Reflective ขอ้ สอบเขา้ จปร ปี 2554 การชนใน 2 มิติ(การระเบิด)
1.ลูกสนุกเกอรส์ ขี าวมวล 0.2 กโิ ลกรมั เคล่อื นทด่ี ว้ ยความเรว็ 5 เมตรตอ่ วนิ าที เขา้ ชนลกู สนุกเกอรส์ ี
แดงมวลเท่ากนั ทห่ี ยุดน่ิง ถ้าลูกสนุกเกอรส์ ขี าว สะท้อนกลบั จากทศิ ทางเดมิ ดว้ ยความเรว็ 1 เมตร
ตอ่ วนิ าที จงหาความเรว็ ของลกู สนุกเกอรส์ แี ดงหลงั การชน สมมตวิ ่าการชนอย่ใู นแนวเสน้ ตรง
1. 1 m/s
2. 3 m/s
3. 4 m/s
4. 5 m/s
5. 6 m/s
ขอ้ สอบ Entrance 2559
2. วตั ถอุ นั หน่งึ เมื่อเกดิ การระเบิด เศษชน้ิ สว่ นกระจายอยูใ่ นแนวระดบั 3 ทศิ ทาง เม่ือวัดมุมในทศิ ทวนเข็ม
นาฬกิ า พบชนิ้ สว่ นท่ี 1 กบั ชนิ้ สว่ นท่ี 2 ทำมุมกนั 90° ชนิ้ สว่ นที่ 3 ทำมุมกัน 120° ถ้าอัตราเร็วของช้นิ ส่วน
ทั้งสามมีค่าเดียวกนั มวลของชน้ิ สว่ นที่ 1 จะเปน็ กเี่ ทา่ ของช้ินสว่ นที่ 2
1. 1 เท่า
2
2. 1 เทา่
3
3. 3 เทา่
2
4. 3 เท่า
ใบความรู้ เรื่อง การระเบิด
การระเบดิ เป็นเหตกุ ารณ์ทว่ี ตั ถเุ คลอ่ื นทอ่ี อกห่างจากกนั จรวดใชก้ ารระเบดิ ทค่ี วบคมุ ได้ จรวด
เคล่อื นทไ่ี ปทางหน่งึ ขณะทก่ี ๊าซรอ้ นเคล่อื นทไ่ี ปอกี ทางหน่งึ โมเมนตมั ทจ่ี รวดไดร้ บั เท่ากนั และตรงขา้ ม
กบั โมเมนตมั ของกา๊ ซรอ้ นทป่ี ล่อยไป ลกู ปืนทถ่ี กู ยงิ ออกไปกม็ ลี กั ษณะเช่นเดยี วกบั จรวดท่ีปลอ่ ยเชอ้ื เพลงิ
ลูกปืนไดร้ บั โมเมนตมั ในทศิ ทางหน่งึ ขณะทป่ี ืนเคล่อื นทถ่ี อยหลงั ดว้ ยโมเมนตมั ในทศิ ตรงขา้ ม
การระเบดิ ของวตั ถุ เป็นการเปลย่ี นพลงั งานศกั ยภ์ ายในวตั ถุ ไปเป็นพลงั งานจลน์ของชน้ิ สว่ นท่ี
ระเบดิ และพลงั งานรปู อ่นื ๆ เช่น พลงั งานเสยี ง พลงั งานความรอ้ น พลงั งานแสง เป็นตน้
ในการระเบดิ
และถา้ ไม่มแี รงภายนอกมากระทากบั ระบบ
ใบงาน เรื่อง การระเบิด
1. มวลกอ้ นหน่งึ วางอย่นู ิ่งแลว้ ระเบดิ ออกเป็น 3 สว่ น สองสว่ นมมี วลเท่ากนั กระจายออกตงั้ ฉากซง่ึ
กนั และกนั และมอี ตั ราเรว็ 40 เมตร/วนิ าที สว่ นทส่ี ามมมี วล 2 เท่าของมวล สองสว่ นแรกแตล่ ะ
สว่ น จงหาอตั ราเรว็ ของสว่ นทส่ี ามภายหลงั การระเบดิ ทนั ที
2. วตั ถุเดมิ อย่บู นพน้ื ทไ่ี ม่มแี รงเสยี ดทานเกดิ ระเบดิ ออกเป็น 3 สว่ น มี 2 ชน้ิ มมี วลเท่ากนั และ
เคล่อื นทใ่ี นแนวตงั้ ฉากกนั ดว้ ยอตั ราเรว็ เท่ากนั คอื 30 เมตร/วนิ าที สว่ นท่ี 3 มมี วล เป็น 3 เท่า
ของสว่ นท่ี 1 จงหาความเรว็ ของสว่ นท่ี 3 ทนั ทที ร่ี ะเบดิ
3. ยงิ ลูกปืนมวล 0.002 กโิ ลกรมั ออกไปดว้ ยความเรว็ 1000 เมตร/วนิ าที ถา้ ตวั ปืนมมี วล 2
กโิ ลกรมั อยากทราบว่าปืนจะถอยหลงั ดว้ ยความเรว็ เทา่ ใด
4. จรวดลาหน่งึ มมี วลทงั้ หมด 7500 กโิ ลกรมั เคล่อื นทใ่ี นอวกาศ (โดยปราศจากแรงโน้มถว่ ง) ไป
ทางขวามอื ดว้ ยอตั ราเรว็ 150 เมตร/วนิ าที ทนั ใดนนั้ กเ็ กดิ ระเบดิ อย่างรนุ แรง ทาใหจ้ รวด ลาน้ี
แตกออกเป็นสองสว่ นโดยมวลไม่สญู สลาย ภายหลงั จากระเบดิ สว่ นทห่ี น่งึ มมี วล 4000 กโิ ลกรมั
เคล่อื นทไ่ี ปทางขวาดว้ ยความเรว็ 250 เมตร/วนิ าที อยากทราบวา่ สว่ นทส่ี องจะมอี ตั ราเรว็ เท่าใด
และมที ศิ ทางไปทางไหน
5. ลกู ระเบดิ ลกู หน่งึ ตกลงในแนวดงิ่ ขณะทอ่ี ยสู่ งู จากพน้ื ดนิ 2000 เมตร และมคี วามเรว็ 60 เมตร
ตอ่ วนิ าที ไดร้ ะเบดิ ขน้ึ และแยกออกเป็นสองเสย่ี งเท่า ๆ กนั ภายหลงั การระเบดิ ชน้ิ สว่ นหน่งึ ได้
ตกลงดว้ ยความเรว็ 80 เมตรตอ่ วนิ าที ในแนวดง่ิ อยากทราบวา่ หลงั จากการระเบดิ ผ่านไปนาน
12 วนิ าที ชน้ิ สว่ นทงั้ สองจะอย่หู า่ งกนั กเ่ี มตร
ชือ่ ......................................................................................................................... เลขท่.ี .................ช้ัน...............
ใบงาน Cause and Effect:หัวข้อ..................................
.......................................................................................
........................................................................................
ผล
ผล
ผล
ผล
ผล
แบบประเมนิ ใบงาน Cause and Effect
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Cause and Effect
ชื่อ-สกุล การแสดง นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรุปผลการ
ลำดับที่ ของผูร้ ับการ ความ เน้อื หา สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน
คิดเหน็ ผ่าน/ไมผ่ ่าน
ประเมิน
ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรงุ
นักเรยี นได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน Cause and Effect
เกณฑก์ าร 4 (ดีมาก) ระดับการประเมิน 1 (ปรับปรงุ )
ประเมิน - แสดงความคิดเหน็ 3 (ดี) 2 (พอใช้) - แสดงความคดิ เห็น
การแสดง - แสดงความคดิ เหน็ - แสดงความคดิ เหน็ ผลกระทบของปัญหา/
ความคดิ เห็น ผลกระทบของปัญหา / ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ เหตุการณ์ได้ นอ้ ยกว่า
เหตุการณ์ได้ 10 ข้อขน้ึ ไป เหตกุ ารณ์ได้ 8-9 ข้อ เหตุการณ์ได้ 6-7 ข้อ 6 ข้อ
เนื้อหา - เน้อื หาครบถว้ นตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระ - เน้ือหาถกู ต้องตามสาระ - เน้ือหาถกู ต้องตามสาระ
ทก่ี ำหนด 100% ท่กี ำหนด 80-99% ท่ีกำหนด 60-79% ท่กี ำหนดตำ่ กวา่ 59%
การนำเสนอ - เขียนถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถูกต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลกั
ความสวยงาม ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตำ่ กวา่ 59%
การตรงตอ่ เวลา - ลำดับหัวขอ้ เนอื้ หาชัดเจน - ลำดบั หวั ขอ้ เน้อื หา - มกี ารสรุปได้อย่าง - มีการสรปุ ไม่
- มกี ารสรปุ ได้อย่าง ชัดเจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลตำ่ กว่า
สมเหตสุ มผล 100% - มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง 59%
สมเหตสุ มผล 80-99% - การพูดเหมาะสม
- พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง
- ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม อกั ขระ60-79%
อักขระ100% - บคุ ลิกภาพเหมาะสม ตามอักขระต่ำกว่า 59%
- บุคลกิ ภาพดีและมคี วามมัน่ ใจ อักขระ80-99% - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
- มกี ารใช้สื่อประกอบการ - บุคลกิ ภาพดี - ใช้สีสนั สวยงามและมคี วาม
- ความพร้อมในการนำเสนอ สะอาด - ใชส้ ีสันสวยงามหรือเปน็ ไป
นำเสนอ ตามเกณฑ์อย่างใดอย่าง
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ ไดบ้ างสว่ น - สง่ ผลงานครบถ้วน หนง่ึ
- ใช้สีสนั สวยงาม แต่ช้ากว่าเวลาทีก่ ำหนด10
- มคี วามสะอาด - ใช้สีสนั สวยงาม นาที - สง่ ผลงานครบถว้ น
- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ - มคี วามสะอาด แตช่ ้ากว่าเวลาท่กี ำหนด15
- ความเปน็ ระเบียบอา่ นง่าย - มคี วามคิดสร้างสรรค์ นาที
- สง่ ผลงานครบถว้ น
ตรงตามเวลาทีก่ ำหนด - ส่งผลงานครบถ้วน
แตช่ า้ กวา่ เวลาทกี่ ำหนด
5 นาที
ช่ือ.............................................................................................................ชน้ั ..........................เลขท่.ี .........................
ใบงาน six thinking hats
เรื่อง..............................................................................
.....................................................................................
หมวก 6 ใบ คำถาม คำตอบ
สขี าว
สีเหลอื ง
สีแดง
สดี ำ
สีเขยี ว
สนี ้ำเงนิ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า หนว่ ยย่อยท่ี 3
เรอื่ ง วงจรไฟฟา้ เวลา 2 ชวั่ โมง
วันทีท่ ำการสอน ผสู้ อน นางกนกพร คำเรอื ง
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
วงจรไฟฟา้ คือ ทางเดินของไฟฟา้ เปน็ วง ไฟฟา้ จะไหลไปตาม ขอ้ 7. ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้า
ตวั นำหรอื สายไฟจนกระท่ังไหลกลับตามสายมายัง เคร่ืองกำเนดิ อย่างง่ายไปใชป้ ระโยชน์
ไฟฟา้ เปน็ วงครบรอบ คือ ออกจากเครื่องกำเนดิ แล้วกลบั มายงั
เครือ่ งกำเนิดอีกคร้ังหนึง่ จนครบ 1 เทย่ี ว เรยี กว่า 1 วงจร หรือ 1
Cycle วงจรไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื วงจรปิดและวงจร
เปิด
3. สาระการเรียนรู้ 4. ชิน้ งาน/ภาระงาน
วงจรอนุกรม วงจรขนาน
- ใบงาน cause and Effect เร่อื ง
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน วงจรไฟฟ้า
- สมรรถนะในการคดิ - ขอ้ สอบตามแนว Pisaเร่ือง วงจรไฟฟ้า
- สมรรถนะในการแก้ปัญหา
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี 6. เคร่ืองมือการคิด
cause and Effect
กิจกรรมการเรียนรู้
7.ข้ันของกจิ กรรม 8.สอ่ื 9.วิธีการวัดผล
Do Now (3นาที) - คลปิ วดิ ิโอ เรอ่ื ง -ประเมนิ จากใบ
เขยี นบอกชื่อสญั ลกั ษณ์วงจรไฟฟา้ ทคี่ รูกำหนดให้ ตามความคดิ วงจรไฟฟ้า งาน cause and
ของนักเรยี น - ใบงาน เร่ือง วงจรไฟฟา้ Effect วงจรไฟฟ้า
Purpose (2 นาที) - ขอ้ สอบตามแนว Pisa
เราจะเรียนเรือ่ ง วงจรไฟฟ้า เพื่อให้นักเรยี นสามารถอธิบายการ เรื่อง วงจรไฟฟ้า (คำถาม: จะเป็น
ต่อวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายและนำไปใช้ประโยชน์ได้ อยา่ งไรหากช่าง
Work mode (110 นาที) - อินเตอรเ์ น็ต ไฟฟ้าต่อวงจรผดิ ?)
1.นักเรยี นและครูรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับไฟฟ้าในชีวิตประจำวนั - ประเมนิ จาก
และอภิปรายรว่ มกนั (พอเพียง 7 สังคม)(5นาท)ี ข้อสอบตามแนว
2.นักเรยี นดคู ลปิ วดิ ิโอการต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย (10 นาที)
3.นกั เรยี นฟังครอู ธิบายความรู้เพ่มิ เติม เรื่อง การตอ่ วงจรไฟฟ้า -ใบงาน cause and Pisa เร่ือง
วงจรไฟฟ้า
(10 นาที) Effect
4.นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม 5-6 คน สืบค้นขอ้ มลู ทางอินเตอรเ์ น็ต - แบบทดสอบออนไลน์
เกีย่ วกบั วงจรไฟฟ้าและระดมความคดิ ทำใบงาน เรื่อง
วงจรไฟฟ้า (สมรรถนะ 4)(พอเพยี ง 3 การมภี ูมิคุ้มกนั ที่ดีในตวั )
(30 นาท)ี
5.นักเรยี นศึกษาข้อมลู และทำขอ้ สอบตามแนว Pisa เร่อื ง
วงจรไฟฟ้า (15 นาท)ี
6.นักเรียนพจิ ารณาไตร่ตรองหาคำตอบอย่างมีเหตุผลที่เกี่ยวข้อง
เพ่อื ทำใบงาน cause and Effect เรื่องวงจรไฟฟา้ (คำถาม: จะ
เป็นอย่างไรหากชา่ งไฟฟา้ ต่อวงจรผดิ ?)(คิด 4 คดิ อย่างมี
วิจารณญาณ)(สมรรถนะ 2)(พอเพยี ง 2 ความมีเหตุผล)(30 นาที)
7. นักเรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์ (15นาที)
Reflective thinking (5 นาที)
- บอกส่ิงที่ได้รบั จากการเรียนในคาบนี้?
- ขอ้ สอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ที่ 12
ขอ้ สอบ
ท่มี า http://www.kksci.com/elreaning/phi/page/test_1_phi.htm
1. มชี ่ือเรียกว่าอะไร
ก. บัลลาสต์
ข. สวิตช์
ค. หลอดไฟ
ง. สตาร์ทเตอร์
2. มีชื่อเรียกว่าอะไร
ก. บลั ลาสต์
ข. สวิตช์
ค. หลอดไฟ
ง. สตาร์ทเตอร์
คาตอบ ข้อ 1.ค 2.ง
ใบงาน เร่อื ง วงจรไฟฟา้
คำชแี้ จง: จงตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกตอ้ ง
1. วงจรไฟฟ้า คอื
2. วงจรปิด คือ
3. วงจรเปิด คือ
4. ส่วนประกอบหลักของวงจรไฟฟ้า คือ
5. การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม มีลกั ษณะอยา่ งไร อธิบายและวาดรปู ประกอบ
6. การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบขนาน มลี กั ษณะอย่างไร อธบิ ายและวาดรปู ประกอบ
7. บอกข้อดี-ข้อเสียของวงจรอนกุ รม
8. บอกข้อดี-ข้อเสียของวงจรขนาน
9. บอกช่ือและสัญลกั ษณ์อปุ กรณ์ไฟฟ้าในวงจรคนละ 3 ชนิด
10. เขยี นประโยชน์และการนำความรเู้ ร่อื งที่เรยี นไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันคนละ 1 ขอ้
ช่ือ...........................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................
ใบงาน Compare & Contrans
เรื่อง ..................................................................................
จุดประสงค์ :
เกณฑ์ :
เกณฑ์ ส่ิงทเ่ี หมือน
เกณฑ์ สิ่งที่เหมอื น
สรุป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ ....................................................................................................ชั้น................. ............เลขท.ี่ ..........................
สรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ใบงาน Compare & Contrast
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน compare & contrast
ลำดับท่ี ชื่อ-สกลุ การเขียน เนือ้ หา ความสะอาด การ การตรง รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ ับการ ข้อ เรียบร้อย นำเสนอ ต่อเวลา 20 คะแนน ประเมนิ
ของงาน ผ่าน/ไม่ผา่ น
ประเมนิ เปรียบเทยี บ
ลงช่อื ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
นกั เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Compare & Contrast
เกณฑก์ าร 4 (ดีมาก) ระดับการประเมนิ 1 (ปรับปรุง)
ประเมิน 3 (ดี) 2 (พอใช้)
การเขียน - เขยี นข้อเปรยี บเทยี บ - เขียนขอ้ เปรยี บเทียบ - เขียนขอ้ เปรยี บเทยี บส่งิ - เขยี นข้อเปรยี บเทียบสง่ิ ท่ี
ขอ้ ส่ิงทเี่ หมอื น และตา่ งได้ตรง สิง่ ทีเ่ หมอื น และตา่ งได้ตรง ทเี่ หมอื นและตา่ งไดต้ รง เหมือนและต่างไดต้ รงตาม
ตามประเด็นทกี่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นทีก่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นที่กำหนด/ ประเดน็ ที่กำหนด/หัวข้อ
เปรียบเทียบ อยา่ งถูกต้องสมบรู ณ์ 100 % ได้ถูกตอ้ ง 80-99% หัวขอ้ ได้ถูกต้อง 60-79% ได้ถูกต้องตำ่ กว่า 59%
เน้ือหา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระที่ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระที่ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่
กำหนด 100% กำหนด 80-99% ทก่ี ำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กว่า 59%
ความสะอาด - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลัก
เรียบร้อย 100% 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำกว่า 59%
ของงาน - ลำดบั หวั ข้อเนื้อหาชดั เจน - ลำดบั หัวขอ้ เน้ือหาชัดเจน - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตสุ มผล
- มกี ารสรุปได้อย่าง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำกว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด - มีความสะอาด หรือเปน็ ไปตาม
- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เกณฑ์อย่างใดอยา่ งหนงึ่
- ขนาดตวั อักษรเหมาะสม - ขนาดตัวอักษรเหมาะสม
- มีการเว้นช่องว่างระหวา่ งวรรค - มกี ารเวน้ ช่องวา่ งระหว่างวรรค
เหมาะสม สวยงาม เหมาะสม สวยงาม
- ความเป็นระเบียบอา่ นงา่ ย
การนำเสนอ - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
อักขระ100% อกั ขระ 80-99% อักขระ60-79% อกั ขระตำ่ กว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- ความพร้อมในการนำเสนอได้
และมคี วามม่นั ใจ บางสว่ น
- มีการใช้สื่อประกอบ
การนำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ
การตรงตอ่ - ส่งผลงานครบถว้ น - ส่งผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน
เวลา ตรงตามเวลาท่กี ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาท่กี ำหนด แต่ช้ากว่าเวลาทีก่ ำหนด แตช่ ้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 15
5 นาที 10 นาที นาที
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 13
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ไฟฟา้ และวงจรไฟฟา้ หน่วยย่อยท่ี 2
เร่ือง การต่อวงจรไฟฟ้า เวลา 2 ชว่ั โมง
วนั ท่ที ำการสอน ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
วงจรไฟฟา้ คือ ทางเดินของไฟฟ้าเป็นวง ไฟฟา้ จะไหลไปตาม ขอ้ 7. ทดลองและอธิบายการตอ่ วงจรไฟฟา้
ตัวนำหรอื สายไฟจนกระท่ังไหลกลบั ตามสายมายัง เคร่อื งกำเนิด อย่างง่ายไปใชป้ ระโยชน์
ไฟฟา้ เปน็ วงครบรอบ คือ ออกจากเคร่ืองกำเนิดแล้วกลบั มายงั
เครือ่ งกำเนิดอกี ครั้งหน่งึ จนครบ 1 เท่ยี ว เรียกว่า 1 วงจร หรอื 1
Cycle วงจรไฟฟา้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื วงจรปดิ และวงจร
เปิด
3. สาระการเรยี นรู้ 4. ช้นิ งาน/ภาระงาน
การต่อวงจรอนุกรมและวงจรขนาน
- ใบงาน compare and contrast
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน เรอื่ ง วงจรไฟฟ้า
6. เคร่อื งมือการคดิ
- สมรรถนะในการคดิ compare and contrast
- สมรรถนะในการแกป้ ัญหา
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี
กจิ กรรมการเรียนรู้
7.ข้นั ของกิจกรรม 8.สอ่ื 9.วิธีการวดั ผล
Do Now (3นาที) - คลปิ วดิ โิ อการสาธติ การต่อ -ประเมนิ จากใบ
เขียนบอกอปุ กรณ์ไฟฟา้ ในบ้านทนี่ ักเรียนรจู้ กั คนละ 5 ชนดิ ลง วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย งาน compare
ในสมุด -ใบงาน compare and and contrast
Purpose (2 นาที) contrast เร่ือง วงจรไฟฟา้ เร่ือง วงจรไฟฟ้า
เราจะเรยี นเรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้า เพ่อื ให้นกั เรียนสามารทดลอง - แบบทดสอบออนไลน์
ต่อวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายและนำไปใช้ประโยชน์ได้
Work mode (110 นาที)
1.นกั เรยี นดคู ลปิ วดิ โิ อการสาธิตการต่อวงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย
(10 นาท)ี
2.นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายข้อมลู จากการดูคลปิ วดิ โิ อ
(พอเพียง 7 สังคม)(5 นาท)ี
3.นกั เรยี นฟังครูอธบิ ายความรเู้ พม่ิ เติมและสาธิตการต่อ
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย (10นาที)
4.นกั เรยี นจับคู่ และวเิ คราะห์รปู ภาพการต่อวงจรในลกั ษณะ
ต่างๆทค่ี รูกำหนดให้ เพ่ือทดสอบการต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม-
แบบขนาน(คดิ 1 คดิ วเิ คราะห์)(สมรรถนะ 4)(50นาที)
5. นักเรยี นทำใบงาน compare and contrast เพ่ือ
เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตา่ ง ของวงไฟฟ้าไฟฟา้
แบบอนกุ รมและขนาน (คิด 2 คดิ เปรียบเทียบ)( (25นาท)ี
6. นักเรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์ (10 นาท)ี
Reflective thinking (5 นาที)
- บอกสง่ิ ทสี่ ามารถนำไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวันคาบนี้?
- ข้อสอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
ช่ือ...........................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................
ใบงาน Compare & Contrans
เรื่อง ..................................................................................
จุดประสงค์ :
เกณฑ์ :
เกณฑ์ ส่ิงทเ่ี หมือน
เกณฑ์ สิ่งที่เหมอื น
สรุป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ ....................................................................................................ชั้น................. ............เลขท่.ี ..........................
สรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ใบงาน Compare & Contrast
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน compare & contrast
ลำดับท่ี ชื่อ-สกลุ การเขียน เนือ้ หา ความสะอาด การ การตรง รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ ับการ ข้อ เรียบร้อย นำเสนอ ต่อเวลา 20 คะแนน ประเมนิ
ของงาน ผ่าน/ไม่ผา่ น
ประเมนิ เปรียบเทยี บ
ลงช่อื ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
นกั เรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ขน้ึ ไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Compare & Contrast
เกณฑก์ าร 4 (ดีมาก) ระดับการประเมนิ 1 (ปรับปรุง)
ประเมิน 3 (ดี) 2 (พอใช้)
การเขียน - เขยี นข้อเปรยี บเทยี บ - เขียนขอ้ เปรยี บเทียบ - เขียนขอ้ เปรยี บเทยี บส่งิ - เขยี นข้อเปรยี บเทียบสง่ิ ท่ี
ขอ้ ส่ิงทเี่ หมอื น และตา่ งได้ตรง สิง่ ทีเ่ หมอื น และตา่ งได้ตรง ทเี่ หมอื นและตา่ งไดต้ รง เหมือนและต่างไดต้ รงตาม
ตามประเด็นทกี่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นทีก่ ำหนด /หวั ข้อ ตามประเด็นที่กำหนด/ ประเดน็ ที่กำหนด/หัวข้อ
เปรียบเทียบ อยา่ งถูกต้องสมบรู ณ์ 100 % ได้ถูกตอ้ ง 80-99% หัวขอ้ ได้ถูกต้อง 60-79% ได้ถูกต้องตำ่ กว่า 59%
เน้ือหา - เน้ือหาครบถ้วนตามสาระที่ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระที่ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระที่
กำหนด 100% กำหนด 80-99% ทก่ี ำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กว่า 59%
ความสะอาด - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถกู ต้องตามหลัก
เรียบร้อย 100% 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำกว่า 59%
ของงาน - ลำดบั หวั ข้อเนื้อหาชดั เจน - ลำดบั หัวขอ้ เน้ือหาชัดเจน - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไม่สมเหตสุ มผล
- มกี ารสรุปได้อย่าง - มกี ารสรุปได้อย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำกว่า 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
- มีความสะอาด - มีความสะอาด หรือเปน็ ไปตาม
- มคี วามสะอาด - มีความสะอาด - ขนาดตัวอกั ษรเหมาะสม เกณฑ์อย่างใดอยา่ งหนงึ่
- ขนาดตวั อักษรเหมาะสม - ขนาดตัวอักษรเหมาะสม
- มีการเว้นช่องว่างระหวา่ งวรรค - มกี ารเวน้ ช่องวา่ งระหว่างวรรค
เหมาะสม สวยงาม เหมาะสม สวยงาม
- ความเป็นระเบียบอา่ นงา่ ย
การนำเสนอ - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟงั ชัด - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ต้องตาม - ใช้ภาษาทางการถูกตอ้ งตาม
อักขระ100% อกั ขระ 80-99% อักขระ60-79% อกั ขระตำ่ กว่า 59%
- บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- ความพร้อมในการนำเสนอได้
และมคี วามม่นั ใจ บางสว่ น
- มีการใช้สื่อประกอบ
การนำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ
การตรงตอ่ - ส่งผลงานครบถว้ น - ส่งผลงานครบถว้ น - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน
เวลา ตรงตามเวลาท่กี ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาท่กี ำหนด แต่ช้ากว่าเวลาทีก่ ำหนด แตช่ ้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 15
5 นาที 10 นาที นาที
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 14
ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ไฟฟ้าและวงจรไฟฟา้ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3
เร่อื ง กระแสไฟฟ้า เวลา 2 ชั่วโมง
วนั ทีท่ ำการสอน ผสู้ อน นางกนกพร คำเรือง
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรยี นรู้
กระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นจากการเคล่ือนทีข่ องอิเลก็ ตรอนจาก ข้อ 8. ทดลองและอธิบายความสมั พันธ์
บริเวณ หนงึ่ ไปอีกบริเวณหนึ่ง กระแสไฟฟา้ เกดิ ขึ้นไดห้ ลายวิธี เช่น ระหวา่ งความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า
เกิดจากความแตกต่างของพลังงานสองบริเวณ เกดิ จากปฏิกริ ยิ าเคมี และความตา้ นทานและนำความรู้ไป
เกิดจากการเหนย่ี วนำของวตั ถุ เปน็ ต้น ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
เคร่ืองมอื ท่ีใช้วดั กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า เรียกว่า
แอมมิเตอร์ (ammeter) มีหน่วยการวดั คือ แอมแปร์ (ampere) ใช้
ตวั ยอ่ แทนกระแสไฟฟา้ วา่ I สญั ลกั ษณ์ของแอมมเิ ตอร์ คือ 4. ชิ้นงาน/ภาระงาน
3. สาระการเรยี นรู้ ใบงาน CAF เรอื่ ง กระแสไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 6. เครือ่ งมอื การคดิ
- สมรรถนะในการคิด six thinking hats(white hat)
- สมรรถนะในการแก้ปัญหา CAF
- สมรรถนะในการใชเ้ ทคโนโลยี
กิจกรรมการเรยี นรู้
7.ขั้นของกจิ กรรม 8.สอ่ื 9.วธิ ีการวดั ผล
Do Now (3นาที) - บิลไฟฟา้ - ประเมินจากใบ
บอกวิธปี ระหยดั คา่ ไฟฟ้า คนละ 1 ข้อ หา้ มซำ้ กนั - คลิปวดิ ิโอ เรือ่ ง งาน CAF เรอ่ื ง
Purpose (2 นาที) กระแสไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า
เราจะเรยี นเร่อื ง กระแสไฟฟา้ เพอื่ ให้นักเรียนอธิบายและ - ใบความรู้ เรอ่ื ง
คำนวณหาค่ากระแสไฟฟา้ ได้อย่างถูกต้อง กระแสไฟฟ้า
Work mode (110 นาที) - ใบงาน เร่อื ง กระแสไฟฟ้า
1.นกั เรยี นศึกษาข้อมูลจากบลิ ค่าไฟฟา้ ท่คี รนู ำมาให้ดูและร่วมกัน - ใบงาน CAF เรอ่ื ง
วิเคราะหข์ ้อมลู (คิด1:คดิ วเิ คราะห์)(สมรรถนะ2)(พอเพียง 3 การ กระแสไฟฟา้
มภี ูมคิ ้มุ กนั ท่ีดใี นตวั )(10นาที) - แบบทดสอบออนไลน์
- อนิ เตอรเ์ น็ต
2.นกั เรยี นตอบคำถาม : นักเรยี นเหน็ อะไรบา้ งในบิลคา่ ไฟฟ้า
(white hat)(5นาที)
3.นักเรยี นดคู ลปิ วดิ ิโอเรอ่ื ง กระแสไฟฟ้า (10นาท)ี
4.นักเรยี นฟงั ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมเร่อื ง กระแสไฟฟ้า (15 นาที)
5.นกั เรยี นสืบค้นข้อมลู จากใบความรู้ อนิ เตอรเ์ น็ทเกี่ยวกบั เร่อื ง
กระแสไฟฟ้าและแบง่ กล่มุ ทำใบงานการทำโจทย์คำนวณเร่ือง
กระแสไฟฟ้า (คิด5:คิดแกป้ ัญหา)(30นาท)ี
6.นกั เรียนตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอการแก้โจทย์หน้าชั้นเรียน
(10นาที)
7.นกั เรียนทำใบงานเด่ียว CAF เรอื่ ง กระแสไฟฟ้า โดยพจิ ารณา
และวเิ คราะห์ขอ้ มูลในหวั ขอ้ “ถ้าค่าไฟฟ้าแพงจะเป็นอยา่ งไร”
(15นาที)
8. นกั เรยี นทำแบบทดสอบออนไลน์และร่วมกนั เฉลย (15 นาที)
Reflective thinking (5 นาที)
- บอกสง่ิ ท่ีได้รับจากการเรยี นในคาบน้ี?
- ข้อสอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ที่ 14
บลิ ไฟฟา้
ใบความรู้ เร่อื ง กระแสไฟฟา้
กระแสไฟฟ้ำ (Electric current) คือ กำรไหลของประจุไฟฟ้ำผำ่ นวงจร โดยวงจรน้ี
อำจจะเลก็ เพียงแคน่ ำฬกิ ำขอ้ มือ หรืออำจจะเป็นโครงขำ่ ยของสำยไฟฟ้ำที่ครอบคลมุ ท้งั เมือง สัญลกั ษณ์
ของกระแสไฟฟ้ำคือ I ซ่ึงมีที่มำจำกคำในภำษำฝร่ังเศสคือ intensité de courant หรือ
Intensity of current หมำยถึง ควำมเขม้ ของกระแส กระแสไฟฟ้ำเกิดข้ึนจำกกำรไหลของ
อิเลก็ ตรอนผำ่ นจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึงผำ่ นวสั ดุตวั นำ นน่ั คือกำรถำ่ ยโอนประจุไฟฟ้ำซ่ึงก็คืออิเลก็ ตรอน
โดยกระแสไฟฟ้ำจะเคลื่อนท่ีหรือไหลจำกจุดท่ีมีศกั ยไ์ ฟฟ้ำสูงไปยงั จุดที่มีศกั ยไ์ ฟฟ้ำต่ำกวำ่
ภาพ : Shutterstock
หน่วยของกระแสไฟฟ้ำ (I) เรียกวำ่ แอมแปร์ (A) โดยสำมำรถคำนวณไดจ้ ำกผลรวมของ
ประจุไฟฟ้ำท่ีเคลื่อนที่ผำ่ นหนำ้ ตดั จุดหน่ึง ๆ ของตวั นำในหน่ึงหน่วยเวลำ ซ่ึงผลรวมของประจุไฟฟ้ำใช้
สัญลกั ษณ์แทนวำ่ Q และมีหน่วยเป็นคูลอมป์ (C) ส่วนเวลำ ใชส้ ัญลกั ษณ์ t มีหน่วยเป็นวนิ ำที (S)
จำกตรงน้ีสำมำรถเขียนเป็นสูตรกำรคำนวณปริมำณกระแสไฟฟ้ำได้ ดงั น้ี
I (A) = Q (C) / t (s)
เน่ืองจำกกระแสไฟฟ้ำเกิดจำกกำรไหลของอิเลก็ ตรอนในสำยไฟ ซ่ึงกำรเคล่ือนที่ของ
อิเลก็ ตรอนน้ีตอ้ งมีแรงมำกระทำตอ่ อิเลก็ ตรอน จึงทำใหม้ นั หลุดจำกอะตอมหน่ึงเคลอ่ื นตวั ผำ่ นไปยงั
อะตอมถดั ไปได้ แรงที่ทำใหอ้ ิเลก็ ตรอนเคลื่อนท่ีน้ีเรียกวำ่ แรงดนั ไฟฟ้ำ (Voltage) หรือ
แรงเคล่ือนไฟฟ้ำ มีหน่วยเป็นโวลต์ (Volt) ซ่ึงหมำยถึงแรงดนั ท่ีทำใหก้ ระแสไฟฟ้ำ 1 แอมแปร์
(Ampere, A) เคล่ือนที่ผำ่ นควำมตำ้ นทำน 1 โอห์ม (Ohm, Ω) ได้ โดยควำมตำ้ นทำนไฟฟ้ำ
(Resistance) คือคณุ สมบตั ิเฉพำะของวตั ถุแตล่ ะชนิด ท่ีจะตำ้ นทำนกำรไหลของไฟฟ้ำไมใ่ หผ้ ำ่ นไป
ไดโ้ ดยง่ำย มีหน่วยเป็นโอห์ม ( Ω)
วตั ถทุ ่ีมีควำมตำ้ นทำนไฟฟ้ำต่ำหรือยอมใหก้ ระแสไฟฟ้ำไหลผำ่ นไปไดโ้ ดยง่ำยเรียกวำ่ ตวั นำ
ไฟฟ้ำ (Conductor) ซ่ึงมกั เป็นโลหะ และเรำนำมนั มำใชป้ ระโยชนใ์ นกำรเป็นตวั นำไฟฟ้ำในสำยไฟ
เป็นตน้ ส่วนวตั ถทุ ่ียอมใหก้ ระแสไฟฟ้ำผำ่ นไดย้ ำกมำกหรืออำจผำ่ นไมไ่ ดเ้ ลยอยำ่ งยำง แกว้ หรือพลำสติก
เรียกวำ่ เป็นฉนวนไฟฟ้ำ (Insulator) แน่นอนวำ่ มีวตั ถุบำงส่วนที่อยรู่ ะหวำ่ งกลำงระหวำ่ งตวั นำและ
ฉนวนไฟฟ้ำ ทำใหเ้ รำสำมำรถควบคุมกำรไหลผำ่ นได้ จึงเรียกวำ่ สำรก่ึงตวั นำ (Semiconductor)
ภาพ : Shutterstock
สำหรับกระแสไฟฟ้ำท่ีใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั มีสองรูปแบบ คือ
1. ไฟฟ้ำกระแสตรง (Direct Current, DC) ไฟฟ้ำกระแสตรงมีทิศทำงกำรไฟลของประจุ
ไฟฟ้ำคงท่ี ส่วนใหญ่ไมม่ ีอนั ตรำยเพรำะกระแสต่ำ มกั พบไดใ้ นอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ขนำดเลก็ ท่ีใชค้ กู่ บั
แบตเตอรี หรือกระแสไฟฟ้ำซ่ึงเกิดจำกเซลลพ์ ลงั งำนแสงอำทิตย์ เป็นตน้
2. ไฟฟ้ำกระแสสลบั (Alternating Current, AC) ไฟฟ้ำกระแสสลบั คือ ไฟฟ้ำท่ีเรำใช้
ตำมบำ้ น โดยถกู ส่งตรงมำจำกโรงงำนไฟฟ้ำ กระแสไฟฟ้ำมีทิศทำงกำรไหลกลบั ไปกลบั มำอยำ่ งรวดเร็ว
มีรูปร่ำงคล่ืนเหมือน Sine Wave หรืออำจจะเป็นสำมเหล่ียม บำ้ งกส็ ี่เหลี่ยม มีกระแสสูงและ
อนั ตรำยมำก ปัจจุบนั มีอุปกรณ์แปลงไฟฟ้ำที่ใชเ้ ปลี่ยนกระแสไฟฟ้ำไปมำจำก DC เป็น AC ได้
แหลง่ ข้อมลู
AddOhms. What is AC and DC? | AddOhms #5. สบื คน้ เม่อื 27 ธนั วาคม 2560
ใบงาน CAF เรือ่ ง กระแสไฟฟา้
ใบงาน CAF เร่ือง กระแสไฟฟา้ ใช้เคร่อื งมือน้ี (18 ตวั ช่วย) เพ่อื พิจารณาและวิเคราะห์ข้อมลู ในหัวข้อ “ถา้ คา่
ไฟฟ้าแพงจะเป็นอย่างไร” (15นาท)ี
1
2
3
4
5
ช่ือ............................................................................................................................................................
ใบงาน CAF เรอ่ื ง กระแสไฟฟ้า
ใบงาน CAF เรื่อง กระแสไฟฟ้า ใชเ้ ครื่องมือนี้ (18 ตวั ชว่ ย) เพือ่ พจิ ารณาและวเิ คราะห์ข้อมลู ในหัวข้อ “ถา้ คา่
ไฟฟา้ แพงจะเปน็ อยา่ งไร” (15นาท)ี
6
7
8
9
10
ใบงาน CAF เรอื่ ง กระแสไฟฟา้
ใบงาน CAF เร่อื ง กระแสไฟฟา้ ใช้เครอื่ งมือน้ี (18 ตวั ชว่ ย) เพอื่ พจิ ารณาและวิเคราะหข์ ้อมูลในหัวข้อ “ถา้ ค่า
ไฟฟา้ แพงจะเป็นอยา่ งไร” (15นาท)ี
11
12
13
14
15
ช่ือ............................................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่.ี .........................
แบบประเมนิ ใบงาน CAF
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน CAF
ช่ือ-สกุล การแสดง นำเสนอ ความ ตรงตอ่ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ที่ ของผรู้ ับการ ความ เนอ้ื หา สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมนิ
คิดเห็น ผา่ น/ไมผ่ ่าน
ประเมิน
ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
นักเรยี นไดร้ ะดับคุณภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน CAF
เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การแสดง - แสดงความคิดเห็น - แสดงความคดิ เหน็ - แสดงความคดิ เหน็ - แสดงความคดิ เหน็
ความคิดเห็น ผลกระทบของปญั หา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปญั หา/ ผลกระทบของปญั หา/
เหตกุ ารณ์ เหตกุ ารณ์ เหตุการณ์ เหตกุ ารณไ์ ดน้ ้อยกว่า
เนือ้ หา ได้ 10 ข้อขน้ึ ไป ได้ 8-9 ขอ้ ได้ 6-7 ข้อ 6 ขอ้
การนำเสนอ - ระบสุ งิ่ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ - ระบสุ ง่ิ ทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบ -ระบุส่ิงทไี่ ด้รับผลกระทบจาก -ระบสุ ่ิงที่ไดร้ ับผลกระทบ
จากปัญหา/เหตกุ ารณ์ได้ จากปัญหา/เหตุการณ์ 80- ปญั หา/เหตกุ ารณ์ จากปัญหา/เหตกุ ารณ์
ความ ครบถว้ น 99% 60-79% ตำ่ กวา่ 59%
สวยงาม 100%
- เนอื้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนอื้ หาถูกต้องตามสาระที่ - เนือ้ หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี
- เน้ือหาครบถ้วนตามสาระท่ี กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดตำ่ กวา่ 59%
กำหนด 100%
- เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา
- เขยี นถกู ตอ้ งตามหลักภาษา 80-99% 60-79% ต่ำกว่า 59%
100%
- ลำดับหัวข้อเน้อื หาชัดเจน - มีการสรปุ ได้อย่าง - มีการสรุปไมส่ มเหตสุ มผล
- ลำดับหัวข้อเนือ้ หาชัดเจน - มีการสรุปได้อยา่ ง สมเหตสุ มผล 60-79% ตำ่ กว่า 59%
- มกี ารสรุปไดอ้ ยา่ ง
สมเหตุสมผล 80-99% - การพดู เหมาะสม - สามารถพูดนำเสนอได้
สมเหตสุ มผล 100% - พดู ชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้อง
- พูดชัดเจนเสยี งดังฟงั ชัด - ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม
- ใชภ้ าษาทางการถกู ต้องตาม อกั ขระ60-79% ตามอักขระต่ำกว่า 59%
อักขระ80-99% - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม
อกั ขระ100% - บคุ ลิกภาพดี
- บคุ ลกิ ภาพดแี ละมคี วาม - ความพร้อมในการนำเสนอ - ใชส้ ีสนั สวยงามและมคี วาม - ใชส้ ีสนั สวยงามหรือเปน็ ไป
สะอาด ตามเกณฑ์อย่างใดอย่าง
ม่ันใจ ไดบ้ างสว่ น หน่งึ
- มีการใช้ส่ือประกอบการ
- ใชส้ ีสันสวยงาม
นำเสนอ - มีความสะอาด
- ความพร้อมในการนำเสนอ - มคี วามคิดสร้างสรรค์
- ใชส้ ีสนั สวยงาม
- มีความสะอาด
- มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
- ความเป็นระเบยี บอ่านง่าย
การตรงต่อ - สง่ ผลงานครบถ้วน - สง่ ผลงานครบถ้วน - ส่งผลงานครบถ้วน - ส่งผลงานครบถ้วน
เวลา ตรงตามเวลาทีก่ ำหนด แต่ชา้ กว่าเวลาทก่ี ำหนด แตช่ า้ กว่าเวลาท่กี ำหนด แตช่ า้ กว่าเวลาที่กำหนด 15
5 นาที 10 นาที นาที
ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ไฟฟา้ และวงจร แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 15
เร่อื ง ความตา้ นทาน หน่วยย่อยท่ี 4
วนั ท่ที ำการสอน เวลา 2 ช่วั โมง
1.สาระสำคญั ผสู้ อน นางกนกพร คำเรอื ง
2.ผลการเรียนรู้
ความต้านไฟฟ้า (resistance) คือ สมบตั ิของตัวนำไฟฟา้ ขอ้ 8. ทดลองและอธบิ ายความสมั พนั ธ์
(conductor) ทีย่ อมใหก้ ระแสไหลผา่ นไดม้ ากหรอื น้อย ซง่ึ เปน็ ระหวา่ งความตา่ งศกั ย์ กระแสไฟฟ้าและ
สมบตั เิ ฉพาะตัวของตัวนำนนั้ ๆ จะมคี ่าแตกต่างกันไปแล้วแตช่ นดิ ความตา้ นทานและนาความรไู้ ปใชใ้ น
ของตวั นำ กลา่ วคือตัวนำไฟฟ้าที่ยอมใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไดม้ าก ชวี ติ ประจาวนั ได้
จะมีความต้านทานน้อย สว่ นตวั นำไฟฟ้าทย่ี อมให้กระแสไฟฟา้ ไหล
ผ่านได้นอ้ ยจะมีความต้านทานมาก ความต้านทานไฟฟ้ามีหนว่ ยเปน็
โอห์ม (ohm) ใชส้ ัญลกั ษณ์ V ตัวยอ่ ท่ีใชแ้ ทนความตา้ นทานไฟฟา้
คือ R
3.เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้ 4.ชิน้ งาน/ภาระงาน
ความต้านทาน
ข้อสอบตามแนว Pisa เรือ่ ง ความ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน ตา้ นทาน
6.เคร่ืองมือการคดิ
- สมรรถนะในการคิด six thinking hats(white hat)
- สมรรถนะในการแกป้ ญั หา kwl
- สมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี
กิจกรรมการเรยี นรู้
7.ขั้นของกจิ กรรม 8.สอ่ื 9.วิธกี ารวัดผล
Do Now (3นาที) - รปู ภาพ - ประเมนิ จาก
บอกช่อื เขอ่ื นท่นี กั เรียนรู้จัก คนละ 1 ขอ้ - ใบงาน kwl เรื่อง ความ ขอ้ สอบตามแนว
Purpose (2 นาที) ต้านทาน Pisa เรอื่ ง ความ
เราจะเรยี นเรื่องความต้านทาน เพอื่ ให้นักเรียนมีอธิบายและ - คลิปวิดโิ อ เรื่อง ความ ต้านทาน
คำนวณหาค่าความตา้ นทานได้อย่างถูกต้อง ตา้ นทาน
-ใบความร้เู ร่อื ง ความ
Work mode (110 นาที) ต้านทาน
1.นกั เรียนดรู ปู ภาพท่ีครกู ำหนดให้เกีย่ วกบั เรื่องความตา้ นทาน - ใบงาน เร่ือง ความ
และรว่ มกันอภปิ รายข้อมลู (คิด3:คิดวิพากษ์)(5นาที) ต้านทาน
2.นักเรยี นทำใบงาน kwl (ชอ่ ง k)เรอื่ ง ความต้านทาน - ขอ้ สอบตามแนว Pisa
คำถาม : นกั เรยี นรู้อะไรบา้ งเกยี่ วกับความตา้ นทาน (5นาที) เร่อื ง ความตา้ นทาน
3.นักเรยี นดคู ลปิ วดิ โิ อเร่อื ง ความตา้ นทานและทำใบงาน kwl
(ชอ่ ง w)คำถาม : จากการดูคลิปนักเรยี นอยากรูอ้ ะไรเพม่ิ เติม
เก่ยี วกับความต้านทานอกี (5นาท)ี
4.นกั เรยี นฟงั ครอู ธิบายเรื่องความต้านทานและยกตวั อย่างโจทย์
คำนวณ(15 นาท)ี
5.นกั เรียนศึกษาข้อมลู จากใบความรู้เรือ่ ง ความตา้ นทานและ
แบง่ กลมุ่ ทำงาน(ใบงาน)การทำโจทยค์ ำนวณเรือ่ ง ความตา้ นทาน
(คิด5:คดิ แก้ปัญหา)(สมรรถนะ 4)(พอเพียง 3 การมีภูมิค้มุ กันที่ดี
ในตวั ) (30นาท)ี
6.นักเรียนตัวแทนแต่ละกลมุ่ นำเสนอการแกโ้ จทย์หน้าช้นั เรยี น
(10นาที)
7. นกั เรยี นทำข้อสอบตามแนว Pisa เร่ือง ความตา้ นทาน
8.นักเรียนสรุปองค์ความรู้ลงใบงาน kwl (ช่อง l)
คำถาม: นักเรียนได้รบั ความรู้เรือ่ ง ความตา้ นทานท่ีเรียนใน
วันนี้อยา่ งไรบา้ ง (15นาท)ี
9.นักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปเนอื้ หาท่เี รียนในวันนี้ (5 นาที)
Reflective thinking (5 นาที)
- บอก 1 สงิ่ ที่ยงั สงสัยในคาบนี้?
- ข้อสอบ/แบบทดสอบ1ข้อ
เอกสารประกอบการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ที่ 15
แบบทดสอบ
ที่มา http://www.nayoktech.ac.th/webnew/attachments/article/957
1. ขอ้ ใดคือหนา้ ท่ขี องตวั ตา้ นทาน
ก. ตา้ นทานแรงดนั ไฟฟา้
ข. จ ากดั การไหลของกระแสไฟฟ้า
ค. แบง่ กระแสไฟฟ้า
ง. ลดแรงดนั ไฟฟ้า
2. ค่าความตา้ นทาน 1.2 k มีค่าตรงกบั ขอ้ ใด
ก. 120
ข. 1200
ค. 12000
ง. 120000
ใบงาน kwl เรือ่ ง ความตา้ นทาน
เรื่อง .....................................................................................
kwl
ชื่อ.......................................................................................................เลขท่.ี .....................ชน้ั ........................
แบบประเมินใบงาน KWL
คำชี้แจง : ให้ผ้สู อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในชอ่ งรายการประเมิน
กำหนดตามตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL
ชือ่ -สกุล การ เนื้อหา นำเสนอ ความ ตรงต่อ รวม สรปุ ผลการ
ลำดบั ท่ี ของผ้รู ับการ แสดง สวยงาม เวลา 20 คะแนน ประเมิน ผา่ น/
ความ
ประเมนิ คิดเห็น ไมผ่ ่าน
ลงช่ือ ....................................................ผปู้ ระเมิน
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรุง
นกั เรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผา่ น
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน KWL
เกณฑ์การ ระดับการประเมิน
ประเมิน
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การแสดง
ความคิดเห็น - แสดงความคดิ เหน็ ในช่อง K - แสดงความคดิ เห็นในช่อง K - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง K - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง K
ได้ 10 ข้อคำถามขนึ้ ไป ได้ 9-10 ขอ้ คำถาม ได้ 7-8 ขอ้ คำถาม ได้ น้อยกว่า 7 ข้อ
- แสดงความคดิ เหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง - แสดงความคดิ เห็นในชอ่ ง - แสดงความคิดเห็นในช่อง
W ได้ 10 ขอ้ คำถามขน้ึ ไป W ได้ 9-10 ข้อคำถาม W ได้ 7-8 ข้อคำถาม W ได้ น้อยกวา่ 7 ขอ้
- แสดงความคดิ เห็นในชอ่ ง L - แสดงความคิดเหน็ ในช่อง L - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L - แสดงความคิดเหน็ ในชอ่ ง L
ได้ 10 ข้อคำถามขึ้นไป ได้ 9-10 ข้อคำถาม ได้ 7-8 ข้อคำถาม ได้ นอ้ ยกว่า 7 ข้อ
เนือ้ หา - เน้อื หาครบถ้วนตามสาระที่ - เนอ้ื หาถกู ตอ้ งตามสาระท่ี - เนอื้ หาถกู ต้องตามสาระที่ - เน้ือหาถูกตอ้ งตามสาระท่ี
กำหนด 100% กำหนด 80-99% กำหนด 60-79% กำหนดต่ำกว่า 59%
- เขียนถกู ตอ้ งตามหลักภาษา - เขยี นถูกต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลกั ภาษา - เขียนถกู ต้องตามหลักภาษา
100% 80-99% 60-79% ต่ำกว่า 59%
- ลำดบั หวั ข้อเน้อื หาชดั เจน - ลำดบั หัวข้อเนือ้ หาชดั เจน - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง - มีการสรปุ ไมส่ มเหตสุ มผล
- มกี ารสรปุ ได้อย่าง - มีการสรปุ ไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล 60-79% ต่ำกว่า 59%
สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนำเสนอ - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พดู ชัดเจนเสียงดงั ฟังชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้องตาม - ใชภ้ าษาทางการถูกตอ้ งตาม - ใชภ้ าษาทางการถกู ตอ้ งตาม - ใช้ภาษาทางการถกู ตอ้ ง
อกั ขระ100% อักขระ80-99% อักขระ60-79% ตามอักขระต่ำว่า 59%
- บคุ ลิกภาพดีและมีความ - บุคลิกภาพดี - บคุ ลิกภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
ม่นั ใจ - ความพร้อมในการนำเสนอ
- มีการใชส้ อ่ื ประกอบการ ได้บางส่วน
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการนำเสนอ
ความสวยงาม - ใชส้ ีสันสวยงาม - ใช้สีสนั สวยงาม - ใชส้ สี นั สวยงามและมีความ - ใช้สีสนั สวยงามหรอื เปน็ ไป
- มีความสะอาด - มีความสะอาด สะอาด ตามเกณฑ์อยา่ งใดอย่าง
- มีความคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคิดสรา้ งสรรค์ หน่งึ
- ความเปน็ ระเบยี บอ่านงา่ ย
การตรงต่อ ส่งผลงานครบถว้ น ตรงตาม สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ ้ากวา่ สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้ากวา่ สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ า้ กวา่
เวลา เวลาที่กำหนด เวลาทีก่ ำหนด 5 นาที เวลาทกี่ ำหนด 10 นาที เวลาที่กำหนด 15 นาที
ใบความรูเ้ รอ่ื ง ความตา้ นทาน
ควำมตำ้ นทำน
ความตา้ นทานเป็นคณุ สมบตั ิของอปุ กรณท์ ่ตี า้ นการไหลของกระแสไฟฟ้า เม่ือมีแรงดนั ตกครอ่ มอปุ กรณ์ กจ็ ะเกิดพลงั งานขบั
ใหก้ ระแสไหลผา่ นตวั มนั และพลงั งานจะปรากฎในรูปของความรอ้ น ท่ตี วั อปุ กรณ์
ควำมตำ้ นทำนมีหน่วยวดั เป็นโอหม์ และสญั ลกั ษณ์ของโอห์มคอื ตวั โอเมกำ .
1 เป็นค่ำท่ีคอ่ นขำ้ งจะมีใชน้ อ้ ยมำกสำหรับอเิ ลก็ ทรอนิกส์ คำ่ ทใี่ ชบ้ อ่ ยๆจะเป็น k และ M .
1 k = 1000 1 M = 1000000 .
ตวั ตำ้ นทำนท่ีใชใ้ นอิเลก็ ทรอนิกสส์ ำมำรถมีคำ่ ต่ำๆเช่น 0.1 จนสูงมำกเช่น10 M .
ตวั ตำ้ นทำนต่อกนั แบบอนุกรม
เม่อื ตอ่ ตวั ตา้ นทานหลายตวั อนกุ รมกนั ความตา้ นทานรวมเทา่ กบั คา่ ความตา้ นทานแตล่ ะตวั
รวมกนั ตวั อย่างเชน่ ตวั ตา้ นทาน R1 และ R2 ตอ่ อนกุ รมกนั ความตา้ นทานรวม R หาได้
จาก:
ควำมตำ้ นทำนรวมแบบอนุกรม: R = R1 + R2
ถำ้ หำกตอ่ อนุกรมกนั หลำยๆตวั กส็ ำมำรถหำคำ่ รวม
ได:้ R = R1 + R2 + R3 + R4 + ...
หมำยเหตุ: ควำมตำ้ นทำนรวมแบบอนุกรมจะมำกกวำ่ ควำมตำ้ นทำนแตล่ ะตวั เสมอ
ตวั ตำ้ นทำนตอ่ กนั แบบขนำน
เม่ือตวั ตา้ นทานต่อกนั แบบขนาน ผลรวมความตา้ นทานจะนอ้ ยกวา่ ความตานทานแตล่ ะ
ตวั ตวั อย่างตวั ตา้ นทาน R1 และ R2 ตอ่ ขนานกนั ผลรวมความตา้ นทานหาไดจ้ าก
สมการ:
ผลรวมความตา้ นทาน R1 × R2
สองตวั ต่อแบบขนาน: R =
R1 + R2
ถำ้ ตวั ตำ้ นทำนมำกกวำ่ สองตวั ตอ่ ขนำนกนั สมกำรรวมแบบขนำนจะยำกมำกข้นึ สมกำรที่ใชค้ อื ส่วนกลบั ของควำมตำ้ นทำน
รวมแบบขนำนจะเทำ่ กบั ผลรวมของส่วนกลบั ควำมตำ้ นทำนแตล่ ะตวั :
1 111
= + + + ...
R R1 R2 R3
สมกำรรวมควำมตำ้ นแบบขนำน 2 ตวั ดูจะใชง้ ่ำยกว่ำ!
หมำยเหตุ: ควำมตำ้ นทำนรวมแบบขนำนจะนอ้ ยกว่ำควำมตำ้ นทำนแต่ละตวั เสมอ
ตวั นำ, สำนก่ึงตวั นำ และฉนวน
ความตา้ นทานของวตั ถขุ นึ้ อย่กู บั รูปรา่ งและวสั ดทุ ่นี ามาใช้ ในกรณีวสั ดเุ หมือนกนั วตั ถทุ ่มี ีขนาดพนื้ ท่หี นา้ ตดั เลก็ กว่าหรอื มี
ความยาวมากกวา่ ย่อมมคี วามตา้ นทานสงู กวา่
วสั ดุสำมำรถแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 กลุ่มคือ:
• ตัวนา ซง่ึ มีความต้านทานตา่
ตวั อยา่ ง: โลหะ(อลมู เิ นยี ม ทองแดง เงนิ เป็นตน้ ) และคารบ์ อน
โลหะใชท้ าสายไฟ, ตวั สมั ผสั สวทิ ช์ และไสห้ ลอด ตวั ตา้ นทานทาจากคารบ์ อนหรอื ขดลวดเสน้ เล็กๆ
• สารกงึ่ ตัวนา ซง่ึ มีความตา้ นทาน พอประมาณ
ตวั อย่าง: เยอรมนั เนยี ม, ซิลิคอน
สารกง่ึ ตวั นาใชท้ า ไดโอด, LED, ทรานซิสเตอรแ์ ละไอซ(ี integrated circuits)
• ฉนวน ซ่งึ มีความต้านทานสูงมาก
ตวั อย่าง: พลาสติคโดยส่วนใหญ่เชน่ โพลีเ่ ธนและพวี ซี ี(โพล่ไี วนีลคลอไรด)์ , กระดาษ, กระจก
พวี ซี ใี ชท้ าฉนวนห่อหมุ้ ลวดสายไฟ ปอ้ งกนั ไมใ่ หส้ มั ผสั กนั
กระแสไฟฟ้ากบั ความตา้ นทาน
ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ท่ีไหลผ่านลวดตวั นำคลา้ ยกับปรมิ าณนำ้ ทไี่ หลผา่ นท่อ นำ้
ความตา้ นทานไฟฟ้า หมายถึง สมบตั ิของตวั นำไฟฟา้ ทยี่ อมให้กระแสไฟฟ้าผ่านไดม้ ากน้อยตา่ งกนั มหี นว่ ย
เปน็ โอหม์ (ohm) เขยี นย่อว่า W และใชส้ ัญญาลักษณ์
แทนความตา้ นทาน ความต้านทาน 1 โอห์ม คือ ความตา้ นทานของตวั นำ ซง่ึ เมื่อต่อปลายทง้ั สองของตัวนำเขา้
กบั ความตา่ งศกั ย์ 1 โวลต์ และมีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นตัวนำน้นั 1 แอมแปร์
• ปริมาณกระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านลวดตัวนำจะไหลผ่านได้มากหรอื น้อย ขึ้นอยู่กบั ความต้านทานของลวด
ตวั นำ
• ถา้ ลวดตัวนำมคี วามตา้ นทานนอ้ ย กระแสไฟฟา้ จะไหลผา่ นไดม้ าก
• ถา้ ลวดตัวนำมีความต้านทานมาก กระแสไฟฟา้ จะไหลผ่านได้น้อย
• ความตา้ นทานของลวดตวั นำนัน้ ข้ึนอยกู่ ับ
• ชนดิ ของโลหะท่ีใช้ทำลวดตัวนำ เงินมีความต้านทานน้อยที่สุด กระแสไฟฟ้าจึงไหลผา่ นได้มากทสี่ ุด
• ขนาดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางของลวดตัวนำ ลวดขนาดใหญม่ คี วามต้านทานน้อยกว่าลวดขนาดเล็ก
• ความยาวของลวดตวั นำ ลวดตัวนำทีย่ าวกวา่ จะมีความตา้ นทานมากกว่า
• อณุ หภมู ิ ลวดตวั นำทว่ั ไป อุณหภมู ยิ ่งิ สูง ความตา้ นทานจะย่ิงมากขึ้น ยกเว้นคาร์บอนและซิลกิ อนท่ี
อณุ หภูมยิ ่ิงสงู ความต้านทานจะย่งิ นอ้ ยลง
•
ความสมั พันธ์ระหวา่ งความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน
กฎของโอห์ม กลา่ วว่า “ ถ้าอุณหภมู ขิ องตัวนำมคี ่าคงท่ีแลว้ อัตราสว่ นระหวา่ งความต่างศักย์ทปี่ ลายทง้ั สอง
ของตัวนำและกระแสไฟฟา้ ที่ไหลในตัวนำนน้ั ย่อมมีคา่ คงที่ ”
ถ้าให้
V = ความตา่ งศักย์ มหี น่วยเป็นโวลต์ (V)
I = กระแสไฟฟา้ มหี นว่ ยเปน็ แอมแปร์ (A)
R = ค่าคงทหี่ รือความต้านทาน มหี น่วยเป็นโอห์ม ( W )
จะไดส้ ตู ร หรอื
การตอ่ ความต้านทานไฟฟ้า แบ่งไดเ้ ป็น 3 แบบ ดงั นี้
การต่อแบบอนกุ รม เป็นการต่อตวั ตา้ นทานไฟฟ้าเรียงกันเปน็ สายเดยี ว ซง่ึ มีผล คอื
กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านในวงจรมคี า่ เท่ากันหมด
Iรวม = I 1 = I 2 = I 3
ความตา่ งศักยร์ ะหว่างปลายท้ังสองของความตา้ นทานไฟฟ้าแต่ละตวั มีคา่ ไม่เท่ากนั
Vรวม = V 1 + V 2 + V 3
ความตา่ งศักยร์ วมเท่ากบั ความต่างศักยข์ องแบตเตอรี่
ถา้ ความตา้ นทานตวั ใดตัวหนึ่งขาด จะทำใหไ้ มม่ กี ระแสไฟฟ้าไหลในวงจร
ความตา้ นทานรวมเท่ากบั ผลบวกของความต้านทานยอ่ ย ทำให้ความตา้ นทานรวมมีค่ามากขึ้น
Rรวม = R 1 + R 2 + R 3
การตอ่ แบบขนาน เป็นการต่อความตา้ นทานไฟฟา้ แบบคร่อมข้วั กัน การต่อแบบนีม้ ีผล คอื
กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านความตา้ นทานไฟฟ้าแต่ละตวั จะมีค่าไมเ่ ท่ากัน ถ้าความตา้ นทานไฟฟา้ แต่ละตวั มีค่าไม่
เทา่ กนั จะไดก้ ระแสไฟฟา้ รวมเท่ากับผลบวกของกระแสไฟฟา้ ยอ่ ย
Iรวม = I 1 + I 2 + I 3
ความต่างศักยร์ ะหว่างขัว้ ท้งั สองของความตา้ นทานจะเทา่ กัน และเท่ากับความต่างศักยร์ วม
Vรวม = V 1 = V 2 = V 3
ถา้ ความต้านทานตัวใดตวั หนงึ่ ขาด จะไมม่ ีกระแสไฟฟา้ ไหลเฉพาะวงจรของความตา้ นทานท่ีขาดเท่านนั้ ไม่มี
ผลกระทบต่อวงจรอืน่ ความต้านทานตัวอ่ืนยังคงมีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นเชน่ เดมิ
ความตา้ นทานรวมมีค่าน้อยลง และนอ้ ยกว่าความต้านทานยอ่ ยท่มี ีค่านอ้ ยท่ีสดุ
ความต้านทานรวมของวงจรคดิ จาก
การตอ่ แบบผสม เปน็ การต่อความต้านทานไฟฟ้าทม่ี ที ้ังการตอ่ แบบอนุกรมและขนานรวมกนั อยู่ในวงจรไฟฟา้
เดยี วกนั การคำนวณหาความต้านทานรวมจะต้องหาความตา้ นทานรวมแบบขนานก่อนแล้วจงึ นำค่าความ
ตา้ นทานท่ีได้มาบวกกับความต้านทาน
ยอ่ ยตัวอื่น ๆ ที่ต่อแบบอนุกรม
การต่อหลอดไฟฟา้
การตอ่ วงจรไฟฟา้ ในบ้านทมี่ เี ครือ่ งใช้ไฟฟ้าหรอื อปุ กรณต์ า่ ง ๆ ใช้สัญลกั ษณ์ดงั นี้
หลอดไฟฟ้าที่ไส้หลอดทำด้วยตวั นำ ไฟฟ้าเลก็ ๆ เรียก ลวดต้านทาน
ลวดต้านทาน/ตวั ตา้ นทานมีค่าคงที่
ลวดตา้ นทานทมี่ ีค่าไม่คงที่
เซลล์ไฟฟา้ 1 เซลล์ ( ขดี ยาวคือ ขั้ว + , ขดี สัน้ คอื ข้วั -)
สวติ ช์ คอื อปุ กรณ์ปิด - เปิดวงจรไฟฟ้า ตอ่ แบบอนกุ รมกบั หลอดไฟฟา้
โวลตม์ ิเตอร์
แอมมิเตอร์
แบตเตอรี่
ฟิวส์ เป็นลวดท่มี คี วามตา้ นทานตำ่ จุดหลอดเหลวตำ่ เปน็ โลหะผสมระหว่างดบี ุก
พลวง ทองแดง จะหลอมเหลวเม่ือมกี ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านมากเกินไป
สายดนิ
ความรเู้ กี่ยวกับการตอ่ หลอดไฟฟา้ เข้ากับวงจรไฟฟ้าในบ้าน
การต่อแบบอนุกรม
• ถา้ ไสห้ ลอด A หรือ B ขาด จะไม่ครบวงจร หลอดไฟฟ้าท่ีเหลอื จะดับ
• หลอดไฟฟ้า A หรือ B สว่างเทา่ กัน แต่สว่างน้อยกวา่ แบบขนาน
การต่อแบบขนาน
• ถา้ ไสห้ ลอด C ขาด หลอด D ยงั ครบวงจร จงึ ยงั คงสว่างอยู่ หรอื ถา้ ไส้หลอด D ขาด หลอด C ยงั คง
สวา่ งอยู่
• หลอดไฟ C และ D สวา่ งเทา่ กนั ถ้าหลอดขนาดเท่ากัน สวา่ งมากกวา่ ตอ่ แบบอนุกรม
การต่อหลอดไฟ
การตอ่ หลอดไฟหรอื เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ควรตอ่ แบบขนาน เน่ืองจากมีข้อดีดังน้ี
1. เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าแต่ละอย่างได้รับความต่างศักย์เท่ากันทั้งหมดตรงตามที่กำหนดไว้ทีเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า
2. สามารถปิด - เปิดสวติ ช์เฉพาะเคร่ืองใช้ไฟฟ้าชนดิ นนั้
3. ความต้านทานในวงจรน้อย กระแสไฟฟา้ จึงไหลผ่านได้มาก
ใบงาน เรอื่ ง ความตา้ นทาน (ตามแนวPISA)
อา่ นถ้อยความตอ่ ไปนแ้ี ลว้ ตอบคำถาม
กระแสไฟฟ้ากบั ความตา้ นทาน
ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ท่ไี หลผ่านลวดตวั นาคลา้ ยกบั ปรมิ าณนา้ ท่ไี หลผ่านท่อนา้ ความตา้ นทานไฟฟา้
หมายถงึ สมบตั ิของตวั นาไฟฟ้าท่ยี อมใหก้ ระแสไฟฟา้ ผา่ นไดม้ ากนอ้ ยตา่ งกนั มีหนว่ ยเป็นโอหม์ (ohm) เขยี นย่อ
ว่า W
ความต้านทาน 1 โอห์ม คอื ความตา้ นทานของตวั นำ ซงึ่ เมื่อต่อปลายทงั้ สองของตัวนำเข้ากับความต่าง
ศักย์ 1 โวลต์ และมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำน้นั 1 แอมแปร์ ปริมาณกระแสไฟฟา้ ท่ีไหลผา่ นลวดตวั นำจะ
ไหลผา่ นได้มากหรือน้อย ขนึ้ อยูก่ บั ความต้านทานของลวดตัวนำ ถ้าลวดตัวนำมีความต้านทานน้อย
กระแสไฟฟา้ จะไหลผ่านได้มากถา้ ลวดตัวนำมคี วามต้านทานมาก กระแสไฟฟา้ จะไหลผ่านได้น้อย
ความตา้ นทานของลวดตวั นำน้ันขึน้ อยู่กับชนดิ ของโลหะท่ีใชท้ ำลวดตวั นำ เงนิ มีความตา้ นทานนอ้ ย
ทส่ี ุด กระแสไฟฟา้ จึงไหลผ่านไดม้ ากท่สี ุดขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลางของลวดตวั นำ ลวดขนาดใหญ่มีความต้านทาน
น้อยกว่าลวดขนาดเล็กความยาวของลวดตัวนำ ลวดตัวนำที่ยาวกวา่ จะมคี วามตา้ นทานมากกวา่ อุณหภูมิ ลวด
ตวั นำทัว่ ไป อุณหภูมยิ ่ิงสงู ความต้านทานจะยงิ่ มากขึน้ ยกเวน้ คาร์บอนและซิลกิ อนท่ีอุณหภูมยิ ิง่ สูง ความ
ตา้ นทานจะย่งิ น้อยลง
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความตา่ งศักย์ กระแสไฟฟ้า และความตา้ นทาน
กฎของโอห์ม กล่าวว่า “ ถา้ อุณหภูมขิ องตวั นำมคี ่าคงที่แล้ว อตั ราสว่ นระหว่างความตา่ งศักย์ทปี่ ลาย
ท้งั สองของตวั นำและกระแสไฟฟา้ ที่ไหลในตัวนำนัน้ ย่อมมีค่าคงที่ ”
ถา้ ให้
V = ความตา่ งศกั ย์ มหี นว่ ยเป็นโวลต์ (V)
I = กระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A)
R = คา่ คงท่หี รือความต้านทาน มีหน่วยเป็นโอห์ม ( W )
จะได้วา่ V/I=R
การต่อความต้านทานไฟฟา้ แบง่ ได้เป็น 3 แบบ ดังนี้
การต่อแบบอนุกรม เป็นการต่อตัวต้านทานไฟฟา้ เรยี งกนั เป็นสายเดียว ซึ่งมผี ล คอื กระแสไฟฟา้ ที่ไหล
ผ่านในวงจรมคี ่าเท่ากันหมด
Iรวม = I 1 = I 2 = I 3
ความตา่ งศักยร์ ะหวา่ งปลายทั้งสองของความตา้ นทานไฟฟา้ แตล่ ะตัวมคี า่ ไม่เทา่ กนั
Vรวม = V 1 + V 2 + V 3