The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ <br> มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thai Nsru, 2023-07-29 02:26:06

มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ <br> มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

Keywords: ภาษาไทย

มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน


หนังสือรวมบทความดานภาษาและวรรณกรรมไทย มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน พิมพ ครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๗ จํานวน ๒๐๐ เล"ม ผูรับผิดชอบโครงการ : ชัชนีย วินิจชัยนันท ที่ปรึกษาโครงการ : ผูช"วยศาสตราจารย สุชาติ พงษ พานิช ผูช"วยศาสตราจารย เสาวดี ธนวิภาคะนนท บรรณาธิการ : ป5ทมา ดําประสิทธิ์ กองบรรณาธิการ : อาทิตย ดรุนัยธร ธนัฏฐากุล พรทิพยพานิช พิสูจน อักษร : ธนัฏฐากุล พรทิพยพานิช ออกแบบรูปเล"ม : อาทิตย ดรุนัยธร จัดพิมพ โดย สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร และสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค โทรศัพท ๐๕๖ ๒๑๙๑๐๐-๒๙ ต"อ ๒๒๐๓ E-mail [email protected] ขอมูลทางบรรณานุกรม สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร และสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน. – พิมพ ครั้งที่ ๑. – นครสวรรค : คณะมนุษยศาสตร และสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค , ๒๕๕๗. ๒๖๙ หนา.


บทบรรณาธิการ บทบรรณาธิการ ทบรรณาธิการ ดวยพื้นฐานความเชื่อว"า “ความรูคืออํานาจ ความรูคืออํานาจ ความรูคืออํานาจ” ที่สามารถช"วยสราง ขอไดเปรียบใหแก"ผูถือครองความรูนั้นได ทั้งยังตระหนักถึงความจําเปTน ของการแสวงหาความรูว"าเปTนสิ่งสําคัญยิ่ง ดังคํากล"าวที่ว"า “รูสิ่งใดไม"สูรูวิชา รูสิ่งใดไม"สูรูวิชา รูสิ่งใดไม"สูรูวิชา” สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร และสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค จึงมีดําริที่จะจัดทําหนังสือรวมบทความเพื่อเผยแพร"ความรู เกี่ยวกับภาษาและวรรณกรรม เปTนที่ระลึกเนื่องในวันภาษาไทยแห"งชาติ ประจําปV ๒๕๕๗ ขึ้น และไดหยิบยืมวรรคทองซึ่งกล"าวถึงคุณค"าของความรู ที่ท"องกันจนคุนปาก ไดฟ5งจนคุนหู จากหนังสือนิติสารสาธก ของ พระยาศรี สุนทรโวหาร (นอย อาจารยางกูร) มาใชเปTนชื่อหนังสือในลักษณะของการตั้งชื่อ แบบอัญพจน (Quotation Title) ว"า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน” บทความจํานวน ๑๕ เรื่องที่รวมพิมพ อยู"ในหนังสือเล"มนี้ มีความแตกต"างหลากหลาย ทั้งในดานรูปแบบและเนื้อหา กล"าวคือ มีทั้ง รูปแบบบทความวิชาการ บทความวิจัย และบทความปกิณกะ และมีเนื้อหา ครอบคลุมประเด็นทั้งดานภาษาไทย ทักษะการใชภาษา วรรณคดี วรรณกรรม และป5ญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ซึ่งความแตกต"าง หลากหลายดังกล"าวก็ลวนตั้งอยู"บนจุดร"วมเดียวกัน คือ การตระหนักถึงภารกิจ และพันธกิจของครูภาษาไทยที่พึงมีต"อวิชาชีพของตน อาจกล"าวไดว"า การจัดทําหนังสือเล"มนี้มิไดเกิดขึ้นดวยเจตนาจะ “อวดภูมิรู” ใหเปTนที่ปรากฏ หากแต"เกิดจากความประสงค ที่จะแสดงผลสัมฤทธิ์แห"งการขวนขวายใฝaหา ความรู ของคณาจารย ในสาขาวิชา ตามความสนใจและความถนัด ใหเปTนที่ ประจักษ เปTนเบื้องตน และเพื่อกระตุนใหเกิดความสนใจและความตระหนักถึง


คุณค"าของภาษาและวรรณกรรมในฐานะเครื่องมือในการสื่อสารและมรดกทาง วัฒนธรรมของชาติเปTนเบื้องปลาย หวังเปTนอย"างยิ่งว"า หนังสือ “มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน มีวิชาเหมือนมีทรัพย อยู"นับแสน” เล"มนี้ จะช"วยยังประโยชน ใหแก"ผูอ"าน ทั้งในลักษณะของการทบทวนความรูเดิม และ เพิ่มเติมความรูใหม"พอสมควร ตามส"วนของความสนใจ


สารบัญ ไวปากไววากย วาที ไววงศ กวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแข"งขัน การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแข"งขัน การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแข"งขัน ๑ ผูช"วยศาสตราจารย สุวนีย พระแกว เปรียบเทียบพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ. เปรียบเทียบพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ กับฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ กับฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๗ ผูช"วยศาสตราจารย สุชาติ พงษ พานิช นครสวรรค ในไตรภูมิพระร"วง นครสวรรค ในไตรภูมิพระร"วง ๔๕ ผูช"วยศาสตราจารย เสาวดี ธนวิภาคะนนท ป5ญหาการพูดภาษาไทยของนักศึกษาจีน ป5ญหาการพูดภาษาไทยของนักศึกษาจีน ๕๙ ชนิกา พรหมมาศ เรื่องเล"าจากหองเรียน : เรื่องเล"าจากหองเรียน : ขอสังเกต ขอสังเกต ขอสังเกตป5ญหาการใชภาษา การใชภาษา การใชภาษาไทย ๘๓ นวพร ละมายศรี อักษร อักขรวิธี กับสังคมไทย อักษร อักขรวิธี กับสังคมไทย ๙๓ ชัชนีย วินิจชัยนันท กลการประพันธ ในงานเขียนสารคดีที่ไดรับรางวัลยอดเยี่ยม ๑๐๓ ๑๐๓ นายอินทร อะวอร ด นายอินทร อะวอร ด นายอินทร อะวอร ด ปV ๒๕๕๒ ชูชาติ คุมขํา การสวดโอเอวิหารราย : การสวดโอเอวิหารราย : มรดกทางคีตกรรมและการสืบทอด มรดกทางคีตกรรมและการสืบทอด มรดกทางคีตกรรมและการสืบทอด วัฒนธรรมทางภาษา วัฒนธรรมทางภาษา วัฒนธรรมทางภาษา ๑๒๕ ๑๒๕ ณัฐวุฒิ เชื้อชวด โวหารภาพพจน ในเพลงไทยลูกทุ"งของ ชาย เมืองสิงห โวหารภาพพจน ในเพลงไทยลูกทุ"งของ ชาย เมืองสิงห ๑๓๕ ๑๓๕ สุกัญญา คงสูน


อ"านใหลึก ตรึกใหดี ตีใหแตก : อ"านใหลึก ตรึกใหดี ตีใหแตก : การอ"านตีความระหว"างบรรทั การอ"านตีความระหว"างบรรทั การอ"านตีความระหว"างบรรทัด ๑๔๙ อนัญญา วารีสอาด เลือกหนังสือสําหรับเด็กอย"างไร... เลือกหนังสือสําหรับเด็กอย"างไร...ใหถูกใจเด็ก ใหถูกใจเด็ก ใหถูกใจเด็ก ๑๗๗ ๑๗๗ ป5ทมา ดําประสิทธิ์ รามเกียรติ์ : รามเกียรติ์ : แปลงนิทานผสานสื่อร"วมสมัย มูลค"าใหม"ที่น"าจับตามอง แปลงนิทานผสานสื่อร"วมสมัย มูลค"าใหม"ที่น"าจับตามอง แปลงนิทานผสานสื่อร"วมสมัย มูลค"าใหม"ที่น"าจับตามอง ๑๘๙ ๑๘๙ อาทิตย ดรุนัยธร “ชายในหญิง “ชายในหญิง ชายในหญิง” การเรียกคืนอํานาจของสตรีเพศในวรรณก การเรียกคืนอํานาจของสตรีเพศในวรรณก การเรียกคืนอํานาจของสตรีเพศในวรรณกรรมป5จจุบัน รรมป5จจุบัน รรมป5จจุบัน ๒๒๑ กฤต โสดาลี วิวัฒนาการคําเรียกสีพื้นฐานในภาษาไทยสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร นโกสินทร ๒๓๗ ธนัฏฐากุล พรทิพยพานิช การเปรียบเทียบที่มาและความของคําสแลงในนิตยสารบันเทิง และธุรกิจการเมืองรายสัปดาห และธุรกิจการเมืองรายสัปดาห และธุรกิจการเมืองรายสัปดาห ๒๕๙ ๒๕๙ รัตนา สังข โชติ


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติ์และไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ผูชวยศาสตราจารยสุวนีย พระแกว


๒ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน คุณของร อยกรอง คุณของร อยกรอง ๑. มีรูปแบบ ราย โคลง กาพย กลอน ฉันท วางให ถูกต อง รูปแบบ กลอนสี่ กลอนสี่ กลอนหก กลอนสุภาพ ยอหน าครั้งเดียว มีความยาวตามแตจ กลอนหก กลอนสุภาพ ะกําหนด กลอนดอกสร อย สักวา กลอนดอกสร อย สักวายอหน าครั้งเดียว ๑ บทมี ๘ วรรค จบด วยคําวา เอย โคลง แบงวรรคให ถูก เว นวรรคสวนสร อย ไมเว นวรรคส โคลง ี่คําสุดท ายบท กาพยต องวางทีละบทตามชนิดนั้นคือยอหน าใหมทุกบท ๒. สําเนียงของคําประพันธนั้น ๆ โดยเฉพาะที่กําหนดเสียง คือ กลอน กลอนประกวดนิยมใช กติกากลอนแบบฉบับ วรรคทั้งสี่ของกลอนมีสําเนียงเป4น ที่นิยมวา วรรคสดับคําสุดท ายได ทุกเสียง แตควรเลี่ยงสามัญนั้นดีกวา ท ายวรรครับนับได ใช จัตวา หรือเอกโทหามาก็ใช ดู วรรครองสงคงสามัญไมผันผิด หากจะติดเสียงตรีก็ดีอยู เดินสําเนียงเคียงข างแบบอยางครู สุนทรภูชี้ฉบับสําหรับกลอน (สุวนีย) กลอนสี่หรือกลอนหก ควรมีคําลงท ายวรรคดังที่กลาวนี้ แตป:จจุบัน แตงกลอนสี่เป4นสําเนียงกาพย เชน เด็กเอ;ยเด็กน อย ยังด อยความรู เฝ=าคอยคุณครู เป4นผู สอนสั่ง (สุวนีย) .............................. คืนนี้เดือนเสี้ยว รูปเคียวเกี่ยวฟ=า มืดมัวเวหา ดาราหร็อมแหร็ม (สุวนีย) คําจบควรเป4นคําสุภาพ


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๓ ๓. จํานวนคํา จํานวนคํา จํานวนคํา ควรเครงครัดจํานวนคําให มีจังหวะสม่ําเสมอ (๔-๖-๘ คํา) บางครั้ง คําวา “สม่ําเสมอ” อาจนับ ๒ หรือ ๔ จังหวะก็ได บางที คําวา “ประเพณี” นับ ๒-๓ ก็ได เชน “ในทุกวันนี้ ประเพณีนิยม (อนุโลมวาเป4นกลอนสี่) ประพฤติสั่งสม .... ” “ลอยตามประเพณี (นับ ๓) เป4นวิธีสืบกันมา” ถ า ๘ ควรแบง ๓-๒-๓ จะยืดหยุนให ชวงกลางเป4น ๓ บ างก็ได จะ เป4น ๙ จังหวะ กลอนแปดอาจไมใชกลอนสุภาพ แตกลอนสุภาพหมายถึง กลอนแปด เชน กลอนแปด “ป:กษใต บ านเรานาเศร าใจจริง” (หรือเป4นกลอนสี่ วรรครองและสง) กลอนสุภาพ “บ านป:กษใต ใจเศร า เราเป4นหวง” ๔. มีศิลปะการแตง มีศิลปะการแตง มีศิลปะการแตงมีสัมผัสหรือเลนเสียง มีเลนคํา มีโวหาร มีจินตนาก มีสัมผัสหรือเลนเสียง มีเลนคํา มีโวหาร มีจินตนาการ ๔.๑. สัมผัสนอก เป4นสัมผัสสําคัญต องมีให ถูกต อง เฉพาะสระ ตาม ระเบียบของชนิดนั้น คํารับสัมผัสในกลอนสุภาพควรตกคําที่ ๓ หรือ ๕ กลอน หกควรตกคําที่ ๒ หรือ ๔ กลอนสี่ควรตกคําที่ ๑ หรือ ๒ อื่น ๆ ต องสัมผัสตาม กําหนดกติกา สัมผัสพยัญชนะ เลนสัมผัสนอก ให คําท ายวรรคหน าเลนเสียงเดียวกับ คําหน าของวรรคหลัง เรียก นิสัย เรียก นิสัย เรียก นิสัย แตไมใชสัมผัสบังคับ เชน “แม เกิดในใต หล าสุธาธาร ถ าพบพานอยาเพลี่ยงพล้ําให จําตาย”


๔ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน สัมผัสพยัญชนะ เลนสัมผัสนอก สัมผัสนอก สัมผัสนอก คือคําท ายวรรคหน าเลนเสียงเดียวกับ คําที่สองของวรรคหลัง เรียก นิสิต เรียก นิสิต เรียก นิสิต แตไมใชสัมผัสบังคับ เชน “วาพลางทางชมคณานก สําเนียงโอ โพระดกโฮกปLกใส” ๔.๒. สัมผัสใน ไมบังคับให ทํา แตถ าทําได จะเป4นศิลปะการแตง มีทั้ง เลนเสียงพยัญชนะ และเลนเสียงสระจะทําให กลอนกลมกลอมขึ้น เชน กลอนหกควรมีคูคําที่ ๔-๕, สวนกลอนสุภาพ ขอเสนอข อสังเกตกลอนสุนทรภู จะเห็นวา จะได สูตรสวนมากพบวามีคูสัมผัสที่ ๓-๔ และ ๕-๗ เชน “บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหงงวังเวงแวว สะดุ งแล วเหลียวแลชะแง หา” .............................. “อันมนุษยสุดนิยมที่ลมปาก จะได ยากโหยหิวเพราะชิวหา” .............................. “ถึงม วยดินสิ้นฟ=ามหาสมุทร ไมสิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม เกิดในใต หล าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไมคลาดคลา แม เนื้อเย็นเป4นห วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป4นมัจฉา แมเป4นบัวตัวพี่เป4นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง” (พระอภัยมณี) หรืออาจกลาวได วา ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๔.๒.๑ เลนเสียงพยัญชนะชิดกัน สร างเสียงพยัญชนะเสียง นั้นติด ๆ กัน หรือมีคําอื่นคั่น (เสียงตามธรรมชาติการออกเสียง ไมใชการ เขียน เชน เสียง ซ ใช คํา เสียม สร าง ซอม ทราย ทราบ ศาล ศรี ฯลฯ)


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๕ ๑) เลนเสียงพยัญชนะ ๑ เสียง ๒ คํา ชิดกัน เชน “จะกินน้ําซ้ําแสบในทรวงเสียว ที่หวานเปรี้ยวกล้ํากลืนก็ขื่นขม” หรือ “ทิวธง โบกเบิกชัยไปทั่วหล า” “รําพึงรําพันรักใต รมโพ” เป4น สัมผัสในพยัญชนะ ๒) เลนเสียงพยัญชนะ ๑ เสียง ๓ คํา ชิดกัน เชน “เป4นผู มอบความรักจริงจากใจ” หรือ “...พิพัฒนผล” เป4นต น หรือเลนชิด ๔-๕ คํา ก็ทําได ในวรรคเดียวกัน ทําให ชิดกันได ตั้งแต ๒-๕ คํา เชน/ “ขอให พอกอเกิดกับรางกาย” / “ขอให กายกอเกิดกับบุญญา” / “มานึกหน า นิ่มน องนวลผองพรรณ” ๓) เลนเสียงพยัญชนะ ๒ เสียง ๔ คําชิดกัน เชน ม-อ “หมายอวดเมืองอินทร” หรือ “เมื่อเหนื่อยออนนอนอิ่มที่ริมทาง” ซ-ท เชน “คือสายธารศรัทธาที่มาถึง” ท-ช เชน “เชิญเทพฉายทิพยชี้ทางชน” ซ-ม-ค เชน “สมเหมือนคําซ้ําเหมือนข อบุราณวา” จ-ค “เมื่อเจ็บคําจําคิด ในจิตจด” ซ-ท “สายธารแหงศรัทธา..” เป4นต น ๔) เลนเสียงพยัญชนะ ๓ เสียง ๖ คํา ชิดกัน เชน ซท-ท เชน “เสริมทางทองสองทางถูกให ลูกศิษย” หรือ “ชาติขัดสนชนขาดทรัพย ...” “อิทธิบาทอธิบาย” เป4นต น ๔.๒.๒ เลนเสียงพยัญชนะไมชิดกัน ในวรรคเดียวกัน มีคําคั่น มี ๑ คําคั่น เชน “ดังปVาช าพงชัฎสงัดคน” / “ตั้งต นทุนคุณธรรมนําชีวิต”/ “จะกินน้ําซ้ําแสบในทรวงเสียว”/ (ยานี) “ชีพหนึ่งกอกําเนิด เพื่อกอเกิดใชกอ เกิดใชกอ เกิดใชกอกรรม มั่นคงเคียงคูธรรม สลัดบาปสั่งสมบุญ” (วีณา วุฒิจํานงค)


๖ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน มี ๒ คําคั่น ระหวางคําที่ ๓ ไป คําที่ ๖ (ท ายชวงที่ ๒) หรือ ระหวางท ายชวงที่ ๒ ไปท ายวรรค เชน “มีหน าที่มีศรัทธาอยาบกพรอง” / “พระราโชบายคือธรรมดํารงไทย” / “ดลใจมิตรอยาให เหมือนกับกรุงใหญ” / “น้ําตาตกคิดถึงแมเฝ=าแตมอง” / “ยอมทันกลกิเลสกล าทุกอาการ” / “ครองประเทศโดยธรรมนําวิถี”/ “............. สลัดบาปสั่งสมบุญ”/ ๔.๒.๓ เลนเสียงสระ สระตามที่ออกเสียง ไมใชตามการ เขียน ไมใชสระตามหลักภาษาไทยเทานั้นเชน สระเอือน สระอวก สระอวน สระเอือย สระอับ ฯลฯ ทั้งมีเสียงสะกดและไมมีเสียงสะกด ต องเป4นพยัญชนะ ตางกันแตสระเสียงเดียวกัน เชน “ลูกช างน อยคอยมองแมหมองเหนื่อย แมคงเมื่อยนอนพับดูอับเฉา” .............................. “พระทรงศักดิ์อรรคเดชวิเศษสิทธิ์ พระทรงฤทธิ์ลบโลกเลือนโศกหล า พระทรงราชยครองรัฐปลูกศรัทธา พระทรงยศยิ่งฟ=าเหนือธาตรี” (รพีพรรณ เพชรอนันตกุล) เลนเสียงสระได ทั้งชิดและคั่น แตให เหมาะสมกับจังหวะของ คําประพันธชนิดนั้นสวนในกาพยยานี ๑๑ สวนมากนิยมเลนเสียงพยัญชนะ ถ าเป4นวรรคด านหน า จะเป4นคูคําที่ ๒-๕ เชน “เหงื่อกูที่สูกิน” / “หนึ่งธรรมที่ นําไทย” ถ าเป4นด านแนวหลัง จะมีคูคําที่ ๓-๖ เชน ถ าเป4นเลนเสียงสระ ถ าเป4นวรรคด านหน าจะมีคูคําที่ ๒-๓ หรือ ๒-๔ วรรคด านหลัง จะมีคูคําที่ ๓-๔ เชน “นวลจันทรเป4นนวลจริง เจ างามพริ้งยิ่งนวลปลา คางเบือนเบือนหน ามา ไมงามเทาเจ าเบือนชาย (เลนคํา”เบือน”)


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๗ เพียนทองงามดั่งทอง ไมเหมือน องหมตาดพราย กระแหแหหางชาย ดังสายสวาทคลาดจากสม” (กาพยเหเรือ : เจ าฟ=าธรรมธิเบศร) “หมูแนมแหลมเลิศรส พร อมพริกสดใบทองหลาง พิศหอเห็นรางชาง หางหอหวนปVวนใจโหย ก อยกุ งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย.... (กาพยเห : ร.๒) ............................. “...หนึ่งธรรมที่นําไทย เอื้อจิตใจเกื้อการุญ ด วยยุติธรรมคุณ คือสัตยซื่อถือความดี..... (วีณา วุฒิจํานงค รองชนะเลิศ ศูนยสงเสริมคุณธรรม ผู จัด ๒๕๕๑) ๔.๓ เลนคํา เลนคํา เลนคํา หรือซ้ําคํา คือใช คํานั้นซ้ําคํา มี ๒ แบบ คือ ซ้ําคํานั้นมี ความหมายเดิม เรียกวาซ้ําคํา เชน “เมื่อเด็กเด็กเล็กเลนอยูด วยกัน” หรือ “เป4นปZปZเพาะปลูกลูกหลานชาติ” แตถ าซ้ําแล วมีความหมายตางกันเรียกวา เลนคํา เชน “ทั้งจากที่จากคลองเป4นสองข อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ วาจากชางมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม” (สุนทรภู) ๔.๔ เลือกคํา เลือกคํา เลือกคํา เป4นศิลปะ และศาสตรของผู แตงที่ต องเลือกใช คําให ถูกต องตรงความหมายและเหมาะสมกับบริบท หมายถึง เขียนเกี่ยวกับอะไร อารมณอยางไร เหมาะสมกับบุคคล โดยเฉพาะการใช ราชาศัพท นอกจาก เหมาะสมต องถูกต องด วย ตัวอยาง


๘ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน “พระเดชพระผานด าว แดนไทย จอมฉัตรพิพัฒนชัย โชติแล ว ทรงธรรมจิรสมัย เสมอภาค พระราชดํารัสแผ ว ผองเพี้ยงเพ็ญสูรย... โอมศรีศรีสวัสดิ์เจ า จอมสรวง ทิพยเทพทาวบําบวง บาทหล า ถวายชัยสิทธิ์ปวง ปุญญวาท เวี่ยวาทไหว วัตรฟ=า ฝากด าวดินเสมอ” (นิชานันท นันทศิริศรณ ชนะเลิศ ศูนยสงเสริมคุณธรรม ผู จัด ๒๕๕๑) “งามพระเกียรติงามพระยศปรากฏสมัย งามเลิศล้ําน้ําพระทัยเอกไอศูรย งามพระราชจริยวัตรพิพัฒนพูน งามไพบูลยพระมหาปรีชาชาญ ... (วรวรรณ เพชรอนันตกุล) ๔.๕ โวหาร ถ อยคํามีชั้นเชิงไมธรรมดาซึ่งเรียกชื่อหลายชนิด (มีใน ตําราทั่วไป) เชน อุปมา เปรียบสองข างเทากัน เปรียบสองข างเทากัน เปรียบสองข างเทากัน เห็นชัดทั้งอุปมาอุปไมย โดยมี คําเชื่อมเปรียบ ได แก ดัง ดั่ง ดุจ ราวกับ ประหนึ่ง เพี้ยง เพียง เหมือน ปาน เป4นต น “ใกล แผนดินเข ามาเหมือนมีวิมานตรงหน าปลื้มหนักหนาแทบจูบ ดิน” หรือ “ลูกไข หนักแมเพี้ยง ภูเขา ลูกเอย”/ “พระองคโอภาสเพี้ยง ศศิธร” / “เสด็จดุจเดือนเขจร แจมฟ=า” / “ประหนึ่งเทพพรมทิพยพรางสิบทิศ นฤมิตสยามแม นมิ่งแมนสรวง” (วรวรรณ เพชรอนันตกุล)


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๙ ต องใช จินตนาการเหนี่ยวเอาสิ่งที่ตางชนิดแตมีคุณสมบัติเทียบกันได มา เปรียบกัน ความหมายจะอยูที่อุปไมย ประโยคอุปมาจะตัดทิ้งได จากตัวอยาง ความหมายไมใชอยูที่ ภูเขา หรือดวงจันทร แตอยูที่ ลูกเป4นไข นั้น แมทุกขใหญ มาก หรือ พระองคโอภาส (งามสวาง) แตไมใช “ศศิธร” หรือไมใช “เห็นหน า คุณทีไรประหนึ่งใจอยากจะหนี...” อุปลักษณ อุปลักษณ อุปลักษณ เปรียบสองสิ่งได เทากันที่สังเกตคือมีคํา คือ, เป4น เป4น คําเชื่อมเปรียบทับกันได สนิทกวาอุปมา เชน “เมตตาเป4นที่ตั้ง เตือนครู จริงแล เสียสละคือตะปู ตอกย้ํา” (สุวนีย รองชนะเลิศ วันครู คุรุสภา ผู จัด ๒๕๕๒) / “ครูคือมิตรชิดใกล เข าใจทั่ว” / “คือรมทิพยคือโพธิ์ทองคุ มผองไทย”/ “เดชะ พระบารมีล น อนันต จักนับด วยกัปกัลป\ ฤๅได ” / “เสียเจ าราวร าวมณีรุ ง... มิหวังกระทั่งฟากฟ=า ซบหน าติดดินกินทราย” เปรียบวาสิ่งใด ๆ ก็สู สิ่งที่ต องการ (บอก) นี้ไมได เชน “ร อยชู ฤๅเทาเนื้อ เมียตนเมียแลพันฤๅดล แมได ” เปรียบให ด อยลง ก็มี เชน “ข อยอนาถาวาสนาน อย ต่ําต อยติด เส นหญ าใต ฝVาเท า” โวหารถามชวนคิดในใจ ถามชวนคิดในใจ ถามชวนคิดในใจ ไมใชถามให ตอบ แตโดยทั่วไปรู คําตอบ อยูแล ว (Rhetoric Question) เชน “อันท าวดาหาธิบดี นั่นมิใชอาวหรือวาไร” / “จะมีใครเลาในโลก มาทุกขโศกกับผาหิน”/ “โฉมควรจักฝากฟ=า ฤๅดิน ดีฤๅ”/ “จะมีใครหวงใยเราขนาดนี้ ใครเลาให ชีวีมาจนใหญ” /


๑๐ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน “องคใดมหิศวรเดช สุวิเศษพระการุญ เรืองทศธรรมพิริยสุน- ทรเกื้อนิกรไทย องคใดผดุงสิริสวัส- ดิพิพัฒนสยามชัย... (วรวรรณ ชนะเลิศ ถ วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ผู จัด ๒๕๓๙) อาวัตพากย อาวัตพากย อาวัตพากย(Synesthesia) เป4นโวหารที่ใช คําไขวผัสสะทั้งหก ได แก หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ หูได ยินเสียงดัง คอย จมูกได กลิ่นหอม เหม็นเป4น ปกติ แตอาวัตพากยสร างให ดูผิดไปจากปกติ เชน เสียงหอมหู หนังสือหอม ใจเปรี้ยว รสโต ลิ้นดัง ใจแคบ ใจจืด ใจดํา รสนิ่ม เสียงแข็ง) เชน“ลายสือขวัญ อันหลั่งไหลหอม” / “ประโคมโหมกลอมถึงหอมโสต” / “เพลงขลุยหวาน ซาบซานโสต ซึ้งประโยชนนุมหูอยูไมหาย” (ยังมีอีกมากมายขึ้นอยูที่ผู แตงจะคิด ขอให อานงานผู อื่นให มาก ๆ เพื่อเก็บตัวอยางไว ) ๔ ๔.๖ สร างจินตนาการ สร างจินตนาการ สร างจินตนาการ กลวิธีนี้มีสวนสําคัญในการได คะแนน เพราะ การสร างบทกวีไมใชการให รับรู เร็วหรือตรงอยางความเรียงหรือร อยแก ว แตต อง แสดงแนวคิดน าวเอาสิ่งอื่นเข ามาประกอบ เชน “รักเขากว างกวานภากาศ จะ เอาโลกมาทําปากกา แล วเอานภามาแทนกระดาษ เอาน้ําหมดมหาสมุทรแทน หมึกวาด ประกาศพระคุณไมพอ..” “พยายามคิดสร างนามตามถึงรูป” ลองพยายามใสคํานามธรรมให เห็น เป4นรูปธรรม คิดถึงสิ่งที่ไมใชคนให มีกิริยาเหมือนคน เชน “เสรีภาพงามสงา เกริกธานินทร” หรือจับคนละเรื่องให มาเป4นเรื่องเดียวกัน เชน “ปVาคอนกรีต” “ดอกหญ าในปVาปูน” “ทางเปmnอนฝุVน” “หนทางทองของชีวิต” “โซทองของ เรา” (ลูก) ฯลฯ เมื่อคิดได ใช ศิลปะโวหารแสดงออก


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๑๑ โคลง ที่นิยมประกวดคือโคลงสี่สุภาพ ลักษณะคุณคือ โคลง ๑. โคลงเลนเสียงพยัญชนะ เลนคําได ไมนิยมทําสัมผัสในสระ เชน เลอบุญบําบัดพื้น ไผทสมา ไผทสมัครจิตวิญญาณ ซื่อแล ว ซื่อร อยพสกสักการ เกริกกษัตริย เกริกกษิติ์เดชแก ว กอฟ=าเฟmอนโสม (นิชานันน นันทศิริศรณ) เลนกระทู เชน “ดิน ยังหวังกราบใกล กรองบาท- บงสุเอย น้ํา ทิพยยังชื่นชาติ ฉ่ําแคว น ลม หอมหอบเกียรติราช ลือทั่ว ไผทพอ ไฟ ผองสองโลกแม น มหิทธิ์เอื้ออุนสยาม” (รพีพรรณ เพชรอนันตกุล) “ครู กําดินเปลี่ยนป:nน เป4นดาว สู เหนื่อยสู หนักหนาว ตราบม วย เพื่อ หวานเพชนพลังพราว ปูประดับ โลกแฮ สร าง แผนดินแกรงด วย ศาสตรพร อมจรรยา เมตตา เป4นที่ตั้ง เตือนครู จริงแล เสียสละ คือตะปู ตอกย้ํา แบบอยาง ศิษยซับดู ดีดั่ง พิมพนา เสริมสง ศิษยเลิศล้ํา ลอบปลื้มใจครู” (สุวนีย)


๑๒ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๒. โคลงบังคับเอกโทถูกต องไมมีอนุโลม ที่ที่กําหนดคําสุภาพ (คําที่ ไมมีรูปวรรณยุกต) ได แกตําแหนงที่สัมผัสและวรรคแนวหลังถูกต องไมมีอนุโลม แตในตําแหนงเอกใช คําตายแทนได วางรูปแบบ เว นวรรคถูกต อง ๓. ทําอักษรบริพันธ ๔. คําลงท ายบท นิยมคําสุภาพ ๕. คํารับสงสัมผัส ๓ คํา พยายามทําเสียงสูง ๑ คํา แตถ าต องการ ความกล าหาญ หนักแนนให สร างคําตาย ๖. โยนคํา ให คําที่ ๕ บาทสุดท ายโยนไปซ้ําคําที่ ๗ กอนจบ “ขอเทิดเกียรติสุดหล า สืบหล าฟ=าสยาม ฯ” ๗. คําที่ ๔ บาทสุดท าย (กอนคําโท) อยาเป4นคําโท จะกลายเป4น โทซ อน จะเป4นรูปโคลงดั้น โทษของกลอนหรือกาพย โทษของกลอนหรือกาพย โทษของกลอนหรือกาพย หมายถึง สิ่งที่ไมควรทํา ตอไปนี้ ๑. ทํา “อาเก อ” คือ ใช คํา ลง สระ อาไมได ความหมาย เชน ถิ่นนี้ที่กําเนิด สิ่งประเสริฐมีมากหนา น้ําตกและถ้ํานา มารู วามีอะไร ๒. ตัดศัพทผิด ๆ เชน ใช ป:จจา แทนป:จจามิตร ใช ตักษัย แทน ชีพิตักษัย หรือ ใช นุญาต แทน อนุญาต เป4นต น ๓. ใช ศัพทซ้ําความหมายหรือซ้ําคํา ที่ไมใชศิลปะการเลนคํา เชน ปางองคพระทรงศรี ภูมีพระราชา ขวัญเกล าชาวประชา ไพรฟ=าประชาชน ๔. ทํากลอนพาไป ใช คําไมมีความหมาย เชน


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๑๓ “อยาทะนงหลงเดินเผชิญไพร หุบเขาใหญล อมตลอดเป4นยอดดี” ............................. “เห็นตะวันแดงโรโจ ท องฟ=า เหลานกกาเข ารังมิยั้งเฉย ตางก็บินเข ารังเหมือนอยางเคย ทุกตัวเลยเข ารังไมนั่งนอน” ๕. สัมผัสเลือน ทําให พราไมไพเราะ เพราะใช สระเดิมซ อน ๆ เชน โอ เจ าดวงบุปผามณฑาทิพย สูงลิบลิบเหลือหยิบถึงตะลึงแหงน (คํา ลิบลิบ หยิบ รับสัมผัสได ทั้งนั้นทําให พรา ไมชัด) ............................. คูเมืองพระศิลา งามสงาในคุณคา ให ชาวไทยบูชา น อมสักการนมัสการ (เสียง อา พันกัน ฟ:งไมเพราะ) ๖. สัมผัสเผลอ เผลอคิดวาเสียงสระเดียวกัน แตที่จริงไมใช สระเสียงยาวกับ สั้นไมใชคูสัมผัส เชน เพราะลงเรือรีบลกเลยตกน้ํา ไมได ความเปZยกปอนผ าผอนเปmnอน ๗. สัมผัสซ้ํา ใช คําสัมผัส คําเดิมในกลุมเดียวกัน เชน ............................................. ลมพัดมาเริงรื่นชื่นในใจ มีสายน้ําไหลเย็นเห็นโขดหิน ผีเสื้อบินวอนอยูดูขวักไขว แสนสดชื่นตื่นตาและตื่นใจ โอ กระไรผีเสื้อชางเหลืองาม ๘. สัมผัสแยง คําในวรรครองมาชิงสัมผัส เชน เป4นนักเรียนไมพอริกอรัก มันดีนักหรือไฉนใครขอถาม ถ ามันงามหรือทําให เรียนได ความ ก็จะตามใจดูอยูเหมือนกัน (งาม มาแยง ความ)


๑๔ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๙. สัมผัสเพี้ยน มีรูปสระเดียวกัน แตไมใชเสียงเดียวกัน เชน เล็ง-เอง เห็น-เอน (มีไม ไตคู –ไมมีไม ไตคู ×) ลองพิจารณาบทนี้ “เมียจะตายตามผัวกลัวผีหลอก กลัวหายใจไมออกเมื่ออาสัญ ครั้นจะโดดน้ําตายไปตามกัน ดูสายธารเชี่ยววนขนหัวพอง จะผูกเชือกหาเชือกมาเตรียมไว เชือกก็ใหญกลัวมัดรัดคอหอย ลงนั่งพิงอิงเอียงทําเสียงออย แล วคอยคอยปลอยเชือกเหวี่ยงเสือกไป” (ไมดี ที่ กัน-ธาร / หอยไมรับกับพอง / ออย ผิดเสียงวรรณยุกต) ตัวอยางผลงาน ตัวอยางผลงานบทกวีที่นาสนใจ และ บทกวีที่นาสนใจ และ บทกวีที่นาสนใจ และ/หรือ ได รับรางวัล หรือ ได รับรางวัล หรือ ได รับรางวัล (๑) คือรุ งงาม... คือรุ งงามยามฉายประกายแจม สลับแซมใจฟ=าโน มมาสู สมเด็จพระพี่นางแบบอยางครู โอ พระผู ทรงเมตตาเป4นอาจิณ เยาวชนคนชราหรือวาไร คือภาระยิ่งใหญในท องถิ่น ทุรแดนกันดารในป:ถพิน พระทัยถวิลเอื้อเฟmnอทรงเจือจุน ทรงสงเสริมวิชาการงานภาษา พิการขา หรือโรคไต ใจอบอุน มูลนิธิหลากหลายได ใบบุญ เป4นพระคุณแกผองไทยคลายลําเค็ญ อนิจจามาบัดนี้มีพระโกศ มาบังโอษฐเนตรอนาถมิอาจเห็น ราษฎรสะท อนทุกขสุขไมเป4น มัจจุราชมิได เว นเสียบ างเลย โอ สมเด็จเจ าฟ=ากัลยาแก ว ครรไลแล วมิลงสรงเสวย เบญจรัตนฉัตรล อมพร อมบนเกย เมื่อยามเงยหน ามองนองน้ําตา พระเมรุเอ;ยพระเมรุมาศ งามพิลาสเรืองรุกปลุกเวหา ชวยประคองรองดวงพระวิญญาณ สูสวรรคาลัยสถานพิมานเทอญ (สุวนีย พระแก ว)


ไวปากไววากยวาที ไววงศกวี ไวเกียรติและไวนามกร : การเขียนบทกวีเพื่อประกวดแขงขัน ๑๕ (๒) “ครูผู มีจริยธรรมเป4นแบบอยางของสังคม” พันธกิจสองบาแปล ปฏิญญา ครูเอย คงสืบสานวิชา เชี่ยวรู ดุจฉายประทีปพา ผองศิษย สูสวางเสมอทุกผู ผองพื้นพิชญาณ สานสบตาละห อย บริสุทธิ์ ศิษยเอย หน าที่มิอาจหยุด อยูได มีครูเนื่องประณุต เขลาครอบ คงฤๅ ความรับผิดชอบไซร สงถ วนครูทํา ครูกําดินเปลี่ยนป:nน เป4นดาว สู เหนื่อยสู หนักหนาว ตราบม วย เพื่อหวานเพชรพลังพราว ปูประดับ โลกแฮ สร างแผนดินแกรงด วย ศาสตรพร อมจรรยา เมตตาเป4นที่ตั้ง เตือนครู จริงแล เสียสละคือตะปู ตอกย้ํา แบบอยางศิษยซับดู ดีดั่ง พิมพนา เสริมสงศิษยเลิศล้ํา ลอบปลื้มใจครู บูชาครูทานด วย ปฏิการ หญ าแพรกดอกเข็มพาน พุมพร อม แซมดอกมะเขือกราน นบกราบ เท าแฮ เทิดพระคุณใฝVน อม เนื่องเฝ=ากตัญrุตา (สุวนีย พระแก ว) (ได รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ระดับประชาชนและนิสิตนักศึกษา จัดโดย คุรุสภา เนื่องในวันครู ปZ ๒๕๕๒)


๑๖ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน (๓) “กรกรรพุมดอกเข็มเล็มหญ าแพรก ยอดเพิ่งแตกขาวลายแม ไมหรู ดอกมะเขือเพื่อใจน อมพร อมกตัญrู กราบเท าครูผู พลังที่สร างคน” (สุวนีย พระแก ว) (บทร อยกรองลงท ายเรียงความเรื่อง “ครูปูชนียบุคคล พลังของแผนดิน” ได รับรองชนะเลิศอันดับ ๑ จัดโดย สมาคมศิษยเกายานนาเวศวิทยาคม ปZ ๒๕๕๐) (๔) “ครูผู มีจริยธรรมเป4นแบบอยางของสังคม” เกียรติคุณเกริกนามตามแบบบท เกียรติยศสั่งสมพรหมวิหาร หมื่นถ อยทิพยร อยคําย้ําสักการ ฤๅเปรียบปานหนึ่งในน้ําใจครู ทําหน าที่สูงคามุงมานะ เสียสละโอบเอื้อเพื่อทุกผู จริยธรรมล้ําเลิศโลกเชิดชู มอบความรู งดงามด วยความรัก เหนือการสอนอีกงานคือการสร าง ทุมเทอยางแนวแนแม เหนื่อยหนัก วิชาชีพยิ่งใหญใฝVพิทักษ ธํารงศักดิ์สูงสิทธิ์ “จิตวิญญาณ” พระคุณครูจึงเทิดไว กลางใจศิษย นิรมิตคุณธรรมนําสืบสาน เป4นแบบอยางสังคมสมหลักการ เป4นผู ที่เชี่ยวชาญงานสร างคน ความจริงคือวันนี้ที่ก าวหน า เพราะศรัทธาด วยเห็นเป4นเบื้องต น คําครูสอนดุจพลังครั้งทุกขทน จึงผานพ นทุกคราวจนก าวไกล ดอกกล วยไม ดอกน อยคอยแตกชอ เหมือนครูกอชีพชนผลยิ่งใหญ งามพร อมจริยธรรมประจําใจ ที่ศิษยได เสริมสร างตามอยางครู (ชวิน พงษผจญ) (ได รับรางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดโดย คุรุสภา เนื่องในวันครู ปZ ๒๕๕๒)


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๗ เปรียบเทียบพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ผูชวยศาสตราจารยสุชาติ พงษพานิช


๑๘ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมคือแหลงรวบรวมคําที่ใชในภาษา เปfiนแหลงอางอิงที่มี ความสําคัญคือ ใหความรูเรื่องอักขรวิธี การออกเสียง ความหมาย ตลอดจนที่มา ของคํา แหลงที่ผลิตพจนานุกรมไทยมีหลายแหลง แตแหลงที่ควรแกการสนใจ คือราชบัณฑิตยสถาน เพราะสํานักนายกรัฐมนตรีไดมีประกาศกําหนดใหบรรดา หนังสือราชการ และการศึกษาเลาเรียนในโรงเรียนใชพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถานเปfiนแมแบบในการเขียนหนังสือไทย เพื่อใหมีมาตรฐานเปfiน แบบเดียวกัน ซึ่งจะกอใหเกิดเอกภาพในดานภาษาอันเปfiนวัฒนธรรมและ เอกลักษณ7ของชาติสวนหนึ่ง เพื่อความสมบูรณ7และทันสมัยอยูเสมอ พจนานุกรมควรมีการ ปรับปรุงเพิ่มเติมอยางนอย ๑๐ ป:ตอหนึ่งครั้งหรืออยางมากไมควรเกิน ๒๐ ป: เพราะฉะนั้น ในป: พ.ศ. ๒๕๕๖ ราชบัณฑิตยสถานไดจัดพิมพ7พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ออกเผยแพรแกบุคคลทั่วไป (พิมพ7ครั้งที่ ๒) ดวยการปรับปรุงแกไขมาจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเพิ่มเติมบทนิยามของศัพท7ทั่วไปซึ่งเปfiนคําที่มีใชในภาษาไทย และเปfiนที่รูจัก กันแพรหลาย แตยังไมไดเก็บไวในพจนานุกรม รวมทั้งแกไขเพิ่มเติมบทนิยาม ของศัพท7เฉพาะวิชา ไดแก ศัพท7กฎหมายไทย ศัพท7ประวัติศาสตร7ไทย ศัพท7 พรรณพืช ศัพท7พรรณสัตว7 ศัพท7ดนตรีไทย ศัพท7ดนตรีสากล และราชาศัพท7 ซึ่ง ผานการพิจารณาจากคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา นั้น ๆ และที่สําคัญคือเก็บคําศัพท7ที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงใชในการ พัฒนาเรื่องดิน น้ํา ปFาไม โครงการพระราชดําริ โครงการตามพระราชประสงค7 โครงการในพระบรมราชานุเคราะห7 โครงการพระดาบส โครงการพัฒนาสวน พระองค7 โครงการสวนพระองค7สวนจิตรลดา โครงการหลวง โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ไวดวยเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวที่ทรงเปfiนพระมหากษัตริย7นักพัฒนา


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๙ เมื่อศึกษาเปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (ในสวนเนื้อหา ไมรวมรูปลักษณ7) แลวพบวาทั้ง ๒ ฉบับมีความแตกตางกัน ในบางสวนของ หัวขอตาง ๆ ดังนี้ ๑. คําชี้แจงหลักการจัดทําและวิธีใชพจนานุกรม ๒. การ เรียงลําดับคําและวิธีการเก็บคํา ๓. อักขรวิธี ๔. การบอกลักษณะของคําที่ใช เฉพาะแหง ๕. การบอกคําตามหลักไวยากรณ7 ๖.การบอกคําอาน ๗. บทนิยาม ๘. ประวัติของคํา ๙. ภาพประกอบบทนิยาม ๑๐. ภาพประกอบทายเลม ๑. คําชี้แจงหลักการจัดทําและวิธีใชพจนานุกรม คําชี้แจงหลักการจัดทําและวิธีใชพจนานุกรม คําชี้แจงหลักการจัดทําและวิธีใชพจนานุกรม ในหัวขอนี้โดยสวนใหญมีขอความตรงกัน สวนที่ปรับปรุงมักจะเปfiนการ ปรับเพื่อใหขอความกระชับหรือขยายความเพื่อใหเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เชน พจนานุกรมฉบับราชัณฑิตยสถาน พ. พจนานุกรมฉบับราชัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓. การเรียงลําดับคํา ... โดยปกติจะไมลําดับตามวรรณยุกต7 เชน ไตกKง ไตฝุFน ไตไม แตจะจัดวรรณยุกต7เขาลําดับตอเมื่อคํานั้นเปfiนคําที่มีตัวสะกด การันต7เหมือนกัน เชน ไต ไต ไต ไตK หรือ กระตุน กระตุน คําที่มี ็ (ไมไตคู) จะลําดับอยูกอนวรรณยุกต7 เชน เก็ง เกง เกง เกKง พจนานุกรมฉบับราชัณฑิตยสถาน พ พจนานุกรมฉบับราชัณฑิตยสถาน พ พจนานุกรมฉบับราชัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓. การเรียงลําดับคํา ... โดยปกติจะไมลําดับคําตามวรรณยุกต7 เชน ไตกKง ไตฝุFน ไตไม แตจะจัดวรรณยุกต7เขาลําดับตอเมื่อคํานั้นเปfiนคําที่มีตัวสะกด การันต7เหมือนกัน เชน ไต ไต ไต ไตM* ไตK หรือ กระตุน กระตุน คําที่มี ็ (ไมไตคู) จะลําดับอยูกอนวรรณยุกต7 เชน เก็ง เกง* เกง เกง เกMง* เกKง * เปfiนคําที่มีเสียงวรรณยุกต7แตไมมีความหมาย


๒๐ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๒. การเรียงลําดับคําและการเก็บคํา การเรียงลําดับคําและการเก็บคํา การเรียงลําดับคําและการเก็บคํา ๒.๑ การเรียงลําดับคํา การเรียงลําดับคํา การเรียงลําดับคํามีวิธีการเหมือนกันตามที่ไดชี้แจงไว แต พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดแกไขขอผิดพลาดในการ เรียงลําดับคําที่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เรียง ฮาไฮ กอน ฮาเฮย ฮาเฮย ฮาเฮย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เรียง ฮาเฮย กอน ฮาไฮ ตาม คําชี้แจงที่วา เ- มากอน ไ- ๒.๒ การเก็บคํา มีหลายกรณี การเก็บคํา มีหลายกรณี การเก็บคํา มีหลายกรณี คือ ๒ .๒ .๑ เ พิ่ ม เ ข า เ พิ่ ม เ ข า เ พิ่ ม เ ข า คื อ คํ า ที่ ไ ม เ ค ย มี พ จ น า นุ ก ร ม ฉ บั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ - เด็ดสะระตี่ เด็ดสะระตี่ เด็ดสะระตี่ (ปาก) ว. ยอดเยี่ยม เชน นักมวยคูนี้ตอยกันไดเด็ดสะระตี่.


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๑ ๒.๒.๒ เอาออก คือ คําที่เคยปรากฏในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตไมปรากฏในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ก็ดี, ก็ได ๑ นิ. แสดงความหมาย เปfiนสวน ๆ หรือเนนความใหมีน้ําหนัก เทากัน เชน บิดาก็ดี มารดาก็ดี ยอม รักบุตร ยานี้กินก็ได ทาก็ได. - ๒.๒.๓ รวม ๒ คํา เปfi คํา เปfi คํา เปfiนคําเดียว นคําเดียว นคําเดียว คือในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ปรากฏคําเปfiน ๒ คํา แตปรากฏเปfiนคําเดียวใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยนําความหมายของทั้ง ๒ คํามาไวดวยกัน เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ทรทึง ๑ [ทฺระ-] (กลอน) ก. คอย ทา, หวงใย, ทรรทึง ก็ใช. (ข). ทรทึง ๒ [ทฺระ-] (กลอน) ก. บน, บนถึง, ทรรทึง ก็ใช. ทรทึง [ทอระ-] (กลอน) ก. คอยทา, ทรทึง หวงใย, บนถึง; ทรรทึง ก็ใช. (ข. ทนฺทึง วา คอยทา, รอคอย). ๒.๒.๔ แยกบางบทนิยามไปเก็ แยกบางบทนิยามไปเก็ แยกบางบทนิยามไปเก็บเปfiนอีกคําหนึ่ง บเปfiนอีกคําหนึ่ง บเปfiนอีกคําหนึ่ง คือ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมบทนิยามหลายแนวไวดวยกัน แต


๒๒ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ จะนําบทนิยามคนละแนวมา เก็บไวเปfiนคําตางหาก เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดาล ๑ น. กลอนประตู... ดาล ๒ ก. เกิดขึ้น, เปfiนขึ้น, มีขึ้น น. พื้น, ฝFา (ใชแกมือหรือเทา)... ดาล ๑ น. กลอนประตู... ดาล ๒ น. พื้น, ฝFา (ใชแกมือหรือ เทา)... ดาล ๓ ก. เกิดขึ้น, เปfiนขึ้น, มีขึ้น... ๒.๒.๕ นําลูกคํามาตั้งเปfiนแมคํา นําลูกคํามาตั้งเปfiนแมคํา นําลูกคํามาตั้งเปfiนแมคํา คือ คําบางคําปรากฏเปfiนลูกคําใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตมาปรากฏเปfiนแมคําใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ทะ ๑ ... ทะทัด ... ทะทา ... ทะ ทาย ... ทะทาว ... ทะทาว ... ทะทึก ... ทะ ๒ ... ทะงั้น ... ทะเทียด ทะเทียด ทะเทียด ... ทะ ๑ ... ทะ ๒ ... ทะทัด ทะทัด ... ทะทา ทะทา ... ทะเทียด ทะเทียด ทะเทียด ...


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๓ ๒.๒.๖ นําคําไวพจน7เปfiนคําคูเคียง นําคําไวพจน7เปfiนคําคูเคียง นําคําไวพจน7เปfiนคําคูเคียง คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เปfiนคําไวพจน7 แตในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เปfiนคําคูเคียงของคําตั้ง เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ฮะเรียสมอ ฮะเรียสมอ ฮะเรียสมอ [หะเรียสะหฺมอ] ก. ปลอยโซสมอใหยาวออกไปจากตัวเรือ, ฮะเรียโซสมอ ก็วา. ฮะเรียส ฮะเรียส ฮะเรียสมอ, ฮะเรียโซสมอ ฮะเรียโซสมอ ฮะเรียโซสมอ [หะเรีย สะหฺมอ] ก. ปลอยโซสมอใหยาว ออกไปจากตัวเรือ. ๒.๒.๗ นําคําไวพจน7มาเปfiนลูกคํา นําคําไวพจน7มาเปfiนลูกคํา นําคําไวพจน7มาเปfiนลูกคํา คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ปรากฏเปfiนเพียงคําไวพจน7 แตในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ นอกจากเปfiนคําไวพจน7แลวยังนํามาเปfiน ลูกคําดวย เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฮ ๑ ก. อาการที่คนหมูมากพรูไป ยังที่แหงเดียวกัน, เฮโล หรือ เฮละโล ก็วา. เฮโลสาระพา เฮโลสาระพา เฮโลสาระพา ว. เสียงรองพรอม ๆ กัน ... เฮ ๑ ก. อาการที่คนหมูมากพรูไป ยังที่แหงเดียวกัน, เฮโล หรือ เฮละโล ก็วา. เฮโล, เฮละโล ... เฮละโล สาระพา ... สาระพา ๓. อักขรวิธี อักขรวิธี อักขรวิธี อักขรวิธีในที่นี้หมายถึงรูปลักษณ7ของคําที่มีความหมายเหมือนเดิม ซึ่ง มีการปรับเปลี่ยนไปตาง ๆ กัน ดังนี้


๒๔ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๓ .๑ เ ป ลี่ ย น ก า ร ส ะ ก ด ก า รั น ต7 เ ป ลี่ ย น ก า ร ส ะ ก ด ก า รั น ต7 เ ป ลี่ ย น ก า ร ส ะ ก ด ก า รั น ต7 คื อ ใ น พ จ น า นุ ก ร ม ฉ บั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ สะกดการันต7อีกแบบหนึ่งตางจากการสะกด การันต7ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ แซด ว. มีเสียงเซ็งแซจนฟXงไมได ศัพท7 เชน คุยกันแซด. แซด ว. มีเสียงเซ็งแซจนฟXงไมได ศัพท7 เชน คุยกันแซด . ๓ .๒ เ พิ่ ม ส ว น ข อ ง คํ า ใ ห ย า ว ขึ้ น เ พิ่ ม ส ว น ข อ ง คํ า ใ ห ย า ว ขึ้ น เ พิ่ ม ส ว น ข อ ง คํ า ใ ห ย า ว ขึ้ น คื อ ใ น พ จ น า นุ ก ร ม ฉ บั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เปfiนคําที่มีนอยพยางค7 แตในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการเพิ่มพยางค7ใหมากขึ้น เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรรมยุต ธรรมยุต ธรรมยุต น. ชื่อพระสงฆ7นิกายหนึ่ง, คูกับมหานิกาย, ธรรมยุติกนิกาย ก็เรียก. ธรรมยุติกนิกาย ธรรมยุติกนิกาย ธรรมยุติกนิกาย น. ชื่อคณะสงฆ7 นิกายหนึ่ง, คูกับมหานิกาย, เรียก สั้น ๆ วา ธรรมยุต. ๓.๓ เพิ่มคําคูเคียง เพิ่มคําคูเคียง เพิ่มคําคูเคียง คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ คําตั้งหรือลูกคําที่มีความหมายนั้น ๆ มีรูปคําเพียง ๑ รูป แตใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีรูปคํา ๒ รูป เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ญาติสืบสา ญาติสืบสา ญาติสืบสายโลหิต (กฎ) น. ญาติที่ ญาติสืบสา ญาติสืบสา ญาติสืบสายโลหิต, ญาติสืบสาย ญาติสืบสาย


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๕ มีความสัมพันธ7กันทางสายเลือด. โลหิต (กฎ) น. ญาติที่มีความสัมพันธ7 กันทางสายเลือด. ๓.๔ ตัดคําคูเคียง ตัดคําคูเคียง ตัดคําคูเคียง คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ คําตั้งหรือลูกคําที่มีความหมายนั้น ๆ มีรูปคํามากกวา ๑ รูป แตใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ลดลงเหลือเพียง ๑ รูป เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยสิ้นเชิง โดยสิ้นเชิง โดยสิ้นเชิง, อยางสิ้นเชิง อยางสิ้นเชิง อยางสิ้นเชิง ว. ทั้งหมดทั้งสิ้น, เชน เขาพนขอหาโดย สิ้นเชิง. โครงการนี้ลมเหลวอยาง สิ้นเชิง. โดยสิ้นเชิง โดยสิ้นเชิง โดยสิ้นเชิง ว. ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, ทุก ประการ, เชน เขาพนขอหาโดยสิ้นเชิง. อยางสิ้นเชิง ก็วา. ๔. การบอกลักษณะของคําที่ใชเฉพาะแหง การบอกลักษณะของคําที่ใชเฉพาะแหง การบอกลักษณะของคําที่ใชเฉพาะแหง การบอกลักษณะของคําที่ใชเฉพาะแหง ซึ่งแสดงดวยคํายอในวงเล็บ เชน (กฎ) หมายถึงเปfiนคําที่ใชในกฎหมาย ในประเด็นนี้มีการปรับเปลี่ยนไป ดังนี้ ๔.๑ เพิ่มเขา เพิ่มเขา เพิ่มเขา คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไมปรากฏ แตปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฌอเอม น. ชะเอม. เฌอเอม (กลอน) น. ชะเอม.


๒๖ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๔.๒ เอาออก คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีคําบอกลักษณะของคําที่ใชเฉ พาะแหง แตในพจนานุกรมฉบั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไมปรากฏ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ทหารกองประจําการ ทหารกองประจําการ ทหารกองประจําการ (กฎ) น. ผูซึ่ง ขึ้นทะเบียนกองประจําการและไดเขา รับราชการในกองประจําการจนกวา จะไดปลด, (ปาก) ทหารเกณฑ7. ทหารกองประจําการ ทหารกองประจําการ ทหารกองประจําการ น. ผูซึ่งขึ้น ทะเบียนกองประจําการและไดเขารับ ราชการในกองประจําการจนกวาจะได ปลด, (ปาก) ทหารเกณฑ7. ๔.๓ เพิ่มคําคูเคียง เพิ่มคําคูเคียง เพิ่มคําคูเคียง คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีการบอกคําใชเฉพาะแหงจํานวนหนึ่ง แตพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดเพิ่มขึ้น เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เถียง ๒ (ถิ่น-อีสาน) น. เรือนพัก ชั่วคราวในทุงนา สําหรับอยูเฝ[าขาว. เถียง ๒ (ถิ่น-อีสาน, พายัพ) น. เรือนพักชั่วคราวในทุงนา สําหรับอยู เฝ[าขาว. ๔.๔ เ ป ลี่ ย น ก า ร ใ ช เ ฉ พ า ะ แ ห ง เ ป ลี่ ย น ก า ร ใ ช เ ฉ พ า ะ แ ห ง เ ป ลี่ ย น ก า ร ใ ช เ ฉ พ า ะ แ ห ง คื อ ใ น พ จ น า นุ ก ร ม ฉ บั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุการใชเฉพาะแหงอยางหนึ่ง แตใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ระบุการใชอีกแหงหนึ่ง เชน


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๗ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซับซี่ (โบ) ก. ซุบซิบพูดจากัน, กระซิบกัน. ซับซี่ (กลอน) ก. ซุบซิบพูดจากัน, กระซิบกัน, เชน ความขําเขาซับซี่ในวัด ที่ดรธาน เปลยวนนน (ม.คําหลวง ชูชก) ๕. การบอกคําตามหลักไวยากรณ7 ารบอกคําตามหลักไวยากรณ7 ารบอกคําตามหลักไวยากรณ7 การบอกคําตามหลักไวยากรณ7 แสดงดวยอักษรยออยูหนาบทนิยาม เชน ก. หมายถึง คํากริยา ในประเด็นนี้มีการปรับเปลี่ยน ดังนี้ ๕.๑ เพิ่มเขา เพิ่มเขา เพิ่มเขา คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไ มป ราก ฏคํา ตาม หลัก ไ วย ากร ณ7 แ ตปร ากฏ ในพ จนา นุกร มฉบั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดินพอกหางหมู ดินพอกหางหมู ดินพอกหางหมู (สํา) ที่คั่งคางพอก พูนขึ้นเรื่อย ๆ. ดิ่ง ว. แนว เชน เสาตนนี้ตั้งตรงดิ่ง ทางตรงดิ่ง จมดิ่ง ; เรียกโลหะรูปทรง กรวย ... ดินพอกหางห ดินพอกหางห ดินพอกหางหมู (สํา) น. งานหรือ หนี้สินเปfiนตนที่คั่งคางพอกพูนขึ้น เรื่อย ๆ จนทําใหตองลําบากหรือ ยุงยากเดือดรอน. ดิ่ง ว. ตรง เชน เสาตนนี้ตั้งตรงดิ่ง ทางตรงดิ่ง จมดิ่ง; น. เรียกโลหะ รูปทรงกรวย ...


๒๘ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๕.๑ เอาออก คือในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดใหบทนิยามของคําไวหลายแนว จึงทําใหมีคําบอกไวยากรณ7หลายชนิด แตใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดตัดบทนิยามบางบทออกจึง ทําใหจํานวนคําบอกไวยากรณ7ของคําลดลง เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดอก ๓ ว. คําประกอบใหไดความ ชัดขึ้น เชน ฉันดอกไมใชคนอื่น ทํา ไมไดดอก, (ปาก) มักพูดวา หรอก เชน ไมไปหรอก. ก. หลอก เชน บางดอก ลอแลวโลมคืน (ม. คําหลวง ชูชก). ดอก ๓ (โบ) ว. คําประกอบใชใน คําแยงหรือปฏิเสธ เชน ไดแตมัทรีที่ แสนดื้อผูเดียวดอก ไมรูจักปลิ้นปลอก พลิกไพลเอาตัวหนี (ม. รายยาว มัทรี), (ปาก) มักพูดวาหรอก เชน ไมไป หรอก. ๖. การบอกคําอาน การบอกคําอาน การบอกคําอาน ราชบัณฑิตยสถานชี้แจงวาหากพยางค7ใดไมนามีปXญหาในการอานก็ไม บอกเสียงอานไว ในเรื่องนี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ แตกตางจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๖.๑ เพิ่มเขา เพิ่มเขา เพิ่มเขา คือไมปรากฏการบอกคําอานในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตปรากฏในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ข พยัญชนะตัวที่ ๒ เปfiนอักษรสูง ข [ขอ] พยัญชนะตัวที่ ๒ เรียกวา


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๙ ใชเปfiนตัวสะกดในแมกกในคําที่มาจาก ภาษาบาลีและสันสกฤต. ขอไข เปfiนอักษรสูง ใชเปfiนพยัญชนะ ตน และเปfiนตัวสะกดในแมมาตรากก หรือแมกกเชน มุข เลข. ๖.๒ เอาออก คือ เคยปรากฏการบอกคําอานในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตไมปรากฏในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เดกซ7โทรส เดกซ7โทรส เดกซ7โทรส [-โทฺรด] น. กลูโคส. (อ. dextrose). เดกซ7โทรส เดกซ7โทรส เดกซ7โทรส น. กลูโคส. (อ. dextrose). ๖.๓ เพิ่มการบอกคําอานเปfiนคูเคียง เพิ่มการบอกคําอานเปfiนคูเคียง เพิ่มการบอกคําอานเปfiนคูเคียง คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ บอกคําอานเพียง ๑ แบบ แตในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บอกคําอานมากกวา ๑ แบบ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดุลพินิจ ดุลพินิจ ดุลพินิจ [ดุนละ-] น. การวินิจฉัยที่ เห็นสมควร, ดุลยพินิจ ก็ใช. ดุลพินิจ ดุลพินิจ ดุลพินิจ [ดุนละ-, ดุน-] น. การ วินิจฉัยที่เห็นสมควร, ดุลยพินิจ ก็ใช. ๖.๔ ปรับเสียงใหเปfiนระบบเสียงภาษาไทย ปรับเสียงใหเปfiนระบบเสียงภาษาไทย ปรับเสียงใหเปfiนระบบเสียงภาษาไทย คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ บอกคําอานอยูนอกระบบเสียงภาษาไทย แตใน


๓๐ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรับใหเปfiนเสียงในระบบเสียง ภาษาไทย เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เซรา [เซฺรา] (กลอน) น. ซอกผา, หวย. เซรา [เซา] (กลอน) น. ซอกผา, หวย, เชน ปFาดงพงหลวงตระการ เซราะเซราเขาธาร ชรลัดชลองดอง ไพร (อนิรุทธ7) ๖.๕ เ พิ่มพ ย าง ค7 เ พิ่มพ ย าง ค7 เ พิ่มพ ย าง ค7 คือการบอกคําอานในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บอกคําอานมากพยางค7กวาพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เดนมาร7ก เดนมาร7ก เดนมาร7ก [-หมฺาก] น. ชื่อประเทศ ... เดนมาร7ก เดนมาร7ก เดนมาร7ก [เดนหมฺาก] น. ชื่อ ประเทศ ... ๖.๖ เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนเสียง คือในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ บอกคําอานอยางหนึ่ง แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บอกคําอานเปfiนอีกอยางหนึ่ง (ในที่นี้จากเสียงยาวเปfiนเสียงสั้น) เชน


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓๑ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซอมซอ [ซอมมะ-] ว. ไมโอโถง, เชน บานซอมซอ, ขะมุกขะมอม เชน แตงตัวซอมซอ. เบญจ เบญจ-, เบญจะ [เบนจะ-] ว. หา .... ซอมซอ [ซ็อมมะ-] ว. ไมโออา,สอ ความขัดสน เชน บานซอมซอ, แตงตัว ซอมซอ. เบญจ เบญจ-, เบญจะ [เบ็นจะ-] ว. หา .... ๗. บทนิยาม บทนิยาม บทนิยาม ในสวนนิยามนั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มี สวนแตกตางไปจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หลาย ประการ ในที่นี้จะยกตัวอยางบางประการมาแสดงดังนี้ ๗.๑ เพิ่มจํานวนบทนิยาม เพิ่มจํานวนบทนิยาม เพิ่มจํานวนบทนิยาม คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทนิยามจํานวนหนึ่ง แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เพิ่มจํานวนบทนิยามใหมากยิ่งขึ้น เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธนูศิลปd ธนูศิลปd ธนูศิลปd น. ฝ:มือยิงธนู, การฝeกหัด ยิงธนู. (ส.). ธนูศิลปd ธนูศิลปd ธนูศิลปd น. ศิลปะในการยิงธนู, ฝ:มือยิงธนู, การฝeกหัดยิงธนู. (ส.). ๗.๒ เพิ่มรายละเอียด เพิ่มรายละเอียด เพิ่มรายละเอียด คือ มีการเพิ่มเติมรายละเอียดในบทนิยามของ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มากกวาในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน


๓๒ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรรมจักร ธรรมจักร ธรรมจักร น. ชื่อปฐมเทศนาที่ พระพุทธเจาทรงแสดงแกพระเบญจ วัคคีย7 เรียกเต็มวา ธัมมจักกัปปวัตน สูตร; แดนธรรมะ; เครื่องหมายทาง พุทธศาสนา มีรูปวงลอ ๘ ซี่บาง ๑๒ ซี่ บาง. (ส.). ธรรมจักร ธรรมจักร ธรรมจักร น. ชื่อปฐมเทศนาที่ พระพุทธเจาทรงแสดงแกพระเบญจ วัคคีย7 เรียกเต็มวา ธัมมจักกัปปวัตน สูตร; แดนธรรมะ; เครื่องหมายทาง พุทธศาสนา มีรูปวงลอ ๘ ซี่บาง ๑๒ ซี่ บาง จัดเปfiนอุเทสิกเจดีย7. (ส.). ๗.๓ ปรับเปลี่ยนถอยคํา ปรับเปลี่ยนถอยคํา ปรับเปลี่ยนถอยคํา คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใชคําคําหนึ่ง แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ใชอีกคําหนึ่ง เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรรมกาม ธรรมกาม ธรรมกาม น. ผูใครธรรม, ผูนิยมใน ยุติธรรม. (ส. ; ป. ธฺมมกาม). ธนาคาร น. นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมาย บริษัทจํากัด หรือบริษัท มหาชนจํากัด ที่ใชชื่อหรือคําแสดงชื่อ วาธนาคาร ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ การเงินและธุรกิจหลักทรัพย7. (ป.ธน+ อคาร). ธรรมกาม ธรรมกาม ธรรมกาม น. ผูใครธรรม, ผูรักใน ธรรมะ. (ส. ; ป. ธฺมมกาม). ธนาคาร (กฎ) น.กิจการที่รับฝาก เงินเปfiนการทั่วไปและประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการเงินอื่น ๆ. (ป.ธน+อคาร).


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓๓ ดอกไมเจา ดอกไมเจา ดอกไมเจา น. ขุนเพ็ดซึ่งใชเปfiน เครื่องบูชาตามศาลเจา. ดอกไมเจา ดอกไมเจา ดอกไมเจา น. ไมเหลาอยางรูปของ ลับชายขนาดตาง ๆ ใชเปfiนของแกบน ตามศาลเจาแม, ขุนเพ็ด ทองระอา หรือปลัดขิก ก็เรียก. ๗.๔ ตัดบางบทนิยามออก ตัดบางบทนิยามออก ตัดบางบทนิยามออก คือ มีการตัดบทนิยามบางบทใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ออก ทําใหไมปรากฏบทนิยาม บางบทในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธนสมบัติ ธนสมบัติ ธนสมบัติ [ทะนะสมบัด] น. การถึง พรอมแหงทรัพย7, ทรัพย7สมบัติ. (ป). ธนสมบัติ ธนสมบัติ ธนสมบัติ [ทะนะสมบัด] น. ทรัพย7 สมบัติ. (ป). ๗.๕ ตัดรายละเอียด ตัดรายละเอียด ตัดรายละเอียด คือ ตัดรายละเอียดบทนิยามในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ฉะนั้นบทนิยามในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงมีรายละเอียดที่นอยกวา เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เดือนขาด เดือนขาด เดือนขาด น. เดือนทางจันทรคติที่ มี ๒๙ วัน วันสิ้นเดือนตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ํา เดือนอาย เดือน ๓ เดือน ๕ เดือน ๗ เดือน ๙ เดือน ๑๑, คูกับ เดือนเต็ม. เดือนขาด เดือนขาด เดือนขาด น. เดือนทางจันทรคติที่ มี ๒๙ วัน คือเดือนคี่ วันสิ้นเดือนตรง กับวันแรม ๑๔ ค่ํา, คูกับเดือนเต็ม.


๓๔ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน ๗.๖ สับที่บทนิยาม สับที่บทนิยาม สับที่บทนิยาม คือ มีการเรียงลําดับบทนิยามในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ตางจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรรมเจดีย7 ธรรมเจดีย7 ธรรมเจดีย7 น. เจดีย7ที่บรรจุพระ ธรรมที่มักจารึกลงใบลาน, คัมภีร7ที่ จารึกพระธรรม เชน พระไตรปgฎก. ธรรมเจดีย7 ธรรมเจดีย7 ธรรมเจดีย7 น. คัมภีร7ที่จารึกพระ ธรรม เชน พระไตรปgฎก, เจดีย7ที่บรรจุ พระธรรมที่มักจารึกลงใบลาน. ๗.๗ แกไขใหชัดเจนถูกตองยิ่งขึ้น แกไขใหชัดเจนถูกตองยิ่งขึ้น แกไขใหชัดเจนถูกตองยิ่งขึ้น คือ มีการแกไขบทนิยามใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ใหชัดเจนถูกตองกวา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดาลัด น. แกว. (ช). ดาลัด น. ดวงแกว. (ช). ๗.๘ สับที่คําอธิบาย สับที่คําอธิบาย สับที่คําอธิบาย คือ มีการสลับที่คําอธิบายเพิ่มเติมบทนิยาม ทําให คําอธิบายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ตางจาก คําอธิบายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดินสอ น. เครื่องเขียนอยางหนึ่งทํา ดวยวัตถุตาง ๆ ชนิดไ สทําดวย ดินสอ น. เครื่องเขียนอยางหนึ่งทํา ดวยวัตถุตาง ๆ ชนิดไ สทําดวย


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓๕ แกรไฟต7ผสมดินเหนียวมีไมหุมเรียกวา ดินสอ หรือดินสอดํา, ถาทําจาก หินชนวนเรียกวาดินสอหิน, ถาไสมีสี ตาง ๆ เรียกวา ดินสอสี. แกรไฟต7ผสมดินเหนียวมีไมหุมเรียกวา ดินสอ หรือดินสอดํา, ถาไสมีสีตาง ๆ เรียกวา ดินสอสี, ถาทําจากหินชนวน เรียกวาดินสอหิน,. ๗.๙ เพิ่มตัวอยาง เพิ่มตัวอยาง เพิ่มตัวอยาง คือ ไมมีตัวอยางประกอบบทนิยามในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตปรากฏตัวอยางในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดงวาย (กลอน; แผลงมาจาก ตังวาย) น. ของถวาย. ดงวาย (กลอน; แผลงมาจากถวาย) น. ของถวาย เชน แตงกระยาดงวาย ของฝากหมากปลามาไหว (จารึกนคร ชุม). ๗.๑๐ เพิ่มวรรคในตัวอยาง เพิ่มวรรคในตัวอยาง เพิ่มวรรคในตัวอยาง คือ มีการเพิ่มวรรคของตัวอยางใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ใหมากขึ้นกวาตัวอยางใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซรอกซรัง ซรอกซรัง ซรอกซรัง [ซฺรอกซฺรัง] (แบบ) ก. ซุกซอน, ซอนเรน, เชน อยาทันเห็นแม ออก ชีสูซรอกซรังไป. (ม. คําหลวง ซรอกซรัง ซรอกซรัง ซรอกซรัง [ซะรอกซะรัง] (กลอน) ก. ซอกซอน บางทีเขียนเปfiน ซรอกซ รงง ก็มี เชน อยาทนนเห็นแมออก ชีสู


๓๖ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน กุมาร), ซอกซัง ก็วา. ซรอกซรงงไป ดีกวาแล. (ม. คําหลวง กุมาร), ซอกซัง ก็วา. ๗.๑๑ เปลี่ยนตัวอยาง เปลี่ยนตัวอยาง เปลี่ยนตัวอยาง คือ ตัวอยางที่ใชในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เปfiนตัวอยางหนึ่ง สวนตัวอยางที่ใชใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ เปfiนอีกตัวอยางหนึ่ง เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ผละ [ผฺละ] ก. แยกออก เชน นักมวยชกแลวผละออก, ละทิ้งไปโดย กะทันหัน เชน ผละไปจากการประชุม. ผละ [ผฺละ] ก. แยกออก, ละไว เชน พอลูกโตก็ผละออกจากพอแม, ทิ้งไปเชน ผละไปหาคนรักใหม. ๗.๑๒ มีการใชเครื่องหมายอัญประกาศ มีการใชเครื่องหมายอัญประกาศ มีการใชเครื่องหมายอัญประกาศ คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไมมีการใชเครื่องหมายอัญประกาศครอม ความหมายของคํา แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มี การใชเครื่องหมายดังกลาว เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรรมกาย ธรรมกาย ธรรมกาย น. กายคือธรรม ไดแก พระมหากรุณาธิคุณ พระปXญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ;... ธรรมกาย ธรรมกาย ธรรมกาย น. “กายคือธรรม” ไดแก พระบริสุทธิคุณ พระปXญญาธิ- คุณ และมหากรุณาธิคุณ, ...


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓๗ ๗.๑๓ เพิ่มคําไวพจน7 คําไวพจน7 คําไวพจน7 คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไมปรากฏคําไวพจน7 แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีคําไวพจน7 เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดามจิ้ว ดามจิ้ว ดามจิ้ว น. ชื่อพัดชนิดหนึ่งที่คลี่ได พับไดอยางพัดจีน. ดามจิ้ว ดามจิ้ว ดามจิ้ว น. ชื่อพัดชนิดหนึ่งที่คลี่ได พับได, ดามติ้วก็วา. ๗.๑๔ ตัดคําไวพจน7 ตัดคําไวพจน7 ตัดคําไวพจน7 คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีคําไวพจน7 แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไมปรากฏคําไวพจน7 เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธนบัตรยอย ธนบัตรยอย ธนบัตรยอย น. ธนบัตรที่ราคานอย กวาฉบับที่มีราคามากกวา, แบงก7ยอย ก็วา. ธนบัตรยอย ธนบัตรยอย ธนบัตรยอย น. ธนบัตรที่ราคาต่ํา กวาฉบับที่มีราคาสูง เชน ธนบัตรราคา ๕๐ บาท ๒๐ บาท เปfiนธนบัตรยอย ของธนบัตร ๑๐๐ บาท. ๗.๑๕ เปลี่ยนการโยงเปfiนบทนิยาม ลี่ยนการโยงเปfiนบทนิยาม ลี่ยนการโยงเปfiนบทนิยาม คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ คําบางคําเปfiนคําโยง (ใหดูรายละเอียดในคําอื่น) แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีบทนิยามในคํานั้น เชน


๓๘ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธงพระครุฑพาห7 ธงพระครุฑพาห7 ธงพระครุฑพาห7, ธงชัยพระครุฑ ธงชัยพระครุฑ พาห7, ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ ดู ครุฑ พาห7ที่ครุฑ. ธงพระครุฑพาห7 ธงพระครุฑพาห7 ธงพระครุฑพาห7, ธงชัยพระครุฑ ธงชัยพระครุฑ พาห7, ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ ธงชัยพระครุฑพาห7ใหญ น. ชื่อ ธงเปfiนลักษณะธงสามชาย ๓ ผืน ... ๗.๑๖ เปลี่ยนบทนิยามเปfiนการโยง เปลี่ยนบทนิยามเปfiนการโยง เปลี่ยนบทนิยามเปfiนการโยง คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทนิยาม แตในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีลักษณะเปfiนคําโยง เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ธรณีรองไห ธรณีรองไห ธรณีรองไห น. ชื่อเพลงไทยทํานอง หนึ่ง. ธรณีกันแสง หรือ พสุธากันแสง ก็วา. ธรณีรองไห ธรณีรองไห ธรณีรองไห ดู ธรณีกันแสง. ๘. ประวัติของคํา ประวัติของคํา ประวัติของคํา ประวัติของคําคือ การบอกที่มาของคํานั้น ๆ โดยเขียนไวในวงเล็บเปfiน อักษรยอ บางคําก็แสดงรูปเดิมในภาษานั้น ๆ ไวดวย พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ทั้ง ๒ ฉบับมีขอแตกตาง ดังนี้ ๘.๑ เพิ่มเขา เพิ่มเขา เพิ่มเขา คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไมไดแสดงประวัติของคําแตมีการแสดงในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เชน


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๓๙ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เดรัจฉาน เดรัจฉาน เดรัจฉาน [-รัดฉาน] น. สัตว7เวน จากมนุษย7 เชน หมู หมา วัว ควาย (มักใชเปfiนดา), ใชวา ดิรัจฉาน หรือ เดียรัจฉาน ก็มี. เดรัจฉาน เดรัจฉาน เดรัจฉาน [-รัดฉาน] น. สัตว7เวน จากมนุษย7 เชน หมู หมา วัว ควาย (มักใชเปfiนดา), ใชวา ดิรัจฉาน หรือ เ ดี ย รั จ ฉ า น ก็ มี . (ป . ติ ร จฺ ฉ า น ; ส. ติรฺยjฺจ, ติรฺยก). ๘.๒ เพิ่มรูปเดิม เพิ่มรูปเดิม เพิ่มรูปเดิม คือ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แสดงแตเพียงวาคํานั้นมาจากภาษาใด โดยไมแสดงรูปเดิมในภาษานั้น แตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ แสดงรูปเดิมเพิ่มเขามา ดวย เชน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เดาะ ๒ น. นม. (ข.). เดาะ ๒น. นม. เชน เดาะกะใดได เลียม ลอดเคลน (นิ. นรินทร7). (ข. เฎาะ). ๘.๓ เปลี่ยนอักขรวิธีของรูปเดิม เปลี่ยนอักขรวิธีของรูปเดิม เปลี่ยนอักขรวิธีของรูปเดิม คือ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ แสดงวารูปเดิมของคํานั้นแบบหนึ่ง แตใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เปลี่ยนแปลงอักขรวิธีเปfiนอีก แบบหนึ่ง เชน


๔๐ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดําเนียน ดําเนียน ดําเนียน (แบบ) ก. ติเตียน. (ข. ฎํเนียล). ดําเนียน ดําเนียน ดําเนียน (แบบ) ก. ติเตียน. (ข. ฎํเณียล). ๙. ภาพประกอบบทนิยาม ภาพประกอบบทนิยาม ภาพประกอบบทนิยาม ภาพประกอบบทนิยามในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทั้ง ๒ ฉบับมีเหมือนกัน ๗๔ ภาพ เชน ภาพกระแตเวียน ระวิง วงพาด แตพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีมากกวาพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ ๒๕๔๒ อยู ๑ ภาพ คือ ภาพเตียบ (ภาชนะใสของ กินลักษณะคลายพานปากคลุมมีฝาครอบทรงกรวย ทั้งตัวภาชนะและฝายอมุม ไมสิบสอง) ๑๐. ภาพประกอบทายเลม ภาพประกอบทายเลม ภาพประกอบทายเลม หมวดใหญของภาพประกอบทายเลม โดยสวนรวมมีตรงกัน เชน ภาพ ลายไทย ภาพเครื่องดนตรี ภาพเรือชนิดตาง ๆ แตในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีภาพประกอบบางหมวดเพิ่มขึ้น คือ หมึก แมงดา กุง กั้ง สวนรายละเอียดของหมวดตาง ๆ ที่มีตรงกันมีคลาดเคลื่อนกัน บาง เชน ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีภาพเรือดั้ง เรือแซง เพิ่มขึ้น หรือในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไ มป รา กฏภ าพ แ มลง เต าบา ซึ่ งเ คยป รา กฏใ นพ จน านุก รม ฉบั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เปfiนตน


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๔๑ ขอนาสังเกตบางประการของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถา ขอนาสังเกตบางประการของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑. ตัดคําบางคําออกทั้งที่ยังมีใชอยู เชน ก็ดี ก็ได (มีในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒) ๒. บางครั้งไมไดแยกลูกคําบางคําไปตั้งเปfiนแมคําตางหาก เพราะ ความหมายไมไดแสดงถึงความเกี่ยวเนื่องกับคําตั้ง เชน กบเตน (ชื่อเพลงไทย) ไมควรเปfiนลูกคําแมคําวา กบ (ชื่อสัตว7สะเทิ้นนําสะเทิ้นบก) ควรแยกเหมือน คําวา ชะนี ที่เปfiนชื่อสัตว7กับชะนีที่เปfiนชื่อทุเรียน ๓. ไมไดบอกความหมายของ นิบาต ซึ่งเปfiนชนิดของคําตามหลัก ไวยากรณ7ชนิดหนึ่ง (มีความหมายอยูในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒) หากไมปรากฏคําที่เปfiนคํา นิบาต ก็ควรตัดตัวยอ นิ. ออก ๔. บางคําไมไดใหบทนิยามที่รูจักกันโดยทั่วไป เชน ชักวาว ชักวาว ชักวาว ใหบท นิยามแตเพียงวา “ทําใหวาวลอยขึ้นไปดวยดึงสายปFานใหวาวกินลม เปfiนตน” ไมไดใหบทนิยามวา “การสําเร็จความใครดวยตนเองของผูชาย” ซึ่งเปfiนบท นิยามที่รูจักกันดีโดยทั่วไป ของทุกภาคทุกทองถิ่น หากราชบัณฑิตยสถานเห็นวา เปfiนบทนิยามในฐานะภาษาปาก ก็สามารถโตแยงไดวา มีการแสดงบทนิยามใน ฐานะภาษาปากอยูมาก เชน ตะใภ (ปาก) = สะใภ ตะลอน ๆ ตะลอน ๆ ตะลอน ๆ (ปาก) = ไปที่นั่น ที่นี่หลายแหง ๕. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีการเก็บคําในภาษาถิ่นบางคํา ของทุกถิ่น เชน กง (ถิ่น-พายัพ) กรอง ๔ (ถิ่น-ปXกษ7ใต) กระจี้ (ถิ่น-โคราช) กระแดง (ถิ่น-อีสาน) กระซวย (ถิ่น) แตที่ไมมีคําอธิบายวามีหลักในการเก็บ คําภาษาถิ่นอยางไร ฉะนั้นควรมีการแจงใหราชบัณฑิตยสถานทราบวายังมี


๔๒ มีวิชาเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน คําภาษาถิ่นอีกหลายคํา เชน แหงะ (เหลียวหลัง) แงะ (หรือไง หรืออยางไร) อKอย (เลื่อน, เคลื่อน เชน อKอยตMอก) แซะ ๆ (พรํา ๆ) ๖. มีการนําลูกคําบางคําไปเปfiนคําตั้งโดยไมทราบสาเหตุ เชน เทว- ๑ มีลูกคํา ๑๙ คํา คือ เทวทัณฑ7 เทวทูต เทวธรรม เทวธิดา เทวนาครี เทวนิยม เทวรูป เทวโลก เทววิทยา เทวสถาน เทวาคาร เทวารัณย7 เทวาลัย เทวามาส เทวินทร7 เทเวนทร7 เทเวศ เทเวศร7 เทเวศวร7 แตนําไปเก็บเปfiนแมคําเพียง ๖ คํา คือ เทวาคาร เทวารัณย7 เทวาลัย เทวามาส เทวินทร7 และเทเวนทร7 ๗. ควรมีการปรับการออกเสียงคํา (การบอกคําอาน) ใหอยูในระบบ เสียงภาษาไทยเสียทั้งหมด เพื่อสะดวกแกการออกเสียง กลาวคือ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เคยกําหนดใหออกเสียงคํา ชรงํา ชรงอน ชรงํา ชรงอน ชรลั่ง วา [ชฺระ-], บฤงคพ ชรลั่ง บฤงคพ วา [บฺริง-], ดฤถี วา [ดฺรึ-],สรลน วา [สฺระ-], จรวจ วา [จฺรวด] วฤก วา [วฺรึก], สวนในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรับเปลี่ยนเปfiน บฤงคพ เปfiน [บอริง-], ดฤถี เปfiน [ดะรึ-, ดะริ], ชรงํา เปfiน [ชะระ-] ฉะนั้นควรปรับ [สฺระ-] [จฺระ] [วฺระ] ใหอยูในระบบเสียงภาษาไทยดวย หากมีการแจงวาใหออกเสียงควบตามภาษาเดิม เชน จรวจ มาจาก ภาษาเขมร ซึ่งใช จฺรวจ แตก็แยงไดวาแมภาษาเดิมเปfiนภาษาเขมรใช จฺรมุะ มุะ (จ ควบ ร) ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ก็ใหออกเสียง แยกพยางค7 (ไมควบ) เปfiน จรมูก [จะระหฺมูก] หรือภาษาเดิมไมไดควบ คือ ส.วฤก; ป.วก ภาษาไทยใหออกเสียงควบ วฤก [วฺรึก] หรือภาษาเดิมควบ คือ ส. ตฺฤถี ภาษาไทยก็ใหออกเสียงไมควบ ดฤถี [ดะรึ-, ดะริ-] นอกจากนี้คําที่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไมไดบอกที่มา คือ จรวดจรี จรวดจรี จรวดจรี และจรวดไจร จรวดไจร จรวดไจร บางพยางค7ก็ใหออกเสียงควบ บางพยางค7ก็ใหออกเสียงไมควบ เปfiน [จฺรวดจะรี] และ [จฺะหรวดจะไร] ทําใหไมทราบเหตุผลของการกําหนด การออกเสียง


เปรียบเทียบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กับ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๔๓ ๘. คําบางคําควรบอกเสียงอาน เชน ภิงสนะ, ภิงสระ เพราะทั้ง ๒ คํา นี้ สามารถออกเสียงเรียงพยางค7ก็ไดหรือเปfiนอักษรนําก็ได ๙. บางครั้งคําคูเคียงขึ้นตนดวยคําเต็มและตามดวยคําที่สามารถเขา สมาสได เชน ภาพ, ภาพ- แตบางครั้งก็ขึ้นตนดวยคําที่เขาสมาสได แลวตาม ดวยคําเต็ม เชน ภัทร-, ภัทระ ควรทําใหเปfiนระบบเดียวกัน ๑๐. การบอกประวัติของคํา (ที่มาของคํา) มี ๒ ลักษณะ ลักษณะแรก แสดงรูปคําในภาษาเดิม เชน คุกกี้ ... (อ. cookie) โกษ ๒ ... (ส. โกฺษณิ) ลักษณะที่ ๒ แสดงวา รูปคําในภาษาไทยตรงกับคําใดในภาษาอังกฤษ เชน เจตคติ ... (อ. attitude) หรือ เงินรายป: ... (อ. annuity) ๑๑. การบอกเสียงอานคําที่มาจากภาษาทางตะวันตก บอกเหมือน รูปเขียน ผูอานจะตองใสเสียงวรรณยุกต7ตามความนิยมหรือความเคยชินเอง เชน เมตร [เมด] ๑๒. คําหีนยาน ใหอาน [หีนะยาน, หีนนะยาน, ฮีนะยาน] สวน ทัฬหี ใหอาน [ทันฮี] ๑๓. เกือบรอยเปอร7เซ็นต7 ใชวา “ใชแก” เชน ฉัน ก. กิน (ใชแกภิกษุ สามเณร) แตมีบางคําใชวา “ใชกับ” เชน ฉอก ว. แหวง, เวา (ใชกับลักษณะของ ผม) [พจนานุกรมคําใหมของราชบัณฑิตยสถาน พิมพ7เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ นิยมใช วา “ใชกับ” เชน เต็มตา ว. อยางชัดเจน (ใชกับการเห็น) ขัดจรวด ขัดจรวด ขัดจรวด ก. สําเร็จ ความใครดวยตนเอง (ใชกับเพศชาย) ขาวปลอด ขาวปลอด ขาวปลอด ก. ขาวตลอดไมมีสีอื่นปน (ใช กับขนของสัตว7บางชนิด) แตก็มีบางที่ใชวา “ใชแก” เชน กระฉูด ก. พุงออกโดย แรง (ใชแกของเหลว)] ๑๔. เกือบทุกรูปพยัญชนะบอกชื่อ เชน ก [กอ] แตบางรูปไมไดบอก เชน ฌ ช


Click to View FlipBook Version