The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-14 01:39:48

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

ntrast เร่อื ง หนิ งอก หินยอ้ ย

แบบประเมนิ ใบงาน compare & contrast

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน compare & contrast

ชื่อ-สกุล รูปแบบ เน้อื หา นาเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรุปผลการ
ลาดับท่ี ของผูร้ บั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผ่าน/

ประเมนิ ไม่ผ่าน

ลงช่ือ ....................................................ผู้ประเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นได้ระดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผา่ น

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน compare & contrast

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)
- ครบองค์ประกอบ - ครบองคป์ ระกอบ
- เปรียบเทียบสง่ิ ที่เหมือน - ครบองค์ประกอบ - ครบองคป์ ระกอบ - เปรียบเทยี บสง่ิ ที่เหมือน

และต่างได้ตรงตามเนื้อหา - เปรยี บเทียบส่ิงที่เหมือน - เปรียบเทยี บส่ิงท่เี หมือน และตา่ งไดต้ รงตามเนอ้ื หา
อยา่ งถกู ต้องสมบูรณ์ อยา่ งถกู ตอ้ ง
และตา่ งได้ตรงตามเน้อื หา และตา่ งไดต้ รงตามเน้อื หา ตา่ ว่า 59%

อย่างถูกต้อง อยา่ งถกู ต้อง

80-99% 60-79%

การแสดง - แสดงความคดิ เห็น - แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคดิ เหน็ - - แสดงความคดิ เหน็
ความคิดเห็น ผลกระทบของปญั หา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/
เหตุการณไ์ ด้ 8-9 ขอ้ เหตุการณ์ได้ 6-7 ขอ้ เหตุการณ์ได้ น้อยกวา่ 6
เหตุการณไ์ ด้ 10 ข้อขนึ้ ไป ขอ้

เน้อื หา - เน้อื หาครบถ้วนตามสาระท่ี - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เนอื้ หาถกู ต้องตามสาระท่ี - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
การนาเสนอ กาหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดตา่ ว่า 59%
ความสวยงาม - เขยี นถูกต้องตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา
100% 80-99% 60-79% ตา่ ว่า 59%
- ลาดบั หัวขอ้ เน้ือหาชัดเจน - ลาดับหวั ข้อเนอ้ื หาชัดเจน - มีการสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรุปไม่สมเหตสุ มผล
- มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% ตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
- พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟังชดั - พูดชดั เจนเสียงดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง
อักขระ100% อักขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอกั ขระต่าวา่ 59%
- บุคลกิ ภาพดีและมีความ - บคุ ลกิ ภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
มน่ั ใจ - ความพร้อมในการนาเสนอ
- มกี ารใช้สอื่ ประกอบการ ได้บางส่วน - ใช้สสี ันสวยงามและมคี วาม - ใช้สสี ันสวยงามหรือเปน็ ไป
นาเสนอ สะอาด ตามเกณฑ์อยา่ งใดอยา่ ง
- ความพร้อมในการนาเสนอ - ใช้สีสนั สวยงาม หนึง่
- ใช้สีสันสวยงาม - มคี วามสะอาด
- มคี วามสะอาด - มีความคิดสร้างสรรค์
- มคี วามคิดสร้างสรรค์
- ความเป็นระเบียบอ่านง่าย

ขอ้ สอบ O-net ปี 48

ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกีย่ วกบั ปฏกิ ิริยาเคมี

ก. เกดิ จากน้าฝนบริสทุ ธ์กิ ดั กร่อนชั้นหนิ
ข. นา้ ฝนละลายกบั กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ทาให้นา้ ฝนมีสภาพเปน็ กรดสามารถการกัดกรอ่ นได้
ค. หินปูน คือ Ca(HCO3 ) 2
ง. ทาใหเ้ กิดหนิ งอกหินยอ้ ยตามธรรมชาติ ซึง่ เป็นหนิ แกรนิต

ทีม่ า http://www.niets.or.th

แผนจัดการเรยี นรูท้ ี่ 14

ชือ่ หSนoว่j;ยpการเรยี นรู้ โลกของเรา หน่วยยอ่ ยที่ 2
เวลา 2 ชวั่ โมง
เร่อื ง กระบวนการเกิดดิน ผู้สอน นางสาวลคั นา ไชยเนตร
วนั ท่ที าการสอน

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐานตวั ชีว้ ัด
กระบวนการเกดิ ดิน เกิดจากหิน แร่ ที่สลายตวั ผพุ งั แล้วทบั ถม
กันเกิดเป็นวัตถุต้นกาเนิดดิน ว 3.2 ม.2/6 อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดินและกระบวนการเกดิ ดินจาก
แบบจาลอง รวมทง้ั ระบปุ ัจจัยท่ที าใหด้ ินมลี กั ษณะและสมบัตแิ ตกตา่ งกัน
3. เนือ้ หาสาระการเรียนรู้
- กระบวนการเกดิ ดนิ 4. ชิน้ งาน/ภาระงาน

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น - ใบงาน Mind mapping เรื่อง กระบวนการเกิดดิน
- ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - ใบงานตามแนว PISA เรอ่ื ง แกรนด์แคนยอน

6. เครอ่ื งมอื การสอนคดิ
- Mind mapping, six thinking hats (white hat)

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ขัน้ ของกจิ กรรม 8. สอื่ 9. วธิ วี ัดผล

Do Now (3 นาท)ี - ใบงาน Mind mapping - ประเมนิ ใบงาน
“เขยี นชนดิ ของดนิ ท่ีนักเรยี นรูจ้ กั ” เรอ่ื ง กระบวนการเกิดดิน Mind mapping
Purpose (2 นาท)ี - ใบงานตามแนว PISA เรอ่ื ง เรอื่ งกระบวนการ
เราจะเรยี นเร่อื ง กระบวนการเกดิ ดิน เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถอธบิ ายกระบวนการเกดิ ดนิ แกรนด์แคนยอน เกดิ ดิน
จากแบบจาลอง รวมท้ังระบุปจั จัยทีท่ าใหด้ นิ มลี ักษณะและสมบตั แิ ตกตา่ งกนั - สอ่ื Power Point - ประเมนิ ใบงานตาม
Work mode (110 นาที) กระบวนการเกิดดนิ แนว PISA เรอื่ ง แก
1. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ การคดิ โดยใชค้ าถาม “ดินส่วนใหญ่มีลักษณะอยา่ งไร” รนดแ์ คนยอน
(คิด 1 คิดวเิ คราะห)์ (พอเพยี ง 2 ความมีเหตุผล) (10 นาท)ี
2. นักเรียนสืบคน้ ขอ้ มูลเกยี่ วกบั การกรอ่ น โดยศึกษาจากใบความรู้ เรือ่ ง กระบวนการ
เกิดดิน และสรุปความรู้ ในรปู แบบของผงั มโนทัศน์ ลงในใบงาน Mind mapping เรอื่ ง
กระบวนการเกิดดิน (คดิ 9 : คิดเชงิ มโนทศั น์) (สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้นสงู ) (พอเพยี ง 3
: การมีภูมคิ ุม้ กนั ทีด่ )ี (25 นาที)
3. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น และอภปิ รายผลงานร่วมกนั
(สมรรถนะ3 : การส่ือสาร )
(20 นาที)
4. นักเรียนฟังครูอธิบายเน้อื หาเพม่ิ เติม เรอ่ื ง การกรอ่ น โดยใชส้ อ่ื Power Point
กระบวนการเกิดดิน (25 นาที)
5. นักเรยี นวเิ คราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว Pisa กระบวนการเกิดดนิ (25นาท)ี
6. นกั เรยี นตอบคาถาม “กระบวนการเกดิ ดินมีขั้นตอนอยา่ งไร” (White hat)
(5 นาที)
7. นกั เรยี นและครู ร่วมกันสรุปความรู้ เร่ือง กระบวนการเกดิ ดิน (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สิ่งทีน่ กั เรยี นสงสัยจากการเรยี นในวนั นี้ (3 นาท)ี
- ข้อสอบ O - NET (2 นาที)

แบบทดสอบ เร่ือง แกรนดแคนยอน
(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คำช้แี จง : จงตอบคำถำมข้อ 1 – 3 จำกข้อมูลที่กำหนดให้ต่อไปน้ี (6 คะแนน)

แกรนดแคนยอน
แกรนดแคนยอนต้งั อยูในทะเลทรายแหงหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เปนหบุ เขาทกี่ วางใหญและลึก
มาก ประกอบดวยช้ันหินหลายชนั้ ในอดตี กาลการเคลอ่ื นท่ขี องเปลือกโลกไดยกชั้นหนิ เหลาน้ีขึ้นมา ป
จจุบันแกรนดแคนยอนหลายสวนมีความลึก 1.6 กม. มแี มน้าโคโลราโดไหลผานดา้ นลางสุดของหุบเขา
จงดูรูปขางลางซ่ึงเปนรูปของแกรนดแคนยอนทีถ่ ายจากขอบดานทิศใต สามารถเห็นชั้นหินที่แตกตาง
กันหลายช้ันไดชดั ตามแนวผนงั ของหบุ เขา

คำถำมท่ี 1 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)

ทุกๆ ปมีคนประมาณหาลานคนไปเทีย่ วอทุ ยานแหงชาตแิ กรนดแคนยอน มคี วามกงั วลกันวาจะมี

ความเสียหายทเี่ กดิ กับอุทยานเน่ืองจากมีคนไปเท่ียวจานวนมาก

คาถามตอไปนสี้ ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขียนวงกลมลอมรอบ

คาวา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคาถาม

คาถามนี้สามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรไดหรือไม่ ใช หรอื ไมใช่

การกรอนที่เกดิ ขึน้ จากการใชเสนทางเดิน มมี ากนอยเทาใด ใช / ไมใช

พื้นท่ขี องอทุ ยานมีความสวยงามเทากบั เม่ือ 100 ปกอนหรอื ไม ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบปุ ัญหาเชิงวทิ ยาศาสตร์)

คำถำมที่ 2 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
อุณหภมู ใิ นแกรนดแคนยอนอยูในชวงต้ังแตต่ากวา 0 °C จนถึงสงู กวา 40 °C แมวาจะเปนบรเิ วณ
ทะเลทราย บางคร้งั รอยแตกของหินกก็ กั เก็บน้าไว การเปล่ยี นแปลงของอณุ หภมู แิ ละน้าในรอยแตกของหนิ ไป
เร่งการแตกราวของหินไดอยางไร

1. นา้ ทเี่ ปนน้าแข็งละลายหินที่รอน
2. น้าทาใหหินเชอื่ มตดิ กนั
3. นา้ แขง็ ขดั ผวิ หนาของหนิ ใหราบเรยี บ
4. นา้ ที่กาลงั แข็งตวั จะขยายตวั ในรอยแตกของหิน
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชงิ วิทยาศาสตร)์

คำถำมท่ี 3 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
มฟี อสซิลของซากสตั วทะเลหลายชนดิ เชน หอยกาบ ปลา และปะการงั อยใู นชน้ั หนิ ปนู A ของ แก
รนดแคนยอน มีอะไรเกดิ ข้นึ เม่อื หลายลานปกอนทีอ่ ธบิ ายวาทาไมฟอสซิลเหลานี้จงึ ถกู พบที่น่นั

1. ในสมยั โบราณ ผูคนนาอาหารทะเลจากมหาสมุทรเขามาในบรเิ วณน้ี
2. ครัง้ หนึ่งมหาสมุทรมีคล่นื รุนแรงมากและคล่ืนยกั ษพดั พาสิ่งมชี วี ติ ในทะเลข้ึนมาบนบก
3. ในสมัยกอนบริเวณนั้นเปนบรเิ วณทมี่ ีมหาสมทุ รปกคลุม และไดเหอื ดแหงไปในตอนหลัง
4. สตั วทะเลบางชนดิ ครั้งหน่ึงมชี วี ิตอยูบนบกกอนท่ีจะอพยพลงสูทะเล
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการเชิงวทิ ยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เรื่อง แกรนดแคนยอน
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คำชแี้ จง : จงตอบคำถำมขอ้ 1 – 3 จำกข้อมูลทีก่ ำหนดให้ตอ่ ไปนี้ (6 คะแนน)

แกรนดแคนยอน
แกรนดแคนยอนตั้งอยูในทะเลทรายแหงหนง่ึ ในสหรฐั อเมรกิ า เปนหบุ เขาทก่ี วางใหญและลึก
มาก ประกอบดวยชั้นหนิ หลายชั้น ในอดตี กาลการเคลือ่ นท่ีของเปลอื กโลกไดยกชั้นหินเหลาน้ีข้ึนมา ป
จจุบนั แกรนดแคนยอนหลายสวนมีความลกึ 1.6 กม. มแี มนา้ โคโลราโดไหลผานด้านลางสุดของหุบเขา
จงดูรูปขางลางซ่ึงเปนรูปของแกรนดแคนยอนทีถ่ ายจากขอบดานทิศใต สามารถเห็นชั้นหินที่แตกตาง
กันหลายช้นั ไดชดั ตามแนวผนังของหุบเขา

คำถำมท่ี 1 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)

ทุก ๆ ปมคี นประมาณหาลานคนไปเทยี่ วอทุ ยานแหงชาตแิ กรนดแคนยอน มคี วามกังวลกันวาจะมี

ความเสียหายทีเ่ กดิ กับอุทยานเนอื่ งจากมีคนไปเที่ยวจานวนมาก

คาถามตอไปน้สี ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขยี นวงกลมลอมรอบ

คาวา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคาถาม

คาถามนส้ี ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรือไม่ ใช หรอื ไมใช่

การกรอนท่เี กดิ ข้ึนจากการใชเสนทางเดนิ มมี ากนอยเทาใด ใช / ไมใช

พน้ื ที่ของอุทยานมคี วามสวยงามเทากบั เมอื่ 100 ปกอนหรอื ไม ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบุปญั หาเชิงวิทยาศาสตร์)

กำรใหค้ ะแนน คำถำมท่ี 1 : แกรนด์แคนยอน

คะแนนเต็ม : ถกู ทงั้ สองขอ ใช ไมใช ตามลาดับ

ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอ่ืน ๆ

: ไมต่ อบ

คำถำมท่ี 2 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
อณุ หภูมใิ นแกรนดแคนยอนอยูในชวงตงั้ แตตา่ กวา 0 °C จนถึงสงู กวา 40 °C แมวาจะเปนบรเิ วณ

ทะเลทราย บางคร้งั รอยแตกของหนิ ก็กักเก็บนา้ ไว การเปลย่ี นแปลงของอณุ หภูมิและนา้ ในรอยแตกของหินไป
เรง่ การแตกราวของหินไดอยางไร

1. นา้ ท่เี ปนนา้ แข็งละลายหนิ ทีร่ อน
2. น้าทาใหหินเช่ือมตดิ กัน
3. น้าแขง็ ขัดผวิ หนาของหนิ ใหราบเรียบ
4. นา้ ทก่ี าลงั แข็งตวั จะขยายตัวในรอยแตกของหิน
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร)์
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 2 : แกรนด์แคนยอน

คะแนนเตม็ : ขอ้ 4. น้าทก่ี าลังแขง็ ตวั ขยายตวั ในรอยแตกของหิน

ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอ่นื ๆ

: ไม่ตอบ

คำถำมท่ี 3 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
มฟี อสซลิ ของซากสัตวทะเลหลายชนดิ เชน หอยกาบ ปลา และปะการัง อยูในช้นั หินปูน A ของ แก

รนดแคนยอน มีอะไรเกิดขน้ึ เมอ่ื หลายลานปกอนทอ่ี ธบิ ายวาทาไมฟอสซิลเหลานี้จึงถูกพบทน่ี ่นั
1. ในสมยั โบราณ ผูคนนาอาหารทะเลจากมหาสมุทรเขามาในบริเวณนี้
2. คร้งั หน่งึ มหาสมุทรมคี ลน่ื รนุ แรงมากและคลื่นยกั ษพัดพาสง่ิ มชี ีวิตในทะเลขึน้ มาบนบก
3. ในสมัยกอนบรเิ วณนน้ั เปนบรเิ วณทมี่ ีมหาสมุทรปกคลุม และไดเหือดแหงไปในตอนหลัง
4. สตั วทะเลบางชนดิ ครงั้ หนึ่งมชี ีวติ อยูบนบกกอนท่จี ะอพยพลงสูทะเล

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการเชิงวทิ ยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 3 : แกรนด์แคนยอน

คะแนนเตม็ : ขอ้ 3. ในสมยั กอนบริเวณนน้ั เปนบริเวณทม่ี มี หาสมทุ รปกคลมุ และไดเหือดแหงไปในตอนหลงั

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอื่น ๆ

: ไมต่ อบ

เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน แบบทดสอบตำมแนวทำงกำรประเมินของ PISA
วิชา วิทยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดับคะแนน เกณฑ์กำรประเมนิ ต้องทำแบบทดสอบซำ้
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรบั ปรุง

ใบกิจกรรม Mind mappin

ng เรื่อง กระบวนการเกดิ ดนิ

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คาชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

ชือ่ -สกลุ รูปแบบ เนือ้ หา นาเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรุปผลการ
ลาดับท่ี ของผู้รบั การ สวยงาม เวลา ประเมิน ผ่าน/
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 คะแนน
ประเมนิ ไม่ผ่าน

ลงชื่อ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนไดร้ ะดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขึ้นไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )

รูปแบบ - เขียนความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอด - เขยี นความคิดรวบยอด

หลักไวต้ รงกลาง หลกั ไว้ตรงกลาง หลักไว้ตรงกลาง หลกั ไวต้ รงกลาง

- มีก่งิ แก้ว กง่ิ กอ้ ย และ - มีก่ิงแกว้ กิง่ กอ้ ย และ - มีก่ิงแกว้ ก่ิงก้อย และ - มีกิ่งแกว้ ขาดก่ิงกอ้ ย

กงิ่ ย่อยตามลาดับ ก่ิงย่อยตามลาดับ ก่ิงย่อยตามลาดบั แตข่ าดก่ิงยอ่ ย

- ตวั หนังสอื อยูบ่ นเส้น - ตวั หนงั สอื อยู่บนเสน้ - ใช้สสี ันท่ัวแผน่ - ใช้สีสันไม่ท่วั แผ่น

- ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ - ใช้คาสาคัญตรงประเด็น
- ใช้สญั ลกั ษณห์ รอื ภาพ - ใช้สสี นั ท่วั แผ่น

สอ่ื ความหมาย

- ใช้สสี ันทวั่ แผน่

เน้อื หา - เน้อื หาครบถว้ นตาม - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระ - เน้ือหาถูกต้องตามสาระ

สาระทีก่ าหนด 100% ทก่ี าหนด 80-99% ที่กาหนด 60-79% ท่กี าหนดต่าวา่ 59%

- เขียนถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลัก - เขียนถกู ต้องตามหลกั - เขียนถกู ต้องตามหลกั

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ากว่า 59%
- ลาดับหัวขอ้ เนื้อหา - ลาดับหัวข้อเนือ้ หา - มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไม่

ชัดเจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากวา่

- มีการสรุปได้อย่าง - มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การ - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พูดชดั เจนเสียงดงั ฟงั ชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

นาเสนอ - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง

ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอกั ขระ60-79% ตามอักขระต่ากวา่

- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม 59%

ม่ันใจ - ความพรอ้ มในการ - บุคลกิ ภาพเหมาะสม

- มกี ารใช้สอื่ ประกอบการ นาเสนอไดบ้ างสว่ น

นาเสนอ

- ความพร้อมในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรอื

สวยงาม - มีความสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑ์อย่าง

- มคี วามคิดสร้างสรรค์ - มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ใดอย่างหนึ่ง

- ความเป็นระเบียบอา่ น สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้
งา่ ย กวา่ เวลาทกี่ าหนด 5 กว่าเวลาท่กี าหนด 10 กว่าเวลาท่กี าหนด 15
การตรงต่อ ส่งผลงานครบถ้วน ตรง นาที นาที นาที
เวลา ตามเวลาที่กาหนด

ข้อสอบ O – NET ปี 2561

1. ดินเกิดข้ึนจากกระบวนการใด
A การสลายของหิน
B การสลายของแร่ธาตุ
C การทับถมของจลุ นิ ทรยี ์ในดนิ
D การสลายตัวของซากพืชซากสตั ว์

1. ข้อ A และ B 2. ข้อ A B และ C
3. ขอ้ A B และ D 4 .ถกู ทกุ ข้อ

แผนจดั การเรยี นรู้ท่ี 15

ชือ่ หSนo่วj;ยpการเรียนรู้ โลกของเรา หนว่ ยยอ่ ยที่ 2
เวลา 2 ช่ัวโมง
เร่ือง ชัน้ หนา้ ตัดดนิ ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

วนั ท่ที าการสอน

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐานตวั ชีว้ ัด
ชั้นหน้าตัดดินแต่ละช้ันและแต่ละพ้ืนท่ี จะมีลักษณะ สมบัติ ว 3.2 ม.2/6 อธบิ ายลักษณะของชนั้ หนา้ ตัดดินและกระบวนการ
และองคป์ ระกอบของดนิ แตกต่างกัน เกดิ ดินจากแบบจาลอง รวมท้ังระบุปจั จัยท่ีทาให้ดนิ มีลกั ษณะและ
สมบตั แิ ตกต่างกนั

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ช้นั หนา้ ตัดดนิ - ใบงาน Diagram เรอ่ื ง ชัน้ หน้าตัดดนิ
- ใบงาน เรอื่ ง ช้นั หนา้ ตดั ดิน (ตามแนว Pisa)
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. เครื่องมือการสอนคิด
- Diagram, six thinking hats (white hat)

กิจกรรมการเรียนรู้ 8. ส่ือ 9. วิธีวดั ผล

7. ขัน้ ของกิจกรรม - ใบงาน Diagram เรอ่ื ง - ประเมินใบงาน
ชนั้ หน้าตดั ดิน Diagram เร่อื ง ชนั้
Do Now (3 นาที) - ใบความรู้ เรือ่ ง ชน้ั หนา้ ตดั ดนิ
“เขยี นเครือ่ งดื่มทน่ี ักเรียนชอบมากทส่ี ุด” หน้าตดั ดิน - ประเมนิ ใบงาน
Purpose (2 นาที) - ใบงาน เร่ือง ชัน้ หนา้ เรือ่ ง ชน้ั หนา้ ตัด
เราจะเรียนเรือ่ ง ชั้นหนา้ ตดั ดิน เพ่ือใหน้ กั เรยี นสามารถอธิบายลักษณะของชนั้ หนา้ ตัดดิน รวมทงั้ ตดั ดิน (ตามแนว Pisa) ดนิ (ตามแนว
ระบปุ ัจจยั ท่ที าให้ดินมลี กั ษณะและสมบัติแตกตา่ งกัน - ส่อื Power Point Pisa)
Work mode (50 นาที) เรื่อง ชั้นหนา้ ตัดดิน
1. นกั เรียนตอบคาถาม “นกั เรยี นรูจ้ ักหินชนดิ ใดบา้ ง” (5 นาท)ี
2. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลเกยี่ วกับนหนา้ ตัดดนิ โดยศึกษาจากใบความรู้ เรอื่ ง ช้นั หน้าตดั ดนิ และ
สรุปความรู้ ในรูปแบบของผังมโนทัศน์ ลงในใบงาน Diagram เร่อื ง ช้ันหนา้ ตัดดิน (คิด 9 : คิด
เชงิ มโนทัศน์) (สมรรถนะ2 : การคดิ ขนั้ สูง ) (พอเพียง 3 : การมีภมู ิคมุ้ กันทด่ี ี) (25 นาที)
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน และอภปิ รายผลงานรว่ มกัน (สมรรถนะ3 :
การสื่อสาร )
(25 นาที)
4. นกั เรยี นฟังครอู ธิบายเน้อื หาเพม่ิ เตมิ เรือ่ ง ช้นั หนา้ ตดั ดิน โดยใชส้ ือ่ Power Point เรื่อง ชัน้
หน้าตดั ดนิ (25 นาท)ี
5. นักเรียนวิเคราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว Pisa เรอ่ื ง ชน้ั หน้าตดั ดนิ (15นาที)
6. นักเรียนตอบคาถาม “จุดประสงคท์ ่นี ักธรณีวิทยาตดั หน้าดนิ เพ่อื อะไร”(White hat)
(5 นาท)ี
7. นกั เรียนและครู ร่วมกนั สรุปความรู้ เรอื่ ง ชนั้ หนา้ ตดั ดนิ (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอกความรู้ที่นักเรยี นไดร้ ับ คนละ 1 ข้อ (3 นาที)
- แบบทดสอบ 1 ข้อ (2 นาที)

ใบกิจกรรม Diagram

คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขียน Diagram เก่ียวกบั ชนั้ หน้าตัดดิน

............................... .............
............

m เรือ่ ง ชนั้ หนา้ ตัดดนิ

........... .............................
...........

แบบประเมินผลงานใบงาน Diagram

คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น ใหท้ าเครื่องหมาย✓ลงในช่องรายการประเมนิ กาหนด

ความ ความ สรุปผล
สอดคลอ้ ง สะอาด
ลาดับท่ี ช่ือ-สกลุ ความถกู ต้อง ครอบคลุม และเช่อื มโยง ตรงต่อเวลา เรยี บร้อย รวม การ
ของผู้รับการประเมนิ ของเนื้อหา เน้ือหา ของเน้อื หา 4 20 ประเมนิ
4 คะแนน ผ่าน/ไม่
4 4 4 ผา่ น

4321 43214 32 14321 4321

ลงช่อื .................................................. ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นกั เรียนได้ระดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขึน้ ไปถือว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Diagram

เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )

รูปแบบ - มีหวั ข้อท่ีชัดเจน - มีหัวข้อที่ชัดเจน - มีหวั ข้อที่ชดั เจน - มหี ัวข้อท่ีชดั เจน

- เขยี นอยใู่ นกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ

- ใช้คาสาคัญตรงประเดน็ - ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ - ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็

- ใช้สัญลักษณห์ รือภาพ - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพ

ส่อื ความหมาย สื่อความหมาย

- ใช้สีสนั ทัว่ แผน่

เนือ้ หา - เนือ้ หาครบถ้วนตาม - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระ - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระ - เนือ้ หาถกู ตอ้ งตามสาระ

สาระท่กี าหนด 100% ที่กาหนด 80-99% ท่ีกาหนด 60-79% ท่กี าหนดต่ากว่า 59%

- เขียนถูกตอ้ งตามหลัก - เขยี นถูกตอ้ งตามหลัก - เขียนถูกตอ้ งตามหลัก - เขียนถกู ต้องตามหลกั

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตา่ กว่า 59%

- ลาดับหัวข้อเน้อื หา - ลาดับหัวขอ้ เน้อื หา - มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง - มีการสรุปไม่
ชัดเจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากวา่

- มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การนาเสนอ - พดู ชัดเจนเสียงดังฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟังชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้

- ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง

ตามอักขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอกั ขระ60-79% ตามอักขระต่ากวา่

- บคุ ลิกภาพดีและมคี วาม - บคุ ลกิ ภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม 59%

มนั่ ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลกิ ภาพเหมาะสม

- มีการใช้สื่อประกอบการ นาเสนอไดบ้ างสว่ น

นาเสนอ

- ความพรอ้ มในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมี - ใช้สสี ันสวยงามหรอื

สวยงาม - มีความสะอาด - มคี วามสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ย่าง

- มีความคดิ สรา้ งสรรค์ - มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ใดอยา่ งหน่ึง

- ความเป็นระเบียบอ่าน

ง่าย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถ้วน ตรง ส่งผลงานครบถว้ น แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้า

เวลา ตามเวลาทก่ี าหนด กว่าเวลาทกี่ าหนด 5 กวา่ เวลาท่กี าหนด 10 กว่าเวลาที่กาหนด 15

นาที นาที นาที

ใบความรู้ เร่อื งชั้นหน้าตัดดนิ

นักวิทยาศาสตรท์ างดนิ หรอื นักปฐพีวิทยา เรียกผิวด้านข้างของหลุมดินทีต่ ดั ลงไปจากผวิ หน้าดินตาม
แนวด่ิงซึ่งปรากฏ ใหเ้ ห็นช้นั ต่างๆ ภายในดินนี้วา่ หน้าตดั ดิน (soil profile) ชัน้ ดนิ ทม่ี ลี ักษณะปรากฏให้เห็น
เรียงตามลาดับเป็นชว่ งชน้ั จากช้ันบนสุดจนถึงชั้นล่างสุด ว่าแต่ละช่วงชน้ั มลี กั ษณะอยา่ งไร จะสามารถแลเหน็
หน้าตดั ของดินได้จากปากหลุมลงไปถงึ ก้นหลมุ ในทางโบราณคดจี ะใช้หลกั ฐานทางโบราณคดีเปน็ ตวั กาหนด
ความแตกตา่ งของแต่ละชว่ งช้นั ดนิ ร่วมด้วย และเรียกชน้ั ต่างๆ ในดนิ ที่วางตัวขนานกบั ผิวหนา้ ดินวา่ ชนั้ ดิน
(soil horizon)

การศึกษาหน้าตดั ดินมกั จะทากนั ในชว่ งความลกึ ตงั้ แต่ผิวหนา้ ดนิ ลงไปประมาณ 2 เมตร
ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการศกึ ษาลักษณะที่ ปรากฏอยูใ่ นหน้าตดั ดนิ บรเิ วณใดบริเวณหนง่ึ ประกอบกับข้อมูลผลการ
ตรวจสอบสมบตั ิทางกายภาพและเคมีของดินบนและดินลา่ ง จะทาให้เราสามารถแบ่งชนิดของดินออกเปน็ กลมุ่
และจัดหมวดหมู่ดนิ ได้

แบบทดสอบ เรื่อง เกลือสมุทร

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชแ้ี จง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 5 จากข้อมูลที่กาหนดให้ตอ่ ไปน้ี (10 คะแนน)

การแยกเกลือออกจากน้าทะเล มกี ารนาเกลือเพื่อแยกน้าทะเลใหไ้ ดเ้ กลือสมุทร ชาวนาเกลือ
เตรีมแปลงนาแล้วใช้กงั หันฉดุ น้าทะเลเขา้ สู้แปลงนาเกลือหลงั จาก น้ันปลอ่ ยใหน้ ้าทะเลได้รับแสงแดด
เป็นเวลานานจนกระท่งั น้าระเหยจนแหง้ จะเหลอื เกลืออยู่ในนา เกลอื ท่ีได้นเ้ี รยี กวา่ เกลือสมุทรซ่ึงเป็น
เกลือทีน่ ามาปรุงอาหาร ทาเครอ่ื งด่มื

คำถำมที่ 1 : เกลอื สมทุ ร (2 คะแนน)
เกลอื สมทุ ร ได้จากวธิ ีการแยกสารแบบใด

1. การตกผลกึ
2. การกล่ันอย่างง่าย
3. การระเหยแหง้
4. การรบั แสงแดด
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร)์

คำถำมท่ี 2 : เกลือสมุทร (2 คะแนน)

จากเร่ือง เกลือสมุทร จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช”่ หรอื “ไมใ่ ช่” ในแต่ละขอ้ ความ

ข้อควำมต่อไปนี้ กลำ่ วถกู ต้องใชห่ รือไม่ ใช่ หรอื ไม่ใช่
การแยกสารดว้ ยวธิ ีการแบบเดยี วกับการแยกเกลือออกจาก ใช่ / ไม่ใช่
นา้ ทะเล เหมาะสาหรบั ใชแ้ ยกสารผสมทเ่ี ปน็ ของเหลวและมี
ของแข็ง ละลายในของเหลวนี้ ใช่ / ไมใ่ ช่
การแยกเกลอื ออกจากน้าทะเล โดยน้าเป็นตัวทาละลาย ใช่ / ไมใ่ ช่
ระเหยกลายเป็นไอออกไปหมด จะเหลือของแขง็
การแยกเกลอื ออกจากน้าทะเล คลา้ ยกบั การแยกนา้ ทผี่ สม
กับแอลกอฮอล์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วทิ ยาศาสตร)์

คำถำมท่ี 3 : เกลอื สมุทร (2 คะแนน)
จากเรื่องเกลอื สมุทร มีพลงั งานอะไรมาเกยี่ วขอ้ ง

1. พลงั งานจากชวี มวล
2. พลังงานนา้
3. พลังงานจากลม
4. พลงั งานแสงอาทิตย์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชิงวิทยาศาสตร)์

คำถำมท่ี 4 : เกลอื สมทุ ร (2 คะแนน)
ข้อใดต่อไปน้ี มวี ิธกี ารแยกสารแบบเดยี วกบั การแยกเกลือออกจากนา้ ทะเล

1. การแยกนา้ ตาลออกจากน้าเชอ่ื ม
2. น้ากบั แอลกอฮอล์
3. สารละลายแอมโมเนยี
4. น้าหมึก
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์)

คำถำมท่ี 5 : เกลอื สมุทร (2 คะแนน)
การแยกเกลือออกจากนา้ ทะเลเหมาะสาหรบั การแยกองค์ประกอบของสารแบบใด

1. เหมาะสาหรบั การแยกองคป์ ระกอบของสารเนอ้ื เดยี ว ระหว่างของเหลวกบั ของเหลว
2. เหมาะสาหรบั การแยกองค์ประกอบของสารเนื้อผสม ระหวา่ งของเหลวกบั ของเหลว
3. เหมาะสาหรบั การแยกองค์ประกอบของสารเนื้อเดยี ว ระหวา่ งของเหลวกับของแข็ง
4. เหมาะสาหรับการแยกองค์ประกอบของสารเนื้อผสม ระหว่างของเหลวกับของแข็ง
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง เกลือสมุทร

(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาช้แี จง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 5 จากขอ้ มลู ท่ีกาหนดให้ต่อไปนี้ (10 คะแนน)

การแยกเกลอื ออกจากน้าทะเล มีการนาเกลอื เพื่อแยกน้าทะเลใหไ้ ดเ้ กลอื สมุทร ชาวนาเกลือ
เตรมี แปลงนาแล้วใช้กงั หนั ฉดุ น้าทะเลเข้าสู้แปลงนาเกลอื หลงั จาก น้ันปล่อยให้น้าทะเลได้รับแสงแดด
เปน็ เวลานานจนกระทั่งน้าระเหยจนแห้ง จะเหลอื เกลืออยู่ในนา เกลอื ท่ีไดน้ เ้ี รยี กว่า เกลอื สมุทรซงึ่ เป็น
เกลอื ท่ีนามาปรงุ อาหาร ทาเครอ่ื งดืม่

คำถำมที่ 1 : เกลอื สมุทร (2 คะแนน)
เกลอื สมทุ ร ได้จากวธิ ีการแยกสารแบบใด

1. การตกผลึก
2. การกล่นั อย่างงา่ ย
3. การระเหยแห้ง
4. การรับแสงแดด
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมที่ 1 : เกลอื สมทุ ร
คะแนนเตม็ : ขอ้ 3. การระเหยแหง้
ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอนื่ ๆ
: ไม่ตอบ

คำถำมท่ี 2 : เกลือสมุทร (2 คะแนน)

จากเรอื่ ง เกลือสมุทร จงเขียนวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช”่ หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละข้อความ

ข้อควำมต่อไปน้ี กล่ำวถกู ตอ้ งใช่หรอื ไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่
การแยกสารดว้ ยวิธกี ารแบบเดยี วกบั การแยกเกลือออกจาก ใช่ / ไม่ใช่
น้าทะเล เหมาะสาหรับใช้แยกสารผสมที่เปน็ ของเหลวและมี
ของแขง็ ละลายในของเหลวนี้ ใช่ / ไมใ่ ช่
การแยกเกลือออกจากน้าทะเล โดยนา้ เปน็ ตัวทาละลาย ใช่ / ไม่ใช่
ระเหยกลายเป็นไอออกไปหมด จะเหลือของแขง็
การแยกเกลือออกจากนา้ ทะเล คล้ายกบั การแยกนา้ ทผี่ สม
กับแอลกอฮอล์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วทิ ยาศาสตร)์

กำรใหค้ ะแนน คำถำมท่ี 2 : เกลอื สมุทร

คะแนนเตม็ : ถกู ทัง้ สามขอ้ : ใช่ ใช่ ไมใ่ ช่ ตามลาดบั

ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไมต่ อบ

คำถำมท่ี 3 : เกลอื สมุทร (2 คะแนน)
จากเรอื่ งเกลือสมทุ ร มพี ลงั งานอะไรมาเกี่ยวข้อง

1. พลังงานจากชวี มวล
2. พลงั งานน้า
3. พลังงานจากลม
4. พลงั งานแสงอาทิตย์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชงิ วทิ ยาศาสตร)์
กำรใหค้ ะแนน คำถำมท่ี 3 : เกลือสมทุ ร
คะแนนเตม็ : ขอ้ 4. พลงั งานแสงอาทิตย์
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ
: ไม่ตอบ

คำถำมที่ 4 : เกลือสมุทร (2 คะแนน)
ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ มีวิธกี ารแยกสารแบบเดียวกับการแยกเกลอื ออกจากนา้ ทะเล

1. การแยกนา้ ตาลออกจากน้าเชอ่ื ม
2. น้ากับแอลกอฮอล์
3. สารละลายแอมโมเนีย
4. นา้ หมกึ
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร)์
กำรให้คะแนน คำถำมท่ี 4 : เกลือสมทุ ร
คะแนนเตม็ : ข้อ1. การแยกนา้ ตาลออกจากนา้ เช่ือม
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอน่ื ๆ
: ไม่ตอบ

คำถำมท่ี 5 : เกลือสมุทร (2 คะแนน)
การแยกเกลอื ออกจากน้าทะเลเหมาะสาหรบั การแยกองคป์ ระกอบของสารแบบใด

1. เหมาะสาหรับการแยกองค์ประกอบของสารเนื้อเดียว ระหว่างของเหลวกบั ของเหลว
2. เหมาะสาหรบั การแยกองคป์ ระกอบของสารเน้อื ผสม ระหวา่ งของเหลวกบั ของเหลว
3. เหมาะสาหรับการแยกองคป์ ระกอบของสารเนื้อเดียว ระหวา่ งของเหลวกับของแข็ง
4. เหมาะสาหรับการแยกองคป์ ระกอบของสารเน้อื ผสม ระหวา่ งของเหลวกบั ของแข็ง
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชิงวทิ ยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมที่ 5 : เกลือสมุทร
คะแนนเตม็ : ข้อ 3. เหมาะสาหรับการแยกองค์ประกอบของสารเนอ้ื เดียว ระหวา่ งของเหลวกับของแข็ง
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอ่นื ๆ
: ไมต่ อบ

เกณฑ์กำรประเมิน แบบทดสอบ PISA
วชิ า วิทยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑ์การประเมนิ ต้องทาแบบทดสอบซา้
รอ้ ยละ 80-100 ดเี ย่ยี ม √
ร้อยละ70-79 ดี
รอ้ ยละ 60-69 พอใช้
น้อยกวา่ รอ้ ยละ 59 ปรับปรงุ

แบบทดสอบ

1. ชน้ั ที่มีการสะสมตะกอนและแร่ มอี งค์ประกอบของเหล็ก อะลูมเิ นียม คาร์บอเนต และซลิ ิกา

ถกู ชะล้างลงมาจากดินชนั้ บน ทาใหด้ ินมีเนอ้ื แนน่ มีความชนื้ สูงคอื ดินช้นั อะไร

1.ชนั้ O 2.ชนั้ A

3.ชนั้ B 4.ชั้น C

แผนจัดการเรยี นรู้ที่ 16

ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ โลกของเรา หน่วยยอ่ ยที่ 2
เรื่อง สมบตั แิ ละชนดิ ของดิน เวลา 2 ชวั่ โมง
วนั ทีท่ าการสอน ผู้สอน นางสาวลคั นา ไชยเนตร

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐานตัวช้วี ัด
ดินแต่ละชั้นและแต่ละพ้ืนท่ี จะมีลักษณะ สมบัติ และ ว 3.2 ม.2/6 อธบิ ายลักษณะของชั้นหน้าตัดดินและกระบวนการเกิดดินจาก
องคป์ ระกอบของดินแตกตา่ งกนั แบบจาลอง รวมทั้งระบุปจั จยั ท่ที าใหด้ ินมีลกั ษณะและสมบตั ิแตกต่างกัน

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชิ้นงาน/ภาระงาน
สมบัติและชนดิ ของดิน - ใบงาน Ranking เร่อื ง ชนดิ ของดินทมี่ คี วามเหมาะสมต่อการทาภาชนะดนิ เผา
- ใบงานตามแนว PISA เรื่อง ดินดคี ือดินท่มี ชี วี ติ
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. เคร่ืองมอื การสอนคิด
Ranking, six thinking hats (white hat)

กิจกรรมการเรียนรู้ 8. สื่อ 9. วิธีวัดผล

7. ข้ันของกิจกรรม - ใบงาน Ranking เรือ่ ง - ประเมินใบงาน
กระบวนการเกิดดนิ Ranking เรอ่ื ง ชนิดของ
Do Now (3นาที) - ใบงานตามแนว PISA ดนิ ที่มคี วามเหมาะสม
“เขยี นชนดิ ของดนิ ที่นักเรยี นรู้จกั ” เรอื่ ง ดินดคี ือดินทมี่ ชี ีวติ สาหรบั ทาภาชนะดนิ เผา
Purpose (2นาท)ี - ใบความรู้ เร่อื ง สมบตั ิ - ประเมนิ ใบงานตาม
เราจะเรียนเร่ือง สมบัตแิ ละชนิดของดิน เพื่อใหน้ ักเรียนอธิบายเก่ียวกับสมบัตแิ ละชนิดของดนิ ได้ และชนดิ ของดิน
Work Mode (110 นาที) - บทเรยี นออนไลน์ เร่อื ง แนว PISA เรื่อง ดนิ ดีคอื
1. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความสนใจ “ถ้านกั เรียนจะเพาะปลกู พืชชนิดหนงึ่ นกั เรียนคดิ วา่ กระบวนการเกิดดนิ
ดินควรมลี กั ษณะอย่างไร” (white hat) (พอเพียง 2 ความมีเหตผุ ล) (5 นาท)ี ดินท่ีมชี วี ติ
2. นักเรียนสบื ค้นขอ้ มลู เกย่ี วกบั สมบตั ิและชนิดของดนิ โดยศึกษาจากใบความรู้ เรื่อง สมบตั ิ
และชนิดของดนิ (20 นาที)
3. นักเรียนคดิ พิจารณาไตรต่ รองเลือกสมบตั แิ ละชนดิ ของดนิ โดยทาลงในใบงาน Ranking ใน
หัวข้อ เรอ่ื ง ชนิดของดนิ ท่ีมคี วามเหมาะสมตอ่ การทาภาชนะดินเผา โดยศกึ ษาเพ่มิ เติมจาก
บทเรียนออนไลน์ เรื่อง สมบตั แิ ละชนิดของดิน
(คดิ 4 : คิดอย่างมวี ิจารณญาณ) (25 นาท)ี
4. นกั เรียน (ตัวแทนโดยการสุ่ม) นาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน และรวมกันอภิปรายผลงาน (คดิ
5 คดิ วิพากย)์ (สมรรถนะ3 : การสอ่ื สาร ) (พอเพียง 4 เง่ือนไขความร)ู้ (20 นาท)ี
6. นกั เรียนตอบคาถามโดยใช้ดาถามดงั นี้

- เน้อื ของดนิ แบง่ ออกเปน็ ก่ปี ระเภท แต่ละประเภทมลี ักษณะอย่างไร
- ดินทม่ี ีความเป็นกรดและเบสจะมีค่า pH เทา่ ใด ตามลาดบั
(white hat) (คิด 1 : คดิ วเิ คราะห์)(สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้นสงู ) (พอเพียง 2 ความมเี หตผุ ล)
(5 นาท)ี
7. นกั เรยี นทาใบงานตามแนว PISA เรอ่ื ง ดินดีคอื ดนี ทีม่ ชี ีวติ (15 นาท)ี
8. นักเรียนและครรู ว่ มกนั เฉลยใบงานตามแนว PISA เรื่อง ดนิ ดคี ือดินทีม่ ชี ีวติ (10 นาท)ี
9. นักเรียนและครูสรุปความรเู้ ก่ียวกับ สมบัตแิ ละชนดิ ของดิน (10 นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาท)ี
1. “นักเรียนรู้อะไรเก่ยี วกับเรอ่ื งทเี่ รียนในวนั นี้” (3นาท)ี
2. นักเรียนทาแบบทดสอบ 1 ขอ้ (2นาที)

ใบงาน Ranking

ดนิ ทม่ี คี วามเหมาะสมตอ่ การทาภาชนะดนิ เผา

ตวั เลือก
เกณฑ์

รวมคะแนน

สรุป

แบบประเมินใบงาน Ranking

คาชีแ้ จง : ใหผ้ ้สู อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Ranking

ชื่อ-สกุล เกณฑ์ เนอ้ื หา นาเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรุปผลการ
ลาดับที่ ของผูร้ ับการ การจดั สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผ่าน/
อันดับ (4คะแนน) (4คะแนน)
ประเมิน (4คะแนน) (4คะแนน) ไม่ผ่าน

ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพที่ พอใช้ ขนึ้ ไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Ranking

เกณฑก์ าร ระดบั การประเมนิ
ประเมนิ
เกณฑก์ ารจดั 4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)
อันดับ - มเี กณฑ์การจดั อนั ดบั - มเี กณฑ์การจดั อันดบั
- มเี กณฑก์ ารจัดอนั ดับ - มเี กณฑ์การจดั อนั ดบั
เนื้อหา ชดั เจน ชัดเจน
- ความเหมาะสมของเกณฑท์ ี่ ชดั เจน ชดั เจน - สามารถประยุกตใ์ ชใ้ น
การนาเสนอ
กาหนด - ความเหมาะสมของเกณฑท์ ี่ - ความเหมาะสมของเกณฑ์ท่ี ชวี ิตประจาวันได้
ความสวยงาม - สามารถประยกุ ตใ์ ช้ใน ตา่ วา่ 59%
เนือ้ หา กาหนด กาหนด
ชวี ิตประจาวันได้อย่าง - เน้ือหาถกู ต้องตามสาระที่
เหมาะสม 100% - สามารถประยกุ ต์ใชใ้ น - สามารถประยกุ ตใ์ ช้ใน กาหนดตา่ วา่ 59%
- เน้อื หาครบถ้วนตามสาระที่ - เขยี นถูกต้องตามหลักภาษา
กาหนด 100% ชวี ิตประจาวนั ได้ ชีวติ ประจาวนั ได้ ตา่ ว่า 59%
- เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา - มกี ารสรุปไม่สมเหตุสมผล
100% 80-99% 60-79% ตา่ ว่า 59%
- ลาดับหวั ข้อเนือ้ หาชัดเจน
- มกี ารสรุปได้อยา่ ง - เนื้อหาถูกตอ้ งตามสาระที่ - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - สามารถพดู นาเสนอได้
สมเหตุสมผล 100% - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง
- พดู ชดั เจนเสยี งดงั ฟังชดั กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% ตามอกั ขระตา่ วา่ 59%
- ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
อกั ขระ100% - เขียนถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมคี วาม - ใชส้ สี ันสวยงามหรอื เป็นไป
ม่ันใจ 80-99% 60-79% ตามเกณฑอ์ ย่างใดอย่าง
- มกี ารใชส้ ือ่ ประกอบการ หนึ่ง
นาเสนอ - ลาดบั หัวข้อเนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรุปไดอ้ ย่าง
- ความพร้อมในการนาเสนอ - เนอื้ หาถูกต้องตามสาระท่ี
- ใชส้ ีสันสวยงาม - มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% กาหนดตา่ ว่า 59%
- มคี วามสะอาด - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา
- มีความคดิ สรา้ งสรรค์ สมเหตสุ มผล 80-99% ตา่ วา่ 59%
- ความเปน็ ระเบียบอ่านงา่ ย - มีการสรุปไม่สมเหตสุ มผล
- เน้อื หาครบถ้วนตามสาระท่ี - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟังชัด - การพูดเหมาะสม ต่าว่า 59%
กาหนด 100%
- เขยี นถูกตอ้ งตามหลักภาษา - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม
100%
- ลาดบั หัวข้อเนอ้ื หาชัดเจน อักขระ80-99% อกั ขระ60-79%
- มีการสรุปได้อยา่ ง
สมเหตสุ มผล 100% - บุคลกิ ภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม

- ความพร้อมในการนาเสนอ

ไดบ้ างส่วน

- ใชส้ สี นั สวยงาม - ใชส้ สี นั สวยงามและมีความ
- มีความสะอาด สะอาด
- มีความคิดสรา้ งสรรค์

- เน้อื หาถกู ต้องตามสาระท่ี - เนื้อหาถูกต้องตามสาระที่
กาหนด 80-99% กาหนด 60-79%
- เขียนถูกต้องตามหลักภาษา - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลักภาษา
80-99% 60-79%
- ลาดบั หัวข้อเนือ้ หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อย่าง
- มกี ารสรปุ ได้อย่าง สมเหตุสมผล 60-79%
สมเหตสุ มผล 80-99%

ใบความรู้ เรอื่ ง สมบตั ิ และชนดิ ของดิน

คณุ สมบตั ิที่สาคญั บางประการของดินที่ เก่ียวขอ้ งกับการเพาะปลูก

เนื่องจากดินเกยี่ วข้องโดยตรงกบั การเพาะปลูก การเจริญเติบโตของพชื จงึ ขึ้นอยู่กบั คุณสมบัติตา่ งๆ หลาย
ประการของดนิ ซงึ่ สามารถแบง่ ออกได้เปน็ ๓ ประเภท ดงั นค้ี อื

๑. คณุ สมบัตทิ างด้านกายภาพ หรอื ทางฟิสิกส์ของดนิ
๒. คณุ สมบตั ทิ างด้านเคมีของดิน
๓. คณุ สมบตั ทิ างดา้ นความอุดมสมบูรณข์ องดนิ

ไดอะแกรมสามเหลย่ี มมาตรฐาน ใช้สาหรับการวเิ คราะหช์ นดิ เน้ือดนิ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร โดยวิธกี ารวเิ คราะห์
เชงิ กล (mechanical analysis) หาปริมาณอนภุ าคแรส่ ามขนาดของดิน คอื อนภุ าคดนิ เหนียว (clay) อนุภาค
ตะกอน (silt) และอนุภาคทราย (sand) สัดส่วนระหวา่ งอนุภาคทัง้ สามขนาดที่วเิ คราะหไ์ ด้คิดเปน็ เปอรเ์ ซ็นต์
เมือ่ นามาลากเสน้ จากแต่ละดา้ นของสามเหลี่ยมนี้ แต่ละด้านเปน็ ตวั แทนของเปอร์เซ็นต์ทรายตะกอน และดิน
เหนียวจดุ ตัดพรอ้ มกันทั้งสามเส้น เกิดขึน้ ภายในกรอบเนื้อดนิ ของพน้ื สามเหลี่ยมน้ี กค็ อื ชนิดเนื้อดินของดินนนั้
๑. คุณสมบตั ิทางกายภาพของดนิ

คุณสมบัตทิ างกายภาพของดิน หมายถึง คุณสมบัติของดินทเี่ ปน็ ส่ิงซงึ่ เราสามารถตรวจสอบได้ดว้ ยการแลเหน็
หรอื จับต้องได้ เช่น เนอ้ื ดนิ ความโปรง่ หรอื แน่นทบึ ของดิน ความสามารถในการอมุ้ นา้ ของดิน และสีของดิน
เป็นต้น คณุ สมบตั ิของดนิ เหล่านี้ บางครัง้ เราเรยี กว่า คณุ สมบัติทางฟิสิกส์ จะขอกลา่ วเพียงสองประการเท่านน้ั
คอื เนือ้ ดิน และโครงสร้างของดิน

(ก) เนอื้ ดนิ (Soil Texture)

คุณสมบัตทิ ่ีเรยี กว่า เน้อื ดนิ นน้ั ไดแ้ ก่ ความเหนยี ว ความหยาบ หรอื ละเอยี ดของดนิ ที่เรามคี วามรู้สกึ เม่ือเรา
หยบิ เอาดนิ ทเี่ ปยี กพอหมาดๆ ข้นึ มา บด้ี ้วยน้ิวหัวแม่มือกับนวิ้ ชี้ ความร้สู ึกที่เกดิ ขึ้นว่า ดนิ บางกอ้ นเหนียว บาง
ก้อนหยาบ และสากมอื นัน้ เนอ่ื งจากอนภุ าคของแรห่ รอื อนินทรียสารท่เี ปน็ องคป์ ระกอบอยู่ในดินนั้น มขี นาด
ตา่ งกัน อยรู่ ว่ มกนั ทัง้ หยาบและละเอยี ด เปน็ ปรมิ าณสัดส่วนแตกตา่ งกนั ออกไปในแตล่ ะเน้ือดนิ เนอื้ ดนิ มีอยู่
ทั้งหมด ๑๒ ชนิด แตก่ ็สามารถแบง่ ออกเปน็ กลุม่ เนอ้ื ดินได้ ๔ กล่มุ ดงั แสดงอยู่ในตารางข้างลา่ งนี้

ตารางแสดงเน้อื ดนิ ชนิดตา่ ง ๆ ในแต่ละกล่มุ เนอ้ื ดิน
ชนดิ เนื้อดิน
กลมุ่ เน้ือดิน
๑. ดนิ เหนียว
๒. ดนิ เหนียวปนทราย
๓. ดนิ เหนยี วปนตะกอน กลุม่ ดนิ เหนยี วที่มีอนุภาคดนิ เหนียวตง้ั แต่ ๔๐% ข้ึนไป
๔. ดินร่วนปนดินเหนยี ว
๕. ดินร่วนเหนยี วปนตะกอน
๖. ดนิ ร่วนเหนยี วปนทราย กลุ่มดินคอ่ นขา้ งเหนยี ว หรือดนิ ร่วนเหนียวมีอนภุ าคมอี นภุ าคดนิ เหนยี ว
ระหวา่ ง ๒๐-๔๐%
๗. ดินรว่ น
๘. ดนิ รว่ นปนตะกอน
๙. ดนิ ตะกอน กลุ่มดนิ รว่ น มอี นุภาคดนิ เหนยี วตา่ กวา่ ๓๐%
๑๐. ดนิ ร่วนปนทราย
๑๑. ดินทรายปนดนิ ร่วน
๑๒. ดนิ ทราย กลุม่ ดนิ ทราย
มีอนภุ าคดนิ เหนยี วตา่ กวา่ ๒๐%
มอี นภุ าคทรายมากกว่า ๔๐% ขึ้นไป
ความสาคัญของเนื้อดินทีม่ ตี อ่ ความ เหมาะสมในการเพาะปลกู

๑. ด้านการเตรียมดิน

กลุ่มดนิ เหนียว และกลมุ่ ดนิ คอ่ นขา้ งเหนียว จะไถพรวนลาบาก กล่าวคอื เม่อื เปยี กจะเหนียวจัด ถา้ แหง้ กจ็ ะ
แขง็ จดั การเตรยี มดิน เพื่อการปลกู พืช ทาได้ลาบากกว่ากลุม่ ดนิ ร่วน และกลมุ่ ดินทราย ซ่ึงจะไถพรวนงา่ ยกว่า

๒. ดา้ นความอดุ มสมบูรณ์ของดนิ

กลุ่ม ดนิ เหนยี ว และคอ่ นข้างเหนียว จะมีความสามารถอุ้มปุย๋ หรือธาตอุ าหารพชื และน้าไวใ้ นดินไดม้ ากกวา่
กลุ่มดนิ ร่วน และดนิ ทราย ดังนั้นถา้ เราสามารถทาให้ดนิ เหนียว และดนิ คอ่ นข้างเหนยี ว มีสภาพไมแ่ นน่ ทบึ ดนิ
มีความโปรง่ พอสมควร ดนิ พวกนจ้ี ะปลูกพชื ได้งามดี ไม่ตอ้ งการปยุ๋ มากนัก ตรงขา้ มกบั กลมุ่ ดนิ ร่วน และดิน
ทราย ซึง่ จะอ้มุ นา้ และปุ๋ยได้น้อย ถา้ ดนิ ไมไ่ ด้รบั ปยุ๋ หรืออินทรยี วัตถุในดนิ มอี ยูน่ อ้ ย พชื ที่ปลูกมักจะไมค่ อ่ ยงาม
ตอ้ งรดน้าบอ่ ย ใส่ปุ๋ยบ่อยๆ พืชจงึ จะงอกงามดี

๓. ความโปร่งและรว่ ยซุย

ดนิ ในกล่มุ ดินเหนียวมกั จะแนน่ ทึบ ต้องพรวนบอ่ ยๆ หรอื ต้องจัดการเร่ืองการระบายนา้ ให้ดี เพราะจะขงั นา้ ได้
งา่ ย ทาให้รากพืชเนา่ และไมส่ ามารถดดู น้าและปุ๋ยได้อยา่ งปกติ จึงตอ้ งหาวธิ ที าให้ดินพวกน้ีโปร่ง เชน่ ใชป้ ยุ๋
คอก และปุ๋ยหมกั ผสมดนิ ตอนเตรียมดินให้มากๆ สว่ นดินรว่ น และดนิ ทราย จะมีคณุ สมบตั ิโปร่ง การระบาย
นา้ ดี อากาศถ่ายเทดี เหมาะกับการเจรญิ เตบิ โต และการดึงดูดป๋ยุ และน้าในดินของราก แต่บางครง้ั ดินท่มี ีทราย
ปนอยมู่ าก จะโปรง่ จนเกนิ ไป พืชขาดน้าง่าย เพราะดินแหง้ เร็ว ต้องรดน้าบ่อยๆ ทาใหก้ ารดูแลลาบาก เรา
สามารถเพม่ิ ความอุ้มน้าของดนิ รว่ น และดินทรายได้ โดยการใช้ป๋ยุ อินทรยี ์ เชน่ ป๋ยุ คอก ปุ๋ย หมกั หรือ
อินทรยี วตั ถตุ ่างๆ ผสมกบั ดินใหม้ ากๆ

(ข) โครงสรา้ งของดนิ (Soil Structure)

เปน็ คณุ สมบัติของดนิ ที่เกิดจากสภาพทีอ่ นุภาคของดินทเี่ กาะกันเป็นก้อนหรือเมด็ ดิน มีขนาดต่างๆ อยรู่ วมกนั
อยา่ งหลวมๆ ตามธรรมชาติ ทาให้ดินมีสภาพโปร่ง ไมแ่ นน่ ทึบ ดนิ ทราย และดินเหนียว ถ้ามโี ครงสร้างที่
เหมาะสม กจ็ ะสามารถเปลย่ี นสภาพความโปร่ง และความแนน่ ทึบ อันเปน็ คุณสมบัติเดิมของเน้ือดนิ น้นั ได้ เชน่
ดินเหนยี ว คณุ สมบตั ิเดิมคอื เหนียวและแน่นทบึ ถ้าเราใส่ปุ๋ยอนิ ทรียล์ งไปนานๆ เข้า โครงสรา้ งทด่ี ีกจ็ ะเกดิ ขน้ึ
ซงึ่ มีผลใหด้ นิ น้ัน มีคณุ สมบตั โิ ปรง่ ไถพรวนง่ายข้ึน เพราะดินจะฟูขึ้นมา เน่อื งจากอนภุ าคดินเหนยี วจะจับเกาะ
กันเปน็ เม็ดดินกอ้ นเลก็ ๆ อยู่ รวมกันอย่างหลวมๆ เช่นเดียวกับดนิ ทราย คุณสมบตั ิเดมิ ท่ีโปรง่ เกนิ ไป เมอ่ื ใชป้ ุ๋ย
คอกใส่ลงไปในดนิ นานๆ เข้า ดนิ จะมโี ครงสรา้ งทเ่ี หมาะสม กล่าวคอื อนุภาคทรายที่อยอู่ ยา่ งหลวมๆ จะจบั
เกาะกนั เปน็ กอ้ นดนิ เลก็ ๆ ทีแ่ น่นทึบข้นึ ลดความโปรง่ ลง อมุ้ นา้ ดขี น้ึ การไถพรวนกย็ งั คงง่ายและสะดวก
เหมอื นเดิม ดังนน้ั โครงสรา้ งของดนิ เปล่ียนแปลงได้ กลา่ วคอื เราทาใหเ้ กิดขึ้น หรอื ใหห้ มดสภาพไปได้ ส่วนเนือ้
ดินนั้น เราเปล่ียนแปลงไดย้ าก โดยเฉพาะในสภาพไร่นาดนิ ผสม ปลกู ตน้ ไม้ในกระถางเทา่ นนั้ ทเี่ ราสามารถ
เปล่ียนแปลงชนิดของเนื้อดนิ ได้

ลักษณะโครงสรา้ งทด่ี ขี องดินกไ็ ด้แก่ สภาพท่ีเม็ดดินเกาะกันเปน็ กอ้ นเล็กๆ ขนาดเทา่ หัวไมข้ ดี บ้าง เล็กกว่าบ้าง
หรอื อาจจะโตกวา่ บา้ งเล็กน้อย อยรู่ วมกนั อย่างหลวมๆ ตลอดชนั้ ของหนา้ ดนิ ลึก ประมาณ ๑๕-๒๐ ซม. (ดนิ
พื้นผวิ ) เม็ดดนิ เหล่านี้ จะมีความคงทนพอสมควรต่อแรงกระแทกของนา้ ฝน หรอื การไถพรวน แต่ถา้ มีการไถ
พรวนปลูกพืชเป็นเวลานาน ประกอบกับไมม่ กี ารใส่ปยุ๋ อินทรียเ์ พ่มิ เตมิ ลงไปในดินเลย โครงสร้างดังกล่าวจะ
สลายตวั และหมดสภาพไป พวกดินเหนียวกจ็ ะกลับแนน่ ทบึ และแขง็ เม่อื แห้ง สว่ นพวกดินทรายก็จะอุ้มน้าได้
น้อยลง ดินจะโปรง่ และแหง้ เร็วจนเกินไป

เมด็ ดินท่ปี ระกอบกันเปน็ โครงสรา้ งท่ดี นี ี้ ส่วนใหญเ่ กดิ จากอินทรียวตั ถุในดินเปน็ ตวั เชอื่ มอนภุ าคดินเหนยี ว ดิน
ตะกอน และทรายเข้าดว้ ยกนั เปน็ เมด็ ดนิ กอ้ นเล็กๆ ดังนน้ั การใสป่ ยุ๋ อินทรีย์ลงไปในดนิ เสมอๆ จงึ ส่งเสรมิ ให้
เกิดสภาพโครงสร้างท่ีดีดังกล่าว เมื่ออนิ ทรยี วตั ถใุ นดนิ หมดไป โครงสร้างทดี่ ีของดินก็จะหมดสภาพไปดว้ ย การ
ใช้ปุย๋ เคมี จะไมม่ ีผลในการชว่ ยทาให้เกิดโครงสร้างทด่ี แี ตอ่ ย่างใด ดงั นนั้ ดนิ ที่เป็นทรายจดั หรือดินเหนยี ว ซึ่ง
แตเ่ ดิมมีโครงสร้างทด่ี ี ถา้ กสกิ รใชแ้ ต่ป๋ยุ เคมีอยา่ งเดยี ว ถึงแม้พืชจะเติบโตได้ดีมีผลิตผลสงู ในระยะแรกแตน่ านๆ
เขา้ อนิ ทรียวตั ถใุ นดนิ จะค่อยๆ หมดไป โครงสรา้ งทดี่ ขี องดินก็จะหมดสภาพไปดว้ ย การท่มี ีผู้กล่าววา่ หากใช้
ปุ๋ยเคมแี ลว้ ทาให้ดนิ เสียนนั้ ดว้ ย ความจรงิ กค็ งจะด้วยเหตผุ ลท่วี า่ เมื่อโครงสร้างท่ดี ขี องดนิ เสื่อมสภาพลง น่นั
คือ ดนิ เหนียวกจ็ ะแนน่ ทบึ สว่ นดินทรายก็จะโปรง่ ซยุ มากเกินไป แม้จะใสป่ ยุ๋ เคมีลงไป พืชก็จะไมเ่ ตบิ โตดี
เหมอื นเชน่ เคย ในสภาพเชน่ น้รี ากของพชื จะเตบิ โตชา้ ดึงดดู ป๋ยุ และนา้ ในดนิ ไปใช้ได้น้อยลง การทก่ี สกิ รไถ
พรวนดนิ ปลูกพชื ตดิ ต่อกนั เป็นระยะเวลานาน โดยไมใ่ ช้ป๋ยุ อินทรยี บ์ ้างเลย โครงสรา้ งท่ีดขี องดนิ จะหมดสภาพ
ไป ดนิ กจ็ ะแนน่ ทึบไดใ้ นท่สี ดุ ดินทแี่ นน่ ทึบ หรอื มีโครงสรา้ งไมด่ ี แม้จะใสป่ ุ๋ยเคมมี ากเท่าใด พืชก็จะไมเ่ ตบิ โตดี
เทา่ ท่ีควร

ดังนัน้ การใช้ปุย๋ ทีถ่ กู หลกั คอื การใชป้ ยุ๋ เคมี และปยุ๋ อินทรีย์รว่ มกนั จึงจะเปน็ ผลดตี อ่ ดิน และตอ่ พืชทป่ี ลกู
มากทสี่ ดุ

แบบทดสอบ เร่อื ง ดนิ ดคี ือดนิ ทม่ี ีชวี ติ
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาช้แี จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 3 จากขอ้ มูลทีก่ าหนดใหต้ อ่ ไปนี้ (6 คะแนน)

ดินดคี ือดนิ ท่มี ชี วี ิต
การทาํ การเกษตรโดยอาศัยหลักการใชธ้ รรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี “ดิน” ท่อี ุดมสมบูรณ์จึงจําเป็น
อย่างยิ่ง ก่อนที่เราจะลงมือทําการเกษตรในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง นอกจากสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
แหล่งนํ้า และต้องศึกษาเรื่องของดินเป็นสําคัญ ต้องรู้จักดินในพื้นที่ของเรา ตามหลักของเกษตร
ธรรมชาติถือว่า “ดินดี” คือ “ดินที่มีชีวิต” หมายถึงดินที่มีความสมดุลของสิ่งมีชีวิตในดินรวมไปถึง
“จลุ ินทรยี ์” ที่อยูใ่ นดินด้วย ทง้ั ความหลากหลายของชนดิ จุลนิ ทรีย์และปริมาณของจุลินทรยี ์

คาถามที่ 1 : ดินดีคอื ดินทีม่ ชี ีวิต (2 คะแนน)

คําถามตอไปนสี้ ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขียนวงกลมลอมรอบ

คาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคําถาม

คาํ ถามน้ีสามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรไดหรือไม ใช หรอื ไมใช่

“ดนิ ทมี่ ชี วี ติ ” หมายถงึ ดินท่ีมคี วามสมดลุ ของสิ่งมีชีวิตในดิน ใช / ไมใช

“ดนิ ท่ีมีชีวิต” หมายถึงดินทมี่ ีจุลนิ ทรยี ์ในดนิ ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบุปัญหาเชงิ วทิ ยาศาสตร์)

คาถามที่ 2 : ดินดีคอื ดนิ ท่ีมชี วี ิต (2 คะแนน)
ข้อใดเปน็ ปัจจัยที่ทําให้ดินในแต่ละแห่งมลี ักษณะแตกตา่ งกนั
1. สภาพภมู ิอากาศ
2. สงิ่ มีชีวิตในดนิ
3. สภาพภูมปิ ระเทศ
4. ถูกตอ้ งทุกข้อ
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวทิ ยาศาสตร์)

คาถามท่ี 3 : ดินดีคอื ดนิ ทม่ี ชี วี ติ (2 คะแนน)
การลงมอื ทําการเกษตรในพ้ืนท่ใี ดพ้ืนทีห่ นึ่งจําเปน็ ตอ้ งศึกษาสิ่งใดบ้าง
1. สภาพภมู ศิ าสตร์
2. แหล่งน้ํา
3. ดนิ
4. ถกู ต้องทุกขอ้
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการเชงิ วิทยาศาสตร)์

เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง ดินดีคือดินที่มชี วี ิต
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาชีแ้ จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 3 จากข้อมลู ท่ีกาหนดให้ตอ่ ไปน้ี (6 คะแนน)

ดนิ ดีคือดนิ ทม่ี ชี วี ิต
การทําการเกษตรโดยอาศัยหลักการใช้ธรรมชาติ ไม่ใชส้ ารเคมี “ดิน” ทอี่ ุดมสมบูรณ์จึงจําเป็น
อย่างยิ่ง ก่อนที่เราจะลงมือทําการเกษตรในพืน้ ที่ใดพื้นที่หนึ่ง นอกจากสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
แหล่งนํ้า และต้องศึกษาเรื่องของดินเป็นสําคัญ ต้องรู้จักดินในพื้นที่ของเรา ตามหลักของเกษตร
ธรรมชาติถือว่า “ดินดี” คือ “ดินที่มีชีวิต” หมายถึงดินที่มีความสมดุลของสิ่งมีชีวิตในดินรวมไปถึง
“จลุ ินทรยี ์” ทอ่ี ยู่ในดนิ ด้วย ทงั้ ความหลากหลายของชนดิ จลุ นิ ทรยี ์และปรมิ าณของจลุ นิ ทรยี ์

คาถามที่ 1 : ดินดีคือดนิ ทม่ี ีชวี ิต (2 คะแนน)

คําถามตอไปนส้ี ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขยี นวงกลมลอมรอบ

คาํ วา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละคําถาม

คําถามน้ีสามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรไดหรอื ไม ใช หรือ ไมใช่

“ดนิ ทม่ี ีชวี ิต” หมายถงึ ดินทีม่ ีความสมดุลของสิ่งมชี ีวิตในดิน ใช / ไมใช

“ดินท่มี ชี วี ติ ” หมายถงึ ดินที่มีจุลนิ ทรีย์ในดนิ ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบุปญั หาเชิงวทิ ยาศาสตร์)
การให้คะแนน คาถามท่ี 1 : ดินดคี ือดนิ มีชีวติ

คะแนนเต็ม : ตอบถกู ท้ังสอง ใช่ ใช่ ตามลําดับ

ไม่ได้คะแนน : คําตอบอน่ื ๆ

: ไม่ตอบ

คาถามที่ 2 : ดินดีคือดินทมี่ ชี ีวติ (2 คะแนน)
ขอ้ ใดเปน็ ปัจจัยท่ีทาํ ให้ดินในแต่ละแหง่ มลี กั ษณะแตกตา่ งกัน
1. สภาพภมู ิอากาศ
2. สงิ่ มีชวี ติ ในดนิ
3. สภาพภูมิประเทศ
4. ถูกตอ้ งทกุ ข้อ
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชิงวทิ ยาศาสตร์)

การให้คะแนน คาถามท่ี 2 : ดนิ ดคี ือดินมชี ีวิต
คะแนนเต็ม : ข้อ 4. ถูกตอ้ งทุกขอ้
ไมไ่ ด้คะแนน : คําตอบอื่น ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามที่ 3 : ดินดีคอื ดินทม่ี ีชีวติ (2 คะแนน)
การลงมือทาํ การเกษตรในพ้นื ที่ใดพน้ื ทีห่ นึง่ จาํ เป็นต้องศกึ ษาสิ่งใดบ้าง
1. สภาพภมู ศิ าสตร์
2. แหลง่ นา้ํ
3. ดิน
4. ถูกต้องทุกข้อ
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการเชงิ วทิ ยาศาสตร์)

การให้คะแนน คาถามท่ี 3 : ดนิ ดีคือดนิ มชี ีวิต
คะแนนเต็ม : ข้อ 4. ถูกตอ้ งทกุ ข้อ
ไม่ได้คะแนน : คาํ ตอบอน่ื ๆ

: ไม่ตอบ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน แบบทดสอบตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA
วชิ า วทิ ยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑ์การประเมิน ต้องทาแบบทดสอบซ้า
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรบั ปรงุ

แบบทดสอบ

1. ขอ้ ใดเป็นดินท่เี หมาะสมสาหรับการปลูกพืชมากที่สดุ

1.ดินเหนียว 2.ดนิ รว่ น

3.ดนิ รว่ นปนทราย 4.ดินทราย

แผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17

ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ โลกของเรา หน่วยยอ่ ยท่ี 2
เร่อื ง การปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดิน เวลา 2 ชัว่ โมง
วนั ทท่ี าการสอน ผู้สอน นางสาวลคั นา ไชยเนตร

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐานตวั ชวี้ ดั
การปรบั ปรงุ คุณภาพของดนิ ทาได้ดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ เช่น การเพ่ิมแร่ธาตุ ว 3.2 ม.2/7 ตรวจวดั สมบัติบางประการของดิน โดยใช้เครอ่ื งมอื ท่ี
ในดินโดยการใส่ปุย๋ การใชส้ ารเคมปี รบั สภาพดนิ ทมี่ ปี ญั หา และการ เหมาะสมและนาเสนอแนวทาง การใช้ประโยชน์ดินจากข้อมูล
ปลูกพชื เพอ่ื ช่วยป้องกันดินเส่ือมสภาพ สมบัตขิ องดนิ

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ช้นิ งาน / ภาระงาน
- การปรบั ปรงุ คุณภาพของดิน
- ใบงาน PMI เรือ่ ง การปรบั ปรงุ คุณภาพของดิน
- ใบงานตามแนว PISA เรื่อง ดนิ เค็ม

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 6. เครอื่ งมือการสอนคิด
ความสามารถในการคดิ ความสามรถในการส่ือสาร PMI, Six Thinking Hats (White Hat)

กิจกรรมการเรียนรู้

7. ขน้ั ของกิจกรรม 8. สอ่ื 9. วธิ ีวดั ผล
- ประเมินใบงาน PMI
Do Now (3 นาที) - ใบงาน PMI เรือ่ ง การ เร่ือง การปรบั ปรงุ คุณภาพ
“ทายช่ือจังหวดั ท่ีขน้ึ ต้นด้วยตัวอักษร น ” - ใบงาน เรปือ่ งรศบั ัพปททร์ างุ งคพุณนั ธภุศาาสพตรข์ องดนิ ของดนิ
- ประเมินใบงานตามแนว
Purpose (2 นาท)ี - สือ่ Power point เร่ือง PISA เรอื่ ง ดนิ เคม็

เราจะเรียน เร่ือง การปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อให้นักเรียนตรวจวัดสมบัติบาง การปรับปรงุ คณุ ภาพของ

ประการของดิน โดยใช้เคร่ืองมือทเ่ี หมาะสมและนาเสนอแนวทาง การใช้ประโยชน์ ดนิ

ดินจากขอ้ มูลสมบัติของดิน - ใบงานตามแนว PISA

Work mode (110 นาที) เร่อื ง ดินเคม็

1. นักเรยี นตอบคาถามเพ่อื กระตุน้ ความสนใจ โดยใชค้ าถามดงั น้ี
– ยกตวั อยา่ งลักษณะดนิ ที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก
– ปญั หาดนิ เสื่อมสภาพมีสาเหตุมาจากอะไร

(white hat) (คดิ 1 : คิดวเิ คราะห์) (สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้นสูง ) (พอเพียง 2
ความมีเหตผุ ล) (5 นาที)
2. นักเรยี นฟงั ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดนิ โดยใชส้ อื่ Power
point เรื่อง การปรบั ปรงุ คุณภาพของดิน (25 นาที)
3. นกั เรยี นวิเคราะห์ขอ้ ดี ข้อเสีย และขอ้ เสนอแนะ เก่ียวกบั วิธีการปรบั ปรงุ คุณภาพ
ของดินแตล่ ะวธิ ี โดยทาใบงาน PMI เรอ่ื ง การปรบั ปรงุ คณุ ภาพของดนิ (คดิ 1 : คดิ
วเิ คราะห์) (พอเพียง 7 สงั คม) (15 นาที)
4. นกั เรียน (ตัวแทนโดยการสุม่ ) นาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียนและอภิปรายผลงาน
รว่ มกัน (คิด 3 : คดิ วพิ ากษ์) (พอเพียง 7 สงั คม) (15 นาที)
5. นักเรยี นตอบคาถาม โดยใชค้ าถามดงั น้ี

– ดนิ จดื คอื อะไร แกไ้ ขไดโ้ ดยวธิ ีใด
– ดนิ เปรย้ี วคอื อะไร แก้ไขไดโ้ ดยวิธีใด

– ดนิ เค็มคืออะไร แกไ้ ขได้โดยวิธีใด
– ดนิ ดินดานคอื อะไร แก้ไขไดโ้ ดยวิธีใด
(white hat) (คดิ 5 : คิดแกป้ ญั หา) (พอเพยี ง 4 เง่ือนไขความรู้) (15 นาที)
6. นกั เรียนทาใบงานตามแนว PISA เร่อื ง ดนิ เคม็ (25 นาท)ี
7. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความร้เู กี่ยวกับการปรับปรงุ คณุ ภาพของดิน โดยใช้
ประเดน็ คาถามดังน้ี
– ถ้าใชป้ ุ๋ยเคมีบารุงพืชในดนิ เปน็ เวลานาน จะส่งผลตอ่ ดินลกั ษณะใด
– ถ้าดินมที รายเป็นสว่ นประกอบอยู่มาก นักเรียนจะปรบั ปรุงดนิ ในบริเวณน้ัน
อยา่ งไร เพ่ือชว่ ยให้ดินอุ้มน้าไว้ได้นานข้ึน
– ยกตัวอย่างการขาดความรู้ความเข้าใจ และการใช้ดินอย่างไมร่ ะมัดระวงั ทาให้
ดินเสือ่ มสภาพ
(white hat) (คดิ 5 : คิดแก้ปัญหา) (พอเพยี ง 2 ความมีเหตผุ ล) (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- 1 ส่งิ ที่นกั เรียนสงสยั (2 นาที)
- แนวขอ้ สอบ ONET (3 นาที)

ใบงาน PMI เร่ือง การปรับปรงุ คณุ ภาพของดิน

ขอ้ ดี (P) ข้อเสยี (M) ขอ้ เสนอแนะ (I)

แบบประเมนิ ใบงาน PMI

คาช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน PMI

ลาดบั ชอ่ื -สกลุ การแสดงความ เน้อื หา นาเสนอ ความสวยงาม ตรงตอ่ เวลา รวม สรุปผลการ
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน คิดเห็น 20 คะแนน ประเมนิ
( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ผ่าน/ไมผ่ า่ น
( 4 คะแนน )

ลงชอ่ื ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตา่ กว่า 10 ปรับปรุง

นกั เรยี นได้ระดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน PMI

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
การแสดง 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ความ - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง
คดิ เหน็ - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง - แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน
P ได้ น้อยกว่า 7 ข้อ
P ได้ 10 ข้อขน้ึ ไป ชอ่ ง P ได้ 9-10 ข้อ ชอ่ ง P ได้ 7-8 ขอ้ - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง

- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน M ได้ นอ้ ยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เห็นในช่อง
Mได้ 10 ข้อข้นึ ไป ชอ่ ง M ได้ 9-10 ขอ้ ช่อง M ได้ 7-8 ขอ้
I ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง I - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน

ได้ 10 ขอ้ ขนึ้ ไป ชอ่ ง I ได้ 9-10 ข้อ ช่อง I ได้ 7-8 ขอ้

เนอ้ื หา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระ - เน้ือหาถกู ต้องตาม - เนือ้ หาถกู ต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระ

ที่กาหนด 100% สาระที่กาหนด 80- ท่กี าหนด 60-79% ทกี่ าหนดต่ากว่า 59%

- เขียนถกู ตอ้ งตามหลัก 99% - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลกั

ภาษา 100% - เขยี นถกู ตอ้ งตาม ภาษา 60-79% ภาษาต่ากวา่ 59%

- ลาดบั หวั ขอ้ เนอื้ หาชัดเจน หลักภาษา 80-99% - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรปุ ไม่

- มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง - ลาดบั หวั ขอ้ เนอื้ หา สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากวา่

สมเหตุสมผล 100% ชัดเจน 59%

- มกี ารสรุปได้อยา่ ง

สมเหตุสมผล 80-

99%

การนาเสนอ - พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟังชดั - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง ชัด - ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง

ตามอักขระ100% - ใช้ภาษาทางการ ตามอักขระ60-79% ตามอกั ขระตา่ ว่า 59%

- บคุ ลิกภาพดีและมคี วาม ถูกตอ้ งตามอกั ขระ - บุคลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

ม่ันใจ 80-99%

- มีการใช้สอื่ ประกอบการ - บคุ ลิกภาพดี

นาเสนอ - ความพร้อมในการ

- ความพรอ้ มในการนาเสนอ นาเสนอได้บางส่วน

ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามและมี - ใช้สีสนั สวยงามหรือ

สวยงาม - มคี วามสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ยา่ งใด

- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคิดสร้างสรรค์ อย่างหน่ึง

- ความเป็นระเบียบอ่านงา่ ย

การตรงตอ่ ส่งผลงานครบถ้วน ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า

เวลา เวลาทก่ี าหนด ชา้ กวา่ เวลาทก่ี าหนด กว่าเวลาทีก่ าหนด 10 กว่าเวลาที่กาหนด 15

5 นาที นาที นาที

แบบทดสอบ เร่ือง ดนิ เคม็

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชแี้ จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรปู ภาพท่ีกาหนดให้ตอ่ ไปน้ี (10 คะแนน)

ดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของ
พชื การสังเกตโดยดูจากคราบเกลือจะเหน็ คราบเกลือเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดูแลง้ พชื มักจะแสดงอาการ
ใบไหม้ ลาต้นแคระแกร็น เน่อื งจากพืชจะขาดนา้ ความเปน็ พษิ จากธาตุโซเดียมและคลอไรด์ และเกิดความไม่
สมดุลของธาตุอาหาร ดินเค็มมีค่าการนาไฟฟา้ ของสารละลายที่สกัดจากดินที่อ่ิมตัวด้วยน้ามากกว่า 2 เดซิซี
เมนส์ต่อเมตร ท่ีอณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ปญั หาดนิ เคม็ นอกจากจะสง่ ผลกระทบต่อการเกษตรแล้ว ยังส่งผล
กระทบตอ่ สภาพเศรษฐกิจ สงั คมและสิ่งแวดล้อม

คำถำมท่ี 1 : ดนิ เคม็ (2 คะแนน)

อะไรคือลกั ษณะของพืน้ ทีด่ นิ เคม็ ท่ีสังเกตได้ จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรอื “ไมใ่ ช่” ในแต่

ละขอ้ ความ

ต่อไปนีเ้ ปน็ ลกั ษณะของพน้ื ท่ีดนิ เคม็ ทส่ี ังเกตได้ ใชห่ รือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่

เป็นบรเิ วณทีไ่ ม่หา่ งจากฝงั่ ทะเลมากนกั และมีนา้ ทะเลข้ึนท่วมถึงหรอื เคยเป็น ใช่ / ไมใ่ ช่
พน้ื ท่ที ่ถี ูกน้าทะเลท่วมถึงมาก่อน

บนผิวดินมกั พบคราบเกลอื สขี าวปรากฏอยูบ่ นผวิ ดินเปน็ หยอ่ มๆ ใช่ / ไม่ใช่

เนือ้ ดนิ เป็นดินเหนยี วถงึ เหนียวจัด เม่อื ดนิ แห้งจะแข็งและแตกระแหง ใช่ / ไมใ่ ช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชงิ วทิ ยาศาสตร์)

คำถำมท่ี 2 : ดนิ เคม็ (2 คะแนน)

มีอะไรเกิดขน้ึ เมื่อดินเค็ม จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช”่ หรอื “ไม่ใช่” ในแต่ละขอ้ ความ

ส่ิงนเ้ี กิดขึ้นเมอ่ื ดนิ เค็มใชห่ รอื ไม่ ใช่ หรอื ไมใ่ ช่

เกดิ ความไมส่ มดุลของธาตุอาหารมีความเป็นพิษของธาตุ ใช่ / ไมใ่ ช่
โซเดียมและคลอไรด์

ขาดแคลนธาตอุ าหารไนโตรเจนและฟอสฟอรสั ใช่ / ไมใ่ ช่

พ้ืนท่ลี ุ่มต่า น้าท่วมขงั และโครงสร้างดนิ แน่นทึบ ใช่ / ไมใ่ ช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวิทยาศาสตร์)

คำถำมท่ี 3 : ดินเคม็ (2 คะแนน)
ดินทม่ี เี กลอื ที่ละลายไดใ้ นสารละลายดินปรมิ าณมาก จนกระทบต่อการเจรญิ เติบโตและผลผลิตของ
พชื สามารถสังเกตได้ โดยดูจากส่งิ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวทิ ยาศาสตร์)

คำถำมข้อที่ 4: ดินเคม็ (2 คะแนน)
ปัญหาดินเคม็ ในประเทศไทยสามารถพบในพน้ื ท่ีดงั ตอ่ ไปนี้ ยกเวน้ ข้อใด

1. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
2. ภาคกลาง
3. พ้ืนทีช่ ายทะเล
4. ภาคเหนอื
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชิงวทิ ยาศาสตร์)

คำถำมขอ้ ท่ี 5: ดินเค็ม (2 คะแนน)
ขอ้ ใดต่อไปนีเ้ ปน็ การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาการแพร่กระจายดนิ เค็ม

1. การปรับปรงุ แก้ไขความเคม็ ของดนิ ด้วยวสั ดุปนู อัตราตามความต้องการปูนของดนิ
2. การปลูกตน้ ไม้โตเร็วบนเนินพน้ื ทรี่ บั นา้
3. ปลกู พชื ปุ๋ยสดตระกลู ถั่วบารงุ ดิน เช่น โสนอฟั รกิ นั ถ่วั พมุ่ ถ่ัวพรา้ หรือปอเทือง
4. การไถกลบตอซังข้าว หลังเกบ็ เกี่ยวขา้ ว
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจกั ษพ์ ยานทางวทิ ยาศาสตร์

เฉลยแบบทดสอบ เรอื่ ง ดินเคม็

(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาชแี้ จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรปู ภาพที่กาหนดใหต้ ่อไปน้ี (10 คะแนน)

ดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของ
พชื การสังเกตโดยดูจากคราบเกลือจะเห็นคราบเกลือเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง พชื มกั จะแสดงอาการ
ใบไหม้ ลาตน้ แคระแกร็น เนือ่ งจากพืชจะขาดน้า ความเป็นพิษจากธาตโุ ซเดียมและคลอไรด์ และเกิดความไม่
สมดุลของธาตุอาหาร ดินเค็มมีค่าการนาไฟฟ้าของสารละลายที่สกัดจากดินที่อิ่มตัวด้วยน้ามากกวา่ 2 เดซิซี
เมนสต์ อ่ เมตร ทอี่ ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ปญั หาดนิ เค็มนอกจากจะสง่ ผลกระทบต่อการเกษตรแลว้ ยังส่งผล
กระทบตอ่ สภาพเศรษฐกิจ สังคมและสงิ่ แวดลอ้ ม

คำถำมท่ี 1 : ดนิ เคม็ (2 คะแนน)

อะไรคือลักษณะของพ้ืนที่ดินเคม็ ทีส่ ังเกตได้ จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรือ “ไมใ่ ช่” ในแต่

ละข้อความ

ต่อไปนเ้ี ปน็ ลกั ษณะของพ้ืนท่ีดนิ เคม็ ท่สี งั เกตได้ ใชห่ รือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่

เปน็ บริเวณทีไ่ มห่ ่างจากฝั่งทะเลมากนกั และมนี ้าทะเลขน้ึ ท่วมถงึ หรอื เคยเปน็ ใช่ / ไม่ใช่
พื้นทีท่ ี่ถูกน้าทะเลท่วมถึงมากอ่ น

บนผวิ ดินมกั พบคราบเกลอื สขี าวปรากฏอยบู่ นผวิ ดินเปน็ หยอ่ มๆ ใช่ / ไมใ่ ช่

เนื้อดินเป็นดนิ เหนียวถึงเหนยี วจัด เมอื่ ดินแหง้ จะแขง็ และแตกระแหง ใช่ / ไม่ใช่

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชงิ วิทยาศาสตร์)

กำรให้คะแนน คำถำมท่ี 1 : ดินเค็ม

คะแนนเตม็ : ถูกทง้ั สามขอ้ : ใช่, ใช,่ ไม่ใช่ ตามลาดบั

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอื่น ๆ

: ไม่ตอบ

คำถำมที่ 2 : ดนิ เคม็ (2 คะแนน)

มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อดินเคม็ จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช”่ หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละขอ้ ความ

ส่ิงน้ีเกดิ ขนึ้ เมือ่ ดนิ เค็มใชห่ รอื ไม่ ใช่ หรือ ไมใ่ ช่

เกดิ ความไม่สมดุลของธาตอุ าหารมีความเปน็ พษิ ของธาตุ ใช่ / ไม่ใช่
โซเดยี มและคลอไรด์

ขาดแคลนธาตุอาหารไนโตรเจนและฟอสฟอรสั ใช่ / ไมใ่ ช่

พ้ืนทล่ี มุ่ ต่า นา้ ท่วมขงั และโครงสรา้ งดนิ แนน่ ทบึ ใช่ / ไมใ่ ช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวทิ ยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 2 : ดินเค็ม
คะแนนเต็ม : ถกู ทั้งสองขอ้ : ใช่, ไม่ใช่, ไมใ่ ช่ ตามลาดบั
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไม่ตอบ

คำถำมที่ 3 : ดนิ เคม็ (2 คะแนน)
ดินทีม่ เี กลอื ที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของ
พืช สามารถสังเกตได้ โดยดูจากสงิ่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version