๒๗๗ -กางเกง นิยมสวมกางเกงตัดเย็บส าเร็จรูปสา หรับท้งัแบบขาส้ันและแบบ ขายาว ตามแบบที่วางขายกันทวั่ ไป บางส่วนก็ยังนิยมสวมกางเกงที่ตัดเย็บจากผ้าแพรจีนหรือผ้าฝ้าย ในรูปแบบเดิมอยู่ ภาพที่ ๒๖๒:จายสายมาว นักร้องชายยอดนิยม ภาพที่ ๒๖๓ - ๒๖๔: รูปแบบชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายชนเผ่าไทใหญ่ ในยุคปัจจุบันจากเมืองมาว
๒๗๘ ๔.๔.๔.๖ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือที่ชายชรามีรูปแบบเช่นเดียวกับที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน คือมีลักษณะคล้ายเส้ือป้ายของผูห้ญิง บริเวณสาบเส้ือมีผ้าเย็บต่อออกไว้ส าหรับติดกระดุมและโพก ผมด้วยผ้าแถบผืนยาวแบบนาคาเปี๊ ยะหงอน บ้างก็สวมหมวกและหงอบรูปทรงกลมปี กกว้างแบบ เดียวกับของชาวจีน -กางเกง นิยมสวมกางเกงที่มีลักษณะเป็ นกางเกงทรงกระบอกขากว้าง แบบเป้ายาวรูปแบบเดียวกบักางเกงของชาวจีนตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผู้ สวมใส่ ภาพที่ ๒๖๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่๒๖๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน
๒๗๙ ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ มีรูปแบบเดียวกับในอดีต คือมีลักษณะคล้ายเส้ือป้ายของผู้หญิง บริเวณสาบเส้ือมีผ้าเย็บต่อออกไว้ส าหรับติดกระดุมและบางโอกาสจะโพกผมด้วยผ้าแถบผืนยาว -กางเกง กางเกงมีรูปแบบเช่นเดียวกับในอดีตไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังคง นิยมสวมกางเกงรูปทรงกระบอก แบบเป้ากางเกงยาว ลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีน ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ เส้ือที่ชายชราใช้สวมในงานพิธีการแทบจะคงอัตลักษณ์เดิมไว้ทุก ประการอาจจะเป็ นเพราะสามารถได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเส้ือของคนเมืองเชียงใหม่มาใช้ได้เมื่อมี โอกาสจึงพบว่าผู้ชายวัยชราส่วนใหญ่จะต้องแต่งกายในอัตลักษณ์เดิมทุกคน -กางเกง ชายชราในยคุน้ียงัคงนิยมสวมกางเกงที่มีรูปแบบเช่นเดียวกบั กางเกงของชาวจีน หรือเตี่ยวสะดอของชาวไทยวน ที่มีลักษณะเป็ นกางเกงทรงกระบอกขากว้างและ เป้ายาว ภาพที่ ๒๖๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๒๘๐ ภาพที่ ๒๖๘:ลุงขุนมหา อู๋ค าสร้อย ครูหมอไตคนสุดท้าย ภาพที่ ๒๖๙: ชุดเครื่องแต่งกายของชายชราชนเผ่าไทใหญ่ ภาพที่ ๒๗๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน
๔.๕ ชนเผ่าไทลื้อ พื้นที่ศึกษา: - ชุมชนบ้านประตูป่า ต าบลประตูป่าอา เภอเมืองจังหวัดลา พูน - ชุมชนบ้านแซม บ้านป่าตาล ต าบลม่วงน้อยอา เภอป่าซางจังหวัดลา พูน นักวิจัย:แสวง มาละแซม _______________________________________________________________________ ๔.๕.๑ วัฒนธรรมการแต่งกาย ในระยะประมาณ ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา ชาวไทยองหรือคนไทล้ือในภาคเหนือ มีพฒันาการใน การปรับตัวและการผสมผสานทางสังคม การเมือง วฒันธรรม เศรษฐกิจและภูมิปัญญาพ้ืนบา้นในดา้นการ ทอผ้าตลอดจนการน าไปใช้ ท าให้วัฒนธรรม จารีต ประเพณี และวิถีชีวิตโดยเฉพาะการทอผ้าและการใช้ผ้า ได้ปรับเปลี่ยนไปในฐานะเป็ นพลเมืองของสยาม แต่สิ่งที่ยงัคงรักษาไวไ้ด้คือ การพูดภาษาไทล้ือด้วย ส าเนียงของชาวเมืองยอง การทอผา้ ใช้ผา้และการแต่งกายของชาวไทยองหรือคนไทล้ือในโอกาสต่างๆ และการ แบ่งการใช้งานออกเป็นกลุ่มของเพศและสถานะทางสังคมในปัจจุบันถูกรูปแบบของการแต่งกายและปัจจัย การผลิตแบบตะวนัตกครอบคลุมจนกระทงั่กลายเป็นการแต่งกายแบบเดียวกนั ไปหมด ไม่สามารถแยกแยะ ออกจากกลุ่มคนเมือง หรือคนไทยวน รวมท้งักลุ่มคนไทเขิน ไทใหญ่ และอื่นๆ ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้ อย่างไรก็ตามในระยะประมาณเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมาได้มีปัจจัยหลายอย่างสนับสนุนและกระตุ้นให้ เกิดกระแสการอนุรักษ์ส่งเสริมและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมพ้ืนถิ่นโดยเฉพาะการแต่งกายแบบประเพณีของ ชนเผ่าเนื่องในโอกาสต่างๆ ข้ึน ชาวไทยองหรือคนไทล้ือก็จึงเริ่มมีการหันมาแต่งกายในรูปแบบประเพณี ข้ึนมาเช่นกันแต่โดยมากการออกแบบตัดเย็บชุดเครื่องแต่งกายดังกล่าวจะออกเป็นแบบประยุกต์ให้มี ลวดลายแปลกใหม่ผสมผสานและการแต่งกายด้วยชุดเหล่าน้ันก็มกัจะทา เพื่อการแสดงหรือร่วมในบาง กิจกรรมที่จดัข้ึนเป็นการเฉพาะเท่าน้ัน ยงัไม่สามารถชกัจูงให้ประชากรไทล้ือให้หวนกลับมาแต่งกายแบบ ด้งัเดิมในชีวิตประจา วนัไดอ้ยา่งแทจ้ริง ๔.๕.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลกัษณ์ของชาวไทลื้อ ๔.๕.๒.๑โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑) เสื้อผู้หญิง - เสื้อก้อม เสื้อบ่าห้อยเสื้ออก รูปแบบของ “เส้ือก้อม” ที่หมายถึงเส้ือตวัส้ันขนาดเล็กค่อนขา้งรัดรูปแต่ พอดีลา ตวั ไม่มีแขน แต่มีสายหรือแถบคลอ้งจากหน้าอกดา้นหน้าพาดขา้มไหล่ไปยึดตวัเส้ือดา้นหลงัอาจ
๒๘๒ ออกแบบให้ผ่าด้านหน้าด้านข้างด้านใดด้านหนึ่ง หรือด้านหลังแล้วยึดด้วยกระดุมแป๊ บหรือตะขอโลหะเล็กๆ ๓ – ๕ ตัว โดยมากจะมีกระเป๋าเลก็ๆ ไวด้า้นหนา้ท้งัซ้ายและขวาดา้นละหน่ึงใบหรืออาจทา ขนาดใหญ่ข้ึนมี กระเป๋าเพียงใบเดียวอยู่ตรงกลางท้งัน้ีเพื่อเอาไวเ้ก็บเงินเมื่อนา สินคา้ไปขายที่ตลาดหรือเอาไวเ้ก็บของที่ตอ้ง ใช้พกติดตัวเช่นยาดมเป็ นต้น เส้ือกอ้มน่าจะเป็นเส้ือที่พฒันามาจากเส้ือช้นั ในหรือยกทรงของผูห้ญิงชาว ยโุรปที่นา มาเผยแพร่และผูห้ญิงระดบัเจา้นายช้นัสูงชาวไทยวนเริ่มนิยมแต่งกายตามแบบตะวนัตก ต่อมาเส้ือ ชนิดน้ีกลายมาเป็นที่นิยมสวมใส่ส าหรับหญิงสาวและผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่จนกระทงั่วยัชราชาวไทยวน ไทล้ือ และไทเขิน ท้งัน้ีเนื่องจากผู้หญิงชาวไทล้ือในอดีตไม่นิยมสวมเส้ือในชีวิตประจา วนัเช่นเดียวกบัผูห้ญิงชาว ไทยวน จะใชเ้พียงผา้พาดไหล่พนัรอบอกหรือพนัแบบสไบเฉียง ดงัน้นัการสวมเส้ือกอ้มซ่ึงมีรูปแบบที่ยงัคง ให้ความรู้สึกใกลเ้คียงกบัความเคยชินที่ไม่นิยมสวมเส้ือมาก่อน อาจกลายเป็นเหตุผลหน่ึงที่ทา ให้ผูห้ญิงไท ล้ือไทยวน และไทเขินพากนัยอมรับจนกลายเป็นเส้ือที่นิยมสวมใส่มากที่สุดยคุหน่ึง การสวมเส้ือก้อมมกัใช้สวมเมื่อทา งานอยู่ในบา้นหรือในละแวกชุมชน ใกลเ้คียงโดยจะนุ่งผา้ซิ่นรัดดว้ยเขม็ขดัเงินและสวมเส้ือกอ้มเพียงตวัเดียวแลว้ใชผ้า้อีกผืนหน่ึงคลุมไหล่หรือ โพกศีรษะ ต่อเมื่อมีแขกมาหาหรือตอ้งไปร่วมกิจกรรมในชุมชนจึงสวมเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแบบผ่าหนา้แขน ส้ันหรือแขนยาวทบัอีกทีหน่ึง เส้ือกอ้มมีชื่อเรียกวา่อยา่งอื่นวา่ “เส้ือบ่าหอ้ย” “เส้ือหอ้ย” หรือ “เส้ืออก” ๒) ผ้าซิ่น - ซิ่นก่านคอควาย ผา้ซิ่นที่ชาวไทล้ือมักนิยมสวมใส่ท างานในไร่นาและในชีวิตประจ าวัน มกัจะเป็นผา้ซิ่นคล้ายของชาวไทเขินที่เรียกว่า “ผา้ซิ่นก่านคอควาย” ซึ่งจะยอ้มสีเขม้เช่นสีดา หรือน้า เงินเขม้ ตลอดท้งัผืนและช่วงบนและดา้นล่างทอให้มีลวดลายแถบสีแดงกวา้งประมาณ ๑ นิ้วคร่ึง ส่วนตรงกลางทอ ลวดลายแถบสีแดงขนาดเท่าเดิม ๑ คู่โดยให้มีช่องว่างระหว่างแถบท้งัสองเส้นประมาณคร่ึงนิ้ว ทอดว้ยหูก ทอผ้าขนาดใหญ่หรืออาจนุ่งผา้ซิ่นผา้ฝ้ายพ้ืนสีฟ้าหรือสีอื่นทอลวดลายสีขาวเป็ นเส้นเล็กในแนวขวางกว้าง ภาพที่ ๒๗๑: แสดงโครงสร้างเส้ือกอ้มดา้นหนา้ ภาพที่ ๒๗๒: แสดงโครงสร้างเส้ือกอ้มดา้นหลงั
๒๘๓ ประมาณครึ่งเซ็นติเมตรเรียงเป็ นแถวๆ ละประมาณสามเส้น ระยะห่างระหว่างแถวประมาณคร่ึงนิ้วต่อกันไป จนเตม็หนา้ผืนผา้เอวซิ่นและตีนซิ่นเป็ นผ้าฝ้ายสีด าไม่มีลวดลาย ๓) เสื้อผู้ชาย ผู้ชายชาวไทล้ือจะสวมใส่เส้ือหม้อฮ่อมท างานในไร่นาและในชีวิตประจ าวัน เหมืือนกบั ชาวไทยวน โดยเส้ือหม้อฮ่อมมักจะมีลักษณะคอกลมสีน้า เงินเขม้หรือดา แต่ถ้าใช้ในพิธีการจะ เป็นสีขาวหรือสีน้า ตาล ตวัเส้ือและแขนหลวม แขนยาวประมาณข้อศอก ผ่าหน้ายึดด้วยกระดุมหรือมัดด้วย ผ้าท าเป็ นเชือก มีกระเป๋ าด้านหน้า ๔) เตี่ยวสะดอ “เตี่ยว” เป็นคา ใช้เรียกกางเกงของชาวไทล้ือ ไทยวน รวมท้ังชาวไทเขิน และ “สะดอ” หมายถึงกึ่งกลางหรือครึ่งหนึ่งซึ่งน่าจะหมายถึงกางเกงมีความยาวครึ่งหนึ่งของช่วงชา “เตี่ยวสะดอ” เป็ นรูปแบบกางเกงที่นิยมสวมใส่ในหมู่ชนเผ่าต่างๆ ในอาณาจักรล้านนา มีช่วงขาใหญ่ ขากางเกงจะมีความ ยาวประมาณเข่าหรืออาจเลยลงไปอีกเล็กน้อย เอวกว้างเมื่อเวลาสวมใส่จึงมีการพับขมวดด้านหน้าแล้วใช้ เชือกผูกหรือใช้เข็มขัดรัด สีที่นิยมใช้จะน ามาย้อมด้วยต้นครามหรือต้นฮ่อมให้เกิดเป็ นสีหม้อฮ่อมหรือสีน้า เงินเข้มเกือบด า หรือย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติสีอื่นๆ เช่นสีน้า ตาล เตี่ยวสะดอยังมีแบบขายาวซึ่งปลายขาจะ ยาวจนกรอมเท้า ภาพที่ ๒๗๓:รูปแบบของผา้ซิ่นก่านคอควาย
๒๘๔ ภาพที่๒๗๕: แสดงโครงสร้างเตี่ยวสะดอ ๔.๕.๒.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในแบบพธิีการ ๑)รูปแบบเสื้อของผู้หญิง เส้ือของชาวไทล้ือในแบบพิธีการ เรียกว่า “เส้ือปั๊ด” มีลักษณะแขนยาว ตัวเส้ือ รัดรูป เอวลอย มีสาบหน้าเฉลียงมาผูกติดกันด้วยเส้นดา้ยฝ้ันเป็ นเกลียวหรือท าเป็ นแถบผ้าเล็กๆ ยึดไว้ตรงมุม ด้านซ้ายหรือขวาของล าตัว บางทีใช้กระดุมขนาดใหญ่ หรือแผ่นเงินดุนลาย เป็ นรูปวงกลมหรือรูปดอกไม้ สองด้านสามารถน ามาคล้องเกี่ยวกันไว้เวลานุ่ง ส่วนปลายของชายเส้ือจะท ายกลอยข้ึนท้งัสองขา้ง และนิยม ขลิบสาบเส้ือดว้ยแถบผา้สีต่างๆ ประดับกระดุมเงินเม็ดเล็กๆ เรียงกัน เส้ือปั๊ดมักย้อมให้เป็ นสีด าหรือสีน้า เงิน เข้ม แต่เส้ือของผูห้ญิงชาวไทล้ือจากเมืองเงิน ประเทศลาว จะมีลกัษณะพิเศษออกไปคือ นิยมแต่งสาบเส้ือ ด้วยแถบผ้าลายจก บางทีจะออกแบบให้มีผ้าก ามะหยี่สีเงินตกแต่งตรงส่วนเอวท้งัสองขา้ง ภาพที่ ๒๗๔: ภาพเตี่ยวสะดอ
๒๘๕ ๒) เสื้อผู้ชาย มีรูปแบบคล้าย “เส้ือหมอ้ฮ่อม” ของชาวไทยวน โดยจะมีลักษณะคอกลม แขนยาว สีน้ าเงินเขม้หรือดา ผ่าหน้าแต่สาบหน้าด้านซ้ายท าเป็ นผืนผ้าเย็บต่อป้ายเฉียงทับหน้าอกด้านขวา ยึดด้วย ตะขอหรือติดกระดุมเงินท้งัส่วนตรงใกล้รักแร้และตรงเอว บางคร้ังอาจมีลกัษณะพิเศษ เอวลอยขลิบด้วย แถบผ้าสีต่างๆ แต่เส้ือของชาวไทล้ือที่เมืองเงินของประเทศลาวจะเป็ นแบบผ่าหน้าตรงยึดด้วยกระดุม ประมาณ ๔ เม็ดเรียงจากดา้นบนลงมาทา สาบเส้ือคลุมซ่อนกระดุม และยกคอเส้ือข้ึนคลา้ยเส้ือของจีน ส่วน คอเส้ือที่ยกข้ึนน้นัตกแต่งดว้ยแถบผา้ทอลวดลาย ภาพที่ ๒๗๗: แสดงชิ้นส่วนโครงสร้างเส้ือป้ายดา้นหนา้ ภาพที่ ๒๗๘: แสดงชิ้นส่วนโครงสร้างเส้ือดา้นหลงั ภาพที่ ๒๗๖: เส้ือปั๊ดผหู้ญิงไทยล้ือ อ.เชียงคา จ.พะเยา
๒๘๖ ภาพที่ ๒๗๙ - ๒๘๐: เส้ือในแบบพิธีการของผชู้ายชาวไทล้ือ ๓) ผ้าซิ่น ลักษณะเด่นของผา้ซิ่นชาวไทล้ือคือ ลวดลายจะอยู่ตรงกลางเป็ นส่วน ใหญ่ตีนซิ่นมกัจะเป็นสีพ้ืน ไม่ว่าจะใส่ในโอกาสใดๆ ลวดลายขวางบนตวัซิ่นจะเกิดจากเส้นพุ่งโดยวิธีการ เย็บผ้าเป็ นถุงสองข้างติดกัน ผา้ซิ่นของผูห้ญิงชาวไทล้ือ เป็ นเครื่องแต่งกายที่มีการปรับเปลี่ยน ประยุกต์ และผสมผสานมากที่สุด ปัจจุบนัเราจะเห็นรูปแบบและการเปลี่ยนแปลงในหลายทอ้งถิ่น ดงัน้ี ภาพที่ ๒๘๒: แสดงโครงสร้างเส้ือผชู้ายดา้นหลงั ภาพที่ ๒๘๑: แสดงโครงสร้างเส้ือผชู้ายดา้นหนา้
๒๘๗ - “ซิ่นเมืองพง” และ “ซิ่นเมืองลิน” หรือ“ซิ่นต๋า” ของชาวไทล้ือ ที่อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยา เป็ นการเรียกรูปแบบผา้ซิ่นตามชื่อหมู่บา้นซ่ึงต้งัข้ึนตามชื่อเมืองที่ได้อพยพ มาจากเขตสิบสองปันนาของประเทศจีน ใช้เทคนิคการทอลายขวาง เรียก “ซิ่นตา” หรือ “ซิ่นต๋า” ซึ่งรูปแบบ น้ียังคงมีการทออยู่ที่เมืองเชียงรุ่งในเขตสิบสองปันนา สีเส้นด้ายที่นิยมคือสีเขียวและสีชมพูสด - “ซิ่นลายดอกผกัแวน่ ” เป็ นการเรียกรูปแบบผา้ซิ่นของชาวไทล้ือ ที่อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยาเช่นกัน การทอลวดลายมีลักษณะเป็ นลายขวางกว้างประมาณครึ่งนิ้ว มีลายคนั่ ตกแต่งเรียกว่า “ลายดอกผักแว่น” - “ซิ่นก่าน”ของชาวไทล้ือจังหวัดน่าน มีการผสมผสานกับ รูปแบบของกลุ่มคนไทยวนมาก จนแยกกันไม่ออก แต่จะมีลักษณะพิเศษในการทอคือแทรกเส้นด้ายพุ่งที่ ย้อมด้วยเทคนิค “การมัดหมี่” ที่ชาวไทล้ือทั่วไปเรี ยก “มัดก่าน” หรื อ “คาดก่าน” ดังน้ันซิ่นที่ได้จาก กระบวนการดังกล่าวจึงเรียกว่า “ซิ่นก่าน” - “ผ้าซิ่นเชียงของ”ของชาวไทล้ืออ าเภอเชียงของ จังหวัด เชียงราย ใช้วิธีการทอประดับลวดลายในผา้ซิ่นในรูปเรขาคณิตความกวา้งประมาณ ๔ นิ้วลงบนผา้ท้งัผืน นิยมใช้เส้นด้ายสีเหลือง สีฟ้า เขียว และชมพูสด - “ผา้ซิ่นทุ่งหัวช้าง”ของชาวไทล้ืออ าเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดน่าน ใช้เทคนิคการทอลายขวางลักษณะเดียวกับ “ซิ่นต๋า” ของซิ่นเมืองเชียงรุ่ง เมืองพงและเมืองลิน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ภาพที่ ๒๘๓: ภาพผา้ซิ่นชาวไทยล้ือจากแหล่งต่างๆ หมายเลข ๑ ซิ่นต๋าจากสิบสองพันนา หมายเลข ๒ ซิ่นเมืองพง จาก อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยา หมายเลข ๓ ซิ่นเมืองลิน จาก อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยา หมายเลข ๔ ซิ่นจากอ าเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย หมายเลข ๕ ซิ่นจากอ าเภอทุ่งหัวช้างจังหวัดน่าน
๒๘๘ ๔.๕.๓ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ใชีวิตประจ าวัน ชาวไทลื้อ การศึกษาการออกแบบเครื่องแต่งกายชนเผ่าไทล้ือที่ใช้ในชีวิตประจ าวันจะเลือกเฉพาะชุด ที่มีเอกลักษณ์ที่เด่นของชนเผ่าในแต่ละยุคสมัย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็ น ๓ ยุคคือ ยุค ๘๐ ปี ยุค ๕๐ ปี และยุคปัจจุบันซึ่งจะมีความแตกต่างตามเพศและวยัดงัน้ี ๔.๕.๓.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ระยะต้นยุคเด็กผู้หญิงชาวบา้นทวั่ ไปจะไม่สวมเส้ือหรืออาจสวมเส้ือก้อม หรือเส้ือบ่าห้อยและมีผ้าผืนส าหรับคลุมไหล่หรือโพกศีรษะมวยเกล้าผมเป็ นจุกอยู่กลางศีรษะ บางคร้ังอาจ สวมเส้ือปั๊ด ระยะปลายยุคเมื่อเศรษฐกิจของประเทศดีข้ึนชาวไทล้ือเริ่มนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนหนังสือ มากข้ึนเด็กผู้หญิงเริ่มใชเ้ส้ือสา เร็จรูปที่มีขายตามทอ้งตลาด - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคเด็กผู้หญิงทวั่ ไปจะนุ่งผ้าซิ่นทอลายขวางแบบธรรมดาจากผ้า ฝ้ายไม่มีการต่อตีนซิ่นหรือทอลวดลาย หรืออาจใช้เป็นผา้ซิ่นสีพ้ืนสีเดียวไม่ค่อยสวมรองเท้า ระยะปลายยุค เริ่มสวมกระโปรงและกางเกงส าหรับเด็ก สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ยุคน้ียังมีเด็กผู้หญิงสวมเส้ือกอ้มหรือเส้ือบ่าห้อยและมีผ้าผืนส าหรับคลุม ไหล่หรือโพกศีรษะอยู่บ้างแต่ระยะต่อมาส่วนมากนิยมสวมเส้ือแบบต่างๆ ตามสมยันิยมหรือสวมเส้ือยืด ภาพที่ ๒๘๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๒๘๙ แขนส้ันหรือแขนยาว ไม่นิยมใช้ผ้าโพกศีรษะหรือผ้าคลุมไหล่ ทรงผมตดัส้ันเป็ นทรงผมแบบนักเรียน บาง คนไว้ผมยาวแต่ไม่เกล้ามวยแบบยคุก่อนแต่อาจเปี ยผมแทน - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคยังมีผู้นุ่งผ้าซิ่นผ้าฝ้ายทอลายขวางแบบธรรมดาไม่ต่อตีนซิ่น หรือใชผ้า้ซิ่นสีพ้ืนสีเดียวระยะต่อมานิยมสวมผา้ถุงพิมพล์ายที่มีขายทวั่ ไปแทนผา้ซิ่นผา้ฝ้ายเนื่องจากมีการ ผลิตลดน้อยลง ช่วงปลายยุคโดยมากจะสวมกระโปรงหรือกางเกงกีฬาขาส้ันและขายาว สวมรองเท้าแตะ หรือผ้าใบ ๓) การแต่งกายของเด็กหญิง ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีเด็กผู้หญิงไม่สวมเส้ือกอ้มอีกต่อไปแต่นิยมสวมเส้ือช้นั ในสตรีแบบ เด็กและวัยรุ่นแบบต่างๆ ตามสมัยนิยมและสวมเส้ือคอปกหรือเส้ือยืดแขนส้ันหรือแขนยาวและอาจสวม หมวกแทนการใช้ผ้าผืนส าหรับคลุมไหล่หรือโพกศีรษะ ทรงผมเป็ นแบบนักเรียนหรือไว้ผมยาวและเปี ยหรือ มัดผมแต่ไม่เกล้ามวย - ผ้าซิ่น ยุคน้ีไม่ค่อยมีเด็กผู้หญิงนุ่งผ้าถุง โดยมากจะสวมกระโปรงหรือกางเกง ยีนส์หรือกางเกงกีฬาท้งัแบบขาส้ันและขายาว สวมรองเท้าแตะ หรือผ้าใบ ภาพที่ ๒๘๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๒๙๐ ๔.๕.๓.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ระยะต้นยุคการแต่งกายมีรูปแบบคล้ายคลึงกับผู้หญิงชาวไทเขินและชาว ไทยวน คือ สวมเส้ือกอ้มหรือเส้ือบ่าห้อย สวมทับด้วยเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแขนยาวผ่าหน้า ติดกระดุมตลอด แนว หรือเส้ือปั๊ดยอ้มสีดา หรือน้า เงินเขม้ไว้ผมยาวเกล้ามวยจุกกลางศีรษะโพกด้วยผ้าขาว สะพายย่าม ระยะ ปลายยุคเริ่มมีการแต่งกายตามแฟชนั่ตะวนัตกจะมีการสวมเส้ือคอกวา้งแขนกุด หรือแบบมีคอปกเปลี่ยน ทรงผมเป็ นการดัดหยิกเป็ นลอนตามแบบในภาพยนตร์ไม่นิยมสะพายย่ามอีกต่อไป - ผ้าซิ่น ช่วงต้นยุคผูห้ญิงไทล้ือทั่วไปจะนุ่งผา้ซิ่นทอลายขวางหรือหรืออาจนุ่ง ผา้ซิ่นสีดา หรือน้า เงินเขม้ทอท้งัผืนไม่ต่อเอวซิ่นและตีนซิ่น การนุ่งผา้ซิ่นจะคาดดว้ยเข็มขดเงินหรือเข็มขัด ั นาค และจะไม่นิยมน าเอาผา้ซิ่นผา้ไหมมาสวมใส่ในชีวิตประจา วนัเพราะถือเป็นของมีค่า ไม่ค่อยสวม รองเท้า ต่อมาในระยะปลายยุคส่วนมากเปลี่ยนมาเป็ นนุ่งผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปเนื่องจากการทอผ้าใช้เองลด ความนิยมลง บางคนจะสวมกระโปรงแบบชุดเส้ือติดกระโปรง หรือกางเกงผ้ายืดรัดรูป สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๒๘๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน
๒๙๑ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ระยะแรกของยุคน้ียงัมีผูสวม ้เส้ือก้อม มีผ้าพาดไหล่รวมท้งัการสวมเส้ือ คอกลมผ่าหน้าแขนกระบอก และเส้ือปั๊ดในชีวิตประจ าวันอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะสวมเส้ือช้นั ในส าเร็จรูป แบบตะวันตก และนิยมสวมเส้ือแบบคอกวา้งแขนกุด หรือแบบมีคอปกรวมท้งัเส้ือยดืแบบต่างๆ ตามแฟชนั่ สมยัใหม่ทรงผมเปลี่ยนจากการดดัหยิกเป็นลอนมาเป็นการตดัส้ันประมาณไหล่และมว้นปลาย ต่อมานิยม ทรงผมแบบปล่อยยาวอาจดัดให้หยิกหรือมัดรวบไม่นิยมมวยผมเกลา้หรือทา เป็นจุกเหมือนสมยัก่อน - ผ้าซิ่น ในระยะแรกจะยังมีผู้สวมใส่ผ้าซิ่นผ้าฝ้ายเวลาอยู่ที่บ้านหรือท างานใน ละแวกชุมชน เช่นเดียวกับชาวไทยวนและชาวไทเขินท้งัน้ีรูปแบบของผา้ซิ่นนิยมสวมใส่ผา้ถุงพิมพล์าย ส าเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด มากข้ึน อยา่งไรก็ตามช่วงต้นยคุน้ีผู้หญิงวัยผู้ใหญ่จะเริ่มนิยมสวมกระโปรงหรือชุดเส้ือที่เยบ็ติดกบักระโปรง บางทีสวมกางเกงผ้ายืดรัดรูปแบบมีที่ยึดเท้า หรืออาจเป็ นกางเกงยีนส์และสวมรองเท้าแตะ รองเท้าหนังหรือ ผ้าใบ ระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงยีนส์และกางเกงส าหรับเล่นกีฬาเป็ นส่วนมาก ภาพที่ ๒๘๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๒๙๒ ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในสมัยปัจจุบันน้ีผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ไม่สวมเส้ือก้อมหรือเส้ือบ่าห้อยอีก ต่อไป แต่นิยมสวมเส้ือช้นั ในแบบต่างๆ ตามสมัยนิยมแล้วจึงสวมเส้ือคอปกหรือเส้ือยดืแขนส้ันหรือแขนยาว และอาจสวมหมวกแทนการใช้ผ้าผืนส าหรับคลุมไหล่หรือโพกศีรษะ ไว้ผมยาวแล้วเปี ยหรือมัดผมแต่ไม่ เกล้ามวย หรืออาจทา ทรงผมซอยส้ันแบบต่างๆ - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคจะยังมีผู้นุ่งผ้าซิ่นอยู่บา้งแต่เป็นผา้ถุงพิมพล์ายที่มีขายทวั่ ไป ในปัจจุบันจะไม่ค่อยมีผู้นุ่งผ้าถุง โดยทวั่ ไปจะสวมกระโปรงหรือกางเกงยีนส์ กางเกงกีฬาท้งัแบบขาส้ันและ ขายาว สวมรองเท้าแตะ หรือผ้าใบ ภาพที่ ๒๘๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๒๘๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๒๙๓ ๔.๕.๓.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้สูงอายุหญิงชาวไทล้ือในอดีต ส่วนมากเวลาอยกู่บับา้นมกัจะไม่สวมเส้ือ หรือสวมเส้ือกอ้มและมีผา้พาดไหล่บางทีจะสวมเส้ือทบัดว้ยเส้ือผ้าฝ้ายคอกลมแบบผ่าหน้า หรือแบบเส้ือปั๊ด แขนยาวยอ้มสีดา หรือน้า เงินเขม้ ท าผมเกล้ามวยเป็ นจุกไว้ด้านบนและมีผ้าฝ้ายสีขาวโพกศีรษะ สะพายย่าม - ผ้าซิ่น ผ้าซิ่นที่ใช้ในชีวิตประจ าวันมีลักษณะเป็ นผ้าฝ้ายทอย้อมสีดา หรือสีน้า เงิน เขม้อาจมีแถบสีแดงคาดเป็นระยะที่ชาวไทล้ือและชาวไทเขินมกัเรียกว่า “ซิ่นก่านคอควาย” หรืออาจเป็ น ผา้ซิ่นผา้ฝ้ายที่ตวัซิ่นทอลายขวางแถบเล็กๆ สลบัแบบผา้ซิ่นของชาวไทยวน ซ่ึงหัวซิ่นและตีนซิ่นมักเป็ นผ้า ฝ้ายสีด าคาดด้วยเข็มขัดเงินหรือนาค สวมรองเท้าแตะ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ผู้สูงอายุท้งัหญิงและชายชาวไทล้ือรวมท้งัชาวไทกลุ่มต่างๆ มกัจะเป็ นผู้ที่ ยังคงแต่งกายตามแบบประเพณีถึงแม้ผู้คนในวัยอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวยัเด็กและวยัผูใ้หญ่จะมีการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแต่งกายไปตามสมัยนิยม ดงัน้นั ในยคุน้ีผู้หญิงวัยชราส่วนมากเวลาอยู่กับบ้านจึงยังมี ผู้ไม่สวมเส้ือ หรือสวมเส้ือกอ้มและมีผา้พาดไหล่หรือสวมเส้ือทบัดว้ยเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแบบผ่าหนา้หรือ แบบเส้ือปั๊ดแขนยาวยอ้มสีดา หรือน้า เงินเขม้ทา ผมเกลา้มวยเป็นจุกไวด้า้นบนและมีผา้ฝ้ายสีขาวโพกศีรษะ เช่นที่เคยเป็ นมาแต่การสะพายยา่มลดความนิยมลงเริ่มหนัมาใชกระเป๋ าหรือตะกร้าหวายหรือไม้ไผ่สานแทน ้ ภาพที่ ๒๙๐: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๒๙๔ - ผ้าซิ่น ในตอนต้นยุคยังคงนิยมใช้ผา้ซิ่นก่านคอควายที่เป็นผ้าฝ้ายย้อมสีด าหรือสี น้า เงินเขม้ หรือผา้ซิ่นผา้ฝ้ายทอลายขวางหัวซิ่นและตีนซิ่นสีดา คาดดว้ยเข็มขดัเงินหรือนาคและสวมรองเท้า แตะแต่ในตอนปลายยุคการทอผ้าใช้เองลดน้อยลงมากจึงท าให้ผู้หญิงวัยชราต้องเปลี่ยนมานุ่งผ้าถุงพิมพ์ลาย สา เร็จรูปที่มีขายทวั่ ไปเป็นส่วนมาก ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ ผู้หญิงวัยชราในช่วงตน้ยุคน้ียงัคงสวมเส้ือกอ้มเช่นที่เคยเป็ นมาและมีผ้า พาดไหล่ หรือสวมเส้ือทบัดว้ยเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแบบผ่าหน้า หรือแบบเส้ือปั๊ดแขนยาวยอ้มสีดา หรือน้า เงิน เข้ม ท าผมเกล้ามวยเป็ นจุกไว้ด้านบนและมีผ้าฝ้ายสีขาวโพกศีรษะอยู่เช่นเดิม แต่ในระยะปลายยุคเริ่มนิยมใช้ เส้ือช้นั ในแบบยกทรงสมยัใหม่แทนเส้ือกอ้มซ่ึงผลิตขายนอ้ยลง ส่วนเส้ือที่สวมใส่ก็เปลี่ยนมาเป็นเส้ือคอปก สีหรือลายแบบไม่ฉูดฉาดที่มีขายทวั่ ไปแทนเส้ือผา้ฝ้ายหรือเส้ือปั๊ดเช่นที่เคยใชม้า - ผ้าซิ่น ในตอนต้นยุคยังคงมีผู้ใชผ้า้ซิ่นก่านคอควายหรือผา้ซิ่นผา้ฝ้ายทอลายขวาง และคาดด้วยเข็มขัดเงินหรือนาคอยู่บ้าง แต่เนื่องจากความนิยมในการทอผา้ซิ่นใชเ้องลดลงไป ส่วนมากจึง นุ่งผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปและการใช้เข็มขัดเงินหรือนาคก็ลดความนิยมลงเช่นกัน ภาพที่ ๒๙๑: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี – ๒๐ ปี
๒๙๕ ๔.๕.๓.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ๑)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กผู้ชายชาวไทล้ือยคุน้ีโดยมากเมื่ออยู่กับบ้านหรือใน ชีวิตประจ าวนัทวั่ ไปมักจะไม่สวมเส้ือ บางโอกาสอาจสวมเส้ือหม้อฮ่อมผา้ฝ้ายคอกลมแขนส้ัน แบบผ่าหน้า หรือเส้ือปั๊ดแบบผชู้ายของชาวไทล้ือ มีท้งัแบบใชเ้ชือกผกูและแบบติดกระดุม ต่อมาในระยะปลายยุคจะนิยม สวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือเส้ือยดืแทนเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ด -กางเกง ช่วงต้นยุคเด็กผู้ชายจะสวมเตี่ยวสะดอหรือกางเกงสามส่วน ไม่สวมรอง เทา้หรือบางคร้ังอาจสวมรองเทา้แตะระยะปลายยคุนิยมสวมกางเกงขาส้ันแบบนกัเรียนและสวมรองเทา้แตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๒๙๒: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๒๙๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๒๙๖ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ การสวมเส้ือหม้อฮ่อมผา้ฝ้ายคอกลมแขนส้ันแบบผ่าหน้าหรือเส้ือปั๊ดแบบ ผชู้ายของชาวไทล้ือยงัมีอยบู่า้งในระยะแรกต่อมาในระยะปลายยุคโดยมากจะสวมเส้ือกล้าม เส้ือเชิร์ตคอปก แขนส้ันหรือเส้ือสา หรับเล่นกีฬาหรือเส้ือยืดพิมพ์ลายต่างๆ -กางเกง ช่วงต้นยุคยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอหรืออาจสวมกางเกงขาส้ันเครื่องแบบ นักเรียนอยู่บ้างแต่ระยะต่อมานิยมสวมกางเกงผา้ยดืสา หรับเล่นกีฬาท้งัชนิดขายาวและขาส้ันรวมท้งักางเกง ผา้ท้งัแบบธรรมดาและกางเกงยีนส์แบบต่างๆ สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมาการน าเส้ือหม้อฮ่อมมาสวมใส่ใน ชีวิตประจ าวันเด็กชายชาวไทล้ือลดน้อยลงมากจนแทบไม่ปรากฏให้เห็น โดยมากจะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขน ส้ันตดัเยบ็ส าเร็จรูปส าหรับเด็กโดยเฉพาะหรือประเภทเส้ือยืดคอปกคอกลม คอรูปตวัวีพิมพ์ลายรูปสัตว์ หรือเป็ นลวดลายต่างๆ ที่มีสีสันฉูดฉาด จึงมีการพยายามฟ้ืนฟูโดยให้นักเรียนแต่งกายแบบประเพณีทุกวนั ศุกร์แต่ก็เป็ นเพียงการแต่งไปโรงเรียนตามที่มีการบังคับไม่ค่อยมีผู้น าไปสวมใส่ในชีวิตประจ าวันอย่าง แท้จริง ภาพที่ ๒๙๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๒๙๗ -กางเกง สมยัน้ีกางเกงขาส้ันเครื่องแบบนกัเรียนมีผู้น ามาสวมใส่ในชีวิตประจ าวัน น้อยมากจะนิยมสวมกางเกงกีฬาท้งัชนิดขายาวและขาส้ันรวมท้งักางเกงผา้ท้งัแบบธรรมดาและกางเกงยีนส์ ส าเร็จรูปต่างๆ เสียเป็ นส่วนมาก นิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๕.๓.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายชาวไทล้ือนิยมสักลายตามตวัเช่นเดียวกบัชาวไทยวนดงัน้นั ในระยะ ต้นยุคจึงยังมีผชู้ายวยัผใู้หญ่ไม่ค่อยสวมเส้ือมักเปลือยอกให้เห็นรอยสักตามล าตัวหรือบางโอกาสก็จะสวม เส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ดแต่มกัไม่กลดักระดุมหรือปล่อยชายเส้ือ โพกศีรษะและสะพายยา่ม ระยะต่อมาเริ่ม หนั ไปสวมเส้ือกลา้มและเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวรวมท้งัเส้ือยดืแบบต่างๆ การโพกศีรษะและ และสะพายย่ามลดความนิยมลงเกือบหมดสิ้น -กางเกง ช่วงต้นยุคจะยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอหรือกางเกงสามส่วนอาจไม่สวมรอง เท้าหรือสวมรองเท้าแตะและผู้มีฐานะอาจสวมกางเกงแพรของจีน ระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงขายาวและ สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๒๙๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๒๙๘ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยผู้ใหญ่โดยมากยังสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมไม่นิยมสวมเส้ือปั๊ด หรืออาจ สวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาวในเวลาท างานในบ้านหรือกลางแจ้ง ระยะต้นยุคยังนิยมสวมเส้ือกล้าม และเส้ือแขนส้ันแบบมีคอปกและนิยมพบัแขนเส้ือเหมือนการแต่งกายของดาราภาพยนตร์รวมท้งัเส้ือยืดท้งั แบบมีคอปก ต่อมานิยมสวมเชิร์ตและเส้ือยืดพิมพ์ลวดลายในรูปแบบต่างๆ สวมทบัด้วยเส้ือคลุมเช่นเส้ือ ยีนส์ -กางเกง ระยะแรกของยคุน้ีผู้ชายชาวไทล้ือบางกลุ่มยังนิยมสวมเตี่ยวสะดอแต่จาก อิทธิพลของภาพยนตร์ท าให้ชายหนุ่มนิยมสวมกางเกงผา้ลินินสีกากีหรือกางเกงยนีส์สีน้า เงินหรือสีขาวสวม รองเท้าแตะ ผ้าใบหรือหนัง ส่วนผู้สูงอายุนิยมสวมกางเกงแพรของจีนหรือใช้เป็ นชุดนอน ในระยะต่อมา นิยมสวมกางเกงขาบานและรองเทา้ยกพ้ืนสูงและระยะสุดท้ายของยุคน้ีนิยมสวมกางเกงยีนส์และกางเกง กีฬารวมท้งักางเกงผา้สา เร็จรูปท้งัแบบขาส้ันและขายาว ภาพที่ ๒๙๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี
๒๙๙ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ เส้ือแบบหมอ้ฮ่อมไม่ค่อยมีผูส้วมใส่แต่นิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันและ แขนยาวท้งัแบบสีลว้นและเป็นลวดลายต่างๆ รวมท้งัเส้ือยืดท้งัแบบคอปกและแบบคอกลม สีต่างๆ พิมพ์ ลวดลายหลายรูปแบบ รวมท้งัเส้ือคลุมทบัเช่นเส้ือผา้ยนีส์และเส้ือประเภทอื่นๆ -กางเกง นิยมสวมกางเกงแบบส าเร็จรูปท้ังชนิดขาส้ันและขายาวที่วางขายกัน ทวั่ ไปตามทอ้งตลาด รวมท้งักางเกงยนีส์และกางเกงกีฬาท้งัแบบขาส้ันและขายาวเช่นกนัสวมรองเท้าผ้าใบ หรือรองเทา้แตะท้งัแบบทา ดว้ยหนงัหรือพลาสติกในช่วงประมาณ ๔-๕ ปีที่ผ่านมามีการรณรงค์ให้แต่งกาย แบบพ้ืนเมืองมากข้ึนก็เริ่มมีผูส้วมเตี่ยวสะดออยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับแพร่หลายหรือเป็ นการนุ่งแบบใช้ใน ชีวิตประจา วนัดงัสมยัก่อน ภาพที่ ๒๙๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี- ๒๐ ปี ภาพที่ ๒๙๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๐๐ ๔.๕.๓.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยชราชาวไทล้ือนิยมสักลายตามตวัจึงไม่ค่อยสวมเส้ือมักเปลือยอก ให้เห็นรอยสักตามล าตัวหรืออาจจะสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ดแต่ปล่อยชายเส้ือโพกศีรษะและสะพายยา่ม ต่อมานิยมสวมเส้ือกลา้มรวมท้งัเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวแบบต่างๆ เช่นเดียวกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ในช่วงปลายยุคการโพกศีรษะและสะพายย่ามลดความนิยมลง -กางเกง ช่วงต้นยุคจะยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอหรือกางเกงสามส่วนไม่สวมรอง เท้าหรือสวมรองเท้าแตะอาจใช้ผ้าขาวม้าคาดเอวหรือโพกศีรษะ และผู้มีฐานะอาจสวมกางเกงแพรของจีน เมื่ออยู่ในบ้านหรือใช้เป็ นชุดนอน ระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงขายาวและสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้า ผ้าใบ ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในยคุน้ีผชู้ายวยัชราชาวไทล้ือยงัคงสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ดแต่การ โพกศีรษะและสะพายย่ามลดความนิยมลง และยงันิยมสวมเส้ือกลา้มรวมท้งัเส้ือผา้ป่านสีขาวลกัษณะเหมือน เส้ือหมอ้ฮ่อมเมื่ออยใู่นบา้นในบางโอกาสอาจใช้ผ้าขาวม้าคาดเอวโพกศีรษะหรือพันรอบคอเป็ นผ้าเช็ดนอก จากน้นันิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวแบบต่างๆ รวมท้งัเส้ือแบบตรวจการหรือที่เรียกวา่เส้ือ ซาฟารีอีกด้วย ภาพที่ ๒๙๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี
๓๐๑ -กางเกง ระยะแรกของยุคน้ียังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอ สวมรองเท้าแตะกางเกงแพรของ จีนกลายเป็ นที่นิยมใช้เมื่ออยู่ในบ้านหรือใช้เป็ นชุดนอนควบคู่ไปกับการสวมกางเกงขายาวแบบตะวันตก และสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน - เสื้อ ในระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบันน้ีผู้ชายวัยชราที่สวมเส้ือหม้อฮ่อมก็ลด น้อยลง จะหันมาสวมใส่เส้ือผ้าป่ านสีขาว เส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาวรวมท้งัเส้ือยืดคอกลมในเวลาอยู่ใน บ้านหรือออกไปในละแวกชุมชน -กางเกง ตอนต้นยุคน้ีการสวมใส่เตี่ยวสะดอรวมท้ังการสวมกางเกงแพรของจีน เมื่ออยู่ในบ้านหรือใช้เป็ นชุดนอนก็ลดความนิยมลงเป็ นอย่างมากจะนิยมนุ่งกางเกงส าเร็จรูปขาส้ันหรือขา ยาวแต่ยังมีผู้ใช้ผ้าขาวม้าคาดเอวหรือโพกศีรษะหรือใช้พาดไหล่ท าเป็ นผ้าเช็ดอยู่บ้างเมื่อออกไปท างานใน เรือกสวนไร่นา ในระยะปลายยุคจะนิยมสวมกางเกงส าเร็จรูปขายาว สวมรองเท้าแตะหรือผ้าใบและไม่ใช้ ผ้าขาวม้าคาดเอวหรือพาดไหล่อย่างที่เคยเป็ นมา ภาพที่ ๓๐๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี
๓๐๒ ๔.๕.๔ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๔.๕.๔.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของเด็กผหู้ญิงชาวไทล้ือจะสวมเส้ือแบบเส้ือปั๊ดแขนยาว ของผู้ใหญ่หรือเป็นเส้ือผา่หนา้ มีสาบหน้าเยบ็เป็นริ้ว ยดึติดกันด้วยดา้ยฝ้ันหรือแถบผา้เลก็ๆ ท าเป็ นเชือกมัด หรือติดกระดุม บางโอกาสก็จะโพกผ้าที่ศีรษะ - ผ้าซิ่น สวมผ้าซิ่นทอลายขวางแถบสีขาวสลับสีเหลืองหรือสีฟ้ากว้างประมาณ แถบละหนึ่งเซนติเมตร เหมือนกับผ้าซิ่นลายขวางของผู้ใหญ่ หวัซิ่นและตีนซิ่นสีดา สวมรองเทา้แตะ ภาพที่ ๓๐๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน ภาพที่ ๓๐๒ : ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี
๓๐๓ ๒)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของเด็กผหู้ญิงชาวไทล้ือยคุน้ียงัคงเป็ นการสวมเส้ือปั๊ด หรือเส้ือผา่หนา้และโพกผ้าที่ศีรษะเช่นเดิม แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มนิยมสวมเส้ือแขนส้ัน คอปกสา เร็จรูปแบบ ต่างๆ และชุดเส้ือกระโปรงสา เร็จรูป มีการสวมหมวกแทนการโพกศีรษะบางคร้ังอาจมดัหรือเปียแลว้ผกูโบว์ หรือริบบิ้นในช่วงปลายยุคการแต่งกายแบบพิธีการตามแบบประเพณีเสื่อมความนิยมลงไปแทบหมดสิ้น - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคจะยังสวมผ้าซิ่นทอลายขวางแถบสีขาวสลับสีเหลืองหรือสีฟ้า เหมือนกับผ้าซิ่นลายขวางของผู้ใหญ่ สวมรองเท้าแตะแต่ระยะต่อมานิยมสวมกระโปรงสีต่างๆ หรือกางเกง ขายาวทรงสุภาพ สวมถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๓)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ จากการเสื่อมความนิยมในการแต่งกายตามวฒันธรรมด้งัเดิมท าให้มีการ รณรงค์ฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีข้ึนมาใหม่ในเทศกาลส าคญัเด็กผูห้ญิงจะสวมเส้ือปั๊ด เส้ือผ่าหน้า และโพกศีรษะ แต่วัสดุและรูปแบบในการผลิตเส้ือเป็ นการประยุกต์จนแตกต่างจากแบบเดิมไปมาก มีน้อย รายที่ผลิตผ้าทอและตัดเย็บเป็ นชุดแต่งกายข้ึนมาใหม่อย่างไรก็ตามส่วนมากจะนิยมสวมใส่ชุดเส้ือผา้ ส าเร็จรูปตามแบบสมัยนิยมมากกว่า - ผ้าซิ่น กระแสการฟ้ืนฟูการแต่งกายตามวฒันธรรมด้ังเดิมทา ให้เกิดการซ้ือหา ผา้ซิ่นส าเร็จรูปแบบประยกุตท์ ี่ทา ข้ึนมาขายโดยไม่ไดค้า นึงถึงอตัลกัษณ์ของแต่ละชนเผ่าท าให้การแต่งกายดู ภาพที่ ๓๐๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี
๓๐๔ ปะปนกันไปแยกไม่ออกว่าเป็ นแบบของชนเผ่าไทล้ือไทยวน ไทใหญ่หรือไทเขิน แต่โดยทวั่ ไปเด็กผู้หญิง จะสวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว สวมถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๔.๕.๔.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ชาวไทล้ือจะสวมเส้ือปั๊ดแขนยาวหรือเส้ือผา่หนา้สีด าหรือ สีน้า เงินเขม้เป็นเส้ือแบบพิธีการ ไว้ผมยาวและเกล้ามวยจุกไว้กลางศีรษะโพกด้วยผ้าขาวและอาจมีดอกไม้ ตามฤดูปักแซมมวยผมบางคร้ังห่มผา้สไบเฉียง - ผ้าซิ่น สวมผ้าซิ่นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมทอลายขวางแถบสีขาวสลับสีเหลืองสีฟ้า หรือสีอื่นๆ แถบกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร หัวซิ่นและตีนซิ่นสีดา หรือสีเข้ม คาดเข็มขัดเงินหรือนาค โดย จะสวมผา้ซิ่นสีขาวไวภ้ายใน สวมรองเท้าแตะ ภาพที่ ๓๐๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๓๐๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๐๕ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในยคุน้ีเส้ือแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ชาวไทล้ือยังเป็ นเส้ือปั๊ดแขน ยาวหรือเส้ือผา่หนา้สีดา หรือสีน้า เงินเขม้ ไว้ผมยาวและเกล้ามวยจุกไว้กลางศีรษะ โพกด้วยผ้าขาวและอาจมี ดอกไมต้ามฤดูปักแซมมวยผมบางคร้ังห่มผา้สไบเฉียง แต่ขณะเดียวกันเริ่มมีผนู้ิยมใชเ้ส้ือแขนส้ันคอปก และ ชุดเส้ือกระโปรงสา เร็จรูป มดัหรือเปียผมแลว้ผกูโบวห์รือริบบิ้นแทนการเกลา้มวยและการแต่งกายแบบพิธี การตามแบบประเพณีที่ใช้กันมา - ผ้าซิ่น สวมผ้าซิ่นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมทอลายขวางแถบสีขาวสลับสีเหลืองสีฟ้า หรือสีอื่นๆ แถบกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร หัวซิ่นและตีนซิ่นสีดา หรือสีเขม้ คาดเข็มขัดเงินหรือนาค สวมรองเท้าแตะแต่บางคนก็เริ่มนิยมสวมกระโปรงและสวมรองเทา้แตะหรือรองเทา้หุ้มส้นแบบผา้ใบหรือ หนังตามแบบตะวันตก ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีได้มีการรณรงค์ฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีข้ึนมาใหม่ เนื่องมาจากการเสื่อมความนิยมในการแต่งกายตามวฒันธรรมด้งัเดิมจึงมีการนา เอาเส้ือปั๊ด เส้ือผ่าหน้าและ การโพกศีรษะมาเป็ นรูปแบบในการแต่งกาย แต่วัสดุและรูปแบบของเส้ือเป็ นการประยุกต์ลวดลายแบบ ต่างๆ ลงไปท าให้แตกต่างจากแบบเดิมและคล้ายคลึงกับของชาวไทเผ่าอื่นๆ เช่นไทยวน ไทใหญ่ ไทเขิน แต่ ส่วนมากจะนิยมสวมใส่ชุดเส้ือผา้สา เร็จรูปตามแบบสมยันิยมมากกวา่ ภาพที่ ๓๐๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๐๖ - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นส าหรับชุดเครื่องแต่งกายแบบพิธีการจากกระแสการฟ้ืนฟูการแต่ง กายตามวฒันธรรมด้งัเดิม มกัจะผลิตส าเร็จรูปเป็ นแบบประยุกต์โดยไม่ได้ค านึงถึงอัตลักษณ์ของแต่ละชน เผ่าท าให้ลวดลายปะปนกนัไปแยกไม่ออกวา่เป็นแบบของชนเผา่ ไทล้ือไทยวน ไทใหญ่หรือไทเขิน ไม่นิยม คาดเข็มขัดเงินหรือนาคเช่นที่เคยเป็ นมา แต่โดยทวั่ ไปจะสวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว สวมถุงเท้าและ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๔.๕.๔.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในของผู้หญิงวัยวัยชราชาวไทล้ือจะสวมเส้ือปั๊ดแขนยาวหรือ เส้ือผา่หนา้สีดา หรือสีน้า เงินเขม้ ห่มผ้าสไบเฉียงสีขาว ไว้ผมยาวและเกล้ามวยจุกไว้กลางศีรษะโพกด้วยผ้า ขาวและสะพายย่าม - ผ้าซิ่น จะสวมผ้าซิ่นผ้าฝ้ายพ้ืนดา หรือน้า เงินเขม้มีลายแถบแดงคาดทีเรียกวา่ซิ่น ก่านคอควาย หรืออาจนุ่งผ้าไหมทอลายขวางแถบสีขาวสลับสีเหลืองสีฟ้าหรือสีอื่นๆ แถบกว้างประมาณ หนึ่งเซนติเมตร หวัซิ่นและตีนซิ่นสีดา หรือสีเขม้ โดยจะสวมผา้ซิ่นสีขาวไวภ้ายใน คาดเข็มขัดเงินหรือนาค สวมรองเท้าแตะ ภาพที่ ๓๐๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี -ปัจจุบัน
๓๐๗ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชราชาวไทล้ือในยคุน้ียงัคงเป็นเส้ือปั๊ดแขน ยาวหรือเส้ือผา่หนา้สีดา หรือสีน้า เงินเขม้ ไวผ้มยาวและเกลา้มวยจุกไวก้ลางศีรษะโพกด้วยผ้าขาว ห่มผ้าสไบ ขาว แต่บางกลุ่มเริ่มหันมาสวมเส้ือคอกลมผา่หนา้ลกัษณะเหมือนเส้ือหมอ้ฮ่อมแขนกระบอกสีขาว ห่มสไบสี ขาว เหมือนกับผู้หญิงวัยชราชาวไทยวนและไทเขิน - ผ้าซิ่น ผ้าซิ่นยังสวมผ้าซิ่นผ้าฝ้ายหรือผ้าซิ่นไหมทอลายขวางแถบสีขาวสลับสี เหลืองสีฟ้าหรือสีอื่นๆ นุ่งผา้ซิ่นผา้ฝ้ายสีขาวไวด้า้นในคาดเข็มขัดเงินหรือนาค สวมรองเท้าแตะ เช่นเดียวกับ ยคุก่อน แต่มีบางกลุ่มเริ่มสวมใส่ผา้ซิ่นพิมพล์วดลายสา เร็จรูปแบบโสร่งมากข้ึน เนื่องจากการทอผ้าเองเริ่ม ลดความนิยมลง ภาพที่ ๓๐๘: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี – ๕๐ ปี
๓๐๘ ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะแรกของยคุน้ียงัมีผสู้วมเส้ือปั๊ดแขนยาวหรือเส้ือผา่หนา้สีดา หรือสีน้า เงินเข้มตามแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชราชาวไทล้ืออยู่บ้างแต่ส่วนมากนิยมสวมเส้ือคอกลมผา่หนาแขน้ กระบอกสีขาวและยคุน้ีเริ่มนา ผา้ลายฉลุที่เรียกวา่ “ผ้าลายลูกไม้” สีขาวมาเยบ็เป็นเส้ือแบบคอปกซ่ึงทา ปก เป็นแบบคอยว้ยไม่นิยมแบบปกแหลม ผา่หนา้ติดกระดุมสีขาวมีกระเป๋าดา้นหนา้ดา้นล่างท้งัสองขา้ง ห่ม สไบสีขาวเหมือนกับผู้หญิงวัยชราชาวไทยวนและไทเขิน ไว้ผมยาวและเกล้ามวยจุกไว้กลางศีรษะ ไม่นิยม โพกผ้าขาวและไม่สะพายย่ามแต่ใช้ตะกร้าหวายหรือตะกร้าไม้ไผ่ใส่ของกระจุกระจิกแทน - ผ้าซิ่น ผ้าซิ่นยังสวมผ้าซิ่นผ้าฝ้ายหรือผ้าซิ่นไหมทอลายขวางแถบสีขาวสลับสี เหลืองสีฟ้าหรือสีอื่นๆ นุ่งผา้ซิ่นผา้ฝ้ายสีขาวไวด้า้นในคาดเขม็ขดัเงินหรือนาค สวมรองเท้าแตะ เช่นเดียวกับ ยคุก่อน แต่มีบางกลุ่มเริ่มสวมใส่ผา้ซิ่นพิมพล์วดลายสา เร็จรูปแบบโสร่งมากข้ึน เนื่องจากการทอผ้าใช้เองลด ความนิยมลงเป็ นอย่างมาก ๔.๕.๔.๔ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้ชาย ๑)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ภาพที่ ๓๑๐: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน ภาพที่ ๓๐๙: ชุดเครื่องแต่งกายของของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี – ๒๐ ปี
๓๐๙ ระยะต้นยุคจะสวมเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแบบเส้ือหมอ้ฮ่อมแขนส้ัน หรือเป็ น เส้ือปั๊ดสีดา หรือน้า เงินเขม้บางคร้ังอาจเป็นสีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน มีท้งัแบบใชเ้ชือกผูกและแบบติดกระดุม อาจโพกศีรษะด้วยผ้าขาวหรือผ้าสีเดียวกบัเส้ือ ช่วงปลายยคุจะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว อาจผกูเนคไทหรือเนคไทหูกระต่าย สวมเส้ือสูททบัดา้นนอกแทนการสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ด -กางเกง จะสวมเตี่ยวสะดอสีดา สีน้า เงินเขม้ สีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน สวมรองเทา้ แตะ ต่อมาในระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงขาส้ันเครื่องแบบนกเรียน ั หรือกางเกงขายาว และสวมถุงเท้าและ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๒)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ การสวมเส้ือหม้อฮ่อมผา้ฝ้ายคอกลมแขนส้ันแบบผา่หนา้หรือเส้ือปั๊ดแบบ ไทล้ือยงัมีอยู่บา้งในระยะแรกในตอนปลายยุคจะสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว อาจผูกเนคไท หรือเนคไทหูกระต่าย สวมเส้ือสูททบัดา้นนอก -กางเกง ช่วงต้นยุคยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอหรืออาจสวมกางเกงขาส้ันเครื่องแบบ นักเรียนอยู่บ้างแต่ระยะต่อมานิยมสวมกางเกงขายาวแบบชาวตะวันตก สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ภาพที่ ๓๑๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๓๑๐ ๓) การแต่ง กายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ เป็นยุคที่มีการพยายามฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีเด็กผู้ชายชาวไท ล้ือจึงเริ่มนา เส้ือหมอ้ฮ่อม เส้ือปั๊ด มาสวมใส่เป็ นชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายในแบบพิธีการแต่รูปแบบ และสีสันประยุกต์ไปตามสีที่เป็ นสัญลักษณ์ของโรงเรียนหรือองค์กรที่รณรงค์ อาจโพกศีรษะด้วยผ้าสี เดียวกับเส้ือ แต่โดยมากจะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว อาจผูกเนคไทหรือเนคไทหู กระต่าย และอาจสวมเส้ือสูททบัดา้นนอก -กางเกง สวมเตี่ยวสะดอสีเดียวกับเส้ือและผา้โพกศีรษะ และสวมกางเกงผ้าท้ัง ชนิดขายาวและขาส้ัน สวมถุงเท้า รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๔.๕.๔.๕ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ภาพที่ ๓๑๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี ภาพที่ ๓๑๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๑๑ สวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ดสีดา หรือน้า เงินเขม้บางคร้ังอาจเป็นสีขาว หรือสีน้า ตาลอ่อน โพกศีรษะด้วยผ้าสีขาว และสะพายย่าม ผู้มีฐานะจะสวมเส้ือราชปะแตนสีขาว การโพก ศีรษะและและสะพายย่ามลดความนิยมลงเกือบหมดสิ้น ระยะปลายยุคจะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ัน และแขนยาวอาจผูกเนคไทหรือเนคไทหูกระต่าย และสวมเส้ือสูททบัดา้นนอก -กางเกง ช่วงต้นยุคจะยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอหรืออาจนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าไหมสี น้า เงินสวมถุงเทา้ยาวสีขาวและสวมรองเท้าหนังสีด า ระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงขายาวและสวมรองเท้า ผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ระยะต้นยุคยังมีผู้สวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ด โพกศีรษะด้วยผ้าสีขาว และสะพายย่าม นอกจากน้นัยงัมีผูส้วมเส้ือราชปะแตนสีขาวหลงเหลืออยู่บ้างแต่การโพกศีรษะและสะพาย ย่ามลดความนิยมลงเกือบหมดสิ้น โดยมากจะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวอาจผูกเนคไท หรือเนคไทหูกระต่าย และอาจสวมเส้ือสูททบัดา้นนอก -กางเกง มีผู้สวมเตี่ยวสะดออยู่บ้างและยังมีผู้นุ่งโจงกระเบนหลงเหลืออยู่บ้าง เช่นกัน โดยมากจะนิยมสวมกางเกงขายาวและสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ภาพที่ ๓๑๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี
๓๑๒ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ เนื่องจากมีการพยายามฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีข้ึนในยุคน้ีจึงมีการ รณรงค์สวมเส้ือหมอ้ฮ่อม เส้ือปั๊ดเป็นชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการแต่รูปแบบ ลวดลายและสีสันได้รับ ประยุกต์จนแตกต่างจากแบบเดิม อาจโพกศีรษะดว้ยผา้สีเดียวกบัเส้ือและสะพายย่าม แต่ส่วนมากจะนิยม สวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว อาจผูกเนคไทแต่ไม่นิยมเนคไทหูกระต่ายและอาจสวมเส้ือสูททบั ด้านนอก -กางเกง จะสวมเตี่ยวสะดอสีเดียวกบัเส้ือและผา้โพกศีรษะในการรณรงค์ฟ้ืนฟูการ แต่งกายแบบประเพณีแต่โดยทวั่ ไปจะนิยมสวมกางเกงผ้าท้งัชนิดขายาวและขาส้ัน สวมถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนัง ภาพที่ ๓๑๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี- ๒๐ ปี
๓๑๓ ๔.๕.๔.๖การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชราจะสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือ ปั๊ดสีดา หรือน้า เงินเขม้บางคร้ังอาจเป็นสีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน โพกศีรษะด้วยผ้าสีขาว และสะพายย่าม ผู้มี ฐานะจะสวมเส้ือราชปะแตนสีขาวหรือสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนยาวอาจผูกเนคไทหรือเนคไทหูกระต่าย และ สวมเส้ือสูททบด้านนอก ั -กางเกง ช่วงต้นยุคจะนิยมสวมเตี่ยวสะดอหรือผู้มีฐานะจะนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้า ไหมสีน้า เงินสวมถุงเทา้ยาวสีขาวและสวมรองเทา้หนงัสีดา ระยะปลายยุคนิยมสวมกางเกงขายาวและสวม รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ภาพที่ ๓๑๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๓๑๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี
๓๑๔ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชราในช่วงต้นยุคจะไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนแปลงดงัน้นัการสวมเส้ือหมอ้ฮ่อมหรือเส้ือปั๊ดสีดา หรือน้า เงินเขม้ของชาวไทล้ือจึงยงัเป็นที่นิยมทวั่ ไป อย่างไรก็ตามการโพกศีรษะด้วยผ้าสีขาว และสะพายย่ามลดน้อยลงจนแทบไม่ปรากฏ รวมท้งัการสวมเส้ือ ราชปะแตนสีขาวของผู้มีฐานะดีอีกด้วย ระยะต่อมาการสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนยาวอาจผูกเนคไท และสวม เส้ือสูททบัดา้นนอกกลายเป็นที่นิยมโดยทวั่ ไปแต่ช่วงปลายยุคการผูกเนคไทแบบหูกระต่ายได้หมดความ นิยมลงไป -กางเกง ถึงแม้ช่วงต้นยุคจะนิยมสวมเตี่ยวสะดอและผู้มีฐานะบางคนจะนุ่งโจง กระเบนดว้ยผา้ไหมสีน้า เงินสวมถุงเทา้ยาวสีขาวและสวมรองเทา้หนงัสีดา อยู่บ้าง แต่ในระยะปลายยุคต่างพา กันนิยมสวมกางเกงขายาวและสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน - เสื้อ ในระยะแรกของยคุเริ่มมีการรณรงค์ให้สวมเส้ือหมอ้ฮ่อม เส้ือปั๊ดเป็นชุด เครื่องแต่งกายในแบบพิธีการผู้ชายวัยชราบางกลุ่มจึงหันมาสวมใส่เส้ือหม้อฮ่อมและเส้ือปั๊ดอีกแต่รูปแบบ ลวดลายและสีสันมักถูกประยุกต์จนแตกต่างจากแบบเดิม แต่ไม่นิยมโพกศีรษะ และสะพายย่าม อย่างไรก็ ตาม ส่วนมากยังคงนิยมสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว ผู้มีฐานะอาจผูกเนคไทและอาจสวมเส้ือ สูททับด้านนอก ภาพที่ ๓๑๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี
๓๑๕ -กางเกง เนื่องจากมีการพยายามฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีข้ึนในยคุน้ีจึงมีการ สวมเตี่ยวสะดอสีเดียวกบัเส้ือแต่โดยทวั่ ไปจะนิยมสวมกางเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ภาพที่ ๓๑๙ : ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน