The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านบุคลิกภาพและทัศนคติของการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาเสพติด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cthummanond, 2023-05-11 04:15:14

ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาเสพติด

การศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านบุคลิกภาพและทัศนคติของการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาเสพติด

Keywords: นักโทษหญิง

ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 165 ภาคผนวก ค สรุปการสัมภาษณ์(รายชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นนามสมมติ) ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : กวิตา พร้อมเพราะ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เข้ามาอยู่ที่เรือนจำนี้ ก่อนโดนจับอาศัยอยู่บ้านสามี อยู่กับสามี ลูกสาว แม่สามี พี่สามี โดยตนประกอบอาชีพขายขนมหวาน เป็นรถเข็นขายแถวไซต์งานก่อสร้างแถวบ้าน ในขณะเดียวกันก็ แอบขายยาเสพติดและเสพบ้าง เพราะต้องนำเงินมาลงทุนขายขนมหวาน วันหนึ่งทะเลาะกับสามีอย่างหนักจึงอุ้มลูกหนีไปบ้านผู้ชายอีกคน ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็ขายยาเสพติด ภายใน บ้านหลังนั้นมียาเสพติดอยู่และตำรวจก็เข้าจับกุมขณะที่ตนและลูกอยู่บ้านหลังนั้น จึงโดนจับไปด้วย โดนคดี จำหน่าย (รอบแรกที่โดนจับ โดนคดีเสพและจำหน่าย ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก 10 ปี จึงโดนจับอีกครั้ง) เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกช่วงวัยรุ่น เสพยาบ้า เหตุผลที่เสพเพราะเริ่มจากเห็นลูกพี่ลูกน้อง ขโมยเงินพ่อไปซื้อยาบ้า ตอนแรก ๆ เค้าก็นำเงินมาให้เพื่อปิดปาก หลัง ๆ นำยามาให้ลองเพื่อหายอดขาย เพื่อให้เราติด ที่ลองเสพ เพราะไม่รู้ อยากลอง พอเราติดจึงต้องนำยาบ้าไปขายด้วยเพราะไม่มีเงินซื้อเอง ต้องทำยอดขายให้ได้จึง จะได้ยอดเสพ (กำไรจากการขายได้ ไม่รับเป็นเงิน แต่รับเป็นยาแทน) กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ เนื่องจากไม่มีเงินไปลงทุนขายขนมหวาน จึงต้องขายยาเสพติดเพื่อนำเงินมาลงทุน เพราะไปสมัครงานที่ไหนเค้าก็ไม่รับ ไปกู้ยืมใครก็ไม่มีใครให้ และมีเสพบ้างเพราะเครียด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังพ้นโทษ 10 ปี เพราะเครียด เหนื่อย เคยลองแล้วรู้ว่าเป็นยังไง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 166 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร ชอบช่วยเหลือ ให้กำลังใจคนอื่น ให้คำปรึกษา ช่วยคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่เวลาเราไม่มีก็ไม่ขอใคร เพราะกลัวผิดหวัง คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เมื่อก่อนใจร้อน ถ้าใครพูดอะไรขัดหูจะสวนกลับเลย มีใช้กำลังด้วย ยิ่งตอนเสพยาจะยิ่งใช้กำลังรุนแรงขึ้น แต่ตอนนี้ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพกฎ อย่างมาอยู่ที่นี่เคารพกฎทุกอย่าง แต่กดดันเรื่องเวลา แข่งกับเวลามากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนช้า ๆ ตอนนี้ต้องทำทุกอย่างให้เร็ว หลงตัวเองหรือไม่ ไม่เลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวย จะมองตัวเองให้ด้อยกว่าคนอื่นเพื่อผลักดันตัวเอง เราไม่มีอย่างคนอื่น ต้องทำเองให้ได้ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ตอนนี้ได้ ยิ่งมาอยู่ที่นี่ยิ่งมีความอดทนมากขึ้น เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย ชอบช่วยเหลือคนอื่น เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดต่อสามี เพราะถ้าไม่ไปบ้านผู้ชายคนนั้นก็จะไม่โดนจับ ที่ไปเพราะต้องการให้สามีมาง้อ รู้สึกผิดต่อแม่ เพราะบอกแม่ว่าจะไม่กลับไปยุ่งกับยาเสพติด แต่ก็กลับไปยุ่งอีก รู้สึกผิดต่อลูกสาวที่ไม่ได้เป็นแม่ที่ดีให้เค้า และไม่ได้อยู่ดูแลเค้า คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ไม่ธรรมดา ยิ่งทำผิดแบบนี้ผิดมหันต์จึงต้องมาอยู่ที่นี่


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 167 คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ เพราะผิดพลาดมาแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้จะจมปลักทำไม ไม่ได้อะไร แถมยังสร้าง ความทุกข์เปล่าๆ เจ็บปวดตัวเรา ผิดครั้งแรกเป็นครู แต่ผิดครั้งที่ 2 นี้พลาด คนเราต้องพลาดกันบ้าง เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ครั้งแรกโทษตัวเอง หลังๆ โทษสังคมมากกว่าเพราะสังคมไม่เปิดโอกาสให้เรา เราไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ ไม่มีใครรับ ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ อยู่ที่นี่ได้เรียนนวดและได้ใบรับรอง เมื่อออกไปแล้วตั้งใจจะไปนวดตามร้านเพื่อเก็บเงินทำธุรกิจ อยากค้าขาย อยากขายอะไรก็ได้ที่ลงทุนน้อยได้กำไรเยอะ ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ไม่อยากให้ใครมาด่า เชื่อมั่นว่าทำได้ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากใคร อยากได้กำลังใจมากกว่าเพราะเป็นแรงผลักดันให้เรา เราไม่เคยขอ ความช่วยเหลือจากใคร พ่อ แม่ พี่น้อง การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? สิ่งที่ทำให้กระทำผิดซ้ำ แรก ๆ คิดว่าเพราะสังคมที่ไม่เปิดโอกาสให้เราไปทำงาน หลังจากที่เข้ามาอยู่ที่นี่ รอบที่ 2 เรามองมุมกลับ เพราะคณะผู้บรรยายมาพูดให้เราฟังเรื่องโครงการคืนคนดีเข้าสังคม เมื่อก่อน ไม่รู้ว่ามีโครงการแบบนี้ การที่เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ความรู้เยอะมาก ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขตัวเอง ถึงแม้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราจะมียา เราต้องยับยั้งใจตัวเองให้ได้ เราจะไม่กลับไปยุ่งกับ ยาเสพติดอีกแล้ว เพราะมีแรงบันดาลใจ มีเป้าหมายที่จะทำให้ได้ จะลบคำดูถูกจากญาติพี่น้อง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 168 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด แก้ไขสังคม อยากให้สังคมเปิดโอกาส รองรับงานให้คนที่จะพ้นโทษออกไปให้เพียงพอ และมีความเชื่อมั่นว่า เค้าจะรับเรา เราจะมีงานทำ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ตัวเองมีแรงบันดาลใจอยู่แล้วว่าจะลบคำสบประมาทของคนรอบข้าง และสิ่งสำคัญคือ ทำเพื่อลูก เพื่อแม่ ไม่ให้เค้าเสียใจ ผิดหวังอีก หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ช่วยมาก อยากให้มีและพร้อมเต็ม 100% ที่จะเข้าร่วม มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้สังคมมีสถานที่ทำงานรองรับเยอะ ๆ กระจายทุกจังหวัด ให้เพียงพอกับคนที่จะออกไป เค้าจะได้ ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ชนัญชิดา ทุมมานนท์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สัมภาษณ์คุณแก้ม อายุ 36 ปี (ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือในเรือนจำ คือ ช่วยงานเจ้าหน้าที่ในด้านต่าง ๆ เช่น กฎระเบียบ โดยมีเครื่องแบบที่พิเศษออกไป คือ ใส่เสื้อโปโลสีขาว) คุณแก้มเล่าว่า ได้รับการต้องขังครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ด้วยความผิด คือ การจำหน่ายยาเสพติด (จริง ๆ แล้ว ไม่ได้จำหน่ายแต่เสพ โดยสาเหตุที่ได้รับโทษในคดีจำหน่ายเนื่องจากมียาเสพติดอยู่ในตัวมาก) ถูกจับกุม เมื่อปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา (ต้องขังครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2550 ด้วยคดีการเสพยาเสพติด ได้รับโทษ 3 ปี 6 เดือน) พื้นเพจริง ๆ ของคุณแก้มเป็นคนกทม. อาศัยอยู่ย่านพระประแดงกับพ่อแม่ ต่อมาพ่อเสีย แม่เลยพาคุณแก้ม กลับไปบ้านที่อยุธยา และแม่แต่งงานใหม่ สภาพแวดล้อมโดยรอบบ้านของคุณแก้มเป็นบริษัทขนส่ง รู้จัก ยาเสพติดครั้งแรกจากสังคมตรงนั้น เพราะพนักงานขับรถจะเล่นยาบ้า (ตอนนั้น อายุ 14 ปี) คุณแก้มบอกว่า ช่วงเวลานั้นไม่รักแม่เลยและโทษสังคมที่ทำให้วิถีชีวิตต่าง ๆ ของตนเปลี่ยนแปลงไป ต้องออกจากโรงเรียน


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 169 ไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.1 จึงพยายามดิ้นรนให้ตนเองได้เรียน กศน. โดยการทำงานเป็นเสมียนที่บริษัทแห่งหนึ่ง และเริ่มเสพยาเสพติดครั้งแรกเพราะช่วยให้ไม่หลับและมีแรงทำงาน เมื่ออายุ 15 ปี มีแฟนคนแรก แฟนเป็น คนขายยาเสพติด ในช่วงแรกคุณแก้มยังไม่ขายยาเสพติดแต่เมื่อมีลูกทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงเริ่มหันมาขาย ยาเสพติดด้วย ภายหลังเลิกกับแฟนเพราะถูกแฟนทำร้ายร่างกายจนทนไม่ไหว และมีแฟนใหม่ ในช่วงนั้น ร่วมกันลักทรัพย์กับแฟนจึงถูกจับกุม ติดคุกอยู่ 2 ปี จึงต่อสู้คดีชนะ เมื่อได้ออกจากคุก คุณแก้มบอกว่า รับรู้ ได้ว่าทุกคนมองตนเองเปลี่ยนไป ตัวคุณแก้มเองก็ไม่อยากกลับไปทำงานเป็นเสมียนแบบเดิมอีกแล้ว และได้ งานใหม่ที่โรงงาน จึงกลับไปเสพและขายยาเสพติดอีกครั้ง โดยครั้งนี้ขายจริงจังเป็นอาชีพ และถูกจับกุม ได้รับโทษ 3 ปี 6 เดือน ได้รับการปล่อยตัวตอนอายุประมาณ 28-29 ปี คุณแก้มเล่าว่า ตอนออกจากคุกมี ความคิดอยากเป็นคนดี แต่เมื่อต้องกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ เพื่อนกลุ่มเดิม ๆ ประกอบกับไม่มี ใครจ้างทำงาน การทำงานสุจริตมีขั้นตอนยุ่งยาก ต้องมีคนรับรอง ฯลฯ ทำให้หันเข้าสู่วงจรการเสพและขาย ยาเสพติดเหมือนเดิม แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณแก้มเลิกเสพและขายยาเสพติดได้คือ ตนเองท้องและกลัว การคลอดลูกในคุกมาก ในช่วงนั้น คุณแก้มและแฟนอาศัยอยู่ได้ด้วยเงินกู้ แต่ด้วยความยากจนเพราะไม่ได้ ขายยาแล้วและมีลูก ทำให้แฟนทนไม่ได้และเลิกรากันไป คุณแก้ม พาลูกกลับมาอยู่ที่อยุธยา เริ่มต้น การทำงานที่โรงงานใหม่แต่เงินเดือนไม่พอใช้ เลยเปลี่ยนอาชีพไปทำงานกลางคืนและขายบริการทางเพศที่ สีลม พัทยา จนสุดท้ายได้งานต่างประเทศที่สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย (บาหลี) และบาร์เรน ช่วงที่อยู่ ต่างประเทศไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเลย แต่เมื่อได้กลับมาพักที่ประเทศไทยก่อนกลับไปทำงานต่อ ก็มักจะนึกถึงยาเสพติด อยากเสพ ก็จะกลับไปหาเพื่อนเก่า ๆ และซื้อยาเสพติดมาเสพใ นป ริมาณมาก เพราะคิดว่าคงจะไม่เป็นไร ขำ ๆ เพราะไม่ได้ติดเหมือนแต่ก่อน จนครั้งล่าสุดกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559 ก็ถูกจับกุมด้วยคดีการจำหน่ายยาเสพติด (ไม่ได้จำหน่ายแต่เสพ และมียาเสพติด ในตัวปริมาณมาก คือ 9 จี) ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2559 โดยได้รับโทษเป็นระยะเวลา 10 ปี เมื่อติดคุก ส่งผลกระทบมากกับลูกเพราะต้องออกจากโรงเรียน 2 ภาษา และมาเรียนโรงเรียนวัด ที่ผ่านมา คุณแม่ของคุณแก้มมาเยี่ยมบ้างและพาลูกสาวของตนมาด้วย เลยบอกคุณแม่ว่าไม่ต้องมาเยี่ยมอีกแล้ว เพราะไม่อยากให้ลูกเห็นตนเองในสภาพแบบนี้ และให้เขารับรู้ว่าตนเองยังทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ประโยคที่ได้จากคำบอกเล่า “คนที่ขายยา ถ้าไม่เสพจะไม่ขาย เพราะถ้าไม่เสพเงินก็เหลือ แต่พอเสพแล้วเงินไม่พอ” “สภาพแวดล้อมที่อยู่ มียาทุกหลัง ต่อให้เป็นคนดีก็ไม่น่ารอด”


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 170 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด คำตอบจากข้อ 1.1 คือ อายุ 14 ปี ยาเสพติดที่เสพคือยาบ้า เพราะช่วยให้ไม่หลับและมีแรงทำงาน และสภาพแวดล้อมที่อยู่เป็นบริษัทขนส่ง ทุกบ้านมียาเสพติด ส่วนการติดยาเสพติดและถูกจับกุมครั้งล่าสุด คือยาไอซ์เพราะประมาท คิดว่าไม่เป็นไร ขำ ๆ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) คำตอบจากข้อ 1.1 คือ กระทำผิดซ้ำ ครั้งแรกโดนจับคดีลักทรัพย์ (แต่ชนะคดี) ต่อมา โดนจับในคดี การจำหน่ายยาเสพติด ได้รับโทษ 3 ปี 6 เดือน และครั้งล่าสุดโดนจับในคดีการจำหน่ายยาเสพติด ได้รับโทษ 10 ปี ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก คำตอบจากข้อ 1.1 หลังจากพ้นโทษในคดีการจำหน่ายยาเสพติด ถึงแม้ว่าจะมีความคิดว่าอย ากกลับตัว เป็นคนดี แต่เมื่อต้องกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ เพื่อนกลุ่มเดิม ๆ ประกอบกับไม่มีใครจ้างทำงาน การทำงานสุจริตมีขั้นตอนยุ่งยาก ต้องมีคนรับรอง ฯลฯ ทำให้หันเข้าสู่วงจรการเสพและขายย าเสพติด เหมือนเดิม บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร สมัยก่อน เมื่อตอนเด็ก ๆ ตอนวัยรุ่น คุณแก้มบอกว่าเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง เอาตัวเองเป็นหลัก ตนเองต้อง เป็นใหญ่ กล้าได้กล้าเสีย ชอบความเสี่ยง เช่น ชอบขับรถเร็วคือ ไม่ต่ำกว่า 160-180 กม./ชม. แต่จุดที่ทำให้ เปลี่ยนไปคือ การมีลูก จากคนที่เคยกล้าได้กล้าเสียกลายเป็นคนขี้กลัว กลัวทุกอย่าง การมีลูกจึงช่วยให้ ตนเองสามารถหันหลังให้กับยาเสพติดได้ แต่สุดท้ายที่กลับมาโดนจับกุมในคดียาเสพติดอีกครั้ง คุณแก้ม ให้เหตุผลว่า “เพราะใจไม่เข้มแข็งพอ คิดว่าไม่เป็นไรไง” และคิดว่าตนเองรู้วิธีการของตำรว จว่ามีวิธี การจับกุมและล่อซื้ออย่างไร แต่ตอนครั้งนั้น “ซวย” เพราะเพื่อนของเพื่อนเป็นสายให้ตำรวจ โดยเหตุการณ์ วันที่ถูกจับกุม คือ คุณแก้มไปซื้อยาไอซ์ที่บ้านของเพื่อน และมีเพื่อนของเพื่อนที่เป็นสายตำรวจนั่งอยู่ด้วย เมื่อเดินออกมาก็ถูกจับกุมเลย ตอนที่รู้ตัวแน่ ๆ ว่าถูกจับกุมแล้ว คิดเพียงแต่ว่า “กูทำอะไรลงไป” “กูทำ อะไรกับแม่” “ทำอะไรกับลูก” คุณแก้มบอกว่าตอนนั้นไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย เห็นแต่หน้าแม่ และหน้าลูก ของตนเอง นอกจากนั้น คุณแก้มบอกว่าตนเองเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนพูดจริงทำจริง และอดทนอดกลั้น ไม่ชอบ ตอบโต้ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องหรือเกิดปัญหาต่าง ๆ


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 171 คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ที่ผ่านมาโดยเฉพาะตอนเด็ก ๆ และตอนวัยรุ่นเป็นคนใจร้อนมากและไม่เคยโทษตัวเองเลย จะโทษสังคม โทษแม่ โทษคนอื่น แต่ปัจจุบันนิสัยตนเองเริ่มเปลี่ยนไป คือ เริ่มย้อนกลับมามองที่ตนเองก่อ น มองที่ พฤติกรรมหรือการกระทำของตนเอง โดยสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนไปคือ ลูก เคารพกฎระเบียบหรือไม่ คุณแก้มบอกว่าไม่เคยกลัวก็ระเบียบ แต่ก็ไม่เคยแหกกฎระเบียบ เช่น เรียนหนังสือก็ไม่เคยโดดเรียนหรือ หนีเรียน และไม่ใช่คนที่หนีปัญหาอะไร กล้าเผชิญหน้า และพูดจริงทำจริง หลงตัวเองหรือไม่ มีบ้างที่คิดว่าตนเองแน่ว่าใคร ๆ เช่น ความกล้าที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศ และไม่เคยกลัวการเริ่มต้นใหม่ โดยคิดเสมอว่า เมื่อคนอื่นทำได้ตนเองก็ต้องทำได้เช่นกัน คือ คนเราทุกคนสามารถยืนด้วยขาของตนเองได้ คุณแก้มบอกว่า ความคิดเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะว่าตนเองเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี อีกประการหนึ่งที่คุณแก้มเห็นว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น ๆ คือ การดูแลพ่อแม่ พ่อแม่ต้องมาก่อน ซึ่งลักษณะ เช่นนี้ แตกต่างจากคนอื่น ๆ ในละแวกบ้านของคุณแก้ม ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ เป็นคนที่ควบคุมตนเองได้และดีมากด้วย โดยบอกว่าตั้งแต่อยู่ในคุกมาไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะกับใครเลย คุณแก้มเล่าว่า เหตุการณ์ที่ตนเองเคยหลุด ควบคุมตนเองไม่ได้คือ การใช้คำพูดรุนแรงกับแฟน (ที่มีลูก ด้วยกัน) เพราะแฟนไม่ยอมเลิกเสพยาเสพติด ในขณะที่คุณแก้มเลิกเสพและเลิกขายยาเสพติดแล้ว และแฟน ของคุณแก้มมีผู้หญิงอื่น โดยคำพูดรุนแรงที่ใช้คือ “ตอนมาก็มาแต่ตัวใช่ป่ะ ไปก็ไปแต่ตัว” และตบหน้าแฟน ส่วนเหตุการณ์ที่ภูมิใจที่สุด คือ ตนเองสามารถควบคุมตนเองได้เป็นอย่างดี มีเหตุการณ์ที่แม่ชอบเอาเรื่อง ของคุณแก้มไปเล่าให้เพื่อนบ้านและคนอื่น ๆ ฟัง เช่น คุณแก้มมีแฟนตั้งแต่ยังเด็ก แล้วพ่อเลี้ยง (แฟนใหม่ ของแม่) ต่อว่าด่าทอคุณแก้มต่อหน้าคนหลาย ๆ คน คุณแก้มเองรู้สึกโกรธและอับอาย แต่ก็อดกลั้น ซึ่งตอนนั้นคุณแก้มบอกว่าก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทนได้ขนาดนี้ ในครั้งนั้นคุณแก้มหันกลับไปพูดกับแม่ดี ๆ ว่า “ทำไมแม่ถึงเอาเรื่องพวกนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟัง คนอื่นไม่มีใครรักและหวังดีกับเราเท่ากับคนในครอบครัว เห็นมั้ยว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร”


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 172 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ เป็นคนใจดำ คือ ถ้าไม่คือไม่ เคยชนิดที่ว่าใครจะตายก็ปล่อยให้ตายไปต่อหน้า เช่น เหตุการณ์ที่ถูกแฟน คนแรกทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาอดทนมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงวันที่ไม่ทนแล้วคือเดินออกจากบ้านโดยไม่พูด อะไร ไปแจ้งความที่โรงพักและบอกตำรวจว่า “ถ้าเป็นอะไรไปช่วงนี้ก็มันเนี่ยแหละที่เป็นคนท ำ” และ อีกหนึ่งเหตุการณ์คือ แฟนคนที่ทำร้ายร่างกายบ่อย ๆ โดนคู่อริซ้อม นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ตนเองเห็น เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็เดินผ่านไปโดยไม่ช่วยเหลืออะไร “ก็ตั้งใจจะให้มันเห็นนะว่า พี่เห็นมัน มันก็มอง” คือคำบอกเล่าของคุณแก้ม เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิด โดยเฉพาะการติดคุกครั้งที่ 2 และเป็นความรู้สึกผิดต่อลูกมากที่สุด ถ้าตนเองสามารถย้อนเวลา กลับไปได้คงไม่เสพยาเสพติด และเมื่อได้ออกจากคุกครั้งนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก เพราะคุณแก้ม อยากใช้เวลากับลูก อยากเห็นเขาเติบโต อยากดูแลเขา อยากอยู่กับเขาในช่วงเวลาสำคัญ ๆ ของชีวิต เช่น มีประจำเดือนครั้งแรก คือ อยากเติมเต็มให้ลูกในส่วนที่ตนเองเคยขาดไปตอนเด็ก ๆ เนื่องจากพ่อเสียชีวิต แต่สำหรับลูกคนนี้เขาขาดทั้งพ่อและแม่ต้องอยู่กับยาย แต่ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ออกไปเมื่อไร ถ้าติดคุกเต็ม 10 ปี ก็หมายความว่าเขาคงโตเป็นสาวแล้ว และก็อาจจะมีชีวิตที่ไม่แตกต่างจากตนเองคือ มีแฟนและเสพ ยาเสพติด ทุกวันนี้ได้แต่ถามตนเองว่าทำไม่จิตใจถึงไม่เข้มแข็งพอ ทำไมถึงประมาท แต่ก็ยอมรับว่าเป็นที่ตนเองไม่ดีเอง และทำสิ่งที่ผิดพลาด ประโยคที่ได้จากคำบอกเล่า “ไม่มีใครเค้าเชิญแกเข้ามาอยู่” คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ “โอ้โห ทั้งเสพทั้งขาย ไม่ใช่เรื่องธรรมดามั้ง” คือประโยคแรกที่คุณแก้มพูดและขยายความว่า “จะมาอ้างว่า ไม่มีไรทำแล้วมาขายยาไม่ได้” การมาขายยาเสพติดเป็นเรื่องที่คนคิดไม่ได้เขาทำกัน ทำให้ทุกวันนี้ก็ยังคง โทษตัวเองอยู่ คือ กล่าวโทษตัวเองว่าทำไมถึงทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รู้ว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดีก็ยังเลือกทำ สิ่งที่ไม่ดีเพราะความประมาทของตนเอง อย่างไรก็ตาม คุณแก้มไม่ได้มองว่าตนเองเลว


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 173 คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ 1,000% เพราะคุณแก้มเคยเริ่มต้นใหม่มาแล้ว คือ การไปทำงานกลางคืนและขายบริการทางเพศ โดยให้ เหตุผลกับตนเองว่ายังดีกว่าการขายยาเสพติด รวมทั้งอยากหาเงินก้อนมาตั้งตัวด้วย คุณแก้มบอกว่า ถ้าได้ออกจากคุกครั้งนี้ก็จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ถ้าออกจากคุกได้เร็วก็จะกลับไปประกอบ อาชีพเดิม คือ ทำงานกลางคืนและขายบริการทางเพศที่ต่างประเทศ เพราะยังมีแม่และลูกที่ต้องดูแล แต่ถ้าหากติดคุก 10 ปีเต็ม เวลานั้นคงอายุ 46 ปี แม่คงเสียชีวิตแล้ว และลูกคงโตเป็นสาวไม่ต้องรับผิดชอบ ชีวิตลูกมาก ก็คงกลับไปหางานทำที่อยุธยา เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ จะมองที่ตัวเองมากกว่า มองตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก และตอบตัวเองว่าความผิดที่เกิดขึ้นเป็นมาจากตนเอง หรือไม่ แต่ไม่ใช่คนที่คิดซ้ำไปซ้ำมา เพราะคุณแก้มให้เหตุผลว่าคนเราต้องรู้จักแก้ไขปัญหา ประโยคที่ได้จากคำบอกเล่า “ทุกเรื่องที่เกิดในชีวิตจะมองย้อนที่ตัวเองก่อนเพราะเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ เปลี่ยนที่ตัวเองได้” ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ เชื่อมั่นมากว่าจะทำได้ โดยคุณแก้มวางแผนไว้ 2 แนวทาง คือ ไปต่างประเทศ (ในกรณีที่ออกจากคุกได้เร็ว) เพราะตนเองยังมีเพื่อนที่ติดต่อกันได้ทั้งที่พัทยาและ ที่ต่างประเทศ แต่ในกรณีที่ไปต่างประเทศไม่ได้แล้วเนื่องจากมีประวัติอาชญากรรม ก็จะหางานลักษณะนี้ ในประเทศไทย เช่น การไปทำงานโรงแรมก่อน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ กลับบ้านที่อยุธยา (ในกรณีที่ออกจากคุกช้า) เพราะบ้านที่อยุธยาเป็นทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นหมู่บ้านและ หน้าหมู่บ้านมีตลาดนัดจึงสามารถเป็นที่ทางให้ทำมาหากินได้ โดยตนเองคงกลับไปทำอาหารขายเพราะชอบ และทำอาหารอร่อย และที่ผ่านมาก็เคยเลี้ยงกุ้งที่บ้านมาแล้ว ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร และที่ผ่านมาก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือใคร


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 174 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? คุณแก้มบอกว่า ขอแยกการตอบเป็น 2 แบบ คือ การเข้าคุกครั้งแรก และการเข้าคุกครั้งที่ 2 การเข้าคุกครั้งแรก คุณแก้มโทษสังคมว่าเป็นเพราะสังคมรอบตัวที่ทำให้ตนเองต้องมาติดคุก ทั้งจาก ครอบครัว สภาพแวดล้อม เพื่อน และแฟน การเข้าคุกครั้งปัจจุบัน คุณแก้มโทษตัวเองว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น โดยสาเหตุที่ทำให้เปลี่ยนไปจากการโทษสังคมมาเป็นการโทษตัวเองคือ ประสบการณ์ โดยเฉพาะ ประสบการณ์จากการติดคุกครั้งแรก คุณแก้มบอกว่า “ถ้ากูทนพ่อแม่ได้เหมือนที่ทนผู้คุมได้ ชีวิตกูคงดีกว่านี้ เยอะเลย” และเพิ่มเติมว่า คุกมีส่วนอย่างมากที่ทำให้คุณแก้มใจเย็นลง ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขตนเอง เพราะคุณแก้มบอกว่าไม่มีทางแก้ไขสังคมได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าให้คิดแบบเพ้อฝัน คุณแก้ม อยากให้แก้ไขที่สังคม โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต้องรุนแรงและจริงจังกว่านี้ โดยให้เหตุผล เพิ่มเติมว่า ถ้าเด็กอายุ 14 ไม่ติดยาเสพติด ตอนอายุ 20 ปี เขาก็จะไม่ติดยาเสพติด คุณแก้มอยากให้มีการแก้ไขด้านสถาบันครอบครัวและการเลี้ยงดูลูกด้วย เพราะถ้าเด็ก ๆ ได้รับการศึกษา ไม่มากนักก็จะไม่มีโอกาสได้อยู่ในสังคมดีๆ นอกจากนั้น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นอีก หนึ่งประเด็นที่คุณแก้มอยากให้มีการแก้ไข โดยขยายความว่า เด็กที่เห็นพ่อแม่ตีกันหรือทำร้ายร่างกายกัน เด็กคนนั้นไม่มีความสุข เกิดความเครียด และความเศร้า ประกอบกับการไม่มีวุฒิภาวะที่เพียงพอจึงเป็น สาเหตุที่ทำให้เด็กไม่อยากอยู่บ้านและหลบไปบ้านเพื่อน โดยไม่รู้ว่าบ้านเพื่อนมีอะไรรออยู่ เราก็มักจะ รู้สึกว่าพ่อแม่เพื่อนดีกับเราจังเลย โดยที่ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นความหวังดีประสงค์ร้าย คุณแก้มเองก็ ประสบกับเหตุการณ์คล้าย ๆ เหตุการณ์นี้คือ ออกจากบ้านแม่ไปอยู่กับแฟน ช่วงแรก ๆ แฟนก็ปฏิบัติดูแล คุณแก้มอย่างดีเพื่อให้คุณแก้มมาเสพยาและขายยาเสพติดด้วยกัน ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสิ่งเดียวเลยคือ ลูก ทุกอย่างคือลูก ที่ผ่านมาไม่เคยเลิกเสพยาเสพติดได้เลย แต่บุคคลที่ ทำให้เลิกเสพยาเสพติดได้คือ ลูก


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 175 หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย เข้าร่วมแน่นอน เพราะบางครั้งเองคุณแก้มก็เคยสงสัยว่าตนเองเป็นโรคจิตหรือไม่ เพราะเคยเลิก เสพ ยาเสพติดได้แล้ว ทำไมถึงกลับมาเสพยาเสพติดอีก ทั้งๆ ที่ตอนที่ทำงานอยู่ต่างประเทศก็ไม่ได้เสพยาเสพติด และไม่ได้รู้สึกต้องการด้วย แต่พอกลับมาพักที่ประเทศไทยจะคิดถึงยาเสพติด อยากกลับไปเสพ และต้อง เสพทุกครั้งที่กลับมาประเทศไทย คุณแก้มบอกว่าเป็นที่ตัวของตนเองที่เดินกลับเข้าไปหาย าเสพติดเอง จนถูกจับกุม อย่างไรก็ตาม คุณแก้มไม่ทราบว่า ตนเองอยากหรือควรได้รับการพัฒนาในด้านใด มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ คุณแก้มกล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหายาเสพติดเริ่มต้นที่การเสพ ถึงแม้ว่าทุกคนจะบอกว่าที่ตนเองเสพยาเสพติด เพราะปัญหาต่างๆ ที่แตกต่างกัน แต่คุณแก้มเชื่อว่าสาเหตุที่แท้จริงคือ “ความเข้มแข็งของจิตใจ” และกล่าวว่า “ถ้าเป็นไปได้คือ ไม่ต้องรู้จักยาเสพติดเลย” ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ดวงพร กิตติสุนทร ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ตำรวจล่อซื้อยาจากพี่สะใภ้ พี่สะใภ้โดนจับ แต่เราคิดว่าเรารับผิดคนเดียวดีกว่าเพราะพี่สะใภ้กับพี่ช าย เค้ามีลูก เราไม่อยากให้เค้าต้องลำบาก แล้วเราก็รู้ว่าอยู่คุกมันเป็นยังไง ในขณะที่พวกเค้าไม่เคย เค้าไม่รู้ คือถ้าพี่โดนจับ พี่ชายต้องติดคุกนี้และคุกทหารด้วย แล้วเราเองก็เป็นเจ้าของยา เราไม่มีอะไรที่จะต้อง รับผิดชอบ มันก็ต้องเป็นเรา เราเลยบอกว่านี่คือยาของเรา เราไม่ได้มีภาระอะไร ตัวคนเดียว คือเรากับพี่ชาย พี่สะใภ้ก็ทำงานด้วยกันมาตลอด บางทีก็เป็นยาทางพี่สะใภ้ บางทีก็เป็นยาทางเรา แต่รอบนี้มันเป็นของเราไง แล้วเราก็ไม่อยากให้พวกเค้าลำบาก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด ครั้งแรกตอนอายุ 15 ตอนนี้ก็ 30 แล้ว อย่างแรกที่เสพก็คือยาบ้า ต่อมากัญชา ช่วงหลังก็เล่นไอซ์แล้วก็เค ที่เราเสพก็เพราะเพื่อนชวน คือเราคิดว่าเราเป็นคนขาดความอบอุ่น ตอนเด็ก ๆ เราอยู่กับลุง ไม่ได้อยู่กับ พ่อแม่ แล้วเราเห็นเด็กวัยรุ่นแถวบ้านลุงเสพยากันมาตลอด เรารู้สึกว่าเค้ามีเพื่อนเยอะ ดูเป็นกลุ่มเป็นก้อน เราคิดไว้ว่าเราอยากจะทำแบบนั้นให้ได้ในสักวันนึง คืออยากมีความรักความอบอุ่นแบบนั้น พอเป็นวัยรุ่น เพื่อนก็ชวน แต่เราก็รู้ว่ามันไม่ดีนะ ตอนนั้นอะ กลัวจะโดนจับด้วยเลยไม่ลองดีกว่า แต่พอไป ๆ มา ๆ เราก็เห็นว่าเพื่อนก็เสพตลอดแล้วไม่โดนอะไร แล้วคือเราไม่ใช่พวกที่เรียนเก่ง หรือแต่งตัวหาแฟน เรามีแต่


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 176 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เพื่อนกลุ่มนี้ พอเราไม่ทำไม่เสพ เราก็ไม่ได้มีอะไรทำร่วมกัน คุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่าเราหากลุ่มอยู่ด้วย ไม่ได้ แล้วเราต้องการตรงนั้น เราต้องการความรัก ความเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องอวดอะไรกัน มันก็มีแค่กลุ่มนี้ที่เราไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องแข่ง อยู่แบบสบาย ๆ เข้ากันดีแล้วพอเห็นว่าปีนึงแล้วเพื่อน ไม่โดนอะไร เราเลยตัดสินใจว่าเสพด้วยก็ได้ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว รอบที่ 5 นี่เราติดกับแฟน พอออกจากคุกรอบก่อนเราก็เสพยาเลย เพราะยามัน หาได้เลย ง่ายมาก เด็กแถวบ้านมีของ วันเดียวก็มีของมาปล่อยเลย คือก่อนหน้านี้เราก็เคยทำงานขายของ มาก่อน แต่ก็ขายยาไปด้วย รอบที่ติดคุก 1-4 นี่คือเราทำงานกับเจ้านาย ขายของให้เค้า อยู่กับเค้าเลย แต่พอตอนหลังเราย้ายมาอยู่กับแฟน อยู่มาปีกว่าก็ติดคุกรอบที่5 ที่บ้านแฟนก็มีพ่อเลี้ยง มีหลาน แล้วก็ยาย ทุกครั้งที่ติดคุก เราไม่เคยบอกให้แม่รู้ เค้ารู้ตอนที่เราออกจากคุกไปแล้ว คืออยากให้เค้าคิดซะว่า เราไป ทำงานกับแฟนที่ต่างจังหวัด เราไม่อยากให้เค้ารู้ไงเพราะแม่เราไม่เคยทำแบบแม่คนอื่นเลย เค้าไม่เคยว่า ไม่เคยด่าหรือขอร้องให้เราเลิก เค้าให้เราคิดเองว่าสิ่งที่ทำไปมันถูกหรือผิด แล้วยิ่งเค้าเป็นแบบนี้ เรายิ่งรู้สึก เกรงใจ เรารู้ตัวเราว่าเราไม่อยากทำให้เค้าเสียใจเลย แม่เคยเสียใจเพราะพี่ชายมาแล้ว ก็ไม่อยากให้เค้า เสียใจเพราะเรา เค้าเป็นทุกอย่างของเรา ในครั้งที่ 5 ที่ติดไป 2 เดือน แล้วออกไปเราก็เสพทันทีเลยหลังออก คือเรารู้สึกว่าเราเริ่มต้นไม่ถูก คนอื่น ก็ชวน น้องก็อยากให้เราเสพยาไอซ์ แล้วเราไม่รู้ว่าจะต้องไปเริ่มงานอื่นยังไง ทำงานดีๆ ยังไง เพราะพื้นฐาน เรามันก็ไม่ได้มีเหมือนคนอื่น ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร (เงียบ) อ่อนแอ คือเรารู้สึกว่าเราอ่อนแอ ขาดความอบอุ่น เราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เหมือนคนอื่น เราอยู่กับลุง เราพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้คนที่รักเราอยู่กับเรา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด คือพยายามทำให้คนรอบข้าง รักเรา คือเราเคยทำในสิ่งที่ดี เคยมีช่วงที่เลิกยาใหม่ ๆ ที่เลิกได้เป็นปีๆ ขนาดว่าเราเห็นพี่สะใภ้นั่งเล่น เรายังไม่เข้าไปยุ่ง ทำแต่งาน ช่วงนั้นทำงานหนักมาก แต่คนรอบข้าง เพื่อนเรา ไม่มีใครเชื่อว่าเราเลิกได้นะ คือเรารู้สึกว่าเราสงสารตัวเอง กลัวตำรวจ ขายยาได้เงินเยอะก็จริง แต่เราก็ต้องเอาเงินไว้ประกันตัวเรา เราไม่ได้ใช้ชีวิตปกติ หลบซ่อนตลอดเวลา เรารู้สึกว่าเป็นชีวิตที่ไม่มีตัวตนเลย เราเหนื่อยมาก ตอ นนั้น


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 177 อยากพัก เราหนีตลอด ไม่ได้เจอแม่เลย แต่พอเราทำดีมันไม่ได้ดี ไม่มีใครเชื่อว่าเราเลิกได้ แล้วแฟนก็ไปมี ผู้หญิงคนอื่น เราเลยคิดว่าชีวิตนี้เราจะทำดีไปเพื่ออะไร มันไม่มีอะไรดี สิ่งที่ทำดีแต่ผลที่ได้รับมันตรงข้าม ทีนี้เราเลยประชดชีวิต คือพอทำแบบนี้ถามว่าได้มีตัวตนขึ้นมั้ย คนเสพยายังไงก็ถูกมองว่าไม่ดี เป็นคนเลว ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน คือเรามีแผลอยู่แล้ว ขยับนิดเดียวก็ถูกเพ่งเล็ง คนที่รับเราได้ก็มีแต่มันน้อย พอทีนี้มันก็ บั่นทอนนะเพราะทำเต็มที่แล้ว คนใกล้ตัวนี่สำคัญเลยนะ คือเค้าไม่เชื่อ เราก็หมดกำลังใจ อย่างเพื่อนเรา พ่อเรา เค้าไม่เชื่อหรอกว่าเราจะเป็นคนดีได้ คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ไม่เลย เราไม่ได้เป็นคนใจร้อน เพราะคิดเยอะมากก่อนที่จะทำอะไร ไม่คุ้มเราก็จะไม่ทำเลย เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เวลาอยู่ในสังคม ในโรงเรียน สังคมปกติมันก็มีกฎระเบียบแหละซึ่งเราก็ทำตาม มันก็จะมีเรื่องนี้แหละ เรื่องยาที่เราแหกกฎจากโลกข้างนอก หมายถึงว่านอกคุก อีกโลกของเรามันคือโลกในนี้ ในเรือนจำน่ะ มันก็จะมีที่คุณเค้าไม่ให้เราตัดผมแบบผู้ชาย แต่เราก็ตัดผมให้เพื่อนนะถ้าเพื่อนขอ หลงตัวเองหรือไม่ เราไม่หลงตัวเองอะ เราชอบอยู่กับตัวเอง โดนจับนี่ก็ไม่บอกแม่เลย พอพ้นโทษโน่นถึงจะบอกว่าไปอยู่ไหนมา คือแม่เป็นสิ่งเดียวของเรา เป็นกำลังใจเดียวของเรา เรายอมลำบากดีกว่าแม่ลำบาก หมายถึงแม่ไม่สบายใจ คือในนี้เราอยู่ได้ เราสบายดี เราโอเค ก็ไม่อยากให้แม่คิดว่าจะเป็นยังไงในนี้ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ คือเวลาที่เราโมโห เราจะเดินหนีก่อนเลย รู้แล้วว่าอารมณ์ตัวเองไม่โอเค ก็จะแยกแล้วไปอยู่คนเดียวเพราะ ถ้าใครมาเซ้าซี้ก็อาจจะมีเรื่องกัน แต่เราแยกไปคนเดียวนี่ยังได้ทำอะไร ยังได้คิดได้อะไร แล้วมันก็จะดีขึ้น เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่ เราไม่ใช่คนแบบนั้น คำนี้มันโหดร้ายมากเลยนะ แบบต้องไปฆ่าใครแบบนั้น เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น ผิด เรารู้สึกผิดนะ ไม่มีใครอยากทำสิ่งที่ไม่ดีแบบนี้หรอก ถ้าคนข้างนอกยอมรับเราบ้าง เราก็ไม่อยู่ แบบไร้ตัวตนแบบนี้หรอก คือพอตำรวจจับเรา เรามีเงินให้ เค้าก็มาจับเราเรื่อย ๆ แหละ เราก็มีให้ขอแสน ก็มี มันก็คุ้มที่จะแลก แต่ตำรวจก็จะมาอีกแหละ มาเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะเลิกยุ่งกับยา เราเองก็อยากได้


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 178 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การยอมรับจากสังคม อย่างงานเนี่ยพอมีประวัติติดคุกเค้าก็ไม่รับ คนนะเค้ามองที่ภายนอกมากกว่า ความสามารถ คนในคุกเก่ง ๆ มีเยอะนะ เราเองยังมองว่าบางทีคนในคุกเก่งกว่าอีก ทำได้ดีกว่าอีก ผิดแค่ เราติดคุกไง เป็นผู้ต้องขัง มันทำให้เราขาดโอกาส เราว่าขายยาไม่ได้ไปปล้นใครนะ ไม่ได้ฉ้อโกง ลักทรัพย์ คดีทั่วไปยังหางานได้ง่ายกว่าเสพยาอีก คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ เราคิดว่าใคร ๆ ก็สามารถทำผิดได้ทุกคน คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทุกคนแหละ คือต้องมีกำลังใจจากคนรอบข้าง และเราคิดว่าการยอมรับจากสังคม และโอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะที่จะทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ เราคิดนะ ว่าที่แม่ร้องไห้ก็เพราะเรา เราไม่อยากให้แม่เสียใจเพราะเรา ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ เราอยากดูแลแม่แล้ว รอบนี้ที่เรามาอยู่ตากับยายเสีย เราไม่ได้มีโอกาสได้ออกไป รอบก่อน ๆ ก็มีญาติๆ ที่เสีย เราก็อยู่ในนี้ อยู่นี่เหมือนกับไม่รู้อะไรเลย ไม่ได้ติดต่อใคร เราไม่รู้อะไรเลยนะ ถ้าไม่มีคนมาบอกเรา แล้วถ้ารอบหน้าเกิดเป็นแม่เราขึ้นมา เราจะทำยังไง (ร้องไห้) อย่างตอนนี้เราเรียนจบม.ปลายแล้ว กำลังเรียน ป.ตรี เกี่ยวกับการเกษตร เราพอมีที่ทางอยู่ก็จะไปเลี้ยงเป็ดไก่ ปลูกผัก หารายได้เลี้ยงแม่ ถ้าหากว่าให้ คะแนนเต็มสิบ สำหรับแผนนี้เราเชื่อว่าจะทำสำเร็จ 8 คะแนน เพราะเราอยากใช้เวลากับแม่แล้ว ไม่อยาก เสียเวลากับอย่างอื่นแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าหางานหาเงินทุนมาจากไหน เรารู้มาว่าเค้ามีศูนย์ที่เปิดให้คนที่ เคยติดคุกทำงาน ออกไปรอบนี้เรากะว่าจะโทรไปหาเค้า เพราะเค้าก็น่าจะเข้าใจเรา เค้าก็ไม่น่าจะดูถูกเรา น่าจะเปิดโอกาส ก็เก็บเล็กผสมน้อยไปน่าจะได้เป็นเงินทุน ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร คงจะเป็นเรื่องเงินทุน เพราะถ้ามีงานก็จะมีเงิน มันจะสานฝันงานด้านการเกษตรของเรา จะได้อยู่กับแม่ ได้เลี้ยงแม่


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 179 การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? คิดว่ามีส่วนทั้งคู่ ทั้งสังคมและตัวเอง อย่างสังคม คือ 1. สังคมดูถูกนะ คนติดคุกคือคนที่เลวไม่สามารถจะ เป็นคนดีได้อีกแล้ว จะพยายามแค่ไหนก็เถอะ ทำดียังไงไม่มีใครเชื่อหรอก 2. ไม่ให้โอกาส เค้าไม่มีโอกาสใน การทำงานที่มันดี ๆ บริษัทใหญ่ ๆ เค้าก็เช็คแล้ว เรามีประวัติ ไม่มีใครเค้าอยากให้ทำงานด้วย สุดท้าย เราก็ต้องกลับมาขาย กลับมาเสพ บางทีมันก็ท้อที่ทำดีแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็น ถ้าสำหรับตัวเองที่มีส่วนก็คือ คนมันเคยแล้ว งานที่ได้เงินง่ายมันไม่เหนื่อย คือถ้าไม่รู้จักพอยังไงก็กลับไป ถ้ารู้จักประมาณตัวเอง ไม่ใช้ เกินตัว ไม่โลภ ก็คงไม่กลับไป อีกอย่างพอแก่ตัว แก่แล้ว มันก็ไม่มีที่ไหนเค้ารับทำงาน คนที่ติดคุก ไม่มีใครเค้าเอาหรอก ใคร ๆ ก็ปฏิเสธ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ก็คงแก้ที่ตัวเอง มันง่ายกว่าที่จะแก้คนอื่นเค้า ครั้งนี้มันอิ่มตัวแล้ว เรารู้สึกว่า เข้า ๆ ออก ๆ จากคุกมา ทั้งชีวิตมันไม่มีอะไร มันเสียเวลา เราเอาเวลามาทิ้งในนี้ ขณะที่คนอื่น ๆเค้าไปถึงไหน เราไม่เคยรู้สึกเหนื่อย แบบนี้มาก่อนเลยนะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ อยู่นี่มันเป็นชีวิตที่ไร้ประโยชน์มาก เราคิดว่า อยู่ข้างนอกเราน่าจะได้ทำอะไรมากกว่านี้ แล้วเราอยากให้สังคมยอมรับเราเหมือนกันว่าเรามีความสามารถ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก อาชีพแหละ อยากมีอาชีพ เราอยากมีทุนแล้วไปทำเกษตร ไปอยู่กับแม่ อย่างที่บอกว่าเราจะไปลอง สมัครงานที่ศูนย์นั้นดู ก็ไม่รู้ว่าจะยังไงนะ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย เข้าแน่นอน คือ เรารู้สึกว่าจัดอะไรมาเราก็ยินดีร่วมหมด มันเหมือนเป็นกำลังใจให้เราด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่า เรามีตัวตนนะ มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ ก็คง...อยากขอบคุณ (น้ำตาคลอ) มันมีใครจะมาทำอะไรแบบนี้ให้เรา เรารู้สึกมาตลอดว่าเราแบบเป็นขยะ สังคม มีแต่คนรังเกียจ มีแต่คนอยากทอดทิ้ง เรายังรู้สึกว่ายังมีมูลนิธินะที่มองว่าเราเป็นคนดีได้ และรอที่จะ


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 180 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เห็นการเปลี่ยนแปลงของเรา เหมือนมันมีคนเห็นนะว่าเราเป็นคนที่มีคุณค่า มีคนอยากเห็นเราเป็นคนดี ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ มันเป็นกำลังใจให้เรา อะไรแบบนั้น ผู้สัมภาษณ์ : นฤมล อินทหมื่น/ผู้จดบันทึก : ดวงพร กิตติสุนทร ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ผู้ให้สัมภาษณ์เรียนจบมัธยมปลาย เคยโดนจับเรื่องเสพไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ได้รับการประกันตัวออกไป เหตุผลของการเข้ามาอยู่ในเรือนจำนี้เป็นครั้งแรก เนื่องมาจากวันเกิดเหตุเพื่อนของตนโดนตำรวจจับเรื่อง ยาเสพติด เพื่อนโทรเรียกออกไปและซัดทอดว่ายาบ้า 4 เม็ดนั้นเป็นของตน ทั้งที่ความจริงเป็นยาเพื่อ น เพราะโดยปกติทั่วไปไม่ขายยา จะมีไว้เสพเท่านั้น เวลาเสพก็จะเสพอยู่ในห้องที่บ้านตนเอง เพื่อนส่วนใหญ่ ที่คบก็จะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ด้านครอบครัว ปัจจุบันมีแม่ที่มีปัญหาสุขภาพ ทำอาชีพค้าขาย มีลูกสองคนอยู่ ม.3 และ ป.6 พ่อมีปัญหา สุขภาพ มีฟาร์มกุ้งอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้ทิ้งลูกให้อยู่กับแม่โดยไม่ให้ลูกมาเยี่ยมที่เรือนจำ บุคคลที่แวะเวียน มาเยี่ยมทุกอาทิตย์คือ สามีคนที่2 และแม่ของตน อาชีพก่อนมาอยู่ที่เรือนจำ คือ สายสืบในคดียาเสพติดและเดินเอกสารให้ทนายร่วมกับการเป็นนายหน้า ขายที่ดิน เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด ครั้งแรกที่ลองใช้เป็นช่วงวัยรุ่นประมาณม.5 ด้วยความที่พี่สาวขายยา เสพให้เห็น ชักชวนให้ลอง จากนั้น ก็เล่นมาตลอด ในครอบครัวมีตนกับพี่ที่เล่นยา ในชีวิตเคยใช้ยาเสพติดมา 2 ชนิด คือ ยาบ้ากับไอซ์ ยาไอซ์ ลองเล่นจากเพื่อนก่อนเข้ามาอยู่ที่เรือนจำประมาณ 2 เดือน ด้วยความอยากรู้อยากลอง กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) เคยโดนจับมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็กลับมาเล่นใหม่ ด้วยเหตุผลคือ เพื่อนและแหล่งที่อยู่อาศัยเดิม ๆ คนเดิม ๆ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เหตุผลที่กลับไปใช้ยาเนื่องจากอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม เพื่อนกลุ่มเดิม


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 181 บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร มองว่าตนเองเป็นคนตรงๆ คิดเห็นอย่างไรก็จะบอกตรงๆ ซึ่งอะไรที่ทำให้แม่และลูกสบายก็ยอมทำ พยายามทำทุกอย่างที่ตนทำได้ด้วยตัวเอง คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ก่อนมีลูกก็ใจร้อน แต่หลังจากมีลูกแล้วคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ให้ความเคารพกฎระเบียบ ก็ไม่ได้ทำร้ายใคร เสพก็เสพในบ้าน พอมาอยู่ในเรือนจำก็จะคอยถามเจ้าหน้าที่ หรือคนที่อยู่ก่อนว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ไม่อยากทำผิดกฎ อยากออกไปแล้ว หลงตัวเองหรือไม่ ก็มีบ้าง เนื่องจากคนอื่นมักชื่นชมตนเพราะตนเป็นคนนอบน้อม ใจดี เอื้อเฟื้อ ไปไหนใครก็รักอยากคุยด้วย ชอบช่วยเหลือคนอื่น ในเรือนจำนี้ก็มีเพื่อนเยอเพราะเป็นคนใจดี เป็นผู้ให้ ให้คนอื่นยืมเงินด้วย แต่เมื่อ ถามว่าสรุปแล้วคิดว่าตนเป็นพวกหลงตัวเองหรือไม่ ตอบว่าไม่ได้หลงตนเอง ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ คิดว่าตนสามารถควบคุมตนเองได้ อะไรคุมไม่ได้ก็ปล่อยวาง เช่น อดทนรอวันปล่อยตัว พยายามทำทุกวัน ให้ผ่านไปโดยไม่มีปัญหา ไม่อยากแหกกฎอะไรในเรือนจำ ทำงานตามที่เขามอบหมายมาให้ แม้ไปทวงเงิน เพื่อนที่ยืม เพื่อนโมโหใส่ก็เลือกที่จะไม่ทวงต่อ หรือแม้แต่ถูกเพื่อนหยิบชุดชั้นในไปใส่ เมื่อเห็นว่าไปอยู่ที่ ราวตากผ้าเพื่อนก็ไม่ได้ทักท้วง ก็ปล่อยไป ไม่ได้อยากได้คืน กลัวจะติดโรคผิวหนัง เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่คิดว่าตนเป็นคนใจดำ เพราะมองตนเองเป็นคนที่เอื้อเฟื้อชอบให้ อย่างเพื่อนโทรมามีปัญหาก็ยื่นมือไปช่วย ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องก็ให้ยืม เพื่อนบางคนติดคุกมาฝากลูกให้สามีตนเลี้ยง ตนก็ต้องยอม เลี้ยงดูอย่างดี อาจจะเป็นที่บุคลิกชอบช่วยเหลือนี้เอง เวลามีอะไรเกิดขึ้นเพื่อนจะขอความช่วยเหลือตลอด แต่จะรู้สึก หงุดหงิดบ้างกับคนที่มาอาศัยอยู่ด้วยแล้วไม่ตรงเวลา ไม่ทำตามกฎในบ้านของตน แต่ก็ไม่ถึงขั้นตวาดใส่ หรือลงไม้ลงมือ จะมีเพียงแค่บ่น ๆไม่เคยคิดปองร้ายใคร เพราะมองว่าถ้าคนนั้นยังอยู่กับตนไม่ได้ ก็คง อยู่กับคนอื่นลำบาก


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 182 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึก รู้สึกผิดมาก ยิ่งเวลาที่แม่ต้องถ่อมาเยี่ยมซึ่งก็ไกลบ้าน มาก็ลำบาก แม่ก็ป่วย ยิ่งทำให้ตนหดหู่ถึงกับ ร้องไห้บ่อยๆ พยายามบอกว่าเงินที่ตนให้ไปให้เก็บไว้ให้หมด เพราะตนไม่สามารถหาเงินได้เยอะเท่าแต่ก่อน ให้เก็บเป็นทุนการศึกษาลูก ตอนนี้เสาหลักครอบครัวก็คือแม่ ตนไม่ค่อยอยากขอความช่วยเหลือพ่อ ยิ่งรู้สึกผิดเมื่อเห็นแม่ไม่สบาย ลูกไม่สบาย แต่เราช่วยอะไรได้ไม่เต็มที่ แม้ตัวเองป่วยเนื่องจากเป็น โรคทางเดินหายใจก็คิดหนักมากเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่อยากจะเอาเงินมาใช้เยอะ คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ยังคงมองว่าตนเป็นคนที่เมตตาเป็นผู้ให้ เต็ม 10 ให้ตนเองประมาณ 9 อย่างกรณีชุดชั้นในหาย เพื่อนเอาไป ตนก็ยอมซื้อใหม่ ใครมายืมของอะไรก็ให้แม้ตนจะไม่มีชุดชั้นในใส่ก็ตามก็ไม่ได้ว่าเพื่อน หากเขายังไม่มีคืน มองว่าการทำผิดก็คือสิ่งผิด ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ เพราะฉะนั้นไม่ทำผิดดีกว่า ในเรือนจำก็เช่นกันก็จะ ใช้ชีวิตปกติเป็นกิจวัตร ทำงาน ทานข้าว อาบน้ำ เข้านอน คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ มองว่าคนที่คิดว่าเริ่มต้นใหม่ได้เสมอแบบนั้น เขาก็จะทำผิดตลอดแล้วก็เริ่มต้นใหม่เรื่อย ๆ ดังนั้น ไม่ทำผิด ดีกว่าอยู่แบบคนธรรมดาจะดีกว่า เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ เซ็นรับผิดยอมรับไปแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว ยินยอมเอง ไม่โทษตัวเอง ตั้งตารอเวลาอภัยโทษ วันปล่อยตัว ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ อยากเปิดร้านขายเบเกอรี่ เพราะตนมีประสบการณ์ด้านการทำขนมอยู่บ้าง เนื่องจากป้าเคยทำขาย ส่วนตอนอยู่ในเรือนจำตนได้ไปเลือกลงเรียนทำสบู่ แต่ถ้าออกไปก็เลือกหาทำเลในห้างเพื่อเป็นที่ขายขนม อยากอยู่ห่างจากสังคมละแวกบ้านบ้าง อยากขายขนม มีที่เป็นหลักแหล่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับทำเลการขายหรือ ลูกค้าด้วย ถ้าทำไปแล้วไม่ค่อยรุ่งคงกลับมาวิ่งงานทนายเหมือนเดิม


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 183 โดยความเป็นไปได้ในการสานฝันให้เป็นจริงอยู่ระดับ 8 เต็ม 10 เพราะก็พอมีต้นทุนอยู่บ้าง ไม่เกิน 6 เดือน คาดว่าจะทำได้สำเร็จ แต่ 2 คะแนนที่หายไปเพราะยังไม่รู้ว่าตอนนี้สังคมข้างนอกเป็นอย่างไรแล้ว แต่ใจ ตนเองแข็งแรงอยู่ พอมองเห็นแม่กับลูก ๆ ก็จะคอยบอกตัวเองว่าต้องทำให้ได้ หากเพื่อนละแวกบ้านชวนอีกจะกลับไปเสพอีกหรือไม่ ผู้ต้องขังตอบว่า ไม่อีกแล้ว อาจมีแวะเวียนไป หาเพื่อนบ้าง แต่จะต้องใจแข็งด้วยที่จะไม่กลับไปใช้ยาอีก เพราะก็เข้าใจว่าเขาเป็นเพื่อนเรา ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร เมื่อออกจากที่นี่หากทุนไม่พออาจจะต้องขอหยิบยืมจากพ่อ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ท่านเดือดร้อ น อีกทางคือ ไปกู้เงินจากธนาคาร พยายามไม่ไปยุ่งกับเงินเก็บส่วนของเงินการศึกษาลูก การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? มองว่าการกลับมาทำผิดซ้ำมาจากเรื่องเพื่อนฝูงกลุ่มเดิม ๆ ถ้ามีที่อยู่ใหม่ สังคมใหม่ คิดว่าคงเปลี่ยนให้ ไม่ทำผิดได้ อีกอย่างสังคมข้างนอกไม่ยอมรับพวกตน หางานทำไม่ได้ ตกงาน ไม่มีเงิน ไม่มีโอกาส ต่างกับ ที่อยู่ในเรือนจำตอนนี้ คนในสังคมด้านนอกมีแค่คนส่วนน้อยที่ยอมรับในตัวพวกตน ดังนั้น ถ้าข้างนอกยอมรับมีงานให้ทำ คนที่ กลับเข้ามาติดคุกอีกมันก็จะน้อยลง ส่วนใหญ่พ้นโทษกันออกไป ทุกคนก็จะพุ่งเป้าไปที่งานที่เปิดโอกาสให้ คนอย่างพวกตนทำได้ซึ่งก็เปิดรับไม่มาก สุดท้ายกลับไปอยู่สลัม ไม่มีงานทำ ก็กลับไปขายยาอีกครั้งเพื่อหา เงินมาใช้ในครอบครัว หากเป็นที่ตัวบุคคลมองว่าคนที่กลับมาติดคุกหรือถูกจับบ่อยๆ น่าจะมาจากการที่มีบุคลิกหัวอ่อน กลับมา อยู่สังคมเดิม ไม่มีเงินก็กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีก ดังนั้น หากใจแข็งไม่อยากกลับเข้ามาอีกแม้ไม่มีเงินก็ต้อง อยู่ให้ได้ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร การเริ่มแก้ไขที่ตนเองง่ายที่สุด เพราะคิดว่าตนก็สามารถหางานทำได้ ส่วนการเปลี่ยนสังคมมองว่า สังคมก็ ช่วยได้แค่ชั่วขณะ ถ้าเนื้อแท้ของคน ๆ นั้นเขาไม่ดี สังคมให้โอกาสแล้วแต่ไม่เดินไปหาเอง ไม่ดิ้นรน เขาก็ ไม่มีทางจะแก้ไขได้


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 184 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่จะไม่ทำให้กลับเข้ามาอีก คือ แม่และลูกอีก 2 คนเท่านั้น เวลานึกถึงภาพครอบครัวมี พ่อแม่และลูกของตนอยู่ด้วยกัน รู้สึกมีความสุขและดีใจมาก ลูกไม่เหลวไหล มีความรับผิดชอบ ฉลาด พยายามหาเงินใช้เองโดยการแข่งฟุตบอล (เป็นตำแหน่งผู้รักษาประตูหญิง) รวมถึงเป็นผู้ดูต้นทางให้ คนเล่นไพ่ ก็พอมีเงินเก็บบ้าง เมื่อลูกนำเงินมาให้ตนเองใช้ หรือซื้อกับข้าวมาให้ทานจะรู้สึกมีความสุขมาก จะสอนลูกให้รู้จักว่าหากมีใครมาฝากยาเสพติดหรือให้ลองยาที่มีหน้าตาลักษณะแบบนี้ ห้ามยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด อย่างที่กล่าวไปก็จะพยายามหาเงินมาลงทุน โดยไม่เอาเงินเก็บเพื่อการศึกษาลูกมาหมุนเพราะกลัวเงินจม หรือหมุนไม่ทัน ดังนั้น อยากได้แหล่งสนับสนุนเงินทุน หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ยินดีไปเข้าร่วม อีกทั้งที่ผ่านมาก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ หากศาลากลางแถวบ้านจัดฝึกอบรมทำอาหารหรืออื่น ๆ ก็มักจะไปเข้าร่วม หากเป็นไปได้อยากให้มีการให้คำปรึกษา ให้แนวทางการค้าขาย มีแหล่งเงินทุนเพื่อได้เป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ทำขนม ทำได้ที่บ้านแล้วนำไปส่งร้าน มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มีการสอนอาชีพ ให้ทุนมากที่สุด เพื่อให้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มีกิจการเป็นของตนเอง หากมีเพื่อน ในเรือนจำที่พ้นโทษไปแล้ว ตนก็ยินดีรับมาเป็นคนงานในร้าน เมื่อตนมีต้นทุนก็จะทำให้ตนมีสภาพแวดล้อม ที่ต่างไปจากเดิม อยากให้มีโปรแกรมสานสัมพันธ์แม่-ลูกให้มีโอกาสได้มาเจอกัน ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : .ปิยกฤตา เครือหิรัญ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - คุณกุ้ง อายุ 38 ปี พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้ต้องมาอาศัยอยู่กับยายและญาติ โดยยายเป็นผู้เลี้ยงดูมา ส่วนแม่ก็ไม่ค่อยสนใจไปมีครอบครัวใหม่ นาน ๆ ถึงจะกลับมาหา (คุณกุ้งน้ำตาคลอ) - ทางบ้านบังคับให้เรียนให้จบม.3 เพื่อที่จะได้มีวุฒิการศึกษาติดตัวแต่คุณกุ้งก็ไม่เชื่อฟัง ชอบหนีเรียนไปอยู่ กับเพื่อน เกือบโดนไล่ออกหลายครั้ง แต่ทางบ้านก็จะมาคุยกับทางโรงเรียนให้ตลอดเพื่อให้ได้เรียนต่อ


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 185 - ยายของคุณกุ้งชอบด่าและปากจัด มีครั้งหนึ่งโดนยายด่าจนหนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อน แต่สุดท้าย ทางบ้านก็ไปตามกลับมา - เป็นคนติดเพื่อนมากและเพื่อนก็เป็นผู้แนะนำให้ลองเสพยา ตัวเองลองเสพเพราะอยากรู้ว่ามันจะเป็น อย่างไร หลังจากได้ลองเสพก็หยุดไม่ได้ ต้องเสพเรื่อย ๆ - หลังจากเรียนจบม.3 ก็หนีออกจากบ้านอีกครั้งเพื่อไปอยู่กับแฟนคนแรก จนอายุประมาณ 19 ปี ก็ตั้งท้อง ลูกคนแรก ขณะท้องอยู่ก็ยังคงเสพยา เสพหนักมากจนถึงคลอด (คุณกุ้งมีลูกกับแฟนคนแรก 4คน) - แฟนคนแรกเป็นเอเย่นต์ค้ายา คุณกุ้งเลยหันมาค้ายาตามแฟนเพราะต้องการเงินไว้ใช้จ่าย และคิดไม่ออก ว่าจะหาเงินด้วยวิธีอื่นอย่างไร คุณกุ้งบอกว่าตัวเองเป็นคนเก็บเงินไม่เป็น หาได้เท่าไหร่ก็ใช้หมด เลยต้อง หาเงินให้เพียงพอกับการใช้จ่ายแบบไม่ประหยัด - หลังจากอยู่กับแฟนคนแรกไปสักพัก แฟนก็เสพยาจนกลายเป็นบ้า คุณกุ้งจึงต้องค้ายาคนเดียวเพื่อหาเงิน มาเลี้ยงดูลูกและแฟน - ติดคุกครั้งแรกตอนปีพ.ศ. 2555 (คดีครอบครอง) หลังจากพ้นโทษออกไปก็เสพยาทันที เนื่องจากกลับไป อยู่ที่เดิม มีคนมาเสนอยาให้เสพถึงที่จึงทำให้อดใจไม่ไหว หลังจากนั้นก็ถูกจับอยู่ประมาณ 7ครั้ง ด้วยข้อหา เสพยาแต่ติดคุกแค่ 4 ครั้ง (อีก 3ครั้งประกันตัว) โดยติดรอบละประมาณ 40 กว่าวัน เนื่องจากเป็นคดีเสพ เลยติดไม่นาน - ปีพ.ศ. 2557 ถูกจับอีกครั้งด้วยคดีเสพและครอบครอง แต่สุดท้ายศาลยกฟ้องจึงทำให้อยู่ในคุกเพียงแค่ 2 เดือน พอออกจากคุกไม่นานก็เลิกกับแฟนคนแรก เนื่องจากเหนื่อยกับการต้องเลี้ยงดูแฟนจึงออกมาจาก บ้านแฟน และทิ้งลูกทั้ง 4 คนให้แม่ของแฟนเลี้ยง ไม่นานก็เจอแฟนคนที่ 2 ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติด เหมือนเดิม (ไม่มีลูกกับแฟนคนนี้เนื่องจากคุณกุ้งทำหมัน/คุณกุ้งเป็นเมียน้อยของแฟนคนนี้ ส่วนเมียหลวง ก็ถูกจับอยู่ในคุกเดียวกัน ไม่ทะเลาะกันเพราะเมียหลวงเข้าใจว่าคุณกุ้งไม่ได้แย่ง) - คุณกุ้งเล่าว่ายังคงอาชีพค้ายาเหมือนเดิม โดยช่วยกันขายกับแฟนคนที่2 หลังจากนั้น 2 ปี โดนสายตำรวจ ล่อซื้อทำให้โดนจับกุมคดีจำหน่าย (คดี ณ ปัจจุบัน) แต่ตัวเองรับข้อกล่าวหาคนเดียว ทำให้แฟน ไม่ถูกจับ สาเหตุที่ช่วยแฟนเนื่องจากกลัวว่าถ้าต้องติดคุกทั้งคู่จะไม่มีคนส่งเสีย - ตอนติดคุกแรก ๆ ญาติๆ มาเยี่ยมค่อนข้างถี่และให้เงินใช้เดือนละ 3,000 บาท แต่หลังจากติดบ่อย ๆ ญาติเริ่มเอือมจึงมาเยี่ยมเพียงนาน ๆ ครั้ง และให้เงินใช้เหลือเดือนละ 1,500 บาท - ลูกทั้ง 4 คน (ชาย 2/หญิง 2) ลูกสาว 2 คนอยู่กับแม่ของแฟนของคนแรกที่ภูเก็ต และลูกชาย 2คนอยู่กับ ญาติของคุณกุ้งที่กรุงเทพฯ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพครั้งแรกตอนอายุประมาณ 17-18 ปี โดยเพื่อนแนะนำให้ลองเสพยาบ้า (แม่เพื่อนค้ายา) ก็ลองเพราะ อยากรู้ว่าเสพแล้วจะเป็นอย่างไร หลังจากลองเสพก็รู้สึกชอบเพราะเสพแล้วสนุก ชอบความรู้สึกตอนดีด เสพแล้วหายเครียด


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 186 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - เคยเสพแล้วไม่นอนเป็นอาทิตย์ แทบจะไม่กินอะไรเลย แต่หลังจากหมดฤทธิ์ก็หมดแรง นอนกับกินแบบไม่ ทำอะไร 3-4 วัน - เสพยาบ้ามาตลอด จนมาเจอแฟนคนที่ 2 จึงหันมาเสพยาไอซ์ เนื่องจากแฟนแนะนำว่าสรรพคุณเหมือนกัน แต่ถูกกว่า (ยาบ้าเสพทั้งวัน ตก 500 บาท ในขณะที่ยาไอซ์เสพทั้งวัน ตกแค่ 300 บาท) ซื้อครั้งนึงเสพได้ นานกว่ายาบ้า กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ เนื่องจากออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ทำให้ห้ามใจตัวเองไม่ให้เสพยาไม่ได้ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เสพทันทีที่กลับบ้าน เนื่องจากแฟนเป็นผู้ค้ายาและห้ามใจตัวเองไม่ให้เสพไม่ได้ คุณกุ้งบอกว่าติดคุก ครั้งหลัง ๆ ก็มีความคิดและความตั้งใจที่จะเลิกเสพ แต่ทุกครั้งที่กลับไปอยู่ที่เดิมก็ลืมความตั้งใจทุกอย่าง บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร มองว่าตัวเองมีนิสัยใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีใครวานให้ช่วยอะไรก็จะไม่ค่อยปฏิเสธ โกรธง่ายหายเร็ว คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - เป็นคนใจร้อนแต่ไม่มาก ขี้หงุดหงิด ชอบหงุดหงิดตัวเองถ้าทำอะไรได้ไม่ตรงใจ แต่ไม่ค่อยหงุดหงิดคนอื่น - ชอบความเสี่ยง ความอันตราย ชอบความเร็ว เช่น เวลาขี่มอเตอร์ไซค์บางทีก็จะบิดเร็ว ๆ มันตื่นเต้นดี เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพกฎเป็นส่วนใหญ่ ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ฝ่าฝืนกฎ คุณกุ้งเน้นคำว่า “ถ้าไม่จำเป็น” หลงตัวเองหรือไม่ หลงตัวเองพอควร ชอบคิดว่าตัวเองสวย ชอบส่องกระจก ชอบถามคนอื่นว่าตัวเองสวยไหม และเป็นคนกล้า แสดงออก แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งหรือเหนือกว่าคนอื่น ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ควบคุมตัวเองได้ดีพอสมควร โกรธใครมักจะนับ 1-10 ในใจ ถ้านับถึง 10 แล้วไม่หายจะเลือกเดินหนี ไม่เผชิญหน้าเพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 187 เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่ใจดำเลย เป็นคนขี้สงสารคนอื่น คุณกุ้งขยายความว่าบางทีก็จะแบ่งของให้คนแก่ที่ไม่มีญาติ อะไรที่ช่วย คนอื่นได้ก็จะช่วยเสมอ เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิด ชอบคิดว่าไม่น่าทำแบบนั้นเลย อยากเริ่มต้นใหม่ อยากแก้ไข - รู้สึกผิดต่อที่บ้าน ที่บ้านชอบบอกว่าเอือมแล้ว จะเลิกดูแลแล้ว แต่ที่บ้านก็ไม่เคยทำจริง ยังคอยห่วงและ มาเยี่ยม ถึงไม่ถี่แต่ก็มา - สำหรับเรื่องอื่น ๆ ปกติก็เป็นคนที่รู้สึกผิด ตอนวัยรุ่นเคยแอบขโมยเงินที่บ้านไปซื้อยา จนออกจากบ้าน หาเงินเองได้เลยเอาเงินไปคืนที่บ้าน (จำนวนพอ ๆ กับที่เคยขโมยมา) รู้สึกผิดเลยไปคืน คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ความผิดแก้ไขได้ ไม่ใช่ว่าคนทำความผิดต้องทำผิดตลอด คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ เชื่อว่าคนเราเริ่มต้นใหม่ได้ ถ้าใจต้องการไม่อยากให้เป็นเหมือนเดิม เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ โทษตัวเองอยู่บ่อยๆเพราะคิดว่าเราทำเอง ตัดสินใจเองจะไปโทษคนอื่นทำไม และเวลาทำผิดจะไม่ค่อยให้ กำลังใจตัวเอง เป็นคนไม่ค่อยรักตัวเอง รักคนอื่นมากกว่า คุณกุ้งบอกว่า “ถ้ารักตัวเองคงไม่มาอยู่ในนี้” ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ออกจากเรือนจำไปตั้งใจว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบไม่ยุ่งกับยาเสพติดแล้ว เพราะเริ่มแก่แล้ว จะ 40 แล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองเลย และเริ่มห่วงลูก ลูกเริ่มโตแล้ว กลัวลูกเป็นแบบตัวเอง ออกไปแล้ว อยากทำอะไรเพื่อลูกบ้าง เช่น อยากซื้อของที่ลูกอยากได้ให้ลูก อยากมีโอกาสได้ออกไปดูแลลูกด้วยตัวเอง - แผนที่วางไว้คือ จะไม่กลับไปอยู่ที่เดิม จะย้ายกลับไปอยู่กับที่บ้าน ที่บ้านก็เห็นด้วยให้กลับมาเพราะ ญาติส่วนใหญ่ก็ค้าขาย คุณกุ้งสามารถไปช่วยขายได้ ซึ่งตัวคุณกุ้งก็บอกแฟนแล้ว แฟนตกลงไม่ได้ว่าอะไร


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 188 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด แล้วพอช่วยที่บ้านไปสักพักก็อยากทำอะไรเป็นของตัวเองบ้าง คุณกุ้งชอบทำกับข้าว แฟนก็ชมว่าทำอร่อย ใจหนึ่งเลยคิดอยากทำอาหารขายหรือเปิดร้านน้ำ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร อยากได้แรงสนับสนุนและกำลังใจจากที่บ้าน เพราะใจหนึ่งคุณกุ้งก็กลัวว่าการกลับไปอยู่บ้านจะไป สร้างภาระให้กับญาติคนอื่น ๆ กลัวที่บ้านไม่ไว้ใจแล้ว อยากได้โอกาสกลับตัวจากที่บ้านเป็นครั้งสุดท้าย การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? หลัก ๆ เลยเป็นเพราะตัวเองใจไม่แข็งพอ และหักห้ามใจไม่ให้เลิกเสพยาไม่ได้ แต่สังคมก็มีส่วน สภาพแวดล้อมพาไป ทำให้คุณกุ้งต้องไปเสพยา ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขที่ตัวเอง จะไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองแล้ว (ไม่กลับไปอยู่ที่เดิม) ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - อันดับแรก คือ ที่อยู่อาศัย โดยจะย้ายที่อยู่เพื่อไม่กลับไปเจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆ อันดับสอง คือ เพื่อน อยากเลิกคบเพื่อนกลุ่มเดิมที่ชอบชักชวนให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และอันดับสุดท้าย คือ ตัวเอง ใจต้องแข็ง ตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้ เหนื่อยและเบื่อกับการอยู่คุกแล้ว อีกทั้งยังอายุเริ่มมาก ควรเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจัง - เพิ่มเติมสิ่งอื่น ๆ ที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก คือ อยากให้มีคนหางานให้ทำ หาเงินสักก้อนให้ไปใช้ ตั้งตัวได้โดยไม่ต้องให้ฟรี อาจจะให้ผ่อนก็ได้ อยากได้เงินสักก้อนไปทำอาชีพที่อยากทำ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - ยินดีเข้าร่วม แต่ไม่เอากิจกรรมพวกนั่งสมาธิ บวช ไม่ค่อยชอบ - อยากให้เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่จะทำให้ตัวเองมีกำลังใจ สบายใจ ถ้าเป็นกิจกรรมลักษณะนี้ก็พร้อม จะเข้าร่วม


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 189 มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ คุณกุ้งถามผู้สัมภาษณ์ว่า “มีคำแนะนำอะไรให้พี่ไหม” ผู้สัมภาษณ์จึงบอกคุณกุ้งว่า “ครอบครัวพี่ให้โอกาสพี่ เสมอมา พี่ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่เอาพี่แล้วหรือไม่ให้โอกาสพี่อีก และที่พี่บอกว่ากลัวจะไปเป็นภาระให้ คนในครอบครัวเพราะทุกคนมีทุกอย่างหมดแล้ว อยากให้พี่คิดว่าการเริ่มต้นช้ามันยังดีกว่าการไม่เริ่มต้น ” (คุณกุ้งร้องไห้และกล่าวขอบคุณ) ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : บุญจิรา ชลธารนที ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เข้ามาเพราะข้อหาเสพและจำหน่าย ที่ต้องกลับมาขายอีกครั้งเพราะเหตุผล ด้านการเงิน มีลูกที่ต้องเลี้ยงดู จุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องกลับมาขายยาเพราะท้องลูกคนเล็กกับสามีคนล่าสุด (มีลูกด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันอายุ 2 ขวบกว่า ) สามีคนล่าสุดก็ติดยาเหมือนกัน ไม่มีความรับผิดชอบและ ทำร้ายร่างกายด้วยเวลาไม่ได้ตามที่ต้องการ สามีขอทั้งยาขอทั้งเงิน ไม่ทำงานอะไร ขายยายังไม่กล้าขาย ตนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านจึงต้องกลับมาขายยาอีกครั้ง (ขายได้ 3 ปีโดนจับ) - ตนอาศัยอยู่บ้านแม่สามีที่ปกป้องแต่ลูกชายตัวเอง จนต้องออกปากว่าจะเป็นคนรับผิดเองหากตำรวจมาจับ ตอนตำรวจมาจับ ตนยังบอกตำรวจว่าสามีเป็นพี่ชายไม่ได้เกี่ยวข้องกันและยอมรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียว ต่างกับสามีคนก่อนที่มีลูกด้วยกัน 3 คน ถึงจะติดยาเหมือนกันแต่ก็ยังทำงานรับจ้าง พอมีเงินจับจ่าย พอกิน พอเสพยา ตอนอยู่กับสามีคนเก่าตนจึงไม่ได้ขายแต่เสพอย่างเดียว - ลูกของสามีคนแรก (มีลูกด้วยกัน 3 คน) เขาเป็นคนเลี้ยงหมด หลังเลิกกันก็ไม่ค่อยได้ติดต่อ จะได้คุยก็แค่ ลูกคนที่ 2 แต่ลูกคนสุดท้องเราเลี้ยงเองเพราะอยู่กับสามีใหม่ที่ไม่ทำงาน เรารับผิดชอบเองหมด เลยต้อง กลับมาขายยาหาเงิน - เริ่มเสพยามาตั้งแต่อายุ 16 ซื้อจากเพื่อน พอยิ่งเสพก็ยิ่งใช้มาก หาเงินไม่พอมาซื้อยา จึงเริ่มมาเป็นผู้ขาย ตอนอายุ 18 และโดนจับครั้งแรกข้อหาเสพและจำหน่ายตอนอายุ 19 ปี มีลูกคนแรก (ถูกจับตอนท้อง ได้ไป อยู่ที่หญิงกลาง) ได้รับโทษครั้งแรก 2 ปี 8 เดือน ตอนนั้นรู้สึกไม่กดดันอะไร อยู่สบาย ๆ หลังพ้นโทษออกมา อยู่ข้างนอกได้ 3 เดือน ก็เริ่มกลับมาเสพใหม่และเสพมาตลอด หลังจากที่ออกมาไม่นานก็ท้องลูกอีก 2 คน เว้นกันหนึ่งปี ตอนนั้นไม่ได้ทำงานอะไรเพราะสามีทำงานรับจ้าง - ที่กลับมาขายเพราะอยู่ในแวดวงอยู่แล้วและการเข้าถึงยามันง่ายมาก เป็นช่องทางหาเงินที่ถ นัดที่สุด เรารู้งาน คุ้นเคย มีเครดิตดี คนที่กระจายยาก็เชื่อใจว่าเราโอนเงินตรงเวลาตลอด เขาเชื่อใจเรามากและ เราไม่ซัดทอดใคร จบที่เรารับเองทุกอย่าง คนขายยาก็เชื่อถือ เขาให้ยามาก่อนเลยเราไม่ต้องลงทุน ขอแค่ มียามาก็ทำเงินได้แน่ บางทีก็เหมือนเราชอบทางนี้เพราะมีเงินก็ซื้อทุกอย่างได้ ขอใครก็ไม่ได้ต้องพึ่งตัวเอง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 190 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพยาครั้งแรกคือยาบ้า ตอนอายุ 16 เพราะเพื่อนขายและชวนให้ลอง ก็เลยลอง - พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 12 ด้วยอุบัติเหตุ อาศัยอยู่กับยายและน้า ได้เรียนหนังสือจนอายุ 15 แต่ก็เรียน ไม่จบเพราะเกเร เรียนบ้างไม่เรียนบ้างตามอารมณ์ เหมือนเด็กมีปัญหาครอบครัว ต้องดิ้นรนอยู่เอง เวลาอยากได้อะไรไม่มีใครหาให้ เราต้องหาเอง ก็อยากมีเหมือนคนอื่นเขา - เพราะเป็นวัยรุ่นช่วงนั้นมันก็อยากลองด้วย พอเริ่มจากเสพมันก็จะอยากเสพมากขึ้น เงินไม่พอที่จะซื้อยา ก็เลยมาขายกับเพื่อนด้วย เพราะถ้าขายก็จะได้เงิน ได้ยามาเสพ เริ่มขายตอน 18 ถูกจับครั้งแรกตอน 19 กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - เสพมาตลอดอยู่แล้วแต่ไม่ได้ถูกจับ คนเสพจะโดนจับมาบำบัดก็แค่ไม่กี่วัน แต่ที่เข้าเรือนจำรอบ 2 นี้ โดนข้อหาจำหน่ายเพราะสามีคนล่าสุดไม่ทำงานจึงต้องหาเลี้ยงครอบครัวเอง ก็เลยต้องขายเ พราะ เป็นช่องทางหาเงินที่ตนทำได้งานอื่นไปทำก็รู้สึกไม่คุ้ม ไม่อดทนทำเองด้วย ชอบนอนตอนเช้ามืดตื่นบ่าย ๆ เพราะเราเสพยา คนเสพยาส่วนใหญ่ก็จะชอบนอนตอนเช้ากัน เวลาชีวิตมันก็ไม่เหมือนคนปกติ จะทำงาน หาเงินแบบอื่นก็ไม่ไหว ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยงมากที่จะถูกจับครั้งที่ 2 แต่ก็เลือกจะเสี่ยง เพราะว่าขายยามันเหมาะกับ ตัวเองที่สุดแล้วที่จะหาเงินได้ - มันทำง่าย แค่บอกคนกระจายยาเขาก็รีบเอาของมาให้ขายเลย เรารับมา 50 เราต้องขายอย่างน้อย 150 กำไรต้องมากพอให้เสี่ยง แล้วยาก็ขายได้ตลอด ไม่เคยขายไม่ออก ไม่เน่าไม่เสีย ได้เงินทุกวัน ยิ่งเราขายได้ดี โอนเงินตรงเวลา เขาก็ยิ่งเอายามาให้จำนวนมากขึ้น - ก็ติดยาบ้ามาตลอดตั้งแต่อายุ 16 จนถึงก่อนเข้าเรือนจำครั้งนี้ ใช้ยามาตลอดไม่เคยเลิกยาได้เลย ยกเว้นเวลาที่อยู่ในเรือนจำเท่านั้นที่ไม่ได้ใช้ยา ยาเป็นตัวช่วยตัวเดียว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีทางเลือกอื่นแต่ก็มองว่า ยามีประโยชน์กับตัวเอง - ยาเป็นตัวช่วยให้ขยัน ไม่ให้นอนมากเกินไป มันช่วยเราตรงนี้ได้ เลยไม่เคยคิดอยากจะเลิกเสพ อย่างตอน ท้องลูกคนสุดท้องก็เสพยาไอซ์ยาบ้ายันวันคลอด แต่ลูกก็แข็งแรงดี - ไม่คิดว่าเป็นเพราะยาเสพติดที่ทำให้นอนมากจนทำอะไรไม่ได้ ตนมองว่าตัวเองนอนเยอะ นอนเวลาไม่ เหมือนคนอื่นเอง แต่ยาบ้าเป็น “ตัวช่วยทางเดียว” ที่ทำให้ตัวเองไม่นอนมากไปจึงต้องเสพ ช่วยให้ขยันจะได้ ตื่นมาทำงานบ้าน เลี้ยงลูกได้ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - ตอนพ้นโทษครั้งแรก (อายุ 23) พ้นโทษได้3 เดือนก็กลับมาเสพอีก เพราะออกมาก็มาอยู่บ้านเฉย ๆ ตอนนั้นยายกับน้าให้เงินมาซื้อของใช้ตั้งต้นชีวิตก็เลยแอบเอามาซื้อยา ตอนนั้นไม่ได้เสพเพราะเครียดอะไร เพราะมียายกับน้าคอยช่วยเหลือดี ลูกสามีเก่าก็เลี้ยง แต่กลับไปเสพเพราะอยากเสพ เหมือนพอกลับมา อยู่สิ่งแวดล้อมเดิมก็เลยอยากเสพ ก็เดินไปซื้อมาเสพเองเลยเราก็รู้อยู่แล้วว่าตรงไหนมีขาย


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 191 - เพราะสามีทั้ง 2 คนก็ติดยาเหมือนกัน มันก็เหมือนเสพกันเป็นปกติ ทั้งสองคนก็คนละแวกบ้านเดียวกัน - หลังๆ ยามันก็ถูกลงก็เริ่มเสพยาไอซ์เพิ่มด้วย ตอนที่เพิ่งพ้นโทษครั้งแรกไม่นานก็เคยพยายามจะไปทำงาน โรงงาน แต่ทำได้แค่ 3-4 เดือนก็ออก มันทนไม่ไหว ได้เงินน้อย คือตนเป็นคนชอบนอนมาก ตื่นไม่ไหว ต้องใช้ยาบ้าช่วยให้ตื่นตัว แต่พอตื่นแบบคนปกติไม่ได้ก็ไปทำงานไม่ได้ - ไม่ชอบยาสายเมาแต่ชอบสายคึก พอคึกก็ได้ตื่นมาทำงานบ้าน เลี้ยงลูกได้ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - มองว่าเราก็เป็นคนเก่งอยู่เหมือนกัน เรามีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ที่ต้องทำเพื่อครอบครัวเราก็ กล้าจะเสี่ยง ที่กลับมาขายยารอบที่ 2 เพราะจำเป็นเรื่องเงิน และต้องทำก็เพื่อครอบครัว - เป็นคนไม่อดทน ที่เคยไปทำงานโรงงานทำได้ไม่นานก็ไม่ทำแล้ว ติดรักสบาย มันได้เงินน้อย กว่าเงิน จะออกก็15 วัน ได้ก็ไม่เท่าไหร่ ขายยาวันเดียวได้3,000 - บางทีก็สงสัยตัวเองเหมือนกันเวลาอยู่ในเรือนจำก็จะควบคุมตัวเองได้ จะทำตัวดี ทำตามกฎได้หมด ตื่นเช้า ไม่เสพยา เราทำได้หมดทุกอย่าง แต่พออยู่ข้างนอกจะควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ ทั้งการนอน การเสพยา ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย คงเพราะตัวเองชอบอิสระด้วย เป็นคนชอบทำตามใจตัวเอง คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - ก็ไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้ไม่ชอบแต่จะเป็นตัวของตัวเอง ทำอะไรก็เอาแบบที่อยากทำ - ก็มีวางแผนบ้างแต่ก็ไม่มาก ชอบทำตามใจตัวเอง - ไม่ใจร้อน ก็จะแล้วแต่เรื่องแล้วแต่คนด้วย แต่จะเอาแต่ใจ ใครห้ามก็ไม่ค่อยฟัง เป็นคนดื้อรั้น ถ้าเป็นเรื่อง ที่จะทำแล้วใครห้ามก็ไม่ฟังเลย เป็นมาตั้งแต่เป็นเด็ก ก็ไม่ค่อยตามใคร เอาตามใจตัวเองเป็นหลัก - เวลาอยู่กับคนทั่วไปคนที่ไม่เสพยา เราก็จะเคารพเขา ทำกับเขาดี ไม่ได้ก้าวร้าวหรือทำอะไรไม่ดี จะก้าวร้าวกับพวกคนที่ขายที่เสพยาด้วยกันมากกว่า เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ก็ไม่ใช่คนเกเรไปทุกเรื่อง ตอนเป็นนักเรียนก็ไม่ได้เกเรมาก ไม่ใช่ชอบแหกกฎ แต่เกเรียนแบบไม่อยากไป ก็ไม่ไปมากกว่า หลงตัวเองหรือไม่ ก็ไม่คิดว่าตัวเองดีไปกว่าคนอื่น เทียบคนอื่นเราก็คงไม่ได้เก่ง แต่ภูมิใจที่เราทำหน้าที่แม่ได้ดีกว่าผู้ชายบางคน อะไรที่ได้ตังค์ก็ทำหมดเพราะอยากให้ลูกมีเหมือนคนอื่น อาจไม่ใช่คนเก่งแต่ก็พอเอาตัวรอดได้ เลี้ยงลูกได้


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 192 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ถ้าในเรือนจำคิดว่าควบคุมตัวเองได้ดี มีความอดทนเพราะเราต้องรักษาขั้น เราทำได้หมดตามที่เขาให้ทำ แต่อยู่ข้างนอกควบคุมตัวเองได้แค่ 50% จัดการแบ่งเวลาชีวิตไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะเรื่องการนอนจะควบคุม ได้น้อยมาก นอนแบบคนปกติไม่ได้ ความอดทนเวลาอยู่ข้างนอกก็น้อย อย่างพวกเรื่องงานก็ไม่ค่อยอดทน เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนใจอ่อน ที่อยู่ที่เรือนจำมาแฟนยังไม่เคยมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว น้อยใจมาก แต่ก็คิดว่าถ้าออก ก็ยังจะไปหาอยู่ดี ที่ผ่านมาสามีทำร้ายร่างกาย ไม่มีความรับผิดชอบ แต่เหมือนก็ยังรักอยู่ เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดมาก เพราะพอเรามาติดคุกก็ทำให้ลูกว้าเหว่ ทำให้ลูกไม่เหมือนคนอื่น มาติดคุกก็ไม่ได้อยู่กับลูก ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย เราก็ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว - รู้สึกผิดที่กลับมาขายยา บางทีก็คิดว่าทำไมเรามาเลือกทางนี้ จริง ๆ เราคงก้าวพลาดมาแต่เด็ก เราทำ มานานจนเหมือนจะชอบทางนี้เพราะเราทำได้ ทำได้ดีอยู่อย่างเดียว มันได้เงินมาง่าย - ความผิดพลาด คือ การขายยาแล้วถูกจับ เสียใจที่ถูกจับแต่ไม่ได้คิดว่าการเสพเป็นเรื่องผิด (ไม่คิดว่าจะ เลิกเสพ เพราะมองว่ายาบ้าช่วยตนให้ขยัน ไม่นอน ทำงานได้ และยาไม่ได้มีโทษ แม้แต่ผลในเชิงสุขภาพ ของลูกที่เสพยาตลอดการตั้งครรภ์ก็มองว่าไม่มีผลเสียอะไรกับลูก ลูกน้ำหนักคลอดก็ดีทุกคน) - เสียใจเรื่องสามี เหมือนเราเลือกคนผิด เราทำทุกอย่างให้แต่เขาไม่เคยมาสนใจมาเยี่ยมเลย คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ - คิดว่าถ้าทำผิดหนึ่งครั้งสองครั้งก็ธรรมดา แต่ถ้าหลายครั้งมากเกินไปก็ไม่ธรรมดา - อย่างเรื่องของตัวเอง ตอนที่เข้าเรือนจำครั้งแรกรู้สึกสบาย ๆ ไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้ที่เข้าเรือนจำครั้งที่ 2 รู้สึกแย่กว่าครั้งแรกมาก ที่รู้สึกแย่มากกว่าเพราะรอบนี้ญาติก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย ยิ่งรู้สึกเสียใจ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ แต่จริง ๆ ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ยังไง เพราะเหมือนตอนนี้เราไม่รู้อะไรเลยว่าที่บ้านเป็นยังไง สามี มีครอบครัวใหม่รึยัง เราก็เหมือนเคว้ง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 193 เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ก็ไม่ ไม่ได้คิดที่เรื่องทำผิดเท่าไหร่เพราะเราเลือกเสี่ยงเองที่ขายยา แต่ที่ตอนนี้คิดเสียใจ น้อยใจไม่มีใคร มาเยี่ยมตั้งแต่ติดมา รู้สึกแย่เรื่องนี้มากกว่า ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - อยากจะออกไปค้าขาย คิดว่าจะขายพวกลูกชิ้นทอด - คิดว่าอยากมีรายได้สัก 500-600 บาทต่อวันก็พอ แค่เลี้ยงตัวเองเลี้ยงลูกคนเล็กก็จะพอ ถ้าไม่เสพยา แต่ถ้าเสพยาด้วยก็ต้องใช้จ่ายเป็นพันบาท ตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่าอยากขาย แต่จริง ๆก็ยังนึกไม่ออก ไม่รู้จะเริ่ม ตรงไหนเพราะไม่มีอะไรรองรับเลย ต้องออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกอีกที บ้านก็ไม่มีอยู่ ถ้าออกไปแฟนได้ แฟนใหม่ไปแล้วก็คงไม่มีที่อยู่ ก็จะมีแต่ลูกที่เป็นของเรา - เชื่อว่าทำได้แค่ 50% เพราะไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่มีช่องทางเลย ออกไปเราจัดการเรื่องนอน เรื่องเวลา ไม่ค่อยได้ด้วย มันก็ยิ่งไม่แน่ใจ ยังนึกไม่ออก ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - อยากให้ช่วยพวกเงินทุนตั้งตัว หางานหาอาชีพให้ - อยากให้ช่วยประคับประคองชีวิตก่อนเพราะตอนนี้ไม่มีอะไรเลย ที่อยู่หลังพ้นโทษก็ไม่มีที่ไปเพราะอาศัย สามีอยู่ อยากให้มีที่พักให้ก่อน ตอนนี้ถ้าพ้นโทษไปหน้าเรือนจำก็เคว้งคว้าง การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - ที่เข้ามาอีกครั้งก็เพราะตัวเองเลือกเอง เรารู้อยู่แล้วว่าเสี่ยงแต่ก็มีเหตุผลที่ต้องเสี่ยง เราต้องหาเงินเลี้ยง ครอบครัว ที่จริงเราเลือกเองหมด สังคมก็ไม่ได้บีบอะไร - แต่สังคมก็มีผลกับเราบ้าง บางทีเราเห็นคนอื่นมีเราก็อยากได้ข้าวของใหม่เหมือนคนอื่น แต่จริง ๆ แล้ว เราก็อยากได้เอง ก็ตัวเราเอง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 194 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - เลือกแก้ไขตัวเองด้วยการบังคับใจตัวเอง ห้ามใจตัวเองไม่ให้กลับไปขายยา คิดว่าจะไปทำอาชีพสุจริต ที่เลี้ยงตัวเองกับลูกได้แก้ไขตัวเองต้องรู้จักพอมากขึ้น ไม่ต้องอยากได้อะไรให้มากเกินไป พวกข้าวของ โทรศัพท์ มองคนที่เค้าด้อยกว่า เราจะได้มีกำลังใจ - สังคมก็ไม่รู้จะแก้อะไร ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - จะนึกถึงลูกเอาไว้จะได้ไม่ทำอีก (กลับไปขาย) ไม่อยากให้ลูกเสียใจ ลูกคนที่ 2 เค้าเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเราทำ เพราะลูก 3 คนแรกอยู่กับพ่อเขา พ่อเขาทำงานก็เลี้ยงได้ เราไม่ค่อยสนิท จะสนิทกับแค่ลูกคนที่ 2 เขาก็ เคยขอว่าไม่อยากให้แม่ขายยา - เรื่องเสพยาไม่แน่ใจ ก็รู้ว่ามันไม่ดี มันผิด แต่สำหรับเรามันเป็นตัวช่วย จริง ๆ ไม่คิดอยากเลิกเสพยา แค่คิด ว่าจะไม่ขายอีกเพราะสงสารลูก ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนเราตอนเด็กที่ไม่มีแม่คอยเลี้ยง หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - ถ้าอยู่ข้างนอกเราจัดการชีวิตไม่ได้ พวกเรื่องเวลา เรื่องทำงาน เรื่องนอน อยากให้ช่วยประคับประคองชีวิต - ถ้ามีกิจกรรมก็พร้อมจะเข้าร่วม อยากได้ความช่วยเหลืออะไรก็ได้ที่จะฝึกเรา คิดว่าจะช่วยให้เราดีขึ้นและ ก็พร้อมเข้าร่วมมาก เพราะอยากจะให้ชีวิตดีขึ้น มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - อยากให้ช่วยเน้นให้มีอาชีพมากที่สุด ช่วยทำให้มีหนทางที่ชัดเจนเรื่องอาชีพ ไม่ใช่ออกนอกประตูแล้วเคว้ง มีคนรอรับ ถ้ามีหนทางชัดเราก็คงพอจะทำได้ 80% - แต่ถ้าออกไปแล้วเคว้งคว้าง ไม่มีอาชีพ ไม่มีอะไรตั้งหลักเลยก็ไม่มั่นใจแและกลัวไม่มีทางเลือกแล้วจะต้อง กลับไปขายยาอีก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : กวิตา พร้อมเพราะ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ คุณเอม อายุ 27 ปี เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นครั้งแรกด้วยคดีจำหน่ายและเสพ โทษ 10 ปี 6 เดือน แต่รับสารภาพ โทษเหลือ 5 ปี 3 เดือน เข้ามาเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 195 ก่อนเข้ามาที่นี่อาศัยอยู่กับแม่ ยาย ตา ลูกชาย (ปัจจุบันอายุ 10 ปี) และน้องชาย (ปัจจุบันน้องชาย เป็นทหาร) พ่อกับแม่แยกทางกัน พ่ออยู่สมุทรปราการ เริ่มเสพยาครั้งแรกอายุประมาณก่อน 15 ปี ช่วงเรียนม.ต้น เพราะเพื่อนชวน (เพื่อนเสพอยู่แล้ว) เราก็เลย อยากลอง ครั้งแรกเสพยาบ้า พอเรียนจบม.ต้น (พ.ศ. 2547) เข้าเรียนต่อปวช. เรียนสาขาท่องเที่ยวเจอ เพื่อนกลุ่มใหม่แต่ก็เป็นกลุ่มที่เสพยา (พวกที่เสพยาจะมองกันออก มองรู้กันว่าเสพ และเด็กสาขาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ก็เสพ) เราเปลี่ยนเป็นเสพยาไอซ์ มีแฟนคนแรกตอนเรียนปวช. แฟนอยู่ในวงการขายยา เรียนไปได้ ปีกว่าก็ท้องจึงออกจากโรงเรียน เรียนไม่จบปวช. ออกมาขายยากับแฟน มีลูกด้วยกัน 1 คน (คือลูกชาย ที่ปัจจุบันอายุ 10 ขวบ) ขณะที่ท้องอยู่ก็เสพยาจนคลอด ลูกเกิดมาปกติดี เราเลี้ยงลูกเอง 6 เดือนแรก แล้วเลิกกับแฟนจึงให้ยายเลี้ยงต่อ มีแฟนใหม่อายุประมาณ 16 ปี แฟนปล่อยเงินกู้ เราเป็นคนเก็บเงินกู้ เคยโดนจับไปอยู่บ้านปราณี คดีทำร้ายร่างกายให้เกิดความเสียหายทางจิตใจและทรัพย์สิน ออกมาก็ย้าย ไปอยู่ต่างจังหวัดช่วงหนึ่ง พอกลับมากรุงเทพเพื่อนรุ่นพี่ผู้ชายที่ติดอยู่ในเรือนจำแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายที่ติด อยู่ที่เดียวกัน เค้าขายยาเสพติด ก็คุยโทรศัพท์กัน (เค้ามีโทรศัพท์ในขณะที่อยู่ในเรือนจำ) เป็นแฟนกัน เค้าโอนเงินมาให้เราซื้อยาเสพ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 แฟนได้ออกมาจากเรือนจำ อยู่ด้วยกันถึง 28 กันยายน พ.ศ.2558 ก็โดนจับอีก โดนจับพร้อมกัน มียาอยู่ในกระเป๋า โดนโทษ 33 ปี ที่คลองด่าน แต่แฟนเสียเงินให้เราออก ตำรวจเอาเงิน ยาที่เหลืออยู่กับเราส่วนใหญ่เป็นยาไอซ์ เราก็ขายต่อและเอายาที่ มีอยู่ไปอยู่บ้านเพื่อนตรงแฟชั่นซึ่งเพื่อนเป็นสายให้ตำรวจ วันหนึ่งพี่สาวเพื่อนเปิดประตูให้ตำรว จเข้ามา ตำรวจก็ไปหยิบยาที่เราซ่อนไว้บนพานใต้หิ้งพระ โดนจับกันหมดทั้งเรา เพื่อน และพี่สาวเพื่อน เรารับ สารภาพว่าเป็นยาของเราคนเดียว พี่สาวเพื่อนโดนคดีเสพ เพื่อนหลุดไม่โดนจับ ตำรวจให้เราไปล่อซื้อยาต่อ เราไม่เอา จึงโดนจับพร้อมยาไอซ์ 6 กรัม ยาบ้า 50 เม็ด แต่ทุกวันนี้เรายังงงว่ายาบ้าเป็นของใคร เพราะไม่ใช่ ของเรา เรามีแค่ยาไอซ์ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเรียนอยู่ช่วงม.ต้น อายุประมาณก่อน 15 ปี ครั้งแรกเสพยาบ้า เพื่อนที่เสพอยู่ชวนให้ลอง เราก็อยากลอง หลังจากนั้นก็เสพมาตลอด จนย้ายไปเรียนปวช. เจอเพื่อนกลุ่มใหม่ซึ่งก็ยังเป็นกลุ่มที่เสพยา แต่เปลี่ยนเป็นเสพยาไอซ์ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) โดนจับเข้าเรือนจำเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้าก็โดนตำรวจจับหลายครั้ง และจ่ายเงินออกได้ตลอด


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 196 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เข้ามาอยู่เป็นครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่โดนตำรวจจับก็ยังใช้และขายยามาตลอด เพราะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม เจอเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ อยู่ในสังคมเดิม ๆ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนคุยเก่ง อัธยาศัยดี แต่จะเป็นคนพูดตรง ๆ พูดแรง ๆ - ไม่ยอมคน ไม่นินทาใคร แต่จะด่าเลย - บางทีถ้าใครมาว่าเราแล้วเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มีคนบอกว่าเราทำ เราก็จะประชดเลย เดี๋ยวจะทำผิดให้ดู - ชอบกิจกรรม ชอบสนุกสนาน - เข้ามาอยู่ที่นี่ก็อยู่ได้โดยไม่ใช้ยา แต่อยู่ข้างนอกมันทำไม่ได้ พอเพื่อนโทรตามก็ไปกับเพื่อนแล้ว คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - ก่อนที่เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นคนใจร้อน ปากไม่ค่อยดี เวลาทะเลาะกับแฟนมีใช้กำลังบ้าง พอเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ยัง ใจร้อนบ้าง ปากก็ไม่ดีอยู่ ไม่ยุ่งกับใครแต่ใครอย่ามายุ่ง - อยู่ในนี้ต้องอยู่อย่างมีสติ คนมันเยอะ คนที่เรารู้จักมาจากข้างนอก คนแถวบ้านที่เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไร แต่คนที่เราไม่รู้จักมาก่อนก็ต้องระวัง เคารพกฎระเบียบหรือไม่ - ก่อนที่เข้ามาเป็นคนไม่เคารพกฎระเบียบ ไม่อย่างนั้นคงเรียนจบและไม่ต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ - พอเข้ามาก็ต้องเคารพกฎระเบียบเพราะมีบทลงโทษ หลงตัวเองหรือไม่ เป็นคนไม่หลงตัวเอง ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - ก่อนเข้ามาที่นี่เป็นคนควบคุมตัวเองไม่ได้ ห้ามตัวเองไม่ให้เที่ยว ไม่ให้เสพยา ห้ามไม่ได้ เพราะถ้าคนที่มีลูก ก็ควรต้องอยู่กับลูก แต่เราทำไม่ได้ ชอบเที่ยว เพื่อนโทรมาชวนก็ออกไปแล้ว - พอเข้ามาอยู่ในนี้ควบคุมตัวเองได้ มีความอดทน ที่อยู่นี่ก็ต้องอดทน คนเราก็มีความอดทนทุกคน ช่วงตัดสินคดีก่อนเข้ามาไม่เคยร้องไห้ พอเข้ามาแล้วร้องไห้เลย


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 197 เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ - ไม่เป็นคนใจดำ แต่ปากไม่ค่อยดี - คนที่ไม่มีญาติ คนบ้า เราก็แบ่งขนมให้ จะไม่มีน้ำใจกับคนที่ไม่ดีกับเรา ไม่ถึงกับใจดีแต่ก็ไม่ใจร้าย - เป็นคนชอบเล่น ชอบแกล้งคนอื่น เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิด สงสารลูก สงสารยาย เคยโดนจับขอเงินยาย 1 หมื่น ยายก็ให้ แต่พอเราได้เงินจากการขายยาก็เอา ไปเลี้ยงเพื่อนหมด รู้สึกละอายแก่ใจ พอเข้ามาอยู่ที่นี่มีแต่ยาย แม่ ลูกชาย มาเยี่ยม 2-3 เดือนครั้ง เวลา เค้ามาก็ร้องไห้ ก่อนเข้ามาที่นี่เพื่อนที่เสพที่ขายยาด้วยกันบอกว่า ถ้าโดนจับจะมาเยี่ยม แต่พอเราไม่มีเงิน ก็หาย ยิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่เห็นมีใครมาเยี่ยมเลย แต่อยู่ในนี้ก็ไม่เดือดร้อน ผู้ชายอีกฝั่งส่งของมาให้กินบ้าง พวกเบเกอรี่ คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ - เราทำผิดบ่อย มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรา ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าเราผิดเลย คนอื่นก็ทำกัน ใครมาว่า ก็ไม่สนใจ ว่ากลับด้วยว่าเป็นใครมาว่าเรา แม่เรายังไม่ว่าเลย คิดว่าคนอื่นก็ทำกัน ไม่เห็นเป็นไร - แต่พอมาโดนจับจริง ๆ ก็คิดว่ามันผิด ยิ่งได้รับการอบรมก็รู้แล้วว่าเราผิด คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ - สำหรับเอมคิดว่า คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอถ้าคิดจะทำ เอมเคยเรียนมาว่าคนเราไม่มีอะไรหรอก ที่ทำไม่ได้ มีแค่ทำกับไม่ได้ทำ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ พอผิดแล้วก็ยอมรับเลย ไม่โทษแล้ว ไม่มานั่งคิดโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา คิดทำไม ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ตั้งใจว่าจะออกไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าแต่ก็ยังไม่เชื่อมั่น ไม่มีอะไรแน่นอน คิดว่าก้าวพ้นคุกไปแล้วจะออกไป ลั้นลา และไม่รู้ว่าจะวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกหรือไม่ ตั้งใจว่าจะไม่ไปยุ่งอีก แต่ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ พอเข้ามาอยู่ที่นี่ทุกคนคิดได้ พอออกไปก็เหมือนติดคุกมาแล้ว ไม่เห็นเป็นไร คุกมันสอนให้เราอดทน เข้มแข็ง อดทนเรียนรู้ เคยติดคุกมาแล้วทำไม ถ้าผ่านคุกไปได้ก็สุด ๆ แล้ว


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 198 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - คนอยู่ในนี้ก็คิดได้หมดแต่พอออกไปแล้วก็ลืม ไปเจอเพื่อน เจอสังคม เจอสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ - คนเราถ้าจะไปได้ดี สังคม สิ่งแวดล้อม กลุ่มเพื่อน ต้องดีด้วย ไม่ใช่เราดีอยู่คนเดียว เช่น เป็นคนไม่เสพยา ไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เสพยา เราจะอยู่ได้เหรอ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ได้อยากได้ความช่วยเหลือจากใคร อยากได้กำลังใจดีๆจากครอบครัว ยังไงครอบครัวก็ไม่ไปไหน คอยอยู่ กับเราตลอด ไม่ทิ้งเรา ครอบครัวนี่แหละ เราจะดีหรือจะเลวเค้าก็อยู่กับเรา การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - ไม่ได้กระทำผิดซ้ำ แต่คิดว่าสิ่งที่ทำให้กลับไปเสพหรือไปขายอีก เพราะเจอสังคมเดิม ๆ สิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ถ้าเราไปอยู่ในสังคมใหม่ๆ เค้าจะยอมรับเราได้ไหม - และคิดว่าเป็นเพราะตัวเอง ถ้าเราไม่ไปสักอย่างใครจะมาบังคับเราไม่ได้ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - แก้ไขตัวเองไม่รู้จะแก้ไขยังไง คงต้องไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่ต่างจังหวัด เปลี่ยนสังคม ไปเจอสังคมใหม่ ๆ เพราะถ้าอยู่ที่เดิม กลับบ้านไปก็เจอเพื่อนกลุ่มเดิม สังคมเดิม ๆ - แก้ไขสังคมเราจะไปแก้ไขได้ไง เราต้องเอาตัวเองให้รอด เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ต้องเปลี่ยนที่ ตัวเราก่อน ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - อยากได้ความช่วยเหลือจากคนที่บ้านหรือไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะมันหายาไม่ง่ายเหมือนกรุงเทพ เราอยู่ ที่เดิมก็รู้แหล่ง - อยากได้กำลังใจ ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา - คนที่มาอยู่ที่นี่มีแค่ 10% ที่โดนจับโดยที่ยาเสพติดไม่ใช่ของตัวเอง แรก ๆ ก็มานั่งคุยกันว่าเราไม่รู้เรื่องเลย แต่พอโดนเข้ามาแล้ว ก็บอกว่าของเราเอง เราได้บ้านได้รถมาแล้ว


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 199 หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย คิดว่าช่วยได้มากและพร้อมเต็มที่ที่จะเข้าร่วม (มีพวกเยอะจะเรียกให้มาเข้าร่วมให้หมดเลย) มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากบอกสังคมว่าช่วยให้โอกาสคนที่ทำผิด ให้เปิดรับเข้าทำงาน อย่าคิดว่าติดยาแล้วจะเลิกไม่ได้ อยู่ในนี้ ยังเลิกได้ออกไปก็ต้องเลิกได้ คนเราทุกคนต้องการโอกาสเสมอ ถ้าไม่ให้โอกาสเจอเส้นทางใหม่เลย คนที่ ติดคุกก็จะหน้าเดิม ๆ “ไม่มีใครอยากเดินบนเส้นทางนี้ ถ้าเลือกได้ก็ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว” ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ชนัญชิดา ทุมมานนท์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สัมภาษณ์คุณโอ๋ อายุ 35 ปี นับถือศาสนาอิสลาม กระทำผิดซ้ำมาแล้ว 3ครั้ง ครั้งแรกคดีการเสพยาเสพติด ถูกส่งตัวไปบำบัดฟื้นฟู ครั้งที่ 2 คดีการเสพยาเสพติด และครั้งล่าสุด คือ การจำหน่ายยาเสพติด เป็นคนกรุงเทพ พักอาศัยอยู่ย่านรามคำแหง ในวัยเด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และพี่ ๆ (รวมตนเอง) 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน ตนเองเป็นลูกคนสุดท้อง ครอบครัวอบอุ่นมาก คุณพ่อมีอาชีพขับสามล้อและขาย กาแฟโบราณ ภายหลังจากที่คุณโอ๋มีปัญหาจึงเลิกอาชีพนี้ และนำเงินเก็บทั้งหมดไปสร้างอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ส่วนคุณแม่ไม่ได้ประกอบอาชีพ จุดเริ่มต้นของการเสพยาเสพติดคือ ช่วง ม.1 ที่โรงเรียนมีกลุ่มเพื่อนสนิท 6 คน ชาย 3 คน หญิง 3 คน วันหนึ่งแอบหนีโรงเรียนไปเที่ยวเล่น เพื่อน 4 คน (ชาย 2 หญิง 2) แอบไปมีเพศสัมพันธ์เพราะเป็นแฟนกัน แต่คุณโอ๋กับเพื่อนอีก 1 คนที่เป็นผู้ชายนั่งทานขนม สุดท้ายถูกคุณครูจับได้ โดนเรียกผู้ปกครองมาพบและ ถูกทำทัณฑ์บน คุณพ่อของคุณโอ๋ไม่เชื่อคำพูดของคุณโอ๋ว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรที่เสียหายเกินเลย ทำให้ คุณโอ๋น้อยใจ เสียใจมาก จากเหตุการณ์นั้น ทำให้คุณพ่อคุณโอ๋ต้องเลิกอาชีพขับสามล้อและข ายก าแฟ โบราณ มาทำหน้าที่รับ-ส่งดูแลคุณโอ๋ เข้า-ออก จากโรงเรียน (คุณโอ๋รับรู้ว่า พ่อรักและเป็นห่วงมาก แต่ตอน นั้นคิดแต่ว่า เพราะพ่อไม่เชื่อใจจึงต้องทำขนาดนี้) ทุกวันที่พ่อมาส่งหน้าโรงเรียน ตนเองจะหนีออกทาง หลังโรงเรียนไม่เข้าเรียนเลย โดยไปอยู่ที่เดอะมอลล์บางกะปิเลยได้เจอกลุ่มเพื่อนใหม่และเริ่มเข้าสู่วงจร ยาเสพติด (อายุ 13 ปี) จากการเห็นเพื่อนดมกาว แต่เสพยาเสพติดจริง ๆ ครั้งแรกคือ ยาบ้า โดยแอบไปเสพ ที่บ้านเพื่อนแถว ๆ หนองจอกเพราะความอยากรู้อยากลอง จากยาบ้าก็เริ่มเสพกัญชา สุดท้ายที่บ้านจับได้


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 200 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เพราะพ่อไปรับที่โรงเรียนแล้วไม่เจอจึงตัดสินใจบอกพ่อแม่ว่า หนีเรียนมาโดยตลอดเพราะน้อยใจที่พ่อแม่ ไม่เชื่อใจ แต่ไม่ได้บอกว่าเสพยาเสพติดและขอออกจากโรงเรียน ทำให้คุณโอ๋เรียนจบแค่ชั้นป.6 เท่านั้น ช่วงที่ออกมาอยู่บ้านสามารถเลิกเสพยาได้ จากนั้น ขอพ่อไปเรียนต่อที่โรงเรียนสอนศาสนา ช่วงอายุ 15-18 ปี มีแฟน พอที่บ้านทราบเรื่องก็ไม่พอใจเพราะแฟนเป็นคนไทยพุทธ คุณโอ๋จึงถูกส่งไปทำสวนยาง อยู่กับญาติที่ภาคใต้ คุณโอ๋ไม่ชอบชีวิตแบบนั้นจึงขอให้ญาติผู้ชายพาหนีกลับมาที่กรุงเทพฯ โดยไม่รู้ว่าญาติ คนนั้นชอบตน เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ผู้ชายจึงเข้าไปขอผู้ใหญ่ให้แต่งงาน จึงเป็นภาวะยอมตามโดยที่คุณโอ๋ ไม่ได้ชอบผู้ชายคนนั้น ภายหลังจากที่แต่งงาน 1 วัน ก็ขอสามีออกจากบ้านมาอยู่บ้านเพื่อ นผู้หญิงที่เคย เสพยามาด้วยกัน และกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้งหนึ่งโดยที่สามีไม่รู้เรื่อง คุณโอ๋มีลูกกับสามีคนนี้ 1 คน และกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่รามคำแหง สามีก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ระหว่างนั้น ก็รับจ้างถักกระเป๋า handmade ส่งที่จตุจักร ทุกครั้งที่ได้เงินก็จะอยากเสพยา เหตุการณ์ที่รุนแรงและจำ ฝังใจคุณโอ๋คือ “ตีลูก คือตอนนั้นมันไม่รักลูกเลยนะ ตีมัน จะให้มันหลับจะได้ออกไปซื้อยาได้” ระหว่างนั้น สามีคุณโอ๋เริ่มเสพยาเสพติดเพราะเพื่อนที่ทำงาน (ทำงานที่วรจักร) และโดนจับได้รับโทษ 9 เดือน โดยที่ คุณโอ๋ก็มีลูกคนที่ 2 กับสามีคนนี้แล้ว จากเหตุการณ์นั้นทำให้คุณโอ๋ขอแยกกันอยู่กับสามี (สามีไม่ยอมหย่าทางศาสนา) และไปเจอแฟนใหม่ หนีไป อยู่ที่บ้านแฟนซึ่งมีอาชีพขายยาเสพติด สุดท้ายถูกจับกุมด้วยข้อหาการเสพยาบ้า ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก และถูกส่งตัวไปบำบัดฟื้นฟู 15 วัน เมื่อพ้นออกมาก็กลับไปหาแฟนคนปัจจุบันและเริ่มขายยาเสพติด เพราะคิดว่าเรามาอยู่บ้านแฟนคนนี้ก็ต้องช่วยกันและรักแฟนคนนี้มาก รวมทั้งมีความกล้ามากขึ้น (เพราะเคยโดยจับมาแล้ว) สุดท้ายโดนจับกุมอีกครั้งจากคดีการเสพยาเสพติด ได้รับโทษ 6 เดือน ระหว่าง เวลานั้น เจ็บป่วยเป็นน้ำท่วมปอดต้องรักษาตัวอยู่อีก 6 เดือน (ธันวาคม พ.ศ. 2558-พฤษภาคม พ.ศ. 2559) ช่วงเวลานั้น รับรู้ว่าครอบครัวรักตนเองมากเพราะมีเพียงแค่พ่อแม่ พี่ ๆ และลูก ที่คอยดูแล จึงตั้งใจว่าจะ กลับตัวเป็นคนดีไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก รวมทั้งตนเองกลัวตายด้วย เมื่อได้กลับบ้านจึงหางาน สุจริตทำ แต่สุดท้ายก็กลับไปทำงานกับแฟนคนปัจจุบันคือ ไปแจกใบปลิวและเริ่มมีความคิดว่าอยากรวย จึงเสนอตัวเองว่าจะเป็นคนขนยาเสพติดจากสวนสยาม-พุทธมณฑลสาย 5 ปริมาณการขนคือ มัดละ 2,000 เม็ด จำนวน 3 มัด และทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายถูกจับกุมในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2659 ด้วยข้อหาการจำหน่ายยาเสพติด มีโทษ 2 ปี 3 เดือน


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 201 การถูกจับกุมครั้งล่าสุด คุณโอ๋เสียใจมากเพราะวันศุกร์ลูกเขย (ลูกสาวแต่งงานแล้ว) โทรมาหาบอกว่า “แม่ แม่กลับบ้านเถอะ เค้ามีงานแล้วจะเลี้ยงแม่เอง แม่ไม่ต้องทำอะไร” คุณโอ๋บอกลูกเขยไปว่า วันอาทิตย์ จะกลับบ้าน “คือมันภูมิใจ ลูกสาวก็ดี ยังมาได้ลูกเขยดีอีก พ่อพี่ก็ซื้อที่ที่เพชรบูรณ์เอาไว้ปลูกปาล์ม ก็ให้เป็น ชื่อพี่ คือมันดีหมดแล้ว พี่ก็บอกเพื่อนให้หาคนแทนกู กูจะกลับบ้าน” แล้วก็มาถูกจับกุมในวันนั้น เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด จากคำตอบข้อ 1.1 เสพครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี โดยเริ่มจากยาบ้าและกัญชา เหตุผลที่เสพยาเสพติด คือ การเห็นเพื่อนเสพและความอยากรู้อยากลอง กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) จากคำตอบข้อ 1.1กระทำผิดซ้ำมาแล้ว 3ครั้ง ครั้งแรกคดีการเสพยาเสพติด เพราะมีแฟนใหม่และแฟนใหม่มีอาชีพขายยาเสพติด ครั้งที่ 2 คดีการเสพยาเสพติด เพราะไปบ้านเพื่อนที่มียาเสพติดอยู่ในบ้านและตำรวจมาตรวจพอดี ครั้งที่ 3 คดีการจำหน่ายยาเสพติด เพราะรับขนยาบ้า และวันนั้นนำยาลงมาให้ลูกค้าพอดีกับที่ตำรวจ เข้าจับกุม ทั้งนี้ การหันมารับขนยาบ้าเนื่องจากอยากรวย และก็มองว่าตนเองก็โตแล้วอยากทำอะไรที่เป็น ของตัวเองบ้าง ประกอบกับสังคมตรงนั้นเอื้ออำนวย จึงคิดแล้วทำเลยโดยไม่ได้นึกถึงผลที่ตามมา ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เว้นไประยะหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเสพใหม่ สาเหตุที่กลับมาเสพเพราะการอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม ๆและอยู่กับ แฟนที่เสพและขายยาเสพติด บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร โดยรวม ๆ เป็นคนพูดเก่ง และสนุกสนาน แต่ก็เป็นคนขี้น้อยใจ คือมักจะนึกเสมอว่าอะไรที่เราอยากได้เราถึง ไม่ได้ ทำไมเราถึงไม่เคยได้ของใหม่และต้องรับของต่อจากพี่ๆ เสมอ บางครั้งมีความขี้อิจฉาและมีความรู้สึก ว่าทำไมถึงไม่เป็นเราที่ได้ อยากได้เหมือนที่คนอื่นได้บ้าง แต่ถึงแม้จะขี้อิจฉาก็ไม่เคยแย่งชิงเพื่อให้ได้สิ่งใด สิ่งหนึ่งมา


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 202 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นคนใจร้อนเลย เป็นคนที่ถ้าคิดอะไรแล้วทำเลยโดยไม่คิดว่าอะไรจะตามมา เหตุการณ์ที่สนับสนุนคำพูดนี้ คือ เหตุการณ์การขนยาบ้าจำนวน 6,000 เม็ด พอคิดแล้วก็ทำเลยถึงแม้ว่าจะคิดถึงลูก มีลูกอยู่ในใจ แต่ก็ ยังคงทำ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ว่าเพราะอะไรจึงกระทำเช่นนั้น ตอนแรกคิดว่า “วัย” ทำให้ตนเองใจร้อน แต่ ณ ปัจจุบันคิดว่าไม่ใช่แล้ว เพราะอายุก็เลยช่วงวัยที่จะใจร้อน จึงคิดว่าเป็นเพราะลักษณะนิสัยส่วนตัว ทุกวันนี้ คุณโอ๋คิดแต่เพียงว่าอยากออกไปจากที่นี่ ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูก ๆ เพราะพ่อซื้อที่ดิน ที่จังหวัดเพชรบูรณ์และทำสวนปาล์มเอาไว้ให้แล้ว ประโยคที่ได้จากคำบอกเล่า “หดหู่มากเพราะเหมือนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ติดที่เรา แค่เรา” เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เคารพกฎระเบียบมากโดยนิสัย เป็นคนเคร่งครัดมากกับกฎระเบียบ แต่ที่เคยหนีโรงเรียนทำไปเพราะประชด พ่อแม่ หลงตัวเองหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนที่ไม่เอาตัวเอาไปเปรียบเทียบกับใครในลักษณะว่าเหนือกว่าใคร เก่งกว่าใคร หรือแน่กว่าใคร เพราะคิดอยู่เสมอว่า คนที่เก่งกว่าเราต้องมีอยู่แล้ว ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ แล้วแต่เหตุการณ์ ในบางเรื่องจะเป็นคนอดทนมาก เช่น เป็นคนที่อดทนมากในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะตอนที่ ออกมาใช้ชีวิตเองกับแฟนใหม่ อดทนกับสภาพแวดล้อมหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญ ลักษณะเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอดทนได้เลย คือ เหตุการณ์ที่ถูกคนอื่นเอารัดเอาเปรียบ หรือคนอื่นมาข่มขู่ เหตุการณ์ที่คุณโอ๋เล่าให้ฟังคือ เหตุการณ์ที่ทะเลาะกับเพื่อนผู้ต้องขังหญิงในนี้เรื่องการใช้ราวตากผ้า คุณโอ๋ หันไปตีเพื่อนจนเจ้าหน้าที่มาจับแยกและถูกทำโทษ “อารมณ์ตอนนั้นมันไม่ใช่ เป็นคนไม่ยอมคน”


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 203 เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย จริง ๆ แล้วเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ชอบให้ ชอบแบ่งปัน คือ เมื่อเห็นใครมีความทุกข์ก็จะ เข้าไปปลอบใจ บางครั้งก็เสียใจไปกับเขาด้วย แต่ลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นกับคนที่มาเอารัดเอาเปรียบ เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิด ผิดมากโดยเฉพาะตอนที่เข้ามาอยู่ในนี้ เพราะช่วงเวลาในนี้ทำให้ได้ย้อนคิดทุก ๆ เหตุการณ์ที่ผ่าน เข้ามาในชีวิต ทุกวันนี้จึงคิดแต่เพียงว่าถ้าได้ออกไปจากที่นี่แล้วจะทำอย่างไร และได้คำตอบให้กับตนเองว่า จะกลับไปอยู่กับลูกกับหลาน คอยดูแลให้ความอบอุ่นเขา รู้สึกผิดกับตนเองมาก อยากเข้มแข็งให้ได้มากกว่านี้ อยากเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเอง รู้สึกผิดกับ การตัดสินใจต่าง ๆ ที่ผ่านมา ถ้าสามารถกลับไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมาได้ คุณโอ๋เลือกที่จะกลับไปแก้ไขเรื่องการเรียน เพราะตนเองเป็น คนเรียนหนังสือดี หากวันนั้นไม่น้อยใจพ่อแม่และไม่ประชดพ่อโดยการหนีเรียน ชีวิตก็คงไม่เป็นแบบนี้ ประโยคที่ได้จากคำบอกเล่า “คนที่เราทำผิดกับเค้าทั้งนั้นเลย ที่รักเรา” คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คนเราทำผิดเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ไม่ควรซ้ำซาก และบอกว่าตนเองทำผิดซ้ำซากแต่เรื่องเดิม ๆ และย้ำว่า รู้สึกผิด และรู้ว่าสิ่งที่ทำผิดแต่ก็ยังทำ ซึ่งยังคงหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงทำ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ โดยคุณโอ๋เชื่อว่าตนเองจะสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อย่างแน่นอน เพราะสงสารลูก สงสารหลาน ลูกไม่เคย ทำอะไรให้เราเสียใจเลย คุณโอ๋ให้คำสัญญากับตนเองว่า จะไม่กลับไปเสพและขายยาเสพติดอีกตลอดไป โดยสิ่งแรกที่ต้อง เปลี่ยนแปลง คือ ออกไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ต้องออกไปให้ไกลที่สุดจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ คุณโอ๋ กล่าวเพิ่มเติมว่า แฟนใหม่ไม่เคยมาเยี่ยมเลย มีเพียงแต่พ่อแม่และคนในครอบครัว ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า แฟนไม่ได้รักตนเลยจึงสามารถตัดใจได้ง่ายขึ้น


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 204 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ เป็นคนโทษตัวเอง โทษพฤติกรรมของตนเองว่าเพราะอะไรเราถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงไม่นึกถึงคนอื่น ๆ บ้างเลย ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงเราสามารถเป็นคนดีกว่านี้ได้ ถ้าตอนนั้นตนเองยึดครอบครัว ไม่ได้ยึดแฟน ชีวิตคงจะไม่เป็นแบบนี้ เพราะพื้นฐานแล้วไม่ใช่คนเลว ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์กับลูก ๆ และหลาน โดยจะยึดอาชีพทำสวนปาล์มเพราะตนเอง เคยมีประสบการณ์การทำสวนมาแล้วเมื่อครั้งไปอยู่ภาคใต้ตอนวัยรุ่น ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครเลย เพราะตนเองมีเกราะที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้วคือ ครอบครัว ซึ่งพร้อม จะให้อภัยและก้าวเดินไปพร้อม ๆ กับตน เหลือเพียงแต่ตัวเองที่จะต้องเข้มแข็งให้ได้โดยไว การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ทั้งสองอย่าง แต่สิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่า คือ ตัวเองเพราะถ้าเราไม่คิดกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ แบบนั้นเราก็จะหลุดพ้น โดยเราต้องเปิดโอกาสและใจกว้างกับสังคมใหม่ ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ที่บอกว่าสังคมก็มีส่วนด้วยเนื่องจากหากตัวเราเปลี่ยนแล้วแต่สังคมไม่เปลี่ยน สุดท้ายเราก็จะ ถูกกลืนไปกับสังคม ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ที่ตนเองก่อนแล้วจึงค่อยเปลี่ยนสังคมใหม่ โดยเฉพาะการแก้ที่ “ใจ” ของตนเอง เนื่องจากถ้าเราสามารถ แก้ที่ใจสำเร็จ เราก็จะไม่กลับไปอยู่ในสังคมเดิม ๆ (คุณโอ๋ยกตัวอย่างพี่สาวที่มีสังคมที่ดี ซึ่งคุณโอ๋ก็สามารถ เป็นแบบนั้นได้ แต่เพราะใจไม่เข้มแข็งพอที่จะออกจากสังคมเดิม ๆ) วิธีการที่คุณโอ๋เสนอ คือ การทำอย่างไรก็ได้ให้ใจเข้มแข็งแต่ก็ไม่ทราบวิธีการว่าต้องทำอย่างไร รู้แค่เพียงว่า ต้องตัดใจให้ได้


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 205 คุณโอ๋เพิ่มเติมว่า บางครั้งก็รู้สึกว่าไม่อยากเจอใครอีกแล้ว อยากมีแค่ครอบครัว อยากเปลี่ยนโลกของตนเอง ใหม่ทั้งหมด และเน้นย้ำว่ามีอย่างเดียวที่ตนเองต้องทำให้ได้คือ สร้างความเข้มแข็งของจิตใจเพราะ ครอบครัวเป็นเกราะที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว และยินดีที่จะช่วยเหลือให้เราพ้นจากสภาพตรงนี้ สำหรับสังคม สังคมก็เป็นสังคมแบบนั้นอยู่แล้ว เราเปลี่ยนสังคมได้ยาก ถ้าเราไม่เลือกเดินเข้าไปหาสังคม ที่แย่ๆ เราก็จะรอด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ครอบครัวของตนเอง และที่สำคัญที่สุด คือ ตัวของเราเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งหมด หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ยินดีเข้าร่วม เพราะอยากเพิ่มความเข้มแข็งให้จิตใจของตนเอง อยากมีทักษะในการทำให้ใจแข้มแข็ง มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มีโครงการที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่รับโทษแทนแฟน เพราะผู้หญิงหลายคนที่นี่เข้ามาเพราะรับผิด แทนแฟน จึงอยากให้มีโครงการอะไรก็ได้ที่ช่วยรวมกลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ให้ไม่กลับไปหาแฟนอีก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : นฤมล อินทหมื่น ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ผู้ต้องขังอายุ 38 ปี เดิมเป็นคนเพชรบูรณ์ มีพี่น้อง 5 คน เป็นลูกคนที่ 5 เข้ามาอยู่กรุงเทพตอนอายุ 8 ปี พร้อมกับพ่อแม่ ต่อมาภายหลังพ่อเสียชีวิต แม่จึงกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ในบรรดาพี่ ๆ ของตนไม่มีใคร ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทุกคนทราบว่าตนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยเตือนแต่ตนก็ไม่ได้ใส่ใจ เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ที่สนิทก็เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแทบทั้งหมด ปัจจุบันเลิกกับสามีแล้ว มีลูก 2 คน ฝากป้าเลี้ยง เหตุการณ์ก่อนที่จะมาอยู่เรือนจำโดนคดีจำหน่าย (และตนก็มีไว้เสพด้วย) ขณะนั้นตนอยู่ที่คอนโด กำลังจะ เอายาลงมาให้คนที่สั่งซื้อที่มารอรับยาอยู่ใต้คอนโด เมื่อลงมาใต้ตึกก็รู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น นั่นคือคนที่ สั่งซื้อกำลังถูกตำรวจจับ ทำให้ตำรวจอีกคนที่ซุ่มอยู่เข้าชาร์จตน อยู่เรือนจำมา 7 เดือนแล้ว อีก 1 ปีครึ่ง จึงจะได้ออก


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 206 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกตอนอายุ 13-14 ปี เห็นเพื่อนผู้หญิงละแวกบ้านดมกาวแล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำแล้วดูเท่ ดูเจ๋ง ทำให้ได้แฟนด้วยเนื่องจากระหว่างดมกาวก็จะมีทั้งผู้หญิงผู้ชายมานั่งล้อมวงคุยกัน ตนอยากเท่และมีแฟน จึงเริ่มลองจากการดมกาว ตามด้วยยาเค ยาบ้า ส่วนเหตุผลที่ลองยาบ้าเพราะเห็นคนซ่อมรถแถวบ้านทำงาน หามรุ่งหามค่ำไม่ยอมนอน แต่ก็ยังมีแรงทำงาน จึงเข้าไปพูดคุย เขาก็เลยให้ลองเสพด้วยเหตุผลที่สอดคล้อง กับตนคือ ไม่ชอบนอน อยากออกไปเที่ยว เที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อ น ๆ อีกทั้งยาบ้าทำให้สมองไม่ว่าง สามารถคิดได้ตลอดเพราะตนไม่มีงานทำ วัน ๆ เล่นแต่โทรศัพท์ก็รู้สึกเบื่อ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ในการทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อีก 1 ครั้งเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ทำผิดครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2542 ครอบครองยาเสพติด 1 เม็ด ครั้งแรกที่โดนจับอยู่เรือนจำเพียง 10 วัน ครั้งนั้นมีความรู้สึกผิดว่าตนทำให้พ่อแม่ต้องมาลำบาก ชีวิตเปลี่ยน ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ. 2543 คดีครอบครอง 30 เม็ด ครั้งที่ 6 และครั้งที่ 7 (คดีปัจจุบัน) ห่างกัน 5 ปีกว่าจะโดนจับครั้งล่าสุด เหตุผลที่ยังกลับไปใช้ ยาเสพติด คือ ชอบในรสชาติ อีกทั้งออกไปวันแรกหาซื้อยาเสพติดก็ได้เลยทันที สามารถเสพอยู่ในห้องได้ ทั้งวัน หลังจากเสพยาเสร็จก็จะอยู่ในห้องเล่นมือถือ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก หลังจากพ้นโทษจะหายามาเสพทันที สามารถหาซื้อได้ภายใน 1 วัน เพราะในละแวกบ้านก็ซื้อข ายกัน อยู่แล้ว ทุกครั้งหลังพ้นโทษก็จะทั้งหามาเสพและซื้อมาขายหรือทำขายด้วย เนื่องจากสามีเป็นคนท ำยา แต่ตอนนี้อยู่เรือนจำคลองเปรม สภาวะอารมณ์ก็มีส่วนเช่นกัน มีเรื่องกลุ้มใจ สะเทือนใจ ซึมเศร้า เช่น ตอนที่ลูกคนที่ 3 เสียชีวิต เหตุผลที่ทำให้ต้องใช้ยาทันที คือ ความรู้สึกชอบในรสชาติและความรู้สึกที่ว่าทำให้ตนมีแ รงคิด มีแรง จะหาเงิน


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 207 บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร มองว่าตนเองเป็นคนเอาแต่ใจ เนื่องจากเป็นน้องคนเล็กของครอบครัว เมื่อพี่ ๆ แนะนำอะไรก็จะทำตรงข้าม ไม่ค่อยเชื่อฟัง แต่กับเพื่อนจะให้เต็มร้อย ใจอ่อนใจง่ายกับเพื่อน โดยเฉพาะเวลาเพื่อนเส นอยาให้ก็จะ ไม่ปฏิเสธเพราะได้ทั้งเสพได้ทั้งเงิน เป็นคนชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบเข้าสังคม ชีวิตส่วนใหญ่นอกเรือนจำคือ ไม่มีงานเป็นหลักชัดเจน จะอยู่บ้าน ทำงานบ้าน เล่นโทรศัพท์ ทำยา เสพยา ขายยาแค่นั้น คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ มองว่าตนเป็นคนใจร้อน ไม่คิดวางแผน ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง รอจนกว่าจะถึงเวลาจริง ๆค่อยทำ มองว่าตัวเองเคารพกฎระเบียบของสังคมทั้งในและนอกเรือนจำ แต่ที่ยังกลับไปขายยาเพราะมองว่าไม่ได้ ทำให้ใครเสียหาย ไม่ได้ไปปล้นไปจี้เอาเงินใครมา ไม่คิดว่าตนมีอำนาจเหนือคนอื่นหรือทุกคนต้องมายกย่องตน แต่เอาตนเองเป็นหลัก ไม่สนใจสังคม ก็พอควบคุมตัวเองได้ 6 เต็ม 10 โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์โกรธจะควบคุมได้ยาก ครั้งหนึ่งเคยโดนคดีเมาสุรา และทำร้ายร่างกายเนื่องจากความโกรธที่ตนคุมไม่ได้ และจะอดทนไม่ได้หากตนไม่ผิดแต่มากล่าวห าตน เป็นคนรักษาสิทธิ์ของตนเอง เป็นคนที่ชอบแบ่งปัน ใจอ่อน สงสาร เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนทำลงไป ณ ตอนนี้รู้สึกผิดมากที่สุด คือ รู้สึกผิดกับลูก ส่วนครั้งแรกรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ อีกครั้งหนึ่ง คือ รู้สึกผิดต่อเจ้านาย เนื่องจากตนเคยทำงานขายอุปกรณ์เครื่องครัวประมาณ 1 ปี ช่วงเวลาที่ ทำงานนั้น ตนรู้สึกดีมาก ทำงานแล้วสนุก ถึงแม้จะเคยติดคุกมาก่อนแต่เจ้านายและเพื่อน ๆ ก็ให้การยอมรับ มีความสุขกับสังคมเพื่อนที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติด เริ่มเปิดตัวเองรับอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น มีงานเป็นหลักแหล่ง แต่ด้วยการอยู่อาศัยกับสามีที่ทำยาขายจึงยังคงอยู่ในวังวนนี้อยู่ ทั้งเสพทั้งขายจนเริ่มไม่รับผิดชอบต่องาน ยืนหลับขณะทำงานเนื่องจากตอนกลางคืนทำยา ไม่อยากให้เจ้านายต้องผิดหวังจึงลาออกมาเอง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 208 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น มองว่าการทำผิดไม่ใช่เรื่องธรรมดา การที่ตนต้องติดคุกหลาย ๆครั้ง ไม่นานนักก็ให้อภัยตัวเองได้ มีบางครั้ง ก็นึกโทษตัวเองมากกว่าที่จะโทษสังคม แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเองจากเหตุการณ์ที่ถูกจับซ้ำ ๆ ดังนั้น หากออกไปครั้งต่อไปก็ยังคงจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่จะพยายามไม่ให้ถูกจับได้เพราะชีวิตยังต้อง ดำเนินต่อไป เห็นด้วยกับการที่คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่สิ่งเอื้ออำนวยแต่ละคนต่างกัน อีกทั้งขึ้นอยู่กับงาน ระดับการศึกษาตนจบเพียงป.6 การจะหาเงินที่ทำให้สบายมีเงินพอจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านนั้นหายาก ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ วางแผนเปิดร้านขายอาหารร่วมกับเพื่อนในเรือนจำเดียวกัน ที่จะถูกปล่อยตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จประมาณร้อยละ 70 เหตุผลที่อาจทำให้ไม่สำเร็จมาจากการขาดทุนทางการเงิน โดยระหว่างที่ขายอาหารก็จะยังคงใช้ยาเสพติดไปด้วย ที่ยังคงข้องเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะต้องการได้เงิน มากให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย สำหรับตนการศึกษาระดับประถมจะหาเงินให้พอค่าใช้จ่ายนั้นค่อ นข้างย าก หากตนต้องทำงานสุจริตแล้วไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกจะต้องเป็นอาชีพที่ได้เงินมากกว่าที่ตนขายยาเสพติด ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวและพี่ชายที่ทำอาชีพรับจ้าง เพื่อนำมาลงทุนทำร้านอาหารร่วมกับ เพื่อน ซึ่งคาดว่าพี่ๆ จะให้ยืม การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? สิ่งที่ทำให้ตนทำผิดซ้ำ ๆ มองว่ามาจากตัวเองที่ทำอะไรไม่ค่อยคิด ใจร้อน เอาแต่ใจตามบุคลิกของตน โดยไม่แคร์ว่าสังคมจะยอมรับหรือไม่ เพราะเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เมื่อถามกลับว่าเคยลองเปลี่ยนตนเองหรือไม่ ก็จะเป็นช่วงที่เข้าไปทำงานขายอุปกรณ์เครื่องครัว มีสังคมใหม่ที่เป็นการเปลี่ยนตัวเองมากที่สุด โดยมองว่าคนอื่นที่ออกจากเรือนจำไปแล้วเสพและกลับเข้ามาใหม่ เหตุผลนั้นมาจากตัวของพวกเขาเอง มากกว่าสังคม


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 209 ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร หากต้องแก้ไขตัวเองจะแก้ด้วยการลดความใจอ่อนต่อการกลับไปใช้ยาเสพติด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเป็น ผู้ขายยาอีก ส่วนสังคมไม่ได้มองว่าต้องแก้ไขอะไร แต่หากต้องแก้ไขก็คือ ให้โอกาสในการทำงาน ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ตอนนี้ไม่มีอะไรหรือบุคคลใดที่จะให้ตนได้ยึดเหนี่ยว หรือช่วยให้ตนหลุดพ้นจากยาเสพติดได้ อยากได้เงินทุน ในการไปเปิดร้านของตนเอง หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย หากมีกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขข้อเสียของตน คิดว่าอาจจะช่วยได้และยินดีเข้าร่วม มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ แนะนำให้จัดอบรมอาชีพด้านการทำอาหาร ปัจจุบันอยู่กองงานปักเลื่อม หากออกไปนอกเรือนจำก็คงไม่ทำ อาชีพปักเลื่อมเพราะได้เงินน้อย แต่เดิมขายยาได้วันละ 2,000 บาท ให้ลองเรียงลำดับสิ่งสำคัญในชีวิต 1. ลูกทั้ง 2คน 2. แม่ 3.ยา ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : บุญจิรา ชลธารนที ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ครั้งนี้ถูกจับด้วยข้อหาเสพและครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วยโทษ 2 ปี 9 เดือน อยู่มาแล้ว 7 เดือน โดยตน พัวพันกับยามาตลอด เริ่มเสพตั้งแต่อายุ 14 พอติดก็ยิ่งต้องหาเงินมาซื้อ พออายุ 15 มีคนชวนเป็นเด็กส่งยา จึงเริ่มส่งยา ขายยา โดนจับ และได้เข้าไปอยู่สถานพินิจ 1 ปี 6 เดือน - อยู่สถานพินิจได้1 ปีมีโครงการ back to school จึงได้ออกมา แต่ไม่กล้ากลับมาเรียนต่อเพราะอายุที่ เหมือนไปติดคุกมา ครอบครัวจึงให้ออกมาทำงานขายตั๋วรถทัวร์ แต่ด้วยพวกรถทัวร์ก็มีการใช้ยาบ้า ทำให้ เข้าถึงง่าย หาซื้อง่าย ออกจากสถานพินิจเลิกได้ 2 เดือนก็กลับมาเสพใหม่ แล้วก็เสพยามาเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้ ขายเลย จนอายุ 30 กลับมาขายอีกครั้ง และถูกจับครั้งนี้ - ระหว่างนี้ถ้าไม่ถูกจับก็ใช้ยามาตลอด แต่ก็มีบางช่วงที่ไม่ได้ใช้ขึ้นอยู่กับว่าคบแฟนใช้ยาหรือเปล่า ซึ่งตอน อายุ 22 แฟนคนนี้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเลย ตนไปอาศัยอยู่บ้านแฟนก็สามารถไม่ใช้ยาเลยได้เป็นปี จุดหักเห


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 210 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด อีกครั้งเมื่อแฟนคนนี้เสียชีวิต จึงเริ่มกินเหล้าสูบบุหรี่และกลับมาเสพอีก และแฟนคนต่อ ๆ ไปก็ใช้ยาและ ขายยาก็กลับมาใช้ยา และทำงานบ้างตามที่ทำไหว เช่น งานโรงงาน เป็นแคดดี้ แต่ไม่ได้ขาย ขอยาจากแฟน - การโดนจับครั้งนี้ถือเป็นการเข้าเรือนจำอย่างจริงจังครั้งแรก โดนตนเริ่มกลับมาเป็นผู้ข ายอย่างจริงจัง เมื่ออายุ 30 เนื่องจากแฟนคนที่คบตอนนั้นเป็นผู้ค้าและถูกจับ ด้วยที่ตนรู้เห็นวิธีการท ำงานมาตล อด พอแฟนโดนจับจึงเริ่มขายเองตามเส้นทางที่แฟนทำไว้ เงินส่วนหนึ่งก็เอามาส่งเสียแฟนในเรือนจำ แล้วก็ส่ง ให้ครอบครัวของตัวเองด้วย ซึ่งระยะหลังมาตนก็เป็นหัวหน้าครอบครัวเพราะพ่อเสียชีวิต พี่ชายพี่สาวก็ หาเงินไม่ได้มากเท่าตนที่ขายยา แม่เปิดร้านขายของชำพอมีรายได้แต่ตนก็อยากให้แม่อยู่สบาย แม่รับรู้ มาตลอดว่าตนกลับมาเสพยา แม้ตนจะไม่บอกความจริงทั้งหมดแต่ก็สนิทสนมกับแม่มาก แม่จะพอรู้ว่า เมื่อไหร่ที่ตนให้เงินเยอะ แปลว่าตนได้เงินมาจากขายยา - ระหว่างก่อนจะโดนจับครั้งนี้ (ช่วงอายุ 30-34) ก็ถูกจับด้วยคดีเสพและครอบครองมา 3 รอบ แต่ก็ถูกจับ ไม่กี่วัน บำบัด 45 วัน และเคยถูกส่งตัวไปบำบัดที่ธัญญารักษ์เป็นเวลา 4 เดือน (ที่จริงตนก็เป็นคนขายแต่ใช้ การวิ่งเต้น ยัดเงินด้วยทำให้ไม่โดนคดีจำหน่าย) - อายุประมาณ 32 ได้แฟนใหม่ (แฟนเก่ายังอยู่ในเรือนจำ) ซึ่งก็เสพและขายยา พร้อมกับทำอาชีพขับรถ รับจ้างอิสระ ถูกจับพร้อมกันเนื่องจากเครือข่ายที่ตนส่งยาซัดทอด จึงโดนจับทั้งตนและแฟนด้วยข้อหาเสพ และจำหน่ายในครั้งนี้ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพยาครั้งแรกคือยาบ้า ตอนอายุ 14 เพราะเพื่อนเสพและชวนให้ลอง ตนเป็นคนรักสนุก เฮฮา เพื่อนชวน ก็เลยลอง ที่เสพเพราะรู้สึกว่าเท่ (นั่งใส่เสื้อแขนยาว นั่งเสพยา ข้างสนามบาส รู้สึกว่าเท่มาก) - ตอนนั้นที่เสพเพราะรู้สึกเท่และสนุก ไม่ได้มีปัญหาอะไรอื่น ตนคิดว่าครอบครัวตัวเองอบอุ่นดี พ่อรับเหมา ก่อสร้าง แม่เปิดร้านขายของ ตนเป็นลูกคนเล็ก มีพี่สาวและพี่ชาย และสนิมสนมกับแม่ดี สามารถพูดคุยกับ แม่ได้ทุกเรื่อง กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - กระทำผิดซ้ำเกี่ยวกับยาเสพติดมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการเข้าเรือนจำด้วยข้อหาจำหน่ายครั้งแรก - ครั้งแรกทำความผิดขณะเป็นเยาวชน (15) จึงถูกส่งไปสถานพินิจ จากนั้นในช่วงอายุ 30-34 ถูกจับคดีเสพ และครอบครองอีก 3 รอบ และเคยเข้ารับการบำบัดที่ธัญญารักษ์ 4 เดือน และครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุด - ครั้งแรกตอนอายุ 15 ตนเริ่มเสพตอนอายุ 14 มีผู้ใหญ่มาชวนให้ไปส่งยา ตนเห็นว่าได้ทั้งเงินด้วยและได้ ทั้งยามาเสพด้วยจึงทำดู ผู้ใหญ่ชวนทำก็เลยทำ เหมือนเป็นเด็กยังไม่รู้คิดด้วยและในที่สุดก็โดนจับ - ตนเสพยามาตลอดตั้งแต่ 14 (มีเว้นได้นานที่สุด 1 ปี เนื่องจากคบแฟนที่เป็นคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยา) เพราะ อยู่ในแวดวงอยู่แล้ว ออกจากสถานพินิจมาทำงานขายตั๋วรถทัวร์ก็หายาได้ไม่ยาก เพราะคนรอบข้างก็ใช้ การเข้าถึงก็ง่าย (โดยเฉพาะแฟนจะมีอิทธิพลมาก ที่ผ่านมามีแฟนหลายคนทุกคนเสพและขาย มีเพียง


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 211 คนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับยา) ตนจึงใช้เสพเรื่อยมา เพราะแฟนเสพตนก็เสพเป็นวงจรชีวิต แม้ตนเคยไปทำงาน แคดดี้ พยายามจะทำงานสุจริตตอนอายุ 24 แต่พอมีเงินหน่อย เพื่อนชวน หาเงินมาได้ก็เอามาลงที่ยาหมด ยิ่งเสพก็ยิ่งอยากเสพ เสพยามากไปทำงานไม่ได้ ก็ขอยาจากแฟนที่เป็นคนขาย ชีวิตวนเวียนอยู่กับยาตลอด แต่ก็ไม่ได้ขายเอง จนแฟนถูกจับและตนเองก็เริ่มเชี่ยวชาญและเห็นช่องทางและวิธีมาตลอด พอแฟนไม่อยู่ ตนก็กลายมาเป็นผู้ค้าอย่างเต็มตัว (เมื่ออายุ 30) ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - ตอนพ้นโทษครั้งแรก (สถานพินิจเด็กและเยาวชน) พ้นโทษได้ 2 เดือนก็กลับมาเสพอีก เพราะไปทำงาน ขายตั๋วรถทัวร์ ยาหาได้ไม่ยากจึงอดใจไม่ไหว ตนเองเป็นคนชอบเฮฮา เวลาเพื่อนชวน แฟนชวนมักเลย ตามเลย เคยพยายามจะเลิกหักดิบด้วยตนเอง อย่างตอนมีแฟนไม่เสพตนก็สามารถทำได้เป็นปี แต่พอเพื่อน ชวนไปเที่ยวสงกรานต์ เฮฮากัน หากได้เริ่มกินเหล้า สูบบุหรี่ ยาก็จะตามมา ตนก็เริ่มเสพอีก - สำหรับการถูกจับข้อหาเสพครอบครองทั้ง 3 ครั้ง ออกมาตนก็เสพต่อเลยทุกครั้ง เพราะช่วงนี้เป็นผู้ขายเอง อยู่แล้วอย่างเต็มตัว เหมือนเป็นผู้กระจายยาอีกทีเริ่มมีอิทธิพลบ้าง สามารถวิ่งเต้นจนไม่โดนคดีจำหน่าย และมียาในมืออยากเสพก็เสพได้เลย - แม่รู้ว่าตนขายยาเพราะหลัง ๆ มาตนให้เงินแม่เยอะ แม้แม่จะบอกว่าไม่อยากได้ แต่ตนก็อยากให้แม่ อยู่สบาย ในใจก็รู้ดีถึงความเสี่ยงในการถูกจับเพราะก็ถูกจับตามองจากตำรวจ แต่เพราะคิดว่าไม่มีงานไหน ที่จะได้เงินแบบขายยา - แม้เสี่ยงแต่ก็มองว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยง และเตือนตัวเองเสมอให้ทำใจยอมรับหากต้องถูกจับ เพราะตนก็รู้ว่า มันต้องถูกจับด้วยข้อหาจำหน่ายในสักวัน แต่ก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อหนีการถูกจับ - แม้แม่และพี่น้องจะตักเตือน แต่ด้วยตนหาเงินเข้าบ้านได้มากที่สุดตนจึงกลายเป็นคนที่เสียงดังที่สุด แม่กับ พี่น้องจึงไม่ค่อยกล้าต่อว่าตนมาก และตนเลือกเองที่จะใช้งานค้ายาส่งเงินให้แม่จะได้ไม่ลำบาก อยากเลี้ยงดู ให้แม่สุขสบาย เช่น ขายยาได้ 1,000 จะแบ่งให้แม่เลย 500 บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ยังไงก็ได้ (มากเกินไปบางที) ชอบเฮฮาสนุกสนานกับเพื่อนมาก - รักแม่ อยากเป็นหลักให้กับครอบครัว ตนสนิทกับแม่ บอกทุกครั้งว่ากลับมาเสพก็บอกไม่เคยโกหก และไม่ มีใครห้ามตนได้ - เป็นคนที่รั้น ดื้อเงียบ ต่อหน้าเวลาแม่ว่าก็จะรับคำไปก่อน แต่สุดท้ายก็ทำอยู่ดี


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 212 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ไม่ต่อต้าน เป็นคนชอบคุยกับคน ชอบสนุกสนาน บางทีก็ไม่ค่อยคิด คิดได้เมื่อสายไป คิดแล้วชอบ พรวดพราดทำเลย เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ไม่ค่อยเคารพ ตั้งแต่เด็กก็ชอบแหวกแนว เค้าบอกให้ทำอย่างนึงเราจะอยากไปอีกอย่าง เหมือนเราชอบ คิดพลิกแพลง รู้ตัวเลยว่าเราบางทีก็ชอบเห็นแก่ตัว แบบอยู่ในนี้ก็ไม่ได้ช่วยเพื่อนซักผ้า เราไม่ทำแต่เราก็เลี้ยง ชดเชย หรืออยู่ข้างนอกเราก็ชอบแซงคิว (ทำบ่อย ๆ) หลงตัวเองหรือไม่ ก็หลงอยู่นะ คิดว่าตัวเองเป็นคนเอาตัวรอดได้ เหมือนเชื่อว่าฉันทำได้ แต่ก็มักคอยเตือนตัวเองอยู่ว่าอย่าคิด ว่าตัวเองเก่ง มีคนเก่งคนฉลาดกว่าเราเยอะ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ คิดว่าอดทนได้ อย่างเวลาจะทำอะไรแล้วมีคนด่า คนไม่เห็นด้วยก็จะทนได้ เราจะไม่โต้ตอบ ก็จะเฉยได้ อารมณ์ก็ควบคุมได้ แม้โกรธก็จะไม่ได้ปะทะกับใคร เก็บอารมณ์ ทนได้ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ในบางเรื่อง ใจดำบางที บางครั้งเพื่อนมาขอความช่วยเหลือเราก็ไม่ได้ให้ เพราะบางทีเราก็ยังไม่ได้มี เราก็ ไม่แบ่ง พอมีเหลือถึงจะแบ่ง เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้ว่ามันผิดและรู้สึกผิด แต่ขายยามันเป็นทางเดียวและเป็นทางที่ดีที่สุดก็เลยต้องทำ รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็คุ้ม จะเสี่ยง - รู้สึกผิดกับแม่ แล้วก็เป็นห่วงแม่มาก ทุกวันนี้ไหว้พระขอให้แม่แข็งแรงเพราะแม่ก็อยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้ มาเยี่ยมแต่ก็เข้าใจนะ ไม่อยากให้แม่ลำบากมาเองด้วย มันเสียใจที่เราต้องมาติดในนี้ทำหน้าที่ดูแลหาเลี้ยง อะไรแม่ไม่ได้เลย กลัวแม่ลำบาก แม่คงพออยู่ได้ด้วยค้าขาย แต่ก็ไม่สบายเหมือนมีเราช่วยส่งเสียดูแล


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 213 คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คนเราก็ทำผิดพลาดได้ ถ้าเราทำสุดความสามารถแล้วผิดพลาดก็เรียนรู้ เอามาเป็นบทเรียน ไม่ตัดพ้อ เหมือนที่ติดคุก เราก็รู้ทุกอย่าง เราก็ทำเอง คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ได้ แล้วก็อยากเริ่มต้นใหม่ ตอนนี้อายุ 35 แล้ว ไม่อยากไปยุ่งกับยาเลย เราอยู่กับมันมานาน เห็นวงจรชีวิต ตัวเองวนเวียนกับยามาตลอด ใจก็อยากจะเริ่มต้นใหม่ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ไม่คิดเพราะเลือกทำเอง รู้ผลอยู่แล้ว แต่เสียใจที่ไม่ได้เลี้ยงแม่มากกว่า ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - จะออกไปอยู่บ้านย่าของแฟนคนปัจจุบันเพราะโทษเราน้อยกว่าจะได้ออกไปก่อน บ้านเค้าพอมีฐานะ แล้วก็มีกิจการค้าขายที่สุวรรณภูมิ คงไปขอทำงานตรงนั้นก็จะได้มาเยี่ยมแฟนด้วย ยังขอเงิน ขอความช่วยเหลือตรงนี้ได้แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะว่ายังไง เขาจะช่วยเหลือเรารึเปล่า แต่คราวนี้ก็ตั้งใจว่า จะไม่ยุ่งกับยาอีก บ้านเค้ามีร้านขายน้ำขายเครื่องดื่มที่สุวรรณภูมิ แต่แถบนั้นมันก็มีพวกวงการรถ วงการยา ก็กลัวตัวเองจะทนไม่ไหว กลับไปใช้ยาอยู่เหมือนกัน ต้องระวังใจตัวเอง - คิดว่าจะทำได้ก็ 50 50 เพราะต้องลองขอความช่วยเหลือเขาดูก่อนว่าจะช่วยเรารึเปล่า - ที่ไม่อยากกลับบ้านตัวเองเพราะไม่อยากไปเป็นภาระให้แม่ ถ้ากลับไปเราก็ยังไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่อยาก กลับไปแบบพ่ายแพ้เป็นภาระให้แม่เพราะเราเป็นคนให้มาตลอด - ถ้าทำเองก็เคยฝึกพวกเสริมสวยหรือไม่ก็พวกค้าขาย แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเพราะไม่มีอะไรเลย ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - อยากให้ย่าของแฟนช่วยเหลือ ก็จะได้พอมีอาชีพ พอหาเงินได้ - จริง ๆ ก็อยากทำงานพวกจิตอาสาด้วย แต่ก็ต้องหาเงินดูแลตัวเองให้ได้ก่อน แล้วก็หาเงินให้แม่ด้วย - อยากให้ช่วยเรื่องจิตใจเพราะตนรู้สึกว่าได้ผล ตอนที่เคยอยู่ธัญญารักษ์ ตอนนั้นอยู่ 4 เดือน รู้สึกมั่นใจมาก ที่จะเลิกยาออกมาก็ไม่ใช่ยาได้ตั้ง 7 เดือน เพื่อนยื่นให้ก็ไม่เสพ ปฏิเสธเพื่อนได้ แต่ดันไปเที่ยวสงกรานต์เฮฮา กินเหล้า สูบบุหรี่ ยาเลยตามมา พอได้เริ่มแล้วก็เสพมาอีก ตอนนั้นรู้สึกมีความตั้งใจจะเลิกแน่วแน่ ก็ทำ ได้นานระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้อยู่ในนี้มา 7 เดือน ยังไม่ค่อยมั่นใจหรือมุ่งมั่นจะเลิกได้เลย


ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 214 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - ที่เสพซ้ำเพราะอยู่กับเพื่อนเก่า ๆ เพื่อนที่ใช้ยามันก็อดไม่ค่อยได้ เหมือนบางทีเรา “ไม่มีใครเอา แต่เพื่อนพวกนี้มันเอากู” มันก็เสพอยู่ด้วยกัน - สำหรับตัวเองคนรอบข้าง เพื่อน แฟน เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องอยู่ในวังวน เพราะเวลาได้อยู่สังคมใหม่ๆ คนที่ไม่เสพตนก็ไม่เสพได้ เหมือนตอนคบแฟนที่ไม่ใช้ยาตนก็ไม่ใช้ยาเลย หรือตอนที่ไปอยู่บ้านน้า ที่ต่างจังหวัด ไปทำงานแคดดี้ หนีจากเพื่อนเก่า ๆ ตนก็หยุดใช้ยาได้ สำหรับตนเพื่อน แฟน สิ่งแวดล้อม สำคัญ เพราะตนก็อดใจไม่ไหวเองด้วย ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - อยากแก้ไขตัวเองให้มีจิตใจหนักแน่นขึ้น ไม่กลับไปยุ่งกับยาอีก - อยากมีคนช่วย มีคนให้งานทำ ถ้ามีคนรับเราไปอยู่ในที่ที่ไม่มียาเสพติดคิดว่าเราจะอยู่ได้เป็นคนใหม่ได้ - อยากให้สังคมให้โอกาส อย่ามองว่าเราเป็นพวก “คนเคยติดคุก” ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - อยู่ที่สังคมกับการทำงาน ถ้าได้ไปอยู่สังคมใหม่ๆ สังคมที่ไม่มียา เราก็คงจะอยู่ได้ไม่กลับมายุ่งกับยาอีกได้ การทำงานก็ต้องมีงานเพราะต้องมีรายได้ ต้องเลี้ยงตัวเองแล้วก็ส่งให้แม่ด้วย - อยากให้ช่วยหางานกับช่วยพาไปอยู่ในสังคมดีๆ ให้ไปช่วยทำงานแนวจิตอาสาอะไรก็ได้ เช่น ให้บทเรียน คนอื่น หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - นิสัยที่เป็นปัญหาของตัวเอง คือ เป็นคนไม่ห้ามตัวเอง ห้ามใจไม่ค่อยได้ อยากให้ช่วยให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น - อยากเข้าร่วมมาก จากที่เคยได้รับการบำบัดทางจิตใจที่ธัญญารักษ์ตนชอบมากและคิดว่าดีมาก ยิ่งบำบัด ก็ยิ่งช่วยได้มาก ทำให้เข้มแข็งขึ้นได้จริง ๆ อย่างน้อยก็จิตใจและความมุ่งมั่นเต็มที่ แต่ออกมามันก็เข้มแข็ง ได้ไม่นานเพราะเจอสิ่งแวดล้อมเดิม - แต่ถ้าบำบัดนานก็อาจจะยิ่งเข้มแข็งขึ้น ตอนนี้อยู่ในเรือนจำมาแล้ว 7 เดือน ตนยังไม่มีความมุ่งมั่นเลย ยังเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะเลิกแน่นอนเหมือนความรู้สึกตอนอยู่ธัญญารักษ์


Click to View FlipBook Version