The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bussayamaspatiew, 2022-09-05 14:55:57

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสายปัญญารังสิต (มัธยมศึกษาตอนปลาย)

หลักสูตรสถานศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

250

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

อ32205 วรรณคดอี ังกฤษ 3 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

Understand the tone and feelings of speakers as well as explanations, narration, introductions,
information and technical terms. Read lessons out loud correctly and properly based on principles of
pronunciation. Understand, analyze and give opinions on more complicated texts, news, information
passages and documentaries from the print and electronic media. Use proper language to communicate
and build relationships by employing the learning media available in and outside school. Use language
to express own feelings about past, present and future events and reasons. Seek the best foreign language
learning method for themselves. Present information and report experiences and general events. Present
and report experiences and general events. Understand the differences between Thai and foreign
languages regarding sounds, vowels, consonants, words, sentences and more complicated texts. Apply it
appropriately. Understand the cultural similarities and differences between Thais and native speakers
that influence language use and apply it appropriately. See the merits of language and cultural studies.
Apply them to oneself, one's family, one's community and the society. Analyze and synthesize foreign
language content related to other learning groups. Communicate in a foreign language in different
situations at school and in the community using a variety of more complicated methods and formats.
Communicate in a foreign language in situations where students learn to work together. Exercise self-
control, listen to others' opinions, express one's own opinions and negotiate reasonably. Use a foreign
language to disseminate as well as understand community or national news and encourage social
cooperation. Be competitive and react appropriately.

By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing, collaborating and
communicating skill. To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.

Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.

251

คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม

อ32206 วรรณคดีองั กฤษ 4 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

Understand the tone and feelings of speakers as well as explanations, narration, introductions,
information and technical terms. Read lessons out loud correctly and properly based on principles of
pronunciation. Understand, analyze and give opinions on more complicated texts, news, information
passages and documentaries from the print and electronic media. Use proper language to communicate
and build relationships by employing the learning media available in and outside school. Use language
to express own feelings about past, present and future events and reasons. Seek the best foreign language
learning method for themselves. Present information and report experiences and general events. Present
and report experiences and general events. Understand the differences between Thai and foreign
languages regarding sounds, vowels, consonants, words, sentences and more complicated texts. Apply it
appropriately. Understand the cultural similarities and differences between Thais and native speakers
that influence language use and apply it appropriately. See the merits of language and cultural studies.
Apply them to oneself, one's family, one's community and the society. Analyze and synthesize foreign
language content related to other learning groups. Communicate in a foreign language in different
situations at school and in the community using a variety of more complicated methods and formats.
Communicate in a foreign language in situations where students learn to work together. Exercise self-
control, listen to others' opinions, express one's own opinions and negotiate reasonably. Use a foreign
language to disseminate as well as understand community or national news and encourage social
cooperation. Be competitive and react appropriately.

By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing, collaborating and
communicating skill. To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.

Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.

252

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

อ32209 การอานวรรณคดีอังกฤษ 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

อา นวรรณคดีอังกฤษไดถูกตองตามหลักการอาน ตอบคำถาม อธิบาย สรปุ ใจความสำคัญ วิเคราะห
ความ ตีความ นำเสนอขอมูล เกี่ยวกับเรื่อง กิจกรรม ขาว ประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคมและแสดง
ความคิดเห็น พรอมใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ อธิบาย บันทึก เขียนสรุปโครงสรางประโยค
จากขอความ สำนวน คำพงั เพย สภุ าษิต ขาว ประกาศ โฆษณาและบทรอ ยกรองทอี่ า น

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ เพื่อใหมีทักษะในการฟง พูด อาน เขียน อธิบายทักษะ
การจำ การคิด กระบวนการทำงานเปนกลุม / คู ทักษะการปฏิบัติงาน การตั้งคำถาม กลยุทธในการสื่อสาร
การสังเกต ระบุจับใจความสำคัญ วิเคราะห สรุปตีความ แสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล ยกตัวอยาง สนทนา
สื่อสาร เสนอตอบรับ ปฏิเสธ บรรยาย อภิปราย เปรียบเทียบ เลือกใชภาษาใหเหมาะสม

เพื่อใหนักเรียน มีวินัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน
อยูอ ยา งพอเพยี ง มีความซอ่ื สตั ย มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู
1. อานออกเสยี ง อานจับใจความ วรรณคดีองั กฤษและบทกลอนไดถูกตองตามหลักการอา น
2. บอกความหมาย อธิบาย คำศัพทจ ากบทอาน ขอ ความไดถูกตอง
3. ตอบคำถาม สรุปใจความสำคญั ของบทอานตา งๆ
4. วเิ คราะหค วาม ตคี วาม ประเดน็ สำคัญจากขอความ บทอา น
5. เขยี นยอความเรื่องที่อานไดอ ยางครบถว น
6. ถายโอนขอ มูลจากเร่ือง ขอความ บทอาน เปน ถอยคำของตนเอง

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู

253

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

อ32210 การอา นวรรณคดีอังกฤษ 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

อานวรรณคดีองั กฤษไดถูกตองตามหลักการอาน ตอบคำถาม อธิบาย สรปุ ใจความสำคัญ วิเคราะห
ความ ตีความ นำเสนอขอมูล เกี่ยวกับเรื่อง กิจกรรม ขาว ประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคมและแสดง
ความคิดเห็น พรอมใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ อธิบาย บันทึก เขียนสรุปโครงสรางประโยค
จากขอ ความ สำนวน คำพงั เพย สภุ าษติ ขา ว ประกาศ โฆษณา และบทรอ ยกรองที่อาน

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ เพื่อใหมีทักษะในการฟง พูด อาน เขียน อธิบายทักษะ
การจำ การคิด กระบวนการทำงานเปนกลุม / คู ทักษะการปฏิบัติงาน การตั้งคำถาม กลยุทธในการสื่อสาร
การสังเกต ระบุจับใจความสำคัญ วิเคราะห สรุปตีความ แสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล ยกตัวอยาง สนทนา
สื่อสาร แสนอตอบรบั ปฏิเสธ บรรยาย อภปิ ราย เปรียบเทียบ เลอื กใชภ าษาใหเหมาะสม

เพื่อใหนักเรียน มีวินัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน
อยูอยา งพอเพยี ง มีความซ่ือสัตย มงุ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน ไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. อา นออกเสียง อานจับใจความ วรรณคดอี งั กฤษและบทกลอนไดถูกตองตามหลกั การอาน
2. บอกความหมาย อธิบาย คำศัพท จากบทอา น ขอความไดถูกตอ ง
3. ตอบคำถาม สรุปใจความสำคญั ของบทอา นตา งๆ
4. วเิ คราะหความ ตีความ ประเดน็ สำคัญจากขอความ บทอาน
5. เขยี นยอความเร่ืองที่อา นไดอ ยางครบถวน
6. ถา ยโอนขอมลู จากเรื่อง ขอความ บทอาน เปนถอยคำของตนเอง

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

254

คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

อ33201 ฟง – พูด ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร 5 กลุม สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

ฟง พูด เพื่อสื่อสารระหวางบุคคล แนะนำ ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใชคำศัพท สำนวน
ประโยคที่เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล อธิบาย อภิปราย อานขาว โฆษณา บทรอยกรอง สำนวน
สุภาษิตและบทกลอน ขอความที่เปนเหตุการณในสังคมปจจุบันแลวสรุปประเด็นหลัก วิเคราะห ตีความ
แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสิ่งที่อาน สืบคน – เขียน สรุปขอมลู ความรู เพอ่ื นำเสนอโดยใชประบวนการพูดที่
ถูกตองเหมาะสมกับเรื่องและเหตุการณ วิเคราะหขาว ขอมูล ความรูเหตุการณที่อยูในความสนใจของสังคม
ชวี ิตความเปน อยูและสง่ิ แวดลอ มใกลตวั

โดยใชทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟง พูด อาน เขียน ) นำมาปฏิบัติ เพื่ออานออกเสียง
พูด เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะหจับใจความสำคัญ สนทนา แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ใชภาษาน้ำเสียง
และกรยิ าทาทางไดอ ยางถูกตองและเหมาะสม

เพื่อใหมีวินัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชในชวี ิตประจำวัน อยูอยางพอเพียง มีความ
ซื่อสัตย มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. สนทนา แลกเปลย่ี น ขอ มูลขาวสารแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับ การงานอาชพี ชุมชน และสังคม
ปจ จบุ ัน
2. ฟง – พูด บรรยายเกยี่ วกับการดำเนนิ ชวี ติ สถานทท่ี องเทีย่ ว ลมฟาอากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครัว สง่ิ แวดลอม ชุมชน โดยใชภาษาทเี่ หมาะสมกับเรอื่ งตาง ๆ
3. อา นขอความ บทอา น ทไ่ี มใชความเรยี งเก่ียวกบั อาชีพ สถานทท่ี องเทีย่ ว การศกึ ษา การบรกิ าร
นันทนาการ สุขภาพ อาหาร ลมฟา อากาศ เพ่ือเปรียบเทียบความแตกตา งและความเหมือน
ระหวางประเทศไทยและตางประเทศ
4. ฟง เรอื่ ง บทความ ขอ ความเกย่ี วกบั อาหาร นันทนาการ สขุ ภาพทีไ่ ดจ ากส่ือส่งิ พิมพและ
แหลงเรยี นรูต า งๆ แลว สรปุ สาระสำคัญพรอมทัง้ นำเสนอประเดน็ สำคญั ดว ยเทคนิควิธี
ทีห่ ลากหลาย
5. พูดสุนทรพจน ชกั ชวนใหร คู ณุ คา ของสิ่งแวดลอม การบริการ สถานท่ที องเทย่ี ว สุขภาพ
นนั ทนาการ โดยใชน้ำเสยี ง ทา ทางและสื่อประกอบทีเ่ หมาะสม
6. เขยี น ขอความสนั้ ๆ แผน พับ จดหมายเกีย่ วกบั สงิ่ แวดลอม การบริการ สถานทที่ องเท่ยี ว
สุขภาพนนั ทนาการ เพื่อเผยแพร ประชาสัมพนั ธใ นชุมชนและทอ งถน่ิ ท่ีอาศยั

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

255

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

อ33202 ฟง – พูด ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร 6 กลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

ฟง พูด เพื่อสื่อสารระหวางบุคคล แนะนำ ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใชคำศัพท สำนวน
ประโยค ที่เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล อธิบาย อภิปราย อานขาว โฆษณา บทรอยกรอง สำนวน
สุภาษิตและบทกลอน ขอความที่เปนเหตุการณในสังคมปจจุบันแลวสรุปประเด็นหลัก วิเคราะห ตีความ
แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับสิ่งท่ีอาน สืบคน – เขียน สรปุ ขอมลู ความรู เพ่ือนำเสนอโดยใชประบวนการพูดที่
ถูกตองเหมาะสมกับเร่ืองและเหตุการณ วิเคราะหขา ว ขอมูล ความรูเหตุการณที่อยูในความสนใจของสังคม
ชีวติ ความเปน อยูแ ละสิ่งแวดลอมใกลตวั

โดยใชทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟง พูด อาน เขียน ) นำมาปฏิบัติ เพื่ออานออกเสียง
พูด เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะหจับใจความสำคัญ สนทนา แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ใชภาษาน้ำเสียง
และ กริยาทาทางไดอยา งถูกตองและเหมาะสม

เพื่อใหมีวนิ ัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชในชีวติ ประจำวนั อยูอยางพอเพียง มีความ
ซอื่ สตั ย มุง มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ
ผลการเรียนรู

1. สนทนา แลกเปลีย่ น ขอมูลขาวสารแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การงานอาชพี ชมุ ชนและสังคม
ปจจุบนั

2. ฟง – พดู บรรยายเกย่ี วกับการดำเนินชีวิต สถานทที่ องเท่ยี ว ลมฟา อากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครวั ส่ิงแวดลอม ชุมชน โดยใชภ าษาท่เี หมาะสมกับเรือ่ งตาง ๆ

3. อานขอความ บทอา น ท่ไี มใ ชความเรยี งเกี่ยวกบั อาชีพ สถานทท่ี องเทย่ี ว การศึกษา การบรกิ าร
นนั ทนาการ สขุ ภาพ อาหาร ลมฟาอากาศ เพ่ือเปรียบเทยี บความแตกตา งและความเหมือน
ระหวา งประเทศไทยและตา งประเทศ

4. ฟง เร่อื ง บทความ ขอ ความเกีย่ วกับ อาหาร นันทนาการ สขุ ภาพที่ไดจากสอื่ ส่งิ พมิ พและ
แหลง เรยี นรูต า งๆ แลว สรปุ สาระสำคญั พรอ มท้ังนำเสนอประเด็นสำคญั ดว ยเทคนคิ วิธี
ทีห่ ลากหลาย

5. พดู สุนทรพจน ชกั ชวนใหร ูคุณคาของส่ิงแวดลอ ม การบรกิ าร สถานที่ทองเทีย่ ว สุขภาพ
นันทนาการ โดยใชนำ้ เสยี ง ทา ทางและสอ่ื ประกอบทเ่ี หมาะสม

6. เขียน ขอความสั้นๆ แผน พับ จดหมายเกี่ยวกบั สิง่ แวดลอ ม การบริการ สถานทท่ี องเที่ยว
สขุ ภาพนนั ทนาการ เพ่ือเผยแพร ประชาสัมพนั ธใ นชุมชนและทอ งถนิ่ ท่ีอาศัย

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู

256

คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

อ33203 การเขียนภาษาองั กฤษระดับยอ หนา กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

เขียนจดหมาย ประกาศ เลาเรื่องราวที่อยูในความสนใจของสังคม เขียนแสดงความตองการ เสนอ
และใหตอบรับ และปฏิเสธ อธิบาย ระบุและเขียนประโยคขอความใหสัมพันธกับส่ือ ที่ไมใชความเรียง
รูปแบบตางๆ ที่อานวิเคราะหเปรียบเทียบความแตกตาง ระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน
คำพังเพย สุภาษิต บทกลอน วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อที่มาของขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม
ของเจาของภาษากับของไทยเขียนรวบรวม วิเคราะห บันทึกสรุป นำเสนอความรู/ขอมูลตางๆ
ในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร ประชาสมั พันธ ขอ มลู ขา วสารของโรงเรียนชุมชนและทองถิ่น/
ประเทศชาติ เปนภาษาตา งประเทศ สือ่ สารอยางตอ เนื่องเหมาะสมในสถานการณจรงิ / สถานการณจำลองที่
เกิดข้ึนในหองเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคม เพื่อขอและนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องตางๆ
ใกลตัว บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ วิเคราะห ตีความ สะทอน ความรูสึกและแสดงความคิดเห็นของ
ตนเอง พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ รวมทั้งสรุปใจความสำคัญแกนสาระที่ไดจากการ
วิเคราะหเรื่องที่เปนสารคดีและบันเทิงคดี กิจกรรม ประเด็น/ขาว/เหตุการณ ประสบการณ สถานการณ
ในสงั คมและโลก

โดยใชทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟง พูด อาน เขียน ) นำมาปฏิบัติเพื่อใหเขียนอธิบาย
ระบุวิเคราะห จับใจความสำคัญ แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ใชภาษาไดอยางถูกตองและเหมาะสม

เพื่อใหมีวินยั ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน อยูอยางพอเพียง มีความ
ซอื่ สตั ย มุงมนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู
1. เขยี นบรรยาย เก่ียวกับ กิจวัตรประจำวนั และประสบการณของตนเอง
2. เขยี นสรปุ ใจความสำคัญ แกน สาระที่ไดจ ากการวเิ คราะห เร่อื งท่ีฟงหรอื อา นโดยใชค ำศัพท
สำนวนโครงสรา งทีซ่ บั ซอน
3. เขียน อธบิ าย เปรียบเทียบ วิเคราะหตคี วาม สะทอนความรูส กึ และแสดงความคดิ เหน็ ของ
ตนเองพรอ มทง้ั ใหเหตุผลและยกตวั อยา งประกอบ
4. เขียน จดหมาย ประกาศ การนัดหมาย สำนวน คำพังเพย สุภาษติ บทกลอน ใบประชาสมั พันธ
ขอมูล ขาวสาร บันทึกสรุป นำเสนอความรู ขอมูลตา งๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู

257

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

อ33204 การเขยี นเรียงความภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

เขียนบรรยายเกี่ยวกับประสบการณ บทสนทนาในเหตุการณของตนเอง เขียนอธิบายเหตุการณ
สำคญั ในชวี ิตประจำวนั เขยี นอธบิ ายข้ันตอน วธิ ีการ เกย่ี วกับการทำอาหาร การประดษิ ฐส ิง่ ของและการเลน
เกม เขียนอธิบาย เปรียบเทียบ วิเคราะหตีความ สะทอนความรูสึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองพรอม
ทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ รวมทั้งสรุปใจความสำคัญแกนสาระที่ไดจากการวิเคราะหเรื่องที่เปน
สารคดีและบันเทิงคดี กิจกรรมประเด็น / ขาว / เหตุการณ ประสบการณ สถานการณในสังคมและโลก

เขาใจหลกั ไวยากรณภาษาองั กฤษดา นคำ คำเช่อื ม วลี สำนวน ประโยคและขอความท่ีซับซอนย่ิงข้ึน
และนำไปใชอยางมวี ิจารณญาณ เขยี นจดหมาย ประกาศ การนัดหมาย สำนวน คำพงั เพย สุภาษติ บทกลอน
ใบประชาสัมพันธขอมูล ขาวสาร บันทึกสรุป นำเสนอความรู ขอมูลตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบ
อาชีพ

โดยใชทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา (ฟง พูด อาน เขียน) นำมาปฏิบัติเพื่อใหเขียนอธิบาย
ระบุ วิเคราะห จับใจความสำคัญ แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ใชภาษาไดอยางถูกตองและเหมาะสม

เพื่อใหนักเรียนมีวินัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน
อยูอ ยา งพอเพยี ง มีความซ่ือสัตย มุงม่ันในการทำงาน รกั ความเปนไทย และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. เขยี นบรรยายเก่ยี วกับประสบการณ บทสนทนาในเหตกุ ารณข องตนเอง
2. เขยี นอธบิ ายเหตุการณสำคัญในชีวติ ประจำวัน
3. เขยี นอธบิ ายขั้นตอน วิธีการ เกีย่ วกบั การทำอาหาร การประดษิ ฐสิง่ ของ และการเลน เกม
4. เขยี นอธบิ าย เปรยี บเทยี บ วเิ คราะหตคี วาม สะทอนความรูส กึ และแสดงความคิดเหน็ ของ
ตนเองพรอมทัง้ ใหเ หตผุ ลและยกตวั อยางประกอบ
5. เขาใจหลกั ไวยากรณภ าษาอังกฤษดา นคำ คำเช่ือม วลี สำนวน ประโยคและขอความท่ีซับซอน
ยิง่ ข้นึ และนำไปใชอ ยางมีวจิ ารณญาณ
6. เขยี นจดหมาย ประกาศ การนัดหมาย สำนวน คำพังเพย สุภาษติ บทกลอน ใบประชาสัมพันธ
ขอ มูล ขาวสาร บันทกึ สรุป นำเสนอความรู ขอมลู ตา ง ๆ ในการศกึ ษาตอและประกอบอาชพี

รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู

258

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

อ33205 วรรณคดีอังกฤษ 5 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต

Understand the tone and feelings of speakers as well as explanations, narration, introductions,
information and technical terms. Read lessons out loud correctly and properly based on principles of
pronunciation. Understand, analyze and give opinions on more complicated texts, news, information
passages and documentaries from the print and electronic media. Use proper language to communicate
and build relationships by employing the learning media available in and outside school. Use language
to express own feelings about past, present and future events and reasons. Seek the best foreign language
learning method for themselves. Present information and report experiences and general events. Present
and report experiences and general events. Understand the differences between Thai and foreign
languages regarding sounds, vowels, consonants, words, sentences and more complicated texts. Apply it
appropriately. Understand the cultural similarities and differences between Thais and native speakers
that influence language use and apply it appropriately. See the merits of language and cultural studies.
Apply them to oneself, one's family, one's community and the society. Analyze and synthesize foreign
language content related to other learning groups. Communicate in a foreign language in different
situations at school and in the community using a variety of more complicated methods and formats.
Communicate in a foreign language in situations where students learn to work together. Exercise self-
control, listen to others' opinions, express one's own opinions and negotiate reasonably. Use a foreign
language to disseminate as well as understand community or national news and encourage social
cooperation. Be competitive and react appropriately.

By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing, collaborating and
communicating skill. To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.
Expected learning result

1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.

259

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ33206 วรรณคดีอังกฤษ 6 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

Understand the tone and feelings of speakers as well as explanations, narration, introductions,
information and technical terms. Read lessons out loud correctly and properly based on principles of
pronunciation. Understand, analyze and give opinions on more complicated texts, news, information
passages and documentaries from the print and electronic media. Use proper language to communicate
and build relationships by employing the learning media available in and outside school. Use language
to express own feelings about past, present and future events and reasons. Seek the best foreign language
learning method for themselves. Present information and report experiences and general events. Present
and report experiences and general events. Understand the differences between Thai and foreign
languages regarding sounds, vowels, consonants, words, sentences and more complicated texts. Apply it
appropriately. Understand the cultural similarities and differences between Thais and native speakers
that influence language use and apply it appropriately. See the merits of language and cultural studies.
Apply them to oneself, one's family, one's community and the society. Analyze and synthesize foreign
language content related to other learning groups. Communicate in a foreign language in different
situations at school and in the community using a variety of more complicated methods and formats.
Communicate in a foreign language in situations where students learn to work together. Exercise self-
control, listen to others' opinions, express one's own opinions and negotiate reasonably. Use a foreign
language to disseminate as well as understand community or national news and encourage social
cooperation. Be competitive and react appropriately.

By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing, collaborating and
communicating skill. To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.

Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.

260

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

อ33209 การอานเชงิ วิเคราะห 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

วิเคราะหศึกษาบทความ สารคดี วรรณกรรมนานาชาติ สุนทรพจน บทอาน ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ
วิทยาศาสตรธรรมชาติ ประวัตศิ าสตรแ ละเรือ่ งท่วั ๆไป

โดยเนนการฝกทักษะและกลวิธีการอานที่หลากหลาย การใชกระบวนการคิด วิเคราะห
กระบวนการกลุมและการอภิปราย เพื่อใหสามารถเดาความหมายของคำศัพท ระบุรายละเอยี ด จับใจความ
สำคญั ระบุวตั ถุประสงคของผูเ รยี น แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั สิ่งทอ่ี าน

เห็นคุณคาของการทำงานรวมกัน มีความตระหนักในความสำคัญของการอานและมีเจตคติที่ดีตอ
การอา น

ผลการเรยี นรู
1. ตอบคำถามประเภทตา งๆเกีย่ วกบั สิง่ ที่อา นและฟง เชน เดาความหมายของคำศัพท ระบุ

รายละเอียด จับใจความสำคญั ระบุวตั ถุประสงคของผูเรียน อา งอิงความ ถายความ , เรียงลำดบั
ความแยกแยะ ขอ ความท่เี ปนขอเทจ็ จริงและขอ ความทเ่ี ปนขอคิดเห็นได

2. สนทนา อภปิ ราย และแสดงความคิดเหน็ ในประเด็นท่เี ก่ียวของกบั สิ่งท่ีอานได
3. จดบันทึก และสรปุ เนื้อหาของสงิ่ ทอ่ี า นได

4. สรุปเน้อื หาของส่ิงที่อานในรูปของกราฟกได
5. เหน็ คุณคาของการทำงานงานรว มกนั

6. มคี วามตระหนักในความสำคญั ของการอา นและมเี จตคตทิ ีด่ ีตอ การอาน
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรยี นรู

261

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

อ33210 การอานเชงิ วิเคราะห 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศกึ ษาบทความ สารคดี วรรณกรรมนานาชาติ สุนทรพจน บทอาน ซง่ึ มีเน้ือหาเก่ียวกับวิทยาศาสตร
ธรรมชาติ ประวัติศาสตรและเรอ่ื งทวั่ ๆไป

โดยเนน การฝกทักษะและกลวิธกี ารอานที่หลากหลาย การใชก ระบวนการคิด กระบวนการกลุมและ
การอภิปราย เพื่อใหสามารถเดาความหมายของคำศัพท ระบุรายละเอียด จับใจความสำคัญ
ระบุวตั ถุประสงคข องผเู รยี น แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับสง่ิ ท่ีอาน

เห็นคุณคาของการทำงานรวมกัน มีความตระหนักในความสำคัญของการอานและมีเจตคติที่ดีตอ
การอาน

ผลการเรียนรู
1. ตอบคำถามประเภทตางๆเกย่ี วกับสิ่งท่ีอา นและฟง เชน เดาความหมายของคำศัพท
ระบุรายละเอยี ด จบั ใจความสำคัญ ระบุวตั ถปุ ระสงคข องผูเรียน อางอิงความ ถายความ,
เรยี งลำดบั ความแยกแยะ ขอความทเี่ ปน ขอเท็จจริง และขอความท่ีเปนขอคดิ เห็นได
2. สนทนา อภิปราย และแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ทีเ่ ก่ียวขอ งกับสง่ิ ท่ีอานได
3. จดบันทกึ และสรุปเนื้อหาของสิ่งทอ่ี า นได
4. สรปุ เนื้อหาของสง่ิ ท่ีอานในรปู ของกราฟกได
5. เห็นคุณคา ของการทำงานงานรวมกนั
6. มคี วามตระหนักในความสำคัญของการอานและมเี จตคตทิ ่ีดีตอ การอาน

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู

262

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ญ31201 ภาษาญ่ปี นุ 1 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 120 ช่วั โมง จำนวน 3.0 หนวยกิต

ศึกษาตัวอักษรฮิระงะนะ คะตะคะนะ คันจิ การออกเสียง การสรางคำ รูปประโยคพื้นฐานในการ
ทักทาย การกลาวขอบคุณ การกลาวขอโทษ การแนะนำตัว การบอกตำแหนงของสถานที่ในโรงเรียน
การถามตอบเกี่ยวกับวันในรอบสัปดาห การถามและบอกความชอบของตนเองและเพื่อน การบอกวิธีการ
และระยะเวลาทีใ่ ชในการเดนิ ทางไปโรงเรียน และเรียนรเู กี่ยวกบั วฒั นธรรมญปี่ ุน

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอาน กานเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฎิบัติ
กระบวนการเขยี นสอื่ ความ เพอ่ื ใหเ กิดความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการใชภ าษาท้ังการอานออกเสียงคำ
ประโยค บทสนทนาและขอ ความสัน้ ๆไดถ กู ตองตามหลกั การอา นออกเสยี ง เขา ใจการตีความประโยค การใช
รูปประโยคและการสื่อสารไดถูกตอง เขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม มีความยืดหยุน เห็นความสำคัญ
และใหคณุ คา ตอวัฒนธรรมประจำชาติและวฒั นธรรมญีป่ นุ

เพื่อตระหนักในคุณคาของภาษาญี่ปุน เขารวมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงานที่ไดรับมอบหมาย รักความเปนไทย
สบื ทอดวัฒนธรรมอนั ดีงาม มีจติ สาธารณะ มนี ำ้ ใจ เสียสละ ชว ยเหลอื ผูอ่ืน สังคมเละประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู
1. อา นออกเสียง คำ กลมุ คำ ประโยคงาย ๆ บทอา นส้นั ๆ ไดถ ูกตอ งตามหลักการออกเสียง
2. เขาใจความแตกตา งระหวา งภาษาญ่ีปนุ กับภาษาไทย ในดานเสยี งสระ พยญั ชนะ คำ วลี ประโยคขอ ความงา ย ๆ
3. เขา ใจประโยคงา ย ๆคำสงั่ คำขอรอง คำแนะนำ ภาษาทาทาง เก่ยี วกับสถานการณใกลตวั
4. รูจกั เขาใจ และเปรียบเทียบความแตกตา ง ความเหมือนทางดา นขนบธรรมเนียม ประเพณที างวฒั นธรรม

ญี่ปนุ และไทย
5. เขาใจคำ กลมุ คำ ภาษาญ่ีปุนที่เกีย่ วของกับสาระการเรียนรอู น่ื ๆ และสามารถถา ยทอดความหมายของคำ

กลมุ คำทเ่ี ก่ยี วของกับสาระอื่น ๆ เปนภาษาญ่ีปนุ ได
6. สามารถใชคำ ภาพ ทาทางขอ ความ ประโยคงา ย ๆ เพ่อื นำเสนอขอมูลสว นตัวของผเู รียน ความตอ งการ

ความรสู ึก ความคดิ เห็นตอเหตุการณใ นชีวติ ประจำวัน ขอมลู เกีย่ วกับบคุ คล สถานท่ี อาชพี และสิ่งตา ง ๆ
ในทอ งถนิ่ กบั บุคคลในสถานศึกษาและเจา ของภาษา
7. สามารถใชภาษาญป่ี ุน ในการปฏบิ ัตงิ านอยางมีประสทิ ธิภาพ และมีความสุข โดยแสดงความคิดเหน็ รับฟง
ความคิดเห็นของผูรว มงานอยา งมวี ิจารณญาณ
8. เห็นคุณคา ประโยชน ของการรูภ าษาตางประเทศ เพ่ือการแสวงหาการเรียนรู ความบันเทิง เพ่ือสรา ง
ความเขา ใจระหวางเจา ของภาษากบั ผเู รยี นและสนใจเขา รวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู

263

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ญ31202 ภาษาญ่ปี นุ 2 กลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 120 ชวั่ โมง จำนวน 3.0 หนวยกติ

เรียนรไู วยากรณแ ละการสรางประโยคในการส่ือสารภาษาญป่ี ุน ศกึ ษาคำศพั ทและเรยี นรูวัฒนธรรม
ญี่ปนุ ควบคูกับการเรียนรูภ าษาเพื่อใชใ นการเขาใจถงึ ธรรมเนยี มตา งๆของประเทศญี่ปนุ

ผลการเรียนรู
1. สามารถสรา งประโยคและใชไวยากรณ N + V ได
2. สามารถสนทนาภาษาญี่ปุน เกี่ยวกบั ชวี ิตประจำวนั ของตนเองได
3. สามารถสรา งประโยคสนทนาเกยี่ วกับการซอ้ื ของได
4. สามารถบอกความตอ งการของตนเองเปนภาษาญป่ี ุน
5. สามารถเรียนรูและสรางประโยคการนำเสนอประเพณีของไทยเปน ภาษาญ่ีปนุ ได
6. สามารถแนะนำวฒั นธรรมทน่ี า สนใจของไทยเปนภาษาญ่ีปนุ ได
7. สามารถสรา งประโยคภาษาญปี่ นุ เกย่ี วกับเรอื่ งราววนั หยดุ ของตนเองได
8. สามารถสรา งประโยคภาษาญป่ี นุ เกยี่ วกบั ครอบครวั ของตนเองได
9. สามารถสนทนาภาษาญป่ี ุนเกย่ี วกับการแนะนำสมาชิกในครอบครวั ของตนเองได

รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู

264

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ญ31204 ทักษะฟง-พูดภาษาญปี่ นุ 2 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ฟงและพูดนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว ประเด็นตางๆ โดยใชสถานการณ
จำลองและการแสดงบทบาทสมมุติ การเลือกใชถอยคำ สำนวน น้ำเสียงทาทางที่เหมาะสมกับระดับของ
บุคคลและมารยาทสังคมและวัฒนธรรมญ่ปี ุน เปรยี บเทยี บความเหมือนความตางและความใจความแตกตาง
ของวัฒนธรรมญี่ปุน และวฒั นธรรมไทย

โดยใชกระบวนการทักษะการฟง พูด และจับใจความ จับประเด็นประโยคสนทนา จับใจความ
ประโยคฟงบทสนทนาแบบยาว ฟงการใชค าศัพทและรูปประโยคแบบคนญี่ปุน ใชทักษะการฟงในการจับ
ประเด็นและสรุปเนื้อหา เพื่อใหนักเรยี นสามารถใชในการสื่อสาร สรุปประเด็นสำคัญ แลกเปลี่ยนขอมลู จาก
การฟง แสดงความตองการ ความรูสึก ขอความชวยเหลือ ตอบรับการเชิญชวน และเปรียบเทียบเกี่ยวกับ
เทศกาลวันสำคญั ตางๆของประเทศญ่ปี นุ และประเทศไทย

เพื่อใหม คี วามรู และทกั ษะภาษาญป่ี นุ เพอ่ื การส่ือสารในชวี ติ ประจำวันขนั้ พืน้ ฐานไดอ ยางมี
ประสิทธิภาพ เหมาะสมกับมารยาททางสงั คม มคี วามเขา ใจในความแตกตา งทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญปี่ นุ มีเจตคตทิ ด่ี ตี อการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินยั ใฝเ รียนรู อยูอยางพอเพยี งและเหน็ คุณคา ในการนำ
ความรไู ปใชอยางมีประสทิ ธภิ าพ

ผลการเรียนรู
1. สามารถสนทนาภาษาญปี่ ุนเก่ยี วกับการเดนิ ทางไปกลบั โรงเรยี นดวยตนเองได
2. สามารถสนทนาภาษาญี่ปุนเกี่ยวกบั การใชช วี ติ ประจ าวันหรือกิจวัตรประจ าวันของตนเองได
3. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปุนโดยใชไ วยากรณรูป te ในการพดู เพื่อเพิม่ เน้ือความของประโยคได
4. สามารถสนทนาภาษาญี่ปุนเกย่ี วกับวิธกี ารใชเ ครื่องมือหรืออุปกรณตางๆเปนภาษาญ่ีปุนได
5. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปุนเกี่ยวกบั ตัวเลขหรอื จ านวนนับตา งๆเปน ภาษาญ่ีปนุ ได
6. สามารถสนทนาภาษาญ่ปี ุนเก่ียวกับงานอดเิ รกของตนเองเปน ภาษาญ่ีปุน ได
7. สามารถสนทนาภาษาญีป่ ุนเกย่ี วกบั มารยาทและวิธีการเชญิ ชวนหรือชักชวนเปน ภาษาญป่ี นุ ได
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู

265

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

ญ32201 ภาษาญป่ี นุ 3 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

การฝกการคาดเดาจากสถานการณที่กำหนด (どんなばめん) การฝกทักษะตามจุดประสงค
การเรียนรูที่กำหนด (れんしゅう) การพูด (はなしましょう) การอาน (よんでみましょう)
การเขียน (かいてみましょう) การฟง (きいてみましょう) การสนทนา (まんがでまとめ)
การประเมินหนวยการเรียนรู (ふりかえりましょう) สรุปไวยากรณ (ぶんぽう) คำศัพท (ことば)
อักษรคนั จิ (かんじ) และการเรยี นรูวฒั นธรรมญป่ี ุน (ミニじょうほう)

โดยใชกระบวนการอา น การเขยี น การฟง การพดู การคิดวิเคราะห วจิ ารณ ประเมนิ คา สงั เคราะห
เพอื่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำไปใชต ัดสนิ ใจ แกปญหา และประยุกตใชในการ
ดำเนนิ ชวี ติ เพ่อื พัฒนาตน พัฒนาการเรยี น มนี ิสัยรกั การอาน มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู
การพูด และเหน็ คุณคา ในความงามของวรรณกรรม

ผลการเรียนรู
1. สามารถเขา ใจคำสง่ั หรอื คำขอรองในสถานการณตาง ๆ ในโรงเรยี นได
2. สามารถพูดขอรอง เชน ขอยืมสิ่งของ รวมทั้งสามารถตอบรบั และปฏิเสธพรอ มบอกเหตุผลได
3. สามารถสอบถามเสนทางและวิธีการเดินทางของสถานท่ีท่ีไมเ คยไปมากอน และสามารถอธิบายวิธีการ

เดนิ ทางและเสน ทางที่ไปได
4. สามารถบอกทาทาง การแตง กาย รูปราง หนาตา นสิ ัย และงานอดิเรกของคนในครอบครวั เพื่อนหรือ

สตั วเลย้ี งใหแกคนทไี่ มร ูจักได
5. สามารถถามและตอบเพ่ือเปรยี บเทียบลักษณะเฉพาะของส่ิงของหรือสถานที่ต้งั แต 2 อยางขึ้นไป

รวมทัง้ พดู ถึงส่ิงที่ชอบที่สดุ ในแตละหมวดหมูได
6. สามารถถามและตอบคำถามงา ย ๆ เกย่ี วกับประสบการณในเร่ืองใกลต วั เชน ประสบการณเ กย่ี วกับ

อาหารหรือการทองเที่ยวได
7. สามารถอธบิ ายลำดับและขน้ั ตอนในการทำอาหารหรือกิจกรรมในชีวติ ประจำวนั ได
8. สามารถบอกเลาเกย่ี วกบั การใหแ ละการรบั ของขวญั หรอื สิ่งของของบุคคลตา ง ๆ ได
9. สามารถถามและตอบพรอมยกตวั อยางกิจกรรมที่ไดท ำในวันหยดุ และส่งิ ทคี่ ิดจะทำตอไปได
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู

266

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

ญ32202 ภาษาญ่ีปนุ 4 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

รูแ ละเขาใจการเขียนและการอา นออกเสยี งตัวอักษรภาษาญี่ปุน (ฮิรางานะ คาตาคานะโรมันจิ คันจิ
เบื้องตน) คำแนะนำ คำชี้แจง คำขอรอง คำอธิบาย และคำบรรยายที่ฟงและอานขอความ ขาว ประกาศ
โฆษณา บทรอยกรองและบทละครสั้น ขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องตางๆ ใกลตัว ประสบการณ
สถานการณ กจิ กรรม ขาว เหตุการณแ ละสถานการณต ามความสนใจ ภาษา นำ้ เสียง และกริ ิยาทาทางเหมาะ
กับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา กิจกรรมทางภาษา
และวัฒนธรรม ความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต และบทกลอน
ของภาษาญี่ปุนและภาษาไทย ภาษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึ้นในหองเรียน
สถานศึกษา

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟง พูด อานและเขียน อธิบาย บันทึก สรุป
ตีความ แสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล ยกตัวอยางสนทนา สื่อสาร เสนอ ตอบรับ ปฏิเสธ บรรยาย อภิปราย
เลือกใชภาษาใหเหมาะสม เขารว ม แนะนำและจดั กจิ กรรม

เพื่อใหนักเรียนมีวินัย ใฝเรียนรู เห็นคุณคาในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน
อยอู ยางพอเพียง มมี ารยาทในการอา น มุงม่ันในการทำงาน รักความเปน ไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. ฟง เรอ่ื ง บทความ ขอความเกย่ี วกับ อาหาร นันทนาการ สขุ ภาพท่ีไดจ ากสือ่ ส่ิงพมิ พและแหลง เรยี นรู

ตางๆ แลว สรปุ สาระสำคญั พรอมทัง้ นำเสนอประเด็นสำคัญดว ยเทคนิควิธที ่หี ลากหลาย
2. สนทนา แลกเปลยี่ น ขอมูลขา วสารแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การงานอาชีพ ชุมชนและสงั คมปจ จบุ ัน
3. อานขอ ความ บทอาน ที่ไมใชค วามเรียงเกี่ยวกบั อาชีพ สถานท่ีทองเท่ยี ว การศกึ ษา การบริการ

นนั ทนาการ สขุ ภาพ อาหาร ลมฟาอากาศ เพื่อเปรยี บเทียบความแตกตางและความเหมอื นระหวาง
ประเทศไทยและตา งประเทศ
4. เขยี น ขอความสัน้ ๆ แผน พบั จดหมายเก่ียวกบั ส่ิงแวดลอ ม การบริการ สถานท่ีทองเท่ยี ว สุขภาพ
นันทนาการ เพอ่ื เผยแพร ประชาสัมพนั ธใ นชมุ ชนและทองถนิ่ ที่อาศัย
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู

267

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ญ32203 ทกั ษะฟง-พูดภาษาญ่ีปุน 3 กลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมงจำนวน 1.0 หนวยกติ

การพูดบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว เหตุการณ การเดินทาง ลักษณะการแตงกาย
อาหารประจำชาติ และประเด็นตางๆ ในชีวิตประจำวัน โดยใชสถานการณจำลองและการแสดงบทบาท
สมมุติ การฟงเรื่องราวในสถานการณตางๆแลวสามารถวิเคราะห จับใจความสำคัญไดและการพูดสนทนา
ภาษาญี่ปุนในชีวิตประจำวัน และฝกทักษะการใชภาษาญี่ปุนในการถายทอดความคิดเห็น การใชสำนวน
ภาษาญ่ปี ุนตางๆ

โดยใชกระบวนการฟงและจับใจความ จับประเด็นประโยคสนทนา จับใจความประโยค ฟงบท
สนทนาแบบยาว ฟงการใชคำศัพทและรูปประโยคแบบคนญี่ปุน ใชทักษะการฟงในการจับประเด็นและสรปุ
เนื้อหา ฟงเพื่อใชในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนขอมูลจากการฟง แสดงความตองการ ความรูสึก ขอความ
ชวยเหลือ ตอบรับการเชิญชวน และเปรียบเทียบเกี่ยวกับเทศกาลวันสำคัญตางๆของประเทศญี่ปุนและ
ประเทศไทย

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรูไ ปใชอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

ผลการเรียนรู
1. พดู บรรยายเกี่ยวกับตนเองได
2. พดู การบอกเลาประสบการณ ขา ว และเหตุการณใ นปจ จุบันได
3. พูดเกยี่ วกบั อาหารประจ าชาติ และสามารถบรรยายขัน้ ตอนการทำได
4. ดแู ละจบั ใจความเนื้อหาของวีดีโอและสามารถพูดวเิ คราหใ นประเด็นนน้ั ๆได
5. แสดงความคิดเหน็ ในสถานการณต วั อยา งได
6. นักเรยี นสามารถพูดเก่ยี วกับของฝากเมืองไทยได
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

268

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ญ32204 ทกั ษะฟง-พดู ภาษาญ่ีปุน 4 กลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

การฟง เร่ืองราวในสถานการณตางๆแลว สามารถวเิ คราะห จบั ใจความสำคัญของการสนทนาไดและ
ใชความรูในการพูดสนทนาเปนภาษาญี่ปุนในชีวติ ประจำวนั และฝกทักษะการฟงพูดในการใชภาษาญี่ปุนใน
การถายทอดความคดิ เห็น การใชสำนวนภาษาญป่ี ุนตางๆ

โดยใชกระบวนการทักษะการฟง พูด และจับใจความ จับประเด็นประโยคสนทนา จับใจความ
ประโยคฟงบทสนทนาแบบยาว ฟงการใชคำศัพทและรูปประโยคแบบคนญี่ปุน ใชทักษะการฟงในการจับ
ประเด็นและสรุปเนื้อหา เพื่อใหนักเรียนสามารถใชในการสื่อสาร สรุปประเด็นสำคัญ แลกเปลี่ยนขอมลู จาก
การฟง แสดงความตองการ ความรูสึก ขอความชวยเหลือ ตอบรับการเชิญชวน และเปรียบเทียบเกี่ยวกับ
เทศกาลวันสำคัญตา งๆของประเทศญป่ี ุน และประเทศไทย

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพ เหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรูไปใชอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ

ผลการเรยี นรู
1. สามารถสนทนาภาษาญป่ี นุ เกยี่ วกับการเดนิ ทางไปกลบั โรงเรยี นดวยตนเองได
2. สามารถสนทนาภาษาญปี่ ุนเก่ยี วกับการใชชีวิตประจำวนั หรือกิจวัตรประจำวันของตนเองได
3. สามารถสนทนาภาษาญป่ี ุน โดยใชไ วยากรณร ูป te ในการพูดเพ่ือเพมิ่ เนอ้ื ความของประโยคได
4. สามารถสนทนาภาษาญป่ี นุ เก่ียวกบั วธิ ีการใชเ คร่ืองมือหรอื อปุ กรณตา งๆเปนภาษาญี่ปนุ ได
5. สามารถสนทนาภาษาญ่ปี นุ เก่ียวกับตวั เลขหรอื จำนวนนบั ตา งๆเปนภาษาญี่ปนุ ได
6. สามารถสนทนาภาษาญีป่ ุนเกย่ี วกับงานอดิเรกของตนเองเปนภาษาญ่ปี นุ ได
7. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปนุ เก่ียวกับมารยาทและวธิ ีการเชิญชวนหรือชักชวนเปนภาษาญี่ปุนได

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู

269

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ญ32205 การอานภาษาญ่ปี ุน 1 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

การอานและภาษาญี่ปุนอยางงาย ฝกอานออกเสียงใหถูกตองตามหลักการออกเสียงภาษาญี่ปุน
ฝกฝนการอานภาษาญีป่ ุน ใหเกิดความคลองแคลวและฉะฉาน ฝกฝนการอานและทำความเขาใจเรื่องราวใน
แบบอานหนังสือพิมพ หนังสือเรียน และหนังสือนอกเวลาเรียนรูหลักการออกเสียงตัวอักษรและคำศัพท
เพอื่ พฒั นาไปสูการอา นและออกเสยี งภาษาญป่ี ุน ทีถ่ ูกตอ ง

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟงและอานโดยใชการอานเพื่อใหเกิดความ
เขาใจและแสดงความคดิ เหน็ ใหเ หตุผล ยกตวั อยา งสนทนา จากกิจกรรมการอา น เพ่ือสงเสรมิ และเสริมสรา ง
ทักษะการอานที่ถูกตองตามหลักการออกเสียงภาษาญี่ปุนและใกลเคียงกับภาษาญี่ปุนที่คนญี่ปุน
ท่เี ปน เจา ของภาษาใหมากท่สี ดุ

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจ าวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรไู ปใชอ ยางมีประสิทธภิ าพ

ผลการเรยี นรู
1. สามารถออกเสียงตัวอกั ษรภาษาญ่ปี ุน ได
2. สามารถอานออกเสียงภาษาญ่ีปุนเปนประโยคส้นั ๆได
3. สามารถอา นออกเสยี งภาษาญ่ีปุนเปนประโยคยาวๆได
4. สามารถอา นบทความภาษาญี่ปนุ ที่เปนบทความสน้ั ๆได
5. สามารถอา นบทความภาษาญป่ี ุนทีเ่ ปนบทความยาวๆได
6. สามารถเขา ใจวธิ ีการอา นและอา นออกเสียงภาษาญี่ปนุ แนวตัง้ ได
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

270

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ญ32206 การอา นภาษาญีป่ ุน 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

การอานและการเขียนภาษาญี่ปุนอยางงาย ฝกอานออกเสียงใหถูกตองตามหลักการออกเสียง
ภาษาญี่ปุนฝกฝนการอานภาษาญี่ปุนใหเกิดความคลองแคลวและฉะฉาน เรียนรูหลกั การออกเสียงตัวอักษร
และคำศพั ทเพอ่ื พฒั นาไปสูการอานและออกเสยี งภาษาญ่ีปุนท่ีถกู ตอง

โดยใชทกั ษะกระบวนการคดิ วเิ คราะหน ำมาปฏิบตั ิ ไดแ ก ทกั ษะการฟงและการอาน โดยใชก าร
ฟงและการอานใหเกิดความเขาใจและแสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล ยกตัวอยางสนทนา จากกิจกรรมการ
อาน เพื่อสงเสริมและเสริมสรางทักษะการอานที่ถูกตองตามหลักการออกเสียงภาษาญี่ปุนและใกลเคียงกับ
ภาษาญปี่ ุน ทีค่ นญ่ีปุนที่เปนเจาของภาษาใหมากทส่ี ุด

เพื่อใหมีความรูและทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจฎวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรูไปใชอยางมีประสิทธภิ าพ

ผลการเรียนรู
1. สามารถออกเสยี งตัวอกั ษรภาษาญี่ปนุ ได
2. สามารถพากยเสยี งการต ูนและบทบาทสมมตุ ิได
3. สามารถแสดงละครส้นั ภาษาญปี่ ุน ได
4. สามารถอา นพากยอนิเมช่ันและสรา งสรรคผ ลงานอนิเมชั่นได
5. สามารถอา นบทกลอนไฮกุได
6. สามารถออกเสียงจงั หวะทำนองเพลงญปี่ นุ ได
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

271

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ญ32207 ภาษาญีป่ นุ เพอื่ การสอบวดั ระดับ 3 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ศกึ ษาวิเคราะหรปู คำศัพทแ ละประโยคทถี่ ูกตอ งตามหลกั ไวยากรณ การตีความประโยคที่เกี่ยวกับ
ชวี ิตประจำวัน ในดา นการเมือง สงั คม เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม และฝก ทำขอ สอบวดั ระดับความรทู าง
ภาษาญปี่ ุน (JLPT) และขอสอบวดั ความถนดั ทางภาษาญปี่ ุน (PAT 7.5)

โดยใชกระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห มงุ เนน การฝก การทำขอสอบวดั ระดบั
ภาษาญป่ี นุ (JLPT) ต้งั แตระดับ 5-4

เพื่อใหน ักเรียนมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ ภาษาญีป่ ุน สามารถนำความรไู ปใชจ ริงในการสอนและการประกอบ
อาชพี ในอนาคต

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายคำศัพทและวเิ คราะหร ูปประโยคภาษาญป่ี ุน ตามหลักไวยากรณ
2. มคี วามรู ความเขา ใจในการใชภ าษาและไวยากรณภาษาญป่ี นุ
3. เปรียบเทียบความแตกตางของระดับภาษาของภาษาญปี่ ุน
4. ยกตัวอยา งวฒั นธรรมญ่ีปุนและวฒั นธรรมไทย
5. วเิ คราหล ักษณะขอสอบ ดานคำศัพท คนั จิ ไวยากรณ การอา นและการฟง
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

272

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ญ33201 ภาษาญ่ีปนุ 5 กลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศึกษา เสียง รูปแบบ ความหมาย คำ กลมุ คำ ประโยคทซี่ ับซอน สำนวน ขอความ สารคดี
บทสนทนา บทละครส้นั บทประพนั ธ คำส่ัง คำแนะน า คำขอรอง การตอบรบั และปฏเิ สธ ขอ เทจ็ จริง ขอ มลู
เรื่องราวประสบการณ และประเด็นขา วตามความสนใจของสังคม เรียนรูวฒั นธรรมญี่ปุนและความแตกตา ง
ระหวา งวัฒนธรรมไทยและญ่ีปนุ

โดยใชกระบวนการทางภาษาเพือ่ การสื่อสาร ฟง พูด อาน เขียน กระบวนการคิด แกปญหา สืบคน
และนำเสนอขอ มูล ดวยความสามารถในการใชท ักษะชวี ิตและเทคโนโลยี

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรูไปใชอยา งมีประสิทธิภาพ

ผลการเรียนรู
1. เขาใจน้ำเสียง ความรสู ึกของผพู ดู รวมทง้ั คำชี้แจง คำบรรยาย คำแนะนำ คมู ือการใชงานตางๆและ
สามารถตีความหรือแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับส่ือทีเ่ ปน ความเรยี งและไมใชค วามเรียงในรูปแบบ
ตา งๆที่ซับซอนขั้นถา ยโอนเปนคำพูดของตนเองได
2. สามารถวเิ คราะหแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับขอความ ขอมูล ขา วสาร บทความจากส่ิงพิมพหรือส่ือ
อิเลก็ ทรอนกิ ส
3. ใชภ าษาเพื่อแสดงความคิดเห็นแสองความตองการของตน เสนอการบริการแกผูอน่ื เจรจาตอรอง
และวางแผนในการเรยี น
4. ใชภาษาเพื่อขอและใหขอ มลู อธบิ าย บรรยาย เปรียบเทยี บ แลกเปรยี บความรเู กยี่ วกับเร่ืองราวหรือ
ประเดน็ ปญ หาตางๆตลอดจนเหตกุ ารณปจ จุบนั ในชมุ ชนและสงั คม

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู

273

คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ญ33202 ภาษาญี่ปุน 6 กลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ

ศึกษา เสียง รูปแบบ ความหมาย คำ กลุมคำ ประโยคที่ซับซอน สำนวน ขอความ สารคดี
บทสนทนา บทละครสั้น บทประพันธ คำสั่ง คำแนะนำ คำขอรอง การตอบรับและปฏิเสธ ขอเท็จจริง ขอมูล
เรอื่ งราวประสบการณ และประเดน็ ขาวตามความสนใจของสงั คม เรยี นรวู ัฒนธรรมญป่ี นุ และความแตกตา งระหวาง
วฒั นธรรมไทยและญ่ปี นุ

โดยใชกระบวนการทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ในดานทักษะการฟง พูด อาน เขียน กระบวนการคิด
แกปญหาสืบคน และนำเสนอขอมูล ดวยความสามารถในการใชทักษะชีวิตและเทคโนโลยีสถานการณ ขาว/
เหตุการณประเด็นท่ีอยใู นความสนใจของสังคม คำขอรอ ง คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธบิ ายภาษาท่แี สดงความตองการ
เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือ ในสถานการณจำลองหรือสถานการณจริง ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง/
ใจควาสำคัญ/ แกนสาระท่ีไดจากการวิเคราะหเรื่อง กิจกรรม ภาษา น้ำเสียง และกิริยาทา ทางเหมาะกับระดับของ
บคุ คล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา ของภาษา

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวนั ขั้นพื้นฐานไดอยางมีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขา ใจในความแตกตา งทางภาษาและวฒั นธรรมทางภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดี
ตอ การเรยี นภาษาญ่ีปนุ มีวนิ ยั ใฝเ รียนรู อยอู ยา งพอเพียงและเห็นคุณคา ในการนำความรไู ปใชอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

ผลการเรียนรู

1. สามารถอธิบายเกย่ี วกับเร่ืองท่ีเดอื ดรอ นหรือเร่อื งทรี่ สู กึ แยได
2. สามารถกลาวขอโทษหรือแสดงความเสยี ใจในความผดิ พลาดของตนเองได
3. สามารถใหคำแนะนำหรอื แสดงความชว ยเหลือเมือ่ เห็นผูอืน่ ทำผิดพลาดหรือมีเรื่องเดือดรอนได
4. สามารถบอกเลาขอมลู และเรอ่ื งราวเก่ียวกบั งานเทศกาล ขนบธรรมเนยี มประเพณี วัฒนธรรม ความเช่ือ และ

ความเปน มาของสิง่ ตางๆได
5. สามารถบอกเลาเกีย่ วกับความทรงจำในวยั เด็ก เชน พอแมอ บรมส่งั สอนหรือใหเ รยี นเสริมทกั ษะตางๆอะไรได
6. สามารถเขา ใจขอมลู ท่ใี ชภาษาสภุ าพพน้ื ฐานท่ใี ชก นั ทว่ั ไปได รวมทงั้ สามารถใชภาษาสุภาพตามระดับของ บคุ คล

ไดอ ยา งเหมาะสม
7. สามารถกลา วสนุ ทรพจนและแสดงความรสู กึ ขอบคณุ ในโอกาสตางๆเชน งานเล้ยี ง อำลา ฯลฯ ดว ยคำกลาวสน้ั ๆ

ระดบั พนื้ ฐานได
8. สนทนาเร่อื งเกี่ยวกับตนเอง ชีวิตประจำวนั และสังคมใกลตวั
9. มีทกั ษะในการใชภ าษาญปี่ นุ ดา นการฟง พูด อา น เขยี น ภาษาญ่ีปนุ ในเรอื่ งใกลต วั
10. ใชค ำศพั ท สำนวน ประโยคในการบรรยาย สนทนาโตต อบตามสถานการณตางๆในชีวิตประจำวนั
11. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับวัฒนธรรมทางภาษาและชวี ติ ความเปนอยูของชาวญปี่ นุ
12. สนใจแสวงหาความรูเกย่ี วกบั ภาษาญป่ี นุ เพือ่ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
รวมทัง้ หมด 12 ผลการเรยี นรู

274

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

ญ33203 ทักษะฟง-พูดภาษาญ่ีปนุ 5 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ฟงและพูดนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว ประเด็นตางๆ โดยใชสถานการณ
จำลองและการแสดงบทบาทสมมุติ การเลือกใชถอยคำ สำนวน นำเสียงทาทางที่เหมาะสมกับระดับของ
บคุ คลและมารยาทสังคมและวัฒนธรรมญ่ปี ุน เปรียบเทียบความเหมือนความตางและความใจความแตกตาง
ของวัฒนธรรมญปี่ ุนและวัฒนธรรมไทย

โดยใชกระบวนการฟงและจับใจความ จับประเด็นประโยคสนทนา จับใจความประโยค ฟงบท
สนทนาแบบยาว ฟงการใชคำศัพทแ ละรูปประโยคแบบคนญ่ีปุน ใชทักษะการฟงในการจบั ประเดน็ และสรปุ
เน้ือหา ฟงเพื่อใชในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนขอมูลจากการฟง แสดงความตองการ ความรูสึก ขอความ
ชวยเหลือ ตอบรับการเชิญชวน และเปรียบเทียบเกี่ยวกับเทศกาลวันสำคัญตางๆของประเทศญี่ปุนและ
ประเทศไทย

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันข้ันพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรไู ปใชอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ

ผลการเรยี นรู
1. เขา ใจและใชภาษาญี่ปนุ อยางสัน้ ๆงายๆในการแลกเปล่ียนขอมลู ขาวสาร สรางความสัมพนั ธระหวา ง

บุคคลในสนทนาเรื่องเกยี่ วกบั ตนเอง ชีวติ ประจำวนั และสังคมใกลตวั
2. มที กั ษะในการใชภ าษาญี่ปุนดา นการฟง พดู อา น เขยี น ภาษาญีป่ ุนในเรอื่ งใกลต วั
3. ใชคำศัพท สำนวน ประโยคในการบรรยาย สนทนาโตตอบตามสถานการณต า งๆในชีวติ ประจำวนั
4. มีความรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั วัฒนธรรมทางภาษาและชีวิตความเปนอยูของชาวญี่ปนุ
5. ใชภาษาญี่ปุนอยางงา ยๆเสนอขอมูลท่เี ปนความรใู นกลุมสาระการเรยี นรูอืน่ ได
6. สนใจแสวงหาความรเู กยี่ วกบั ภาษาญี่ปุนเพอ่ื ความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู

275

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ญ33204 ทักษะฟง – พดู ภาษาญ่ีปนุ 6 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

การฟงเร่ืองราวในสถานการณตางๆแลว สามารถวิเคราะห จับใจความสำคัญของการสนทนาไดและ
ใชความรูในการพูดสนทนาเปนภาษาญีป่ ุนในชีวติ ประจำวัน และฝกทักษะการฟงพูดในการใชภาษาญีป่ นุ ใน
การถายทอดความคิดเหน็ การใชส ำนวนภาษาญ่ปี นุ ตางๆ

โดยใชกระบวนการทักษะการฟง พูด และจับใจความ จับประเด็นประโยคสนทนา จับใจความ
ประโยคฟงบทสนทนาแบบยาว ฟงการใชคำศัพทและรูปประโยคแบบคนญี่ปุน ใชทักษะการฟงในการจับ
ประเด็นและสรุปเนื้อหา เพื่อใหนักเรียนสามารถใชในการส่ือสาร สรุปประเด็นสำคัญ แลกเปลี่ยนขอมูลจาก
การฟง แสดงความตองการ ความรูสึก ขอความชวยเหลือ ตอบรับการเชิญชวน และเปรียบเทียบเกี่ยวกับ
เทศกาลวนั สำคญั ตา งๆของประเทศญ่ีปุนและประเทศไทย

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพ เหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรไู ปใชอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ

ผลการเรยี นรู
1. สามารถสนทนาภาษาญี่ปนุ เก่ียวกบั การเดนิ ทางไปกลบั โรงเรยี นดวยตนเองได
2. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปุนเกี่ยวกับการใชชวี ติ ประจำวันหรือกจิ วตั รประจำวนั ของตนเองได
3. สามารถสนทนาภาษาญีป่ ุนโดยใชไ วยากรณรปู te ในการพดู เพ่ือเพ่ิมเนื้อความของประโยคได
4. สามารถสนทนาภาษาญป่ี นุ เก่ียวกบั วธิ ีการใชเคร่ืองมือหรอื อปุ กรณตางๆเปน ภาษาญี่ปนุ ได
5. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปนุ เกย่ี วกับตัวเลขหรอื จำนวนนับตางๆเปนภาษาญ่ีปนุ ได
6. สามารถสนทนาภาษาญี่ปุนเก่ียวกบั งานอดิเรกของตนเองเปน ภาษาญีป่ นุ ได
7. สามารถสนทนาภาษาญ่ีปุนเก่ียวกับมารยาทและวิธีการเชิญชวนหรือชักชวนเปน ภาษาญ่ปี นุ ได

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

276

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ญ33205 การเขียนภาษาญปี่ นุ 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

เขียนบรรยายความรูสึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ อยางมีเหตุผล การ
เขียนเรียงความ การใชคำบุพบท การจบประโยค การใชสำนวนการเขียนสามารถวิเคราะหขอมูลแลว
สามารถถายทอดออกมาในรูปแบบการเขียนได เชนกฎระเบียบในโรงเรียน ปญหาสังคม อนาคต คำอธิบาย
วธิ กี ารใชเคร่ืองใชไ ฟฟา และศึกษาคนั จปิ ระจำบทเรียนและคนั จเิ พ่อื เตรียมสอบเขา มหาวิทยาลัย

โดยใชกระบวนการสื่อสาร การอาน การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขียนสื่อความ เพื่อใหเกิดความรู เขาใจการตีความประโยค การใชคำ และรูปประโยค
ภาษาญี่ปุนขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ สำนวนในการเขียนสื่อความตาม
วฒั นธรรมเจาของภาษา

เพื่อใหนักเรียนมีเจตคติที่ดีตอภาษาญี่ปุน สามารถนำความรูไปใชจริงในการประกอบอาชีพใน
อนาคต

ผลการเรยี นรู
1. เขียนบรรยายเกยี่ วกบั ประสบการณบ ทสนทนาในเหตกุ ารณของตนเอง
2. เขยี นอธิบายเหตุการณส ำคญั ในชีวิตประจ าวัน
3. เขยี นอธบิ ายขั้นตอน วธิ ีการ เกี่ยวกับการท าอาหาร การประดิษฐส ิ่งของ และการเลนเกม
4. เขียนอธบิ าย เปรยี บเทียบ วเิ คราะหต ีความ สะทอ นความรสู กึ และแสดงความคดิ เหน็ ของตนเองพรอ มทั้ง

ใหเ หตผุ ลและยกตัวอยา งประกอบ
5. เขา ใจหลกั ไวยากรณภ าษาญ่ปี นุ ดา นคำ คำเชอ่ื ม วลี สำนวน ประโยคและขอ ความท่ซี บั ซอ นยิ่งข้นึ และ

นำไปใชอ ยางมวี จิ ารณญาณ
6. เขยี นจดหมาย ประกาศ การนัดหมาย สำนวน คำพังเพย สภุ าษติ บทกลอน ใบประชาสมั พนั ธข อ มลู

ขา วสาร บันทกึ สรุป นำเสนอความรู ขอ มลู ตาง ๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ
7. เขียนตวั อกั ษรคนั จิ ศึกษาความหมายและวธิ ีการอา น
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรยี นรู

277

คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ญ33206 การเขียนภาษาญี่ปุน 2 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

การอานและการเขียนภาษาญี่ปุนอยางงาย การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประสบการณของตนเอง
ศึกษาวิธีการเขียนเรียงความ การใชคำบุพบท การจบประโยค การใชสำนวนการเขียนสามารถวิเคราะห
ขอมูล ขาวสารแลวสามารถถายทอดออกมาในรูปแบบการเขียนได เชน การเขียนจดหมาย การเขียนแสดง
ความคิดเห็น การเขียนรายงานอยางงา ยได

ผลการเรยี นรู
1. สามารถอธิบายเก่ยี วกับเรอ่ื งท่ีเดือดรอ นหรอื เรื่องทร่ี ูสกึ แยไ ด
2. สามารถกลา วขอโทษหรอื แสดงความเสียใจในความผิดพลาดของตนเองได
3. สามารถใหคำแนะนำหรือแสดงความชวยเหลอื เมื่อเหน็ ผูอ นื่ ทำผิดพลาดหรอื มเี รอ่ื งเดอื ดรอนได
4. สามารถบอกเลาขอมูลและเรื่องราวเกี่ยวกับงานเทศกาล ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม
ความเช่ือและความเปน มาของส่งิ ตา งๆ ได
5. สามารถบอกเลาเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก เชน พอแมอบรมสั่งสอน หรือใหเรียนเสริม
ทกั ษะตางๆ อะไรไดบา ง
6. สามารถเขาใจขอมูลที่ใชภาษาสุภาพพื้นฐานที่ใชกันทั่วไปได รวมทั้งสามารถใชภาษาสุภาพตาม
ระดบั ของบุคคลไดอยางเหมาะสม

รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู

278

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ญ33207 ภาษาญีป่ ุน เพ่อื การสอบวดั ระดับ 5 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ภาษาญี่ปุน เพอ่ื ใชใ นการศกึ ษาตอระดบั อุดมศกึ ษา การสอบวัดระดบั ภาษาญี่ปนุ น้ันเปนสิ่งจำเปนใน
การเรียนภาษาญี่ปุน การเพิ่มพูนทักษะภาษาญี่ปุนและวิธีการทำขอสอบใหไดผลสัมฤทธิ์นั้นมีความจำเปน
อยางมาก การเตรียมความพรอมกอนการสอบจะทำใหไดผลการสอบที่ดียิ่งขึ้นและเกิดประโยชนตอผูเรียน
มากทส่ี ดุ

โดยใชกระบวนการทดลองทำขอสอบจริงของขอสอบในปกอนหนานี้ เพื่อใหเกิดความคุนเคยกับ
ขอสอบ JLPT และไดฝกทดลองทำขอสอบเพื่อเปนแนวทางในการทำขอสอบจริง ทั้งดานการฟง อาน และ
ไวยากรณ

เพื่อใหมีความรู และทักษะภาษาญี่ปุนเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานไดอยางมี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับมารยาททางสังคม มีความเขาใจในความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรมทาง
ภาษาญี่ปุน มีเจตคติที่ดีตอการเรียนภาษาญี่ปุน มีวินัยใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคาในการนำ
ความรูไปใชอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ

ผลการเรยี นรู
1. นักเรยี นสามารถทำขอ สอบ JLPT ระดบั N4 ได
2. นกั เรียนสามารถทำขอ สอบไวยากรณ ระดบั N4 ได
3. นักเรยี นสามารถทำขอ สอบการอาน ระดบั N4 ได
4. นักเรยี นสามารถทำขอ สอบการฟง ระดับ N4 ได
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู

279

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

จ31201 ฟง-พดู ภาษาจนี เพื่อการสือ่ สาร 1 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจีนกลาง เสียง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต ความแตกตาง
ระหวางภาษาจีนกับภาษาไทยในการออกเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต คำศัพท รูปประโยค ขั้นพื้นฐาน
การสนทนาโตตอบในเรื่องการทักทาย การกลาวอำลา การถามชื่อ-นามสกุล การเชื้อเชิญ การเขียนแนะนำ
ตนเอง ครอบครวั และชวี ติ ในโรงเรยี น ระบบชือ่ เรยี กเสนขดี ตวั อักษรจีน และลำดบั การเขยี นตวั อกั ษรจีน

โดยใชท ักษะการฟง พูด อา น เขยี น เพ่อื ใหผ ูเรียนสามารถอา นออกเสยี งไดถูกตองตามหลักการออก
เสียง โตต อบสนทนาภาษาจีนข้ันพื้นฐานไดถูกตองและเขียนตวั อักษรจีนไดถกู ตองตามหลักการเขียน เพื่อให
มพี นื้ ฐานภาษาจีนทด่ี ี สำหรับศึกษาภาษาจีนในระดับทีส่ งู ขน้ึ

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจความแตกตา งระหวางภาษาจนี กับภาษาไทยในเร่ือง พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต คำ วลี ประโยคตางๆ
2. อานออกเสยี งสัทอกั ษร คำ ประโยค บทสนทนาไดถูกตองตามหลักการออกเสยี ง
3. มีความรเู ร่ืองชื่อขดี ตัวอักษรจีนและเขยี นตัวอักษรจนี ไดถกู ตอง
4. สนทนาเกย่ี วกบั ตนเองและผอู ่นื โดยใชภาษาจีนอยางงายๆได
5. เขียนตวั อักษรจีนไดถูกตองตามหลักการเขยี น
6. มีความรู ความเขา ใจ ความเหมือน ความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของจีนกบั ภาษาและ

วฒั นธรรมของไทย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

280

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

จ31202 ฟง-พดู ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร 2 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอินที่ซับซอ นขึ้น คำศัพท รูปประโยค การสนทนาโตตอบในเรือ่ ง การบอก
สถานที่ การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง การแสดงความรูสึก การบรรยายสถานที่ การเขียนบรรยายแนะนำ
เพื่อนและบคุ คลท่ีมชี ื่อเสยี ง และลำดับการเขียนตัวอกั ษรจีน

โดยใชทกั ษะการฟง พูด อาน เขียน เพ่อื ใหผูเรียนสามารถอานออกเสียงไดถูกตอ งตามหลักการออก
เสียง โตตอบ สนทนาภาษาจีนขั้นพื้นฐานไดถูกตองและเขียนตัวอักษรจีนไดถูกตองตามหลักการเขียน
เพ่ือใหมีพ้ืนฐานภาษาจนี ท่ีดี สำหรับศึกษาภาษาจนี ในระดบั ทสี่ ูงขนึ้

ผลการเรยี นรู
1. เขา ใจความแตกตางระหวางภาษาจนี กบั ภาษาไทยในเร่ือง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต คำ วลี

ประโยคตา งๆ
2. อานออกเสยี งสทั อกั ษร คำ ประโยค บทสนทนาไดถกู ตอ งตามหลกั การออกเสียง
3. มคี วามรูเร่อื งช่ือขดี ตวั อักษรจีนและเขียนตวั อักษรจนี ไดถ ูกตอ ง
4. เขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเองและผูอ่ืน โดยใชภ าษาจีนอยา งงายๆได
5. เขยี นตัวอกั ษรจนี ไดถ ูกตองตามหลักการเขยี น
6. มีความรู ความเขาใจ ความเหมอื น ความแตกตา งระหวางภาษาและวฒั นธรรมของจีนกบั ภาษาและ

วฒั นธรรมของไทย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

281

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

จ31205 ภาษาจนี เบื้องตน 1 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4/5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอิน เสียงพยัญชนะสระวรรณยุกต การประสมสัทอักษรการเปลี่ยนเสียง
ของวรรณยุกตและเสียงพิเศษตางๆ คำศัพทรูปประโยคพื้นฐานในการทักทาย การกลาวขอบคุณ
การกลาวขอโทษ การกลาวเชือ้ เชิญ การถามทุกขสุข การถามถึงสุขภาพ การถามชื่อ-สกุล การถามเชื้อชาติ
การสงั่ อาหาร การถามราคาสิ่งของตา งๆ การถามทศิ ทาง การบรรยายแนะนำตัวเอง ไวยากรณเร่ืองการสรา ง
ประโยคคำถาม การใชคำแสดงการถาม การใชสรรพนาม การใชคำบอกสถานที่ความแตกตางในการ
เรียงลำดับในภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมในเรื่องชีวิตความเปนอยู ประวัติความ
เปนมาของตัวอกั ษรจีน ชอ่ื ขดี ตวั อักษรจนี และลำดับการเขียนตัวอักษรจนี ท่ถี ูกตอง

โดยใชกระบวนการฟงการพูดการอาน การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะหกระบวนการปฎิบัติ
กระบวนการเขียนส่ือความ เพื่อใหเกิดความรูความเขา ใจและทักษะในการใชภาษา ทั้งการอานออกเสียงคำ
ประโยคบทสนทนาและขอความสน้ั ๆไดถกู ตองตามหลักการอานออกเสยี ง

เขาใจการตีความประโยค การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำสำนวนในการติดตอปฎิสัมพันธตามวัฒนธรรมเจาของภาษา ไดแก
วฒั นธรรมขนบธรรมเนยี มประเพณีงานฉลองของเจาของภาษา เพ่อื ใหผ ูเรียนมคี วามรพู ื้นฐานภาษาจีนที่ดี

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจนี กลางการประสมสทั อักษรความแตกตางในเร่ืองพยัญชนะสระ

วรรณยกุ ตระหวางภาษาจนี และภาษาไทย
2. อานออกเสียงไดถูกตองตามหลักการออกเสียง
3. สนทนาเก่ยี วกบั ตนเองและสถานการณในชวี ติ ประจำวนั
4. เขยี นบรรยายเร่ืองราวเกยี่ วกบั ตนเองครอบครวั โดยใชภาษาจีนอยา งงายๆได
5. เขียนตวั อกั ษรจนี ไดถ ูกตองตามหลกั การเขยี น
6. มคี วามรูค วามเขา ใจความเหมอื นความแตกตางระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของจนี กับภาษาและ

วฒั นธรรมของไทย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

282

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม

จ31206 ภาษาจีนฟง พดู 1 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4/5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอิน เสียงพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต การประสมสทั อักษร การเปลี่ยนเสยี ง
ของวรรณยุกต และเสยี งพเิ ศษตา งๆ คาํ ศพั ท รปู ประโยคพื้นฐานในการทักทาย การกลา วขอบคุณ การกลา ว
ขอโทษ การกลา วเชือ้ เชญิ การถามทกุ ขส ุข การถามถงึ สขุ ภาพ การถามชอ่ื -สกุล การถามเชือ้ ชาติ การส่งั
อาหาร การถามราคาสิ่งของตางๆ การถามทิศทาง การบรรยายแนะนําตัวเอง ไวยากรณเรื่องการสราง
ประโยคคําถาม การใชคําแสดงการถาม การใชสรรพนาม การใชคําบอกสถานที่ ความแตกตางในการ
เรียงลําดับในภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมในเร่ืองชีวิตความเปนอยู ประวัติความ
เปน มาของตัวอักษรจนี ชอ่ื ขีดตัวอักษรจีนและลําดับการเขียนตวั อกั ษรจีนที่ถูกตอ ง

โดยใชกระบวนการฟง การพดู การอา น กานเขยี น กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการปฎบิ ัติ
กระบวนการเขยี นส่อื ความ เพอื่ ใหเ กิดความรู ความเขาใจ และทักษะในการใชภ าษาทง้ั การอา รออกเสยี งคาํ
ประโยค บทสนทนาและขอความสนั้ ๆไดถูกตองตามหลกั การอานออกเสียง

เขาใจการตีความประโยค การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคําสํานวนในการติดตอ ปฎิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา ไดแก
วฒั นธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณี งานฉลองของเจา ของภาษา เพือ่ ใหผ ูเรยี นมคี วามรูพ้นื ฐานภาษาจีนท่ดี ี

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจระบบสทั อกั ษรพนิ อินของภาษาจีนกลาง การประสมสัทอักษร ความแตกตางในเรอ่ื งพยัญชนะ สระ

วรรณยุกต ระหวา งภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขา ใจความแตกตา งของเสียงพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ทอ่ี อกเสยี งใกลเคียงกนั
3. ออกเสยี งไดถูกตองตามหลักการออกเสียง
4. สนทนาเกย่ี วกับตนเอง และสถานการณใ นชีวิตประจำวัน
5. เขาใจวธิ ีการใชรูปแบบประโยคตางๆ ในการสนทนาในสถานการณจ ำลองตางๆ
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

283

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

จ31207 ภาษาจีนเบ้อื งตน 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 4/5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอิน เสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต การประสมสัทอักษร การเปลี่ยน
เสียงของวรรณยุกตและเสียงพิเศษตางๆ คำศัพท รูปประโยคพื้นฐานในการถามถึงบุคคลในครอบครัว
การถามเวลา การบอกตำแหนงที่ตั้งของอาคารสถานที่ สี การแนะนำบุคคลที่สาม การบอกทิศทางไปยัง
จุดหมายปลายทาง การบรรยายเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัว การบรรยายทิศทางไวยากรณเรื่องการถาม
จำนวน การใชคำลงทายประโยค การสรางประโยคคำถามแบบใหเลือก คำซ้ำ ความแตกตางในการ
เรียงลำดับคำในภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมในเรื่องชีวิตความเปนอยู และลำดับ
การเขียนตวั อักษรจนี ทีถ่ ูกตอง

โดยใชก ระบวนการฟง การพูด การอาน การเขยี น กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการเขียนส่ือความ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และทักษะในการใชภาษาทั้งการอานออกเสยี ง
คำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียง เขาใจการตีความประโยค
การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ
สำนวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา ไดแก วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
งานฉลองของเจา ของภาษา เพือ่ ใหผ ูเรียนมคี วามรพู ้นื ฐานภาษาจนี ทดี่ ี

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจีนกลาง การประสมสัทอักษร ความแตกตางในเรื่อง
พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต ระหวางภาษาจนี และภาษาไทย
2. อา นออกเสียงไดถกู ตอ งตามหลักการออกเสียง
3. สนทนาเก่ยี วกบั ตนเอง และสถานการณในชวี ิตประจำวนั
4. เขยี นบรรยายเร่อื งราวเกีย่ วกับตนเอง ครอบครวั โดยใชภ าษาจนี อยางงายๆได
5. เขยี นตวั อกั ษรจนี ไดถ ูกตองตามหลกั การเขียน
6. มีความรู ความเขาใจ ความเหมือน ความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับ
ภาษาและวฒั นธรรมของไทย

รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู

284

คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม

จ31208 ฟง-พดู ภาษาจีน 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 4/5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

ศึกษาระบบสัทอักษรพินอิน เสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต การประสมสัทอักษร การเปลี่ยนเสยี ง
ของวรรณยุกต และเสียงพิเศษตางๆ การแยกความแตกตางของเสียงพยัญชนะ สระที่ใกลเคียงกันการแยก
ความแตกตางของคำที่มีเสียงวรรณยุกตตางกัน การฝกการสนทนาที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันโดยจำลอง
สถานการณตางๆในการถามถึงบุคคลในครอบครัว การถามเวลา การบอกตำแหนงที่ตั้งของอาคารสถานท่ี
สี การแนะนำบคุ คลทสี่ าม การบอกทศิ ทาง

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ เพื่อใหเกิด
ความรู ความเขาใจ และทักษะในการฟงและแยกแยะความแตกตางของเสียงพยัญชนะ สระที่ใกลเคียงกัน
คำที่มีเสียงวรรณยุกตตางกัน การใชภาษาทั้งการออกเสียงคำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆ
ไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียง เขาใจการใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง
เขาใจรูปแบบการสรางบทสนทนาที่เหมาะสมกับสถานการณตางๆ เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช
ถอยคำสำนวนในการติดตอ ปฏสิ มั พันธ ตามวฒั นธรรมเจาของภาษา เพื่อใหผูเ รยี นมคี วามรูพ้ืนฐานภาษาจีน
ท่ดี ใี นการตดิ ตอสอ่ื สารข้ันสงู ตอ ไป

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจีนกลาง การประสมสัทอักษร ความแตกตางในเรื่อง
พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต ระหวางภาษาจนี และภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตา งของเสียงพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ที่ออกเสียงใกลเ คียงกัน
3. ออกเสยี งไดถูกตองตามหลกั การออกเสยี ง
4. สนทนาเกี่ยวกับตนเอง และสถานการณใ นชวี ิตประจำวัน
5. เขา ใจวธิ กี ารใชร ปู แบบประโยคตา งๆ ในการสนทนาในสถานการณจ ำลองตางๆ

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

285

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

จ31210 ภาษาจนี เพ่ือการสอบวดั ระดบั 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4/5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

ฝก ทกั ษะและประมวลความรูเ พื่อเตรียมตัวสอบวดั ระดบั ความรูทางภาษาจีน ตามแนวขอสอบวดั
ระดับความรทู างภาษาจีน (HSK) โดยมงุ เนนการฝก การทาํ ขอ สอบวดั ระดับภาษาจนี (HSK) ต้ังแตร ะดับ 1-2
ดวยการฝกทําขอสอบในลักษณะตางๆที่ซับซอนขึ้น เรียนรูรูปคําศัพทและประโยคที่ถูกตองตามหลัก
ไวยากรณ การตีความประโยคทีเ่ กยี่ วของกับชีวิตประจาํ วนั ในดา นการเมือง สังคม เศรษฐกจิ และวัฒนธรรม
ใหเขาใจโดยผูเรียนตองรูและเขาใจคําศัพทประโยคภาษาจีนงาย ๆ ที่สามารถใชสื่อสารเรื่องงาย ๆ ใน
ชวี ิตประจาํ วันผเู รียนตอ งเรียนรูค าํ ศพั ทมาแลว อยา งนอย 150-300 คํา

โดยใชก ระบวนการฟง การพดู การอา น การเขยี น กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขยี นส่อื ความ และการจัดการเรียนรูในรูปแบบแบบการใชค าํ ถาม มงุ พฒั นากระบวนการทาง
ความคดิ ของผูเรยี น โดยผสู อนจะปอ นคําถามในลักษณะตา ง ๆ ท่สี ามารถพัฒนาความคดิ ผูเรยี น ใหผเู รยี นใช
ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห วิจารณ สังเคราะห และนําภาษาจนี กลางไปใชส ่ือสารไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ

เพ่ือใหเ กดิ ความรูค วามเขา ใจและทกั ษะในการใชภ าษาไดถ ูกตองตามหลักภาษา มีเทคนคิ ในการทาํ
ขอสอบ เขาใจการตีความประโยค การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคําสํานวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา และ
สามารถนาํ ความรแู ละเทคนคิ ไปใชไ ดจริงในการสอบวดั ระดับภาษาจนี

ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายคําศพั ท วิเคราะหรปู ประโยคภาษาจนี ตามโครงสรา งประโยค รวมท้งั การเดาคาํ ศัพทใน

บรบิ ททต่ี า งกัน
2. เขา ใจลักษณะขอสอบสว นตา งๆ เชน ดา นการฟง การพูด การอาน การเขยี น และอื่นๆ
3. มีความรู ความเขาใจในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวา งภาษาจนี และภาษาไทย
4. เขาใจความแตกตางในการเรยี งลําดับประโยคในภาษาจีนและภาษาไทยได
5. มีความรู ความเขา ใจ ความเหมอื น ความแตกตา งระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของจีน
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู

286

คำอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม

จ32205 ภาษาจนี เบอื้ งตน 3 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ

ศึกษาคำศัพท และรูปประโยคขั้นสูง การสนทนาโตตอบในเรื่องการใชหองสมุด รูปประโยคแสดง
การกระทำที่กำลังดำเนินอยู การสงพัสดุไปรษณีย การซื้อของและตอรองราคา การถามวันเดือนปเกิด
การเขียนอวยพรวันเกิด การเดนิ ทาง การวางแผน การถามระยะทาง ไวยากรณเ รอ่ื งคำขยาย การใชค ำแสดง
เหตุการณที่กำลังกระทำอยู ประโยคที่ใชกริยาเชื่อมกัน การบอกจำนวน การใชคำแสดงการถามเวลา
การใชประโยคที่มีประธานเชื่อมกัน ความแตกตางในการเรียงลำดับคำในภาษาจีนและภาษาไทย
ความแตกตางทางวฒั นธรรมในเร่ืองชีวิตความเปน อยู และลำดับการเขยี นตวั อักษรจีนท่ถี กู ตอ ง

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอาน การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขียนสื่อความ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และทักษะในการใชภาษาทั้งการอานออกเสยี ง
คำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียง เขาใจการตีความประโยค
การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ
สำนวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา ไดแก วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
งานฉลองของเจา ของภาษา เพ่อื ใหผ เู รียนมคี วามรพู น้ื ฐานภาษาจนี ท่ีดี

รหัสตัวชี้วดั
1. มีความรู ความเขาใจความแตกตางในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวางภาษาจีนและ
ภาษาไทย
2. อา นออกเสียงไดถูกตองตามหลกั การออกเสยี ง
3. สนทนาเก่ยี วกบั ตนเอง และสถานการณใ นชวี ิตประจำวัน
4. เขียนบรรยายเร่ืองราวเก่ียวกับตนเอง และสง่ิ ตา งๆรอบตวั โดยใชภาษาจนี อยางงายๆ ได
5. เขยี นตวั อกั ษรจนี ไดถูกตองตามหลกั การเขยี น
6. มีความรู ความเขาใจ ความเหมอื น ความแตกตา งระหวางภาษาและวัฒนธรรมของจนี กับภาษา
และวัฒนธรรมของไทย

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

287

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม

จ32206 ภาษาจีนฟง -พูด 3 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาการประสมสัทอักษรพินอินที่ซับซอนขึ้น การเปลี่ยนเสียงของวรรณยุกตของคำพิเศษและ
เสียงพิเศษตางๆ การแยกความแตกตางของคำ ประโยค ขอความสั้นๆ ที่ออกเสียงคลายคลึงกัน การฝก
การสนทนาที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันโดยจำลองสถานการณตางๆ ในการการสงพัสดุไปรษณีย การซื้อของ
และตอรองราคา การถามวันเดือนปเกิดการทำความรจู ักบุคคลที่สาม การตอนรับแขก การสนทนาเกี่ยวกับ
สถานท่ตี า งๆ

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ เพื่อใหเกิด
ความรู ความเขาใจ และทักษะในการฟงและแยกแยะความแตกตางของเสียงพยัญชนะ สระที่ใกลเคียงกัน
คำที่มีเสียงวรรณยุกตตางกัน การใชภาษาทั้งการออกเสียงคำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆได
ถกู ตอ งตามหลกั การอานออกเสียง เขา ใจการใชร ปู ประโยคและการส่ือสารภาษาจีนในขั้นสงู ไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบการสรางบทสนทนาที่เหมาะสมกับสถานการณตางๆ เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ
สำนวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา เพื่อใหผูเรียนมีความรูพื้นฐานภาษาจีนที่ดี
ในการตดิ ตอ ส่อื สารข้นั สงู ตอ ไป

ผลการเรียนรู
1. เขาใจระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจีนกลาง การประสมสัทอักษร ความแตกตาง
ในเรื่องพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ระหวางภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตางของเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต ทอี่ อกเสียงใกลเคยี งกัน
3. ออกเสียงไดถ ูกตองตามหลักการออกเสยี ง
4. สนทนาเก่ียวกบั ตนเอง สิ่งแวดลอมตา งๆรอบตวั และสถานการณใ นชีวิตประจำวัน
5. เขา ใจวิธีการใชร ูปแบบประโยคตา งๆ ในการสนทนาในสถานการณจ ำลองตางๆ

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

288

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

จ32207 ภาษาจนี เบอ้ื งตน 4 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาคำศัพท และรูปประโยคขั้นสูง การสนทนาโตตอบในเรื่องการแสดงความตองการ
การสนทนาเกี่ยวกับผลการเรยี น การสนทนาทางโทรศพั ท การถามหาสาเหตุ การสนทนาเรือ่ งที่อยูอ าศยั
การบอกระยะเวลา การแสดงเหตุการณที่จบสิ้นลง การเขียนบรรยายที่อยูอาศัย การเขียนบรรยาย
เหตุการณที่เกี่ยวของกับชิตประจำวัน การเขียนฝากขอความ ไวยากรณเรื่องการใชคำกริยาแสดง
ความตองการ คำเสริมกริยาแสดงสภาพ คำเสริมกริยาแสดงผลลัพธ การใชคำแสดงเหตุการณที่จบสิ้นลง
คำเช่อื ม คำกริยาแยกสมาน ความแตกตางในการเรียงลำดบั คำในภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทาง
วัฒนธรรมในเร่อื งชวี ิตความเปนอยู และลำดบั การเขยี นตวั อกั ษรจีนท่ถี กู ตอง

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอาน การเขยี น กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการเขียนสื่อความ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และทักษะในการใชภาษาทั้งการอานออกเสยี ง
คำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียง เขาใจการตีความประโยค
การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ
สำนวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา ไดแก วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
งานฉลองของเจา ของภาษา เพือ่ ใหผ ูเรียนมีความรูพื้นฐานภาษาจนี ท่ีดี

รหัสตวั ช้ีวดั
1. มีความรู ความเขาใจความแตกตางในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวางภาษาจีนและ
ภาษาไทย
2. อา นออกเสียงไดถ ูกตองตามหลักการออกเสียง
3. สนทนาเก่ียวกบั ตนเอง และสถานการณใ นชวี ิตประจำวนั
4. เขยี นบรรยายเร่ืองราวเกยี่ วกบั ตนเอง และส่ิงตา งๆรอบตวั โดยใชภ าษาจนี อยา งงา ยๆได
5. เขยี นตัวอกั ษรจนี ไดถกู ตองตามหลักการเขียน
6. มีความรู ความเขาใจ ความเหมือน ความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับ
ภาษาและวฒั นธรรมของไทย

รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู

289

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

จ32208 ภาษาจนี ฟง-พดู 4 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาการประสมสัทอักษรพินอินที่ซับซอนขึ้น การเปลี่ยนเสียงของวรรณยุกตของคำพิเศษและ
เสียงพิเศษตางๆ การแยกความแตกตางของคำ ประโยค ขอความสั้นๆที่ออกเสียงคลายคลึงกัน การฝก
การสนทนาทีเ่ กีย่ วกบั ชีวิตประจำวนั โดยจำลองสถานการณต างๆในการการสง พัสดุไปรษณยี  การซอื้ ของและ
ตอรองราคา การถามวันเดือนปเกิด การทำความรูจักบุคคลที่สาม การตอนรับแขก การสนทนาเกี่ยวกับ
สถานที่ตางๆ

โดยใชก ระบวนการฟง การพดู การเขียน กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการปฏิบัติ เพ่ือให
เกดิ ความรู ความเขาใจและทกั ษะในการฟงและแยกแยะความแตกตา งของเสยี งพยญั ชนะ สระทีใ่ กลเ คยี งกัน
คำที่มีเสียงวรรณยุกตตางกัน การใชภาษาทั้งการออกเสียงคำ ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆได
ถกู ตองตามหลักการอานออกเสยี ง เขาใจการใชร ปู ประโยคและการส่ือสารภาษาจนี ในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบการสรางบทสนทนาที่เหมาะสมกับสถานการณตางๆ เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำ
สำนวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา เพื่อใหผูเรียนมีความรูพื้นฐานภาษาจีนที่ดี
ในการติดตอส่ือสารขัน้ สงู ตอ ไป

รหัสตวั ช้ีวดั
1. เขาใจระบบสัทอักษรพินอินของภาษาจีนกลาง การประสมสัทอักษร ความแตกตาง
ในเรื่องพยัญชนะ สระ วรรณยุกต ระหวางภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตา งของเสยี งพยัญชนะ สระ วรรณยุกต ที่ออกเสยี งใกลเ คียงกัน
3. ออกเสยี งไดถ กู ตองตามหลักการออกเสียง
4. สนทนาเกี่ยวกับตนเอง สิง่ แวดลอมตางๆรอบตัวและสถานการณใ นชวี ิตประจำวัน
5. เขาใจวธิ ีการใชรปู แบบประโยคตา งๆ ในการสนทนาในสถานการณจำลองตา งๆ

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

290

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม

จ32210 ภาษาจนี เพือ่ การสอบวัดระดบั 4 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5/5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว ยกิต

ฝกทกั ษะและประมวลความรูเพ่ือเตรยี มตัวสอบวัดระดบั ความรูทางภาษาจีน ตามแนวขอสอบวัด
ระดับความรูทางภาษาจีน (HSK) โดยมุง เนน การฝกการทําขอ สอบวดั ระดับภาษาจีน (HSK) ตงั้ แตระดบั 2-3
ดวยการฝกทําขอสอบในลักษณะตางๆที่ซับซอนขึ้น เรียนรูรูปคําศัพทและประโยคที่ถูกตองตามหลัก
ไวยากรณ การตคี วามประโยคท่ีเก่ยี วขอ งกบั ชีวิตประจําวนั ในดา นการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวฒั นธรรม
ใหเขาใจ โดยผูเรียนตองรูและเขาใจคําศัพทประโยคภาษาจีนงาย ๆ ที่สามารถใชสื่อสารเรื่องงาย ๆ ใน
ชีวิตประจําวัน ใชภาษาจีนสื่อสารเรื่องความเปนอยู การศึกษา การทํางาน และทองเที่ยวในประเทศจีน
ผเู รยี นตอ งเรียนรูคาํ ศัพทมาแลว อยา งนอ ย 300-600 คํา

โดยใชก ระบวนการฟง การพดู การอาน การเขยี น กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการเขยี นสอื่ ความ และการจดั การเรียนรูในรูปแบบแบบการใชคาํ ถาม มงุ พัฒนากระบวนการทาง
ความคิดของผูเรยี น โดยผสู อนจะปอนคําถามในลกั ษณะตาง ๆ ท่ีสามารถพฒั นาความคิดผูเ รียน ใหผเู รยี นใช
ความคิดเชิงเหตผุ ล วเิ คราะห วจิ ารณ สังเคราะห และนําภาษาจนี กลางไปใชส่ือสารไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ

เพ่ือใหเกดิ ความรูความเขาใจและทกั ษะในการใชภ าษาไดถ ูกตองตามหลักภาษา มเี ทคนิคในการทํา
ขอสอบ เขาใจการตีความประโยค การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคําสํานวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา และ
สามารถนาํ ความรแู ละเทคนิคไปใชไ ดจ ริงในการสอบวดั ระดบั ภาษาจีน

ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายคําศัพท วิเคราะหรูปประโยคภาษาจีนตามโครงสรางประโยค รวมทั้งการเดาคําศัพทใน

บรบิ ทท่ีตางกัน
2. เขาใจลกั ษณะขอสอบสว นตา งๆ เชน ดา นการฟง การพดู การอาน การเขียน และอ่นื ๆ
3. มคี วามรู ความเขา ใจในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวางภาษาจีนและภาษาไทย
4. เขาใจความแตกตา งในการเรียงลําดับประโยคในภาษาจนี และภาษาไทยได
5. มีความรูความเขา ใจ ความเหมือน ความแตกตา งระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของจีน
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

291

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

จ33205 ภาษาจีนเบ้อื งตน 5 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ

ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศึกษาคำศัพท และรูปประโยคขั้นสูง การสนทนาโตตอบในเรื่องการเชื้อเชิญเขารวมงาน การตอบ
รับและปฏิเสธ การแสดงความเสียใจ การกลาวชมเชย การแสดงความยินดี การตักเตือน การเปรียบเทียบ
การเขียนบัตรเชิญ การเขียนขอความแสดงการตอบรับและปฏิเสธ การแสดงความเสียใจ การกลาวชมเชย
การแสดงความยินดี ไวยากรณ เรื่องคำวิเศษณประเภทตางๆ คำเชื่อมประโยคในรูปคำเชื่อมคู ประโยค
เปรียบเทียบ ความแตกตางในการเรยี งลำดับคำ ในภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมใน
เร่อื งประเพณี เทศกาลตา งๆ และลำดับการเขยี นตัวอักษรจนี ทถ่ี กู ตอง

โดยใชก ระบวนการฟง การพูด การอา น การเขยี น กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขยี นสื่อความ และการจัดการเรยี นรูใ นรูปแบบแบบการใชคาํ ถาม มุงพัฒนากระบวนการทาง
ความคิดของผูเรียน โดยผูสอนจะปอนคําถามในลักษณะตาง ๆ ที่สามารถพัฒนาความคิดผูเรียน ใหผูเรียน
ใชความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห วิจารณ สังเคราะห และนําภาษาจีนกลางไปใชสื่อสารไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ

เพ่อื ใหเกิดความรคู วามเขา ใจและทักษะในการใชภ าษาไดถูกตองตามหลักภาษา เขาใจการตคี วาม
ประโยค การใชร ปู ประโยคและการสอื่ สารภาษาจีนในขนั้ สงู ไดถูกตอง เขา ใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช
ถอยคําสํานวนในการติดตอปฏิสัมพันธตามวัฒนธรรมเจาของภาษา รวมถึงเห็นคุณคาของภาษาจีน

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรู ความเขาใจความแตกตางในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวางภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตา งในการเรียงลำดับประโยคในภาษาจีนและภาษาไทยได
3. อา นออกเสยี งไดถ ูกตอ งตามหลักการออกเสยี ง

4. สนทนาเกีย่ วกบั ตนเอง และสถานการณใ นชีวติ ประจำวัน
5. เขียนบรรยายขอ ความตามสถานการณต างๆ โดยใชภาษาจีนอยา งงายๆได
6. เขยี นตวั อกั ษรจนี ไดถูกตองตามหลกั การเขียน
7. มคี วามรู ความเขา ใจ ความเหมือน ความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของจีนกบั ภาษาและ

วัฒนธรรมของไทย
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

292

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

จ33206 ภาษาจนี ฟง -พดู 5 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ

ศึกษาคำศัพท และรูปประโยคขั้นสูง การอานเรื่องสั้น และบทความตางๆที่เกี่ยวของกับ
ชีวิตประจำวัน ในดานการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สามารถตอบคำถามจากเนื้อเรื่องที่อาน
เขาใจการใชคำไวยากรณ โครงสรางประโยค ความแตกตางในการเรียงลำดับคำในภาษาจีนและภาษาไทย
ความแตกตา งทางวฒั นธรรมในเรอื่ งขนบธรรมเนยี ม ประเพณี

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอา น การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขียนสื่อความ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และทักษะการใชภาษาทั้งการอานออกเสียงคำ
ประโยค บทสนทนาและขอความสั้นๆไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียง เขาใจการตีความประโยค
การใชคำและรูปประโยคภาษาจีนขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจรูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคำสำนวน
ในการเขียนสอื่ ความตามวฒั นธรรมเจา ของภาษา เพ่ือใหผ เู รยี นมคี วามรูในการใชภาษาจีนที่ดี

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรู ความเขา ใจความแตกตางในการใชภ าษาและไวยากรณ ระหวา งภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตางในการเรยี งลำดับประโยคในภาษาจีนและภาษาไทยได
3. อา นออกเสยี งไดถ ูกตอ งตามหลักการออกเสยี ง
4. เขียนขอ ความตอบคำถามจากเรอ่ื งท่อี า น โดยใชภ าษาจีนอยา งงา ยๆได
5. มีความรู ความเขา ใจ ความเหมือน ความแตกตางระหวางภาษาและวฒั นธรรมของจีนกับภาษาและ
วฒั นธรรมของไทย
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

293

คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม

จ33207 ภาษาจนี เบื้องตน 6 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศกึ ษาคำศพั ท และรูปประโยคข้นั สูง การสนทนาโตตอบในเร่ืองการเดินทางทองเที่ยว การพบแพทย
การเยี่ยมเยียน การขนสง การกลาวอำลาและการรับ-สงที่สนามบิน การการบรรยายอาการเจ็บปวย
การเขียนอวยพรในการ เดินทาง ไวยากรณเรื่องการใชคำเชื่อมประเภทคำคู โครงสรางประโยคชนิดพิเศษ
ความแตกตางในการเรียงลำดับคำใน ภาษาจีนและภาษาไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมในเรื่อง
ขนบธรรมเนียม ประเพณี เศรษฐกิจ เมืองสำคญั และสถานท่ีทอ งเที่ยวตางๆ และลำดับการเขยี นตัวอักษรจีน
ทีถ่ ูกตอ ง

โดยใชก ระบวนการฟง การพูด การอา น การเขยี น กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการปฏิบตั ิ
กระบวนการเขยี นสอื่ ความ และการจดั การเรยี นรูในรปู แบบแบบการใชคาํ ถาม มุง พัฒนากระบวนการทาง
ความคิดของผูเรียน โดยผูสอนจะปอนคําถามในลักษณะตาง ๆ ที่สามารถพัฒนาความคิดผูเรียน ใหผูเรียน
ใชความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห วิจารณ สังเคราะห และนําภาษาจีนกลางไปใชสื่อสารไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ

เพ่ือใหเกิดความรคู วามเขา ใจและทักษะในการใชภ าษาไดถ ูกตองตามหลักภาษา เขา ใจการตคี วาม
ประโยค การใชร ปู ประโยคและการส่ือสารภาษาจนี ในข้นั สูงไดถูกตอง เขา ใจรูปแบบพฤตกิ รรมและการใช

ถอ ยคําสํานวนในการติดตอ ปฏิสมั พันธตามวฒั นธรรมเจาของภาษา รวมถึงเหน็ คณุ คา ของภาษาจนี

ผลการเรยี นรู
1. มีความรู ความเขาใจความแตกตางในการใชภ าษาและไวยากรณ ระหวา งภาษาจีนและภาษาไทย
2. เขา ใจความแตกตา งในการเรยี งลำดับประโยคในภาษาจีนและภาษาไทยได
3. อานออกเสียงไดถ ูกตองตามหลักการออกเสียง
4. สนทนาเกย่ี วกบั ตนเอง และสถานการณใ นชีวิตประจำวัน
5. เขียนขอ ความใหเ หมาะกับสถานการณและโอกาสตางๆ โดยใชภาษาจีนอยางงา ยๆได
6. เขยี นตวั อักษรจีนไดถ ูกตองตามหลักการเขียน
7. มีความรู ความเขาใจ ความเหมือนความแตกตางระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของจนี กับภาษาและ

วฒั นธรรมของไทย
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู

294

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

จ33208 ภาษาจีนฟง -พดู 6 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศึกษาคําศัพท และรูปประโยคขั้นสูง การอานเรื่องสั้น และบทความตางๆที่เกี่ยวของกับ
ชีวิตประจําวัน ในดานการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สามารถตอบคําถามจากเนื้อเรื่องที่อาน
เขา ใจการใชค ํา ไวยากรณ โครงสรางประโยค ความแตกตางในการเรียงลําดบั คาํ ในภาษาจนี และภาษาไทย
ความแตกตางทางวฒั นธรรมในเร่ืองขนบธรรมเนียม ประเพณี

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอาน การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขยี นสื่อความ และการจัดการเรยี นรูใ นรปู แบบแบบการใชค ําถาม มุง พฒั นากระบวนการทาง
ความคิดของผูเ รยี น โดยผสู อนจะปอนคาํ ถามในลักษณะตาง ๆ ท่สี ามารถพัฒนาความคิดผเู รียน ใหผ เู รยี นใช
ความคิดเชิงเหตผุ ล วิเคราะห วจิ ารณ สังเคราะห และนําภาษาจนี กลางไปใชส อื่ สารไดอ ยางมีประสิทธภิ าพ

เพอื่ ใหเ กิดความรคู วามเขา ใจและทักษะในการใชภ าษาไดถ ูกตองตามหลักภาษา เขาใจการตีความ
ประโยค การใชร ปู ประโยคและการสอื่ สารภาษาจนี ในข้ันสงู ไดถ ูกตอง เขา ใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช
ถอยคําสํานวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา รวมถึงเห็นคุณคาของภาษาจีน

ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรู ความเขาใจความแตกตางในการใชภาษาและไวยากรณ ระหวางภาษาจนี และภาษาไทย
2. เขาใจความแตกตางในการเรียงลำดบั ประโยคในภาษาจีนและภาษาไทยได
3. อานออกเสยี งไดถ ูกตอ งตามหลักการออกเสียง
4. เขียนขอความตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อา น โดยใชภ าษาจีนอยางงายๆได
5. เขยี นบรรยายขอ ความตามสถานการณต างๆ โดยใชภาษาจีนอยา งงายๆได
6. มีความรู ความเขา ใจ ความเหมอื น ความแตกตางระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับภาษาและ

วฒั นธรรมของไทย
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู

295

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

จ33211 ภาษาจีนเพื่อการสอบวดั ระดบั 6 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 6/5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ฝกทักษะและประมวลความรูเพื่อเตรียมตัวสอบวัดระดับความรูทางภาษาจีน ตามแนวขอสอบวัด
ระดบั ความรทู างภาษาจีน (HSK) โดยมุง เนนการฝกการทําขอสอบวดั ระดับภาษาจีน (HSK) ตงั้ แตร ะดับ 3-4
และ ขอสอบวัดความถนัดทางภาษาจนี (PAT 7.4) ดวยการฝกทาํ ขอสอบในลักษณะตางๆท่ซี บั ซอ นขึน้ เรยี น
รูรูปคําศัพทและประโยคที่ถูกตองตามหลักไวยากรณ การตีความประโยคที่เกี่ยวของกับชีวิตประจําวัน
ในดานการเมอื ง สังคม เศรษฐกิจ ภูมิศาสตร ประวัติศาสตร และวัฒนธรรมตางๆของเจาของภาษาใหเขาได
โดยผเู รียนตอ งรแู ละเขาใจคาํ ศพั ทป ระโยคภาษาจนี งาย ๆ ท่สี ามารถใชสอ่ื สารเรื่องงาย ๆ ในชีวติ ประจาํ วนั ที่
ใชภาษาจนี ส่อื สารเรอ่ื งความเปนอยู การศกึ ษา การทาํ งาน และทองเทยี่ วในประเทศจนี ส่อื สารในหวั ขอที่กว
างขวางขึ้นและสามารถสื่อสารกับผูใชภาษาจีนเปนภาษาแมไดอยางคลองแคลว โดยผูเรียนตองเรียนรู
คาํ ศัพทม าแลวอยางนอ ย 1,200 คํา

โดยใชกระบวนการฟง การพูด การอาน การเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเขียนสื่อความ และการจัดการเรียนรูในรูปแบบแบบการใชคําถาม มุงพัฒนากระบวนการทาง
ความคดิ ของผูเรียน โดยผสู อนจะปอนคาํ ถามในลกั ษณะตา ง ๆ ท่ีสามารถพฒั นาความคิดผูเ รียน ใหผ เู รยี นใช
ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห วิจารณ สังเคราะห และนําภาษาจีนกลางไปใชสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพ

เพ่อื ใหเ กิดความรคู วามเขาใจและทักษะในการใชภาษาไดถูกตองตามหลักภาษา มเี ทคนิคในการทาํ
ขอสอบ เขาใจการตีความประโยค การใชรูปประโยคและการสื่อสารภาษาจีนในขั้นสูงไดถูกตอง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมและการใชถอยคําสํานวนในการติดตอปฏิสัมพันธ ตามวัฒนธรรมเจาของภาษา และ
สามารถนาํ ความรแู ละเทคนคิ ไปใชไดจริงในการสอบวัดระดบั ภาษาจนี

ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมายคําศัพท วิเคราะหรูปประโยคภาษาจีนตามโครงสรางประโยค รวมทั้งการเดาคําศัพทใน

บรบิ ทท่ีตา งกนั
2. เขา ใจลกั ษณะขอสอบสว นตา งๆ เชน ดานการฟง การพูด การอา น การเขยี น และอื่นๆ
3. มคี วามรู ความเขาใจในการใชภ าษาและไวยากรณ ระหวา งภาษาจนี และภาษาไทย
4. เขาใจความแตกตา งในการเรยี งลําดับประโยคในภาษาจนี และภาษาไทยได
5. มีความรูความเขา ใจ ความเหมือน ความแตกตา งระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของจนี
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

296

รายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม
กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว ยกิต
ศ31101 นาฏศิลป จำนวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว ยกิต
ศ31102 ดนตรีศึกษา จำนวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนวยกิต
ศ32101 ดนตรศี ึกษา จำนวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว ยกิต
ศ32102 ทศั นศิลป จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว ยกติ
ศ33101 ทศั นศิลป จำนวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว ยกิต
ศ33102 นาฏศลิ ป
1.0 หนว ยกติ
รายวิชาเพิม่ เติม จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกติ
ศ31201 วาดเสน จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกิต
ศ31202 ศลิ ปะลายไทย จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนวยกติ
ศ31203 ดนตรีไทย 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต
ศ31204 ดนตรสี ากล 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนวยกติ
ศ31205 ดนตรีสากล 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ
ศ31206 สีนำ้ จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนวยกิต
ศ31207 ดนตรไี ทย 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ
ศ31208 นาฏศลิ ป 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ
ศ31209 นาฏศลิ ป 2 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกติ
ศ32207 ดนตรไี ทย 3 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต
ศ32208 ดนตรีไทย 4 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ
ศ32209 ดนตรสี ากล 3 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต
ศ32210 ดนตรสี ากล 4 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว ยกติ
ศ32211 นาฏศิลปพ้ืนเมือง 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว ยกิต
ศ32212 นาฏศลิ ปพ้นื เมือง 2 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกติ
ศ32201 ศิลปะกบั บาติก 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกิต
ศ32202 ศิลปะกบั บาติก 2 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว ยกติ
ศ32203 จติ รกรรม จำนวน 40 ชัว่ โมง
ศ32204 ศิลปะสรา งสรรค

297

ศ32205 สีโปสเตอร 1 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนวยกิต

ศ32206 สโี ปสเตอร 2 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกติ

ศ33201 ศิลปะนิยม จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกิต

ศ33202 การเขียนสนี ้ำ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต

ศ33203 ออกแบบประยุกตศลิ ป จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนวยกิต

ศ33204 ดนตรีไทย 5 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกติ

ศ33205 ดนตรไี ทย 6 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว ยกิต

ศ33206 ดนตรีสากลฯ ถนดั 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกิต

ศ33207 ดนตรสี ากลฯ ถนดั 2 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนวยกติ

ศ33209 โครงงานศลิ ปะและการออกแบบ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว ยกติ

298

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ศ31101 นาฏศลิ ป กลุม สาระการเรยี นรูศิลปะ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนว ยกติ

ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับนาฏศิลปและการละครของไทย การแสดงนาฏศิลปไทยและสากล ละคร
สรางสรรค การแสดงนาฏศิลปเปนคูและหมู บุคคลสำคัญและวิวัฒนาการของนาฏศิลปและการละครไทย
เทคนิคการจดั การแสดง และการสรางสรรคผลงานการแสดง

โดยใชกิจกรรมการเรียนรูใหผูเรียนไดฝกคิดวิเคราะห สังเคราะห จากใบความรู ภาพการแสดง
นาฏศิลปโดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห การวิพากษ วิจารณ จำแนกประเภท อธิบาย เปรียบเทียบความ
เหมือนและความแตกตาง การสรุปความรู การจัดระบบความคิดเปนแผนภาพ การปฏิบัติทารำตาง ๆ
เพ่อื ใหผ เู รยี นเกดิ ความรู ความเขา ใจ สรางและนำเสนอผลงานดา นนาฏศลิ ปใ หไดผลตามทต่ี องการ สามารถ
สื่อสารถายทอดความรูสึก ความคิดใหผูอื่นเขาใจได สามารถเขาใจความไพเราะงดงามของนาฏศิลป และ
บรรยายเกย่ี วกบั นาฏศิลปไดสัมพันธ เชอ่ื มโยงกับประวัตศิ าสตรและวัฒนธรรมประเพณขี องชาติ

เพื่อใหเห็นความสำคัญและคุณคาของนาฏศิลปไทยและสากล สามารถนำความรูดานนาฏศิลปไป
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน และประกอบการเรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น ๆ ตลอดจนสรางสรรคงาน
นาฏศลิ ป เช่อื มน่ั ภาคภมู ใิ จในการแสดงออก รับผดิ ชอบ มงุ มนั่ ในการปฏบิ ัตงิ านรว มกบั ผูอ่ืน และเห็นคุณคา
ของนาฏศลิ ปท ี่เปนมรดกและเปน เอกลักษณของชาติ

รหสั ตวั ช้ีวัด
ศ 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/5, ม.4-6/6 , ม.4-6/8
ศ 3.2 ม.4-6/3
รวมทั้งหมด 6 ตัวชีว้ ดั

299

ศ31102 ดนตรศี กึ ษา คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 กลุมสาระการเรยี นรูศ ิลปะ

เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

มีความรู ความเขาใจเรื่องทักษะพื้นฐานดานดนตรี ไดแก ประเภทของดนตรีไทยและสากล
ประวัติศาสตรดนตรีของไทย ประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติเพลงไทย วิธีการจัดวงดนตรี การเทียบเสียงของ
วงดนตรี การดแู ลรักษาเครือ่ งดนตรี

ฝกทักษะดนตรี ใชสุนทรียะทางดาน ดนตรี วิเคราะห และการประดิษฐทำนองเพลง รวมทั้ง
การบริหารจัดการแสดงดนตรี และตระหนักในคุณคาของการจัดกิจกรรมดนตรี เพื่อบงบอกคานิยม
ประเพณแี ละวัฒนธรรม

เพื่อใหรักการเรียนรูและชื่นชมดนตรี มีทักษะกระบวนการทางดนตรี และสามารถถายทอด
จินตนาการความคิดนำความรูไปใชในการบูรณาการรวมกับกลุมการเรียนรูสาระอื่นๆ อยางมีสุนทรียภาพ
เรยี นรูวฒั นธรรมสากลและเหน็ คุณคา ของการอนรุ ักษวัฒนธรรม ภูมิปญญาทอ งถน่ิ ภมู ิปญญาไทย

รหัสตวั ช้ีวดั
ศ 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8
ศ 2.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
รวมท้ังหมด 13 ตัวช้ีวัด


Click to View FlipBook Version