชป ระโยชนท างการเกษตร

18. สืบคนขอ มลู ทดลอง และอภิปรายเกีย่ วกับสง่ิ เรา ภายนอกท่ีมผี ลตอ การเจรญิ เติบโตของพืช
รวมท้ังหมด 18 ผลการเรียนรู

111

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

ว30243 ชีววทิ ยาเพมิ่ เติม 3 กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

สืบคนขอมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับระบบยอยอาหาร ระบบหายใจ ระบบหมุนเวยี น
เลือดและระบบน้ำเหลอื ง ระบบภูมิคุมกนั และระบบขบั ถา ย

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูลและการอภปิ ราย

เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ นําความรไู ปใชใ นชวี ิตประจําวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตรจ ริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและกระบวนการยอยอาหารของสัตวที่ไมมี

ทางเดนิ อาหาร สตั วท่ีมีทางเดนิ อาหารแบบไมส มบูรณ และสัตวท ่ีมีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ
2. สงั เกต อธบิ าย การกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรยี
3. อธิบายเกี่ยวกับโครงสราง หนาที่ และกระบวนการยอยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร

ภายในระบบ ยอ ยอาหารของมนษุ ย
4. สบื คน ขอมลู อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสรางที่ทําหนาที่แลกเปลีย่ นแกส ของฟองน้ำ ไฮดรา

พลานาเรยี ไสเดือนดนิ แมลง ปลา กบ และนก
5. สงั เกต และอธิบายโครงสรา งของปอดในสตั วเ ลี้ยงลกู ดวยนำ้ นม
6. สืบคนขอมูล อธบิ ายโครงสรางทใ่ี ชในการแลกเปล่ยี นแกสและกระบวนการแลกเปลย่ี นแกสของ

มนษุ ย
7. อธิบายการทางานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย
8. สืบคนขอมลู อธิบายและเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปดและระบบหมนุ เวยี นเลือด

แบบปด
9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลลเม็ดเลือดในหางปลา

และสรปุ ความสมั พันธร ะหวา งขนาดของหลอดเลอื ดกับความเรว็ ในการไหลของเลอื ด
10. อธิบายโครงสรางและการทาํ งานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนุษย
11. สังเกตและอธิบายโครงสรางหัวใจของสัตวเลี้ยงลูก ดวยนํานม ทิศทางการไหลของเลือดผาน

หัวใจของมนุษย และเขยี นแผนผังสรปุ การหมุนเวยี นเลือดของมนุษย
12. สืบคนขอมูล ระบุความแตกตางของเซลลเม็ดเลือดแดง เซลลเม็ดเลือดขาว เพลตเลต และ

พลาสมา

112

13. อธิบายหมูเ ลอื ดและหลกั การใหแ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับสวนประกอบและหนาที่ของนําเหลือง รวมทั้งโครงสรางและหนาท่ี
ของ หลอดนําเหลือง และตอ มนำ้ เหลือง
15. สืบคนขอมูล อธิบายและเปรียบเทียบกลไกการตอตานหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบ
ไมจําเพาะและแบบจําเพาะ
16. สบื คน ขอ มูล อธิบายและเปรยี บเทยี บการสรางภมู คิ ุม กันกอเองและภมู ิคมุ กันรบั มา
17. สืบคนขอมูลและอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุมกันที่ทําใหเกิดเอดส ภูมิแพ
การสรางภมู ิตา นทานตอ เน้ือเยอ่ื ตนเอง
18. สืบคนขอมูล อธิบายและเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ในการกําจัดของเสียออกจาก
รางกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเดอื นดนิ แมลงและสัตวม ีกระดูกสนั หลงั
19. อธิบายโครงสรางและหนาที่ของไต และโครงสรางที่ใชลําเลียงปสสาวะออกจากรางกาย
20. อธิบายกลไกการทํางานของหนวยไตในการกําจัดของเสียออกจากรางกาย และเขียนแผนผัง
สรปุ ขน้ั ตอนการกาํ จดั ของเสียออกจากรางกายโดยหนวยไต
21. สบื คน ขอ มูล อธิบายและยกตวั อยางเก่ยี วกับความผดิ ปกตขิ องไตอันเนือ่ งมาจากโรคตาง ๆ
รวมท้งั หมด 21 ผลการเรยี นรู

113

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ว30244 ชีววิทยาเพม่ิ เติม 4 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและอวัยวะรับความรูสึก การรับรูและตอบสนองของสิ่งมีชีวิต
เซลลเดียว สัตวและมนุษย โครงสราง หนาที่ และการทำงานของเซลลประสาท สมองและไขสันหลัง
ที่เปนศูนยควบคุม ระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอตั โนวัติโครงสราง หนาที่และการทำงานของ
อวยั วะรบั ความรสู ึกที่ เกี่ยวกบั นยั นตากับการมองเห็น หูกับการไดยนิ จมูกกบั การดมกลิ่น ล้ินกับการรับรส
และผิวหนังกับการรับ ความรูสึก ศึกษาโครงสรางและอวัยวะที่ใชในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
เซลลเดียวของสัตวและมนุษยศึกษา โครงสรางและการทำงานของระบบสืบพันธุการสรางเซลลสืบพันธุ
การปฏิสนธิ การฝงตัวของมนุษย และการ เจริญเติบโตของสัตวและมนุษย ศึกษาตอมไรทอ โครงสรางการ
ทำงานของตอไรทอ ฮอรโมนจากตอ มไรท อและอวัยวะท่สี ำคัญ การรักษาดลุ ยภาพดว ยฮอรโ มนและฟโ รโมน
ในสัตว

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล
การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง อภปิ ราย การอธบิ ายและสรุป

เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจมีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและ
นำความรูไ ปใชใ นชวี ิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นยิ ม

ผลการเรยี นรู
1. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ของระบบประสาทของไฮดรา

พลานา เรยี ไสเดอื นดิน กงุ หอย แมลง และสตั วม ีกระดูกสันหลงั
2. อธบิ ายเกยี่ วกับโครงสรา งและหนาทขี่ องเซลลประสาท
3. อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศักยไฟฟาที่เยื่อหุมเซลลของเซลลประสาทและกลไกการ

ถา ยทอดกระแสประสาท
4. อธิบาย และสรุปเก่ยี วกับโครงสรา งของระบบประสาทสวนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางและหนาที่ของสวนตางๆ ในสมองสวนหนา สมองสวนกลาง

สมอง สวนหลงั และไขสันหลงั
6. สืบคนขอมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอยางการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและ

ระบบประสาทอัตโนวัติ
7. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางและหนาที่ของ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนังของมนุษย

ยกตัวอยางโรคตา งๆ ท่ีเกี่ยวของและบอกแนวทางในการดูแลปอ งกันและรักษา

114

8. สังเกตและอธิบายการหาตำแหนงของจุดบอด และโฟเวียของตา และความไวในการรับสัมผัส
ของผิวหนัง

9. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ของอวัยวะที่เกี่ยวของกับการ
เคลอื่ นท่ีของแมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไสเดือนดิน แมลง ปลาและนก

10. อธิบายโครงสรางและหนาที่ของกระดูกและกลามเนื้อที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนไหว
และการเคล่อื นทขี่ องมนษุ ย

11. สังเกตและอธิบายการทำงานของขอตอชนิดตาง ๆ และการทำงานของกลามเนื้อโครงราง
ที่เกีย่ วของกับการเคลอ่ื นไหวและการเคล่ือนที่ของมนุษย

12. สบื คน ขอ มูล อธบิ าย และยกตวั อยา งการสืบพันธแุ บบไมอาศัยเพศและการสบื พนั ธุแบบอาศัย
เพศในสัตว

13. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางและหนาที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุเพศชายและระบบ
สืบพนั ธเุ พศหญงิ

14. อธบิ ายกระบวนการสรา งสเปร ม กระบวนการสรา งเซลลไข และการปฏิสนธิในมนุษย
15. อธบิ ายการเจริญเติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลงั เอม็ บริโอของกบ ไกและมนุษย
16. สบื คน ขอมลู และอธิบายหนาทข่ี องฮอรโมนจากตอ มไรทอและเน้อื เยื่อท่ีสรา งฮอรโมน
รวมทง้ั หมด 16 ผลการเรยี นรู

115

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม

ว30245 ชีววิทยาเพมิ่ เติม 5 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษาสืบคนขอมูลวิเคราะห อธิบาย อภิปราย เปรียบเทียบ สรุป และยกตัวอยางความสําคัญ
ของความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายของส่ิงมีชวี ติ การเกิดเซลลเ รมิ่ แรกและววิ ัฒนาการของ
สงิ่ มชี วี ติ กลุมโพรแครโิ อต กลมุ ยูแคริโอต การจาํ แนกส่งิ มีชีวิตจากหมวดหมูใหญจ นถึงหมวดหมูยอยวิธีการ
เขียนชื่อวิทยาศาสตรการสรางไดโคโทมัสคียในการระบุสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ กระบวนการถายทอด
พลังงานในระบบนิเวศ ลักษณะของไบโอมตางๆ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ประชากร รูปแบบการเพิ่มของประชากร การเจริญเติบโตของประชากร ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
การใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ ปญหาและการจัดการ การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอ ม เพ่อื ความยง่ั ยืน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมลู การสังเกต
การวเิ คราะห การทดลอง อภปิ ราย การอธิบาย และสรปุ ผล

เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจมีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและ
นําความรไู ปใชในชวี ิตของตนเอง มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นยิ ม

ผลการเรยี นรู
1. อภิปรายความสําคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหวาง

ความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายของสปช ีส และความหลากหลายของระบบนิเวศ
2. อธิบายการเกดิ เซลลเ ริม่ แรกและววิ ฒั นาการของสิง่ มีชีวติ เซลลเดียว
3. อธิบายลักษณะสาํ คัญ และยกตัวอยา งสิ่งมชี วี ติ กลุมแบคทีเรีย สิ่งมีชีวิตกลุมโพรทสิ ต สิ่งมีชวี ติ

กลุมพืชส่งิ มชี วี ติ กลมุ ฟงไจและส่งิ มีชวี ติ กลมุ สัตว
4. อธิบาย และยกตัวอยางการจําแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมูใหญจนถึงหมวดหมูยอยและวิธีการ

เขยี นชอ่ื วทิ ยาศาสตรในลาํ ดับขั้นสปชสี 
5. สรา งไดโคโทมัสคยี ใ นการระบสุ ิง่ มชี ีวิตหรอื ตวั อยางทีก่ ําหนด
6. วเิ คราะห อธิบาย และยกตัวอยางกระบวนการถา ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ
7. อธบิ าย ยกตวั อยางการเกดิ ไบโอแมกนฟิ เคชัน และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนิฟเคชัน
8. สืบคนขอมูล และเขียนแผนภาพ เพื่ออธิบายวัฏจักรไนโตรเจน วัฏจักรกํามะถัน และวัฏจักร

ฟอสฟอรสั
9. สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง และอธิบายลักษณะของไบโอมที่กระจายอยูตามเขตภูมิศาสตรตางๆ

บนโลก

116

10. สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิและ
การเปลี่ยนแปลงแทนทีแ่ บบทุตยิ ภมู ิ

11. สืบคนขอมลู อธิบาย ยกตัวอยาง และสรุปเกี่ยวกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของส่ิงมีชีวิต
บางชนดิ

12. สืบคนขอมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอยางการเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล
และการเพ่มิ ของประชากรแบบลอจิสติก

13. อธิบาย และยกตัวอยางปจจยั ท่คี วบคมุ การเตบิ โตของประชากร
14. วเิ คราะห อภปิ ราย และสรปุ ปญหาการขาดแคลนนำ้ การเกิดมลพษิ ทางน้ำและผลกระทบท่ีมี
ตอมนษุ ยแ ละส่ิงแวดลอ ม รวมทงั้ เสนอแนวทางการวางแผนการจัดการนำ้ และการแกไขปญ หา
15. วิเคราะห อภิปราย และสรุปปญหาที่เกิดกับทรัพยากรดิน และผลกระทบที่มีตอมนุษยและ
สง่ิ แวดลอ มรวมท้งั เสนอแนวทางการแกไขปญ หา
16. วิเคราะห อภิปราย และสรุปปญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบที่มีตอมนุษยและ
ส่งิ แวดลอ ม รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไขปญหา
17. วิเคราะห อภิปราย และสรุปปญหาผลกระทบที่เกิดจากการทําลายปาไม รวมทั้งเสนอ
แนวทาง ในการปองกันการทําลายปาไมและการอนุรักษป า ไม
18. วิเคราะห อภิปราย และสรุปปญหาผลกระทบที่ทําใหสัตวปามีจํานวนลดลง และแนวทาง
ในการอนรุ กั ษส ตั วป า
รวมทง้ั หมด 18 ผลการเรยี นรู

117

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว30281 ชีววทิ ยาประยุกต 1 (Gifted) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

ศึกษาเกี่ยวกับโครโมโซมและสารพันธุกรรม โครงสรางของ DNA การจําลอง DNA การควบคุม
ลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA มวิ เทชนั ศกึ ษาการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การศกึ ษาพันธุกรรม
ของเมนเดล การถายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมที่เปนสวนขยายของพันธุศาตรเมนเดล
การถายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธุวิศวกรรม
การโคลนยนี การหาขนาดของ DNA การหาลําดบั นิวคลโี อไทด การประยกุ ตใชเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอและ
เทคโนโลยที างดเี อ็นเอกบั ความปลอดภยั ทางชวี ภาพและชวี จริยธรรม ศกึ ษาเก่ียวกบั ววิ ัฒนาการ หลักฐาน
และขอ มูลที่ใชในการศึกษาวิวฒั นาการของส่ิงมีชีวิต แนวคดิ เก่ียวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุศาสตร
ประชากร ปจ จยั ที่ทาํ ใหเ กิดการเปล่ียนแปลงความถีแ่ อลลีล และการกําเนดิ สปชสี 

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวเิ คราะห เปรียบเทียบ อธิบาย และสรุป

เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มที กั ษะปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตร
รวมทั้งทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิด และการแกปญหา
ดานการสื่อสารสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู นําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง และนําความรูไปทําขอสอบ
การทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) การทดสอบวิชาความถนัดทางวิทยาศาสตร (PAT2)
ขอสอบชีววิทยาโอลิมปกวิชาการระดับชาติ (สอวน.) ขอสอบวิชาชีววิทยา (9 วิชาสามัญ) และมีจิตวิทยา
ศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. สบื คนขอ มูล อธบิ าย และสรุปผลการทดลองของเมนเดล
2. อธิบาย และสรุปกฏแหงการแยก และกฎการรวมกลุมอยางอิสระ และนํากฎของเมนเดลนี้ไป

อธิบายการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใชในการคํานวณโอกาสในการเกิดฟโนไทปและจีโนไทป
แบบตา งๆของรุน F1 และ F2

3. สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเปน
สวนขยายของพนั ธศุ าสตรเ มนเดล

4. สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผัน
ไมต อ เนื่องและลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมที่มีการแปรผันตอ เนื่อง

5. อธิบายการถายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอยางลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมดวย
ยีนบนออโตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ

118

6. สืบคนขอมูล อธิบายสมบัติและหนาที่ของสารพันธุกรรม โครงสรางและองคประกอบทางเคมี
ของ DNA และสรุปการจาํ ลอง DNA

7. อธิบาย และระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะหโปรตีนและหนาท่ีของ DNA และ RNA
แตล ะชนิดในกระบวนการสงั เคราะหโปรตนี

8. สรุปความสมั พนั ธระหวางสารพนั ธุกรรม แอลลีล โปนตนี ลักษณะทางพันธุกรรมและเช่ือมโยง
กับความรูเร่ืองพนั ธศุ าสตรเมนเดล

9. สืบคนขอมูล และอธิบายการเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิด
มิวเทชัน รวมทั้งยกตวั อยา งโรคและกลุมอาการที่เปนผลของการเกดิ มิวเทชัน

10. อธิบายหลกั การสรางสงิ่ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรมโดยใชดเี อ็นเอรคี อมบแิ นนท
11. สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง และอภิปรายการนําเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกตใชในดาน
สิ่งแวดลอม นิติศาสตร การแพทย การเกษตรและอุตสาหกรรม และขอควรคํานึงถึงดานชีวจริยธรรม
12. สืบคนขอมูล และอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและขอมูลที่ใชอธิบายการเกิด
ววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต
13. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของฌอง ลามารก และ
ทฤษฏเี ก่ียวกบั วิวฒั นาการของสงิ่ มชี วี ติ ของชาลส ดาวนิ
14. ระบุสาระสําคัญ และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลฮารดี-ไวนเบิรก ปจจัยที่ทําใหเกิดการ
เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พรอมทั้งคํานวณหาความถี่ของแอลลีลและจีโนไทปของ
ประชากรโดยใชหลักการของฮารด-ี ไวนเบิรก
15. สืบคน ขอมูล อภิปราย และอธบิ ายกระบวนการเกดิ สปชีสใ หมของสิ่งมีชวี ิต
รวมท้ังหมด 15 ผลการเรียนรู

119

คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ว30261 ปฏบิ ัตกิ ารชีวะและเคมี กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ศึกษากระบวนการแกปญหาและสืบคนขอมูลเกี่ยวกับเทคนิคปฏิบัติการพื้นฐานทางชีววิทยา
เกี่ยวกับระบบนิเวศ เนื้อเยื่อพืชและสัตว เทคนิคทางจุลชีววิทยา และเทคนิคการสกัดดีเอ็นเอจากพืช
ศึกษาวิธีการแกปญหาทางเคมีเกี่ยวกับการวิเคราะหหาปริมาณของวิตามินซีในผักและผักไม สมบัติของ
แรยิปซัมที่ใชในอุตสาหกรรม ภาวะและปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ผลของสารประกอบแฮไลน
ทมี่ ผี ลตอ สขุ ภาพ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล
การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ ราย การอธิบายและการสรุป

เพื่อใหเกิดความรู มีความกระตือรือรนในกระบวนการคนควา มีทักษะในการใชเครื่องมือ
ที่เกี่ยวของกับปฏิบัติการพื้นฐานทางชีววิทยาและเคมี มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรมและ
คานยิ มทพี่ งึ ประสงค

ผลการเรียนรู
1. มีความรูเกี่ยวกับวิธีการคนควาหาขอมูลในเรื่องที่สนใจ รวมทั้งวิธีการทดลองและเทคนิค

ที่เก่ยี วของ
2. มีทกั ษะในการใชว ัสดุอุปกรณ เลือกใชหรือดดั แปลงอุปกรณและวัสดุทางชวี วิทยาเพื่อใชในการ

ทดลองไดอยางถูกตอ งเหมาะสม
3. สามารถนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและความรูทางชีววิทยา มาประยุกตใช

ในการแกป ญ หาพื้นฐานทางชีววิทยา
4. มคี วามสามารถในการสืบเสาะหาความรูและมีทักษะปฏิบัติการเบ้ืองตนทางเคมี
5. มีความรูในการสังเคราะหสารสม เทคนิคการไทเทรต การสังเคราะหสารประกอบเชิงซอน

การเกิดปฏิกิริยากรด – เบส ปฏิกิริยาสะเทิน การหาน้ำหนักโมเลกุลของสาร การชุบโลหะ การแยกสาร
ดว ยวธิ โี ครมาโทกราฟ และการหาอตั ราการเกิดปฏิกริ ิยา

6. มีทักษะในการแกปญหาและความสามารถแสวงหาความรูดว ยวธิ ีการทางวิทยาศาสตร
7. มีความรูและความคิดริเริ่มในการสรางสรรคผลงานทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมีเจตคติ
ทางวิทยาศาสตรแ ละความสามารถในการตัดสินใจ
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู

120

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ว30263 ระเบยี บวิธีวิจัยเบื้องตน กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาพื้นฐานระเบียบวิธีวจิ ัยเบ้ืองตน เกย่ี วกับแนวคิด หลักการ ท่ีมาและความสำคัญของการวิจัย
ประเภทของการวิจัย การกำหนดหัวขอเรื่อง การกำหนดตัวแปร การตั้งสมมติฐานและการทดสอบ
การเลือกเครื่องมือที่จะทำการวิเคราะห การสรางเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล วิธีการรวบรวมขอมูล
การประมวลผลการวิเคราะห การตีความ การเขียน รายงาน และการเสนอรายงาน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู สำรวจตรวจสอบ สืบคนขอมูล
แสดงความคิดเหน็ อภปิ รายและนำเสนอโดยใชก ระบวนการกลุม

เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ
คานิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. เพื่อใหม ีความเขา ใจ เกี่ยวกับพ้นื ฐานของระเบยี บวธิ วี จิ ัยเบื้องตน
2. เพ่ือใหสามารถคดิ ระบสุ มมติฐาน และความสำคญั ของปญหาเพ่อื ที่จะนำมาทำการวิจัย
3. เพอ่ื ใหส ามารถออกแบบงานวจิ ัย จัดเกบ็ รวบรวบขอมูล ตลอดจนการวเิ คราะหผลและ
อภิปรายผล
4. เพอื่ ใหส ามารถเขยี นรายงานและนำเสนอผลงานวจิ ยั ตอ สาธารณชน

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู

121

คำอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม

ว30264 โครงงานวทิ ยาศาสตร กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาวิเคราะห ใหเกิดการเรียนรูเกี่ยวกับการทํางานของนักวิทยาศาสตร การทําโครงงาน
วิทยาศาสตร วางแผนและออกแบบโครงราง โครงงาน ดําเนินการวิจัย และเขียนรายงานโครงงาน
วทิ ยาศาสตร รวมถึงการนําเสนอผลงานทางวทิ ยาศาสตร

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรูสํารวจตรวจสอบ สืบคนขอมูล
แสดงความคดิ เห็น อภปิ รายและนาํ เสนอโดยใชกระบวนการกลุม

เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชใน ชีวิตประจําวันไดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
มีจติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสม การวัดและประเมินผลใชว ธิ กี ารหลากหลาย
ตามสภาพเปนจรงิ

ผลการเรยี นรู
1. เพือ่ ใหนักเรยี นสามารถบอกความหมายคุณคา และประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร
2. เพ่ือใหน ักเรียนสามารถจัดทาํ เคาโครงของโครงงานวทิ ยาศาสตรทจ่ี ะดําเนนิ การวิจัยดว ยตนเอง
3. เพอื่ ใหนกั เรียนสามารถนําเสนอเคา โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตรต อทปี่ ระชมุ
4. เพอ่ื ใหน ักเรียนสามารถดาํ เนินการทําโครงงานวิทยาศาสตร ตามแผนการปฏบิ ตั งิ าน
5. เพอ่ื ใหน ักเรยี นสามารถเขยี นรายงานโครงงานวิทยาศาสตร
6. เพอ่ื ใหนกั เรียนสามารถเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตรในโรงเรยี นหรือชมุ ชน

รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู

122

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ว30265 โครงงานสรา งสรรค 1 กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะหแนวคิดหลักของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี
ที่เกิดข้ึนและความสัมพันธของเทคโนโลยีกับศาสตรอื่น ออกแบบ สราง หรือพัฒนาผลงานสําหรับ
แกป ญ หาทค่ี าํ นงึ ถงึ ผลกระทบตอ สงั คมในประเดน็ ท่เี ก่ียวขอ งกับสุขภาพและการบริการ

โดยใชกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมซึง่ ใชค วามรู ทักษะ และเลอื กใชว สั ดุ อุปกรณ เครอ่ื งมือ
กลไก ไฟฟา และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

เพื่อแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม ปลอดภัย คํานึงถึงทรัพยสินทางปญญา ใชซอฟตแวร
ชวยในการออกแบบและนาํ เสนอผลงาน

ผลการเรยี นรู
1. วเิ คราะหแ นวคดิ หลกั ของเทคโนโลยแี ละความสมั พันธกบั ศาสตรอนื่
2. เขาใจปญหาและประเมินผลกระทบของเทคโนโลยีที่ตอมนุษย สังคม เศรษฐกิจและ

สิ่งแวดลอม
3. วเิ คราะหข อ มลู และแนวคิดทเ่ี ก่ียวของ เพอ่ื สงั เคราะหวธิ ีการ เทคนิคในการแกปญหา
4. ออกแบบวิธีการแกปญหา วางแผนขั้นตอนการทํางานและดําเนินการแกปญหาอยางเปน

ข้ันตอน
5. พิจารณาเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส และเทคโนโลยีใน

การแกปญหาหรือพัฒนางาน
6. ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ คราะหแ ละนาํ เสนอผลการแกปญหาและแนวทางการพฒั นาตอ ยอด
7. สรางสรรคซอฟตแวรชวยในการออกแบบและนําเสนองาน

รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรียนรู

123

คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม

ว30266 โปรแกรมประยกุ ต 1 กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาทฤษฎีและหลักการออกแบบงานกราฟก หลักการดำเนินงาน การวางแผนขั้นตอน
การออกแบบกราฟก การใชสี หลกั การทางศลิ ปะ องคประกอบในการออกแบบ และการออกแบบหนาจอ
ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ ประวัติของสื่อสิ่งพิมพ ประโยชนของสื่อ
สิ่งพิมพ และบทบาทของสื่อสิ่งพิมพ การใชโปรแกรม Adobe Illustrator และ Adobe Photoshop
ขั้นสูง หลักการทำงานของเครื่องมือตาง ๆ การวาดภาพ ออกแบบสื่อ การตัดตอภาพ การปรับแกภาพ
การใชเอฟเฟกตกับรูปภาพ การออกแบบตัวอักษร และการประยุกตใชโปรแกรมเพื่อทำสื่อสิ่งพิมพ
การทำโปสเตอร การทำปกนติ ยสาร

โดยใชกระบวนการเรียนรูพัฒนาชิ้นงานใหสรางสรรคและสามารถใชงานไดจริง มีการเรียนรู
ดวยตนเอง มีทักษะในการใชโปรแกรมทำชิ้นงาน มีการประยุกตใชโปรแกรมรวมกัน ฝกทักษะอาศัย
การรว มมือกัน ชว ยเหลือกนั และแลกเปลยี่ นความรูร ะหวา งกลุมผูเรียนดว ยกัน

เพื่อมุงเนนการใชเทคโนโลยีใหเกิดการเรียนรู มีความเขาใจ และสามารถนำไปประยุกตใช
ในการทำงานเกยี่ วกับกราฟกในชีวติ จรงิ ได

ผลการเรียนรู
1. รูแ ละเขา ใจซอฟตแวรก ลมุ โปรแกรม Adobe
2. อธิบายทฤษฎแี ละหลักการออกแบบงานกราฟฟกได
3. สามารถใชโ ปรแกรม Adobe Illustrator สรา งช้ินงานได
4. สามารถใชโปรแกรม Adobe Photoshop สรางชิ้นงานได
5. สรา งสอ่ื สิง่ พิมพโดยการประยกุ ตใ ชโ ปรแกรม Adobe Illustrator และ Adobe Photoshop ได

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

124

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว30267 โครงงานสรางสรรค 2 กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาเกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรม ความสัมพันธของเทคโนโลยีและนวัตกรรม รูปแบบของ
เทคโนโลยี การพัฒนาอยางยั่งยืน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอยางยั่งยืน ระบบทาง
เทคโนโลยี กระบวนการเทคโนโลยี องคประกอบที่สัมพันธกับกระบวนการทางเทคโนโลยี
การออกแบบ เชิงวิศวกรรม สะเต็มศึกษา โครงงานสะเต็ม การทําโครงงาน การประยุกตใชความรูและ
ทักษะจากศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการสรางหรือพัฒนาชิ้นงาน เพื่อแกปญหาในการทํางาน
การทําโครงงาน ออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรูแบบสืบเสาะ การเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน และการเรียนรู
แบบโครงงานเปนฐาน เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหา
วางแผน การเรียนรูตรวจสอบการเรียนรูการนาํ เสนอผา นการทํากจิ กรรมโครงงาน

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหปญหา นําไปสูการสรางตนแบบ
ตลอดจน นําความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตรและกระบวนการเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชน
ตอสังคมและการดํารงชีวิต พัฒนากระบวนการคิดสรางสรรค การแกปญหา การจัดการทักษะในการ
สื่อสารและการตัดสินใจ อีกทั้งยังเปนผูมีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมในการใช
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยา งสรา งสรรค รวมทงั้ คํานึงถึงทรพั ยสนิ ทางปญ ญา

ผลการเรียนรู
1. ประยุกตใชความรูและทักษะจากศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการทําโครงงานเพื่อ

แกปญหาหรือพฒั นางาน
รวมทั้งหมด 1 ผลการเรียนรู

125

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

ว30268 โปรแกรมประยกุ ต 2 กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาหลักการแกปญหาที่พบในชีวิตประจำวันดวยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยางเปนขั้นเปนตอน การจำลองความคิด การเขียนโปรแกรมภาษาดวย Code Block รายละเอียดของ
ตัวบอรด Microbit การตอเชื่อมกับโปรแกรมเพื่อการใชงาน การเขียนแผนภาพแสดงขั้นตอนการทำงาน
ของโปรแกรม รวมทงั้ การทำชนิ้ งานในรปู แบบโครงงาน

เพื่อใหเขาใจกระบวนการแกปญหา บทบาทและการนำเอาความรูดานการเขียนโปรแกรม
ไปใชสรางชิ้นงานไดอยางถูกตอง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ประยุกตใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในชวี ิตประจำวนั อยา งมีจิตสำนึกและรบั ผิดชอบ

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบตั ิ กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการออกแบบอยา งสรางสรรค
ผลการเรียนรู

1. ทราบเกีย่ วกบั รายละเอียดตา ง ๆ ของ Board Microbit
2. เขาใจพื้นฐานการเขยี นโปรแกรม Microbit
3. มีทักษะการใช Microbit จากการแกโจทยปญหาตามสถานการณท่ีกำหนด
4. สามารถออกแบบช้นิ งาน (Model) ไดอยางเหมาะสม
5. มีทักษะในการเขียน Algorithm และ Flowchart
6. กำหนดหัวขอโครงงาน บทคัดยอ และข้นั ตอนในการทำโครงงานได
7. ใชคอมพวิ เตอรส รา งงานอยางมีจติ สำนกึ และความรบั ผิดชอบ
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรียนรู

126

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ว30269 คอมพิวเตอรส รางสรรค 1 กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาหลักการแกปญหาดวยกระบวนการเทคโนโลยีสมัยใหม การจัดการขอมูลขนาดใหญ
(Big Data) การจัดการขอมูลขนาดใหญดวยอินเทอรเน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things with Big
Data management) การวิเคราะหการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสมัยใหม การสรางแผนการจัดการธุรกิจ
สมยั ใหม โดยใชเ ทคโนโลยี การสรา งคอนเทนตอ อนไลน และการใชเ ทคโนโลยีสมยั ใหมอ ยางสรางสรรค

โดยอาศยั กระบวนการเรียนรโู ดยใชปญ หาเปนฐาน (Problem-Based Learning) และวฏั จกั รการ
เรยี นรูแ บบสืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model) เพื่อเนน ใหผ เู รยี นไดลงมอื ปฏบิ ตั ิ ฝกทักษะการ
คิดเผชิญสถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนําเสนอผานการทํา
กิจกรรม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจและทักษะในการวิเคราะหปญหา จนสามารถนําเสนอแนวคิด
เพอ่ื พัฒนาเปนนวัตกรรมในอนาคตได

เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ มีทักษะดานเทคโนโลยีสมัยใหม แกปญหาเปนขั้นตอนและ
เปนระบบอยางสรางสรรค ตลอดจนสามารถนําเทคโนโลยีสมัยใหมที่เกิดขึ้นไปใชใหเกิดประโยชนตอ
การดําเนินชีวิต อาชีพ สังคมและวัฒนธรรม จนสามารถพัฒนาตอยอดไปสูนวัตกรรมไดในอนาคต
เปนผทู ม่ี ีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและคา นยิ มในการใชเ ทคโนโลยีสมัยใหมอยา งสรา งสรรค

ผลการเรยี นรู
1. การแกป ญ หาโดยใชก ระบวนการเทคโนโลยีสมยั ใหม
2. ใชค วามรขู องการจดั การขอ มลู ขนาดใหญ (Big Data) เพ่อื แกป ญ หาหรือสรา งนวัตกรรม
3. ใชอ ินเทอรเนต็ ของสรรพสงิ่ เพ่อื จัดการขอ มลู ขนาดใหญ (Internet of Things with Big Data

management)
4. วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสมัยใหมที่มีผลตอการดําเนินชีวิต อาชีพ สังคมและ

วฒั นธรรม
5. สรางแผนการจัดการธุรกิจสมัยใหมโดยใชเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมลู คาใหกับบริการหรือผลติ ภัณฑ

อยา งสรางสรรค
6. สรา งคอนเทนตออนไลนเ พอื่ นาํ เสนอบริการหรือผลติ ภัณฑอ ยางสรา งสรรค
7. ใชเทคโนโลยสี มัยใหมอยา งมจี ติ สํานกึ และความรบั ผดิ ชอบอยางสรางสรรค

รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรียนรู

127

คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

ว30270 คอมพิวเตอรส รา งสรรค 2 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาความหมาย ความสําคัญของแอปพลิเคชัน และระบบคลาวด อธิบายการสราง
แอปพลเิ คชัน และการใชง านระบบคลาวด

โดยใชกระบวนการปฏิบัติงาน กระบวนการทางเทคโนโลยีกระบวนการคิด กระบวนการสืบคน
ขอ มลู กระบวนการกลมุ ในการสรางแอปพลิเคชนั และการใชงานระบบคลาวด

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ และเห็นความสําคัญของแอปพลิเคชัน และการใชงานระบบคลาวด
ปฏิบัติงานอยางมีความรับผิดชอบ มุงมั่นในการทํางานที่ไดรับมอบหมาย ทํางามรวมกับผูอื่นไดอยางมี
ความสุข สามารถนาํ ความรูไปประยุกตใชในชวี ติ ประจาํ วันได

ผลการเรียนรู
1. อธิบายความหมายและความสาํ คัญของแอปพลิเคชันได
2. ปฏบิ ตั ิการสรางแอปพลเิ คชนั และสามารถอธิบายได
3. ประยุกตใ ชแอปพลเิ คชันในชีวิตประจาํ วนั ได
4. อธิบายความหมายและความสําคญั ของระบบคลาวดไ ด
5. ใชง านระบบคลาวดและสามารถอธบิ ายได
6. ประยุกตใชร ะบบคลาวดใ นชวี ติ ประจําวันได

รวมท้งั หมด 6 ผลการเรยี นรู

128

รายวิชาพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ าพ้นื ฐาน

ส31101 ภูมศิ าสตร จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกิต
ส31102 พระพทุ ธศาสนา จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส32101 เศรษฐศาสตร จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกิต
ส32102 หนา ท่ีพลเมือง จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส32103 ประวัติศาสตรไทย จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
ส33101 พระพุทธศาสนา จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส33102 ประวัติศาสตรส ากล จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส33103 สงั คมศกึ ษา 6 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต

รายวิชาเพ่ิมเติม

ส30201 ศาสนาเปรียบเทยี บ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
ส30202 พระพทุ ธศาสนา จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30203 กฎหมายท่ีประชาชนควรรู จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30205 การเมืองการปกครองของไทย จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30206 อาเซยี นศึกษา จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
ส30208 เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30209 เศรษฐศาสตรเ พ่ือชีวติ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกติ
ส30211 บคุ คลสำคญั ของไทย จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30212 หลักฐานประวตั ิศาสตรไทย จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ
ส30213 เหตุการณป จ จุบนั จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว ยกิต
ส30227 หนาที่พลเมือง 1 จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนวยกิต
ส30228 หนาที่พลเมือง 2 จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกิต
ส30229 หนาท่ีพลเมือง 3 จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว ยกิต
ส30230 หนาท่ีพลเมือง 4 จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว ยกิต

129

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ส31101 ภูมิศาสตร กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาเครื่องมือทางภูมิศาสตรที่ใชเปนขอมูลขาวสารภูมิลักษณ ภูมิอากาศและภูมิสังคม
วิเคราะหอทิ ธิพลของสภาพภูมิศาสตรซงึ่ ทำใหเกดิ ปญ หาทางกายภาพ การเปลีย่ นแปลงพื้นท่ีซง่ึ ไดรับอิทธิพล
จากปจจัยทางภูมิศาสตรเปนผลจากการกระทำของมนุษยหรือธรรมชาติ สถานการณและวิกฤตการณ
ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของประเทศไทยและโลก ศึกษาบทบาทขององคกร กฎหมาย
สง่ิ แวดลอม แนวทางการอนรุ กั ษส ง่ิ แวดลอ มและทรัพยากรธรรมชาตใิ นรปู ภาคตา งๆของโลก การใชป ระโยชน
จากสิ่งแวดลอมในการสรางสรรควัฒนธรรม ดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
เพอื่ การพฒั นาที่ย่ังยืน

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการแสดงออก กระบวนการแสวงหาความรู ขบวนการปฏิบัติ
กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการระบุความสามารถ กระบวนการอภิปราย กระบวนการอธิบาย
กระบวนการกลมุ

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตมีลักษณะอันพึงประสงคใน
ดานซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนินชีวิต
อยา งสนั ติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก

รหัสตวั ช้ีวัด
ส 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ส 5.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมท้ังหมด 9 ตวั ชว้ี ดั

130

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส31102 พระพุทธศาสนา กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษา วเิ คราะห สงั คมชมพูทวปี และคติความเชอ่ื ทางศาสนาสมยั กอ นพระพุทธเจา พระพทุ ธเจา
ในฐานะเปนมนุษยผูฝกตนไดอ ยางสูงสุดในการตรัสรู การกอ ตัง้ พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎีและ
วิธีการที่เปนสากลและมีขอปฏิบัติทางสายกลาง เนนการพัฒนาศรัทธาและปญญาท่ีถูกตอง ลักษณะ
ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา หลักการของพระพุทธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนาเกี่ยวกบั การศึกษาท่ีสมบูรณ การเมืองและสันตภิ าพความสำคัญของพระพุทธศาสนาเก่ียวกับ
การศึกษาที่สมบูรณ การเมืองและสันติภาพ หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 คุณคาและความสำคัญของการ
สงั คายนาพระไตรปฎกและการเผยแผ คุณคาและความสำคญั ของคานิยม จริยธรรมทีเ่ ปน ตัวกำหนดความเชื่อ
และพฤติกรรมท่ีแตกตางกันของศาสนิกชนศาสนาตางๆ หลักธรรมสำคัญในการอยูรวมกันอยางสันติสุขของ
ศาสนาอื่นๆ สวดมนต แผเมตตา และบริหารจิต และเจริญปญญาตามหลักสติปฏฐาน ขอคิดและแบบอยาง
การดำเนนิ ชวี ิตจากประวัติสาวก ชาดก เรือ่ งเลาและศาสนิกชนตัวอยา งตามทก่ี ำหนดปฏบิ ตั ิตนเปนศาสนิกชน
ที่ดีตอสาวก สมาชิกในครอบครัวและคนรอบขาง ศาสนพิธี พิธีกรรมตามหลักศาสนา การแสดงตนเปนพุทธ
มามกะ หลักธรรม คติธรรมที่เกี่ยวเน่ืองกับวันสำคัญทางศาสนาและเทศกาลที่สำคัญ ชักชวน สงเสริม
สนับสนุนใหบุคคลอื่นเห็นความสำคัญของการทำความดีตอกัน การจัดกิจกรรม ความรวมมือของทุกศาสนา
ในการแกปญ หาและพัฒนาสงั คม

โดยใชกระบวนการศึกษา อธิบาย คิดวิเคราะห ฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการสืบคน
กำหนดเปาหมายและบทบาท ชักชวนสงเสรมิ เสนอแนะแนวทางจดั กิจกรรมและจดั สมั มนา

เพ่ือใหเ กิดความรู ความเขา ใจ ใฝเรียนรู รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ศรทั ธา ตระหนักเห็นความสำคัญ
ของการอยูรวมกันอยางสันตสิ ขุ ของศาสนาอืน่ ๆ และชักชวนสงเสริมสนับสนุนใหบุคคลอื่น และความรวมมือ
ของทุกศาสนาในการแกปญหาและพัฒนาสังคม ตระหนักและปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดีตอสาวก สมาชิกใน
ครอบครัวและคนรอบขางและปฏิบัตติ นไดถูกตอ ง

รหัสตัวชีว้ ดั
ส 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,ม.4-6/10, ม.4-6/12,

ม.4-6/13, ม.4-6/14, ม.4-6/15ม.4-6/20, ม.4-6/22
ม.4-6/14, ม.4-6/15, ม.4-6/20, ม.4-6/22
ส 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 ,ม.4-6/5
รวมทงั้ หมด 20 ตัวชวี้ ัด

131

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส32101 เศรษฐศาสตร กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาระบบเศรษฐกิจ การกำหนดราคาและคาจาง นโยบายการเงิน นโยบายการคลังผลด-ี ผลเสยี
ของความรวมมือทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ รวมถึงผลกระทบของการเปดเสรีทางเศรษฐกิจที่มีผลตอ
สังคมไทย การพัฒนา การแกปญหาทางเศรษฐกิจไทยทั้งในระดับประเทศและชุมชนโดยใชปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงและระบบสหกรณ

โดยใชก ระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการคิดวิเคราะห การวางแผน การปฏิบัตแิ ละการนำเสนอ
เพื่อใหเกิดการใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีความตระหนักและภาคภูมิใจในการดำรงชีวิต
พรอมบูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งกับการรว มมอื กนั ทางเศรษฐกิจโลก

รหสั ตัวชว้ี ดั
ส 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ส 3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
รวมทัง้ หมด 7 ตวั ชว้ี ัด

132

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส32102 หนา ทพ่ี ลเมือง กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาวิเคราะหบทบาทหนาที่ของเยาวชนที่มีตอสังคมประเทศชาติ ปฏิบัติตนตามกฎหมาย
ที่ประชาชนควรรูกระบวนการใชกฎหมายรัชธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย การเมืองการปกครองของไทย
และภูมิภาคตางๆของโลก สังคมประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน การเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย
มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมตามวิถีชวี ิตในสังคมประชาธิปไตย สงั คมวฒั นธรรมประกอบดวยสังคมมนุษย สังคมไทย
วัฒนธรรมและภมู ิปญญาทองถ่ินไทย

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลุม

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตมีคุณธรรมจริยธรรม
มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคใ นดา นรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซือ่ สัตยสุจรติ มวี ินัย ใฝเ รยี นรู รักความเปนไทย
มีจติ สาธารณะ สามารถดำเนินชีวติ อยา งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก

รหัสตวั ชวี้ ดั
ส 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
ส 2.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
รวมทงั้ หมด 9 ตวั ช้ีวัด

133

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส32103 ประวตั ศิ าสตรไทย กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษาเรื่องเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตรเพื่อเชื่อมโยงเหตุการณและวิเคราะหหลักฐานทาง
ประวัติศาสตรไ ดอยางถูกตองวเิ คราะหองคความรูทางประวตั ิศาสตรโ ดยใชวิธีการทางประวัตศิ าสตรวิเคราะห
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณสำคัญทางประวัติศาสตรเพื่อคนควาหาขอเท็จจริงศึกษาเกี่ยวกับสถาบัน
พระมหากษัตริยที่มีความสำคัญตอประวัติศาสตรของชาติไทยศึกษาประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญใน
ประวัติศาสตรที่มีผลงานตอการสรางสรรควัฒนธรรมไทย วิเคราะหภูมิปญญาไทยและปจจัยที่กอใหเกิด
การสรา งสรรคภูมปิ ญญาไทย รวมทั้งสงเสริมการอนรุ กั ษภูมปิ ญ ญาไทยใหดำรงอยตู อไป

โดยการเชื่อมโยงประสบการณเดิมสูการสรางประสบการณใหม โดยการใชภาพขาวหรือ
สถานการณตางๆ ใหผูเรียนฝกการสังเกตตอบคำถาม หาแนวทางปฏิบัติที่ถูกตองเหมาะสม สงเสริม
การทำงานกลุม เพอ่ื พัฒนาทักษะทางสงั คมนำไปสูการยอมรับและเหน็ คณุ คาของตนเองและผอู ่ืน

ตระหนักถึงความสำคญั และเห็นคุณคาของการศกึ ษาประวตั ิศาสตรไทยเพื่อใหเขาใจความเปนมาของ
ชาตไิ ทยและสบื ทอดสง่ิ ดงี ามเกี่ยวกบั วฒั นธรรมไทยใหค งอยูสบื ตอ ไป

รหัสตัวชี้วัด
ส 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ส 4.3 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมท้ังหมด 7 ตวั ชี้วดั

134

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ส33101 พระพุทธศาสนา 2 กลมุ สาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอยางในพระพุทธศาสนา การเชื่อมั่นตอ
ผลของการทำความดี ความช่ัว ศึกษาประวตั ิของศาสดาของศาสนาอ่นื ๆ และหลักคำสอน เพอื่ การอยูรวมกัน
อยางสันติสุข ตระหนักในคุณคาและความสำคัญของคานิยม และจริยธรรมที่เปนตัวกำหนดความเชื่อและ
พฤติกรรมที่แตกตางกันของศาสนิกชนของศาสนาตางๆ การจัดกิจกรรมความรวมมือของทุกศาสนา
ในการแกปญหาและพัฒนาตนเอง การเห็น คุณคา เชื่อมั่น และมุงมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตดวยการพัฒนาจิต
และการพัฒนาการเรียนรู ดวยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนตแปล แผเมตตา บริหารจิต และการเจริญ
ปญญาตามหลักสติปฏฐาน การเสนอแนวทางการปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดี และการปฏิบัติตนถูกตอง
ตามศาสนพธิ ี การแสดงตนเปนพุทธมามกะ หลักธรรม คติธรรมท่เี ก่ียวเน่ืองกบั วัน สำคญั ทางศาสนา สัมมนา
และการเสนอแนวทางในการธำรงศาสนาท่ตี นนบั ถืออนั สงผลถึงการพัฒนาตนเอง พัฒนาชาติและโลก

โดยการเชื่อมโยงประสบการณเดิมสูประสบการณใหม โดยการใชภาพ ขาว หรือสถานการณตางๆ
ใหนักเรียนฝกการสังเกต ตอบคำถามแนวทางปฏิบัติท่ีถูกตอง เหมาะสม สงเสริมการทำงานกลุมเพื่อพัฒนา
ทักษะทางสังคมนำไปสูการยอมรบั และเห็นคุณคา ของตนเองและผูอื่น

ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณคาของพระพุทธศาสนา และศาสนาตางๆที่หลอหลอม
ใหศาสนิกชนปฏิบัติตนเปนคนดี มีคานิยมที่ดีงาม ปฏิบัติตนเพื่อประโยชนตอสังคมและสวนรวม เพื่อใหเกิด
สันติสขุ ในสงั คม

รหัสตวั ชี้วัด
ส 1.1 ม.4-6/14, ม.4-6/16 , ม.4-6/17, ม.4-6/18, ม.4-6/20, ม.4-6/21, ม.4-6/22
ส 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมทั้งหมด 11 ตัวช้วี ัด

135

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ส33102 ประวัติศาสตรสากล กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาและวิเคราะหเรื่อง อารยธรรมของโลกในยุคโบราณ และปจจัยที่มีผลตอการเกิด อารยธรรม
ของโลก วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตรสมัยใหมของมนุษยชาติ จากเหตุการณสำคัญตางๆ
ที่เกิดขึ้น วิเคราะหสถานการณของโลก ในคริสตศตวรรษที่ 21 เก่ียวกับปญหาดานการเมือง เศรษฐกิจและ
สงั คมและผลกระทบที่ตอเนอ่ื งมาจนถึงปจ จบุ ัน

ความขัดแยงและการประสานประโยชนทางการเมืองและเศรษฐกิจ เรื่อง สาเหตุของความขัดแยง
การแกไขความขดั แยง การประสานประโยชน

สงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 และสภาวะหลังสงคราม เรื่อง สงครามโลกครั้งที่ 1
ค.ศ. 1914-1918 องคการสันนิบาตชาติ สงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ.1939-1945 องคการสหประชาชาติ
สภาวะหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2

สงครามเย็นและความเปลี่ยนแปลงหลังสงครามเย็น เรื่อง สงครามเย็น ค.ศ.1945-1991
ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจหลังสงครามเย็น ความรวมมือทางดานการเมืองและเศรษฐกิจ
การกอ ต้ังองคการสหภาพยโุ รป

เหตุการณสำคัญที่มีผลกระทบตอโลกปจจุบัน เรื่องการสะสมและการลดอาวุธนิวเคลียรการปฏิรูป
ประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจนี การลมสลายของสหภาพโซเวียตความขดั แยงในภมู ภิ าคตะวนั ออกกลาง
วกิ ฤตการณทางเศรษฐกจิ ในเอเชีย เหตกุ ารณการกอ การรายวันที่ 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001

เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ สามารถวิเคราะหเปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตาง
ความสัมพันธของเหตุการณตางๆ รวมทั้งสามารถแกปญหาและประยุกตใช เพื่อใหสามารถนำผลการเรียนรู
ไปใชใ นชีวติ ประจำวันและอยูรวมกนั ในสงั คมไดอยางมีความสุขและมสี ันตสิ ขุ

รหสั ตัวชี้วัด
ส 4.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
รวมท้ังหมด 4 ตัวชี้วัด

136

คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ส33103 สังคมศึกษา 6 กลมุ สาระการเรียนรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาเครื่องมือทางภูมิศาสตรที่ใชเปนขอมูลขาวสารภูมิลักษณ ภูมิอากาศและภูมิสังคม วิเคราะห
อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตรซึ่งทำใหเกิดปญหาทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ซึ่งไดรับอิทธิพลจาก
ปจจัยทางภูมิศาสตรเปนผลจากการกระทำของมนุษยหรือธรรมชาติ สถานการณ และวิกฤตการณ
ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของประเทศไทยและโลก ศึกษาบทบาทขององคกร กฎหมาย
สิ่งแวดลอม แนวทางการอนุรักษสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติในรูปภาคตางๆของโลก การใช
ประโยชนจากสิ่งแวดลอมในการสรางสรรควัฒนธรรม ดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษทรัพยากรและ
สงิ่ แวดลอมเพื่อการพัฒนาท่ยี ่งั ยืน

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการแสดงออก กระบวนการแสวงหาความรู ขบวนการปฏิบัติ
กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการระบุความสามารถ กระบวนการอภิปราย กระบวนการอธิบาย
กระบวนการกลุม

เพ่ือใหเกดิ ความรู ความเขา ใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ิตมลี ักษณะอันพึงประสงคใน
ดา นซอ่ื สตั ยส ุจริต มีวินยั ใฝเ รียนรู อยอู ยางพอเพยี ง รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ สามารถดำเนินชวี ิต
อยา งสนั ตสิ ขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก

ศึกษาระบบเศรษฐกจิ การกำหนดราคาและคาจา ง นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง ผลด-ี ผลเสยี
ของความรวมมือทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ รวมถึงผลกระทบของการเปดเสรีทางเศรษฐกิจที่มีผลตอ
สังคมไทย การพัฒนา การแกปญหาทางเศรษฐกิจไทยทั้งในระดับประเทศและชุมชนโดยใชปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งและระบบสหกรณ

โดยการอธิบาย การวเิ คราะห การอภิปราย เพือ่ ใหเกดิ ความตระหนักและภาคภูมิใจในการดำรงชีวิต
พรอ มเหน็ คุณคาของการรวมมือกนั ทางเศรษฐกจิ

ศึกษาวิเคราะหบทบาทหนาที่ของเยาวชนที่มีตอสังคมประเทศชาติ ปฏิบัติตนตามกฎหมายท่ี
ประชาชนควรรูกระบวนการใชกฎหมายรัชธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย การเมืองการปกครองของไทย
และภมู ิภาคตาง ๆ ของโลก สงั คมประชาธิปไตย และสิทธมิ นุษยชน การเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย
มีคุณธรรมจริยธรรมตามวิถีชีวิตในสังคมประชาธปิ ไตย สังคมวัฒนธรรมประกอบดวยสังคมมนุษย สังคมไทย
วฒั นธรรม และภูมิปญญาทอ งถน่ิ ไทย

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลุม

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตมีคุณธรรมจริยธรรม มี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคใ นดา นรักชาติ ศาสน กษัตริย ซือ่ สัตยสจุ รติ มีวนิ ยั ใฝเรียนรู รกั ความเปนไทยมีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวติ อยา งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก

137

ศกึ ษาความสำคัญของเวลาและการเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติในแตละยุคสมยั สรางองคความรูใหม
ดวยวิธีการทางประวัติศาสตร ศึกษาพัฒนาการของอารยธรรมโบราณ ทั้งตะวันออกและตะวันตก เนื่องจาก
มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนแปลงของโลกจากอดีตจนถึงปจจุบนั ทั้งดานสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ไดขยาย
อิทธิพลซึ่งกันและกัน การขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปเขาไปในทวีปอเมริกา อาฟริกาและเอเชียและ
ศกึ ษาสถานการณข องโลกในยคุ ปจ จบุ นั

โดยการใชกระบวนการวิเคราะห การคนควา กระบวนการกลุม การรวมกันแสดงความคิดเห็นและ
การใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาชวยในการวิเคราะห ทำใหคิดวิเคราะหเปน รูจักพัฒนาตนเองไปสู
การแกปญ หาและมีแนวปฏิบัตติ นอันเปน ประโยชนต อ โลก

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตมีคุณธรรมจริยธรรม
มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย
มีจติ สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชวี ิต อยางสนั ติสุข ในสงั คมไทยและสงั คมโลก

รหสั ตัวชว้ี ัด
ส 2.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5
ส 2.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4
ส 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ส 3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
ส 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ส 4.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ส 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ส 5.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมทงั้ หมด 31 ตวั ชว้ี ัด

138

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ส30201 ศาสนาเปรียบเทยี บ กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสน และวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษา วิเคราะห ศึกษาหลักคำสอนสำคัญของศาสนาสำคัญของโลก ตลอดจนศึกษาความเชื่อ และ
หลกั คำสอนของคนในชุมชนรังสิต และในประเทศไทย ไดแก ศาสนาพทุ ธ ศาสนาคริสตศาสนา ศาสนาอสิ ลาม
ศาสนาพราหมณ และศาสนาฮินดู เพื่อใหเกิดความเขาใจในแงปรัชญาและวัฒนธรรม ที่มีทฤษฎีวิธีการที่เปน
สากลและมีขอปฏบิ ัตทิ ่ยี ึดทางสายกลาง เปนการพัฒนาศรัทธาและปญ ญาที่ถูกตอ ง

โดยใชกระบวนการสบื คน การทำงานกลุม การแสดงวธิ ปี ฏิบัตแิ ละการอภิปราย
เพื่อใหผูเรียนมีความรูเกี่ยวกับศาสนา มีคานิยมที่ดีงาม มีความศรัทธาในศาสนา ปฏิบัติตาม
หลกั ธรรม ศาสนพธิ ีและสามารถนำไปประยกุ ตใชใ นการดำเนนิ ชีวติ

ผลการเรียนรู
1. วเิ คราะหท ฤษฎี วธิ กี ารของศาสนาท่ีเปนสากลและยึดทางสายกลาง
2. อธิบายวธิ พี ฒั นาศรัทธาและปญ ญาท่ีถูกตอ งตามหลักของศาสนา
3. วิเคราะห หลกั คาํ สอน วนั สาํ คัญของศาสนา วนั สําคญั ของโลก

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู

139

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

ส30202 พระพุทธศาสนา กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาประวัติความเปนมาและแนวคิดของศาสดา ศาสนาสำคัญของโลก ตระหนักถึงคุณคาของ
พธิ กี รรมทางศาสนาและหลักธรรมทางศาสนาท่สี งเสริมการอยรู ว มกนั อยางสันตสิ ขุ สามารถนำเอาหลักธรรม
จรยิ ธรรม ทางศาสนาที่สงเสริมสนั ติภาพไปใชพ ัฒนาตนเปน ประโยชนตอสงั คม

โดยใชกระบวนการศึกษา อธิบาย คิดวิเคราะห ฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการสืบคน
กำหนดเปาหมายและบทบาท ชักชวนสง เสริม เสนอแนะแนวทาง จัดกจิ กรรมและจัดสมั มนา

เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความเขาใจ ใฝเรยี นรู รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  มงุ มั่นการทำงาน อยอู ยา งพอเพียง
ซื่อสัตยสุจริต ตระหนัก เชื่อมั่น การอยูรวมกันอยางสันติสุขและอยูรวมกันเปนชาติอยางสมานฉันท เพื่อขจัด
ความขัดแยง และอยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุขและมุงมั่นพัฒนาชีวิต ปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดีตอสาวก
สมาชิกในครอบครัวและคนรอบขา ง และปฏิบัติตนไดถูกตอ ง

ผลการเรยี นรู
1. ศึกษา วเิ คราะห ประวัติความเปนมาและแนวคิดของศาสดา ศาสนาสำคัญของโลก
2. ตระหนักความสำคญั พิธกี รรมทางศาสนาและหลักธรรมทางศาสนาบำเพ็ญประโยชนตอ สังคม
และสิง่ แวดลอ ม
3. ปฏิบัตติ นตามหลักธรรม จริยธรรม ทางศาสนาทสี่ ง เสริมสันตภิ าพไปใชพัฒนาตนเปนประโยชน
ตอ สงั คม

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู

140

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ส30203 กฎหมายท่ีประชาชนควรรู กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศึกษาที่มาและความสำคัญของกฎหมาย กฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว มรดกและทรัพยสิน การทำ
นิติกรรมสญั ญาเบื้องตน กฎหมายอาญานารูใ นชวี ิตประจำวนั กฎหมายเก่ียวกับชมุ ชนและสังคม กระบวนการ
ยตุ ิธรรม และข้ันตอนการดำเนินคดี

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการแสดงออก กระบวนการแสวงหาความรู ขบวนการปฏิบัติ
กระบวนการสบื คนขอมูล และกระบวนการกลุม

เพอื่ ใหมีความรคู วามเขา ใจ สามารถนำไปปฏิบตั ใิ นการดำเนินชวี ติ มีคุณธรรมจริยธรรมมีคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงคใ นดา นใฝเรยี นรู อยูอ ยา งพอเพยี ง และมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู
1. เขา ใจทีม่ าและความสำคัญของกฎมาย
2. อธบิ ายกฎหมายเกยี่ วกับครอบครัวมรดกและทรัพยสิน
3. วิเคราะหการทำนิติกรรมสัญญาเบ้อื งตน
4. อธบิ ายกฎหมายอาญานา รูในชวี ติ ประจำวัน
5. วเิ คราะหก ฎหมายนารูเกย่ี วกับชุมชนและสงั คม
6. เขา ใจกระบวนการยตุ ธิ รรมและขน้ั ตอนการดำเนินคดี

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

141

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ส30205 การปกครองของไทย กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาลักษณะการเมืองการปกครอง การเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองของไทยสมัยตางๆ
ปจจัยที่มีผลกระทบตอความมั่นคงทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย รูเขาใจเกี่ยวกับ
รัฐธรรมนูญของไทย วิวฒั นาการ อธบิ ายบทบาทหนาที่ของตลุ าการรัฐธรรมนูญ มีความรูความเขาใจเก่ียวกับ
ฝา ยนติ ิบญั ญตั ใิ นแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย โครงสรา งรัฐสภา กระบวนการนิติบญั ญตั ิ มีความรู
ความเขาใจเกีย่ วกับการเลือกต้ังตามระบอบประชาธิปไตย ระเบียบบริหารราชการแผนดนิ ปญหาเสถียรภาพ
ของรัฐบาล อำนาจหนาทกี่ ระบวนการของฝายตลุ าการ ศาลยุตธิ รรม

โดยใชกระบวนการศึกษา อธิบาย คิดวิเคราะห ฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการสืบคน
กำหนดเปาหมายและบทบาท ชักชวนสง เสรมิ เสนอแนะแนวทาง จัดกิจกรรมและจดั สัมมนา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ใฝเรียนรู รักชาติ ศาสน กษัตริย มุงมั่นการทำงาน อยูอยางพอเพียง
ซื่อสัตยสุจรติ ตระหนัก เชื่อมั่น การอยูรวมกันอยางสันตสิ ุขและอยูรว มกันเปนชาติอยางสมานฉนั ท เพื่อขจัด
ความขัดแยง และอยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุขและมุงมั่นพัฒนาชีวิต ปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดีตอสาวก
สมาชิกในครอบครวั และคนรอบขาง และปฏบิ ตั ิตนไดถ ูกตอง

ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายลักษณะการเมืองการปกครอง การเปลีย่ นแปลงการเมืองการปกครองของไทยสมยั ตาง ๆ
2. อธิบายปจจยั ทมี่ ีผลกระทบตอความมน่ั คงทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยของไทย
3. มคี วามรคู วามเขา ใจเกี่ยวกบั รฐั ธรรมนูญของไทย
4. มคี วามรคู วามเขา ใจเกี่ยวกบั ฝา ยนิตบิ ัญญัติในแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย
5. มคี วามรูความเขาใจโครงสรา งรฐั สภา กระบวนการนิตบิ ัญญตั ิ
6. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกบั การเลอื กตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย
7. อธิบายการจดั ระเบียบบริหารราชการแผน ดิน
8. วิเคราะหปญ หาเสถียรภาพของรัฐบาล
9. มคี วามรูความเขาใจอำนาจหนาทีก่ ระบวนการของฝา ยตุลาการ ศาลยุติธรรม

รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู

142

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ส30206 อาเซยี นศึกษา กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศกึ ษา วเิ คราะห และสบื คนขอ มูลเกยี่ วกับการกำเนดิ สมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซียนตั้งแตอดีต
จนถึงปจจุบัน ขอมูลพื้นฐานของประเทศสมาชิก วิสัยทัศน วัตถุประสงค โครงสรางและกลไก
การดำเนินงานตามกฎบัตรของประชาคมอาเซียน วิเคราะหบทบาทของอาเซียนทางดา นการเมือง เศรษฐกิจ
สังคมและวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชนในอาเซียน ตลอดจนถึงความรวมมือกับประเทศนอกกลุมสมาชิกและ
การรว มมือทางเขตการคา เสรีหรืออาฟตา (AFTA)

ผลการเรียนรู
1. วิเคราะหการกำเนิดสมาคมอาสาและพัฒนาการของอาเซียนตง้ั แตอดตี จนถงึ ปจจุบนั
2. อธบิ ายขอ มูลพ้ืนฐานของประเทศสมาชิกอาเซยี นในดานตา งๆ โครงสรางองคกรและกลไกการ
ดำเนนิ งานของอาเซยี นภายใตกฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซียน 3 เสาหลกั
3. วเิ คราะหบ ทบาทความรวมมอื ของอาเซียนทางดา นการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมท่ี
สงผลตอประชาคมอาเซียน
4. วเิ คราะหพัฒนาการของสิทธมิ นษุ ยชนในอาเซยี น ปฏิญญาวาดว ยสทิ ธมิ นุษยชน
5. วิเคราะหประโยชนและผลกระทบทไี่ ทยจะไดร ับจากการรวมกลมุ เปน ประชาคมอาเซยี น
6. อธบิ ายบทบาทของอาเซียนในสงั คมโลกความรวมมอื กับประเทศนอกกลมุ สมาชิกและการรวมมอื
ทางเขตการคาเสรีอาเซยี น

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

143

คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

ส30208 เศรษฐกจิ พอเพยี ง กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษาความเปน มาตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลกั การบรหิ ารจัดการองคก ร วสิ าหกิจชุมชน
ตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง

โดยการสบื คน วิเคราะหห ลักการพัฒนาประเทศตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและหลักการ
พัฒนาประเทศในดานความรวมมือระหวางประเทศทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ
วฒั นธรรม ใหก า วหนาไปไดอยางสมดุลภายใตกระแสโลกาภิวัตนโ ดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

เพ่ือใหเ กิดความรู ความเขา ใจ สามารถวิเคราะห และตระหนักในการบรหิ ารจดั การองคกร วิสาหกิจ
ชุมชน และสามารถนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชในองคกรชุมชน การดำเนินชีวิตและ
พฒั นาประเทศใหกา วหนา ไปไดอยางสมดลุ ภายใตก ระแสโลกาภิวัตนอยา งยั่งยนื

ผลการเรยี นรู
1. รเู ขา ใจหลักการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สามารถนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได
2. รูและเขาใจ และเห็นคุณคาหลักการทรงงานในโครงการพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 สามารถวิเคราะห

นำมาเปน แนวทางปฏบิ ัตใิ นการดำเนินชีวติ ไดอ ยางถูกตอ ง
3. วิเคราะหแนวทางการบริหารจัดการองคกรวิสาหกิจชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา

ประยุกตใ ชในการดำเนนิ ชวี ติ
4. วิเคราะหวัตถุประสงคและเปาหมายการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับ

ปจจบุ ันท่สี อดคลอ งกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
5. อภิปรายความสำคญั ของการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. นำแนวทางการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใชใ นการดำเนินชีวิตและ

พัฒนาสงั คม
7. เขา ใจและวเิ คราะหหลกั การพฒั นาประเทศในดานความรวมมือระหวา งประเทศทางการเมือง การปกครอง

เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมใหกาวหนาไปไดอยา งสมดุลภายใตกระแสโลกาภิวัตนโดยยึดหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู

144

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ส30209 เศรษฐศาสตรเพอื่ ชีวติ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศกึ ษาความสำคญั ของการวางแผนทางการเงิน การทำงบประมาณคาใชจ ายสว นตวั ควบคุมคาใชจา ย
รายเดือน กลไกดอกเบี้ยเงินฝากความจำเปนปจ จัยทีม่ ีผลตอ การซือ้ สนิ คา และบริการตนทุนสนิ คา และบริการ
คุณภาพและราคาสินคาและบริการ และประเมินกอนการตัดสินใจซื้อ ลักษณะที่เหมาะสมของการเปน
ผปู ระกอบการ การดำเนนิ การลักษณะของกิจการ การประกันชีวติ การวางแผนการออมและการลงทุน

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
เพอื่ ใหผ ูเรียนมวี นิ ยั ทางการเงนิ และรูจกั การออมและการลงทนุ ดว ยวิธีการตางๆ

ผลการเรียนรู
1. เหน็ ความสำคญั ของการวางแผนทางการเงิน รูจ ักการทำงบประมาณคา ใชจ า ยสวนตวั
ทำงบประมาณควบคุมคา ใชจ ายรายเดือน
2. รแู ละเขา ใจกลไกของดอกเบี้ยเงนิ ฝาก ตระหนักถึงความสำคญั และประโยชนข องการออม
3. รแู ละเขาใจความจำเปน ปจจัยท่ีมีผลตอการซ้อื สินคา และบริการ เขา ใจในภาพรวมของตน ทุนสินคา
และบริการ สามารถเปรยี บเทียบคณุ ภาพและราคาสนิ คา และบริการและประเมนิ กอนการตัดสินใจซอื้
4. รูและเขา ใจลักษณะที่เหมาะสมของการเปน ผปู ระกอบการ การดำเนนิ การลักษณะของกิจการบอก
ประเภทของกิจการ รจู ักวางแผนในการจัดตัง้ และดำเนินธรุ กิจดว ยตนเอง
5. รแู ละเขา ใจความหมาย ความสำคัญ และประโยชนข องการลงทนุ ความเสี่ยงและผลตอบแทน
รวมถงึ ปจ จยั เบอื้ งตนสำหรับการลงทุน
6. รแู ละเขาใจความหมายของความเสี่ยง และสามารถยกตวั อยา งความเสย่ี งทเ่ี กิดข้ึนในชวี ิตประจำวนั
ได รูจ กั วธิ ที ่ีจะลดความเสี่ยงและวธิ ลี ดความสญู เสยี ท่ีจะเกิดความเส่ียงเบอ้ื งตนได
7. รูและเขาใจหลกั การของการประกันชวี ิต ตระหนักถึงประโยชนของการทำประกันชีวติ
ตระหนักถึงความเขา ใจในการวางแผนการออมเพื่อใชในอนาคต

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

ส30211 บคุ คลสำคญั ของไทย 145
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1
คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษาประวัติและการดำเนินชีวิตของบุคคลสำคัญอันมีคุณธรรม จริยธรรม ตระหนักในคุณคาของ
บุคคลดงั กลาว และพรอ มจะนำมาเปน แบบอยางในการดำเนนิ ชวี ติ เพอ่ื ประโยชนส ขุ ทง้ั สวนตนและประเทศ

โดยใชกระบวนการคิด วเิ คราะห การคน ควา ประวตั คิ วามเปนมาของบุคคลสำคัญของไทย
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ใฝเรียนรู รักชาติ ศาสน กษัตริย มุงมั่นการทำงาน อยูอยางพอเพียง
ซื่อสตั ยส จุ ริต เพ่ือประโยชนส ขุ ทงั้ สว นตนและประเทศ

ผลการเรียนรู
1. รูและเขา ใจประวัตแิ ละผลงานของบคุ คลสำคญั ของประเทศไทย
2. วเิ คราะหคุณธรรมท่คี วรยดึ ถือเปนแบบอยา งของบคุ คลตวั อยา งของประเทศไทยที่ศึกษา
3. เห็นคณุ คา และนำคุณธรรมของบคุ คลสำคัญของประเทศไทยทศ่ี ึกษามาเปน แบบอยา ง
ในการดำเนินชีวิตเพือ่ พัฒนาตนเองและสงั คม

รวมทง้ั หมด 3 ผลการเรยี นรู

146

ส30212 หลักฐานประวตั ศิ าสตรไทย คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2
กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

หลักฐานทางประวัติศาสตรเปนสิ่งสำคัญเปรียบเสมือนกุญแจที่จะไขเหตุการณที่เปนเรื่องราวท่ี
เกิดขึ้นในอดีตได หลักฐานทางประวัติศาสตรแบงตามลักษณะได 3 ประเภท คือ หลักฐานประเภทวัตถุ
ลายลกั ษณอักษรและคำบอกเลา หลกั ฐานมีคุณคาการนำมาอา งอิงทางประวตั ิศาสตรไ ด

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรูความเขาใจ สามารถบอกความหมายคำวา หลกั ฐานทางประวัติศาสตรได
2. วิเคราะหค วามสำคญั ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรได
3. สามารถอธิบายลกั ษณะความแตกตางของหลักฐานประเภทตางๆได
4. สามารถจำแนกประเภทของหลักฐานประวตั ิศาสตรได
5. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั และเห็นคณุ คาของการใชห ลักฐานประวตั ิศาสตรกบั การดำเนนิ ชวี ติ ได
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

ส30213 เหตุการณปจ จบุ นั 147
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษา วิเคราะหเกี่ยวกับสาระสำคัญของเหตุการณและสถานการณที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก

ปจ จบุ นั ทง้ั ดานการเมอื งการปกครอง ดา นสังคมวฒั นธรรม ดานเศรษฐกจิ และดา นสิง่ แวดลอ มท่สี ง ผลใหเกิด
การเปลยี่ นแปลงตอ การดำรงชีวิตของมนษุ ยโลก

โดยใชทักษะกระบวนการสืบคนขอมูล ทักษะการคิดวิเคราะห ทักษะการสื่อสาร ทักษะการใช
เทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียนเกิดความรูความเขาใจในสถานการณที่สงผลกระทบตอการเปลี่ยนแปลงในโลก
ยุคปจจุบัน ตระหนักถึงคณุ คาและประโยชนที่แทจริงของเทคโนโลยี เห็นความสำคญั ของการตดิ ตามขาวสาร
ที่มผี ลตอการดำรงชีวิตในอนาคต

ผลการเรียนรู
1. มีความรู ความเขา ใจเกยี่ วกับเหตกุ ารณป จ จบุ ัน
2. วเิ คราะหสาระสำคญั ของเหตุการณพรอมเปรยี บเทยี บความแตกตา ง
3. เกดิ ทักษะการเรียนรูแบบเช่อื มโยงกับทักษะการใชชีวิต
4. เสนอแนวทางแกไ ขปญหาและพัฒนาใหยง่ั ยืน
5. รทู ันเหตกุ ารณและสถานการณโลก

รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู

148

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ส30227 หนา ทีพ่ ลเมือง 1 กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ

มีสวนรวมและแนะนำผูอื่นใหอนุรักษและเผยแพรมารยาทไทยสูสาธารณะในเรื่องการแสดงความ
เคารพการสนทนา การแตงกาย การมีสัมมาคารวะเห็นคุณคา อนุรักษ สืบสาน ประยุกตและเผยแพร
ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความ
อดทน ใฝหาความรู และต้ังใจปฏบิ ตั หิ นา ท่ี

ปฏบิ ัติตนเปนแบบอยา ง มสี ว นรวมในการจัดกจิ กรรมและสนบั สนุนใหผ ูอืน่ แสดงออกถงึ ความรักชาติ
ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ปฏิบตั ติ นเปนแบบอยา ง ประยกุ ตแ ละเผยแพรพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องการมีระเบียบวินัย ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรื่องระเบิดจากขางใน ไมติดตำรา
บรกิ ารรวมทีจ่ ุดเดยี ว ใชอธรรมปราบอธรรม และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏบิ ตั ติ นเปนผูมีวินัยใน
ตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สตั ยสจุ รติ ขยนั หมัน่ เพียร อดทน ใฝห าความรู ต้งั ใจปฏิบัติหนา ที่ ยอมรับผลท่ีเกดิ จาก
การกระทำของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกป ญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู

เพื่อใหผูเรียนมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเปนไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน
ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย เปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย
ทรงเปนประมุข มีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกตั้ง และการวิพากษนโยบาย
สาธารณะ อยูรวมกบั ผอู ื่นอยางสันติ จดั การความขดั แยง ดว ยสนั ตวิ ธิ ี และมีวนิ ัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. มสี ว นรวมและแนะนำผอู นื่ ใหอนรุ ักษ และเผยแพรม ารยาทไทยสูส าธารณะ
2. เหน็ คณุ คา อนรุ ักษ สืบสาน ประยกุ ต และเผยแพร ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม
และภมู ปิ ญ ญาไทย
3. เปนแบบอยาง มีสวนรวมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนใหผูอื่นแสดงออกถึงความรักชาติ
ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ 
4. เปนแบบอยาง ประยุกตและเผยแพร พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
5. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูมีวนิ ัยในตนเอง

รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู

149

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ส30228 หนาท่พี ลเมอื ง 2 กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

มสี วนรว มแนะนำผูอน่ื ใหอนุรักษและเผยแพรมารยาทไทยสูสาธารณะ ในเรือ่ งการแสดงความเคารพ
การสนทนา การแตงกาย การมีสัมมาคารวะ เห็นคุณคา อนุรักษ สืบสาน ประยุกตและเผยแพร
ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย

ปฏิบัติตนเปนแบบอยาง มีสวนรวมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนใหผูอื่นแสดงออกถึง
ความรกั ชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนาและเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย

ยอมรับในอัตลักษณและเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม เห็นคุณคาของ
การอยูรวมกันอยางสันติ และพึ่งพาซึ่งกันและกันดวยการเคารพซึ่งกันและกัน ไมแสดงกิริยาและวาจาดูหมนื่
ผูอื่น ชวยเหลือซึ่งกันและกัน แบงปน ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความอดทน ใฝหาความรูตั้งใจ
ปฏิบตั ิหนา ทแ่ี ละยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. มีสว นรว มและแนะนำผอู ื่นใหอนรุ ักษและเผยแพรม ารยาทไทยสสู าธารณะ
2. เห็นคณุ คาอนุรักษ สืบสาน ประยกุ ตและเผยแพรข นบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปวฒั นธรรมและ
ภมู ปิ ญ ญาไทย
3.เปนแบบอยาง มีสวนรวมในการจัดกิจกรรมและสนับสนุนใหผูอื่นแสดงออกถึงความรักชาติ
ยึดม่ันในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ 
4. ยอมรบั ในอตั ลกั ษณและเคารพความหลากหลายในสงั คมพหุวัฒนธรรม
5. เห็นคุณคาของการอยูรว มกนั อยา งสันตแิ ละพึง่ พาซง่ึ กนั และกัน
6. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูม ีวินยั ในตนเอง

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู


Click to View FlipBook Version