ใบงาน เร่อื ง งานและกาลัง
1. วินยั ออกแรงยกกลอ่ งดว้ ยแรง 30 นิวตัน แล้วเดนิ ขึ้นบนั ได 5 ข้นั แต่ละข้ันสูง 20 เซนติเมตรงานท่ีวนิ ัย
ทาจากการยกกลอ่ งข้ึนบันไดมีคา่ เทา่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปนั้ จั่นเครื่องหนึ่งยกหีบสินค้ามวล 1.5 × 105 กโิ ลกรัม ขน้ึ จากท่าเรือเพื่อวางบนดาดฟ้าเรอื ซ่งึ สูงจากพนื้
ทา่ เรือ 15 เมตร จงหางานในการยกสินคา้ ของปั้นจั่นในหน่วยจูล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ในการยกกลอ่ งมวล 100 กิโลกรัม จากพนื้ โดยใชก้ าลงั 1 กิโลวตั ต์ เปน็ เวลา 10 วนิ าที กลอ่ งน้ันจะขนึ้ ไป
ได้สูงจากพ้นื กเ่ี มตร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………............................
แบบประเมินใบงาน งานและกาลงั
คาชแ้ี จง :ให้ผสู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรยี น
โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมนิ กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน
แบบฝึกหัด
.
ลาดับ ช่ือ – สกลุ ข้อที่ 1 ขอ้ ท่ี 2 ขอ้ ที่ 3 ขอ้ ท่ี 4 รวม 20 สรปุ ผลการ
ท่ี ของผู้รับ คะแนน ประเมนิ ผ่าน /
ประเมนิ
ไม่ผ่าน
ชอ่ื ……………………………………………….ผูป้ ระเมนิ ลง
.. ……………./………………../……………
เกณฑ์การใหค้ ะแนน / แนวคาตอบ
ใบงาน เร่อื ง การสกัดดว้ ยตัวทาละลาย
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
5 คะแนน วิเคราะห์และกาหนดตวั แปร กาหนดสูตร/สมการถูกตอ้ ง แทนค่าสมการแสดง
วิธกี ารคานวณและ
คาตอบถูกต้อง
4 คะแนน วิเคราะห์และกาหนดตวั แปร กาหนดสูตร/สมการถกู ตอ้ ง แทนคา่ สมการ และ
แสดงวธิ กี ารคานวณได้
3 คะแนน วเิ คราะห์และกาหนดตัวแปร กาหนดสูตร/สมการถูกตอ้ ง แทนคา่ สมการได้
2 คะแนน วิเคราะหแ์ ละกาหนดตัวแปร กาหนดสูตร/สมการไดถ้ กู ต้อง
1 คะแนน วเิ คราะหแ์ ละกาหนดตัวแปรได้
0 คะแนน ไมไ่ ด้สามารถแสดงวิธที าและคาตอบผิด
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
18 – 20 ดีมาก
14 – 17 ดี
10 – 13 พอใช้
ตา่ กวา่ 10 ปรับปรงุ
นกั เรียนระดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขนึ้ ไปถือวา่ ผ่าน
ข้อสอบ O-net ปี 48
ข้อใดคอื หนว่ ยของงาน ทางวิทยาศาสตร์
1. นิวตัน
2. วัตต์
3. จนู
4. แรงมา้
https://www.google.com/search?rlz=1C1CHZL_enTH8
แผนจดั การเรยี นรูท้ ี่ 24
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ งานและพลังงาน หนว่ ยยอ่ ยที่ 3
เร่อื ง พลังงานจลน์ของวตั ถุ เวลา 2 ชัว่ โมง
วนั ทที่ าการสอน....................เดือน................................พ.ศ................. ผ้สู อน นางสาวลคั นา ไชยเนตร
1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
พลงั งานจลน์ (Kinetic Energy) คือพลังงานที่เกดิ กับวตั ถทุ ี่กาลังเคล่ือนที่ ว 2.3 ม.2/2 วิเคราะหห์ ลักการทางานของเคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย
เช่น รถยนตก์ าลังแล่น เคร่อื งบนิ กาลังบนิ พัดลมกาลังหมนุ น้ากาลังไหล จากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้
หรือน้าตกจากหนา้ ผา ธนูทีพ่ ุ่งออกจากคนั ศร จักรยานท่ีกาลังเคลอื่ นที่ ด4ว้ .ยตชัวนิ้ ทงาาลนะ/ลภาายระโงดายนใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
เ3ป.น็ ตส้นาระการเรยี นรู้ - ใบงาน KWL เรอื่ ง พลังงานจลนข์ องวัตถุ
- พลังงานจลน์ของวัตถุ - ใบงาน เรอ่ื ง พลังงานจลน์ของวัตถุ (ตามแนว Pisa)
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 6. เครอื่ งมือการสอนคิด
- ความสามารถในการคดิ - KWL
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
กจิ กรรมการเรยี นรู้ 8. สอ่ื 9. วธิ ีวัดผล
7. ขั้นของกิจกรรม - ใบงาน KWL เรื่อง พลังงานจลน์ - ประเมนิ ใบงาน KWL เรอื่ ง
Do Now ( 3 นาท)ี ของวตั ถุ พลงั งานจลน์ของวตั ถุ
“บอกสง่ิ ทนี่ กั เรียนอยากกนิ คนละ 1 อย่าง” - ใบความรู้ พลงั งานจลน์ของวัตถุ -ประเมนิ ใบงาน เร่อื ง
Purpose (2 นาท)ี - ใบงาน เรื่อง พลงั งานจลน์ของ พลังงานจลนข์ องวัตถุ (ตาม
วัตถุ (ตามแนว Pisa) แนว Pisa)
เราจะเรียนเร่อื ง พลงั งานจลน์ของวัตถุ เพอ่ื ให้นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์หลกั การทางาน
ของเครอื่ งกลอยา่ งงา่ ยจากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้
Work mode (110 นาท)ี
1. นกั เรียนตอบคาถาม “พดั ลมทกี่ าลังหมนุ มาจากพลงั งานศกั ย์ หรือพลังงานจลน์” (5 นาท)ี
2. นักเรยี นบนั ทึกความรู้ทไี่ ด้ลงในใบงาน KWL พลงั งานจลนข์ องวตั ถุ โดยตอบคาถาม “นกั
เรยี นรูอ้ ะไรบา้ งเกย่ี วกับพลงั งานจลนข์ องวตั ถุ ” ลงในช่อง K (15 นาท)ี
3. นกั เรียนและครูอภิปรายร่วมกันบนกระดาน ในหวั ขอ้ นักเรียนรู้อะไรบา้ งเกี่ยวกับพลังงานจลน์
ของวตั ถุ (10 นาท)ี
4. นักเรยี นตอบคาถาม “นักเรียนอยากรู้อะไรบา้ ง เกยี่ วกบั พลังงานจลน์ของวัตถุ ” ลงในช่อง W
(10 นาท)ี
5. นกั เรียนและครูอภปิ รายรว่ มกันบนกระดาน ในหัวขอ้ นกั เรียนอยากรอู้ ะไรบ้าง เกีย่ วกบั เรื่อง
พลังงานจลนข์ องวตั ถุ (15 นาท)ี
6. นกั เรียนสืบค้นข้อมลู เก่ียวกบั พลังงานจลน์ของวัตถุ โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เรอื่ ง พลงั งานจลน์
ของวัตถุ และคิดอย่างมวี ิจารณญาณเพื่อตอบคาถาม “นกั เรยี นได้รู้อะไรบา้ ง เกีย่ วกับพลังงานจลน์
ของวตั ถุ ลงในช่อง L (คดิ 4 : คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ)(สมรรถนะ2 : การคดิ ข้ันสูง ) (พอเพยี ง 3
การมภี มู ิคมุ้ กันท่ีดี) (15 นาที)
7. นกั เรยี นวเิ คราะหค์ าตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรือ่ ง พลังงานจลน์ของวัตถุ (25นาที)
8. นักเรยี นและครอู ภิปรายร่วมกัน ในหัวข้อ พลงั งานจลน์ของวตั ถุ (15 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สิ่งทีน่ ักเรยี นสงสัยจากการเรียนในคาบนี(้ 3 นาที)
- ข้อสอบ O-net(2 นาท)ี
ใบความรู้ เรื่อง พลงั งานจลนข์ องวตั ถุ
พลงั งานจลน์ (Kinetic Energy) คอื พลังงานทเ่ี กิดกับวตั ถุทีก่ าลังเคลื่อนท่ี เช่น รถยนต์กาลงั แล่น
เครอ่ื งบนิ กาลงั บิน พดั ลมกาลังหมนุ นา้ กาลงั ไหลหรือน้าตกจากหนา้ ผา ธนูทีพ่ งุ่ ออกจากคันศร จักรยานทีก่ าลัง
เคลอื่ นที่ เป็นตน้ จงึ กลา่ วได้ว่า พลังงานจลน์ ล้วนเป็นพลังงานกลทีส่ ามารถเปล่ียนรปู กลับไป กลับมาได้ "วัตถุ
ที่กาลงั เคลอ่ื นทล่ี ว้ นมีพลงั งานจลนท์ ้ังสิน้ ปรมิ าณพลังงานจลน์ในวัตถจุ ะมีมากหรือน้อยขนึ้ อยูก่ ับมวลและ
ความเรว็ ของวัตถุน้ัน" ถา้ วตั ถมุ กี ารเคลื่อนท่ีดว้ ยความเร็วสูงจะมพี ลงั งานจลน์มาก แต่ถา้ เคล่อื ที่เทา่ กันวัตถทุ ่มี ี
มวลมากกว่าจะมีพลังงานจลน์มากกวา่
พลังงานจลน์ เปน็ พลังงานทสี่ ะสมอยู่ในวัตถุจากอตั ราเรว็ ของวตั ถขุ น้ึ อยู่กบั การเคล่อื นที่ของวัตถุ ใชส้ ญั ลักษณ์ (Ek)
หาพลงั งานจลน์ได้จากปริมาณงานท่ีทาได้ท้ังหมด ของวตั ถทุ ่ีกาลังเคลอ่ื นทไ่ี ปทางานอยา่ งหนง่ึ จนกระทัง่ วัตถหุ ยดุ นิ่ง
จากนิยามเขยี นเปน็ สมการไดว้ า่ Ek = 1/2 mv2
หากมแี รง F กระทาต่อวัตถุ จนขนาดของความเร็วของวัตถุเปลย่ี นไป ทาใหพ้ ลังงานจลนข์ องวัตถุเปลยี่ นไปจากเดิม
พบว่างานท่ีแรงนั้นกระทาตอ่ วัตถุมคี ่าเทา่ กับพลังงานจลน์ของวัตถุทเ่ี ปลีย่ นไป
หรอื W = Ek2 - Ek1 เรยี กคากล่าวนว้ี า่ หลักของงาน-พลังงานจลน์
พลงั งานจลน์ของวัตถุขนึ้ อยกู่ บั สองตัวแปร ไดแ้ ก่ มวล(m) และความเร็ว(v) ของวตั ถุ ซ่ึงสมการ
สาหรบั คานวณหาพลังงานจลน์ของวัตถนุ ้นั สามารถพิสูจนไ์ ด้จาก สมการการเคลื่อนทข่ี องวัตถุซงึ่ เคล่อื นทแ่ี บบ
มคี วามเร่ง ดังนี้ เมอ่ื มแี รงภายนอกกระทากบั วตั ถุ ทาให้วัถตุเคลื่อนที่แบบมคี วามเร่ง
== การหาคา่ พลงั งานจลน์ == สามารถหาค่าไดจ้ ากสูตรตอ่ ไปน้ี
เมื่อ
• Ek = พลงั งานจลน์ มหี นว่ ยเป็นจลู (J)
• m = มวลของวตั ถุ มหี นว่ ยเปน็ กิโลกรัม (kg)
• v = อตั ราเร็วของวัตถุ มหี นว่ ยเป็นเมตรต่อวนิ าที (m/s)
ใบงาน KWL
เร่ือง พลงั งานจลนข์ องวัตถุ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่..........ชอื่ ...........................................สกุล..............................ชัน้ ..........เลขท.ี่ ..............
คาช้แี จง นักเรยี นบันทึกความรทู้ ไี่ ด้ ลงในตารางต่อไปน้ีพร้อมทัง้ เขยี นสรุปความ ลงในบรรทดั ที่ว่างข้างล่าง
ของแบบบันทึก
K(นกั เรียนรู้อะไร) W(นกั เรยี นตอ้ งการรูอ้ ะไร) L(นกั เรียนได้เรียนรอู้ ะไร)
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...
นาเกลือ
โดยทวั่ ไปแล้วการผลิตเกลือ มี 2 วิธี คือ
1) การผลิตเกลือทะเลหรอื เกลือสมุทร (Sea Salt) โดยการนาน้าทะเลมากักไว้ แลว้ อาศัยแสงแดดและลมทาให้
น้าทะเลระเหยไปจนเหลอื แต่ผลึกเกลอื การผลิตเกลอื ชนดิ นีม้ ีมาตั้งแต่สมยั โบราณ และเปน็ อาชีพเก่าแกท่ ั้ง
ของประเทศไทย และประเทศตา่ ง ๆ ทวั่ โลก
2) การผลิตเกลอื หิน หรอื สินเธาว์ (Rock Salt) โดยการขูดเอาหนา้ ดนิ ท่ปี ะปนดว้ ยคราบเกลือ ซ่งึ เกิดจาก
นา้ ฝนทีช่ ะหน้าดนิ ละลายแล้วแห้งจนปรากฏเป็นคราบเกลืออยบู่ นผวิ ดนิ ท่ีเรียกวา่ “ส่าดนิ ” มาละลายน้า แล้ว
ต้มจนได้เกลือสินเธาว์ โดยสว่ นมากมักพบในพนื้ ที่แหง้ แล้งซงึ่ ในอดีตเคยเป็นท้องทะเล หรอื อาจผลิตได้จาก
เกลอื หนิ ที่อย่ใู ต้ดิน โดยการฉดี นา้ ลงไปละลายเกลือในบ่อเกลอื หรอื ใช้การสูบน้าเกลอื ใต้ดินข้นึ มาตากแดด
หรอื อาจใช้การตม้ เพอ่ื ให้ไดต้ ะกอนเกลือก็ไดเ้ ช่นกนั
แมว้ า่ เกลือหินจะถูกนามาใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งแพรห่ ลายในปจั จุบนั และสามารถใช้ทดแทนเกลือสมทุ รได้
แต่เกลอื หินนนั้ ไม่มธี าตไุ อโอดนี ซึ่งเป็นธาตอุ าหารสาหรบั การพัฒนาโครงสรา้ งของสมองของทารก รวมไปถงึ
การปอ้ งกันโรคคอหอยพอกเหมือนเชน่ เกลอื สมุทร
ใช้ขอ้ ความขา้ งต้นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
คาถามท่ี 1 : แมว้ ่าเกลือหนิ จะถกู นามาใชป้ ระโยชน์อย่างแพร่หลายในปัจจบุ นั และสามารถใชท้ ดแทน
เกลือสมทุ รได้ แต่เกลอื หนิ นัน้ ไมม่ ธี าตไุ อโอดีน ซ่ึงเปน็ ธาตอุ าหารสาหรับการพฒั นาโครงสรา้ งของสมอง
ของทารก รวมไปถึงการปอ้ งกันโรคคอหอยพอกเหมือนเช่นเกลอื สมทุ ร (4 คะแนน)
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณใ์ นเชิงวิทยาศาสตร์
ความรู/้ เนอ้ื หา : ความรเู้ กีย่ วกบั วทิ ยาศาสตร์
การใช้ความรู้ : วิทยาศาสตร์สขุ ภาพ
สถานการณ์ : การทานาเกลอื
ลักษณะขอ้ สอบ : เลือกตอบเชงิ ซ้อน
จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช”่ หรอื “ไม่ใช่” ใชห่ รอื ไมใ่ ช่
ใช/่ ไม่ใช่
ข้อมลู ของบทความ ใช/่ ไม่ใช่
1. การทานาเกลอื เปน็ การระเหยแห้งจนได้เกลอื ใช่/ไม่ใช่
2. เกลือสนิ เธาวไ์ มม่ แี รธ่ าตุไอโอดิน ใช/่ ไม่ใช่
3. ความเคม็ ของเกลือเป็นธาตุอาหารสาหรบั การพฒั นาโครงสร้างของสมองของทารก
4. เกลือไดม้ าจากการระเหยแหง้
คาถามที่ 2 : ขอ้ ใดใหเ้ หตุผลผิด เก่ยี วกับการทานาเกลอื (1 คะแนน)
1. เกลอื สินเธาวไ์ ด้มาจาก ส่าดิน ทตี่ ้มจนระเหยแห้งแลว้
2. เกลือสมุทรอาศยั ความตา่ งของอุณหภมู ิทาให้น้าทะเลระเหยแหง้ จนไดเ้ กลอื
3. แร่ธาตไุ อโอดีนได้มาจากเกลือท่ีอยใู่ นดิน
4. เด็กที่ขาดแร่ธาตไุ อโอดีนจะเป็นโรคคอพอก
สมรรถนะ : การประเมนิ และการออกแบบกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
ความรู้/เน้อื หา : ความรเู้ ก่ยี วกบั วิทยาศาสตร์
การใช้ความรู้ : ทรัพยากรธรรมชาติเก่ียวกบั นาเกลือ
สถานการณ์ : การทานาเกลือ
ลกั ษณะข้อสอบ : เลอื กตอบ
แนวคาตอบและเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
การทานาเกลอื
คาถามที่ 1 : จากบทความ พจิ ารณาว่าข้อความต่อไปนเี้ ป็นขอ้ มลู ของบทความหรอื ไม่ (4 คะแนน)
ขอ้ มูลของบทความ ใชห่ รอื ไม่ใช่
1. การทานาเกลือเป็นการระเหยแห้งจนได้เกลือ ใช/่ ไม่ใช่
2. เกลอื สนิ เธาว์ไม่มแี รธ่ าตไุ อโอดิน ใช/่ ไมใ่ ช่
3. ความเค็มของเกลอื เปน็ ธาตุอาหารสาหรับการพฒั นาโครงสร้างของสมองของทารก ใช/่ ไม่ใช่
4. เกลือได้มาจากการระเหยแหง้ ใช่/ไมใ่ ช่
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ตอบถูก ได้ 1 คะแนน
ตอบผิด ได้ 0 คะแนน
คาถามที่ 2 : ขอ้ ใดให้เหตผุ ลผดิ เก่ียวกบั การทานาเกลอื (1 คะแนน)
1. เกลือสนิ เธาว์ไดม้ าจาก ส่าดนิ ทีต่ ้มจนระเหยแหง้ แลว้
2. เกลอื สมทุ รอาศยั ความตา่ งของอุณหภมู ทิ าใหน้ ้าทะเลระเหยแห้งจนได้เกลือ
3. แร่ธาตุไอโอดนี ไดม้ าจากเกลือท่อี ยูใ่ นดนิ
4. เด็กท่ีขาดแร่ธาตุไอโอดีนจะเปน็ โรคคอพอก
คะแนนเต็ม 1 คะแนน คะแนน 0 คะแนน
ตอบขอ้ 3 ตอบข้อ 1 , 2 หรอื 4
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
4 ดี
3 พอใช้
2 ปรบั ปรุง
1
นักเรียนได้ระดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่าน
แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL
คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ใหท้ าเครอื่ งหมาย✓ลงในช่องรายการประเมินกาหนด
ลาดับท่ี ชือ่ -สกุล การแสดงความ ครอบคลมุ ผลสาเร็จ ตรงต่อเวลา ความสะอาด รวม สรปุ ผล
ของผรู้ ับการประเมนิ คิดเหน็ ถกู ต้อง เนอ้ื หา ของงาน 4321 เรียบร้อย 20 การ
คะแนน ประเมิน
ชัดเจน 4321 4321 4321 ผ่าน/ไม่
ผา่ น
4321
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้งั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นกั เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL
เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน
ประเมิน
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)
ความคดิ เห็น - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K
ได้ 10 ขอ้ คาถามขนึ้ ไป ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ
- แสดงความคดิ เห็นในช่อง ได้ 9-10 ขอ้ คาถาม ได้ 7-8 ข้อคาถาม - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง
W ได้ 10 ข้อคาถามขึ้นไป - แสดงความคดิ เห็นในช่อง - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง W ได้ น้อยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง L
W ได้ 9-10 ข้อคาถาม W ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม
ได้ 10 ขอ้ คาถามข้ึนไป ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L
ได้ 9-10 ข้อคาถาม ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม
เนอ้ื หา - เนอื้ หาครบถว้ นตามสาระที่ - เนือ้ หาถูกตอ้ งตามสาระท่ี - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่ - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
กาหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดตา่ ว่า 59%
การนาเสนอ - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกต้องตามหลักภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
100% 80-99% 60-79% ตา่ ว่า 59%
ความสวยงาม - ลาดับหวั ข้อเน้อื หาชัดเจน - ลาดับหวั ข้อเนื้อหาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตุสมผล
การตรงต่อ - มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตุสมผล 60-79% ตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
เวลา - พูดชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
อกั ขระ100% อักขระ80-99% อกั ขระ60-79% ตามอกั ขระต่าวา่ 59%
- บคุ ลิกภาพดแี ละมคี วาม - บุคลิกภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม
มนั่ ใจ - ความพร้อมในการนาเสนอ
- มกี ารใชส้ ่ือประกอบการ ไดบ้ างส่วน - ใชส้ ีสนั สวยงามและมคี วาม - ใชส้ ีสนั สวยงามหรอื เป็นไป
นาเสนอ สะอาด ตามเกณฑ์อย่างใดอย่าง
- ความพร้อมในการนาเสนอ - ใช้สีสนั สวยงาม หนึง่
- ใชส้ ีสนั สวยงาม - มคี วามสะอาด ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้ากวา่
- มคี วามสะอาด - มีความคดิ สร้างสรรค์ เวลาที่กาหนด 10 นาที สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ า้ กวา่
- มีความคิดสรา้ งสรรค์ เวลาท่กี าหนด 15 นาที
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้ากวา่
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม เวลาที่กาหนด 5 นาที
เวลาทก่ี าหนด
แบบทดสอบโอเน็ต ปี 2560
1. มีสารบริสุทธอ์ิ ยู่ชนดิ หนง่ึ จะตัดสนิ วา่ เปน็ ธาตุหรอื สารประกอบดูไดจ้ ากสมบัติขอ้ ใด
ก. จุดหลอมเหลว ข. ความหนาแน่น
ค. การนาไฟฟา้ ง. ชนิดของอะตอม
2.
A คอื สารใด ข. นำ้ ค. โบรมีน ง. ฟลอู อรีน
ก. คลอรนี
ทมี่ า http://www.niets.or.th
แผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 25 หนว่ ยย่อยที่ 3
ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ งานและพลงั งาน เวลา 2 ชั่วโมง
เรอื่ ง พลังงานศักย์โนม้ ถว่ ง ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วันทีท่ าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................
1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
พลังงานศกั ย์โน้มถว่ ง คอื พลังงานท่สี ะสมไว้ในวัตถุขณะทวี่ ัตถอุ ยใู่ นที่ ว 2.3 ม.2/2 วเิ คราะหห์ ลกั การทางานของเครือ่ งกลอยา่ งง่าย
สงู พรอ้ มทจ่ี ะหล่นหรือไหลสู่ที่ตา่ กว่า พลังงานศกั ย์โนม้ ถ่วงเกิดจากแรง จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้
ดึงดูดของโลก พลังงานศกั ย์โนม้ ถว่ งจะมีคา่ มากหรอื นอ้ ยขึ้นอยกู่ ับมวลของ
วตั ถุหรอื ความสูงในแนวด่ิง ถา้ วตั ถมุ มี วลมากและอยสู่ ูงจากระดับอ้างองิ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
มาก วัตถุน้นั จะมพี ลงั งานศักยโ์ นม้ ถว่ งมาก
- ใบงาน Mind mapping เร่อื ง พลงั งานศกั ย์โน้มถ่วง
3. สาระการเรียนรู้ - ใบงาน เรอ่ื ง พลงั งานศกั ย์โน้มถ่วง (ตามแนว Pisa)
- พลงั งานศกั ย์โนม้ ถ่วง 6. เครือ่ งมือการสอนคิด
- Mind mapping, Six thinking hats (White hat)
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
7. ข้ันของกิจกรรม 8. สื่อ 9. วิธวี ัดผล
Do Now ( 3 นาที) - ใบงาน Mind mapping - ประเมนิ ใบงาน Mind
“บอกสที ่ีชอบคนละ 1 สี” เรือ่ ง พลังงานศกั ย์โนม้ ถว่ ง mapping เรอ่ื ง พลังงาน
Purpose (2 นาที) - ใบความรู้ พลงั งานศกั ย์โน้ม ศกั ย์โนม้ ถว่ ง
เราจะเรียนเรื่อง พลังงานศักย์โน้มถว่ ง เพือ่ ใหน้ กั เรียนสามารถวเิ คราะหห์ ลกั การทางานของ ถว่ ง - ประเมนิ ใบงาน เรอ่ื ง
เคร่ืองกลอยา่ งงา่ ยจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ - สื่อ Power point พลังงาน พลงั งานศักย์โนม้ ถว่ ง (ตาม
Work mode (110 นาที) ศกั ย์โนม้ ถว่ ง แนว Pisa)
1. นักเรยี นตอบคาถาม “เซอร์ ไอแซค นวิ ตนั คน้ พบแรงโนม้ ถว่ งของโลกไดอ้ ย่างไร”
(10 นาท)ี - ใบงาน เรือ่ ง พลงั งานศักย์
2. นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั พลังงานศักย์โนม้ ถ่วง โดยศึกษาจากใบความรู้ เรอื่ ง พลังงาน โนม้ ถ่วง (ตามแนว Pisa)
ศกั ย์โน้มถว่ ง และสรปุ ความรู้ ในรูปแบบของผังมโนทศั น์ ลงในใบงาน Mind mapping
เรื่อง พลงั งานศักย์โน้มถ่วง (คิด 9 : คิดเชงิ มโนทศั น)์
(สมรรถนะ2 : การคดิ ขน้ั สูง )(พอเพยี ง 3 : การมีภูมิคมุ้ กนั ทด่ี )ี (25 นาท)ี
3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น และอภิปรายผลงานรว่ มกัน (20 นาท)ี
4. นักเรียนฟงั ครูอธิบายเน้อื หาเพิ่มเตมิ เรอ่ื ง พลงั งานศักย์โน้มถ่วง โดยใช้สื่อ Power Point
เร่ือง พลังงานศักย์โน้มถว่ ง (25 นาท)ี
5. นกั เรยี นวเิ คราะห์คาตอบโดยทาใบงานตามแนว pisa เรือ่ ง พลงั งานศกั ย์โน้มถว่ ง
(25นาที)
6. นักเรียนตอบคาถาม “นักเรียนเคยพลงั งานศักย์โน้มถว่ งในชีวิตประจาวนั อะไรบ้าง”
(White hat) (5 นาที)
7. นกั เรยี นและครู ร่วมกันสรปุ ความรู้ เรอ่ื ง พลังงานศกั ย์โน้มถ่วง (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 ส่ิงทน่ี ักเรียนได้รับจากการเรียนในคาบนี้
- ข้อสอบ O-net
ใบความรู้ เรือ่ ง พลงั งานศักย์โนม้ ถ่วง
พลงั งานศักยโ์ นม้ ถว่ ง (gravitational potential energy) คือ พลังงานทีส่ ะสมไว้ในวัตถุขณะที่วตั ถุอยู่
ในท่ีสงู พร้อมทีจ่ ะหล่นหรือไหลสทู่ ่ีตา่ กวา่ พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วงเกิดจากแรงดึงดูดของโลก (พลังงานศักย์โน้ม
ถว่ งเปน็ ปริมาณสเกลาร)์ พลงั งานศักย์โนม้ ถ่วงจะมคี ่ามากหรือนอ้ ยข้นึ อยู่กบั มวลของวตั ถหุ รือความสงู ใน
แนวดงิ่ ถ้าวัตถมุ ีมวลมากและอยูส่ งู จากระดับอ้างองิ มาก วัตถนุ น้ั จะมพี ลงั งานศักย์โนม้ ถว่ งมาก
ตวั อยา่ งของวัตถุทีม่ ีพลังงานศกั ยโ์ น้มถว่ ง เช่น
- ผลไมท้ ีอ่ ยบู่ นต้น
- นา้ ทอ่ี ยหู่ ลังเข่ือน
- คนกาลังไต่เขา
- คนกาลงั จะกระโดดน้า
เราสามารถคานวณหาพลังงานศักยโ์ น้มถ่วงไดจ้ ากสตู ร
Ep = mgh
Ep คอื พลังงานศกั ยโ์ นม้ ถว่ ง มีหนว่ ย จลู (J)
m คอื มวลของวัตถุ มีหนว่ ย กโิ ลกรัม (kg)
g คือ ความเร่งเนอ่ื งจากแรงโนม้ ถว่ งของโลก มีหน่วย เมตร/วนิ าที2 (m/s2)
h คอื ความสูงของวตั ถุ มหี นว่ ย เมตร (m)
ตัวอยา่ ง 1
ทเุ รยี นลูกหน่ึงมมี วล 2 กิโลกรัม อยสู่ ูงจากพน้ื ดิน 8 เมตร ทเุ รยี นมพี ลงั งานศักย์โน้มถว่ งเทา่ ไร (กาหนดให้ g มี
คา่ เท่ากับ 9.8 m/s2)
วิธที า
จากโจทย์ m = 2 kg, h= 8 m แทนคา่ ตวั แปรในสตู ร
Ep= mgh = 2 g ×9.8 m/s2 × 8 m
Ep= 156.8 J
ตอบ ทุเรยี นมีพลงั งานศกั ย์โนม้ ถ่วง 156.8 จูล
ใบงาน เรื่อง พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง
(ตามแนวPisa)
นกั เรียนเหน็ ดว้ ยหรือไม่กับคาวา่ ”มวลหนกั จะตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงก่อนในสภาวะปกติ” เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การระบปุ ระเด็นทางวทิ ยาศาสตร์)
คาถามท่ี 2 (ข้อละ 2 คะแนน)
จากภาพแรงโน้มถ่วงของโลก จงเขียนวงกลมล้อมรอบคาวา่ “ใช่” หรือ “ไมใ่ ช่” ในแตล่ ะขอ้ ความ
ข้อ ข้อความ คาตอบ
1. แรงโนม้ ถ่วงชว่ ยใหร้ ายืนได้โดยไม่กลบั หวั ใช่ / ไม่ใช่
2. แอปเปิ้ลตกลงสู่พ้ืนเปน็ พลังงานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง ใช่ / ไม่ใช่
3. ในสภาวะสญู กาศสง่ิ ของทม่ี มี วลต่างกนั จะตกสูพ่ ้นื ในเวลาเท่ากนั ใช่ / ไมใ่ ช่
4. ในสภาวะสูญกาศสิง่ ของที่มีมวลต่างกนั จะตกสู่พ้ืนในเวลาต่างกันกัน ใช่ / ไม่ใช่
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / แนวคาตอบ
คาถามท่ี 1 แนวการตอบคาถาม (ขอ้ ละ 2 คะแนน)
เห็นดว้ ย / ความคิดเหน็ คล้อยตาม ไม่เหน็ ด้วย / ความคดิ เห็นโต้แย้ง
เพราะหากมอี ากาศสงิ่ ของที่มีมวลต่างกันจะ เพราะในสภาวะปกตสิ ่ิงของท่ีมีมวลต่างกัน
ตกสพู่ ้นื ในเวลาต่างกนั จะตกสู่พนื้ ในเวลาเท่ากนั
คะแนนเตม็ 2 คะแนน ไม่มคี ะแนน
ตอบสอดคลอ้ งกบั แนวคาตอบ ตอบไมส่ อดคล้องกับแนวคาตอบ
/ไม่เขยี นข้อความใด ๆ
คาถามท่ี 2 (ข้อละ 2 คะแนน)
จากภาพแรงโน้มถว่ งของโลก จงเขียนวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช”่ หรือ “ไม่ใช่” ในแตล่ ะข้อความ
ขอ้ ข้อความ คาตอบ
1. แรงโน้มถ่วงช่วยใหร้ ายนื ได้โดยไมก่ ลับหวั ใช่ / ไม่ใช่
2. แอปเปิล้ ตกลงส่พู นื้ เปน็ พลังงานศักย์โน้มถว่ ง ใช่ / ไมใ่ ช่
3. ในสภาวะสูญกาศสงิ่ ของทมี่ มี วลต่างกันจะตกสพู่ น้ื ในเวลา ใช่ / ไมใ่ ช่
เท่ากัน ใช่ / ไมใ่ ช่
4. ในสภาวะสูญกาศส่งิ ของที่มมี วลต่างกนั จะตกสพู่ ื้นในเวลา
ต่างกันกนั
คะแนนเตม็ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 0 คะแนน
ตอบถกู ทงั้ 4 ขอ้ : ใช่ / ไม่ใช่ / ตอบถกู 3 ข้อ ตอบถกู 2-0 ขอ้
ใช่ / ใช่
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
10 ดมี าก
8 ดี
6 พอใข้
4 ปรับปรุง
นกั เรียนไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ขึ้นไปถอื วา่ ผ่าน
ใบงาน Mind mapping เ
เร่อื ง พลงั งานศกั ยโ์ น้มถว่ ง
แบบประเมินใบงาน Mind mapping
คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ
กาหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping
ชื่อ-สกุล รูปแบบ เนือ้ หา นาเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลาดบั ที่ ของผรู้ บั การ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ ผ่าน/
ประเมิน ไม่ผ่าน
ลงชื่อ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นักเรียนได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถอื ว่า ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping
เกณฑ์การ ระดับการประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
- เขียนความคิดรวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอดหลกั
เน้ือหา - เขียนความคดิ รวบยอด - เขยี นความคดิ รวบยอดหลัก
ไวต้ รงกลาง ไวต้ รงกลาง
การนาเสนอ - มีกิ่งแกว้ กง่ิ ก้อย และกง่ิ หลกั ไว้ตรงกลาง ไวต้ รงกลาง - มีก่งิ แกว้ ขาดกิง่ ก้อย แต่
ความสวยงาม ยอ่ ยตามลาดับ - มีกิง่ แกว้ กิง่ กอ้ ย และก่งิ - มีกิง่ แก้ว กิง่ ก้อย และก่งิ ขาดกงิ่ ยอ่ ย
การตรงตอ่ - ตัวหนงั สืออยบู่ นเสน้ - ใช้สีสนั ไมท่ ั่วแผน่
- ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ ยอ่ ยตามลาดับ ยอ่ ยตามลาดับ
เวลา - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพสอื่ - เน้อื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
- ตวั หนงั สืออยู่บนเส้น - ใช้สสี นั ทวั่ แผน่ กาหนดต่าว่า 59%
ความหมาย - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
- ใช้สสี นั ทัว่ แผน่ - ใชค้ าสาคัญตรงประเด็น ต่าว่า 59%
- เนือ้ หาครบถ้วนตามสาระที่ - มีการสรุปไม่สมเหตุสมผล
กาหนด 100% - ใชส้ สี ันท่ัวแผ่น ตา่ ว่า 59%
- เขยี นถกู ต้องตามหลกั ภาษา
100% - เน้อื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอื้ หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - สามารถพูดนาเสนอได้
- ลาดบั หัวข้อเน้ือหาชัดเจน - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
- มีการสรปุ ได้อย่าง กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% ตามอกั ขระตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% - บุคลิกภาพเหมาะสม
- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชส้ สี นั สวยงามหรอื เป็นไป
อกั ขระ100% 80-99% 60-79% ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมีความ หนงึ่
ม่นั ใจ - ลาดบั หวั ข้อเนอ้ื หาชดั เจน - มีการสรปุ ได้อย่าง
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้ากว่า
นาเสนอ - มีการสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% เวลาท่ีกาหนด 15 นาที
- ความพรอ้ มในการนาเสนอ
- ใช้สสี ันสวยงาม สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - พูดชัดเจนเสียงดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
เวลาท่กี าหนด
อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%
- บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- ความพร้อมในการนาเสนอ
ได้บางส่วน
- ใชส้ ีสันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงามและมคี วาม
- มคี วามสะอาด สะอาด
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์
ส่งผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กว่า สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่
เวลาทีก่ าหนด 5 นาที เวลาท่กี าหนด 10 นาที
ข้อสอบสพฐ. ปี 2562
1. วตั ถุมวล 5 กิโลกรัม อยบู่ นอาคารสูงจากพ้ืนดิน 10 เมตร จงหาพลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง
วธิ ีทา จาก Ep = mgh
Ep = 5 x 10 x 10
Ep = 500 จลู
พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วงเท่ากบั 500 จูล
ท่ีมา https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/krumanoch/xeksar-prakxb-kar-reiyn-
hnwy-thi-2
แผนจดั การเรยี นรูท้ ี่ 26
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ งานและพลงั งาน หน่วยยอ่ ยที่ 3
เวลา 2 ชั่วโมง
เรSือ่ oงj;pพลังงานกล ผสู้ อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ที่ทาการสอน
1. สาระสาคัญ 2. มาตรฐาน ตวั ชี้วดั
พลังงานกลเป็นผลรวมของพลังงานศกั ย์โน้มถว่ งและ ว 2.3 ม. 2/5 แปลความหมายขอ้ มลู และอธิบายการเปล่ียน
พลงั งานระหวา่ งพลังงานศักยโ์ นม้ ถ่วงและพลังงานจลน์ของวัตถุ
พลงั งานจลน์ มคี า่ คงตัว โดยพลังงานกลของวตั ถมุ คี า่ คงตวั จากทร่ี วบรวมได้
3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- พลังงานกล - ใบงาน Diagram เร่ือง พลังงานกล
- ใบงานตามแนว PISA เร่ือง พลังงานกล
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 6. เครือ่ งมอื การสอนคดิ
- ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - Diagram, six thinking hats (white hat)
กิจกรรมการเรียนรู้
7. ขน้ั ของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9. วธิ วี ดั ผล
Do Now (3 นาที) - ใบงาน Diagram เรื่อง - ประเมินใบงาน
“บอกของเล่นนักเรยี นช่ืนชอบคนละ 1 ชนดิ ” พลังงานกล Diagram เรื่อง
Purpose (2 นาที) - บทเรยี นออนไลน์ เรอื่ ง พลงั งานกล
เราจะเรียนเรื่อง พลังงานกล เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถอธบิ ายเกีย่ วกับพลังงาน พลงั งานกล - ประเมนิ ใบงานตาม
กลได้ แนว PISA เรื่อง
Work mode (110 นาที) - สอื่ วิดิโอ เร่ือง พลงั งาน พลงั งานกล
1. ครูนาแผ่นภาพทแ่ี สดงให้เหน็ เครื่องเลน่ ในสวนสนุก แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกนั กล
ตอบคาถาม โดยใชป้ ระเดน็ คาถามดงั นี้
– เครื่องเล่นชนดิ ใดท่ีมพี ลังงานกล
– เพราะเหตุใดรถไฟเหาะและไวกงิ สจ์ ึงมีพลังงานกล
(white hat) (คดิ 1 คดิ วิเคราะห์) (สมรรถนะ2 : การคิดขัน้ สงู ) (พอเพียง 2
ความมีเหตุผล) (5 นาที)
3. นกั เรยี นดูสื่อวิดโิ อ เรื่อง พลังงานกล (10 นาที)
4. นกั เรียนสรุปความรู้เก่ียวกบั พลงั งานกลในรูปแบบแผนผงั ลงในใบงาน
Diagram เรอื่ งพลังงานกล (คิด 9 : คดิ เชงิ มโนทศั น)์ (สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้น
สงู ) (25 นาท)ี
5. นกั เรยี น (ตัวแทนโดยการส่มุ ) นาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น และอภิปราย
ผลงานร่วมกนั (คิด 3 : คิดวพิ ากย)์ (15 นาที)
6. นกั เรยี นตอบคาถาม “ของเล่นที่มพี ลังงานกลได้แก่อะไรบ้าง”
(white hat) (5 นาที)
7. นักเรียนทาใบงานตามแนว PISA เร่ือง พลังงานกล (25 นาท)ี
8. นกั เรยี นและครูร่วมกนั เฉลยใบงานตามแนว PISA เร่ือง พลงั งานกล บน
กระดาน (10 นาที)
9. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรอื่ ง พลังงานกล (15 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอกความรู้ทนี่ กั เรียนได้รับ คนละ 1 ข้อ (3 นาที)
- แบบทดสอบ (2 นาที)
แบบทดสอบ เรอื่ ง พลงั งานกล
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)
คาชีแ้ จง : จงตอบคาถามข้อ 1 – 5 จากรปู ภาพที่กาหนดใหต้ ่อไปนี้ (10 คะแนน)
การขวา้ งปาลกู บอล การที่แขนของเราออกแรงกบั ลกู บอลมนั จะถา่ ยโอนพลังงานจลน์ไปยังลูกบอล
เพื่อใหส้ ามารถเคลื่อนท่ีได้ ในตวั อยา่ งนเ้ี ราจะพิจารณา แรงเสยี ดทานเลก็ น้อยกบั อากาศ มิฉะน้ันจะทาให้การ
คานวณและการเรยี นรูแ้ นวคิดเป็นเร่ืองยากมาก เมื่อลูกบอลถูกโยนและอยใู่ นอากาศมันจะนาพาพลังงานจลน์
ทีข่ ับเคลื่อนใหเ้ คลอ่ื นที่และพลงั งานศกั ย์โนม้ ถว่ งทด่ี ึงมนั ลงสู่พื้นเพราะมนั อยู่สูงขน้ึ
คำถำมที่ 1 : พลงั งำนกล (2 คะแนน)
อะไรคือลกั ษณะการเกดิ พลงั งานกล จงเขยี นวงกลมล้อมรอบคาวา่ “ใช่” หรอื “ไม่ใช่” ในแตล่ ะ
ขอ้ ความ
ตอ่ ไปน้ีเปน็ ลักษณะของพลงั งำนกล ใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่
การขับแล่นเรอื ใบด้วยกระแสลม ใช่ / ไมใ่ ช่
การเดินขึ้นภูเขา ใช่ / ไมใ่ ช่
ชาวเอสกโิ มใชส้ ุนขั และกวางเรนเดยี ร์ในการลากเลือ่ นไปในทุ่งน้าแขง็ ใช่ / ไมใ่ ช่
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชงิ วทิ ยาศาสตร์)
คำถำมที่ 2 : พลังงำนกล (2 คะแนน)
พลังงานกลประกอบดว้ ยพลังงานตอ่ ไปน้ี จงเขียนวงกลมล้อมรอบคาว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแตล่ ะ
ขอ้ ความ
พลงั งำนต่อไปน้ีใชห่ รอื ไม่ ใช่ หรือ ไมใ่ ช่
พลงั งานจลน์ ใช่ / ไม่ใช่
พลังงานศกั ย์ ใช่ / ไมใ่ ช่
พลังงานทม่ี ีสะสมอยู่ในตวั ใช่ / ไมใ่ ช่
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวทิ ยาศาสตร์)
คำถำมท่ี 3 : พลังงำนกล (2 คะแนน)
จุดมงุ่ หมายของการอนุรักษ์พลังงาน มีอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ์ ชิงวทิ ยาศาสตร์)
คำถำมข้อที่ 4: พลงั งำนกล (2 คะแนน)
ข้อใดตอ่ ไปน้ีเปน็ การนาเอากฎการอนรุ กั ษพ์ ลงั งานไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน ยกเวน้ ข้อใด
1. การขึน้ ลงของเครอ่ื งบิน
2. การจอดรถยนต์ในทส่ี าธารณะ
3. ชิงช้าสวรรค์
4. การทางานของลิฟต์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชงิ วิทยาศาสตร์)
คำถำมข้อท่ี 5: พลังงำนกล (2 คะแนน)
ข้อใดต่อไปน้กี ลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเก่ียวกบั พลงั งานกล
1. พลงั งานจลนเ์ ปน็ พลงั งานท่ีรา่ งกายมีอยเู่ พราะมันกาลังเคล่ือนที่
2. กลา่ วไดว้ ่าพลงั งานศักย์โนม้ ถว่ งเป็นพลังงานท่รี า่ งกายมีอยูเ่ พราะมันต้งั อยูท่ ีร่ ะดับความสูง
เหนอื พืน้ ผวิ โลก
3. พลังงานกลท้ังหมดของรา่ งกายเป็นเรอ่ื งธรรมดาแมจ้ ะมลี กั ษณะของแรงเสยี ดทาน
4. เมือ่ ร่างกายมพี ลงั งานจลนจ์ ะสามารถทางานได้
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษพ์ ยานทางวิทยาศาสตร์)
เฉลยแบบทดสอบ เรือ่ ง พลังงำนกล
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)
คาช้ีแจง : จงตอบคาถามขอ้ 1 – 5 จากรปู ภาพท่ีกาหนดให้ต่อไปนี้ (10 คะแนน)
การขว้างปาลกู บอล การที่แขนของเราออกแรงกบั ลูกบอลมนั จะถ่ายโอนพลังงานจลนไ์ ปยังลูกบอล
เพอื่ ใหส้ ามารถเคลื่อนท่ไี ด้ ในตวั อย่างน้เี ราจะพิจารณา แรงเสียดทานเล็กน้อยกบั อากาศ มฉิ ะนน้ั จะทาใหก้ าร
คานวณและการเรยี นรแู้ นวคิดเปน็ เรอ่ื งยากมาก เมอื่ ลกู บอลถูกโยนและอยู่ในอากาศมนั จะนาพาพลงั งานจลน์
ทขี่ บั เคลอ่ื นให้เคล่ือนท่แี ละพลงั งานศกั ย์โนม้ ถว่ งท่ดี ึงมันลงสพู่ นื้ เพราะมนั อยู่สูงข้ึน
คำถำมที่ 1 : พลังงำนกล (2 คะแนน)
อะไรคอื ลักษณะการเกดิ พลงั งานกล จงเขียนวงกลมลอ้ มรอบคาว่า “ใช่” หรอื “ไมใ่ ช่” ในแต่ละ
ข้อความ
ตอ่ ไปนี้เปน็ ลกั ษณะของพลังงำนกล ใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่
การขับแล่นเรือใบด้วยกระแสลม ใช่ / ไมใ่ ช่
การเดินข้นึ ภูเขา ใช่ / ไมใ่ ช่
ชาวเอสกิโมใช้สนุ ัขและกวางเรนเดยี ร์ในการลากเล่อื นไปในทงุ่ นา้ แข็ง ใช่ / ไมใ่ ช่
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชงิ วทิ ยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมที่ 1 : พลังงำนกล
คะแนนเต็ม : ถูกทง้ั สามข้อ: ใช่, ไม่ใช่, ใช่ ตามลาดับ
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ
: ไมต่ อบ
คำถำมท่ี 2 : พลังงำนกล (2 คะแนน)
พลังงานกลประกอบดว้ ยพลงั งานตอ่ ไปน้ี จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบคาวา่ “ใช่” หรอื “ไม่ใช่” ในแตล่ ะ
ข้อความ
พลังงำนตอ่ ไปน้ีใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไมใ่ ช่
พลงั งานจลน์ ใช่ / ไม่ใช่
พลังงานศักย์ ใช่ / ไมใ่ ช่
พลังงานที่มีสะสมอยู่ในตัว ใช่ / ไมใ่ ช่
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ์ ชิงวิทยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 2 : พลงั งำนกล
คะแนนเต็ม : ถูกทั้งสองข้อ: ใช่, ใช่, ใช่ ตามลาดับ
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอืน่ ๆ
: ไมต่ อบ
คำถำมที่ 3 : พลงั งำนกล (2 คะแนน)
จุดมงุ่ หมายของการอนรุ ักษ์พลงั งาน มีอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 3 : พลังงำนกล
คะแนนเตม็ : การรักษาพลงั งานให้ดารงอย่ไู ว้ใหน้ านท่สี ดุ และนาพลงั งานมาใช้ใหเ้ กิดประโยชนส์ งู สุด
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอ่ืน ๆ
: ไม่ตอบ
คำถำมขอ้ ที่ 4: พลังงำนกล (2 คะแนน)
ขอ้ ใดต่อไปนเ้ี ป็นการนาเอากฎการอนรุ ักษ์พลังงานไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ยกเว้นข้อใด
1. การข้นึ ลงของเครื่องบนิ
2. การจอดรถยนตใ์ นท่ีสาธารณะ
3. ชิงช้าสวรรค์
4. การทางานของลฟิ ต์
(สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมที่ 4 : พลังงำนกล
คะแนนเตม็ : ขอ้ 2. การจอดรถยนต์ในที่สาธารณะ
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอ่นื ๆ
: ไม่ตอบ
คำถำมขอ้ ที่ 5: พลังงำนกล (2 คะแนน)
ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีกลา่ วไมถ่ ูกตอ้ งเกีย่ วกบั พลังงานกล
1. พลงั งานจลน์เป็นพลังงานทรี่ า่ งกายมอี ยเู่ พราะมันกาลงั เคลอื่ นท่ี
2. กลา่ วได้ว่าพลังงานศักยโ์ น้มถ่วงเป็นพลังงานทร่ี า่ งกายมีอย่เู พราะมันตง้ั อยู่ท่ีระดับความสูง
เหนือพื้นผวิ โลก
3. พลังงานกลท้ังหมดของรา่ งกายเป็นเร่ืองธรรมดาแมจ้ ะมลี กั ษณะของแรงเสยี ดทาน
4. เม่อื ร่างกายมพี ลงั งานจลน์จะสามารถทางานได้
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร)์
กำรให้คะแนน คำถำมท่ี 5 : พลังงำนกล
คะแนนเต็ม : ขอ้ 4. เม่ือรา่ งกายมพี ลังงานจลนจ์ ะสามารถทางานได้
ไมไ่ ด้คะแนน : คาตอบอื่น ๆ
: ไม่ตอบ
กำรประเมนิ แบบทดสอบ PISA
วิชา วทิ ยาศาสตร์ 4 (ว 22103)
ระดับคะแนน เกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งทาแบบทดสอบซา้
รอ้ ยละ 80-100 ดีเยี่ยม
รอ้ ยละ70-79 ดี
ร้อยละ 60-69 พอใช้
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 59 ปรับปรุง
ใบงาน Diagram
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเขยี น Diagram เกย่ี วกับพลงั งานกล
............................... .............
............
เร่ือง พลงั งานกล
........... .............................
...........
แบบประเมินผลงานใบงาน Diagram
คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ให้ทาเครือ่ งหมาย✓ลงในช่องรายการประเมินกาหนด
ความ ความ สรุปผล
สอดคลอ้ ง สะอาด
ลาดับที่ ช่ือ-สกุล ความถูกตอ้ ง ครอบคลุม และเชื่อมโยง ตรงตอ่ เวลา เรยี บรอ้ ย รวม การ
ของผรู้ ับการประเมิน ของเนื้อหา เน้อื หา ของเน้อื หา 4 20 ประเมิน
4 คะแนน ผ่าน/ไม่
4 4 4 ผ่าน
4321 43214 32 14321 4321
ประเมนิ ลงช่ือ .................................................... ผู้
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
นักเรยี นได้ระดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Diagram
เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรงุ )
รปู แบบ - มีหวั ข้อท่ีชัดเจน - มหี วั ข้อท่ีชัดเจน - มหี วั ข้อที่ชดั เจน - มหี ัวข้อที่ชัดเจน
- เขยี นอยูใ่ นกรอบ - เขียนอย่ใู นกรอบ - เขียนอยใู่ นกรอบ - เขียนอยู่ในกรอบ
- ใช้คาสาคัญตรงประเด็น - ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็ - ใช้คาสาคญั ตรงประเดน็
- ใช้สัญลกั ษณ์หรอื ภาพ - ใช้สัญลักษณ์หรอื ภาพ
ส่อื ความหมาย สือ่ ความหมาย
- ใช้สีสันท่ัวแผน่
เนอ้ื หา - เน้อื หาครบถ้วนตาม - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ
สาระทก่ี าหนด 100% ที่กาหนด 80-99% ทีก่ าหนด 60-79% ทก่ี าหนดต่ากวา่ 59%
- เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลัก - เขยี นถูกต้องตามหลัก
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ากวา่ 59%
- ลาดบั หวั ขอ้ เน้ือหา - ลาดบั หวั ข้อเน้ือหา - มกี ารสรุปไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไม่
ชัดเจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ากว่า
- มีการสรปุ ไดอ้ ยา่ ง - มีการสรปุ ได้อย่าง 59%
สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนาเสนอ - พูดชดั เจนเสียงดังฟงั ชดั - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนาเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถกู ต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระต่ากว่า
- บุคลิกภาพดีและมคี วาม - บุคลกิ ภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม 59%
มนั่ ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลิกภาพเหมาะสม
- มีการใช้สื่อประกอบการ นาเสนอไดบ้ างสว่ น
นาเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นาเสนอ
ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี ันสวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมี - ใช้สีสันสวยงามหรอื
สวยงาม - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ย่าง
- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สรา้ งสรรค์ ใดอยา่ งหน่ึง
- ความเปน็ ระเบยี บอ่าน
ง่าย
การตรงตอ่ ส่งผลงานครบถว้ น ตรง ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ ส่งผลงานครบถ้วน แต่ชา้
เวลา ตามเวลาทก่ี าหนด กว่าเวลาท่กี าหนด 5 กว่าเวลาที่กาหนด 10 กว่าเวลาทกี่ าหนด 15
นาที นาที นาที
แบบทดสอบ
1. พลงั งานกลเป็นพลงั งานท่เี กี่ยวข้องกับพลังงานใด
1. พลงั งานเคมแี ละพลังงานแสง
2. พลังงานจลน์และพลังงานศักย์
3. พลงั งานศักย์และพลงั งานเคมี
4. พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วงและพลงั งานศักย์ยดื หยุ่น
ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com/examination2/examPreview?id=10547
แผนจัดการเรียนรทู้ ่ี 27 หน่วยยอ่ ยที่ 3
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ งานและพลงั งาน เวลา 2 ช่วั โมง
เร่ือง กฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน ผ้สู อน นางสาวลัคนา ไชยเนตร
วนั ท่ที าการสอน....................เดือน................................พ.ศ.................
1. สาระสาคญั 2. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
กฏการอนุรักษพ์ ลงั งาน เป็นกฎในทางฟสิ กิ ส์ทก่ี ลา่ ววา่ พลังงานโดยรวมในระบบแยก ว 2.3 ม.2/6 วิเคราะหส์ ถานการณ์และอธิบายการเปล่ียนและ
ส่วนหน่งึ ๆ จะมีคา่ เทา่ เดิม หรือพูดไดว้ ่าพลงั งานจะถูกอนรุ ักษ์ตลอดช่วงเวลา พลังงาน การถา่ ยโอนพลงั งานโดยใช้กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน
ท่ีป้อนเขา้ ไปในระบบใดระบบหนึง่ จะเท่ากับพลังงานท่สี ง่ ออกมา พลังงานไมส่ ามารถ
ถูกสร้างขนึ้ ใหมห่ รอื ถูกทาลายเป็นต้น 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน KWL เรอื่ ง กฎการอนุรักษพ์ ลังงาน
3. สาระการเรยี นรู้ - ใบงาน เรอื่ ง กฎการอนุรกั ษพ์ ลังงาน (ตามแนว Pisa)
- กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน
5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น 6. เคร่อื งมอื การสอนคิด
- ความสามารถในการคิด - KWL
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
กิจกรรมการเรยี นรู้ 8. สือ่ 9. วิธวี ดั ผล
7. ขน้ั ของกิจกรรม - ใบงาน KWL เร่ือง - ประเมนิ ใบงาน KWL
Do Now ( 3 นาท)ี กฎการอนรุ กั ษ์พลังงาน เรอ่ื ง กฎการอนรุ ักษ์
“บอกสงิ่ ที่นกั เรยี นรกั คนละ 1 อยา่ ง” - ใบความรู้ กฎการ พลงั งาน
Purpose (2 นาที) อนรุ กั ษพ์ ลังงาน -ประเมนิ ใบงาน เรื่อง
เราจะเรยี นเรื่อง กฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน เพ่ือให้นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหส์ ถานการณแ์ ละอธบิ ายการเปลยี่ น - ใบงาน เรอ่ื ง กฎการ กฎการอนรุ กั ษ์พลงั งาน
และการถา่ ยโอนพลังงานโดยใชก้ ฎการอนุรักษพ์ ลังงาน อนรุ กั ษ์พลงั งาน (ตาม (ตามแนว Pisa)
Work mode (110 นาที) แนว Pisa)
1. นักเรยี นตอบคาถาม “กิจกรรมใดในชวี ติ ประจาวันทท่ี าใหเ้ กดิ พลงั งาน” (5 นาที)
2. นักเรียนบันทกึ ความรูท้ ไ่ี ดล้ งในใบงาน KWL กฎการอนรุ ักษพ์ ลังงาน โดยตอบคาถาม
“นกั เรียนรอู้ ะไรบา้ งเกย่ี วกบั กฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งาน ” ลงในชอ่ ง K (15 นาท)ี
3. นักเรียนและครอู ภิปรายร่วมกันบนกระดาน ในหัวขอ้ นกั เรยี นร้อู ะไรบา้ งเกีย่ วกับกฎการอนรุ กั ษ์พลงั งาน
(10 นาท)ี
4. นกั เรียนตอบคาถาม “นกั เรยี นอยากรอู้ ะไรบ้าง เกยี่ วกบั กฎการอนุรกั ษ์พลังงาน ” ลงในชอ่ ง W
(10 นาที)
5. นักเรียนและครอู ภปิ รายร่วมกันบนกระดาน ในหัวข้อ นกั เรยี นอยากร้อู ะไรบ้าง เกยี่ วกับเรื่อง
กฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งาน (15 นาที)
6. นักเรียนสืบคน้ ขอ้ มูลเกยี่ วกับกฎการอนรุ กั ษ์พลงั งาน โดยศกึ ษาจากใบความรู้ เรอื่ ง กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน
และคดิ อย่างมวี ิจารณญาณเพื่อตอบคาถาม “นักเรยี นได้ร้อู ะไรบา้ ง เกย่ี วกบั กฎการอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน ลงในชอ่ ง
L (คดิ 4 : คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ) (สมรรถนะ2 : การคดิ ขั้นสูง) (พอเพยี ง 3 การมีภมู คิ มุ้ กันทดี่ ี) (15 นาท)ี
7. นักเรียนวิเคราะห์คาตอบโดยทาใบงานตามแนว Pisa เร่อื ง กฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งาน (25นาท)ี
8. นักเรยี นและครอู ภปิ รายรว่ มกนั ในหวั ข้อ กฎการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน (15 นาท)ี
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 สง่ิ ท่ีนักเรียนสงสัยจากการเรยี นในคาบน้ี(3 นาที)
- ข้อสอบ O-net(2 นาท)ี
ใบความรู้ เรอ่ื ง กฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
กฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน (Law of conservation of energy) กล่าวไวว้ ่า "พลงั งานรวมของวตั ถุจะไมส่ ูญ
หายไปไหน แตส่ ามารถเปลย่ี นจากรปู หนงึ่ ไปเป็นอกี รปู หน่ึงได้"
พลงั งานความร้อน
พลังงานความรอ้ นเปน็ พลังงานรูปหนง่ึ ทีส่ ามารถทางานไดแ้ ละเปลยี่ นรปู มาจากการเผาไหม้ของเช้ือเพลิง จาก
ดวงอาทิตย์ พลงั งานไฟฟา้ พลังงานความรอ้ นใต้พภิ พ หรือเกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี พลงั งานเหล่าน้ีล้วนแตม่ ี
ความสาคญั ในการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ของสิ่งมีชีวิต
อุณหภูมิ
การบอกคา่ พลงั งานความร้อนของสารตา่ ง ๆ ว่าร้อนมาหรอื นอ้ ยเพยี งใดน้นั นกั วิทยาศาสตร์เรียกนะดบั ความ
ร้อนของสารเหล่านนั้ ว่า อณุ หภมู ิ (temperature) เคร่อื งมือทใ่ี ช้สาหรบั วัดอุณหภูมเิ รียกว่า เทอรม์ อมิเตอร์
(thermometer) เทอร์โมมเิ ตอร์ มักผลติ มาจากปรอทหรือแอลกอฮอล์ เมื่อของเหลวได้รับความร้อนจะมีการ
ขยายตัวไปตามช่องเล็กๆ ซ่งึ มสี เกลบอกอณุ หภมู เิ ปน็ ตัวเลข มีหนว่ ยเป็นองศาเซลเซยี ส หรือองศาฟาเรนไฮต์
หนว่ ยทใี่ ชว้ ัดอณุ หภมู ิ
1. องศาเซลเซียส ( oC )
2. องศาฟาเรนไฮต์ ( oF)
3. เคลวิน ( K )
ในการเปล่ยี นแปลงหนว่ ยวัดอณุ หภูมจิ ากหนว่ ยหน่งึ ไปยงั อีกหน่วยหนงึ่ ใช้สตู รความสัมพันธด์ งั นี้
oC/5 = oF -32/9 = K - 273/5
ตัวอย่าง อุณหภมู ิรา่ งกายของคนเราปกติคือ 37 องศาเซลเซยี ส จะมีคา่ เท่าใดในหนว่ ยองศาฟาเรนไฮต์
วิธที า จากสูตร oC/5 = oF-32/9
37/5 = oF-32/9
7.4 x 9 = oF - 32
66.6 = oF - 32
oF = 66.6 + 32
= 98.6 oF
ดงั นั้นอณุ หภูมิร่างกายของคนปกตจิ ะเทา่ กับ 98.6 ฟาเรนไฮต์
การถ่ายโอนพลังงานความรอ้ น
การถ่ายเทหรอื ถา่ ยโอนพลงั งานความรอ้ นมหี ลายแบบดังน้ี
1. การนาความรอ้ น
การนาความรอ้ นเป็นการสง่ ผ่านความร้อนทต่ี ้องมตี ัวกลาง ตวั กลางจะไมเ่ คลอื่ นท่ี แต่ความรอ้ นจะเคลื่อนทไี่ ป
ตามเนื้อของตวั กลาง เชน่ การเผาด้านหนงึ่ ของแท่งเหล็ก ความรอ้ นจะเคลื่อนทีไ่ ปตามเนื้อของแทง่ เหล็กจนทา
ใหป้ ลายอีกข้างร้อนตามไปดว้ ย การนาความร้อนของวัตถแุ ต่ละชนิดไมเ่ ทา่ กัน เชน่ เหลก็ จะนาความรอ้ นได้
ดีกว่า แท่งแก้ว วตั ถทุ ่นี าความรอ้ นไดเ้ รว็ เรยี กว่า ตวั นาความรอ้ น วัตถุท่นี าความรอ้ นไดไ้ มด่ หี รอื ชา้ เรียกวา่
ฉนวนความรอ้ น
2. การพาความรอ้ น
การพาความรอ้ นเป็นการสง่ ผ่านความร้อนท่ีมีการเคลอ่ื นทีข่ องตัวกลาง เชน่ การท่ีเราน่งั รอบกองไฟแล้วรสู้ ึก
ร้อน กเ็ พราะอากาศได้พาเอาความร้อนเคลอื่ นทมี่ ีถกู ตวั เรา
3. การแผร่ ังสคี วามร้อน
การแผร่ ังสคี วามรอ้ น เป็นการถ่ายโอนพลังงานความรอ้ นจากจุดหนง่ึ ไปอีกจดุ หน่ึง ซ่งึ ความร้อนทอ่ี อกจาก
แหล่งกาเนิดจะอยู่ในรปู คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ท่ีสามารถเคลอ่ื นทไ่ี ปยังอกี จุดหนงึ่ โดยไมต่ อ้ งอาศัยตวั กลางและมี
อัตราเร็วในการเคลอื่ นท่ีสูงมาก
สมดุลความร้อน
สมดลุ ความร้อน หมายถึง การท่วี ตั ถุมอี ุณหภมู ิสูงถ่ายโอนพลงั งานความร้อนใหก้ ับวตั ถทุ มี่ อี ุณหภูมิตา่
จนกระทั่งวัตถทุ ั้งสองมีอณุ หภมู เิ ทา่ กนั แลว้ จงึ จะหยดุ การถ่ายโอนพลังงาน
การขยายตัวของวัตถุ
เมอ่ื วัตถไุ ด้รบั พลงั งานความรอ้ น ทาใหอ้ ุณหภูมิในวัตถเุ พม่ิ ขนึ้ วตั ถจุ ะขยายตัว และเม่อื วตั ถุคายพลังงานความ
ร้อนทาให้อณุ หภูมขิ องวัตถุลดลง วัตถุจะหดตัว
ใบงาน KWL
เร่อื ง กฎการอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี..........ชอ่ื ...........................................สกุล..............................ชัน้ ..........เลขท่.ี ..............
คาชแี้ จง นักเรยี นบนั ทกึ ความรู้ท่ีได้ ลงในตารางต่อไปนี้พร้อมทง้ั เขียนสรปุ ความ ลงในบรรทดั ท่ีว่างข้างลา่ ง
ของแบบบันทึก
K(นักเรยี นร้อู ะไร) W(นักเรยี นต้องการรู้อะไร) L(นักเรยี นได้เรียนรู้อะไร)
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………...
ใบงาน เรือ่ ง กฎกำรอนุรกั ษ์พลงั งำน (ตามแนว
Pisa)
คำช้แี จง : จงตอบคำถำมขอ้ 1 – 3 จำกขอ้ มูลท่ีกำหนดให้ต่อไปน้ี (6 คะแนน)
D กฎกำรอนรุ กั ษพ์ ลังงำน
C จากรูป ทีต่ าแหนง่ A จะมีพลังงานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์
โดยที่ ตาแหนง่ B จะมีพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์
ตาแหนง่ C จะมีพลังงานศกั ยแ์ ละพลังงานจลน์
B ตาแหน่ง D จะมพี ลังงานศักย์และพลงั งานจลน์
A โดยทต่ี าแหน่ง A จะมพี ลังงานศักยเ์ ปน็ ศูนย์แล้วพลังงานศักยจ์ ะ
เพิ่มขึน้ จนมคี า่ มากท่ีสดุ และทีต่ าแหนง่ A จะมีค่าพลังงานจลนม์ าก
ท่ีสุด แลว้ พลงั งานจลน์จะมีค่าลดลงจนเป็นศูนยท์ ่ีตาแหน่งสูงสุด
คำถำมท่ี 1 : กฎกำรอนรุ ักษ์พลงั งำน (2 คะแนน)
ถ้าท่ีตาแหนง่ A มีพลงั งานรวมของระบบเทา่ กับ 10 จูล ท่ีตาแหนง่ อน่ื ๆ ควรจะมีพลงั งานเท่าไหร่
1. ท่ตี าแหน่ง B พลงั งานของระบบจะลดลงเหลอื 5 จูล
2. ท่ีตาแหนง่ C พลงั งานของระบบจะเพ่ิมขน้ึ อีก 10 จูล
3. ที่ตาแหน่ง D พลังงานของระบบเทา่ กบั 0 จูล
4. ทต่ี าแหนง่ B, C, และ D จะมพี ลงั งานรวมของระบบเทา่ กับ 10 จูล
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจกั ษพ์ ยานทางวทิ ยาศาสตร์)
คำถำมท่ี 2 : กฎกำรอนรุ ักษ์พลังงำน (2 คะแนน)
ถา้ หากพลังงานรวมของระบบเท่ากับ 10 จูล ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผดิ
1. ที่ตาแหน่ง A จะมพี ลังงานศักย์เทา่ กบั 0 จูล และพลังงานจลน์มคี า่ เท่ากับ 10 จูล
พลงั งานรวมของระบบเทา่ กับ 10 จูล
2. ท่ีตาแหน่ง B จะมีพลังงานศักยเ์ พิ่มข้นึ และพลงั งานจลนจ์ ะมีคา่ ลดลง พลังงานรวมของ
ระบบเท่ากบั 10 จลู
3. ท่ตี าแหน่ง C จะมีพลงั งานศักยเ์ พ่มิ ขน้ึ และพลังงานจลน์จะมคี ่าลดลง พลงั งานรวมของ
ระบบเทา่ กับ 10 จลู
4. ที่ตาแหนง่ D จะมีพลงั งานศักย์เท่ากบั 0 จูล และพลงั งานจลน์มคี ่าเทา่ กบั 10 จูล
พลังงานรวมของระบบเทา่ กบั 10 จูล
(สมรรถนะ : การใช้ประจกั ษพ์ ยานทางวทิ ยาศาสตร)์
คำถำมท่ี 3 : กฎกำรอนุรักษพ์ ลงั งำน (2 คะแนน)
ขอ้ ต่อไปนเี้ ปน็ ตวั อยา่ งการอนุรักษ์พลงั งาน ขอ้ ใดไมใ่ ช่
1. กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช
2. การเผาไหมเ้ ช้ือเพลิงทีม่ ีพลังงานเคมสี ะสมอยู่
3. เรือใบแลน่ อยูใ่ นทะเล
4. น้าทกี่ ักเก็บไวใ้ นเขื่อน แล้วถูกปลอ่ ยออกมา
(สมรรถนะ : การใช้ประจกั ษ์พยานทางวิทยาศาสตร)์
เฉลยแบบทดสอบ เรอ่ื ง กฎกำรอนุรกั ษ์พลงั งำน
(ตามแนวทางการประเมินของ PISA)
คำช้แี จง : จงตอบคำถำมขอ้ 1 – 3 จำกขอ้ มูลทีก่ ำหนดให้ตอ่ ไปนี้ (6 คะแนน)
D กฎกำรอนรุ ักษ์พลงั งำน
C จากรปู ท่ีตาแหน่ง A จะมพี ลงั งานศักย์และพลังงานจลน์
โดยท่ี ตาแหน่ง B จะมีพลังงานศักยแ์ ละพลังงานจลน์
ตาแหน่ง C จะมพี ลงั งานศกั ย์และพลังงานจลน์
B ตาแหน่ง D จะมีพลังงานศักยแ์ ละพลงั งานจลน์
A โดยทต่ี าแหน่ง A จะมีพลงั งานศกั ยเ์ ปน็ ศนู ยแ์ ล้วพลงั งานศกั ย์จะ
เพิ่มขนึ้ จนมีคา่ มากที่สดุ และที่ตาแหนง่ A จะมคี ่าพลังงานจลนม์ าก
ท่ีสุด แล้วพลงั งานจลน์จะมีค่าลดลงจนเปน็ ศูนย์ที่ตาแหน่งสูงสดุ
คำถำมที่ 1 : กฎกำรอนรุ กั ษ์พลังงำน (2 คะแนน)
ถา้ ที่ตาแหน่ง A มีพลงั งานรวมของระบบเท่ากบั 10 จลู ทตี่ าแหนง่ อ่นื ๆ ควรจะมีพลงั งานเทา่ ไหร่
1. ทต่ี าแหนง่ B พลังงานของระบบจะลดลงเหลือ 5 จูล
2. ที่ตาแหน่ง C พลงั งานของระบบจะเพ่ิมขน้ึ อีก 10 จูล
3. ทต่ี าแหนง่ D พลังงานของระบบเทา่ กับ 0 จูล
4. ทีต่ าแหน่ง B, C, และ D จะมีพลงั งานรวมของระบบเท่ากับ 10 จูล
(สมรรถนะ : การใช้ประจกั ษพ์ ยานทางวทิ ยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมท่ี 1 : กฎกำรอนรุ ักษ์พลังงำน
คะแนนเตม็ : ขอ้ 4.
ไม่ได้คะแนน : คาตอบอืน่ ๆ
: ไมต่ อบ
คำถำมที่ 2 : กฎกำรอนุรักษพ์ ลังงำน (2 คะแนน)
ถา้ หากพลงั งานรวมของระบบเท่ากบั 10 จูล ข้อใดตอ่ ไปนีก้ ล่าวผิด
1. ทตี่ าแหน่ง A จะมีพลงั งานศกั ยเ์ ทา่ กบั 0 จูล และพลงั งานจลน์มคี ่าเทา่ กับ 10 จูล
พลงั งานรวมของระบบเท่ากับ 10 จูล
2. ทีต่ าแหนง่ B จะมพี ลังงานศักย์เพ่มิ ขนึ้ และพลังงานจลน์จะมคี า่ ลดลง พลงั งานรวมของ
ระบบเท่ากบั 10 จูล
3. ที่ตาแหน่ง C จะมพี ลงั งานศักยเ์ พิ่มข้นึ และพลังงานจลน์จะมีค่าลดลง พลังงานรวมของ
ระบบเท่ากับ 10 จลู
4. ทีต่ าแหน่ง D จะมีพลงั งานศักยเ์ ท่ากบั 0 จูล และพลังงานจลนม์ ีคา่ เทา่ กบั 10 จูล
พลังงานรวมของระบบเท่ากับ 10 จูล
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์)
กำรให้คะแนน คำถำมที่ 2 : กฎกำรอนรุ ักษพ์ ลงั งำน
คะแนนเต็ม : ขอ้ 4.
ไมไ่ ดค้ ะแนน : คาตอบอน่ื ๆ
: ไม่ตอบ
คำถำมที่ 3 : กฎกำรอนุรักษ์พลงั งำน (2 คะแนน)
ขอ้ ต่อไปนเ้ี ป็นตวั อยา่ งการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน ขอ้ ใดไมใ่ ช่
1. การเผาไหมเ้ ช้อื เพลงิ ทม่ี พี ลงั งานเคมสี ะสมอยู่
2. เรอื ใบแล่นอย่ใู นทะเล
3. น้าที่กักเก็บไว้ในเขอ่ื น แล้วถกู ปล่อยออกมา
4. กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
(สมรรถนะ : การใชป้ ระจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์)
กำรใหค้ ะแนน คำถำมที่ 3 : กฎกำรอนรุ ักษพ์ ลังงำน
คะแนนเต็ม : ข้อ 2.
ไม่ไดค้ ะแนน : คาตอบอนื่ ๆ
: ไมต่ อบ
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน แบบทดสอบตำมแนวทำงกำรประเมินของ PISA
ระดบั คะแนน เกณฑก์ ำรประเมนิ ตอ้ งทำแบบทดสอบซ้ำ
5 – 6 คะแนน ดี
3 – 4 คะแนน
1 – 2 คะแนน พอใช้
ปรับปรุง
แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL
คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น ใหท้ าเครอื่ งหมาย✓ลงในช่องรายการประเมินกาหนด
ลาดับท่ี ชือ่ -สกุล การแสดงความ ครอบคลมุ ผลสาเร็จ ตรงต่อเวลา ความสะอาด รวม สรปุ ผล
ของผรู้ ับการประเมนิ คิดเหน็ ถกู ต้อง เนอ้ื หา ของงาน 4321 เรียบร้อย 20 การ
คะแนน ประเมิน
ชัดเจน 4321 4321 4321 ผ่าน/ไม่
ผา่ น
4321
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้งั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นกั เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL
เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน
ประเมิน
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)
ความคดิ เห็น - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง K - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K
ได้ 10 ขอ้ คาถามขนึ้ ไป ได้ น้อยกวา่ 7 ข้อ
- แสดงความคดิ เห็นในช่อง ได้ 9-10 ขอ้ คาถาม ได้ 7-8 ข้อคาถาม - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง
W ได้ 10 ข้อคาถามขึ้นไป - แสดงความคดิ เห็นในช่อง - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง W ได้ น้อยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง L
W ได้ 9-10 ข้อคาถาม W ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม
ได้ 10 ขอ้ คาถามข้ึนไป ได้ นอ้ ยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L
ได้ 9-10 ข้อคาถาม ได้ 7-8 ขอ้ คาถาม
เนอ้ื หา - เนอื้ หาครบถว้ นตามสาระที่ - เนือ้ หาถูกตอ้ งตามสาระท่ี - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่ - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระที่
กาหนด 100% กาหนด 80-99% กาหนด 60-79% กาหนดตา่ ว่า 59%
การนาเสนอ - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกต้องตามหลักภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
100% 80-99% 60-79% ตา่ ว่า 59%
ความสวยงาม - ลาดับหวั ข้อเน้อื หาชัดเจน - ลาดับหวั ข้อเนื้อหาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตุสมผล
การตรงต่อ - มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตุสมผล 60-79% ตา่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
เวลา - พูดชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นาเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ ง
อกั ขระ100% อักขระ80-99% อกั ขระ60-79% ตามอกั ขระต่าวา่ 59%
- บคุ ลิกภาพดแี ละมคี วาม - บุคลิกภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม
มนั่ ใจ - ความพร้อมในการนาเสนอ
- มกี ารใชส้ ่ือประกอบการ ไดบ้ างส่วน - ใชส้ ีสนั สวยงามและมคี วาม - ใชส้ ีสนั สวยงามหรอื เป็นไป
นาเสนอ สะอาด ตามเกณฑ์อย่างใดอย่าง
- ความพร้อมในการนาเสนอ - ใช้สีสนั สวยงาม หนึง่
- ใชส้ ีสนั สวยงาม - มคี วามสะอาด ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้ากวา่
- มคี วามสะอาด - มีความคดิ สร้างสรรค์ เวลาที่กาหนด 10 นาที สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ า้ กวา่
- มีความคิดสรา้ งสรรค์ เวลาท่กี าหนด 15 นาที
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นงา่ ย ส่งผลงานครบถว้ น แต่ช้ากวา่
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม เวลาที่กาหนด 5 นาที
เวลาทก่ี าหนด
แบบทดสอบ
1. ยางรัดถุงขนม ถงุ แกง มพี ลงั งานชนิดใดสะสมอยู่
ก. พลังงานจลน์
ข. พลังงานศกั ย์เคมี
ค. พลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่
ง. พลงั งานศกั ย์โน้มถ่วง
ท่มี า : https://www.trueplookpanya.com/examination2/examPreview?id=10547
แผนจดั การเรยี นรูท้ ่ี 28
เชร่อื อ่ื หSงนo่วกj;ยาpรกเาปรลเรี่ยียนนรรปู ู้พงาลนงั งแาลนะพลังงาน หนว่ ยยอ่ ยที่ 3
เวลา 2 ชวั่ โมง
วันทีท่ าการสอน ผูส้ อน นางสาวลคั นา ไชยเนตร
1. สาระสาคญั 2. ผลการเรียนรู้/มาตรฐาน ตวั ช้วี ัด
พลงั งานสามารถเปล่ียนรูปจากรูปแบบหน่งึ ไปสรู่ ูปแบบอ่นื ได้ ว 2.3 ม.2/5 แปลความหมาย ข้อมลู และอธบิ าย การเปลีย่ น
โดยกฎการอนรุ กั ษ์พลงั งานระบวุ า่ ในระบบปิดน้นั พลงั งาน พลงั งานระหว่าง พลังงานศกั ย์ โนม้ ถว่ งและพลังงานจลน์ของ
ทงั้ หมดที่ประกอบขนึ้ จากพลังงานของสว่ นยอ่ ยๆ จะมีคา่ คงท่ี วัตถุโดยพลงั งานกลของวตั ถุมคี า่ คงตวั จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้
เสมอ
4. ช้ินงาน/ภาระงาน
3. สาระการเรยี นรู้ - ใบงาน Mind mapping เรื่อง การเปลี่ยนรปู พลงั งาน
- การเปลยี่ นรูปพลงั งาน - ใบงานตามแนว PISA เรือ่ ง การเปลยี่ นรูปพลงั งาน
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 6. เครือ่ งมอื การสอนคิด
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - Mind mapping, six thinking hat
กิจกรรมการเรียนรู้
7. ขั้นของกิจกรรม 8. สื่อ 9. วิธวี ดั ผล
Do Now (2 นาที) - ใบงาน Mind mapping - ประเมินใบงาน Mind
“บอกวิธกี ารแปรรูปอาหารทน่ี กั เรียนรูจ้ ัก” เร่อื งการเปลี่ยนรปู พลงั งาน mapping เรือ่ ง การ
Purpose (2 นาที) - ใบงานตามแนว PISA เรอ่ื ง เปลี่ยนรูปพลงั งาน
เราจะเรยี นเรื่อง การเปลย่ี นรูปพลังงาน เพอื่ ใหน้ ักเรียนอธบิ าย การเปลยี่ น
พลังงานระหวา่ ง พลังงานศักย์ โน้มถ่วงและพลงั งานจลนข์ องวัตถุโดย กฎการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน - ใบงานตามแนว PISA
พลงั งานกลของวตั ถมุ คี า่ คงตัวจากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้
Work mode (110 นาที) - Power point เร่ือง การ เร่อื ง การเปลี่ยนรูป
เปลีย่ นรปู พลงั งาน พลงั งาน
- บทเรยี นออนไลน์ เรือ่ ง
1. นกั เรียนตอบคาถาม โดยใช้คาถามดังนี้ การเปลยี่ นรูปพลงั งาน
– นอกจากพลงั งานกลแลว้ นกั เรยี นรูจ้ กั พลงั งานใดอีกบ้าง
– พลังงานเหล่านีเ้ ปล่ียนรปู แบบไดห้ รอื ไม่
(white hat) (คิด 1 : คิดวิเคราะห์) (5 นาที)
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ทบทวนกฎการอนรุ กั ษพ์ ลงั งานที่ได้เรยี นไปแลว้
(10 นาที)
3. นกั เรยี นศกึ ษาเกย่ี วกบั การเปล่ยี นรูปพลงั งานจากบทเรียนออนไลน์ เรอื่ ง
การเปลี่ยนรปู พลงั งาน และสรุปความรใู้ นรูปแบบผังมโนทัศน์ลงในใบงาน
Mind mapping เร่ือง การเปล่ียนรูปพลังงาน (พอเพียง 2 ความมเี หตผุ ล)
(สมรรถนะ2 : การคิดขน้ั สงู ) (30 นาที)
4. นกั เรียน(ตัวแทนโดยการสมุ่ )ออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน และ
อภิปรายผลงานร่วมกัน (คิด 3 : คดิ วิพากย)์ (สมรรถนะ3 : การส่อื สาร)
(10 นาที)
5. นกั เรียนฟังครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับการเปลย่ี นรูปพลงั งาน โดยใช้สอื่
Power point เรอ่ื ง การเปลีย่ นรปู พลังงาน (15 นาที)
6. ครใู ห้นักเรียนยกตัวอย่างของใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ท่สี ามารถเปลีย่ นรูปแบบ
พลงั งานได้ (5 นาที)
7. นักเรียนทาใบงานตามแนว PISA เร่ือง การเปลีย่ นรูปพลงั งาน (10 นาที)
8. นกั เรียนและครรู ่วมกนั เฉลยใบงานตามแนว PISA เร่อื ง การเปล่ยี นรูป
พลงั งาน บนกระดาน (10 นาที)
9. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายและสรุปเชื่อมโยงความรู้เกย่ี วกบั การ
เปลีย่ นรูปพลังงาน โดยใช้ประเดน็ คาถามดงั นี้
– จากกฎการอนุรกั ษ์พลังงาน พลงั งานสามารถสร้างใหมไ่ ดห้ รอื ไม่
อย่างไร
– การถา่ ยโอนความรอ้ นระหว่างสาร เปน็ ไปตามกฎการอนุรักษ์
พลังงานหรอื ไม่ อย่างไร
(คิด 4 : คดิ อย่างมีวิจารณญาณ) (พอเพยี ง 2 ความมีเหตุผล) (15 นาที)
Reflective Thinking (5 นาที)
- บอก 1 ส่งิ ทน่ี กั เรียนสงสยั จากการเรียนในวันน้ี (3 นาที)
- แบบทดสอบ (2 นาที)