300
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ศ32101 ดนตรีศึกษา กลุมสาระการเรยี นรศู ิลปะ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ
ศึกษาเรื่องทักษะพื้นฐานดานดนตรี ไดแก ประวัติการดนตรีของไทย ประวัติบุคคลสำคัญ
ประวัตเิ พลงไทย วธิ กี ารจัดวงดนตรี การเทียบเสียงของวงดนตรี การดแู ลรกั ษาเครอ่ื งดนตรี
โดยใชการฝกทักษะดนตรี ใชสุนทรียะทางดาน ดนตรี วิเคราะห และการประดิษฐทำนองเพลง
รวมทั้งการบริหารจดั การแสดงดนตรี และตระหนกั ในคุณคาของการจัดกจิ กรรมดนตรี เพอ่ื บงบอกคานิยม
ประเพณี และวฒั นธรรม
เพื่อใหรักการเรียนรู และชื่นชมศิลปะ มีทักษะกระบวนการทางศิลปะ และการจัดการสามารถ
ถายทอดจินตนาการความคิดนำความรูศิลปะไปใชในการบูรณาการรวมกับกลุมการเรียนรูสาระอื่นๆ
มีสนุ ทรียภาพ เหน็ คณุ คา ของการอนุรักษว ัฒนธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิน่ ภมู ปิ ญ ญาไทย
รหัสตัวชี้วัด
ศ 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8
ศ 2.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมท้ังหมด 13 ตัวช้ีวัด
301
ศ32102 ทศั นศิลป คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 กลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ
เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
ศึกษาและสรางสรรคงานทัศนศิลปโดยการศึกษาเกี่ยวกับทัศนธาตุ การจัดองคประกอบศิลป
หลักการวิจารณและหลักการความเขาใจเกี่ยวกับงานทัศนศิลป ลักษณะการออกแบบ โดยใชหลัก
องคป ระกอบ เปน ตน
โดยใชกระบวนการสรางสรรค การทดลอง การทำงานแบบโครงงาน การอภิปรายการวิจารณ
รวมทง้ั สรางสรรคงานศิลปะโดยมีการสะสมผลงาน
เพอ่ื แสดงความกาวหนาและพัฒนาการของตนเอง แสดงออกทางดานศิลปะ สื่อความคดิ สรางสรรค
ผา นจินตนาการ ผานสื่อประเภทภาพ ลอ เลียน ส่ือภาพการตนู
รหสั ตัวชี้วดั
ศ 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 , ม.4-6/9 ,
ม.4-6/10 , ม.4-6/11
ศ 1.2 ม.4-6/1
รวมทั้งหมด 12 ตัวชี้วัด
302
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูศ ิลปะ
ศ33101 ทัศนศลิ ป เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1
ศึกษาและวิเคราะหง านทัศนศลิ ปด า นรปู แบบท่เี กยี่ วขอ งกับศลิ ปะตะวันออกและตะวนั ตก ผลงาน
ทัศนศิลปของศิลปนที่มีชื่อเสียงและยอมรับในสังคม ศึกษามรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น และ
สากล เปน ตน
โดยใชกระบวนการคน ควา รายงาน อภิปราย การทำงานแบบโครงงาน เห็นคุณคางานทัศนศิลปท ่ี
เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญ ญาทองถนิ่ ภูมิปญญาไทยและสากล
รหัสตวั ชี้วัด
ศ 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
รวมท้ังหมด 3 ตัวชีว้ ดั
303
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ศ33102 นาฏศิลป กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
ศึกษาเรื่องจุดมุงหมายของศิลปนในการเลือกใชวัสดุอุปกรณ เทคนิค และเนื้อหาในการสรางงาน
ทัศนศิลป ทฤษฎีการวิจารณศิลปะ การจัดทำแฟมสะสมงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปของศิลปนที่มีชือ่ เสยี ง
อทิ ธิพลของวัฒนธรรมระหวา งประเทศทม่ี ผี ลตอ งานทัศนศิลปการวาดภาพลอเลยี นหรอื ภาพการตนู
โดยใชวิธีการปฏบิ ตั ิ สรา งสรรคง านทัศนศิลปไทย สากล โดยศกึ ษาจากแนวคดิ และวิธกี ารสรางงาน
ของศลิ ปน ทีต่ นช่นื ชอบ วาดภาพระบายสีเปนภาพลอเลียนหรือภาพการตนู เพ่ือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
สภาพสงั คมใน ปจจบุ ัน วเิ คราะหแ ละอธบิ ายจดุ มุงหมายของศิลปน ในการเลือกใชวัสดุ อปุ กรณ เทคนิคและ
เน้ือหาเพ่ือ สรางสรรคง านทัศนศลิ ป ประเมนิ และวจิ ารณงานทัศนศิลปโ ดยใชทฤษฎีการวจิ ารณศิลปะ ระบุ
งานทัศนศิลป ของศิลปนที่มีชื่อเสียงและบรรยายผลตอบรับของสังคม อภิปรายเกี่ยวกับอิทธิพลของ
วฒั นธรรมระหวาง ประเทศที่มีผลตอ งานทัศนศิลปในสังคม
เพื่อใหเห็นคุณคาของงานทัศนศิลปที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย
และสากล ชน่ื ชมและประยุกตใ ชในชีวติ ประจำวนั
รหสั ตวั ช้ีวัด
ศ 1.1 ม.4-6/8, ม.4-6/9, ม.4-6/10 , ม.4-6/11
ศ 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/4
รวมทั้งหมด 7 ตวั ชี้วัด
304
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ศ31201 วาดเสน กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาการวาดเสนในลักษณะของความเปนมา รูปแบบ วิธีการสรา งสรรค วัสดุอุปกรณ ขั้นตอน
การถายทอดผลงานในการวาดเสน การจัดภาพ เทคนิคการลงน้ำหนักแสงเงา การเขียนภาพหุนน่ิง
ภาพสตั ว ภาพทวิ ทัศน ภาพส่ิงกอ สรา ง แนวทางในการสรา งสรรคศิลปะวาดเสน
โดยใชทักษะกระบวนการฝกทักษะ สืบคน การปฏิบัติงาน ทักษะการคิดสรางสรรค และทักษะ
กระบวนการจัดการแบบเปนขั้นตอน สรางสรรคงานวาดเสน จัดภาพ ลงน้ำหนัก ทำระยะ มิติในงาน
วาดเสน
เพื่อใหพัฒนาความคิด ความรูสึก ถายทอดอารมณ มีสติ รูคิด รูทำ รูปฏิบัติจากการวาดภาพ
หมั่นศึกษาเลาเรียนทั้งทางตรงและทางออม เห็นคุณคางานศิลปะวาดเสนที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม
ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น ภมู ปิ ญญาไทย-สากล รูจกั ดำรงตนอยโู ดยใชห ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. มีความรคู วามเขาใจในความหมายลกั ษณะความเปนมา เทคนิควิธีการวาดเสน พ้นื ฐานรวมไปถึง
การใชว สั ดุอุปกรณในการวาดเสน
2. มคี วามรคู วามเขาใจในหลักการจัดองคประกอบศลิ ป สัดสว นและการเปรยี บเทียบสัดสวน
ระหวา งวตั ถุ
3. สามารถจดั ภาพและลงนำ้ หนกั แสงเงาเบ้ืองตนได
4. สามารถวาดภาพหนุ น่ิงได
5. สามารถวาดภาพทิวทัศนได
6. สามารถวาดภาพสัตวไ ด
7. สามารถวาดภาพสงิ่ กอสรา งได
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู
305
ศ31202 ศิลปะลายไทย คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 กลุม สาระการเรยี นรศู ิลปะ
เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
อธิบายความหมายของงานศิลปะไทย ประเภท ลักษณะรูปแบบ ความเปนมา แหลงกำเนิด
ลายไทย ข้นั ตอนการวาดภาพ การรา งลายไทยเบือ้ งตน
ปฏบิ ตั ิทักษะ วาดภาพ ระบายสี คน ควา โดยกระบวนการกลมุ ปฏบิ ัตงิ านไดอ ยางเปน ข้ัน เปนตอน
เพ่อื ใหเกดิ ความคิดรเิ ร่มิ จนิ ตนาการ รูคุณคา ทางดานศิลปะไทย เกดิ การรบั รูทางดานสนุ ทรยี ภาพ
ผลการเรียนรู
1. มคี วามรู ความเขาใจ เก่ยี วกับศลิ ปะไทยในลกั ษณะความเปนมา รูปแบบ วธิ กี ารสรางสรรค
2. มคี วามรู ความเขา ใจ ความเปน มา แหลง กำเนิดลายไทย
3. มีความรู ความเขาใจ ข้ันตอนการวาดภาพ การรางลายไทยเบ้ืองตน
4. สามารถเขยี นภาพ วาดภาพ ระบายสี
5. เหน็ คณุ คางานศิลปะวาดเสน ท่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญ ญาทองถ่ิน ภูมิปญญาไทย
และสากล
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
306
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ศ31203 ดนตรีไทย 1 กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษาและฝกปฏิบัติทฤษฎีทางดนตรี อาน เขียนโนตไทยและสากล ตามหลักการฟงดนตรีไทย
ประวัติเพลง การดูแลรักษาเครื่องดนตรี ฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีไทยอยางนอย 1 ชิ้น ฝกบรรเลงเพลงอัตรา
จงั หวะสองช้นั และชน้ั เดยี ว ฝก บรรเลงทั้งเดยี่ วและกลมุ จดั การแสดงผลงานทางดนตรี
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจและมีทักษะเกี่ยวกับการบรรเลงดนตรีไทยที่ถนัดไดอยางถูกตอง
ไพเราะเพลิดเพลิน สนกุ สนาน
มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน นำภูมิปญญาทองถิ่นมาผสมผสานไดอยางกลมกลืน
มีความสขุ ในการเรียนและเกิดความช่นื ชมเห็นคุณคา ในเอกลกั ษณประจำชาติ
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายถึงโนต ไทย โนตสากลและหลกั การอาน เขยี น โนตเบอ้ื งตน ได
2. อธบิ ายถงึ หลกั การฟง ดนตรีไทย
3. อธบิ ายประวัติและความสำคญั ของเพลงได
4. เลือกปฏบิ ตั เิ ครอื่ งดนตรไี ดอ ยางนอย 1 ชน้ิ
5. บรรเลงเครื่องดนตรีไทยเพลงแขกบรเทศช้นั เดียวได
6. บรรเลงเครอ่ื งดนตรไี ทยเพลงลาวเสย่ี งเทียนสองชนั้ และช้ันเดียวได
7. รวมกนั จัดการแสดงดนตรีไทยได
8. ดแู ล บำรุงรกั ษาเครื่องดนตรไี ทยไดอยา งถกู ตอง
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
307
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ศ31204 ดนตรสี ากล 1 กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาถึงทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตนตัวโนตโครงสรางของบันไดเสียงเมเจอรและไมเนอรขั้นคูเสียง
และควบคูไปกับการฝกอานโนต ฝกฟงเสียงการบันทึกโนตตามเสียงที่ไดยินฝกโสตทักษะทางดนตรี
การเปลง เสียงใหถ ูกตอ งตามระดับตัวโนตและจังหวะ ฝกทกั ษะการฟง ขนั้ คูเสยี ง คอรด แบบงา ยๆ ฝกทักษะ
การรบั รทู งั้ จากดนตรีจริงและจากแถบบันทกึ เสยี ง ตลอดทัง้ สามารถบนั ทกึ โนตเหลานัน้ ไดอยา งถกู ตอง
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายและองคประกอบของดนตรไี ด
2. อธบิ ายทฤษฎโี นต สากลเบ้ืองตน ได
3. ปฏบิ ตั กิ ารเปลง เสียงตามระดับโนตได
4. บนั ทกึ โนตตามเสียงท่ีไดยินได
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
308
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ศ31205 ดนตรีสากล 2 กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาถึงทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตนตัวโนตโครงสรางของบันไดเสียงเมเจอรและไมเนอรขั้นคูเสียง
และควบคูไปกับการฝกอานโนต ฝกฟงเสียงการบันทึกโนตตามเสียงที่ไดยินฝกโสตทักษะทางดนตรี
การเปลงเสยี งใหถูกตอ งตามระดับตัวโนต และจงั หวะ ฝก ทกั ษะการฟง ข้นั คเู สียง คอรดแบบงายๆ ฝกทักษะ
การรับรูทั้งจากดนตรีจริงและจากแถบบันทึกเสียง ตลอดทั้งสามารถบันทึกโนตเหลานั้นไดอยางถูกตอง
โดยฝกโสตทกั ษะทางดนตรตี อจากดนตรสี ากล 1 ในระดบั ที่ซบั ซอนเพิ่มเตมิ
ผลการเรียนรู
1. อธิบายทฤษฎโี นต สากลเบ้ืองตน ได
2. อธิบายถึงศัพทส งั คตี ท่ใี ชในการบรรเลงดนตรไี ด
3. อธบิ ายถึงโนตดนตรีสากลในการเลนและบรรเลงดนตรีได
4. ปฏบิ ัตกิ ารเปลงเสียงตามระดบั โนต ได
5. บันทึกเสียงตามโนตท่ีไดยนิ จากดนตรีจริงและจากแถบบันทึกเสยี งได
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
309
คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
ศ31206 สีนำ้ กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศกึ ษา ประวัตคิ วามเปนมาของการระบายสนี ำ้ เทคนิคตาง ๆ ในการระบายสีน้ำ ลักษณะคุณสมบัติ
ของสีน้ำ สื่อวัสดุและอุปกรณเพื่อนำไปสูขบวนการสรางสรรคงานจิตรกรรมสีน้ำ หลักการจัดองคประกอบ
ศิลป การเขยี นภาพสนี ้ำหุนนง่ิ การเขยี นภาพสีน้ำทิวทศั น
โดยใชวิธีการศึกษาคนควาดวยตนเอง ทักษะกระบวนการปฏิบัติอยางเปนขั้นตอนและทักษะ
การคดิ วเิ คราะหสรา งสรรค
ใหผเู รียนเกิดความรู ความเขา ใจ มีความมุงม่นั ในการสรา งสรรคงานอีกท้ังเห็นคุณคางานทัศนศิลป
สรางสมาธิจากการวาดภาพ มีสติ รูคิด รูทำ รูปฏิบัติ รูจักดำรงตนอยูโดยใชหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หมั่นศึกษาเลาเรียน ซื่อสัตย เสียสละ อดทน และสามารถนำความรูไปบูรณาการกับวิชาอื่นๆ และนำไปใช
ในชวี ติ ประจำวนั ไดต ามความเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูความเขาใจในประวตั ิความเปน มาของสีน้ำ
2. มีความรูค วามเขาใจเก่ยี วกับคุณสมบัติของสนี ้ำ
3. มีความรูความเขาใจเกย่ี วกับวสั ดแุ ละอุปกรณในการเขียนภาพสนี ำ้
4. มีความรคู วามเขาใจในวธิ ีการใชสีนำ้ ตลอดจนการผสมสนี ำ้ ตามหลักทฤษฎสี ี
5. มคี วามรคู วามเขาใจในเทคนคิ การระบายสีนำ้
6. มีความรคู วามเขาใจในการเขยี นภาพสีนำ้ โดยใชหลักการจัดองคป ระกอบศิลป
7. สามารถเขียนภาพสนี ้ำหุนนง่ิ ได
8. สามารถเขียนภาพสีนำ้ ทิวทัศนไ ด
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
310
ศ31207 ดนตรีไทย 2 คำอธิบายรายวิชา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศกึ ษาและฝกปฏิบตั ทิ ฤษฎีทางดนตรีอาน เขยี นโนต ไทยและสากลตามหลักการฟงดนตรีไทยประวัติ
เพลงการดูแลรักษาเครื่องดนตรีฝก ปฏิบตั ิเคร่ืองดนตรีไทยอยา งนอย 1 ชนิ้ ฝกบรรเลงเพลงอัตราจังหวะสอง
ชน้ั และช้ันเดียวฝกบรรเลงทง้ั เด่ียวและกลุมจัดการแสดงผลงานทางดนตรี
เพอื่ ใหม ีความรูความเขา ใจและมีทักษะเก่ยี วกับการบรรเลงดนตรีไทยท่ีถนัดไดอยางถูกตองไพเราะ
เพลิดเพลนิ สนกุ สนาน
มีวินัยใฝรใู ฝเ รียนมุงม่ันในการทำงานนำภูมปิ ญญาทองถิ่นมาผสมผสานไดอยา งกลมกลืนมีความสุข
ในการเรียนและเกดิ ความชน่ื ชมเห็นคณุ คา ในเอกลกั ษณประจำชาติ
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายถงึ โนตไทยโนตสากลและหลกั การอา น เขยี น โนต เบื้องตนได
2. อธิบายถึงหลักการฟงดนตรีไทย
3. อธบิ ายประวัตแิ ละความสำคัญของเพลงได
4. เลอื กปฏบิ ัตเิ คร่ืองดนตรไี ดอยางนอย 1 ชิ้น
5. บรรเลงเครอ่ื งดนตรไี ทยเพลงแขกบรเทศ ชน้ั เดียวได
6. บรรเลงเครื่องดนตรีไทยเพลงทองยอ น สองชน้ั และช้นั เดยี วได
7. รว มกนั จดั การแสดงดนตรีไทยได
8. ดแู ลบำรงุ รกั ษาเคร่ืองดนตรีไทยไดอ ยางถูกตอ ง
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู
311
ศ31208 นาฏศลิ ป 1 คำอธิบายรายวิชา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
เวลา 40 ช่วั โมงจำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาศิลปะนาฏศิลปเบื้องตนในเรื่อง ความหมาย จุดมุงหมาย ความเปนมา ความเปนเอกลักษณ
ประจำชาติ ความสมั พนั ธก บั ชีวิต ประเภทและลักษณะ องคป ระกอบ หลกั การสรา งสรรคและวิจารณ
สามารถฝกปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงและการจัดการแสดงนาฏศิลปอยางเหมาะสม ยึดหลักความ
พอเพยี ง
เพื่อใหความรูความเขาใจ เห็นคุณคา มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน และภาคภูมิใจ
เก่ยี วกับศิลปะการละครและมที ักษะสามารถจดั การแสดงในโอกาสตา ง ๆ ได มคี วามตระหนักท่ีจะถายทอด
และอนุรักษใ หส ืบทอดตอ ไป
ผลการเรียนรู
1. มคี วามรูความเขา ใจเกีย่ วกับศิลปะนาฏศลิ ปเ บื้องตนในเรื่อง ความหมาย จดุ มงุ หมาย
ความเปน มาความเปน เอกลกั ษณประจำชาติ ความสมั พนั ธก บั ชวี ิต
2. นักเรียนสามารถบอกและอธบิ าย ประเภทและลักษณะ องคประกอบ หลักการสรางสรรคและ
วจิ ารณได
3. นกั เรยี นสามารถนำองคป ระกอบ หลกั การสรา งสรรคและวจิ ารณ มาฝก ปฏิบัตเิ ก่ียวกบั การ
แสดงนาฏศิลปไ ด
4. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั กิ ารแสดงนาฏศิลปทก่ี ำหนดใหไดอยา งเหมาะสม ยดึ หลกั ความพอเพยี ง
5. นักเรยี นมีทกั ษะสามารถจัดการแสดงในโอกาสตางๆ ได
6. นกั เรียนมวี ินยั ใฝร ใู ฝเ รียน มงุ ม่ันในการทำงาน
7. นกั เรียนเหน็ คุณคาและภาคภูมิใจเก่ียวกับศิลปะการละครมคี วามตระหนักที่จะถายทอดและ
อนุรกั ษใหสืบทอดตอไป
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู
312
ศ31209 นาฏศิลป 2 คำอธิบายรายวชิ า
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 กลุม สาระการเรยี นรูศิลปะ
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาหลักสำคัญในการประดิษฐทารำประกอบเพลง มีความรูความเขาใจในการใชศัพททาง
นาฏศลิ ปไ ทยและสากลมาประยุกตใชในการแสดง บรรยายลกั ษณะการแตงกายการแสดงประกอบเพลงแต
ละประเภท ประดิษฐการทารำประกอบเพลงประเภทตาง ๆ สรางสรรคการแสดงของทองถิ่น โดยใช
องคประกอบนาฏศิลปไทยมาประยุกตใช เพื่อมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการจัดการแสดงนาฏศิลป
ประยุกตแบบตาง ๆ และนำไปใชในโอกาสตา งๆ ได
สามารถฝก ปฏิบัติเก่ียวกับการแสดงและสรางสรรคน าฏศลิ ปประยกุ ตอยางเหมาะสม ยดึ หลักความ
พอเพียง
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงคในดานการใฝเรียนรู การมุงมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะ
มวี นิ ยั รกั ความเปน ไทยและการมีความคิดรเิ ร่มิ สรา งสรรค
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายหลกั สำคัญในการประดิษฐทา รำประกอบเพลงได
2. สามารถใชศัพททางนาฏศิลปไทยและสากลมาประยกุ ตใชไ ด
3. บรรยายลักษณะการแตง กายการแสดงประกอบเพลงแตละประเภทได
4. ประดิษฐท ารำประกอบเพลงประเภทตา ง ๆ ได
5. สรางสรรคก ารแสดงของทองถน่ิ โดยใชองคป ระกอบนาฏศิลปไทยมาประยกุ ตใชไ ด
6. การแสดงนาฏศิลปป ระยุกตแ บบตา ง ๆ ได
7. นกั เรยี นเห็นคุณคา และภาคภมู ใิ จ เกยี่ วกบั ศลิ ปะการละครมีความตระหนกั ทจ่ี ะถา ยทอดและ
อนรุ ักษใ หสบื ทอดตอไป
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู
313
ศ32201 ศิลปะกับผาบาติก 1 คำอธิบายรายวชิ า
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ
เวลา 40 ชั่วโมงจำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศกึ ษาประวัติความเปนมาของบาตกิ ประวตั ิความเปน มาของมะตาด หลักการใชวสั ดอุ ุปกรณก าร
ทำบาติกแบบลายเขียนระบายสี หลักการออกแบบเบ้ืองตน หลกั การออกแบบลวดลายบาตกิ หลกั การจัด
องคประกอบลายมะตาดกับงานบาติก หลักการใชทฤษฎีสกี ับงานบาติก หลกั การทำบาตกิ ดวยเทคนิคตา งๆ
ขนั้ ตอนวิธกี ารทำผาบาติกแบบระบายกบั ลวดลายมะตาด ปญ หาสาเหตแุ ละวธิ ีการแกไข การทำผา บาติก
แบบระบายกับลวดลายมะตาดและผลติ ภัณฑง านบาตกิ แบบระบายดว ยลวดลายตางๆกับชีวิตประจำวัน
โดยใชทกั ษะกระบวนการปฏิบตั ิ ทักษะการคิดสรางสรรค การวางแผนการทำงานอยา งเปนขนั้ ตอน
และทกั ษะกระบวนการจัดการอยางเปนระบบ
เพ่ือใหผ เู รียนมีความสามารถในการคดิ -แกป ญ หา มีวินยั ใฝเ รียนรู มีความมงุ ม่นั ในการทำงาน
รักชาติ ศาสน กษตั ริย รักความเปนไทย มสี ติ รูคดิ รปู ฏิบตั ิ อยูอยา งพอเพยี งและนำกระบวนการตาง ๆ
ไปใชใ นชีวติ ประจำวนั
ผลการเรียนรู
1. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขาใจประวัติความเปนมาของบาติก
2. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขาใจประวัตคิ วามเปนมาของมะตาด
3. นักเรยี นมคี วามตระหนักในการอนุรักษและเหน็ คณุ คาของมะตาด
4. นักเรยี นรูจักและวิธีใชว ัสด-ุ อุปกรณการทำบาติกแบบลายเขียนระบายสี
5. นกั เรียนมีความรูความเขา ใจหลกั การออกแบบเบื้องตน
6. นักเรียนมีความรคู วามเขา ใจหลักการออกแบบลวดลายบาตกิ
7. นักเรยี นมีความรูความเขาใจการจัดองคประกอบลายมะตาดกับงานบาติก
8. นักเรยี นมีความรคู วามเขา ใจหลกั การใชทฤษฎสี ีกับงานบาตกิ
9. นักเรยี นมคี วามรคู วามเขาใจหลกั การทำบาติกดว ยเทคนิคตา งๆ
10. นกั เรียนมีความรูความเขาใจขั้นตอนการทำผา บาติก
11. นักเรยี นมีความรูความเขาใจถงึ ปญ หา สาเหตุและวิธีการแกไขในการทำผาบาติก
12. นกั เรียนมีความรูความเขาใจในการนำผลติ ภณั ฑงานบาติกไปใชในชวี ิตประจำวัน
13. นกั เรียนสามารถทำผาบาติกแบบระบายกับลวดลายมะตาดและลวดลายตา ง ๆ
รวมทั้งหมด 13 ผลการเรยี นรู
314
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ศ32202 ศิลปะกับบาตกิ 2 กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษา อธิบาย เทคนิคตางๆในการสรางพื้นผิวงานบาติกการทำผาติกโดยใชเทคนิคการสรางพื้นผวิ
ข้ันตอนการทำบาติก ระะบายบนเสือ้ ยดื และข้ันตอนการทำบาติกบนกระดาษสา
โดยใชทกั ษะกระบวนการปฏิบตั ิ ทกั ษะการคิดสรา งสรรค และทักษะกระบวนการจัดการ
เพ่ือใหผูเรยี นมีความสามารถในการคดิ –แกปญ หา มคี วามมุงม่นั ในการทำงาน และนำกระบวนตาง
ไปใชใ นชีวติ ประจำวันได
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูความเขาใจเทคนิคการสรา งพืน้ ผิวในงานบาติก
2. สามารถปฏบิ ตั ทิ ำผา บาผาติกโดยใชเ ทคนคิ การสรา งพื้นผิวได
3. มีความรแู ละเขาใจข้ันตอนการทำบาติกระบายบนเส้อื ยึด
4. สามารถปฏบิ ัตกิ ารทำบาติก ระบายบนเสอ้ื ยึด
5. มีความรูและเขาใจขนั้ ตอนการทำบาติกบนกระดาษสา
6. สามารถปฏิบัติทำภาพบาตกิ บนกระดาษสาได
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
315
ศ32203 จิตรกรรม คำอธิบายรายวชิ า
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษา ความหมายของงานจิตกรรม การสรา งสรรคงานจิตรกรรม รูปแบบของงานจิตรกรรม
หลกั การรวมไปถงึ เทคนคิ วัสดุอุปกรณท ่ีใชในการสรางงาน วธิ ีการสรา งสรรคผ ลงาน หลกั การจดั
องคป ระกอบศลิ ป แสงเงา ระยะใกลไกลและทฤษฏีสี
โดยใชท ักษะกระบวนการปฏิบตั ิ ใชสือ่ วัสดุทหี่ ลากหลายในการถายทอดรปู แบบ เร่อื งราวตา ง ๆ
ใหเ ปน ผลงานการเขยี นภาพที่มาจากจินตนาการอยางอิสระ
เพอื่ ใหพ ัฒนา ความคิด ความรสู ึก ถา ยทอดอารมณ แสดงซึ่งความคิด มีสติ รตู ัว รคู ิด รปู ฏิบตั ิ
จากการวาดภาพ เห็นคุณคางานทัศนศิลป ทเี่ ปนมรดกทางวัฒนธรรม หมั่นศึกษาเลา เรียน ซือ่ สตั ย
มีระเบยี บวนิ ัยและ รูจักดำรงตนอยโู ดยยึดหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. มีความรคู วามเขาใจในความหมาย ประวตั ิความเปน มาและรปู แบบของงานจิตรกรม
2. มคี วามรคู วามเขาใจในเทคนิค วธิ ีการสรางสรรคผลงาน หลกั การจดั องคป ระกอบศิลป
แสงเงา ระยะใกลไกล ทฤษฏีสี และวัสดุอุปกรณทีใ่ ชในการสรางงาน
3. สามารถสรา งงานจติ รกรรมภาพหุนนิ่งได
4. สามารถสรางงานจิตรกรรมภาพสตั วได
5. สามารถสรางงานจิตรกรรมภาพทัศนยี ภาพได
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
316
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ศ32204 ศิลปะสรางสรรค กลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศึกษาศิลปะไทยและสากลในลักษณะความเปนมาของยุคสมัยตางๆ รูปแบบ วิธีการสรางสรรค
การถายทอดในงานศิลปะของประเทศตะวันตกและตะวันออก แนวทางในการสรางสรรคศิลปะ ตลอดจน
วิวฒั นาการทางดา นเทคนคิ และวธิ ีการของศลิ ปน คนสำคญั ในปจ จุบัน
โดยใชก ระบวนการสืบคน อภปิ ราย รายงาน การทำงานแบบโครงงาน รวมทงั้ สรา งสรรคงานศลิ ปะ
เพื่อพัฒนา ความคิด ความรูสึกเกี่ยวกับวัฒนธรรม อารยธรรม เห็นคุณคางานศิลปะที่เปนมรดก
ทางวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถนิ่ ภมู ิปญ ญาไทย และสากล
ผลการเรยี นรู
1. มีความรูค วามเขาใจเกีย่ วกบั ลักษณะความเปนมา ยุคสมยั รปู แบบ วธิ กี ารสรางสรรค
2. มคี วามรูความเขาใจ ความเปน มาการถา ยทอดศลิ ปะตะวันตกและตะวนั ออก
3. มคี วามรคู วามเขา ใจแนวทางการสรา งสรรคข องศิลปนวิธกี าร การจัดองคประกอบ การจดั ภาพ
4. สามารถสบื คน รายงาน อภิปราย คนควา ศิลปะตะวันออกและตะวันตก
5. มคี วามรูแ ละเขาใจการมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิน่ ภูมิปญญาไทย และสากล
6. เห็นคณุ คางานศลิ ปะ ท่เี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญ ญาทองถิ่น ภมู ิปญ ญาไทย และสากล
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู
317
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ศ32205 สีโปสเตอร 1 กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาหลักการ และวธิ ีการเก่ยี วกับการเขียนสโี ปสเตอร ความเปน มา วสั ดอุ ุปกรณ การเก็บรักษา
ลักษณะสี การระบาย วิเคราะหการจัดองคประกอบศิลป ศึกษาการใชแสงเงา เขียนสีโปสเตอร ใชส่ือ
วัสดุถายทอด รปู แบบ เร่ืองราวตา งๆ เปนผลงาน เขยี นภาพเชนภาพหุน นิ่ง ภาพโปสเตอร งานพาณิชยศิลป
ภาพทวิ ทศั น
เพือ่ ความเขาใจ ซาบซ้ึง รูคณุ คา ในงานศิลปะ สามารถนำไปบรู ณาการเขากบั สาระการเรยี นอื่นๆอีก
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรคู วามเขา ใจเกี่ยวกับการจดั การเรยี นการสอนรายวิชา การเขียนสีโปสเตอร
2. มคี วามรคู วามเขา ใจความเปนมาการใช เกบ็ รักษาอุปกรณ
3. มีความรคู วามเขาใจลักษณะสี การระบายสี การจดั องคป ระกอบ
4. สามารถเขยี นภาพสโี ปสเตอรใ นลกั ษณะตางๆ
5. มีความรแู ละเขาใจการเขียนภาพสีโปสเตอรเบ้อื งตน
6. มีความรูแ ละเขาใจวิธกี ารเขยี นแบบงานออกแบบพาณชิ ยศิลป
7. มคี วามรคู วามเขาใจหลักการเขยี นสโี ปสเตอร
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู
318
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ศ32206 ศิลปะกับบาติก 2 กลมุ สาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศึกษา อธิบาย เทคนิคตางๆในการสรางพืน้ ผิวงานบาตกิ การทำผาติกโดยใชเทคนิคการสรา งพื้นผวิ
ขัน้ ตอนการทำบาติกระะบายบนเสื้อยืดและขัน้ ตอนการทำบาติกบนกระดาษสา
โดยใชทกั ษะกระบวนการปฏบิ ตั ิ ทักษะการคิดสรา งสรรค และทักษะกระบวนการจดั การ
เพ่อื ใหผูเรยี นมคี วามสามารถในการคิด –แกป ญหา มีความมงุ มน่ั ในการทำงาน และนำกระบวนตาง
ไปใชในชีวติ ประจำวันได
ผลการเรยี นรู
1. มีความรูความเขา ใจเทคนิคการสรางพ้นื ผวิ ในงานบาติก
2. สามารถปฏิบตั ทิ ำผา บาผา ตกิ โดยใชเทคนคิ การสรางพื้นผิวได
3. มคี วามรูแ ละเขาใจข้ันตอนการทำบาติกระบายบนเสื้อยดึ
4. สามารถปฏบิ ัตกิ ารทำบาติก ระบายบนเสอ้ื ยึด
5. มคี วามรแู ละเขาใจข้ันตอนการทำบาติกบนกระดาษสา
6. สามารถปฎบิ ตั ทิ ำภาพบาติกบนกระดาษสาได
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู
319
ศ32207 ดนตรีไทย 3 คำอธิบายรายวิชา
ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
เวลา 40 ช่ัวโมงจำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาและฝกปฏิบัติทฤษฎีการดนตรีอาน เขียน โนตไทยและสากลตามหลักการฟงดนตรีไทย
ประวัติเพลงการดูแลรักษาเครื่องดนตรีฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีไทยอยางนอย 1 ชิ้น ฝกบรรเลงเพลงอัตรา
สามชั้น สองช้นั และช้นั เดียวใหค รบเปน เพลงเถาฝกบรรเลงทั้งเดีย่ วและกลุมจดั การแสดงทางดนตรี
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน และมีทักษะเกี่ยวกับ
การบรรเลงดนตรีไทยที่ถนัดไดอยา งถูกตองไพเราะเพลิดเพลนิ สนุกสนาน นำภูมปิ ญญาทอ งถ่ินมาผสมผสาน
ไดอยางกลมกลืน มีความสุขในการเรียนและเห็นคุณคาเกิดความชื่นชม มีจิตสำนึกรักความเปนไทย
อนรุ กั ษศ ลิ ปะประจำชาตสิ บื ไป
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายถงึ โนตไทยโนตสากลและหลกั การอาน เขยี น โนตเบื้องตน ได
2. อธิบายถึงหลกั การฟงดนตรไี ทย
3. อธบิ ายประวตั ิและความสำคญั ของเพลงได
4. เลอื กปฏิบัตเิ ครื่องดนตรีไดอ ยา งนอย 1 ชนิ้
5. บรรเลงเคร่ืองดนตรไี ทยเพลงพมาเขว ช้นั เดยี วได
6. บรรเลงเครอ่ื งดนตรไี ทยในแขกบรเทศ สามช้ัน สองช้นั และชัน้ เดียวเปน รปู แบบเพลงเถาได
7. รว มกนั จัดการแสดงดนตรีไทยได
8. ดูแลบำรุงรกั ษาเคร่ืองดนตรีไทยไดอยา งถกู ตอง
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
320
ศ32208 ดนตรีไทย 4 คำอธิบายรายวิชา
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 กลุม สาระการเรยี นรูศิลปะ
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาและฝกปฏิบัติทฤษฎีการดนตรีอาน เขียน โนตไทยและสากลตามหลักการฟงดนตรีไทย
ประวัติเพลงการดูแลรักษาเครื่องดนตรีฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีไทยอยางนอย 1 ชิ้นฝกบรรเลงเพลงอัตรา
สามชั้น สองช้นั และช้ันเดียวใหครบเปน เพลงเถา ฝกบรรเลงทง้ั เดี่ยวและกลมุ จัดการแสดงทางดนตรี
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน และมีทักษะเกี่ยวกับ
การบรรเลงดนตรีไทยท่ีถนัดไดอยางถูกตองไพเราะเพลิดเพลินสนุกสนาน นำภมู ิปญ ญาทองถ่ินมาผสมผสาน
ไดอยางกลมกลืน มีความสุขในการเรียนและเห็นคุณคาเกิดความชื่นชม มีจิตสำนึกรักความเปนไทย
อนรุ ักษศ ลิ ปะประจำชาติสืบไป
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายถึงโนตไทยโนตสากลและหลักการอา น เขียน โนตเบอ้ื งตนได
2. อธิบายถึงหลกั การฟง ดนตรีไทย
3. อธิบายประวตั ิและความสำคัญของเพลงได
4. เลอื กปฏบิ ตั ิเครอ่ื งดนตรีไดอยา งนอย 1 ชิ้น
5. บรรเลงเครื่องดนตรไี ทยเพลงพมา เขว ช้นั เดยี วได
6. บรรเลงเครื่องดนตรีไทยในเขมรพวง สามช้ัน สองช้นั และชน้ั เดยี วเปน รูปแบบเพลงเถาได
7. รวมกันจดั การแสดงดนตรีไทยได
8. ดแู ลบำรุงรักษาเครื่องดนตรไี ทยไดอยา งถูกตอง
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู
321
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ศ32209 ดนตรีสากล 3 กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษาถึงทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตนตอจากทฤษฎีดนตรีสากล 2 ที่มีความซับซอนมากขึ้นและ
ฝกทักษะการเปลงเสียง ทาทาง การหายใจ การออกเสียงอักขระ ทั้งสระและพยัญชนะใหตรงตาม
เสียงดนตรี เทคนคิ ตางๆ ในการขับรอง ในการประสานเสยี งและฝกทักษะการประสานเสียงเพลง 2-4 แนว
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายทฤษฎีโนตสากลเบื้องตน ได
2. อธิบายถงึ ศัพทส ังคตี ท่ีใชในการบรรเลงดนตรีได
3. อธิบายถงึ โนตดนตรสี ากลในการเลน และบรรเลงดนตรีได
4. อธบิ ายเทคนิคการออกเสียงและการขับรองเพลงเบื้องตนได
5. ปฏิบัติการขับรอ งเดี่ยวประกอบบทเพลงได
6. ปฏบิ ัตกิ ารขบั รอ งเพลงประสานเสยี งประกอบบทเพลงได
7. จัดการแสดงขบั รองประกอบดนตรไี ด
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู
322
ศ32210 ดนตรีสากล 4 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 กลมุ สาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษาถึงทฤษฎีดนตรีสากลเบ้ืองตนตอจากดนตรสี ากลและการขับรอง 2 ทมี่ คี วามซับซอนมากข้ึน
และฝก ทักษะการเปลงเสียง ทาทาง การหายใจ การออกเสียงอักขระ ทั้งสระและพยัญชนะใหตรงตาม
เสยี งดนตรี เทคนคิ ตางๆ ในการขบั รอง ในการประสานเสยี งและฝก ทกั ษะการประสานเสียงเพลง 2-4 แนว
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายทฤษฎีโนต สากลเบื้องตน ได
2. อธิบายถึงศัพทสังคีตทใี่ ชใ นการบรรเลงดนตรีได
3. อธบิ ายถงึ โนต ดนตรสี ากลในการเลน และบรรเลงดนตรีได
4. อธบิ ายเทคนิคการออกเสยี งและการขบั รอ งเพลงเบ้ืองตนได
5. ปฏบิ ัติการขับรองเด่ยี วประกอบบทเพลงได
6. ปฏิบัติการขบั รอ งเพลงประสานเสียงประกอบบทเพลงได
7. จดั การแสดงขับรองประสานเสียงได
รวมทังหมด 7 ผลการเรียนรู
323
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ศ32211 นาฏศิลปพ ้ืนเมอื ง 1 กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศึกษา วิเคราะหถึงประวัติความเปนมานาฏศิลปพื้นเมือง มีความรูความเขาใจภาษาทานาฏยศัพท
และการรำนาฏศิลปพื้นเมืองแตละภาค มีทักษะในการทำผม แตงหนา แตงกายอยางเหมาะสม รวมท้ัง
เคลื่อนไหวที่แสดงออกถึงการสื่ออารมณ เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองแต
ละภาค
สามารถปฏิบัติการรองเพลงสำหรับการแสดงไดไมนอยกวา 1 เพลง และมีความหมายโดยใช
กระบวนการสบื คน ขอมูล กระบวนการกลมุ กระบวนการสาธติ และการฝก ปฏิบตั ิ
เพ่อื ใหนักเรียนสามารถนำความรูไ ปประยกุ ตใชกับวชิ าอนื่ และชวี ติ ประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม
รักความเปนไทย มีความสามารถในการตัดสินใจ มุงมั่นในการทำงาน วิพากย วิจารณคุณคาดานการแสดง
ชื่นชมความงาม อนุรักษ เห็นคุณคาของมรดกทางวฒั นธรรมทัง้ ท่ีเปนภูมปิ ญญาทองถ่ิน ภูมิปญญาไทยและ
สากล
ผลการเรยี นรู
1. สามารถอธิบายประวตั ิความเปน มานาฏศิลปพ้ืนเมืองได
2. สามารถเปรียบเทยี บลกั ษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลปพ้นื เมืองได
3. มีความรคู วามเขา ใจภาษาทา นาฏศลิ ปและการรำแตละภาค
4. มีทกั ษะในการทำผม แตงหนา แตง กาย การแสดงไดอ ยางเหมาะสม
5. นักเรยี นสามารถรองเพลงสำหรบั การแสดงไดอ ยา งนอย 1 เพลง
6. ปฏิบัติการแสดงทพ่ี ้ืนเมืองไดอยางนอย 1 เพลง
7. นักเรียนเห็นคุณคา และภาคภูมิใจเก่ียวกับการแสดงพ้ืนเมอื งมีความตระหนักทีจ่ ะถายทอดและ
อนุรักษใหสืบทอดตอ ไป
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู
324
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ศ32212 นาฏศลิ ปพืน้ เมือง 2 กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะหถึงประวัติความเปนมานาฏศลิ ปพ้นื เมือง มคี วามรคู วามเขาใจภาษา ทานาฏยศัพท
การรำนาฏศิลปพื้นเมืองแตละภาค และการแสดงพื้นเมืองของประเทศในแถบอาเซียน มีทักษะ
ในการแตงกายอยางเหมาะสมกับชุดของการแสดง รวมทั้งการเคลื่อนไหวที่แสดงออกถึงการสื่ออารมณ
มที ักษะในการสรา งสรรค การจดั การแสดงพ้นื เมอื งประยกุ ต
สามารถปฏิบัติการแสดงพื้นเมือง และการปฏิบัติการแสดงสรางสรรคพื้นเมืองประยุกต พรอมทั้ง
การอธิบายความหมายของชุดการแสดงไดอ ยา งนอย 1 ชุด มีความสามารถโดยใชก ระบวนการสืบคนื ขอ มลู
กระบวนการกลมุ กระบวนการสาธติ และการฝก ปฏิบัติ
เพ่อื ใหนักเรยี นสามารถนำความรไู ปประยุกตใ ชกับวชิ าอ่ืนและชวี ิตประจำวัน มคี ุณธรรม จริยธรรม
รักความเปนไทย มีความสามารถในการตัดสินใจ มุงมั่นในการทำงาน วิพากย วิจารณคุณคาดานการแสดง
ชื่นชมความงาม อนุรักษ เห็นคุณคาของมรดกทางวัฒนธรรมทั้งท่ีเปนภูมปิ ญญาทองถ่ิน ภูมิปญญาไทยและ
สากล
ผลการเรียนรู
1. มคี วามรคู วามเขา ใจเกี่ยวกบั นาฏยศัพท และภาษาทา
2. สามารถเปรียบเทยี บและอธบิ ายลักษณะของการแสดงนาฏศิลปพ ื้นเมืองแตละภาคได
3. อธิบายประวัตคิ วามเปน มาของการแสดงพ้ืนเมืองท่ีกำหนดใหไดอยา งนอย 1 ชดุ
4. ปฏิบัติการแสดงทก่ี ำหนดใหไดอ ยางนอย 1 ชดุ
5. อธบิ ายความหมายของการแสดงพ้นื เมืองสรา งสรรคไดอยา งนอ ย 1 ชดุ
6. ปฏิบตั ิการแสดงพ้ืนเมืองสรางสรรคไดอยา งนอย 1 ชุด
7. นักเรยี นเหน็ คุณคาและภาคภูมใิ จเก่ยี วกับการแสดงพ้ืนเมอื งมีความตระหนักทีจ่ ะถายทอดและ
อนุรักษใหสบื ทอดตอ ไป
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู
325
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ศ33201 ศลิ ปะนิยม กลุม สาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาศิลปะไทยและสากลในลักษณะความเปนมาของยุคสมัยตางๆ รูปแบบ วิธีการสรางสรรค
การถายทอดในงานศิลปะของประเทศตะวันตกและตะวันออก แนวทางในการสรางสรรคศิลปะ ตลอดจน
ววิ ฒั นาการทางดา นเทคนิคและวธิ ีการของศิลปนคนสำคญั ในปจจบุ ัน
โดยใชกระบวนการสืบคน อภิปราย รายงาน การทำงานแบบโครงงาน รวมทั้งสรางสรรคงาน
ศลิ ปะ
เพือ่ พฒั นาความคิด ความรสู กึ เกย่ี วกบั วัฒนธรรม อารยธรรม เหน็ คุณคา งานศลิ ปะทเ่ี ปนมรดกทาง
วฒั นธรรม ภมู ิปญ ญาทอ งถิน่ ภูมิปญญาไทย และสากล
ผลการเรียนรู
1. มีความรคู วามเขา ใจเก่ียวกับลักษณะความเปน มา ยุคสมยั รปู แบบ วธิ กี ารสรา งสรรค
2. มคี วามรคู วามเขาใจความเปนมาการถายทอดศลิ ปะตะวันตกและตะวันออก
3. มีความรคู วามเขา ใจแนวทางการสรางสรรคของศลิ ปน วิธกี าร การจดั องคป ระกอบ
การจัดภาพ
4. สามารถสืบคน รายงาน อภิปราย คนควาศิลปะตะวันออกและตะวนั ตก
5. มีความรูและเขาใจการมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทองถนิ่ ภูมิปญญาไทยและสากล
6. เหน็ คุณคางานศิลปะ ท่เี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญญาทองถนิ่ ภูมปิ ญ ญาไทยและ
สากล
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
326
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ศ33202 การเขยี นสนี ำ้ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศึกษาความหมาย ลักษณะ การใชสี คุณสมบัติของสีน้ำ วงจรสี สีรอนสีเย็น กระบวนการ
วัสดุ อุปกรณที่ใช วิธีการ ขั้นตอน รูปแบบ วิธีการสรางสรรค การถายทอด จิตรกรรมสีน้ำ แนวทางในการ
สรางสรรค
โดยใชกระบวนการแสดงตัวอยาง สืบคน ฝกทักษะ วาดภาพ จัดภาพ ระบายสี สรางสรรคผลงาน
รวมทง้ั จัดแสดงผลงาน
เพื่อพัฒนาทักษะ การรับรู จินตนาการ ความคิด ความรูสึก ความงามตางๆ ที่ไดรับจาก
การถายทอด การสังเกต สรางสรรคผ ลงานจิตรกรรมสีน้ำ
ผลการเรียนรู
1. มคี วามรูความเขา ใจเกยี่ วกับสนี ำ้ ในลักษณะความเปน มา รูปแบบ วธิ ีการสรา งสรรค
2. มคี วามรคู วามเขาใจความเปน มาการใช เกบ็ รักษาอปุ กรณ
3. มีความรูความเขาใจสี ทฤษฎสี ี เทคนิคการสรา งน้ำหนัก การจัดองคประกอบ การจัดภาพ
4. สามารถเขียนภาพหุนนิ่ง ภาพเขยี นภาพ สงิ่ กอสรา ง ภาพทิวทัศน
5. มีความรแู ละเขา ใจการภาพ เทคนิคการลงน้ำหนักสเี บื้องตน
6. สามารถสรางสรรคงานสนี ้ำ ลงนำ้ หนัก ทำระยะ มิติ
7. เห็นคุณคา งานศลิ ปะจิตรกรรมสีน้ำ ที่เปน มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญญาทอ งถ่นิ
ภูมิปญญาไทยและสากล
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู
327
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ศ33203 ออกแบบประยุกตศลิ ป 1 กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
ศึกษา อธิบาย ความหมายของการออกแบบประยุกตศิลป หลักการและความสำคัญของ
การออกแบบ การใชสใี นงานออกแบบประเภทตางๆ สือ่ วสั ดุและอุปกรณเพื่อนำไปสูขบวนการสรางสรรค
งานออกแบบประเภทตางๆ ไดแก ออกแบบผลิตภัณฑสิ่งของเครื่องใชในชีวิตประจำวัน ออกแบบปาย
โปสเตอรโ ฆษณา งานกราฟก ส่ิงพมิ พ รวมไปถึงการออกแบบตกแตง ภายในและภายนอกได
โดยใชทกั ษะกระบวนการศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง ทักษะการปฏบิ ตั ิ ทักษะการวเิ คราะห ความคดิ
สรางสรรค
เพื่อใหผูเรียนเกิดความรู ความเขาใจ มีความมุงมั่นในการสรางสรรคผลงาน ใฝหาความรู
ทั้งทางตรงและทางออม กอใหเกิดแรงบันดาลใจในการเปนนักออกแบบที่ดี ชื่อสัตย เสียสละ อดทน
อยูอยางพอเพียง เห็นคุณคาของงานทัศนศิลปที่สามารถนำมาประยุกตใชในสายงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของใน
ชีวิตประจำวันได สามารถนำความรูไปบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ และนำไปใชในชีวิตประจำวันไดตามความ
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. มีความรูค วามเขาใจในความหมายของการออกแบบประยกุ ตศลิ ป
2. มีความรคู วามเขาใจและเห็นความสำคัญของการออกแบบ
3. มคี วามรูค วามเขา ใจในเรื่องของหลักการออกแบบ
4. มคี วามรคู วามเขาใจในเร่ืองการใชส ีในการระบายงานออกแบบประเภทตางๆ
5. สามารถออกแบบผลิตภณั ฑส ่งิ ของเคร่ืองใชใ นชวี ิตประจำวันได
6. สามารถออกแบบปา ยโปสเตอรโฆษณา งานกราฟกและส่ิงพมิ พได
7. สามารถออกแบบตกแตง ภายในและภายนอกได
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู
328
ศ33204 ดนตรีไทย 5 คำอธิบายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ
ศึกษาและฝกปฏิบัติทฤษฎีการดนตรีอาน เขียน โนตไทยและสากลตามหลักการฟงดนตรีไทย
ประวัติเพลงการดูแลรักษาเครื่องดนตรีฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีไทยอยางนอย 1 ชิ้นฝกบรรเลงเพลงสาธุการ
เพลงประกอบการแสดง ฝกบรรเลงทั้งเด่ียวและกลุมจดั การแสดงทางดนตรี
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงานและมีทักษะเกี่ยวกับการ
บรรเลงดนตรีไทยที่ถนัดไดอยางถูกตองไพเราะเพลิดเพลินสนุกสนาน นำภูมิปญญาทองถิ่นมาผสมผสานได
อยางกลมกลืนมีความสุขในการเรียนและเห็นคุณคาเกิดความชื่นชมมีจิตสำนึกรักความเปน ไทย อนุรักษ
ศิลปะประจำชาตสิ ืบไป
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายถึงโนตไทยโนต สากลและหลักการอา น เขียน โนตเบื้องตน ได
2. อธบิ ายถึงหลักการฟงดนตรไี ทย
3. อธิบายประวตั ิและความสำคัญของเพลงได
4. เลือกปฏบิ ตั ิเครื่องดนตรไี ดอ ยางนอย 1 ชิ้น
5. บรรเลงเคร่อื งดนตรไี ทยเพลงสาธุการได
6. บรรเลงเครื่องดนตรไี ทยในเพลงประกอบการแสดงได
7. นักเรยี นรว มกันจดั การแสดงดนตรีไทยได
8. นักเรียนรถู ึงวธิ ีการดูแลบำรุงรักษาเครือ่ งดนตรีไทยไดอยางถูกตอง
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู
329
ศ33205 ดนตรไี ทย 6 คำอธิบายรายวิชา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 กลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ
เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาและฝกปฏิบัติทฤษฎีการดนตรีอาน เขียน โนตไทยและสากลตามหลักการฟงดนตรีไทย
ประวัตเิ พลงการดแู ลรักษาเครือ่ งดนตรฝี กปฏิบัติเคร่ืองดนตรีไทยอยา งนอย 1ชนิ้ ฝกบรรเลงเพลงโหมโรงเชา
เพลงประกอบการแสดง ฝกบรรเลงทั้งเดี่ยวและกลมุ จดั การแสดงทางดนตรี
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงานและมีทักษะเกี่ยวกับ
การบรรเลงดนตรไี ทยท่ีถนดั ไดอยางถูกตองไพเราะเพลิดเพลินสนุกสนาน นำภูมิปญญาทอ งถ่นิ มาผสมผสาน
ไดอยางกลมกลืนมีความสุขในการเรียนและเห็นคุณคาเกิดความชื่นชมมีจิตสำนึกรักความเปนไทย อนุรักษ
ศลิ ปะประจำชาตสิ ืบไป
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายถึงโนต ไทยโนต สากลและหลกั การอาน เขียน โนตเบ้ืองตน ได
2. อธบิ ายถึงหลักการฟงดนตรไี ทย
3. อธิบายประวตั แิ ละความสำคญั ของเพลงได
4. เลือกปฏบิ ตั เิ ครื่องดนตรไี ดอยางนอย 1 ชนิ้
5. บรรเลงเครือ่ งดนตรีไทยเพลงโหมโรงเชา ได
6. บรรเลงเครอ่ื งดนตรีไทยในเพลงประกอบการแสดงได
7. นกั เรยี นรว มกันจัดการแสดงดนตรีไทยได
8. นักเรยี นรถู ึงวิธกี ารดแู ลบำรงุ รกั ษาเครอื่ งดนตรีไทยไดอยางถูกตอง
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
330
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ศ33206 ดนตรสี ากลตามความถนัด 1 กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาเรื่องทกั ษะพ้นื ฐานดานดนตรี ไดแ ก การอานเขยี นโนตสากลการปฏบิ ัตเิ ครื่องดนตรสี ากล
การปฏบิ ตั ิเครอ่ื งดนตรสี ากลในการรวมวง การใชและดูแลเกบ็ รกั ษาเคร่อื งดนตรีโดยใชกระบวนการสรา ง
ความรู ความสามารถในการสอ่ื สารในการบรรยาย อภปิ รายใชความสามารถทกั ษะชีวิต ทกั ษะการคิด
และกระบวนการปฏบิ ตั ิ ในการสรา งสรรค
โดยใชกระบวนการสรา งความรู ความสามารถในการสอื่ สารในการบรรยาย อภิปราย ใชความ
สามารถทักษะชวี ติ ทักษะการคิด และกระบวนการปฏิบัติ ในการสรางสรรคง านดนตรี
เพื่อใหรกั การเรยี นรู และช่นื ชมดนตรีสากล มีทักษะกระบวนการทางดนตรสี ากล และการจดั การ
สามารถถา ยทอดจินตนาการ ความคดิ นำความรูศลิ ปะไปใชในการบรู ณาการรว มกบั กลมุ การเรยี นรสู าระ
อน่ื ๆ มีสนุ ทรียภาพ เหน็ คุณคาของการอนรุ ักษว ฒั นธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น ภมู ิปญญาไทย
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรเู กีย่ วกับทฤษฎดี นตรสี ากล
2. สามารถปฏิบตั ติ ามโนต ดนตรีสากลได
3. สามารถทำกจิ กรรมดนตรีสากลได
4. ปฏบิ ัตเิ คร่อื งดนตรีท่ีกำหนดได
5. ปฏิบตั ริ วมวงได
6. เขา ใจคณุ คาของดนตรีสากล
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู
331
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ศ33207 ดนตรสี ากลตามความถนดั 2 กลุมสาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต
ศึกษาทฤษฎีดนตรีสากล โนตสากล ศัพทสังคีต ฝกโสตประสาท ฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีสากล
อยางนอย 1 ชิ้น โดยฝกบรรเลงท้ังเดี่ยวและกลุม สามารถจัดการแสดงดนตรีเปนครั้งคราว ดูแลเก็บรักษา
เครื่องดนตรีไดอยางถูกตอง สามารถและบรรยายและอภิปรายการสรางสรรคและนำเสนอผลงานเพลงใน
รูปแบบท่ีหลากหลาย
เพื่อใหมีความรูความเขาใจพื้นฐาน มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงานและมีทักษะใน
การบรรเลงดนตรีสากลที่ถนัดไดอ ยางถูกตอ ง ไพเราะ เพลิดเพลิน หลากหลายรูปแบบ สามารถปฏิบัติงาน
สรางสรรคง านแสดงดนตรอี ยา งชืน่ ชมและเหน็ คุณคา และประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ได
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายถึงโนต ดนตรีสากลในการเลน และบรรเลงดนตรีได
2. อธิบายถึงศัพทสังคีตที่ใชในการบรรเลงดนตรสี ากลได
3. เลือกปฏบิ ัตเิ ครื่องดนตรสี ากลตามความถนัดได
4. ฝก ละบรรเลงเคร่อื งดนตรีสากลทถี่ นัดได
5. บรรเลงเพลงตามท่ีกำหนด และเพลงเลือกได
6. สามารถเขารวมจัดการแสดงดนตรไี ด
7. ดูแลบำรุงรกั ษาเคร่ืองดนตรไี ดอยา งถูกตอง
8. คน หาความรูและพัฒนาทักษะทางดนตรีไดด วยตนเอง
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
332
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ศ33209 โครงงานศลิ ปะและการออกแบบ กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
โครงงานศิลปะของการออกแบบและงานสรางสรรคในการสรา งสรรคงานศลิ ปะ การสรา งสิ่งแปลก
ใหม หรือปรับปรุงสิ่งที่มีอยูแลวใหดีขึ้นสวยขึ้น ตามความคิดของตนเอง ดวยการเลือกใชวัสดุที่มีอยูแลว
หรือเลอื กใชว สั ดุใหมการออกแบบงานศลิ ปะท่ีมองเหน็ ซ่ึงตอ งใชความคิดสรา งสรรคในการออกแบบผลงาน
ใหมคี วามแปลกใหม สามารถสะทอนความคิดสรางสรรคและอารมณความรสู ึกที่อยภู ายในใหผูชมไดรับรูได
แตอ ยางไรก็ตาม งานออกแบบทัศนศลิ ป มงุ เนนประโยชนใ ชส อยเปนสว นสำคญั
โดยใชทักษะกระบวนการฝกทักษะ สืบคน การปฏิบัติงาน ทักษะการคิดสรางสรรค และทักษะ
กระบวนการจดั การแบบเปน ขนั้ ตอน สรา งสรรคใ นการออกแบบงานทศั นศิลป
เพื่อใหพัฒนาความคิด ความรูสึก ถายทอดอารมณ มีสติ รูคิด รูทำ รูปฏิบัติจากการวาดภาพ
หมั่นศึกษาเลาเรียนทั้งทางตรงและทางออม เห็นคุณคางานศิลปะวาดเสน ที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม
ภูมปิ ญ ญาทองถิ่น ภูมปิ ญญาไทย-สากล รูจกั ดำรงตนอยโู ดยใชหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู
1. ศลิ ปะกบั การออกแบบ
2. การออกแบบงาน 2 มติ ิ
3. การออกแบบงาน 3 มติ ิ
4. การสรา งสรรคก ารออกแบบข้ันสูง
5. สรา งสรรคงานทศั นศลิ ปผ ูทีส่ นใจสรางสรรคงานทัศนศลิ ปไดงายขนึ้
6. สรางสรรคง านทัศนศิลปง ายขนึ้
7. เกิดจนิ ตนาการใหกับผสู รา งสรรคงานทศั นศิลป
8. เกิดแรงบันดานใจใหแ กผ ูสรา งสรรคง านทศั นศลิ ป
9. มคี วามสามารถในการประดิษฐค ิดคน สง่ิ ใหม
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู
333
กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน
แนวการเขียนการจดั กิจกรรมพัฒนาผเู รียนของโรงเรียน แยกเปน 3 กจิ กรรม ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ไดแก
1. กิจกรรมแนะแนว
2. กจิ กรรมนกั เรยี น
3. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
ในแตละกิจกรรมใหระบุแนวการจัดกิจกรรม เวลาการจัดกิจกรรม และแนวทางการประเมิน
กิจกรรมทโี่ รงเรยี นกำหนด
1. กจิ กรรมแนะแนว เปนกิจกรรมสง เสรมิ และพฒั นาผเู รียนใหไ ดคน พบความถนดั ความสามารถ
ความสนใจของตนเอง มคี วามรักและเห็นคุณคา ในตนเองและผูอืน่ รูจ ักการแสวงหาความรูจากแหลงขอมูล
ขา วสาร แหลง เรียนรู ทงั้ ทางดา นการศึกษา ดา นการประกอบอาชพี ดา นการพฒั นาบคุ ลิกภาพ การปรับตัว
ใหอยูในสังคมไดอยางมีความสุข กิจกรรมตาง ๆ ของงานแนะแนว จะชวยเสริมสรางใหเกิดการคิด
สรางสรรคอ ยางเปน ระบบ มีเจตคติทด่ี ีตอสภาพแวดลอมรอบ ๆ ตนเอง เกิดคณุ ธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก
รบั ผดิ ชอบตอ ตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติโดยรวม
1.1 แนวการจัดกจิ กรรมแนะแนว
1) กจิ กรรมแนะแนวดา นการศกึ ษา
เปนกิจกรรมทใี่ หความรูแกน ักเรยี น ในดานการวางแผนการเรยี น วิธีการและ
ทกั ษะการเรียนรูทมี่ ีประสิทธภิ าพ แนวทางการศกึ ษาตอในระดบั ที่สงู ข้ึน ท่เี หมาะสมแกตนเอง
2) กจิ กรรมแนะแนวดานการงานอาชีพ
เปนกิจกรรมที่มุงสงเสริมใหผูเรียนไดรูจักตนเองในโลกของอาชีพที่หลากหลาย
มีเจตคติที่ดีตออาชีพ สุจริต มีการเตรียมตนเองสูอาชีพที่เปนความคาดหวัง ความตองการ ความถนัดของ
ตนเอง
3) กิจกรรมแนะแนวดา นชีวติ และสงั คม
เปนกิจกรรมที่พัฒนาใหผูเ รยี นไดรูจักตนเอง เขาใจตนเอง และผูอื่น มีวุฒิภาวะ
ทางอารมณที่สมบูรณ มีทักษะในการดำเนินชีวิต และสามารถปรับตัวใหดำรงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมี
ความสุข
1.2 เวลาในการจดั กจิ กรรม
จัดกิจกรรมแนะแนว จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
1.3 แนวทางการประเมินผลกจิ กรรมแนะแนว
1) ขอมูลจากแฟมสะสมผลงานของนกั เรยี น
2) การประเมินตามสภาพจริง
3) การประเมนิ ตนเอง
4) การประเมนิ โดยกลุมเพ่อื น
334
5) การสังเกต
6) การสัมภาษณ
7) การเขยี นรายงาน
8) เวลาการเขา รวมกจิ กรรม
9) อืน่ ๆ
2. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนานักเรียนใหเกิดคุณลักษณะเปนผูมีวินัย
รูจ ักการประหยัด ซอ่ื สัตยส จุ รติ รูจักการพงึ่ ตนเอง มคี วามอดทน อดกลนั้ เสยี สละเห็นประโยชนตอ สว นรว ม
รกั ความสามัคคี รักชาติ ศาสน กษัตริย และรจู ักการอยรู วมกนั ในระบอบประชาธปิ ไตย
กิจกรรมนกั เรียนประกอบดว ย
2.1 กิจกรรมชมุ นมุ นักเรียนทกุ คนตองเขา รว มกจิ กรรมชุมนมุ 20 ช่วั โมงตอภาคเรียน
แนวทางการจัดกิจกรรมชมุ นมุ
1. โรงเรียนจัดทำรายละเอียดประชาสัมพันธใหนักเรียนรับรูขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ ควรรู
ในการเขารว มกิจกรรมชมุ นมุ ประกอบดว ย
- รายชอื่ ชุมนุมและวัตถปุ ระสงคของชมุ นมุ ตาง ๆ ทเี่ ปดสอน
- จำนวนสมาชิกในแตล ะชมุ นมุ ท่เี ปดรับได
- วธิ กี ารสมัครเขา เปน สมาชกิ ของชุมนุม
- วันเวลาการเปด รบั สมาชกิ
- อนื่ ๆ ที่ควรทราบ
2. โรงเรียนจัดใหนักเรยี นสมคั รเปนสมาชกิ ของแตล ะชมุ นมุ ครู 1 คน ตอสมาชิก 25 คน
3. ครทู ปี่ รึกษาและสมาชิกของชุมนมุ รว มกันจัดทำรายละเอยี ดของกจิ กรรมการเรียนการ
สอนในรปู แบบของโครงการ
4. ครูที่ปรึกษาและสมาชิกของชุมนุมดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเปนไป
ตามแผนและกจิ กรรมตามท่กี ำหนดไว
5. กจิ กรรมชมุ นุมทุกชมุ นุมตองจดั แสดงผลงานของชุมนุมในรูปแบบนิทรรศการ ซ่งึ จดั ใน
ภาคเรียนที่ 2 ของปการศกึ ษา
6. เมื่อสิ้นสุดภาคเรียนในแตละภาคเรียนใหครูที่ปรึกษาของชุมนุมทำการวัดและ
ประเมินผลการเรียนกจิ กรรมชุมนุม
แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมชุมนมุ
1. สำรวจเวลาการเขารวมกิจกรรม โดยผูเรียนตองมีเวลาเรียนไมต่ำกวารอยละ 80 ของ
เวลาเรียนท้ังหมด
2. ตองเขารวมทำกิจกรรมตามจุดประสงคการเรยี นรูที่กำหนดไว และตองผานเกณฑการ
ประเมินของจดุ ประสงคร ายขอ
335
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหเปน ผู
มนี ิสัยรักความสะอาด ความเปน ระเบียบเรียบรอย รักษาสาธารณสมบตั ิ ประพฤติปฏิบตั ิตนใหเกดิ ประโยชน
ตอ สว นรวม ทำใหสังคมเกิดความเรยี บรอ ย
แนวการจดั กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน
1. จัดกจิ กรรมสง เสรมิ อนุรกั ษส งิ่ แวดลอม
2. จดั กิจกรรมสง เสริมสุขภาพอนามัย
3. จัดกจิ กรรมสงเสรมิ ดา นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
4. จดั กิจกรรมสง เสรมิ ดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม
5. จดั กจิ กรรมสงเสรมิ ดา นศิลปวฒั นธรรม
6. จดั กิจกรรมสงเสรมิ ดา นวชิ าการและอาชพี
6. จัดกิจกรรมสงเสริมดานนวัตกรรมและเทคโนโลยี
แนวทางการประเมนิ ผล
นักเรียนตองมีเวลาเขารวมกิจกรรม 5 ส และกิจกรรมตาง ๆ ที่สอดแทรกอยูในกิจกรรม
ลูกเสือ-เนตรนารี และกิจกรรมชุมนุม เวลาเรยี นไมต ่ำกวารอยละ 80 ของเวลาทสี่ ถานศึกษากำหนด
เกณฑการจบการศกึ ษา
กำหนดเกณฑการจบการศกึ ษาของโรงเรียนสายปญ ญารงั สิต สอดคลอ งกับหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
เกณฑก ารจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผเู รียนเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวิชาเพ่มิ เติม โดยเปนรายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน 41
หนว ยกิต และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ตามทโ่ี รงเรียนกำหนด
2. ผเู รียนตอ งไดห นว ยกิตตลอดหลักสูตร ไมนอยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน รายวิชาพน้ื ฐาน
จำนวน 41 หนวยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เติม ไมนอยกวา 36 หนวยกติ
3. ผเู รียนตอ งมีผลการประเมินการอาน คิดวเิ คราะห และเขยี นในระดับผา นเกณฑการประเมิน
ตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
4. ผเู รยี นตองมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคในระดบั ผานเกณฑการประเมิน
ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
5. ผเู รียนตอ งเขารวมกิจกรรมพฒั นาผเู รยี นและมผี ลการประเมินผานเกณฑการประเมินตาม
ท่สี ถานศึกษากำหนด
336
เอกสารอางองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวชว้ี ดั กลุมสาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร
วิทยาศาสตรและสาระภูมิศาสตร ในกลุม สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนาธรรม
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 .
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช ุมนมุ สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 .
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช มุ นุมสหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2544). หลกั สูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2544 .
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พค รุ ุสภาลาดพราว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). แนวทางการดำเนินงานมาตรฐานสากล พทุ ธศกั ราช 2553.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช ุมชุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทยจำกัด.
สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ. (2549). แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 10.
สำนกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2547). ขอ เสนอยุทธศาสตรการปฏิรปู การศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: เซ็นจูรี่.
สำนกั นายกรัฐมนตร,ี สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาแหง ชาต.ิ (2542). พระราชบัญญตั ิการศกึ ษา
แหง ชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พอ งคการรับสงสินคา และพัสดภุ ณั ฑ (ร.ส.พ.).
สำนักผตู รวจราชการและตดิ ตามประเมนิ ผล. (2548). การติดตามปญ หาอุปสรรคการใชหลักสูตร
การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2544. บันทึก ท่ี ศธ 0207/ 2692 ลงวนั ท่ี 19 กนั ยายน 2548.
สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2546 ก.). สรปุ ผลการประชุมวเิ คราะหห ลักสูตรการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน. 27-28 ตลุ าคม 2546 โรงแรมตรัง กรงุ เทพฯ. (เอกสารอดั สำเนา).
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2546 ข.). สรุปความเหน็ จากการประชุมเสวนาหลักสตู ร
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 5 จดุ . พฤศจิกายน 2546 (เอกสารอดั สำเนา).
สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2548 ก). รายงานการวจิ ัย การใชหลักสตู รการศกึ ษา
ข้นั พื้นฐานตามทศั นะของผูสอน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการรับสง สนิ คาและพสั ดุภณั ฑ
(ร.ส.พ.).
สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (2548 ข.). รายงานการวิจยั โครงการวจิ ัยเชงิ ทดลอง
กระบวนการสรา งหลักสตู รสถานศกึ ษาแบบองิ มาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการรบั สง
สินคา และพสั ดภุ ณั ฑ (ร.ส.พ.).
สุวมิ ล วอ งวาณิช และ นงลักษณ วริ ชั ชยั . (2547). การประเมนิ ผลการปฎิรปู การเรียนรู ตาม
พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 พหกุ รณีศึกษา. เอกสารการประชุมทาง
วชิ าการการวิจัยเกยี่ วกบั การปฏริ ูปการเรยี นรู โดยสำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวง
ศกึ ษาธิการ วนั ท่ี 19- 20 กรกฎาคม 2547.
337
Kittisunthorn, C., (2003). Standards-based curriculum: The first experience of Thai teachers. Doctoral Dissertation,
Jamia Islamia University, Delhi, India.
Nutravong, R., (2002). School-based curriculum decision-making: A study of the Thailand reform experiment.
Doctoral Dissertation, Indiana University, Bloomington. U.S.A.