The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-14 01:39:48

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

ค่า Rf
โครมาโทกราฟีแบบกระดาษสามารถนามาคานวณหาคา่ Rf ได้

ค่า Rf (Rate of flow) เปน็ ค่าเฉพาะตัวของสาร ข้ึนอยกู่ ับชนิดของตวั ทาละลายและตัวดดู ซับ ดงั นั้นการบอก
คา่ Rf ของสารแตล่ ะชนดิ จึงต้องบอกชนิดของตัวทาละลาย และตัวดูดซบั เสมอค่า Rf สามารถคานวณได้จาก
สูตร

Rf = ระยะทางทสี่ ารเคมคี ล่อื นท่ี (cm)
ระยะทางทตี่ วั ทาละลายเคล่อื นท่ี (cm)
สารตา่ งชนดิ กันจะมีคา่ Rf แตกตา่ งกนั เพราะฉะน้นั เราจงึ สามารถใช้คา่ Rf มาใช้ในการวิเคราะหช์ นิดของสาร
ได้ กลา่ วคือ ถ้าสารใดมีความสามารถในการละลายสูงจะมคี ่า Rf มาก เน่ืองจากตวั ทาละลายจะเคลื่อนทีเ่ รว็
กว่าสารทจ่ี ะแยก คา่ Rf < 1 เสมอ
ถา้ ใช้ตวั ทาละลายและตวั ดูดซบั ชนิดเดยี วกนั ปรากฏวา่ มีคา่ Rf เทา่ กัน อาจสันนิษฐานได้ว่า สารดังกล่าวเปน็
สารชนดิ เดียวกัน หรือนาสารตัวอยา่ งมาทาโครมาโทกราฟีคูก่ ับสารจรงิ กไ็ ด้

ข้อดขี องโครมาโทกราฟี
1. สามารถแยกสารทม่ี ีปริมาณนอ้ ยได้
2. สามารถแยกไดท้ ้ังสารที่มีสี และไมม่ ีสี
3. สามารถใช้ไดท้ ้ังปรมิ าณวเิ คราะห์ (บอกได้ว่าสารทีแ่ ยกออกมา มีปริมาณเทา่ ใด)
และคณุ ภาพวเิ คราะห์ (บอกไดว้ า่ สารน้ันเป็นสารชนดิ ใด)
4. สามารถแยกสารผสมออกจากกันได้
5. สามารถแยกสารออกจากกระดาษกรองหรอื ตัวดดู ซบั โดยสกัดด้วยตวั ทาละลาย

ใบงาน เรื่อง โครมาโทกราฟี (ตามแนวPisa)

ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 เมื่อพบมอร์ฟีนในปัสสาวะตั้งแต่
300 นาโนกรัม/มิลลิลิตรข้ึนไป ถือว่าเป็นผู้มีสารเสพติดในร่างกาย อย่างไรก็ตามผู้เสพ ฝ่ิน โคเดอีน เฮโรอีน
รวมถึงการเสพมอรฟ์ ีน ก็สามารถพบมอร์ฟีนในปัสสาวะได้ หากพบ 6MAM จะบ่งชี้การใช้เฮโรอีน อัตราส่วน
ระหว่างโคเดอีนต่อมอร์ฟีน หากมากกว่า 1 บ่งช้ีการใช้โคเดอีน ดังน้ันการตรวจสารเหล่านั้นจะช่วยบ่งช้ีท่ีมา
ของมอรฟ์ นี ได้ วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั เพอ่ื ระบุท่มี าของมอร์ฟีนท่ตี รวจพบในร่างกาย รวมท้ังปรมิ าณทตี่ รวจ
พบได้อย่างถูกต้อง ด้วยเทคนิคตัวดูดซับของแข็งแบบออนไลน์ ลิควิดโครมาโทกราฟี แทนเดมแมสสเปกโทร
เมทรี โดยใช้ Morphine-D3 และ 6MAM-D3 เป็น internal standard สกัดสารด้วย ตัวดูดซับของแข็งแบบ
ออนไลน์ แยกสารด้วยคอลัมน์ชนิด ion-exchange ตรวจวัดด้วยแทนเดมแมสสเปกโทรเมทรี เทคนิค ESI
positive mode ตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีอ้างอิงตาม FDA guidance ปริมาณต่าสุดท่ีสามารถตรวจวัดได้
ของ 6 MAM เท่ากับ 1 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ช่วงความเป็นเส้นตรงของโคเดอีนและมอร์ฟีนเท่ากับ 100 –
2000 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร วิธีวิเคราะห์ มีความสาเร็จในการใช้ระบุที่มาและปรมิ าณของมอรฟ์ นี ในปัสสาวะ
สามารถใชใ้ นการคัดแยกผู้เสพยาเสพตดิ ในงานประจา ของกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์การแพทย์

นักเรียนคดิ วา่ กัญชาจะสามารถตรวจโดยใช้ ลิควิดโครมาโทรกราฟไี ด้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(สมรรถนะ : การระบปุ ระเดน็ ทางวทิ ยาศาสตร์)

คาถามท่ี 2 (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

จากภาพขนั้ ตอนการผลิตนา้ ประปา จงเขยี นวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช่” หรอื “ไม่ใช่” ในแตล่ ะ
ขอ้ ความ

ขอ้ ขอ้ ความ คาตอบ
1. สารเสพติดทุกชนดิ สามารถตรวจสอบโดยใช้ลิควดิ โครมากราฟไี ด้ ใช่ / ไม่ใช่
2. หากพบมอรฟ์ ีนในปสั สาวะ 6MAM จะสามารถตรวจโครมาโทรกราฟี ใช่ / ไมใ่ ช่

ได้ ใช่ / ไมใ่ ช่
3. งานวิจัยนีส้ ามารถคดั แยกผู้เสพยาเสพติดในงานประจาได้ ใช่ / ไม่ใช่
4. ฝ่นื ไมส่ ามารถตรวจสอบในงานวจิ ัยนไ้ี ด้

เกณฑ์การให้คะแนน / แนวคาตอบ

คาถามที่ 1 แนวการตอบคาถาม (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

เหน็ ด้วย / ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ไม่เห็นด้วย / ความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้

ได้ เพราะเราตรวจแบบลิควดิ โครมาโทรกราฟี ไม่ได้ เพราะสารในกัญชาไม่ตอบสนองกบั

ในปัสสาวะได้ การตรวจแบบลิควิดโครมาโทรกราฟี

คะแนนเตม็ 2 คะแนน ไม่มีคะแนน
ตอบสอดคล้องกับแนวคาตอบ ตอบไมส่ อดคลอ้ งกับแนวคาตอบ
/ไมเ่ ขยี นข้อความใด ๆ

คาถามที่ 2 (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

จากภาพแบคทีเรยี ดือ้ ยาอนั ตรายถึงชวี ิต จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช”่ หรอื “ไม่ใช่” ในแต่ละ
ข้อความ

ข้อ ขอ้ ความ คาตอบ
1. สารเสพติดทุกชนิดสามารถตรวจสอบโดยใช้ลคิ วดิ โครมากราฟี ใช่ / ไมใ่ ช่

ได้ ใช่ / ไมใ่ ช่
2. หากพบมอรฟ์ ีนในปสั สาวะ 6MAM จะสามารถตรวจโครมาโท
ใช่ / ไม่ใช่
รกราฟีได้ ใช่ / ไม่ใช่
3. งานวิจัยนี้สามารถคัดแยกผู้เสพยาเสพติดในงานประจาได้
4. ฝ่นื ไมส่ ามารถตรวจสอบในงานวิจยั นไี้ ด้

คะแนนเตม็ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 1 คะแนน คะแนนเต็ม 0 คะแนน
ตอบถูกทัง้ 4 ขอ้ : ใช่ / ไม่ใช่ / ตอบถกู 3 ข้อ ตอบถกู 2-0 ข้อ
ใช่ / ใช่

เกณฑ์การให้คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

10 ดีมาก

8 ดี

6 พอใข้

4 ปรับปรุง

นกั เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่าน

ใบงาน Mind mapp

ping เร่อื ง การตกผลึก

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping

ชื่อ-สกุล รูปแบบ เนือ้ หา นาเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลาดบั ที่ ของผรู้ บั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/

ประเมิน ไม่ผ่าน

ลงชื่อ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
- เขียนความคิดรวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอดหลกั
เน้ือหา - เขียนความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอดหลัก
ไวต้ รงกลาง ไวต้ รงกลาง
การนาเสนอ - มีกิ่งแกว้ กง่ิ ก้อย และกง่ิ หลกั ไว้ตรงกลาง ไวต้ รงกลาง - มีก่งิ แกว้ ขาดกิง่ ก้อย แต่

ความสวยงาม ยอ่ ยตามลาดับ - มีกิง่ แกว้ กิง่ กอ้ ย และก่งิ - มีกิง่ แก้ว กิง่ ก้อย และก่งิ ขาดกงิ่ ยอ่ ย
การตรงตอ่ - ตัวหนงั สืออยบู่ นเสน้ - ใช้สีสนั ไมท่ ั่วแผน่
- ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ ยอ่ ยตามลาดับ ยอ่ ยตามลาดับ
เวลา - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพสอื่ - เน้อื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
- ตวั หนงั สืออยู่บนเส้น - ใช้สสี นั ทวั่ แผน่ กาหนดต่าว่า 59%
ความหมาย - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
- ใช้สสี นั ทัว่ แผน่ - ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น ต่าว่า 59%
- เนือ้ หาครบถ้วนตามสาระที่ - มีการสรุปไม่สมเหตุสมผล
กาหนด 100% - ใชส้ สี ันท่ัวแผ่น ตา่ ว่า 59%
- เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา
100% - เน้อื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอื้ หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - สามารถพูดนาเสนอได้
- ลาดบั หัวข้อเน้ือหาชัดเจน - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
- มีการสรปุ ได้อย่าง กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% ตามอักขระตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% - บุคลิกภาพเหมาะสม
- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชส้ สี นั สวยงามหรอื เป็นไป
อกั ขระ100% 80-99% 60-79% ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ หนงึ่
ม่นั ใจ - ลาดบั หวั ข้อเนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อย่าง
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากว่า
นาเสนอ - มีการสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% เวลาท่ีกาหนด 15 นาที
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ
- ใช้สสี ันสวยงาม สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - พูดชัดเจนเสียงดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
เวลาท่กี าหนด
อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%

- บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

- ความพร้อมในการนาเสนอ

ได้บางส่วน

- ใชส้ ีสันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงามและมคี วาม
- มคี วามสะอาด สะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์

ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กว่า สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่

เวลาทีก่ าหนด 5 นาที เวลาท่กี าหนด 10 นาที

ขอ้ สอบสพฐ. ปี 2562

1. การแยกสารเน้อื เดียวดว้ ยวธิ โี ครมาโทกราฟพี บว่า บนกระดาษกรองมีสีปรากฏ 3 สี สารน้คี ือสารอะไร

ก. ธาตุ ข. สารละลาย ค. สารบริสุทธิ์ ง. สารประกอบ

ที่มา http://www.niets.or.th

แผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6

ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ การแยกสาร หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1

เรอื่ ง การกลัน่ อย่างง่าย เวลา 2 ชว่ั โมง

วนั ทท่ี าการสอน....................เดือน................................พ.ศ................. ผู้สอน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

การกลัน่ เป็นกระบวนการทางเคมีอยา่ งหน่งึ ในการแยกของเหลวผสมของสาร 2 ว2.1 ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตก

ชนดิ หรือมากกวา่ (สารละลาย)โดยอาศัยคุณสมบตั จิ ดุ เดือดท่ีแตกต่างกัน เมือ่ ให้ความ ผลกึ การกล่นั อย่างงา่ ย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกดั
ร้อนกบั ของเหลวจนอณุ หภมู ิถึงจดุ เดอื ดของสารชนิดหน่งึ สารชนดิ นนั จะระเหยออกมา ด4้ว.ยตชัวิน้ ทงาาลนะ/ลภาายระโงดายนใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

เ3ป.็นไสอผาา่รนะทก่อาทรีม่ เรีกยีารนลรดู้ อุณหภมู ทิ าใหเ้ กิดการควบแน่นกลับมาเปน็ ของเหลวอกี ครัง - ใบงาน KWL เร่อื ง การกล่ันอยา่ งง่าย
- การกลน่ั อย่างงา่ ย - ใบงาน เรื่อง การกลน่ั อย่างง่าย (ตามแนว Pisa)

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 6. เคร่อื งมือการสอนคิด
- KWL
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ข้นั ของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9. วิธวี ดั ผล

Do Now ( 3 นาท)ี - ใบงาน KWL เรอ่ื ง การกล่นั - ประเมินใบงาน KWL

“บอกวิธีมองโลกในแง่ดี คนละ 1 วธิ ี” อยา่ งงา่ ย เรื่อง การกล่ันอย่างง่าย

Purpose (2 นาที) - ใบความรู้ การกล่นั อย่างงา่ ย -ประเมนิ ใบงาน เรอ่ื ง

เราจะเรียนเรอ่ื ง การกลนั่ อยา่ งงา่ ย เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถอธบิ าย การกลนั่ อย่างงา่ ย - ใบงาน เรื่อง การกลนั่ อย่าง การกล่ันอย่างงา่ ย (ตาม

Work mode (110 นาท)ี ง่าย (ตามแนว Pisa) แนว Pisa)

1. นักเรยี นตอบคาถาม “เราสามารถแยกนาแดงเป็นนาเปลา่ ได้หรอื ไม่” (5 นาที)

2. นกั เรยี นบันทกึ ความรู้ทไี่ ด้ลงในใบงาน KWL การกลนั่ อย่างงา่ ย โดยตอบคาถาม

“นักเรียนรู้อะไรบา้ งเกยี่ วกบั การกลั่นอยา่ งง่าย ” ลงในชอ่ ง K (15 นาที)

3. นกั เรียนและครูอภปิ รายร่วมกนั บนกระดาน ในหวั ขอ้ นกั เรียนร้อู ะไรบ้างเกยี่ วกบั การกล่นั

อย่างงา่ ย (10 นาท)ี

4. นักเรยี นตอบคาถาม “นักเรยี นอยากรูอ้ ะไรบ้าง เก่ียวกับการกลัน่ อยา่ งง่าย ” ลงในชอ่ ง W

(10 นาท)ี

5. นกั เรยี นและครูอภิปรายรว่ มกนั บนกระดาน ในหัวขอ้ นกั เรยี นอยากรอู้ ะไรบา้ ง เกยี่ วกบั

เรือ่ ง การกลั่นอยา่ งง่าย (15 นาท)ี

6. นักเรียนสืบค้นขอ้ มูลเกี่ยวกบั การกลน่ั อยา่ งง่าย โดยศึกษาจากใบความรู้ เร่ือง การกลั่น

อยา่ งงา่ ย และคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณเพือ่ ตอบคาถาม “นกั เรยี นได้รู้อะไรบ้าง เกยี่ วกับการ

กลั่นอยา่ งงา่ ย ลงในช่อง L (คดิ 4 : คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ))(สมรรถนะ2 : การคดิ ขันสงู )

(พอเพยี ง 3 การมภี มู ิคุม้ กันท่ีดี)(15 นาท)ี

7. นักเรยี นวิเคราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรือ่ ง การกล่ันอย่างง่าย (25นาที)

8. นักเรยี นและครูอภปิ รายร่วมกนั ในหวั ข้อ การกลั่นอย่างง่าย (15 นาท)ี

Reflective Thinking (5 นาท)ี

- บอก 1 ส่ิงทนี่ ักเรียนสงสยั จากการเรียนในคาบนี (3 นาที)

- ขอ้ สอบ O-net (2 นาที)

ใบความรู้ เรอ่ื ง การกล่นั อยา่ งงา่ ย

การกล่ันเป็นกระบวนการเปลี่ยนของเหลวให้เป็นไอโดยใช้ความร้อนแล้วทาให้ไอควบแน่นกลับเป็น
ของเหลวอีก การกล่ันใช้ในการทาให้ของเหลวบริสุทธิ์ หรือใช้แยกของเหลวชนิดหน่ึงออกจากของเหลวอนื่ ๆ
ได้ ซึ่งของเหลวเหล่านันจะตอ้ งมีคุณสมบัติทางกายภาพที่เรียกว่า การระเหย แตกต่างกนั โดยท่วั ไปแล้วสารท่ี
ระเหยง่ายจะมีความดันไอสูงที่อุณหภมู ิห้อง ส่วนสารท่ีไม่ระเหยจะมีความดันไอต่า น่ันคือสารท่ีระเหยได้งา่ ย
จะมีความดันไอสูงกว่าแต่จุดเดือดต่ากว่าสารที่ไม่ระเหย เราทราบแล้วว่าของแข็งและของเหลวทังหลายมี
แนวโน้มท่ีจะระเหยกลายเป็นไอได้ทุก ๆ อุณหภูมิท่ีเปล่ียนแปลง ซ่ึงการระเหยกลายเป็นไอจะมากหรือน้อย
ขึนอยู่กับอุณหภูมิและความดันภายนอก เช่นเม่ือบรรจุของเหลวชนิดหนึ่งในภาชนะปิด ของเหลวนันจะ
กลายเป็นไอจนกระทั่งมีความดันไอคงท่ีซ่ึงเป็นความดันไอของของเหลวท่ีอุณหภูมนิ ัน ถ้าต้องการให้ของเหลว
ระเหยได้ตลอดเวลาหรอื เกดิ ดขี นึ จาเป็นจะต้องใหไ้ อเหนือของเหลวนันออกไป ซึ่งเปน็ การลดความดันไอเหนือ
ของเหลวนันนนั่ เอง การกล่ันก็ใช้หลักการนี คือปล่อยให้ไอของสารที่ระเหยออกมา ออกไปแล้วควบแน่นเป็น
ของเหลว ทาให้การกลัน่ ดาเนินตอ่ ไปไดต้ ลอดเวลา
เคร่ืองมือท่ีใชส้ าหรับการกลั่นอยา่ งง่าย ประกอบดว้ ย ฟลาสกล่นั (ควรมปี รมิ าตรเป็น 2 เท่าของของเหลวที่จะ
กลั่น) เทอร์โมมิเตอร์ เคร่ืองควบแน่น และภาชนะรองรับสารท่ีกลั่นได้ การกลั่นอย่างงา่ ยมีเทคนคิ การทาเป็น
ขัน ๆ ดงั นี

1. เทของเหลวทจ่ี ะกลนั่ ลงในฟลาสกลนั่ โดยใช้กรวยกรอง
2. เติมชินกันเดือดพลุ่ง (ใช้ boiling stone หรือ boiling chips ก็ได้) เพ่ือให้การเดือดเป็นไปอย่าง

สมา่ เสมอและไม่รุนแรง
3. เสียบเทอรโ์ มมเิ ตอร์
4. เปิดนาให้ผ่านเข้าไปในคอนเดนเซอรเ์ พื่อให้คอนเดนเซอร์เย็นโดยใหน้ าเข้าทางทตี่ ่าแลว้ ไหลออกทางท่ี

สูง
5. ให้ความร้อนแก่ฟลาสกลั่นจนกระท่ังของเหลวเรม่ิ เดือด ให้ความร้อนไปเรอื่ ย ๆ จน กระทั่งอัตราการ

กล่นั คงที่ คอื ไดส้ ารทก่ี ลน่ั ประมาณ 2-3 หยด ต่อวนิ าที ใหส้ ารทกี่ ลน่ั ได้นไี หลลงในภาชนะรองรับ
6. การกล่ันตอ้ งดาเนินต่อไปจนกระทั่งเหลอื สารอยใู่ นฟลาสกลน่ั เพียงเลก็ นอ้ ยอยา่ กล่ันใหแ้ ห้ง

ใบงาน KWL

เรื่อง การกลั่นอยา่ งง่าย
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท.่ี .........ชอ่ื ...........................................สกุล..............................ชัน้ ..........เลขท่.ี ..............

คาชีแ้ จง นักเรยี นบนั ทกึ ความรู้ทไ่ี ด้ ลงในตารางตอ่ ไปนีพรอ้ มทังเขียนสรปุ ความ ลงในบรรทดั ที่ว่างข้างลา่ ง
ของแบบบันทึก

K(นกั เรียนรูอ้ ะไร) W(นักเรยี นต้องการรูอ้ ะไร) L(นกั เรยี นไดเ้ รียนรูอ้ ะไร)

…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...

วิธีการกล่นั และสกดั นา้ มนั หอมระเหย

การสกดั กลิ่นหอมออกจากพชื หอมแตล่ ะชนดิ นนั้ ไดม้ กี ารทามาเป็นเวลานานแลว้ โดยในสมัยโบราณจะ
นยิ มนาดอกไมห้ อมมาแชน่ ้าทง้ิ ไว้ และนาน้าท่ีมกี ล่นิ หอมนนั้ ไปใชด้ ่มื หรืออาบ ตอ่ มาได้มกี ารพฒั นาวธิ กี ารสกดั
กลิน่ หอมเพอ่ื ใหไ้ ด้กลนิ่ หอม หรือ นา้ มันหอมระเหยที่มีคณุ ภาพและปรมิ าณสงู สุด วิธีการดังกลา่ วมีหลายวธิ ี
การทจ่ี ะเลือกใชว้ ธิ ีใดนนั้ ตอ้ งพิจารณาลกั ษณะของพืชท่ีจะนามาสกดั ด้วย วธิ กี ารสกัดน้ามนั หอมระเหย
สามารถแบง่ ออกไดด้ ังน้ี
1. การกลัน่ โดยใช้น้า (Steam Distillation)

การกล่นั น้ามนั หอมระเหยดว้ ยวธิ กี ารกลั่นด้วยไอนา้ หรอื Steam Distillation เปน็ วธิ ที ีน่ ิยมมากท่ีสุดและใช้
ในการกลน่ั น้ามันหอมระเหยเกือบท้งั หมดท่มี กี ารผลิตข้ึน วิธีการกลั่นจะเปน็ การผ่านไอนา้ จากเครอ่ื งกาเนิดไอ
น้าเข้าไปในหม้อควบคมุ ความดนั ทบ่ี รรจวุ ัตถดุ ิบของพืชท่นี ามากล่ันน้ามนั หอมระเหย เมอ่ื ความรอ้ นจากไอนา้
กระทบกบั วตั ถุดบิ ไอน้าก็จะนาพาน้ามันหอมระเหยทอี่ ยใู่ นพืชชนิดนัน้ ๆ ออกมาผา่ นทอ่ เกลยี วท่ีหลอ่ เล้ยี ง
ดว้ ยน้าเย็นเพ่อื ใหเ้ กิดการลดอุณหภูมิและควบแน่นกลายเป็นของเหลว หลงั จากน้ันของเหลวจากการควบแน่น
ทไ่ี ด้กจ็ ะไหลผ่านท่อควบแนน่ เขา้ ส่หู ลอดแก้ว ไดน้ า้ มันหอมระเหยท่ีแยกช้ันออกจากนา้ แล้วจงึ นาน้ามนั หอม
ระเหย (Pure Essential Oil) และนา้ สกดั นา้ มันหอมระเหย (Floral Water หรือ Hydrosol) ท่ไี ด้ เก็บใส่
ภาชนะเพ่ือตรวจสอบคุณภาพตอ่ ไป

ใชข้ อ้ ความขา้ งตน้ ตอบคาถามตอ่ ไปนี้

คาถามที่ 1 : นา้ มนั หอมท่ไี ดจ้ ากการสกดั ด้วยวธิ ีการกล่ันด้วยไอน้า จะถูกเรยี กวา่ "น้ามันหอมระเหย" หรอื

"Pure Essential Oil" (4 คะแนน)
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชิงวทิ ยาศาสตร์
ความรู้/เนื้อหา : ความรเู้ ก่ียวกบั วิทยาศาสตร์
การใช้ความรู้ : วิทยาศาสตร์สขุ ภาพ
สถานการณ์ : นา้ มนั หอมระเหย
ลักษณะขอ้ สอบ : เลือกตอบเชิงซ้อน

จงเขียนวงกลมล้อมรอบคาวา่ “ใช”่ หรือ “ไม่ใช่”

ข้อมลู ของบทความ ใชห่ รือไมใ่ ช่
1. Steam Distillation เป็นวิธที นี่ ิยมมากทส่ี ดุ ใช/่ ไมใ่ ช่
2. วิธีการกลั่นและอปุ กรณไ์ มย่ ุง่ ยากซบั ซ้อน สามารถใช้ได้กับพืชแทบทกุ ชนดิ ใช/่ ไม่ใช่
3. วตั ถดุ ิบจากพชื หรือดอกไม้หลาย ๆ ชนิด ไม่สามารถสกัดดว้ ยวิธีการกลน่ั ดว้ ยไอน้าได้ ใช่/ไม่ใช่
4. น้ามันหอมระเหยได้มาจากการระเหยแหง้ ใช/่ ไมใ่ ช่

คาถามที่ 2 ขอ้ ใดเปน็ การกลนั่ น้ามันหอมระเหยดว้ ยไอนา้ (1 คะแนน)
1. Steam Distillation เปน็ วิธีท่ีนยิ มมากที่สุด
2. นา้ มนั สกดั จากพืชทกุ ชนิดดว้ ยวธิ ีนี้ จะตอ้ งเรยี กว่า "Essence"
3. วัตถดุ ิบจากพืชหรอื ดอกไมห้ ลาย ๆ ชนดิ ไม่สามารถสกัดดว้ ยวธิ ีการกล่ันด้วยไอนา้ ได้
4. เป็นเทคโนโลยีสมยั ใหม่ที่สกดั น้ามันหอมระเหยใหไ้ ดค้ ณุ ภาพและความบริสุทธ์ทิ ีด่ ีทส่ี ุด

สมรรถนะ : การประเมินและการออกแบบกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์

ความรู้/เนื้อหา : ความรู้เกยี่ วกับวิทยาศาสตร์
การใชค้ วามรู้ : การกลน่ั น้ามนั หอมระเหยดว้ ยไอนา้
สถานการณ์ : นา้ มันหอมระเหย
ลกั ษณะข้อสอบ : เลอื กตอบ

แนวคาตอบและเกณฑ์การใหค้ ะแนน

วิธีการกลัน่ และสกดั น้ามันหอมระเหย

คาถามท่ี 1 : จากบทความ พิจารณาว่าขอ้ ความตอ่ ไปนี้เป็นขอ้ มลู ของบทความหรอื ไม่ (4 คะแนน)

ข้อมลู ของบทความ ใชห่ รอื ไม่ใช่
1. Steam Distillation เป็นวธิ ีท่นี ยิ มมากทส่ี ดุ ใช่/ไม่ใช่
2. วิธีการกล่นั และอุปกรณ์ไม่ยุ่งยากซับซอ้ น สามารถใชไ้ ด้กบั พชื แทบทุกชนดิ ใช/่ ไมใ่ ช่
3. วัตถดุ ิบจากพชื หรอื ดอกไมห้ ลาย ๆ ชนิด ไม่สามารถสกดั ด้วยวธิ กี ารกลัน่ ด้วยไอนา้ ได้ ใช/่ ไม่ใช่
4. น้ามนั หอมระเหยไดม้ าจากการระเหยแห้ง ใช่/ไม่ใช่

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ตอบถกู ได้ 1 คะแนน
ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน

คาถามท่ี 2 ขอ้ ใดเปน็ การกล่ันน้ามันหอมระเหยด้วยไอนา้ (1 คะแนน)

1. Steam Distillation เป็นวิธีทนี่ ิยมมากท่ีสุด

2. นา้ มันสกัดจากพชื ทกุ ชนิดดว้ ยวธิ ีนี้ จะตอ้ งเรยี กวา่ "Essence"

3. วตั ถดุ ิบจากพชื หรือดอกไม้หลาย ๆ ชนิด ไม่สามารถสกดั ด้วยวิธีการกลัน่ ด้วยไอนา้ ได้

4. เป็นเทคโนโลยสี มยั ใหมท่ ี่สกดั น้ามนั หอมระเหยใหไ้ ด้คุณภาพและความบริสุทธ์ิทด่ี ีที่สดุ

คะแนนเตม็ 1 คะแนน คะแนน 0 คะแนน
ตอบข้อ 3 ตอบขอ้ 1 , 2 หรือ 4

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
4 ดี
3 พอใช้
2 ปรบั ปรุง
1

นกั เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพที่ พอใช้ ขึนไปถอื ว่า ผ่าน

แบบประเมินผลงานใบงาน KWL

คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลงานใบงานนักเรียน ใหท้ าเครอื่ งหมาย✓ลงในช่องรายการประเมินกาหนด

ลาดบั ที่ ช่ือ-สกลุ การแสดงความ ครอบคลมุ ผลสาเร็จ ตรงต่อเวลา ความสะอาด รวม สรปุ ผล
ของผรู้ ับการประเมิน คดิ เหน็ ถกู ต้อง เนอื หา ของงาน 4321 เรียบร้อย 20 การ
คะแนน ประเมิน
ชดั เจน 4321 4321 4321 ผ่าน/ไม่
ผา่ น
4321

ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................/................/................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนได้ระดับคุณภาพที่ พอใช้ ขนึ ไปถือว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน KWL

เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน
ประเมนิ
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ความคิดเหน็ - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K
- แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K
ได้ 10 ข้อคาถามขนึ ไป ได้ นอ้ ยกว่า 7 ข้อ
- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง ได้ 9-10 ขอ้ คาถาม ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม - แสดงความคิดเห็นในช่อง

W ได้ 10 ข้อคาถามขึนไป - แสดงความคดิ เห็นในชอ่ ง - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง W ได้ นอ้ ยกว่า 7 ข้อ
- แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง L
W ได้ 9-10 ขอ้ คาถาม W ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม
ได้ 10 ข้อคาถามขึนไป ได้ น้อยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L

ได้ 9-10 ข้อคาถาม ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม

เนือหา - เนอื หาครบถ้วนตามสาระที่ - เนือหาถูกต้องตามสาระท่ี - เนือหาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เนือหาถกู ต้องตามสาระท่ี
กาหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดต่าวา่ 59%
การนาเสนอ - เขยี นถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา
100% 80-99% 60-79% ต่าวา่ 59%
ความสวยงาม - ลาดับหวั ข้อเนือหาชัดเจน - ลาดบั หัวขอ้ เนือหาชัดเจน - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล
การตรงตอ่ - มกี ารสรุปได้อย่าง - มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% ต่าวา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
เวลา - พูดชัดเจนเสยี งดังฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดังฟังชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง
อักขระ100% อักขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอกั ขระต่าวา่ 59%
- บุคลกิ ภาพดีและมีความ - บุคลิกภาพดี - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม
มั่นใจ - ความพร้อมในการนาเสนอ
- มีการใชส้ ่ือประกอบการ ไดบ้ างส่วน - ใชส้ ีสนั สวยงามและมคี วาม - ใชส้ สี ันสวยงามหรือเปน็ ไป
นาเสนอ สะอาด ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ - ใช้สสี ันสวยงาม หนึง่
- ใชส้ สี นั สวยงาม - มคี วามสะอาด สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ ้ากวา่
- มีความสะอาด - มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ เวลาท่กี าหนด 10 นาที สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากวา่
- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ เวลาท่กี าหนด 15 นาที
- ความเป็นระเบยี บอา่ นง่าย ส่งผลงานครบถว้ น แต่ชา้ กวา่
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม เวลาที่กาหนด 5 นาที
เวลาทก่ี าหนด

แบบทดสอบโอเน็ต ปี 2560

1. มีสารบริสุทธอ์ิ ยู่ชนดิ หนง่ึ จะตัดสนิ วา่ เปน็ ธาตุหรอื สารประกอบดูไดจ้ ากสมบัติขอ้ ใด

ก. จุดหลอมเหลว ข. ความหนาแน่น

ค. การนาไฟฟา้ ง. ชนิดของอะตอม

2.

A คอื สารใด ข. นำ้ ค. โบรมีน ง. ฟลอู อรีน
ก. คลอรนี

ทมี่ า http://www.niets.or.th

แผนจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 หนว่ ยย่อยท่ี 1
ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ การแยกสาร เวลา 2 ชวั่ โมง
เรอื่ ง วิธีการแยกสารไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวิตประจาวนั ผูส้ อน นางสาวลคั นา ไชยเนตร
วันที่ทาการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
การแยกสาร หมายถึงการทแี่ ยกสารทผ่ี สมกนั ต้งั แต่ 2 ชนดิ ข้ึนไปออก ว 2.1 ม.2/3 นาวิธกี ารแยกสารไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ิตประจาวนั โดยบูรณา
การวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์
จากกัน เพื่อนาสารทไ่ี ดน้ น้ั ไปใชป้ ระโยชนต์ ามตอ้ งการ ซึง่ สามารถจาแนกได้
คอื การแยกสารเนือ้ ผสม และการแยกสารเน้ือเดยี ว 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน PMI เรือ่ ง วิธกี ารแยกสารไปใช้แก้ปญั หาในชีวติ ประจาวัน
3. สาระการเรียนรู้ - ใบงาน เรอ่ื ง การทานา้ ดมื่ (ตามแนว Pisa)
- วิธกี ารแยกสารไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ิตประจาวัน
6. เครื่องมอื การสอนคดิ
5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน - PMI - Six thinking hats (black hat) (green hat)
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ขนั้ ของกิจกรรม 8. ส่อื 9. วธิ ีวัดผล
- ใบงาน PMI เรอื่ ง วธิ กี ารแยก
Do Now ( 3 นาที) สารไปใชแ้ ก้ปญั หาใน - ประเมนิ ใบงาน PMI เรือ่ ง
“ยกตวั อย่างวิธแี ยกสารทนี่ ักเรียนเหน็ ในบา้ นคนละ 1 วธิ ี” ชวี ติ ประจาวนั วิธีการแยกสารไปใชแ้ กป้ ญั หา
Purpose (2 นาท)ี - ใบความรู้ เรื่อง วิธกี ารแยก ในชีวติ ประจาวัน
เราจะเรียนเรือ่ ง วิธกี ารแยกสารไปใช้แก้ปญั หาในชวี ิตประจาวัน เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถนาวธิ ีการ สารไปใชแ้ กป้ ัญหาใน - ประเมินใบงาน เรือ่ ง การทา
แยกสารไปใช้แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวนั โดยบูรณาการวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและ ชีวิตประจาวัน น้าดม่ื (ตามแนว Pisa)
วศิ วกรรมศาสตร์ - ส่ือ Power point เร่อื ง วธิ ีการ
Work mode (110 นาที) แยกสารไปใชแ้ ก้ปญั หาใน
1. นักเรียนตอบคาถาม”หากใช้การแยกสารผิดวธิ จี ะเกดิ อะไรขนึ้ เพราะเหตใุ ด” ( black hat) (15 ชวี ติ ประจาวัน
นาที)
2. นักเรียนวเิ คราะหข์ อ้ ดี ขอ้ เสยี ขอ้ เสนอแนะเก่ยี วกบั วธิ ีการแยกสารไปใชแ้ ก้ปัญหาใน - ใบงาน เรือ่ ง การทาน้าดม่ื
ชีวิตประจาวนั โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เรื่อง วิธกี ารแยกสารไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวนั และทา (ตามแนว Pisa)
ใบงาน PMI เรือ่ ง วธิ กี ารแยกสารไปใช้แกป้ ัญหาในชวี ิตประจาวนั (คิด1:คดิ วิเคราะห์) (สมรรถนะ2 :
การคดิ ข้นั สูง ) (พอเพียง 2 การมภี ูมคิ ุ้มกันท่ีด)ี (25 นาท)ี
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน และอภปิ รายผลงานร่วมกนั )(สมรรถนะ4 : การ
รวมพลังทางานเป็นทมี ) (20 นาที)
4. นักเรยี นฟังครูอธิบายเน้อื หาเพ่ิมเตมิ เร่ือง วิธกี ารแยกสารไปใชแ้ ก้ปญั หาในชีวติ ประจาวนั โดยใช้
สื่อ Power Point เรือ่ ง วิธีการแยกสารไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ิตประจาวัน (15 นาท)ี
5.นักเรียนวิเคราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรอื่ ง การทานา้ ดืม่ (25นาที)
6. นักเรยี นตอบคาถาม “นักเรยี นนาวิธีการแยกสารไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวันอย่างไร”(green
hat)(5 นาที)
7. นกั เรียนและครู รว่ มกันสรปุ ความรู้ เรอื่ ง วธิ กี ารแยกสารไปใช้แกป้ ญั หาในชีวติ ประจาวัน (15
นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาที)
- นกั เรียนจะนาความรทู้ ่ีไดร้ ับในวนั น้ีไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งไร
- ขอ้ สอบ O-net

ใบความรู้ เรอ่ื ง วิธีการแยกสารไปใชแ้ กป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั

การแยกสาร
สารต่างๆ ในธรรมชาติจะสามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ตอ้ งผา่ นกระบวนการทาใหส้ ารบริสทุ ธ์ิ เพ่อื แยกองค์ประกอบท่ี

ปะปนกนั ให้แยกส่วนจากกัน เพื่อนาส่วนทแ่ี ยกไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ต่อไป เช่น การแยกทรายออกจากนา้ ตาล การสกดั น้ามันหอม
ระเหยจากพชื ต่างๆ การแยกนา้ กบั แอลกอฮอล์ เปน็ ตน้

ดงั นั้น การแยกสาร คือ กระบวนการทาสารผสมให้บรสิ ุทธ์ิ โดยอาศัยความแตกตา่ งของสมบัตทิ ้งั ทางกายภาพและเคมี
มาใช้เป็นเกณฑ์ในการแยกสารผสม รวมทั้งต้องคานงึ ถงึ ประสิทธภิ าพและความประหยดั ซึ่งโดยทั่วไปการแยกสารมกั ใช้วิธีการ
ดงั ตอ่ ไปนี้ เชน่ การกรอง การกลน่ั การระเหย การตกตะกอน การตกผลกึ การสกัดด้วยตัวทาละลาย เปน็ ตน้
การกรอง

การกรอง คือ การแยกสารผสมทมี่ สี ถานะเปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว โดยใชก้ ระดาษกรองซึง่ มรี พู รุนขนาดเล็ก ทา
ใหอ้ นภุ าคของของแขง็ นัน้ ไม่สามารถผา่ นกระดาษกรองได้ ส่วนอนภุ าคของของเหลวจะผ่านกระดาษกรองได้ ซ่งึ ใน
ชวี ิตประจาวันเราจะคุน้ เคยกับการกรองในรูปของการใชผ้ า้ ขาวบางในการคน้ั นา้ กะทิจากมะพร้าว แผ่นกรองอากาศใน
เครื่องปรบั อากาศ อปุ กรณ์กรองนา้ สะอาดในเครอื่ งกรองนา้ เปน็ ต้น

การตกตะกอน
การตกตะกอน คือ การแยกสารผสมทีเ่ ป็นของแข็งทีแ่ ขวนลอยอยู่ในของเหลว โดยมหี ลกั การทส่ี าคัญ คือ การนาสาร

ผสมตง้ั ท้งิ ไว้ เนือ่ งจากอนภุ าคของแข็งทแี่ ฝงอย่นู น้ั มีน้าหนัก ดงั นนั้ จงึ ตกตะกอนอยู่ท่ีก้นภาชนะ จากนั้นรินอนภุ าคของเหลว
ด้านบนออกจากอนภุ าคของของแขง็ จะทาให้ได้สารบริสุทธท์ิ ง้ั สองส่วน ตัวอย่างของผสมทีใ่ ชว้ ิธกี ารแยกสารโดยการตกตะกอน
คอื น้าโคลน ประกอบดว้ ยส่วนของดินทีแ่ ขวนลอยในน้า เม่อื ตั้งท้งิ ไวน้ านๆ อนภุ าคของดนิ จะตกตะกอนอยู่ท่ีก้นภาชนะ สว่ น
น้าจะใสข้นึ สามารถรินแยกออกจากกันได้
เพ่อื เปน็ การลดเวลาในการตกตะกอนของสารแขวนลอย นักวิทยาศาสตร์จึงไดค้ ดิ ค้นเครอ่ื งเหว่ยี ง (centrifuge) แรงเหวีย่ ง
ดงั กลา่ วจะทาใหข้ องแข็งทแี่ ขวนลอยในของเหลวตกตะกอนไดง้ า่ ยและเรว็ ข้นึ

การกลัน่
การกล่ัน คอื การแยกสารผสมท่เี ปน็ ของเหลวหรอื ของแขง็ ที่ละลายเป็นเน้อื เดียวกบั ของเหลว โดยอาศยั ความแตกต่าง

ของจดุ เดือดและสมบตั กิ ารระเหยยากของสาร หลักการทส่ี าคัญคือ ทาให้ของเหลวกลายเปน็ ไอโดยการใหพ้ ลังงานความรอ้ น
ทาให้สารทมี่ จี ดุ เดอื ดต่ากวา่ จะระเหยเปน็ ไอกอ่ น และเมื่อเยน็ ลงไอจะควบแนน่ แลว้ กล่ันตัวเป็นของเหลวทีบ่ ริสทุ ธิ์ การกล่ัน
แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ

1. การกล่ันธรรมดา โดยท่ัวไปใช้แยกสารผสมทเี่ ปน็ อนภุ าคของแข็งละลายในอนุภาคของเหลว ซึ่งเน่ืองจาก
องคป์ ระกอบของสารผสมมสี ถานะตา่ งกนั ทาให้จดุ เดอื ดมีความแตกตา่ ง กันมาก เชน่ น้าเกลอื ประกอบดว้ ย นา้ ที่มีสถานะเปน็
ของเหลวและเกลือทมี่ ีสถานะเป็นของแข็ง เม่อื ให้ความรอ้ นแกน่ า้ เกลือ นา้ จะระเหยกลายเป็นไอก่อนเพราะจดุ เดือดต่ากว่า
เกลือ และเมอื่ ไอน้าผ่านถึงเครื่องควบแนน่ จะทาให้ไอนา้ กลัน่ ตวั เปน็ หยดน้าทบ่ี ริสทุ ธิ์
สว่ นเกลือจะอยู่ในขวดกล่ันเพราะยงั ไม่ถงึ จดุ เดอื ดของเกลือจงึ ไมส่ ามารถกลายเป็นไอได้ ทาให้สารท่กี ลั่นได้คอื น้า สารที่
เหลอื อยู่ในขวดกล่ันคอื เกลือ ดังรปู

ข้อควรทราบ
- การกล่ันธรรมดาเหมาะกบั สารผสมทีต่ า่ งสถานะกนั หรือสารทมี่ จี ดุ เดือด (boiling point, b.p.) ต่างกนั มากกว่า 80 องศา

เซลเซียส
- การกล่ันน้นั มีกระบวนการแบบเดียวกับการเกิดฝน
2. การกล่ันลาดบั สว่ น ใช้แยกสารละลายทมี่ สี ถานะเป็นของเหลว เนอ่ื งจากองคป์ ระกอบมสี ถานะเหมือนกัน ทาให้จุด

เดอื ดต่างกันไม่มาก
ดังน้นั จึงไมส่ ามารถทาสารใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ด้วยกระบวนการกลนั่ ธรรมดาได้ เพราะจะได้สารที่กลน่ั ออกมาไมบ่ รสิ ทุ ธิอ์ ธิบายไดด้ ังนี้
สารทรี่ ะเหยกอ่ นยังเป็นไอไมส่ มบูรณ์ สารอกี ชนิด กร็ ะเหยกลายเป็นไอตามมา เมือ่ ผา่ นไปยังเครอื่ งควบแนน่ จะกลัน่ ตัวได้สาร
ทง้ั สองชนดิ ออกมาจงึ เป็นการแยกสารทีไ่ ม่สมบรู ณ์ โดยมีหลกั การ คอื สามารถแยกสารละลายทจี่ ุดเดอื ดตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย และ
สารท่มี ีจดุ เดอื ดตา่ จะกลน่ั ตัวออกมากอ่ น เชน่ การแยกน้าออกจากแอลกอฮอล์ (นา้ มีจดุ เดือด 100 องศาเซลเซียส แอลกอฮอล์
มจี ุดเดือด 78.5 องศาเซลเซยี ส) เม่ือนาสารละลายมากลัน่ แอลกอฮอลจ์ ะระเหยกลายเป็นไอกอ่ น ขณะเดอื ดนอกจากเกิดไอ
ของแอลกอฮอล์แลว้ ยังมีไอนา้ ระเหยตามมาด้วย เม่อื ไอลอยข้ึนสคู่ อลัมนแ์ กว้ ท่ีอณุ หภมู ติ า่ ลงเร่ือยๆ ทาให้ไอน้าควบแน่นกลบั สู่
ขวดกลั่น ส่วนไอของแอลกอฮอล์จะผา่ นไปได้และไปกลนั่ ตวั ท่ีเครอื่ งควบแนน่ ซง่ึ มคี วามบริสุทธขิ์ องแอลกอฮอลเ์ กือบสมบรู ณ์

นอกจากนี้ การกลนั่ ลาดบั ส่วนยงั เปน็ การนาสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทมี่ ีคุณค่าในนา้ มันดิบออกมาใชป้ ระโยชน์ได้
ด้วยกระบวนการนี้

การตกผลึก
การตกผลกึ คือ การแยกของผสมทเี่ ปน็ ของแข็งท่ีมีสมบัตกิ ารละลายในตวั ทาละลายตา่ งกันและได้ไม่เทา่ กันทุก

อณุ หภูมิ มีหลกั การ คอื เม่อื นาของผสมละลายในตัวทาละลายต้มสารละลายน้นั จนละลายหมด แลว้ ทง้ิ ให้อุณหภูมิลดลง สารที่
ละลายน้อยกว่าจะอิ่มตัวแลว้ ตกผลึกแยกออกมาก่อน เช่น น้าตาลกับเกลอื ซิลเวอร์ไนเตรตกบั โพแทสเซียมไนเตรต การแยก
เกลอื โซเดียมคลอไรด์ออกจากนา้ ทะเล

การสกดั ดว้ ยตัวทาละลาย
การสกัดดว้ ยตัวทาละลาย คอื การแยกสารโดยอาศัยสมบตั กิ ารละลายของสารในตัวทาละลาย ต้องคานึงถึงตัวทา

ละลายท่เี หมาะสมเพ่ือใหไ้ ดส้ ารท่ีตอ้ งการในปรมิ าณมาก มีหลักการดังน้ี
- เลอื กตัวทาละลายทีเ่ หมาะสมเพื่อสกัดให้ได้สารที่ตอ้ งการออกมามากและตอ้ งมสี ่งิ เจอื ปนติดนอ้ ยที่สุด และไมท่ า

ปฏกิ ิรยิ ากับสารท่ตี อ้ งการสกัด
- กรณีที่ต้องแยกสารผสมที่มีองค์ประกอบปนกนั หลายชนิด ต้องเลือกตัวทาละลายท่ีละลายสารใดสารหน่ึงได้มาก

และอีกสารไดน้ อ้ ยมาก เพ่ือให้เจือปนกนั นอ้ ยทส่ี ดุ
- แยกสารท่ไี ม่ต้องการออกไป โดยกระบวนการแยกสารต่างๆ เชน่ การกรอง เป็นต้น
- แยกสารท่ีต้องการออกจากตัวทาละลาย

ซ่งึ วิธกี ารนีจ้ ะนยิ มใชส้ กัดสจี ากธรรมชาติ สมุนไพร สกัดน้ามันหอมระเหย เปน็ วธิ ีการท่ปี ระหยดั และปลอดภัย

ใบงาน PMI เร่อื ง วธิ กี ารแยกสาร

The Po

The Ne

Inter

รไปใช้แกป้ ัญหาในชีวิตประจาวัน

ositive

egative

rsting





แบบประเมนิ ใบงาน PMI

คาชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรียน โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ กาหนดตามตารางแนบ
ท้ายแบบประเมินใบงาน PMI

ลาดบั ที่ ชือ่ -สกุล การแสดง เนอ้ื หา นาเสนอ ความ ตรงต่อเวลา รวม สรุปผลการ
ของผู้รบั การ ความ สวยงาม 20 คะแนน ประเมนิ ผา่ น/ไม่
คิดเหน็
ประเมิน ผ่าน

ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนไดร้ ะดบั คุณภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผา่ น

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน PMI

เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ
ประเมิน
การแสดง 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ความ - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง
คิดเห็น - แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน
P ได้ น้อยกว่า 7 ข้อ
ชอ่ ง P ได้ 10 ข้อข้ึนไป ช่อง P ได้ 9-10 ข้อ ช่อง P ได้ 7-8 ข้อ - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง

- แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคิดเห็นใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน M ได้ นอ้ ยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เห็นในช่อง
ช่อง Mได้ 10 ข้อขน้ึ ไป ช่อง M ได้ 9-10 ขอ้ ช่อง M ได้ 7-8 ขอ้
I ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคิดเห็นใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน

ชอ่ ง I ได้ 10 ข้อข้นึ ไป ชอ่ ง I ได้ 9-10 ข้อ ชอ่ ง I ได้ 7-8 ขอ้

เน้อื หา - เนอ้ื หาครบถ้วนตาม - เนื้อหาถูกตอ้ งตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระ

สาระทกี่ าหนด 100% ทก่ี าหนด 80-99% ท่กี าหนด 60-79% ทกี่ าหนดต่ากว่า 59%

- เขยี นถกู ต้องตามหลัก - เขียนถูกตอ้ งตามหลัก - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลกั

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ากวา่ 59%

- ลาดบั หวั ขอ้ เน้ือหา - ลาดบั หัวข้อเนอื้ หา - มีการสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรปุ ไม่

ชดั เจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากวา่

- มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง - มีการสรปุ ได้อย่าง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การนาเสนอ - พูดชัดเจนเสยี งดังฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดังฟงั ชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง

ตามอักขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอกั ขระ60-79% ตามอกั ขระตา่ ว่า 59%

- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ - บุคลิกภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

มน่ั ใจ - ความพรอ้ มในการ

- มกี ารใช้ส่ือประกอบการ นาเสนอได้บางสว่ น

นาเสนอ

- ความพรอ้ มในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สีสนั สวยงาม - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมี - ใช้สีสนั สวยงามหรือ

สวยงาม - มีความสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ยา่ งใด

- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ อย่างหน่ึง

- ความเปน็ ระเบยี บอา่ น

ง่าย

การตรงต่อ ส่งผลงานครบถ้วน ตรง ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้
เวลา ตามเวลาทก่ี าหนด กวา่ เวลาที่กาหนด 5 กวา่ เวลาท่กี าหนด 10 กว่าเวลาท่ีกาหนด 15
นาที นาที นาที

ขอ้ สอบ O-net ปี 48

ถ้าเอาน้าหวานสแี ดงไปกลนั่ จะได้น้าท่มี ลี ักษณะอย่างไร
ได้นา้ สีชมพู และรสหวานเลก็ น้อย
ไดน้ า้ ไมม่ สี ี แต่รสหวานเล็กนอ้ ย
ได้น้าท่ีมสี ีแตไ่ มม่ ีรสหวาน
ได้นา้ ไม่มสี ีและไมม่ รี ส

ทมี่ า http://www.kruseksan.com/test/m2t45.html

แบบทดสอบ เรอื่ ง ทำน้ำด่มื

(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)
คาชี้แจง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรปู ภาพที่กาหนดให้ตอ่ ไปนี้ (10 คะแนน)

รปู แสดงการทานา้ ใชส้ าหรับบา้ นที่อย่ใู นเมอื งให้สะอาดเพยี งพอเหมาะสาหรบั การดม่ื
คำถำมที่ 1 : ทำนำ้ ด่มื (2 คะแนน)
“มคี วามจาเป็นที่ต้องมีแหล่งนา้ ด่มื ที่ดี นา้ ท่พี บอยู่ใต้ดนิ เรียกว่า น้ำใต้ดิน”
จงให้หนึ่งเหตผุ ลว่าทาไมแบคทีเรียและอนภุ าคทเี่ ป็นพษิ มีอยใู่ นนา้ ใตด้ นิ จึงน้อยกว่าน้าบนผวิ ดนิ อยา่ งเช่น ทะเลสาบ
และแมน่ า้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร์)

คำถำมท่ี 2 : ทำน้ำดม่ื (2 คะแนน)
“การทานา้ ใหส้ ะอาดเกิดขึ้นได้หลายข้นั ตอน โดยใชเ้ ทคนิคตา่ ง ๆ กนั กระบวนการการทาความสะอาดน้าที่แสดงในรูป
เกีย่ วข้องกบั สีข่ ั้นตอน (หมายเลข 1-4) ในขัน้ ตอนท่ีสอง น้าถูกเกบ็ ไวใ้ นสระตกตะกอนทเ่ี ตรียมไว้”
การทานา้ ให้สะอาดในขั้นตอนที่ 2 เกิดข้นึ ได้อย่างไร

1. นา้ มีความเปน็ กรดลดลง
2. แบคทีเรยี ในน้าตาย
3. เตมิ ออกซิเจนลงไปในน้า
4. กรวดและทรายลมอย่ดู ้านลา่ ง
5. สารทเ่ี ป็นพษิ ถกู ทาให้สลายไป
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชงิ วิทยาศาสตร์)

คำถำมที่ 3 : ทำนำ้ ด่ืม (2 คะแนน)
ในขั้นตอนที่ 4 ของกระบวนการทาความสะอาด คลอรนี ถูกเตมิ ลงไปในน้าทาไมจึงเตมิ คลอรีนลงไปในน้า
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วทิ ยาศาสตร์)

คำถำมที่ 4 : ทำน้ำด่ืม (2 คะแนน)
สมมติว่า นักวิทยาศาสตร์ทาการทดสอบน้าในโรงทาน้าประปา แล้วพบว่ายังมีแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นอันตรายอยู่ในน้า
หลงั จากเสร็จส้ินกระบวนการทาความสะอาดแล้ว ผ้ทู ่ีอยู่ทางบ้านควรทาอะไรกับนา้ กอ่ นการดื่ม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์)

คำถำมที่ 5 : ทำนำ้ ดม่ื (2 คะแนน)

น้าดื่มท่ีสกปรกสามารถทาให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพดังต่อไปนี้ได้หรือไม่ จงเขยี นวงกลมล้อมรอบคาวา่ “ใช”่ หรอื

“ไม่ใช่” ในแต่ละคาถาม

นำ้ ดม่ื ทีส่ กปรกสำมำรถทำใหเ้ กิดปัญหำนี้ต่อสุขภำพ หรอื ไม่ ใช่ หรอื ไม่ใช่

เบาหวาน ใช่ / ไมใ่ ช่

ท้องรว่ ง ใช่ / ไม่ใช่

โรคภมู คิ ้มุ กันบกพร่อง / เอดส์ ใช่ / ไมใ่ ช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวิทยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เรอื่ ง ทำน้ำด่ืม

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชี้แจง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรูปภาพท่ีกาหนดใหต้ ่อไปนี้ (10 คะแนน)

รูปแสดงการทานา้ ใชส้ าหรบั บา้ นที่อยใู่ นเมอื งให้สะอาดเพยี งพอเหมาะสาหรบั การดื่ม

คำถำมที่ 1 : ทำนำ้ ดม่ื (2 คะแนน)
“มคี วามจาเป็นท่ีตอ้ งมีแหลง่ นา้ ดื่มทีด่ ี นา้ ทีพ่ บอยู่ใต้ดินเรียกวา่ น้ำใตด้ นิ ”
จงใหห้ น่งึ เหตุผลว่าทาไมแบคทเี รียและอนภุ าคทเ่ี ปน็ พษิ มีอยใู่ นน้าใตด้ นิ จึงน้อยกวา่ น้าบนผิวดนิ อยา่ งเชน่ ทะเลสาบ
และแม่นา้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชิงวิทยาศาสตร์)

กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 1 : ทำน้ำดื่ม
คะแนนเต็ม : คาตอบทีอ่ ้างถึงนา้ ใต้ดินถกู กรองขณะท่ีซมึ ผ่านดนิ

• เม่อื มนั ผา่ นทรายและฝนุ่ น้าจะถกู ทาให้สะอาด
• มันถูกกรองโดยธรรมชาติ
• เพราะเม่ือนา้ ซมึ ลงสู่พ้ืน จะถูกทาใหส้ ะอาดโดยหินและทราย
: คาตอบที่อ้างถึงน้าใตด้ นิ ถูกกกั เก็บและป้องกนั จากมลพิษที่เปน็ ไปได้ หรอื น้าผวิ ดนิ ถกู ปนเปอื้ นไดง้ า่ ย
• น้าใต้ดินอยู่ในดิน ดังนั้น มลพษิ ทางอากาศจึงไม่สามารถทาใหน้ ้าสกปรกได้
• เพราะนา้ ใตด้ ินไมถ่ ูกเปดิ มันอยู่ภายใต้ของบางอย่าง
• ทะเลสาบและแมน่ า้ สามารถถูกทาให้สกปรกไดด้ ้วยอากาศ และคนสามารถลงไปวา่ ยน้าในนน้ั ดังนน้ั นา้ จึงไม่

สะอาด
: คาตอบถกู อน่ื ๆ
• นา้ ใต้ดนิ เป็นนา้ ท่มี ีอาหารไมม่ ากพอสาหรบั แบคทีเรยี ดงั น้ันแบคทเี รียจงึ มีชวี ิตอย่ใู นน้าน้ีไมไ่ ด้
ไม่ได้คะแนน : คาตอบทอ่ี ้างถึงนา้ ใต้ดนิ มีความสะอาดมาก (ขอ้ มูลมีอยู่แลว้ )
• เพราะมนั ถกู ทาใหส้ ะอาดอยู่แลว้
• เพราะมีขยะในทะเลสาบและแมน่ ้า
• เพราะมีแบคทีเรียนอ้ ย
: คาตอบทเ่ี หน็ ชัดวา่ อ้างถึงกระบวนการทานา้ ใหส้ ะอาดทีใ่ หไ้ วใ้ นรปู จากคาถาม
• เพราะนา้ ใตด้ นิ ผ่านท่ีกรองและเติมคลอรีน
• นา้ ใต้ดนิ ผ่านทีก่ รองจนทาให้สะอาดมากทส่ี ดุ
: คาตอบอน่ื ๆ
• เพราะมันเคลื่อนท่อี ยเู่ สมอ

• เพราะมนั ไมถ่ กู กวน และดงั นัน้ จงึ ไมน่ าโคลนจากด้านลา่ งมาด้วย
• เพราะนา้ ใตด้ นิ มาจากภเู ขา ซ่ึงได้นา้ จากการละลายของหมิ ะและน้า
: ไมต่ อบ
คำถำมที่ 2 : ทำน้ำดื่ม (2 คะแนน)
“การทาน้าให้สะอาดเกิดขึ้นได้หลายขนั้ ตอน โดยใช้เทคนคิ ตา่ ง ๆ กัน กระบวนการการทาความสะอาดน้าที่แสดงในรูป
เกย่ี วข้องกับส่ขี ั้นตอน (หมายเลข 1-4) ในขั้นตอนที่สอง น้าถกู เก็บไว้ในสระตกตะกอนที่เตรยี มไว้”
การทานา้ ใหส้ ะอาดในขน้ั ตอนท่ี 2 เกิดข้ึนได้อยา่ งไร

1. นา้ มคี วามเป็นกรดลดลง
2. แบคทีเรียในนา้ ตาย
3. เติมออกซเิ จนลงไปในนา้
4. กรวดและทรายลมอย่ดู ้านลา่ ง
5. สารท่ีเป็นพษิ ถกู ทาให้สลายไป
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชิงวทิ ยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 2 : ทำน้ำดื่ม
คะแนนเต็ม : ขอ้ 4. กรวดและทรายลมอยู่ด้านล่าง
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอน่ื ๆ
: ไม่ตอบ

คำถำมที่ 3 : ทำน้ำดื่ม (2 คะแนน)
ในขัน้ ตอนท่ี 4 ของกระบวนการทาความสะอาด คลอรีนถูกเติมลงไปในน้าทาไมจงึ เตมิ คลอรนี ลงไปในน้า
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร)์
กำรให้คะแนน คำถำมท่ี 3 : ทำนำ้ ด่ืม
คะแนนเตม็ : คาตอบอา้ งถงึ การกาจดั การฆา่ หรือทาลายแบคทเี รีย (หรือจุลินทรยี ์ หรือไวรัส หรือเชอื้ โรค)

• ทาใหป้ ลอดจากแบคทีเรยี
• คลอรีนฆา่ แบคทีเรีย
ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ
• น้าเปน็ กรดนอ้ ยลงและจะไม่มีสาหรา่ ย
• แบคทเี รยี
: ไมต่ อบ

คำถำมท่ี 4 : ทำน้ำดื่ม (2 คะแนน)
สมมติว่า นักวิทยาศาสตร์ทาการทดสอบน้าในโรงทาน้าประปา แล้วพบว่ายังมีแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นอันตรายอยู่ในน้า
หลังจากเสร็จสน้ิ กระบวนการทาความสะอาดแล้ว ผู้ที่อยูท่ างบา้ นควรทาอะไรกับน้าก่อนการดื่ม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชงิ วิทยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 4 : ทำนำ้ ดื่ม
คะแนนเต็ม : คาตอบทีอ่ า้ งถึงการตม้ นา้

• ตม้ น้า
• ตม้ น้าหรือกรองนา้ ผา่ นทกี่ รอง
: คาตอบทอี่ ้างถงึ วิธอี ื่นๆ ในการทาความสะอาดท่ีเปน็ ไปไดต้ อ่ ความปลอดภยั ในการใช้น้าทีบ่ ้านเรอื น
• ทาน้าให้สะอาด โดยใสคลอรนี เมด็

• ใช้เครอ่ื งกรองท่ีมชี ่องวา่ งขนาดเลก็ มากจนสามารถกรองแบคทเี รยี ได้
ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบทอ่ี ้างถงึ วธิ กี าร “ระดับสงู ” สาหรบั การทาความสะอาดท่ีเป็นไปไมไ่ ด้ที่จะใช้เพอ่ื ความปลอดภยั ใน

บา้ นเรือน
• ผสมนา้ กับคลอรนี ในถังน้าแลว้ ใชด้ ืม่
• เพ่มิ คลอรนี สารเคมีและอปุ กรณ์ทางชวี ภาพ

• กลั่นนา้
: คาตอบอ่ืนๆ
• ทาใหน้ ้าบริสุทธิอ์ กี คร้งั

• อุ่นนา้ ให้รอ้ น และทาใหแ้ บคทเี รียตาย
: ไมต่ อบ

คำถำมท่ี 5 : ทำนำ้ ดม่ื (2 คะแนน)

นา้ ด่มื ท่ีสกปรกสามารถทาใหเ้ กิดปัญหาตอ่ สุขภาพดงั ตอ่ ไปน้ีไดห้ รือไม่ จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรอื

“ไมใ่ ช่” ในแตล่ ะคาถาม

นำ้ ด่มื ทส่ี กปรกสำมำรถทำใหเ้ กดิ ปญั หำน้ตี อ่ สขุ ภำพ หรอื ไม่ ใช่ หรอื ไม่ใช่

เบาหวาน ใช่ / ไมใ่ ช่

ทอ้ งร่วง ใช่ / ไมใ่ ช่

โรคภมู คิ ุม้ กันบกพร่อง / เอดส์ ใช่ / ไมใ่ ช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชงิ วทิ ยาศาสตร์)

กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 5 : ทำนำ้ ดมื่

คะแนนเตม็ : ถกู ทั้งสามข้อ: ไมใ่ ช่ ใช่ ไมใ่ ช่ ตามลาดับ

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไม่ตอบ

เกณฑก์ ำรให้คะแนน แบบทดสอบตำมแนวทำงกำรประเมนิ ของ PISA
วชิ า วิทยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑ์การประเมิน ตอ้ งทาแบบทดสอบซ้า
ตั้งแต่รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป ดี

รอ้ ยละ 60-69 พอใช้
น้อยกวา่ รอ้ ยละ 59 ปรบั ปรุง

แผนจัดการเรียนรทู้ ่ี 8

ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ โลกของเรา หนว่ ยย่อยท่ี 2
เรือ่ ง โครงสรา้ งของโลก เวลา 2 ชวั่ โมง
ผ้สู อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ที่ทSากoาj;รpสอน

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐานตวั ชวี้ ดั

โครงสรา้ งของโลก ประกอบด้วย ชน้ั เปลอื กโลก ชนั้ เน้อื โลก และ ว 3.2 ม.2/4 สรา้ งแบบจาลองท่อี ธิบายโครงสร้าง ภายในของโลก

ชั้นแก่นโลก โครงสรา้ งแต่ละช้นั จะมีลักษณะและสว่ นประกอบ ตามองค์ประกอบ ทางเคมี จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้

แตกตา่ งกนั 4. ชิ้นงาน/ภาระงาน

3. สาระการเรยี นรู้ - ใบงาน KWL เร่อื ง โครงสรา้ งของโลก
- โครงสร้างของโลก - ใบงานตามแนว PISA เรอ่ื ง ตวั ชีว้ ัดความเสถยี รของทวีป
- ใบงาน เรื่อง โครงสร้างของโลก
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. เครอื่ งมอื การสอนคิด
- KWL

กิจกรรมการเรียนรู้

7. ขั้นของกจิ กรรม 8. สือ่ 9. วธิ วี ดั ผล

Do Now (3 นาที) - ใบงาน เรอ่ื ง โครงสร้าง - ประเมนิ ใบงาน
“บอกปจั จยั ทท่ี าใหน้ กั เรยี นมาโรงเรยี นสายคนละ 1 ปจั จัย” ของโลก KWL เรือ่ ง โครงสร้าง
Purpose (2 นาที) - ใบงานตามแนว PISA เรื่อง ของโลก
เราจะเรียนเร่อื ง โครงสรา้ งของโลก เพอื่ ให้นักเรียนสามารถสบื คน้ อธบิ ายโครงสร้าง ภายใน ตวั ชว้ี ดั ความเสถยี รของทวีป -ประเมนิ ใบงาน เรอ่ื ง
ของโลก ตามองคป์ ระกอบ ทางเคมี จากข้อมูลท่รี วบรวมได้ - ใบงาน เรอ่ื ง โครงสร้าง โครงสร้างของโลก
Work mode (110 นาท)ี ของโลก - ประเมินใบงานตาม
1. นักเรยี นตอบคาถาม “นกั เรียนคิดว่า โลกของเรามีรปู รา่ งเป็นอย่างไร เพราะเหตใุ ด” (5 นาที) แนว PISA เรื่อง
2. นักเรยี นบันทกึ ความรูท้ ี่ไดล้ งในใบงาน KWL โครงสร้างของโลก โดยตอบคาถาม ตวั ช้ีวดั ความเสถยี ร
“นกั เรยี นรูอ้ ะไรบา้ งเก่ยี วกับโครงสรา้ งของโลก” ลงในช่อง K (15 นาที) ของทวปี
3. นกั เรยี นและครอู ภิปรายรว่ มกนั บนกระดาน ในหัวข้อ นักเรียนรู้อะไรบา้ งเกีย่ วกับ
โครงสรา้ งของโลก)(สมรรถนะ3 : การส่อื สาร ) (10 นาท)ี
4. นักเรียนตอบคาถาม “นักเรยี นอยากรอู้ ะไรบ้าง เกีย่ วกบั โครงสร้างของโลก” ลงในช่อง W
(10 นาที)
5. นักเรยี นและครูอภิปรายร่วมกันบนกระดาน ในหัวข้อ นักเรียนอยากรู้อะไรบา้ ง เก่ียวกับ
เร่ือง โครงสร้างของโลก(15 นาที)
6. นักเรยี นสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกบั โครงสรา้ งของโลก โดยศึกษาจากใบความรู้ เรื่อง โครงสรา้ ง
ของโลก และคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณเพอ่ื ตอบคาถาม “นกั เรยี นไดร้ ู้อะไรบา้ ง เกย่ี วกับ
โครงสรา้ งของโลก ลงในช่อง L (คิด4 : คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ) )(สมรรถนะ2 : การคดิ ขนั้ สงู
) (พอเพียง 3 การมภี ูมิคมุ้ กันท่ดี ี) (15 นาท)ี
7. นกั เรียนทาใบงาน เรื่อง โครงสรา้ งของโลก โดยศึกษาเพิ่มเติมจากสอ่ื ออนไลน์ เรอ่ื ง
โครงสรา้ งของโลก (10 นาที)
8. นกั เรียนวเิ คราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรือ่ ง โครงสร้างของโลก (15นาที)
9. นักเรยี นและครูอภิปรายร่วมกัน ในหัวข้อ โครงสรา้ งของโลก (15 นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาท)ี
- 1 สง่ิ ท่ีนักเรียนได้รบั จากการเรียนในคาบเรียนนี้ (3 นาที)
- ข้อสอบ O-net (2 นาที)

ใบงาน KWL

เรือ่ ง โครงสรา้ งภายในของโลก
ชื่อ..................................................สกุล..........................................ช้ัน...............เลขที่ .....................

คาช้ีแจง นกั เรยี นบนั ทกึ ความรูท้ ่ไี ด้ ลงในตารางต่อไปนพี้ ร้อมทั้งเขยี นสรปุ ลงในบรรทดั ท่วี า่ งขา้ งลา่ งของ
แบบบันทึก

K(นกั เรยี นร้อู ะไร) W(นกั เรยี นต้องการรู้อะไร) L(นักเรียนไดเ้ รยี นรอู้ ะไร)

…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...

ใบงาน เร่อื ง โครงสร้างของโลก

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรียนบอกสว่ นประกอบของโครงสร้างภายในโลก ตามประเดน็ ทก่ี าหนด

ชนั้
ความหนา
สารองคป์ ระกอบ

ชนั้
ความหนา
สารองคป์ ระกอบ

ชนั้
ความหนา
สารองคป์ ระกอบ

ชนั้
ความหนา
สารองคป์ ระกอบ

เฉลย ใบงาน เรื่อง โครงสร้างภายในของโลก
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนบอกสว่ นประกอบของโครงสรา้ งภายในโลก ตามประเด็นท่กี าหนด

ชนั้ เปลอื กโลก (crust) ชนั้ เน้อื โลก (mantle)
ความหนา เฉลยี่ ประมาณ 5-70 กโิ ลเมตร ความหนา ประมาณ 2,900 กโิ ลเมตร
สารองคป์ ระกอบ ชนั้ บนเป็นหนิ แกรนิต สารองคป์ ระกอบ หนิ หนดื เรยี กวา่ แมกมา

มแี รซ่ ลิ กิ อนและอะลมู เิ นียม ชนั้ ลา่ งเป็นหนิ

บะซอลต์ มแี รซ่ ลิ กิ อนและแมกนีเซยี ม

ชนั้ แก่นโลกชนั้ นอก (inner core)
ความหนา 2,900-5,000 กโิ ลเมตร
สารองคป์ ระกอบ เหลก็ กบั นิกเกลิ

ชนั้ แกน่ โลกชนั้ ใน (outer core)
ความหนา 5,000 กโิ ลเมตร
สารองคป์ ระกอบ เหลก็ กบั นิกเกลิ

แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ให้ทาเคร่อื งหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กาหนด

ลาดบั ที่ ช่ือ-สกุล การแสดง ครอบคลมุ ผลสาเร็จ ตรงตอ่ เวลา ความ สรุปผล
ของผูร้ ับการประเมิน ความคิดเหน็ เนอื้ หา ของงาน สะอาด รวม การ
เรียบรอ้ ย 20 ประเมิน
ถูกตอ้ ง คะแนน ผา่ น/ไม่
ชัดเจน

43214321432143214321 ผา่ น

ลงชื่อ .................................................... ผูป้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นได้ระดบั คุณภาพที่ พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ

ประเมิน 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)

การแสดง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง
ความคดิ เหน็ K ได้ 10 ข้อคาถามขน้ึ ไป K ได้ 9-10 ข้อคาถาม K ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม K ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ข้อ

- แสดงความคิดเห็นในช่อง - แสดงความคิดเห็นในช่อง - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง
W ได้ 10 ขอ้ คาถามขนึ้ W ได้ 9-10 ข้อคาถาม W ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม W ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ
ไป - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง

- แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง L ได้ 9-10 ข้อคาถาม L ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม L ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ข้อ
L ได้ 10 ข้อคาถามขนึ้ ไป

เนื้อหา - เนอื้ หาครบถว้ นตามสาระ - เนือ้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระท่ี

ทก่ี าหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดต่าวา่ 59%

- เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั
ภาษาต่าวา่ 59%
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% - มีการสรุปไม่สมเหตสุ มผล

- ลาดับหัวข้อเนอ้ื หาชัดเจน - ลาดับหวั ข้อเนอ้ื หาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง

- มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ตา่ ว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%

การนาเสนอ - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟังชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

- ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง

ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระตา่ ว่า 59%

- บคุ ลิกภาพดีและมีความ - บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
มั่นใจ - ความพรอ้ มในการ

- มกี ารใชส้ อื่ ประกอบการ นาเสนอได้บางสว่ น
นาเสนอ
- ความพรอ้ มในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี ันสวยงามและมี - ใชส้ ีสนั สวยงามหรือ

สวยงาม - มีความสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ย่างใด
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ อย่างหนึ่ง

- ความเปน็ ระเบยี บอา่ น
ง่าย

การตรงต่อ ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ า้
กว่าเวลาที่กาหนด 15
เวลา เวลาที่กาหนด กว่าเวลาทกี่ าหนด 5 นาที กวา่ เวลาทีก่ าหนด 10 นาที

นาที

แบบประเมนิ ใบงานเรื่องโครงสร้างของโลก

คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ให้ทาเครอ่ื งหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กาหนด

ช่อื -สกลุ ครอบคลมุ ตรงต่อเวลา ความ รวม สรปุ ผลการประเมิน
ของผู้รบั การประเมิน เนอื้ หา สะอาด 20 คะแนน ผา่ น/ไม่ผา่ น
เรยี บร้อย

4 321 4321 4321

ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
12 – 14 ดี

10 – 12 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนได้ระดับคุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงานโครงสรา้ งของโลก

รายการประเมิน คาอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน
เนื้อหา
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
ความสวยงาม
อธบิ ายโครงสร้างและ อธิบายโครงสรา้ งและ อธบิ ายโครงสร้างและ อธิบายโครงสรา้ งและ
การตรงต่อเวลา
องค์ประกอบของโลก ได้ องค์ประกอบของโลก ได้ องคป์ ระกอบของโลก ได้ องคป์ ระกอบของโลก ได้

ถกู ต้อง ชัดเจน ท้ัง 3 ชั้น ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ทง้ั 3 ถกู ตอ้ ง ชัดเจน 2 ชั้น ถกู ต้อง ชัดเจน 1 ชั้น

ชั้น

- ภาพประกอบ - ภาพประกอบ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามหรอื

เหมาะสม เหมาะสม -มีความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑ์

- ใช้สีสันสวยงาม -ใช้สสี นั สวยงาม อย่างใดอยา่ งหน่ึง

- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด

- ความเป็นระเบยี บ

อ่านง่าย

ส่งผลงานครบถว้ น ส่งผลงานครบถ้วน สง่ ผลงานครบถว้ น ส่งผลงานครบถว้ น

ตรงตามเวลาที่ แตช่ า้ กว่าเวลาที่ แตช่ า้ กวา่ เวลาท่ี แตช่ ้ากวา่ เวลาท่ี

กาหนด กาหนด 5 นาที กาหนด 10 นาที กาหนด 15 นาที

แบบทดสอบ เรื่อง ตัวช้ีวัดความเสถียรของทวปี
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาชี้แจง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 3 จากขอ้ มูลท่กี าหนดให้ตอ่ ไปนี้ (6 คะแนน)

ตวั ชีว้ ัดความเสถยี รของทวีป
ทวปี ตา่ งๆในโลกนีก้ าลังเผชญิ กับกิจกรรมการทาลายล้างเปลือกโลก ซ่งึ จาเป็นตอ่ การอาศัยอยู่
ของสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา เมื่อไม่นานมานี้มีการวิจัยใหม่โดยกลุ่มนักธรณีวทิ ยาจากคาร์
เนกี เป็นสถาบันอัญมณีแห่งอเมริกา และมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาในแคนาดา เผยว่า อัญมณีอย่าง
“เพชร” สามารถนามาใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเนื้อโลกภายใต้ทวีปบางทวีปนั้นหนาพอที่จะทาให้ทวีป
ดังกลา่ วมเี สถยี รภาพในระยะยาว
“เพชร” อาจเป็นของรักของนักสะสมเครื่องประดับ แต่สาหรับนักธรณีวิทยาแล้วกลับเป็น
หลักฐานช้นั ดีในการวจิ ัย เพชรถอื กาเนดิ มาจากส่วนลกึ ของโลกจงึ มีเม็ดแร่ขนาดเลก็ ติดอยู่ภายในเพชร
แม้แรท่ ่ีติดมานนั้ เปน็ สง่ิ ที่ไมพ่ งึ ประสงค์ต่อการค้าขายอญั มณี ทว่ากลบั ให้รายละเอียดทางธรณวี ิทยา ซงึ่
นักธรณีวิทยาพบวิธีสืบหาแร่กามะถันจากภูเขาไฟโบราณท่ีแทรกซมึ เขา้ มาในเนื้อโลกจนในที่สุดก็แปร
สภาพกลายเป็นเพชร และเปน็ หลักฐานหนึง่ สาหรับกระบวนการสร้างทวปี
นักธรณีวิทยาเผยว่า เทคนิควิธีนี้แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมทางธรณีวิทยาที่ก่อตัวขึ้นในทวีป
แอฟริกาตะวนั ตก เกดิ จากการเคลอื่ นตัวของแผ่นโครงสร้างเปลือกโลกของมหาสมุทรทจี่ มอยู่ในชั้นเน้ือ
โลก และชี้ว่าการรวมแร่กามะถนั ในเพชรเปน็ เครือ่ งมอื ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบกระบวนการ
กอ่ สร้างในทวปี นน่ั เอง.

คาถามท่ี 1 : ตัวช้ีวัดความเสถียรของทวปี (2 คะแนน)
อัญมณีในข้อใดทน่ี กั ธรณวี ทิ ยาระบวุ ่าสามารถใช้เปน็ หลกั ฐานในการแสดงให้เหน็ ว่าทวีปมีความ

เสถียรภาพ
1. พลอย
2. เพชร
3. หยก
4. หิน

(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษพ์ ยานทางวทิ ยาศาสตร์)

คาถามท่ี 2 : ตัวช้ีวัดความเสถียรของทวปี (2 คะแนน)
จากบทความ สงิ่ ที่จะทาให้ทวปี มีเสถียรภาพคอื ข้องใด
1. ความหนาของเนอื้ โลก
2. ความหนาของเพชร
3. ความหนาของเปลือกโลก
4. ความกวา้ งของทวปี

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชิงวทิ ยาศาสตร์)

คาถามท่ี 3 : ตัวช้วี ัดความเสถียรของทวีป (2 คะแนน)
แร่ใดในเพชรเปน็ เคร่ืองมือท่ีมปี ระสิทธภิ าพในการตรวจสอบกระบวนการกอ่ สรา้ งในทวปี
1. แร่เหลก็
2. แร่ทองแดง
3. แร่กามะถัน
4. แรด่ บี ุก

(สมรรถนะ : การใช้ประจักษพ์ ยานทางวิทยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เรอื่ ง ตัวชี้วดั ความเสถียรของทวีป
(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชแ้ี จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากข้อมลู ที่กาหนดใหต้ ่อไปนี้ (10 คะแนน)

ตัวชีว้ ัดความเสถยี รของทวีป
ทวีปต่างๆในโลกนก้ี าลังเผชญิ กับกิจกรรมการทาลายล้างเปลอื กโลก ซ่งึ จาเป็นต่อการอาศัยอยู่
ของสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา เมื่อไม่นานมานี้มีการวิจัยใหม่โดยกลุ่มนักธรณีวทิ ยาจากคาร์
เนกี เป็นสถาบันอัญมณีแห่งอเมริกา และมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาในแคนาดา เผยว่า อัญมณีอย่าง
“เพชร” สามารถนามาใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเนื้อโลกภายใต้ทวีปบางทวีปนั้นหนาพอที่จะทาให้ทวีป
ดังกล่าวมีเสถียรภาพในระยะยาว
“เพชร” อาจเป็นของรักของนักสะสมเครื่องประดับ แต่สาหรับนักธรณีวิทยาแล้วกลับเป็น
หลกั ฐานชนั้ ดใี นการวจิ ัย เพชรถอื กาเนดิ มาจากส่วนลึกของโลกจงึ มีเม็ดแร่ขนาดเล็กติดอยู่ภายในเพชร
แมแ้ รท่ ่ตี ิดมานั้นเปน็ สิ่งท่ีไมพ่ ึงประสงค์ตอ่ การค้าขายอัญมณี ทวา่ กลับใหร้ ายละเอียดทางธรณวี ิทยา ซง่ึ
นักธรณีวิทยาพบวิธสี ืบหาแร่กามะถันจากภูเขาไฟโบราณท่ีแทรกซมึ เข้ามาในเนื้อโลกจนในท่ีสุดก็แปร
สภาพกลายเป็นเพชร และเป็นหลักฐานหนงึ่ สาหรับกระบวนการสร้างทวปี
นักธรณีวิทยาเผยว่า เทคนิควิธีนี้แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมทางธรณีวิทยาที่ก่อตัวขึ้นในทวีป
แอฟริกาตะวนั ตก เกิดจากการเคลอ่ื นตวั ของแผน่ โครงสร้างเปลอื กโลกของมหาสมุทรทจ่ี มอยู่ในชั้นเน้ือ
โลก และชี้ว่าการรวมแร่กามะถันในเพชรเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบกระบวนการ
ก่อสร้างในทวปี นัน่ เอง.
คาถามท่ี 1 : ตัวช้วี ัดความเสถียรของทวีป (2 คะแนน)
อญั มณใี นขอ้ ใดที่นกั ธรณีวทิ ยาระบุว่าสามารถใชเ้ ปน็ หลักฐานในการแสดงใหเ้ ห็นวา่ ทวีปมีความ
เสถยี รภาพ

1. พลอย
2. เพชร
3. หยก
4. หิน
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษ์พยานทางวทิ ยาศาสตร์)

การใหค้ ะแนน คาถามที่ 1 : ตัวชี้วัดความเสถียรของทวีป
คะแนนเตม็ : ขอ้ 2. เพชร
ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไม่ตอบ

คาถามท่ี 2 : ตัวชวี้ ัดความเสถยี รของทวีป (2 คะแนน)
จากบทความ สิง่ ท่ีจะทาให้ทวีปมเี สถยี รภาพคอื ข้องใด
1. ความหนาของเน้อื โลก
2. ความหนาของเพชร
3. ความหนาของเปลือกโลก
4. ความกว้างของทวีป
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชิงวิทยาศาสตร์)

การใหค้ ะแนน คาถามท่ี 2 : ตัวชี้วัดความเสถียรของทวีป
คะแนนเตม็ : ขอ้ 1. ความหนาของเนื้อโลก
ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอ่ืน ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามที่ 3 : ตัวชี้วัดความเสถียรของทวีป (2 คะแนน)
แร่ใดในเพชรเป็นเครอื่ งมอื ที่มปี ระสิทธภิ าพในการตรวจสอบกระบวนการก่อสรา้ งในทวปี
1. แรเ่ หลก็
2. แร่ทองแดง
3. แร่กามะถนั
4. แรด่ บี กุ
(สมรรถนะ : การใช้ประจกั ษ์พยานทางวทิ ยาศาสตร)์

การให้คะแนน คาถามท่ี 3 : ตวั ช้ีวัดความเสถียรของทวปี
คะแนนเต็ม : ขอ้ 3. แรก่ ามะถนั
ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไมต่ อบ

เกณฑ์การให้คะแนน แบบทดสอบตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA
วชิ า วิทยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งทาแบบทดสอบซ้า
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรบั ปรงุ

ขอ้ สอบ O – NET ปี 2562

1. ขอ้ ใดกล่าวถึงโครงสร้างภายในโลกได้ถกู ตอ้ ง
1. แก่นโลกชั้นในสว่ นใหญ่เป็นของเหลว มอี ุณหภูมิและความดันสูงกว่าแก่นโลกช้นั นอก
2. แกน่ โลกช้ันนอกส่วนใหญเ่ ปน็ ของเหลว มีอณุ หภมู แิ ละความดนั สูงกว่าแกน่ โลกชัน้ ใน
3. ชนั้ เนื้อโลกส่วนบนสว่ นใหญเ่ ป็นของแขง็ มีอุณหภมู แิ ละความดนั สูงกวา่ ช้นั เน้อื โลกส่วนลา่ ง
4. ช้นั เนอื้ โลกส่วนลา่ งสุดส่วนใหญเ่ ป็นของแข็ง มีอณุ หภมู แิ ละความดันสงู กว่าช้นั เน้ือโลกส่วนบน

แผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9

ชอื่ หน่วยการรู้ โลกของเรา หนว่ ยย่อยที่ 2
เร่อื ง แผ่นเปลือกโลก เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ที่ทาการสอน ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
แผ่นเปลือกโลก มลี กั ษณะเป็นแผ่นหนิ ที่ต่อติดกนั เหมอื นกบั จก๊ิ ซอวข์ นาด ว 3.2 ม.2/4 สร้างแบบจาลองทอ่ี ธิบายโครงสรา้ ง ภายในโลก
ใหญ่ แบง่ เป็นแผน่ มหาสมทุ ร และแผ่นทวีป ตามองค์ประกอบ ทางเคมี จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- แผน่ เปลือกโลก - ใบงาน Cause & Effect เรือ่ ง หากแผน่ เปลือกโลกปัจจบุ นั ชิด
ติดกันเหมือนในอดีตจะส่งผลกระทบอยา่ งไร
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน - ใบงาน เร่อื ง แผ่นเปลอื กโลก (ตามแนว Pisa)
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. เครอื่ งมือการสอนคดิ
- Cause & Effect

กจิ กรรมการเรยี นรู้ 8. ส่อื 9. วธิ วี ัดผล
- ใบงาน Cause & Effect - ประเมนิ ใบงาน Cause
7. ขนั้ ของกิจกรรม เรือ่ ง แผน่ เปลือกโลก & Effect เรื่อง แผน่
- ใบความรู้ แผน่ เปลอื กโลก เปลือกโลก
Do Now ( 3 นาท)ี - ใบงาน เรอื่ ง แผ่นเปลือก - ประเมินใบงาน เรือ่ ง
โลก (ตามแนว Pisa) แผน่ เปลอื กโลก (ตามแนว
“ใหท้ าท่าสัตวท์ ่ีอย่ทู วปี เอเชยี คนละ 1 ชนิด” - วีดโี อ เรือ่ ง แผ่นเปลือกโลก Pisa)
Purpose (2 นาท)ี
- ส่ือ Power Point เร่อื ง แผน่
เราจะเรียนเรื่อง แผ่นเปลอื กโลก เพอ่ื ให้นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้าง ภายในโลก ตาม เปลอื กโลก

องค์ประกอบ ทางเคมี จากขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้

Work mode (110 นาที)

1. นกั เรียนดูส่อื วีดีโอ เรอ่ื ง แผน่ เปลอื กโลก (15 นาท)ี
2. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลเกยี่ วกบั แผ่นเปลอื กโลก โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เร่อื ง แผน่ เปลอื ก
โลก (20 นาที)
3. ทาใบงาน Cause & Effect คาดการณ์แนวโนม้ สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต เรื่อง หากแผ่น
เปลือกโลกปจั จบุ นั ชิดติดกันเหมอื นในอดีตจะส่งผลกระทบอย่างไร (คิด 11 : คิดอนาคต)
(สมรรถนะ2 : การคดิ ขนั้ สูง ) (พอเพยี ง 3 การมภี มู คิ ุ้มกันทีด่ )ี (20 นาที)
4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน และอภปิ รายผลงานร่วมกัน (สมรรถนะ 3
: การสอ่ื สาร ) (15 นาท)ี
5. นักเรียนฟังครอู ธบิ ายเนอื้ หาเพ่ิมเตมิ เร่อื ง แผ่นเปลือกโลก โดยใช้สอื่ Power Point เรอื่ ง
แผ่นเปลือกโลก (15 นาท)ี
6. นักเรียนวิเคราะห์คาตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เร่ือง แผน่ เปลือกโลก (15นาที)
7. นกั เรียนตอบคาถาม “นกั เรียนคิดว่าเพราะเหตุใดทวีปแต่ละทวีปจงึ มสี ิง่ มชี วี ิตต่างกนั ”
(5 นาท)ี
8. นกั เรยี นและครู รว่ มกนั สรุปความรู้ เรือ่ ง แผ่นเปลอื กโลก (5 นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาท)ี

- บอก 1 สง่ิ ที่นกั เรยี นสงสัยจากการเรยี นในคาบนี(้ 3 นาท)ี

- ข้อสอบ O-net(2 นาท)ี

ใบความรู้ เร่ือง แผน่ เปลอื กโลก
ผิวโลกบริเวณต่างๆ มีลกั ษณะต่างกนั บางแห่งเปน็ ทรี่ าบ บางแห่งเป็นภูเขา บางแหง่ เปน็ หบุ เหว และ
บางแห่งเป็นทะเลหรือมหาสมุทร นักวทิ ยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่ออลั เฟรด เวเจเนอร์ ไดเ้ สนอแนวคิดเกีย่ วกับ
เปลอื กโลกวา่ เม่ืออดตี ประมาณ 225 ล้านปี ผิวโลกสว่ นทเ่ี ป็นแผ่นดนิ ท่ีย่ืนข้ึนมาจากผิวนา้ มีเพียงทวปี เดยี ว
เปน็ ทวีปทีใ่ หญม่ าก เขาไดต้ ้งั ชอ่ื ทวปี น้วี ่า แพงเจีย (Pangaea)

เปลอื กโลกประกอบด้วยแผ่นเปลอื กโลกขนาดใหญ่ 6 แผน่ ดังน้ี

1. แผน่ ยูเรเซีย
เปน็ แผน่ เปลือกโลกทีร่ องรบั ทวีปเอเซยี และทวีปยุโรป และพืน้ น้า บรเิ วณใกลเ้ คียง

2. แผ่นอเมรกิ า
เป็นแผน่ เปลือกโลกท่รี องรับทวีปอเมรกิ าเหนอื และอออเมริกาใต้ แล พน้ื น้าคร่งึ ซกี ตะวันตกของ
มหาสมุทรแอตแลนตกิ

3. แผน่ แปซิฟิก
เปน็ แผ่นเปลือกโลกทีร่ องรบั มหาสมทุ รแปซิฟกิ

4. แผน่ ออสเตรเลยี
เปน็ แผ่นเปลือกโลกที่รองรบั ทวปี ออสเตรเลยี และประเทศอินเดีย และพื้นนา้ ระหว่างประเทศ
ออสเตรเลียกับประเทศจนี

5. แผ่นแอนตารก์ ตกิ
เป็นแผ่นเปลือกโลกท่ีรองรับทวปี แอนตาร์กติก แและพ้ืนนา้ โดยรอบ

6. แผ่นแอฟริกา
เป็นแผ่นเปลอื กโลกทีร่ องรบั ทวปี แอฟรกิ า และพ้ืนน้ารอบๆ ทวีปแอฟริกา


Click to View FlipBook Version