ใบงาน Wed Diagram เรื่อง โมเมนตมั การดล
ใบควำมรู้ เรื่อง กำรดล และแรงดล
การดลและแรงดล (Impulse ; Impulsive Force)
u v
F m F m
t=0 t=t
วตั ถมุ วล m ไดร้ บั แรงกระทา F เคลื่อนท่ีบนพนื้ ราบจากความเรว็ ตน้ u เป็นความเรว็ v ในเวลา t
จากกฎขอ้ 2 ของนิวตนั F = m a a = v − u
t
จะไดว้ า่ … F = m v − u
t
F = mv − mu
t
- แรงท่ีกระทากบั วตั ถใุ นชว่ งเวลาสน้ั ๆ เรยี กวา่ แรงดล (Impulsive Force)
- แรงลพั ธค์ ณู กบั เวลา ( F t) เรียกว่า การดล (Impulse)
I = F t = m v - m u
การดล (I) แยกพิจารณาเป็น 2 แบบ
1. การดลเนื่องจากแรงคงที่ ถา้ มีแรงคงท่ีกระทากบั วตั ถจุ ะไดก้ ารดลเทา่ กบั ผลคณู ของแรงลพั ธ์
กบั เวลา มหี น่วยเป็น นิวตนั .วินาที
I = Ft
การดลของแรงท่มี ขี นาดคงท่ี ถา้ ขนาดของการดลของแรงมคี ่าเป็นบวก แสดงว่าโมเมนตมั ของวตั ถุท่ี
เรากาลงั พิจารณามีคา่ เพมิ่ ขึน้ ถา้ เป็นลบแสดงวา่ โมเมนตมั ของวตั ถจุ ะมีค่าลดลง และถา้ การดลมคี ่าเป็น
ศนู ย์ กห็ มายถงึ ไม่มกี ารออกแรงกระทากบั วตั ถเุ ลย
2. การดลเนื่องจากแรงไม่คงท่ี ถา้ มแี รงไม่คงท่ีกระทากบั วตั ถจุ ะไดก้ ารดลมีค่าเท่ากบั พนื้ ท่ใี ตก้ ราฟ
ระหว่างแรงกบั เวลา F
I = พนื้ ทใี่ ต้กราฟของ F และ t 0 t
การดลเน่อื งจากแรงไม่คงท่ี แยกการพิจารณาเป็น 2 แบบ คือ
2.1 ถา้ มีแรงไม่คงท่เี พยี งแรงเดยี วกระทากบั วตั ถุ จะไดก้ ารดลเทา่ กบั พนื้ ท่ใี ตก้ ราฟ F กบั t
2.2 ถา้ มีแรงคงท่ีและไมค่ งท่ีกระทากบั วตั ถุ จะไดก้ ารดลเท่ากบั ผลรวมของพนื้ ท่ใี ตก้ ราฟ โดยแรงท่ีมีทศิ ตาม
กนั การดลจะเท่ากบั ผลบวกของพนื้ ท่ใี ตก้ ราฟ แรงท่ีมีทิศตรงขา้ มกนั การดลจะเทา่ กบั ผลต่างของพนื้ ท่ใี ต้
กราฟ
การดลท่เี ราพบบอ่ ยๆนนั้ เป็นการดลท่แี รงมีค่ามากมากระทากบั วตั ถใุ นชว่ งเวลาสนั้ ๆ เช่น รถยนตช์ น
กนั การตีลกู เทนนสิ การตีลกู ปิงปอง การตอกตะปดู ว้ ยคอ้ น ลกู บิลเลียดชนกนั เป็นตน้
แรงดล หมายถึงแรงท่กี ระทากบั วตั ถใุ นช่วงเวลาสน้ั ๆ หาไดจ้ ากสมการ
F = mv mu มหี น่วยเป็น นิวตนั
t
F = I แรงดล = กำรดล
t เวลำ
แรงดลไม่ใช่เป็นแรงใหม่อะไร ความจริงคือแรงภายนอกท่ีกระทากับวัตถุดังกล่าวมาแลว้ มีขอ้
แตกต่างกนั เพียงเวลาท่ีแรงกระทากับวัตถกุ ับวตั ถุตอ้ งเป็นเวลาสน้ั ๆ จึงเรียกช่ือใหต้ ่างออกไปเสียใหม่ว่า “
แรงดล ” หน่วยท่ีใชก้ ็เป็นหน่วยเดียวกัน สตู รท่ีใชก้ ็เป็นสตู รเดียวกนั มีส่ิงท่ีควรสงั เกต ถา้ mv – mu (การ
เปลย่ี นแปลง โมเมนตมั ) นนั้ เทา่ เดมิ แต่ t มคี า่ นอ้ ย เราจะไดค้ ่า F มากขนึ้ เช่น ถา้ mv – mu มีค่า 1 หน่วย
และ t เท่ากบั 1 วินาที จะมีค่า 1 หน่วย แต่ถา้ เราใช้ t เท่ากบั 1 วินาที F จะมีค่าเป็น 100
100
หนว่ ย มากขนึ้ กวา่ เดิมถงึ 100 เทา่
ตวั อย่าง 1 วตั ถมุ วล 3 กิโลกรมั กาลงั เคลือ่ นท่ดี ว้ ยความเรว็ 8 เมตร/วนิ าที เม่ือมแี รงคงท่กี ระทากบั วตั ถใุ นทศิ ตรงขา้ ม
กบั ทศิ การเคลื่อนท่ขี องวตั ถเุ ดมิ เป็นเวลานาน 0.02 วินาที และทาใหว้ ตั ถมุ คี วามเรว็ เป็น 4 เมตร/วนิ าที ในทิศของแรง
กระทา จงหาขนาดของ
ก. แรงดลท่ีกระทากบั วตั ถุ ข. การดลท่กี ระทากบั วตั ถุ
u = -8 m/s v = +4 m/s
3 Kg F 3 kg F
วธิ ีทา F = mv mu
ก. จากสตู ร t
แทนค่า…
F = (3)(+4) (3)( 8) = + 1800 N
0.02
แรงดลท่กี ระทากบั วตั ถเุ ป็น 1800 นวิ ตนั มที ศิ ทางไปทางขวามือ
ตอบ
ข. จากสตู ร Ft = mv – mu
แทนค่า… Ft = (3)(+4) - (3)(-8)
= + 36 N.s
การดลท่ีกระทากบั วตั ถมุ ีคา่ เท่ากบั +36 นวิ ตนั .วนิ าที มีทศิ ทางเดยี วกบั แรงดล
ตอบ
ตวั อยา่ ง 2 จากรูปเป็นกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างแรงกบั แรง(N)
เวลาของวตั ถหุ น่ึง
20
ก. ขนาดของการดลท่กี ระทาต่อวตั ถใุ นช่วง 10 x10-2 วนิ าทีแรก 10
ข. ขนาดของแรงดลท่กี ระทาต่อวตั ถใุ น 10 x10-2 วนิ าทีแรก 0 5 เวลา ( x10-2 s)
10
วิธที า ก. ขนาดของการดลท่ีกระทาตอ่ วตั ถใุ นช่วง 10 x10-2 วินาทีแรก
I = พนื้ ทีใ่ ต้กราฟ
I = 1 xฐานxสงู = 1 x10x20
2 2
I = 100 N.s
ข. ขนาดของแรงลพั ธท์ ่กี ระทาต่อวตั ถใุ น 10 x10-2 วินาทแี รก
F = I
t
แทนค่า… F= 100 = 1,000 N
10x10-2
ตวั อย่างโจทย์
ใบงาน เรอื่ ง การดลและแรงดล
1. ลูกปืนมวล 20 กรัม เคลื่อนท่ีด้วยอัตราเร็ว 240 เมตร/วินาที กระทบกล่องท่ีทาดว้ ยไม้ แลว้
เคล่ือนท่ีเขา้ ไปในกล่อง และหยดุ น่ิง ในเวลา 1.5 10- 4 วินาที จงหาค่าการดลท่ีเกิดจากกล่อง
ไมแ้ ละแรงตา้ นเฉล่ยี ของกลอ่ งไมท้ ่กี ระทาตอ่ ลกู ปืน
2. ลกู กลมลกู หนึ่งมวล 2 กิโลกรมั เคลือ่ นท่ดี ว้ ยอตั ราเรว็ 1 เมตร/วินาที ไปกระทบผนงั แลว้ กระดอน
กลบั ดว้ ยอตั ราเร็ว 1 เมตร/วินาที ถา้ แรงเฉล่ียท่ีกระทาต่อผนงั ในช่วงเวลาท่มี ีการชนเป็น 4 นิวตนั
การดลท่เี กดิ ขนึ้ และเวลาของการดลดงั กลา่ วมคี า่ เท่าใด
3. ชายคนหนึ่งมวล 60 กิโลกรมั ขบั รถยนตไ์ ปทางถนนตรงสายหนึ่งดว้ ยอตั ราเรว็ คงท่ี 60 กิโลเมตร/
ช่วั โมง ไปทางทิศเหนอื ถา้ เขาบงั คบั ใหร้ ถหยดุ ไดภ้ ายในเวลา 10 วนิ าที จงหาการดลและแรงเฉลี่ย
ท่กี ระทาตอ่ ชายผนู้ นั้
4. จากรูปเป็นกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างโมเมนตมั กบั โมเมนตมั (kg.m/s)
เวลาของวตั ถหุ น่งึ
ก. ขนาดของการดลท่ีกระทาตอ่ วตั ถใุ นช่วง 5 วินาทแี รก 20
10
เวลา (s)
0 5 10
ข. ขนาดของแรงลพั ธท์ ่กี ระทาต่อวตั ถใุ น 5 วินาทีแรก
ชอื่ -สกลุ การตรวจใหค้ ะแนนใบงาน/แบบฝึกหัดแบบอัตนยั ผลการ
ข้อ รวม ประเมิน
ลำดับที่ ผ่าน/
ไมผ่ า่ น
12345
1
2
3
4
เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน
1. แสดงวธิ ที ำชดั เจน สมบรู ณ์ คำตอบถกู ต้อง 3 คะแนน
2. แสดงวธิ ีทำไมช่ ัดเจน แนวทางถกู ตอ้ ง คำตอบถกู ต้อง 2 คะแนน
3. แสดงวิธที ำไมช่ ัดเจน คำตอบถกู ต้อง หรอื แสดงวิธีทำชดั เจน
1 คะแนน
คำตอบไม่ถกู ต้อง
4. แสดงวธิ ที ำไม่ชัดเจน แนวทางถูกตอ้ ง คำตอบไมถ่ กู ตอ้ ง 0 คะแนน
หรอื ไมแ่ สดงวิธีทำ แต่คำตอบถูกต้อง
5. ไมแ่ สดงวิธีทำ และคำตอบไม่ถกู ตอ้ ง
เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
16-20 ดมี าก
11-15 ดี
6-10 พอใช้
0-5 ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมนิ
นกั เรียนไดร้ ะดับคณุ ภาพ พอใช้ ขึ้นไป ผ่าน
ใบงาน Diagram
เรอื่ ง …………………………………………………………………..
คำช้แี จง ให้นกั เรียนสรุปความรู้เร่ืองท่เี กีย่ วข้องในรปู แบบของ Web diagram
แบบประเมินใบงาน Diagram
คำชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Diagram
ชื่อ-สกุล รูปแบบ เนอ้ื หา นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ท่ี ของผ้รู ับการ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ
ผา่ น/ไมผ่ า่ น
ประเมนิ
ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรบั ปรุง
นักเรียนไดร้ ะดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Diagram
เกณฑ์การ ระดับการประเมิน
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรุง)
- มีหัวขอ้ ทชี่ ัดเจน - มีหวั ขอ้ ที่ชดั เจน
เนอื้ หา - เขียนอยใู่ นกรอบ - มหี วั ขอ้ ที่ชดั เจน - มหี วั ข้อทชี่ ัดเจน - เขียนอย่ใู นกรอบ
- ใช้คำสำคญั ตรงประเดน็
การนำเสนอ - ใชส้ ัญลักษณห์ รอื ภาพสือ่ - เขียนอย่ใู นกรอบ - เขยี นอยใู่ นกรอบ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ
ท่ีกำหนดตำ่ กว่า 59%
ความ ความหมาย - ใชค้ ำสำคัญตรงประเด็น - ใชค้ ำสำคญั ตรงประเด็น - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา
สวยงาม - ใช้สีสันทัว่ แผน่ ต่ำกว่า 59%
การตรงตอ่ - เนื้อหาครบถ้วนตามสาระที่ - ใชส้ ัญลกั ษณห์ รอื ภาพสอ่ื - มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล
เวลา ตำ่ กว่า 59%
กำหนด 100% ความหมาย
- เขยี นถูกต้องตามหลักภาษา - สามารถพดู นำเสนอได้
- เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม
100%
- ลำดับหัวขอ้ เนอ้ื หาชดั เจน กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% อกั ขระตำ่ กวา่ 59%
- มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา
สมเหตุสมผล 100% - ใชส้ สี นั สวยงามหรือเปน็ ไป
- พดู ชดั เจนเสยี งดงั ฟังชดั 80-99% 60-79% ตามเกณฑ์อยา่ งใดอย่างหน่ึง
- ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม
- ลำดับหวั ขอ้ เนื้อหาชดั เจน - มีการสรุปได้อย่าง - ส่งผลงานครบถว้ น
อักขระ100% แต่ชา้ กวา่ เวลาท่กี ำหนด
- บคุ ลกิ ภาพดีและมคี วาม - มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง สมเหตสุ มผล 60-79% 15 นาที
มั่นใจ สมเหตสุ มผล 80-99%
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ
- พูดชัดเจนเสียงดังฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม
- ใช้สีสนั สวยงาม
- มีความสะอาด อกั ขระ80-99% อกั ขระ60-79%
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์
- ความเป็นระเบียบอา่ นงา่ ย - บุคลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- ส่งผลงานครบถว้ น
ตรงตามเวลาท่ีกำหนด - ความพรอ้ มในการนำเสนอ
ได้บางสว่ น
- ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามและมีความ
- มีความสะอาด สะอาด
- มคี วามคิดสร้างสรรค์
- สง่ ผลงานครบถ้วน
- ส่งผลงานครบถ้วน แต่ชา้ กว่าเวลาทก่ี ำหนด
แตช่ า้ กวา่ เวลาทกี่ ำหนด 10 นาที
5 นาที
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ โมเมนตัม หนว่ ยย่อยท่ี 2
เรื่อง การชนใน 1 มิติ เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ที่ทำการสอน ผ้สู อน นางกนกพร คำเรือง
1. สาระสำคัญ 2. ผลการเรียนรู้
การชน หมายถงึ การท่ีวตั ถุหนงึ่ ไปกระทบกบั อีกวัตถุหน่งึ ในชว่ ง ขอ้ 5. สำรวจตรวจสอบและวิเคราะห์
สน้ั ๆ หรืออาจจะไม่กระทบกันแตม่ ีแรงมากระทำ เช่น ตลี ูกบอล ยงิ เก่ยี วกับการชน และนำความรู้ที่ไดไ้ ป
ปืน ระเบดิ เปน็ ต้น อธิบายปรากฏการณท์ ี่เกดิ ข้นึ ใน
ชวี ิตประจำวันได้
การชนแบบ 1 มิติ คอื การชนของวตั ถุท่ีอยใู่ นระนาบเดียวกนั
เมื่อมีการชนแลว้ การเคลื่อนที่ของวตั ถุทงั้ สองก็จะอยู่ในแนวเดยี วกนั
เน่อื งจากเปน็ การชนผ่านจุดศูนย์กลางมวล
3. สาระการเรยี นรู้ 4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
การชนใน 1 มิติ
- ข้อสอบตามแนว Pisa เร่ือง
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น การชน
- สมรรถนะในการคิด - ใบงาน creative thiking เรื่อง การ
- สมรรถนะในการแกป้ ัญหา ออกแบบรถยนต์เพ่ือลดอบุ ัติเหตบุ นท้อง
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี ถนนยุคอนาคต
6. เคร่ืองมือการคิด
- six thinking hats(White hat)
- creative thiking
กิจกรรมการเรยี นรู้
7.ขัน้ ของกิจกรรม 8.สอ่ื 9.วธิ กี ารวดั ผล
Do Now(3นาที) - คลิปวีดโี อ เรือ่ ง การ - ประเมนิ ข้อสอบ
บอกอุบตั เิ หตทุ ่ีมกั เกิดบรเิ วณหน้าโรงเรียนของเรา
Purpose(2 นาที) ชนในหนึง่ มิติ จาก ตามแนว Pisa
เราจะเรยี นเรื่องการชน เพื่อนักเรยี นสามารถวิเคราะห์เก่ียวกบั การ
ชนนำและความรู้ไปอธิบายปรากฏการณ์ในชีวติ ประจำวันได้ https://www.youtu เรือ่ ง การชน
Work mode (110 นาที) be.com/watch?v=e -ประเมนิ ใบงาน
creative thiking
m5QdbF_rF0 เร่อื ง การ
ออกแบบรถยนต์
1.นักเรยี นดคู ลิปวีดีโอ เร่ือง การชนในหน่ึงมติ ิและอภิปรายโตแ้ ย้ง - ใบความรู้ เร่ือง การ เพื่อลดอบุ ตั ิเหตุ
ขอ้ มูลร่วมกัน (คิด3:คิดวิพากษ์)(พอเพยี ง7:สังคม)(10นาที) ชน บนท้องถนนยคุ
2. นักเรยี นฟงั ครูใหข้ ้อมูลเพ่ิมเตมิ จากการดคู ลปิ วีดโี อ เร่ืองการชน -ใบงาน creative อนาคต
(10 นาท)ี thiking เรอื่ ง การ
3. นกั เรยี นตอบคำถาม“การท่ลี ูกเปตองกระทบกันจะเกดิ อะไรขน้ึ ” ออกแบบรถยนต์เพ่ือลด
(พอเพียง2 ความมีเหตุผล) (White hat) (5นาท)ี อบุ ตั ิเหตุบนท้องถนนยุค
4. นักเรียนศกึ ษาใบความรู้เร่ืองการชนจากใบความรู้ (15 นาที) อนาคต
5. นกั เรียนแบง่ กลุ่มและเลือกตวั อยา่ งการชนกนั ของวัตถุใน - ข้อสอบตามแนว Pisa
ชีวิตประจำวนั กลุ่มละ 1 ตวั อย่าง(ครกู ำหนดสถานการณใ์ ห้) เร่อื ง การชน
และระดมความคิดทำใบงาน creative thiking เรื่อง การออกแบบ
รถยนตเ์ พื่อลดอุบัตเิ หตบุ นท้องถนนยคุ อนาคต(คิด 8 คิดสร้างสรรค)์ - แบบทดสอบออนไลน์
(สมรรถนะ 2)(สมรรถนะ 4)(30 นาท)ี
6. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนนำเสนองานหนา้ ช้ันเรยี น
(สมรรถนะ 3)(10 นาท)ี
7. นักเรียนฟงั ครูให้ความรู้การคำนวณโจทย์และทำแบบทดสอบ
ออนไลน์ เรอ่ื งคำนวณหาค่าการชนอยา่ งงา่ ย(คิด5:คดิ แกป้ ัญหา)
(20 นาท)ี
8. นกั เรยี นศึกษาข้อมลู และทำใบงานตามแนว Pisa (10นาที)
Reflective thinking (5 นาที)
-บอก 1 สง่ิ ท่นี ักเรียนไดร้ ับจากการเรยี นวนั นี้
-ขอ้ สอบ/แบบทดสอบ 1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 8
ข้อสอบ
Physics Online II http://www.pec9.com สบื ค้น 2665
1. นกั บอลแตะลูกบอลมวล 0.5 กิโลกรมั ทำใหล้ กู บอลเคล่ือนท่ีดว้ ยอตั ราเรว็ 20 เมตรต่อ
วินาที เข้าชนฝาผนงั ในแนวตั้งฉาก แล้วสะท้อนกลบั ออกมาในแนวเดิมดว้ ยอตั ราเรว็ 20
เมตรต่อวนิ าทีเท่ากัน จงหาการดลของลกู บอล (20 kg . m/s)
วิธีทำ
Physics Online II http://www.pec9.com บทที่ 6 โมเมนตมั และ การดล
1.วัตถุ 2 กอ้ น มวล 2 กโิ ลกรมั และ 4 กิโลกรมั ตามลำดบั ถ้ากอ้ นแรกเคลอื่ นที่ไปทาง
ทศิ ตะวันออกดว้ ยความเรว็ 5 เมตร/วินาที พ่งุ เข้าชนก้อนที่ 2 ซงึ่ อยนู่ ิ่งให้เคล่ือนทไี่ ปทาง
ทศิ ตะวนั ออกด้วยความเรว็ 2 เมตร/วนิ าที แล้วกอ้ นแรกจะเหลอื ความเร็วเท่าใด (1 m/s )
ใบควำมรู้ เร่ือง กำรชน
กำรชน ( Collision )
กำรชน หมำยถึง กำรที่วตั ถหุ น่ึงกระทบกบั อีกวตั ถหุ น่ึงในช่วงเวลำสนั่ ๆ ( กำรชนกนั ของรถ กำร
กระทบกนั ของลูกตมุ้ กบั เสำเขม็ กำรตีเทนนิส ตีปิ งปอง ตีกอลฟ์ กำรเตะลกู บอล )หรือในบำงคร้ังวตั ถอุ ำจ
ไมต่ อ้ งกระทบกนั แตม่ ีแรงมำกระทำตอ่ วตั ถแุ ลว้ ใหผ้ ลเหมือนกบั กำรชน ( กำรระเบิดของวตั ถุระเบิด กำร
ยงิ ปื น )
การชนขณะท่มี ีแรงภายนอกมากระทำน้อยมากเมือ่ เทยี บกบั ขนาดแรงดล โมเมนตัมของระบบจะมี
ค่าคงที่ เชน่ การชนของลูกสนุกเกอร์
การชนขณะทม่ี ีแรงภายนอกมากระทำมากเมอื่ เทยี บกับขนาดแรงดล โมเมนตัมของระบบจะมีคา่ ไม่
คงที่ เชน่ รถยนต์ชนตน้ ไม้
ถา้ หากพจิ ารณาทิศทางของการชนเป็นหลักแล้ว ในบทเรยี นนี้จะมีการชนสองรูปแบบคือ
* การชนแบบ 1 มติ ิ คือ การชนของวตั ถุที่อยูใ่ นระนาบเดียวกนั เมอ่ื มีการชนแล้วการเคลื่อนทีข่ องวัตถุท้ังสองก็
จะอยูใ่ นแนวเดยี วกัน เน่อื งจากเป็นการชนผา่ นจดุ ศูนย์กลางมวล
* การชนแบบ 2 มติ ิ คือ การชนของวัตถุท่ีอยใู่ นระนาบเดียวกัน เมือ่ มีการชนแลว้ การเคลื่อนท่ีของวัตถุทั้งสอง
จะไม่อยู่ในแนวเดยี วกัน การชนในแบบ 2 มิตินน้ั จะมีโมเมนตมั คงเดิม แต่พลงั งานจลน์จะคงเดิมหรือไม่
แลว้ แตก่ รณี เราจึงแบง่ การชนเปน็ 2 ประเภท คือ
1. การชนแบบยดื หยุน่ คอื การชนทไ่ี ม่มกี ารสูญเสยี พลังงานจลน์
ผลรวมของโมเมนตัมกอ่ นชน = ผลรวมของโมเมนตมั หลงั ชน
และ
พลังงานรวมกอ่ นชน =พลงั งานรวมหลังชน
การชนกันของวตั ถเุ มอ่ื ความเรว็ อยใู่ นแนวผา่ นจุดศูนยก์ ลางมว
การชนในแนวเสน้ ตรงเมื่อวตั ถุถูกชนอยู่นง่ิ จะได้
2. การชนแบบไม่ยืดหยุ่น คือ การชนทีพ่ ลังงานจลน์ไม่คงที่
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน = หลังชนผลรวมของโมเมนตัม
แต่
พลงั งานรวมก่อนชน ไม่เทา่ กบั พลงั งานรวมหลงั ชน
จากกฎการอนุรกั ษ์โมเมนตมั การชนแบบไมย่ ืดหยนุ่ มคี วามสัมพันธ์ ดงั สมการ
จะได้
ตวั อย่าง วตั ถมุ วล 2 กิโลกรมั วงิ่ ดว้ ยความเรว็ 4 เมตรต่อวินาที เขา้ ชนวตั ถมุ วล 1 กโิ ลกรมั ซง่ึ
กาลงั เคลอื่ นท่ดี ว้ ยความเรว็ 2 เมตรต่อวินาที ไปในทิศทางเดยี วกนั ถา้ การชนไมม่ กี ารสญู เสยี พลงั งาน
ความเรว็ ของมวลทงั้ สองหลงั ชนเป็นเท่าใด
วธิ ีทา จาก P กอ่ นชน = P หลงั ชน
m1u1 + m2u2 = m1v1 + m2v2
2 ( 4 ) + 1 ( 2 ) = 2v1 + v2
10 = 2v1 + v2 …………….. ( 1 )
จาก u1 + v1 = u2 + v2
4 + v1 = 2 + v2
2 = v2 - v1 …………….. ( 2 )
(1)–(2) 8 = 3v1
v1 = 8 / 3 m/s
v2 = 14 / 3 m/s
ใบงาน เร่ือง การชน
1.บอลมวล 3 กิโลกรัม เคล่ือนท่ีด้วยความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที เข้าชนกล่องมวล 6 กิโลกรมั ซ่ึงอยู่น่ิง
ภายหลงั ชน บอลหยดุ น่งิ แต่กลอ่ งเคลื่อนท่ตี ่อไปในทิศเดิมดว้ ยความเรว็ ก่ีเมตรต่อวนิ าที
2.มวล 2 กิโลกรมั มีความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที พ่งุ เขา้ ชนมวล 1 กิโลกรมั ซ่งึ สวนมาดว้ ยความเร็ว 2 เมตรต่อ
วินาที ในแนวเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางมวล ภายหลงั การชนมวลทงั้ สองติดกนั ไป จงหาพลงั งานจลนท์ ่ีหายไปเป็น
ก่ีจลู
3. มวล 4 กิโลกรมั มีความเรว็ 3 เมตรต่อวนิ าที พงุ่ เขา้ ชนมวล 2 กิโลกรมั ซ่งึ สวนมาดว้ ยความเรว็ 1 เมตรต่อ
วนิ าที ในแนวเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางมวล ภายหลงั การชนมวลทงั้ สองตดิ กันไป จงหาพลงั งานจลนท์ ่หี ายไปเป็น
ก่ีจลู
4.ลกู ระเบดิ ลกู หนง่ึ มวล 5 กโิ ลกรมั กลิง่ เป็นแนวเสน้ ตรงไปบนพืน้ ราบท่ไี มม่ แี รงเสยี ดทานดว้ ยความเรว็ 2
เมตรต่อวนิ าที ปรากฏว่าลกู ระเบดิ ระเบดิ ออกเป็นสองสว่ นมวลเทา่ กนั โดยสว่ นท่หี นง่ึ เคล่อื นท่ตี ่อไปในแนว
เดมิ ดว้ ยความเรว็ 10 เมตรต่อวินาที ดงั นนั้ อกี สว่ นหนึง่ จะเคลื่อนท่ีอย่างไร
ใบงาน creative thinking
เรอื่ ง..................................................
.........................................................
.........................................................
ช่ือ...............................................................................................................ชน้ั ..........................เลขท่.ี ................
แบบประเมนิ ใบงาน Creative thinking
แบบประเมนิ ใบงาน Creative thinking
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Creative thinking
ลำดบั ท่ี ช่อื -สกุล รปู แบบ เนอ้ื หา นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรุปผลการ
ของผู้รับการ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ประเมนิ (งาน ผา่ น/ไม่ผา่ น
กล่มุ )
ลงช่ือ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรับปรุง
นักเรยี นได้ระดับคุณภาพท่ี พอใช้ ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น
ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Creative thinking
เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมิน
รูปแบบ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรงุ )
- รปู แบบชน้ิ งานถกู ต้อง
เนื้อหา - รปู แบบชิ้นงานถูกตอ้ งตามที่ - รปู แบบชิ้นงานถกู ตอ้ ง - รปู แบบชน้ิ งานถูกต้อง
กำหนด ตามที่กำหนด
การนำเสนอ ตามทีก่ ำหนด ตามท่กี ำหนด
- รปู แบบแปลกใหม่ นา่ สนใจ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระท่ี
ความ - รปู แบบการนำเสนองาน - รูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจ - รปู แบบแปลกใหม่ กำหนดต่ำกว่า 59%
สวยงาม
การตรงตอ่ สามารถสื่อสารไดด้ ี - รูปแบบการนำเสนองาน นา่ สนใจ - เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา
เวลา - รปู แบบสมั พันธก์ ับเนื้อหา ตำ่ กวา่ 59%
- รปู แบบสามารถกระต้นุ การมี สามารถสื่อสารไดด้ ี
- มกี ารสรุปไมส่ มเหตสุ มผล
สว่ นรว่ มไดด้ ี - รปู แบบสัมพนั ธ์กับเนอื้ หา ต่ำกวา่ 59%
- เนอ้ื หาครบถว้ นตามสาระที่
- เนอ้ื หาถูกตอ้ งตามสาระที่ - เน้ือหาถูกต้องตามสาระที่ - สามารถพูดนำเสนอได้
กำหนด 100% - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ ง
- เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา กำหนด 80-99% กำหนด 60-79%
ตามอักขระต่ำกว่า 59%
100% - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขยี นถูกต้องตามหลัก - บคุ ลิกภาพเหมาะสม
- ลำดับหัวข้อเน้อื หาชดั เจน
- มีการสรปุ ได้อยา่ ง 80-99% ภาษา 60-79% - ใช้สสี นั สวยงามหรอื เป็นไป
ตามเกณฑอ์ ยา่ งใดอย่าง
สมเหตสุ มผล 100% - ลำดับหวั ขอ้ เนือ้ หาชดั เจน - มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง หน่งึ
- พดู ชดั เจนเสยี งดังฟงั ชัด
- ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม - มีการสรปุ ได้อยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% - ส่งผลงานครบถ้วน
แต่ชา้ กวา่ เวลาทกี่ ำหนด 15
อักขระ100% สมเหตุสมผล 80-99%
- บุคลกิ ภาพดแี ละมีความ นาที
- พดู ชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม
มั่นใจ
- มกี ารใช้ส่อื ประกอบการ - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง
นำเสนอ อักขระ 80-99% ตามอกั ขระ 60-79%
- ความพร้อมในการนำเสนอ
- ใชส้ สี นั สวยงาม - บคุ ลิกภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- มคี วามสะอาด
- มีความคดิ สร้างสรรค์ - ความพรอ้ มในการนำเสนอ
- ความเปน็ ระเบยี บอ่านงา่ ย
- สง่ ผลงานครบถ้วน ได้บางสว่ น
ตรงตามเวลาที่กำหนด
- ใช้สสี นั สวยงาม - ใช้สีสนั สวยงามและมี
- มีความสะอาด ความสะอาด
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
- สง่ ผลงานครบถว้ น
- ส่งผลงานครบถ้วน แต่ช้ากว่าเวลาท่กี ำหนด 10
แต่ชา้ กว่าเวลาท่กี ำหนด
นาที
5 นาที
ใบงาน การชน และกฎการอนรุ กั ษโ์ มเมนตมั
ชื่อ………………………………………………………ช้ัน…………เลขท่ี……..กล่มุ ท่ี…………
ใหน้ ักเรียนเตมิ คำตอบท่ถี ูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
1. การเคลอื่ นที่ของวตั ถนุ อกจากจะมีโมเมนตัมแลว้ ยงั มีปริมาณอีกอย่างหนง่ึ ในรปู ของพลังงาน คือ
พลงั งานอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………..
1. การชนนัน้ จะมีพลังงานเก่ียวข้อง ผลจะทำให้พลังงานในระบบเปลย่ี นไป เราสามารถจำแนกการชน
โดยยึดหลักในเรื่อง พลังงาน แบง่ การชนไดเ้ ปน็ 2 แบบ
คอื ………………………………………………………………………………………
2. การชนกันของวัตถุ ในระบบหนึ่ง เมื่อไม่คิดแรงภายนอก โมเมนตัมของระบบจะเป็นอย่างไร
..…………………………….
3. ใ น ว ั ต ถ ุ ห น ึ ่ ง ๆ เ ม ื ่ อ เ ก ิ ด ก า ร ช น เ ก ิ ด ข ึ ้ น ป ร ิ ม า ณ ใ ด บ ้ า ง ท ี ่ เ ป ล ี ่ ย น ไ ป
……………………………………………………………
4. เมื่อวัตถุในระบบหนึ่ง เกิดการชนกัน โดยไม่คิดแรงภายนอก ปริมาณใดของระบบไม่
เปลยี่ นแปลง.………………………
5. เมื่อวัตถุในระบบหนึ่ง เกิดการชนกัน โดยไม่คิดแรงภายนอก ปริมาณใดของระบบท่ี
เปล่ยี นแปลง.………………………
6. วัตถุ A มี EK = 20 จูล และ วตั ถุ B มี EK = 15 จูล เม่ือ วัตถุ ท้งั สองชนกัน วตั ถทุ ง้ั สอง มี EK รวมกัน
= 28.5 จ ู ล แ ส ด ง ว ่ า ก า ร ช น ก ั น ข อ ง ว ั ต ถ ุ ท ั ้ ง ส อ ง น ี ้ เ ป ็ น ก า ร ช น แ บ บ
……………………………………………………………………………………
7. วัตถุ A มี โมเมนตัม = 5 N.s และ วัตถุ B โมเมนตัม = 3 N.s เมื่อ วัตถุ ทั้งสองชนกัน วัตถุทั้งสอง
จ ะ ม ี โ ม เ ม น ต ั ม ร ว ม ก ั น ห ล ั ง ช น ม ี ค ่ า ม า ก ก ว ่ า ห ร ื อ น ้ อ ย ก ว ่ า ห ร ื อ เ ท ่ า ก ั บ 8 N.s
……………………………………………………………………….
8. หลังจากที่วัตถุทั้งสองชนกันแล้ว มี EK รวมกัน = 30 จูล โดยวัตถุตัวที่หนึ่ง มี EK = 21 จูล และวัตถุ
ต ั ว ท ี ่ ส อง ม ี EK = 9 จ ู ล แ ส ด ง ว ่ า ก า ร ช น ก ั น ข อ ง ว ั ต ถ ุ ท ั ้ ง ส อ ง น ี ้ เ ป ็ น ก า ร ช น แ บ บ
……………………………………………………………………
9. มีวัตถุทั้งสองเหมือนกันทุกประการ เมื่อชนกันโดย EK ของระบบคงที่ ในแนวไม่ผ่านจุดศูนย์กลางมวล
และมวลถูกชนอยนู่ ง่ิ หลังชนกนั มวลทัง้ สองจะแยกออกจากกนั ทำมุม ……………….เสมอ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9
ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ โมเมนตมั หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2
เรื่อง การชนใน 2 มติ ิ เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ทท่ี ำการสอน ผู้สอน นางกนกพร คำเรือง
1. สาระสำคัญ 2.ผลการเรยี นรู้
การชน หมายถึงการทีว่ ัตถุหนึ่งไปกระทบกบั อีกวัตถุหนึง่ ในชว่ ง ข้อ 5. สำรวจตรวจสอบและวเิ คราะห์
สัน้ ๆ หรอื อาจจะไม่กระทบกันแต่มแี รงมากระทำ เชน่ ตลี กู บอล ยิง เกย่ี วกับการชน และนำความรู้ทไ่ี ดไ้ ป
ปืน ระเบดิ เปน็ ต้น อธิบายปรากฏการณท์ เ่ี กิดขึ้นใน
ชีวติ ประจำวันได้
การชน 2 มิติ การชนที่ศกึ ษามาแลว้ นนั้ เป็นการชนในแนว
เสน้ ตรงหรือการชนใน 1 มติ ิ การชนของวตั ถโุ ดยท่วั ไป่ หลังจากการ
ชนวตั ถทุ ั้งสองอาจจะกระเด็นไปคนละทาง โดยไมอ่ ยใู่ นแนวเสน้ ตรง
เดยี วกนั หรอื เคลื่อนท่ี แยกจากกันในแนวท่ีทำมุมกนั การชนใน
ลกั ษณะนเ้ี รยี กวา่ การชนในสองมติ ิ
3.สาระการเรียนรู้ 4.ชิน้ งาน/ภาระงาน
การชนใน 2 มิติ - ใบงาน compare&contrast เร่ือง
การชน
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น - ใบงาน ranking
- สมรรถนะในการคิด เร่ือง การเลอื กซื้อรถจักรยานยนต์
- สมรรถนะในการแก้ปญั หา เพอื่ ลดอบุ ัติเหตุ
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี 6. เคร่อื งมือการคดิ
- six thinking hats(White hat)
- compare & contrast
กจิ กรรมการเรียนรู้
7. ขั้นของกิจกรรม 8.สอ่ื 9.วธิ กี ารวัดผล
Do Now(3นาที) - คลปิ วดี โี อ เรือ่ ง การ - ประเมินจาก
บอกวธิ ีลดอบุ ัติเหตบุ นท้องถนน คนละ 1 ขอ้ ห้ามซำ้ ชนสองมติ ิ จาก ใบงาน
Purpose(2 นาที) https://www.youtu compare&cont
rast เร่ือง การชน
เราจะเรียนเรอื่ ง การชน เพ่ือนกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์เกี่ยวกบั การ be.com/watch?v=e - ประเมินจากใบ
ชนและนำความรทู้ ี่ได้ไปอธบิ ายปรากฏการณ์ทเี่ กิดขึ้นใน m5QdbF_rF0 งาน ranking
ชีวติ ประจำวนั ได้ - ใบความรู้ เร่อื ง การ เรอื่ ง การเลือกซ้ือ
Work mode (110 นาที) ชน รถจักรยานยนต์
1. นกั เรยี นดูคลิปวีดีโอ เร่อื ง การชนสองมติ ิและอภิปรายโต้แยง้ - ใบงาน เพ่ือลดอบุ ัติเหตุ
ข้อมูล (คดิ 3:คิดวิพากษ์) (10นาท)ี compare&contrast
2. นกั เรียนฟงั ครูให้ข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากการดคู ลปิ วีดโี อ เร่อื งการชน
(10 นาท)ี เร่อื ง การชน
3. นักเรยี นตอบคำถาม “พิจารณาไตร่ตรองวา่ การทลี่ ูกเปตอง - ใบงาน ranking
กระทบกนั จะเกดิ อะไรข้นึ บ้าง” (White hat) (คดิ 4:คดิ อยา่ งมี เรือ่ ง การเลือกซ้ือ
วจิ ารณญาณ)(สมรรถนะ2)(5นาท)ี
4. นกั เรยี นศกึ ษาความรู้เร่ืองการชนจากใบความรเู้ ร่ืองการชน รถจกั รยานยนตเ์ พ่ือ
(15 นาท)ี (พอเพียง3: การมีภูมคิ ุ้มกนั ในตัว)
ลดอบุ ัตเิ หตุ
5. นกั เรียนทำใบงาน compare & contrast เพอื่ เปรยี บเทียบความ
เหมือนและตา่ งกันของการชนทั้งสองแบบ
(คดิ 2 : คิดเปรียบเทียบ)(20 นาท)ี
6. นักเรียนแบง่ กลุม่ ระดมความคิดทำใบงาน ranking หัวข้อ “การ
เลือกซ้ือรถจักรยายานเพื่อลดอบุ ัติเหตุ” (30 นาที)
7.นักเรยี นตวั แทนแตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลงานการ Rankingและ
อภิปรายขอ้ มลู รว่ มกนั (สมรรถนะ3) (20 นาท)ี
Reflective thinking (5 นาที)
-บอก 1 ส่ิงท่นี ักเรียนได้รบั จากการเรยี นวันน้ี
-ข้อสอบ/แบบทดสอบ 1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 9
ข้อสอบ
แบบทดสอบหลังเรียน เรือ่ ง การชนในแนวตรง และการดีดตัวแยกออกจากกนั ของวัตถุ
ทีม่ า : http://www.rmutphysics.com/charud/oldnews/175/Test/Test/postcoll.htm สบื คน้ 2565
1. วตั ถุ A ว่ิงเข้าชนวัตถุ B ท่ีอย่นู ่งิ ในแนวผ่านจุดศนู ย์กลางมวล ผลปรากฏว่า วัตถุ A หยุดนิง่ แตว่ ตั ถุ B
เคลอ่ื นที่ออกไปแล้วหยุด ข้อสรุปใดเหมาะสมทส่ี ดุ
วัตถุ A ถ่ายโอนโมเมนตัมไปยังวตั ถุ B ได้
วตั ถุ A ถา่ ยโอนความเร็วใหก้ ับวตั ถุ B ได้
ไม่มีแรงลัพธภ์ ายนอกกระทำต่อระบบ
เปน็ การชนแบบไมย่ ดื หยุ่น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
- คลปิ วีดโี อ เรอ่ื ง การชนสองมติ ิ
จากhttps://www.youtube.com/watch?v=em5QdbF_rF0
- ใบความรูเ้ รื่อง การชน
ช่ือ...........................................................................................................ชน้ั ..........................เลขท่.ี .........................
ใบงาน Compare & Contrans
เรือ่ ง ..................................................................................
จดุ ประสงค์ :
เกณฑ์ :
เกณฑ์ สงิ่ ทเี่ หมอื น
เกณฑ์ สิ่งท่ีเหมอื น
สรุป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ ..................................................................................................ชนั้ .............................เลขที่...........................
สรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ใบงาน Compare & Contrast
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน compare & contrast
ลำดับท่ี ชื่อ-สกลุ การเขียน เนือ้ หา ความสะอาด การ การตรง รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ ับการ ข้อ เรียบร้อย นำเสนอ ต่อเวลา 20 คะแนน ประเมนิ
ของงาน ผ่าน/ไม่ผา่ น
ประเมนิ เปรียบเทยี บ
ลงช่อื ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
นกั เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Compare & Contrast
เกณฑก์ าร 4 (ดีมาก) ระดับการประเมนิ 1 (ปรับปรุง)
ประเมิน 3 (ดี) 2 (พอใช้)
การเขียน - เขยี นข้อเปรยี บเทยี บ - เขียนขอ้ เปรยี บเทียบ - เขียนขอ้ เปรยี บเทยี บส่งิ - เขยี นข้อเปรยี บเทียบสง่ิ ท่ี
ขอ้ ส่ิงทเี่ หมอื น และตา่ งได้ตรง สิง่ ทีเ่ หมอื น และตา่ งได้ตรง ทเี่ หมอื นและตา่ งไดต้ รง เหมือนและต่างไดต้ รงตาม
ตามประเด็นทกี่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นทีก่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นที่กำหนด/ ประเดน็ ที่กำหนด/หัวข้อ
เปรียบเทียบ อยา่ งถูกต้องสมบรู ณ์ 100 % ได้ถูกตอ้ ง 80-99% หัวขอ้ ได้ถูกต้อง 60-79% ได้ถูกต้องตำ่ กว่า 59%
เน้ือหา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระที่ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระที่ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่
กำหนด 100% กำหนด 80-99% ทก่ี ำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กว่า 59%
ความสะอาด - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลัก
เรียบร้อย 100% 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำกว่า 59%
ของงาน - ลำดบั หวั ข้อเนื้อหาชดั เจน - ลำดบั หัวขอ้ เน้ือหาชัดเจน - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตสุ มผล
- มกี ารสรุปได้อย่าง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำกว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด - มีความสะอาด หรือเปน็ ไปตาม
- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เกณฑ์อย่างใดอยา่ งหนงึ่
- ขนาดตวั อักษรเหมาะสม - ขนาดตัวอักษรเหมาะสม
- มีการเว้นช่องว่างระหวา่ งวรรค - มกี ารเวน้ ช่องวา่ งระหว่างวรรค
เหมาะสม สวยงาม เหมาะสม สวยงาม
- ความเป็นระเบียบอา่ นงา่ ย
การนำเสนอ - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
อักขระ100% อกั ขระ 80-99% อักขระ60-79% อกั ขระตำ่ กว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- ความพร้อมในการนำเสนอได้
และมคี วามม่นั ใจ บางสว่ น
- มีการใช้สื่อประกอบ
การนำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ
การตรงตอ่ - ส่งผลงานครบถว้ น - ส่งผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน
เวลา ตรงตามเวลาท่กี ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาท่กี ำหนด แต่ช้ากว่าเวลาทีก่ ำหนด แตช่ ้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 15
5 นาที 10 นาที นาที
ช่ือ...........................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................
ใบงาน Ranking
เรื่อง..............................................................................
.....................................................................................
คะแนน 5 4 3 2 1
เกณฑ์
สรปุ
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
..................................................................................................................................... ..................................
................................................................................................ .......................................................................
แบบประเมินใบงาน Ranking
คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Ranking
ชอ่ื -สกุล เกณฑ์ เน้ือหา นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ การจดั สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผา่ น/
อันดับ
ประเมนิ ไมผ่ ่าน
ลงชื่อ ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
นักเรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึ้นไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Ranking
เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
เกณฑก์ ารจัด - มีเกณฑ์การจดั อันดับ - มีเกณฑ์การจดั อนั ดับ - มเี กณฑก์ ารจัดอนั ดับ - มเี กณฑก์ ารจัดอันดับ
อันดับ ชดั เจน ชดั เจน ชดั เจน ชดั เจน
- ความเหมาะสมของเกณฑท์ ี่ - ความเหมาะสมของเกณฑท์ ่ี - ความเหมาะสมของเกณฑท์ ี่ - สามารถประยุกตใ์ ชใ้ น
กำหนด กำหนด กำหนด ชวี ติ ประจำวันได้
- สามารถประยกุ ตใ์ ช้ใน - สามารถประยุกต์ใชใ้ น - สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ น ตำ่ ว่า 59%
ชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ ง ชวี ิตประจำวันได้ ชีวติ ประจำวนั ได้
เหมาะสม 100% 80-99% 60-79%
เนื้อหา - เนื้อหาครบถ้วนตามสาระที่ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระท่ี - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระที่
กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดตำ่ วา่ 59%
- เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา
100% 80-99% 60-79% ตำ่ วา่ 59%
- ลำดับหวั ขอ้ เนื้อหาชัดเจน - ลำดับหวั ข้อเนื้อหาชัดเจน - มกี ารสรปุ ไดอ้ ยา่ ง - มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล
- มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ตำ่ วา่ 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
การนำเสนอ - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พูดชัดเจนเสียงดังฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง
อกั ขระ100% อกั ขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอกั ขระต่ำวา่ 59%
- บคุ ลกิ ภาพดีและมคี วาม - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม
ม่ันใจ - ความพรอ้ มในการนำเสนอ
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ ไดบ้ างส่วน
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ
ความสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงาม - ใชส้ ีสันสวยงามและมีความ - ใช้สสี ันสวยงามหรือเป็นไป
- มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด สะอาด ตามเกณฑอ์ ย่างใดอย่าง
- มีความคดิ สร้างสรรค์ - มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ หน่ึง
- ความเป็นระเบียบอ่านงา่ ย
เนือ้ หา - เนือ้ หาครบถว้ นตามสาระที่ - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระที่ - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนอ้ื หาถูกต้องตามสาระท่ี
กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดตำ่ วา่ 59%
- เขยี นถูกตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขยี นถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา
100% 80-99% 60-79% ต่ำวา่ 59%
- ลำดบั หัวขอ้ เนื้อหาชัดเจน - ลำดบั หวั ข้อเนอ้ื หาชัดเจน - มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล
- มีการสรุปไดอ้ ย่าง - มีการสรุปไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 10
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ โมเมนตัม หน่วยย่อยท่ี 2
เรือ่ ง การอนุรักษโ์ มเมนตัม เวลา 2 ช่วั โมง
วันทท่ี ำการสอน ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง
สาระสำคัญ ผลการเรียนรู้
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนของระบบเท่ากบั ผลรวมของ ขอ้ 6. วเิ คราะห์ และคำนวณเกี่ยวกบั กฎ
โมเมนตมั หลงั การชนของระบบเม่อื ไมม่ ีแรงนอกภายนอกมากระทำ การอนรุ ักษโ์ มเมนตัม และนำไปใชใ้ น
เป็นไปตามกฎการอนุรกั ษ์โมเมนตมั ซึ่งกล่าววา่ โมเมนตัมรวมของ ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมะสม
ระบบมคี ่าคงตัว
สาระการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน
กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม - ใบงาน เรื่อง กฎการอนรุ ักษ์โมเมนตัม
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น เครอ่ื งมือการคิด
- สมรรถนะในการคดิ six thinking hats(Yellow hat)
- สมรรถนะในการแกป้ ญั หา
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ของกิจกรรม สอ่ื วธิ กี ารวัดผล
-ประเมนิ จากใบ
Do Now (3นาที) - คลิปวดิ โิ อ เรื่อง การชน งานเร่อื งกฎการ
อนุรักษโ์ มเมนตมั
บอกผลรา้ ยอันเกิดจากการระเบดิ คนละ 1 ข้อ และกฎการอนรุ ักษ์
Purpose (2 นาที) โมเมนตัม
เราจะมาเรยี นเร่ือง กฎการอนุรกั ษ์โมเมนตัม เพื่อให้นักเรียน - อินเตอรเ์ น็ต
วิเคราะห์และคำนวณกฎการอนุรกั ษโ์ มเมนตัมได้อยา่ งถูกต้อง -ใบความรู้ เร่ือง กฎการ
Work mode (110 นาที) อนุรกั ษ์โมเมนตมั
1. นกั เรยี นดูคลิปวดิ ิโอเรอ่ื ง กฎการอนุรกั ษ์โมเมนตมั จากน้ันครู -ใบงาน เรอ่ื ง การอนรุ กั ษ์
เชื่อมโยงความรทู้ เ่ี กย่ี วข้องกบั เหตกุ ารณใ์ นชีวติ ประจำวนั โมเมนตมั
(คิด10:คิดบูรณาการ)(สมรรถนะ 2)(15 นาท)ี - แบบทดสอบออนไลน์
2.นกั เรียนตอบคำถาม “ในชีวติ ประจำเราสามารถนำหลักการ
อนรุ ักษ์โมเมนตมั มาปรับใช้ประโยชน์ด้านใดบ้าง”
(คิด7:คดิ ประยกุ ต์)( Yellow hat) (5 นาท)ี
3. นักเรียนฟงั ครูอธิบายความหมายและการคำนวณ เร่ือง กฎ
การอนุรักษ์โมเมนตัม(15 นาที)
4.นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม 5-6 คน ชว่ ยกนั สืบค้นขอ้ มลู จากใบความรู้ /
อินเตอร์เน็ตเพื่อทำใบงาน เร่ือง กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม
(สมรรถนะ4)(พอเพียง7 สังคม) (30 นาท)ี
5.นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอผลงานกลุ่มละ 2
นาท(ี 10 นาท)ี
6.นกั เรียนทำใบงานเดี่ยว เร่ือง การอนรุ ักษ์โมเมนตัม (15 นาที)
7. นักเรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์ (15 นาที)
8. นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลยแบบทดสอบออนไลน์(5 นาท)ี
Reflective thinking (5 นาที)
- บอกสง่ิ ท่ีได้รับจากการเรียนในคาบน้ี?
- ข้อสอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ที่ 10
คลปิ วิดโิ อ เร่อื ง การชนและกฎการอนรุ ักษโ์ มเมนตมั
ใบความรู้ เรือ่ ง กฎทรงโมเมนตมั
กฎทรงโมเมนตมั กล่าวว่า หากแรงลัพธ์ท่ีกระทำตอ่ วตั ถมุ ีค่าเปน็ ศูนย์ แล้วจะไดว้ ่า
ผลรวมของโมเมนตมั ก่อน = ผลรวมโมเมนตัมตอนหลงั
ΣPก่อน = ΣPหลงั
ตวั อยา่ งโจทย์ การคำนวณเรอื่ ง การชนกฎการอนรุ ักษ์โมเมนตัม
1. บอลมวล 3 กิโลกรมั เคลื่อนท่ีดว้ ยความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที เขา้ ชนกลอ่ งมวล 6 กิโลกรมั ซ่งึ อย่นู ่ิง
ภายหลงั ชน บอลหยดุ น่งิ แตก่ ลอ่ งเคลื่อนท่ตี ่อไปในทิศเดิมดว้ ยความเรว็ กี่เมตรต่อวนิ าที
วธิ ีทา ผลรวมโมเมนตมั ตมั กอ่ นชน เทา่ กบั ผลรวมโมเมนตมั หลงั ชน
P P ก่อนชน = หลงั ชน
m1 v2 + m2 u2 = m1 v1 + m2 v2
( 3 )(…..) + ( 6 )(…..) = ( 3 ) ( …..) + ( 6 )( V2 )
V2
9 =
6
V2 = …….. เมตร ต่อวินาที ตอบ
2. มวล 2 กิโลกรมั มีความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที พ่งุ เขา้ ชนมวล 1 กิโลกรมั ซ่ึงสวนมาดว้ ยความเร็ว 2
เมตรต่อวินาที ในแนวเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางมวล ภายหลงั การชนมวลทงั้ สองติดกนั ไป จงหาพลงั งาน
จลนท์ ่หี ายไปเป็นก่ีจลู
วิธีทา E k ก่อนชน = 1 m1 u12 + 1 m2 u22
2 2
= 1 ( 2 ) ( ….. )2 + 1 ( …… ) ( 2 )2
2 2
= (………..) + (………….) = 11 J
E k หลงั ชน = 1 m1 u1 + 1 m2 v 2 = 1 ( m1+ m2) V2 ……….. ( 1 )
2 2 2 2
หาความเรว็ เม่ือมวลทงั้ สองตดิ กนั ไป จาก
P กอ่ นชน = P หลงั ชน
=
m1 v2 + m2 u2 = m1 v1 + m2 v2
m1 v2 + m2 u2 = m1 v + m2 v
( 2 )(3) + ( 1 )( -2) (2+1)V
(……..) + ( ……..) = 3 V
V = ( ……….. )
แทนค่า V ในสมการ ( 1 )
จะได้ E k หลงั ชน = 1 ( m1+ m2) V2 = 1 ( 3 )(………..)2 = …………. จลู
2 2
พลงั งานจลนห์ ายไป E= k กอ่ นชน E- k หลงั ชน = ( 11 ) - ( ……..) = ………….
จลู
3. ลกู กลม 2 ลกู มวล A และ B มีมวลเท่ากนั A มีขนาดความเร็วก่อน 5 เมตรต่อวินาที และ B อยู่
น่งิ ดงั รูปจงหาขนาดของความเรว็ ของลกู กลมทงั้ สองภายหลงั ชน ตามลาดบั ( เมตรต่อวนิ าที )
เม่อื sin 37 = 3
5
A m A 37
m B m
กอ่ นชน m
B หลงั ชน
mAv mAvAsin37
A mAu 37 mAu mAvA
mcoBsv3B7
B A B
จากกฎการอนรุ กั ษโ์ มเมนตมั P กอ่ นชน mBv mBvB cos53
= P หลงั ชน sin53
ในแนวตงั้ ฉากกบั mAuA mAvAsin37 = mBvB sin53
=
3 v A 4 v B
5 5
vB = 3 vA ……………… ( 1 )
4
ในแนวขนานกบั mAuA mAuA = mAvA cos37 + mBvB cos53
5 = 4 vA + 3 v B
5 5
25 = 4vA + 3vB ……………… ( 2 )
แทน ( 1 ) ใน ( 2 ) 25 = 4vA + 3( 3 vA )
4
vA = ……….. m/s
แทนค่า vA ใน ( 1 ) vB = ……….. m/s
ดงั นนั้ หลงั ชนลกู กลม A และ B จะมคี วามเรว็ (……..) m/s และ (……..) m/s ตามลาดบั
ใบงาน เรอ่ื ง การชน และกฎการอนรุ กั ษ์โมเมนตมั
ชื่อ………………………………………………………ช้ัน…………เลขที่……..กลุ่มที่…………
1. มวล 4 กโิ ลกรมั มีความเรว็ 3 เมตรต่อวนิ าที พ่งุ เขา้ ชนมวล 2 กโิ ลกรมั ซง่ึ สวนมาดว้ ยความเรว็ 1 เมตร
ต่อวินาที ในแนวเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางมวล ภายหลงั การชนมวลทงั้ สองติดกนั ไป จงหาพลงั งานจลนท์ ่ี
หายไปเป็นกี่จลู
2. ลกู ระเบดิ ลกู หนึ่งมวล 5 กิโลกรมั กลง่ิ เป็นแนวเสน้ ตรงไปบนพนื้ ราบท่ไี ม่มีแรงเสยี ดทานดว้ ยความเรว็ 2
เมตรต่อวินาที ปรากฏวา่ ลกู ระเบิด ระเบิดออกเป็นสองสว่ นมวลเท่ากนั โดยส่วนท่หี นงึ่ เคลอื่ นท่ตี ่อไปใน
แนวเดิม ดว้ ยความเรว็ 10 เมตรต่อวนิ าที ดงั นนั้ อีกสว่ นหน่ึงจะเคลอื่ นท่ีอย่างไร
3. วตั ถุ A มวล 5 กิโลกรมั และวตั ถุ B มวล 2 กโิ ลกรมั วางบนพืน้ ท่ไี ม่มคี วามเสยี ดทาน มเี ชอื กผกู ต่อกนั
โดยเชือกไม่ตงึ ดงั รูป ถา้ ออกแรงผลกั วตั ถุ A ใหเ้ รม่ิ เคลื่อนท่ีดว้ ยความเรว็ 14 เมตรต่อวินาที อตั ราเรว็
สดุ ทา้ ยของวตั ถุ A และ B มีคา่ ก่ีเมตรต่อวนิ าที
A
B
4. ลกู กลม 2 ลกู มวล A และ B มมี วลเท่ากนั A มีขนาดความเร็วก่อน 4 เมตรต่อวินาที และ B อยนู่ ่งิ ดงั
รูป จงหาขนาดของความเร็วของลกู กลมทงั้ สองภายหลงั ชน ตามลาดบั ( เมตรต่อวินาที ) เม่ือ sin
37 = 3 กอ่ นชน m A 37
B m
5
m
A B หลงั ชน
m
5. บอลมวล 2 กิโลกรมั เคล่ือนท่ีดว้ ยความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที เขา้ ชนกล่องมวล 5 กิโลกรมั ซ่ึงอยู่น่ิง
ภายหลงั ชน บอลหยดุ น่งิ แตก่ ลอ่ งเคล่อื นท่ตี ่อไปในทิศเดมิ ดว้ ยความเรว็ ก่ีเมตรต่อวนิ าที
วิธีทา ผลรวมโมเมนตมั ตมั กอ่ นชน เทา่ กบั ผลรวมโมเมนตมั หลงั ชน
ชอ่ื -สกลุ การตรวจใหค้ ะแนนใบงาน/แบบฝกึ หดั แบบอตั นัย ผลการ
ข้อ รวม ประเมิน
ลำดับท่ี ผ่าน/
ไมผ่ า่ น
12345
1
2
3
เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน
1. แสดงวิธีทำชดั เจน สมบรู ณ์ คำตอบถกู ต้อง 3 คะแนน
2. แสดงวิธีทำไม่ชดั เจน แนวทางถูกตอ้ ง คำตอบถูกต้อง 2 คะแนน
3. แสดงวิธีทำไม่ชดั เจน คำตอบถกู ตอ้ ง หรอื แสดงวธิ ีทำชัดเจน
1 คะแนน
คำตอบไม่ถูกต้อง
4. แสดงวิธีทำไม่ชดั เจน แนวทางถกู ต้อง คำตอบไมถ่ ูกต้อง 0 คะแนน
หรอื ไมแ่ สดงวธิ ที ำ แต่คำตอบถกู ตอ้ ง
5. ไม่แสดงวธิ ีทำ และคำตอบไมถ่ กู ตอ้ ง
เกณฑ์การประเมิน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16-20 ดมี าก
11-15 ดี
6-10 พอใช้
0-5 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ
นักเรยี นได้ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ขน้ึ ไป ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 11
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ โมเมนตัม หน่วยย่อยที่ 2
เรื่อง การระเบิด เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ทที่ ำการสอน ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง
สาระสำคัญ ผลการเรยี นรู้
การระเบดิ เป็นเหตุการณ์ทว่ี ตั ถเุ คลือ่ นท่อี อกห่างจากกัน เช่น ข้อ 6. วิเคราะห์ และคำนวณเกีย่ วกบั กฎ
ลกู ปืนถกู ยงิ ออกไป ลูกปนื ได้รับโมเมนตมั ในทิศทางหนึ่งขณะทปี่ ืน การอนรุ ักษโ์ มเมนตัม การระเบิดและ
เคลอ่ื นท่ีถอยหลังดว้ ยโมเมนตัมในทศิ ตรงขา้ ม นำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งเหมะสม
สาระการเรียนรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน
การระเบดิ ใบงาน couse and effect เรอื่ ง การ
ระเบิด
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น เคร่อื งมอื การคดิ
- สมรรถนะในการคดิ six thinking hats
- สมรรถนะในการแก้ปญั หา couse and effect
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ของกิจกรรม สอ่ื วธิ กี ารวัดผล
Do Now (3นาที) - คลปิ วดิ โิ อ เรอ่ื ง การ -ประเมินจากใบ
บอกอาวุธทมี่ นษุ ย์ใชใ้ นสงคราม คนละ 1 ข้อ ระเบิด งาน couse and
Purpose (2 นาที) - หนงั สอื พมิ พ์ effect เร่อื ง การ
เราจะมาเรียนเรื่อง การระเบิดเพื่อใหน้ ักเรยี นวิเคราะหแ์ ละ -ใบงานเรอ่ื งการระเบดิ ระเบิด
อธิบายการระเบดิ ตามกฏการอนุรักษ์โมเมนตัมได้อย่างถูกต้อง -ใบงาน couse and effect
Work mode (110 นาที) เรอ่ื ง การระเบดิ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มอภิปรายและทบทวนความรู้เรื่อง การ - ใบงาน sixthinking hats
อนรุ ักษ์โมเมนตมั จากคาบเรยี นท่ีผ่านมาเพ่ือเชื่อมโยงกับเร่ือง
การระเบดิ (10 นาที)
2. นกั เรยี นดูคลิปวดิ โิ อและฟังครูอธิบายเพ่ิมเติมเรื่องการระเบดิ
(10 นาท)ี
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คนเพอ่ื ศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ข่าว
จากหนังสอื พิมพเ์ กย่ี วกับการระเบดิ ทช่ี ายแดนภาคใต้และร่วม
อภปิ รายข่าว ทำใบงาน six thinking hat (คิด1:คดิ วิเคราะห)์
(สมรรถนะ2)(พอเพยี ง3: การมีภมู ิคมุ้ กนั ทด่ี ใี นตวั )(30 นาที)
4. นกั เรียนตอบคำถาม : นกั เรียนคดิ ว่า การชนและการระเบิด
นน้ั ต่างกนั อยา่ งไร (คิด 2:คิดเปรยี บเทียบ)(White hat)(5 นาที)
5. นกั เรียนฟังครูยกตวั อยา่ งแสดงวธิ กี ารแก้โจทยป์ ญั หา เร่ือง
การระเบดิ (10 นาที)
6. นักเรยี นวิเคราะหแ์ ละแกโ้ จทย์ปัญหาเรือ่ งการระเบิดโดย
แสดงวิธกี ารหาคำตอบอยา่ งละเอยี ดในใบงานเร่ืองการระเบิด
(คดิ 5 : คดิ แก้ปัญหา)(20 นาที)
7.นักเรียนตัวแทนออกมาเฉลยวธิ ีการคำนวณโจทย์หนา้ ชั้นเรยี น
(10 นาท)ี
8.นกั เรียนทำใบงาน couse and effect หวั ข้อ “หากแกส๊
ภายในบา้ นนกั เรียนเกิดการระเบิดจะเป็นอยา่ งไร” (15 นาที)
Reflective thinking (5 นาที)
- บอกสงิ่ ที่ไดร้ บั จากการเรียนในคาบน้ี?
- ขอ้ สอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ที่ 11