The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-14 01:39:48

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวทิ ยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมท่ี 3 : ดินเค็ม
คะแนนเต็ม : สงั เกตโดยดจู ากคราบเกลอื จะเห็นคราบเกลอื เป็นหย่อมๆ
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไม่ตอบ

คำถำมข้อที่ 4: ดินเค็ม (2 คะแนน)
ปัญหาดนิ เคม็ ในประเทศไทยสามารถพบในพ้ืนท่ีดังต่อไปน้ี ยกเวน้ ขอ้ ใด

1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
2. ภาคกลาง
3. พ้ืนที่ชายทะเล
4. ภาคเหนอื
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชงิ วิทยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 4 : ดนิ เคม็
คะแนนเตม็ : ข้อ 4. ภาคเหนือ
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอ่นื ๆ
: ไมต่ อบ

คำถำมขอ้ ท่ี 5: ดนิ เคม็ (2 คะแนน)
ข้อใดตอ่ ไปนี้เป็นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาการแพร่กระจายดนิ เค็ม

1. การปรบั ปรุงแก้ไขความเคม็ ของดนิ ดว้ ยวัสดุปูนอตั ราตามความตอ้ งการปูนของดนิ
2. การปลกู ตน้ ไม้โตเร็วบนเนนิ พ้ืนทร่ี ับนา้
3. ปลูกพชื ปยุ๋ สดตระกูลถ่วั บารุงดนิ เชน่ โสนอฟั ริกนั ถ่ัวพุ่ม ถ่วั พร้า หรอื ปอเทือง

4. การไถกลบตอซงั ข้าว หลงั เก็บเกี่ยวขา้ ว
(สมรรถนะ : การใช้ประจกั ษ์พยานทางวทิ ยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมท่ี 5 : ดินเค็ม
คะแนนเตม็ : ข้อ 2. การปลูกต้นไม้โตเรว็ บนเนินพืน้ ทีร่ บั นา้
ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไมต่ อบ

เกณฑก์ ำรประเมนิ แบบทดสอบ PISA
วชิ า วทิ ยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งทาแบบทดสอบซา้
รอ้ ยละ 80-100 ดเี ยยี่ ม
รอ้ ยละ70-79 ดี
รอ้ ยละ 60-69 พอใช้
น้อยกว่าร้อยละ 59 ปรบั ปรงุ

แนวข้อสอบ ONET

1. พชื ชนดิ ใดท่ีเกษตรกรควรใช้ปลูกเพ่ือเป็นการปรับปรงุ บารงุ ดนิ
ก. ต้นยคู าลปิ ตสั ต้นสน
ข. ต้นมนั สาปะหลงั มะเขอื เทศ
ค. ต้นจามจุรี ตน้ ถวั่ ลิสง
ง. ตน้ กระถิน ต้นมะพรา้ ว

ที่มา : https://quizizz.com/admin/quiz/5c526497efca04001c9fc456/-2

Soj;p แผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 18

ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ โลกของเรา หนว่ ยย่อยท่ี 2
เรอ่ื ง แหลง่ น้าผวิ ดนิ เวลา 2 ช่ัวโมง
วนั ที่ทาการสอน ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน ตวั ชวี้ ัด
แหลง่ น้ำบนดนิ มีหลำยลกั ษณะข้นึ อยู่กบั ลักษณะภมู ปิ ระเทศ ว 3.2 ม.2/8 อธบิ ายปจั จัยและกระบวนการเกดิ แหล่งน้าผวิ ดนิ
ลกั ษณะทำงนำ้ และควำมเรว็ ของกระแสนำ้ ในแตล่ ะฤดูกำล และแหลง่ นา้ ใต้ดินจากแบบจ้าลอง

3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- แหลง่ นา้ ผิวดนิ - ใบงาน Diagram เร่ือง แหล่งนา้ ผิวดิน

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 6. เครื่องมอื การสอนคิด
- ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - Diagram, six thinking hats (yellow hat)

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ขัน้ ของกิจกรรม 8. สือ่ 9. วธิ ีวดั ผล

Do Now (2 นาที) - ใบงาน Diagram - ประเมินใบงาน
Diagram เรอ่ื ง
“ยกตวั อยา่ งแหลง่ นา้ จืดที่พบในชีวิตประจ้าวนั ” เรอื่ ง แหล่งน้าผวิ ดิน แหลง่ น้าผิวดิน

Purpose (2 นาที) - ใบความรู้ เรอื่ ง

เราจะเรยี นเรอื่ ง แหลง่ นา้ ผวิ ดิน เพอื่ ใหน้ กั เรียนสามารถอธิบายปัจจัยและกระบวนการ แหล่งนา้ ผิวดนิ

เกิดแหล่งนา้ ผิวดิน - สอ่ื Power Point

Work mode (110 นาที) เร่อื ง แหลง่ นา้ ผิวดนิ

1. นักเรยี นตอบคา้ ถาม “แหลง่ น้าจืดท่ีอยู่บนโลก มาจากแหลง่ นา้ ที่ใดบ้าง” (white

hat) (พอเพยี ง 2 ความมีเหตุผล) (5 นาที)

2. นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมลู เก่ียวกบั แหล่งนา้ ผิวดนิ โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เรอื่ ง แหลง่

นา้ ผวิ ดิน และสรุปความรู้ ในรปู แบบของผงั มโนทศั น์ ลงในใบงาน Diagram เรือ่ ง - วิดโิ อ เร่ือง แหลง่ นา้

แหลง่ นา้ ผวิ ดิน (คดิ 9 : คดิ เชิงมโนทัศน์) (สมรรถนะ2 : การคิดขันสงู )(พอเพียง 3 : ผิวดิน

การมภี มู คิ ุ้มกนั ท่ดี )ี (25 นาท)ี

3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ น้าเสนอผลงานหนา้ ชันเรยี น และอภิปรายผลงานร่วมกัน

(25 นาที)

4. นกั เรยี นฟังครอู ธบิ ายเนือหาเพิ่มเติม เรือ่ ง แหล่งนา้ ผิวดนิ โดยใช้สอ่ื Power Point

เรอ่ื ง แหล่งนา้ ผวิ ดิน (20 นาที)

5. นักเรยี นดูส่อื วีดีโอ เร่ือง แหล่งน้าผวิ ดิน (20 นาที)

6. นักเรียนตอบค้าถาม “ประโยชน์ของแหล่งน้าผวิ ดินมีอะไรบ้าง”(yellow hat)

(5 นาที)

7. นักเรยี นและครู ร่วมกนั สรุปความรู้ เร่ือง แหลง่ น้าผวิ ดนิ (10 นาที)

Reflective Thinking (5 นาที)

- บอกความร้ทู ่นี กั เรยี นได้รบั คนละ 1 ข้อ (3 นาที)

- แบบทดสอบ (2 นาที)

ใบกิจกรรม Diagram

คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขียน Diagram เก่ียวกบั แหล่งน้าผิวดิน

............................... .............
............

m เร่ือง แหลง่ นา้ ผิวดิน

........... .............................
...........

แบบประเมนิ ผลงานใบงาน Diagram

คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน ใหท้ ้าเครื่องหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมินกา้ หนด

ความ ความ สรปุ ผล
สอดคล้อง สะอาด
ลา้ ดบั ที่ ชื่อ-สกลุ ความถูกตอ้ ง ครอบคลมุ และเชื่อมโยง ตรงตอ่ เวลา เรียบร้อย รวม การ
ของผรู้ ับการประเมิน ของเนือหา เนือหา ของเนือหา 4 20 ประเมิน
4 คะแนน ผา่ น/ไม่
4 4 4 ผ่าน

4321 43214 32 14321 4321

ประเมิน ลงชื่อ .................................................... ผู้
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนไดร้ ะดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขึนไปถอื ว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Diagram

เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)

รูปแบบ - มหี ัวขอ้ ท่ีชดั เจน - มีหวั ขอ้ ท่ีชดั เจน - มีหัวขอ้ ที่ชัดเจน - มีหวั ข้อท่ีชดั เจน

- เขยี นอยู่ในกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ - เขียนอยใู่ นกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ

- ใช้ค้าสา้ คัญตรงประเด็น - ใช้คา้ สา้ คัญตรงประเด็น - ใช้ค้าสา้ คญั ตรงประเดน็

- ใช้สญั ลกั ษณห์ รือภาพ - ใช้สัญลกั ษณห์ รอื ภาพ

สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย

- ใช้สีสนั ท่วั แผ่น

เนือหา - เนือหาครบถว้ นตาม - เนอื หาถกู ต้องตามสาระ - เนือหาถูกตอ้ งตามสาระ - เนอื หาถกู ต้องตามสาระ

สาระที่กา้ หนด 100% ทีก่ ้าหนด 80-99% ที่กา้ หนด 60-79% ทก่ี ้าหนดต้่ากว่า 59%

- เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต้า่ กว่า 59%

- ลา้ ดบั หวั ขอ้ เนือหา - ลา้ ดับหวั ข้อเนือหา - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไม่

ชัดเจน ชัดเจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต้่ากว่า

- มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การน้าเสนอ - พูดชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดน้าเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง

ตามอักขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอกั ขระ60-79% ตามอักขระต้า่ กว่า

- บุคลกิ ภาพดีและมีความ - บุคลกิ ภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม 59%

มน่ั ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลิกภาพเหมาะสม

- มกี ารใช้ส่อื ประกอบการ นา้ เสนอได้บางส่วน

น้าเสนอ

- ความพร้อมในการ

นา้ เสนอ

ความ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรอื

สวยงาม - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ยา่ ง

- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ ใดอย่างหน่ึง

- ความเป็นระเบียบอา่ น

งา่ ย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถว้ น ตรง สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้า ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้า
เวลา ตามเวลาทก่ี ้าหนด กวา่ เวลาทกี่ า้ หนด 5 กว่าเวลาที่กา้ หนด 10 กวา่ เวลาที่ก้าหนด 15
นาที นาที นาที

ใบความรู้ เรือ่ ง แหลง่ นา้ ผิวดนิ

ประเภทของแหล่งน้าธรรมชาติ
แหล่งน้าผิวดิน (Surface Water) คอื แหลง่ น้ากวา่ รอ้ ยละ 99 บนโลก ซึ่งสะสมนา้ ฝนท่ีตกลงมายังพืนดิน ไหล
ตามความลาดชันของสภาพภูมปิ ระเทศ กอ่ นมาขังอย่รู วมกนั จนก่อให้เกดิ มหาสมุทร ทะเลสาบ แม่นา้ ล้าคลอง
หนอง และบงึ จากการเป็นแหลง่ นา้ บนพนื ผิวโลก จึงส่งผลให้น้าผวิ ดนิ งา่ ยต่อการสมั ผสั และปนเปอ้ื นสารพิษ
ตา่ ง ๆ

แหล่งนา้ ใต้ดิน (Ground Water) คอื นา้ ท่ีสะสมอยู่ในชันดิน หรอื “นา้ ในดิน” และชนั หนิ หรือ “นา้
บาดาล” ของโลก ซึ่งเกดิ จากการไหลซึมของนา้ บนผิวดนิ ก่อนไปสะสมอยใู่ นชันดินและชนั หินต่าง ๆ หรอื ลกึ
ลงไปกักเกบ็ อย่ใู ต้พืนดินใน “ชันหนิ อมุ้ นา้ ” (Aquifer) นา้ ใต้ดินมกั สามารถคงคุณภาพของน้าไวใ้ นระดบั ดีถึงดี
เยีย่ ม เน่ืองจากสารแขวนลอยต่าง ๆ ถูกกรองโดยชนั ดนิ และหิน แต่แหลง่ นา้ ใต้ดินอาจมโี อกาสปนเปือ้ นแรธ่ าตุ
และสารเคมีบางอย่างจากชนิดของหินในชนั หินใต้ดนิ

นา้ ในบรรยากาศ (Atmospheric Water) คือ น้าในสถานะตา่ ง ๆ ในชันบรรยากาศโลก เช่น เมฆ ฝน และ
หยาดน้าฟ้า (Precipitation) ไม่วา่ จะเปน็ ลูกเห็บ หิมะ ละอองนา้ หมอก หรือไอน้า

การเกิดลาน้า

ในปจั จุบนั แหลง่ น้าแต่ละแหลง่ หรอื แหลง่ นา้ ในแต่ละพนื ท่ลี ้วนมขี นาดและลักษณะรปู รา่ งแตกต่างกันออกไป
ซง่ึ เปน็ ผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ ทางธรรมชาติ เช่น ลกั ษณะภูมิประเทศ ลักษณะโครงสร้างทางธรณวี ิทยาของแต่
ละพืนที่ ความเรว็ และปรมิ าณของกระแสน้าในแต่ละฤดูกาล รวมไปถงึ ระยะเวลาของการเกดิ และการกดั เซาะ

จากการไหลตามธรรมชาติของนา้ เนื่องจากแรงโนม้ ถ่วงของโลก การเกดิ ล้านา้ จงึ เร่ิมจากพนื ทีส่ งู ไหลลงสทู่ ่ีตา้่
เมื่อฝนตกลงมายงั พืนดิน นา้ บางสว่ นซมึ ลงสชู่ นั ดินและหิน ขณะนา้ ทเี่ หลอื จะไหลไปตามผิวหนา้ ดนิ เกดิ การกัด
เซาะจนกลายเป็นร่องนา้ ทสี่ ามารถขยายจนกลายเปน็ หว้ ย ลา้ ธาร และแมน่ า้ ในท้ายที่สุด

แบบทดสอบ

1. แหลง่ น้าทปี่ กคลุมพืนดนิ เราเรยี กวา่ อะไร
ก. นา้ ผวิ ดิน
ข. น้าใตด้ ิน
ค. น้าบาดาล
ง. น้าในอากาศ

ที่มา : http://www.kksci.com/elreaning/prarang_t/test_2_t.htm

แผนจัดการเรยี นรูท้ ่ี 19

ชเรSื่ออื่ oหงนj;p่วแยหกลาง่ รนเ้ารใยี ตน้ดรนิ ู้ โลกของเรา หน่วยย่อยที่ 2
เวลา 2 ชั่วโมง
วนั ทที่ าการสอน ผ้สู อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน ตัวช้ีวัด
แหล่งนา้ ใตด้ ินเกิดจากนา้ บนดินบางส่วนไหลซมึ ผ่านชนั ดินลง ว 3.2 ม.2/8 อธบิ ายปจั จยั และกระบวนการเกดิ แหลง่ น้าผิวดนิ
ไปสใู่ ตผ้ วิ ดิน และถูกกักเก็บไวใ้ นชันดินและหิน และแหล่งน้าใตด้ ินจากแบบจา้ ลอง

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- แหลง่ น้าใต้ดิน
- ใบงาน Diagram เรอื่ ง แหล่งนา้ ใต้ดิน
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. เครอ่ื งมือการสอนคิด
- Diagram, (white hat), (yellow hat)

กจิ กรรมการเรยี นรู้ 8. สอื่ 9. วธิ วี ดั ผล

7. ขั้นของกจิ กรรม - ใบงาน Diagram เร่ือง - ประเมินใบงาน
แหล่งน้าใต้ดิน Diagram เรื่อง
Do Now (2 นาท)ี - ใบความรู้ เรื่อง แหล่ง แหล่งน้าใต้ดิน
“ยกตวั อย่างแหล่งน้าจดื ที่พบในชีวิตประจ้าวนั ” นา้ ใตด้ ิน
Purpose (2 นาที) - ส่ือ Power Point
เราจะเรยี นเรอื่ ง แหลง่ นา้ ใต้ดิน เพื่อให้นักเรยี นสามารถอธิบายปัจจยั และ เรือ่ ง แหล่งนา้ ใต้ดิน
กระบวนการเกิดแหล่งน้าใต้ดินจากแบบจ้าลอง
Work mode (110 นาท)ี - วิดโิ อ เรื่อง แหลง่ น้าใต้
1. นกั เรยี นตอบค้าถาม “แหลง่ น้าเค็มทอ่ี ยบู่ นโลก มาจากแหลง่ น้าทใี่ ดบ้าง” ดิน
(white hat) (พอเพียง 2 ความมเี หตผุ ล) (5 นาที)
2. นกั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกับแหล่งน้าใต้ดนิ โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เรือ่ ง
แหล่งนา้ ใต้ดนิ และสรปุ ความรู้ ในรปู แบบของผังมโนทศั น์ ลงในใบงาน Diagram
เร่ือง แหลง่ นา้ ใต้ดนิ (คิด 9 : คดิ เชงิ มโนทัศน์) (สมรรถนะ2 : การคดิ ขันสงู )
(พอเพยี ง 3 : การมีภูมิคุ้มกนั ท่ีด)ี (25 นาที)
3. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ น้าเสนอผลงานหนา้ ชนั เรยี น และอภิปรายผลงานร่วมกนั
(สมรรถนะ3 : การสือ่ สาร ) (25 นาที)
4. นักเรียนฟงั ครอู ธิบายเนือหาเพ่มิ เตมิ เรอ่ื ง แหล่งน้าใต้ดนิ โดยใชส้ อ่ื Power
Point เร่ือง แหลง่ นา้ ใต้ดนิ (20 นาท)ี
5. นักเรียนดูส่ือ วีดีโอ เร่ือง แหลง่ นา้ ใต้ดิน (20 นาที)
6. นกั เรียนตอบค้าถาม “ประโยชน์ของแหลง่ น้าใตด้ ินมอี ะไรบ้าง”(yellow hat)
(5 นาที)
7. นกั เรียนและครู ร่วมกันสรุปความรู้ เรอื่ ง แหลง่ น้าใต้ดิน (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอกความรู้ทน่ี ักเรียนไดร้ ับ คนละ 1 ข้อ (3 นาที)
- แบบทดสอบ (2 นาที)

ใบความรู้ เร่ือง แหล่งนา้ ใต้ดิน
ส้าหรับแหลง่ น้าใต้ดินหมายถึง พืนท่ที ่มี นี ้าสะสมอยู่เยอะ โดยแหล่งนา้ ใตด้ นิ เกดิ จากการสะสมน้าเปน็
เวลานานผ่านกระบวนการวธิ ีต่างๆ มากมาย ปัจจุบันเรานา้ น้าใตด้ ินมาใช้งาน 3 ลกั ษณะก็คือ บ่อนา้ บาดาล
การขุดเจาะบอ่ ให้เกดิ ความลึกจนเจอน้าซมึ ขึนมา จากนันกป็ ล่อยให้นา้ ซมึ ขึนมาแลว้ น้าน้าตรงนันขนึ มาใชง้ าน
บอ่ แบบนจี ะลึกมาก มีนา้ อยตู่ ลอดเวลาไมแ่ ห้ง สองบ่อน้าตนื คล้ายกับวิธแี รกแต่เปน็ บอ่ ที่ตืน (ใชน้ ้าใตด้ นิ ) พอ
เจอน้าซึมออกมาก็หยุดเจาะบางครงั พอใจเป็นเวลาไม่นานอาจจะแหง้ ไป สามทางน้าซบั หมายถึงเสน้ ทางน้าใต้
ดนิ ทไ่ี หลซมึ ผ่านชนั ดินไปสะสมอยูท่ ่ีใดทห่ี น่งึ จนเต็มไม่สามารถสะสมได้อีกสดุ ทา้ ยมันกผ็ ดุ ออกมาทางผิวดนิ
(คล้ายกับพวกตาน้า หรอื น้าพุ)

นา้ ใตด้ ินส้าคญั อย่างไร
นา้ ใตด้ ิน ไม่วา่ จะเป็นนา้ ชนดิ ไหนก็ตามมีความสา้ คัญอย่างมาก เนอื่ งจากจะเป็นแหลง่ น้าทจ่ี ะช่วยให้มนษุ ย์และ
สตั ว์สามารถดึงขนึ มาใช้เพอื่ ด้าเนนิ ชวี ิตอยู่ได้ อย่างเชน่ บางพนื ทีใ่ นชนบทตา่ งจังหวัดยังไมม่ ีการจดั การดา้ น
ประปาให้เข้าถึงได้ กอ็ าจจะต้องดึงนา้ ใต้ดนิ ขนึ มาใชแ้ ทน สองการขุดนา้ ใตด้ ินอาจจะพัฒนาให้กลายเป็นน้าผิว
ดินสา้ หรับการเกษตรได้ อย่างเช่น การขุดบอ่ , สระนา้ เป็นตน้
วธิ ีการใชต้ ้องถกู วธิ ี
การเลือกใช้นา้ ใตด้ ินไม่ได้หมายความวา่ ใครจะขุดกไ็ ด้ ทุกอย่างต้องมขี นั ตอนการด้าเนินการท่ถี ูกต้อง ตังแต่
การขออนญุ าตขดุ เจาะเพื่อคน้ หานา้ ใตด้ ิน การเอาขึนมาใช้ และการกลบฝงั หลมุ ท่ีขุด ทต่ี อ้ งเขม้ งวดเร่อื งนเี ป็น
เพราะว่าการขดุ เจาะน้าใต้ดนิ ขึนมาใชไ้ มว่ ่าจะเปน็ ความลึกระดบั ไหนกต็ าม จะส่งผลต่อหนา้ ดนิ บริเวณโดยรอบ
ดว้ ย หากการขดุ ทา้ อย่างไม่ถกู วธิ ี อาจจะท้าใหห้ น้าดินการเกดิ พงั ทลายขึนมา หรอื หลมุ ทเ่ี กดิ ขึนนันสง่ ผล

กระทบใหเ้ กิดพนื ดินแตกจากแรงกระแทกขดุ กไ็ ด้เชน่ กัน ยงั ไม่รวมถงึ การสบู น้าใตด้ นิ ขนึ มาใชม้ ากเกินไปจนทา้
ให้เกดิ ผลเสยี ระยะยาวต่อชนั ดนิ ชนั หินบรเิ วณโดยรอบอกี

ดงั นนั การน้าน้าใต้ดินขนึ มาใช้จึงต้องผ่านการวางแผน ศกึ ษาข้อดีข้อเสียมาเป็นอย่างดี ไมอ่ ย่างนันการขดุ นา้ ใต้
ดนิ ขึนมาใช้อาจจะทา้ ให้เกิดผลเสยี ระยะยาวได้

ใบกิจกรรม Diagram

คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขียน Diagram เก่ียวกบั แหล่งน้าใตด้ ิน

............................... .............
............

m เรื่อง แหล่งนา้ ใตด้ นิ

........... .............................
...........

แบบประเมนิ ผลงานใบงาน Diagram

คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน ใหท้ ้าเครื่องหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมินกา้ หนด

ความ ความ สรปุ ผล
สอดคล้อง สะอาด
ลา้ ดบั ที่ ชื่อ-สกลุ ความถูกตอ้ ง ครอบคลมุ และเชื่อมโยง ตรงตอ่ เวลา เรียบร้อย รวม การ
ของผรู้ ับการประเมิน ของเนือหา เนือหา ของเนือหา 4 20 ประเมิน
4 คะแนน ผา่ น/ไม่
4 4 4 ผ่าน

4321 43214 32 14321 4321

ประเมิน ลงชื่อ .................................................... ผู้
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนไดร้ ะดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขึนไปถอื ว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Diagram

เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)

รูปแบบ - มหี ัวขอ้ ท่ีชดั เจน - มีหวั ขอ้ ท่ีชดั เจน - มีหัวขอ้ ที่ชัดเจน - มีหวั ข้อท่ีชดั เจน

- เขยี นอยู่ในกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ - เขียนอยใู่ นกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ

- ใช้ค้าสา้ คัญตรงประเด็น - ใช้คา้ สา้ คัญตรงประเด็น - ใช้ค้าสา้ คญั ตรงประเดน็

- ใช้สญั ลกั ษณห์ รือภาพ - ใช้สัญลกั ษณห์ รอื ภาพ

สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย

- ใช้สีสนั ท่วั แผ่น

เนือหา - เนือหาครบถว้ นตาม - เนอื หาถกู ต้องตามสาระ - เนือหาถูกตอ้ งตามสาระ - เนอื หาถกู ต้องตามสาระ

สาระที่กา้ หนด 100% ทีก่ ้าหนด 80-99% ที่กา้ หนด 60-79% ทก่ี ้าหนดต้่ากว่า 59%

- เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต้า่ กว่า 59%

- ลา้ ดบั หวั ขอ้ เนือหา - ลา้ ดับหวั ข้อเนือหา - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไม่

ชัดเจน ชัดเจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต้่ากว่า

- มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การน้าเสนอ - พูดชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดน้าเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง

ตามอักขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอกั ขระ60-79% ตามอกั ขระต้า่ กว่า

- บุคลกิ ภาพดีและมีความ - บุคลกิ ภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม 59%

มน่ั ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลิกภาพเหมาะสม

- มกี ารใช้ส่อื ประกอบการ นา้ เสนอได้บางส่วน

น้าเสนอ

- ความพร้อมในการ

นา้ เสนอ

ความ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรอื

สวยงาม - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ยา่ ง

- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ ใดอย่างหน่ึง

- ความเป็นระเบียบอา่ น

งา่ ย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถว้ น ตรง สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้
เวลา ตามเวลาทีก่ า้ หนด กว่าเวลาที่ก้าหนด 5 กวา่ เวลาทก่ี า้ หนด 10 กว่าเวลาที่ก้าหนด 15
นาที นาที นาที

แบบทดสอบ

1. นา้ บาดาลมาจากแหลง่ ใด
ก. น้าฝนท่ีไหลไปรวมอยูใ่ นแอง่ หิน
ข. นา้ ทอี่ ยู่ต้่ากว่าระดับน้าใตด้ นิ
ค. น้าทอี่ ยูใ่ นระดับชันหนิ ใตด้ นิ
ง. เจาะบ่อน้าลงใต้ดิน

แผนจัดการเรยี นรูท้ ี่ 20

ชอ่ื หนว่ ยการรู้ โลกของเรา หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2
เรื่อง ภยั ธรรมชาติ เวลา 2 ชัว่ โมง
วนั ทท่ี าการสอน ผูส้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ภัยธรรมชาติ หมายถึง ภัยอันตรายต่าง ๆ ท่เี กิดขึนตามธรรมชาติ และมี ว 3.2 ม.2/10 สร้างแบบจาลอง ที่อธิบายกระบวน การเกดิ
ผลกระทบต่อชีวิต ความเปน็ อยขู่ องมนษุ ย์ และผลกระทบของนาทว่ ม การกดั เซาะชายฝ่งั ดินถลม่ หลมุ ยบุ
แผน่ ดนิ ทรุด
3. สาระการเรยี นรู้
- ภัยธรรมชาติ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน Cause & Effect เร่อื ง หากมีภยั ธรรมชาติจะสง่ ผล
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน กระทบอยา่ งไร
- ความสามารถในการคดิ 6- . เครอื่ งมอื การสอนคดิ
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - Cause & Effect

กิจกรรมการเรยี นรู้ 8. สอ่ื 9. วิธีวัดผล
- ใบงาน Cause & Effect - ประเมินใบงาน Cause
7. ขัน้ ของกิจกรรม เรื่อง ภัยธรรมชาติ & Effect เรื่อง ภยั
- ใบความรู้ ภยั ธรรมชาติ ธรรมชาติ
Do Now ( 3 นาท)ี - วีดโี อ เร่อื ง ภัยธรรมชาติ

“ใหจ้ าลองสถานการณ์ภยั ธรรมชาติคนละ 1 สถานการณ์” - สื่อ Power Point เร่ือง ภัย
Purpose (2 นาที) ธรรมชาติ

เราจะเรียนเรอื่ ง ภยั ธรรมชาติ เพือ่ ใหน้ ักเรียนสามารถสร้างแบบจาลอง ทีอ่ ธบิ าย
กระบวน การเกิดและผลกระทบของนาทว่ ม การกดั เซาะชายฝัง่ ดินถลม่ หลมุ ยบุ
แผน่ ดนิ ทรุด
Work mode (110 นาท)ี

1. นักเรยี นดสู อื่ วีดีโอ เร่ือง ภยั ธรรมชาติ (15 นาท)ี
2. นักเรียนสบื คน้ ข้อมูลเกี่ยวกบั ภัยธรรมชาติ โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เร่อื ง ภยั ธรรมชาติ
(20 นาท)ี
3. ทาใบงาน Cause & Effect คาดการณแ์ นวโน้มส่งิ ท่ีเกิดขนึ ในอนาคต เรอ่ื ง หากมภี ัย
ธรรมชาติจะส่งผลกระทบอย่างไร (คิด 11 : คดิ อนาคต)(สมรรถนะ2 : การคดิ ขันสูง )
(พอเพยี ง 3 การมีภมู ิคุ้มกนั ท่ดี ี) (20 นาที)
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั เรียน และอภปิ รายผลงานรว่ มกัน (สมรรถนะ4
: การรวมพลงั ทางานเป็นทีม ) (20 นาท)ี
5. นักเรยี นฟงั ครูอธิบายเนือหาเพ่ิมเติม เรอ่ื ง ภัยธรรมชาติ โดยใชส้ ่ือ Power Point เรือ่ ง
ภัยธรรมชาติ (20 นาท)ี
7. นกั เรียนตอบคาถาม “นกั เรียนจาลองสถานการณ์ภัยธรรมชาติท่นี กั เรยี นรูจ้ กั ” (5 นาที)
8. นักเรียนและครู รว่ มกันสรปุ ความรู้ เรอื่ ง ภัยธรรมชาติ (5 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)

- บอก 1 สิ่งที่นักเรียนสงสัยจากการเรียนในคาบนี (3 นาท)ี

- ข้อสอบ O-net (2 นาท)ี

ใบความรู้ เรื่อง ภยั ธรรมชาติ

อุทกภัย

อุทกภยั เป็นภัยธรรมชาติทเ่ี กิดจากนา ในสภาพของนาทว่ ม นาท่วมฉับพลนั หรอื นาไหลเอ่อลน้ ฝ่งั แมน่ า
ลาธารทางนา เข้าท่วมพืนท่ซี ึง่ ปกติไมไ่ ด้อยู่ใตร้ ะดับนา หรือเกิดจากการสะสมนาบนพนื ท่ีทีร่ ะบายออกไม่ทัน
ทาให้พนื ที่นนั ปกคลมุ ไปด้วยนา

สาเหตุการเกดิ อุทกภยั
การเกิดอทุ กภยั มาจากหลายสาเหตุ ทงั โดยทางธรรมชาตแิ ละเกิดจากฝีมอื มนษุ ย์ ซ่งึ อาจเกดิ จากฝนตก

หนกั ตอ่ เนอ่ื งกนั เปน็ เวลานาน ในบางครังอาจทาให้เกิดแผน่ ดินถลม่ การเกิดอทุ กภัยจากนาทะเลหนุน เขือ่ นพงั
กเ็ ปน็ สาเหตุทาให้เกิดอทุ กภัยได้ ซึง่ อทุ กภัยทาให้เกดิ ความเสียหายทงั ตอ่ ชวี ิต ทรพั ย์สินและสิ่งแวดล้อมตาม
ธรรมชาติ รวมไปถงึ ความเสยี หายทางด้านเศรษฐกิจดว้ ย
ลักษณะของอุทกภัย
อทุ กภยั มีความรนุ แรง และรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป ขึนอยู่กับลักษณะภมู ิประเทศ และส่งิ แวดล้อมของแต่ละ
พนื ทโี่ ดยมลี กั ษณะดังนี
นาปา่ ไหลหลากหรอื นาท่วมฉบั พลนั มักจะเกิดขึนในทร่ี าบต่าหรอื ทรี่ าบลุ่มบริเวณใกล้ ภูเขาต้นนา อันเกดิ ขนึ
เนือ่ งจากฝนตกหนักเหนือภูเขาต่อเน่ืองเป็นเวลานาน ทาให้จานวนนา สะสมมีปริมาณมากจนพนื ดินและตน้ ไม้
ดูดซับไมไ่ หว ทาให้นาไหลบ่าลงสทู่ ่ีราบตา่ เบอื งลา่ ง อย่างรวดเร็ว มอี านาจทาลายลา้ งอย่างรนุ แรง ทาให้
บา้ นเรอื นพังเสียหายและอาจทาให้เกิดอนั ตรายถึงชีวติ ได้
นาท่วมหรือนาท่วมขงั เปน็ ลกั ษณะอทุ กภัยท่ีเกิดขึนจากปริมาณนาสะสมจานวนมากที่ ไหลบา่ ในแนวระนาบ
จากทสี่ งู ไปยงั ทต่ี า่ เข้าทว่ มอาคารบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาไดร้ บั ความเสียหาย หรือ เปน็ สภาพนาท่วมขงั ใน
เขตเมอื งใหญ่ ทเ่ี กิดจากฝนตกหนกั ต่อเน่อื งเป็นเวลานาน มสี าเหตมุ าจากระบบการระบายนาไมด่ พี อ มสี ่งิ กีด
ขวางทางระบายนา หรือเกิดนาทะเลหนุนสงู กรณีพนื ท่อี ยู่ใกล้ชายฝ่ังทะเล
นาลน้ ตล่ิง เกดิ ขึนจากปรมิ าณนาจานวนมากท่ีเกดิ จากฝนหนกั ต่อเน่อื ง ท่ไี หลลงสู่ลานา หรือแม่นามีปริมาณ
มากจนระบายลงสู่ลุ่มนาด้านล่างหรือออกสู่ปากนาไม่ทัน ทาให้เกดิ สภาวะนาลน้ ตลง่ิ เข้าท่วมเรือกสวนไรน่ า
ตามสองฝัง่ นา จนไดร้ บั ความเสียหาย ถนนหรอื สะพานอาจชารุดทางคมนาคมถูกตดั ขาดได้
การปอ้ งกนั นาทว่ ม
วธิ แี รกไมต่ อ้ งลดปริมาณนาในแมน่ าแตพ่ ยายามกันนาออกจากพนื ทีร่ าบนาทว่ มถึงโดยการสรา้ งคันกนั นา
(Levees) ดว้ ยการใช้ถุงทราย, คอนกรีตหรือวัสดุอ่ืนๆ ขอ้ ควรระวงั คือ คันกันนาพงั เมื่อคันกันนาพังแล้วนาจะ
ไหลผา่ นรอยแตก (Crevass) ในคนั กนั นา ซ่งึ จะทาใหน้ าทว่ มเลวร้ายกวา่ เดมิ
ทาให้ระดับนาลดต่าลงโดยขุดรอ่ งนาคขู่ นานลานา เมอ่ื นาขนึ ในระยะนาทว่ ม นาจะผ่านไปทางนาล้นไหลเข้าไป
ในร่องนาท่ขี นานกนั ลงสูแ่ หล่งนาที่กักเกบ็ นา หนองนา หรือลงสู่ทะเลสาบต่อไป

พยายามลดปรมิ าณนาไหลลงสู่แม่นาหลงั ฝนตกหนกั โดยการสรา้ งเขอื่ นกนั ต้นนาและสาขาของแม่นา แล้วเก็บ
นาไหลลน้ ท่มี ากเกนิ ลงส่อู ่างเก็บนา และปลูกป่าทดแทนพืชธรรมชาติทมี่ นุษยท์ าลาย
การลดความเสียหายจากอทุ กภัย
ตดิ ตามฟังข่าวอากาศของกรมอตุ นุ ิยมวิทยาและประกาศเตอื นภัยของศูนยเ์ ตือนภยั พิบตั ิแห่งชาติ เมื่อศูนย์
เตือนภยั พบิ ัตแิ ห่งชาติประกาศเตอื นใหอ้ พยพ ควรรบี อพยพไปอยู่ในทสี่ งู หรอื อาคารทม่ี ั่นคงแข็งแรง ทงั คนและ
สัตว์เลยี ง เพราะการอยู่ที่ราบ นาป่าทห่ี ลากจากภูเขาหรือทร่ี าบสงู ลงมา กระแสนารนุ แรงจะรวดเรว็ มาก
ควรสังเกตเมอ่ื มฝี นตกหนักตดิ ตอ่ กนั บนภูเขาหลายๆ วนั ใหเ้ ตรียมตัวอพยพขนย้ายสิง่ ของและสตั ว์เลียงไว้ท่ีสูง
ถา้ อยู่ริมนาใหเ้ อาเรอื หลบเข้าฝงั่ ไวใ้ นท่จี ะใช้งานได้ เม่ือเกดิ นาท่วม เพ่ือการคมนาคม
มกี ารวางแผนอพยพว่าจะไปอยูท่ ี่ใด พบกันท่ีไหน เพราะเมอ่ื มีกระแสนาหลาก จะทาลายวสั ดุก่อสรา้ ง เสน้ ทาง
คมนาคม ตน้ ไม้ พืชไร่ และระวังกระแสนาพดั พาไป
อยา่ ขบั รถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสนาหลาก แมบ้ นถนนกต็ าม อยา่ ลงเลน่ นา เพราะกระแสนาหลากอาจมีความ
รุนแรง อาจทาใหเ้ กิดอบุ ัตภิ ัยอ่ืนๆ อีกได้
หลงั จากนาท่วมจะมีขัง จะเกดิ โรคระบาดในระบบทางเดนิ อาหารทังคนและสัตว์ ใหร้ ะวังนาบรโิ ภค ควรสะอาด
ต้มสุกเสียกอ่ น

ขอ้ ควรปฏบิ ัติเมื่อเกดิ อุทกภยั
ก่อนเกิดภยั
ศึกษาวธิ ีเอาตวั รอดในสถานการณ์นาทว่ ม และเตรยี มอุปกรณท์ ่ีจาเป็นในสถานการณ์นาท่วม ได้แก่ นาดื่ม ยา
รกั ษาโรค อาหารกระปอ๋ ง วทิ ยุ ไฟฉายและถา่ ยไฟฉาย
เตรียมแผนฉกุ เฉนิ ในครอบครวั ควรเตรียมวางแผนอพยพจากบา้ น ทท่ี างาน หรอื โรงเรยี น ไปยังสถานทอ่ี พยพ
หรอื สถานทปี่ ลอดภัยจากนาท่วม โดยกาหนดจุดนัดหมายไวล้ ว่ งหนา้ ร่วมกนั
เคล่อื นยา้ ยเอกสาร ส่งิ ของสาคญั ของมีคา่ ไปไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพอื่ ปอ้ งกนั ความเสียหายจากนาทว่ ม
พจิ ารณาการทาประกนั ภยั นาทว่ ม เลอื กประกนั ภยั ทีค่ รอบคลุมความเสยี หายจากภยั นาท่วม เพื่อปกป้อง
ทรัพย์สนิ ของทา่ น
ระหวา่ งเกิดภัย
ออกจากพืนท่ีทอ่ี าจเกิดนาทว่ มได้ เชน่ ทตี่ ่า หบุ เขา อพยพไปยังพืนทส่ี งู
หลีกเลีย่ งพนื ที่ทมี่ ีนาทว่ มอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมอื่ มีนาไหลเชย่ี ว ไมข่ ้ามแม่นาลาธาร กระแสนาไหลเร็วสามารถ
ทาให้เราลม้ ได้แม้จะมคี วามลึกแคร่ ะดบั หนา้ แข้งกต็ าม
ไมข่ บั ขย่ี านพาหนะฝา่ ลงไปในกระแสนาหลาก นาไหลเร็วและแรงความลกึ แคร่ ะดบั ต้นขาก็สามารถพดั พารถ
กระบะยกสงู ไปตามกระแสนาได้
ไมเ่ ข้าใกลอ้ ปุ กรณ์ไฟฟา้ และสายไฟ ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟา้ ปลกั๊ ไฟ และอุปกรณ์ไฟฟา้ ต่างๆ อยา่ งน้อย ๒
เมตร

ตดิ ตามเหตุการณอ์ ย่างใกล้ชิด เชน่ ติดตามคาเตอื นเกย่ี วกบั ลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และ
ประกาศเตอื นภัยจากศนู ย์เตอื นภัยพบิ ัตแิ ห่งชาติ
หลังเกิดภัย
ตรวจสอบความเสยี หายและความปลอดภัยของตัวบ้านก่อนท่ีจะกลับเขา้ ไปในบ้าน เชน่ ระบบไฟฟา้ ท่อ
ประปา แก๊ซ รวมถึงสตั ว์มพี ษิ ท่ีอาจเขามาอาศัยในบา้ น
ทงิ สงิ่ ของที่มรี าขนึ กาจัดส่ิงของทีเ่ ปยี กในหวั ข้อดังต่อไปนีทนั ทที ่กี ลับเขา้ บ้าน ประกอบด้วย พรมเปียก
เฟอนิเจอร์ ที่นอน และส่งิ ของท่ีเกบ็ ความชืนทาให้เกิดเชือราไดภ้ ายใน ๒๔ ถงึ ๔๘ ช่วั โมง
พยายามทาใหบ้ า้ นแหง้ สนิท เช่น ใชเ้ คร่ืองดูดความชืน(ถ้าม)ี ใชเ้ ครอื่ งปรับอากาศ หรอื พัดลมช่วยลดความชืน
ภายในหอ้ งหรือตัวอาคาร
ทาความสะอาดและฆ่าเชือสงิ่ ของทุกอย่างที่ถกู นาท่วม อาหารท่ีถูกนาท่วมใหน้ าไปทงิ ทงั หมด ห้ามนาไป
รบั ประทาน ถ้าทา่ นใชน้ าประปาเพ่อื การบริโภคใหน้ าไปต้มก่อน (ในกรณที ี่ประกาศว่านาประปามกี าร
ปนเปือ้ น)
วางแผนกอ่ นซอ่ มแซมบา้ น ก่อนทค่ี ณุ จะทาความสะอาดและซอ่ มแซมบา้ น คุณควรประเมินความเสียหาย โดย
ทาตามขนั ตอนดังนีก่อน ประกอบด้วย ตรวจสอบและถา่ ยรูปบรเิ วณบ้านท่ีได้รบั ความเสยี หายจากนาทว่ ม
เรียกบริษทั ประกนั ภัยและเจา้ หน้าทีท่ อ้ งถน่ิ เพือ่ ประเมินความเสยี หาย วางแผนการซอ่ มแซมสงิ่ ใดจาเป็นตอ้ ง
ทากอ่ น-หลัง เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

Cause ใบงาน Cause & Effect Effect
เรื่อง ภยั ธรรมชาติ

and

หากมีภยั ธรรมชาติจะส่งผลกระทบอยา่ งไร

Effect Effect Effect

แบบประเมินใบงาน Cause and Effect

คาชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Cause and Effect

ลาดับที่ ชื่อ-สกุล การแสดง เนื้อหา นาเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ บั การ ความ 4321 สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/
คิดเห็น
ประเมิน 4 3 2 14321 4321 ไมผ่ ่าน
4321

ลงชื่อ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึนไปถอื ว่า ผา่ น

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Cause and Effect

เกณฑก์ าร ระดบั การประเมิน

ประเมิน 4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
- - แสดงความคดิ เห็น
การแสดง - แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคิดเหน็
ผลกระทบของปญั หา/
ความคดิ เห็น ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปญั หา/ ผลกระทบของปัญหา/ เหตกุ ารณไ์ ด้ นอ้ ยกวา่ 6
ข้อ
เหตุการณไ์ ด้ 10 ขอ้ ขึน เหตุการณไ์ ด้ 8-9 ข้อ เหตกุ ารณ์ได้ 6-7 ขอ้

ไป

เนอื หา - เนือหาครบถว้ นตามสาระ - เนือหาถกู ต้องตามสาระที่ - เนอื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนือหาถกู ต้องตามสาระท่ี
ทีก่ าหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดต่ากว่า 59%
การนาเสนอ - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั - เขียนถกู ต้องตามหลัก - เขียนถกู ตอ้ งตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตา่ กว่า 59%
ความ - ลาดบั หวั ข้อเนือหาชัดเจน - ลาดบั หวั ข้อเนือหาชัดเจน - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรปุ ไม่สมเหตุสมผล
สวยงาม - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไดอ้ ยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% ตา่ กวา่ 59%
การตรงต่อ สมเหตุสมผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
เวลา - พดู ชดั เจนเสียงดังฟงั ชดั - พูดชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง
ตามอกั ขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอกั ขระตา่ กวา่ 59%
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมคี วาม - บคุ ลิกภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
มน่ั ใจ - ความพรอ้ มในการ
- มีการใชส้ ่อื ประกอบการ นาเสนอได้บางส่วน - ใชส้ ีสันสวยงามและมี - ใชส้ สี ันสวยงามหรือ
นาเสนอ ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑ์อยา่ งใด
- ความพร้อมในการ - ใชส้ ีสนั สวยงาม อยา่ งหน่งึ
นาเสนอ - มคี วามสะอาด ส่งผลงานครบถว้ น แตช่ ้า
- ใชส้ ีสนั สวยงาม - มีความคดิ สรา้ งสรรค์ กวา่ เวลาทกี่ าหนด 10 ส่งผลงานครบถว้ น แตช่ ้า
- มีความสะอาด นาที กวา่ เวลาทก่ี าหนด 15
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ นาที
- ความเป็นระเบียบอ่าน กว่าเวลาทกี่ าหนด 5 นาที
งา่ ย
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม
เวลาท่กี าหนด

ขอ้ สอบ O – NET

1. สึนามิ เป็นภัยธรรมชาตทิ มี่ ักเกดิ เมอ่ื ใด ?
ก. พายุหมนุ อย่างฉับพลนั บริเวณกลางมหาสมุทร
ข. แผ่นเปลือกโลกเล่ือนออกจากกัน
ค. แผน่ ดินไหวพร้อมกับภูเขาไฟระเบิด
ง. แผน่ ดนิ ไหวรนุ แร้งใต้ทอ้ งทะเล

ท่ีมา : https://www.proprofs.com/quiz-school/story.php?title=sasasasa-32101-2-4asa

แผนจัดการเรยี นรทู้ ่ี 21 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ โลกของเรา เวลา 2 ชว่ั โมง
เร่ือง เชอ้ื เพลงิ ซากดึกดาบรรพ์ ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ทท่ี าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์ ไดแ้ ก่ ปิโตรเลยี ม ถ่านหิน และหนิ นา้ มนั เป็น ว 3.2 ม.2/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบตั ิ และการใช้
เชือ้ เพลิงธรรมชาตทิ เี่ กิดจากกระบวนการเปลยี่ นแปลงทางธรณวี ิทยา ซึ่งแต่
ละชนดิ มลี ักษณะ สมบัติ และการนาไปใช้ประโยชน์ท่แี ตกต่างกนั ประโยชน์ รวมทั้งอธบิ ายผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงซากดกึ
ดาบรรพ์จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้

3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
- เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์ - ใบงาน Mind mapping เร่อื ง เชือ้ เพลงิ ซากดึกดาบรรพ์
- ใบงานตามแนว PISA เรอื่ ง การกลนั่ นา้ มันดิบ
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคดิ 6. เคร่ืองมือการสอนคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - Mind mapping, Six thinking hats (White hat)

กจิ กรรมการเรียนรู้ 8. สอื่ 9. วิธีวัดผล
- ใบงาน Mind mapping
7. ขั้นของกิจกรรม เรือ่ ง เช้อื เพลิงซากดึกดา - ประเมนิ ใบงาน Mind
บรรพ์ mapping เร่ือง เชือ้ เพลิง
Do Now ( 3 นาที) - ใบความรู้ เร่ือง เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์
“บอกวิธีแก้วิธีปวดหลงั คนละ 1 วธิ ี” ซากดกึ ดาบรรพ์ - ใบงานตามแนว PISA
Purpose (2 นาท)ี - สอ่ื Power point เร่ือง เร่ือง การกลั่นน้ามนั ดบิ
เราจะเรียนเรอ่ื ง เชือ้ เพลิงซากดึกดาบรรพ์ เพือ่ ใหน้ กั เรียนสามารถเปรยี บเทียบ เช้ือเพลงิ ซากดึกดาบรรพ์
กระบวนการเกดิ สมบตั ิ และการใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธบิ ายผลกระทบจากการใช้
เชอ้ื เพลิงซากดกึ ดาบรรพ์จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ - ใบงานตามแนว PISA
Work mode (110 นาท)ี เรอื่ ง การกลัน่ นา้ มันดบิ
1. นักเรียนตอบคาถาม “นักเรียนคิดวา่ น้ามนั เชอ้ื เพลิงทามาจากอะไร” (10 นาที)
2. นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มลู เกี่ยวกับเชื้อเพลงิ ซากดึกดาบรรพ์ โดยศึกษาจากใบความรู้ เร่ือง
เชือ้ เพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์ และสรุปความรู้ ในรปู แบบของผงั มโนทศั น์ ลงในใบงาน Mind
mapping เร่ือง เชื้อเพลิงซากดึกดาบรรพ์ (คิด 9 : คดิ เชงิ มโนทัศน)์ (สมรรถนะ2 : การคิด
ขนั้ สงู ) (พอเพียง 3 : การมีภูมิคุ้มกนั ที่ดี) (25 นาที)
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน และอภปิ รายผลงานร่วมกนั (20 นาท)ี
4. นักเรียนฟังครอู ธบิ ายเนื้อหาเพ่มิ เตมิ เร่ือง การกร่อน โดยใชส้ ือ่ Power Point เชื้อเพลิง
ซากดกึ ดาบรรพ์ (25 นาท)ี
5. นักเรียนทาใบงานตามแนว PISA เรอื่ ง การกล่นั นา้ มันดบิ (20 นาท)ี
6. นักเรียนตอบคาถาม “ยกตัวอย่างผลกระทบจากการใช้เชอ้ื เพลงิ ซากดึกดาบรรพ์”
(White hat) (10 นาที)
7. นกั เรียนและครู ร่วมกันสรปุ ความรู้ เรือ่ ง เชอื้ เพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์ (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สงิ่ ท่ีนักเรยี นได้รับจากการเรยี นในคาบนี้
- ขอ้ สอบ O-net

ใบความรู้ เร่ือง เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์

เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์ (Fossil Fuel) เป็นแหล่งพลงั งานส้ินเปลืองหรือพลงั งานท่ใี ชแ้ ลว้ หมดไป (Non renewable energy)
ท่ีเกิดข้ึนจากการทบั ถมของซากพชื ซากสัตว์ ประกอบกบั ความร้อนและความดนั ใตผ้ วิ โลก โดยใชเ้ วลานานนบั ลา้ น ๆ ปี มนั
มบี ทบาทอยา่ งมากในการเป็นแหล่งพลงั งานสาคญั ของโลก และช่วยขบั เคลอื่ นการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม เทคโนโลยี
เศรษฐกิจ ใหเ้ ปล่ียนแปลงไปในทางบวก ขณะเดียวกนั กม็ ผี ลกระทบในทางลบดว้ ย เนื่องจากการเผาไหมห้ รือนาเช้ือเพลิง
ซากดึกดาบรรพม์ าใชน้ ้นั ก่อใหเ้ กิดกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ตลอดจนก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ไปสู่ช้นั บรรยากาศ
สาหรับเช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพท์ ่มี กี ารนามาใชม้ ากทีส่ ุด ไดแ้ ก่ ถ่านหินและปิโตรเลียม

1. ถ่านหิน (Coal) เป็นเช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพท์ ่มี ีสีดาหรือสีน้าตาลดา เกิดข้ึนเมือ่ ประมาณ 300 ลา้ นปีมาแลว้ เมื่อ

เฟิร์นขนาดใหญ่ มอส หรือพืชชนิดอื่น ๆ ตายลงและทบั ถมกนั และเม่อื มนั ถูกปกคลุมไปดว้ ยดิน ทาใหพ้ วกมนั มีโอกาส
สัมผสั กบั ออกซิเจนนอ้ ยมาก นอกจากน้ีความร้อนและความดนั ยงั ไล่ออกซิเจนและไฮโดรเจนซ่ึงเป็นองคป์ ระกอบของซาก
พืชเหล่าน้ีออกไป โดยเหลือคาร์บอนไวใ้ นปริมาณมาก กลายเป็นสารประกอบอินทรียท์ ่ีมีปริมาณคาร์บอนแตกต่างกนั ไป
ถ่านหินที่มปี ริมาณคาร์บอนมากกจ็ ะใหค้ ่าพลงั งานความร้อนมาก ซ่ึงถ่านหินทพี่ บมีหลายประเภท เรียงตามระดบั ความลึกที่
พบถดั จากผวิ โลกลงไปไดด้ งั น้ี

1.1 พตี (Peat) เป็นถ่านหินทีอ่ ยตู่ ้ืนทสี่ ุด มปี ริมาณคาร์บอนเป็นส่วนประกอบอยู่ 50-60% ลกั ษณะของถ่านหินชนิดน้ียงั

มซี ากพชื ใหเ้ ห็นเป็นโครงสร้างอยู่

1.2 ลกิ ไนต์ (Lignite) เป็นถ่านหินทม่ี ีสีน้าตาลดา มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบอยู่ 60-70% นอกจากน้ียงั มีกามะถนั และ

ความช้ืนสูง โดยมคี วามช้ืนสูงมากกว่า 45% แต่มีคุณภาพต่า มกั ใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงงานไฟฟา้

1.3 บิทูมินสั (Bituminous) เป็นถ่านหินสีดาสนิท เป็นมนั วาว มีคุณภาพสูง ให้ค่าความร้อนสูงกวา่ พีตและลิกไนตเ์ มือ่

เผาไหม้ เนื่องจากมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบอยถู่ ึง 80-90% มีกามะถนั และความช้ืนต่า โดยมคี วามช้ืนอยตู่ ่ากวา่ 20% ใช้
ในการถลุงโลหะหรือผลิตกระแสไฟฟา้ นอกจากน้ียงั มถี ่านหินประเภทซบั บิทูมินสั (Subbituminous) ซ่ึงอยรู่ ะหว่างช้นั ของ
ลิกไนตแ์ ละบิทมู นิ สั โดยมีคุณภาพอยรู่ ะหวา่ งลิกไนตแ์ ละบิทมู ินสั และมคี าร์บอนเป็นส่วนประกอบอยปู่ ระมาณ 75-80% มี
ความช้ืนประมาณ 20-30%

1.4 แอนทราไซต์ (Anthracite) เป็นถ่านหินทมี่ ีคุณภาพดีทส่ี ุด เน่ืองจากอยชู่ ้นั ลึกท่สี ุดจึงถูกแรงกดดนั และความร้อน

ใตผ้ วิ โลกอดั จนทาให้เหลือแต่คาร์บอน โดยมปี ริมาณคาร์บอนเป็นส่วนประกอบอยถู่ ึง 90% ข้ึนไป มคี วามช้ืนนอ้ ยกว่า 15%
ซ่ึงถือว่าต่าที่สุด ให้ค่าความร้อนสูง สาหรับในประเทศไทยยงั ไม่พบถ่านหินแอนทราไซต์ แต่จะพบเซมิแอนทราไซตซ์ ่ึงมี
คุณภาพอยรู่ ะหว่างบิทูมนิ สั กบั แอนทราไซต์

. ปโิ ตรเลียม (Petroleum) เกิดจากซากพชื และซากสตั วใ์ นทะเล เช่น สาหร่ายและแบคทีเรีย ท่ตี ายลงมาเป็นเวลาหลาย

ลา้ นปี และถูกทบั ถมเรื่อย ๆ ภายใตต้ ะกอน ทราย หรือโคลนตมท่ีมีระดบั ความสูงหลายพนั ฟุต ประกอบกบั ถูกอดั ดว้ ยความ
ร้อนและความดนั ใตโ้ ลก ทาให้สสารอื่น ๆ ท่ีเป็นองคป์ ระกอบ เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน กามะถนั เหลือนอ้ ยลง ดงั น้นั
ปิโตรเลียมจึงมอี งคป์ ระกอบส่วนใหญ่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซ่ึงประกอบไปดว้ ยคาร์บอนและไฮโดรเจน มนั เป็น
เช้ือเพลิงทอ่ี ยใู่ นสถานะของเหลวอยา่ งน้ามนั ดิบ และแกส๊ อยา่ งแกส๊ ธรรมชาติ

2.1 น้ามนั ดบิ (Crude Oil) ประกอบไปดว้ ยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทเี่ หลือจะเป็นออกซิเจน

ไนโตรเจน และกามะถนั การจะนาน้ามนั ดิบไปใชจ้ าเป็นตอ้ งผา่ นกระบวนการกลนั่ ลาดบั ส่วน (Fractional Distillation)
เพ่อื ให้ไดผ้ ลิตภณั ฑท์ ี่มคี ุณสมบตั ิและนาไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกต่างกนั ออกมา ท้งั น้ีผลิตภณั ฑท์ ี่ไดจ้ ากการกลน่ั ลาดบั ส่วน
ไดแ้ ก่ น้ามนั เตาและยางมะตอย, น้ามนั หล่อลื่น, น้ามนั ดีเซล, น้ามนั ก๊าด, น้ามนั เบนซินและแนฟทาหนกั , แนฟทาเบา และ
เช้ือเพลิงแกส๊ หุงตม้ ตามลาดบั

2.2 แกส๊ ธรรมชาติ (Natural Gas) เกิดจากซากพชื และสตั วข์ นาดเลก็ ท่ตี ายลงเป็นเวลากวา่ ลา้ นปีมาแลว้ โดยแก๊สจะ

แทรกตวั อยตู่ ามช้นั หิน ลกั ษณะคลา้ ยกบั น้าที่อยใู่ นฟองน้าเปียก ๆ มนั เป็นส่วนผสมของแก๊สหลาย ๆ ชนิด เช่น มเี ทน อีเทน
โพรเพน แต่มีแก๊สมีเทน (CH4) เป็นองคป์ ระกอบหลกั แกส๊ ธรรมชาติน้ีไมม่ สี ี ไมม่ กี ลิ่น แต่โดยทว่ั ไปแลว้ บริษทั ผลิตแกส๊
จะผสมสิ่งที่เรียกว่า Mercaptan ซ่ึงมีส่วนผสมของกามะถนั เขา้ ไป ทาให้มนั มีกลิ่นแปลก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจจบั เม่อื มี
แกส๊ ร่ัว

ใบงาน Mind mapping เร่อื

อง เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping

ชื่อ-สกุล รูปแบบ เนือ้ หา นาเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลาดบั ที่ ของผรู้ บั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/

ประเมิน ไม่ผ่าน

ลงชื่อ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
- เขียนความคิดรวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอดหลกั
เน้ือหา - เขียนความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอดหลัก
ไวต้ รงกลาง ไวต้ รงกลาง
การนาเสนอ - มีกิ่งแกว้ กง่ิ ก้อย และกง่ิ หลกั ไว้ตรงกลาง ไวต้ รงกลาง - มีก่งิ แกว้ ขาดกิง่ ก้อย แต่

ความสวยงาม ยอ่ ยตามลาดับ - มีกิง่ แกว้ กิง่ กอ้ ย และก่งิ - มีกิง่ แก้ว กิง่ ก้อย และก่งิ ขาดกงิ่ ยอ่ ย
การตรงตอ่ - ตัวหนงั สืออยบู่ นเสน้ - ใช้สีสนั ไมท่ ั่วแผน่
- ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ ยอ่ ยตามลาดับ ยอ่ ยตามลาดับ
เวลา - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพสอื่ - เน้อื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
- ตวั หนงั สืออยู่บนเส้น - ใช้สสี นั ทวั่ แผน่ กาหนดต่าว่า 59%
ความหมาย - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
- ใช้สสี นั ทัว่ แผน่ - ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น ต่าว่า 59%
- เนือ้ หาครบถ้วนตามสาระที่ - มีการสรุปไม่สมเหตุสมผล
กาหนด 100% - ใชส้ สี ันท่ัวแผ่น ตา่ ว่า 59%
- เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา
100% - เน้อื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอื้ หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - สามารถพูดนาเสนอได้
- ลาดบั หัวข้อเน้ือหาชัดเจน - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
- มีการสรปุ ได้อย่าง กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% ตามอักขระตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% - บุคลิกภาพเหมาะสม
- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชส้ สี นั สวยงามหรอื เป็นไป
อกั ขระ100% 80-99% 60-79% ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ หนงึ่
ม่นั ใจ - ลาดบั หวั ข้อเนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อย่าง
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากว่า
นาเสนอ - มีการสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% เวลาท่ีกาหนด 15 นาที
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ
- ใช้สสี ันสวยงาม สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - พูดชัดเจนเสียงดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
เวลาท่กี าหนด
อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%

- บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

- ความพร้อมในการนาเสนอ

ได้บางส่วน

- ใชส้ ีสันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงามและมคี วาม
- มคี วามสะอาด สะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์

ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กว่า สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่

เวลาทีก่ าหนด 5 นาที เวลาท่กี าหนด 10 นาที

แบบทดสอบ เรื่อง การกลนั่ น้ามนั ดิบ

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาช้แี จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรูปภาพที่กาหนดให้ตอ่ ไปน้ี (10 คะแนน)
การกลั่นน้ามนั ดิบ เป็นการนาน้ามันดิบผ่านกระบวนการกลั่นลาดับส่วน แล้วแยกผลิตภัณฑ์ออกมา

เปน็ เชื้อเพลงิ ต่างๆ เช่น นา้ มันเบนซิน หรอื น้ามนั ดีเซลท่ีใช้ในยานพาหนะ น้ามนั เตาทีใ่ ช้ในอุตสาหกรรม ยาง
มะตอยทใี่ ชใ้ นการสร้างถนน เปน็ ตน้

คาถามที่ 1 : การกล่ันน้ามนั ดบิ (2 คะแนน)

อะไรคือขั้นตอนของการกลนั่ น้ามนั ดบิ จงเขยี นวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช”่ หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละ

ข้อความ

ตอ่ ไปนีเ้ ปน็ ข้นั ตอนของการกลั่นนา้ มันดิบ ใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่

การกล่นั น้ามันดิบ คือ การนานา้ มนั ดบิ ไปกลัน่ เพ่ือแยกผลิตภัณฑอ์ อกเปน็ ใช่ / ไมใ่ ช่
ส่วนๆ

สง่ นา้ มนั ดบิ เข้าไปในทอ่ เหล็กท่ีเรยี งเป็นแถวในเตาเผา ทมี่ ีอุณหภูมิ 350-400 ใช่ / ไมใ่ ช่
องศาเซลเซียส

ไฮโดรคาร์บอนที่มจี ุดเดอื ดสงู จะควบแน่นออกมาที่สว่ นบนของหอกลน่ั ส่วน ใช่ / ไมใ่ ช่
ไฮโดรคาร์บอนทีม่ จี ุดเดือดตา่ จะควบแน่นออกมาที่ส่วนลา่ งของหอกล่ัน

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชิงวทิ ยาศาสตร์)

คาถามท่ี 2 : การกลั่นน้ามนั ดบิ (2 คะแนน)

มีอะไรเกดิ ขน้ึ เมอื่ ไอร้อนทลี่ อยขน้ึ ไปเยน็ ลง จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรอื “ไมใ่ ช่” ในแต่

ละขอ้ ความ

สงิ่ น้เี กดิ ขึน้ เม่ือไอรอ้ นท่ีลอยขนึ้ ไปเย็นลงใชห่ รอื ไม่ ใช่ หรอื ไม่ใช่

ระเหย ใช่ / ไม่ใช่

ควบแน่น ใช่ / ไมใ่ ช่

ระเหดิ ใช่ / ไม่ใช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชงิ วิทยาศาสตร์)

คาถามท่ี 3 : การกล่นั น้ามันดบิ (2 คะแนน)
ไอร้อนทีล่ อยขึ้นไป เมื่อเยน็ ลงเปน็ ของเหลวบนถาดตามชน้ั ตา่ งๆ จะอยู่ช้นั ใดนัน้ ข้นึ อยกู่ บั สงิ่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชงิ วทิ ยาศาสตร์)

คาถามขอ้ ท่ี 4: การกลน่ั นา้ มนั ดบิ (2 คะแนน)
การกล่ันน้ามนั ดิบจะได้สารต่างๆ ดังตอ่ ไปนี้ ยกเว้นข้อใด

1. เปน็ แก๊สที่อุณหภูมแิ ละความดนั ปกติ
2. เป็นของเหลวท่ีอุณหภูมแิ ละความดนั ปกติ
3. เป็นของแข็งท่ีอุณหภูมแิ ละความดนั ปกติ
4. ไม่ระเหยเป็นไอในหอกลน่ั
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชิงวทิ ยาศาสตร์)

คาถามข้อท่ี 5: การกลั่นนา้ มนั ดบิ (2 คะแนน)
ผลติ ภัณฑท์ ่ีไดจ้ ากการกล่นั นา้ มันดิบ ขอ้ ใดไม่เข้าพวก

1. น้ามันเคร่อื งบิน
2. น้ามนั ก๊าด
3. นา้ มนั เตา
4. น้ามนั ดีเซล
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจกั ษ์พยานทางวทิ ยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เร่อื ง การกลั่นน้ามันดบิ

(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาช้ีแจง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 5 จากรปู ภาพท่ีกาหนดให้ต่อไปน้ี (10 คะแนน)
การกลั่นน้ามันดิบ เป็นการนาน้ามนั ดิบผ่านกระบวนการกลั่นลาดับส่วน แล้วแยกผลิตภัณฑ์ออกมา

เป็นเช้ือเพลิงต่างๆ เชน่ นา้ มันเบนซนิ หรอื นา้ มนั ดีเซลท่ีใช้ในยานพาหนะ นา้ มนั เตาที่ใช้ในอุตสาหกรรม ยาง
มะตอยท่ีใช้ในการสรา้ งถนน เปน็ ต้น

คาถามท่ี 1 : การกลนั่ น้ามันดบิ (2 คะแนน)

อะไรคอื ขัน้ ตอนของการกล่นั นา้ มนั ดบิ (การกล่นั ลาดับส่วน) จงเขยี นวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช่” หรอื

“ไม่ใช่” ในแต่ละขอ้ ความ

ตอ่ ไปนเ้ี ปน็ ขัน้ ตอนของการกลั่นน้ามนั ดบิ ใช่หรือไม่ ใช่ หรอื ไม่ใช่

การกลัน่ น้ามันดบิ คอื การนาน้ามันดิบไปกลั่นเพ่อื แยกผลติ ภัณฑ์ออกเป็น ใช่ / ไม่ใช่
สว่ นๆ

สง่ น้ามนั ดิบเข้าไปในทอ่ เหลก็ ที่เรยี งเป็นแถวในเตาเผา ทีม่ อี ุณหภมู ิ 350-400 ใช่ / ไมใ่ ช่
องศาเซลเซียส

ไฮโดรคาร์บอนที่มจี ดุ เดอื ดสงู จะควบแนน่ ออกมาทสี่ ว่ นบนของหอกลน่ั สว่ น ใช่ / ไม่ใช่
ไฮโดรคารบ์ อนทม่ี ีจุดเดอื ดต่า จะควบแนน่ ออกมาท่สี ว่ นล่างของหอกลัน่

(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชงิ วิทยาศาสตร์)

การใหค้ ะแนน คาถามท่ี 1 : การกล่นั น้ามนั ดิบ

คะแนนเตม็ : ถกู ทัง้ สามขอ้ : ใช่, ใช,่ ไม่ใช่ ตามลาดบั

ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไม่ตอบ

คาถามท่ี 2 : การกลั่นนา้ มนั ดิบ (2 คะแนน)

มีอะไรเกดิ ข้นึ เมอ่ื ไอรอ้ นท่ลี อยขึ้นไปเยน็ ลง จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรือ “ไมใ่ ช่” ในแต่

ละขอ้ ความ

สง่ิ นี้เกดิ ขึ้นเมือ่ ไอรอ้ นทีล่ อยข้นึ ไปเย็นลงใชห่ รอื ไม่ ใช่ หรอื ไมใ่ ช่

ระเหย ใช่ / ไมใ่ ช่

ควบแนน่ ใช่ / ไมใ่ ช่

ระเหิด ใช่ / ไม่ใช่

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์)

การใหค้ ะแนน คาถามท่ี 2 : การกลั่นนา้ มันดิบ

คะแนนเตม็ : ถกู ทง้ั สองข้อ: ไม่ใช,่ ใช่, ไม่ใช่ ตามลาดับ

ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอื่น ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามที่ 3 : การกล่ันน้ามนั ดิบ (2 คะแนน)
ไอรอ้ นที่ลอยข้นึ ไป เม่ือเย็นลงเป็นของเหลวบนถาดตามช้ันต่างๆ จะอยชู่ น้ั ใดนนั้ ข้ึนอยู่กับสงิ่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชิงวิทยาศาสตร์)
การให้คะแนน คาถามที่ 3 : การกลั่นนา้ มนั ดบิ
คะแนนเต็ม : จุดเดอื ดของไฮโดรคารบ์ อน
ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอื่น ๆ

: ไม่ตอบ

คาถามขอ้ ท่ี 4: การกลั่นนา้ มนั ดบิ (2 คะแนน)
การกลนั่ นา้ มนั ดบิ จะได้สารตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ ยกเว้นขอ้ ใด

1. เปน็ แกส๊ ที่อุณหภูมแิ ละความดนั ปกติ
2. เปน็ ของเหลวทีอ่ ุณหภูมิและความดันปกติ
3. เปน็ ของแขง็ ท่ีอุณหภมู ิและความดนั ปกติ
4. ไม่ระเหยเป็นไอในหอกลน่ั
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์)
การให้คะแนน คาถามท่ี 4 : การกล่ันน้ามันดิบ
คะแนนเต็ม : ข้อ 3. เปน็ ของแข็งทอ่ี ณุ หภูมิและความดันปกติ
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ
: ไมต่ อบ

คาถามขอ้ ที่ 5: การกลัน่ นา้ มันดบิ (2 คะแนน)
ผลติ ภัณฑท์ ีไ่ ด้จากการกลน่ั น้ามนั ดิบ ข้อใดไมเ่ ข้าพวก

1. น้ามนั เคร่ืองบนิ
2. นา้ มันกา๊ ด
3. น้ามันเตา
4. นา้ มนั ดเี ซล
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์)

การใหค้ ะแนน คาถามท่ี 5 : การกลน่ั น้ามันดิบ
คะแนนเต็ม : ข้อ 3. น้ามนั เตา
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอนื่ ๆ

: ไม่ตอบ

เกณฑก์ ารประเมิน แบบทดสอบ PISA

ระดับคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ ตอ้ งทาแบบทดสอบซ้า
รอ้ ยละ 80-100 ดเี ยี่ยม
รอ้ ยละ70-79 ดี
รอ้ ยละ 60-69 พอใช้
น้อยกว่าร้อยละ 59 ปรับปรงุ

แนวขอ้ สอบ ONET

1. ผลิตภณั ฑ์จากปิโตรเลียมใดทม่ี จี ุดเดอื ดสงู ที่สุด
ก. นา้ มนั เตา
ข. นา้ มันก๊าด
ค. ยางมะตอย
ง. น้ามันหลอ่ ลน่ื

ที่มา : https://quizizz.com/admin/quiz/5c526497efca04001c9fc456/-2

แผนจดั การเรยี นรู้ท่ี 22

ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ โลกของเรา หน่วยย่อยที่ 2
เร่ือง พลังงานทดแทน เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ทที่ าการสอน ผู้สอน นางสาวลัคนา ไชยเนตร

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐานตวั ชี้วัด
การปรับปรงุ คุณภาพของดินทาได้ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ เชน่ การเพิ่มแรธ่ าตุ ว 3.2 ม.2/3 เปรยี บเทยี บข้อดแี ละข้อจากดั ของพลังงานทดแทน
ในดินโดยการใส่ปุ๋ย การใชส้ ารเคมปี รบั สภาพดนิ ท่มี ีปญั หา และการ แต่ละประเภทจากการรวบรวมขอ้ มูลและนาเสนอ แนวทางการใช้
ปลูกพชื เพื่อช่วยปอ้ งกนั ดนิ เสอื่ มสภาพ พลังงานทดแทนทเี่ หมาะสมในท้องถ่ิน

3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้นิ งาน / ภาระงาน
- พลังงานทดแทน
- ใบงาน PMI เร่อื ง พลงั งานทดแทน

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น 6. เครือ่ งมือการสอนคิด
ความสามารถในการคดิ ความสามรถในการส่ือสาร PMI, Six Thinking Hats (White Hat), (yellow Hat)

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ขั้นของกิจกรรม 8. สือ่ 9. วธิ ีวัดผล
- ใบงาน เร-อ่ื งใบศัพงทาท์ นางPพนัMธุศI าเสรตอ่ื ร์ง - ประเมนิ ใบงาน PMI
Do Now (3 นาที) เร่ือง พลงั งานทดแทน

“ทายช่ือจงั หวัดทีล่ งทา้ ยด้วย คาวา่ รี ” พลงั งานทดแทน

Purpose (2 นาท)ี - สอ่ื Power point เรือ่ ง

เราจะเรียน เร่อื ง พลงั งานทดแทน เพ่อื ให้นักเรียนเปรียบเทยี บข้อดีและขอ้ จากัดของ พลงั งานทดแทน

พลังงานทดแทนแต่ละประเภทจากการรวบรวมข้อมูลและนาเสนอ แนวทางการใช้

พลังงานทดแทนทเ่ี หมาะสมในท้องถนิ่ ได้

Work mode (110 นาที)

1. ครูใหน้ ักเรยี นดูรปู เขอ่ื นภมู พิ ล แลว้ ให้นักเรียนตอบคาถามดังน้ี

– สถานท่ใี นรปู คอื สถานทีใ่ ด (White Hat)

– สถานทีใ่ นรปู ใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นใด (yellow Hat) (คิด 1 : คิดวิเคราะห์)

(สมรรถนะ2 : การคิดข้นั สูง ) (พอเพียง 2 ความมีเหตผุ ล) (10 นาที)

2. นกั เรียนฟงั ครูอธิบาย เร่อื ง พลังงานทดแทน โดยใชส้ ือ่ Power point เรอื่ ง

พลงั งานทดแทน (20 นาที)

3. นักเรียนวิเคราะหข์ ้อดี ขอ้ เสีย และข้อเสนอแนะ เก่ยี วกบั พลังงานทดแทน โดยทา

ใบงาน PMI เรือ่ ง พลังงานทดแทน (คิด 1 : คิดวเิ คราะห)์ (สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้น

สูง ) (พอเพียง 7 สังคม) (25 นาที)

4. นกั เรียน (ตัวแทนโดยการสุ่ม) นาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี นและอภิปรายผลงาน

รว่ มกัน (คดิ 3 : คิดวพิ ากษ์) (สมรรถนะ2 : การรวมพลังทางานเป็นทีม ) (พอเพียง 7

สงั คม) (25 นาที)

5. นกั เรียนตอบคาถาม โดยใชค้ าถามดังน้ี

– พลงั งานทดแทนคืออะไร

– พลงั งานทดแทนมีพลงั งานงานอะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร

(white hat) (คดิ 5 : คิดแกป้ ญั หา) (พอเพยี ง 4 เง่ือนไขความรู้) (15 นาที)

6. นกั เรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายและสรุปเช่อื มโยงความรู้เกยี่ วกับแนวทางการใช้
พลังงานทดแทน โดยใช้ประเด็นคาถามดงั นี้
– พลังงานทดแทนประเภทใดท่ปี ริมาณกระแสไฟฟา้ ที่ผลิตไดข้ ้ึนอย่กู ับสภาพอากาศ
– พลังงานน้าและพลังงานคล่นื มหี ลกั การผลติ กระแสไฟฟา้ เหมอื นกนั อยา่ งไร
(white hat) (คดิ 4 : คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ) (15 นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาท)ี

- จากการเรยี นในคาบนี้ นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดไ้ ปใช้ประโยชน์อย่างไร
บ้าง (2 นาที)

- แนวข้อสอบ ONET (3 นาที)

ใบงาน PMI เรื่อง พลงั งานทดแทน

ข้อดี (P) ข้อเสยี (M) ขอ้ เสนอแนะ (I)

แบบประเมนิ ใบงาน PMI

คาช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน PMI

ลาดบั ชอ่ื -สกลุ การแสดงความ เน้อื หา นาเสนอ ความสวยงาม ตรงตอ่ เวลา รวม สรุปผลการ
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน คิดเห็น 20 คะแนน ประเมนิ
( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ( 4 คะแนน ) ผ่าน/ไมผ่ า่ น
( 4 คะแนน )

ลงชอ่ื ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตา่ กว่า 10 ปรับปรุง

นกั เรยี นได้ระดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน PMI

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
การแสดง 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ความ - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง
คดิ เหน็ - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง - แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน
P ได้ น้อยกว่า 7 ข้อ
P ได้ 10 ข้อขน้ึ ไป ชอ่ ง P ได้ 9-10 ข้อ ชอ่ ง P ได้ 7-8 ข้อ - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง

- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน M ได้ นอ้ ยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เห็นในช่อง
Mได้ 10 ข้อข้นึ ไป ชอ่ ง M ได้ 9-10 ขอ้ ช่อง M ได้ 7-8 ขอ้
I ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง I - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน

ได้ 10 ขอ้ ขนึ้ ไป ชอ่ ง I ได้ 9-10 ข้อ ช่อง I ได้ 7-8 ขอ้

เนอ้ื หา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระ - เน้ือหาถกู ต้องตาม - เนือ้ หาถกู ต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระ

ที่กาหนด 100% สาระที่กาหนด 80- ท่กี าหนด 60-79% ทกี่ าหนดต่ากว่า 59%

- เขียนถกู ตอ้ งตามหลัก 99% - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลกั

ภาษา 100% - เขยี นถกู ตอ้ งตาม ภาษา 60-79% ภาษาต่ากวา่ 59%

- ลาดบั หวั ขอ้ เนอื้ หาชัดเจน หลักภาษา 80-99% - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรปุ ไม่

- มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง - ลาดบั หวั ขอ้ เนอื้ หา สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากวา่

สมเหตุสมผล 100% ชัดเจน 59%

- มกี ารสรุปได้อยา่ ง

สมเหตุสมผล 80-

99%

การนาเสนอ - พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟังชดั - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ ง ชัด - ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง

ตามอักขระ100% - ใช้ภาษาทางการ ตามอักขระ60-79% ตามอกั ขระตา่ ว่า 59%

- บคุ ลิกภาพดีและมคี วาม ถูกตอ้ งตามอกั ขระ - บุคลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

ม่ันใจ 80-99%

- มีการใช้สอื่ ประกอบการ - บคุ ลิกภาพดี

นาเสนอ - ความพร้อมในการ

- ความพรอ้ มในการนาเสนอ นาเสนอได้บางส่วน

ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามและมี - ใช้สีสนั สวยงามหรือ

สวยงาม - มคี วามสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ยา่ งใด

- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคิดสร้างสรรค์ อย่างหน่ึง

- ความเป็นระเบียบอ่านงา่ ย

การตรงตอ่ สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม ส่งผลงานครบถ้วน แต่ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ชา้

เวลา เวลาท่ีกาหนด ชา้ กวา่ เวลาท่กี าหนด กวา่ เวลาที่กาหนด 10 กวา่ เวลาท่กี าหนด 15

5 นาที นาที นาที

แบบทดสอบ

1.ข้อใดเปน็ พลงั งานทดแทนท่ีใช้เช้ือเพลงิ นอ้ ยท่สี ุด แตใ่ หพ้ ลังงานความรอ้ นออกมามากท่สี ุด
ก. ชวี มวล
ข. นิวเคลียร์
ค. แสงอาทิตย์
ง. ไฮโดรเจน

ทีม่ า : http://www.kksci.com/elreaning/prarang_t/test_2_t.htm

แผนจัดการเรียนร้ทู ่ี 23 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3
ช่ือหน่วยการเรียนรู้ งานและพลังงาน เวลา 2 ชั่วโมง
เรอื่ ง งานและกาลัง ผ้สู อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วันท่ที าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
งาน คอื การออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุ และวัตถทุ ่ีถกู กระทามีการเคลอ่ื นท่ไี ป ว 2.3 ม.2/1 วเิ คราะห์สถานการณแ์ ละคานวณเก่ียวกบั งานและ
ตามทิศของแรง มีหน่วยเป็นจุล กาลังทเ่ี กิดจากแรงทกี่ ระทาต่อวตั ถโุ ดยใช้สมการ W=Fs และ
กาลัง ( Power) อัตราการทางานหรอื งานที่เกิดข้นึ ในหนึ่งหนว่ ยเวลา P=W/t จากข้อมูลที่รวบรวมได้

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- งานและกาลัง - ใบงาน Diagram เรอ่ื ง งานและกาลัง
- ใบงาน เร่ือง งานและกาลงั

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 6. เครื่องมอื การสอนคดิ
- ความสามารถในการแกป้ ญั หา - Diagram, Six thinking hats (White hat)
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

กจิ กรรมการเรียนรู้

7. ขัน้ ของกิจกรรม 8. สอ่ื 9. วิธวี ัดผล

Do Now ( 3 นาที) - ใบงาน Diagram เร่ือง งาน - ประเมินใบงาน Diagram
“บอกสิ่งที่นักเรยี นเหน็ มามากที่สดุ คนละ 1 อย่าง” และกาลัง เรอ่ื ง งานและกาลงั
Purpose (2 นาที) - ใบความรู้ เร่อื ง งานและ - ประเมนิ ใบงาน เร่อื ง
เราจะเรียนเรื่อง งานและกาลงั เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถวิเคราะห์สถานการณแ์ ละคานวณ กาลัง งานและกาลัง
- สื่อ Power point เรือ่ ง งาน
เก่ยี วกับงานและกาลังท่เี กิดจากแรงที่กระทาตอ่ วัตถโุ ดยใชส้ มการ W=Fs และ P=W/t และกาลงั

จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้

Work mode (110 นาที)
1. นักเรยี นตอบคาถาม “งานต่างจากกาลงั อย่างไร” (5 นาท)ี
2. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลเกย่ี วกบั งานและกาลัง โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เร่อื ง งานและกาลงั
และสรปุ ความรู้ ในรูปแบบของผังมโนทศั น์ ลงในใบงาน Diagram เรื่องงานและกาลงั (คิด 9 - ใบงาน เร่อื ง งานและกาลงั
: คิดเชิงมโนทศั น)์ (สมรรถนะ2 : การคิดข้ันสงู )(พอเพียง 3 : การมภี มู คิ ุ้มกนั ทีด่ )ี (25
นาที)
3. นักเรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น และอภปิ รายผลงานรว่ มกัน (20 นาที)
4. นกั เรยี นฟงั ครูอธบิ ายเนอื้ หาเพม่ิ เตมิ เรือ่ ง งานและกาลัง โดยใช้ส่อื Power Point เรื่อง
งานและกาลงั (20 นาที)
5. นักเรยี นวเิ คราะหค์ าตอบโดยทาใบงาน เรอื่ ง งานและกาลงั (25นาที)
6. นักเรยี นตอบคาถาม “’งาน เป็นปรมาณเวกเตอร์หรือสเกลล่า” (White hat) (5 นาที)
7. นกั เรียนและครู รว่ มกันสรุปความรู้ เรือ่ ง การสกดั ดว้ ยตัวทาละลาย (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 ส่งิ ทนี่ กั เรยี นได้รับจากการเรยี นในคาบน้ี
- ขอ้ สอบ O-net

ใบความรู้ เร่ือง งานและกาลงั

งาน (work)
งาน (work) คอื ผลของแรงทก่ี ระทาตอ่ วัตถแุ ลว้ ทาใหว้ ัตถุเคลอื่ นท่ีไปตามแนวราบ งานเป็นปรมิ าณท่ี

สามารถคานวณได้จากความสัมพนั ธ์ดงั ต่อไปนี้

งาน = แรง (นวิ ตัน) x ระยะทาง (เมตร)

เมอื่ W คอื งาน มีหน่วยเป็นจูล ( J ) หรือนิวตันเมตร (N-m)
F คือ แรงทีก่ ระทา มีนหนว่ ยเปน็ นิวตนั ( N )

s คอื ระยะทางที่วัตถุเคล่อื นทไ่ี ปตามแนวราบ มีหน่วยเปน็ เมตร ( m )

จะไดส้ ูตรคานวณหางาน คือ F = W x s

กาลงั

จากความรู้เรือ่ งงานพบว่า งานทเ่ี กดิ จะเกย่ี วขอ้ งกบั แรง และการกระจัดเท่านน้ั ไมเ่ กยี่ วกับปรมิ าณอื่น
เช่น ไม่เก่ยี วข้องกับเวลา แตย่ ังมปี รมิ าณทีเ่ ก่ียวข้องกับงานและเวลาทีใ่ ช้ในการเกิดงานอกี เช่น งานทท่ี าใช้

เวลานอ้ ยเรากล่าววา่ จะมกี าลังมากกวา่ ในช่วงงานทีท่ าในเวลาที่มากกวา่
นิยาม กาลัง คอื อัตรากท่ีทางานหรืองานทเี่ กิดขึ้นในหน่ึงหน่วยเวลา

โดย P = W/t หรือ P= F.s/t หรอื P = Fv

เมือ่ W คือ งานท่ที าได้ มีหนว่ ยเปน็ จลู (J)
t คอื เวลาท่ีใช้ในการทางาน มหี น่วยเป็นวินาที (s)

P คือ กาลัง หนว่ ย คอื J/s หรือเรียกว่า Watt (วัตต)์ "W"

เฉลยใบงาน เร่อื ง งานและกาลัง

1. วนิ ยั ออกแรงยกกลอ่ งดว้ ยแรง 30 นวิ ตัน แล้วเดินขึ้นบนั ได 5 ข้นั แต่ละข้นั สงู 20 เซนติเมตรงานท่วี ินยั
ทาจากการยกกล่องขน้ึ บนั ไดมีค่าเท่าใด

วธิ ที า จากโจทยค์ วามสูงของขนั้ บนั ใด = 5 x 20

= 100 cm

= 1m

จากสตู ร W = Fxs

= 30 x 1

= 30 J

ตอบ วินัยทางานจากการลากกล่องได้ 30 จูล

2. ปน้ั จัน่ เคร่ืองหนง่ึ ยกหีบสนิ คา้ มวล 1.5 × 105 กิโลกรัม ขนึ้ จากทา่ เรือเพอื่ วางบนดาดฟา้ เรือ ซึ่งสงู จากพืน้
ท่าเรอื 15 เมตร จงหางานในการยกสนิ ค้าของปน้ั จนั่ ในหน่วยจลู

วิธีทา จาก W = F x h

W = mgh

= 1.5 x 105 x 10 x 15

= 22.5 x 106

= 2.25 x 107 J

3. ในการยกกล่องมวล 100 กิโลกรัม จากพ้ืน โดยใชก้ าลัง 1 กโิ ลวัตต์ เปน็ เวลา 10 วินาที กลอ่ งน้ันจะข้นึ ไป
ได้สงู จากพื้นกเี่ มตร

วธิ ีทา จาก P = W/t

1 x 103 = (F x h) / 10

104 = F x h

10,000 = mgh

10,000 = 100 x 10 x h

h = 10 m

ใบงาน Diagram เรื่อง งานและกาลัง
งานและกาลงั

งาน กาลงั

แบบประเมนิ ใบงาน Diagram

คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Diagram

ชือ่ -สกุล รปู แบบ เนอื้ หา นาเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลาดบั ท่ี ของผู้รบั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/

ประเมิน 123412341 2 3 412341234 ไมผ่ า่ น

ลงชื่อ ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นกั เรียนไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ข้นึ ไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Diagram

เกณฑ์การ ระดับการประเมิน
ประเมิน
รปู แบบ 4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)
- มหี ัวขอ้ ท่ชี ัดเจน - มหี วั ขอ้ ทช่ี ัดเจน
เน้อื หา - เขียนอยใู่ นกรอบ - มีหัวขอ้ ทชี่ ดั เจน - มหี ัวข้อที่ชัดเจน - เขียนอยใู่ นกรอบ
- ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น
การนาเสนอ - ใช้สัญลกั ษณ์หรือภาพส่ือ - เขยี นอยู่ในกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ - เน้ือหาถูกตอ้ งตามสาระที่
กาหนดต่ากวา่ 59%
ความสวยงาม ความหมาย - ใชค้ าสาคญั ตรงประเดน็ - ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา
การตรงตอ่ - ใชส้ สี ันทัว่ แผน่ ตา่ กว่า 59%
- เนอ้ื หาครบถ้วนตามสาระที่ - ใช้สญั ลกั ษณ์หรอื ภาพสอ่ื - มีการสรุปไม่สมเหตสุ มผล
เวลา กาหนด 100% ต่ากวา่ 59%
- เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา ความหมาย
100% - สามารถพดู นาเสนอได้
- ลาดับหัวข้อเนือ้ หาชดั เจน - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เน้ือหาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง
- มกี ารสรุปได้อย่าง ตามอกั ขระต่ากว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- พดู ชดั เจนเสยี งดังฟังชัด
- ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม - เขยี นถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - ใชส้ สี นั สวยงามหรือเป็นไป
อกั ขระ100% ตามเกณฑ์อย่างใดอยา่ ง
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมคี วาม 80-99% 60-79% หนง่ึ
มน่ั ใจ
- มีการใชส้ ื่อประกอบการ - ลาดบั หวั ขอ้ เน้ือหาชดั เจน - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ า้ กวา่
นาเสนอ เวลาที่กาหนด 15 นาที
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ - มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79%
- ใชส้ ีสนั สวยงาม
- มีความสะอาด สมเหตสุ มผล 80-99%
- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
- ความเปน็ ระเบยี บอ่านงา่ ย - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟังชัด - การพดู เหมาะสม
ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม
เวลาท่กี าหนด - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม

อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%

- บุคลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

- ความพรอ้ มในการนาเสนอ

ได้บางส่วน

- ใชส้ ีสนั สวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามและมคี วาม
- มคี วามสะอาด สะอาด
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์

สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ า้ กวา่ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้ากว่า

เวลาที่กาหนด 5 นาที เวลาทีก่ าหนด 10 นาที


Click to View FlipBook Version