The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scicrpaoschool, 2022-12-20 22:57:34

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

รายวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น 2

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping

เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)
- เขียนความคดิ รวบยอดหลัก
เน้อื หา - เขยี นความคดิ รวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอด - เขยี นความคิดรวบยอดหลกั
ไว้ตรงกลาง
การนำเสนอ ไว้ตรงกลาง หลกั ไวต้ รงกลาง ไว้ตรงกลาง - มกี ง่ิ แก้ว ก่ิงก้อย
แต่ขาดกงิ่ ยอ่ ย
ความ - มกี งิ่ แกว้ กง่ิ ก้อย และกิง่ - มีกงิ่ แก้ว กง่ิ กอ้ ย และกิง่ - มีกง่ิ แกว้ กง่ิ กอ้ ย และกิง่ - ใชส้ สี ันไม่ท่วั แผ่น
สวยงาม
การตรงต่อ ยอ่ ยตามลำดับ ย่อยตามลำดับ ย่อยตามลำดบั - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระที่
เวลา กำหนดตำ่ กวา่ 59%
- ตัวหนงั สืออยู่บนเส้น - ตวั หนังสืออยู่บนเส้น - ใชส้ ีสนั ทั่วแผน่
- เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชค้ ำสำคญั ตรงประเด็น - ใช้คำสำคญั ตรงประเด็น ต่ำกว่า 59%

- ใชส้ ัญลักษณห์ รอื ภาพสอื่ - ใช้สสี นั ท่วั แผ่น - มกี ารสรุปไมส่ มเหตสุ มผล
ต่ำกว่า 59%
ความหมาย
- สามารถพูดนำเสนอได้
- ใชส้ ีสนั ท่วั แผ่น - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง

- เนือ้ หาครบถว้ นตามสาระที่ - เนือ้ หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่ ตามอกั ขระต่ำกว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79%
- ใชส้ สี ันสวยงามหรอื เป็นไป
- เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา ตามเกณฑ์อยา่ งใดอย่าง
หนึง่
100% 80-99% 60-79%
- ส่งผลงานครบถว้ น
- ลำดับหัวขอ้ เนือ้ หาชัดเจน - ลำดบั หัวข้อเนือ้ หาชัดเจน - มีการสรุปได้อย่าง แต่ชา้ กว่าเวลาทก่ี ำหนด 15

- มกี ารสรุปได้อย่าง - มีการสรุปได้อยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% นาที

สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%

- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - พดู ชดั เจนเสียงดังฟังชัด - การพูดเหมาะสม

- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม

อกั ขระ100% อกั ขระ 80-99% อกั ขระ 60-79%

- บุคลิกภาพดแี ละมีความ - บุคลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

มนั่ ใจ - ความพร้อมในการนำเสนอ

- มีการใช้ส่อื ประกอบการ ได้บางส่วน

นำเสนอ

- ความพร้อมในการนำเสนอ

- ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมคี วาม

- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด สะอาด

- มีความคิดสรา้ งสรรค์ - มคี วามคิดสรา้ งสรรค์

- ความเป็นระเบียบอา่ นง่าย

- สง่ ผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน

ตรงตามเวลาท่ีกำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาทีก่ ำหนด แต่ช้ากวา่ เวลาท่กี ำหนด 10

5 นาที นาที





ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ งานและพลงั งาน แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4
เรอื่ ง พลังงานศักย์ หน่วยย่อยที่ 1
วนั ท่ีทำการสอน เวลา 2 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง

1. สาระสำคญั 2. ผลการเรยี นรู้
พลงั งานศักยจ์ ะสะสมอย่ใู นวตั ถุที่พร้อมจะเคล่ือนท่ี ข้อ 2. สำรวจตรวจสอบและอธิบายเก่ียวกบั พลงั งาน

หรอื พร้อมจะทำงาน และแบ่งพลงั งานศักยไ์ ด้ 2 ชนดิ จลน์และพลังงานศักย์ ความสัมพันธข์ องงานต่อพลงั งาน
คอื พลังงานศักย์โน้มถว่ ง และพลังงานศักยย์ ดื หยนุ่ จลนแ์ ละพลังงานศักย์ และนำความรูแ้ ละหลกั การที่ไดไ้ ป
อธบิ ายปรากฏการณท์ เ่ี ก่ียวข้องได้อยา่ งมเี หตุผล
3. สาระการเรียนรู้
พลงั งานศักย์โน้มถว่ ง พลังงานศกั ย์ยดื หยุน่ 4. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน compare&contrast เรอื่ ง พลงั งานศักย์
- ขอ้ สอบตามแนวPisa เรอ่ื ง พลงั งานศักย์

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน 6.เคร่อื งมือการสอนคดิ
- สมรรถนะในการคิด - compare and contrast
- สมรรถนะในการแกป้ ัญหา - six thinking hats (yellow hat)
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ขน้ั ของกิจกรรม 8. สอ่ื 9. วธิ ีวดั ผล

Do Now(3นาท)ี -คลปิ วิดโิ อเรื่อง -ประเมนิ ใบงาน
บอกชือ่ วัตถทุ นี่ กั เรียนคดิ ว่ามีความยดื หยนุ่ ได้คนละ 1 ขอ้ พลังงานศักย์ compare and
contrast เรอื่ ง
Purpose(2นาที) -ชุดกิจกรรมการ พลังงาน
-ประเมินข้อสอบ
เราจะเรยี นเรื่อง พลงั งานศกั ย์ เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายและบอก เรยี นรู้เร่อื งพลังงาน ตามแนว Pisa
เร่อื ง พลังงานศักย์
ความสัมพนั ธ์ของงานต่อพลังงานศักย์ได้ ศกั ย์

Work mode (110 นาที) -ใบงาน compare

1.นกั เรยี นดูคลิปวดิ โิ อเร่ือง พลงั งานศักย์และอภิปรายโต้แยง้ ขอ้ มูลร่วมกนั and contrast

(คิด3:คดิ วพิ ากษ์)(พอเพยี ง7:สังคม)(15 นาท)ี -ขอ้ สอบตามแนว

2.นกั เรียนเขียนตอบคำถามลงในสมดุ “ประโยชน์ของพลังงานตา่ งๆที่พบ Pisa เรือ่ ง พลงั งาน

ได้ในชีวติ ประจำวันได้แก่อะไรบา้ ง”(yellow hat) (5 นาที) ศักย์

3.นกั เรยี นฟังครูใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมและอธบิ ายการคำนวณและวเิ คราะห์

ตัวอย่างโจทยเ์ รื่องพลงั งานศกั ย์(15 นาที)

4.นักเรยี นทำโจทย์คำนวณเรื่องพลังงานศักย(์ คิด5คิดแก้ปัญหา) (15นาที)

5.นักเรยี นศึกษาชดุ กิจกรรมการเรียนร้เู รือ่ งพลังงานศักย์ วเิ คราะหข์ ้อมลู

เพอ่ื เปรยี บเทยี บความเหมอื นและแตกต่างของพลังงานศักย์โน้มถ่วงและ

ศกั ยย์ ดื หยนุ่ โดยสรปุ ความรใู้ นใบงาน compare&contras

(คดิ 2:คิดเปรยี บเทียบ)(สมรรถนะ2)(พอเพียง3:การมีภมู ิคุ้มกันในตัวท่ีดี) - แบบทดสอบ

(30 นาที)
1. 6.นกั เรยี นตวั แทนในห้องเรียนนำเสนองานคนละ 2-3 นาที(10 นาท)ี ออนไลน์

7.นกั เรียนทำแบบทดสอบออนไลน์เร่ืองพลงั งานศกั ย์ (10 นาท)ี

8.นักเรยี นทำขอ้ สอบตามแนวPisa และเฉลยร่วมกัน (10นาที)

Reflective thinking (5 นาท)ี

- บอก 1 สงิ่ ทไี่ ดร้ ับจากการเรียนในคาบเรยี นน้ี ?

- ข้อสอบ/แบบทดสอบ 1 ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 4

ขอ้ สอบ
ทม่ี า : Physics Online II http://www.pec9.com บทท่ี 5 งานและพลังงาน
(En ปี 31) เสาชงิ ชา้ สงู 20 เมตร ถา้ แกว่งชงิ ชา้ ข้ึนจนถงึ 90o อัตราเรว็ ของชิงชา้ ตอนผ่านจดุ ต่ำสดุ จะเปน็ ก่ี
กโิ ลเมตรต่อชั่วโมง(72)
วธิ ที ำ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบ Pisa เร่ือง พลงั งานศกั ย์

ขอ้ สอบออนไลน์ เร่ือง พลงั งานศกั ย์

ช่ือ.............................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................

ใบงาน Compare & Contrans
เรือ่ ง ..................................................................................
จุดประสงค์ :
เกณฑ์ :
เกณฑ์ สิง่ ทีเ่ หมือน

เกณฑ์ สิง่ ทเี่ หมอื น

สรปุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ช่ือ..........................................................................................................ชน้ั ............................. เลขท.่ี .............

สรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบประเมินใบงาน Compare & Contrast

แบบประเมนิ ใบงาน Compare & Contrast

คำชแี้ จง : ให้ผ้สู อนประเมินผลงานใบงานนกั เรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน compare & contrast

ลำดบั ที่ ชื่อ-สกลุ การเขยี น เนอ้ื หา ความสะอาด การ การตรง รวม สรปุ ผลการ
ของผู้รบั การ ข้อ เรยี บรอ้ ย นำเสนอ ตอ่ เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ของงาน ผ่าน/ไมผ่ า่ น
ประเมิน เปรยี บเทียบ

ลงช่ือ ....................................................ผู้ประเมิน
................/................/................

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกวา่ 10 ปรับปรงุ

นักเรยี นได้ระดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผ่าน

ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Compare & Contrast

เกณฑก์ าร 4 (ดีมาก) ระดับการประเมนิ 1 (ปรับปรุง)
ประเมิน 3 (ดี) 2 (พอใช้)

การเขียน - เขยี นข้อเปรยี บเทยี บ - เขียนขอ้ เปรยี บเทียบ - เขียนขอ้ เปรยี บเทยี บส่งิ - เขยี นข้อเปรยี บเทียบสง่ิ ท่ี
ขอ้ ส่ิงทเี่ หมอื น และตา่ งได้ตรง สิง่ ทีเ่ หมอื น และตา่ งได้ตรง ทเี่ หมอื นและตา่ งไดต้ รง เหมือนและต่างไดต้ รงตาม
ตามประเด็นทกี่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นทีก่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นที่กำหนด/ ประเดน็ ที่กำหนด/หัวข้อ
เปรียบเทียบ อยา่ งถูกต้องสมบรู ณ์ 100 % ได้ถูกตอ้ ง 80-99% หัวขอ้ ได้ถูกต้อง 60-79% ได้ถูกต้องตำ่ กว่า 59%
เน้ือหา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระที่ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระที่ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่
กำหนด 100% กำหนด 80-99% ทก่ี ำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กว่า 59%
ความสะอาด - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลัก
เรียบร้อย 100% 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำกว่า 59%
ของงาน - ลำดบั หวั ข้อเนื้อหาชดั เจน - ลำดบั หัวขอ้ เน้ือหาชัดเจน - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตสุ มผล
- มกี ารสรุปได้อย่าง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำกว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด - มีความสะอาด หรือเปน็ ไปตาม
- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เกณฑ์อย่างใดอยา่ งหนงึ่
- ขนาดตวั อักษรเหมาะสม - ขนาดตัวอักษรเหมาะสม
- มีการเว้นช่องว่างระหวา่ งวรรค - มกี ารเวน้ ช่องวา่ งระหว่างวรรค

เหมาะสม สวยงาม เหมาะสม สวยงาม
- ความเป็นระเบียบอา่ นงา่ ย

การนำเสนอ - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
อักขระ100% อกั ขระ 80-99% อักขระ60-79% อกั ขระตำ่ กว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- ความพร้อมในการนำเสนอได้
และมคี วามม่นั ใจ บางสว่ น
- มีการใช้สื่อประกอบ
การนำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ

การตรงตอ่ - ส่งผลงานครบถว้ น - ส่งผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน
เวลา ตรงตามเวลาท่กี ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาท่กี ำหนด แต่ช้ากว่าเวลาทีก่ ำหนด แตช่ ้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 15
5 นาที 10 นาที นาที









ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ งานและพลงั งาน แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 m
เรอ่ื ง กฎการอนรุ ักษ์พลังงาน หนว่ ยย่อยท่ี 1
วนั ทที่ ำการสอน เวลา 2 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง

1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
“พลงั งานในระบบ จะไม่สญู หาย แต่พลงั งาน ขอ้ 3. ทดลองและอภปิ รายเกี่ยวกับกฎการอนรุ ักษ์

สามารถที่จะเปล่ียนรปู ได้ ดังนัน้ พลงั งานของระบบหน่ึง พลังงาน นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวันและเหน็
จะมีค่าคงที่” เราเรียกหลกั การนีว้ ่า การอนุรักษ์พลงั งาน คณุ คา่ ของการใช้พลงั งานอยา่ งประหยัด
ดังนัน้ ในเคร่ืองกลใดๆ ท่นี ำมาใชง้ าน แล้วงานท่ไี ด้ จาก
การทำงานไปนั้น ไม่เทา่ เดิม เปน็ ผลสืบเนือ่ งมาจาก การ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
เปลยี่ นรูปไปเปน็ พลังงานรูปอื่น เมอ่ื รวมพลงั งานน้นั แลว้ - ใบงาน mind mapping เรอื่ ง กฎการอนรุ ักษ์
ก็จะเป็นไปตามกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
พลังงาน
3. สาระการเรียนรู้ - ข้อสอบตามแนว Pisa เรื่อง กฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน
กฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น 6. เครอื่ งมือการสอนคิด

- สมรรถนะในการคดิ - mind mapping

- สมรรถนะในการแก้ปญั หา - six thinking hats(red hat, yellow hat)

- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี

กิจกรรมการเรียนรู้

7. ขัน้ ของกิจกรรม 8. สอ่ื 9. วิธีวัดผล

Do Now (3นาที) -รูปภาพ -ประเมินใบงาน

บอกวธิ ีประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในบ้านคนละ 1 ขอ้ -คลิปวิดีโอเร่ือง mind mapping

Purpose (2นาที) การอนรุ ักษ์ เรื่อง กฎการ

เราจะเรียนเรอ่ื ง กฎการอนุรักษพ์ ลังงาน เพื่อให้นกั เรยี นสามารถอภปิ ราย พลงั งาน อนรุ ักษ์พลังงาน

เกย่ี วกบั กฎการอนรุ ักษ์พลังงาน สามารถนำกฎการอนรุ กั ษ์พลงั งานไปใช้ -ชุดกิจกรรมการ - ประเมินข้อสอบ

ประโยชน์ในชีวติ ประจำวันได้ เรยี นรู้เรือ่ ง กฎ ตามแนว Pisa

Work mode(110 นาที) การอนุรักษ์ เร่ือง กฎการ

1.นักเรียนดูรูปภาพท่ีครูกำหนดใหแ้ ละใช้คำถามเพื่อนำเขา้ สู่บทเรยี น พลงั งาน อนุรักษ์พลังงาน

“ทุกตำแหนง่ ของวตั ถุที่มกี ารเคล่ือนท่ีของพลงั งาน จะเปลี่ยนแปลง

อย่างไร” (พอเพียง 2:ความมเี หตุผล)(5 นาท)ี

2. นักเรียนศกึ ษาข้อมลู การอนุรกั ษ์พลงั งานจากการดคู ลิปวิดโิ อ(10นาที) -ใบงาน(กลมุ่ )
3. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ระดมความคดิ สรุปองคค์ วามรู้รายขอ้ เกย่ี วกับการ เรอื่ ง กฎการ
อนรุ กั ษ์พลงั งาน
อนุรกั ษ์พลังงานและอภิปรายขอ้ มลู รว่ มกนั ภายในกลุ่ม (20นาท)ี -ใบงาน mind
4. นกั เรยี นตวั แทนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียนกลุ่มละ 2 mapping เรื่อง
กฎการอนรุ ักษ์
นาท(ี 10นาท)ี พลงั งาน
5. นักเรียนศึกษาชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้เรอ่ื งกฎการอนุรกั ษ์พลงั งานและฟัง -ขอ้ สอบตามแนว
Pisa เรอื่ ง การ
ครูใหค้ วามรู้เพิม่ เติมเกี่ยวกับเรอื่ งที่เรียน (10นาที) ประยกุ ต์ใช้
6. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ 5-6 คนสบื คน้ ขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เกีย่ วกับกฎการอนรุ ักษ์ พลังงาน

พลงั งาน จากนั้นระดมความคิดคำนวณโจทยป์ ัญหาเรื่องกฎการอนุรักษ์ - แบบทดสอบ
พลงั งานกลุ่มละ 1 ข้อโดยไม่ซ้ำกนั (คิด5:คิดแก้ปัญหา)(สมรรถนะ4) ออนไลน์
3. (พอเพยี ง3:การมีภูมิคุม้ กันในตวั ทดี่ ี)(15 นาท)ี
4. 7. นกั เรยี นเขยี นสรปุ ความรู้ในรูปแบบผงั มโนทัศน์ลงในใบงาน
5. mind mapping หัวข้อ “กฎการอนรุ กั ษ์พลงั งาน” (20นาท)ี
8.นักเรยี นทำข้อสอบตามแนวPisaและแบบทดสอบบทเรียนออนไลน์
(20นาท)ี
Reflective thinking(5 นาที)
-บอก 1 สงิ่ ที่ไดร้ ับจากการเรียนในวนั น้ี
-ข้อสอบ/แบบทดสอบ 1ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 5

ข้อสอบ

ทีม่ า; https://quizizz.com/admin/quiz/5bf980d97cf9a6001a545922/- สืบคน้ 2565

1. ข้อใดต่อไปนเ้ี ปน็ การเปลย่ี นรปู พลงั งานจากดวงอาทติ ย์
ก.ฟืน
ข.เตารีด
ค.หม้อหงุ เข้า
ง.พดั ลม
ตอบ ก

.

1. เมื่อนำเช้ือเพลิงไปเผาไหม้ พลงั งานเคมีจะเปลยี่ นเปน็ พลงั งานใด
ก. พลังงานไฟฟา้
ข. พลงั งานเสยี ง
ค. พลงั งานกล
ง. พลังงานความร้อนและพลังงานแสง
ตอบ ง

รูปประกอบการอนุรักษพ์ ลงั งาน

ใบความรู้ กฎการอนุรักษพ์ ลังงาน

กฏทรงพลังงาน กลา่ ววา่ “พลงั งานไม่มวี นั สญู หาย แต่อาจเปลี่ยนจากรูปหน่ึงไปเปน็ อีกรูปหนง่ึ ได้”
* สตู รทีใ่ ชค้ ำนวณเกย่ี วกับกฏทรงพลงั งาน *

E1+ W = E2
เม่อื E1 , E2 คือ พลังงานที่มีตอนแรก และ ตอนหลัง W คอื งานในระบบ

พลังงานรวมของระบบ คือ ผลรวมของพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลนข์ องระบบ

จากรูป ท่ตี าแหน่ง A จะมพี ลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์ D
โดยท่ี ตาแหนง่ B จะมีพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์ C

ตาแหน่ง C จะมีพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์ B
ตาแหน่ง D จะมีพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์ A
โดย ท่ตี าแหน่ง A จะมพี ลงั งานศกั ยเ์ ป็นศนู ยแ์ ลว้ พลงั งานศกั ยจ์ ะ
กฎเพก่มิ าขรึน้ อจนนุรมักคี ษา่ พ์มาลกังทงา่สี นดุ กทล่ีตา่าวแวหา่ นง่ สงู สดุ และท่ีตาแหน่ง A จะมีคา่

“พพลลังงานจรลวมนมข์ าอกงทร่สีะบดุ แบลจว้ ะพไลมงั่สงูญานหจาลยนไจ์ปะไมหีคน่าลแดตลง่อจานจเเปป็นลศยี่ นู นยจท์ า่ี กรูปหนึ่งไปเป็ นอกี รูปหนึ่งได้”

ดงัตนานั้แจหานกง่ รสูปงู ขสา้ดุ งบนท่ตี าแหน่ง A , B , C และ D จะตอ้ งมีพลงั งานรวมของ ( Ep + Ek ) D
ระบบเท่ากนั ยกตวั อย่างเชน่ ( Ep + Ek ) C

ถา้ ท่ตี าแหนง่ A จะมพี ลงั งานรวมของระบบเท่ากบั 10 จลู จะได้

ท่ตี าแหน่ง B , C และ D จะมีพลงั งานรวมของระบบเท่ากบั 10 จลู ( Ep + Ek ) B

ดว้ ย ( Ep + Ek ) A
ถา้ แยกละเอียดเป็นพลงั งานศกั ยแ์ ละพลงั งานจลน์ จะได้

ท่ตี าแหน่ง A จะมีพลงั งานศกั ยเ์ ทา่ กบั 0 จลู และพลงั งานจลนม์ ีค่า

เท่ากบั 10 จลู รวมเท่ากบั 10 จลู

ท่ตี าแหน่ง B จะมีพลงั งานศกั ยเ์ พิ่มขึน้ และพลงั งานจลนจ์ ะมีคา่ ลดลงรวมแลว้ เท่ากบั 10 จลู

ท่ตี าแหนง่ C จะมีพลงั งานศกั ยเ์ พิ่มขึน้ และพลงั งานจลนจ์ ะมคี ่าลดลงรวมแลว้ เทา่ กบั 10 จลู

จนกระท่งั ท่ีตาแหน่งสงู สดุ จะมีพลงั งานศกั ยเ์ ทา่ กบั 10 จลู และพลงั งานจลนเ์ ป็นศนู ยร์ วมแลว้ เท่ากบั 10 จลู

ตวั อยา่ ง กอ้ นหนิ มวล 50.0 กิโลกรมั ตกจากท่สี งู 196 เมตรเหนือพนื้ ดนิ จงหาพลงั งานศกั ยแ์ ละ
พลงั งานจลนข์ อง กอ้ นหนิ ขณะท่ีกอ้ นหินเรม่ิ ตก และพลงั งานรวมของระบบ

วธิ ีทา ท่ตี าแหน่งเรม่ิ ตก จะมีพลงั งานศกั ยส์ งู สดุ ( Ep + Ek )

หาได้จาก Ep = mgh

Ep = (50)(10)(196) 196 เมตร

Ep = 9.8x104 จลู

Ek = 1 mv 2
2

Ek = ( ½ )( 50 ) ( 0 )2

Ek = 0 จลู

 พลงั งานรวมของระบบ เทา่ กบั Ep + Ek = 9.8x104 จลู

การใชพ้ ลงั งาน ควรระลกึ อยเู่ สมอว่า “ประหยดั พลงั งานวนั นี้ ดกี วา่ ไมม่ ใี ชใ้ นวนั ขา้ งหนา้ ”
นกั เรียนลองคิดคาขวญั การใชพ้ ลงั งาน เพ่อื กระตนุ้ ใหเ้ กิดการใชพ้ ลงั งานอย่างมีคณุ ค่ามากท่สี ดุ

*******************

ช่ือ.......................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................

ใบงาน เร่อื ง กฎการอนุรักษ์พลงั งาน
1. เมลด็ พืชถูกนกปลอ่ ยให้ตกจากที่สงู จากพน้ื 80 เมตร เม่ือตกลงมาถงึ พื้นดินจะมคี วามเร็ว
กีก่ โิ ลเมตรต่อช่ัวโมง ( 144 )
วิธีทำ

2. ปล่อยวตั ถตุ กจากท่สี ูงจากพ้ืน 20 เมตร เมื่อวัตถุตกลงมาถึงพื้นดนิ จะมีความเร็วเท่าใด
วธิ ที ำ ( 20 m/s)

3. ยิงวัตถจุ ากหน้าผาด้วยความเรว็ 20 เมตร/วินาทีทำมมุ 30o กบั แนวระดบั ถ้าหากหน้าผาอย่สู งู
จากพนื้ ดนิ 30 เมตร จงหาความเรว็ ของวัตถุทก่ี ระทบพืน้ ดิน (31.62 m/s)
วธิ ีทำ

4. วตั ถุมวล m ลื่นไถลตามรางคดโค้งซึง่ ไม่มคี วามเสียดทานโดยไมไ่ ถลออกนอกราง ถา้
ขณะเร่ิมตน้ วัตถุอยูน่ ง่ิ ทีจ่ ุด A ซึ่งอยูส่ งู 70เมตร จากพื้นดินท่จี ดุ B ซึง่ อยู่สงู จากพน้ื 30 เมตร วตั ถนุ ้ีจะม
อตั ราเร็วกเ่ี มตร/วนิ าที(28.2.)
วิธที ำ

5. กลอ่ งมวล 1 กิโลกรมั เคลื่อนท่ดี ้วยความเร็ว2 เมตร/วนิ าที บนผวิ ราบทป่ี ราศจากความฝดื
ไปชนกบั ปลายของสปรงิ ทีเ่ คลือ่ นไปมาอยา่ งอิสระ ถ้าค่านิจของสปรงิ ดังกล่าวเทา่ กับ 400 นิวตนั /เมตร อยาก
ทราบวา่ สปรงิ จะถูกอดั ตัวเป็นระยะทางกเี่ มตร(0.1)
วิธีทา

การตรวจให้คะแนนใบงาน/แบบฝกึ หัดแบบอตั นัย

ชือ่ -สกุล ข้อ ผลการ

ลำดับที่ รวม ประเมิน

1234 ผา่ น/
1 ไม่ผ่าน

2 5
3
4 4 คะแนน
5 3 คะแนน
6 2 คะแนน
1 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 0 คะแนน

1. แสดงวธิ ที ำชดั เจน สมบูรณ์ คำตอบถูกต้อง

2. แสดงวิธีทำไม่ชัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบถูกตอ้ ง

3. แสดงวธิ ที ำไมช่ ดั เจน คำตอบถูกตอ้ ง หรือ แสดงวิธีทำชดั เจน

คำตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

4. แสดงวิธที ำไมช่ ัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบไม่ถกู ต้อง

หรือ ไมแ่ สดงวธิ ีทำ แตค่ ำตอบถูกต้อง

5. ไม่แสดงวิธที ำ และคำตอบไม่ถูกตอ้ ง

เกณฑก์ ารประเมนิ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

16-20 ดีมาก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน
นกั เรยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ผา่ น

ใบงาน
เรอ่ื ง

.....................................................................................................

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนสรุปความรู้ในรูปแบบของ mind mapping

แบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping

แบบประเมินใบงาน Mind mapping

คำชีแ้ จง : ให้ผูส้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Mind mapping

ช่ือ-สกุล รปู แบบ เน้ือหา นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน
ผ่าน/ไมผ่ า่ น
ประเมิน

ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมนิ
................/................/................

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ

นักเรยี นได้ระดับคุณภาพที่ พอใช้ ขึน้ ไปถือวา่ ผา่ น

ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Mind mapping

เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมนิ
รปู แบบ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)
- เขียนความคดิ รวบยอดหลัก
เน้อื หา - เขยี นความคดิ รวบยอดหลกั - เขียนความคิดรวบยอด - เขยี นความคิดรวบยอดหลกั
ไว้ตรงกลาง
การนำเสนอ ไว้ตรงกลาง หลกั ไวต้ รงกลาง ไว้ตรงกลาง - มกี ง่ิ แก้ว ก่ิงก้อย
แต่ขาดกงิ่ ยอ่ ย
ความ - มกี งิ่ แกว้ กง่ิ ก้อย และกิง่ - มีกงิ่ แก้ว กง่ิ กอ้ ย และกิง่ - มีกง่ิ แกว้ กง่ิ กอ้ ย และกิง่ - ใชส้ สี ันไม่ท่วั แผ่น
สวยงาม
การตรงต่อ ยอ่ ยตามลำดับ ย่อยตามลำดับ ย่อยตามลำดบั - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระที่
เวลา กำหนดตำ่ กวา่ 59%
- ตัวหนงั สืออยู่บนเส้น - ตวั หนังสืออยู่บนเส้น - ใชส้ ีสนั ทั่วแผน่
- เขยี นถกู ต้องตามหลักภาษา
- ใชค้ ำสำคญั ตรงประเด็น - ใช้คำสำคญั ตรงประเด็น ต่ำกว่า 59%

- ใชส้ ัญลักษณห์ รอื ภาพสอื่ - ใช้สสี นั ท่วั แผ่น - มกี ารสรุปไมส่ มเหตสุ มผล
ต่ำกว่า 59%
ความหมาย
- สามารถพูดนำเสนอได้
- ใชส้ ีสนั ท่วั แผ่น - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง

- เนือ้ หาครบถว้ นตามสาระที่ - เนือ้ หาถูกต้องตามสาระท่ี - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระที่ ตามอกั ขระต่ำกว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79%
- ใชส้ สี ันสวยงามหรอื เป็นไป
- เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา - เขียนถูกตอ้ งตามหลักภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา ตามเกณฑ์อยา่ งใดอย่าง
หนึง่
100% 80-99% 60-79%
- ส่งผลงานครบถว้ น
- ลำดับหัวขอ้ เนือ้ หาชัดเจน - ลำดบั หัวข้อเนือ้ หาชัดเจน - มีการสรุปได้อย่าง แต่ชา้ กว่าเวลาทก่ี ำหนด 15

- มกี ารสรุปได้อย่าง - มีการสรุปได้อยา่ ง สมเหตุสมผล 60-79% นาที

สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%

- พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - พดู ชดั เจนเสียงดังฟังชัด - การพูดเหมาะสม

- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม

อกั ขระ100% อกั ขระ 80-99% อกั ขระ 60-79%

- บุคลิกภาพดแี ละมีความ - บุคลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม

มนั่ ใจ - ความพร้อมในการนำเสนอ

- มีการใช้ส่อื ประกอบการ ได้บางส่วน

นำเสนอ

- ความพร้อมในการนำเสนอ

- ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงาม - ใช้สสี นั สวยงามและมคี วาม

- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด สะอาด

- มีความคิดสรา้ งสรรค์ - มคี วามคิดสรา้ งสรรค์

- ความเป็นระเบียบอา่ นง่าย

- สง่ ผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน

ตรงตามเวลาท่ีกำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาทีก่ ำหนด แต่ช้ากวา่ เวลาท่กี ำหนด 10

5 นาที นาที







แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 6

ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ โมเมนตัม หน่วยยอ่ ยท่ี 2
เรอ่ื ง โมเมนตัม เวลา 2 ช่วั โมง
วันท่ีทำการสอน ผ้สู อน นางกนกพร คำเรอื ง

1. สาระสำคัญ 2. ผลการเรยี นรู้

โมเมนตมั เปน็ ปรมิ าณบอกสภาพการ ขอ้ 4. สำรวจตรวจสอบและวิเคราะห์เกยี่ วกบั โมเมนตัมแรง
เคลอ่ื นที่ของวตั ถุ เป็นปริมาณเวกเตอรท์ ี่มี และการเปลย่ี นโมเมนตัม การดล และแรงดลนำความรู้
ทิศทางเดยี วของความเร็ว หาโมนเมนตมั ของ และหลักการทีไ่ ด้ไปแกโ้ จทย์ปัญหาที่เกยี่ วข้องไดอ้ ย่าง
วตั ถไุ ดจ้ ากผลคูณของมวลและความเรว็ เหมาะสม

3. สาระการเรียนรู้ 4. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
โมเมนตัม - ใบงาน Diagram เร่ือง โมเมนตมั
- ใบงาน เรื่อง โมเมนตัม
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
- สมรรถนะในการคิด 6. เครือ่ งมือการคดิ
- สมรรถนะในการแก้ปัญหา - six thinking hats(White hat)
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี - Diagram

กิจกรรมการเรยี นรู้

7. ขัน้ ของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9.วธิ กี ารวดั ผล

Do Now (3 นาที) - power point -ประเมนิ ใบงาน Diagram
บอกสง่ิ ท่นี ักเรียนชอบเม่อื ได้ไปเท่ียวงานวัด
คนละ 1 อย่าง เร่อื งโมเมตัม เร่อื ง โมเมนตมั
Purpose (2 นาที)
เราจะเรยี นเรอื่ ง โมเมนตมั เพื่อนักเรยี น -ใบความรู้ เรื่อง โม -ประเมินใบงาน เร่ือง โมเมนตมั
สามารถวเิ คราะหแ์ ละแก้โจทย์ปญั หาที่
เก่ียวข้องกับโมเมนตัมได้ เมนตัม
Work mode (110 นาที)
1. นักเรยี นตอบคำถาม “ถ้าสุนัขถกู รถชน -ชุดกิจกรรมการ
ระหวา่ งรถสบิ ล้อชน กับรถจักรยานชน
นักเรยี นคิดว่าแบบไหนทสี่ นุ ัขมีโอกาสรอด เรยี นร้เู รื่อง โม
มากกว่ากัน”(คิด2:เปรยี บเทียบ) (5 นาท)ี
เมนตัม

https://www.kro

obannok.com/n

ews_file/p72469

040831.pdf

2. นกั เรยี นฟงั ครูใหข้ ้อมลู เร่ือง โมเมนตมั โดย

ใช้ Power pointและศกึ ษาชุดกิจกรรมการ -ใบงาน Diagram
เรียนรู้ ประกอบ(พอเพียง3 การมีภูมิคุม้ กนั ใน เรอื่ ง โมเมนตมั
ตวั ) (20 นาท)ี - แบบทดสอบ
3. นักเรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้เรอ่ื ง ออนไลน์
โมเมนตมั (พอเพยี ง3:การมภี ูมิคุม้ กันท่ีดีในตัว)

(10 นาท)ี

4. นกั เรยี นเขียนสรปุ ความรู้ในรปู แผนผงั มโน

ทศั น์ลงในใบงาน Diagram เรื่อง โมเมนตมั

(คิด9 : คิดเชิงมโนทัศน์)(30 นาท)ี

5. ตวั แทนนกั เรียนนำเสนอผลงานหน้า-ใชบ้ันงาน เร
เรยี น (สมรรถนะ3)(15 นาที)

6. นักเรยี นนำความรู้ที่ไดม้ าใช้วเิ คราะห์และ

แก้โจทยป์ ัญหาโดยทำลงในใบงานเร่อื ง โม

เมนตมั (คดิ 1:คดิ วเิ คราะห์)(สมรรถนะ2)

(25 นาท)ี

7. นักเรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์เรือ่ ง

โมเมนตมั (15นาท)ี

Reflective thinking(5 นาที)

-บอก 1 สิ่งท่สี ามารถนำไปปรับใช้ใน
ชวี ิตประจำวันได้
-ขอ้ สอบ/แบบทดสอบ 1 ข้อ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 6

แบบทดสอบ PAT สบื ค้น 2558
ชายคนหนง่ึ มีมวล 40 กิโลกรมั ขบั รถยนตด์ ว้ ยความเรว็ คงท่ี 72 กโิ ลเมตร/ช่วั โมง บนถนนตรงสายหนึ่ง ถา้
เขาบงั คบั ใหร้ ถหยดุ ภายในเวลาขณะหนง่ึ จงหาโมเมนตมั ท่ีเปล่ียนไปท่เี กิดขึน้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใบความรู้ เรือ่ ง โมเมนตมั และการเปล่ยี นแปลงโมเมนตมั
โมเมนตัมคอื อะไร (Momentum ; P )

เราทราบกนั แลว้ ว่า วตั ถุท่ีกาลงั เคลื่อนท่ีจะมีพลงั งานจลน์ วตั ถใุ ดมีพลงั งานจลนม์ าก จะมีความเร็ว
หรือมวลมาก วัตถุใดมีพลังงานจลน์น้อย จะมีความเร็วหรือมวลน้อย และวัตถุท่ีกาลังเคลื่อนท่ีจะมี
คณุ สมบตั ิขอ้ หน่ึงคือ พยายามเคลื่อนท่ีไปขา้ งหนา้ ตลอดเวลา วตั ถทุ ่ีเคล่ือนท่ีดว้ ยความเรว็ คงท่ี แรงลพั ธท์ ่ี
กระทากับวัตถุเป็นศูนย์ แต่ถา้ จะใหว้ ัตถุท่ีเคล่ือนท่ีหยุดลง เราจะตอ้ งออกแรงกระทากับวัตถุ และแรงนนั้
จะตอ้ งเป็นแรงตา้ นคือมีทิศตรงขา้ มกบั ทิศการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ ถา้ เราใชม้ ือตา้ นการเคลื่อนท่ีของวตั ถุกอ้ น
หนึ่งซ่ึงมีความเร็วมาก และวตั ถุอีกกอ้ นหนึ่งซ่ึงมีมวลเท่ากันแต่มีความเรว็ นอ้ ย เราจะรูส้ ึกออกแรงตา้ นไม่
เทา่ กนั วตั ถทุ ่มี คี วามเร็วมากจะตอ้ งใชแ้ รงตา้ นมากกว่า และถา้ เราใชม้ ือตา้ นการเคลื่อนท่ีของวตั ถสุ องกอ้ น
ซ่ึงมีความเร็วเท่ากัน แต่วัตถุก้อนหน่ึงมีมวลมากกว่าวัตถุอีกก้อนหน่ึง วัตถุท่ีมีมวลมากต้องใชแ้ รงต้าน
มากกว่าวัตถุท่ีมีมวลน้อย ฉะนั้นเราสามารถบอกได้ว่าในการเคล่ือนท่ีของวัตถุจะใชแ้ รงมากหรือน้อย
ขึน้ กบั มวลและความเร็วของวัตถุ ถา้ เรานา มวลคูณกับความเร็วของวัตถุ เราเรียกค่าท่ีไดว้ ่า โมเมนตัม
ของวัตถุ

โมเมนตัม เป็นปริมาณหน่ึงซ่งึ บอกสภาพการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ และเป็นปริมาณเวกเตอรท์ ่ีมีทิศตาม
ทิศของความเร็วในการท่ีจะทาใหว้ ตั ถุหยุดน่ิงนนั้ วตั ถุท่ีมีโมเมนตมั มากจะทาใหห้ ยุดการเคล่ือนท่ียากกว่า
วตั ถทุ ่มี ีโมเมนตมั นอ้ ย

เม่อื P = โมเมนตมั ของวตั ถุ

m = มวลของวตั ถุ

v = ความเรว็ ของวตั ถุ

เขยี นเป็นสมการไดว้ ่า P = m v

โมเมนตมั มีหน่วยเป็น กโิ ลกรมั .เมตร / วนิ าที ( kg.m/s )

ตัวอย่างท่ี 1 จงหาโมเมนตัมของรถยนต์มวล 2  103 กิโลกรัม ซ่ึงกาลังเคล่ือนท่ีด้วยความเร็ว 72
กโิ ลเมตร/ช่วั โมง

วิธีทา กาหนดให้ m = 2  103 kg , v = 72 km/hr = 20 m/s
= m v
จาก P = (2  103 )( 20 ) =

แทนคา่ P 4 x104 kg.m/s

ตอบ ขนาดโมเมนตมั ของรถยนตเ์ ทา่ กบั 4 x104 กิโลกรมั .เมตร / วนิ าที

ตัวอย่างที่ 2 ปล่อยลกู เทนนิสมวล 0.5 กิโลกรมั จากจุดซ่งึ สงู จากพืน้ 5 เมตร เม่ือลกู เทนนิสกระทบพืน้
จะมีโมเมนตมั เท่าใด

วิธีทา กาหนดให้ m = 0.5 kg , v = ? m/s , h = 5 m หา v ก่อน แลว้ หา P

จากหลกั ทรงพลงั งาน จะได้ 1 mv2 = mgh
2

v= 2gh

v= 2x10x5 = 10 m/s

หาโมเมนตมั จาก P = m v
แทนค่า
P = (0.5 )( 10 ) = 5 kg.m/s

ตอบ ลกู เทนนสิ มขี นาดโมเมนตมั เท่ากบั 5 กิโลกรมั .เมตร / วนิ าที

ตัวอย่างที่ 3 วตั ถุมีมวล 8 กิโลกรมั เคลื่อนท่ีดว้ ยความเรง่ 5 เมตร/วินาที2 ไดร้ ะยะทาง 10 เมตร จะมี
โมเมนตมั เท่าไร
วิธที า กาหนดให้ m = 8 kg , v = ? m/s , S = 10 m , a = 5 m/s2 หา v ก่อน แลว้ หา P

จาก v2 = u2 + 2aS , ( u =0 )

จะได้ v= 2aS

v= 2x5x10 = 10 m/s

หาโมเมนตมั จาก P = m v
แทนคา่
P = (8 )( 10 ) = 80 kg.m/s

ตอบ วตั ถนุ มี้ ีขนาดโมเมนตมั เทา่ กบั 80 กิโลกรมั .เมตร / วนิ าที

ตัวอย่างท่ี 4 ลกู บอลวิ่งเขา้ กระทบกาแพงดว้ ยความเร็ว 20 เมตร/วินาที มีโมเมนตัมของลูกบอลขณะ
กระทบกาแพงเท่ากบั 10 กิโลกรมั .เมตร/วนิ าที ลกู บอลมมี วลเทา่ ใด

วธิ ีทา กาหนดให้ P = 10 kg.m/s , v = 20 m/s , หา m = ?

จาก P = m v

จะได้ m= P = 10 = 0.5 kg
v 20

ตอบ ลกู บอลมมี วลเทา่ กบั 0.5 กิโลกรมั

ตัวอย่างที่ 5 วตั ถมุ มี วล 6 กโิ ลกรมั เคลือ่ นท่จี ากหยดุ น่งิ ดว้ ยความเรง่ 2 เมตร/วนิ าท2ี หลงั จากเวลาผ่าน
ไป 3 วินาที จะมีโมเมนตมั เท่าใด
วิธที า กาหนดให้ m = 6 kg , v = ? m/s , t = 3 s , a = 2 m/s2 หา v กอ่ น แลว้ หา P

จาก v = u + at , ( u =0 )

จะได้ v = at = ( 2 )( 3 ) = 6 m/s
หาโมเมนตมั จาก
P = m v
แทนคา่
P = (6 )( 6 ) = 36 kg.m/s

ตอบ วตั ถนุ มี้ ขี นาดโมเมนตมั เท่ากบั 36 กโิ ลกรมั .เมตร / วนิ าที

ตัวอย่างที่ 6 กอ้ นหินมวล 2 กิโลกรมั ตกจากท่ีสงู 200 เมตร เหนือพืน้ ดิน จงหาโมเมนตมั ของ กอ้ น
หนิ นี้ เม่อื เวลาผ่านไป 4 วนิ าที
วธิ ีทา กาหนดให้ m = 6 kg , v = ? m/s , t = 4 s , h = 200 m หา v กอ่ น แลว้ หา P

จาก v = u + gt , ( u =0 )

จะได้ v = gt = ( 10 )( 4 ) = 40 m/s
หาโมเมนตมั จาก P = m v
P = (2 )( 40 ) = 80 kg.m/s
แทนค่า

ตอบ กอ้ นหนิ มขี นาดโมเมนตมั เทา่ กบั 80 กิโลกรมั .เมตร / วนิ าที

ตวั อยา่ งที่ 7 วตั ถชุ ิน้ หน่งึ มคี วามเรว็ 4 เมตร/วินาที มพี ลงั งานจลน์ 8 จลู จะมีโมเมนตมั เทา่ ใด

วธิ ีทา กาหนดให้ m = ? kg , v = 4 m/s , Ek = 8 J หา m กอ่ น แลว้ หา P

จาก Ek = 1 mv2  m = 2Ek  m= 2(8) = 4 kg
2 v 4

หาโมเมนตมั จาก P = m v = (4 )( 4 ) = 16 kg.m/s

ตอบ วตั ถนุ มี้ ีขนาดโมเมนตมั เท่ากบั 16 กิโลกรมั .เมตร / วินาที

การเปล่ยี นแปลงโมเมนตัม (  P )

เม่ือวตั ถุมีการเคล่ือนท่ีเปล่ียนไปจากเดิม ขนาดของความเร็วเปล่ียนแปลงไปโดยไม่เปล่ียนทิศทาง
หรือ ขนาดของความเร็วไม่เปล่ียนแต่ทิศของความเร็วเปลี่ยน ก็เป็นผลให้สภาพการเคลื่อนท่ีของวัตถุ
เปล่ยี นไปดว้ ย ซ่งึ เรยี กวา่ มกี ารเปลย่ี นแปลงโมเมนตมั ทิศของการเปลี่ยนแปลงโมเมนตมั จะมีทิศเดียวกบั
การเปล่ยี นแปลงความเรว็

หาขนาดของการเปลย่ี นแปลงโมเมนตมั ไดด้ งั นี้

 P = P 2 - P 1
หรอื  P = m v 2 - m v 1
หรอื  P = m( v 2 - v 1)
หรอื  P = m v

- -

v2 v2-

รูป ก. รูป ข. รูป ค.

จากรปู ก. ความเรว็ ของวตั ถุเปลย่ี นไป เมอ่ื ขนาดของความเรว็ ไมเ่ ปลย่ี น แต่ทศิ ของ
ความเรว็ เปลย่ี น

จากรูป ข. ความเรว็ ของวตั ถเุ ปล่ียนไป เม่ือขนาดของความเรว็ เปล่ยี น แตท่ ิศของความเรว็ ไมเ่ ปลีย่ น

จากรูป ค. ความเรว็ ของวตั ถเุ ปลยี่ นไป เม่อื ขนาดของความเรว็ เปลยี่ น และทศิ ของความเรว็ เปลี่ยน

ผลจะทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัตถุ และทิศของโมเมนตัมท่ีเปลี่ยนไป จะมีทิศ
เดียวกบั ทิศของความเรว็ ท่เี ปลีย่ นไป

ตัวอย่างท่ี 1 ชายคนหนง่ึ มีมวล 40 กิโลกรมั ขบั รถยนตด์ ว้ ยความเรว็ คงท่ี 72 กโิ ลเมตร/ช่วั โมง บนถนน
ตรงสายหนึง่ ถา้ เขาบงั คบั ใหร้ ถหยดุ ภายในเวลาขณะหนึ่ง จงหาโมเมนตมั ท่ีเปล่ียนไปท่เี กิดขนึ้

วธิ ที า จาก P = mv - mu , u = 72 ( 1000/3600) = 20 m / s

แทนคา่ P = (40)(0) – (40)(20) = - 80 kg.m/s

ตอบ โมเมนตมั ท่ีเปลี่ยนไปเท่ากบั 80 กโิ ลกรมั เมตรต่อวนิ าที มีทิศตรงขา้ มกบั การเคลือ่ นท่ี

ใบงาน Diagram
เร่ือง …………………………………………………………………..

คำชี้แจง ให้นกั เรยี นสรุปความรู้เรอ่ื งทเ่ี ก่ียวข้องในรูปแบบของ Web diagram

ช่อื .......................................................................................................เลขท.ี่ .....................ชนั้ ........................

ใบงาน เรอ่ื ง โมเมนตมั

1. วตั ถมุ วล 1 kg กาลงั เคลอ่ื นท่ไี ปทางทิศใตด้ ว้ ยความเรว็ 5 m/s จะมโี มเมนตมั เท่าไร
วิธีทา

2. ปลอ่ ยวตั ถมุ วล 1 kg ลงในแนวดงิ่ เม่ือเวลาผา่ นไป 3 วินาที โมเมนตมั ของวตั ถเุ ปล่ียนแปลงเท่าใด
วธิ ีทา

3. วตั ถหุ นึ่งมีพลงั งานจลน์ 9 จลู มีความเรว็ 3 เมตรต่อวินาที จะมโี มเมนตมั เท่าไร
วิธีทา

4. ลกู บอลว่ิงเขา้ กระทบกาแพงดว้ ยความเร็ว 20 เมตร/วินาที มีโมเมนตมั ของลกู บอลขณะกระทบกาแพง
เทา่ กบั 10 กิโลกรมั .เมตร/วนิ าที ลกู บอลมมี วลเทา่ ใด

วธิ ีทา

5. วตั ถมุ ีมวล 6 กโิ ลกรมั เคลื่อนท่จี ากหยุดน่งิ ดว้ ยความเรง่ 2 เมตร/วนิ าท2ี หลงั จากเวลาผ่านไป 3 วินาที
จะมีโมเมนตมั เทา่ ใด

วิธีทา

การตรวจใหค้ ะแนนใบงาน/แบบฝึกหัดแบบอตั นัย

ชือ่ -สกลุ ข้อ ผลการ
รวม ประเมนิ
ลำดบั ที่
ผ่าน/
ไม่ผ่าน

12345
1

2
3

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 คะแนน
1. แสดงวิธที ำชัดเจน สมบรู ณ์ คำตอบถกู ต้อง 3 คะแนน
2. แสดงวธิ ที ำไมช่ ัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบถูกต้อง 2 คะแนน
3. แสดงวธิ ที ำไม่ชดั เจน คำตอบถกู ต้อง หรือ แสดงวิธที ำชดั เจน
1 คะแนน
คำตอบไม่ถูกตอ้ ง
4. แสดงวิธีทำไม่ชัดเจน แนวทางถกู ต้อง คำตอบไมถ่ ูกต้อง 0 คะแนน

หรอื ไม่แสดงวิธที ำ แตค่ ำตอบถกู ตอ้ ง
5. ไม่แสดงวิธที ำ และคำตอบไมถ่ กู ตอ้ ง

เกณฑ์การประเมิน

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

16-20 ดีมาก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน
นกั เรยี นได้ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ขน้ึ ไป ผา่ น

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ โมเมนตัม หนว่ ยย่อยท่ี 2
เรอ่ื ง การดลและแรงดล เวลา 2 ชัว่ โมง

วนั ทที่ ำการสอน ผู้สอน กนกพร คำเรือง

1. สาระสำคัญ 2. ผลการเรียนรู้

การดล คอื การเปลยี่ นแปลงโมเมนตัม เป็นปริมาณ ข้อ 4.สำรวจตรวจสอบและวิเคราะห์เกี่ยวกับ

เวกเตอร์ มหี นว่ ยเปน็ kg.m/s หรือ N.S แรงดล คือแรง โมเมนตัม แรงและการเปล่ยี นโมเมนตมั การดล

ทมี่ ากระทำต่อวตั ถุในช่วงเวลาสนั้ ๆ หรืออตั ราการ และแรงดลนำความรู้และหลักการท่ีได้ไปแก้ปัญหา

เปล่ยี นแปลงโมเมนตมั ที่เปล่ียนไปในช่วงหนึ่งหน่วยเวลา ท่เี กย่ี วข้องได้อย่างเหมาะสม

แรงดลมีหน่วยเปน็ นิวตัน วตั ถมุ วล m เคลือ่ นทดี่ ้วย
ความเร็วต้น ถูกแรง F มากระทำในเวลาสนั้ ๆ ทำใหว้ ตั ถุมี
ความเร็วเป็น จะไดว้ ่า วัตถุมโี มเมนตมั เปล่ยี นไป D จาก
กฎขอ้ ท่ี 2 ของนวิ ตนั และเป็นปรมิ าณเวกเตอร์มีทศิ ทาง
ไปทางเดยี วกบั ทศิ ของแรงที่มากระทำมหี น่วยเปน็ kg.m/s

3. สาระการเรยี นรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
การดล,แรงดล
-ใบงาน Diagram เรื่อง การดลและแรงดล
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น -ใบงาน เรอื่ ง การดลและแรงดล
- สมรรถนะในการคดิ
- สมรรถนะในการแก้ปัญหา 6. เคร่อื งมอื การคิด
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี - six thinking hats(White hat)
- Diagram

กจิ กรรมการเรียนรู้

7.ข้ันของกจิ กรรม 8.สอ่ื 9.วิธีการวดั ผล
- ใบความรู้ เรือ่ ง -ประเมนิ ใบงาน
Do Now (3 นาที) Diagram เร่อื ง การดล
บอกการละเลน่ ไทยท่ีนักเรียนรู้จักมาคนละ 1 อยา่ ง การดล และแรงดล และแรงดล
Purpose (2 นาที) - ใบงาน Diagram
เราจะเรียนเร่อื ง การดล แรงดล เพ่ือให้นักเรยี นสามารถ -ประเมินใบงาน เร่ือง
สำรวจและวเิ คราะห์เกี่ยวกับการดลและแรงดลและนำ เร่ืองการดลและแรง การดลและแรงดล
หลกั การที่ได้ไปแก้ปญั หาทเี่ กี่ยวขอ้ งได้ ดล

Work mode (110 นาที) - ใบงาน เรือ่ ง การดล
และแรงดล
1.นักเรียนฟงั ครอู ธบิ ายเรื่อง โมเมนตัมเพอ่ื ทบทวนและ
เชือ่ มโยงเข้าสูเ่ นื้อหาการดลและแรงดล (10นาท)ี - แบบทดสอบออนไลน์

2.นักเรียนตอบคำถาม ดงั น้ี
“การดลและแรงดลเหมือนหรอื ตา่ งกนั อยา่ งไร”
(คิด2:คดิ เปรียบเทยี บ)(พอเพียง 2 ความมีเหตุผล)
(white hat) (5นาที)
3.นักเรียนศกึ ษาข้อมลู จากใบความร้เู รื่อง การดล แรงดล
(พอเพียง3:การมภี ูมคิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี)(10 นาท)ี
4.นกั เรียนเขยี นสรุปความรู้แบบแผนผงั มโนทัศน์ลงในใบ
งาน Diagram เรื่อง การดลและแรงดล
(คิด9 : คดิ เชงิ มโนทัศน์)(30 นาท)ี
5.นกั เรยี นตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น (5 นาท)ี
6.นกั เรยี นนำความร้ทู ่ีได้มาใชแ้ กโ้ จทย์ปัญหาจากใบงาน
เรอื่ ง การดลและแรงดล(คดิ 1:คิดแก้ปัญหา)
(สมรรถนะ2)(30 นาท)ี
7. นกั เรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์ (10 นาที)
8. นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ เนอื้ หาสำคญั โดยนักเรีย
บนั ทึกสาระสำคัญลงในสมดุ (10 นาท)ี
Reflective thinking(5 นาที)
-ส่ิงใดบา้ งท่นี กั เรียนยังสงสยั ในเรอื่ งท่ีเรียนวันน้ี
-ขอ้ สอบ/แบบทดสอบ

เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 7

ขอ้ สอบ
Physics Online II http://www.pec9.com สืบคน้ 2565 บทที่ 6 โมเมนตมั และ การดล

1. นกั รกั บี้ A มมี วล 70 กโิ ลกรัม วิง่ ดว้ ยความเร็ว 8 เมตร/วินาที นักรกั บ้ี B มีมวล 60กิโลกรัม ต้องวิ่งดว้ ย
ความเร็วเทา่ ไรจงึ จะมีโมเมนตัมเทา่ กับนักรักบี้ A (ข้อ 3)

1. 8.3 เมตร/วนิ าที

2. 9 เมตร/วินาที

3. 9.3 เมตร/วินาที
4. 10 เมตร/วนิ าที

ใบความรู้ เรือ่ ง โมเมนตัมการดล และแรงดล

โมเมนตมั (Momentum)เป็นปรมิ าณบอกสภาพการเคล่ือนทขี่ องวตั ถุ เปน็ ปรมิ าณเวกเตอรท์ ีม่ ีทิศทาง
เดียวกบั ทศิ ทางของความเร็ว

หาขนาดโมเมนตัมของวัตถุได้จากผลคณุ ของมวลและความเร็ว

 = 
p mv

โมเมนตัม มีหนว่ ยเปน็ กโิ ลกรัม(เมตร) ต่อวนิ าที

โดย P คอื คา่ โมเมนตัม มีหน่วย (กิโลกรัม•เมตร)/วินาที

mคือ มวล มีหน่วย กิโลกรัม

vคือ ความเร็ว มีหน่วย เมตร/วนิ าที

การดล (impulse :  )
I

ในกรณที ว่ี ัตถุถกู แรงกระทำวัตถุจะมีการเปลย่ี นแปลงความเรว็ และโมเมนตัม ค่าของโมเมนตัมท่ี
เปล่ียนไป เรียกว่า การดล ( p )

นั้นคือ p =  − 
p2 p1

p =  − 
mv mu

หน่วยของการดล คือ กโิ ลกรัม(เมตร) ต่อวนิ าที

แรงดล (impulsive force)

แรงดล คือ แรงท่ีทำใหโ้ มเมนตมั เปลย่ี นไป เรียกแรงดล  ซ่ึงหาค่าได้จาก
(F)

 = p และ  =  − 
F F mv mu

t t

หมายเหตุ; ในการคำนวณเกีย่ วกบั โมเมนตมั การดล และแรงดลนนั้ ตอ้ งพิจารณาทิศทางของตัวแปรต่างๆ ดงั น้ี

สำหรบั ความเรว็ ตน้ (u) , ความเร็วปลาย (v) , การดล (∆p) , แรงดล (F)

หากมที ศิ พงุ่ เขา้ หรอื ไปขา้ งหน้าตอ้ งใชค้ า่ เป็นบวก ( + )

แบบฝึกหัด เร่ือง โมเมนตัม การดลและแรงดล

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงวิธที ำอยา่ งละเอียด
1. เด็กชายคนหนง่ึ มมี วล 40 กิโลกรัม เดินดว้ ยความเร็ว 0.8 เมตรต่อวนิ าที ไปทางทิศ
ตะวันออก จงหาโมเมนตมั ของเด็กคนนี้ (32 kg (m)/s)

2. จงหาโมเมนตัมของรถบรรทกุ ท่ีมีมวล 1.5×104กโิ ลกรมั กำลังเคลอ่ื นทด่ี ว้ ยความเรว็ 36
กโิ ลกรมั ตอ่ ช่ัวโมง ไปทางตะวันออก (1.5 ×105 kg (m)/s)

3. ถ้ารถไฟ BTS มผี ู้โดยสารเต็ม มีมวล 96 ตัน วิง่ ดว้ ยความเร็ว 108 km/hrจะมโี มเมนตัม
เท่าใด และเป็นกเี่ ทา่ ของรถบรรทุกทม่ี ีมวล 16 ตนั ทว่ี ิง่ อยดู่ ้วยความเร็ว 54 km/hr (ตอบ
2.88×106 kg(m)/s และ 12 เท่า)

4. ดดี วัตถมุ วล 5 kg ขึ้นไปในแนวด่งิ ด้วยความเร็ว 20 m/s เมอ่ื เวลาผ่านไป 2 วินาที วตั ถุจะ
มโี มเมนตมั เทา่ ใด (ตอบ 50 kg(m)/s มีทศิ ลง)

5. เครอ่ื งยนต์ของรถท่มี ีมวล 1.5 ตนั จะทำใหแ้ รงท่ีพน้ื กระทำตอ่ ลอ้ มีคา่ เทา่ ใด เพ่อื ทำใหร้ ถ
เคลอ่ื นทจ่ี ากหยดุ น่งิ ไปในแนวตรงจนมีความเร็ว 72 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง ในเวลา 10 วินาที
(ตอบ 3000 N)

ชอ่ื -สกลุ การตรวจให้คะแนนใบงาน/แบบฝึกหดั แบบอัตนยั ผลการ
ข้อ รวม ประเมิน
ลำดบั ที่
12345 ผ่าน/
1 ไม่ผ่าน
2
3

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน
1. แสดงวิธที ำชัดเจน สมบรู ณ์ คำตอบถกู ต้อง 3 คะแนน
2. แสดงวธิ ีทำไม่ชดั เจน แนวทางถูกตอ้ ง คำตอบถกู ต้อง 2 คะแนน
3. แสดงวิธีทำไม่ชัดเจน คำตอบถกู ต้อง หรือ แสดงวิธีทำชดั เจน
1 คะแนน
คำตอบไม่ถูกตอ้ ง
4. แสดงวธิ ที ำไมช่ ัดเจน แนวทางถูกต้อง คำตอบไม่ถูกต้อง

หรือ ไม่แสดงวิธีทำ แตค่ ำตอบถูกต้อง
5. ไมแ่ สดงวธิ ที ำ และคำตอบไม่ถกู ตอ้ ง

0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การ6ต.ัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

16-20 ดมี าก

11-15 ดี

6-10 พอใช้

0-5 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ
นกั เรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ข้นึ ไป ผ่าน


Click to View FlipBook Version