The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-14 01:39:48

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

แผนรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4

Cause ใบงาน Cause & Effect Effect
เรื่อง แผ่นเปลอื กโลก

and

หากแผ่นเปลือกโลกปจั จบุ ันชดิ ติดกนั เหมือนใน
อดตี จะส่งผลกระทบอยา่ งไร

Effect Effect Effect

แผน่ เปลอื กโลก

จากทฤษฎธี รณแี ปรสัณฐาน นักธรณีวทิ ยาเช่อื ว่า แผ่นเปลอื กโลก (tectonic plate) ในแต่ละแผ่น
เคล่ือนท่อี ยตู่ ลอดเวลาทง้ั ในอดีต ปจั จบุ ัน และจะยังเคลอ่ื นทต่ี อ่ ไปอกี ในอนาคต ซ่ึงผลจากการเคลอื่ นที่และ
กระทบกระท่งั กนั ระหว่างขอบแผน่ เปลอื กโลก ทาใหเ้ กดิ กระบวนการตา่ งๆ มากมาย เช่น การเกิดภูเขา
(mountain building หรอื orogeny) ภูเขาไฟ (volcano) แผ่นดินไหว (earthquake) รวมทงั้ การเกิดแหล่ง
ทรพั ยากร (earth resource) ทั้งแรแ่ ละปโิ ตรเลียม ฯลฯ จากการสงั เกตการกระจายตัวของภูเขาไฟมีพลัง
(active volcano) ทีม่ อี ยู่ท่ัวโลก พบวา่ ภเู ขาไฟมพี ลงั โดยสว่ นใหญ่เกิดเปน็ แนวคลา้ ยกับเป็นขอบของอะไรซัก
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ตามขอบทหาสมุทรแปซิกฟกิ หรือที่รู้จกั กันในชอ่ื วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งมภี ูเขา
ไฟมีพลงั กระจายอยูร่ ายรอบมากกว่า 452 ลกู

ใช้ขอ้ ความขา้ งตน้ ตอบคาถามตอ่ ไปนี้

คาถามที่ 1 : จากบทความ พจิ ารณาวา่ ขอ้ ความตอ่ ไปนเี้ ป็นขอ้ มลู ของบทความหรอื ไม่ (4 คะแนน)

จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคำว่ำ “ใช”่ หรือ “ไมใ่ ช่” สมรรถนะ : กำรอธบิ ำยปรำกฏกำรณใ์ นเชงิ วิทยำศำสตร์
ความร้/ู เนือ้ หา : ควำมรูเ้ กยี่ วกับวิทยำศำสตร์
การใชค้ วามรู้ : ทรัพยำกร
สถานการณ์ : แผ่นเปลอื กโลก
ลักษณะขอ้ สอบ : เลือกตอบเชงิ ซ้อน

ข้อมูลของบทความ ใชห่ รอื ไม่ใช่
1. นักธรณีวทิ ยำเชอื่ ว่ำ แผน่ เปลือกโลก (tectonic plate) ในแต่ละแผ่นเคลื่อนทอ่ี ยู่ ใช่/ไมใ่ ช่
ตลอดเวลำ
2. ประเทศไทยอยู่แผน่ ลอเรเชีย ใช/่ ไมใ่ ช่
3. ภเู ขำไฟมีพลงั กระจำยอยู่รำยรอบมำกกว่ำ 452 ลูก ใช่/ไมใ่ ช่
4. แผน่ ดนิ ไหวเกิดจำกแผน่ เปลือกโลกชิดกนั ตลอดเวลำ ใช/่ ไม่ใช่

คาถามที่ 2 : ขอ้ ใดเป็นการใหเ้ หตผุ ลว่า “แผน่ เปลือกโลกเคลื่อนทต่ี ลอดเวลา” ได้ถูกต้อง (1 คะแนน)

1. แผ่นเปลอื กโลกแตล่ ะแผ่นมีรูปร่ำงคล้ำยจกิ๊ ซอว์
2. ภูมิอำกำศที่แตกต่ำงกนั
3. หลกั ฐำนด้ำนชีวภำพ
4. ประเมศไทยมีอณุ หภมู ทิ ี่สูงขน้ึ

สมรรถนะ : กำรประเมนิ และกำรออกแบบกระบวนกำร
สบื เสำะหำควำมรู้ทำงวทิ ยำศำสตร์

ความร/ู้ เนื้อหา : ควำมรู้เก่ียวกบั วิทยำศำสตร์
การใช้ความรู้ : ทรพั ยำกร
สถานการณ์ : แผ่นเปลอื กโลก
ลักษณะขอ้ สอบ : เลือกตอบ

แนวคาตอบและเกณฑ์การใหค้ ะแนน

แผน่ เปลือกโลก

คาถามที่ 1 : จากบทความ พจิ ารณาวา่ ขอ้ ความต่อไปนีเ้ ป็นขอ้ มูลของบทความหรือไม่ (4 คะแนน)

ขอ้ มูลของบทความ ใชห่ รือไม่ใช่
1. นกั ธรณีวทิ ยำเชือ่ วำ่ แผน่ เปลือกโลก (tectonic plate) ในแต่ละแผ่นเคล่ือนท่อี ยู่ ใช/่ ไมใ่ ช่
ตลอดเวลำ
2. ประเทศไทยอย่แู ผ่นลอเรเชีย ใช/่ ไมใ่ ช่
3. ภูเขำไฟมีพลงั กระจำยอย่รู ำยรอบมำกกว่ำ 452 ลกู ใช่/ไม่ใช่
4. แผน่ ดินไหวเกิดจำกแผ่นเปลือกโลกชิดกันตลอดเวลำ ใช่/ไม่ใช่

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ตอบถกู ได้ 1 คะแนน
ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน

คาถามท่ี 2 : ขอ้ ใดเป็นการใหเ้ หตุผลว่า “แผน่ เปลือกโลกเคลอ่ื นที่ตลอดเวลา” ได้ถูกต้อง (1 คะแนน)

1. แผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นมรี ปู รำ่ งคลำ้ ยจิก๊ ซอว์

2. ภูมอิ ำกำศทแี่ ตกต่ำงกนั

3. หลักฐำนดำ้ นชวี ภำพ

4. ประเทศไทยมอี ุณหภมู ทิ ี่สงู ข้นึ

คะแนนเต็ม 1 คะแนน คะแนน 0 คะแนน
ตอบข้อ 1 ตอบข้อ 2 , 3 หรือ 4

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

4 ดมี าก

3 ดี

2 พอใช้

1 ปรับปรุง

นกั เรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผา่ น

แบบประเมินใบงาน Cause and Effect

คาชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Cause and Effect

ลาดับที่ ชื่อ-สกุล การแสดง เน้อื หา นาเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ บั การ ความ 4321 สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผ่าน/
คิดเหน็
ประเมิน 4 3 2 14321 4321 ไม่ผา่ น
4321

ลงชอื่ ....................................................ผูป้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Cause and Effect

เกณฑก์ าร ระดบั การประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)
- - แสดงความคดิ เห็น
การแสดง - แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคิดเห็น - แสดงความคิดเห็น
ผลกระทบของปญั หา/
ความคิดเห็น ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ เหตกุ ารณไ์ ด้ นอ้ ยกวา่ 6
ข้อ
เหตกุ ารณไ์ ด้ 10 ขอ้ ข้ึน เหตุการณไ์ ด้ 8-9 ขอ้ เหตุการณไ์ ด้ 6-7 ขอ้

ไป

เน้อื หา - เนื้อหาครบถ้วนตามสาระ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระที่ - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระท่ี
ที่กาหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดตา่ กว่า 59%
การนาเสนอ - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลัก
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตา่ กว่า 59%
ความ - ลาดับหัวขอ้ เน้อื หาชดั เจน - ลาดบั หวั ขอ้ เนอื้ หาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง - มกี ารสรุปไมส่ มเหตสุ มผล
สวยงาม - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มกี ารสรปุ ได้อย่าง สมเหตุสมผล 60-79% ต่ากว่า 59%
การตรงต่อ สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
เวลา - พดู ชัดเจนเสยี งดังฟังชัด - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟังชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง
ตามอกั ขระ100% ตามอกั ขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอกั ขระตา่ กว่า 59%
- บุคลิกภาพดแี ละมคี วาม - บคุ ลกิ ภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
ม่ันใจ - ความพร้อมในการ
- มีการใชส้ ือ่ ประกอบการ นาเสนอไดบ้ างสว่ น - ใช้สสี ันสวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรือ
นาเสนอ ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑ์อย่างใด
- ความพร้อมในการ - ใช้สีสันสวยงาม อย่างหนึ่ง
นาเสนอ - มคี วามสะอาด สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้
- ใชส้ สี นั สวยงาม - มีความคิดสร้างสรรค์ กว่าเวลาทกี่ าหนด 10 ส่งผลงานครบถว้ น แตช่ า้
- มีความสะอาด นาที กว่าเวลาทก่ี าหนด 15
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ช้า นาที
- ความเป็นระเบียบอ่าน กวา่ เวลาที่กาหนด 5 นาที
งา่ ย
ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม
เวลาทกี่ าหนด

ขอ้ สอบ O – NET ปี 2562

1. ตามทฤษฎีการแปรสัณฐานแผ่นธรณีภาค (plate tectonics) ขอ้ ใดไมไ่ ด้รวมอย่ใู นทวีป “กอนดว์ านา”
1. ทวีปแอฟริกา
2. ทวปี อินเดีย
3. ทวีปอเมรกิ าเหนอื
4. ทวปี ออสเตรเลีย

ท่ีมา http://www.niets.or.th

แผนจดั การเรียนรูท้ ี่ 10 หนว่ ยยอ่ ยที่ 2
ช่ือหน่วยการเรียนรู้ โลกของเรา เวลา 2 ชั่วโมง
เรื่อง การผพุ งั อยู่กบั ที่ ผู้สอน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ที่ทาการสอน....................เดอื น................................พ.ศ.................

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

การผพุ ังอยู่กบั ที่ เป็นกระบวนการสาคญั ท่ที าใหผ้ ิวโลกเกิดการเปล่ยี นแปลง ว 3.2 ม.2/5 . อธบิ ายกระบวนการผพุ งั อย่กู บั ที่ การกร่อน และการสะสมตัว
เป็นภูมิลักษณ์ตา่ งๆ โดยมีลม น้า ธารนา้ แข็ง คลน่ื และแรงโน้มถว่ งของโลก ของตะกอนจากแบบจาลอง รวมท้งั ยกตวั อยา่ งผลของกระบวนการดังกล่าว
เป็นตัวการสาคัญ ท่ที าให้ ผวิ โลกเกดิ การเปลยี่ นแปลง

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน

- การผุพงั อยกู่ ับท่ี - ใบงาน Diagram เรอื่ ง การผพุ ังอยกู่ ับที่
- ใบงาน เรอ่ื ง การผุพังอยกู่ บั ที่ (ตามแนว Pisa)
5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
6. เครอื่ งมือการสอนคดิ
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - Diagram, Six thinking hats (White hat)

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ข้นั ของกิจกรรม 8. ส่ือ 9. วิธีวัดผล

Do Now ( 3 นาที) - ใบงาน Diagram เรอื่ ง - ประเมินใบงาน

“บอกอาหารทข่ี ึน้ ตน้ ด้วยคาว่าขา้ ว คนละ 1 อย่าง” การผุพังอยกู่ ับที่ Diagram เรือ่ ง การผุพงั

Purpose (2 นาท)ี - ใบความรู้ เร่อื ง การผุ อยู่กบั ท่ี

เราจะเรยี นเรือ่ ง การผุพังอย่กู บั ท่ี เพอ่ื ให้นักเรียนสามารถอธิบายกระบวนการผุพงั อยูก่ ับที่ พงั อย่กู บั ท่ี - ประเมนิ ใบงาน เร่ือง

การกรอ่ น และการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจาลอง รวมทง้ั ยกตวั อยา่ งผลของ - สือ่ Power point การผุพังอยู่กับท่ี (ตามแนว

กระบวนการดังกล่าวทท่ี าให้ ผิวโลกเกดิ การเปลย่ี นแปลง เรอื่ ง การผุพังอย่กู ับท่ี Pisa)

Work mode (110 นาท)ี

1. นักเรียนตอบคาถาม “นกั เรยี นรูจ้ กั หนิ ชนดิ ใดบ้าง” (5 นาที)

2. นกั เรยี นสืบคน้ ข้อมลู เก่ยี วกับการผพุ งั อยกู่ ับที่ โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เร่ือง การผุพัง

อยู่กับท่ี และสรปุ ความรู้ ในรูปแบบของผงั มโนทัศน์ ลงในใบงาน Diagram เรื่อง การผพุ ัง

อยกู่ บั ที่ (คิด 9 : คดิ เชิงมโนทศั น์)(สมรรถนะ2 : การคิดข้ันสงู )(พอเพียง 3 : การมี

ภมู ิคุม้ กนั ทด่ี )ี (25 นาที) - ใบงาน เร่อื ง การผพุ ัง
3. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น และอภิปรายผลงานร่วมกนั อยู่กบั ที่ (ตามแนว Pisa)
(สมรรถนะ2 : การคิดขัน้ สงู ) (25 นาที)

4. นกั เรียนฟังครอู ธิบายเนือ้ หาเพมิ่ เติม เร่อื ง การผพุ งั อยกู่ ับที่ โดยใช้ส่ือ Power Point

เร่อื ง การผุพังอยกู่ ับท่ี (25 นาท)ี

5. นกั เรียนวเิ คราะห์คาตอบโดยทาใบงานตามแนว Pisa เรอื่ ง การผุพังอยกู่ ับที่ (15นาที)

6. นกั เรียนตอบคาถาม “ยกตัวอยา่ งสถานทท่ี ่ีเกิดการผุพังอยูก่ บั ที่”(White hat) (5 นาที)

7. นักเรยี นและครู ร่วมกนั สรปุ ความรู้ เรือ่ ง การผพุ งั อยู่กบั ที่ (10 นาที)

Reflective Thinking (5 นาที)

- บอก 1 สิง่ ทีน่ ักเรียนไดร้ บั จากการเรียนในคาบนี้

- ข้อสอบ O-net

ใบความรู้ เรือ่ ง การผพุ งั อยกู่ ับที่

การผพุ งั อยู่กับที่ (Weathering) หมายถึง การทหี่ นิ ผพุ งั ทาลายลงดว้ ยกรรมวิธตี ่างๆ จากลมฟา้ อากาศ
กับน้าฝน รวมท้งั การกระทาของต้นไม้กบั แบคทเี รียตลอดจนการแตกตัวทางกลศาสตร์ มีการเพม่ิ -ลดอุณหภมู ิ
สลับกนั เปน็ ตน้ สาเหตุของการผุพงั อยกู่ ับที่ ได้แก่ ความร้อน ความเยน็ น้า น้าแข็ง แก็สออกซเิ จนและแกส๊
คารบ์ อนไดออกไซด์ในช้ันบรรยากาศ
ประเภทของการผพุ งั อยู่กบั ท่ี การผพุ งั อยูก่ บั ทแี่ บ่งไกเ้ ปน็ 2 ประเภทคอื

1.การผุพงั เชิงกล
2.การผพุ งั เชงิ เคมี

1. การผพุ ังอย่กู ับท่ีเชิงกล (Mechanical Weathering) คอื กระบวนการอย่กู บั ที่ทีท่ าให้
หินหือสสารอื่นๆแตกออกเป็นชิ้นๆได้ ตวั การสาคัญท่ที าใหเ้ กิดการผุพังอยกู่ บั ทีเ่ ชงิ กล

ความรอ้ นและความเยน็ โดยความรอ้ นจากดวงอาทติ ย์หรือไฟป่าทาให้ดา้ นนอกของหนิ
รอ้ นกว่าดา้ นในของหนิ ทาใหด้ ่าน นอกของหินหลดุ ออกมาเปน็ แผ่นๆ ส่วนความเย็นไดม้ าจากฝน ซ่ึงทาให้หนิ
ทร่ี ้อนตัวเย็นลงอยา่ งรวดเร็ว จึงทาให้หนิ แตกออกเปน็ รอยแยกได้

การแข็งตวั และการละลาย เกดิ จากน้าทีอ่ ยูใ่ นรอยแตกของหนิ แข็งตัว น้าจะขยายตวั ออก
ทาให้รอยแยกของหินใหญ่มากข้นึ ทาใหถ้ นนเกดิ เปน็ หลุมเปน็ บ่อ

เกดิ เจรญิ เตบิ โตของตน้ ไม้ โดยเกิดจากการไชชอนของรากตน้ ไม้ไปตามรอยแยกของหิน
เม่อื รากต้นไม้ใหญข่ น้ึ กส็ ามารถทาใหห้ นิ แตกออกได้

2. การผพุ งั อย่กู ับที่เชิงเคมี(Chemical Weathering) เปน็ กระบวนการทท่ี าให้หนิ แตก
สลายออกเปน็ ช้ินเล็กๆ โดยอาศยั การเปลีย่ นแปลงทางเคมี ตวั การสาคัญท่ีทาให้เกิดการผพุ งั อยกู่ ับทที่ างเคมี
ไดแ้ ก่
นา้ เป็นตวั การสาคญั ท่ีสุด ทที่ าใหเ้ กดการผพุ งั โดยการละลาย

แกส็ ออกซเิ จน หนิ ที่มเี หลก็ เป็นองคป์ ระกอบจะทาปฏิกิริยากบั แกส๊ ออกซิเจนในสภาวะที่มี
น้าอย่ดู ้วย และเกดิ เปน็ สนิม สนมิ ทาใหห้ ินอ่อนตัวลงและแตกเป็นชิน้ เล็กๆ และให้สนี ้าตาลหรอื สแี ดง

แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ แกส๊ น้ีจะเละลายรวมตัวกบั นา้ ฝนและน้าทีอ่ ยู่ในชง่ิ อากาศในดิน
ทาให้เกิดเป็นกรดอ่อน เรยี กวา่ กรดคารบ์ อนิก ซึง่ จะทาใหห้ ินออ่ นและหนิ ปนู ผุพังลงได้

แบบทดสอบ เรื่อง การผพุ ังอยกู่ บั ที่
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)

คาช้แี จง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 3 จากข้อมลู ท่ีกาหนดให้ตอ่ ไปน้ี (6 คะแนน)

แกรนดแคนยอน
แกรนดแคนยอนตงั้ อยูในทะเลทรายแหงหนง่ึ ในสหรัฐอเมรกิ า เปนหบุ เขาท่ีกวางใหญและลึก
มาก ประกอบดวยช้ันหินหลายชน้ั ในอดีตกาลการเคล่ือนที่ของเปลือกโลกไดยกชน้ั หนิ เหลาน้ีข้ึนมา ป
จจุบันแกรนดแคนยอนหลายสวนมีความลึก 1.6 กม. มแี มนา้ โคโลราโดไหลผานด้านลางสุดของหุบเขา
จงดูรูปขางลางซึ่งเปนรปู ของแกรนดแคนยอนที่ถายจากขอบดานทิศใต สามารถเห็นช้ันหินที่แตกตาง
กันหลายชน้ั ไดชดั ตามแนวผนังของหบุ เขา

คาถามท่ี 1 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)

ทุกๆ ปมีคนประมาณหาลานคนไปเทีย่ วอทุ ยานแหงชาตแิ กรนดแคนยอน มคี วามกงั วลกันวาจะมี

ความเสียหายทเี่ กดิ กับอุทยานเน่ืองจากมีคนไปเท่ียวจานวนมาก

คาถามตอไปน้ีสามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขียนวงกลมลอมรอบ

คาวา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคาถาม

คาถามนี้สามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรไดหรือไม่ ใช หรอื ไมใช่

การกรอนที่เกดิ ขึน้ จากการใชเสนทางเดิน มมี ากนอยเทาใด ใช / ไมใช

พื้นท่ขี องอทุ ยานมีความสวยงามเทากบั เม่ือ 100 ปกอนหรอื ไม ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบปุ ัญหาเชิงวทิ ยาศาสตร์)

คาถามที่ 2 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
อุณหภมู ใิ นแกรนดแคนยอนอยูในชวงต้ังแตต่ากวา 0 °C จนถึงสงู กวา 40 °C แมวาจะเปนบรเิ วณ
ทะเลทราย บางคร้งั รอยแตกของหินกก็ ักเก็บน้าไว การเปล่ยี นแปลงของอณุ หภมู ิและนา้ ในรอยแตกของหนิ ไป
เร่งการแตกราวของหินไดอยางไร

1. นา้ ท่เี ปนน้าแข็งละลายหินที่รอน
2. น้าทาใหหินเชอื่ มติดกนั
3. นา้ แขง็ ขดั ผวิ หนาของหนิ ใหราบเรยี บ
4. นา้ ท่ีกาลงั แข็งตวั จะขยายตวั ในรอยแตกของหิน
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชงิ วิทยาศาสตร)์

คาถามท่ี 3 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
มฟี อสซิลของซากสตั วทะเลหลายชนดิ เชน หอยกาบ ปลา และปะการงั อยูในช้นั หินปนู A ของ แก
รนดแคนยอน มีอะไรเกดิ ข้นึ เม่อื หลายลานปกอนทีอ่ ธบิ ายวาทาไมฟอสซิลเหลานีจ้ ึงถกู พบที่นน่ั

1. ในสมยั โบราณ ผูคนนาอาหารทะเลจากมหาสมุทรเขามาในบรเิ วณน้ี
2. คร้งั หนึ่งมหาสมุทรมีคล่นื รุนแรงมากและคล่ืนยกั ษพดั พาสิ่งมีชีวติ ในทะเลข้ึนมาบนบก
3. ในสมัยกอนบริเวณนั้นเปนบรเิ วณทมี่ ีมหาสมทุ รปกคลุม และไดเหอื ดแหงไปในตอนหลัง
4. สตั วทะเลบางชนดิ ครั้งหน่ึงมชี วี ิตอยูบนบกกอนท่ีจะอพยพลงสูทะเล
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการเชิงวทิ ยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง แกรนดแคนยอน
(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชแี้ จง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 3 จากขอ้ มูลทก่ี าหนดให้ตอ่ ไปน้ี (6 คะแนน)

แกรนดแคนยอน
แกรนดแคนยอนตั้งอยูในทะเลทรายแหงหน่งึ ในสหรัฐอเมรกิ า เปนหบุ เขาทก่ี วางใหญและลึก
มาก ประกอบดวยชั้นหนิ หลายชั้น ในอดีตกาลการเคลอื่ นทขี่ องเปลอื กโลกไดยกชั้นหินเหลาน้ีข้ึนมา ป
จจุบนั แกรนดแคนยอนหลายสวนมีความลกึ 1.6 กม. มแี มน้าโคโลราโดไหลผานด้านลางสุดของหุบเขา
จงดูรูปขางลางซ่ึงเปนรูปของแกรนดแคนยอนทีถ่ ายจากขอบดานทิศใต สามารถเห็นชั้นหินที่แตกตาง
กันหลายช้นั ไดชดั ตามแนวผนังของหุบเขา

คาถามที่ 1 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)

ทกุ ๆ ปมคี นประมาณหาลานคนไปเท่ียวอุทยานแหงชาตแิ กรนดแคนยอน มคี วามกังวลกนั วาจะมี

ความเสยี หายที่เกดิ กับอุทยานเนือ่ งจากมคี นไปเที่ยวจานวนมาก

คาถามตอไปนีส้ ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรอื ไม จงเขียนวงกลมลอมรอบ

คาวา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละคาถาม

คาถามนีส้ ามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรไดหรือไม่ ใช หรอื ไมใช่

การกรอนท่ีเกดิ ขึน้ จากการใชเสนทางเดิน มมี ากนอยเทาใด ใช / ไมใช

พื้นทีข่ องอุทยานมีความสวยงามเทากับเมอื่ 100 ปกอนหรือไม ใช / ไมใช

(สมรรถนะ : การระบปุ ัญหาเชิงวิทยาศาสตร์)

การให้คะแนน คาถามท่ี 1 : แกรนดแ์ คนยอน

คะแนนเตม็ : ถูกท้งั สองขอ ใช ไมใช ตามลาดับ

ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามท่ี 2 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
อณุ หภูมใิ นแกรนดแคนยอนอยูในชวงตง้ั แตต่ากวา 0 °C จนถึงสงู กวา 40 °C แมวาจะเปนบริเวณ

ทะเลทราย บางคร้ังรอยแตกของหนิ กก็ กั เก็บนา้ ไว การเปล่ยี นแปลงของอณุ หภมู ิและนา้ ในรอยแตกของหนิ ไป
เร่งการแตกราวของหินไดอยางไร

1. น้าที่เปนน้าแขง็ ละลายหนิ ทีร่ อน
2. นา้ ทาใหหนิ เช่ือมติดกนั
3. นา้ แข็งขัดผวิ หนาของหนิ ใหราบเรยี บ
4. นา้ ทีก่ าลังแข็งตัวจะขยายตวั ในรอยแตกของหิน
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชงิ วทิ ยาศาสตร)์
การให้คะแนน คาถามท่ี 2 : แกรนด์แคนยอน

คะแนนเต็ม : ขอ้ 4. นา้ ทกี่ าลังแขง็ ตวั ขยายตัวในรอยแตกของหนิ

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามท่ี 3 : แกรนดแคนยอน (2 คะแนน)
มฟี อสซิลของซากสัตวทะเลหลายชนดิ เชน หอยกาบ ปลา และปะการงั อยูในช้นั หนิ ปูน A ของ แก

รนดแคนยอน มอี ะไรเกิดขึ้นเมอื่ หลายลานปกอนท่อี ธบิ ายวาทาไมฟอสซิลเหลาน้ีจึงถูกพบทน่ี ัน่

1. ในสมยั โบราณ ผูคนนาอาหารทะเลจากมหาสมุทรเขามาในบรเิ วณนี้
2. ครง้ั หนง่ึ มหาสมุทรมคี ลน่ื รนุ แรงมากและคลื่นยกั ษพดั พาสง่ิ มีชีวติ ในทะเลขึน้ มาบนบก
3. ในสมัยกอนบริเวณน้นั เปนบรเิ วณทมี่ ีมหาสมุทรปกคลมุ และไดเหือดแหงไปในตอนหลัง
4. สัตวทะเลบางชนิดคร้ังหนง่ึ มีชีวติ อยูบนบกกอนท่จี ะอพยพลงสูทะเล
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการเชิงวิทยาศาสตร์)
การให้คะแนน คาถามที่ 3 : แกรนด์แคนยอน

คะแนนเต็ม : ข้อ 3. ในสมยั กอนบรเิ วณนนั้ เปนบรเิ วณทีม่ มี หาสมุทรปกคลุม และไดเหอื ดแหงไปในตอนหลงั

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอน่ื ๆ

: ไม่ตอบ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน แบบทดสอบตามแนวทางการประเมินของ PISA

ระดบั คะแนน เกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งทาแบบทดสอบซา้
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรับปรงุ

ใบงาน Diagram เร
การผ

รอื่ ง การผุพงั อยูก่ บั ท่ี
ผพุ ังอยกู่ ับท่ี

แบบประเมินใบงาน Diagram

คาชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมนิ กาหนดตามตารางแนบ
ทา้ ยแบบประเมินใบงาน Diagram

ลาดับที่ ช่อื -สกลุ รูปแบบ เน้อื หา นาเสนอ ความ ตรงต่อเวลา รวม สรปุ ผลการ
ของผรู้ ับการ สวยงาม 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/ไม่

ประเมิน 1234123412 3412341234 ผ่าน

ลงช่ือ ....................................................ผปู้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นกั เรยี นได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Diagram

เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ

ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรงุ )

รปู แบบ - มีหวั ข้อท่ีชัดเจน - มหี วั ข้อท่ีชัดเจน - มหี วั ข้อที่ชดั เจน - มหี ัวข้อที่ชัดเจน

- เขยี นอยูใ่ นกรอบ - เขียนอย่ใู นกรอบ - เขียนอยใู่ นกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ

- ใช้คาสาคัญตรงประเด็น - ใช้คาสาคัญตรงประเดน็ - ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็

- ใช้สัญลกั ษณ์หรอื ภาพ - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพ

ส่อื ความหมาย สือ่ ความหมาย

- ใช้สีสันท่ัวแผน่

เนอ้ื หา - เน้อื หาครบถ้วนตาม - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ

สาระทก่ี าหนด 100% ที่กาหนด 80-99% ทีก่ าหนด 60-79% ทก่ี าหนดต่ากวา่ 59%

- เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขยี นถูกต้องตามหลัก

ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ากวา่ 59%

- ลาดบั หวั ขอ้ เน้ือหา - ลาดบั หวั ข้อเน้ือหา - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไม่

ชัดเจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากว่า

- มีการสรปุ ไดอ้ ยา่ ง - มีการสรปุ ได้อย่าง 59%

สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การนาเสนอ - พูดชดั เจนเสียงดังฟงั ชดั - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้

- ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง

ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอกั ขระต่ากว่า

- บุคลิกภาพดีและมคี วาม - บุคลกิ ภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม 59%

มนั่ ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลิกภาพเหมาะสม

- มีการใช้สื่อประกอบการ นาเสนอไดบ้ างสว่ น

นาเสนอ

- ความพรอ้ มในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรอื

สวยงาม - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ย่าง

- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สรา้ งสรรค์ ใดอยา่ งหน่ึง

- ความเปน็ ระเบยี บอ่าน

ง่าย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถ้วน ตรง ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้า ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้า สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้
เวลา ตามเวลาทีก่ าหนด กวา่ เวลาท่กี าหนด 5 กว่าเวลาทีก่ าหนด 10 กวา่ เวลาทีก่ าหนด 15
นาที นาที นาที

ข้อสอบ O-net ปี 48

1. บรเิ วณหบุ เขาทรดุ ตัวตามแนวสนั เขากลางมหาสมทุ รมกี ารเคล่ือนตวั ของขอบแผ่นธรณภี าคในลกั ษณะใดทีส่ าคัญ

1. เคลือ่ นตัวหนหี า่ งออกจากกัน
2. เคล่ือนตวั เขา้ หากัน
3. เคล่ือนตัวมดุ ลงไปใตอ้ กี แผ่น
4. เคล่ือนตัวเฉอื นกัน
ที่มา http://www.niets.or.th

แผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 11 หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1
ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ โลกของเรา เวลา 2 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การกรอ่ น ผู้สอน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ทท่ี าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
การกร่อน เปน็ กระบวนการสาคัญทท่ี าให้ผวิ โลกเกิดการเปลีย่ นแปลงเป็น ว 3.2 ม.2/5 . อธิบายกระบวนการผพุ ังอยู่กับที่ การกร่อน
ภมู ิลักษณ์ตา่ ง ๆ โดยมลี ม น้า ธารนา้ แขง็ คลื่น และแรงโนม้ ถ่วงของโลก
เปน็ ตวั การสาคัญ และการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจาลอง รวมทงั้ ยกตัวอย่าง
ผลของกระบวนการดงั กล่าวทีท่ าให้ ผิวโลกเกดิ การเปลยี่ นแปลง

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การกร่อน - ใบงาน Mind mapping เร่อื ง การกรอ่ น
- ใบงาน เรื่อง การกรอ่ น (ตามแนว Pisa)
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคดิ 6. เคร่ืองมือการสอนคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - Mind mapping, Six thinking hats (White hat)

กจิ กรรมการเรียนรู้

7. ขั้นของกิจกรรม 8. สือ่ 9. วิธวี ดั ผล

Do Now ( 3 นาท)ี - ใบงาน Mind mapping - ประเมินใบงาน Mind
“บอกวิธีแก้วธิ ีปวดหลังคนละ 1 วธิ ี” เรือ่ ง การกร่อน mapping เรื่อง การกรอ่ น
Purpose (2 นาท)ี - ใบความรู้ เร่ือง การกร่อน - ประเมินใบงาน เร่อื ง การ
เราจะเรยี นเรือ่ ง การกรอ่ น เพอ่ื ให้นักเรียนสามารถอธบิ ายกระบวนการผพุ งั อยูก่ ับท่ี การ - สือ่ Power point เรอ่ื ง การ กร่อน (ตามแนว Pisa)
กร่อน และการสะสมตวั ของตะกอนจากแบบจาลอง รวมทั้งยกตัวอย่างผลของกระบวนการ กรอ่ น
ดังกลา่ วท่ที าให้ ผวิ โลกเกิดการเปล่ยี นแปลง
Work mode (110 นาที) - ใบงาน เรอ่ื ง การกรอ่ น
1. นักเรยี นตอบคาถาม “นกั เรยี นจะสังเกตได้อยา่ งไรว่า แผน่ เปลือกโลกมีการเปลีย่ นแปลง (ตามแนว Pisa)
อย่ตู ลอดเวลา อธิบายเหตุผล” (10 นาที)
2. นกั เรียนสืบค้นข้อมูลเกยี่ วกบั การกรอ่ น โดยศึกษาจากใบความรู้ เรอ่ื ง การกร่อน และสรุป
ความรู้ ในรปู แบบของผงั มโนทัศน์ ลงในใบงาน Mind mapping เรอื่ ง การกรอ่ น (คดิ 9 :
คดิ เชงิ มโนทศั น์) (สมรรถนะ2 : การคดิ ข้ันสูง ) (พอเพยี ง 3 : การมีภูมคิ มุ้ กนั ท่ีดี) (25 นาที)
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน และอภปิ รายผลงานรว่ มกนั (สมรรถนะ3
: การสื่อสาร ) (20 นาที)
4. นักเรยี นฟงั ครอู ธิบายเนือ้ หาเพิม่ เติม เรื่อง การกรอ่ น โดยใชส้ ่ือ Power Point การกรอ่ น
(25 นาท)ี
5. นักเรยี นวิเคราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว Pisa การกร่อน (25นาที)
6. นกั เรยี นตอบคาถาม “ยกตัวอยา่ งสถานทีท่ ่เี กดิ การกรอ่ น” (White hat) (5 นาท)ี
7. นักเรียนและครู รว่ มกันสรปุ ความรู้ เรือ่ ง การกรอ่ น (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สิ่งทนี่ ักเรยี นได้รับจากการเรียนในคาบนี้
- ข้อสอบ O-net

ใบความรู้ เรือ่ ง การกรอ่ น

การกร่อน เปน็ กระบวนการทีท่ าใหส้ ารทีเ่ ปน็ องค์ประกอบของเปลอื กโลกหลดุ ออกหรือสลายตวั ไปจากผิวโลก
เชน่ กระแสน้ากัดเซาะเปลือกโลกให้พังทลายเปน็ ชิ้นเลก็ ชน้ิ น้อย พดั พาให้เคล่ือนไปตามแนวทางนา้ ไหล เมือ่
ฝนตกน้าไหลบ่าลงสู่ท่ีตา่ ตามแรงโนม้ ถ่วงของโลกเกิดการกดั เซาะผิวหน้าดนิ แลว้ พัดพาไปทบั ถมภมู ิประเทศท่ี

มีพืน้ ทตี่ า่ กว่า สาเหตทุ ่ีทาใหเ้ กิดการกดั กร่อนมีดงั นี้
1.การกรอ่ นของเปลอื กโลกเนอ่ื งจากกระแสน้า การกดั เซาะของกระแสน้าเกดิ บริเวณริมฝั่งแมน่ า้ ลาคลอง ลา
ธาร เกดิ การเปลีย่ นแปลงไปอย่างชา้ ๆ ซง่ึ มีผลทาใหเ้ ปลอื กโลกเกิดการเปล่ียนแปลง การกัดกร่อน การพดั พา

และการทบั ถมของตะกอน เนือ่ งจากกระแสน้าสรปุ ได้ดงั นี้

ภาพ แสดงการกัดกรอ่ นของกระแสน้า
2.การกร่อนของเปลอื กโลกเนื่องจากปฏิกิรยิ าเคมี เกดิ จากนา้ ฝนละลายแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ ออกไซด์ของ

ไนโตรเจน แก๊สซัลเฟอรไ์ ดออกไซดใ์ นอากาศ ทาให้เกดิ ฝนกรดไปกัดกรอ่ นเปลอื กโลกให้ผพุ ัง

3.การกดั กรอ่ นเปลอื กโลกเนือ่ งจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทาให้เกดิ การกดั กร่อนของเปลือกโลกได้
เนอ่ื งจากอุณหภมู ขิ องอากาศทาใหเ้ ปลอื กโลกเกิดการขยายตวั และหดตวั ถา้ การขยายตวั ของหนิ ช้ันในกับหนิ
ชน้ั นอกไม่เท่ากนั อาจทาใหห้ นิ เกิดการแตกรา้ วได้ และในบางครั้งนา้ ในโพรงกอ้ นหินกลายเปน็ นา้ แข็ง อาจทา

ให้เกิดการขยายตวั ดนั ใหก้ อ้ นหินแตกเป็นชิน้ เล็ก ๆได้

4.การกัดกร่อนเนื่องจากแรงโนม้ ถ่วงของโลก ในธรรมชาตแิ รงโน้มถว่ งของโลกจะพยายามดึงดดู ส่งิ ต่างๆ ใหต้ ก
ลงสพู่ ้ืนผวิ โลก และดงึ ดูดวตั ถใุ ห้เกิดการเคลื่อนที่จากท่สี ูงลงสู่ทตี่ า่ กว่า เรยี กวา่ “ธารนา้ แขง็ ” ขณะเคล่อื นที่
ก้อนนา้ แข็งที่มขี นาดใหญ่และมีมวลมากจะกระแทกและขดั สกี ับกอ้ นหินในลาธาร ทาให้เปลอื กโลกเกดิ การกดั

กรอ่ นได้

5.การกัดกร่อนเน่อื งจากกระแสลม เช่น บรเิ วณที่ราบสงู ทะเลทราย ภเู ขาสงู ซ่ึงไดร้ บั อิทธิพลจากกระแสลม
เป็นประจา กระแสลมจะทาให้เปลอื กโลกเกดิ การกัดกร่อนได้เชน่ กัน

ใบงาน เรอ่ื ง การกรอ่ น (ตามแนวPisa)

นกั เรียนคดิ วา่ การกรอ่ นมผี ลต่อแผน่
เปลือกโลกหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

……………………………………………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………
(สมรรถนะ : การระบปุ ระเด็นทางวทิ ยาศาสตร์)

คาถามที่ 2 (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

จากภาพข้ันตอนการผลิตน้าประปา จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช่” หรือ “ไมใ่ ช่” ในแตล่ ะ
ข้อความ

ขอ้ ข้อความ คาตอบ
1. น้าจากแหล่งนา้ ดิบต้องผ่านสารส้มกอ่ นเสมอ ใช่ / ไม่ใช่
2. สารส้มชว่ ยใหน้ า้ ใสแยกจากเศษดนิ จากน้าดิบ ใช่ / ไมใ่ ช่
3. ถังกรองใช้ในการตกผลึกของน้าดบิ ใช่ / ไมใ่ ช่
4. คลอลีนช่วยในการตกผลกึ ของนา้ ดบิ ใช่ / ไม่ใช่

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / แนวคาตอบ

คาถามที่ 1 แนวการตอบคาถาม (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

เห็นดว้ ย / ความคิดเหน็ คล้อยตาม ไม่เห็นด้วย / ความคดิ เหน็ โต้แย้ง

เพราะสารจากสารสม้ จะชว่ ยให้เศษดนิ ในน้า เพราะสารสม้ ตอ้ งผสมปูนขาวดว้ ยจงึ จะมี

ดบิ ตกตะกอน ประสทิ ธภิ าพมากข้ึน

คะแนนเตม็ 2 คะแนน ไมม่ ีคะแนน
ตอบสอดคลอ้ งกบั แนวคาตอบ ตอบไม่สอดคล้องกบั แนวคาตอบ
/ไมเ่ ขียนข้อความใด ๆ

คาถามท่ี 2 (ขอ้ ละ 2 คะแนน)

จากภาพแบคทีเรยี ดือ้ ยาอนั ตรายถึงชวี ิต จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช”่ หรอื “ไม่ใช่” ในแต่ละ
ข้อความ

ขอ้ ขอ้ ความ คาตอบ
1. น้าจากแหล่งนา้ ดิบตอ้ งผ่านสารส้มกอ่ นเสมอ ใช่ / ไมใ่ ช่
2. สารส้มชว่ ยให้น้าใสแยกจากเศษดนิ จากน้าดิบ ใช่ / ไม่ใช่
3. ถังกรองใช้ในการตกผลึกของนา้ ดบิ ใช่ / ไมใ่ ช่
4. คลอลนี ช่วยในการตกผลึกของนา้ ดิบ ใช่ / ไม่ใช่

คะแนนเตม็ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 1 คะแนน คะแนนเต็ม 0 คะแนน
ตอบถูกท้ัง 4 ขอ้ : ใช่ / ไม่ใช่ / ตอบถกู 3 ข้อ ตอบถกู 2-0 ข้อ
ใช่ / ใช่

เกณฑ์การให้คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

10 ดมี าก

8 ดี

6 พอใข้

4 ปรับปรงุ

นกั เรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ น



ใบงาน Mind mapp

ping เร่อื ง การกรอ่ น

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping

ชื่อ-สกุล รูปแบบ เนือ้ หา นาเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลาดบั ที่ ของผรู้ บั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/

ประเมิน ไม่ผ่าน

ลงชื่อ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรียนได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
- เขียนความคิดรวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอดหลกั
เน้ือหา - เขียนความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอดหลัก
ไวต้ รงกลาง ไวต้ รงกลาง
การนาเสนอ - มีกิ่งแกว้ กง่ิ ก้อย และกง่ิ หลกั ไว้ตรงกลาง ไวต้ รงกลาง - มีก่งิ แกว้ ขาดกิง่ ก้อย แต่

ความสวยงาม ยอ่ ยตามลาดับ - มีกิง่ แกว้ กิง่ กอ้ ย และก่งิ - มีกิง่ แก้ว กิง่ ก้อย และก่งิ ขาดกงิ่ ยอ่ ย
การตรงตอ่ - ตัวหนงั สืออยบู่ นเสน้ - ใช้สีสนั ไมท่ ั่วแผน่
- ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ ยอ่ ยตามลาดับ ยอ่ ยตามลาดับ
เวลา - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพสอื่ - เน้อื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
- ตวั หนงั สืออยู่บนเส้น - ใช้สสี นั ทวั่ แผน่ กาหนดต่าว่า 59%
ความหมาย - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
- ใช้สสี นั ทัว่ แผน่ - ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น ต่าว่า 59%
- เนือ้ หาครบถ้วนตามสาระที่ - มีการสรุปไม่สมเหตุสมผล
กาหนด 100% - ใชส้ สี ันท่ัวแผ่น ตา่ ว่า 59%
- เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา
100% - เน้อื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอื้ หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - สามารถพูดนาเสนอได้
- ลาดบั หัวข้อเน้ือหาชัดเจน - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
- มีการสรปุ ได้อย่าง กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% ตามอักขระตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% - บุคลิกภาพเหมาะสม
- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชส้ สี นั สวยงามหรอื เป็นไป
อกั ขระ100% 80-99% 60-79% ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ หนงึ่
ม่นั ใจ - ลาดบั หวั ข้อเนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อย่าง
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากว่า
นาเสนอ - มีการสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% เวลาท่ีกาหนด 15 นาที
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ
- ใช้สสี ันสวยงาม สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - พูดชัดเจนเสียงดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
เวลาท่กี าหนด
อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%

- บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

- ความพร้อมในการนาเสนอ

ได้บางส่วน

- ใชส้ ีสันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงามและมคี วาม
- มคี วามสะอาด สะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์

ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กว่า สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่

เวลาทีก่ าหนด 5 นาที เวลาท่กี าหนด 10 นาที

ขอ้ สอบสพฐ. ปี 2561
1. บริเวณหบุ เขาทรุดตวั ตามแนวสนั เขากลางมหาสมทุ รมีการเคลือ่ นตัวของขอบแผ่นธรณีภาคในลักษณะใด
ที่สาคญั

1. เคลือ่ นตวั หนีห่างออกจากกัน
2. เคล่อื นตวั เขา้ หากัน
3. เคลื่อนตวั มดุ ลงไปใตอ้ กี แผน่
4. เคลอ่ื นตัวเฉอื นกัน

ทมี่ า http://www.niets.or.th

แผนจัดการเรียนรู้ท่ี 12

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ โลกของเรา หน่วยย่อยท่ี 2
เรือ่ ง การพัดพาและทับถม เวลา 2 ชวั่ โมง
วนั ทีท่ าการสอน ผู้สอน นางสาวลคั นา ไชยเนตร

1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐานตวั ช้ีวดั
การพดั พาและทับถมเกดิ จากการสึกกร่อนผุพัง ดว้ ยอทิ ธพิ ลของ ว 3.2 ม.2/5 . อธบิ ายกระบวนการผพุ ังอยู่กบั ที่ การกร่อน และการสะสมตวั
กระแสน้า ปฏิกริ ิยาเคมี ความรอ้ น และกระแสลมจะถกู พดั พาไปดว้ ย ของตะกอนจากแบบจาลอง รวมทั้งยกตวั อยา่ งผลของกระบวนการดังกลา่ วท่ี
ความแรงของกระแสนา้ หรอื กระแสลม เม่ือความแรงลดลงจะเกิดการ ทาให้ ผิวโลกเกดิ การเปลีย่ นแปลง
ทับถมของตะกอนทพ่ี ดั พามา
4. ช้ินงาน/ภาระงาน
3. สาระการเรียนรู้ - ใบงาน KWL เร่อื ง การพัดพาและทับถม
- การพัดพาและทบั ถม - ใบงานตามแนว PISA เรื่อง การพดั พาและทับถม
- ใบงาน เร่ือง การพดั พาและทับถม

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 6. เคร่อื งมอื การสอนคดิ
- ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - KWL

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ขั้นของกจิ กรรม 8. สือ่ 9. วิธวี ดั ผล

Do Now (3 นาที) - ใบงาน เรอ่ื ง การพดั พา - ประเมนิ ใบงาน

“บอกปจั จยั ที่ทาใหน้ ักเรยี นมาโรงเรียนสายคนละ 1 ปัจจัย” และทับถม KWL เรอื่ ง การพดั พา

Purpose (2 นาท)ี - ใบงานตามแนว PISA เรื่อง และทับถม

เราจะเรยี นเรือ่ ง การพดั พาและทับถม เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถอธิบายกระบวนการผุพังอยู่กบั การพดั พาและทบั ถม -ประเมินใบงาน เร่ือง

ท่ี การกรอ่ น รวมท้ังยกตวั อยา่ งผลของกระบวนการดังกล่าวทท่ี าให้ ผิวโลกเกิดการ - ใบงาน เรื่อง การพดั พา การพัดพาและทับถม

เปลยี่ นแปลง และทบั ถม - ประเมนิ ใบงานตาม

Work mode (110 นาท)ี แนว PISA เรอ่ื ง การ

1. นักเรยี นตอบคาถาม “นกั เรียนคิดว่า โลกของเรามีรปู รา่ งเป็นอยา่ งไร เพราะเหตุใด” (5 นาท)ี พัดพาและทับถม

2. นักเรยี นบันทกึ ความรู้ทีไ่ ดล้ งในใบงาน KWL การพดั พาและทับถม โดยตอบคาถาม

“นกั เรียนรอู้ ะไรบา้ งเกีย่ วกบั การพดั พาและทบั ถม” ลงในชอ่ ง K (15 นาที)

3. นกั เรียนและครอู ภิปรายร่วมกันบนกระดาน ในหัวข้อ นักเรยี นรูอ้ ะไรบา้ งเกยี่ วกับการพัด

พาและทับถม (10 นาที)

4. นกั เรียนตอบคาถาม “นกั เรียนอยากรอู้ ะไรบ้าง เกี่ยวกบั การพัดพาและทับถม” ลงในชอ่ ง

W (10 นาที)

5. นักเรยี นและครูอภปิ รายร่วมกนั บนกระดาน ในหวั ขอ้ นกั เรยี นอยากรู้อะไรบา้ ง เกี่ยวกับ

เรื่อง การพดั พาและทับถม (15 นาที)

6. นกั เรยี นสืบคน้ ข้อมลู เกี่ยวกบั การพดั พาและทับถม โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เร่อื ง การพดั

พาและทบั ถม และคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณเพือ่ ตอบคาถาม “นกั เรยี นไดร้ ู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับ

การพัดพาและทบั ถม ลงในชอ่ ง L (คิด4 : คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ)(สมรรถนะ2 : การคดิ ข้ัน

สงู ) (พอเพยี ง 3 การมภี ูมิคุ้มกนั ทดี่ ี) (15 นาท)ี

7. นักเรยี นทาใบงาน เรื่อง การพดั พาและทับถม โดยศึกษาเพิม่ เติมจากส่อื ออนไลน์ เรื่อง การ

พดั พาและทบั ถม (10 นาท)ี

8. นกั เรยี นวิเคราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรื่อง การพดั พาและทบั ถม(15นาท)ี

9. นักเรยี นและครอู ภิปรายรว่ มกัน ในหวั ขอ้ การพัดพาและทบั ถม (15 นาท)ี

Reflective Thinking (5 นาท)ี

- 1 ส่งิ ทน่ี ักเรียนได้รับ จากการเรยี นในคาบเรยี นน้ี (3 นาที)

- ขอ้ สอบ O-net (2 นาที)

ใบงาน KWL

เรือ่ ง การพัดพาและทับถม
ชอื่ ..................................................สกุล..........................................ชน้ั ...............เลขท่ี.....................

คาชแี้ จง นกั เรียนบันทกึ ความรูท้ ีไ่ ด้ ลงในตารางตอ่ ไปนีพ้ ร้อมทั้งเขียนสรปุ ลงในบรรทดั ท่วี ่างขา้ งล่างของ
แบบบันทกึ

K(นกั เรยี นรอู้ ะไร) W(นักเรยี นต้องการร้อู ะไร) L(นกั เรยี นได้เรยี นรอู้ ะไร)

…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...

ใบงาน เร่ือง การพดั พาและทับถม

คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นบอกส่วนประกอบของการพดั พาและทบั ถมตามประเด็นท่กี าหนด
ความหมาย
ตวั อยา่ ง

ความหมาย
ตวั อย่าง

ความหมาย
ตวั อย่าง

เฉลย ใบงาน เร่ือง การพดั พาและทบั ถม

คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นบอกส่วนประกอบของการพัดพาและทบั ถม ตามประเดน็ ทีก่ าหนด

เนินตะกอนรูปพดั (Alluvial Fan) เกดิ จาก
กระแสนา้ ไหลจากภูเขาลงสูท่ ร่ี าบที่มีร่องน้า
กว้างกว่าเดมิ มาก ๆทาใหค้ วามเรว็ ของ
กระแสน้าลดลงจนไมส่ ามารถพดั พาตะกอนไป
ไดต้ ะกอนจะทับถมกันเป็นเนนิ ตะกอนนา้ รปู พัด

ดินดอนสามเหล่ยี ม (Delta) เกดิ จากกระแสนา้
บรเิ วณปากแมน่ า้ ท่ีไหลลงสู่ทะเลไหลชา้ ลง ทา
ให้เกดิ การทบั ถมของตะกอนที่บรเิ วณปากแม่นา้
ลักษณะคล้ายรปู สามเหลย่ี ม

ทะเลรปู แอก (Oxbow Lake) เป็นบงึ หรือ
ทะเลสาบเกดิ จากการท่ีทางนา้ โคง้ ตวดั (Stream
Meander)เปลีย่ นเส้นทางการไหลตามแนวโคง้
เดมิ เปน็ ตัดตรง ทาให้ลานา้ โค้งเดิมถกู ตัดขาด
กลายเปน็ ทะเลสาบรูปแอก

แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ให้ทาเคร่อื งหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กาหนด

ลาดบั ที่ ช่ือ-สกุล การแสดง ครอบคลมุ ผลสาเร็จ ตรงตอ่ เวลา ความ สรุปผล
ของผูร้ ับการประเมิน ความคิดเหน็ เนอื้ หา ของงาน สะอาด รวม การ
เรียบรอ้ ย 20 ประเมิน
ถูกตอ้ ง คะแนน ผา่ น/ไม่
ชัดเจน

43214321432143214321 ผา่ น

ลงชื่อ .................................................... ผูป้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นได้ระดบั คุณภาพที่ พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL

เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ

ประเมิน 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)

การแสดง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง
ความคดิ เหน็ K ได้ 10 ข้อคาถามขน้ึ ไป K ได้ 9-10 ข้อคาถาม K ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม K ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ข้อ

- แสดงความคิดเห็นในช่อง - แสดงความคิดเห็นในช่อง - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง
W ได้ 10 ขอ้ คาถามขนึ้ W ได้ 9-10 ข้อคาถาม W ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม W ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ
ไป - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง

- แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง L ได้ 9-10 ข้อคาถาม L ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม L ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ข้อ
L ได้ 10 ข้อคาถามขนึ้ ไป

เนื้อหา - เนอื้ หาครบถว้ นตามสาระ - เนือ้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนื้อหาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระท่ี

ทก่ี าหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดต่าวา่ 59%

- เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั
ภาษาต่าวา่ 59%
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% - มีการสรุปไม่สมเหตสุ มผล

- ลาดับหัวข้อเนอ้ื หาชัดเจน - ลาดับหวั ข้อเนอ้ื หาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ยา่ ง

- มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ตา่ ว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%

การนาเสนอ - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟังชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้

- ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง

ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระตา่ ว่า 59%

- บคุ ลิกภาพดีและมีความ - บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
มั่นใจ - ความพรอ้ มในการ

- มกี ารใชส้ อื่ ประกอบการ นาเสนอได้บางสว่ น
นาเสนอ
- ความพรอ้ มในการ

นาเสนอ

ความ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี ันสวยงามและมี - ใชส้ ีสนั สวยงามหรือ

สวยงาม - มีความสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ย่างใด
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ อย่างหนึ่ง

- ความเปน็ ระเบยี บอา่ น
ง่าย

การตรงต่อ ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ า้
กว่าเวลาที่กาหนด 15
เวลา เวลาที่กาหนด กว่าเวลาทกี่ าหนด 5 นาที กวา่ เวลาทีก่ าหนด 10 นาที

นาที

แบบประเมินใบงานเร่อื งการพัดพาและทับถม

คาชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน ให้ทาเครอ่ื งหมาย✓ลงในช่องรายการประเมนิ กาหนด

ชอื่ -สกลุ ครอบคลมุ ตรงต่อเวลา ความ รวม สรปุ ผลการประเมนิ
ของผรู้ บั การประเมนิ เน้อื หา สะอาด 20 คะแนน ผา่ น/ไม่ผา่ น
เรียบร้อย

4 321 4321 4321

ลงช่อื .................................................... ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
12 – 14 ดี

10 – 12 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

นกั เรยี นได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผ่าน

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงานการพัดพาและทับถม

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
เนื้อหา
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ความสวยงาม
อธบิ ายโครงสร้างและ อธิบายโครงสร้างและ อธบิ ายโครงสร้างและ อธบิ ายโครงสร้างและ
การตรงต่อเวลา
องคป์ ระกอบของโลก ได้ องคป์ ระกอบของโลก ได้ องคป์ ระกอบของโลก ได้ องค์ประกอบของโลก ได้

ถูกตอ้ ง ชัดเจน ท้ัง 3 ชั้น ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ทั้ง 3 ถกู ต้อง ชัดเจน 2 ชน้ั ถกู ตอ้ ง ชัดเจน 1 ชัน้

ชัน้

- ภาพประกอบ - ภาพประกอบ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สสี ันสวยงามหรอื

เหมาะสม เหมาะสม -มีความสะอาด เป็นไปตามเกณฑ์

- ใช้สีสนั สวยงาม -ใช้สสี นั สวยงาม อย่างใดอยา่ งหน่งึ

- มีความสะอาด - มีความสะอาด

- ความเป็นระเบียบ

อา่ นง่าย

สง่ ผลงานครบถ้วน ส่งผลงานครบถ้วน สง่ ผลงานครบถว้ น ส่งผลงานครบถ้วน

ตรงตามเวลาที่ แตช่ า้ กว่าเวลาที่ แตช่ ้ากวา่ เวลาที่ แตช่ ้ากว่าเวลาที่

กาหนด กาหนด 5 นาที กาหนด 10 นาที กาหนด 15 นาที

แบบทดสอบ เรือ่ ง การพัดพาและทบั ถม

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาชแ้ี จง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 3 จากขอ้ มูลทก่ี าหนดให้ตอ่ ไปนี้ (6 คะแนน)

การพดั พาและทับถม
ปัจจุบันโลกเปล่ียนแปลงไปมาก เทคโนโลยีต่าง ๆ มีบทบาทต่อชีวิตประจาวันของเรามากข้ึน
“มนุษย์” ต้องการส่ิงอานวยความสะดวก ต้องการความสบาย แต่สิ่งที่อานวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
ถนน ไฟฟา้ หรอื แมแ้ ต่การทามาหากิน กลับส่งผลกระทบต่อโลกใบนอ้ี ย่างยง่ิ
ผลกระทบท่ีเห็นได้อย่างชัดเจน คือ ทรัพยากรป่าไม้ท่ีลดน้อยลงมาก การตัดถนน และการวาง
เสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านพ้ืนที่ป่าเขา การบุกรุกป่า เพื่อใช้เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวโพดส่งให้กับ
โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ ซง่ึ ปัญหาการบุกรุกพื้นท่ีป่า เพื่อใช้เปน็ พ้นื ท่ีเกษตรกรรมกาลังขยายพื้นท่ี
เพ่ิมมากข้ึนอย่างต่อเนื่อง จนทาให้เกิดปรากฏการณ์ “ป่าหมด น้าหาย ภัยพิบัติตามมา” เพราะเมื่อป่าหมดไป
ความชุ่มชน้ื กห็ มดไปดว้ ย ส่งผลตอ่ การรวมตวั ของก้อนเมฆทจี่ ะเข้ากระบวนการกลนั่ ตัวเปน็ เมด็ ฝน เมอ่ื ไม่มฝี น
ก็ขาดนา้ ภัยแลง้ จึงตามมาอย่างท่หี ลาย ๆ พน้ื ท่ตี ้องเผชญิ กนั อยู่ในปัจจบุ นั น้ี
นอกจากน้นั การท่ไี มม่ ีปา่ ไม่มีต้นไม้ ภูเขากลายเป็นภูเขาหวั โลน้ ไม่มีรากจากตน้ ไม้ใหญค่ อยยดึ ผวิ ดิน
เม่อื ถึงฤดฝู น ปญั หาน้าปา่ ไหลหลาก ดนิ โคลนถล่มก็ตามมา
ปัญหาดังกลา่ วแสดงให้เหน็ ว่า การทาลายป่าไม้สง่ ผลกระทบมากมาย เพราะเม่ือไม่มีตน้ ไม้ กเ็ หมอื น
โลกใบนี้ขาดปอด ที่คอยดูดซับกรองอากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นการเร่งใหเ้ กดิ
สภาวะเรือนกระจกในช้ันบรรยากาศ ทาให้โลกร้อนข้ึน สภาวะอากาศแปรปรวนอย่างท่ีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
แมว้ ่าการพฒั นาคุณภาพชีวิตและการพฒั นาประเทศจะเปน็ สิ่งจาเป็นตอ่ ส่วนรวม แตต่ ้องไมล่ มื วา่ เราต้องแลก
มาด้วยการสูญเสียทรัพยากรป่าไมไ้ ปบางส่วน ซึ่งหากกระทาในขอบเขตของความพอดีเท่าท่จี าเป็น ก็มีเหตุผล
ทย่ี อมรับได้ แตก่ ารบุกรกุ ป่าไม้เพ่ือประโยชนส์ ่วนตนมิใช่เร่อื งควรจะเกิดข้นึ เชน่ การบุกรุกปา่ ไม้เพ่ือใช้เป็นที่ทากิน
หรือการทาไร่เล่ือนลอย อย่าทาลายธรรมชาติจนบอบช้ามากจนเกินกว่าจะเยียวยาได้ เพราะยิ่งธรรมชาติบอบช้า
มากเท่าไหร่ ภัยธรรมชาตทิ ีเ่ ป็นผลจากนา้ มือมนุษยก์ จ็ ะกลบั ย้อนมาทาลายมนษุ ย์เรามากเทา่ น้ัน

คาถามที่ 1 : การพัดพาและทับถม (2 คะแนน)

ข้อใดสง่ ผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกโดยตรง
1. การทาไร่เลื่อนลอย
2. การตัดไมท้ าลายปา่
3. การใช้พนื้ ท่ที าการเกษตร
4. การสรา้ งถนนและวางเสาไฟฟ้า

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร)์

คาถามท่ี 2 : การพดั พาและทับถม (2 คะแนน)

ใช้บทอ่านข้างต้น พิจารณาข้อความตอ่ ไปน้วี า่ เป็นความจรงิ หรือ ไม่เป็นความจรงิ

ข้อความท่ี เป็นความจริง ให้เขียนเครือ่ งหมาย X ในชอ่ ง จรงิ

ขอ้ ความที่ ไมเ่ ป็นความจริง ใหเ้ ขียนเคร่อื งหมาย X ในชอ่ ง ไม่จริง

ข้อความ จรงิ ไมจ่ รงิ
ภยั ธรรมชาติทุกประเภทเกิดจากน้ามอื มนษุ ย์ ........ ........
การทาไรเ่ ลอ่ื นลอยมีส่วนทาให้เกดิ สภาวะเรอื นกระจก เพราะทาใหโ้ ลกขาดปอด
ทีค่ อยดูดซบั กรองอากาศทีเ่ ปน็ พิษ ........ ........
ปัญหาฝนแล้งและนา้ หลาก สว่ นหนึง่ เกิดขนึ้ จากการขยายพน้ื ทที่ างการเกษตร
และการตดั ถนนเข้าหมบู่ ้าน ........ ........

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร)์

คาถามที่ 3 : โลกร้อนเพราะปา่ หมด (2 คะแนน)
โครงการในข้อใดที่ไม่มีสว่ นชว่ ยลดปัญหา “ปา่ หมด นา้ หาย” ที่ทาให้เกิดสภาวะเรือนกระจก

1. โครงการพฒั นาปา่ ไมแ้ ละโครงการสวนป่า
2. โครงการบา้ นเลก็ ในป่าใหญแ่ ละโครงการปา่ รักน้า
3. โครงการสง่ เสรมิ และพัฒนาพันธไ์ุ ม้ปา่ ดิบชน้ื เป็นพชื เศรษฐกิจ
4. โครงการอนรุ ักษ์พนั ธกุ รรมพืชและโครงการขยายพันธ์ไุ มด้ อกไม้ผล
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชงิ วิทยาศาสตร์)

เฉลยแบบทดสอบ เร่อื ง การพดั พาและทบั ถม

(ตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA)

คาช้ีแจง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 3 จากขอ้ มลู ท่ีกาหนดใหต้ อ่ ไปน้ี (6 คะแนน)

โลกรอ้ นเพราะป่าหมด
ปัจจุบันโลกเปล่ียนแปลงไปมาก เทคโนโลยีต่าง ๆ มีบทบาทต่อชีวิตประจาวันของเรามากข้ึน
“มนุษย์” ต้องการส่ิงอานวยความสะดวก ต้องการความสบาย แต่ส่ิงท่ีอานวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปน็
ถนน ไฟฟา้ หรือแม้แตก่ ารทามาหากิน กลบั สง่ ผลกระทบต่อโลกใบนีอ้ ยา่ งย่ิง
ผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ทรัพยากรป่าไม้ท่ีลดน้อยลงมาก การตัดถนน และการวาง
เสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านพ้ืนท่ีป่าเขา การบุกรุกป่า เพ่ือใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวโพดส่งให้กับ
โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ ซ่ึงปญั หาการบกุ รุกพ้ืนท่ีป่า เพื่อใชเ้ ปน็ พน้ื ที่เกษตรกรรมกาลงั ขยายพื้นที่
เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเน่ือง จนทาให้เกิดปรากฏการณ์ “ป่าหมด น้าหาย ภัยพิบัติตามมา” เพราะเม่ือปา่ หมดไป
ความชมุ่ ช้ืนกห็ มดไปดว้ ย ส่งผลตอ่ การรวมตวั ของก้อนเมฆทจ่ี ะเข้ากระบวนการกล่ันตัวเปน็ เม็ดฝน เมอื่ ไมม่ ฝี น
ก็ขาดนา้ ภัยแล้งจึงตามมาอยา่ งทีห่ ลาย ๆ พื้นท่ีต้องเผชญิ กนั อยใู่ นปจั จบุ นั น้ี
นอกจากน้นั การทไี่ ม่มีป่า ไม่มตี น้ ไม้ ภเู ขากลายเป็นภเู ขาหัวโลน้ ไม่มีรากจากต้นไมใ้ หญ่คอยยึดผวิ ดนิ
เมื่อถึงฤดฝู น ปญั หาน้าปา่ ไหลหลาก ดินโคลนถล่มก็ตามมา
ปญั หาดงั กลา่ วแสดงให้เห็นว่า การทาลายป่าไม้สง่ ผลกระทบมากมาย เพราะเมอื่ ไมม่ ีตน้ ไม้ ก็เหมอื น
โลกใบน้ีขาดปอด ท่ีคอยดูดซับกรองอากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นการเร่งใหเ้ กิด
สภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ทาให้โลกร้อนข้ึน สภาวะอากาศแปรปรวนอย่างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
แม้ว่าการพฒั นาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศจะเปน็ สง่ิ จาเปน็ ตอ่ สว่ นรวม แต่ตอ้ งไมล่ มื ว่า เราตอ้ งแลก
มาด้วยการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ไปบางส่วน ซ่ึงหากกระทาในขอบเขตของความพอดีเท่าทจ่ี าเป็น ก็มีเหตุผล
ท่ียอมรับได้ แต่การบุกรกุ ป่าไม้เพ่ือประโยชนส์ ่วนตนมิใช่เรอื่ งควรจะเกิดข้นึ เช่น การบุกรุกป่าไม้เพ่อื ใช้เป็นที่ทากิน
หรือการทาไรเ่ ลื่อนลอย อย่าทาลายธรรมชาติจนบอบช้ามากจนเกินกว่าจะเยียวยาได้ เพราะยิ่งธรรมชาติบอบชา้
มากเทา่ ไหร่ ภยั ธรรมชาตทิ ีเ่ ปน็ ผลจากน้ามือมนุษย์กจ็ ะกลบั ย้อนมาทาลายมนุษยเ์ รามากเท่านน้ั

คาถามที่ 1 : การพดั พาและทับถม (2 คะแนน)
ขอ้ ใดส่งผลให้เกิดสภาวะเรอื นกระจกโดยตรง

1. การทาไรเ่ ลื่อนลอย
2. การตดั ไม้ทาลายปา่
3. การใช้พนื้ ท่ที าการเกษตร
4. การสร้างถนนและวางเสาไฟฟ้า
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชิงวิทยาศาสตร)์

การให้คะแนน คาถามท่ี 1 : การพดั พาและทับถม

คะแนนเตม็ : ข้อ 2. ตัดไมท้ าลายป่า

ไม่ได้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไมต่ อบ

คาถามที่ 2 : การพัดพาและทับถม (2 คะแนน)

ใช้บทอ่านข้างต้น พจิ ารณาข้อความตอ่ ไปนีว้ ่า เปน็ ความจริง หรอื ไมเ่ ป็นความจรงิ

ขอ้ ความท่ี เป็นความจรงิ ใหเ้ ขยี นเครือ่ งหมาย X ในชอ่ ง จรงิ

ข้อความท่ี ไม่เปน็ ความจรงิ ให้เขยี นเครื่องหมาย X ในชอ่ ง ไมจ่ ริง

ข้อความ จริง ไมจ่ ริง
ภยั ธรรมชาติทกุ ประเภทเกดิ จากน้ามือมนษุ ย์ ........ ........
การทาไรเ่ ลอ่ื นลอยมีส่วนทาให้เกิดสภาวะเรอื นกระจก เพราะทาให้โลกขาดปอด
ที่คอยดูดซับกรองอากาศท่เี ป็นพิษ ........ ........
ปัญหาฝนแล้งและน้าหลาก สว่ นหนง่ึ เกดิ ขน้ึ จากการขยายพ้นื ที่ทางการเกษตร
และการตัดถนนเขา้ หมบู่ ้าน ........ ........

(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์ในเชิงวทิ ยาศาสตร)์

การให้คะแนน คาถามที่ 2 : การพัดพาและทับถม

คะแนนเตม็ : ตอบถกู ท้งั หมด ไมจ่ รงิ จริง จรงิ ตามลาดับ

ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ

: ไม่ตอบ

คาถามท่ี 3 : การพัดพาและทบั ถม (2 คะแนน)
โครงการในข้อใดท่ีไม่มีสว่ นชว่ ยลดปัญหา “ป่าหมด น้าหาย” ท่ีทาให้เกดิ สภาวะเรือนกระจก

1. โครงการพฒั นาปา่ ไมแ้ ละโครงการสวนปา่
2. โครงการบ้านเลก็ ในปา่ ใหญแ่ ละโครงการปา่ รกั น้า
3. โครงการส่งเสรมิ และพฒั นาพันธไ์ุ ม้ปา่ ดิบชนื้ เป็นพืชเศรษฐกิจ
4. โครงการอนุรกั ษพ์ นั ธุกรรมพชื และโครงการขยายพนั ธ์ุไม้ดอกไมผ้ ล
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชิงวทิ ยาศาสตร)์
การใหค้ ะแนน คาถามท่ี 3 : การพดั พาและทบั ถม

คะแนนเต็ม : ข้อ 4. โครงการอนุรกั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื และโครงการขยายพนั ธไ์ุ ม้ดอกไม้ผล

ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอื่น ๆ

: ไม่ตอบ

เกณฑ์การให้คะแนน แบบทดสอบตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA
วชิ า วิทยาศาสตร์ 4 (ว 22103)

ระดบั คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งทาแบบทดสอบซ้า
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรบั ปรงุ

ขอ้ สอบ O – NET ปี 2562

1. ขอ้ ใดกล่าวถึงโครงสร้างภายในโลกได้ถกู ตอ้ ง
1. แก่นโลกชั้นในสว่ นใหญ่เป็นของเหลว มอี ุณหภูมิและความดันสูงกว่าแก่นโลกช้นั นอก
2. แกน่ โลกช้ันนอกส่วนใหญเ่ ปน็ ของเหลว มีอณุ หภมู แิ ละความดนั สูงกว่าแกน่ โลกชัน้ ใน
3. ชนั้ เนื้อโลกส่วนบนสว่ นใหญเ่ ป็นของแขง็ มีอุณหภมู แิ ละความดนั สูงกวา่ ช้นั เน้อื โลกส่วนลา่ ง
4. ช้นั เนอื้ โลกส่วนลา่ งสุดส่วนใหญเ่ ป็นของแข็ง มีอณุ หภมู แิ ละความดันสงู กว่าช้นั เน้ือโลกส่วนบน

แผนจัดการเรยี นรู้ที่ 13 หน่วยย่อยท่ี 2
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ โลกของเรา เวลา 2 ชั่วโมง
เรื่อง หนิ งอก หินยอ้ ย ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ทที่ าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................

1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
หินย้อย เปน็ ตะกอนหินปูนทจ่ี บั ตวั เป็นแท่งหรอื แผน่ ยอ้ ยลงมาจากเพดานถ้า
เกดิ จากน้าใตด้ นิ ที่มหี นิ ปนู ละลายอยูห่ ยดลงมาจากรอยแตกบนเพดานถา้ ว 3.2 ม.2/5 . อธิบายกระบวนการผุพงั อย่กู ับที่ การกร่อน และการสะสมตวั
หนิ งอกเกดิ จากกระบวนการทคี่ ลา้ ยกนั คือ เกดิ จากนา้ ที่มีหินปูนสะสมอยู่ท่หี ยด ของตะกอนจากแบบจาลอง รวมทั้งยกตวั อย่างผลของกระบวนการดงั กล่าวท่ี
ลงมาจากเพดานถา้ สู่ชน้ั หินเบอ้ื งลา่ ง ความท่นี ้าน้นั มตี ะกอนหินปูนอยูม่ าก ทาให้ ผิวโลกเกดิ การเปลยี่ นแปลง

3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- หินงอก หินยอ้ ย - ใบงาน compare and contrast เรื่อง หินงอก หินย้อย
- ใบงาน เรอื่ ง หินงอก หินยอ้ ย (ตามแนว Pisa)
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคดิ 6. เครื่องมอื การสอนคดิ
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี c0o0m00p0a0r0e and contrast

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ขั้นของกิจกรรม 8. สอ่ื 9. วิธวี ัดผล

Do Now ( 3 นาที) - ใบงาน compare and - ประเมนิ ใบงาน
“เขียนชนดิ หนิ ใหม้ ากทส่ี ดุ ” contrast เรือ่ ง หนิ งอก หิน compare and contrast
Purpose (2 นาที) ยอ้ ย เร่ือง หินงอก หินย้อย
เราจะเรียนเรื่อง หนิ งอก หนิ ยอ้ ย เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถอธบิ ายกระบวนการเกิดหนิ งอกหิน - ใบความรู้ เรื่อง หินงอก หนิ - ประเมินใบงาน เรื่อง
ย้อย และการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจาลอง รวมท้งั ยกตัวอยา่ งผลของกระบวนการ ยอ้ ย หินงอก หินย้อย
ดังกลา่ วท่ีทาให้ ผิวโลกเกดิ การเปลยี่ นแปลง - ใบงาน เร่อื ง หินงอก หนิ (ตามแนว Pisa)
Work mode (110 นาที) ย้อย (ตามแนว Pisa)

1. นกั เรียนและครู รว่ มกนั ทบทวนความรู้เกีย่ วกับ เรือ่ ง หินงอก หนิ ย้อย
มาในคาบที่แลว้ เพ่อื เชื่อมโยงเขา้ สเู่ นอ้ื หาใหม่ (15 นาท)ี

2. นักเรยี นศกึ ษาหาความรจู้ ากใบความรู้ เรอ่ื ง หนิ งอก หนิ ยอ้ ย
(สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้นสงู ) (พอเพียง 3 การมภี มู ิคมุ้ กันท่ดี ี) เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจและ
อธบิ ายหนิ งอก หินยอ้ ย
ได้ถูกต้อง (15 นาที)

3. นกั เรียนฟงั ครูอธิบายเร่อื งหนิ งอก หินย้อย พร้อมยกตวั อย่างหนิ งอก หินยอ้ ยตาม
สถานทตี่ า่ ง ๆ
(20 นาที )

4. นักเรียนเปรียบเทียบความเหมอื นความแตกตา่ ง เรื่อง หนิ งอก หินยอ้ ย
โดยทาในใบงาน Compare and contrast (คิด 2 : คิดเปรยี บเทียบ) (พอเพียง 3 การมี

ภูมิคุ้มกันท่ดี ี) ( 25 นาที )

5. นักเรียน (ตัวแทน) นาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น และอภิปราย/โตแ้ ยง้ ลงงาน

ร่วมกัน (คดิ 3 : คิดพพิ ากษ์)(สมรรถนะ3 : การสอื่ สาร ) (15 นาท)ี

6. ให้นกั เรียนทาใบงาน เรอื่ ง หินงอก หินยอ้ ย (ตามแนว PISA) (15 นาที)
7. นักเรยี นและครู ร่วมกันสรปุ เชือ่ มโยงความรู้ เรือ่ ง หนิ งอก หนิ ย้อย ( 5 นาที )
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สิ่งท่ีนักเรยี นสงสยั จากการเรยี นในคาบน้ี (3นาที)
- ขอ้ สอบ O-net(2 นาที)

ใบความรู้ เรอ่ื ง หินงอก หนิ ยอ้ ย

หินงอกหนิ ย้อย คือปรากฏการณ์ชนิดหน่งึ ท่ีเกิดตอ่ เนอ่ื งกนั มาเปน็ เวลาหลายๆ พันหรอื หมืน่ ปี ซ่ึงส่วนใหญน่ ้นั มกั เกดิ ข้ึนใน
ถ้าหนิ ปนู เพราะมีความชน้ื อันเปน็ ปัจจยั ของการเกิดขน้ึ ของปรากฏการณป์ ระเภทนี้ ลกั ษณะของหินงอกหนิ ยอ้ ยนั้น เป็นหินที่ยนื่
หรอื หยดเข้าหากันคล้ายกบั เป็นของเหลว โดยมากเราเรยี กหินท่หี ยดลงมาจากดา้ นบนว่าหินย้อย และเรยี กหินที่ยน่ื ขึน้ ไปจาก
ทางดา้ นล่างว่าหนิ งอก ซึง่ กระบวนการตา่ งๆ ทท่ี าใหเ้ กดิ สภาพนน้ี ้ันสามารถอธบิ ายได้ดังต่อไปนี้

1. หนิ งอกหนิ ยอ้ ยเกิดจากความชน้ื ตา่ งๆ ที่สะสมอยใู่ นดิน คอื เมื่อปลายยุคน้าแข็ง หมิ ะเริ่มละลายตวั และความชืน้ ต่างๆ กไ็ หล
มาสะสมในดิน หรอื ช่องว่างระหว่างดิน กลายเป็นธารนา้ ใต้ดิน

2. เมอื่ น้าใตด้ นิ น้ันรวมตัวกบั คารบ์ อนไดออกไซด์ ทาให้เกิดกระบวนการสกึ กร่อน และเกดิ เป็นกรดคาร์บอนกิ ซง่ึ เปน็ กรดออ่ น
ชนิดหน่ึง ซึ่งเม่อื หินปูนนน้ั เจอกบั กรดคาร์บอนกิ ท่สี ามารถกัดกรอ่ นหนิ ปนู ได้น้นั กจ็ ะทาใหเ้ กดิ ช่องวา่ งขึน้ เล็กบา้ งใหญบ่ ้าง ซ่ึง
เราเรียกช่องวา่ งท่เี กิดขน้ึ ใหม่นีว้ ่า ถ้า

3. หนิ ยอ้ ย เกดิ ไดจ้ ากกระบวนการเหลา่ นเ้ี อง คือกล่าวกนั ไดว้ ่า หินยอ้ ยคือหนิ ปูนท่ี จับตวั กนั เป็นแท่งหรอื แผน่ ย้อยลงมาจาก
เพดานถ้า ซงึ่ เมอื่ มีนา้ ทมี่ ีหนิ ปนู สะสมอยูห่ ยดลงมาตามรอยแตกหรอื รอยแยก ซ่ึงเม่ือน้านัน้ สูญเสยี คารบ์ อนไดออกไซด์ออกไป ก็
จะทาให้เกิดสารประกอบประเภทคารบ์ อเนต จากน้ันเม่ือเกิดการสะสมตัวพอกพูนมากขน้ึ เรอ่ื ยๆ ทาใหเ้ กิดเป็นแท่งหินท่ยี ้อยลง
มาจากเพดานถา้ โดยมากมักมีลักษณะกลวงด้านใน

4. หนิ งอก เป็นกระบวนการท่คี ล้ายกันก็คอื เกิดจากนา้ ทีม่ หี นิ ปูนสะสมอยทู่ ห่ี ยดลงมาจากเพดานถ้า สชู่ นั้ หนิ เบอื้ งล่าง ความท่ี
นา้ นน้ั มตี ะกอนหนิ ปนู อยมู่ าก เมอ่ื เกิดการสญู เสยี คาร์บอนไดออกไซดไ์ ปจงึ ทาให้เกดิ สะสมเปน็ แทง่ ยื่นไปในอากาศสงู จากพนื้ ถ้า
ซงึ่ กระบวนการเกิดหินงอกหนิ ยอ้ ยนีม้ คี วามสมั พนั ธ์กนั ดังนน้ั เม่อื เกิดหนิ ยอ้ ยแล้วตอ้ งมหี นิ งอกดว้ ย (ยกเวน้ ถ้าที่ไม่มีพื้น) และ
เม่อื มีหินงอกตอ้ งมหี ินย้อยดว้ ยเชน่ กนั

ใบงาน เรื่อง หนิ งอก หินยอ้ ย
(ตามแนวPisa)

ใช้ขอ้ ความขา้ งต้นตอบคาถามต่อไปนี้

คาถามท่ี 1 : โปสเตอรก์ ารเกิดหินงอกหินยอ้ ย บอกอะไรนกั เรียนบา้ ง (2 คะแนน)

สมรรถนะ : กำรอธบิ ำยปรำกฏกำรณ์ในเชงิ วทิ ยำศำสตร์

จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคำว่ำ “ใช”่ หรือ “ไมใ่ ช่” ความร/ู้ เน้ือหา : ควำมรู้เกีย่ วกับวทิ ยำศำสตร์
การใช้ความรู้ : ทรัพยำกร
สถานการณ์ : กำรเกิดหินงอก หนิ ย้อย

ลักษณะขอ้ สอบ : เลอื กตอบเชิงซ้อน

วตั ถปุ ระสงคข์ องทมี วจิ ยั แพทย์สภำของกระทรวงสาธารณสขุ และ สสจ. ใชห่ รอื
ไมใ่ ช่
1. หนิ ยอ้ ย เปน็ ตะกอนหินปูนทจี่ บั ตวั เป็นแท่งหรอื แผ่นยอ้ ยลงมำจำกเพดำนถ้ำ ใช่/ไมใ่ ช่
2. หินงอกและหินยอ้ ย เกิดจำกฝนทม่ี สี มบัติเปน็ กรดทำปฏิกิรยิ ำกบั แคลเซยี มคำร์บอเนตทีม่ ี ใช่/ไม่ใช่
อยใู่ นหนิ ปนู กลำยเป็นสำรละลำยแคลเซยี มไฮโดรเจนคำรบ์ อเนตไหลไปตำมผนังถำ้
3. หนิ งอกเป็นหินทง่ี อกมำจำกพ้นื ของถำ้ จำกกำรสะสมแร่ธำตทุ ่มี ำจำกน้ำท่ีหยดลงมำจำก ใช/่ ไมใ่ ช่
เพดำนถำ้
4. หนิ งอกทพี่ บไดบ้ ่อยทสี่ ุดคอื หนิ งอกที่มอี งค์ประกอบเปน็ หนิ ปนู จำกถ้ำหินปูน ใช/่ ไม่ใช่

คาถามที่ 2 : ปฏกิ ิริยาใดท่ไี ม่ได้ผลติ ภณั ฑ์เปน็ แกศ๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ (1 คะแนน)

1. กำรเผำไหม้ของเชื้อเพลิง

2. กระบวนกำรหำยใจ

3. กำรเกิดฝนกรด

4. กำรเกิดหินงอกหินยอ้ ย

สมรรถนะ : กำรประเมนิ และกำรออกแบบกระบวนกำร
สบื เสำะหำควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์

ความรู/้ เนอื้ หา : ควำมรู้เก่ียวกบั วทิ ยำศำสตร์
การใชค้ วามรู้ : ทรพั ยำกร
สถานการณ์ : กำรเกิดหนิ งอก หนิ ยอ้ ย
ลกั ษณะขอ้ สอบ : เลอื กตอบ

แนวคาตอบและเกณฑ์การใหค้ ะแนน

หนิ งอก หินยอ้ ย

คาถามท่ี 1 : โปสเตอรก์ ารเกิดหินงอกหนิ ยอ้ ย บอกอะไรนกั เรียนบา้ ง (2 คะแนน)

วัตถปุ ระสงค์ของการปรับปรงุ พันธ์ุข้าวหอมมะลิ ใช่หรือไมใ่ ช่
1. หนิ ย้อย เปน็ ตะกอนหนิ ปูนท่ีจบั ตัวเป็นแทง่ หรอื แผน่ ยอ้ ยลงมำจำกเพดำนถำ้ ใช/่ ไม่ใช่
2. หนิ งอกและหนิ ยอ้ ย เกิดจำกฝนทีม่ สี มบตั เิ ป็นกรดทำปฏกิ ริ ยิ ำกับแคลเซียมคำรบ์ อเนตท่ี ใช่/ไม่ใช่
มอี ยู่ในหินปูนกลำยเปน็ สำรละลำยแคลเซียมไฮโดรเจนคำร์บอเนตไหลไปตำมผนังถำ้
3. หนิ งอกเปน็ หนิ ทง่ี อกมำจำกพืน้ ของถำ้ จำกกำรสะสมแรธ่ ำตุทม่ี ำจำกนำ้ ท่หี ยดลงมำจำก ใช/่ ไม่ใช่
เพดำนถ้ำ
4. หินงอกที่พบได้บอ่ ยท่ีสดุ คือหินงอกท่ีมอี งค์ประกอบเปน็ หนิ ปูนจำกถ้ำหินปูน ใช่/ไม่ใช่

คะแนน 2 คะแนน คะแนน 1 คะแนน คะแนน 0 คะแนน
ตอบถูกทั้ง 4 ขอ้ ตอบถกู 3-2 ข้อ ตอบถกู 1-0 ขอ้

คาถามท่ี 2 : ปฏิกิริยาใดท่ีไม่ได้ผลติ ภณั ฑเ์ ป็นแก๊ศคารบ์ อนไดออกไซด์ (1 คะแนน)

1. กำรเผำไหมข้ องเช้ือเพลิง

2. กระบวนกำรหำยใจ

3. กำรเกิดฝนกรด

4. กำรเกิดหนิ งอกหินยอ้ ย

คะแนนเต็ม 1 คะแนน คะแนน 0 คะแนน
ตอบขอ้ 2 ตอบขอ้ 1 , 3 หรอื 4

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดมี าก

2 ดี

1 พอใช้

0 ปรับปรงุ

นกั เรียนได้ระดบั คุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถือว่า ผ่าน

ใบงาน Compare and con


Click to View FlipBook Version