ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 265 เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องทำก็ทำได้ ถ้าแหกกฎแล้วจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็จะไม่ทำ หลงตัวเองหรือไม่ - ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง เพราะถ้าเก่งต้องไม่ติดคุก - ไม่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น ชอบคิดว่าตัวเองไม่เอาไหน มักคิดว่าทำไมตัวเองถึงคิดหาวิธีอื่นใน การหาเงินไม่ได้ ทำไมต้องมาขายยา ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ควบคุมได้ในระดับหนึ่ง เวลาโมโหจะท่องพุทโธ และนึกถึงหลวงพ่อวิริยัง แต่ก็เป็นคนลุยและเอาเรื่อง เหมือนกันถ้าถึงคราวจำเป็น เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่ใจดำ (เช่น ไม่ขายยาให้วัยรุ่น ขายให้เฉพาะคนทำงานที่จำเป็นต้องเสพ) พอถามว่าเคยทำร้ายสัตว์ไหม คุณบุ้งตอบว่าเคย เคยเตะหมาเพราะเห่าไม่รู้เรื่อง ถ้ามันไม่เห่ามั่วก็ไม่เตะที่ต้องเตะเพราะอยากสอน เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้ว่าผิดเพราะการที่จะทำหรือไม่ทำมันอยู่ที่เรา มีทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การขายยา เราก็ไม่เลือก กลับมาเลือก ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เลยต้องมาเป็นแบบนี้ - โทษเวรกรรมและโชคชะตา คงเป็นเวรกรรมและโชคชะตาที่ทำให้ต้องกลับมายุ่งกับยาตลอด (มีแต่เหตุให้ ต้องใช้เงิน ทุกครั้งที่ตั้งใจว่าพ้นโทษแล้วจะกลับตัว) คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คนเราทำผิดพลาดได้ เป็นเรื่องธรรมดา คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ทุกคนเริ่มใหม่ได้ ขอให้สังคมให้โอกาสและเราต้องให้อภัยตัวเอง แต่สังคมเดี๋ยวนี้ไม่ให้โอกาส ออกไปก็ถูก เรียกว่าคนคุก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 266 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ชอบโทษตัวเอง เป็นคนไม่รักตัวเอง โทษว่าเพราะตัวเองไม่ดี แก้ปัญหาไม่ได้จึงต้องกลับไปยุ่งกับยาเสพติด ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ออกไปอยากเริ่มต้นใหม่ เพราะว่าคงเป็นโค้งสุดท้ายในชีวิตแล้ว อยากรู้ว่าบั้นปลายชีวิตของตัวเองจะดีไหม - วางแผนว่าออกไปจะไปขายปลา (ปลาเค็ม ปลาตากแห้ง) น้าเคยทำ จะออกไปทำ จะหาทำเลดีๆ หรือไม่ ก็ไปเร่ขายตามบ้าน ซึ่งจะทำแบบให้มีพอกินพอใช้ไปก่อน สักพักถึงจะขยายกิจการและถ้าทำดีจริง ๆ ก็อาจจะส่งออกต่างประเทศได้ ต้องทำให้ผ่าน อย.และต้องอร่อยจริง ๆ - ตอนนี้ทำห้องเช่าไว้ น้าเป็นผู้ดูแล และมีเงินฝากอยู่ที่น้าประมาณ 30,000-40,000 บาท ออกไปก็จะเอา เงินนี้มาทำธุรกิจขายปลา ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - คุณบุ้งบอกว่าไม่แน่ใจว่าเงินเก็บที่มีอยู่จะพอเริ่มต้นใหม่หรือไม่ ใจจริงก็อยากให้มีคนช่วยเหลือเรื่องเงิน แต่ก็จะกลายเป็นภาระอีก - พอถามถึงเรื่องการกลับไปอยู่กับแฟน คุณบุ้งบอกว่าคงไม่กลับไปแล้ว แฟนมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว เขาคง ไม่มาสนใจช่วยเหลือแล้ว การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ย้อนกลับมาเพราะมีเรื่องจำเป็นให้ต้องใช้เงินทุกครั้ง ตัวเองพร้อมจะกลับใจทุกครั้งที่พ้นโทษแต่โอกาสไม่เคย เอื้ออำนวย โชคชะตาไม่เข้าข้าง และตัวเองเป็นคนอ่อนแอ จิตใจไม่เข้มแข็ง จึงต้องกลับไปขายยาแทนที่จะ หาทางอื่น ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร คงแก้ที่ตัวเอง อยากให้ตัวเองไม่อ่อนแอและเข้มแข็งกว่านี้ แต่ก็อยากให้สังคมให้โอกาสเช่นกัน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 267 ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าโค้งสุดท้ายของชีวิตก่อนตายจะกลับตัวเป็นคนดี และทำมาหากินแบบสุจริต - อยากให้มีคนหางานมาให้ทำในนี้จะได้มีเงินติดตัวก่อนออกไป ตอนนี้คุณบุ้งก็รับจ้างซักผ้าของผู้ต้องขัง คนอื่นและเจ้าหน้าที่ ได้เงินปันผลเดือนละ 100 บาท - อยากให้ช่วยรับคนที่ออกจากคุกทำงานหรือมีโรงงานรองรับ หรือมีเงินสำหรับช่วยการค้าขายหรือมีทุน สำหรับการทำอาชีพ อาจจะไม่ต้องมากก็ได้ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ถ้ามีก็พร้อมเข้าร่วม แต่ถึงมีกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาแต่ไม่มีโอกาส ไม่มีอภัยโทษ ไม่มีอะไรเลย ก็ไม่รู้จะ พัฒนาไปทำไม ดีไปก็ไม่ช่วยอะไรยังไงก็ไม่ได้อภัยโทษ มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - คุณบุ้งเล่าว่า ตอนติดคุกที่ชัยนาทเคยเข้าร่วมโครงการหลวงพ่อวิริยัง แต่ที่นี่ไม่มีซึ่งควรมี เพราะเป็น โครงการที่ดีต่อจิตใจมาก ๆ การอยู่ในคุกที่พึ่งทางใจสำคัญและจำเป็น - อยากให้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เช่น เอาของใช้ที่จำเป็นอย่าง สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย เข้ามาให้ สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : จิตราภรณ์ วนัสพงศ์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ บิ๋มติดคดีขาย เป็นการติดครั้งที่ 4 ครั้งล่าสุดนี้ติดเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 อยู่มา 4 เดือนแล้ว ล่าสุด ที่ออกมา คือ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ทุกครั้งที่ออกมาจะบอกตัวเองว่าจะไม่จับยาอีก แต่ที่บ้านมีหนี้สิน ก่อนออกไปเรารอศูนย์ฯ ออกเงินทุนให้ไปประกอบอาชีพ แต่รอนานแล้วไม่เคยได้ เมื่อไม่มีทุนก็ต้องดูแล ทางบ้าน ไหนจะค่าโรงเรียนหลาน แม่ก็แก่ลงมากแล้ว การขายยาทำให้เราได้เงินไวขึ้นกว่าทำอาชีพอื่น เช่น ถ้าเราจะไปขายก๋วยเตี๋ยว เราต้องใช้ทุนอุปกรณ์อย่างน้อยก็ต้อง 15,000 เรารอเงินทุนจากศูนย์ฯ 4-5 เดือน ยังไม่ได้ ไม่มีอะไรดีขึ้น เมื่อขายยา ขายทีละ 10 ตัว ก็ได้เงินมา 500-600 ให้หลานไปโรงเรียน ให้ลูกไป ทำงาน เมื่อออกจากคุกเมื่อ ธันวาคม พ.ศ. 2559 รอนานถึง 6-8 เดือน ถึงกลับไปขายอีก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เริ่มเสพครั้งแรกตอนอายุ 23 ถึง 24 ปี ขายของอยู่ที่ตลาดยิ่งเจริญ เดิมทีบิ๋มช่วยพ่อแม่ขายของที่ร้าน บิ๋มขายมะนาวที่ตลาดและขายดีมาก ตอนนั้นมีสามีและลูกแล้ว ทำงานเหนื่อยมาก ส่วนสามีไม่เอาอะไรเลย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 268 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เมาแล้วไม่เอาอะไร บิ๋มต้องขายของถึงเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเย็น ใหม่ ๆ แฟนช่วยเพราะเราจะขอนอนพัก ที่ร้านเพราะร่างกายเริ่มไม่ไหว ความที่อยากได้เงินจึงไม่ยอมหยุด จึงต้องเริ่มหาเสพยาบ้าเพื่อให้มีแรงทำงาน ตลอดเวลา วันละเม็ด 2 เม็ด ยาบ้าหาได้จากในซอยมีวัยรุ่นขาย ต่อมามีปัญหาทะเลาะกับแม่และพี่ชาย จึงไม่ได้ไปขายมะนาวอีก ก็เลยมาเริ่มขายยาประมาณปีพ.ศ. 2546-2549 เริ่มมีคนมาขอซื้อเรา เราก็ไป ซื้อมา 40 บาท ขายได้ 60 บาท คนก็เริ่มเข้าหาเราเยอะ แม่ขอให้เลิกก็ไม่เลิก ก็เริ่มขายจากทีละ 2-3 ตัว เป็น 10 ตัว ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดกลางคืนก็ยังมาเรียกที่บ้าน จากนั้นก็กลับมาเสพอีก กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำเข้าคุกมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งแรกเราโดนตำรวจจับที่ปากซอยเพราะออกไปส่งยาและพกยาติดตัว ครั้งที่ 2 จริง ๆ ไม่ได้ขายยาแต่กลับไปขายมะนาวเหมือนเดิม บิ๋มมีแฟนใหม่แล้ว ก็จะเสพเวลาที่ทำงาน ตอนนั้นเพื่อนที่ออกไปจากคุกด้วยกันขอยาเสพ เราเห็นเค้าเป็นเพื่อนก็เลยบอกให้เขามาเอาเอง เพราะแค่ 2 ตัว เพื่อนก็เลยมาพร้อมตำรวจจึงถูกจับ ตอนนั้นเราสู้คดีแต่แพ้เพราะมีประวัติขายมาก่อน และไม่มีเงิน จ้างทนาย ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ทุกครั้งที่ออกไปก็จะต้องกลับไปขายอีกครั้ง บิ๋มไม่ได้ติดยา แม้จะเคยโดนคดีเสพ ช่วงที่ออกไปแล้ว กลับมาเดินยาอีกเป็นเพราะต้องการช่วยเหลือครอบครัว บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร เป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย ชอบงานอาสา ลูกชายก็ทำงานกับมูลนิธิร่วมกตัญญู จับงู ช่วยงานตำรวจ เราสอนเค้าแต่เล็ก ๆ ว่าการช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งดี ในเรือนจำบิ๋มก็อบรมเป็นวิทยากรเกี่ยวกับโรคเอดส์ เป็นอาสาสมัครเพื่อนำไปต่อยอดให้เพื่อน ๆ คิดว่าออกไปจะไปสมัครงานกับมูลนิธิสยามแคร์ที่เข้ามาทำงาน ในเรือนจำ คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ บางทีก็คิดว่า ทำไมคดีข่มขืนติดคุกน้อยกว่าคดีเรา ให้อภัยโทษมากกว่า ทำไมการไปสมัครงานถึงต้องคัด คนเคยติดคดียาเสพติดออกไป เค้าก็มนุษย์เหมือนกันแต่ไม่ได้คิดว่าเป็นคนต่อต้านสังคม เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - อยากทำอะไรทำเลยไม่ได้คิดว่าผลจะเป็นอย่างไร แล้วก็จะมาเสียใจทีหลัง เช่น ทะเลาะกับแม่ จะเถียง จะไม่ลดราวาศอก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 269 - การมาอยู่ที่นี่ทำให้เราเลิกนิสัยเถียงแบบนั้น ทำให้ใจเย็น รู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น สังคมภายนอกกับในนี้ แตกต่างกันมาก เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพกฎระเบียบมาก ไม่เกเรถ้าไม่มีอะไรมายุ่ง การตบตีมีบ้างแต่เราไม่ยุ่งกับใคร เคารพพระมหากษัตริย์ เคารพประเทศไทยมาก ร่วมกิจกรรมของเรือนจำตลอด ทำความสะอาดบ้าน เก็บข้าวของเป็นที่ ไม่โวยวาย หลงตัวเองหรือไม่ ไม่เลย คิดว่าตัวเองแย่กว่าคนอื่น แย่ที่สุดในครอบครัว ทำให้แม่ร้องไห้ตลอด แต่เราช่วยให้คนยิ้มได้ เช่น จัดงานวันเด็ก วันปีใหม่ในซอย ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ คุมได้ดี อดทนมากมาย เช่น ถ้าทะเลาะกับใครจะเดินหนีไปก่อน เรื่องยาก็เหมือนกัน ออกไปจะไม่แตะแล้ว เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย ร่าเริงมากกว่า เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น เคย จริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับแต่ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้แม่เสียใจแต่ทำให้ช่วยเค้าได้ ทำให้ลูก มีปัญหาแต่ก็ทำให้เค้าได้กินอิ่ม ผลที่ตามมา คือ เมื่อบิ๋มเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ลูกสาวก็หนีออกจากบ้านเพราะ โดนตาเลี้ยง (สามีใหม่ของแม่) ตี ลูกสาวออกไปทำงานเป็นเด็กร้านอาหาร ทำให้บิ๋มรู้สึกผิดมากว่าเพราะ เราเหรอลูกถึงต้องไปอยู่ตรงนั้นไม่ได้เรียนหนังสือ คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ถ้าผิดแล้วรู้จักแก้ไขเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนทำผิดได้ทุกคนเป็นธรรมดา แต่ถ้าไม่รู้จักแก้ไขก็ไม่ดี คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ใช่ค่ะ เพราะหนูเองคิดเสมอว่าเราเป็นคนดีได้ เราสามารถไปเริ่มต้นที่ไหนก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับย าเสพติด ถ้าสังคมเปิดรับเราจริง ๆ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 270 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ไม่ค่ะ จะพูดว่าไม่น่าเลยนะ เคยเกลียดโกรธตัวเองบ้างว่าตั้งใจแล้วทำไมทำไม่ได้สักที ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ มีความหวังว่าจะเดินตามรอยพ่อหลวง ประหยัด พอเพียงทุกอย่าง ตั้งใจว่าอยากขายของเพราะชอบ ขายของ ถ้าไม่ลงทุนขายเหล้าปั่นก็จะเปิดร้านซักรีด เพราะที่บ้านเป็นบ้านให้เช่า แต่มันอยู่ที่เงินทุน อาจจะต้องขอแม่หรือพี่ คิดว่าเขาน่าจะให้ แต่ที่ผ่านมาเค้าก็มีปัญหาเรื่องเงิน กำลังส่งบ้านเลยไม่ได้ขอ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร แม่ พี่ เคยขอความช่วยเหลือจากโครงการ มีมูลนิธิให้ความหวัง เค้าบอกว่าจะเปิดบัญชีให้เราเลย แต่พอเรา ไปหาเขาที่โบสถ์ก็พบว่ามันเป็นคนละระดับ และพบว่า มีเงื่อนไขให้เราว่าถ้าอยากได้เงินเราต้องไปโบสถ์ บ่อยกว่านี้ โครงการจากเรือนจำก็ให้เรารอนาน การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ทั้ง 2 อย่าง สังคมไม่ได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือให้เรามีรายได้มีอาชีพ ส่วนตัวเราเองก็ตัดสินใจผิด ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ทั้ง 2 อย่าง สังคมถ้าเข้าหาผู้ต้องขังมากกว่านี้ เปิดโอกาสมากกว่านี้ ทำอะไรให้ไวมากกว่านี้ก็จะแก้ได้ ที่ผ่านมาเคยมีอบรมอาชีพแต่เอาไปทำจริงไม่ได้ งานประจำคงสมัครไม่ได้เพราะอายุเรา 40 กว่าแล้ว แขนไม่ดีเป็นแม่บ้านทำงานหนักก็ไม่ได้ รอเงินโครงการ ให้เบอร์โทรที่อยู่ไปหมดก็ไม่เห็นติดต่อมา ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก หวังกับครอบครัวตัวเองเท่านั้น ไม่ขอทุนใครแล้ว
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 271 หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - สังคมไม่ได้เปิดกว้างยอมรับเราอย่างที่พูด เขาไม่ค่อยให้โอกาสเรา วิทยากรที่มาพูดเคยบอกว่ามีที่ทำงาน ที่รับผู้ต้องขังเข้าไปทำงานมากขึ้น แต่พอออกไปแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ คิดว่าเค้ามาสำรวจ ความต้องการของเราเก็บข้อมูลเพื่อทำแต่งานของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยเหลือจริง ๆ - การสอนวิชาชีพระยะสั้นก็มีเยอะมาก เย็บผ้า ทำขนม แต่มันต้องมีทุนต้องมีการช่วยเหลือติดตาม ควรมี เจ้าหน้าที่ไปหาผู้ที่พ้นโทษแล้ว ถามความต้องการเมื่อออกไปว่าอยากทำอะไร จากนั้นต้องมีผู้ติดตามที่ตาม ดูแลผลงานและให้การช่วยเหลือเยี่ยมบ้าน - อยากให้ช่วยด้านโครงการผ่อนคลายให้กำลังใจ เพราะผู้ต้องขังเครียดเยอะมาก เช่น เด็กรอบ (ติดซ้ำ) ไม่ได้เยี่ยมใกล้ชิด และที่นี่การมาเยี่ยมถ้าไม่ใช่สามีภรรยาไม่ได้เข้าเยี่ยม โครงการ To be No. 1 ช่วยผ่อนคลายผู้ต้องขังได้มาก มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มาลงทุนให้เราจริงจังกว่านี้ บางคนไม่มีทุนเลย เป็น ความหวังเดียวว่าภาครัฐ มูลนิธิจะมา ช่วยเหลือเรา สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : จิตราภรณ์ วนัสพงศ์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สำหรับครั้งนี้เข้ามาตอนปีพ.ศ. 2560 เพราะหลังจากที่ออกจากคุกครั้งแรกไปแล้วก็ไปทำงานเป็นช่างเชื่อม ตอนที่ติดคุกครั้งแรก รู้จักเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นพี่สาวของเพื่อน ตอนอยู่ในคุกเพื่อนคนนี้ดีกับแบมมาก ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อน ฯลฯ เขาขอให้ช่วยซื้อยาให้ 10 เม็ด การซื้อขายยากำไรดี ซื้อได้ 900 บาท สามารถจะขายได้ 1,500 บาท เพื่อนคนนี้ลำบาก ทำงานเด็ดพริกหาเงิน แบมสงสารก็อยากให้เขามีรายได้ ในที่สุดก็โดนตำรวจจับอีก กรณีนี้แบมคิดว่าตำรวจต้องการทำผลงาน จึงให้เพื่อนของแบมเป็นคนมาล่อให้ไปซื้อยาเพื่อจับแบม ตำรวจเรียกเงินจากแบม 50,000 บาทเป็นเงินประกันให้อยู่ข้างนอกได้ 3 เดือน แต่แบมไม่มีเงินให้เพราะ ไม่อยากขอพ่อ ประกอบกับเคยอยู่ในคุกก็คิดว่าไม่ได้ลำบากอะไร ก็เลยเข้าคุกรอศาลตัดสินครบ 3 เดือน โดนโทษ 13 เดือน 15 วัน ซึ่งโทษจริง ๆ มีแค่ 9 เดือน แต่จำนวนเดือนที่เพิ่มมาเป็นเพราะเป็นการทำผิดซ้ำ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 272 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพยามาตั้งแต่อายุ 12-13 ปี เนื่องจากพ่อแม่เลิกกัน เคยอยู่กับแม่ก่อนแต่แม่เครียดและระบายอารมณ์ใส่ ทั้งที่ทำงานบ้านให้ทุกอย่างแต่กลับโดนบ่นซ้ำ เมื่อมีเวลาว่างก็ติดเพื่อน แฟนเพื่อนติดยา แบมเลยขอเขาลอง จึงเสพยามาแต่นั้นโดยไม่ได้ติด ต่อมาอายุ 21 หรือ 22 ปีก็เริ่มมีแฟนอยู่กันได้4-5 ปีเขาไปมีแฟนใหม่เป็นกะเทย อาจเป็นเพราะแบมเอาใจ ไม่เก่ง ปัจจุบันมีแฟนใหม่แล้วซึ่งแฟนก็ติดยาอยู่ในเรือนจำฝ่ายชาย ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันยกเว้นตอน ปีใหม่ปีที่แล้วที่มีการจัดงานเลี้ยงในเรือนจำ แฟนแบมเองก็ไม่ได้เสพยา โดนตำรวจยัดยาบ้าให้ 20 เม็ด เพราะการที่คนเรามีประวัติอยู่แล้วมันท ำให้ เราต้องหวาดระแวงตลอดเวลาว่าจะได้กลับเข้ามาอีก ขับรถไปบนถนนก็ยังกลัว บางทีมีตำรวจมาปาดหน้า ใช้ให้ไปซื้อยาให้เพื่อจะได้ไปจับคนขาย ซึ่งส่วนใหญ่แบมจะไม่ทำเพราะสงสารไม่อยากให้คนอื่นถูกจับเหมือน ที่ตัวเองโดนเพื่อนหักหลัง กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) แบมเข้ามาครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2557 ตอนนั้นเสพยาอยู่เพราะรู้จักคนขาย ปัจจุบันไม่ได้เสพแล้ว เข้ามา เพราะเพื่อนให้ไปซื้อยาให้ 100 เม็ด จะได้ค่าวิ่งยา 1,000 บาท ก็เลยไปซื้อให้เพื่อนเพราะสงสารเพื่อนและ ตอนนั้นไปกับแฟน ตอนนั้นแบมเห็นตำรวจแล้วและส่งยาให้แฟนไปแล้ว ตัวเองไม่มียาติดตัว แต่เป็นห่วง แฟน จึงยอมติดโดยติด 2 ปี ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ไม่ได้เสพยา แต่โดนจับคดีจำหน่ายเพราะเพื่อนขอร้องให้ไปซื้อให้ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร พูดตรง ๆ สนุก ไม่ชอบความวุ่นวาย กล้าแสดงออก เล่นก็คือเล่น แต่เวลานอนจะไม่คุยเลยจะเงียบ ที่นี่ต้อง เข้านอนก่อน 4 โมงเย็น เปิดทีวีดูถึง 3 ทุ่ม หลังจาก 3 ทุ่มก็จะเงียบ ดูเหมือนคนก้าวร้าว แต่ถ้าไม่มายุ่งก็จะ ไม่มีอะไรกับใคร
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 273 คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ใช่ แต่คิดก่อนทำนะ เวลาอยู่ในนี้ต้องอดทน เวลาทีวีปิดจะเลิกคุยแล้ว เพราะการพูดบ่อย ๆ ไปมันน่าเบื่อ เพราะส่วนใหญ่คนจะขอให้แบมช่วยบอกเพื่อนให้เงียบหน่อย คนอายุมาก ๆ จะนอน บางทีแบมก็ไม่พูด นาน ๆ ทนไม่ได้จึงจะพูดให้ที เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เป็นคนมีระเบียบมาก เคารพกฎระเบียบ เวลาอยู่ในเรือนจำจะบอกเพื่อนเสมอว่าให้รู้จักกินรู้จักใช้ ดูแล ตัวเองให้ดี ถ้าไม่มีเพื่อนไม่มีใครมาช่วยเหลือเรา ถ้าเราอยู่ตามกฎ กินอาหารไปเพื่อประทังชีวิตก็จะอยู่ได้ เวลาที่อยู่ข้างนอกแบมเป็นคนเรียบร้อยมาก ที่นอนจะเก็บทุกเช้า ผ้าพับเรียบร้อย เปิดหน้าต่างให้แสงแดด ส่องเข้าห้อง บ้านจะสะอาดมาก หลงตัวเองหรือไม่ บางทีก็คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น คนอื่นชอบนินทา แบมชอบสอนน้องว่าอย่าเสียงดัง อย่าโวยวาย ถ้าเรา จะเบรกคนอื่นว่าเสียงดัง ตัวเราเองจะไม่คุย แบมชอบอ่านหนังสือ ต้องทำตัวแบบที่ดีจะได้สามารถว่าคนอื่น ที่ทำตัวไม่ดีได้ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ถ้าโมโหมาก ๆ จะคุมตัวเองไม่ได้ เคยไปต่อยคนเบ้าตาแตกเลยตอนอยู่ในนี้เพราะมีเรื่องกัน ตอนเป็นวัยรุ่น มีการเอามีดกรีดแขนตัวเองเวลากดดัน และไม่มีทางระบายออก แบมเคยโดนแฟนตีแขนหักเพราะเราไปปลุกเขาไปทำงาน กลัวเค้าไปทำงานไม่ทัน เค้าเป็นคนโมโหร้ายมาก แต่เข้าใจเขาว่าสภาพแวดล้อมของคนเราไม่เหมือนกัน ตอนแรกก็คิดน้อยใจว่าเค้าชอบทำรุนแรงกับเราทำไม ไม่รักเรา ตอนหลังก็เข้าใจว่าเค้าเป็นแบบนี้ ตอนแฟนติดคุกแบมก็มาเยี่ยมแทบทุกอาทิตย์ ส่งของใช้ให้เขา ทุกเดือน เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนขี้สงสาร
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 274 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดมาก คิดทุกวันว่ามันไม่ใช่ เราไม่ได้ทำผิดอะไรเลย บางทีไม่อยากอยู่ต่อไป ถ้าออกจากที่นี่ไปได้ จะไม่ยุ่งกับมันอีก ชีวิตแบมต้องเลือกระหว่างพ่อกับแฟน เพราะแบมก็ห่วงพ่อ และการเรียนรู้ทำงานเป็น ช่างเชื่อมก็ได้ทำกับพ่อ เรียนรู้จากพ่อ เพราะพ่อเป็นช่างเชื่อมมาก่อน คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คนเราทำผิดทุกคน มีข้อดีข้อเสียทุกคน เรามีข้อดีคือ เป็นที่ปรึกษาคนอื่นได้ มีข้อเสียคือ อารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิด อาจจะอดไม่ได้ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ คิดว่าเริ่มได้ พอใกล้จะได้กลับออกไป เหลืออีก 4 เดือนกว่าเราก็เริ่มคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร จะเริ่มต้นยังไง มีงานทำได้เลยเพราะอย่างน้อยเราก็มีครอบครัวรองรับ เราขอทุนค่ารถไปทำงานจากพ่อได้ บางคนไม่โชคดี แบบเรา พ่อไม่เคยทิ้งหนูเลยมาเยี่ยมหนูตลอด ให้หลานพามาเยี่ยม เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ เมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่นก็จะกรีดแขนเวลาที่ทำผิดพลาดไป บอกตัวเองว่าจำไว้นะแบมอย่าทำอีก แต่เดี๋ยวนี้ ไม่เคยทำ ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ อยากกลับไปทำงานช่างเชื่อมกับพ่อ แต่ไม่รู้ว่าพ่อจะให้ไปด้วยไหมเพราะตอนนี้พี่ชายมาทำกับ พ่อแล้ว แบมอยากหางานทำที่ระยะยาว อยากทำงานอิสระมากกว่า ถ้าได้ทำกับพ่อก็นั่งรถไปทำงานกับพ่อกลับ กับพ่อ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร พ่อกับแม่ ถ้าไปอยู่กับแม่ก็ไม่ต้องทำอะไร แม่รับจ้างเป็นแม่บ้านอยู่ที่สถานีอนามัย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 275 การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? เป็นเพราะตัวเอง บางทีแอบคิดโทษคนที่มาขอให้หนูไปซื้อยาให้ เราทำไปเพราะอยากจะช่วยคนอื่น แต่เรา คือปัญหาส่วนหนึ่ง ถ้าเราไม่ยุ่งกับคนอื่น ถ้าเราเชื่อพ่อ พ่อสั่งไว้ว่าไม่ให้กลับไปยุ่งกับใคร ตอนแรกก็คิด แล้วว่าจะไม่ไป ๆ แต่ก็เห็นใจเค้า ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ที่ตัวเอง มีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของเราไป ทำงานเสร็จแล้วก็กลับบ้านมาพักผ่อน ทำหน้าที่ของตัวเอง ให้ดีที่สุด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก จะกลับไปอยู่กับพ่อก่อน ไม่คิดอะไรมาก อยากตั้งใจทำงานอย่างเดียวเพราะคนเราต้องมีงาน มีเงิน ถ้าออกไปรอบนี้จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ จะอยู่กับครอบครัวเท่านั้นไม่ช่วยคนอื่นแล้ว วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง ทำงานเหนื่อยกลับบ้าน 2-3 ทุ่ม ไม่ต้องมาคิดเรื่องอื่นจะได้ไม่มีเวลา เพราะมีบทเรียนจากการมีเพื่อ นใหม่ ที่ได้จากในคุก ทำให้เราต้องกลับเข้ามาติดอีกครั้ง บางทีคิดอยากจะกลับไปขายยา เวลาเราเคว้งมีปัญหา ในตอนแฟนถูกจับมาใหม่ ๆ เครียดมาก ถ้ากลับไป อยู่บ้านแบมต้องไม่คิดอะไรเลย คิดว่ารอบที่ผ่านมานี้เราไม่น่าเข้ามาเลยเพราะเราทำดีแล้ว หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย น่าจะช่วยให้สังคมยอมรับเรา มีงานให้ทำ บางที่ไม่รับเราเข้าทำงานเพราะเรามีประวัติต้องโทษ ถ้าพบทีหลัง เขาจะให้ออกหมดเลย อยากให้สังคมยอมรับมากที่สุด มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ ส่วนใหญ่คนที่เป็นแบบนี้ไม่มีรายได้ ไม่มีตารางชีวิตของตัวเอง อยากให้มีโครงการอบรมแนะนำแนวท าง การดำเนินชีวิต มีโครงการเกี่ยวกับอาชีพรองรับ ในนี้มีอบรมอาชีพก็ทำได้ดี แต่ออกไปก็ยังเคว้งอยู่เพราะ หางานทำไม่ได้จริง ๆ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 276 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ปัจจุบันอายุ 46 ปี ติดคดีจำหน่าย ติดมาแล้ว 2 ปี วันที่ 29 มกราคมนี้จะเหลืออีก 1 ปี - เสพมาก่อนแล้วเพื่อนชวนมาขาย ได้เงินดี เรามีหลานต้องเลี้ยง ต้องหากิน ถูกจับตอนขาย เพื่อนเป็นสาย ตำรวจและหักหลังเรา - ครอบครัว มีน้องชายเป็นรปภ. แม่รับจ้างทั่วไป เช่น ดายหญ้า มีลูก 1 คน จากสามีเก่า สามีทิ้งไปตอนติด รอบแรก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกตอนอายุ 20 เมื่อก่อนทำสวนผักแล้วเพื่อนพาไปเที่ยว เห็นเขาเสพก็อยากลองเสพบ้าง ตนชอบยาบ้า เสพแล้วทำให้ทำงานหนักได้ มักจะเสพเวลาอยู่กับเพื่อน เวลาอยู่คนเดียวก็เสพบ้างเหมือนกัน กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) รอบนี้เป็นรอบที่ 2 รอบแรกไม่คิดจะเลิก รู้ว่าออกไปก็จะทำอีก ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก หลังพ้นโทษครั้งแรกกลัวติดคุกยังไม่กลับมาเสพทันที อยู่ได้ 4 เดือน แต่พอไม่มีเงิน สมัครงานไม่มีคนรับ ก็กลับมาเสพและขาย ขายได้วันละ 100-200 เม็ด ตัวละ 200 บาท ขายอยู่ 8 เดือนก็โดนจับซ้ำ เพราะคนที่ รับของต่อจากเราเขาพาตำรวจมาจับ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - ใจร้อน ถ้าเราไม่ผิดเราเถียงขาดใจ - ใจดี ไม่ยุ่งกับใคร - เป็นคนสนุก ร่าเริง ชอบทำให้เพื่อนยิ้ม หัวเราะ คุยได้ทุกเรื่อง คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ใจร้อน โมโหร้าย ไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว เคยหงุดหงิดเด็กวัยรุ่นคุยกันเสียงดังตอนเราจะนอน พอเตือนไม่ฟัง และย้อนก็สู้กลับ ตีกันเลย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 277 เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ไม่ค่อยผิดกฎระเบียบ อยู่สบาย ๆไม่ต้องมีปัญหาดีกว่า ยกเว้นเวลามีคนมาหาเรื่อง หลงตัวเองหรือไม่ คิดว่าคนเรามีดีมีชั่วเหมือนกันหมด ไม่ได้คิดว่าตัวเองดีกว่าใคร ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ -เบาลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พยายามคุมตัวเองได้ หนักแน่นดีขึ้นแล้ว ผู้คุมบอกว่าคนเดินหนีไม่ใช่คนแพ้ เราเป็นคนชนะ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ - ไม่ใช่เลย คิดว่าตัวเองใจดี เป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นเวลาคนอื่นเครียด - เมื่อถามว่าคนใจดำ เห็นแก่ตัว คือคนยังไงในความเห็นของเขา ก็ตอบว่าเป็นคนชอบซ้ำเติมคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น คิดว่าเราต้องทำดีกับคนอื่นก่อน เขาก็จะดีกับเรา เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น คิดบ่อยว่าไม่น่าทำ ไม่น่าเสพ ออกไปอยากจะเลิกเพราะเสียเวลาตรงนี้มาเยอะแล้ว เวลาคุยกับแม่ ดีใจ คิดถึงแม่ แม่บอกให้อดทน ดูแลตัวเองดีๆ สงสารแม่ สงสารลูก คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ไม่โกรธตัวเอง เรารู้ว่ามันผิด และไม่โกรธคนอื่น พราะตัวเราไม่หนักแน่นพอ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มจากไหน เมื่อให้จินตนาการภาพวันที่พ้นโทษว่าจะอยู่ยังไง อยากเห็นภาพแบบไหน ก็ตอบว่าอยากอยู่กับแม่ นอนกอดแม่ กอดลูก เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 278 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ จะเดินหนีจากเพื่อนที่ทำยา ขายยา แต่ยังไม่รู้จะทำอะไร อยากมีงานทำจะได้ไม่ต้องขายยา (มี will แต่ดู ไม่มี way) ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร จะทำไม่ทำอยู่ที่ตัวเรา แม่ก็เป็นกำลังใจ (พูดถึงแม่บ่อย เวลาพูดถึงแม่จะร้องไห้ น้ำตาไหล) การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - ตัวเราเองติดเพื่อน ชอบสนุกจึงใช้ยาและขายยาอีก ส่วนคนทั่วไปที่ทำผิดซ้ำเพราะติดหรู ต้องใช้เงินเยอะ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ต้องแก้ที่ตัวเองก่อน อยากหนักแน่น ห้ามใจตัวเองได้(พูดหลายครั้งว่าเรารู้ว่าที่ทำมันผิด แต่ห้ามใจตัวเอง ไม่ได้) ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ถ้ามีหน่วยงานที่มาช่วยก็ดี แต่ก็คงเป็นแม่กับลูกที่ทำให้เราตั้งใจไม่เสพอีก หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย อยากให้ช่วยเรื่องหางาน และอยากหนักแน่นเข็มแข็งขึ้น มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 279 ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ปัจจุบันอายุ 39 ปี เป็นคนกรุงเทพฯ เมื่อก่อนอยู่แถวตลาดห้วยขวาง จนอายุ 18-19 ย้ายไปอยู่ลำพูน 10 ปี และย้ายกลับมาอยู่ปทุมฯ 10 ปี - รอบล่าสุดถูกจับเพราะแฟนค้า ตนไม่ได้ใช้ยา ไม่ได้ขาย แต่ก็รู้ว่าแฟนทำ แฟนก็ติดอยู่ที่เดียวกัน - ก่อนเข้ามาทำงานร้องเพลงเป็นกัปตันร้านอาหารของพ่อ ดูแลเด็กเสิร์ฟ ร้านไม่ใช่ซ่อง มีกฎว่าเด็กเสิร์ฟ ห้ามมีอะไรกับแขก ในเวลางานห้ามไปไหนกัน แต่นอกเวลาก็เป็นเรื่องของเขา เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เริ่มเสพอายุ 18ตามเพื่อนไป อยากลองและคิดว่าไม่ติด เสพแล้วไม่นอน ไม่หิว สนุกได้ตลอด - เราอยู่ในสลัม มีแต่เรื่องยา มีแต่เด็กผู้ชายเล่นยา แต่งและแข่งมอเตอร์ไซค์ - เสพยาตอนขับรถมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่ค่อยเสพหรอก มันแพง เคยติดคดีครอบครอง 1-2 ปี เพราะเพื่อน โดนจับถูกล่อซื้อ แล้วเพื่อนไม่กล้าบอกว่าเอายามาจากใครเพราะกลัวเดือดร้อนถ้าคนที่ขายยาให้มารู้ว่า เขาเป็นคนบอกตำรวจ เลยซัดทอดมาที่เราเพราะคิดว่าเดี๋ยวเราคงจะบอกตำรวจเอง จริง ๆ เพื่อนเป็น คนเอายามาให้เราด้วยซ้ำ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรกตอนอายุ 17 เข้าสถานพินิจ ครั้งที่ 2 อายุ 18 อยู่เรือนจำลาดยาว แล้วได้ย้าย ไปลำพูนและย้ายมาปทุมฯ ก็ไม่ได้เสพแล้ว 20 ปี จนมาถูกจับครั้งนี้เพราะแฟนค้า - แฟนออกจากคุกมา 4-5 เดือน มาเจอกัน คุยกัน 6 เดือน ถึงเพิ่งรู้ว่าเขาเคยติดคุก อยู่กันจนผูกพัน เห็นเขา มีเพื่อนแปลกหน้ามาหาก็เริ่มสงสัยว่าเขาค้ายา มันดูออก ที่บ้านแฟนเลี้ยงวัว เห็นว่าเขาฝังยาไว้ใต้ดินใน คอกวัว เรารู้แต่ไม่ได้ห้าม ได้แต่บอกว่าทำอะไรอย่าคิดว่าไม่รู้ ให้ระวังอย่าให้เดือดร้อนคนที่บ้าน ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ครั้งแรกตอนเป็นเยาวชนออกมาแล้วก็เสพอีก โดนจับครั้งที่สองตอน 18-19 หลังออกจากคุกครั้งที่ 2 พ่อย้ายบ้านไปลำพูน ไม่เจอเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ ก็ไม่ได้ใช้ยาอีก ย้ายมาปทุมฯ มีเพื่อนทำงานโรงงานก็มีคนเสพ แต่เราไม่ยุ่ง แค่ทักทายเจอกันแต่หลีกเลี่ยง บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 280 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - เป็นคนอารมณ์ร้อน ใจร้อนมาก ไม่มีเหตุผล ไม่ฟังใคร คิดว่าตัวเองเก่งต้องชนะ รู้ดีกว่าคนอื่น ใครพูด ไม่เข้าหูก็ตีกันเลย แม่เคยพูดว่า “มึงเหี้ยโดยสันดาน” - ตอนเล่นยาก็ยิ่งอารมณ์ร้อน คิดในแง่ไม่ดี ระแวงคนอื่น เห็นคนอื่นที่เล่นยาบางทีก็หลอนคิดว่าตำรวจ จะมาจับ ที่หลอนอารมณ์ก้าวร้าวไม่ใช่เพราะยาอย่างเดียว เพราะอดอาหาร น้ำ ไม่ได้นอน (จริง ๆ ตรงนี้เขา บอกว่าคนอื่นที่เล่นแล้วหลอนเป็นเพราะแบบนี้ แต่ตัวเขาเองบอกว่าเขาไม่เคยเล่นจนหลอน แต่ก็ทำให้ ก้าวร้าว) เคารพกฎระเบียบหรือไม่ - อยู่ที่นี่ทำตามกฎระเบียบนะ แต่อยู่คุกเล็กกดดัน (คุกที่อยู่ปัจจุบันเล็ก กระทบกระทั่งกันได้ง่าย) คุกใหญ่ ต่างคนต่างอยู่ (เทียบกับคราวก่อนที่อยู่ลาดยาว คุกใหญ่ไม่แออัด) พอคนอื่นไม่ทำตามระเบียบเราก็หงุดหงิด เช่น คนอื่นขโมยของ - แรก ๆ อึดอัด ร้องไห้ทุกวัน ระบายกับนักโทษด้วยกัน หลงตัวเองหรือไม่ แต่ก่อนคิดบ่อยว่าทำไมคนอื่นคิดได้แค่นี้ ตอนนั้นคิดว่าทำไมเขาทำแบบนี้ แล้วก็เลยทำไม่ดีกับเขา พอเวลา ผ่านไป ย้อนคิดก็รู้สึกว่าเราไม่น่าไปทำอย่างนั้น ตอนนี้มองว่าตัวเองแย่กว่าคนอื่น ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - เวลาอารมณ์ขึ้นอย่ามายุ่ง นานมากกว่าอารมณ์จะลง ลูกน้องเด็กเสิร์ฟที่ร้านรู้ว่าเราชอบช็อกโกแลต เขาจะ ซื้อมาวางเวลาเห็นเราโมโห มาแอบวาง ได้กินก็จะอารมณ์ดี - วัยรุ่นคนอื่นทั่วไปคิดว่าขายยาเท่ากับเท่ ได้ถือยาล็อตใหญ่ รู้จักเอเย่น ตัวเองรู้ว่ามันไม่ได้เท่ มันผิดแต่ก็ทำ ไม่เข้มแข็งเอง โทษใครไม่ได้ ตัวเองไม่หนักแน่นเอง โทษตัวเอง เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ เวลาโกรธอยากเห็นคนอื่นเจ็บปวดกว่าเราเป็น 10 เท่า เช่น คนซื้อยาโกงเรา ไม่จ่ายเงินเรา ทำบ่อย ๆก็เอา ไม้ตีปางตาย พ่อสอนว่าถ้าจะตีต้องเอาให้ล้ม น่าจะเป็นอาการจากยาด้วยทำให้โหดมากตอนนั้น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 281 เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - แม่ชอบว่า “เลว” แต่พ่อใจดีมาเยี่ยมทุกวัน ถามพ่อว่าเหนื่อยไหม พ่อบอกว่าชินแล้ว - รู้สึกผิดนะ ทำให้พ่อเสียใจ บางทีก็อายหลาน (ลูกน้องสาว) เราเป็นป้าเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้ เวลาหลานมา หลานบอกว่าทำไมป้าถึงมาอยู่ในคุกอีกล่ะ ดื้อกับตาใช่ไหม - รู้สึกแย่กับตัวเองบ่อยๆ (มักพูดทั้งสองด้านว่าสภาพแวดล้อมมีผลสำคัญ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่เราเอง ตัวเอง เลือกได้ โทษตัวเองไม่โทษใคร) คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ผิดพลาดแต่ไม่ได้เลวร้ายจนสังคมอภัยไม่ได้ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ เริ่มต้นใหม่ได้หมด แต่ว่าแต่ละคนจะเริ่มอย่างไรขึ้นอยู่กับคนข้างนอกด้วย รู้สึกว่าคนไม่ให้โอกาส เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ - ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - จะทำบ่อปลา ปลูกผัก เลี้ยงปลาทับทิม ปลาดุก ปีก่อนที่จะถูกจับมีน้ำท่วมปลาไปหมด กำลังจะทำใหม่ ก็โดนจับก่อน - ก่อนเข้ามาร้องเพลงร้านอาหารพ่อ มีแขก/ลูกค้าชอบก็มาส่งเสียอยู่นะตอนนั้น มาเยี่ยมกับพ่อ - ตนอยากมีลูกนะแต่พระเคยบอกว่ากรรมหนา เด็กไม่มาเกิดหรอก (มีแผน มีway และ will แต่ไม่แน่ใจใน ความเข็มแข็งของตัวเอง) ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร รู้มาว่ามีกองทุนเลี้ยงชีพออกไปทำทุนได้ แต่ยังไม่ได้สนใจฟังเพราะ ยังอยู่อีกเกือบ 2 ปี - ไม่มีอะไรหาเงินได้เร็วเท่าขายยาหรอก แต่เราต้องห้ามใจตัวเอง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 282 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - อยู่ที่สังคมรอบข้าง รอบข้างมีแต่คนขายยา อย่างคลองเตย เด็ก ๆ ก็เป็นเด็กเดินยากันแล้ว - ถ้าไม่มีคนเสพก็ไม่มีคนขายคนผลิต อยู่ดีๆ ใครจะไปทำ - คิดว่าคดียาแรงกว่าคดีปล้นฆ่า เพราะบางทีปล้นฆ่าเพราะเขาไม่มีทางเลือก เขาโกรธไม่มีสติ แต่ค้ายามัน ขึ้นอยู่กับตัวเราเองนะ เราทำเอง ไม่ห้ามตัวเอง และยังขายยาให้เยาวชนด้วย เราก็ทำร้ายเยาวชน (ดูขัดแย้ง กับประโยคบน ๆ ที่โทษสังคมและคนเสพ) - โดยรวมมักพูดว่าตัวเองผิดเอง แต่ก็ดูเหมือนจะโทษว่าเป็นเพราะแม่ เพราะสภาพแวดล้อมเหมือ นกัน (อยู่กับเพื่อน) -กรณีแฟนก็วิเคราะห์ว่าแฟนออกไปต้องติดยาค้ายาอีกแน่ เพราะครอบครัวแฟนกดดัน ด่า ตราหน้า ออกไป ก็ไม่มีอะไรทำ ที่บ้านเขาให้เลี้ยงวัวอย่างเดียว ขอซื้ออะไรก็ไม่ได้เลย ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - เมื่อถามว่าจะมีอะไรทำให้กลับไปทำผิดซ้ำ ตอบว่าไม่มีแล้ว ถ้ามีคงเป็นแฟนคนนี้ที่ขายยา แต่คงไม่ยุ่ง กับเขา พ้นโทษแล้วจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันไหมไม่รู้ - ไม่ชอบขอความช่วยเหลือใคร (แต่เหมือนจะมีพ่อเป็นที่พึ่ง รักและห่วงพ่อ พ่อใจดีไม่ซ้ำเติม ดูมีทัศนคติที่ดี กับพ่อมาก ๆ) หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - อยากให้มีmeetingแลกเปลี่ยนความรู้สึก ความคิดเห็นในหมู่ผู้ต้องขังกันเอง เพื่อย้ำเตือนสอนตัวเองว่า ที่ทำไปเป็นแบบไหน - เรื่องดนตรีให้ผ่อนคลาย ไม่ให้เครียด ไม่คิดมาก จะได้กล้าแสดงออก - ทุกวันนี้มีกิจกรรมอะไรก็เข้าร่วม ให้เรียนอะไรก็มาเรียน ได้ใบประกาศวันหน้าอาจมีประโยชน์กับเรา
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 283 มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : กวิตา พร้อมเพราะ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ คุณแจงอายุ 33 ปี เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นครั้งที่ 2ครั้งแรกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 2 อยู่ที่เรือนจำ จังหวัดจันทบุรี 1 ปี 4 เดือน และย้ายมาอยู่ที่นี่ ก่อนเข้ามาที่นี่อาศัยอยู่กับแม่ และลูกสาวที่จังหวัดจันทบุรี พ่อกับแม่แยกทางกัน ทำงานร้องเพลงตาม ร้านอาหาร ครั้งแรกโดนจับปีพ.ศ. 2552 อายุ 26 ปี ในคดีครอบครองเพื่อจำหน่าย โทษ 4 ปี แต่ได้อภัยโทษ 6 เดือน จึงเหลือ 3 ปี 3 เดือน โดนจับเนื่องจากติดรถเพื่อนเพื่อจะไปทำงาน โดยที่ไม่รู้ว่าเพื่อนมียาบ้าอยู่ 50 เม็ด มีสายตำรวจมาล่อซื้อยากับเพื่อน ตำรวจยัดยาให้เรา 20 เม็ด ให้เพื่อนมี 30 เม็ด เราปฏิเสธทุกข้อ กล่าวหาเพราะยาไม่ใช่ของเรา แต่ไม่สำเร็จจึงโดนจับไปด้วย ครั้งล่าสุดที่มาอยู่ที่นี่โดนจับเป็นครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2559 คดีครอบครองและจำหน่าย เหมือ นรอบแ รก แต่ครั้งนี้เป็นยาไอซ์ จากที่ได้ออกมารอบแรกมีแฟนที่รู้จักกันในเรือนจำ พอได้ออกมาก็มาอยู่ด้วยกัน แฟนยังคงใช้ยา เราไปซื้อยาให้แฟน แฟนไปด้วย ตำรวจจะมาจับแฟนเพราะแฟนอยู่ในวงการขายยา คนที่มาขายยาให้เป็นเพื่อนเราเป็นสายให้ตำรวจ เราเป็นคนยื่นเงินให้คนขาย ตำรวจจับทั้งเราและแฟน แต่เรารับสารภาพคนเดียวว่ายาเป็นของเรา ยาไอซ์ 0.23-0.35 กรัม ไม่ได้เพื่อจำหน่าย แต่ตำรวจให้คดี ครอบครองและจำหน่าย เข้าไปอยู่เรือนจำจังหวัดจันทบุรีได้ 2 อาทิตย์ เพิ่งรู้ตัวว่าท้องลูกคนที่ 2 จึงขอ ประกันตัวเพื่อคลอดบุตรได้ 8-9 เดือน พอคลอดได้ 1 เดือนก็โดนกลับมาอยู่ที่เรือนจำ ให้ลูกชายอยู่กับแฟน อยู่ที่เรือนจำจังหวัดจันทบุรีได้ 1 ปี 4 เดือน จึงโดนย้ายมาที่นี่ด้วยโครงการย้ายระบาย เนื่องจากที่จันทบุรี คนแน่น และที่นี่สร้างแดนใหม่ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกอายุ 15 ปี เนื่องจากอยากลอง มีปัญหาครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน และรู้ว่าตัวเองเป็น ลูกบุญธรรม คิดว่าพ่อแม่ไม่รักและอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ขายยาจึงอยากลองเสพ เพราะคิดว่าจะทำให้เรามี ความสุข พออายุ 16-17 ปี จึงเริ่มขายยาหารายได้เสริม ซื้อยามาแบ่งขาย เพื่อให้เราได้เสพด้วยเนื่องจาก เราไม่มีเงินซื้อเอง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 284 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ ออกจากคุกมาก็เริ่มเสพยาเพราะแฟนขายยา ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก หลังจากพ้นโทษครั้งแรก ออกมาก็ทำงานเป็นผู้จัดการเซลล์เนสท์เล่ พยายามประกอบอาชีพสุจริต แต่พอไปเจอสังคมเพื่อนแฟนที่เป็นคนขายยา จิตใจเราไม่เข้มแข็งเลยจึงกลับไปเสพอีก บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร ภายนอกเป็นคนร่าเริง พูดเก่ง สนุกสนาน แต่จริง ๆ คิดเยอะ คิดรายละเอียด เช่น ทำไมเราถึงผิด ทำไมเรา ถึงทุกข์ เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ใจร้อนแต่มีสติก่อนที่จะทำอะไรลงไป ถ้าสิ่งที่มากระทบไม่รุนแรงมากก็จะปล่อยไป เมื่อก่อนใจร้อนกว่านี้ แต่ตอนนี้เหมือนอายุมากขึ้น เลยเบาลงบ้าง เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพ โดยเฉพาะที่นี่กฎระเบียบแน่นมาก หลงตัวเองหรือไม่ ไม่หลงตัวเองเลย ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ก่อนเข้ามาที่นี่ควบคุมไม่ได้เลย เป็นคนตรง ๆ ถ้ารู้ว่าใครมาไม่จริงใจมาทำอะไรครอบครัวเราจะตอบโต้ กลับเลย แต่ตอนนี้ควบคุมตัวเองได้มาก เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย ชอบช่วยเหลือ ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 285 เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดมากตลอดเวลา รู้สึกผิดที่ทำให้แม่เสียใจ จริง ๆ เราก็เรียนมีความรู้ ทำไมเราไม่ใฝ่ดีก็ไม่รู้ ไม่น่าคิดว่า คนอื่นจะรักเรามากกว่าแม่ คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ทำผิดเป็นเรื่องธรรมดาถ้าทำผิดแล้วรู้จักแก้ไข มันไม่ได้ง่ายแต่มันก็ไม่ได้ยาก มันอยู่ที่ใจ ยาเสพติดไม่ได้ทำให้เราติด มันทำให้เรากล้าคิด กล้าทำ แต่มันทำให้เราทำเรื่องที่ไม่ดี จนบางทีเงินทอง ก็ไม่ได้ใช้ บางทีก็อาจตาย และยาเสพติดก็ทำให้คนเห็นแก่ตัว คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ก็คิดโทษตัวเองนะ ที่คิดเพราะทำผิดซ้ำ ๆ ถ้าเราแก้ไขตัวเองได้คงไม่ทำผิดซ้ำ แต่เพราะเราไม่เข้มแข็ง หวั่นไหว ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ตั้งใจว่าจะดูแลแม่ ดูแลลูก ประกอบอาชีพสุจริต ตอนอยู่เรือนจำที่จันทบุรีได้เรียนนวด จะกลับไปช่วยแม่ ทำกิจการนวดแผนไทยที่บ้านและร้องเพลงบ้าง จะไม่ทำให้บุคคลรอบข้างหรือครอบครัวเดือดร้อน ทำให้ ตัวเองมีค่าที่สุด เชื่อมั่นว่าทำได้เพราะจะไม่กลับไปอยู่สังคมเดิม ๆ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร แค่ขอให้โอกาสเราได้แสดงความสามารถ ให้เราพิสูจน์ว่าเราท ำได้ แนะนำแนวทางให้คนอย่างพวกเรามีงานทำ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 286 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? การที่กระทำผิดซ้ำและกลับเข้ามาที่นี่อีก คิดว่าเป็นเพราะตัวเราเอง 80% สังคม 20% เพราะทุกอย่างถ้าเรา เข้มแข็งก็ไม่เกิดขึ้น แต่สังคมทำให้เราไขว้เขว ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขตัวเองจะตั้งใจ มีสติในการใช้ชีวิต จะเลือกในทางที่ดี แก้ไขสังคมคงแก้ไขเค้าไม่ได้ เราหลีกเลี่ยงดีกว่า ตรงไหนที่มีอันตราย จุดเสี่ยง เราพยายามหลีกเลี่ยง เลือกไปในทางที่ดีกว่า ถ้าออกไปตั้งใจว่าจะไม่ไปหาเพื่อนก่อน ให้เค้ารู้ว่าเราอยู่ได้นะ ให้เพื่อนเห็นว่าเรามี ชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่ดีโดยไม่ใช้ยานะ จะได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้เพื่อนเลิกได้ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก กำลังใจและโอกาสจากครอบครัวสำคัญที่สุด อยากให้มีคนแนะนำแนวทางอาชีพที่เราสามารถออก ไป ทำธุรกิจของเราได้ สอนวิชาชีพที่ทำให้เราใช้ได้เร็ว ใช้ได้จริง ขายได้จริง ไม่มีใครอยากจะเดินออกไปในสังคมโดยที่ต้องก้มหน้าก้มตา ทุกคนก็อยากออกไปอย่างภาคภูมิใจ คุกมันทำ ให้คนแข็งกระด้าง พูดจาไม่มีหางเสียง พอออกไปก็ยังปรับตัวไม่ได้ ต้องใช้เวลาเป็นเดือนในการป รับตัว กว่าจะกล้าออกไปตามตลาด หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย คิดว่าช่วยได้ และพร้อมจะเข้าร่วม มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มีกิจกรรมมาให้ทำ มาให้ความรู้ อยากให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดของผู้ต้องขัง เช่น คนที่กระทำ ผิดซ้ำมาแลกเปลี่ยนความคิดกันว่าทำไมถึงทำผิด
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 287 ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ณัฐกานต์ จันทรศิริพุทธ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ คุณแจ๋ว อายุ 35 ปี ติดคดีจำหน่าย โทษ 3 ปี 9 เดือน ตอนนี้เหลือโทษ 7 เดือนแล้ว บ้านคุณแจ๋วอยู่ แถวตลาดสี่มุมเมือง บ้านพ่อแม่และตาอยู่ไม่ไกลกันมาก ชุมชนแถวนั้นคนเสพคนค้าเยอะ ก่อนเข้ามาอยู่กับ สามี มีลูก 2 คน อายุ 8 และ 13 ปี พ่อกับแม่ช่วยเลี้ยงดูให้ และมีน้องอีก 1 คน ซึ่งนอกจากสามีและตนเอง ครอบครัวก็ไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เหตุการณ์ตอนถูกจับ คือ มีสายโทรศัพท์มาล่อซื้อซึ่งสายคนนั้นเป็นคนที่ตนเคยช่วยเหลือ ตนขายยาที่บ้าน และคนเสพจะรู้และบอกต่อ ๆ กันว่าถ้าใครอยากได้ยาให้มาเอาที่บ้านแจ๋วจะมีของตลอด ตอนนั้น เอายา ออกมาส่งคนเดียวเลยถูกจับและไม่ได้ซัดทอดแฟน เพราะคิดว่าต้องมีคนดูแลลูก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เล่นยาครั้งแรกอายุ 17 ปี เคยใช้ยาบ้า ยาไอซ์ สาเหตุเพราะเพื่อนชวนและอยากลอง เพื่อนในกลุ่ม ทุกคนเสพ พอนั่งร่วมวงด้วยเพื่อนก็เอาให้เสพ เพื่อนยุ ถ้าลังเลก็จะพูดว่า “ป๊อดหรอ” ส่วนที่หันมาค้ายา เพราะอยากให้ลูกอยู่สบาย เวลาลูกบอกอยากได้นู่นได้นี่ ตนอยากซื้อให้ได้ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ถูกจับในคดีจำหน่าย โดยครั้งแรกถูกส่งไปเรือนจำแถวคลองหก ส่วนเมื่อก่อนเคยถูกจับ เพราะเสพตั้งแต่ในโรงเรียน ที่โรงเรียนไม่ได้ส่งเรื่องไปถึงตำรวจแต่ตักเตือน และเรียกผู้ปกครองมาคุย ตอนนั้นเป็นคนเงียบ ๆ ครูยังถามเลยว่าเธอก็ทำด้วยหรอ พ่อแม่ก็ผิดหวัง ครั้งอื่นที่ถูกจับเพราะเสพก็จ่ายเงิน และเคยมีครั้งหนึ่งเสพหนักถึงขั้นคุยกับศาลพระภูมิ เลยถูกส่งไปโรงพยาบาลธัญญารักษ์ 4 เดือน ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ครั้งล่าสุดที่ออกไป ตนได้เลิกยามาประมาณ 7 เดือน และใจก็อยากจะหยุดขายเพราะรู้สึก อยู่ตัวแล้ว และสงสารแม่ แต่มาถูกจับซะก่อน ส่วนเมื่อก่อนที่เคยถูกส่งไปโรงพยาบาลพอออกมาก็เสพทันที ตอนนั้น เวลาได้กลิ่นยาจะรู้สึกหอม อยากเสพ แต่พอเลิกล่าสุดจะรู้สึกเหม็นยา บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร เป็นคนเฉย ๆ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร แต่ก็ยังชอบสนุก ดื่มเหล้าบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ ชอบเก็บความรู้สึก เวลามี ปัญหาไม่ค่อยบอกใครจะคิดจัดการเอง กับพ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้บอก เมื่อก่อนพ่อแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 288 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่? เป็นคนใจเย็น รอได้ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ พอเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ทำตามกฎทุกอย่าง จะได้เลื่อนเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม เวลามีอะไรก็มีโอกาสได้ก่อน ถ้าเป็นสมัยเรียนไม่ค่อยเข้าเรียน โดดเรียนไปอยู่กับเพื่อน โรงเรียนเป็นแบบเดินเรียน นึกอยากเรียนวิชาไหน ก็เข้า เดือนนึงไปเรียน 5-6 วัน ครูไม่ค่อยสนใจเพราะตนเป็นคนเงียบ ๆ ด้วย และเมื่อก่อนเคยขโมยเงินแม่ เพื่อไปเที่ยวกับเพื่อน หลงตัวเองหรือไม่ ไม่หลงตัวเอง ไม่ชอบฟุ้งเฟ้อ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ เป็นคนอดทนสูง แต่ถ้าตอนเสพยาก็คุมไม่ได้อย่างตอนที่ไปคุยกับศาลพระภูมิ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่ ปกติถ้ามีก็ให้เพื่อน ช่วยเพื่อน ตอนที่ขายยาบางครั้งคนมาซื้อเงินน้อย เงินไม่พอก็ให้ไปฟรีบ้าง บางทีให้ เงินเขาไปซื้อข้าวหรือช่วยเลี้ยงลูกให้ก็มี แต่มีตอนที่โดนล่อซื้อ คนซื้อเป็นคนที่ตนเคยช่วยเหลือ จึงรู้สึก โกรธมากเลยต่อยหน้าเขาไปหมัดหนึ่ง เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกเสียเวลาและไม่อยากทำแล้ว เพราะอยากอยู่กับแม่นาน ๆ ถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ทำแบบนี้ - รู้สึกผิดกับแม่มากที่สุด เวลาเราเดือนร้อนโดนจับก็เป็นแม่ที่คอยช่วย ส่วนพ่อไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ก็รู้ว่า เขาผิดหวังในตัวเรา นอกจากพ่อแม่ก็มีน้ากับป้าคอยสอนคอยเตือนตลอด ที่บ้านไม่มีใครซ้ำเติม เขาจะ เห็นใจ ให้กำลังใจมากกว่า - กับแฟนไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ เวลาแฟนมาเยี่ยมเขาบอกว่าเลิกเสพแล้ว แต่ตนไม่แน่ใจว่าเขาเลิกจริงไหม เพราะบางทีก็พอดูออกก็อยากให้เขาเลิก ตนไม่ได้เสพยาตามแฟน เสพมาก่อนจะมาเจอคนนี้ คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ไม่ธรรมดา ผิดก็ต้องแก้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 289 คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ ก็ต้องมีแผน มีเป้าหมาย เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ มีบ้าง ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ตั้งใจว่าจะออกไปค้าขายช่วยแม่ คิดว่าต้องทำได้เพราะไม่อยากเข้ามาที่นี่อีกแล้ว - สิ่งที่อาจทำให้เลิกไม่ได้คือ ตนกลัวตัวเองใจอ่อนเพราะปฏิเสธคนไม่เป็น ครั้งที่แล้วออกไปเพื่อนก็เอายามา วางให้ไปขาย เพื่อนที่ขายกลุ่มนี้บางทีก็ช่วยเรื่องเงินตนบ้าง เมื่อถามว่าเลิกคบได้ไหม คุณแจ๋วก็ส่ายหน้า ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - อยากให้ครอบครัวสนับสนุน ตนไม่ได้คุยกับพ่อมานาน เวลามาเยี่ยมแม่ก็จะเข้ามาคนเดียว พ่อรออยู่ ข้างนอก แม่เป็นคนสื่อสารระหว่างตนกับพ่อ ก็อยากให้พ่อกลับมาคุยด้วย ปกติพ่อเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก คล้าย ๆ กับตน และบางทีพ่อจะชอบบ่นและไม่ค่อยใช้เหตุผล ตนจึงเข้าหาไม่ถูก - ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่เลย ยกเว้นแต่ตอนที่โดนจับก็โทรบอกแม่ การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - เพราะเราเอง ตอนติดหนัก ติดกลิ่น เสพวันนึงนับไม่ได้ว่ากี่เม็ด - ชุมชนก็มีส่วนเพราะเป็นแหล่ง เพื่อนที่รู้จักเคยยุ่งเกี่ยวกับยาทั้งนั้น แต่ตนก็มีเพื่อนที่ออกไปแล้วกลับตัว ได้ดิบได้ดีไป 2 คน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 290 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - แก้ที่ตัวเองเพราะไม่อยากกลับไป แต่ก็เป็นคนใจอ่อน กลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ - อยากให้แก้ที่ชุมชนด้วยเพราะเป็นแหล่งยา เด็กในชุมชนเห็นผู้ใหญ่เสพก็เสพตาม เคยได้ยินว่าบางคนก็เอา ยาจากตำรวจมาปล่อย เมื่อก่อนตนเคยคิดว่าอยากย้ายที่อยู่แต่ก็เป็นห่วงตาที่อยู่บ้านติดกัน เ พราะตน เป็นคนดูแล เอาข้าวเอาน้ำไปส่งให้ตลอด ตาก็เป็นห่วงตนเหมือนกัน ไม่อยากให้ขาย บางทีมีลูกค้ามา ตาก็จะบอกว่าแจ๋วไม่อยู่ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย อยากให้มีกิจกรรมบ่อย ๆ มีคนมาคุยด้วยแบบนี้ คิดว่าช่วยได้ เพราะส่วนมากอยู่ในนี้ไม่ค่อยได้คุยกับใคร เวลาเครียดก็คิดว่าคนอื่นเขาก็มีเรื่องเครียด ไม่อยากเล่า คุยกับเพื่อนก็ไม่มีใครฟัง มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ ตนมาอยู่ที่นี่รู้สึกดีกว่าที่ก่อนเพราะมีกิจกรรมมาบ่อย ตอนนี้ทำงานเย็บปัก จากที่ทำไม่เป็นก็ทำเป็นหมด ทั้งเย็บชุดนอน เย็บกระเป๋า รู้สึกเอางานเอาการมากขึ้น ที่นี่สะอาดและเป็นระเบียบกว่า ส่วนที่ก่อนจะ น่าเบื่อ คนก็น่าเบื่อ ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ดวงพร กิตติสุนทร ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ เริ่มจากตอนแรกเราทำงานขับวินมอเตอร์ไซค์ เราก็เป็นผู้เสพยามาก่อน เพื่อนที่ชวนเราบอกว่าถ้าอยากจะ เสพเยอะกว่านี้ก็ให้เอายามาขายด้วยเพื่อให้มีทุนไปซื้อยามาเสพเยอะ ๆ พอเราเห็นเงินเป็นกอบ เป็นก ำ เราก็ทำเรื่อย ๆ เงินมันมาง่าย อยากได้อะไรเราก็ซื้อได้ ก็เลยทำ ที่ขายหนัก ๆ นี่ก็ 3 ปีหลังมาได้ แรก ๆ ก็ทำงานด้วยขายด้วย พอตอนหลังนี่ก็ไม่ได้ทำงานแล้ว ขายอย่างเดียวแล้วก็ส่งยาเอา ขายยาบ้า แล้วก็ ยาไอซ์ ก่อนหน้านี้เคยโดนจับคดีครอบครองแต่ก็ประกันตัวไป พอ 11 เดือน หลังจากที่ออกไปได้ก็โดนจับ รอลงอาญา 2 ปี ระหว่างที่รอลงอาญานก็โดนล่อซื้อ ตำรวจจับลูกค้าเรา แล้วให้ลูกค้าล่อซื้อเรา ทีนี้เราก็เลย โดนเพิ่มโทษ ศาลตัดสิน 5 ปี แต่สารภาพเลยเหลือ 2 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษอีก 6 เดือน เลยเป็นโทษ 2 ปี 12 เดือน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 291 ตอนนั้นอยู่กับสามีและลูกที่ถ้ำ เค้าเรียกบ้านที่ขายยาว่าถ้ำ แต่สามีเราเสียตั้งแต่ติดคุกมาได้ 3 เดือนแล้ว นี่ก็เหลือ 6 เดือน ก็จะออกแล้ว นี่ลูก ๆ ก็อยู่กันเอง คนโต 24 ปี คนกลาง 17 แล้วก็ 10 เป็นผู้หญิงทั้งหมด คนกลางนี่เค้าแยกไปอยู่กับแฟน เค้าก็เริ่มเสพแล้วแหละ แฟนเค้าโดนตำรวจจับไปแล้ว เมื่อวันจันทร์ เค้ามาเยี่ยม เราก็เป็นห่วงเค้าก็ถามเค้า เค้าก็ว่าเลิกแล้ว เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้แต่สอนเค้า ยังดีที่มีลูกคนโต คอยดูน้อง ๆ เค้าก็บอกว่า “แม่ เลิกเหอะ” ลำบากแค่ไหนเค้าก็ทนได้ ตอนนั้นที่เราขาย แฟนเป็นเบาหวาน ต้องฟอกไต เราก็หาเงินคนเดียว อยากได้เงินเยอะ ๆ แต่จริง ๆแล้วเราก็เสพด้วย เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด แรกเริ่มเลยคือเฮโรอีน ประมาณ 17-18 ปีได้ นานมากแล้ว ตอนนี้อายุ 41 ตอนนั้นรู้จักผู้ชายคนหนึ่ง คบกัน เค้าก็ชวนเสพ พราะเค้าเองก็เสพแล้วก็ขายด้วย เราเป็นแฟนกัน เราก็อยากรู้อยากลอง เราคบกัน เค้าทำ อะไรเราก็ทำด้วย ตอนนั้นเราเป็นวัยรุ่น เราก็คิดแบบนั้นว่าไปด้วยกัน ต้องเหมือนกัน ตอนนั้นก็ออกมา อยู่กับแฟน ที่บ้านแฟน กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ครั้งแรก แต่เคยโดนจับครอบครอง 1ครั้ง และประกันตัวออก ครั้งนี้โดนจำหน่ายเลยประกันตัวออกไม่ได้ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร เป็นคนมั่นใจในตัวเอง เรามั่นใจว่าทำสิ่งนี้มันถูก ต้องได้ทำตามที่ได้วางเป้าหมายเอาไว้ เช่น เราอยู่บ้าน เราไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะมองเรายังไง แต่เรามั่นใจว่าเราดูแลลูก ดูแลสามีดีมาก ใครจะมองยังไงก็ช่าง แต่เรา มองว่า เราทำดีที่สุดแล้ว เราเป็นคนแคร์ความรู้สึกของคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่เราสนิท เช่น เพื่อนร่วมงานที่ทำงานขับวินด้วยกัน เรากลัวว่าเค้าจะรู้สึกไม่ดี บางทีเราคิดว่าเราทำดีแล้ว แต่จะดีพอที่เค้าห็นด้วยไหม คิดว่าเค้าจะชอบเราไหม ไม่ใช่วงการขายยาหรอกที่เราจะแคร์ วงการขายยานี่ตัวใครตัวมัน สมมติว่าเรามาเอางานที่น้อง เราโดนจับ น้องจะหนีไปเลย ตัวใครตัวมัน แค่มีเงินไปให้ก็พอ ไม่มีใครสนใจหรอก น้อยคนนักที่จะมาดูแลกัน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 292 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นบางครั้ง ถ้าโมโหก็จะทำอะไรก่อนที่จะคิด อย่างเรื่องลูก เวลาที่เรารู้ว่าลูกเราทำไม่ดี เราก็สอน แต่ลูกก็เถียงเพราะเราเองก็ไม่ดี เราก็เลยโมโห ทีนี้พอโมโห เราก็พลั้งมือไปทำร้ายเค้า ไปตบ ไปตี เค้าก็ น้อยใจ ร้องไห้ เราเองก็ร้องไห้เสียใจเหมือนกัน หลังจากที่ตีเค้า เราก็มากอดมาคุยกันทีหลัง นี่เป็นสิ่งที่ติดอยู่ ในใจเราเลยนะว่าตอนเราโมโห ทำไมเราไม่คิดบ้างก่อนจะทำอะไร เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพ อยู่นี่เราไม่เคยทำผิดเลยนะ ได้เป็นชั้นเยี่ยมด้วย อยู่ข้างนอกก็เคารพนะ บ้านเช่า คอนโด เค้ามีกฎ อะไรไว้ เราก็จะทำตามเพราะเราคิดว่าไม่อยากให้ใครมาว่าเราได้ ถ้าเราทำดีแล้ว ใครมาว่าเรา เราก็สามารถ เถียงเค้าได้ หลงตัวเองหรือไม่ ไม่นะ หลงตัวเองคือคิดว่าตัวเองดีเด่นกว่าคนอื่น แต่เราชอบเสียสละ ชอบช่วยเหลือ อาสาเป็นหัวหน้ากลุ่ม อย่างตอนที่ออกไปรับน้องมา เพื่อนในกลุ่มก็ให้เราออก หรือตอนสัมภาษณ์ ทุกคนเค้าก็ให้เราสัมภาษณ์ งานกีฬาสีเราก็เป็นคนนำ เราชอบจัดแจง เราทำ เราช่วยเพื่อความสบายใจของคนอื่น คิดว่าช่วยอะไรได้ เราก็ช่วยไป คุณ ๆ เค้าก็จะเห็นว่าเรารับผิดชอบ บางอย่างเค้าให้เราช่วยจัดการ เราก็ช่วย เราคิดว่า ทำเพื่อให้คนอื่นสนุกสนาน อยู่ข้างนอกเราก็เป็นแบบนี้ ก็ช่วยตามที่เราจะสามารถช่วยได้ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ อยู่ข้างนอกก็ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่ เพราะใช้ยามันอาจะมีส่วนช่วยกระตุ้น แต่อยู่ในนี้เราบำบัด ก็ทำให้อดทนขึ้นเยอะ ถ้าโดนใครว่าก็จะเอาไปน้อยใจและเก็บไปคิดว่าเราเป็นแบบนั้นจริงไหม แล้วก็แก้ไข เรายังคิดนะว่ายังดีที่เรามีโปรแกรมฟื้นฟู เราเข้าฟื้นฟู แล้วเราก็อยากจะอยู่ช่วยงานเค้าต่อ เพราะไม่ต้อง วุ่นวายกับแดนนอก ในนี้เป็นที่ที่มีระเบียบ โปรแกรมฟื้นฟูดีมากเลยนะ วันอังคารถึงพฤหัส ก็มีการเรียน การเลิกและไม่กลับไปเสพจากสาธารณสุข เค้ามีวิทยากรมาสอน แล้วก็มีเรียนฝึกอาชีพ เรียนนวด ทำขนม ผ้ามัดย้อม ทำกระเป๋า เวลามีอะไรมาเราก็เข้าร่วมหมด เรามาอยู่ในนี้ เราคิดว่ามีอะไรที่คว้าได้จะคว้าไว้ก่อน เราคิดอย่างนี้ อย่างน้อย ๆ ให้เราได้รู้ ให้เราเคยทำ เราคิดนะว่าถ้าเราออกไป อย่างน้อยเรามีความรู้ติดตัว เราเอาไปบอกใครๆ เค้าได้ ว่าเราเคยเรียน เคยทำ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เพราะพี่ไม่เคย พี่แคร์คนรอบข้าง ไม่ค่อยทำร้ายความรู้สึก น้อยครั้งที่จะทำร้ายความรู้สึกใคร เราก็จะ ทบทวนคำพูดที่ทำให้เค้ารู้สึกไม่ดีน้อยที่สุด
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 293 เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น มาก เหมือนพอเราอยู่ในนี้เรารู้สึกผิดต่อลูก ต่อพ่อแม่ เราให้ความรักความอบอุ่นกับเค้าไม่เพียงพอ คิดแต่จะหาเงินให้ลูก ให้แฟนรักษา ลืมคิดว่าลูกต้องการเรา แม้แต่กอดลูกเรายังไม่เคยเลย (ร้องไห้) อย่างกับพ่อแม่เหมือนเราทำตัวไม่ดี ไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าหวัง เค้าอยากให้เราเรียนสูง ๆ มีงานการดี ๆ เลี้ยงตัวเองได้ แต่เราคิดว่าเราทำไม่ได้เลย เรื่องราวที่ผ่านมาเราคิดว่าเราเสียดายโอกาสและเวลา ตอนเรียน ก็ไม่ตั้งใจ ไม่เรียน พออายุเยอะ พอคิดได้ก็ไม่มีงานมารองรับ เพื่อนคนอื่นเค้ามีประกันสังคมกัน เบิกค่ารักษากันได้ เราก็เสียดาย ถ้าเราเรียนเราก็คงจะมีแบบเค้าบ้าง แต่นี่เราเรียนแค่ป.6 เรียนม.1 ได้แค่ 2 อาทิตย์เราก็ออกมาแล้ว เพราะเราติดเพื่อน ตอนแรกก็แค่โดดเรียน หนีออกจากบ้าน ออกจากโรงเรียนไป อยู่บ้านเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็ไม่เรียน ตอนนั้นวัน ๆ ก็ไปเที่ยวลานสเก็ตที่เซ็นทรัลลาดพร้าวทุกวันเลย พออยู่ได้ 6-7 เดือน แม่ก็ตามหาจนเจอก็มารับกลับบ้าน แต่ตอนนั้นเราก็ยังออกเที่ยว แต่ก็กลับไปนอนบ้านนะ แม่ก็ ไม่ได้บังคับให้กลับไปเรียน เพราะเค้ารู้นิสัย กลัวว่าถ้าสั่ง เราจะเตลิดมากไปกว่าเดิม คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ทุกคนมันก็ต้องทำผิดกันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะผิดน้อยหรือมาก ผิดเรื่องอะไร คิดว่าธรรมดาไหม ก็ธรรมดา ในความคิดนะคะ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ทุกคน เราว่ามันก็ต้องมีโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นให้ ตั้งแต่แฟนเราเสีย ลูกก็ไม่เคยมาเยี่ยม เพิ่งมาเมื่อ 2 เดือนหลัง ลูกมาแล้วบอกว่าเตรียมเงินเตรียมที่ขายของไว้ให้ เราว่าถ้าคนให้โอกาส คนที่กลับตัวก็จะไม่ กลับไปยุ่งกับยาอีก เราคิดว่าเราจะเลิกแล้วเหมือนกัน เราว่ามันอยู่ที่หลักของคนด้วยแหละ ยังไงก็เลิกได้ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ เป็นบางเรื่องแหละ เรื่องลูกมาเป็นอันดับแรก เราคิดว่าถ้าเราไม่ยุ่งเรื่องยา ลูกเราก็คงไม่ต้องลำบ าก ลูกคงไม่ต้องมาดูแลกันเอง ลูกคนกลางก็ไม่ต้องเสียการเรียน เราคิดแบบนี้ทุกคืนซ้ำซาก วนไปมา ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ หลัก ๆ ก็อยากมีเวลาอยู่กับลูกมาก ๆ นี่ลูกก็วางแผน เราก็จะไปขายอาหารตามสั่ง หน้าร้านที่ลูกทำงาน ลูกก็ไปจองที่ไว้ กลับออกไปคิดว่าคงไปขับวินเพราะรายได้ก็ดี เพราะแถวนั้นมีคอนโดเยอะ ถ้าไม่ได้ยังไง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 294 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด อาจจะไปเซ็นพวกแม่ค้าที่ตลาดไว้ก่อน เอาของมาทำกับข้าวขาย พอตอนเย็นได้เงินก็เอาไปจ่ายเค้า เราเป็นวินแถวนั้น แม่ค้าเค้าก็ทำแบบนี้กันเยอะ เราก็คิดว่าแผนนี้น่าจะสำเร็จเพราะนี่คนก็ให้โอกาสเรามาก ยังไงเราก็ต้องทำได้ มั่นใจ 8 เต็ม 10 เลย เพราะว่าลูก ๆ ก็เตรียมไว้หมด ขาดไป 2 คะแนน เพราะบางที มันก็อาจจะช้ากว่าที่คิด เพราะอาจจะมีไฟแนนซ์มาตามเรื่องรถมอเตอร์ไซค์เราหรือเจ้าหนี้เก่า ๆ มาตาม ทวงหนี้ ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็อาจะทำได้ช้าหรือทำไม่เต็มที่ แต่ยังไงก็จะทำแน่นอน ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ต้องหาเงินทุนเพราะลูกเตรียมที่ไว้ แต่ต้องหาทุน เราก็อาจจะต้องไปเซ็นแม่ค้าไว้ตามที่บอก จะได้ไม่ต้องไป กู้เงินใครเค้า การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? เค้าไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ไม่มีคนให้กำลังใจ คนทำผิดแล้วกลับไปอยู่ที่เดิม ไม่ให้เค้าขายยา แล้วจะให้ทำอะไร เพื่อน ๆ เราเขียนจดหมายมาเล่าว่าโลกข้างนอกมันเป็นยังไง งานก็หาไม่ได้ไม่มีใครเค้ารับ ผัวก็มีเมียใหม่ งานก็ไม่มี แต่สำหรับพี่ พี่ว่าพี่มีแรงจูงใจ มีแรงยึดเหนี่ยว ลูกก็ให้กำลังใจ แม่สู้ ๆ นะ เหลืออีกนิดเดียว หนูจะสู้เพื่อแม่นะ เค้าไม่มีลูกอย่างเรา เค้าไม่เข้าใจหรอก ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขที่ตัวเอง เราต้องรู้ว่าต้องตั้งใจทำอะไร เพื่อใคร เค้าไม่มีความคิดให้ตัวเองดีขึ้น ทำไมไม่คิดหาทาง ให้ตัวเองล่ะ ไม่ต้องทำเพื่อแม่ ไปขายของก็ได้ มันอิสระนะ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับใครว่าเค้าจะรับเราไหม มันต้อง คิดถึงใจตัวเองสิ อยู่ที่ใจตัวเองทั้งนั้นแหละ ต้องคิดวางแผนว่าจะทำสำเร็จได้ไหม ยังไง อะไรที่มันขาดหาย ก็ต้องเติมให้เต็ม เราไม่เคยแสดงออกความรักให้ลูกเลย กลับไปนะเราจะไปกอดลูก จะไปเที่ยวทุกอาทิตย์ กับลูก ใช้เวลาด้วยกันมาก ๆ สิ่งไหนที่ไม่เคยได้จากแม่ เราจะให้ลูก (ร้องไห้) เราเคยคิดว่าจะเอาเงินให้ลูก เลยขายยา ลูกอยากได้โทรศัพท์ก็มีเงินซื้อให้ เราคิดว่าให้เค้าได้หมดทุกอย่างแต่สุดท้ายมันไม่ใช่ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ลูกอย่างเดียวที่เป็นกำลังใจสำคัญ เราคิดว่าเราจะไม่ยุ่งกับยาเพราะลูกนี่แหละ ลูกไม่เคยทิ้งเรา เค้าสู้เพื่อเรา เราก็จะสู้เพื่อเค้า
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 295 หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ได้ อย่างคนที่เค้าไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ถ้ามีคนมาชี้แนะ มีหนทาง มีสิ่งขัดเกลา อย่างเราเข้าบำบัดฟื้นฟู เรายัง คิดได้เลย คนอื่นยังคิดได้เลย ถ้าเป็นเราก็อยากร่วม ถ้ามีอะไรให้เราเรียน เราก็เรียน จะได้ไปบอกใครต่อใคร ได้ว่าเรารู้และเราก็จะได้ข้อคิดดีๆ เอาไปใช้ เราชอบนะ อย่างเราสอนลูกทำการบ้านไม่ได้แต่เรื่องอื่นอาจจะ สอนได้ บอกลูกได้ว่าอยู่ในนี้แม่เคยเรียน แม่เคยเห็น มันก็เป็นความภาคภูมิใจของเราเหมือนกันนะ มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ สิ่งที่อยากบอกคนอื่นในสังคม คืออยากให้คนข้างนอกให้โอกาส คนบางคนไม่มีโอกาส เค้าก็กลับมา บางคน โดนขัดเกลาในนี้แต่ไม่ได้โอกาส เค้าก็กลับมาทางเดิม ๆ กับบางคนที่เค้าไม่มีอะไร ออกไปต้องเริ่มต้น จากศูนย์ โครงการอบรมก็อาจจะช่วยได้ ช่วยให้เค้าคิด และอาจจะช่วยให้เค้ามีหนทาง ได้แนวคิดใหม่ ๆ เรายังชอบเลย เราคิดว่าหากมีความรู้ทางสายอาชีพมาก ๆ ก็จะช่วยเราให้ได้ทำอะไรของเราเอง พอมีโอกาส คนก็จะไม่กลับมาอีก พี่ก็จะไม่กลับมาอีก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : บุญจิรา ชลธารนที ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ครั้งล่าสุดนี้ถูกจับด้วยคดีเสพและจำหน่ายโทษ 3 ปี 3 เดือน อยู่มาแล้ว 1 ปี 2 เดือน ซึ่งตนเลิกขายยามาได้ ประมาณ 5 ปีแล้วแต่แฟนยังแอบขายอยู่ วันนั้นตนทะเลาะกับแฟนเรื่องเงิน โมโห เลยไปขโมยยาของแฟน ออกมาหนึ่งห่อ 190 เม็ด เอาไปที่ทำงาน (ทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊ก) มีคนงานพม่าเลยชวนกันเสพเพราะ ตนเครียดและน้อยใจแฟนที่ไม่เคยแบ่งเงินมาจุนเจือครอบครัว พอเสพกัน 2 คน 3 เม็ด ที่เหลือตนก็ให้ เด็กพม่าที่ทำงานเอาไปขาย 100 เม็ด กะว่าจะเอาเงินไปเที่ยวให้สะใจโดยยังมียาเหลืออยู่ที่ตน 87 เม็ด ไม่รู้ จะทำยังไงจึงโทรไปหาคนรู้จักเก่าซึ่งได้กลายไปเป็นไปสายให้ตำรวจแล้วแต่ตนไม่รู้ พอมาเอายาก็โดนจับ ล่อซื้อเลยในวันนั้นเลย ทั้งหมด 87 เม็ด และโดนเข้าเรือนจำในครั้งนี้ ที่ขโมยยามาเพราะอยากทำให้แฟน เดือดร้อน ตอนนั้นโกรธ น้อยใจ อยากเอาคืนแฟน ตนทำงานเยอะมาก ทำงานสุจริตมาหลายปี แฟนเปิด อู่ซ่อมรถและแอบขายยาไปด้วย ทั้งที่ขายยาแต่ไม่ได้ว่าสุขสบาย ตนหาเงินจากการรับต่อพรบ.จากอู่แฟน ตอนบ่ายมารับงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กและขายห้องรีสอร์ท เงินทั้งหมดก็เอามาใช้ในครอบครัวและเลี้ยงลูก 2 คน คนกลาง 16 คนเล็ก 8ขวบ แต่สามีพอมีเงินก็ชอบเอาไปใช้แต่งรถ ฟุ่มเฟือย ไม่ได้จุนเจือครอบครัวนัก วันนั้นทะเลาะกัน เลยขโมยเอามาเสพด้วยและเอามาขายเพราะแฟนหวงเงินกับตน ตนเลยเหมือนอยาก เอาคืนแก้แค้นในวันนั้น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 296 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพยาครั้งแรกตอนอายุ 15 ตนเป็นคนสุโขทัยซึ่งภาคเหนือยาจะราคาถูก เพื่อนที่ชวนตนสูบได้ไปเป็น เด็กเสี่ยแล้วก็มาเล่าว่าชีวิตดี อยากได้อะไรก็ได้ และเอายามาให้ตนลองสูบ ก็เลยลองสูบด้วยความอยากรู้ ตอนนั้นตนเป็นเด็กที่เรียนได้ดี 3 กว่ามาตลอด อาศัยกับตายาย แม่มาทำงานเป็นนักร้องอยู่กทม. จริง ๆ ไม่ได้ขัดสนอะไรเลย แม่ให้เงินไม่ขาดอยากได้อะไรก็ได้ เช่น มอเตอร์ไซค์ แต่ตอนเด็ก ๆ ก็ชอบคิดว่าแม่ ไม่รัก อยู่กับตายายเค้าก็จะชอบให้ทำงาน ใช้ทำงานแล้วถึงให้เงิน เราก็ไม่พอใจ เพื่อนมาแนะนำช่องทาง หาเงินตอนนั้นรู้สึกเปิดโลก น่าสนใจ อยากหาเงินได้เยอะ ๆ บ้างแบบเพื่อน พอเพื่อนชวนลอง เราเป็น เด็กเฮฮาออกหัวโจกหน่อย เพื่อนชวนก็ลองเสพ เสพแล้วมันสนุกดี เสพกันกับกลุ่มเพื่อน ก็เฮฮากินเหล้า สูบบุหรี่ เหมือนเสพเพื่อสังสรรค์กันมากกว่า เสพทีเราจะคึกมากไป 3-4 วัน นอนสลบไปวันนึงแล้วก็อยาก คึกใหม่อีกก็วนเวียนสูบไปเพราะเวลาเสพมันคึกคัก สดใส กระชุ่มกระชวย ก็เสพมาเรื่อย ๆ จนตายายรู้ บอกให้แม่มารับไปเพราะอยู่สุโขทัยคงยิ่งแย่ แม่จึงบังคับให้มากทม. มาเรียนเทคโน ตอนอายุ 16 ตนไม่ อยากมาเพราะกลุ่มเพื่อนที่เสพยาอยู่สุโขทัย ตนจึงทำทุกอย่างที่ผิดกฏระเบียบ แหกกฏ ตีกัน เพื่อให้ถูก ไล่ออกเพราะไม่อยากอยู่กรุงเทพ โดนไล่ออกตอนปวช. 2 ก็รู้สึกสะใจมาก แต่ช่วงนั้นก็ไม่ได้ใช้ยาเพราะ อยู่ไกลเพื่อนแกงค์เดิม พอโดนไล่ออก แม่ให้ไปอยู่บ้านญาติที่พิษณุโลก เราก็เลยกลับมาเสพยาใหม่อีก เพราะไม่ไกลจากบ้านก็ไปมา หาเพื่อนเก่าได้ ตนก็ยิ่งคึกคะนองเลย เหมือนกร้านโลกมากขึ้นก็เลยเริ่มมาขายด้วย กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 4 ถูกจับครั้งแรกเป็นยาของเพื่อน เราเสพกันอยู่ในห้อง ตำรวจบุกค้น เรามียาในตัว 10 เม็ด ตอนอายุ 17 ย่าง 18 ซึ่งก็ตั้งท้องด้วยและอายุยังไม่เกิน 18 เลยได้ไปอยู่สถานแรกรับ 1 เดือน ได้ประกันตัว แล้วก็ไปรายงานตัว ออกมาก็เลยกลับมาอยู่กับพี่สาวที่กทม. พอออกมาก็เพราะท้องด้วยก็ไม่ได้กลับไปเรียน ช่วงนั้นก็ไม่ได้เสพยา หลายเดือนเพราะสงสารลูก จนลูกอายุได้ 6 เดือนจึงกลับไปเสพใหม่เพราะอยู่กับพี่สาว พี่สาวไม่ได้ขายยาแต่ รับจ้างเอายาใส่หลอด พี่ก็เสพยาบ้าง เราก็มาอยู่บ้านเขาช่วยเขาแพ็ค พี่ก็ช่วยเลี้ยงลูกให้เงินช่วยเหลือหมด ทั้งบ้านก็มีเรากับพี่สาวที่ยุ่งกับยาเสพติด (แฟนคนแรกเลิกกันไปไม่ได้รับผิดชอบลูกคนแ รกแต่อย่างใด ปัจจุบันลูกคนนี้อายุ 18 แม่ของตนเป็นคนเลี้ยงดูและปัจจุบันลูกคนโตกำลังตั้งท้อง) พอแพ็คยาไปมันได้กลิ่น มันก็มีความอยากขึ้นมา เราก็หยุดยาได้เกือบปีรวมตอนท้องและตอนลูกยังเล็กที่อดได้ แต่ในที่สุดก็เสพอีก หลังจากนั้นแม่เปิดร้านอาหารตนก็มาช่วยแม่ทำงาน ก็เลยมาเจอแฟนใหม่ซึ่งก็เป็นคนเส พและข ายยา พออายุ 19 ก็ย้ายไปอยู่บ้านเขาก็เสพด้วยกันมา แฟนขายเป็นหลัก ตนเสพปีพ.ศ. 2546 ก็ท้องลูกคนกลาง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 297 ตอนนั้นทั้งตนและแฟนก็ตั้งใจกันว่าจะเลิกขายยา ตนไปทำงานโรงงาน แฟนก็เปิดอู่ตอนนั้น 5-6 ปี ตนไม่ได้ ยุ่งเกี่ยวกับยาเลยเพราะไปทำงานโรงงาน เพื่อน ๆ ก็เป็นคนทำมาหากินไม่ได้ยุ่งกับยา ตนก็ไม่ยุ่งได้ตอนนั้น ครอบครัวอบอุ่นด้วย แฟนก็ตั้งใจทำมาหากินดีเปิดอู่รถ จนปีพ.ศ. 2550 แฟนเริ่มติดผู้หญิงอื่น และทิ้งตน กับลูก ตนทั้งแค้น ทั้งเสียใจ เลยกลับมาขายยาเต็มที่ ตอนนั้นทำทุกอย่างทั้งขายยาทั้งขายตัว ลองดูเลยว่า ถ้าเลวให้ถึงที่สุดจะเป็นยังไง เหมือนอยากประชดชีวิต ปีพ.ศ. 2552 แฟนกลับมาคืนดี ก็เลยท้องลูกคนเล็ก พอท้องได้ 2 เดือน แล้วก็โดนจับครั้งที่ 2ถูกส่งไปที่ สวนไผ่ ปราจีนบุรี ไปบำบัด ก็ประกันตัวออกมาแล้วก็ไปรายงานตัว ท้องลูกคนเล็กอายุได้ 7 เดือน แฟนก็ กลับมาอยู่ด้วยกันก็เลยเปิดตัวขายกันอย่างเต็มที่จนเริ่มมีชื่อเสียงในวงการ ก็ขายกันเรื่อยมาหลายปี โดนจับครั้งที่ 3 ตอนลูกคนเล็ก 3 ขวบ คดีเสพครอบครอง โดนปรับและจำคุก 3 เดือน ค่าปรับ 27,000 อยู่ในเรือนจำ 5 เดือน แม่ไปช่วยประกันตัวให้ในวันเกิดทั้งที่แม่ก็ไม่ได้มีเงินและลำบาก ตนเสียใจมากแล้ว ก็สาบานกับแม่เลยว่าจะไม่ยุ่งกับยาอีก 4 ปีที่ตนก็ทำงานสุจริต ต่อพรบ. ผู้ช่วยกุ๊ก ขายห้องรีสอร์ท แฟนก็มา ทำอู่ แต่ไม่นานแฟนก็แอบขายยาอีก แต่ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะสัญญากับแม่ไว้ จนล่าสุดครั้งนี้ที่ขโมย ยาแฟนออกมาเพราะอยากจะประชด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ถูกจับครั้งแรกตอนอายุย่าง 18 และท้อง 4 เดือน ถูกจับกุม 1 เดือนได้ประกันตัวออกมา ไม่ได้ใช้ยาเลย จนลูกคลอด อายุได้ 6 เดือน (ไม่ได้ใช้ยาประมาณ 1 ปี) กลับมาเสพใหม่ เนื่องจากพี่สาวรับจ้างแพ็คยาและ ตนช่วยแพ็ค ได้กลิ่นยาเลยอยากเสพอีก อดใจไม่ไหวเลยเสพใหม่ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนรักเพื่อน รักสนุก ตนเป็นคนชอบช่วยเหลือเพื่อน ๆ ไม่ใช่คนหวง มีอะไรช่วยได้ก็ช่วย เพื่อน ๆ ก็จะเชื่อมั่นเชื่อถือตน เหมือนเป็นผู้นำเพราะตนจะใจกว้างช่วยคนบ่อย ๆ - ขี้น้อยใจ ตนเป็นคนชอบช่วยเหลือ แต่หลายครั้งชีวิตตัวเองเวลาต้องการความช่วยเหลือ เพื่อนไม่เคย ช่วยเหลืออะไร ตนน้อยใจเรื่องนี้บ่อย ๆ - โลเล เป็นคนโลเล โดยเฉพาะเรื่องแฟน อยู่กันมาเป็นสิบปี เลิกกันหลายครั้งแต่สุดท้ายก็กลับไปคืนดีทุกที เหมือนโดนทำให้ช้ำใจหลายครั้ง ทำไม่ดีกับเราเยอะแต่ก็ไม่เคยเลิกได้จริง ๆ สักที - ชอบคิดว่าตัวเองถูก เวลาทำอะไรบางทีก็คิดว่าเราทำถูก ใครห้ามก็ไม่ค่อยฟัง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 298 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นคนไม่คิดเลย โดยเฉพาะเวลาโกรธหรืออะไรอยากทำอะไรก็จะทำเลย เป็นคนพูดไม่เพราะ เราพูดจาไม่ดี ก็มีคนไม่ชอบ แต่เป็นคนตรง ๆ อยู่ในนี้บางทีก็มีเรื่องกันเลย แบบอยู่ในนี้มีเด็กยืนค้ำหัวเราก็ไม่พอใจก็จะ ใจร้อน มีอารมณ์อยู่บ้าง แต่อยู่มาปีนึงก็ว่าตัวเองใจเย็นขึ้น เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ตอนวัยรุ่นไม่เคารพเลย ต่อต้านทุกอย่างเพราะตอนนั้นอยากโดนไล่ออก รู้สึกสะใจเลยทำทุกอย่างที่ผิดก ฎ พอโตมาก็แล้วแต่ช่วง ก็พยายามจะดี แต่เท่าที่สังเกตถ้าตัวเองไม่มีปัญหากับแฟน ตนก็จะทำตัวดีอยู่ปกติได้ หลงตัวเองหรือไม่ ตัวเองก็มีข้อดี เช่น รักเพื่อน เป็นคนใจกว้าง ใจดี ชอบช่วยเหลือ ไม่หวงของ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ อยู่ข้างนอกควบคุมไม่ค่อยได้ อยู่ข้างในต้องพยายามทำดีเพราะอยากกลับบ้าน อดทนมากกับพวกคำพูดคน เดี๋ยวนี้อดทนได้มากขึ้น อยู่ในนี้พยายามบังคับตัวเองไม่ให้มีเรื่องกับใคร ใครพูดอะไรก็นิ่งไว้ก่อน อยากให้อยู่ แบบช่วยเหลือกัน แต่คนในนี้ชอบขี้ฟ้อง เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย ใจดี ใจดีมากไปจนบางคนก็บอกว่าโง่ เช่น เรื่องช่วยเพื่อนแต่เค้าไม่เคยช่วยเรา เรื่องแฟนที่ทำเราเจ็บ หลายครั้งแต่ก็ยังกลับมาอยู่ด้วยกัน เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดต่อแม่มากที่สุด เพราะเคยสาบานกับแม่ตอนที่ถูกจับครั้งที่ 3 ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาอีก ตอนนั้น แม่ลำบากอยู่แล้ว เงินก็ไม่ค่อยมีก็ยังหาเงินมาประกันตัวเรา วันนั้นเป็นวันเกิดของเราด้วยก็ตั้งใจไว้ว่าจะ เริ่มต้นใหม่แต่ก็กลับมาทำผิดซ้ำอีก จนแม่ก็ยังไม่เคยมาเยี่ยมเลย รู้สึกผิดกับแม่มาก - คิดถึงลูก เพราะลูกคนกลางกับคนเล็กเราเลี้ยงเองมาตลอด ลูกคนกลางก็ไม่ค่อยสบายมีปัญหาเรื่องปอด เรื่องหายใจซึ่งก็เกี่ยวกับที่เราเสพยา ก็รู้สึกผิดกับลูก เหมือนเราทิ้งลูก อยู่ดีๆ ชีวิตก็พอตอนนั้นโอเค ไม่น่าคิดสั้นประชดแฟนวันนั้นเลย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 299 คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คิดว่าทำผิดก็เป็นธรรมดา มาอยู่ในนี้ก็รู้สึกดีขึ้นเห็นชีวิตคนอื่นก็ยิ่งกว่าเรา เคยคิดว่า “ทำไมชีวิตกูมันบัดซบ ขนาดนี้” แต่เห็นคนอื่นก็นึกว่าตัวเองก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง คนแย่กว่าเราก็มี คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้แต่ตัวเองไม่แน่ใจ คิดว่าถ้ายังคบกับแฟนคนนี้ ชีวิตคงไม่ดีขึ้น ถ้าตัดใจเลิกกันได้ชีวิตคงจะดีขึ้นเริ่มใหม่ได้ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ตอนเข้ามาแรก ๆ ก็คิดซ้ำๆ ที่ตัวเองทำผิด มันเร็วมากแค่วันเดียวเราโดนเลย แต่อยู่มาก็ไม่คิดแล้ว ทุกวันนี้ คิดไปข้างหน้าว่าจะทำยังไงต่อมากกว่า ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - อยากกลับไปอยู่กับพี่สาว เค้ามีร้านขายของในสโมสรทหารอากาศ เราก็จะได้ไปทำมาค้าขาย - คิดว่าคงทำได้ 70-80% ถ้าไม่กลับไปหาแฟน แต่ลูกอยู่บ้านแฟนก็กลัวจะใจอ่อน เพราะถ้าไปอยู่ด้วยกัน ชีวิตคงไม่ดี ไม่ทะเลาะกันเรื่องเงินเรื่องผู้หญิง ก็หนีไม่พ้นเรื่องพัวพันยา ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร อยากมีงานทำ อยากให้ช่วยเรื่องอาชีพ การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ตัวเองทำเองเพราะเราชอบประชด ชอบน้อยใจ เคยคิดว่า “ถ้าเป็นคนดีไม่ได้ก็เหี้ยที่สุดไปเลย” ทำมาหมด ขายตัวขายยา ประชดชีวิต ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - ต้องแก้ไขตัวเอง - สังคมใหญ่คิดว่าไม่เกี่ยว แต่ครอบครัวสำคัญ ตอนที่ครอบครัวอบอุ่นช่วยกันทำมาหากินแ ม้จะอด ๆ อยาก ๆ แต่อบอุ่นชีวิตก็ดี ไม่ได้ยุ่งกับยา แต่พอแฟนมีเมียน้อย ทิ้งตนกับลูก ปัญหาต่าง ๆก็ตามมา
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 300 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก จะคิดถึงแม่ สงสารแม่ ไม่อยากให้แม่เสียใจอีก ลูกสาวคนโตอายุ 18 ตอนนี้ท้อง ออกไปเราก็เป็นยายคนแล้ว เราเป็นคนรักสนุก ชอบเที่ยว ชอบกินเหล้า คิดว่าคงเลิกไม่ได้ แต่ก็คิดว่าเป็นยายคนแล้ว ก็ไม่ควรจะทำมากเหมือนที่เคยทำ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย เป็นคนเอาแต่ใจ ห้ามใจตัวเองไม่ได้แต่ถ้ามีคนมาช่วยมาให้คำปรึกษา คงจะช่วยได้และอยากเข้าร่วม ถ้ามี คนช่วยแนะนำก็จะช่วยได้ ตนเป็นคนลังเล ถ้าคิดเองคนเดียวก็จะไปเลย ถ้ามีคนช่วยคิดก็คงจะดี มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้เพิ่มกิจกรรมแนวผ่อนคลาย กิจกรรมเฮฮา เช่น ร้องเพลงหรือคอนเสิร์ต ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ปิยกฤตา เครือหิรัญ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สัมภาษณ์คุณจิต อายุ 36 ปี - ปัจจุบันมีสามีแล้ว สามีดีมาก ส่งเงินให้ใช้และมาเยี่ยมตลอด พ่อแม่สามีก็ช่วยดูแลลูกให้ตอนตัวเองอยู่ในนี้ มีลูกชาย 3 คน ลูกคนโตอายุ 17 ปี คนกลาง 16 ปี คนเล็ก 14 ปี ลูกคนกลางกับคนเล็กไม่ทราบว่าตัวเอง ติดคุก ให้ทุกคนช่วยโกหกว่าตัวเองไปอยู่กับญาติที่ต่างประเทศ เพราะถ้าจะบอกก็ต้องบอกตอนเยี่ยมญาติ ซึ่งมีเวลาแค่ 20 นาที เชื่อว่าลูกต้องมีคำถาม อยากออกไปอธิบายและตอบคำถามลูกด้วยตัวเอง อยากให้ลูก เข้าใจแบบไม่ต้องให้ลูกเอาไปคิดต่อเอง - คุณแม่เสียตั้งแต่คุณจิตยังเด็ก ส่วนคุณพ่อก็เพิ่งเสียไปก่อนเข้าคุก คุณจิตเล่าว่าชีวิตวัยเด็กไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะคุณพ่อชอบดื่มเหล้ามาก และทุกครั้งที่เมาก็จะอาละวาดใส่ตัวเอง คุณจิตบอกว่ารู้สึกขาดความรัก ไม่มี ความสุขเลยจึงเริ่มติดเพื่อนและเที่ยวกลางคืน พออายุได้ 18 ปีก็มีสามีและย้ายไปอยู่บ้านสามี ซึ่งเหมือนได้ เติมเต็มเพราะสามีเป็นคนดีมาก และพ่อแม่สามีก็รักตัวเองมาก ๆ - ตอนวัยรุ่นติดเที่ยวกลางคืนมาก ติดเพื่อนมาก ๆ เพื่อนที่ไปเที่ยวกลางคืนด้วยกัน คือ กลุ่มเพื่อนที่เรียน ปวช.ด้วยกัน พอมีสามี มีลูกก็ยังคงเที่ยวอยู่ - โดนคดีตอนปีพ.ศ. 2548 ตอนนั้นอายุ 24 ปี ถูกจับเพราะเพื่อนบอกให้เอายาไปให้ สุดท้ายเพื่อนเป็นสาย ให้ตำรวจ ตัวเองเลยโดนจับ จำนวนสารบริสุทธิ์เลยที่กฎหมายกำหนดจึงทำให้ถูกปัดเป็นจำหน่าย คุณจิต
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 301 สู้คดี 3 ศาล แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ตัวเองไม่อยากติดคุกเลยตัดสินใจหนีคดี หนีไปอยู่ชัยภูมิ ไปเช่าตึกแถว เพื่อเปิดร้านขายข้าวแกงกับสามี ตอนนั้นขายดีมาก ๆ มีเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ตั้งแต่ถูกจับครั้งแรกก็ไม่ยุ่ง กับยาเสพติดอีกเลยเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตตัวเองพัง ครอบครัวต้องเดือดร้อน จึงเลิกยุ่งกับยาเสพติด และขยันทำมาหากิน - จนปีพ.ศ. 2558 ขายกับข้าวมาจนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็กลับมากรุงเทพ และตัดสินใจซื้อรถมือ 2 แต่พลาด ใช้ชื่อตัวเองซื้อรถ จึงทำให้โดนจับตามหมายศาลและต้องมาติดคุก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพครั้งแรกตอนอายุ 23 ปี ตอนเที่ยวกลางคืน โดยยาเสพติดประเภทเดียวที่เสพคือยาไอซ์ ซึ่งเพื่อนเป็น คนนำมาให้เสพ (เพื่อนเสพทั้งกลุ่ม) ครั้งแรกที่เสพเพื่อนบอกว่าเอาอันนี้ไปลองจะได้หายเมาเหล้า พอคุณจิต ลองก็รู้สึกว่าหายเมาจริง ๆ และทำให้รู้สึกดีมากๆ หลังจากนั้นเลยเสพยาเรื่อยมา คุณจิตบอกว่ารู้ตัวเลยว่า ตอนนั้นตัวเองขาดการยับยั้งชั่งใจ อยากรู้อยากลองและรักสนุก - สามีไม่เสพ และสามีก็ทราบว่าคุณจิตเสพและคอยเตือนเสมอ แต่คุณจิตเกเรจึงไม่เชื่อสามี ออกไปเที่ยว เกือบทุกคืน ทิ้งให้ลูกอยู่กับสามี กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดครั้งแรก ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก กระทำผิดครั้งแรก บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนอารมณ์ดี แต่มีบ้างที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ช่วงแรกที่ติดคุกร้องไห้ทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน - ไม่ชอบเอาเปรียบใคร ขี้สงสารและมักจะเห็นใจผู้อื่น - ปากร้ายแต่ใจดี คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - ใจร้อนบางครั้ง ไม่ชอบรอคอย เช่น ไปร้านอาหาร ถ้าคิวยาวก็จะเปลี่ยนร้านทันที ไม่รอ - ชอบตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น ทำอะไรแบบไม่คิดก่อน ทำไปแล้วจึงกลับมาคิดทีหลัง - เป็นคนมีมารยาท
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 302 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ไม่เคยทำผิดและอยู่ในกฎระเบียบเสมอ อย่างอยู่ในนี้ก็ไม่เคยทำผิดกฎ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม (ได้รับการพัก โทษเนื่องจากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ทำให้จะได้ออกจากคุกก่อนกำหนดเวลา) หลงตัวเองหรือไม่ - ไม่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร ดีกว่าใคร สวยกว่าใคร หรือเก่งกว่าใคร - รู้ว่าตัวเองมีข้อบกพร่อง เช่น เป็นคนพูดเร็ว ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ขี้อาย ใจอ่อน และชอบตกลงช่วยเหลือ คนอื่นง่าย ๆ ลืมคิดก่อน บางทีสุดท้ายช่วยคนอื่นจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน/รู้ข้อบกพร่องขอ งตัวเอ งแต่ แก้ไม่ได้ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - ปัจจุบันควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นกว่าตอนวัยรุ่น วัยรุ่นจะใจร้อนกว่าตอนนี้ - โตแล้วควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น ความคิดเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตอนวัยรุ่นทำอะไรลงไปไม่เคยรู้หรอก ว่าผิด คิดเข้าข้างตัวเองตลอด จนโตขึ้นและมองย้อนกลับไปจึงรู้ว่าที่ตัวเองเคยทำมันผิด อย่างเรื่องเสพยา ตอนวัยรุ่นไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องผิดเลย คิดแต่ว่าถึงเสพยาก็ยังทำงานได้ ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน - ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในคุกก็เป็นคนอดทนมากขึ้น คุกเหมือนที่ฝึกความอดทน ทำอะไรก็ต้องรอ ต้องเป็นระเบียบ อยู่ข้างนอกไม่เคยอดทนขนาดนี้ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย ไม่ใจดำเลย อยากใจดำให้มากกว่านี้สักนิด จะได้ไม่เดือดร้อนและกล้าปฏิเสธเวลามีคนมาขอให้ช่วย เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดตลอด อยากแก้ไขสิ่งที่ทำลงไป และคิดกับตัวเองเสมอว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด - รู้สึกเสียใจ รู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลลูก ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ตัวเองควรทำ รู้สึกแย่ที่ทำให้คนอื่นต้องมาลำบาก รู้สึก ผิดทั้งต่อครอบครัวและต่อตนเอง - รู้สึกผิดและออกไปอยากแก้ไขด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คนเราทำผิดพลาดได้แต่ก็เลือกที่จะไม่ทำผิดได้เหมือนกัน ถ้าเรามีความคิดสักหน่อย รู้จักคิดสักนิด คงไม่ ทำผิด ควรนึกถึงผลที่จะตามมาสักหน่อยจะได้ไม่ผิด ไม่เป็นแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 303 คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ เริ่มใหม่ได้เสมอแต่จิตใจต้องเข้มแข็ง ต้องอดทนกับความลำบาก อดทนกับการถูกคนอื่นมอง อดทนกับสิ่งที่ เราจะต้องเจอ ถ้าอดทนได้ก็เริ่มต้นใหม่ได้ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ โทษว่าตัวเองผิด แต่ไม่ได้คิดวนเวียนหรือคิดซ้ำไปมา เพราะถ้าคิดแบบนั้นก็คงเครียดเกินไป แค่เตือนให้ ตัวเองรู้ว่าผิดเฉย ๆ แต่ไม่ซ้ำเติมตัวเองมากจนเกินไป ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - จะเปิดร้านขายข้าวแกงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้คงขายอยู่ที่กรุงเทพ ตั้งใจจะขายที่บ้านแถวบางกะปิ (ตอนนี้ น้าสะใภ้ช่วยขายให้อยู่) - ความจริงแฟนไม่อยากให้ขายแล้วพอออกไป แฟนไม่อยากให้เหนื่อย แฟนบอกว่าส่งเสียได้ แต่คุณจิต ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากทำอาหารขาย ช่วยกันทำมาหากิน และดูแลลูก - ออกไปก่อนเริ่มทำงาน ขอเที่ยวก่อน 1 เดือน ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการเพราะที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว อยู่ได้และต้องอยู่ให้เป็น มีครอบครัวสนับสนุนก็เพียงพอแล้ว การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - กระทำผิดครั้งแรก แต่คิดว่าคนที่เสพยาที่ต้องกลับเข้ามาอีก เพราะเขากลับไปอยู่ในสังคมเดิม ๆ เจอเพื่อน กลุ่มเดิม ๆ คุณจิตบอกว่า ถ้าออกไปแล้วไม่กลับไปอยู่วงจรเดิมยังไงก็ไม่ติด ออกไปแล้วต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ - เป็นเพราะตัวเขาเอง ไม่ใช่เพราะสังคม เป็นเพราะเขาไม่เข้มแข็งเอง ไม่อดทน ถ้าคนเรามั่นใจว่าจะเป็น คนดีจริง ๆ ยังไงสังคมก็ให้โอกาส แต่เราต้องดีจริง ๆ ไม่มีใครไม่ให้โอกาส มีแต่เราที่ไม่ให้โอกาสตัวเอง ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ควรแก้ที่จิตใจและความคิดของคนมากกว่าสังคม
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 304 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - ยังไงก็ไม่เสพ ไม่ต้องมีอะไรมาช่วย ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจล้วน ๆ - ครอบครัวให้โอกาส ให้กำลังใจเรามาเสมอ เราต้องตอบแทนเขาด้วยการกลับตัวเป็นคนดี ตอนเราอยู่จุด ที่ต่ำที่สุดในชีวิต ครอบครัวก็ไม่ทิ้ง ตอนสุขสบายมันวัดอะไรไม่ได้เลย คุณจิตบอกว่าตั้งใจว่าจะไม่ท ำให้ ครอบครัวผิดหวังอีก หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - ควรมีกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งในจิตใจ (ความจริงในคุกก็มีกิจกรรมที่เรียกว่าชุมชนบำบัด ซึ่งคุณจิตก็อยู่ ในกลุ่มกิจกรรมนี้ โดยกิจกรรมนี้จะเป็นการให้ผู้ต้องขังมานั่งคุยกัน ให้กำลังใจกัน หรือมีหัวข้อดีๆ ทางบวก มาชวนกันพูดคุย คุณจิตเป็นสตาฟฟ์ของกลุ่มนี้) - ควรมีกิจกรรมแนะแนวทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้องในอนาคต เพราะมีบางคนไม่รู้จะไปทางไหน บางคน ออกไปไม่นานก็กลับเข้ามาเพราะใช้ชีวิตข้างนอกไม่เป็นแล้ว เคยคุยกับเพื่อน เพื่อนบางคนบอกว่ากลัว การออกไปอยู่ข้างนอก อยู่ข้างในจนกลายเป็นชีวิตไปแล้ว ลืมทุกอย่างข้างนอกหมดแล้ว - หาช่องทางการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ ถ้าชีวิตมีทางเลือกก็คงไม่ทำผิดซ้ำ แต่บางคนไม่มีทางเลือก - ถ้ามีก็ยินดีที่จะเข้าร่วมแน่ๆ แต่ใกล้ออกแล้ว คงไม่กลับมาอีกแล้ว มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - คุณจิตเล่าว่าตัวเองมีความคิดว่าถ้าวันหนึ่งตนมีเงินเยอะ ๆ จะเปิดโรงงานเพื่อรับผู้พ้นโทษที่ตั้งใจว่าจะ กลับตัวเป็นคนดีเข้ามาทำงาน โดยมีงานให้ทำและมีที่ให้พัก อยากช่วยเหลือคนเหล่านี้เพราะเข้าใจว่าบางคน อยากกลับตัวแต่ไม่มีโอกาส (แต่คงต้องตรวจฉี่ทุกคนทุกเดือนเพื่อความมั่นใจ) - สอบถามคุณจิตเรื่องกิจกรรมหรือโครงการอื่น ๆ ที่ทางเรือนจำมีให้ผู้ต้องขัง คุณจิตบอกว่าจะแบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ๆ คือ 1. โครงการฝึกอาชีพ เช่น ฝึกการนวด การเย็บผ้า 2. โครงการเกี่ยวกับศาสนา เช่น นั่งสมาธิ สวดมนต์ และ 3. โครงการเกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : วิภาวี วรวุฒิวิทยารักษ์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ปัจจุบันตนเองอายุ 30 ปี มีลูก 2 คน โดยลูกทั้ง 2 คนอยู่กับตาตนเองอยู่กับแฟนใหม่ที่หอพัก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 305 - สาเหตุที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำทั้ง 2 ครั้งจากคดีจำหน่าย ครั้งล่าสุดนี้โดนคดี เสพ ครอบครองและจำหน่าย แต่ทั้ง2 ครั้งตนเองยืนยันว่าไม่ได้ขาย ครั้งแรกแฟนเก่าขายเลยแบ่งกันสองคน ครั้งล่าสุดนี้แฟนใหม่ขายแล้ว เห็นว่าเขาแก่แล้วอายุ 50 ปี เลยยอมรับผิดแทน - เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น คือ แฟนออกไปข้างนอกไปเดินยา ตนเองนอนอยู่ห้องคนเดียวตำรวจบุกเข้าห้อง มาแล้วมียาอยู่ในห้องจึงโดนจับ หลังจากที่ตนเองเข้ามาอยู่ในเรือนจำประมาณปีหนึ่งแฟนก็โดนจับ เหมือนกัน จึงรู้สึกผิดหวังมาก รู้สึกเสียดายไม่น่ารับผิดแทนเลย เพราะเสียเวลาเปล่า คดีล่าสุดนี้โดนไป 3 ปี 4 เดือน 15 วัน โดนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แต่โดนย้ายมาอยู่ที่นี่ - แฟนก็เป็นคนขายและเสพ แต่ตนเองเป็นคนเสพอย่างเดียวซึ่งเสพหนักมากจนแฟนเองต้องห้ามไม่ให้เสพ เมื่อแฟนไม่ให้ก็ไปขอน้องเอง ยังไงก็มีเสพอยู่ดีบางครั้งก็เล่นยาประชดที่แฟนไม่ค่อยอยู่ห้อง - สำหรับครอบครัว ตนเองอยู่กับย่ามาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่เลิกกันตอน 13 ปี แม่หายไปเลย ส่วนพ่อก็ แทบไม่ได้คุยกันเลยหลังจากเลิกกับแม่ แต่พ่อก็ให้เงินตลอด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี ลองบุหรี่แล้วค่อยเป็นยาบ้า เหตุผลที่เสพยาบ้าครั้งแรกเพราะว่าน้อยใจพ่อที่มี แฟนใหม่และมีน้อง ตนเองต้องอยู่กับย่ากับน้า พ่อไม่ได้มาสนใจใยดีอะไร ขออะไรก็ไม่เคยได้เหมือนน้อง การลองเสพยาครั้งแรกจึงเป็นเพราะอยากประชดพ่อ ก็เลยไปหาเพื่อนที่เสพยาอยู่แล้วมาเล่นบ้าง - เวลาเสพยาบ้าแล้วจะรู้สึกไม่เครียด รู้สึกสบายไม่ต้องคิดเรื่องอะไร ตอนเล่นยาก็จะอยู่แต่ในห้องอย่างเดียว จะไม่ไปยุ่งกับคนอื่น เหมือนอยู่ในโลกของตัวเองคนเดียว - ช่วงอายุ 15 จะเป็นช่วงที่ติดมาก ๆ ลองทุกอย่าง เป็นช่วงที่เกเรไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จนสุดท้ายก็โดน ไล่ออกจากโรงเรียน - ชุมชนที่อยู่เป็นชุมชนที่มียาเสพติดอยู่มาก คนข้างบ้าน พี่ชายทุกคนเล่นยาและขายยาหมด หาง่ายมาก ๆ - เสพยาบ้ากับยาไอซ์มาตลอด แต่มีช่วงที่หยุดไปบ้างอย่างตอนที่ท้องหรือตอนเข้าคุก ช่วงหลังๆ ก็น้อยลง เพราะพ่อกับย่าขอร้องให้เลิกยา กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - กระทำผิดซ้ำเพราะรับผิดแทนแฟนที่คบกันมา 2 ปี รู้จักกันตอนอยู่ในคุกรอบที่แล้ว เขาอยู่แดนชายข้าง ๆ พอออกมาเลยได้ติดต่อกันทางโซเซียลแล้วมาคบกัน แฟนมีเมียอยู่แล้วตนเองเป็นเมียน้อย เมียหลวงเขาก็รู้ ว่ามีก็ไม่ได้ว่าอะไร แฟนมีอาชีพขายปลาสดในตลาดแต่ก็ขายยาไปด้วย เพราะต้องการที่จะเก็บเงินก้อ น ตนเองพยายามบอกแฟนแล้วว่าไม่ต้องขาย แต่เขายืนยันที่อยากจะเก็บเงินให้ได้แล้วจะเลิก - ตนเองนั้นไม่ได้ขายแต่เล่นอย่างเดียว ที่รับแทนเพราะสงสารที่แฟนแก่แล้วและเขาก็ดีกับตนเองมาก ดูแลตลอดจึงรับผิดแทน มาถึงตอนนี้รู้สึกว่าคิดผิดเพราะย่าที่เลี้ยงตนมาตั้งแต่เด็กเสียชีวิตตอนอยู่ในนี้ คิดว่า หากตนไม่รับผิดแทน ถ้าไม่เล่นยา ถ้าไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้ก็คงไม่ต้องสูญเสียคนที่รักไป
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 306 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - 2 สัปดาห์ยามันหาง่ายพี่ชายและน้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้องก็ขาย พอออกไปแล้วรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมันไม่เอื้อให้เลิกยาเพราะมีแต่คนที่เกี่ยวข้องกับยา - อีกเรื่องที่เป็นสาเหตุเพราะเครียดจากสายตาและคำพูดของคนอื่น ๆ เช่น คนแถวบ้านที่คอยแต่พูดและ ก็ถามซ้ำเติมว่าเพิ่งออกมาจากคุกหรอ เดินออกไปไหนก็มีแต่คนพูดเรื่องนี้ พูดแต่เรื่องที่ตนเองไปติดคุกมาจึง รู้สึกกดดันมาก รู้สึกเหมือนถูกตีตราว่าตนเองเป็นคนคุก ทำให้รู้สึกไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น รู้สึกถูก ตีตราว่าเป็นพวกขี้คุก “ไหน ๆ สังคมก็ตีตราแล้วก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป” พ่อก็ไม่ชอบคนเล่นยา ขายยา พ่อเกลียดมาก - ความเครียดความกดดันเหล่านี้จึงกลับไปเสพ ไปขอน้องที่เป็นคนขายเสพ น้องก็ห้ามไม่ยอมให้ในตอนแรก ตนเองจึงดุ น้องจึงต้องให้ยามาเสพ ที่เล่นยาก็เพื่อให้หายเครียดจะได้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องต่าง ๆ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนขี้น้อยใจ คิดมาก โดยเฉพาะกับเรื่องของคนที่รักและคนในครอบครัว เรื่องพ่อที่ไปมีลูกใหม่ก็น้อยใจ คิดมาก ๆ จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่ อยากได้ความรักความสนใจจากพ่อบ้าง อยากให้พ่อยอมรับ - ดื้อเงียบ ความจริงแล้วเป็นคนเฉย ๆ ไม่ชอบยุ่งกับใคร - เวลาโดนด่าถ้าตนเองไม่ผิดยังไงก็จะเถียงหัวชนฝาไม่ยอมง่าย ๆแน่ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ผิดเช่น เรื่องเล่นยา ก็จะเงียบไม่พูดอะไร ไม่เถียงแล้วก็เดินเข้าห้องตัวเองไปอยู่คนเดียว คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นบางครั้ง ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่น เช่น เรื่องเพื่อน ถ้าเพื่อนมีเรื่องกับคนอื่น แค่ว่าบอกว่าให้ไปลุยก็ไม่ได้คิด อะไรเลย ไปตบเขาทันทีไม่ถามไม่คุยด้วย ทำก่อนค่อยมาคิดทีหลังเสียใจทีหลัง เช่น ไปตบเขาแล้วพอมารู้ว่า เพื่อนตนเองผิดก็จะรู้สึกผิดกับคนที่ตนเองไปตบ ก็จะขอโทษเขา ถ้าเขายอมก็ดีกัน แต่ถ้าเขาไม่ยอมก็ลุยกัน อีกรอบ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ - เคารพกฎ อะไรที่เป็นกฎก็ทำตามไม่ได้รู้สึกว่าต้องฝืนอะไร อย่างกฎทุกข้อที่นี่ก็ทำตามทุกอย่าง เขาให้เข้า กิจกรรมอะไรก็เข้าหมด - ตอนเด็ก ๆ พ่อเขียนหน้าที่ที่ต้องทำเวลาพ่อไม่อยู่บ้านไว้ เช่น เลี้ยงน้อง ทำงานบ้าน ก็ทำตามหน้าที่ตัวเอง ทุกอย่าง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 307 หลงตัวเองหรือไม่ ไม่หลงตัวเองเลย มีแต่คิดว่าคนอื่นดีกว่า แล้วก็มาน้อยใจว่าทำไมเราไม่ดีเหมือนคนอื่นเขาบ้างนะ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ควบคุมได้ ชอบเก็บความรู้สึกแล้วไม่พูดออกมาเวลาโดนว่าก็จะไม่พูดอะไรก็เก็บไป คิดคนเดียว ตลอด แต่ถ้าเก็บนาน ๆ เข้าก็จะระเบิดออกมาเหมือนกัน เช่น ลูกพี่ลูกน้องที่ด่าเกือบทุกวันเกือบปีว่าพ่อแม่ไม่เลี้ยง ติดยา พอวันหนึ่งทนไม่ไหวก็ขว้างมีดใส่เลยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ด่าด้วย เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนที่อยู่ด้วยถ้าเขาดีมาก็ดีด้วย ถ้าเขาไม่ดีก็มาดีด้วย แต่จะอาฆาตคนที่ทำไม่ดีทำให้ตนเจ็บมาก ๆ เคยจับได้คาตาเพื่อนสนิทกับแฟนเก่าเอากันอยู่ในห้อง ตนไม่พูดอะไรเลยเดินหนีไป แล้ววันหนึ่ง มันรถชน ก็มองเฉย ๆ แล้วเดินไปเลย ไม่แคร์ไม่สนใจไม่ช่วยด้วยจะเป็นจะตายก็เรื่องของมัน เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดต่อลูก ต่อพ่อ ต่อย่า รู้สึกผิดต่อครอบครัวมาก ๆ รักครอบครัวมาก ตอนลูกมาเยี่ยมลูกก็ถามว่า เมื่อไหร่แม่จะออกมา รู้สึกจุกมากน้ำตาไหลเลย ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับยา เราไม่เล่นยาไม่ทำตัวอย่างนี้ก็จะมีเวลา อยู่กับลูก - กับย่าก็รู้สึกผิดมากๆ ที่เข้ามาอยู่ในคุก ก็โทษตัวเองตลอดว่าทำให้ย่าตาย ถ้าอยู่ข้างนอกก็ไม่ตายจะพาไป หาหมอจะดูแลให้ดี ย่าเคยบอกเคยเตือนก็ทำตามไม่ได้ ย่าร้องไห้ตอนรู้ว่าต้องเข้าคุก เสียใจที่ทำให้ย่าเสียใจ - รู้สึกผิดต่อพ่อที่ทำให้เขาผิดหวัง เขาเป็นคนไม่ชอบคนเล่นยา แต่เราก็ยังทำ เห็นเขาร้องไห้ยิ่งจุก เขาไม่ยอมพูดด้วยเลย ไม่มาเยี่ยมจะฝากคนเอาเงินมาให้เท่านั้น รู้สึกว่าทำให้คนอื่นลำบากเป็นภาระพ่อ - รู้สึกผิดแต่ไม่เคยพูดออกมายาวๆ เลย มันพูดไม่ออกเวลาเขาให้เขียนจดหมายก็เขียนได้นิดเดียว แต่ตอน ออกไปคราวที่แล้วก็ไหว้พ่อ ไหว้ย่า แล้วพ่อก็ยิ้มแล้วพากลับบ้าน เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆรู้ว่าเขาให้อภัย เราแล้ว คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ธรรมดา คนเราทำผิดพลาดกันได้แต่ซ้ำบ่อยก็ไม่ดี ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาดมากที่รับผิดแทนแฟน ทำให้ต้องมาสูญเสียย่าไป แล้วเขาก็ติดคุกอยู่ดี คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้เสมอ มีความมุ่งมั่นมากว่าจะเริ่มต้นใหม่ในคราวนี้จะไม่กลับไปใช้ยาแล้ว
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 308 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ บางเรื่อง เช่น เรื่องย่าก็โทษตัวเองซ้ำไปมาว่าเป็นเพราะตัวเองที่ทำให้ย่าตาย เรื่องพ่อที่ทำให้พ่อผิดหวัง นอกนั้นก็ไม่ได้คิดก็ปล่อย ๆ มันผ่าน ๆ ไป ตอนนี้รู้สึกท้อมากเพราะเสียย่าไป ย่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นคน ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก มีอะไรก็จะปรึกษาจะคุยกับย่า ถ้าเศร้าก็จะเข้าไปนอนตักแล้วย่าก็จะลูบหัวแล้วร้องไห้ ย่าก็จะปลอบ ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - จะออกไปขายของร้านของย่า หาเงินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงลูก มั่นใจมากว่าจะทำได้เพราะทุกอย่างมีเตรียมไว้ หมดแล้ว - ตอนน้ามาเยี่ยมก็พูดเรื่องนี้ จะให้ตนออกไปขายของที่ร้านของย่า ตั้งใจว่าจะเอาลูกมาเลี้ยงเองเพราะ ตอนแรกลูกก็อยู่กับย่า แต่พอย่าเสียก็เลยไปอยู่กับพ่อของตน - ออกไปแล้วจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาอีกแล้วไม่อยากสูญเสียอะไรอีกแล้ว อยากเป็นคนดี ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - แค่ครอบครัว อยากได้กำลังใจและการยอมรับจากครอบครัว อยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันจะรู้สึกอุ่นใจ - ตัวเองก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้าจิตใจเข้มแข็งก็จะสามารถชนะทุกอย่าง ไม่ต้องกลับไปยุ่งกับยาเสพติดอีก การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - คิดว่ามาจากทั้งสองอย่าง - เป็นเพราะตัวเองถ้าจิตใจเข้มแข็งพอก็คงจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาอีก อยู่ที่ใจล้วน ๆ - เป็นเพราะสังคม เพราะสังคมตีตราเราไปแล้วว่าเป็นคนขี้ยา คนขี้คุก สังคมมันไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้กลับไป ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - แก้ไขตัวเอง ถ้าเข้มแข็งพอก็คงจะอยู่ได้อย่างดีต้องรู้จักคิดให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน คิดถึงผลที่จะตามมา ทั้งลูกทั้งครอบครัว ทั้งตัวเอง ถ้าโดนจับอีกจะเป็นยังไง ใครจะดูแลลูก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 309 - ถ้าให้แก้ที่สังคมคงจะยาก เพราะสังคมมันก็เป็นมาตั้งนานแล้ว เกิดมาก็เป็นอย่างนี้แล้ว ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - ต้องนึกถึงลูก พ่อ เยอะ ๆ - ไม่ได้อยากให้ใครมาช่วย ถ้าอยากช่วยให้ไปช่วยคนอื่นที่เขาแย่จริง ๆ ดีกว่า ยังมีคนอื่นที่ลำบากไม่มีเงิน อีกเยอะคิดว่าคนที่ขายคือ คนที่เขาต้องการเงิน ถ้าไปช่วยให้เขามีเงิน มีงาน ก็คงจะทำให้เขาไม่ต้องกลับมา ขายอีก - คิดว่าตนเองยังมีโอกาสอยู่ ที่บ้านก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน มีหนทางที่จะไป หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย คิดว่าคงช่วยได้อยากจะเข้าร่วม เพราะปกติก็เข้าร่วมทุกกิจกรรมอยู่แล้ว พร้อมที่เข้าร่วมตลอดเวลา มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - ให้นึกถึงครอบครัวเยอะ ๆ - ถ้ามีกิจกรรมกับครอบครัวก็คงจะดี แต่ครอบครัวตนเองคงไม่มาหรอก ยากมาก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 310 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 311 ภาคผนวก ง สรุปการสัมภาษณ์ คุณเอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิ ณภาฯ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง จากแบบสอบถามอยู่ในระดับสูง แต่จากการสัมภาษณ์ พบว่า ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นหลักที่จะท าให้คนที่มีความเมตตากรุณาต่อตนเอง สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ คิดเห็นว่าอย่างไร และมีแนวทางใดหรือไม่ที่จะท าให้สังคมยอมรับ และเปิดใจ - เป็นคำถามที่เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน คือ สังคมดีแล้วคนจะดีตาม หรือคนดีแล้วสังคมจะดีตาม ผู้ต้องขังมีอะไรที่จะให้สังคมยอมรับและไว้วางใจได้ ดังนั้น ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่มูลนิธิณภาฯ อยากขับเคลื่อน คือ การสร้างสังคมเล็ก ๆ ที่ยอมรับและให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีคนที่เคยเป็นแบบเขาอยู่ด้วยเพื่อเป็นพื้นที่ ให้ผู้พ้นโทษได้แสดงออก แล้วหลังจากนั้นพื้นที่ของการยอมรับจะค่อย ๆขยายวงกว้างออกไป เรียกวิธีการนี้ว่า การผสมเทียม ความเมตตากรุณาต่อตนเอง แบ่งเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ ส่วนที่รู้และมีสติว่า ที่ตนเองเป็นแบบนี้เนื่องจากจิตใจไม่เข้มแข็ง ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่เราพัฒนาได้ ในความคิดของ คุณเอกภพ จิตใจไม่เข้มแข็งคืออะไร - เหมือนเป็นการตามใจตัวเองไม่สุด คือ เริ่มต้นมีเป้าหมายที่แท้จริงของตนเอง แต่เมื่อเห็นสิ่งเย้ายวน แม้จะ ไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการที่สุดแต่กลับเลือกสิ่งเย้ายวนตรงหน้า เพราะต้องการทำตามใจตัวเองในขณะนั้น ไม่สามารถหักห้ามใจได้หรือไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ทำให้ลืมเป้าหมายของตนเองชั่วขณะ ท้ายที่สุดก็ไปไม่ถึง เป้าหมาย - ทั้งนี้ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เพียงแค่มีคนไปตักเตือนก็อาจช่วยให้คน ๆ นั้น นึกถึงเป้าหมายของตนเองได้ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง กับอีกประเด็นที่มองว่า ยาเสพติดเป็นประโยชน์ คิดเห็น อย่างไรกับผู้ต้องขังกลุ่มนี้ - อาจเป็นความจริงที่ยาเสพติดมีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นอยู่ที่ว่า ถ้าคนที่ใช้ยาเสพติดไม่สามารถ คงประโยชน์ไว้เฉพาะในด้านดีหรือไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มองเพียงว่ามีแต่ประโยชน์มากกว่าโทษ ก็มี ความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ - เมื่อกล่าวในประเด็นที่ว่ายาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฏหมายในประเทศไทย คุณเอกภพชี้แจงว่า กฏหมายแต่ละ ประเทศไม่เหมือนกัน กฏหมายเป็นเพียงเครื่องมือในการจัดการกับเจตนาที่ไม่ดีเท่านั้น ต้องพิจารณาเรื่อง ความถูกต้องเป็นหลักก่อน ถ้ามีประเด็นที่เห็นว่ายาเสพติดมีประโยชน์ก็ควรนำมาพูดคุยและปรับแก้กฎหมาย เพราะธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งใดก็ตามที่ไม่ถูกห้ามและได้รับการเสนอแต่ในด้านที่ไม่ดี คน จะมองว่าเป็น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 312 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด สิ่งธรรมดาไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอยากลอง สิ่งใดที่ผิดกฎหมายอาจทำให้คนรู้สึกอยากลองมากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องพิจารณาว่าคนไทยพร้อมหรือไม่เป็นสำคัญ การให้ใช้ยาเสพติดได้ถูกกฎหมายในประเทศไทยผลอ าจ แย่กว่าเดิมก็เป็นได้ บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม จากมุมมองของคุณเอกภพผู้ต้องขังมีลักษณะนิสัย อย่างไร - ผู้ต้องขังมักมีลักษณะที่มีปมบางอย่าง และพยายามกระทำบางสิ่งเพื่อกลบปมของตนเอง เช่น เป็นผู้ชาย ตัวเล็ก ชอบโดนรังแกจึงพยายามส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ไปจนถึงขั้นเสพยาเพื่อให้ห้าวกว่าเดิม ดังนั้น เมื่อคนกลุ่มนี้เสพยาเสพติดจะยิ่งควบคุมตัวเองได้น้อยลง และแสดงพฤติกรรมเพื่อกลบปมด้อยตัวเองมากขึ้น ยาเสพติดทำให้สติลดลง ในท้ายที่สุดแล้ว คนเหล่านี้จะกลายเป็นผักที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ - ผู้ต้องขังที่พ้นโทษในระยะแรกมักจะมีอาการ “แรมต่ำ” เนื่องจากช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำจะถูกควบคุมและ ไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิด เป็นลักษณะการดำเนินชีวิตในกรอบตามตารางปฏิบัติที่ถูกกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ภายใน 6 เดือน อาการเหล่านี้จะหายไป และแสดงความเป็นตนเองออกมามากขึ้น - คนที่ปฏิบัติตัวดีในเรือนจำออกมาแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นคนดี ที่ทำตัวดีก็เพื่อให้อยู่สบาย แต่ออกมาอาจเป็น คนเลวร้าย คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเรือนจ าที่เป็นอยู่ - การปฏิบัติตามตารางกิจวัตรและเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังใช้ความคิดน้อยเหมาะสมแล้วตามหน้าที่ของเรือนจำ และบริทางทางสังคมในขณะนั้น เนื่องจากเรือนจำมีหน้าที่ในการควบคุมเป็นหลัก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ มีจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ต้องขัง - การพัฒนาผู้ต้องขังเป็นอีกภารกิจหนึ่งของเรือนจำ คุณเอกภพมองว่า เรือนจำทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องถามคือคาดหวังอะไรจากการพัฒนานั้น ตัวชี้วัดคืออะไรที่จะบอกว่าเรือนจำบกพร่อง หรือไม่ เนื่องจากคนที่เข้ามาในเรือนจำคือคนที่ติดลบมาแล้ว การช่วยให้ดีขึ้นได้คนหนึ่งก็ดีแล้ว บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ลักษณะความหลงตนเองของผู้ต้องขังต ่ามาก ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว เราเชื่อว่าลักษณะนี้ น่าจะสูงด้วยมโนทัศน์ของความหลงตนเอง คุณเอกภพมองว่าอย่างไร - มีลักษณะนี้น้อย และเป็นตัวของผู้ต้องขังเองที่ทำให้ตนเองมีความหลงตนเองน้อย เนื่องจากการเข้ามาอยู่ ในเรือนจำทำให้ตนเองรู้ตัวว่า บกพร่องตรงไหนหรือไม่ดีตรงไหน จึงทำให้ตนเองรู้สึกด้อยค่าลงไปและ ไม่ให้เกียรติตัวเอง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 313 - แน่นอนว่าเรือนจำเองต้องมีวิธีการที่กดลักษณะดังกล่าวนี้ไว้ เช่น การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ จาก นางสาว เป็นนักโทษหญิง เวลาคุยกับผู้คุมต้องนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น - ดังนั้น เมื่อบุคคลเหล่านี้พ้นโทษไปแล้ว แม้ลักษณะบางอย่างจะค่อย ๆ กลับมา ก็จะกลับมาไม่ทั้งหมด ไม่มั่นใจเท่าเดิม เหมือนแก้วที่แตกไปแล้วยังไงก็ไม่เหมือนเดิม ซึ่งการเข้ามาในเรือนจำอาจมีข้อดีที่ช่วยลดตรงนี้ บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม ความหุนหันพลันแล่นเป็นปัจจัยที ่พบว่า มีระดับสูง และสมควรพัฒนาหรือจัดกระท า คุณเอกภพคิดว่าอย่างไร - การช่วยเหลือหรือจัดกระทำเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว และต้องเป็นสิ่งที่ต้องจัดกระทำเพื่อช่วยเหลือคนหมู่มากด้วย โดยมูลนิธิณภาฯ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในภาพรวมทั้งหมด เริ่มจากผู้ต้องขังที่เป็นส่วนหนึ่ง ของผู้ด้อยโอกาส ความรู้สึกผิด คิดเห็นอย ่างไรกับข้อสรุปที ่ว่า ผู้ต้องขังรู้สึกผิดจริงแต่ไม่ใช่เป็น ความรู้สึกผิดต่อตนเอง แต่เป็นการรู้สึกผิดกับบุคคลรอบข้าง การรู้สึกผิดกับคนรอบข้างจะ ช่วยยับยั้งการกระท าผิดได้หรือไม่ และถ้าไม่มีคนรอบข้างจะท าอย่างไร - จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คนที่ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวใด ๆ ยากมากที่จะช่วยเหลือให้กลับตัวกลับใจได้ อย่างไร ก็ตาม เมื่อพิจารณาในประเด็นที่ว่า ผู้ต้องขังมีความรู้สึกผิดต่อบุคคลอื่นมากกว่าที่จะรู้สึกผิดต่อตนเอง คุณเอกภพให้ความคิดเห็นว่า นั่นเป็นเพียงข้ออ้างหรือไม่ว่ารักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงรู้สึกผิด เพื่อให้ตนเองรู้สึกว่า ยังคงเป็นมนุษย์อยู่ เพราะคนทุกคนอยากมีความดี อยากทำความดีทั้งนั้น จึงหาสิ่งยึดเหนี่ยวหรือหาอะไร ก็ตามมาสนับสนุนว่าสิ่งนี้ไงที่จะทำให้กลับตัวได้ แต่ประเด็นที่ควรพิจารณามากกว่านั้น คือ ผู้ต้องขังเข้าใจ อย่างถูกต้องหรือไม่ว่าความรักคืออะไร เพราะถ้ารักเป็นจริง ๆ บุคคลเล่านั้นจะไม่กระทำความผิด ดังนั้น จึงต้องรักให้เป็นและรักให้ถูกวิธี ต้องรู้ว่าคนที่คุณรักเขาต้องการอะไร และเคารพซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย ความหวัง จะเห็นได้ว่าจากการสรุปผลผู้ต้องขังมีระดับความหวังสูงมาก เพราะอะไร จึงเป็นเช่นนั้น - การมีความหวังเป็นวิธีการเอาตัวรอดในเรือนจำ เป็นสิ่งที่เขารอคอย เป็นวิธีการเดียวที่ทำให้มีชีวิตอยู่ ความหวังเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นต้องมีในกลุ่มผู้ต้องขัง อะไรก็ตามที่เป็นความหวังไม่ว่าจะเป็นก ารฝึกวิชาชีพ ในเรือนจำ ฯลฯ จะเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังใช้ยึดเหนี่ยวและหล่อเลี้ยง - ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเกิด “อุปทานหมู่ในเรือนจำ” เมื่อเห็นเพื่อนมีความหวัง ตนเองจึงขอมี ความหวังบ้าง ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ติดก็มีผลเช่นกัน - สิ่งที่มูลนิธิ ณภาฯ ต้องการทำ คือ การทำให้ความหวังของผู้ต้องขังเหล่านั้นคงทนและเป็นคว ามหวังที่ จับต้องได้ ถึงแม้ว่าความหวังในเรือนจำกับความหวังนอกเรือนจำจะไม่เหมือนกันก็ตาม
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 314 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ความหวัง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พอผู้ต้องขังออกไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ระดับความหวังเป็นอย่างไร อะไรคือปัจจัยที่ท าให้พวกเขาคงระดับความหวังไว้ได้ และอะไร คือปัจจัยท าลายความหวัง และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร - แน่นอน คือ ความผิดหวัง ซึ่งเกิดจากตัวของผู้ต้องขังเอง คือ การหมดหวังที่ตัวเอง จะท้อแท้หรือไม่ก็อยู่ ที่ตัวเอง การกระท าผิดซ ้า เหมือนว ่าทุกคนต้องการแก้ไขตัวเองจากปัจจัยภายในคือ ความเข้มแข็งด้านจิตใจ และจากการศึกษาวรรณกรรมที่ผ่านมาก็พบเช่นนั้น คุณเอกภพ คิดว่าอย่างไร ที่ผ่านมามีการด าเนินการด้านนี้หรือไม่ ได้ผลมากน้อยเพียงใด และควรเสริม ในจุดใด - ที่ผ่านมามีความพยายามในการนำหลักธรรมะเข้ามาใช้ เช่น การนั่งสมาธิ แต่ไม่ทราบผลว่าสำเร็จมากน้อย เพียงใด - คุณเอกภพให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การจัดหลักสูตรใด ๆ ต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ เช่น การนำธรรมะไปสอนผู้ต้องขังที่เป็นวัยรุ่นอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเมื่อเทียบกับไปสอนผู้ต้องขังวัยชรา ดังนั้น จึงควรจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วย - ทั้งนี้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่ง คือ คนทำผิดย่อมไม่ต้องการคนซ้ำเติมและต้องการคนให้โอกาส การกระท าผิดซ ้า เหมือนผู้ต้องขังจะหมดใจกับสังคม ซึ่งสุดท้ายแล้วเป็นสิ่งที่พวกเขา จะต้องกลับไปใช้ชีวิต คุณเอกภพคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ - ต้องปล่อยวาง ไม่เอาอารมณ์ไปติดกับสังคม รับมือกับตัวเอง คือ พยายามเข้าใจสังคมว่าเป็นแบบนี้ และเรา ต้องอยู่กับสิ่ง ๆ นี้ มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องปกติและธรรมดา เหมือนการระงับความโกรธด้วยความไม่โกรธ ถ้าอยากจัดโปรแกรมจริง ๆ อยากจัดส่วนไหนก่อน และมองว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ - อันดับแรก คือ การวาง Roadmap วางแนวทางและเป้าหมายก่อนว่าเราอยากได้อะไร อะไรคือจุดมุ่งหมาย ของเรา จากนั้นคือการสร้างทางเดินให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าห มาย จะต้อง ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้ได้มากที่สุด ช่วยให้รอบด้านเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด