The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dia Chidcha, 2024-01-23 03:53:33

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2/2566

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 รหัสวิชา ส21103 รายวิชาสังคมศึกษา จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล เวลาเรียน 5 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เวลาเรียน 1ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ คุณครูพี่เลี้ยง นางสาวมัลลิกา สีดาเดช สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ 2/2566 1. สาระสำคัญ ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิต่าง ๆ โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติสิทธิไว้ เช่น สิทธิส่วน บุคคล สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการศึกษา สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ สิทธิชุมชน การมีสิทธิดังกล่าวทำให้ การดำรงชีวิตของบุคคลเป็นไปอย่างปกติสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นปัจจัย สำคัญที่ทำให้มีการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ดังนั้น เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเป็นหลักประกันว่าบุคคลได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลออกมา 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๑ ปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนสามารถอธิบายกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่างๆ ได้(K) 3.2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประโยชน์และปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคได้(P) 3.3 นักเรียนเห็นความสำคัญของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (A)


4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2. ซื่อสัตย์สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 7. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้สู่การบูรณาการ บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต บูรณาการโรงเรียนส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการเพศวิถี/เพศศึกษา บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบุ)....................................... อื่น ๆ (ระบุ)....................................... 7. สาระการเรียนรู้ - กฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค - ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล


ขั้นนำ ขั้นสอน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Playing Model) 1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบถึงวิธีสอนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Playing Model) ชื่อเรื่องที่จะเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ 2. ครูสอบถามนักเรียนถึงพฤติกรรมการเป็นผู้บริโภคของนักเรียน รวมถึงบุคคลที่นักเรียนพบเห็นในชีวิต ประจำวัน ขั้นที่ 1 นำเสนอสถานการณ์ปัญหา 1. ครูนำภาพตัวอย่างการโฆษณาสินค้ามาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ถึงประโยชน์ และ โทษของการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พร้อมทั้งอธิบายเหตุผล 2. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เช่น - ในฐานะที่นักเรียนเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง นักเรียนมีสิทธิที่จะได้รับสิ่งใดบ้างในฐานะที่เป็นผู้บริโภค (แนวตอบ มีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า และบริการ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค) 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 – 7 คน ศึกษาเพื่อแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยใช้เวลากลุ่มละ 3 นาที ตามประเด็น ดังนี้ 1) สิทธิของผู้บริโภค 2) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 3) กลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ ขั้นที่ 2 เลือกผู้แสดง - ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกผู้แสดง ตามความเหมาะสมของบทบาทสมมติที่เกี่ยวกับกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค ตามประเด็นที่กลุ่มของตนเองทำการศึกษา ขั้นที่3 จัดฉาก - สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มร่วมกันจัดฉากเพื่อใช้ในการแสดงบทบาทสมมติ


ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 เตรียมผู้สังเกตการณ์ - ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มผู้แสดงในขณะนั้น เตรียมตัวบันทึกถึงข้อควรสังเกตเกี่ยวกับ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นต่าง ๆ ตลอดจนการปฏิบัติตนขณะที่เพื่อนกำลังทำการแสดง ขั้นที่ 5 แสดง - ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงบทบาทสมมติตามประเด็นที่ตนได้รับมอบหมายตามลำดับ จนครบ ทุกกลุ่ม ขั้นที่ 6 อภิปรายและประเมินผล - นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการแสดง ขั้นที่ 7 แสดงเพิ่มเติม - ครูให้นักเรียนกลุ่มที่มีข้อผิดพลาด หรือข้อเสนอแนะหลังการอภิปราย แสดงบทบาทสมมติเพิ่มเติม ขั้นที่ 8 อภิปรายและประเมินผลอีกครั้ง - นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการแสดงเพิ่มเติม ขั้นที่ 9 แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสรุปการเรียนรู้ 1. ครูซักถามข้อสงสัยของนักเรียนเพิ่มเติม 2. ครูให้นักเรียนอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคของนักเรียนในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้ง เสนอแนะ สิทธิผู้บริโภคที่นักเรียนคิดว่าควรมีเพิ่มเติม 3. ครูสุ่มนักเรียนให้ออกมาเล่าประสบการณ์ของตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดที่เกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิ ของผู้บริโภค 4. ครูสุ่มนักเรียนคนอื่นที่ไม่ได้เป็นผู้เล่า เสนอความคิดเห็นว่า จากประสบการณ์ที่เพื่อนได้นำเสนอไป ควรมีหน่วยงานใดที่มีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิตามกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติม 5. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติมถึงกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการ โฆษณา ด้านฉลากสินค้า และด้านสัญญา รวมถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับจากกลไกการ คุ้มครอง ผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ 6. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ในแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันทำใบงานที่ 3.3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 8. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ


ขั้นประเมิน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และสำคัญของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 1. ครูประเมินผลจากการตอบคำถาม การร่วมกันทำงาน และการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากการทำใบงานที่ 3.3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และจากการทำแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ -หนังสือเรียน สังคมศึกษาฯ ม.1 -ใบงานที่ 3.3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค -ห้องสมุด -แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1 นักเรียนสามารถอธิบายกลไกการ คุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่างๆ ได้(K) ตรวจแบบสังเกตุ พฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประโยชน์ และปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภคได้(P) ตรวจใบงาน ใบงาน ถูกต้องร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3 นักเรียนเห็นความสำคัญของกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค (A) ตรวจแบบประเมินการ แสดงความคิดเห็น แบบประเมินการแสดง ความคิดเห็น ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


11. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวมัลลิกา สีดาเดช) ครูพี่เลี้ยง


12. ข้อเสนอแนะหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสุกิต โสภิณ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….............................................................. ลงชื่อ (นางปาณิสรา บุญณะสิทธิ์) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ


13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ในระหว่างการจัดกิจกรรมการนำเข้าสู่บทเรียนนักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างดี และมีความตั้งใจในการเรียน ปัญหา/อุปสรรค นักเรียน 6 คนขึ้นเรียนช้า 15 ทำให้เกิดการติดขัดในการจับกลุ่ม ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ)


ใบงานที่ 3.3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค คำชี้แจง : ตอนที่ 1 : ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด สรุปความรู้เกี่ยวกับถึงสิทธิของผู้บริโภค ชื่อ-สกุล................................................................................................... เลขที่............... ............... ห้อง................


แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับพฤติกรรมการ แสดงออกไว้เป็น ๓ คะแนน ดังนี้ ๓ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับดี ๒ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ๑ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปรับปรุง เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน คะแนน รวม ร้อยละ ผลการ ประเมิน ความใส่ใจใน การทำงาน การเสนอความ คิดเห็น ความร่วมมือใน การทำงาน การยอมรับฟัง คนอื่น ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๒ ๑๐๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน


แบบประเมินการแสดงความคิดเห็น วิชา .......................................................... ชั้น …………………… แผนการเรียนรู้................................................................. กิจกรรม …………………………………………….… คำชี้แจง : ให้ประเมินจากการสังเกตการแสดงความคิดเห็นและการตอบคำถามในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ต้องปรับปรุง เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล รายการประเมิน รวม 15 คะแนน สรุปผลการ ประเมิน การแสดงความ คิดเห็น ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ตรงประเด็น สมเหตุสมผล มีความเชื่อมั่นในการ แสดงออก คะแนน ที่ทำได้ ผ่าน ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 รหัสวิชา ส21103 รายวิชาสังคมศึกษา จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล เวลาเรียน 5 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ เวลาเรียน 1ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ คุณครูพี่เลี้ยง นางสาวมัลลิกา สีดาเดช สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ 2/2566 1. สาระสำคัญ ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิต่าง ๆ โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติสิทธิไว้ เช่น สิทธิส่วน บุคคล สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการศึกษา สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ สิทธิชุมชน การมีสิทธิดังกล่าวทำให้ การดำรงชีวิตของบุคคลเป็นไปอย่างปกติสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นปัจจัย สำคัญที่ทำให้มีการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ดังนั้น เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเป็นหลักประกันว่าบุคคลได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลออกมา 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๑ ปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนสามารถอธิบายสาระสำคัญของกฎหมายลิขสิทธิ์ได้(K) 3.2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์ผลที่ได้รับจากการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นได้(P) 3.3 นักเรียนเห็นความสำคัญของกฎหมายลิขสิทธิ์(A)


4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2. ซื่อสัตย์สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 7. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้สู่การบูรณาการ บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต บูรณาการโรงเรียนส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการเพศวิถี/เพศศึกษา บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบุ)....................................... อื่น ๆ (ระบุ)....................................... 7. สาระการเรียนรู้ - กฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล เช่น กฎหมายลิขสิทธิ์ - ประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล


ขั้นนำ ขั้นสอน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) - ครูสอบถามนักเรียนถึงความหมายของคำว่า “ลิขสิทธิ์” ในความรู้ ความเข้าใจของนักเรียน ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูนำข่าวเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ มาให้นักเรียนอ่าน พร้อมทั้งวิเคราะห์ร่วมกันเกี่ยวกับการ กระทำของบุคคลในข่าว 2. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เช่น - งานสร้างสรรค์ประเภทใดที่มักมีผู้ฉกฉวยโอกาสนำผลงานไปแสวงหาประโยชน์ (แนวตอบ งานศิลปะ เพลง หนังสือ ซึ่งผลงานเหล่านี้มักมีผู้นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง ลอกเลียนแบบ เพื่อแสวงหาผลกำไร) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 – 7 คน ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ตามประเด็น ดังนี้ 1) งานอันมีลิขสิทธิ์ 2) การคุ้มครองลิขสิทธิ์ 3) การละเมิดลิขสิทธิ์ 4) บทกำหนดโทษการละเมิดลิขสิทธิ์ ขั้นที่3 อธิบายความรู้ (Explain) 1. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนำข้อมูลที่ตนได้จากการรวบรวม มาอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 2. จากนั้นสมาชิกในกลุ่มช่วยกันคัดเลือกข้อมูลที่นำเสนอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อมูลหน้าชั้นเรียนตามประเด็นที่ศึกษา อภิปราย และตอบ คำถามร่วมกัน 4. ครูสนทนาเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์เพิ่มเติม โดยครูตั้งคำถาม เช่น - ในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิอย่างไรในผลงานของตนเอง


(แนวตอบ เจ้าของลิขสิทธิ์ มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนให้แก่ผู้อื่นได้) - ในกรณีที่ผู้กระทำความผิด ทำการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า จะต้องได้รับโทษอย่างไร (แนวตอบ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) 5. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างข่าวในหนังสือพิมพ์หรือกรณีศึกษาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วอภิปรายและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน 6. ครูให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติม “เสริมสาระ” จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 เกี่ยวกับการแจ้ง ข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยครูใช้คำถามเพื่อเป็นการอธิบายความรู้ เช่น - สิ่งใดบ้างที่สามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ได้ (แนวตอบ วรรณกรรม ศิลปกรรม ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ ฯลฯ ) - หลักเกณฑ์ใดบ้างที่ใช้ในการพิจารณางานลิขสิทธิ์ (แนวตอบ เป็นงานที่แสดงออกถึงความคิด เป็นงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเอง การทุ่มเทกำลัง ความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจ วิริยอุตสาหะในการสร้างสรรค์ มีลักษณะเข้าข่ายตามประเภท ของงานที่กฎหมายลิขสิทธิ์รับรอง และเป็นงานที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดี) - ช่องทางใดบ้างที่สามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ได้ (แนวตอบ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ) - หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นประจำ โดยไม่มีกฎหมายคุ้มครอง นักเรียนคิดว่าจะเกิดผลเสีย อย่างไร (แนวตอบ กฎหมายลิขสิทธิ์นั้นมีความสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า และส่ง ผลประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ซึ่งหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่มีการคุ้มครองดูแล ก็จะทำให้ไม่มีการ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพราะผู้สร้างสรรค์จะเกิดความท้อแท้ใจในการถูกละเมิด ส่งผลต่อเนื่องให้สังคมไม่มี ความเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต) 7. ครูนำข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคลมาเล่าให้นักเรียนฟัง แล้ว ร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นในข่าว 8. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติมถึงแนวทางการปฏิบัติตนตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิบุคคล และประโยชน์ที่ได้รับ 9. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับ กฎหมายลิขสิทธิ์ ในแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)


ขั้นสรุป ขั้นประเมิน 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ 2. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 3.4 เรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ 3. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากการทำใบงานที่ 3.4 เรื่อง กฎหมาย ลิขสิทธิ์ 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความสำคัญของกฎหมายลิขสิทธิ์รวมถึงกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล 1. ครูประเมินผลโดยสังเกตจากการตอบคำถาม การร่วมกันทำงาน และการนำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน 2. ครูตรวจสอบและประเมินผลจากการทำแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 3. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองสิทธิของ บุคคล 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ -หนังสือเรียน สังคมศึกษาฯ ม.1 -ใบงานที่ 3.4 เรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ -ห้องสมุด -แหล่งข้อมูลสารสนเทศ


10. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1 นักเรียนสามารถอธิบายสาระสำคัญ ของกฎหมายลิขสิทธิ์ได้(K) ตรวจแบบสังเกตุ พฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์ผลที่ได้รับ จากการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นได้(P) ตรวจใบงาน ใบงาน ถูกต้องร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3 นักเรียนเห็นความสำคัญของกฎหมาย ลิขสิทธิ์(A) ตรวจแบบประเมินการ แสดงความคิดเห็น แบบประเมินการแสดง ความคิดเห็น ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


11. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวมัลลิกา สีดาเดช) ครูพี่เลี้ยง


12. ข้อเสนอแนะหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสุกิต โสภิณ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….............................................................. ลงชื่อ (นางปาณิสรา บุญณะสิทธิ์) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ


13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม นักเรียนให้ความร่วมมือดีในการตอบคำถาม และในระหว่างการทำงานกลุ่มนักเรียนช่วยเหลือกัน และปรึกษา พูดคุยกันในการทำงานกลุ่มได้อย่างดีเยี่ยม ปัญหา/อุปสรรค นักเรียน 2 คนไม่ทำงานกลุ่มร่วมกันกับเพื่อนนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นระหว่างทำงานกลุ่ม ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ)


ใบงานที่ 3.4 เรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ คำชี้แจง : ตอนที่ 2 : ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม เรื่อง ใครผิด เด็กชายกล้าและเด็กชายก้อนไปรับจ้างขายของที่ตลาด มีนายหาญเป็นผู้นำสินค้าประเภทต่างๆ จากนายทุน ที่ผลิตมาให้เด็กทั้งสองขาย โดยให้ค่าจ้างขายวันละ 250 บาท ของที่นำมาให้ขาย ได้แก่ ซีดีเพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง เพลงไทยเดิม ซีดีภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์อินเดีย ภาพยนตร์เกาหลี หนังสือการ์ตูน และภาพจิตรกรรมฝาผนัง กล้าและก้อนมีรายได้ดีกว่าไปรับจ้างขายของประเภทอื่น ต่อมาวันหนึ่งตำรวจไปจับกล้าและก้อน โดยแจ้งข้อหาจำหน่ายสิ่งของที่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ และ อธิบายว่า สิ่งของทั้งหมดที่พวกเขาขายนั้น เป็นของผิดกฎหมายทั้งสิ้น คำถาม 1. กล้าและก้อนทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ในงานประเภทใด .............................................................................................................................. ...................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ...................................................... 2. ผู้กระทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ในเรื่องนี้ นอกจากกล้าและก้อนแล้วยังมีใครบ้าง และเขาทำผิดอย่างไร ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ...................................................... 3. การที่กฎหมายลิขสิทธิ์มีบทลงโทษผู้กระทำผิดตั้งแต่ขั้นปรับถึงจำคุกนั้น มีผลดีอย่างไร ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ...................................................... ชื่อ-สกุล................................................................................................... เลขที่............... ............... ห้อง................


แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับพฤติกรรมการ แสดงออกไว้เป็น ๓ คะแนน ดังนี้ ๓ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับดี ๒ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ๑ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปรับปรุง เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน คะแนน รวม ร้อยละ ผลการ ประเมิน ความใส่ใจใน การทำงาน การเสนอความ คิดเห็น ความร่วมมือใน การทำงาน การยอมรับฟัง คนอื่น ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๒ ๑๐๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน


แบบประเมินการแสดงความคิดเห็น วิชา .......................................................... ชั้น …………………… แผนการเรียนรู้................................................................. กิจกรรม …………………………………………….… คำชี้แจง : ให้ประเมินจากการสังเกตการแสดงความคิดเห็นและการตอบคำถามในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ต้องปรับปรุง เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล รายการประเมิน รวม 15 คะแนน สรุปผลการ ประเมิน การแสดงความ คิดเห็น ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ตรงประเด็น สมเหตุสมผล มีความเชื่อมั่นในการ แสดงออก คะแนน ที่ทำได้ ผ่าน ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 รหัสวิชา ส21103 รายวิชาสังคมศึกษา จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศใน เวลาเรียน 5 ชั่วโมง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง ความรู้ทั่วไป และที่มาของวัฒนธรรมไทย เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ คุณครูพี่เลี้ยง นางสาวมัลลิกา สีดาเดช สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ 2/2566 1. สาระสำคัญ วัฒนธรรมถือเป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตอันดีงามที่แต่ละชนชาติได้สรรค์สร้างขึ้น ประเทศไทยเองเป็นประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็น วัฒนธรรมที่ผ่านการสร้างสรรค์และปรับปรุงมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ลักษณะของวัฒนธรรมไทยมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างจากวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ทำความเข้าใจวัฒนธรรมของตนเองและประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการนำวัฒนธรรมไปใช้ในทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และช่วยป้องกันการกระทำที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันได้ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๓ อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจ นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนสามารถอธิบายที่มาของวัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(K) 3.2 นักเรียนสามารถเขียนที่มาของวัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(P) 3.3 นักเรียนเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย (A)


4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2. ซื่อสัตย์สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 7. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้สู่การบูรณาการ บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต บูรณาการโรงเรียนส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการเพศวิถี/เพศศึกษา บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบุ)....................................... อื่น ๆ (ระบุ)....................................... 7. สาระการเรียนรู้ - ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้


ขั้นนำ ขั้นสอน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) 1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบถึงวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ชื่อเรื่องที่จะเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ 2. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูให้นักเรียนดูภาพวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนร่วมกันบอก ในประเด็น ดังนี้ - ภาพที่นักเรียนเห็นเป็นภาพอะไร และเป็นของประเทศใด - ภาพเหล่านี้มีคุณค่าหรือความสำคัญอย่างไร - ภาพเหล่านี้มีผลต่อการดำรงชีวิตของชาวไทยอย่างไร 2. ครูให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างวัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทยคนละ 1 ตัวอย่าง 3. ครูเกริ่นนำถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละสังคม เช่น สิ่งของเครื่องใช้ ภาษา ศาสนา การ แต่งกาย เป็นต้น แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความหมายและที่มาของวัฒนธรรมเหล่านั้น ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 – 7 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงของ วัฒนธรรมไทยในด้านต่าง ๆ ที่พบเห็นในสังคม อันเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัฒนธรรม จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ขั้นที่3 อธิบายความรู้ (Explain) 1. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนำข้อมูลที่ตนได้จากการรวบรวม มาอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 2. จากนั้นสมาชิกในกลุ่มช่วยกันคัดเลือกข้อมูลที่นำเสนอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อมูลหน้าชั้นเรียนตามประเด็นที่ศึกษา และอภิปรายร่วมกัน 4. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่ทำให้ในแต่ละสังคมมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หรือ มีความคล้ายคลึงกัน


5. ครูให้นักเรียนวิเคราะห์ว่า เพราะเหตุใดวัฒนธรรมบางอย่างในสังคมจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตาม กาลเวลา (แนวตอบ วัฒนธรรมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา เนื่องจากสภาพสังคมมนุษย์มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้น มนุษย์จึงต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการ ดำเนินชีวิต เช่น ในอดีตเราติดต่อสื่อสารทางไกลโดยการเขียนจดหมาย แต่เมื่อความรู้ด้าน เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นก็มีรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็วขึ้น เช่น โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตการประชุมทางไกล การถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม เป็นต้น) 6. ครูสุ่มนักเรียนเพื่อสอบถามถึงที่มาของวัฒนธรรมไทย ในความเข้าใจเบื้องต้นของนักเรียน จากนั้น ร่วมกันอภิปรายถึงข้อสรุปดังกล่าว 7. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างวัฒนธรรมไทยที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมทั้งจำแนกว่า วัฒนธรรมเหล่านั้นจัดอยู่ในภาคใดของประเทศไทย 8. ครูสนทนากับนักเรียนถึงประเด็นความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมไทยกับสภาพแวดล้อมของประเทศ ไทยในแต่ละภูมิภาค 9. ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและอภิปรายถึงที่มาของวัฒนธรรมไทย ซึ่งได้แก่ สภาพแวดล้อมทาง ภูมิศาสตร์ อิทธิพลจากพระพุทธศาสนา ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนการรับวัฒนธรรมอื่น มาปรับใช้ จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 10. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างวัฒนธรรมในสังคมไทยปัจจุบันที่เป็นการรับวัฒนธรรมอื่นมาปรับใช้ เช่น การแต่งกาย อาหาร เทคโนโลยี ตลอดจนผลกระทบของการรับวัฒนธรรมอื่นมาปรับใช้ ทั้งในแง่ ของผลดีและผลเสียเพิ่มเติม 11. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับ ความรู้ทั่วไปและที่มาของวัฒนธรรมไทย ในแบบฝึกสมรรถนะ หน้าที่พลเมือง ม.1 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) 1. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับที่มาของวัฒนธรรมไทยในประเด็นต่าง ๆ 2. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 4.1 เรื่อง ที่มาของวัฒนธรรมไทย 3. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของการทำใบงานที่ 4.1 เรื่อง ที่มาของวัฒนธรรม ไทย 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ


ขั้นสรุป ขั้นประเมิน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และความสำคัญของที่มาของวัฒนธรรมไทย 1. ครูประเมินผลโดยสังเกตจากการตอบคำถาม การร่วมกันทำงาน และการนำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน 2. ครูตรวจสอบและประเมินผลจากการทำแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ -หนังสือเรียน สังคมศึกษาฯ ม.1 -ใบงานที่ 4.1 เรื่อง ที่มาของวัฒนธรรมไทย -ห้องสมุด -แหล่งข้อมูลสารสนเทศ


10. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1 นักเรียนสามารถอธิบายที่มาของ วัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(K) ตรวจแบบสังเกตุ พฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2 นักเรียนสามารถเขียนที่มาของ วัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(P) ตรวจใบงาน ใบงาน ถูกต้องร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3 นักเรียนเห็นความสำคัญของ วัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย (A) ตรวจแบบประเมินการ แสดงความคิดเห็น แบบประเมินการแสดง ความคิดเห็น ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


11. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวมัลลิกา สีดาเดช) ครูพี่เลี้ยง


12. ข้อเสนอแนะหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสุกิต โสภิณ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….............................................................. ลงชื่อ (นางปาณิสรา บุญณะสิทธิ์) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ


13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม นักเรียนแสดงความคิดเห็น และยกตัวอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมในสังคมไทยปัจจุบันที่เป็นการรับวัฒนธรรมอื่นมา ปรับใช้ได้ดี ปัญหา/อุปสรรค นักเรียน 7 คนไม่นำเอาเอกสารประกอบการเรียนมา ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ)


ใบงานที่ 4.1 เรื่อง ที่มาของวัฒนธรรมไทย คำถาม 1. นักเรียนตั้งชื่อภาพทั้ง 2 ภาพ ว่าอะไร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... 2. ภาพที่ 1 และภาพที่ 2 มีความแตกต่างกันอย่างไร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................. 3. ภาพที่ 1 และภาพที่ 2 แสดงถึงอิทธิพลของสิ่งใด ............................................................................................................................. ....................................................... ................................................................................................................................................................................... ชื่อ-สกุล................................................................................................... เลขที่............... ............... ห้อง................


แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับพฤติกรรมการ แสดงออกไว้เป็น ๓ คะแนน ดังนี้ ๓ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับดี ๒ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ๑ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปรับปรุง เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน คะแนน รวม ร้อยละ ผลการ ประเมิน ความใส่ใจใน การทำงาน การเสนอความ คิดเห็น ความร่วมมือใน การทำงาน การยอมรับฟัง คนอื่น ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๒ ๑๐๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน


แบบประเมินการแสดงความคิดเห็น วิชา .......................................................... ชั้น …………………… แผนการเรียนรู้................................................................. กิจกรรม …………………………………………….… คำชี้แจง : ให้ประเมินจากการสังเกตการแสดงความคิดเห็นและการตอบคำถามในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ต้องปรับปรุง เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล รายการประเมิน รวม 15 คะแนน สรุปผลการ ประเมิน การแสดงความ คิดเห็น ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ตรงประเด็น สมเหตุสมผล มีความเชื่อมั่นในการ แสดงออก คะแนน ที่ทำได้ ผ่าน ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 รหัสวิชา ส21103 รายวิชาสังคมศึกษา จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวลาเรียน 5 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ คุณครูพี่เลี้ยง นางสาวมัลลิกา สีดาเดช สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ 2/2566 1. สาระสำคัญ วัฒนธรรมถือเป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตอันดีงามที่แต่ละชนชาติได้สรรค์สร้างขึ้นประเทศไทยเองเป็น ประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น และเป็นวัฒนธรรมที่ผ่านการสร้างสรรค์และ ปรับปรุงมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งนี้ ลักษณะของวัฒนธรรมไทยมีทั้งส่วนที่เหมือน และแตก ต่างจากวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ทำความเข้าใจวัฒนธรรมของตนเองและประเทศ เพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการนำวัฒนธรรมไปใช้ในทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และ ช่วยป้องกันการกระทำที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันได้ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๓ อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจ นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะสำคัญของวัฒนธรรมไทยได้(K) 3.2 นักเรียนสามารถจำแนกประเภทของวัฒนธรรมไทยได้(P) 3.3 นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(A)


4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2. ซื่อสัตย์สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 7. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้สู่การบูรณาการ บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต บูรณาการโรงเรียนส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการเพศวิถี/เพศศึกษา บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบุ)....................................... อื่น ๆ (ระบุ)....................................... 7. สาระการเรียนรู้ - ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้


ขั้นนำ ขั้นสอน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคเล่าเรื่องรอบวง 1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบถึงวิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคเล่าเรื่องรอบวง ชื่อเรื่อง ที่จะเรียนรู้จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ 2. ครูให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอการแสดงพื้นบ้าน “เต้นกำรำเคียว” แล้วแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เช่น 1) จากคลิปวิดีโอนักเรียนคิดว่าการแสดงพื้นบ้าน “เต้นกำรำเคียว” พบได้ในภูมิภาคใดของไทยเพราะเหตุ ใด (แนวตอบ การแสดงพื้นบ้าน “เต้นกำรำเคียว” พบได้บริเวณภาคกลางของไทย เนื่องจากเป็นการแสดง พื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตการทำนา อันเป็นอาชีพที่พบได้มากในบริเณภาคกลางของไทย) 2) นักเรียนคิดว่าการแสดงพื้นบ้าน “เต้นกำรำเคียว”มีความเกี่ยวข้องกับวีฒนธรรมในลักษณะใดมากที่สุด (แนวตอบ การแสดงพื้นบ้าน “เต้นกำรำเคียว” มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมแบบเกษตรกรรมมากที่สุด) 1. ครูให้นักเรียนดูภาพวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนร่วมกันบอก ในประเด็น ดังนี้ - ภาพดังกล่าวแสดงถึงลักษณะสำคัญของวัฒนธรรมไทยอย่างไร - ภาพเหล่านี้มีคุณค่าหรือความสำคัญอย่างไร - ภาพเหล่านี้มีผลต่อการดำรงชีวิตของชาวไทยอย่างไร 2. ครูสุ่มนักเรียนเพื่อยกตัวอย่างวัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทยคนละ 1 ตัวอย่าง 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยสมาชิกในแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของ วัฒนธรรมไทยคนละ 1 ประเด็น จากหนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ม.1 ดังนี้ 1) เป็นวัฒนธรรมแบบเกษตรกรรม 2) เป็นวัฒนธรรมที่ยึดถือพิธีกรรม 3) เป็นวัฒนธรรมที่ยึดถือการกุศล 4) เป็นวัฒนธรรมที่ยึดถือเครือญาติและอาวุโส 5) เป็นวัฒนธรรมที่มีการผสมผสาน


ขั้นสรุป ขั้นประเมิน 4. ครูจัดให้นักเรียนทุกคนในห้องเรียนนั่งล้อมวงกัน โดยให้นั่งเรียงลำดับตามหมายเลข ประเด็นในการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของวัฒนธรรมไทย ทีละกลุ่มจนครบทั้งห้องเรียน (ตัวอย่างแผนผังการนั่งล้อมวงของนักเรียนในห้องเรียน) 5. ครูให้สมาชิกแต่ละคนในแต่ละหมายเลขนำเรื่องหรือข้อมูลตามประเด็นที่ตนได้จากการรวบรวม มาเล่า ให้เพื่อนในห้องเรียนฟังตามลำดับหมายเลข จนครบทั้ง 5 หมายเลข 6. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติมถึงลักษณะของวัฒนธรรมไทย ตลอดจนซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติม 7. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับ ลักษณะของวัฒนธรรมไทย ในแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 8. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับลักษณะของวัฒนธรรมไทยในประเด็นต่าง ๆ 9. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 4.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย 10. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม - ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และความสำคัญของลักษณะของวัฒนธรรมไทย 1. ครูประเมินผลจากการตอบคำถาม การร่วมกันทำงาน และการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากการทำใบงานที่ 4.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย และจากการทำแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 5 . 1 . 2 . 3 . 4 . 3 . 2 . 1 . 5 . 4 . 1 . 2 . 3 . 4 . 5 . 1 . 5 . 4 . 3 . 2 . 1 . 5 . 4 . 3 . 2 . 2 . 1 . 5 . 4 . 3 .


9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ -หนังสือเรียน สังคมศึกษาฯ ม.1 -ใบงานที่ 4.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย -ห้องสมุด -แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1 นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะสำคัญ ของวัฒนธรรมไทยได้(K) ตรวจแบบสังเกตุ พฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2 นักเรียนสามารถจำแนกประเภทของ วัฒนธรรมไทยได้(P) ตรวจใบงาน ใบงาน ถูกต้องร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3 นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้(A) ตรวจแบบประเมินการ แสดงความคิดเห็น แบบประเมินการแสดง ความคิดเห็น ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


11. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวมัลลิกา สีดาเดช) ครูพี่เลี้ยง


12. ข้อเสนอแนะหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสุกิต โสภิณ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….............................................................. ลงชื่อ (นางปาณิสรา บุญณะสิทธิ์) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ


13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และความสำคัญของลักษณะของวัฒนธรรมไทยได้ ปัญหา/อุปสรรค นักเรียน 3 คนจับกลุ่มคุยกันในระหว่างการทำกิจกรรม ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ)


ใบงานที่ 4.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำหมายเลขใต้ภาพมาใส่ในกรอบข้อความลักษณะของวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กัน (หนึ่งภาพอาจสัมพันธ์กันหลายหัวข้อ) ชื่อ-สกุล................................................................................................... เลขที่............... ............... ห้อง................ 1 2 3 4 5 6 ฒ ………………… ………………… ………………… ฒ ถื พ ………………… ………………… ………………… ฒ ถื ………………… ………………… …………………


แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับพฤติกรรมการ แสดงออกไว้เป็น ๓ คะแนน ดังนี้ ๓ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับดี ๒ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ๑ คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปรับปรุง เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน คะแนน รวม ร้อยละ ผลการ ประเมิน ความใส่ใจใน การทำงาน การเสนอความ คิดเห็น ความร่วมมือใน การทำงาน การยอมรับฟัง คนอื่น ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๒ ๑๐๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน


แบบประเมินการแสดงความคิดเห็น วิชา .......................................................... ชั้น …………………… แผนการเรียนรู้................................................................. กิจกรรม …………………………………………….… คำชี้แจง : ให้ประเมินจากการสังเกตการแสดงความคิดเห็นและการตอบคำถามในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ต้องปรับปรุง เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล รายการประเมิน รวม 15 คะแนน สรุปผลการ ประเมิน การแสดงความ คิดเห็น ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ตรงประเด็น สมเหตุสมผล มีความเชื่อมั่นในการ แสดงออก คะแนน ที่ทำได้ ผ่าน ไม่ ผ่าน ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 รหัสวิชา ส21103 รายวิชาสังคมศึกษา จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวลาเรียน 5 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชิดชนก พัฒนกิจศิริคุณ คุณครูพี่เลี้ยง นางสาวมัลลิกา สีดาเดช สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ 2/2566 1. สาระสำคัญ วัฒนธรรมถือเป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตอันดีงามที่แต่ละชนชาติได้สรรค์สร้างขึ้น ประเทศไทยเองเป็นประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็น วัฒนธรรมที่ผ่านการสร้างสรรค์และปรับปรุงมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ลักษณะของวัฒนธรรมไทยมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างจากวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ทำความเข้าใจวัฒนธรรมของตนเองและประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการนำวัฒนธรรมไปใช้ในทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และช่วยป้องกันการกระทำที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันได้ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๓ อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจ นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน


3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านได้(K) 3.2 นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความคล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมได้(P) 3.3 นักเรียนเห็นคุณค่าของการศึกษาความคล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมได้(A) 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2. ซื่อสัตย์สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 7. รักความเป็นไทย 4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้สู่การบูรณาการ บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต บูรณาการโรงเรียนส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการเพศวิถี/เพศศึกษา บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบุ)....................................... อื่น ๆ (ระบุ)....................................... 7. สาระการเรียนรู้ - ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้


ขั้นนำ ขั้นสอน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการอภิปราย 1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบถึงวิธีสอนโดยการอภิปราย ชื่อเรื่องที่จะเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการ เรียนรู้ 2. ครูให้นักเรียนดูภาพวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย และภาพปราสาทหินนคร วัดประเทศกัมพูชา ภาพวัดไชยวัฒนาราม ภาพปราสาทหินนครวัด 2. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นความคล้ายคลึงและความแตกต่าง ตลอดจนที่มาของ สถานที่สำคัญทั้งสองภาพ โดยครูแนะนำเพิ่มเติม ขั้นที่ 1 เตรียมการอภิปราย 1. ครูซักถามนักเรียนถึงความเข้าใจเบื้องต้นในวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน 2. ให้นักเรียนบอกถึงความประทับใจในวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติม 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 – 7 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความคล้ายคลึงและความแตกต่าง ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากหนังสือเรียนสังคมศึกษา ฯ ม.1 ในประเด็นดังนี้


1) วัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัย 2) วัฒนธรรมการนับถือศาสนา 3) วัฒนธรรมด้านภาษา 4) วัฒนธรรมด้านประเพณีและพิธีกรรม 5) วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย 6) วัฒนธรรมด้านอาหาร ขั้นที่2 ดำเนินการอภิปราย 1. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนำข้อมูลที่ตนได้จากการรวบรวม มาอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 2. จากนั้นสมาชิกในกลุ่มช่วยกันคัดเลือกข้อมูลที่นำเสนอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อมูลหน้าชั้นเรียนตามประเด็นที่ศึกษา และอภิปรายร่วมกัน 4. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่ทำให้ในแต่ละสังคมมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หรือ มีความคล้ายคลึงกัน 5. ครูจัดให้นักเรียนเล่นเกม “วาดภาพใบ้คำ” ตามกติกา ดังนี้ 1) ให้นักเรียนกลุ่มเดิมในแต่ละกลุ่มจับฉลากเลือกหัวข้อตามประเด็นความคล้ายคลึงและความ แตกต่าง ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง 6 ประเด็นที่ ได้ทำการศึกษามา โดยไม่บอกเพื่อนกลุ่มอื่น 2) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประชุมกันภายในกลุ่มว่าจะวาดภาพใดเพื่อเป็นการบอกใบ้ให้เพื่อนกลุ่มอื่น ทายว่า ในกลุ่มของตนได้ประเด็นความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับ วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีบงใต้ในหัวข้อใด โดยในแต่ละกลุ่มสามารถวาดภาพคำใบ้ ได้ 3 ภาพ ภายในระยะเวลา 2 นาที 3) ครูทำการจับฉลากเลือกกลุ่มนักเรียนออกมาวาดภาพใบ้คำ 4) ครูทำการตัดสินผลการแข่งขัน โดยกลุ่มที่ใช้เวลาในการวาดภาพใบ้คำได้น้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ 6. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับ ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับ วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมือง ม.1 7. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย กับวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเด็นต่าง ๆ 8. ครูให้นักเรียนร่วมกันทำใบงานที่ 4.3 เรื่อง วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน 9. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 สรุปการอภิปราย 1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่ม เพื่อออกมาสรุปสาระสำคัญของการอภิปรายเรื่อง ความคล้ายคลึงและ


Click to View FlipBook Version