The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-20 22:57:34

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

หลักสตู รระดบั ชน้ั เรียน
โรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชียงราย

พทุ ธศักราช ๒๕๖๕
(ฉบับปรับปรงุ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั พุทธศักราช ๒๕๖๐)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

รายวชิ า ว๒๓๒๐๒ (ฟิสิกสเ์ บอ้ื งต้น๒)
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ช่ือครผู สู้ อน
นางกนกพร คำเรือง

สำนักการศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดเชยี งราย

กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถ่ิน
กระทรวงมหาดไทย



โครงการสอน (Course Outline)
สาระการเรียนรู้รายวชิ า วิทยาศาสตรเ์ พ่มิ เติม(ฟิสกิ ส์เบื้องต้น 2) รหสั ว23202
ครผู ้สู อน นางกนกพร คำเรอื ง
ระดบั ชั้น
มธั ยมศึกษาปที ี่ 3/13 -3/18 ภาคเรียนท่ี 2/2565
ลักษณะวิชา

สาระพืน้ ฐาน ☑ สาระเพิ่มเตมิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน อื่น ๆ

1. คำอธิบายรายวิชา ( ภาคเรียนท่ี 2 )
สังเกต ทดลอง ศึกษาวิเคราะห์ อธิบายและสืบค้นข้อมูลศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับงาน พลังงานจลน์

พลังงานศักย์ และกฎการอนุรักษ์พลังงาน โมเมนตมั แรงและการเปล่ยี นโมเมนตัม การดล การชน กฎการอนุรักษ์
โมเมนตัม การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ความสัมพันธ์ของความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้าและความต้านทาน สมบัติ
เบ้ืองตน้ ของชนิ้ สว่ นอิเลก็ ทรอนิกสบ์ างชนิด เชน่ ตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซสิ เตอร์ เลนสแ์ ละการมองเห็น

โดยใช้กระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
บนั ทกึ จัดกล่มุ ข้อมูล และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ และสามารถนำเสนอส่ือสารสิ่ง
ที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ

เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านยิ มทเี่ หมาะสม ตลอดจนมเี จตคติทด่ี ตี ่อวิชาวทิ ยาศาสตร์

2. ผลการเรยี นรายภาค (ภาคเรยี นที่ 2) ความสอดคล้องกับหลักสตู ร
แกนกลาง
ผลการเรียนรายภาค

1. วิเคราะห์และคำนวณเก่ียวกับงานและกำลังได้อย่างถูกต้อง
และรอบคอบ
2. สำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์ นำ
ความรู้และหลักการที่ได้ไปอธิบายปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องได้
อย่างมเี หตุผล

3. ทดลองและอภิปรายเกี่ยวกับกฎการอนุรักษ์พลังงาน นำไปใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและเห็นคุณค่าของการใช้พลังงาน
อยา่ งประหยัด

ผลการเรียนรายภาค ความสอดคล้องกับหลักสตู ร
แกนกลาง
4. สำรวจตรวจสอบและวิเคราะห์เกีย่ วกบั โมเมนตมั แรงและ
การเปลย่ี นโมเมนตัม การดล และแรงดล นำความรู้และ
หลักการท่ีได้ไปแก้ ปัญหาท่ีเกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม

5. สำรวจตรวจสอบและวเิ คราะหเ์ กี่ยวกับการชน นำความรู้ท่ี
ได้ไปอธบิ ายปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึนในชวี ิตประจำวนั ได้

6. วิเคราะห์ และคำนวณเกยี่ วกบั กฎการอนรุ ักษ์โมเมนตัม
และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมะสม

7. ทดลองและอธบิ ายการตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่ายไปใช้
ประโยชน์
8. ทดลองและอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความตา่ งศักย์
กระแสไฟฟา้ และความตา้ นทาน และนำความรู้ไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้

9. ทดลองและอธบิ ายสมบัติเบือ้ งตน้ ของชน้ิ ส่วน
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์บางชนดิ เช่น ตัวตา้ นทาน ไดโอด
ทรานซิสเตอร์

10. อธบิ ายส่วนประกอบและลักษณะของเลนสน์ นู เลนส์เว้า
การเกิดภาพของเลนสช์ นิดตา่ งๆ การคำนวณหาภาพทเ่ี กดิ จาก
เลนส์และนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวันได้

3) เนอ้ื หาวิชา เนือ้ หาการสอน
ภาคเรยี นท่ี 2 - งานและกำลัง
ระยะเวลา - พลงั งานศกั ย์ พลังงานจลน์
เนือ้ หาการเรยี นกอ่ นวดั ผลกลางภาค– วัดผลกลางภาค - กฎการอนุรักษ์พลงั งาน
- โมเมนตัมและการดล
ระยะเวลา - การชน
เน้อื หาการเรยี นหลงั วัดผลกลางภาค – วดั ผลปลายภาค
เนอ้ื หาการสอน
- กฎการอนุรกั ษ์โมเมนตัม
- ความเร็ว ความเรง่ เชิงมมุ
- โมเมนตค์ วามเฉ่ือย
- โมเมนตมั เชิงมมุ
- ไฟฟา้ และวงจรไฟฟา้
- ความสัมพันธ์ของกระแสไฟฟา้ ความตา้ นทานและ
ความตา่ งศักย์
- อเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งต้น
- เลนส์

4) วิธกี ารวดั ผลประเมนิ ผล

สดั สว่ นคะแนนการวัดผลประเมินผล = คะแนนประเมนิ ตามสภาพจรงิ

( 80 คะแนน ) : ( 20 คะแนน )

ผลการเรยี นรรู้ ายภาค

ภาคเรียนที่ ผลการเรยี นรู้รายภาคท่ตี ้องการวัด (ข้อท่ี)

2 1. วิเคราะหแ์ ละคำนวณเก่ยี วกบั งานและกำลังได้อย่างถูกต้องและรอบคอบ

2. สำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับพลงั งานศกั ย์ และพลงั งานจลน์ นำความรู้และหลกั การที่ไดไ้ ป

อธิบายปรากฏการณท์ ่ีเก่ียวข้องได้อยา่ งมเี หตุผล

3. ทดลองและอภิปรายเกี่ยวกับกฎการอนุรักษ์พลังงาน นำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน

และเหน็ คุณค่าของการใช้พลังงานอย่างประหยดั

4. สำรวจตรวจสอบและวิเคราะห์เกี่ยวกับโมเมนตมั แรงและการเปลย่ี น

โมเมนตมั การดล และแรงดล นำความรแู้ ละหลักการที่ได้ไปแก้ ปัญหาทเี่ กี่ยวข้องได้อย่าง

เหมาะสม

5. สำรวจตรวจสอบและวิเคราะหเ์ กย่ี วกบั การชน นำความรู้ท่ไี ดไ้ ปอธิบายปรากฏการณ์ที่
เกดิ ข้นึ ในชีวิตประจำวนั ได้

6. วเิ คราะห์ และคำนวณเกยี่ วกับกฎการอนุรักษโ์ มเมนตมั และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
อยา่ งเหมะสม
7. ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยไปใชป้ ระโยชน์
8. ทดลองและอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟา้ และความต้านทาน
และนำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้
9. ทดลองและอธิบายสมบตั เิ บื้องต้นของชนิ้ สว่ นอเิ ล็กทรอนกิ ส์บางชนิด เช่น ตวั ตา้ นทาน
ไดโอด ทรานซิสเตอร์
10. อธิบายส่วนประกอบและลกั ษณะของเลนส์นนู เลนส์เวา้ การเกิดภาพของเลนส์ชนดิ
ตา่ งๆ การคำนวณหาภาพที่เกิดจากเลนส์และนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวันได้

5) รายละเอียดการเก็บคะแนน

ภาคเรยี นท่ี 2

การเกบ็ คะแนนกอ่ นวดั ผลกลางภาค (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) : 25 คะแนน

ผลการเรียนรายภาคทตี่ อ้ งการวัด (ข้อที่) วิธกี ารวัด คะแนน
10
1 - - ใบงานโจทย์การคำนวณ
10
(ชดุ กจิ กรรม) เรอ่ื ง งาน

- ขอ้ สอบตามแนวPisa เรือ่ ง งาน

และพลงั งาน

- ใบงาน เรอ่ื ง กำลงั

- ใบงาน creativeเรื่อง อปุ กรณ์

ผอ่ นแรงในโลกอนาคตยุค3000

- แบบทดสอบออนไลน์

2 - ใบงาน mind mapping เร่ือง

พลงั งานจลน์

- ขอ้ สอบตามแนวPisa เรอ่ื ง

พลงั งานจลน์

- ใบงาน compare&contrast

เร่ือง พลังงานศกั ย์

- ขอ้ สอบตามแนวPisa เร่อื ง

พลงั งานศักย์

- แบบทดสอบออนไลน์

ผลการเรียนรายภาคท่ตี อ้ งการวัด (ข้อท่ี) วิธกี ารวดั คะแนน
5
3 - ใบงาน OPV เร่อื ง กฎการ

อนรุ ักษ์พลังงาน

- ข้อสอบตามแนว Pisa เร่ือง

กฎการอนุรักษ์พลังงาน

การเก็บคะแนนวัดผลกลางภาค (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) : 25 คะแนน

ผลการเรยี นรู้รายภาคท่ตี ้องการวดั (ข้อที่) วิธกี ารวัด คะแนน
10
4 -ใบงาน Diagram เร่ือง โมเมนตมั
10
-ใบงาน เรื่อง โมเมนตัม 5

-ใบงาน เรอ่ื ง การดลและแรงดล

-ใบงาน เรอ่ื ง การดลและแรงดล

5 - ขอ้ สอบตามแนว Pisa เรอื่ ง การชน

- ใบงาน compare&contrast เรือ่ ง การชน

- แบบทดสอบออนไลน์

6 - ใบงาน เร่ือง กฎการอนรุ กั ษ์โมเมนตัม

- ใบงาน couse and effect เรอ่ื ง การระเบิด

การเก็บคะแนนหลงั วดั ผลกลางภาค (ประเมนิ ตามสภาพจริง) : 30 คะแนน

ผลการเรียนรูร้ ายภาคทีต่ อ้ งการวัด (ข้อท่ี) วธิ ีการวดั คะแนน
15
7 - ใบงาน cause and Effect เร่ือง
คะแนน
วงจรไฟฟ้า 10
5
- ขอ้ สอบตามแนว Pisaเรอ่ื ง วงจรไฟฟ้า

- ใบงาน compare and contrast

เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้า

- แบบทดสอบออนไลน์

ผลการเรยี นรรู้ ายภาคท่ีตอ้ งการวดั (ข้อที่) วธิ กี ารวดั

8 -ใบงาน เรอ่ื ง ความต่างศักย์

-ใบงาน CAF เรือ่ ง กระแสไฟฟา้

-ข้อสอบตามแนว Pisa เรอื่ ง ความต้านทาน

9 - ใบงาน kwl เรือ่ ง อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์

ผลการเรียนร้รู ายภาคทต่ี ้องการวัด (ข้อที่) วิธกี ารวดั คะแนน
5
10 - ใบงาน compare and contrast เรอ่ื ง

เลนส์นนู และเลนสเ์ ว้า

- ใบงาน เรือ่ ง การคำนวณการเกดิ ภาพจาก

เลนส์

- แบบทดสอบออนไลน์

การเกบ็ คะแนนวัดผลปลายภาค (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) : 20 คะแนน

ผลการเรยี นร้รู ายภาคทต่ี ้องการวดั (ข้อท่ี) วธิ ีการวัด คะแนน
20
1-10 - ทดสอบเก็บคะแนนท้ายหน่วยการเรียนรู้

ปลายภาค 2/2565( แบบทดสอบออนไลน์)

- ใบงาน mind mapping เร่ือง

ประมวลผลความรูป้ ลายภาคเรียนท่ี

2/2565

ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ งานและพลังงาน แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 1
เร่อื ง งานและการเกดิ งาน
วนั ท่ที ำการสอน หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1
เวลา 2 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง

1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
งานในทางฟสิ กิ ส์ เปน็ ผลจากการออกแรงกระทำต่อ ข้อ 1. วเิ คราะห์และคำนวณเกย่ี วกบั งานและกำลังได้
อยา่ งถูกต้องและรอบคอบ
วตั ถุแลว้ ทำใหว้ ตั ถุเคล่ือนทีต่ ามแนวแรงน้ัน ดงั น้นั ขนาด
ของงานทไี่ ด้จะหาได้จากผลคูณระหวา่ งแรงที่กระทำกับ
ระยะท่ีวัตถเุ คลื่อนท่ีได้(ระยะทางขนานกบั แรง ) และเปน็
ปริมาณสเกลาร์ มหี น่วยเป็น นิวตนั .เมตร ( N.m )
หรอื จูล( J )

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
งานและการเกิดงาน - - ใบงานโจทย์การคำนวณ(ชดุ กจิ กรรม) เร่อื ง งาน
- - ขอ้ สอบตามแนวPisa เร่อื ง งานและพลังงาน

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 6. เครอ่ื งมือการสอนคดิ

- สมรรถนะในการคดิ kwl

- สมรรถนะในการแก้ปัญหา six thinking hats(white hat)

- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี

กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. ขั้นของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9. วิธีวัดผล

Do Now (3 นาที) -รูปภาพเกีย่ วกับ - ประเมนิ ใบงาน

บอกงานทน่ี ักเรียนคิดวา่ ทำแล้วได้เงินเยอะท่ีสดุ คนละ 1 ขอ้ หา้ มซ้ำกนั งาน โจทยก์ ารคำนวณ

Purpose (2 นาที) -ใบงาน KWL (ชดุ กจิ กรรม)

เราจะเรยี นเรอื่ งงานและการเกดิ งานเพื่อให้นักเรยี นสามารถวิเคราะหแ์ ละ -คลปิ วดิ ิโอเรื่อง เร่อื ง งาน

คำนวณงานทางฟิสิกสไ์ ด้ งาน - ประเมินข้อสอบ

Work mode (110 นาที) -ชุดกิจกรรมการ ตามแนวPisa

1. นกั เรยี นดูรปู ภาพทีค่ รูกำหนดใหเ้ กยี่ วกับเร่ืองงานและร่วมกนั อภิปราย เรียนรูเ้ ร่ืองงาน เรื่อง งานและ

ขอ้ มูลเพ่ือแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ (คิด4:คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ) และการเกดิ งาน พลังงาน

(สมรรถนะ2)(พอเพยี ง7สงั คม)(5นาที) -ขอ้ สอบตามแนว

1. 2. นักเรียนทำใบงาน kwl (ชอ่ ง k) เร่ือง งาน Pisa เรอื่ ง งาน

2. คำถาม : นักเรียนรู้อะไรบ้างเก่ยี วกบั คำว่า “งาน” (5นาที)
3. นกั เรยี นทำใบงาน kwl (ช่อง w ) เร่ือง งาน
คำถาม : นกั เรียนอยากรอู้ ะไรเพิ่ม เกีย่ วกบั งานทางฟิสิกส์ (5นาท)ี
4. นกั เรยี นดคู ลิปวดิ โิ อและฟงั ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการคำนวณเรือ่ ง
งานและยกตัวอยา่ งโจทย์คำนวณเรื่องงานในทางฟสิ กิ ส์ (15 นาท)ี
5. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลจากชุดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่ืองงานและการเกิดงาน
จากนนั้ แบง่ กลุ่มเพ่ือทำโจทย์คำนวณลงในสมุด (คิด5:คดิ แกป้ ญั หา)
(สมรรถนะ 4)(พอเพยี ง3:การมีภูมิคุ้มกนั ท่ดี ีในตวั ) (35นาที)

3. 6. นักเรยี นตวั แทนนำเสนอการแก้โจทย์หนา้ ช้นั เรยี น) (สมรรถนะ3)(15นาท)ี
4. 7. นกั เรยี นทำข้อสอบตามแนวPisa เรอ่ื งงานและพลงั งาน (20 นาที)
5. 8. นักเรียนสรุปองค์ความรลู้ งใบงาน kwl (ช่อง l)
6. คำถาม: นกั เรยี นไดร้ ับความรู้เรอื่ งงานที่เรียนในวนั นอ้ี ยา่ งไรบา้ ง
7. (white hat) (10 นาท)ี
8. Reflective thinking (5 นาที)

- บอก 1 ส่งิ ที่นักเรียนไดร้ ับจากการเรียนในคาบน้ี ?
- ข้อสอบPec9.com 1 ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 1

ข้อสอบ
ทมี่ า: Physics Online II http://www.pec9.com สบื คน้ 2565
1. เด็กคนหนงึ่ ออกแรงลากของตามแนวราบ 6 นวิ ตัน สม่ำเสมอเป็นระยะทาง 3 เมตร จะทำงานได้เท่าไร

(18 จูล)

---------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ สอบแนว Pisa เรอ่ื ง งาน

รปู ประกอบ เร่อื ง งาน

ใบงาน KWL
เรื่อง .....................................................................................
kwl

ช่อื .......................................................................................................เลขที่......................ชน้ั ........................

แบบประเมินใบงาน KWL

คำชี้แจง : ให้ผ้สู อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL

ชือ่ -สกุล การ เนื้อหา นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ท่ี ของผ้รู ับการ แสดง สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผา่ น/
ความ
ประเมนิ คิดเห็น ไมผ่ ่าน

ลงช่ือ ....................................................ผปู้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรุง

นกั เรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน KWL

เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมนิ
การแสดง 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
ความคดิ เห็น - แสดงความคดิ เห็นในช่อง K - แสดงความคดิ เห็นในช่อง K
- แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง K
ได้ 10 ข้อคำถามขน้ึ ไป ได้ นอ้ ยกว่า 7 ข้อ
- แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง ได้ 9-10 ขอ้ คำถาม ได้ 7-8 ขอ้ คำถาม - แสดงความคดิ เห็นในช่อง

W ได้ 10 ขอ้ คำถามขนึ้ ไป - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง W ได้ น้อยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง L
W ได้ 9-10 ข้อคำถาม W ได้ 7-8 ข้อคำถาม
ได้ 10 ขอ้ คำถามขน้ึ ไป ได้ น้อยกว่า 7 ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L - แสดงความคิดเห็นในชอ่ ง L

ได้ 9-10 ข้อคำถาม ได้ 7-8 ข้อคำถาม

เนื้อหา - เนอื้ หาครบถ้วนตามสาระที่ - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่ - เน้ือหาถกู ต้องตามสาระที่ - เน้ือหาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี

กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กวา่ 59%

- เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถูกต้องตามหลักภาษา - เขียนถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถูกต้องตามหลักภาษา

100% 80-99% 60-79% ต่ำกว่า 59%

- ลำดบั หัวขอ้ เนื้อหาชัดเจน - ลำดบั หัวข้อเน้อื หาชัดเจน - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล

- มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง สมเหตุสมผล 60-79% ต่ำกว่า 59%

สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%

การนำเสนอ - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟังชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้

- ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง

อกั ขระ100% อักขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอักขระต่ำว่า 59%

- บุคลิกภาพดีและมีความ - บุคลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม

มนั่ ใจ - ความพร้อมในการนำเสนอ

- มกี ารใช้สื่อประกอบการ ได้บางส่วน

นำเสนอ

- ความพรอ้ มในการนำเสนอ

ความสวยงาม - ใชส้ ีสนั สวยงาม - ใช้สีสนั สวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมีความ - ใช้สีสันสวยงามหรอื เปน็ ไป

- มีความสะอาด - มีความสะอาด สะอาด ตามเกณฑอ์ ย่างใดอย่าง

- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ - มีความคิดสรา้ งสรรค์ หน่งึ

- ความเป็นระเบยี บอ่านงา่ ย

การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถ้วน ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ช้ากว่า สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่ สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กวา่

เวลา เวลาทีก่ ำหนด เวลาทีก่ ำหนด 5 นาที เวลาท่กี ำหนด 10 นาที เวลาท่กี ำหนด 15 นาที

ใบความรู้ เรอื่ ง งาน ( Work )

งาน หมายถึง ผลของการออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุ แลว้ ทาใหว้ ตั ถเุ คลอ่ื นท่ตี ามแนวแรงมีหน่วยเป็นจลู ( J )

จะได้ W = F. s

เม่อื W = งานท่ีทาได้ มหี นว่ ยเป็นจลู ( J )

F = แรงท่ีกระทาต่อวตั ถุ มหี นว่ ยเป็นนิวตนั ( N )

S = ระยะทางท่วี ตั ถเุ คลื่อนท่ไี ด้ มีหน่วยเป็นเมตร ( m )

กรณีที่ 1 ทิศทางการเคลอ่ื นท่ี

F งงาานนททท่ี ่ีทาคาคอื ือWW ==F.Fs.
s
S

ทศิ ทางการเคล่อื นท่ี F

กรณีท่ี 2
S
งานท่ที าคือ W = Fcos. S
W = FScos

กรณีท่ี 3 F ทิศทาทงกิศาทราเงคกลาอ่ื รนเคทล่ี ือ่ นท่ี

F งงาานนททท่ี ่ีทาคาคอื ือWW ==0F.
Ss

กรณีท่ี 4 ทศิ ทางการเคลอ่ื นท่ี

F F
S
งานทท่ี าคือ W = F.
งานsท่ที าคือ W = มีค่าติดลบ

ใบงาน เร่ืองงาน

ช่ือ……………………………………………………………ชนั้ …………เลขท่ี……..คะแนน…………

คำชีแ้ จง: ใหน้ กั เรียนเติมคำหรือขอ้ ควำมลงในช่องวำ่ งใหถ้ กู ตอ้ ง

1. งานในทางฟิสกิ ส์
หมายถงึ ………………………………………………………………………………….

2. งานหาได้
จาก……………………………………………………………………………………………….

3. งานชนดิ บวก
คอื ……………………………………………………………………………………………

4. งานชนดิ ลบ
คอื …………………………………………………………………………………………….

5. งานเป็นศนู ย์
คอื ………………………………………………………………………………….…………

*******************************************************

การใหค้ ะแนนแบบฝกึ หดั

ตอบคำถามถูกต้อง ได้ 1 คะแนน
ตอบคำถามไมถ่ ูกต้อง ได้ 0 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

5 ดีมาก

4 ดี

2-3 พอใช้

0-1 ปรบั ปรุง

• นักเรียนได้ระดบั คุณภาพพอใช้ถือว่าผ่าน

ใบงาน เรื่อง งาน
1. แรงคงท่ี 10 N กระทาอย่างตอ่ เน่ืองกบั วตั ถุ มวล 5 kg ท่อี ย่นู ่งิ บนพืน้ ราบลื่นใหเ้ คล่ือนท่ี จงหางานท่แี รงนี้
กระทาในเวลา 4 วินาที

2. วตั ถมุ วล 5 kg ถกู ฉดุ ดว้ ยแรง 15 N ในทิศทามมุ 60oกบั แนวระดบั วตั ถเุ คล่อื นเป็นระยะ 8 เมตรจงหางาน
เน่ืองจากแรงนี้

3.จงหางานท่ีใชใ้ นการลากกระสอบขา้ วสารมวล 100 กโิ ลกรมั ไปบนพืน้ ราบฝืดเป็นระยะทาง 20.0 เมตร
ดว้ ยอตั ราเรว็ สม่าเสมอ ถา้ สมั ประสทิ ธิ์ความเสยี ดทานระหว่างพนื้ กบั กระสอบขา้ วสารเทา่ กบั 0.05

4.ชายคนหนง่ึ ออกแรง 124 นิวตนั ลากเล่อื นไปบนพนื้ ราบโดยแนวแรงทามมุ 37 องศากบั พนื้ จงหางาน
เน่อื งจากแรงนี้ เม่ือเล่ือนเคล่ือนท่ไี ปตามพนื้ ราบเป็นระยะทาง 0.50 กโิ ลเมตร cot 37 = 4/3

5.วตั ถมุ วล 5 kg ถกู ฉดุ ดว้ ยแรง 15 N ในทิศทามมุ 60oกบั แนวระดบั วตั ถเุ คล่ือนเป็นระยะ 8 เมตรจงหางาน
เน่ืองจากแรงนี้

การตรวจให้คะแนนใบงาน/แบบฝกึ หัดแบบอตั นัย

ชือ่ -สกุล ข้อ ผลการ

ลำดับที่ รวม ประเมิน

1234 ผา่ น/
1 ไม่ผ่าน

2 5
3
4 4 คะแนน
5 3 คะแนน
6 2 คะแนน
1 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 0 คะแนน

1. แสดงวธิ ที ำชดั เจน สมบูรณ์ คำตอบถูกต้อง

2. แสดงวิธีทำไม่ชัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบถูกตอ้ ง

3. แสดงวธิ ที ำไมช่ ดั เจน คำตอบถูกตอ้ ง หรือ แสดงวิธีทำชดั เจน

คำตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

4. แสดงวิธที ำไมช่ ัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบไม่ถกู ต้อง

หรือ ไมแ่ สดงวธิ ีทำ แตค่ ำตอบถูกต้อง

5. ไม่แสดงวิธที ำ และคำตอบไม่ถูกตอ้ ง

เกณฑก์ ารประเมนิ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

16-20 ดีมาก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน
นกั เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ผา่ น

เครอื่ งมือวดั และประเมินผล
การรเู้ รื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)
ตามแนวทางการประเมินผลนักเรยี นร่วมกบั นานาชาติ (PISA)

****************************

ข้อสอบตามแนวทาง Pisa
เรื่อง งานและพลงั งาน

ผลการเรยี นร้ขู อ้ ท่ี 1. วิเคราะห์และคานวณเก่ียวกบั งานและกาลงั ได้อยา่ งถกู ต้องและรอบคอบ
➢งานและพลงั งาน

งาน คอื ผลคณู ของแรงกบั ระยะทางตามแนวแรง เป็นปรมิ าณสเกลลาร์ มหี น่วย เป็นจลู หรอื นวิ
ตนั -เมตร (J , N-m) โดยให้ F แทนแรงทก่ี ระทาต่อวตั ถุ หน่วยเป็น นิวตนั (N) ให้ S แทนระยะทาง
หน่วยเป็น เมตร (m) ให้ W แทน งาน หน่วยเป็น จลู (J)

พลงั งาน คอื สงิ่ ทไ่ี ม่มตี วั ตน แตม่ คี วามสามารถทางานได้ ลกั ษณะของพลงั งาน ดงั น้ี
1. พลงั งานกลของวตั ถุ

พลงั งานกลของวตั ถเุ ป็นพลงั งานทอ่ี ย่ใู นรปู ของกลศาสตร์ คอื อย่ใู นรปู ของแรงและการเคล่อื นท่ี
ของวตั ถุ ซง่ึ จะแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คอื

1.1 พลงั งานศกั ย์ (potential energy; Ep) เป็นพลงั งานของวตั ถใุ นขณะทห่ี ยุดนิ่ง ซง่ึ พลงั งาน
เหลา่
น้จี ะเป็นการสะสมของงานทเ่ี กดิ ขน้ึ ทาใหว้ ตั ถมุ พี ลงั งานเกดิ ขน้ึ แมว้ ตั ถุจะหยุดนิ่งอย่กู ต็ าม พลงั งานศกั ย์
ยงั แบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะ คอื

1.1.1 พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วง
เป็นพลงั งานในขณะทว่ี ตั ถอุ ย่บู นทส่ี งู ซง่ึ คา่ ของพลงั งานจะเกดิ จากการทางานเพอ่ื ใหว้ ตั ถุขน้ึ ไปอย่ทู ส่ี ูง
วตั ถถุ กู ยกจากดา้ นล่างขน้ึ ไปอยทู่ ส่ี งู จะทาใหว้ ตั ถุมพี ลงั งานศกั ยเ์ กดิ ขน้ึ โดยค่าของพลงั งานศกั ยจ์ ะมคี ่า
เทา่ กบั งานทย่ี กวตั ถขุ น้ึ ไป จะไดส้ ตู ร คอื Ep = mgh

พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วงจะถกู นามาใชใ้ นรปู ของงาน โดยการปล่อยใหว้ ตั ถตุ กลงมา เชน่ การตอก
เสาเขม็ โดยใชป้ ั้นจนั่ การหมุนกงั หนั โดยน้าตก

1.1.2 พลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่
เป็นพลงั งานศกั ยข์ องวตั ถทุ ต่ี ดิ กบั สปรงิ ทถ่ี ูกทาใหย้ ดื ออกหรอื หดเขา้ ซง่ึ ในการทจ่ี ะยดื สปรงิ หรอื
หดสปรงิ จะตอ้ งออกแรงดนั หรอื ดงึ ทาใหเ้ กดิ งานแตง่ านทเ่ี กดิ ขน้ึ จะไมเ่ ทา่ กบั ผลคณู ของแรงกบั ระยะทาง
เพราะแรงทอ่ี อกมคี ่าไมค่ งทแ่ี ปรไปตามค่าคงทข่ี องสปรงิ ทเ่ี รยี กวา่ “ค่านิจของสปรงิ (k)” และ “ระยะทย่ี ดื
หรอื หด (x)”
1.2 พลงั งานจลน์ (kinetic energy; Ek)
พลงั งานจลน์ คอื พลงั งานทส่ี ะสมอยใู่ นวตั ถอุ นั เน่อื งจากอตั ราเรว็ ของวตั ถุ มขี นาดเท่ากบั งาน
ตา้ นการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถจุ นหยดุ นิง่ เม่อื แรงกระทาต่อวตั ถนุ านขน้ึ จะเกดิ งานมากขน้ึ ในทานองเดยี วกนั
วตั ถุจะเคล่อื นทด่ี ว้ ยความเรว็ มากขน้ึ พลงั งานจลน์ของวตั ถจุ ะมคี ่ามากขน้ึ ตามความเรว็ ซ่ึงคา่ ของ
พลงั งานจลน์จะหาไดจ้ าก

การอนุรกั ษพ์ ลงั งาน

การอนุรกั ษ์พลงั งาน หมายถงึ การใชพ้ ลงั งานใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ มกี ารพฒั นาและนาเอา
พลงั งานจากแหล่งใหมๆ่ มาใชเ้ พอ่ื ทดแทน และมกี ารป้องกนั การสญู เสยี พลงั งาน
วธิ กี ารอนุรกั ษพ์ ลงั งาน พอสรปุ ได้ คอื

1. หาแหลง่ พลงั งานทดแทน
2. การวจิ ยั และพฒั นาพลงั งาน
3. การเผยแพรค่ วามรสู้ สู่ งั คม
4. การประหยดั พลงั งาน

คาถามที่ ๑ ๑ คะแนน

งาน คอื อะไร

............................................................................................................................................

............................................................................................................................................

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามท่ี ๒ ๑ คะแนน
ขอ้ ใดทไ่ี ม่ไดก้ ลา่ วถงึ กฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน
๑. หาแหลง่ พลงั งานทดแทน
2. การวจิ ยั และพฒั นาพลงั งาน

3. การเผยแพร่ความรสู้ สู่ งั คม

4. ใชพ้ ลงั งานโดยไมค่ านงึ ถงึ ความประหยดั

สมรรถนะ : การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์

คาถามท่ี ๓ ๓ คะแนน
จากขอ้ ความขา้ งตน้ ขอ้ ความใดตอ่ ไปน้ี ถกู ตอ้ ง หรอื ไมถ่ กู ตอ้ ง
ขอ้ ความ ถูกตอ้ ง จงเขยี นเคร่อื งหมาย  ในชอ่ ง ใช่
ขอ้ ความ ไมถ่ กู ตอ้ ง จงเขยี นเคร่อื งหมาย  ในชอ่ ง ไม่ใช่

ท่ี ขอ้ ความ ใช่ ไมใ่ ช่

๑ งาน เป็น ปรมิ าณเวกเตอร์

๒ งานมหี น่วยเป็นจลู หรอื นวิ ตนั -เมตร (J , N-m)

๓ ค่าของพลงั งานศกั ยจ์ ะมคี ่าเทา่ กบั งานทย่ี กวตั ถขุ น้ึ ไป

๔ วตั ถเุ คลอ่ื นทไ่ี ปจะตอ้ งเกดิ งานทกุ ครงั้

๕ แรงทอ่ี อกมคี า่ คงทแ่ี ปรไปตามค่าคงทข่ี องสปรงิ ทเ่ี รยี กว่า “ค่านิจของสปรงิ (k)”

๖ การป้องกนั การสญู เสยี พลงั งานเป็นการอนุรกั ษ์พลงั งานรปู แบบหน่งึ

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามท่ี ๔ ๓ คะแนน

ให้นักเรียนเขียนคาตอบลงในตารางให้สมั พนั ธ์กบั ข้อความท่ีกาหนดให้

ท่ี ขอ้ ความ คาตอบ

๑ บอกลกั ษณะพลงั งานกลของวตั ถใุ นรปู ของกลศาสตร์
จานวน 1 ขอ้

๒ ยกตวั อยา่ งการนาพลงั งานศกั ยม์ าใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
จานวน 1 ขอ้

๓ บอกปัจจยั ทท่ี าใหเ้ กดิ พลงั งานศกั ยโ์ น้มถว่ ง
จานวน 1 ขอ้

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามท่ี ๕ ๒ คะแนน

จากคาถามต่อไปนี้ ให้นักเรยี นบอกเหตุผล โดยใช้ข้อมูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคาตอบ

ท่ี เหตผุ ล
๑ เหตใุ ดจงึ กลา่ วว่า “วตั ถุเคลอ่ื นทไ่ี ปอาจจะเกดิ หรอื ไมเ่ กดิ งานกไ็ ด้”

๒ เพราะเหตใุ ดเราถงึ ตอ้ งมกี ารอนุรกั ษพ์ ลงั งาน

สมรรถนะ : การแปลความหมายขอ้ มลู และการใชป่ ระจกั ษพ์ ยานในเชิงวิทยาศาสตร์

เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
ดี
9-1๐ พอใช้
๗-๘ ปรบั ปรงุ
๖-๕
๐-๔

• นักเรยี นได้ระดบั พอใช้ ถือวา่ ผ่าน

เฉลย

คาถามท่ี ๑ ๑ คะแนน

งาน คอื อะไร

............................................................................................................................................

(ตอบ: ผลคณู ของแรงกบั ระยะทางตามแนวแรง เป็นปริมาณสเกลลาร์ มหี น่วย เป็นจลู

หรือนิวตนั -เมตร (J , N-m )

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามที่ ๒ ๑ คะแนน

ขอ้ ใดทไ่ี ม่ไดก้ ล่าวถงึ กฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน

๑. หาแหลง่ พลงั งานทดแทน 2. การวจิ ยั และพฒั นาพลงั งาน

3. การเผยแพรค่ วามรสู้ สู่ งั คม 4. ใชพ้ ลงั งานโดยไม่คานงึ ถงึ ความประหยดั

(ตอบ:๔)

สมรรถนะ : การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์

คาถามที่ ๓ ๓ คะแนน

จากขอ้ ความขา้ งตน้ ขอ้ ความใดตอ่ ไปน้ี ถูกตอ้ ง หรอื ไม่ถูกตอ้ ง

ขอ้ ความ ถูกตอ้ ง จงเขยี นเคร่อื งหมาย  ในช่อง ใช่

ขอ้ ความ ไม่ถกู ตอ้ ง จงเขยี นเคร่อื งหมาย  ในช่อง ไม่ใช่

ท่ี ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่

๑ งาน เป็น ปรมิ าณเวกเตอร์ 

๒ งานมหี น่วยเป็นจลู หรอื นวิ ตนั -เมตร (J , N-m) 

๓ ค่าของพลงั งานศกั ยจ์ ะมคี ่าเท่ากบั งานทย่ี กวตั ถขุ น้ึ ไป 

๔ วตั ถุเคลอ่ื นทไ่ี ปจะตอ้ งเกดิ งานทกุ ครงั้ 

๕ แรงทอ่ี อกมคี ่าคงทแ่ี ปรไปตามค่าคงทข่ี องสปรงิ ทเ่ี รยี กว่า “ค่านิจของสปรงิ (k)” 

๖ การป้องกนั การสญู เสยี พลงั งานเป็นการอนุรกั ษพ์ ลงั งานรปู แบบหน่งึ 

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามที่ ๔ ๓ คะแนน

ให้นักเรยี นเขียนคาตอบลงในตารางให้สมั พนั ธ์กบั ข้อความท่ีกาหนดให้

ท่ี ขอ้ ความ คาตอบ
พลงั งานศกั ย,์ พลงั งานจลน์
๑ บอกลกั ษณะพลงั งานกลของวตั ถุในรปู ของกลศาสตร์
จานวน 1 ขอ้ การตอกเสาเขม็ โดยใชป้ ัน้ จนั่
การหมนุ กงั หนั โดยน้าตก
๒ ยกตวั อยา่ งการนาพลงั งานศกั ยม์ าใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มวล ค่าg ความสงู
จานวน 1 ขอ้

๓ บอกปัจจยั ทท่ี าใหเ้ กดิ พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วง
จานวน 1 ขอ้

สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์

คาถามท่ี ๕ ๒ คะแนน

จากคาถามต่อไปนี้ ให้นักเรยี นบอกเหตุผล โดยใช้ข้อมูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคาตอบ

ท่ี เหตผุ ล

๑ เหตุใดจงึ กล่าวว่า “วตั ถุเคลอ่ื นทไ่ี ปอาจจะเกดิ หรอื ไมเ่ กดิ งานกไ็ ด้”
- เพราะงานจะเกดิ ขน้ึ ได้ ตอ้ งมลี กั ษณะของแรงคณู ระยะทางทไ่ี ปตามแนวแรงเท่านนั้ หาก
ระยะทางไม่ตามแนวแรง(ตงั้ ฉากกนั )กจ็ ะไม่เกดิ งานทางฟิสกิ ส์

๒ เพราะเหตุใดเราถงึ ตอ้ งมกี ารอนุรกั ษ์พลงั งาน
- เพราะตอ้ งการใชพ้ ลงั งานใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สุด มกี ารพฒั นาและนาเอาพลงั งานจาก
แหล่งใหมๆ่ มาใชเ้ พอ่ื ทดแทน และมกี ารป้องกนั การสญู เสยี พลงั งาน

สมรรถนะ : การแปลความหมายขอ้ มลู และการใช้ประจกั ษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์

การจาแนกสมรรถนะ

รปู แบบขอ้ สอบ ขอ้ ท่ี คะแนน สมรรถนะ

การอธิบาย การประเมิน การแปล

ปรากฏการณ์ และออกแบบ ความหมาย

ในเชิง กระบวนการ ข้อมลู และ

วิทยาศาสตร์ สืบเสาะหา การใช้

ความร้ทู าง ประจกั ษ์

วิทยาศาสตร์ พยานในเชิง

วิทยาศาสตร์

เขยี นตอบแบบปิด 1 ๑ X

เลอื กตอบ ๔ ๒ ๑ X
ตวั เลอื ก

เลอื กตอบแบบ ๓ ๓ X
เชงิ ซอ้ น ๔ ๓ X

เขยี นตอบแบบปิด

เขยี นตอบแบบปิด ๕ ๒ X

รวม ๑๐ คะแนน

ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ งานและพลังงาน แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2
เรื่อง กำลงั หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1m
วนั ทีท่ ำการสอน เวลา 2 ชว่ั โมง
ผู้สอน นางกนกพร คำเรอื ง

1. สาระสำคัญ 2. ผลการเรยี นรู้
กำลัง คอื อัตราการทำงาน และเปน็ ปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเปน็ ข้อ 1. วเิ คราะห์และคำนวณเกยี่ วกับงาน
วตั ต์ ( W ) และกำลงั ได้อย่างถูกต้องและรอบคอบ

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
กำลงั - ใบงาน เรื่อง กำลัง
- ใบงาน creative thinking เรือ่ ง อุปกรณ์
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
- สมรรถนะในการคดิ ผ่อนแรงในโลกอนาคตยุค3000
- สมรรถนะในการแก้ปญั หา
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี 6.เครือ่ งมือการสอนคิด
six thinking hats(white hats)

กิจกรรมการเรยี นรู้ 8. สอ่ื 9. วธิ ีวดั ผล

7. ขน้ั ของกิจกรรม -Power Point -ประเมินใบงาน เร่ือง
เรอ่ื ง กำลัง กำลงั
Do Now(3นาที) -ใบความรู้ -ประเมนิ ใบงาน
เขยี นชื่อเพ่ือนที่ตวั โตที่สุดในหอ้ ง 5 ลำดบั ลงในสมุด เรอ่ื ง กำลัง creativeเรือ่ ง อปุ กรณ์
Purpose(2 นาที) -ใบงาน เรอื่ ง ผ่อนแรงในโลกอนาคตยุค
เราจะเรียนเรอื่ งกำลงั เพ่อื ให้สามารถวิเคราะห์การเกิดกำลังและ กำลงั 3000
คำนวณค่าของกำลงั ได้ -ใบงาน
Work mode(110 นาที) creative
1.นักเรียนจับคูก่ ันทำกิจกรรมตามหัวขอ้ ท่ีครแู จ้งแลว้ ตอบคำถาม thinking
- แบบทดสอบ
(ใช้มือขวาดันกัน ใชม้ ือซา้ ยงัดข้อ) (5 นาที) ออนไลน์
- แรงของท้ังสองคนเปน็ อยา่ งไร เท่ากันหรอื ไม่

(คดิ 2:คดิ เปรียบเทยี บ)
- - ปจั จยั ใดบา้ งท่เี กีย่ วข้องกับการออกแรงนี้

(white hat)

2. นักเรียนฟังครูอธิบายเรอื่ งกำลังโดยใชส้ อื่ Power Point ประกอบ
(10 นาท)ี

3. นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ พม่ิ เตมิ จากใบความร้เู ร่อื งกำลงั (10 นาท)ี
4. นกั เรยี นทำใบงานเร่ืองกำลัง โดยวเิ คราะห์และแกโ้ จทย์ปัญหาแสดง

วิธที ำลงในสมดุ (คดิ 5:คิดแกป้ ัญหา)(สมรรถนะ2)
5. นักเรียนและครูร่วมกนั วเิ คราะห์โจทย์และเฉลยการทำโจทยป์ ญั หา

(10 นาท)ี )(พอเพยี ง7 สังคม) (30นาท)ี
6. นกั เรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์เรอื่ งกำลัง(15 นาที)
9. 7. นกั เรียนแบง่ กลุม่ /กลุม่ ละ 5-6 คน ระดมความคดิ ทำใบงาน
10. creative thinking โดยออกแบบอปุ กรณ์ท่ชี ่วยผ่อนแรงในโลก

อนาคตยุค3000 (คิด8 คิดสร้างสรรค)์ (สมรรถนะ2)(สมรรถนะ4)
11. (พอเพยี ง7:สงั คม)(25 นาที)

8. นกั เรียนตัวแทนแต่ละกล่มุ นำเสนอผลงานความคิดสร้างสรรค์
(สมรรถนะ3)(10 นาที)
Reflective thinking(5 นาที)
- บอก 1 ส่ิงที่ไดร้ ับจากคาบเรียนนี้
- ข้อสอบPec9.com 1ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 2

ข้อสอบ
ท่มี า: Physics Online II http://www.pec9.com สืบค้น 2565

1. (มช 37) หัวรถจักรออกแรง 100 กโิ ลนวิ ตนั ลากขบวนรถใหเ้ คลอ่ื นด้วยอัตราเร็ว 30 m/s
กำลงั ทหี่ ัวรถจกั รกระทำต่อขบวนรถเปน็ เท่าใด (ตอบในหน่วยของเมกะวัตต์) (3 MW)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบออนไลน์ เรื่อง กาลงั

ใบความรู้ เรื่อง กาลัง ( Power )

กาลงั คือ ปรมิ าณงานท่ที าไดใ้ นหน่ึงหน่วยเวลา มีหน่วยเป็น วตั ต์ ( Watt )

กำลงั = งำนที่ทำได่้
ช่วงเวลำที่่ใช้

P = W
t

เม่อื P คือ กาลงั มหี น่วยเป็นวตั ต์ ( Watt )

W คอื งานท่ที าได้ มีหนว่ ยเป็นจลู ( J )

t คือ ช่วงเวลาท่ใี ช้ มหี น่วยเป็นวนิ าที ( s )

ในกรณีท่วี ตั ถเุ คล่อื นท่ดี ว้ ยความเรว็ คงท่ี เน่ืองจาก แรง F กาลงั ท่ีใชค้ ือ

P = W = F.s
tt

P = F.v

เม่อื P คอื กาลงั มีหนว่ ยเป็นวตั ต์ ( Watt )

F คือ แรงท่ีทา มีหนว่ ยเป็นนิวตนั ( N )

v คือ ความเร็วเฉลยี่ มีหนว่ ยเป็นเมตรตอ่ วินาที ( m/s )

ตวั อยา่ ง นกั กายกรรมหนกั 750 นวิ ตนั ไตเ่ ชอื กขน้ึ สงู 5 เมตร ในเวลา 25 วนิ าที กาลงั ท่ี

เขาใชเ้ ป็นกว่ี ตั ต์

วิธีทา จาก P = W
t

เม่อื W = F.s

= mg.s

= ( 750 )(5) = 3750 J

P = 3750 = 150 Watt
25

ตัวอย่าง เคร่ืองยนตข์ องเรือลาหนง่ึ มกี าลงั 3 กิโลวตั ต์ สามารถทาใหเ้ รือแลน่ ไดด้ ว้ ยอตั ราเรว็ คงตวั 9
กิโลเมตรต่อช่วั โมง จงหาแรงจากเคร่ืองยนตท์ ่ที าใหเ้ รือลานแี้ ลน่

วธิ ที า จาก P = F.v

3x103 = F  9x103 
60x60

F =  3x103 x60x60 
9x103

F = 1200 N

ใบงาน เรื่อง กาลงั

ช่ือ………………………………………………………ช้ัน…………เลขท่ี……..กล่มุ ท่ี…………
1. กาลงั

หมายถงึ ……………………………………………………………………………………………
2. กาลงั หาได้

จาก……………………………………………………………………………………………..
3. กาลงั มหี น่วยเป็น

………………………………………………………………………………………….
4. กาลงั เป็น

ปรมิ าณ……………………………………………………………………………………………
5. 1 กาลงั มา้

เทา่ กบั …………………………………………………………………………………………….

*******************************************************

การใหค้ ะแนนแบบฝกึ หัด

ตอบคำถามถูกต้อง ได้ 1 คะแนน
ตอบคำถามไมถ่ ูกต้อง ได้ 0 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

5 ดมี าก

4 ดี

2-3 พอใช้

0-1 ปรบั ปรงุ

• นกั เรียนไดร้ ะดับคุณภาพพอใช้ถือว่าผ่าน

ใบงาน เร่ือง กาลงั
1. ชายคนหน่งึ หนกั 450 N ไตบ่ นั ไดสงู 8 m ในเวลา 16 วินาที จงหากาลงั ท่ีชายคนนใี้ ชใ้ นการไต่บนั ได
2. ลิฟตม์ มี วล 50 kg ถกู ยกขึน้ สงู 30 m ในเวลา 25 วนิ าที จงหากาลงั ของลิฟตเ์ คร่อื งนี้

1. วตั ถมุ วล 10 กโิ ลกรมั วางน่ิงอย่บู นพืน้ ราบเม่ือถกู แรงกระทาเป็นเวลานาน 5 วนิ าที วตั ถจุ ะมีความเรว็
เป็น 40 เมตรต่อวินาที จงหากาลงั ท่ีทาไดเ้ ป็นก่ีวตั ต์

4. ชายคนหน่ึงหนกั 500 N ไต่บนั ไดสงู 5 m ในเวลา 25 วินาที จงหากาลงั ท่ีชายคนนใี้ ชใ้ นการไต่บนั ได

5. ลฟิ ตม์ ีมวล 25 kg ถกู ยกขึน้ สงู 20 m ในเวลา 10 วนิ าที จงหากาลงั ของลฟิ ตเ์ ครื่องนี้

การตรวจให้คะแนนใบงาน/แบบฝกึ หัดแบบอตั นัย

ชือ่ -สกุล ข้อ ผลการ

ลำดับที่ รวม ประเมิน

1234 ผา่ น/
1 ไม่ผ่าน

2 5
3
4 4 คะแนน
5 3 คะแนน
6 2 คะแนน
1 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 0 คะแนน

1. แสดงวธิ ที ำชดั เจน สมบูรณ์ คำตอบถกู ต้อง

2. แสดงวิธีทำไม่ชัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบถูกต้อง

3. แสดงวธิ ที ำไมช่ ดั เจน คำตอบถูกตอ้ ง หรือ แสดงวธิ ที ำชดั เจน

คำตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

4. แสดงวิธที ำไมช่ ัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบไม่ถูกต้อง

หรือ ไมแ่ สดงวธิ ีทำ แตค่ ำตอบถูกตอ้ ง

5. ไม่แสดงวิธที ำ และคำตอบไม่ถูกต้อง

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

16-20 ดีมาก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน
นกั เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ผ่าน

ใบงาน creative thinking

หวั ข้อ..............................................................................
.....................................................................................
....................................................................................

แบบประเมนิ ใบงาน Creative thinking

คำชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Creative thinking

ลำดบั ท่ี ชอ่ื -สกุล รูปแบบ เนอ้ื หา นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ ับการ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ประเมนิ (งาน ผ่าน/ไมผ่ า่ น

กล่มุ )

ลงชอ่ื ....................................................ผูป้ ระเมิน
................/................/................

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

18 - 20 ดีมาก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกวา่ 10 ปรับปรุง

นักเรียนได้ระดบั คุณภาพที่ พอใช้ ขึ้นไปถือว่า ผา่ น

ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ งานและพลงั งาน แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3 m
เรอื่ ง พลังงานจลน์ หน่วยย่อยท่ี 1
วนั ทท่ี ำการสอน เวลา 2 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง

1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
ข้อ 2. สำรวจตรวจสอบและอธบิ ายเกย่ี วกับพลงั งาน
พลังงาน ความสามารถในการทำงาน ท่จี ะทำให้
วตั ถนุ น้ั เกดิ การเปล่ยี นแปลง เช่น พลงั งานกล พลงั งาน จลนแ์ ละพลังงานศกั ย์ คำนวณและบอกความสมั พนั ธ์
แสง และพลงั งานนวิ เคลยี ร์ เป็นตน้ พลงั งานกลเปน็ ของงานต่อพลงั งานจลนแ์ ละพลังงานศักย์ นำความรู้
พลงั งานทเ่ี กิดจากผลของแรงทำให้พร้อมจะเปลย่ี น และหลกั การทไ่ี ด้ไปอธิบายปรากฏการณ์ที่เก่ยี วข้องได้
สภาพการเคล่ือนท่ี หรอื เปลย่ี นสภาพการเคลื่อนที่ มีอยู่ อย่างมเี หตผุ ล
2 ชนดิ คือ พลงั งานจลน์ และพลังงานศกั ย์ โดย
พลงั งานจลน์ท่ีอย่ใู นวัตถทุ ี่กำลังเคลื่อนที่ ขนึ้ อยู่กบั มวล
และขนาดของความเร็วของวัตถุ

- 3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- - พลงั งานจลน์ - ใบงาน mind mapping เรอื่ ง พลังงานจลน์
- ขอ้ สอบตามแนวPisa เรอ่ื ง พลงั งานจลน์

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 6.เครื่องมือการสอนคดิ
- สมรรถนะในการคดิ - six thinking hats(yellow hat)
- สมรรถนะในการแก้ปญั หา - mind mapping
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี

กจิ กรรมการเรียนรู้ 8. สอ่ื 9. วิธีวดั ผล
7. ข้ันของกจิ กรรม
- รูปภาพ เรื่อง -ประเมินใบงาน
Do Now(3นาที) พลังงานจลน์ mind mapping
เขียนชอ่ื วัตถุหรือส่ิงมีชีวิตท่สี ามารถเคลื่อนที่ได้ คนละ 5 ช่อื ลงในสมุด - power point เรอ่ื ง พลังงานจลน์
Purpose(2 นาที) - ใบงาน เรือ่ ง - ข้อสอบตามแนว
เราจะเรยี นเร่ือง พลังงานจลน์ เพือ่ ให้นักเรียนสามารถอธิบายและคำนวณ พลงั งานจลน์ Pisa เรื่อง
ค่าพลังงานจลน์ได้ พลงั งานจลน์
Work mode(110 นาที)

1. นักเรียนดรู ปู ท่คี รูนำมาประกอบการเรยี นรเู้ รื่อง พลงั งานจลนแ์ ละ - ชุดกจิ กรรมการ

รว่ มกนั วเิ คราะห์เกย่ี วกับเรื่องการเปล่ียนสภาพของวัตถใุ นแงข่ องการ เรยี นรู้เรือ่ ง

เปลย่ี นรปู รา่ ง สี หรอื ตำแหนง่ เพ่อื นำไปสคู่ ำถามเก่ียวกบั การเปลยี่ น พลงั งานจลน์

รูปร่างและตำแหน่งของวัตถุ (คดิ 1:คดิ วิเคราะห์)(สมรรถนะ2)

(พอเพียง7:สงั คม)(10 นาที) - ใบงาน mind

2.นักเรียนแบง่ กลุ่มชว่ ยกนั ระดมความคิดเพื่อบันทึกความเห็นของกลุ่มลงใน mapping เร่ือง

สมุดเพ่ือตอบข้อซักถามของครวู า่ พลงั งานจลน์

“ขอ้ ดขี องการไม่จอดรถยนต์ใต้ตน้ มะพรา้ วในแง่ของวิชาฟิสกิ ส์คืออะไร” -ขอ้ สอบตามแนว

(yellow hat)(สมรรถนะ4)(พอเพียง2:ความมีเหตุผล)(5นาที) Pisa เร่อื ง

3.นักเรียนตวั แทนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอความคิดเหน็ ของกลุ่ม(สมรรถนะ3) พลงั งานจลน์

(10 นาท)ี

4.นกั เรยี นฟงั ครอู ธบิ ายความรแู้ ละยกตัวอย่างการคำนวณเรอ่ื งพลงั งานจลน์

โดยใช้power point ประกอบการเรยี นรู้ (15 นาท)ี

5.นกั เรยี นทำใบงาน เร่อื ง พลังงานจลน์จากนั้นนักเรยี นและครรู ว่ มกนั

วเิ คราะห์โจทย์เฉลยใบงาน (30 นาที)

6.นกั เรยี นศึกษาความรู้จากชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้เร่อื งพลงั งานจลน์แล้ว

เขยี นสรุปความรใู้ นรปู แบบของผังมโนทัศนล์ งในใบงาน mind mapping

(คดิ 9:คิดเชงิ มโนทัศน์)(พอเพยี ง3:การมีภูมคิ มุ้ กนั ท่ดี ีในตัวเอง)(20นาที)

7.นักเรยี นพิจารณาไตรต่ รองหาคำตอบอย่างมเี หตผุ ลเกีย่ วกับพลงั งาน โดย

ทำใบงานตามแนวPisa เรอ่ื งพลงั งานและเฉลยร่วมกนั (คิด4:คิดอยา่ งมี

วจิ ารณญาณ)(สมรรถนะ2)(พอเพียง2:ความมเี หตผุ ล)(15นาที)

Reflective thinking(5 นาที)

-บอก 1 สิ่งท่สี ามารถนำความรู้ท่ีได้จากการเรยี นไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน

อยา่ งไร?

-ข้อสอบ/แบบทดสอบ 1ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 3

ขอ้ สอบ
ทมี่ า: Physics Online II http://www.pec9.com

1. (มช 28) รถยนต์หนัก 2000 กโิ ลกรัม วง่ิ ดว้ ยความเรว็ 72 กโิ ลเมตรตอ่ ชั่วโมง พลงั งาน
จลนข์ องรถคันนั้นมีค่าเทา่ กับก่จี ลู

ก. 51.84 x105
ข. 105
ค. 2x105 จลู
ง. 4x105
(ข้อ ง)
วธิ ีทำ

ขอ้ สอบแนว Pisa เรอื่ ง พลังงานจลน์

รูปภาพประกอบเรือ่ ง พลงั งานจลน์

ใบความรู้ เร่อื ง พลังงาน ( Energy )

ในวิชาฟิสิกส์กำหนดว่า พลงั งานเป็นสมบตั ิอย่างหน่ึงของระบบ ทบี่ ง่ ถงึ ขีดความสามารถในการทำงาน
พลงั งานมีหลายรูปแบบ เชน่ พลังงานกล พลังงานเคมี พลังงานแผ่รงั สี พลงั งานไฟฟ้า พลังงาน
นิวเคลียร์ เปน็ ตน้

พลังงานต่างๆจะมคี วามสมั พันธร์ ะหว่างกัน ในทางฟสิ กิ สจ์ ำแนกพลงั งานกลออกเปน็ 2 ประเภท คือ
พลังงานจลน์ และ พลงั งานศักย์

พลังงานจลน์ ( Kinetic Energy , Ek )

พลังงานของวัตถุทกี่ ำลงั เคลอ่ื นที่ เรียกวา่ พลังงานจลน์ ( Ek )

Ek = 1 mv 2
2

เม่อื Ek = พลงั งานจลน์ของวตั ถุ มหี น่วยเป็น จูล ( J )
m = มวลของวตั ถุ มีหนว่ ยเป็น กิโลกรมั ( kg )
v = ความเร็วของวัตถุ มีหนว่ ยเป็น เมตรตอ่ วินาที ( m/s )

ตัวอยา่ ง ลกู ปนื มวล 0.002 กโิ ลกรมั เคล่อื นที่ออกจากลำกลอ้ งปืนซ่ึงยาว 0.80 เมตร ด้วยอัตราเร็ว 400 เมตร
ต่อวินาที จงหาพลังงานจลน์ของลูกปืน

วิธที ำ Ek = 1 mv 2
2

Ek = ½ ( 0.002 )( 400 )2

Ek = 160 J

ใบงาน เรอื่ ง..

คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนเตมิ ในชอ่ งว่างและแสดงวิธที ำให้ถูกต้อง

1. เราจะทราบได้อย่างไรวา่ วัตถุใดมพี ลังงานหรือไม่………………………………………………………..

2. วัตถทุ กี่ ำลังเคลือ่ นที่ด้วยอตั ราเรว็ มพี ลงั งานชนิดใด…………………………………………………….

3. พลังงานจลน์จะมากหรือน้อยขน้ึ อยกู่ ับอะไร…………………………………………………………….…

4. งานของแรงลพั ธ์ที่กระทำต่อวัตถจุ ะเท่ากับ………………………………………………………………..

5. พลงั งานจลน์ มีหน่วยเป็น………………………………………………………………………………………..

6. ยกตวั อยา่ งพลงั งานจลนใ์ นชวี ิตประจำวนั 1 ขอ้ ................................................................

7. ลูกปืนมวล 0.15 กิโลกรัม เคลื่อนออกจากลำกล้องปืนซึ่งยาว 0.60 m ด้วยอัตราเร็ว 20 m/s จงหา

พลงั งานจลนข์ องลกู ปนื

วธิ ที ำ จาก Ek = 1 mv2
2

Ek = 1 ( …… )(…….. )2 = …………. จูล
2

8. ลกู ปืนมวล 0.002 กโิ ลกรมั เคลอ่ื นที่ออกจากลำกลอ้ งปนื ซ่ึงยาว 0.80 เมตร ด้วยอตั ราเร็ว 400 เมตรต่อ
วนิ าที จงหาพลังงานจลน์ของลูกปนื (ตอบ 160 J)

9. ลูกปืนมวล 1.0 กรัม เคล่อื นท่ีด้วยอัตราเร็ว 250 เมตร/วนิ าที ไปกระทบเปา้ ซงึ่ เปน็ ไม้ ลกู ปืนจมลงไปใน
เนือ้ ไมล้ กึ 4.0 เซนติเมตร จงหาแรงเฉลี่ยของลูกปนื ทกี่ ระทำต่อไมใ้ นการเคลื่อนทเ่ี ข้าไปในเนื้อไม้

10. ลูกปืนมวล 0.02 กโิ ลกรมั เคลอ่ื นท่ีออกจากลำกล้องปนื ซ่งึ ยาว 0.75 เมตร ดว้ ยอตั ราเรว็ 400 เมตร/วินาที
จงหา แรงที่ดนั ใหล้ กู ปืนหลดุ ออกจากลำกล้องเปน็ ก่ีนิวตนั

ใบงาน เรอ่ื ง พลงั งานจลน์
คำช้ีแจง : จงแสดงวิธที ำให้ถกู ตอ้ ง

1.ลูกปืนมวล 0.15 กิโลกรัม เคลื่อนออกจากลำกล้องปืนซึ่งยาว 0.60 m ด้วยอัตราเร็ว 20 m/s จงหา
พลังงานจลน์ของลูกปืน

2.ลกู ปนื มวล 0.5 กิโลกรัม เคลื่อนออกจากลำกลอ้ งปนื ซ่ึงยาว 0.50 m ด้วยอัตราเรว็ 30 m/s จงหา
พลงั งานจลนข์ องลกู ปืน

3.ลูกปนื มวล 1.0 กรัม เคล่ือนทีด่ ้วยอัตราเร็ว 250 เมตร/วินาที ไปกระทบเป้าซึง่ เป็นไม้ ลกู ปืนจมลงไปใน
เนือ้ ไม้ลึก 4.0 เซนติเมตร จงหาแรงเฉลีย่ ของลกู ปนื ทีก่ ระทำต่อไม้ในการเคลอ่ื นท่ีเขา้ ไปในเน้ือไม้

4.ลกู ปืนมวล 0.02 กโิ ลกรัม เคล่ือนท่ีออกจากลำกล้องปนื ซึ่งยาว 0.75 เมตร ด้วยอัตราเร็ว 400 เมตร/
วนิ าที จงหา แรงทีด่ ันใหล้ ูกปืนหลุดออกจากลำกลอ้ งเป็นก่ีนิวตนั

5.นายฟกั ทิ้งขวดมวล 0.5 กิโลกรัม จากหลังคาบ้านครใู หญ่ ซึง่ สงู 12 เมตร ใหต้ กอย่างอิสระ ถา้ ขวดเหลา้
ตกลงมาได้ทาง 31 ของทางท้ังหมด จะมีพลังงานจลน์เท่าใด(ตอบ:20)

ชอื่ -สกลุ การตรวจให้คะแนนใบงาน/แบบฝึกหดั แบบอัตนัย ผลการ
ขอ้ รวม ประเมนิ

ลำดับท่ี ผา่ น/

ไมผ่ ่าน

123 45

1 4 คะแนน
3 คะแนน
2 2 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนน
1. แสดงวิธที ำชดั เจน สมบรู ณ์ คำตอบถูกต้อง 0 คะแนน
2. แสดงวธิ ที ำไมช่ ดั เจน แนวทางถูกต้อง คำตอบถกู ต้อง
3. แสดงวธิ ที ำไมช่ ดั เจน คำตอบถกู ตอ้ ง หรอื แสดงวิธีทำชัดเจน

คำตอบไม่ถกู ต้อง
4. แสดงวธิ ีทำไม่ชัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบไม่ถกู ต้อง

หรือ ไม่แสดงวธิ ีทำ แตค่ ำตอบถกู ต้อง
5. ไมแ่ สดงวิธีทำ และคำตอบไมถ่ กู ต้อง

เกณฑ์การประเมิน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

16-20 ดีมาก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรับปรุง

➢ เกณฑ์การสรปุ ผลการประเมิน นกั เรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ข้ึนไป ผา่ น

ใบงาน
เรอ่ื ง

.....................................................................................................

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนสรุปความรู้ในรูปแบบของ mind mapping

แบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คำชีแ้ จง : ให้ผูส้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Mind mapping

ช่ือ-สกุล รปู แบบ เน้ือหา นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ผ่าน/ไมผ่ า่ น
ประเมิน

ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมนิ
................/................/................

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นได้ระดับคุณภาพที่ พอใช้ ขึน้ ไปถือวา่ ผา่ น


Click to View FlipBook Version