ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 215 มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - อยากให้สังคมให้โอกาส - การจัดอบรมพวกบำบัดจิตใจควรจะเลือกคนที่อยากเข้าร่วมจริง ๆ ถึงจะได้ผล บางคนเข้ามาเพราะ อยากได้ความดีความชอบมันก็ไม่ได้ผล ต้องให้คนที่เขาอยากจะเปลี่ยนตัวเองเข้ามาร่วมโปรแกรม โดยเฉพาะพวกคนที่เพิ่งติดรอบแรก เพิ่งทำความผิด พวกนี้ยังน่าจะได้ประโยชน์มาก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ปิยกฤตา เครือหิรัญ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - คุณเอย อายุ 33 ปี ติดครั้งแรก คดีครอบครองและจำหน่าย คดี 3 ปี อยู่มาแล้ว 1 ปี1 เดือน - ครอบครัวพ่อแม่ยังอยู่ด้วยกัน มีพี่สาวและน้องชาย พ่อและน้องชายทำงานอยู่โตโยต้า แม่ไม่ได้ทำงานแล้ว เพราะต้องดูแลยายที่ป่วย ส่วนพี่สาวอยู่สวีเดน มีสามีเป็นคนสวีเดนและทำธุรกิจที่สวีเดน - เรียนจนถึงปวช. ปี2แต่ไม่จบ ออกจากบ้านตอนอายุ 18 ปี ไปอยู่กับแฟนคนแรก กลับบ้านบ้างแต่ติดต่อ ทางบ้านตลอด - มีแฟนมาแล้ว 2คน โดยมีลูก 2คนกับแฟนคนแรก แต่เลิกกันเพราะแฟนคนแรกไปมีคนอื่น - หลังจากเลิกกับแฟนคนแรกก็ไปอยู่สวีเดนกับพี่สาว ตอนช่วงอายุ 24-25 ปี แต่สุดท้ายอยู่ได้ไม่นาน ก็กลับมาประเทศไทยเพราะคิดถึงลูกและพ่อแม่ - หลังจากกลับมาประเทศไทยก็เจอแฟนคนที่ 2ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติด (ยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ยาเค) ตอนแรก ที่คุยกัน แฟนคนที่ 2 เพิ่งออกมาจากคุกประมาณ 4-5 เดือน ตอนนั้นคุณเอยไม่รู้ว่าแฟนเคยติดคุกและ ค้ายา มารู้หลังคบกันประมาณ 6-7 เดือน แต่ก็เลยตามเลยเพราะรักไปแล้วและรับได้ คุณเอยบอกว่า เรื่องเดียวที่รับไม่ได้คือ เรื่องผู้หญิง ส่วนเรื่องอื่น ๆ รับได้หมด - ตอนแรกคุณเอยเสพไอซ์อยู่แล้วแต่ไม่ได้ค้า แต่พอเจอแฟนคนที่2 เลยหันมาช่วยค้ายาเพราะคิดว่าแฟนกัน ต้องช่วยกัน แฟนไม่ได้บังคับ คุณเอยเต็มใจช่วยเอง - ก่อนมาติดคุกเคยทำเบเกอรี่ขายส่งตามออเดอร์ (บราวน์นี่ ทาร์ตบราวน์นี่) แต่ก็ค้ายาไปด้วย เพื่อให้ได้ รายได้หลายทาง - ตอนแรกพ่อแม่ไม่รู้ว่าคุณเอยเสพและค้ายา มารู้ตอนโดนจับแล้ว แต่ตอนคบแฟนคนที่ 2 พ่อแม่ก็มีสงสัย เพราะลักษณะของแฟนคนที่สองไม่น่าไว้ใจ พ่อแม่ก็เตือน แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของพ่อแม่เท่าไหร่ - มาติดอยู่ที่นี่ พ่อแม่ก็ยังมาเยี่ยมตลอด/ปัจจุบันลูกทั้ง 2 คน แม่คุณเอยเป็นคนเลี้ยงดู ส่วนแฟนคนที่ 2 แต่งงานใหม่หลังจากคุณเอยถูกจับ แต่ไม่นานก็โดนตำรวจจับ คุณเอยมารู้ทีหลังว่าตอนแฟนคนที่ 2ถูกจับ ก็ซัดทอดว่ายาทั้งหมดเป็นของคุณเอยซึ่งไม่จริง โชคดีที่คุณเอยไม่ได้โดนเพิ่มโทษ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 216 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพครั้งแรกตอนอายุ 22 ปี ยาที่เสพคือยาไอซ์ ครั้งแรกที่ลองเสพเพราะเพื่อนชวน โดยเพื่อนมาขอยืมห้อง เพื่อเสพยา คุณเอยก็ให้เพื่อนยืมโดยตัวเองก็อยู่ในห้องด้วย เพื่อนจึงคะยั้นคะยอให้ลอง คุณเอยจึงตัดสินใจ ลองเสพแต่ก็ไม่ได้รู้สึกชอบ หลังจากนั้นก็ไม่ติด อยู่คนเดียวถึงมียาก็จะไม่เสพ จะเสพก็ต่อเมื่ออยู่กับ เพื่อนเท่านั้น (เคยลองยาบ้าแต่ไม่ชอบ เสพแต่ยาไอซ์) - คุณเอยเสริมว่า ถึงไม่ติดยาแต่เป็นคนติดควันมาก ชอบสูบบารากุมาก ๆ มีเตาบารากุอยู่ที่ห้อง และมี บารากุแบบพกพาเวลาออกไปข้างนอก เนื่องจากชอบกลิ่นหอมและชอบควันมาก ๆ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - เป็นการกระทำผิดครั้งแรก ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - เป็นการกระทำผิดครั้งแรก บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ตลก เข้ากับคนง่าย พูดตรง ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ ไม่เคยหาเรื่อง ใครก่อน แต่ถ้าใครมาหาเรื่องก็ไม่ยอม - วัยรุ่นมีเรื่องบ่อย แต่เป็นปัญหาของเพื่อนทั้งนั้น - ขี้หึงมาก ๆ ไม่ใช่คนยอมคนโดยเฉพาะกับแฟน ถ้าทะเลาะกันก็มักจะตบตีกัน หรือถ้าแฟนมาทำร้ายก็จะ ทำกลับ ไม่เคยยอม คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - ใจร้อนมาก ๆ ไม่ค่อยมีความอดทนและค่อนข้างโมโหร้าย ตอนวัยรุ่นเวลาโมโหพ่อแ ม่ห รือแฟนก็จะ ขว้างปาข้าวของ ชอบโวยวาย ความเป็นคนใจร้อนทำให้เลือกค้ายาเพราะได้เงินง่ายและไว ไม่ชอบรอ อยากได้ต้องได้เลย ซึ่งการทำอาชีพสุจริตมันได้เงินช้า - คิดหน้าคิดหลังบางเรื่อง อย่างเรื่องค้ายาจะคิดตลอด ชั่งน้ำหนักก่อนขายให้ใครว่าจะคุ้มไหม และจะไม่ ค้ายาให้คนที่ไม่รู้จักเพราะคำนึงถึงความเสี่ยง เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ค่อนข้างเคารพกฎ ไม่ใช่คนที่จะฝ่าฝืนกฎ อย่างตอนอยู่โรงเรียนก็ทำตามกฎ ไม่ใช่คนเกเร
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 217 หลงตัวเองหรือไม่ มีบ้าง บางทีก็ชอบคิดว่าเราคิดได้แต่เขาคิดไม่ได้แบบเรา หรือเขามีเราก็มีเหมือนกัน หรือเราสวยกว่าคนอื่น ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ตอนวัยรุ่นควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ แต่พอเริ่มโตก็เริ่มควบคุมได้บ้าง เริ่มคิดได้ มีสติมากขึ้น เช่น เมื่อก่อน เวลาโมโหแม่ก็จะโวยวายทำลายข้าวของ แต่ปัจจุบันเลือกเดินหนีเพราะเริ่มควบคุมตัวเองได้ และเริ่มนึกถึง บาปกรรม เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่ใช่คนใจดำ เป็นคนขี้สงสาร เช่น ตอนอยู่ข้างนอก เวลาลูกค้าติดหนี้ก็สงสาร เขามาขอยาไปขายก็ให้เขา (คุณเอยบอกว่าบางทีก็มีน้อยใจเหมือนกันว่า ทำไมเวลาตัวเองเดือดร้อนถึงพึ่งใครไม่ได้) เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดตลอด แต่ตอนนั้นที่ทำเพราะมีเป้าหมายที่ตั้งไว้ อยากมีเงินเยอะ ๆ ไว้ซื้อของให้พ่อแม่ อยากหา เงินก้อนไว้ซื้อของเพื่อต่อยอดทำกิจการค้าขาย (ร้านขนม) ซึ่งตั้งใจว่าถ้าทำได้ตามเป้าครั้งนี้จะเลิกค้ายา แต่ถูกจับก่อน คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนทำพลาดได้ เป็นเรื่องธรรมดา คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ คิดว่าเริ่มต้นใหม่ได้และตั้งใจว่าออกไปจะเริ่มต้นใหม่ เสียดายเวลาที่ต้องมาติดคุก และสงสารพ่อแม่ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ มีบางทีก็โทษตัวเอง คิดว่าถ้าเราไม่ทำแม่ก็คงไม่ต้องมาลำบาก คอยดูแลส่งเสียเราแบบนี้ ถ้าเราตัดสินใจเลิก ตั้งแต่ตอนนั้นแม่คงสบายกว่านี้ โทษตัวเองเรื่องนี้ตลอด ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 218 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ตั้งใจว่าถ้าพ้นโทษออกไปจะออกไปอยู่กับพ่อแม่ คงขายของหรือหาอะไรอย่างอื่นทำ ซึ่งเรือนจำมีทุนให้ สำหรับผู้ต้องขังที่ตั้งใจจะกลับตัวเมื่อพ้นโทษ คุณเอยอยากเอาทุนไปทำร้านขายก๋วยเตี๋ยว โดยจะหาจุดเด่น ให้ร้านตัวเองจะได้ขายดี หลังจากนั้นอาจจะไปอยู่สวีเดนกับพี่สาว ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ต้องการ แต่ไม่รู้ว่าใครจะให้ความช่วยเหลือได้นอกจากครอบครัว คงหาเงินด้วยตัวเองแบบรบกวนครอบครัว ให้น้อยที่สุด อยากได้เพียงกำลังใจจากครอบครัวไม่ใช่เงิน การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - คุณเอยกระทำผิดครั้งแรก แต่คิดว่าคนเสพที่ออกไปคงใจไม่แข็งทำให้เลิกเสพไม่ได้ อาจจะด้วย สภาพแวดล้อม เพื่อน และความคึกคะนอง จึงทำให้ต้องกลับไปเสพยาอีก - ไม่เกี่ยวกับสังคม เกี่ยวกับตัวคนและจิตใจมากกว่า ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ต้องแก้ไขที่ตัวเองเพราะมันอยู่ที่ใจ สังคมยังไงก็ให้โอกาส เขาไม่มาสนใจหรอกว่าเราจะไปทำอะไรมา ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก คงต้องช่วยเหลือตัวเองเพราะรู้ตัวว่าที่เสพยาเป็นเพราะเพื่อน ดังนั้น คงหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง จะได้ ไม่ต้องไปหาเพื่อนและไม่ต้องเสพยา หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย พร้อมเข้าร่วม อยากให้มีกิจกรรมที่ช่วยเสริมกำลังใจหรือกิจกรรมที่ช่วยให้คิดได้ หรือแนะแนวทางที่จะ ช่วยให้ไม่ต้องกลับไปยุ่งกับยาเสพติดอีก มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 219 ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : วิภาวี วรวุฒิวทยารักษ์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - โดนจับในข้อหาขายและเสพ ประมาณ 9 ปี โดยเป็นความผิดครั้งที่ 2 - ตนเองเกิดมาจากการที่แม่แท้ๆ ซึ่งมีอาการทางประสาท (เป็นบ้า) ถูกข่มขืน ทำให้เกลียดพ่อแท้ๆ มาก และเคยเกลียดแม่แท้ๆ ด้วย แต่ตอนนี้ไม่เกลียดแล้ว ลุงกับป้าเลยรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก จนโตซึ่งก็คือ คนที่เรียกว่าพ่อแม่ในปัจจุบัน - พ่อกับแม่เป็นคนหัวโบราณ พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน รุนแรง เวลาทำผิดก็จะตีและด่าว่าแรง ๆ ตลอด ถึงแม้ จะมีเรื่องราวของครอบครัวตามนี้แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นสาเหตุให้ต้องมาใช้ยา ไม่คิดว่าเป็นปมอะไร - ในวันที่โดนจับตั้งใจจะไปเสพยาไอซ์กับเพื่อนชายที่รู้จักกันมาได้ประมาณแค่หนึ่งเดือน เพื่อนชายคนนี้ ชวนไปเสพที่บ้านซึ่งตัวเองไม่มีเงิน จึงได้หลับนอนเพื่อจะได้เงิน 3,000 บาทพร้อมยาไอซ์โดยเพื่อนชายได้ ฝากยาไว้ในรถด้วย เมื่อนอนหลับไปตื่นมาอีกทีเพิ่งรู้ว่าเพื่อนชายนั้นมีหมายศาลค้นบ้านอยู่ ซึ่งก็หนีไม่ทัน เพราะตำรวจเข้ามาค้นบ้าน เพื่อนชายโดนแค่ข้อหาเสพเพราะมียาอีอยู่กับตัวเม็ดเดียว แต่ตนเองโดนข้อหา ขายเพราะมียาไอซ์ของเพื่อนชายอยู่ในรถของตนเอง - เมื่อโดนจับนั้นตนเองรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจ เพราะพยายามบอกว่าไม่ใช่ของตนเองและ หาหลักฐานคือ ไลน์ที่คุยกันแต่ก็ไม่เป็นผล รู้สึกว่าตำรวจไม่ยุติธรรม - เพื่อนชายที่เป็นเจ้าของยามาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่รับผิดชอบอะไรอีกเลย รู้สึกเสียใจและผิดหวังใน ตนเองมาก ๆ ที่ไปไว้ใจเขา เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพครั้งแรกตอนอายุประมาณ 25-26 ปี (ตอนนี้อายุ 32 ปี) - ยาที่เสพครั้งแรก คือ ยาไอซ์เพราะเห็นเพื่อนกำลังเสพอยู่จึงอยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง อยากลองด้วยตนเอง พอได้ลองแล้วจึงรู้สึกดี มีแรงทำนู่นนี่ ไม่หลับไม่นอน อารมณ์ดี - รู้ว่ายาเสพติดมันไม่ดีแต่ก็พยายามจะหาข้อดีในการใช้ยาทุกครั้ง เช่น กินแล้วผอม กินแล้วสนุก มีแรง ทำงาน กินแล้วอารมณ์ดี - เหตุผลที่ให้ในการเสพอีกข้อ คือ ตอนนั้นทำงานกลางคืนเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ พอได้เสพก็จะมีแรงทำงาน ตื่นได้ทั้งคืน - ที่บ้านไม่เคยถามไม่เคยพูดแต่เขาก็น่าจะรู้อยู่ แต่แค่ไม่อยากพูดถึง กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - กระทำผิดซ้ำ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 220 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - ครั้งแรกโดนจับตอนอายุ 28 ปี แค่ข้อหาเสพ จำคุกประมาณปีเดียว เกิดจากการที่โดนเพื่อนเอาไปบอก ตำรวจว่าตนเองเป็นเด็กของคนวงในที่อยู่ในคุก แล้วโดนตำรวจดักจับเพื่ออยากจะขยายผลไปถึงคนวงใน ซึ่งตนเองไม่ได้บอกอะไรตำรวจไปเพราะคิดว่าเราทำผิดเอง เราพลาดเองก็ต้องเป็นคนรับผิดคนเดียว ไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนด้วย ซึ่งขณะที่อยู่ในคุกตนเองท้องอยู่ แล้วก็คลอดในคุก - เมื่อออกมาใช้เวลาประมาณหนึ่งจึงได้กลับไปเสพยาอีกครั้ง - โดนจับครั้งนี้เป็นครั้งที่ร้ายแรงมากเพราะเป็นการโดนจับในข้อหาขายและเสพด้วย ที่ยังโดนจับในครั้งนี้ ก็เพราะคิดไม่รอบคอบ คิดไม่มากพอ ไปไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้แค่เดือนเดียวและก็ยังไปเสพยากับเขาอีก - รู้สึกว่าตนเองโลภเพราะรู้สึกว่ายามันได้มาถูก ได้มาง่าย เพราะความโลภเลยโดนจับ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - เมื่อออกมาจากคุกก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลยประมาณ 8 เดือน จนมีเพื่อนมาเยี่ยมที่บ้าน และส่งข่าว ว่ามีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานจะกลับไทยให้มาเจอ มาปาร์ตี้กัน ซึ่งเป็นการกลับมาเสพอีกครั้งในรอบปีกว่า - เหตุผลในการกลับไปเสพนั้นมีหลัก ๆ คือ อยากผอมเพราะหลังคลอดลูกอ้วนขึ้นมาก อยากผอมลง - ไม่มีใครชวน การที่เพื่อนชวนไปเที่ยวไปสังสรรค์ไม่ได้ชวนไปเสพยาเพราะยังไงตัวเองก็รู้อยู่ในใจอยู่แล้วว่า มียาแน่ๆ - ที่ได้ยามาง่าย ๆ เพราะแฟนของเพื่อนเป็นเอเย่นขายอยู่ คนที่ทำให้โดนจับครั้งล่าสุดก็เป็นเพื่อ นกับ เอเย่นคนนี้ - ตอนที่ไม่ได้เสพไม่ได้รู้สึกว่าได้เลิกยา แค่ต้องหยุดไว้เฉย ๆ เพราะตอนนั้นอยู่ในคุกและพอออกมาก็มีลูก ก็เลยต้องหยุดไว้ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะเลิก - ตอนที่เสพก็ไม่ได้เสพตอนเครียด มีเรื่องเครียดจะไม่เสพ พอสบายใจหรืออยากสนุกก็จะเสพ รู้ว่าตัวเองติด ชอบฟีลเวลาได้เล่น บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - มองโลกในแง่ดีพูดจาดีแต่คนอื่นชอบมองว่าดัดจริตตอแหล อย่างคนที่นี่ก็เคยได้ยินเขาว่าเรามา - ถ้าใครมาดีด้วยจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีมาก รู้สึกตนเองหัวอ่อน - ให้เพื่อนเต็มร้อยเสมอ ชอบช่วยเหลือคนอื่น - ถ้าใครมาว่าร้ายก็จะไม่ยุ่ง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 221 คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ไม่ค่อยวางแผนอะไร ถึงวางแผนไปพอไปถึงเวลาจริงก็ไม่ได้ทำอยู่ดี เลยทำอะไรก็ทำเลย ไม่ได้คิดถึงผล ที่ตามมาชอบทำอะไรตามอารมณ์ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ - เคารพกฎ ไม่ชอบออกนอกทางเลย อย่างอยู่ในคุกนี้ก็มีกฎมีระเบียบก็จะเคารพและทำตามเต็มที่ ให้ความร่วมมือทุกอย่าง - พ่อสอนมาด้วยว่าให้เคารพกฎ พ่อแม่เป็นคนหัวโบราณ หลงตัวเองหรือไม่ ไม่หลงตัวเอง คิดว่าทุกคนเท่าๆ กันหมด ทุกคนมีดีเท่าๆ กันหมด ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - อดทนมาก ทำงานตั้งแต่เด็กเพราะที่บ้านจน ไม่มีฐานะเหมือนคนอื่น - ทะเลาะกับพ่อแม่ โดนแม่ตบโดนพ่อตีมาตั้งแต่เด็ก จนถึงโตเขาก็ตีอยู่บ้าง แต่ก็ทน ตอนนี้เขาก็ยังด่าแรงอยู่ เช่น มึงมันไม่น่าเกิดมาเลย มึงจะเกิดมาทำไม ไปตายเลย แต่ก็ทน ถ้าทนไม่ไหวก็จะหนีไปบ้านเพื่อนบ้าง - ตอนเสพยามีคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้บ้าง ดุลูกตีลูกบ้าง ก็รู้สึกผิด เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนที่ชอบช่วยเหลืออยากทำอะไรเพื่อคนอื่นอยู่ตลอด เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดต่อครอบครัวที่ทำให้ผิดหวัง ทำให้เขาเสียใจ รู้สึกว่าทำให้ครอบครัวต้องลำบาก เห็นพ่อต้องนั่งรถ มาเยี่ยมจากรังสิตมาที่นี่ พ่อก็แก่แล้ว เขาก็เหนื่อย บางทีเขามาก็ไม่สบาย เขาก็ด่าด้วยว่าเป็นภาระ ทิ้งแล้ว ไม่ไหวแล้ว - รู้สึกผิดกับตัวเองที่ไปไว้ใจคนอื่น รู้สึกว่าเข็ดกับสิ่งที่ทำลงไป ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ไม่เอาอีกแล้ว - รู้สึกผิดต่อลูกเพราะถ้าไม่ติดคุกตอนนี้ก็จะได้อยู่กับลูก ได้อยู่กับครอบครัว การที่มาอยู่ในนี้ทำให้เสียเวลา อยู่กับลูก แทนที่ตอนเขาโตขึ้นมาจะได้ไปส่งไปโรงเรียนแต่เรากลับไม่ได้โอกาสนั้น ลูกก็ไม่มีโอกาสนั้น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 222 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ เรื่องการเสพยาติดคุกเนี้ยไม่ธรรมดา แต่เรื่องที่คนเราทำผิดพลาดอย่างอื่นเป็นเรื่องธรรมดาใคร ๆ ก็ทำผิด คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ ตราบใดที่ยังไม่ตาย ยังหายใจอยู่ ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เป็นคำสอนของแม่ที่ติดตัวอยู่เสมอ การที่เรายังมี ลมหายใจอยู่แปลว่าเราต้องทำหน้าที่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็คือหน้าที่ลูก หน้าที่แม่ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ โทษตัวเองเสมอ จะโทษตัวเองก่อนที่จะโทษคนอื่น ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ตั้งใจว่าอยากเปิดร้านเสริมสวยเหมือนที่เคยได้เรียนมา แล้วก็เลี้ยงลูกไปด้วย เป็นแม่บ้าน แต่ก็รู้สึกกลัว ไม่มั่นใจอยู่นิด ๆ กลัวว่าจะทำไม่ได้แล้วจะโดนลดขั้นไปปักผ้าแทน - อีกแผนหนึ่ง คือ อยากที่จะเรียนให้จบ เพราะตอนนี้มีวุฒิแค่ป.6 คงทำอะไรมากไม่ได้ ไปทำงานที่ไหน เขาก็ไม่รับ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - คิดไม่ออกว่าจะให้ใครช่วยเพราะรู้สึกว่าต้องช่วยตัวเอง ไม่อยากให้ลำบากใคร ก็คงมีแต่พ่อแม่กับครอบครัว ที่อยากจะให้ช่วย คงให้ช่วยเรื่องชีวิตการใช้ชีวิต การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - กระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในโทษที่รุนแรงกว่าเดิม - เป็นเพราะตัวเองเท่านั้นไม่เกี่ยวกับใครเลย สังคมก็ไม่เกี่ยว คิดว่าเป็นเพราะตัวเองใจไม่แข็งพอ เห็นคนอื่น เสพก็อยากเสพด้วย - เวลานึกถึงคำว่าสังคมจะคิดถึงแต่สังคมครอบครัว เลยไม่คิดว่าสังคมครอบครัวมีส่วนในเรื่องการกระทำผิด หรือการเสพยา
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 223 - โทษแต่ตัวเองที่เสพยาที่เข้ามาอยู่ในคุกก็เพราะว่าเสพยาถ้าไม่เสพก็คงไม่ติดคุกโทษตัวเองที่ไปไว้ใจคนอื่น แต่ก็ยังรู้สึกโกรธกระบวนการยุติธรรม โกรธตำรวจที่ไม่ฟังเหตุผล ทำให้ตนเองหมดอนาคต - คิดว่าถ้าเราไม่เสพยาก็คงไม่ต้องมาติดคุก พ่อแม่ก็ไม่ต้องมาลำบาก ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - แก้ไขตนเองเท่านั้น สังคมไม่เกี่ยวกัน ตนเองเป็นคนที่ทำผิดต้องเป็นคนแก้ไข แก้ไขที่เป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย - แต่เมื่อนึกถึงสังคมก็นึกถึงครอบครัวซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะแก้และคงแก้ยากมากๆครอบครัวมี เรื่องราวเยอะ เรื่องความรู้สึกที่เสียหายไป ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - คิดไม่ออกว่ามีอะไรที่จะช่วยได้ เพราะรู้สึกว่ามีแต่ตัวเองที่จะช่วยตัวเองได้ ถ้าตัวเองใจแข็งพอก็คงจะไม่ ต้องกลับไปเสพยาอีก เพราะตอนที่อยู่ในคุก ตอนท้อง หรือตอนที่มีลูกก็ไม่ได้อยากเสพเลย เพื่อนชวน เพื่อนมีของ หรือเพื่อนเสนอก็ไม่เสพเลย เพราะตอนเสพไม่ได้เสพตอนที่เครียด ตอนที่ทะเลาะกับพ่อก็ไม่ได้ เสพเพราะไม่มีอารมณ์เสพ ผ่านไป 3 วันอารมณ์ดีขึ้นแล้วค่อยเสพ - ตอนที่เสพครั้งแรกก็เพราะอยากลองไม่ได้มีเรื่องเครียดอะไร หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ยินดีอย่างยิ่ง อยากเข้าร่วมในทุก ๆกิจกรรม มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - อยากให้มีกระบวนการช่วยตรวจสอบตำรวจหรือกระบวนการยุติธรรมตอนที่โดนจับ - มีคนช่วยผู้ต้องขังเรื่องกฎหมาย และที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : กวิตา พร้อมเพราะ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - คุณปุ้ม อายุ 43 ปี อาศัยอยู่กับลูก 3 คน (ปัจจุบันอายุ 18-20 ปี) พ่อแม่ของคุณปุ้มเสียชีวิตนานแล้ว ก่อนเข้ามาที่นี่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป เช่น แม่บ้าน ขายของ ใครจ้างให้ทำอะไรทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เงิน มาเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้ลูก 2 คนจะมีครอบครัวแล้วแต่คุณปุ้มก็ต้องดูแลอยู่ดี เค้าดูแลตัวเองไม่ได้ คุณปุ้ม
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 224 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด แยกทางกับสามีและทำงานหาเลี้ยงลูกคนเดียวตั้งแต่ลูกคนโตอายุ 7 ปี ช่วงแรก ๆสามีให้เงินบ้างแต่ก็ไม่พอ กับค่าใช้จ่าย - เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นครั้งที่ 4 ด้วยคดีเสพและจำหน่าย ได้รับโทษ 3 ปี 13 เดือน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560 - ครั้งแรกโดนจับปีพ.ศ. 2553 คดีจำหน่าย ได้รับโทษ 2 ปี สาเหตุที่ขายยาเนื่องจากรายได้ไม่พอใช้จ่าย ในครอบครัว เริ่มขายยาตอนอายุ 36 ปี ภายในชุมชนที่อาศัยอยู่เป็นแหล่งที่มียา เราเห็นมาตั้งแต่วัยรุ่น โดยเฉพาะซอยที่อยู่ขายยาเกือบทุกบ้าน พอได้ออกไปปีกว่าก็โดนจับครั้งที่ 2 คดีครอบครอง ทั้ง ๆ ที่เรา ไม่ได้ทำ เราไม่มียาเลยแต่เพราะเราอยู่กับเพื่อน ตำรวจจะจับเพื่อนแต่เพื่อนหนีไปได้ และเราเคยมีประวัติ ตำรวจเลยจับเราเพราะต้องการมีผลงาน เพื่อนรอดไปได้ เราโดนโทษ 9 เดือน ออกไปได้ 2 ปี ก็โดนจับ ครั้งที่ 3 คดีครอบครอง ครั้งนี้เราไปอยู่บ้านคนที่ขายยา เราไปเสพ ตำรวจมาจับ คนขายหนีไปเราเลยโดนจับ รับโทษ 3 เดือน และออกไปได้ 9 เดือน ก็โดนจับในครั้งล่าสุดนี้ เราซื้อยามาเสพแต่ซื้อเยอะไป พอโดนจับจึง โดนคดีเสพและจำหน่าย สาเหตุที่เสพยาเพราะต้องการทำงานให้ได้มากขึ้น เราจบป.6 ความรู้น้อย งานที่ทำ ได้เงินน้อย อยากทำงานเยอะๆ จึงต้องใช้ยาช่วย เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เริ่มเสพยาครั้งแรกอายุ 18 ปี เสพยาบ้าเพราะเพื่อนชวน อยากลอง แต่ลองแค่ครั้งนั้นไม่ได้เสพอย่างต่อเนื่อง พอมีครอบครัวก็หยุด จนเลิกกับแฟนจึงกลับมาเสพอีกตอนอายุ 36 ปี เพราะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูก ไม่ได้ เสพยาเพราะติด เพียงแต่ต้องการทำงานให้ได้มากขึ้น ให้มีแรงในการทำงาน ถ้าจะเลิกเสพสามารถเลิกได้เอง หยุดเองได้เลยโดยไม่ต้องบำบัด กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ครั้งที่ 1 คดีจำหน่าย ได้รับโทษ 2 ปี/ครั้งที่ 2 คดีครอบครอง ได้รับโทษ 9 เดือน/ ครั้งที่ 3 คดีครอบครอง ได้รับโทษ 3 เดือน/ ครั้งล่าสุด คดีเสพและจำหน่าย ได้รับโทษ 3 ปี 13 เดือน 15 วัน ครั้งที่ 1 ขายยาเพราะต้องการเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทำงานรับจ้างทั่วไปได้เงินไม่พอ ครั้งที่ 2 ไม่ได้ทำผิด แต่โดนจับแทนเพื่อน เพื่อนหนีไปได้ ครั้งที่ 3 ไปเสพยาที่บ้านคนขายเลยโดนจับแทนคนขาย คนขายหนี ไปได้ ครั้งล่าสุดซื้อยามาเสพเพื่อต้องการให้มีแรงในการทำงานมากขึ้น แต่ซื้อมาในปริมาณที่มากไป จึงโดน คดีเสพและจำหน่าย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 225 ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก หลังจากพ้นโทษในคดีครอบครองไปได้ 9 เดือน จึงเริ่มเสพยาอีกเพราะต้องการให้มีแรงในการทำงาน บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร เป็นคนตรง ๆ พูดตรง คิดเร็วพูดเร็ว คิดอะไรก็ทำเลย แต่เป็นคนรักษาคำพูด มองโลกในแง่บวกมาก คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ใจร้อนเป็นบางครั้ง ใครพูดอะไรที่มันไม่จริง ไม่ตรงกับตัวเราจะสวนกลับเลย มีความอดทน แต่หมด ความอดทนเร็ว ถ้ามีปัญหาอะไรหนัก ๆ ก็จะทนก่อนจนถึงจุดที่ทนไม่ไหว แต่จะคิดก่อนที่ใช้กำลังว่าควรไหม นึกถึงผลดีผลเสีย ยิ่งเข้ามาอยู่ในนี้ต้องคิดมาก ๆต้องมีความอดทนสูงมากๆ ข้อดีคือ ทำให้เรามีความอดทน มากขึ้น เค้าให้แง่คิดหลายอย่าง ไม่ใช่เราเอาตามความคิดเราคนเดียว คนอื่นเค้าก็คิดในแบบของเค้า ทำให้ เข้าใจโลกอีกขั้น เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เข้ามาแรก ๆ ไม่เข้าใจกฎระเบียบ ทำไมต้องมากดดันเรา เราจะเป็นของเราอย่างนี้ แต่ทุกวันนี้ทำตาม กฎระเบียบมากเกินครึ่ง เราอยู่ในกลุ่มที่ไม่ค่อยแหกกฎ รับได้ค่อนข้างเยอะ ปลงได้เยอะขึ้น เราอยู่แบบ ไม่เครียด ถ้าเราแหกกฎเยอะเราจะอยู่แบบเครียด จะอยู่ลำบาก หลงตัวเองหรือไม่ มีบ้าง เช่น สิ่งนี้เราคิดว่าเราถูกแต่คนอื่นบอกว่าไม่ใช่ หรือความจริงเราไม่ถูกแต่เราก็เชื่อว่าตัวเองถูก การอยู่ ในนี้บางวันก็ต้องหลอกตัวเองให้มีความสุข ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่มีความสุข ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ควบคุมได้ มีความอดทน เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย เอื้อเฟื้อตลอด กับคนที่เค้าไม่เอื้อเฟื้อเราเลยก็ช่วยเค้าตลอด ช่วยแบบไม่หวังผล เราเต็มใจที่จะทำให้ บางทีเค้าไม่ต้องการความช่วยเหลือเราก็ช่วย เพื่อนถามว่าไม่เหนื่อยเหรอ เราเหนื่อยแต่มีความสุขที่ได้ช่วย แดนที่อยู่นี้ทั้งแดนคนรู้จักเราเกือบครึ่ง เพราะเราเป็นคนแบบนี้ชอบช่วยเหลือ บางทีเราก็เป็นคนคิดบวก เกินไปจึงต้องมาอยู่ที่นี่ครั้งหนึ่งเรารับผิดแทนคนอื่นเพราะเราสงสารลูกเค้า เค้ามีลูกเล็ก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 226 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น เรื่องขายยารู้ว่ามันผิด แต่ความจำเป็นก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว รู้สึกเสียใจมาก คิดย้อน ไปแล้ว ถ้ามีงานรองรับ ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่านี้ก็ไม่อยากจะขายยา ไม่ใช่เราไม่เคยลองทำอย่างอื่น ไม่ใช่เรา ไม่มีความอดทน แต่งานอื่นที่ทำได้เงินมาไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ เป็นเรื่องไม่ธรรมดา เรายังสามารถสำนึกได้ตลอด แต่ก็แล้วแต่บุคคลว่าเค้าจะมีความสำนึกมากน้อยแค่ไหน ยิ่งทำเรื่องอะไรที่ผิดมาก ยิ่งรู้สึกบั่นทอนจิตใจ ไม่น่าทำเลย เราทำอะไรมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ บางครั้ง บางเหตุการณ์มันบังคับเราให้ทำ ถามว่าเสียใจไหม รู้สึกเสียใจ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ สามารถเริ่มต้นได้ตลอดถ้าคิดจะเริ่ม ไม่มีอะไรสายถ้าจะเริ่ม เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ อาจมีโทษตัวเองบ้างเป็นบางครั้ง จะไม่โทษโชคชะตา โทษที่เราเลือกเอง ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ตั้งใจอยากขายของ ขายอะไรก็ได้ ไม่อยากยุ่งกับยาแล้วเพราะอายุเยอะแล้ว อยากทำอะไรก็ได้ที่สุจริต อยากอยู่กับลูกกับหลานให้นาน ๆ เชื่อมั่นว่าทำได้ถ้าตั้งใจ ทำได้แน่ คิดว่าได้ ความผิดที่เราทำมามันเยอะแล้ว ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการ เราคิดว่าเราช่วยเหลือตัวเองได้ไม่อยากไปขอความช่วยเหลือจากใคร คนที่ให้ความช่วยเหลือเรา เค้าก็ต้องมีผลประโยชน์ ถ้าเค้าช่วยเราแล้วหลังจากนั้นเค้ามาขอให้เราทำอะไร ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเราก็ต้องทำ เราเลือกไม่ได้ เลยไม่อยากได้รับความช่วยเหลือ ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 227 การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ที่กระทำผิดซ้ำคิดว่าเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมมากกว่า เราก็ส่วนหนึ่งที่เลือกทำผิดแต่ก็ไม่ใช่เพราะเรา 100% ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขตัวเอง ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ ถ้าเราไม่ยุ่งก็จะไม่มีอะไรมาทำเราได้ ต้องออกจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ถ้าอยู่ในที่เดิม ๆ ก็เหมือนเดิม เพราะสังคมไม่ได้ดีกับเรามาก ส่วนสังคมแก้ไขไม่ได้ ไม่มีอะไรที่แก้ไขได้ ถ้าจะบอกให้คนเข้าวัดทำบุญมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะสังคมมัน เป็นมาอย่างนี้แล้ว มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่ใช่จะให้ดีหมดแต่ให้ดีบ้าง ถ้าเราออกไปจากที่นี่ก็ไม่ได้ รับประกันว่าตัวเองจะดี แต่จะทำให้ดี ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก ต้องเริ่มต้นใหม่เลย เปลี่ยนแปลงตัวเรา เริ่มอะไรใหม่ ๆ ไม่ไปที่เดิม ต้องเปลี่ยนที่อยู่ ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ก็ตามโชคชะตาไม่มีใครมาช่วยได้นอกจากตัวเรา แต่สังคมก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรากลับไปยุ่งเกี่ยวกับยา การไปบำบัดมันก็แค่บำบัดจิตใจให้รู้ว่าทำยังไงไม่ให้กลับไปหามัน ถ้าตัวเราไม่เลิกมันก็ไม่เลิก มันหยุดได้ ที่ใจเรา หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ถ้าเค้ามีโอกาสให้เราก็อยากจะได้รับ แต่ต้องดูว่าเค้าจะช่วยอะไรเราด้านไหน ดูว่าเราทำได้ไหม ถ้ามันไกล เกินตัวเรา ไม่ตรงกับเรา เราฝืนไปก็ไม่ได้อะไร ไม่เข้าดีกว่า อย่าเสียเวลากับเราเลย แต่ถ้าวัตถุประสงค์ เป้าหมายเป็นสิ่งที่ตรงกับตัวเราและเราสามารถทำได้ก็จะเข้าร่วม ถ้ามีโครงการที่ให้คว ามรู้ในสิ่งที่เรา ไม่เคยรู้ เราก็อยากรับโอกาสนั้น มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากได้ความช่วยเหลือให้เรามีงานทำ ให้มีงานรองรับเมื่อออกไป เราจะได้ไม่ต้องกลับมาทำตรงนี้ ทุกคนก็รู้ ว่าการขายยาไม่ได้ดีตลอด ไม่ได้รวยตลอด อยากให้มีโครงการที่ให้คนอายุเยอะแต่ยังสามารถทำงานได้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 228 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด การอยู่ในนี้ไม่อยากให้มีพรรคพวก อยากให้เสมอภาคกว่านี้ ทุกวันนี้ดีขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อน แต่จะมีบางกลุ่ม ที่แยกออกมา ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น คนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ที่โดนจับก็เครียดกันทุกคนจะมาซ้ำเติมกันทำไม ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ชนัญชิดา ทุมมานนท์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ คุณปลา อายุ 26 ปี เป็นคนกรุงเทพมหานคร ตอนเด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่ พ่อมีอาชีพเป็นช่าง แม่อยู่ บ้านเฉย ๆ เป็นลูกคนเดียวของพ่อและแม่ โดยพ่อมีลูกติดมา 2 คน เป็นผู้ชาย ช่วงนั้น ครอบครัวอบอุ่นมาก และคุณปลาก็เป็นเด็กดี เรียนดี และเป็นนักกิจกรรมของโรงเรียน จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อพ่อแม่ แยกทางกัน เป็นช่วงที่คุณปลาอยู่ชั้นป.6 คุณปลาอาศัยอยู่กับพ่อ แต่พ่อมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะ เสียใจที่แม่แยกทาง เช่น กลับบ้านไม่ตรงเวลา กินเหล้า ตอนนั้น คุณปลาเครียดและรู้สึกเสียใจมากๆจนหัน ไปดมกาว (ละแวกบ้านคุณปลาเป็นชุมชนยาเสพติด) เพราะเวลาดมกาวจะทำให้หายเครียด ดมกาวแล้วจะ คิดแต่เรื่องดีๆ หลังจากนั้น จึงหันไปเล่นการพนันและเสพยาบ้า โดยมีลูกพี่ลูกน้องที่บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน นำมาให้เสพ จากนั้น คุณปลาผันตัวเองมาเป็นเด็กเดินยอดขายยา ช่วงที่อายุ 15 ปี มีแฟนคนแรกและ บ้านแฟนคนนี้เสพและขายยาเสพติดทั้งบ้าน ทำให้คุณปลาเข้าสู่วงการยาเสพติดเต็มตัว และมีลูกกับแฟน คนนี้ 1 คน คุณปลาโดนจับมาทั้งหมด 8 ครั้ง เป็นการจับกุมตอนอายุต่ำกว่า 18 ปี 7 ครั้ง (ประกันตัวหลุด 6 ครั้ง และฝึกอบรมที่สถานพินิจบ้านปรานี 1 ครั้ง) และโดนจับอีก 1 ครั้ง และมาติดคุกที่นี่ เมื่อถูกจับกุมและรู้ว่าตนเองไม่ได้รับการประกันตัว (ครั้งที่ 7) ต้องอยู่ในสถานพินิจ คุณปลาบอกว่าไม่ได้รู้สึก อะไรมากเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องติด เตรียมใจไว้แล้ว และสำหรับตนเองสถานพินิจไม่ได้น่ากลัว เพราะเคย เข้าออกบ่อยช่วงที่รอประกันตัว (ครั้งที่ 1-6) และเห็นว่าความเป็นอยู่ที่สถานพินิจดีมาก จึงบอกกับตัวเองว่า “ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้” การที่คุณปลาฝึกอบรมที่สถานพินิจเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ทำให้คุณปลาเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการทำให้อยากกลับตัวเป็นคนดี เพราะที่สถานพินิจมีวิทยากรเข้ามาให้ความรู้เยอะ รวมทั้งได้ฝึก วิชาชีพทำให้เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ เช่น การเสริมสวย การนวด การทำขนมเบเกอรี่และ การเย็บปัก (คุณปลาเรียนไม่จบชั้น ป.6) โดยคุณปลาเป็นแกนนำทำกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานพินิจ เช่น เป็นพิธีกร
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 229 สำหรับคุณปลา สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ “นิสัย” ของตนเอง เริ่มรู้จักการแบ่งปันและนึกถึงคนอื่น ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนจะเป็นคนที่นึกถึงแต่ตนเอง การได้มาอยู่ในสถานพินิจทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปและสิ่งนั้นก็ ติดตัวมาจนออกจากสถานพินิจ เมื่อออกมาจากสถานพินิจได้มาอาศัยอยู่กับย่าโดยไม่กลับไปที่บ้านแฟนอีกแล้ว คุณปลาสามารถเลิกเสพ ยาเสพติดได้ 2 ปี และประกอบอาชีพสุจริต คือ งานแพ็คสินค้าที่โรงงาน งานพนักงาน cashier ที่โต๊ะสนุ๊กฯ เพราะคุณปลาอายุเกิน 18 ปี และมีใบวิชาชีพจากสถานพินิจฯ ทำให้สามารถหางานสุจริตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้น เริ่มมีปัญหาครอบครัวเนื่องจากพี่ชาย 2 คนติดคุกคดียาเสพติด และทิ้งลูกๆ ไว้ ทำให้คุณปลามีภาระหนักต้องดูแลครอบครัวทั้งปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ และหลาน ๆ ถึงแม้ว่าจะพยายามหา รายได้ด้วยงานสุจริต คือ เป็นพนักงาน MK และทำงานร้านคาราโอเกะ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 20,000 บาท แต่ก็ยังไม่พอในการเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวจึงกลับไปขายและเสพยาเสพติดคือ ยาไอซ์ (ตอนนั้นอายุประมาณ 19-20ปี) และช่วงนั้นก็มีแฟนใหม่ซึ่งเป็นคนขายยาเสพติดเช่นกัน แต่ไม่นานแฟน ก็ถูกจับโดยที่คุณปลามีลูกกับแฟนใหม่ 1 คน และคุณปลาถูกจับเมื่ออายุ 25 ปี เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เริ่มจากการดมกาวและเสพยาบ้า เนื่องจากตนเองไม่กลับบ้านหลังจากที่พ่อแม่แยกทางกัน และใช้ชีวิตอยู่ กับเพื่อนจึงอยากเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน เพื่อนทำอะไรก็ทำตามจะได้เป็นกลุ่มแก๊งค์เดียวกัน โดยคนที่ ชักชวนและนำยาเสพติดมาให้คือ ลูกพี่ลูกน้องของคุณปลา กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ 8 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1-6 ถูกจับกุมและสามารถประกันตัวได้ คือ ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 ถูกจับกุมในคดีครอบครอง ครั้งที่ 3 ถูกจับกุมในคดีเสพ ครั้งที่ 4 ถูกจับกุมในคดีครอบครอง ครั้งที่ 5 ถูกจับกุมในคดีเสพ และครั้งที่ 6 ถูกจับกุมในคดีจำหน่าย ครั้งที่7 ถูกจับกุมในคดีจำหน่ายอยู่ในสถานพินิจบ้านปรานี เป็นระยะเวลา 1 ปี 2 เดือน ครั้งที่ 8 ถูกจับกุมในคดีจำหน่ายและอยู่ที่นี่ การถูกจับกุมครั้งที่ 1-7 เนื่องจากมีแฟนและอยู่บ้านแฟนที่ขายยาเสพติดทั้งบ้าน แม่แฟนก็ให้เราช่วยขาย เราเองก็อยากช่วยขายเพราะรักแฟนและเราไปอยู่บ้านเค้า จึงพยายามทำทุกอย่างให้แม่แฟนยอมรับ แต่เมื่อ ถูกจับเข้ารับการฝึกอบรมที่สถานพินิจฯ ทำให้คุณปลากลับตัวกลับใจพยายามเป็นคนดี ไม่กลับไปบ้านแฟน เมื่อออกจากสถานพินิจฯ สามารถเลิกเสพยาได้ถึง 2 ปี ก่อนจะมาเสพและขายยาไอซ์ และถูกจับกุมอีกครั้ง 5 ปีต่อมา
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 230 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก เริ่มใช้ยาเลยทันทีเพราะอาศัยอยู่บ้านแฟนที่เสพและขายยาทั้งบ้าน และเมื่อถูกฝึกอบรมที่สถานพินิจฯ สามารถหยุดเสพยาได้ ประมาณ 2 ปี บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร คุณปลาแบ่งลักษณะนิสัยตนเองเป็น 3 ช่วง คือ ก่อนติดยาเสพติด เป็นคนฉลาด เรียนหนังสือเก่ง สอบได้คะแนนดี และได้รับรางวัลพระราชทาน ตนเป็น คนทำอะไรแล้วตั้งใจทำทุกอย่างเพราะอยากให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ ช่วงติดยาเปลี่ยนตนเอง กลายเป็นคนเอาแต่ตนเองเป็นหลัก อยากได้อะไรต้องได้ มีอารมณ์หุนหันพลันแล่น โดยเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดก็นำมาเป็นทุนให้ตายายเปิดร้านขายอาหาร และนำมาดูแลพ่อที่ป่วยเป็น มะเร็ง ทำให้นิสัยอีกอย่างหนึ่งคือ เริ่มเป็นผู้นำ เป็นเสาหลักของครอบครัว อยู่ในสถานพินิจ เป็นคนใจเย็นขึ้นมาก มีเหตุผล และมีความรอบคอบมากขึ้นเริ่มรู้จักการคิดหน้าคิดหลังว่า ถ้าทำพฤติกรรมแบบนี้จะเกิดอะไรตามมา ออกจากสถานพินิจ และมาอยู่กับแฟนคนปัจจุบัน เริ่มต้นขายของมีกิจการเป็นของตนเอง คือ ขายเสื้อผ้า copy เสื้อผ้ายี่ห้อดัง ๆ ไปพร้อม ๆ กับการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ปัจจุบันเป็นคนใจเย็นมาก มีระเบียบวินัย เนื่องจากการอบรมของสถานพินิจฯ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เป็นคนเคารพกฎระเบียบมาก ซึ่งนิสัยนี้เป็นอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม หลงตัวเองหรือไม่ มีบ้างเป็นบางครั้ง เช่น ตอนที่เริ่มขายก็รู้สึกว่า “กูทำได้” ชอบเป็นจุดสนใจ ชอบให้คนเยินยอเป็นคนบ้ายอ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ไม่ค่อยมีความอดทนมากนักเกี่ยวกับคำพูดของคนอื่น หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เข้ามากระทบ แต่จะมี ความอดทนในการใช้ชีวิตหรือการปฏิบัติตนเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่ได้วางไว้ให้มีความสำเร็จ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 231 เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย โดยสามารถดูได้จากการรับผิดชอบงานในครอบครัวหรือการไม่ทอดทิ้งหลานที่เป็นลูกของพี่ชายเลย คุณปลามองว่าตนเองเป็นคนโอบอ้อมอารี เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น มีบ้าง แต่เมื่อลองหักลบกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น หรือสิ่งดีๆ ที่ทำให้ครอบครัวก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรมาก เพราะการกระทำของตนเองช่วยทำให้ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตอยู่ได้อย่างดี จึงไม่ได้รู้สึกผิดอะไรมากมาย ประโยคที่ได้จากการบอกเล่า “ทำไมต้นทุนชีวิตเราต่ำกว่าคนอื่น” “ทำไมครอบครัวเราทำงานสุจริตไม่ได้” “ทำไมครอบครัวอื่น ๆ สามารถอยู่กันเป็นครอบครัวได้แต่ครอบครัวเราทำไม่ได้” คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสังคมและประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า คนทุกคนทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมดนั่นแหละ เช่น ขายหวย ถามว่าผิดหรือไม่ก็ผิดเหมือนกัน จึงคิดว่า “คนมันก็เป็นแบบนี้แหละ” สำหรับคุณปลามองว่า “หนูทำสิ่งที่ผิด แต่เงินที่ได้มาจากสิ่งที่ผิด หนูเอามาใช้ในสิ่งที่ถูก มันก็คือถูก” คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เพราะคนทุกคนมีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนความคิด แต่สิ่งที่จะช่วยได้ อย่างดีคือ การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง การมีสภาพแวดล้อมและแรงจูงใจที่ดี ยิ่งเป็นโอกาสที่ทำให้ คนเริ่มต้นใหม่ได้ คุณปลามีการวางแผนไว้แล้วว่า หากได้ออกไปจากที่นี่จะเริ่มต้นใหม่โดยการกลับไปขายของเห มือนเดิม โดยจะให้หลานคนโตช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวโดยการไปทำงาน part-time หลังเลิกเรียน เพราะคุณปลาคิดไว้แล้วว่าหากตั้งใจเริ่มต้นใหม่โดยการทำงานสุจริต รายรับจะต้องไม่เพียงพอกับรายจ่าย อย่างแน่นอน ทั้งนี้ คุณปลาไม่สามารถเริ่มต้นใหม่โดยการย้ายที่อยู่ได้เนื่องจากครอบครัวและญาติพี่น้องทั้งหมดอาศัยอยู่ ที่ชุมชนนั้น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 232 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ไม่โทษตนเอง เพราะมองว่าตนเองไม่ได้ทำผิดอะไร ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ วางแผนไว้ว่าจะไปขายของ ซึ่งปกติที่ผ่านมาจะขายอยู่ที่ตลาดวัดและขายทาง facebook โดยขายเสื้อผ้า copy และของอื่น ๆ ที่เป็นของ copy ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มั่นใจ 100% ว่าจะสามารถทำได้แบบที่ต้องการ เนื่องจากการขายของต้องมีเงินทุน เริ่มต้น แต่เงินที่ตนเองมีอยู่ในบัญชีผู้ต้องขังไม่ถึง 1,000 บาท และเงินที่เคยให้ครอบครัวไว้ก่อนเข้าเรือนจำ ประมาณ 100,000 บาท ก็คงหมดแล้วและการขายเสื้อผ้าจำเป็นต้องลงทุนประมาณ 5,000-8,000 บาท จึงทำให้เกิดความคิดขึ้นมาให้สมองว่า หรือจะต้องกลับไปขายยาเสพติดก่อนพอให้มีเงินตั้งตัว หรือจะต้อง ไปขายลูกชิ้นที่ใช้เงินทุนประมาณ 800-1,000 บาทก่อน ทั้งนี้ คุณปลาเล่าให้ฟังว่าการฝึกอาชีพในนี้ไม่ค่อยดีมากนักเมื่อเปรียบเทียบกันกับที่สถานพินิจฯ โดยคุณปลา กำลังขอย้ายตนเองมาช่วยงานปักเลื่อมเพื่อจะได้มีวิชาชีพติดตัว และสามารถนำไปต่อยอดกับการขายเสื้อผ้า ของตนเองได้ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องการ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของตัวเราเองคงจะไม่มีใครมาช่วย หากสิ่งที่อยากได้คือ เงินทุนในการตั้งตัว การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? เป็นเพราะตนเองมากกว่า คือ จิตใจไม่เข้มแข็งเอง ใครพูดอะไรก็โอนอ่อนตามไป หรือช่วงเวลาที่ท้อ เครียด เศร้า ก็จะหันไปพึ่งยาเสพติด ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงเมื่อลองใจแข็งดู ก็สามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ถึง 2 ปี
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 233 ทั้งนี้ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคุณปลาให้เข้มแข็งคือลูก เนื่องจากตนเองอยากกลับไปห าลูกแล ะสงส ารลูก ไม่อยากให้ลูกมาเห็นเราในสภาพแบบนี้ และคุณปลาจะไม่ยอมเด็ดขาดถ้าลูกจะเลือกเส้นท างเดินชีวิต เหมือนคุณปลา โดยบอกว่าถ้าลูกหรือหลานติดยาเสพติด ตนเองจะจับส่งไปยังสถานพินิจฯ ทันที ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร เลือกแก้ไขตนเองก่อนโดยเฉพาะเรื่องของจิตใจ ถ้าคนเราใจแข็งได้ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ก็จะดี (หลายคนในชุมชนก็ไม่เสพยา ไม่ขายยา ทั้ง ๆ ที่ชุมชนเป็นแหล่งค้ายาเสพติด) แล้วจึงค่อยหันไปปรับสังคม เพราะ “มันยากที่จะเปลี่ยนสังคม” โดยคุณปลายินดีที่จะเล่าเรื่องราวของตนเองเพื่อเป็นอุทาห รณ์ให้กับ คนอื่น ๆ ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก อันดับแรกต้องหางานทำให้มีรายได้เพียงพอ โดยคุณปลาอยากให้มีงานมารองรับในรูปแบบของโรงงานตาม วิชาชีพที่ตนได้ฝึกมา หรือให้มีเงินทุนไว้สำหรับตั้งตัวทำงานของตนเอง โดยเจ้าของทุนสามารถติดตามและ ประเมินผลได้ ปัจจุบัน คุณปลาเครียดมากว่าเมื่อออกจากที่นี่ไปแล้วจะทำอย่างไร โดยบอกว่าสิ่งที่จะทำให้กลับไป ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การไม่มีงานและไม่มีทุน หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย เข้าร่วมแน่นอน มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มีการช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังการปล่อยตัวให้มีงานทำ โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ ผู้ต้องขังกลับตัวกลับใจเป็นคนดี และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า “ขนาดเราผิดขนาดนี้ ยังมีคนพร้อมช่วยเหลือ” จึงทำให้เกิดกำลังใจดี
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 234 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ณัฐกานต์ จันทรศิริพุทธ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - คุณปุ๋ย อายุ 28 ปี ถูกจับคดีจำหน่าย ค้ายาตั้งแต่อายุ 19 โดนจับเมื่ออายุ 23 รับสารภาพเลยได้ลดโทษ กึ่งหนึ่งเหลือ 25 ปี ตอนนี้ติดมา 6 ปีแล้ว และเป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม เคยได้อภัยฯ 2 ครั้งเหลือโทษ 17 ปี ตอนถูกจับท้องลูกคนที่2 กับแฟนคนที่2 แล้วมาคลอดในเรือนจำ - ก่อนถูกจับอยู่แถวประตูน้ำกับแฟน อยู่กันมา 3 ปี แต่ตอนโดนจับแฟนไม่ได้อยู่ด้วย ตอนนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกัน อีกเพราะตนติดมานาน เขาไปมีคนใหม่แล้ว แต่ยังมีป้ากับพี่และลูก ๆ ที่ยังมาเยี่ยม - บ้านเกิดอยู่รังสิต เมื่อก่อนอาศัยอยู่กับป้า (เรียกว่าแม่) ป้าคุมไม่ค่อยได้เพราะตนชอบทำตามใจตัว เอง แม่แท้ๆ เสียแล้ว ส่วนพ่อมีภรรยาใหม่ที่มีลูกติดตนไม่ถูกกับภรรยาใหม่ของพ่อเพราะเขาชอบดูถูกถากถาง เช่น พูดประมาณว่าจะเรียนจบเหรอ บางครั้งก็เปรียบเทียบตนกับลูกของเขา ทำให้ตนน้อยใจไม่อยากอยู่ กับพ่อ คิดว่าไม่อยากพึ่งพ่อแล้ว - สมัยเรียนเทคโนท้องกับแฟนคนแรก พอมีลูกค่าใช้จ่ายเยอะขึ้นและตนก็ชอบเที่ยว ชอบสังสรรค์ ที่เคยช่วย พี่สาวขายของรายได้ 300-1,000 บาทต่อวันก็ยังรู้สึกไม่พอ มาขายยาแล้วได้เงินดีตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ต้องเสีย อะไรและไม่กลัวโดนจับเพราะปกติจะเคลียร์กับตำรวจได้ - เป็นคนเพื่อนเยอะ เพื่อนเสพหลายคน ในชุมชนมีคนเสพคนค้ามากเลยรู้ช่องทางว่าจะไปรับย าจากใคร พอขายแล้วก็มีคนบอกปากต่อปากให้มาซื้อที่ตนกับแฟน เลยมีคนพร้อมซื้อตลอด มีเพื่อนที่ไม่เสพยาอยู่ คนละชุมชน แต่ตนดูออกว่าพ่อแม่เขาไม่อยากให้มาคบหาด้วย ทั้งที่ตอนนั้นตนยังไม่ได้ทำอะไรผิด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด คุณปุ๋ยบอกว่าขายอย่างเดียวไม่ได้เสพ แต่ปกติชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เหตุผลที่ไม่เสพเพราะไม่รู้จะเสพ ไปทำไม บางทีเพื่อนในกลุ่มก็จะมานั่งเสพและเล่นไพ่กัน เสพแล้วทำให้ไม่หลับไม่นอน ส่วนตนชอบนั่งดู มากกว่า กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ถูกจับครั้งแรกแต่ค้ายามาแล้ว 5 ปี ปกติจะเคลียร์กับนายได้ แต่ตอนโดนเป็นตำรวจที่ไม่เคยเจอ อาจจะ นอกพื้นที่ สาเหตุที่เลิกขายไม่ได้เพราะได้เงินง่าย เงินส่วนหนึ่งก็ส่งไปให้ที่บ้านด้วย ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 235 บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร ตรงไปตรงมา คิดอะไรแล้วพูดเลย เป็นคนแข็งแกร่ง ไม่ค่อยยอมคน เฮฮา มีเพื่อนเยอะ ช่วยเหลือเพื่อนได้ แต่พอมาอยู่ในเรือนจำแล้ว ที่นี่สอนให้รู้ว่าอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นมากเพราะอาจเดือดร้อน ให้รักตัวเองก่อน คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เมื่อก่อนใจร้อน เอาแต่ใจตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนว่าใครจะคิดยังไง ตอนมาขายยา ป้ากับพ่อก็รู้ เขาก็บ่นก็เตือนแต่ตนไม่ฟัง บางครั้งก็โกหกเขาบ้าง เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ตอนเรียนเป็นแก๊งค์เด็กเฮ้ว เกเร หลงตัวเองหรือไม่ (สังเกตเวลาตอบเรื่องค้ายา มีลักษณะอวดเล็กน้อย) ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ เมื่อก่อนไม่ค่อยอดทน พอเข้ามาในเรือนจำแล้วอดทนมากขึ้น รอได้มากขึ้นเพราะทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ ต้องเข้าคิว ไม่ทำตามกฎแล้วมีแต่ผลเสีย การแบ่งชั้นนักโทษก็มีผลกับตอนได้รับอภัยฯ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ตอนค้ายาคนมาซื้อยากับตนเยอะ เพราะตนช่วยเหลือคนอื่นได้ ถ้าเพื่อนโดนจับก็ช่วยคุยกับนาย ช่วย ประกัน เรื่องเงินไม่เข้มงวดเท่ารายอื่น แต่ถ้ากำหนดวันแล้วก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายก็มีบ่นมีด่า เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - ตอนทำไม่ได้รู้สึกผิด มีบ้างที่เคยเห็นน้องที่รู้จักเสพยาแล้วตนก็ไม่อยากให้เสพ แต่พอไปเตือนก็จะโดนย้อน กลับมาว่าพี่ยังขายเลย - ตอนนี้รู้สึกเสียใจเพราะพ่อยังไม่ให้อภัย พ่อเคยเตือนแล้วแต่ก็ยังทำ ผ่านมา 5 ปีพ่อไม่เคยมาเยี่ยมเลย ตนก็ยังเขียนจดหมายไปหาอยู่บ้าง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 236 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ คิดว่าคนเราก็ต้องผิดพลาดกันบ้างเป็นธรรมดา เมื่อก่อนตอนขายยาเคยพลาดเรื่องเงินจนทะเลาะกับแฟน เถียงกันไปมา ตนก็ไม่ค่อยยอม คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ - เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ตอนทะเลาะกับแฟนไม่ได้รู้สึกแย่หรือว่าต้องมานั่งเศร้าเสียใจอะไร ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ไม่ได้วางแผนไว้จริงจังเพราะต้องติดอีกนาน ไม่รู้ว่าข้างนอกจะเปลี่ยนไปยังไง จะอายุเท่าไหร่ คงให้ใกล้ได้ กลับบ้านก่อนแล้วค่อยคิดอีกที บางคืนก็นอนคิดว่าเมื่อไหร่จะได้ออกไป อยากไปเที่ยว มีที่อีกเยอะแยะที่ยัง ไม่ได้ไป รู้สึกเศร้า พอเช้ามาทำกิจวัตรก็ลืม ไม่อยากคิดมาก อยากให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ - ออกไปก็อยากมีงานทำ อาจจะค้าขาย ดูว่าตอนนั้นอะไรเป็นที่นิยม - สำหรับคุณปุ๋ย ความหวังสำคัญตอนนี้คือ การได้ลดโทษ คำติดปากของคนที่นี่คือ อภัยฯ ไหม? อภัยฯ กี่ปี? ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ทั้ง 2 อย่าง ชุมชนที่ตนอยู่มา การเสพการค้ายาถือเป็นเรื่องปกติ เห็นได้ทั่วไป เพื่อน ๆ ก็เสพกันเยอะ อย่างตนก็รู้ช่องทางมานาน และก็ตัดสินใจไปรับมาขายเอง ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร -
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 237 ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก อยากมีงานทำ ให้สังคมยอมรับ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ชีวิตที่นี่น่าเบื่อ จำเจ ถ้ามีกิจกรรมอยากได้อะไรที่สนุกสนาน อย่างเวลามีดนตรีมาคนจะไปกันเยอ ะมาก หรือเวลาฉายหนังคนที่นี่จะตื่นเต้นกันมาก ส่วนถ้าเป็นกิจกรรมมีคนมาพูดคนจะไปกันน้อย มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - ร้านค้าที่นี่ขายของน้อยมาก คนมี3,000 ขายแค่ 300 ชิ้น บางอย่างก็จำเป็น เช่น รองเท้าเพราะของที่ เรือนจำให้มาจะลื่น อยากให้มีของให้มากขึ้น บางทีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่จัดการกัน - อยากให้อบรมฝึกอาชีพเพิ่ม เพราะตอนนี้มักจะจำกัดให้เฉพาะคนที่โทษน้อยได้เข้าอบรม แต่ตนก็อยาก เรียนบ้างเหมือนกัน คิดว่าเรียนก่อนก็เป็นวิชาติดตัวได้ เช่น การนวดเพราะเห็นว่ามีคนที่ออกไปแล้วเอาไป ทำเป็นอาชีพ หาเงินได้จริง - ในเรือนจำมีแยกกองงานแต่เขาจะแยกให้ คุณปุ๋ยได้มาทำเย็บกระเป๋า ไม่ได้รู้สึกว่าสนุกเหมือนเป็นโรงงาน จำเป็นต้องทำมากกว่า แต่ก็จะได้เงินส่วนแบ่งประมาณ 30/70 - คุณปุ๋ยบอกว่าพอโทษหลายปีอยู่ที่นี่แล้วยิ่งอึดอัด รู้สึกถูกควบคุมตลอด แต่กับคนที่โทษน้อยๆจะอยู่สบาย อีกแป๊บเดียวก็ได้ออก ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : ดวงพร กิตติสุนทร ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ หนูเป็นคนดังที่ตำรวจต้องการอยู่แล้ว แต่วันนั้นไปส่งยาให้เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก เค้าเป็นคนขับแท็กซี่ ก็คือเค้าเป็นสายแหละมาล่อซื้อจากหนู วันนั้นตำรวจ 20 คนมาจับเพราะเค้ารู้ว่าหนูเป็นตัวใหญ่ หนูดังมาก เพราะว่าอยู่ในบ้านขายยาด้วย ในบ้านก็มีพวกญาติพี่น้องของแฟน แต่หนูก็ย้ายไปเรื่อย อยู่กับเพื่อนบ้าง ญาติบ้าง ปกติถ้าโดนจับแฟนก็จะประกันตัว ครั้งแรกที่โดนจับแฟนโดนจับไปก่อน หนูอยู่คนเดียวก็เลยไม่มี ตังค์ประกันก็โดนจับ ครั้งนั้น 84 วัน ครั้งนี้ครั้งที่ 2 แล้ว ก็โดนโทษ 5 ปี 6 เดือน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 238 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด ครั้งแรกที่เสพก็คือยาบ้า ตั้งแต่ ม.1 ตอนนั้นน่าจะ 13 ปี ได้นะ ทีนี้พอมีลูกตอนอายุ 15 หนูก็เลิก ไม่ได้เล่น เพราะว่าหนูท้อง ตอนอายุ 13 ที่เล่นเพราะดูหนังเรื่องน้ำพุ มันมีความเหมือนเราเลยห นังก ำลังดังด้วย ตอนนั้นก็เลยไปหาเอาจากเพื่อนเพราะเพื่อนมันมีอยู่แล้ว ตัวหนูเองหนูชอบเกเรอยู่แล้ว โดดเรียนประจำ คนที่เสพยามันต้องมีปัญหาจริง ๆ ถึงจะไปเล่น ใครจะอยากเสพ หนูก็อยากเลิกแต่ทำไมไม่เลิกเพราะว่า มีปัญหาไง คือตอนแรกหนูเลิกเลยนะเพราะว่าอยากอยู่กับครอบครัว หมายถึงแฟน แต่พอทีนี้มันยังไงล่ะพี่ เลิกยาไปก็มีปัญหาเหมือนเดิมเพราะครอบครัวไม่เห็นค่าเรา แฟนหนูเค้าไม่เห็นว่าหนูทำดี หนูเลิกยาให้เค้า เค้าก็มีเมียน้อยไง เค้าไม่ชอบผู้หญิงเล่นยา หนูก็ทำให้แล้วยังไงอะ เค้าก็มีเมียน้อย ถามว่าหนูอยากเลิก มั้ยอะตอนนี้ ไม่ ก็อยากเล่น คือถ้าเลิกแล้วแฟนกลับมามั้ยล่ะ ก็ไม่ ใช่ปะพี่ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) รอบนี้เป็นรอบที่ 2ตอนแรกหนูก็ยอมไปรักษาแล้วแต่เค้าไม่กลับมา แต่ก็ไม่ทิ้งนะ เค้ายังดูแลครอบครัว ลูก เมีย ยังส่งเงินดูแล ตอนนั้นคือหนูก็อยู่กับแม่แฟน แม่แฟนเค้ารักหนูไง แต่คือดูแลนะ แต่เค้าก็ไม่อยู่กับเรา ไม่ได้เลิกกับเรา แต่เค้าไปอยู่กับคนอื่น ไปอยู่กับเมียน้อย ไม่ใช่เค้าไม่ยอมเลิก หนูนี่แหละไม่ยอมเลิกกับเค้า เพราะหนูไม่มีใครอะพี่ แม่เค้าเอาหนูคนเดียวนะไม่เอาคนอื่น พ่อแม่หนูเค้าแยกกัน ต่างคนต่างไปมีคนอื่น น้องชายหนูสองคนเค้าก็ไปเป็นทหาร เค้าก็ไปอยู่ที่ค่ายกันหมด ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก หนูก็เสพเลยหลังออกไปทันที เพราะว่าครอบครัวอะแหละพี่มีปัญหา อย่างที่หนูบอกไป ทำดีไปก็ยังไง แฟนหนูก็ไม่กลับมา ไม่อยู่ด้วยกันอะพี่ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร หนูเป็นคนตรง ๆ ไม่โกหก โกหกคนไม่เป็น คิดอะไรหนูก็พูดแบบนั้นเลย หนูก็ไม่อยากให้คนอื่นมาโกหกหนู เหมือนกัน คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ หนูไม่ใช่คนใจร้อน ใจเย็นนะ มีอะไรก็เก็บไว้คนเดียว ถ้าไม่เต็มที่จะไม่พูด หนูชอบเก็บไว้คนเดียวเพราะกลัว เค้ารู้สึกไม่ดี เสียน้ำใจ เรารู้สึกไม่ดีคนเดียวก็พอแล้ว หนูคิดก่อนทำเสมอแหละพี่ คิดดีด้วยว่าตัดสินใจถูกแล้ว มันก็เคยนะที่ผลมันออกมาไม่เหมือนที่คิด ก็รู้สึกแย่นะที่ทำให้คนอื่นคิดมากที่เราทำเรื่องไม่ดี ก็อย่างเรื่องนี้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 239 ที่ติดยา ก็พ่อแม่อ่ะแหละเค้าไม่เคยบอกอะไรเราเลย เค้าทำเหมือนไม่รักนะ ไม่มาเลย หนูน้อยใจนะพูดไป แต่เราก็ทำตัวเอง หนูรู้แหละว่าเค้าก็รักเรา อย่างอยู่ในนี้ก็ติดต่อแค่แฟน ลูก พ่อแม่แฟน เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ไม่อะ หนูชอบแหกกฎ อะไรที่ห้าม ๆ เช่น ตัดผมผิดระเบียบก็แค่โดนเขียนใบบันทึก กระโดดตบ แค่นี้ ผมสั้น มันดูแลง่ายนะพี่ หนูทำนะ ชอบเถียง ชอบเอาชนะ ถ้าหนูไม่ผิดหนูเถียง หลงตัวเองหรือไม่ ไม่อะ คนไม่มั่นใจตัวเองแบบหนูจะไปหลงตัวเองได้ไงอะพี่ หนูคิดว่าหนูไม่ดีพอ ไม่มั่นใจ ทุกวันนี้เพราะเรา ไม่ดีพอ หนูถึงเป็นแบบนี้ไง หนูเป็นแบบนี้จะไปสอนคนอื่นได้ไง ตัวเองยังไม่ดีเลยอ่ะ คนอื่นเค้าชอบมา ปรึกษาหนูแต่หนูไม่กล้าให้คำปรึกษา บางทีมันก็กลัวปะว่าถ้าเราพูดไม่ตรงกับเค้าแบบที่เค้าชอบ แบบที่ มันถูก หนูก็โดนสิ เคยมีคนมาถามมาปรึกษา หนูบอกไปเค้าก็ว่าหนูกลับ หนูเลยคิดว่าหนูไม่ดีพอ ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ หนูอดทนสูงสิ ไม่งั้นจะอยู่แบบนี้ได้เหรอ ก็เรื่องแฟนไงพี่ ทุกวันนี้อยากอยู่ด้วยกัน หนูก็ยอมมาตลอด ไม่อยากมีใครแล้ว มันก็เลิกไม่ได้ปะพี่ ยังคุยกับเพื่อนอยู่ว่าหนูเก็บอารมณ์เก่งมาก หนูอยู่กับเค้ามา 15 ปี เท่ากับเพื่อนเลย เพื่อนก็อยู่กับแฟนมา 15 ปี แต่หนูทนกว่า ไม่พูดไม่ว่าอะไรเลย หนูรักอะ ยังไงก็คือสามี หนูยังบอกว่าที่เพื่อนรับไม่ได้ที่แฟนมีคนอื่นเพราะว่ามันไม่ยอมปล่อยวางไง ทั้ง ๆ ที่แฟนก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดี เลยต้องเลิกกันเลย แต่หนูทนได้ไง ปล่อยวาง เลยยังอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ไง เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่นะ หนูเป็นคนจิตใจดีมากเลยนะ ยอมรับแฟนได้ คิดดูว่ายอมเอาลูกเมียน้อยมาเลี้ยง เพราะแฟนหนูรักลูก เค้าก็มาขอตรง ๆ นะ ไม่ได้ตกใจหรอกตอนมาขอ ตกใจตอนทำเค้าท้องมากกว่า แต่หนูก็ยอมให้เค้าอยู่ ด้วยกัน พอเลี้ยงไม่นานแม่เค้าก็มาเอาลูกคืน ส่วนลูกหนูตอนนี้ก็ 15 กับ 10 คนโตผู้หญิง คนเล็กผู้ชาย เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดนะพี่ ทุกวันนี้ก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้เลี้ยงลูกเอง ตอนนี้หนูอยู่มาปีกว่าในนี้ เพิ่งรู้ว่าลูกไม่เรียน หนูไม่อยาก เห็นลูกไม่ดี ก็คิดหนักนะ ได้แต่เขียนจดหมายไปบอกไม่ให้เกเร แต่ลูกก็ไม่เคยตอบเรา ตลอดเวลาหนูจ้าง เลี้ยงตลอด หนูไม่ชอบเด็กผู้หญิงอะพี่ พอมีเค้าหนูยอมรับนะว่าไม่รักลูกสาว ตอนนี้เค้าก็ม.2 แต่ไม่เรียน เค้าก็เสียใจ หนูก็เสียใจที่ใช้แต่เงินเลี้ยงเค้า คิดว่าถ้าเลี้ยงเองคงไม่เป็นแบบนี้ ลูกน่าจะเรียนได้ไปโรงเรียน อย่างน้อยยังดุให้มันไปโรงเรียนได้ ในความคิดหนูนะ คือ แม่เป็นแบบนี้ พ่อก็มีคนอื่น ลูกหนูเค้าเป็นคน เรียนเก่งนะ เค้าไม่ค่อยพูดหรอก แต่เค้าบอกหนูว่าเค้าไม่ชอบพ่อ พ่อชอบบังคับ ก็คิดว่าแฟนหนูไปบังคับ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 240 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด อะไรหรือคนอื่นทำอะไรหรือเปล่า หนูก็บอกว่าไปเรียนนะ อยากเป็นเหมือนแม่หรือไง ตอนนั้นเค้าบอกหนู ว่าหนูรักแม่นะ แม่รอหนูนะ เราได้ยินก็น้ำตาแตกสิพี่ เพราะหนูไม่เคยรักเค้า เราไม่ได้แสดงออกว่ารัก ก็แม่หนูยังไม่เคยแสดงออกเลย จริงๆ หนูก็รักนะลูกคนนี้ เวลาทะเลาะกับแฟน ได้ลูกคนนี้ช่วยพูดตลอดเลย คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ ปกตินะพี่ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ เริ่มได้ หนูให้โอกาสคนตลอด แต่แฟนหนูไม่ให้โอกาสหนูบ้างเลย เค้าไม่ชอบผู้หญิงเล่นยา ตอนนี้เราเล่น เยอะ หักดิบไม่ได้ มันต้องค่อยเป็นค่อยไป หักดิบก็ต้องลงแดง แฟนหนูเค้าจับหนูมัดไว้กับเตียง พอหนูเลิกได้ ก็ไม่เห็นว่าแฟนจะกลับมาเลย เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ โทษสิ เราทำผิดเองจะให้โทษใคร อย่างเรื่องแฟนเป็นเพราะหนูติดยา ถ้าไม่ผิดที่หนูจะผิดที่ใครล่ะ จะโทษ ที่แฟนอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะหนูเอง เป็นเพราะเราด้วย ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ จะมีธุรกิจส่วนตัว จะเพาะพันธุ์กบขาย ก็ก่อนหนูโดนจับหนูไปหาตาที่ศรีสะเกษ ก็มีคุยกับแฟนกับแม่แฟนว่า อยากทำ มันมีพื้นที่ให้หนูทำอยู่ไง ที่โน่นทุนก็มี แต่แม่แฟนเค้าตั้งใจให้หนูไปเปิดร้านอาหาร แต่หนูไม่ชอบ เจอคนเยอะ ไม่ชอบคำพูดคน บางทีเค้าอาจดูถูกเรา ทำงานแบบนั้นมันเจอคนเยอะ ไอ้เลี้ยงกบนี่คิดว่าไป ไม่รอดหรอก กลัวเลี้ยงมันตายอะแต่อยากทำ ความจริงหนูตั้งใจนะว่าต้องทำให้ได้ มันไม่น่ายากปะ แม่ แฟน เค้าตั้งเป้าให้กำลังใจ พร้อมช่วยนะ เค้ามาบอกเราแบบนี้เลย แบบให้อาหารไรงี้ก็ได้แหละ แต่กลัวกบตาย มั่นใจ 8 เต็ม 10 นะว่าจะทำได้ ขาดว่ากลัวกบตายแค่นี้แหละ ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ตา ตาก็จะช่วยเราได้แต่ออกไปแล้วตาจะอยู่มั้ยนี่สิ ไม่อยู่คงต้องให้เพื่อนบ้านช่วย ก็ตอนนี้ยังไม่มีความรู้ เรื่องการเลี้ยงกบเลยพี่
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 241 การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? เพราะตัวเองทำตัวเองโทษคนอื่นไม่ได้ ก็ถ้าเราไม่ทำจะโดนจับได้ไง หนูว่าที่กลับมาเพราะไม่เหลือใคร อยู่ตัวคนเดียวมันแย่นะพี่ หนูไม่ชอบเลยอะ มันรู้สึกแย่นะ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทางตัน ความจริงมัน ก็เหลือแหละ เหลือพ่อแม่หนู แต่หนูไม่ชอบอยู่ในกรอบ สมมติอยู่กับพ่อแม่ หนูก็ต้องอยู่แต่กับลูกนะ ห้ามไป ไหนนะ หนูโตแล้วนะพี่เลยออกมา นี่หนูก็มีแค่แฟน ในชีวิตนี้หนูไม่มีใคร พอมันโดนจับ หนูก็ทนไม่ได้ไง คือ บางทีพ่อแม่ก็ช่วยเราได้ บางทีก็สู้ไม่ได้ สังคมก็มีส่วนแหละ ตอนอยู่กับแฟนหนูก็อยู่ชุมชนแออัดแต่อย่า ไปโทษ ถ้าใจเราแข็ง หนูไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองไง ตอนนี้ก็คิดว่าต้องออกมา แฟนซื้อบ้านเตรียมไว้ให้ หมดแล้ว ถ้าหนูออกไปก็จะย้ายไปชุมชนเคหะ ไปบ้านใหม่กันหมดแหละ เหลือแค่น้องชายแฟนยังอยู่ บ้านเดิม ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร ทำตัวเองให้ดีที่สุดสิ เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ ไม่ให้ใครมาทำให้เขว ก็ต้องทำให้ได้ พยายาม หนูอยากมีชีวิตและ ครอบครัวที่ดีที่มันสมบูรณ์แบบ หมายถึงว่า มีแค่เรา ไม่ทะเลาะ ไม่มีเรื่องยา อยู่แบบมีความสุข ก็ต้อง เลี้ยงลูกเอง เราเป็นแม่ต่อให้มีปัญหาก็ต้องเลี้ยงลูกเอง อะไรที่ทำให้ดีขึ้นได้หนูจะทำทุกอย่าง ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก อันดับ 1 คือลูก สงสาร หนูไม่อยากให้ลูกอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ลูกโดนล้อว่ามีแม่ติดคุก อันดับ 2 คือแฟน หนูอยากให้เค้ากลับมาอยู่กับหนู แต่คงต้องเอาลูกก่อนอันดับ 1 เลย เพราะหนูรู้ว่าลูกเจออะไรมาบ้าง ไม่รู้สิ คือหนูคิดว่าเค้าไม่เรียนคงต้องไปเจออะไรมาแน่ ๆ ไม่งั้นเค้าคงไม่เลิกเรียน เค้าแค่ไม่พูดให้เราฟัง หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย กิจกรรมพวกนี้มันไม่น่าจะช่วยอะไรอะ มันขึ้นกับความคิดของคนเรา ถ้าเป็นหนู หนูคิดว่าคงไม่ช่วยเพราะ มันขึ้นอยู่ที่ตัวเรา ต่อให้มีกิจกรรมมาแต่ตัวเราทำไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้อยู่ดีอะ แต่อยากร่วมมากนะพี่ถ้ามีก็ อยากมาดูว่าเค้าจะมีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ จะดีอย่างที่เราคิดมั้ย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 242 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ ให้บอกอะไรอะพี่ ก็หนูอยากกลับไปเป็นคนดี อยากมีครอบครัวที่ดี ข้างในนี้ทำให้หนูคิดอะไรได้เยอะ เช่น คิดถึงคนอื่น การแบ่งปัน ช่วยเหลือกัน หนูรู้ว่าการอยู่คนเดียวไม่มีใครมันโดดเดี่ยว มีแต่เสียใจ มันไม่ดี ถ้าเราเลิกไม่ได้ก็ต้องกลับมาใหม่ แต่ถ้าเราเจอแฟนแล้วยังเป็นแบบนี้ ยังอยู่กับเมียน้อย มีหวังหนูคงกลับ มาอีก แต่ก็สำคัญคือลูกใช่มั้ยพี่ที่จะทำให้หนูไม่กลับมา ก็จะพยายาม ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : นฤมล อินทหมื่น ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ ภูมิหลังของหญิงอายุ 30 ปี เป็นคนจังหวัดอุดรฯ ครอบครัวเดิมมีพ่อเป็นผู้เลี้ยงดูเพียงคนเดียว เรื่องของแม่ ก็แทบไม่ทราบรายละเอียดเลย (จนอายุ 19 ปีพ่อก็พาไปพบแม่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอกสารทางราชการ ในการทำบัตรประชาชน) วัยเด็กพ่อแทบไม่มีเวลาให้ทำแต่งาน จึงทำให้ตนไปอาศัยอยู่กับป้าและอาซึ่งมีลูก 1 คน ตนและลูกป้าสนิทสนมกันดี ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยพ่อจะส่งเงินมาให้ใช้ เมื่อขึ้นชั้นประถมก็ย้ายไปอยู่กับพ่อ สำหรับปมเรื่องแม่ตนก็ยังทำให้มีความอยากรู้และอยากเจอ ช่วงม.2 ได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวของเพื่อนที่อุดร (ครอบครัวบุญธรรม) ถึงแม้ตนจะไม่ได้กลับไปอยู่กับพ่ออีกแต่ก็ยัง ติดต่อกับพ่อตลอด เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาอยู่ในเรือนจำครั้งนี้ (ครั้งที่ 3) ถูกจับคดีมียาเสพติด 13 เม็ดไว้ในครอบครองและ ยาไอซ์ 1.5 กรัม วันเกิดเหตุอาศัยอยู่กับสามีคนที่ 2 ซึ่งที่พักเป็นอพาร์ทเมนท์ โดยตนอยู่ชั้น 5 เพื่อนซึ่ง อยู่ชั้น 3 ถูกตำรวจบุกจับถึงห้อง เพื่อนจึงให้การกับตำรวจว่าซื้อยาเสพติดมาจากสามีตน ตำรวจบุกจับและ ค้นห้องพบยาเสพติดดังที่กล่าวมาข้างต้น คดีปัจจุบันทำให้อยู่ในเรือนจำมาแล้ว 1 ปี1 เดือน เหลือโทษอีก 3 ปี5 เดือน ขณะที่รับโทษตนเริ่มท้อง ลูกคนที่ 2 กับสามีคนที่2 ปัจจุบันเด็กอายุ 5 เดือนถูกเลี้ยงดูอยู่ภายในเรือนจำ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพครั้งแรกตอนอายุ 16 ปี เป็นช่วงที่ย้ายออกมาอยู่หอพักกับเพื่อนเพื่อเรียนกศน. ช่วงก่อนหน้านั้น ยังควบคุมตนเองได้ที่จะไม่ลองแม้จะเห็นเพื่อนเสพยาบ้าภายในห้องพักก็ตาม วันที่ตัดสินใจเสพเพียงเพราะ แค่อยากลอง หลังจากนั้นก็ร่วมวงเสพยาบ้ากับเพื่อนเรื่อยมา โดยเพื่อนที่ชักนำสู่วงการของสารเสพติด คือ ลูกของครอบครัวบุญธรรมซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทมาก และด้วยเหตุผลของการที่ตนไม่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ เพื่อนชักชวนให้มาอยู่ร่วมครอบครัวด้วยกัน ด้านพ่อแม่ของครอบครัวบุญธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 243 โดยก่อนหน้าที่จะร่วมวงเสพยา ตนเองไม่เสพแต่จะได้กลิ่นควันจากที่เพื่อนเสพทำให้เกิดอาก ารมึน ๆ ส่งผลให้ตนนอนหลับยากจึงหันไปใช้ยาโซแลมเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ ยาเสพติดตัวต่อมาที่ใช้คือ ยาไอซ์ กัญชา โคเคน ฝิ่น โดยตนทราบดีว่ายาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดีแต่อยากลอง ช่วงที่ใช้ยาเสพติดเป็นช่วงระหว่างที่เรียนกศน. (สุดท้ายเรียนไม่จบ) ซึ่งเวลาเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงเย็น ทำให้ช่วงกลางวันก็หาเงินเพื่อมาซื้อยาด้วยการเป็นเด็กเสี่ย สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยขณะที่อยู่กับครอบครัวบุญธรรมที่อุดรฯ ถูกจัดเป็นโซนสีแดงในเรื่องของยาเสพติด ของจังหวัด สำหรับตนการเสพยาเสพติดเป็นสิ่งที่ยอมรับได้หากทำงานไปด้วย ส่วนข้อดีของการเสพยาเสพติด ในความคิดตนคือ ทำให้อารมณ์ดี มีรูปร่างผอม ส่วนข้อเสียคือส่งผลเสียต่อระบบประสาท เสพมากเกินไป ทำให้อารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกาย (สามีคนแรก) ดังนั้น ผลจากการเสพยาทำให้ลูกคนแรกของตน ได้ผลกระทบระหว่างอยู่ในครรภ์เด็กเกิดมามีปัญหาเรื่องหัวใจ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ครั้งแรก (ปีพ.ศ. 2551) ถูกจับยาเสพติด 160 เม็ด ต้องโทษ 3 ปี 6 เดือน คดีครอบครองและจำหน่ายพร้อม กับสามีคนแรก เมื่อออกจากเรือนจำครั้งนี้ก็ย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องอยู่เรือนจำรู้สึกผิด พ่อมาเยี่ยมฝากเงินให้ใช้ทุกอาทิตย์ ครั้งที่ 2 (ปีพ.ศ. 2557) ขับรถขึ้นไปซื้อยาเสพติดจากชนกลุ่มน้อยบนดอยเนื่องจากมีราคาถูก ตอนกลับมี ตำรวจตั้งด่านจึงถูกจับและอยู่เรือนจำที่ อ.ฝาง เชียงใหม่ คดีเสพและกระทำผิดซ้ำ โทษ 1 ปี 6 เดือน ครั้งที่ 2 ที่ถูกจับไม่บอกให้พ่อทราบเพราะติดแค่ปีครึ่งพ่อคงคิดว่าอยู่กับสามีคงไม่เป็นไร ช่วงแรกสามีขึ้น มาเยี่ยมที่เชียงใหม่ จากนั้นด้วยระยะห่างสามีคนแรกก็มีแฟนใหม่ ตนจึงต้องบอกเรื่องอยู่เรือนจำให้ พ่อทราบ พ่อก็มาเยี่ยมและส่งเงินให้ใช้ ครั้งล่าสุด (ปีพ.ศ. 2559) ถูกจับคดีมียาเสพติด 13 เม็ดไว้ในครอบครองและยาไอซ์ 1.5 กรัม วันเกิดเหตุ อาศัยอยู่กับสามีคนที่ 2 ซึ่งที่พักเป็นอพาร์ทเมนท์ตนอยู่ชั้น 5 เพื่อนซึ่งอยู่ชั้น 3 ถูกตำรวจบุกจับถึงห้อง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 244 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด เพื่อนจึงบอกตำรวจว่าซื้อยาเสพติดมาจากสามีตน ตำรวจบุกจับและค้นห้องพบยาเสพติดดังที่กล่าว มา ข้างต้น ครั้งที่ 3 นี้แม้จะอยู่เรือนจำในเขตกรุงเทพที่เดียวกับที่พ่อทำงานขับแทกซี่แต่พ่อก็ไม่มาเยี่ยมเลย ท่านอาจ คิดว่าครอบครัวสามีคงมาเยี่ยมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พ่อไม่ทราบคือ สามีคนที่ 2 ของตนมีภรรยาหลวงอยู่แล้ว และทางครอบครัวสามียังไม่ตอบรับการอุปการะลูกของตนไปเลี้ยง หากครบ 11 เดือน ไม่มีใครอุปการะ ออกไปเลี้ยงดู เด็กก็จะถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เหตุผลที่ตนยังคงทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดถึง 3 รอบเพราะ ตนใช้ยาเสพติดเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทำงานได้นานขึ้นเพื่อหาเงิน งานส่วนใหญ่ที่ทำเป็นงานเสิร์ฟอาห าร ร่วมกับเป็นเด็กเสี่ย โดยเฉลี่ยจะกลับไปใช้ยาเสพติดหลังพ้นโทษภายในเวลา 1-2 เดือน ไม่ได้ขวนขวายหาเสพทันที พยายาม ที่จะไม่ใช้ได้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายก็กลับไปสู่วังวนเดิม ๆ เพราะคนเคยเสพยามาก่อนลึก ๆ ยังมี ความต้องการอยู่ รวมถึงติดความรู้สึกอารมณ์ระหว่างที่เสพยาเสพติด ทำให้รู้สึกสบายใจอารมณ์ดี ทำให้ทำงานได้ยาวนานมากขึ้นเนื่องจากตนทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟด้วยซึ่งทำงานในช่วงกลางคืน ตนคิดว่า การเสพของตนไม่ได้ทำร้ายใครเพราะเสพยาแล้วยังคงรับผิดชอบในการทำงานได้อยู่ ต่างจากคนที่เสพยา อย่างเดียวไม่รับผิดชอบทั้งงานและชีวิตตนเอง บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร เป็นคนใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่ชอบใช้ความรุนแรง (มีบางครั้งทะเลาะกับสามีก็มีท ำร้ายส ามีห รือ ใช้ถ้อยคำรุนแรงบ้าง) เป็นคนชอบเข้าสังคมทำกิจกรรม รับผิดชอบในการทำงาน มีภาวะซึมเศร้าหนัก ในช่วงหลังคลอด คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นคนชอบทำอะไรเสี่ยงๆ เช่น สมัยเป็นวัยรุ่นจะอยู่กับกลุ่มเด็กแว้นแข่งรถมอเตอร์ไซด์ในช่วงดึก ๆ ตนรู้ดี ว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขณะขับแข่งกันก็ได้แต่ก็ไม่ได้ทำให้หยุดแว้น ซึ่งในกลุ่มนี้ก็มีคนที่ใช้ยาเสพติดด้วย ตนเคยถูกตำรวจจับคุมประพฤติเนื่องจากการขับมอเตอร์ไซด์แข่งกัน 1 ครั้ง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 245 มองว่าเป็นคนใจเย็น ใจดี ชอบฟังชอบคิดวางแผนก่อนลงมือทำ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ เป็นคนเคารพกฎระเบียบทั้งของสังคมและในเรือนจำ ไม่ชอบทำอะไรแตกต่างจากสังคมหรือทำให้ตนเป็น จุดสนใจ มองว่ายาเสพติดก็เป็นสิ่งที่ผิด และผิดมากขึ้นสำหรับคนที่ใช้ยาเสพติดมากเกินไป หลงตัวเองหรือไม่ (จากการสอบถาม เธอกล่าวว่าเธอไม่ได้เป็นคนชอบโอ้อวดหรือเป็นจุดสนใจ แต่ระหว่างการสอบถ าม ก็จะมีบางคำพูดที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลงตัวเอง เช่น เธอเป็นคนเข้ากับคนง่าย พูดจาเอาใจเก่ง โดยขณะที่ ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เจ้านายจะชอบเธอมากเนื่องจากทำงานดี แขกเข้าร้านอาหารมากขึ้น แขกในร้านก็ ชอบเธอ เพราะเธอพูดเก่ง เอาใจเก่ง แขกจะติดเธอมากให้ทิปหนัก) ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ หากเกิดเรื่องทะเลาะหรือโกรธจะไม่ตอบโต้ทันที หากตอนนั้นมึนเมาด้วยฤทธิ์ยาก็จะเดินหนี ไม่ทะเลาะ แต่คนที่ทำให้ตนหลุดอารมณ์เสียก็คือสามีหากทะเลาะกันก็จะใช้ความรุนแรงทางกายและทางคำพูด บางเรื่องที่ต้องใช้เวลาอดทนรอจนกว่าจะสำเร็จก็ยินดีที่จะอดทนรอ แล้วเหตุใดถึงอดทนไม่ได้เมื่อเจอกับ ยาเสพติด เธอตอบกลับว่าเคยพยายามลองเลิกแล้ว แต่ก็อดทนได้ไม่เกิน 2 เดือน เนื่องจากเคยเสพมาก่อน อย่างไรก็ยังติดความรู้สึกระหว่างที่เสพและอารมณ์ช่วงหลังเสพอยู่ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ เป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ชอบทำร้ายจิตใจใคร ยิ่งเมื่อตนเปลี่ยนบทบาทเป็นแม่ที่ต้องรับผิดชอบลูกถึง 2 คน ทำให้ตนมีความเป็นผู้ให้เพิ่มมากขึ้น เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น รู้สึกผิดกับตนเอง ในเรื่องเรียนที่มีโอกาสได้เรียนกศน. แต่ก็เรียนไม่จบ ปัจจุบันจึงทดแทนความรู้สึกผิดด้วย การขวนขวายหาหนังสือมาอ่าน และแบ่งปันข้อมูลให้แก่เพื่อนในเรือนจำ รู้สึกผิดกับผู้อื่น ในกรณีนี้คือ พ่อ ย้อนไปตอนม.2 ตนมีปัญหาการเรียนจึงต้องขอลาออกแต่ท างโ รงเรียน ไม่ให้ออกเนื่องจากติดชำระค่าเรียน 1 เทอม พ่อเสียใจมากเมื่อกลับบ้านถูกพ่อตีด้วยด้ามไม้กวาดอย่างหนัก ทั้ง ๆ ที่พ่อไม่เคยทำร้ายร่างกายหนักขนาดนี้มาก่อน ตนเสียใจมากแต่ไม่ร้องไห้ เก็บความรู้สึกเก่งไม่ให้ ร้องออกมา มีเพียงพ่อเท่านั้นที่ร้องไห้และเป็นครั้งแรกที่ตนเห็นน้ำตาของพ่อ ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 246 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ยังวนเวียนเป็นภาพที่หลอกหลอนจิตใจของตนตลอดมาที่ทำพ่อเสียใจ ส่งเงินให้เรียนแต่ก็เรียนไม่จบ อีกทั้ง สิ่งที่พ่อขอ 2 สิ่งตนก็ทำไม่ได้คือ ขออย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือขายบริการ และหากตนแต่งงานให้ บอกพ่อด้วย ส่วนความรู้สึกผิดต่อสังคมนั้นไม่มี ตนมองว่าการอยู่กับครอบครัวบุญธรรมมีทั้งเรื่องร้ายดีหลายครั้ง ทำให้ชินชากับเรื่องการใช้ชีวิต การใช้ชีวิตในเรือนจำเพียงแค่ใช้ชีวิตให้พ้นไปวันวัน เมื่อพ้นโทษออกไป จากที่นี่ 2 ครั้ง อะไรก็ไม่น่ากลัวอีกแล้ว คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ สำหรับตนมองว่าการทำผิดเป็นเรื่องธรรมดา อาจเป็นเพราะผ่านการทำผิดมาหลายครั้ง ส่วนคนอื่น หากทำผิดเขาอาจมองเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ สำหรับตนโอกาสมีได้ตลอด การลืมตาตื่นมาแล้วยังหายใจก็ถือว่าเป็นโอกาสแล้ว สังคมก็เช่นกัน สังคม ยังคงให้โอกาสคนกลุ่มตนให้มาอยู่ในเรือนจำ ให้ความรู้ให้วิชาชีพ ให้เป็นคนมีระเบียบ ล้วนแล้วแต่เป็น การเรียนรู้ร่วมกัน แม้ตนจะเรียนจบไม่สูงแต่ก็ขวนขวายตลอดเมื่อมีโอกาส เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ไม่โทษตัวเอง หากมัวแต่เอาเวลาที่มีไปโทษตัวเองแล้วเมื่อไหร่จะเป็นคนดีได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความคิด ทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายกับเหตุการณ์ที่ทำผิดจนต้องเข้าเรือนจำ ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ สิ่งแรกก่อนออกไปต้องวางแผนก่อนว่าจะมีที่อยู่หรือไม่ จะไปอยู่ไหน ที่สุดท้ายก่อนเข้าเรือนจำคือ บ้านสามี คนที่ 2 แต่ต่อจากนี้คงไม่กลับไปอยู่แล้ว ของใช้ส่วนใหญ่ของตนถูกย้ายไปไว้ที่บ้านเช่าสำหรับพนักงานเสิร์ฟ ซึ่งตนคาดว่าหากไม่มีที่พักจริง ๆ คงจะไปอยู่ที่บ้านเช่าเหมือนเดิม และทำงานให้กับร้านอาห ารเช่นเดิม อีกทางหนึ่งคือ ย้ายกลับไปทำงานที่ อ.ฝาง เชียงใหม่ เชื่อว่าหากติดต่อไปยังนายจ้างเขายังคงจะรับตน ทำงานเช่นเดิม เพราะตนทำงานดีเป็นที่ชื่นชอบของเจ้านาย พอมีเงินที่จะเลี้ยงดูลูกคนปัจจุบันและพ่อ โดยตนอยากเลี้ยงลูกด้วยการให้เวลาเอาใจใส่ลูก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 247 ยังไม่อยากเป็นเจ้าของกิจการในตอนนี้ มองว่าตนอายุแค่ 30 ปียังหาประสบการณ์ได้อีกมาก สะสม ประสบการณ์ไปก่อน ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ตอนนี้ยังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครเพราะมองว่าแผนชีวิตของตนยังไม่ชัดเจน อย่างแรกออกไปคือ ต้องหาที่อยู่ให้ได้ก่อน ระหว่างนั้นก็หางานทำไปด้วยหาประสบการณ์ก่อนที่จะเปิดร้านของตนเอง ตนสนใจ ธุรกิจร้านนวดแผนโบราณเพราะชอบนวดแต่ร้านนวดน่าจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เพราะยังขาด งบประมาณสนับสนุน การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? สิ่งที่ทำให้ตนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก เป็นเพราะตนเองมากกว่าสังคม สำหรับครั้งแรกในการทำผิดมอง ว่าเป็นเรื่องความอยากรู้อยากลอง แต่หากการทำผิดมีครั้งที่ 2 นั่นคือ ความเคยชิน เคยชินกับการต้องใช้ยา เพื่อเป็นตัวช่วยดำเนินชีวิต ตนมองว่าการเข้าไปบำบัดยาเสพติดเมื่อเสร็จออกสถานบำบัดมาแล้ว หลายคนก็ยังกลับไปใช้อยู่ หากตนมองกลุ่มคนที่ทำผิดซ้ำ ๆ เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดแล้วกลับเข้าเรือนจำ มาอีกอาจมาจากเหตุผลทางสังคม การเลี้ยงดูของครอบครัว และสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่อยู่ ส่วนคนกรุงเทพที่ติดคดีเกี่ยวกับยาเสพติดซ้ำ ๆ มองว่า มาจากตัวเขาเอง ไม่ยอมหางานทำ ไม่มี ความรับผิดชอบ อยากรวยทางลัด ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร อยากแก้ที่ตนเอง เพราะเรารู้ดีว่าทำผิด ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว สำหรับการเข้าไปแก้ไขสังคมมองว่าตนไม่สามารถ ทำได้เพราะเป็นเพียงประชาชนตัวเล็ก ๆ เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศระดับโลก ที่ตอนนี้ก็ยัง แก้อะไรไม่ได้ หากตนมองช่วงอายุที่สำคัญที่สุดที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คือช่วงมัธยมศึกษา เนื่องจากเป็นวัยหัวเลี้ยว หัวต่อ อยากลอง
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 248 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก สิ่งที่จะช่วยให้ตนไม่กลับไปใช้ยาเสพติดอีกคือ ลูกชายวัย 5 เดือนของตนตอนนี้ ตนอยากมีชีวิตแบบคนปกติ ที่มีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเป็นคนที่เลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง ลบข้อผิดพลาดที่ลูกคนแรกไม่ได้มีโอกาสเลี้ยง เพราะครอบครัวสามีคนแรกอุปการะไปแล้ว หลังจากที่ให้พ่อส่งเงินเลี้ยงดูครั้งนี้ หากได้ออกจากเรือนจำ จะหางานทำและให้พ่อย้ายมาอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องทำงานหนักซึ่งจะช่วยลบภาพเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่ผ่านมา ที่เคยหลอกหลอนตนที่ทำไม่ดีกับพ่อไว้ (นัยน์ตาสั่นเครือ แต่พยายามห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมา) หากมีคนมาหยิบยื่นยาเสพติดให้อีกยังจะใช้อยู่หรือไม่ ตนอาจจะรับเพียงเพื่อเสพไม่จำหน่าย ไม่มียาบ้า เกินจำนวน เช่น มีไม่เกิน 14 เม็ด โทษจะได้ไม่หนักมาก ต้องโทษไม่นาน ตนไม่ได้อยากให้ใครมาช่วย ตนรู้ตัวเองว่าต้องทำอย่างไรเมื่อออกไป มีแผนคร่าว ๆ ไว้แล้ว หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย คิดว่าก็อาจจะช่วยได้ขึ้นอยู่กับคนด้วย ส่วนตนพร้อมร่วมกิจกรรมเพราะชอบเข้าร่วมกิจกรรมอยู่แล้ว มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ คำกล่าวที่อยากพูดกับลูกชายวัย 5 เดือนตอนนี้ว่า อยากให้ลูกได้กลับบ้าน สถานสงเคราะห์อ าจจะให้ เขาได้เกือบทุกอย่างแต่ที่เขาจะไม่ได้คือความรัก ตนเครียดกลัวว่าลูกจะได้ไปอยู่ที่นั่น ครอบครัวของสามี คนที่ 2 ก็มีพูดเรื่องอุปการะไปเลี้ยง แต่ก็ไม่ได้ยืนยันจริงจังว่าจะรับเด็กไปเลี้ยง ปมเรื่องนี้จึงตอกย้ำตน ให้นึกถึงเรื่องแม่ที่ไม่เคยทำหน้าที่แม่ ตนก็อยากให้ลูกมีแม่เป็นแม่ที่คอยเลี้ยงดูเอาใจใส่อยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัว (นัยน์ตาสั่นเครือจะร้องไห้) ขณะให้นมลูกจะบอกลูกเสมอว่าลูกเกิดจากคว ามรักขอ งตน แม้ตนจะรู้อยู่แล้วว่าสามีคนที่ 2 มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ด้วยความรักความหลงไม่วางแผนของตน ส่วนตน ไม่คิดที่จะทำแท้งเพราะเคยมีลูกมาแล้ว หากมองตนเองในอีก 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะทำอะไรอยู่ อาจกลับไปอยู่กับแม่ที่หนองคาย เซ้งร้านขาย ของชำต่อจากแม่ อยู่ใช้ชีวิตแบบบ้านนอกไม่ต้องคิดอะไรมากก็ภูมิใจแล้ว ด้านการให้คำแนะนำเกี่ยวกับยาเสพติดมองว่า หากจะปลูกฝังไม่ให้เด็กรุ่นหลังยุ่งเกี่ยวกับยาเส พติดคือ ควรปลูกฝังที่ตัวครอบครัวมากกว่าชุมชน รวมถึงด้านตัวบุคคล สิ่งสำคัญก็ยังเกี่ยวกับเรื่องการดูแล จาก
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 249 ครอบครัวและการคบเพื่อน บางครอบครัวอาจจะคุมลูกตัวเองอยู่ แต่บางครอบครัวควรต้องเอาใจใส่มากขึ้น ตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : บุญจิรา ชลธารนที ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - เป็นการเข้ามาครั้งแรก ด้วยคดีครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาไอซ์ 0.75 กรัม ปัจจุบันรับโทษมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งวันที่ถูกจับถือเป็นวันที่เคยลองเสพยาครั้งแรกด้วย โดยได้รับการชักชวนจากรุ่นน้องที่ตนอุปการะ และทำงานให้ตนชวนไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่จะมีงานสังสรรค์ จึงไปเป็นเพื่อนน้องคนนี้ (น้องคนนี้เป็นคนงาน ที่บ้านแต่อยู่ด้วยกันสนิทสนมรักใคร่เหมือนพี่น้อง ซึ่งเด็กคนนี้อายุ 27 เคยติดยาและบ้านตนรับมาอุปการะ ให้ทำงานบ้าน จนเลิกยาได้แล้วและกลับไปเสพใหม่) - ไม่เคยเสพยาหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย แม้จะสูบบุหรี่แต่ไม่เคยใช้ยาเสพติดอื่น ๆ ที่ผิดกฏหมาย เรียนจบปริญญาโทและทำงานในบริษัทการเงิน ชอบทำงานมากและก้าวหน้าดีในการงาน ทุ่มเทเวลาให้งาน และประสบความสำเร็จในการงาน เป็นลูกของครอบครัวข้าราชการ พ่อ แม่ พี่สาวรับราชการและน้องชาย ทำงานเอกชน ครอบครัวอบอุ่นและมีฐานะดี ชีวิตไม่ได้ข้องเกี่ยวกับยาเลย จนวันที่น้องชวนไปสังสรรค์ (อายุ 37 เสพครั้งแรก) - วันที่ไปสังสรรค์ก็กินเหล้าสูบบุหรี่กัน ที่ไปเพราะเป็นห่วงน้อง ที่จริงก็พอรู้ว่าน้องกลับไปใช้ยา แต่ที่มา เป็นเพื่อนด้วยเพราะคิดว่าอย่างน้อยก็ยังเห็นในสายตาจึงยอมมาเป็นเพื่อน ระหว่างสังสรรค์ก็มีการนำยาไอซ์ มาเสพ ซึ่งเพื่อนน้องก็ชวนให้ลอง ตนจึงลองดูเพราะอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร ต่างจากสูบบุหรี่หรือไม่ จึงได้ ลองเสพดู - เมื่อเสพเสร็จน้องบอกว่าอยากเสพอีก ตนมองว่าการมานัดเสพตามคอนโดแบบนี้ไม่ปลอดภัย น้องเลย ขอเงินจะไปซื้อเพื่อเอาไว้เสพเองส่วนตัวจะได้ไม่ต้องมาคอนโดเพื่อน ตนจึงให้เงิน 2,000 แก่น้องเพื่อซื้อยา โดยมองว่ายังไงตอนนี้น้องยังไม่เลิก ก็ขอให้สูบในสายตาก็น่าจะปลอดภัยกว่าจากการโดนจับ น้องเป็นผู้หญิง ระหว่างที่ยามาส่งน้องสาวอาบน้ำ น้องจึงให้ตนลงไปรับยาที่หน้าคอนโดแทน ตนจึงลงมารับแทนที่ หน้าคอนโด ซึ่งระหว่างรับยาก็มีเจ้าหน้าที่มาจับกุม - เพราะปริมาณที่โดนจับน้อย ตนจึงยอมรับเพราะจับได้คามือตอนรับยาและไม่ได้บอกว่าเป็นของน้อง เพราะตนมองว่า ถ้าเป็นตนโดนจับเองจะสามารถวิ่งเต้นเรื่องได้ง่ายกว่าเพราะตนไม่มีประวัติย าเส พติด มีการงานการศึกษาดี ครอบครัวดี ยังไงคดีก็คงไม่มีอะไรมาก ตนจึงรับสารภาพไปตรง ๆ เลย เพราะคิดว่า ก็คงไม่มีอะไรเพราะขนาดที่มีมากกว่า 0.37 กรัม จึงทำให้โดนข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย ตอนนั้นตนไม่รู้ ความต่างในแง่คดี จึงยอมรับผิดไปแบบไม่ได้แก้ต่างอะไร เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวเคลียร์กับตำรวจได้ก็คงไม่ได้มี อะไรมาก แต่หลังจากโดนจับ 2 วันขึ้นศาล วันที่ 3 ฝากขังสองอาทิตย์ได้ประกันตัว 10 เดือนและ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 250 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ถูกพิพากษาจำคุก 2.6 ปี ระหว่างจำคุก 2 สัปดาห์ตนรู้สึกแย่มากไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนั้นก็ได้ ประกันตัวและไม่คิดเลยว่าคำพิพากษาจะออกมาแบบนี้ - แม้ตนยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลเห็นว่าสารภาพเองแต่แรก ตำรวจยังบอกว่าตนพลาดที่ไปรับสารภาพ เหมือนตน ไม่ทันในแง่กฎหมายเองที่รับสารภาพ แต่ตอนนั้นยึดหลักว่าทำผิดก็รับผิด แต่กลับมาทำร้ายตัวเองในแง่ ข้อกฏหมายทำให้ได้รับโทษนี้ - ตอนนั้นที่รับไว้เพราะกลัวเรื่องอิทธิพลด้วย เราไม่รู้จักใคร ตำรวจก็ถามและให้มาช่วยขยายผลแต่ไม่อยาก เข้าไปยุ่งไปมากกว่านี้ เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด เสพยาครั้งแรกคือยาไอซ์ ตอนอายุ 37 เพราะไปสังสรรค์กินเหล้าที่คอนโดเพื่อนของน้อง แล้วเพื่อน ๆ ชวน ลองเพราะอยากรู้ คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้ตัวดีว่าลองแค่เพราะอยากรู้ อยากลองเล่น ๆ ว่าเป็นอย่างไร ปกติสูบบุหรี่อยู่แล้ว เลยอยากรู้ว่าจะเหมือนหรือต่างยังไงบ้างหรือไม่ เลยลองดู กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดครั้งแรก ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก กระทำผิดครั้งแรก บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนมองโลกในแง่บวก ทุกวันนี้ก็พยายามจะอยู่ให้ได้ พยายามมองข้อดีว่าเหมือนมาพักผ่อ นจาก การทำงาน (แม้จะไม่ได้อยากเข้ามาแต่เมื่อบังเอิญต้องเข้ามาก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้) - กล้ายอมรับความจริง ทุกวันนี้ก็ไม่ได้โทษใคร วางแผนแก้ไขดีกว่าจมปลักกับปัญหา - เป็นคนที่เป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ ครั้งนี้ก็เพราะรับผิดแทนน้อง เพราะคิดว่าตัวเองจะจัดการได้มากกว่าแต่เอา เข้าจริงเราก็จัดการไม่ได้ - เป็นคนทุ่มเทกับงานมาก ทุกวันนี้ที่มาติดก็เหมือนมาหายใจทิ้งไปเปล่า ทั้ง ๆ ที่ตนมีศักยภาพเห็นปัญหา เรื่องการบริหารแล้วหงุดหงิด อยากจะช่วยให้มันดีขึ้น - ชอบคิดนอกกรอบ ชอบหาวิธีแก้ปัญหาต่างๆ เพราะเวลาทำงานก็ต้องคิดแก้ปัญหา บริหารจัดการก็จะคิด พลิกแพลงได้ นอกกรอบได้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 251 คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนนิ่ง อดทนไม่หุนหันหรือใจร้อน เป็นคนอดทน มาอยู่ที่นี่ก็อดทนพยายามมองทุกอย่างในแง่ดี เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ก็เคารพกฎระเบียบปกติและก็ไม่เคยออกนอกระเบียบเลย เรียนทำงานตามปกติที่ควรเป็น แต่บางทีถ้ากฎ ไม่สมเหตุสมผลก็มีแหกกฎบ้าง หลงตัวเองหรือไม่ คิดว่าเราโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่ดี อบอุ่นให้ความเข้าใจ แต่ไม่ได้คิดว่าเราเหนือกว่าคนอื่น ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ ได้และคิดว่าตัวเองมีความอดทนสูง ควบคุมตัวเองได้ มักบอกตัวเองเสมอว่าทนไม่ได้ก็ต้องได้ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ ไม่เลย เป็นคนใจดีและใจอ่อน เหมือนครั้งนี้ที่ก็คิดเหมือนกันว่าตัวเองใจดีเกินไปจนตัวเองเดือดร้อน เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - ไม่ได้รู้สึกผิดเรื่องยาเพราะเราแค่ลองเพราะอยากรู้ เราไม่ได้ติด เหมือนคนเพิ่งเปิดอ่านหนังสือแค่สารบัญ (ลองเสพ) ก็ข้ามมาตอนจบเลย (เข้าเรือนจำ) เหมือนจังหวะมันพอดีที่ตำรวจมาจับแก๊งค์ยา ตนไม่รู้เรื่อง แต่ลงมารับแทน ตนรู้สึกว่าทั้งหมดเป็นเหตุบังเอิญจึงพยายามมองมุมบวกให้อยู่ได้ - รู้สึกผิดกับครอบครัวมากกว่า เพราะเราทำให้ครอบครัวเสียใจเพราะครอบครัวเลี้ยงมาอย่างดี แต่ก็มาทำให้ เขาผิดหวัง คิดว่าเค้าก็เสียใจแต่ทุกคนก็ปลอบใจให้มองในแง่บวกไป ที่บ้านก็ไม่ได้บอกใครว่าเราถูกจับและ อยู่ในเรือนจำ ก็เหมือนต้องมาโกหกคนอื่นว่าเราไปอยู่ต่างประเทศ ญาติก็ไม่มีใครรู้ว่าเราอยู่ในนี้ - รู้สึกผิดที่วันนั้นน่าจะห้ามน้องไม่ให้ไปสังสรรค์ ถ้าน้องไม่ไปตั้งแต่วันนั้นตนก็คงไม่ต้องมาโดนจับและ ตนก็ไม่น่าไปด้วยเลย คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ - เชื่อว่าคนเราทำผิดเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อผิดก็แก้ไขใหม่ได้
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 252 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - ส่วนเรื่องตัวเอง มองว่าเป็นจังหวะความบังเอิญที่พาตนมาอยู่ตรงนี้ได้ ทุกวันพยายามมองในแง่ดีว่าเหมือน ได้มาทัศนศึกษาในเรือนจำ แต่อีกใจก็ไม่ได้อยากมาหรอก ก็เหมือนหลอกตัวเองด้วยแต่ก็คิดให้สบายใจ เพื่อที่จะรับมือกับชีวิตตอนนี้ คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ สำหรับตัวเองคิดว่าเริ่มใหม่ได้เพราะพอมีพื้นฐานชีวิตที่ดีพอสมควร ออกไปก็ยังมีครอบครัว มีบ้าน มีทรัพย์สิน แม้งานเดิมคงจะกลับไปทำไม่ได้ (ระหว่างได้ประกันตัว กลับไปเคลียร์งานและลาออก อย่างถูกต้องแล้ว) แต่ก็มีเงินเก็บที่สามารถไปทำธุรกิจได้ แต่มองถึงน้อง ๆ ในเรือนจำที่เคยคุย ตนรู้เลยว่า ยากที่จะเริ่มต้นใหม่เพราะเค้าต้องหาเงิน ชีวิตขาดโอกาส มองว่าถ้ามีโอกาสก็เริ่มใหม่ได้ บางคนก็ได้รับโทษ เป็นสิบ ๆ ปี กว่าจะออกไปได้ก็คงเริ่มต้นลำบาก เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ ความผิดพลาดครั้งนี้ก็โทษตัวเองว่าเพราะเราเป็นคนตัดสินใจที่จะไป แต่ก็ไม่ได้คิดซ้ำไปมา มองว่าจะแก้ไข รับมือยังไงมากกว่า เพราะเกิดขึ้นแล้วก็ต้องคิดบวกให้ไม่เป็นทุกข์ ที่บ้านก็จะได้ไม่ทุกข์ไปกับเราด้วย ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ออกไปคงไปอยู่กับครอบครัว เอาเงินเก็บมาทำธุรกิจสักอย่างเพราะทำงานก็คงจะลำบาก ทั้งอายุที่เยอะ และประวัติ ก็คงทำได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไร - ตั้งใจที่จะเขียนหนังสือ ตั้งชื่อไว้แล้วว่า “บังเอิญ 2 ปี 6 เดือน” อยากจะเขียนเล่าเรื่องชีวิตคนในเรือนจำ รวมถึงความบังเอิญที่ตนได้รับโทษขนาดนี้เนื่องจากไม่เป็นเกม อยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรม ที่มองว่าบทลงโทษมันไม่เหมาะสม แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร อยากให้ศาลพิจารณาใหม่ รู้สึกกระบวนการยุติธรรมไทยไม่ยุติธรรม ตนไม่ได้มีเจตนาจะขายเลยเพิ่งเสพ ครั้งแรก ศาลน่าจะมองบริบทและเจตนาให้มากกว่านี้ แม้ตนจะทนอยู่ตรงนี้ได้แต่มันก็มีคำถ ามว่าท ำไม ต้องมาอยู่
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 253 การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? ไม่ได้ทำผิดซ้ำแต่เท่าที่ตนพูดคุยกับน้อง ตนมองว่าเพราะน้อง ๆ ขาดโอกาส ส่วนใหญ่มีปัญหาครอบครัว ทั้งนั้น ต้องดิ้นรนเอง การศึกษาก็ไม่สูง เหมือนยาเสพติดมันทำเงินได้เลี้ยงตัวเองได้ ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - สำหรับตัวเอง เรามั่นใจเกินไป เราคิดมาตลอดว่าเราโตแล้วรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ ปัญหาอะไร เราก็จัดการได้แต่เอาจริงเราจัดการไม่ได้ ตอนนี้เหมือนได้บทเรียนว่าเราไม่ได้จัดการได้ทุกอย่าง - สังคมอยากให้ปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เราจริงใจ เราสารภาพไปตรง ๆ ว่าของเรา แต่เรา กลับถูกคำในกฎหมายมัด ทำให้เราต้องรับโทษที่มากเกินไปสำหรับความผิดครั้งแรกของเรา ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก จริง ๆ ปกติก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว แต่ก็ต้องตั้งใจเลยว่าจะไม่ข้องแวะเด็ดขาด และอยากจะออกไปช่วยคนที่ ใช้ยาด้วย อยากทำงานมูลนิธิใช้เวลาที่เราอยู่ในเรือนจำให้เป็นประโยชน์ที่สุด เหมือนวิจัยชีวิตคนอื่น ๆ ไปด้วย แต่ที่นี่เค้าไม่ให้จดข้อมูล หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ข้อเสียตัวเองคือ เราเชื่อมั่นในความคิดตัวเองมากไป เราแพ้ไม่เป็น เหมือนชีวิตเราประสบความสำเร็จตามที่ ตั้งใจไว้มาตลอด เราเลยคิดว่าเราจะจัดการทุกอย่างได้หมด หากมีโครงการก็พร้อมเข้าร่วมเพราะรู้ว่าจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ อยู่ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรทำ ที่อยู่ ๆ ก็ไม่ได้มี การพัฒนาเรื่องจิตใจ เหมือนมาหายใจทิ้ง นั่งดูวิว น่าจะมีอะไรที่พัฒนาจิตใจก็คงจะดี มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ อยากให้มีกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา เพราะกีฬาน่าจะช่วยเรื่องจิตใจและร่างกายได้ด้วย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 254 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก : วิภาวี วรวุฒิวิทยารักษ์ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ - ออกมาเช่าหออยู่กับแฟนเพราะไม่อยากที่จะอยู่กับครอบครัว และอยู่ในสังคมเดิม ๆ ที่ต้องมียาเสพติด แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นยาเสพติดอยู่ดีเพราะได้เจอเพื่อนและคนอื่น ๆ ที่เสพยาอยู่ดี - รู้จักเพื่อนคนหนึ่งก็ไปมาหาสู่กันธรรมดา เสพยาด้วยกันประมาณเดือนหนึ่ง วันนั้นเพื่อนคนนี้นัดตนไปเจอ ที่หอ ให้เอายาไปให้จะได้มาเล่นยากันปกติแต่พอไปถึงที่หอก็เจอตำรวจ แล้วก็โดนจับในข้อหาครอบครอง ยาบ้าสรุปคือ เพื่อนเป็นสายให้ตำรวจ เพื่อนคนนี้ตอนนี้ก็โดนจับไปแล้ว - รอบนี้เป็นรอบที่ 10 แล้วที่เข้าๆ ออก ๆ คุก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพยาครั้งแรกตอนอายุประมาณ 13-14 ปี ยาที่เสพครั้งแรกคือยาบ้า จากนั้นก็เสพมาตลอด ที่ลอง ครั้งแรกเพราะอยากลอง เห็นเพื่อนเสพก็อยากเสพบ้าง ตอนนั้นเพื่อนทำอะไรถ้าเห็นว่าเท่ก็ทำตามหมด - เด็ก ๆ ไม่มีใครมาสั่งสอนด้วย ทำอะไรตามใจตัวเอง เกเรมากไม่เอาอะไรเลย เลยเรียนถึงแค่ม.2 - สังคมที่อยู่เป็นสังคมแออัด โตมากับคนที่ทั้งใช้ยาและขายยา - ที่เสพมาตลอดจนตอนนี้ก็อายุ 29 แล้วเพราะเสพแล้วรู้สึกว่าตัวเองทำได้ทุกอย่าง เป็นเจ้าโลก เสพให้ลืม ความทุกข์ความเครียด - คิดว่าติดแหละเสพมายาวนานขนาดนี้ รู้สึกเหมือนมันเป็นพรมลิขิตเป็นวงจรที่ออกไปไม่ได้ กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) - กระทำผิดซ้ำครั้งนี้เป็นรอบที่ 10 แล้ว ก็เข้า ๆ ออก ๆ กับสถานพินิจมาตลอด ครั้งนี้โดนเพื่อนที่เป็น สายตำรวจหักหลัง โดนจับจนชินแล้ว พอโดนจับก็เฉย ๆ รู้สึกเบื่อมาก เลิกหนีไปแล้วบางทีนอน ๆอยู่ตำรวจ ก็เข้ามาตรวจที่บ้าน จับไปตรวจฉี่ถ้าเขาสงสารก็ปล่อยตัว - โดนข้อหาเสพกับครอบครอง บำบัดมาเป็นสิบ ๆ รอบแต่ไม่เคยโดนข้อหาขาย - ที่ยังเสพอยู่ก็คงเพราะติด แล้วก็จิตใจไม่เข้มแข็งพอรู้ตัวเองอยู่ ถ้าจิตใจเข้มแข็งพอก็คงไม่เสพหรอก - อีกอย่างคือครอบครัว ตนเองเกิดมาในครอบครัวยากจนอยู่ในสลัม คนรอบข้างก็ใช้ยาหมด มีพี่น้อง 4 คน คนละพ่อทั้งหมดเลย พี่ 2 คนเสพยาทั้งหมด เสพกันทั้งครอบครัว มีแค่แม่ที่ไม่เสพ ไม่สูบ ไม่กินเหล้า แต่แม่ ก็ไม่ได้อยู่ดูแลไปทำงานที่อื่น ไปมีแฟนใหม่มีลูกอีกคน ปล่อยตนเองไว้กับยายและน้าที่กทม. ซึ่งน้าก็โดนจับ ข้อหาขายยา ตนจึงโดนเลี้ยงโดยคนข้างบ้าน - รู้สึกน้อยใจแม่มาก ๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนขาดความอบอุ่น เป็นเด็กมีปัญหา เสพยาให้ลืมวันที่เลวร้าย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 255 ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก - 1-2 วัน พอเพื่อนรู้ว่าออกจากเรือนจำก็เลยเอามาให้เลย ก็เจอคนเดิม ๆ นั้นแหละ ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ไม่รู้จะ ปฏิเสธยังไง ทุกคนก็เล่นกันหมด ในใจเองก็ติดแหละไม่ได้คิดจะเลิกอะไร รู้สึกอยากยาอยู่แล้ว เห็นแล้ว ก็อยากก็เล่นเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก - ชอบเล่นยาบ้าอย่างเดียว เวลาอยากเสพยาก็ไปขอเงินแม่บ้างแฟนบ้าง ถ้าไม่ได้ก็จะอาละวาดทำลายข้าว ของ - ตอนอยู่ในคุกก็ไม่ได้อยากอะไร ก็อยู่ได้ บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - ตอนอยู่ในเรือนจำหรือมีสติไม่ได้เสพยาก็จะรู้สึกว่าไม่น่าเกิดมาเป็นคนเลย เป็นคนไม่ได้เรื่อง รู้สึกผิดต่อ ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมันแย่แต่ถ้าเป็นตอนอยู่ข้างนอกเสพยาก็จะรู้สึกว่าตัวเองนี่แหละที่ดีที่สุดแล้ว ไม่เข้าใจ ว่าทำไมคนอื่นต้องมาว่ามามองไม่ดี - คิดว่าตนเองเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ถ้ากับครอบครัวหรือแฟนอยากได้อะไรก็จะโวยวายเรียกร้อง ต้องได้ ทุกอย่าง อยากให้คนอื่นสนใจ อยากได้ความรักมาก ๆ เพราะคิดว่าตนเองขาดความรัก คิดว่าตรงนี้แหละ ที่เป็นปม - เป็นคนขี้น้อยใจ คิดมาก น้อยใจที่สุดก็คือ น้อยใจแม่ที่ไม่เลี้ยงไม่อยู่ด้วย ให้ความรักแต่น้อง คิดว่าทำไม แม่ต้องทิ้งไป ทำไมน้องถึงได้ทุกอย่างแต่ตนเองไม่ได้อะไรเลย คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ - เป็นคนใจร้อนมาก ไม่คิดหน้าคิดหลังนี่ใช่เลย ไม่คิดหน้าคิดหลังเพราะคิดว่าไม่ตายก็หาใหม่ได้เวลาไม่ได้ อย่างใจก็จะทำลายข้าวของหรือไม่ก็ทำร้ายคนอื่น แต่ส่วนใหญ่ก็ตอนเมายาเอามีดจี้คอแฟน ตบตีอยู่บ่อยครั้ง ครั้งที่แรงที่สุดก็คือ เอามีดแทง เพราะแฟนมาปลุกมาด่าตอนที่กำลังจะนอนและกำลังน๊อคยา ไม่ได้สติ เลยแทง แต่พอเห็นเลือดก็ได้สติพาไปโรงพยาบาล ไม่คิดว่าจะเป็นคนที่นิสัยอย่างนี้ไม่คิดว่าจะแทงคนอื่นได้ พอไม่เมาก็รู้สึกผิด - มีชีวิตแบบอยู่ไปเรื่อย ๆ ไม่คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะคิดไปก็เครียด ปวดหัวเป็นทุกข์ เคารพกฎระเบียบหรือไม่ ไม่เลย คิดว่ากฎไม่ต้องทำตาม อยู่ในนี้ก็ไม่ได้คิดว่าต้องทำตามกฎอยู่ทุกวันก็เพื่อตัวเอง กฎที่มีก็เป็นแค่ ตัวหนังสือเขียนมาไว้ก็เท่านั้น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 256 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด หลงตัวเองหรือไม่ หลงตัวเอง คิดว่าความคิดตัวเองเป็นใหญ่ที่สุด เวลาใช้ชีวิตก็จะเชื่อความคิดของตัวเองมากที่สุด ใครสั่ง ใครสอนก็จะไม่สน จะฟังก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าเขาดีกว่าหรือเก่งพอที่จะทำตาม แต่สุดท้ายก็จะตัดสินจากตัวเอง มากที่สุดอยู่ดี ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - ควบคุมไม่ได้ตอนเล่นยา แต่มีความอดทน ถ้าไม่มีความอดทนก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนทุกวันนี้ บ้านที่อยู่ ก็ยากจนอยู่ในสลัม ในสังคมที่ไม่ดี - เป็นคนที่เก็บความรู้สึก ไม่พูดความรู้สึกกับครอบครัวตัวเอง ทนที่จะไม่พูดความรู้สึกที่เจ็บ อยู่ข้างใน ความรู้สึกน้อยใจครอบครัว - คิดว่าที่อยู่ในคุกนี่ก็ต้องอดทน ไม่เผชิญหน้า ใครทำอะไรก็ทน ไม่สนใจ ทนที่จะอยู่ในที่ต่ำ ๆ อย่างทุกวันนี้ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ - ไม่เลย คิดว่าตนเองเป็นคนขี้สงสาร อย่างตอนนี้ถ้าใจดำก็คงไม่อยู่กับครอบครัวอย่างทุกวันนี้ - รักแม่มากๆ ไม่ไปไหนไกลก็เพราะอยากอยู่กับแม่ เป็นห่วง ไม่อยากให้แกอยู่ไกลสายตา คิดว่าแม่ เนี้ยแหละคือที่สุด เป็นคนที่รักมากที่สุดแล้วก็เป็นคนที่ทำให้เสียใจมากที่สุด ตอนที่แม่ทิ้งไปอยู่ที่อื่น เสียใจมาก ๆ แต่ยังก็อยากจะอยู่กับแม่ อยู่กับครอบครัว เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิดมาก ณ ตอนนี้ตอนที่อยู่ที่นี่นะ แต่พอออกไปก็ไม่รู้สึกอย่างงี้แล้ว บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ที่นี่ดีกว่า ชีวิตที่อยู่ในคุกนี้ได้มีสติได้คิดถึงชีวิตและพักบ้าง - รู้สึกผิดต่อใจตัวเองที่ไม่เข้มแข็งพอที่จะไม่เสพยาแต่เวลาเสพยาก็จะรู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด ไม่เข้าใจว่าทำไม คนอื่นต้องมามองว่าตนเองไม่ดี เป็นพวกขี้ยา คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ - ธรรมดา ไม่มีใครจะดีไปได้ทุกอย่าง - ไม่เคยคิดเลยว่าการเสพยาจะไปเดือดร้อนใคร เพราะติดคุกก็ไม่เคยจะให้ใครมาเยี่ยม - รู้ว่าผิดกฎหมาย ก็คงหมายความว่ามีคนเดือดร้อน ที่คิดว่าเดือดร้อนก็คงเป็นแม่กับแฟนที่เดือดร้อน คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ - เริ่มต้นใหม่ได้ตลอด ยังไม่ตายก็เริ่มใหม่ได้เสมอ
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 257 - เหมือนเลิกยาก็เป็นการเริ่มต้นใหม่แต่ต้องพึ่งกำลังใจจากครอบครัว - อยากให้ยาเสพติดหมดไปจากโลกใบนี้ไม่อยากให้ใครได้เสพอีก เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ โทษตัวเองตลอด ไม่เคยโทษคนอื่นต้องโทษตัวเองก่อน แต่ไม่ย้ำไปย้ำมา รู้ตัวว่าทำผิดอะไรเสมอ ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น ใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ไม่ได้คิดถึงอนาคต แล้วก็ไม่ได้ไปคิดถึงอดีตจะได้ไม่ทุกข์ไม่คิดถึง ความหวัง ความสำเร็จอะไรทั้งนั้น อยู่ไปแบบไม่โลภเพราะก็ไม่ได้มีอะไรอยู่แล้ว ไม่คิดว่าอยากมีเยอะแยะ ไม่ได้อยากรวย - ไม่ได้วางแผน แต่คิดเล่น ๆ ก็คงอยากจะทำมาหากิน หางานทำ อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้า ทุกคนมีความรักให้แก่กัน แต่พอคิดอย่างนี้ก็คิดว่าตัวเองเรียกร้องกับครอบครัวมากเกินไป เรียกร้องให้ เขาช่วย ให้เขาดูแล ให้เขาให้ความรัก - อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากเลิกยา ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร - ไม่ต้องการอะไรถ้าต้องการจริง ๆ คงจะเป็นครอบครัว คนรัก อยากได้กำลังใจเท่านั้นเอง - คงช่วยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้เพราะตนเองไม่ยอมฟัง แต่แม่ก็ขอให้เลิกยาก็พยายามที่จะน้อยลงบ้างตอนนี้ การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? - โทษตัวเองนี่แหละที่ใจไม่แข็งพอ เวลาเขาให้ยามาเราก็รีบรับ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย - สังคมก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย - เหมือนขาตนเองข้างหนึ่งก็อยู่ในคุกตลอดเวลาอยู่แล้ว โตมากับคุกจริงๆ คุกเป็นที่ๆ สอนอะไรหลายอย่าง ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร - แก้ที่ตัวเองนี่แหละ แต่ไม่รู้จะแก้อะไรแล้วก็ไม่รู้จะแก้จากตรงไหน รู้สึกว่าต้องแก้ทั้งหมดเลยตั้งแต่ตนเอง - ต้องตายแล้วเกิดใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นรึเปล่า
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 258 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - เคยคิดว่าเหี้ยแล้วก็ต้องเหี้ยให้สุด คิดว่าตัวเองเนี้ยหมดหวังแล้ว ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - ไม่กลับไปอยู่ในสังคมเดิม ๆ เจอคนเดิม ๆ เพื่อนคนเดิม ๆ การอยู่ที่เดิมมันยากที่จะปฏิเสธเขา - แค่อยากให้ครอบครัวร่วมมือร่วมใจกันย้ายไปอยู่ที่อื่น อยากให้ครอบครัวช่วยกัน น้องที่เกิดมาใหม่จะได้ ไม่ต้องมาจมอยู่กับเรื่องเดิม รู้สึกเป็นห่วงน้อง เป็นห่วงลูกหลาน ไม่อยากให้พลาดเหมือนตัวเอง - หาอะไรทำใหม่ๆเช่น หางานใหม่ ทำงานในที่ใหม่น่าจะดี - ไม่คิดว่าจะมีใครมาช่วยอะไรตัวเองได้ หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย ไม่อยากเข้าร่วม คิดว่าเข้าร่วมไปก็คงไม่ช่วยอะไรก็เข้าออกคุก สถานพินิจ การบำบัดมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย คิดว่าไปช่วยคนอื่นดีกว่า ตนเองนั้นเกินที่จะเยียวยาแล้ว ความรู้สึกที่มีมันตาย ไปแล้ว หมดหวังแล้ว คนเสพยาอีกไม่นานก็ตายแล้ว ไม่ต้องมาช่วยอะไรตนเองหรอก มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - เคยคุยกับนักจิตวิทยาในรพ.ธัญญารักษ์ ก็ไม่ช่วยอะไรรู้สึกเหมือนโดนด่า - อยากได้คนที่เข้าใจ แค่รับฟังความทุกข์อยู่ด้วยเวลาไม่มีใคร - ไม่มีอะไรอยู่เหนือกำลังใจ อยากได้กำลังใจดีๆ เช่น วันนี้ได้มานั่งคุยกันก็รู้สึกดีว่ามีคนมารับฟังไม่เคยพูด กับใครเรื่องพวกนี้เลย - ถ้ามีโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างครอบครัวนักโทษกับนักโทษก็คงจะดี ผู้สัมภาษณ์ : ชายนำ ภาววิมล/ผู้จดบันทึก : ปิยกฤตา เครือหิรัญ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สัมภาษณ์คุณโบว์ อายุ 42 ปี เป็นคนจังหวัดปทุมธานี เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 - ตอนเด็ก ๆ ครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่ชอบทะเลาะกัน ตบตีกันให้เห็นเป็นประจำ เห็นพ่อแม่ทำร้าย ร่างกายกันจนชินตา ในช่วงวัยรุ่นเป็นคนติดเที่ยว ชอบเที่ยวกลางคืน ติดเพื่อนมาก จะมีเพื่อนกลุ่มที่ชอบ เที่ยวด้วยกันหรือเจอกันตามสถานบันเทิง แต่เป็นคนละกลุ่มกันกับเพื่อนที่โรงเรียน - เคยทำงานโรงงาน เงินเดือนดี แต่พอเริ่มติดยาก็ไม่ค่อยได้ไปทำงาน พอผันตัวมาขายยาก็เลิกทำงานเลย
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 259 - ชอบอะไรที่มั่นคง ไม่ชอบค้าขายเพราะรายได้มันไม่แน่นอน สมมติออกไปแล้วฝนตกก็อดได้เงิน ชอบงาน ประจำแบบทำในโรงงานมากกว่า - มีแฟนมาแล้ว 2 คน มีแฟนคนแรกตอนอายุ 16 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน แฟนเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที แฟนคนแรกเป็นคนดีมาก แต่คบไปสักพักตัวเองก็เริ่มเสพยาตามเพื่อน แต่แฟนคนแรกไม่ติดยา อยู่ไปจึงเริ่ม รู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้ หลังจากนั้นก็มาเจอกับแฟนคนที่ 2 ซึ่งแฟนก็ทั้งติดยาและขายยาอยู่แล้ว พอมาอยู่ ด้วยกันเลยมาช่วยกันขายยารู้สึกว่าเข้ากันได้มากกว่า แต่คบไปสักพักแฟนก็เริ่มนิสัยไม่ดี อารมณ์แปรปรวน ง่ายและทะเลาะกันบ่อย (มีลูกด้วยกัน 2คน) ปัจจุบันแฟนคนนี้ไปมีครอบครัวใหม่แล้ว - แฟนคนแรกดูแลลูก 2คนแรก ส่วนลูก 2คนกับแฟนคนที่ 2 ญาติแฟนเป็นผู้ดูแล สงสารลูก 2คน เพราะแม่ติดคุก พ่อก็ติดยา - ปัจจุบันมีแค่น้องสาวแฟนคนที่ 2 ที่มาเยี่ยมบ่อย ๆ ส่วนลูกก็นาน ๆ จะมาเยี่ยม - อยู่ในคุกตอนแรกทำใจไม่ได้เพราะเสียอิสระ ไม่ได้เจอครอบครัว คิดถึงบ้านและคิดถึงลูกมาก ๆ ถึงชีวิตจะ ไม่ลำบากและไม่ต้องดิ้นรน แต่อยากอยู่ข้างนอกมากกว่า เริ่มเข็ดกับการอยู่ในคุก คิดถึงอิสระและลูก เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพยาบ้า ตอนอายุ 20 กว่าปี เพื่อนที่เที่ยวด้วยกันแนะนำให้เสพ จากนั้นเสพไปก็เริ่มไม่มีเงินมาซื้อยา เลยผันตัวไปขายด้วย เพื่อนแนะนำเลยเริ่มหัดขาย - เสพยาตอนแรกเพราะอยากลอง พอได้ลองแล้วรู้สึกชอบเพราะสมองแล่น ทำงานได้แบบไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) ติดคุกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกโทษ 4 ปี ครั้งที่ 2 (คือครั้งนี้) โทษ 6 ปี (คดีเสพและจำหน่าย) ปัจจุบัน ติดมาแล้วเกือบ 1 ปี ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ตอนพ้นโทษไปรอบแรกไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรรองรับ แฟนก็ไปมีครอบครัวใหม่ ออกไปก็ต้องกินต้องใช้ ลูกก็ต้องใช้เงิน และเครียดเรื่องแฟนเลยกลับไปเสพด้วยและขายด้วย (ประมาณ1-2 เดือนหลังพ้นโทษ แล้วกลับไปเสพอีก) บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร - ตอนเป็นวัยรุ่น ติดเพื่อน แต่ถ้าดูดยาจะชอบอยู่คนเดียว ทำนู้นทำนี่
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 260 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด - ตอนเด็กหัวรั้น ไม่ฟังพ่อแม่ จะชอบดื้อกับพ่อแม่ คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ ใจร้อนพอสมควรโดยเฉพาะกับแฟน ทำให้ทะเลาะกันบ่อย แต่กับเพื่อนหรือกับคนอื่นจะไม่ค่อยใจร้อน เคารพกฎระเบียบหรือไม่ อึดอัดกับกฎระเบียบในคุกแรกๆตอนนี้เริ่มชิน แต่ตอนอยู่ข้างนอกเป็นคนไม่ชอบระเบียบวินัย ชอบทำอะไร ตามใจชอบ อยากทำอะไรก็ทำ หลงตัวเองหรือไม่ - คิดว่าตัวเองก็เป็นคนสวยในระดับหนึ่ง ตอนสาว ๆ จะสวยกว่านี้ เดินไปไหนก็มีคนมองบ้าง - คิดว่าตัวเองเก่งเรื่องงาน ทำงานเก่ง หัวไว ใครสอนอะไรก็จะจำได้ค่อนข้างไว เรียนรู้ได้ไว ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีความอดทนหรือไม่ - เป็นคนอดทน เคยรับเหมาก่อสร้าง แต่บางทีเจองานหนัก ๆ ก็มีท้อบ้าง ควบคุมตัวเองได้ระดับห นึ่ง ตอนแรกเคยคิดอยากแก้แค้นเพื่อนที่เป็นสายให้ตำรวจแล้วทำให้ตัวเองต้องโดนจับ แต่ก็ไม่ทำ เป็นคนใจดำอำมหิตหรือไม่ - เป็นคนใจดีไม่ใจดำ ถ้าไม่มีใครมาทำอะไรเราก่อนก็จะไม่ทำอะไรใคร - แต่ถ้าอารมณ์โมโหก็จะมีหลุดบ้าง เช่น เคยขี่จักรยานแล้วมีหมาไล่เห่า ก็จอดจักรยานแล้วเอาไม้ไล่ตีหมา เพราะกลัวว่ามันจะมากัด และเคยตีงู คือถ้ามีอะไรที่จะมาทำร้ายเรา เราจะตีถ้ามีใครมาทำร้ายคนที่เรารัก ก็คงสวนกลับ เคยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ รู้สึกอย่างไร เพราะอะไรจึงรู้สึกเช่นนั้น - รู้สึกผิด อยู่ในนี้มีเวลาคิดทบทวน นึกถึงคนข้างหลังรู้สึกผิดกับพวกเขา และนึกกลับไปว่าทำไมตอนเรา อยู่ข้างนอก เรามีอิสระ มีโอกาส ทำไมเราไม่ทำดีเพื่อพวกเขา (ร้องไห้) - รู้ว่ายาเสพติดไม่ดี แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองห้ามใจไม่ได้ เห็นยาก็อยากเสพ อยากขาย อาจเป็น เพราะเป็นอะไรที่ทำให้ได้เงินง่าย ไม่ต้องทำงานหนัก เมื่อก่อนขายยาได้เยอะ บางอาทิตย์ได้เกือบหมื่น
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 261 คิดว่าตัวเองมีความความเมตตากรุณาต่อตัวเองหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น คิดว่าคนเราทำความผิด เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ เป็นเรื่องธรรมดา อย่างคดียาเสพติดก็เป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนในนี้ก็มาด้วยคดียาเสพติด ส่วนตัวคิดว่า ควรทำให้ยาเสพติดหายไปหรือหมดไป ไม่มียาสักอย่างชีวิตหลายคนคงดีขึ้น คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอหรือไม่ - อยากเริ่มใหม่ คิดมาตลอด แต่ออกไปทีไรก็ห้ามใจตัวเองไม่ให้เสพยาไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเอง เวลาเห็น ยาเสพติดก็จะรู้สึกอยากเสพ ออกไปเจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆก็เสพ แต่ถ้าให้ออกมาแล้วไปอยู่ที่อื่น ก็ไม่รู้ว่า ตัวเองจะอยู่ได้ไหม เคยคิดย้ายที่อยู่แต่ติดเรื่องลูกและไม่มีเงิน ไม่มีงานรองรับ ออกไปครั้งแรกสมัครงานก็ ไม่มีใครรับเพราะมีประวัติติดคุก - ในเรือนจำมีฝึกอาชีพให้ตลอด ถนัดการเย็บผ้ามากที่สุด เพื่อนแนะนำว่าให้ลงฝึกเรียนเย็บผ้า ออกไปจะได้ มีอาชีพติดตัว อยากเริ่มใหม่ เวลาที่ทำความผิดลงไปแล้ว จะโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ - ชอบโทษตัวเอง เลิกยาไม่ได้เพราะใจตัวเองไม่แข็งพอ ยาเสพติดมันยั่วยวน เวลาเครียดไม่ว่าจะเรื่องอะไร งาน ลูก แฟน เสพยาก็หายเครียด - คิดว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอและเป็นคนไม่ดี ชอบเก็บมาคิดมากคนเดียว ชอบคิดว่าทำไมเราทำอะไรแล้ว ไม่ได้อย่างคนอื่น ทำไมชีวิตไม่ดีเหมือนคนอื่น - ชอบอิจฉาชีวิตคนอื่น ทำไมเขามีครอบครัวที่ดี น้อยใจชีวิต ทำดีไม่เห็นจะได้ดีเสมอไป ตอนเราเสพแรก ๆ เราก็ลองห่างยาแล้วหันไปมุ่งทำงานสุจริต แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น ความหวัง ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรเมื่ออกจากเรือนจำไปแล้ว วางแผนไว้อย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และทำได้จริง เชื่อมั่นว่าจะทำได้หรือไม่ - จะหัดเย็บจักรและเรียนนวด และไปรับจ้างนวดตามบ้าน เพื่อนแนะนำว่าหมอนวดแผนไทยได้รายได้ดี อยากทำตามที่เพื่อนทำ - เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ ตั้งใจจะไม่กลับมาอีกแล้ว ลูกโตแล้ว ไม่อยากให้ลูกเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่อยากให้ลูก เป็นเหมือนเรา คอยสอนลูกเวลาลูกมาเยี่ยมว่า “หนูโชคดีแล้ว ชีวิตหนูดีกว่าแม่ หนูดูแม่เป็นตัวอย่าง อย่าติดยา แม่ขอโทษที่ดูแลหนูไม่ได้” (ร้องไห้) - เรื่องความหวัง มันไม่เกี่ยวกับอายุ ถึงจะอายุ 40 ก็ยังมีความหวัง ออกไปจะไปอยู่กับลูกคนเล็ก อยากอยู่ กับลูก ไม่อยากให้ลูกเสียคน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 262 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ อย่างไร ออกไปก็อยากได้เงินทุนสักก้อนเพื่อไปตั้งตัว (10,000-20,000 บาท) อยากมีทุนไปทำอะไรสักอย่างของ ตัวเอง ยังไม่แน่ใจว่า 10,000-20,000 บาทจะพอไหม แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เงินสนับสนุนในการตั้งตัวสักบาท การกระทำผิดซ้ำและแนวทางแก้ไข (ถ้าผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ)อะไรทำให้ตัวเองต้องย้อนกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก? เป็นเพราะตัวเองหรือเพราะ สังคม? (ถ้าผู้ต้องขังไม่ได้กระทำผิดซ้ำ) คิดว่าทำไมคนที่เสพยาเมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วถึงเสพและกลับเข้า มาอีก เป็นเพราะตัวเองหรือสังคม? เป็นเพราะตัวเองที่ใจไม่แข็ง และห้ามใจตัวเองไม่ให้ยุ่งกับยาไม่ได้ บางครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมและ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเวรกรรมของตัวเองที่ทำให้ชีวิตต้องเป็นแบบนี้ คงมีเวรกรรมทำให้เราห้ามใจตัวเอง ไม่ได้ และไปเจอแต่อะไรที่ไม่ดี ถ้าให้เลือกว่าจะแก้ไขตัวเองและสังคม จะแก้ไขอะไร แก้ไขใจตัวเองที่ไม่สามารถห้ามใจได้ คิดว่าตัวเป็นคนอ่อนแอ อยากแก้ไขที่นิสัยตัวเองและอยากให้สังคม ให้โอกาส ถ้าได้ออกไปครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้กลับมาเสพยาอีก อยากให้ใครช่วยเหลืออะไรบ้างที่จะไม่ต้อง กลับมาเสพอีก - ต้องไม่กลับไปอยู่ที่เดิม เพราะถ้าอยู่ที่เดิมชีวิตก็คงเหมือนเดิม อยากไปอยู่ในที่ๆ ไม่ต้องรู้จักใครและไม่มี ใครรู้จักเรา ไม่ต้องรู้แหล่งขายว่าจะสามารถไปซื้อยาตรงไหน เพราะรู้ตัวว่าถ้าเห็นยาจะห้ามใจไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีข้อมูล ไม่มีแหล่งซื้อ ก็อาจจะเลิกยาได้จริง ๆจัง ๆ - จะออกไปหางานสุจริตทำเพื่อที่จะได้อยู่กับลูก หากมูลนิธิณภาฯ จะจัดกิจกรรมที่ปรับปรุงหรือแก้ไขนิสัยที่ยังไม่ดีของตัวเอง (อย่างที่น้องบอก) คิดว่าจะช่วย หรือไม่ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมั้ย - อยากให้มีกิจกรรมฝึกวิชาชีพให้มีอาชีพติดตัว นักโทษ 100คน สนใจสัก 20คนก็ยังดี - ถ้ามีงานมาให้ทำในนี้แล้วมีรายได้ก็พร้อมจะทำ เพราะนักโทษบางคนไม่มีญาติ ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย เผื่อออกไปจะได้พอมีเงินติดตัวบ้าง - ระหว่างคนที่ติดมานานแล้วกับคนที่ใกล้พ้นโทษ อยากให้ช่วยคนที่ใกล้พ้นโทษก่อน เขาจะได้ไม่กลับมาอีก ความจริงคนที่ติดนานก็สำคัญ แต่อยากให้ช่วยคนที่ใกล้ออกก่อน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด ห น้ า | 263 มีข้อเสนอแนะหรือมีอะไรที่อยากบอกอีกหรือไม่ - อยากให้มีงานรองรับ บางคนที่ออกไปแล้วกลับเข้ามาเพราะเขาไม่มีงานทำ ทำให้ไม่มีเงิน เลยต้องกลับไป ยุ่งกับสิ่งไม่ดี - กิจกรรมสวดมนต์นั่งสมาธิในเรือนจำเป็นสิ่งที่ดีช่วยให้ผู้ต้องขังหายเครียด เวลาไม่ได้สวดมนต์จะเครียด และนอนไม่หลับ ผู้สัมภาษณ์ : ชายนำ ภาววิมล/ผู้จดบันทึก : ปิยกฤตา เครือหิรัญ ภูมิหลังของผู้ต้องขังหญิง เพราะอะไรถึงเข้ามาอยู่ในเรือนจำ อยากให้เล่าว่าทำไมถึงมาอยู่ในเรือนจำ สัมภาษณ์คุณบุ้ง อายุ 45 ปี - ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 10 ปี - เรียนปวช.แต่ไม่จบ เกเรก่อน - ไม่มีปัญหาครอบครัว พ่อแม่รักกันดี พ่ออาจจะมีเครียด ๆ บ้างเพราะความรับผิดชอบเยอะ พ่อค่อนข้างดุ ตีกรอบชีวิตและตั้งความหวังกับคุณบุ้งสูง พ่อทำงานการประปาและอยากให้คุณบุ้งเข้าทำงานการประปา เช่นเดียวกันกับพ่อ คุณบุ้งบอกว่าถ้าพ่อฟังตัวเองบ้างชีวิตตัวเองอาจจะดีกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้โทษพ่อ พ่อคงมี เหตุผลของเขา - เคยแต่งงานและมีลูกแฝดกับอดีตสามี ปัจจุบันเลิกกับสามีแล้ว สามีไปมีครอบครัวใหม่ แต่ก็ไม่ยอมหย่าให้ สามีบอกว่าทั้งรักทั้งแค้นคุณบุ้ง อาจเพราะว่าคุณบุ้งไม่ยอมอ่อนข้อให้สามี ไม่เคยยอมสามี - คุณบุ้งบอกว่าสามีเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมของเขา เปิดอู่ซ่อมรถ อดีตเป็นช่างซ่อมอยู่ที่การบินไทย คุณบุ้งคิดเสมอว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับแฟน แฟนจึงไปมีคนอื่น - ตอนแรกคุณบุ้งบอกว่ามีสามีคนเดียว ตอนหลังเล่าเพิ่มว่าเคยมีแฟนอีกคนหลังแยกกันอยู่กับสามี แต่รัก สามีคนแรกมากกว่า รู้สึกผูกพันมากกว่า แฟนคนที่ 2อาจจะเข้าใจมากกว่า แต่พอเข้าคุกก็เลิกกัน เสพครั้งแรกเมื่อไร (ตัวตั้งต้น) ประเภทของยาเสพติด เหตุผลที่เสพยาเสพติด - เสพยาบ้าครั้งแรกตอนที่ลูกแฝดยังเล็กและคุณบุ้งต้องเลี้ยงลูกคนเดียว สามีไม่เคยช่วยเลี้ยงเลย อีกทั้ง ยังต้องขายก๋วยเตี๋ยว เหนื่อยมาก ๆ ทำงานช่วงกลางวัน กลางคืนดูลูก จนกระทั่งสามล้อแถวบ้านมาเสนอ ขายยาให้เสพ เนื่องจากเห็นว่าตัวเองทำงานหนัก คุณบุ้งเลยลองเสพและพบว่า การเสพยาช่วยให้ทำงาน หนักขึ้นได้จึงเสพยามาเรื่อย ๆ ก็รู้ว่าผิด แต่ตอนนั้นพยายามหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร มันเป็นแค่ยาขยัน
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อการกระท าผิดซ ้า ห น้ า | 264 ของผู้ต้องขังหญิงที่กระท าผิดในคดีการเสพยาเสพติด กระทำผิดซ้ำหรือเปล่า (อย่างไร ทำไม) กระทำผิดซ้ำ โดยติดรอบนี้เป็นรอบที่ 3 รอบแรกเมื่อปีพ.ศ. 2551 หลังคุณบุ้งเสพไปสักพักก็เริ่มแบ่งขาย ให้เพื่อน เพราะเริ่มอยากได้เงินจึงรับยามาขายต่อให้เพื่อน ได้กำไรไม่มาก หลังจากนั้นมีเหตุให้ต้องใช้เงิน จำนวนมาก เนื่องจากพ่อป่วยมีเนื้องอกในสมอง คุณบุ้งจึงผันตัวเป็นผู้ขายเต็มตัว ไม่นานก็ถูกจับเพราะ การล่อซื้อ โดยติดคุกประมาณ 4 ปี ก็ออกจากคุกมาหันมาทำงานสุจริต (ขายบีทาเก้น) แต่สุดท้ายก็มีเรื่องให้ ต้องใช้เงินเยอะ ๆ ต้องหาเงินมาซ่อมบ้านจากเหตุการณ์น้ำท่วมจึงต้องกลับมาขายยาอีกครั้ง ขายไปไม่นาน ก็ถูกล่อซื้อและถูกจับอีกตอนปีพ.ศ. 2554 พิพากษาโทษจำคุกประมาณ 5 ปี 3 เดือน แต่ได้รับอภัยโทษจึง พ้นโทษออกมาก่อน ออกมาแล้วก็เลิกยุ่งกับยาเสพติดหันไปทำงานโรงงาน แต่ช่วงนั้นไม่มีบ้าน ต้องไปอาศัย บ้านน้าสาว บ้านกำลังจะถูกยึดต้องใช้เงิน พี่ชายที่เคยติดคุกคดีปล้น จึงบอกว่าจะออกไปปล้นอีกครั้งเพื่อ เอาเงินมารักษาบ้านเอาไว้ คุณบุ้งไม่อยากให้พี่ไปปล้นอีกจึงบอกพี่ว่าตัวเองจะขายยาเอง พี่ไม่ต้องปล้น ด้วยเหตุนี้คุณบุ้งจึงกลับมาขายยาอีกครั้ง ไม่นานก็ถูกจับครั้งปัจจุบันประมาณปีพ.ศ. 2559 ครั้งนี้พิพากษา โทษจำคุก 6 ปี 9 เดือน ถ้ากระทำผิดซ้ำ เริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกหลังจากพ้นโทษเมื่อไร เพราะอะไรจึงกลับไปเสพอีก ออกมาจากคุกครั้งแรกก็หันไปทำงานสุจริตคือ การขายบีทาเก้น แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเรื่องให้ต้องใช้เงิน จึงทำให้ต้องหันกลับไปขายยา พอกลับมาขายเลยต้องเสพเนื่องจากกลุ่มลูกค้าของคุณบุ้ง คือ ผู้ใช้แรงงาน ที่ต้องเสพยาเพื่อให้ขยัน (ตัวเองไม่ขายยาให้กลุ่มวัยรุ่นเพราะมีจรรยาบรรณ) คุณบุ้งจึงต้องตรวจสอบ คุณภาพยาแต่ละล๊อต คุณบุ้งเล่าว่ายาในตลาดมีทั้งยาปลอมและยาจริง หรือยาบางยี่ห้อผสมยาไม่ดี เสพแล้ว ก็ไม่ขยันซึ่งคุณบุ้งรู้สึกไม่โอเคที่จะต้องขายยาที่ไม่มีคุณภาพให้ลูกค้า ด้วยเหตุนี้คุณบุ้งจึงต้องเสพ (ถ้าไม่ต้อง QC สินค้าก็ไม่เสพ และการที่กลับมายุ่งกับยาหลังพ้นโทษทุกครั้งก็เพราะต้อง QC สินค้า) บุคลิกภาพและทัศนคติ มองตัวเองว่าเป็นคนนิสัยอย่างไร - เป็นคนใจร้อน ปากไว พูดตรง - ไม่เคยคิดเบียดเบียน หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน (เวลาถูกจับก็ไม่ซัดทอดต่อ) - ถ้ามีใครมาทำอะไรไม่ดีกับตัวเองจะทนได้และพร้อมให้อภัย แต่ถ้ามีใครมาทำอะไรไม่ดีกับคนที่ตัวเองรัก ก็พร้อมสู้ถ้าไม่ผิดจะไม่ยอม ต้องคุยและเคลียร์ แต่ถ้าผิดก็พร้อมจะขอโทษ - เป็นคนอยู่คนเดียวไม่ได้ เวลามีปัญหาจะอยู่คนเดียวไม่ได้ คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรจึงคิดเช่นนี้ เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังหรือไม่ เป็นคนใจร้อน ไม่คิดหน้าคิดหลัง ขอแค่แก้ปัญหาตรงหน้าให้จบไป ผลจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากัน