The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-22 02:53:56

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่1)

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่1)

๒๒๗ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในตอนต้นของยคุน้ียังมีใส่เส้ือหมอ้ ฮ่อมแขนยาวแต่ขณะเดียวกันเริ่มมีการใช้เส้ือผา้ส าเร็จรูปมากข้ึนโดยเฉพาะเส้ือเครื่องแบบ นกัเรียนตลอดจนเส้ือยดืและชุดเส้ือกระโปรงที่ตัดเย็บส าเร็จมาแล้ว ในตอนปลายยุคจ านวนของผู้ สวมใส่เส้ือแบบพ้ืนเมืองลดนอ้ยลงมาก - ผ้าซิ่น ในระยะแรกของยุคเด็กผู้หญิงยังนุ่งผา้ซิ่นทอด้วยผา้ฝ้ายแต่ ต่อมานิยมใช้ผ้าถุงส าเร็จรูปพิมพ์ลวดลายสีต่างๆ มากกว่า และในระยะปลายยุคนิยมสวม กระโปรง เช่นกระโปรงนักเรียนและชุดเส้ือกระโปรงรวมท้ังกางเกงขาส้ันและขายาว สวม รองเท้าแตะรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนังแบบต่างๆ ภาพที่๑๗๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี– ๒๐ ปี ภาพที่๑๗๘: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงในแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี– ๕๐ ปี


๒๒๘ ๓) การแต่งกายของเด็กหญิงชาวไทยวนในระยะเวลา ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงระยะต้นยุคได้มีการรณรงค์ฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบ ประเพณีและเริ่มมีการสร้างกระแสความนิยมให้หันมาแต่งกายแบบไทยวนอีก แต่การแต่งชุด ไทยวนแบบประเพณีดังกล่าวมักใช้แต่งเพื่อแสดงในงานพิธีและในกระบวนการผลิตยังมีการ ประยุกต์รูปแบบชุดเครื่องแต่งกายให้มีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม ส่วนมากเด็กผู้หญิงจะนิยม สวมใส่ชุดเส้ือผา้สา เร็จรูปตามแบบสมยันิยมมากกวา่ - ผ้าซิ่น ส่วนใหญ่สวมผา้ซิ่นทอลายขวาง หรือซิ่นก่านแบบไม่ต่อตีน ซิ่นเป็นผ้าฝ้ายย้อมด้วยสีธรรมชาติบางส่วนก็จะสวมผ้าไหมซิ่นตีนจกด้วย ๔.๓.๔.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในระยะต้นยุคเมื่อแต่งกายไปร่วมงานบุญหรืองานพิธีก็อาจจะ มัดอกและห่มผ้าสไบหรือไม่ก็ห่มผ้าสะหว้ายหรือห่มแบบสไบเฉียง ไม่สวมเส้ือแต่หากเป็ นผู้มี ฐานะก็จะสวมเส้ือผา้ไหมคอกลมแขนกระบอกผ่าหน้าขนาดเส้ือพอดีตัว เอวลอยและคล้องผ้า สไบแพร ทา ทรงผมเกลา้มวยและปักปิ่นผมหรือแซมดว้ยดอกไม้แต่ระยะปลายยุคเริ่มแต่งกาย ตามแฟชนั่มากข้ึน - ผ้าซิ่น การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในระยะต้นยุค บางส่วนยังสวมผา้ซิ่นทอลายขวาง หรือซิ่นก่านแบบไม่ต่อตีนซิ่นเป็นผ้าฝ้ายย้อมด้วยสีธรรมชาติ ภาพที่๑๘๐: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงในแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน


๒๒๙ แต่ส่วนใหญ่ก็จะสวมผ้าไหมซิ่นตีนจกที่ทอกันเองเพื่ออวดฝี มือผู้ทอไปด้วยในตัว แต่ระยะปลาย ยคุเริ่มมีการใชผ้า้ถุงแบบสา เร็จรูปที่มีขายในทอ้งตลาด รวมท้งัการหนัมาใส่กระโปรงและกางเกง ตามแบบแฟชนั่ในภาพยนตร์ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี–๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงต้นของยุค ๕๐ ปี–๒๐ ปีน้นัชุดเครื่องแต่งกายแบบพิธี การในรูปแบบประเพณีอย่างเต็มรูปแบบจะสวมเส้ือผา้ไหมแขนกระบอกคอกลม ผ่าหน้าติด กระดุม ห่มสไบ ติดเขม็กลดัและอาจสวมสร้อยคอ ส่วนการแต่งกายที่ไม่เตม็รูปแบบจะสวมเส้ือ แขนส้ันคอบวัสีสุภาพ เกล้ามวยผม เสียบดว้ยปิ่นปักผมและประดับด้วยดอกไม้เงินหรือดอกไม้ ทอง หรือดอกกล้วยไม้ แต่การแต่งกายที่ถือว่าทันสมัยจะรับมาจากอิทธิพลของภาพยนตร์เช่นการ ใส่เส้ือแขนส้ันคอปกคอบัวรวมท้งัเส้ือและผา้พนัคอไหมพรมถกัสา หรับกนัหนาวซ่ึงมาพร้อม กับความนิยมในการถักโครเชต์ด้วยเส้นด้ายไหมพรมสีต่างๆ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่วา่น้ีโดยมาก จะเกิดข้ึนกบัผู้ที่มีฐานะดีหรืออาศัยอยู่ในเมือง ระยะต่อมาจนถึงปลายยคุรูปแบบของเส้ือแบบ ประเพณียงัไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่สา หรับแฟชนั่ทวั่ ไปมีการดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ - ผ้าซิ่น ผู้หญิงชาวไทยวนโดยทวั่ ไปสวมผา้ซิ่นไหมทอลายขวาง หรือ ซิ่นก่านแบบไม่ต่อตีนซิ่นซึ่งเรียกว่าผา้ซิ่นไหมสันกา แพง (เนื่องจากมีการผลิตที่อา เภอสันกา แพง จังหวัดเชียงใหม่) เป็ นชุดเครื่องแต่งกายแบบประเพณีและจะคาดเอวด้วยเข็มขัดนาคหรือเข็มขัด เงินรัดเอว บางทีอาจใชผ้า้ไหมตดัเยบ็ ในรูปชุดเส้ือกระโปรงตามแฟชนั่แต่ส าหรับชาวอ าเภอแม่ แจ่มจะสวมผ้าซิ่นตีนจก ภาพที่ ๑๘๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๒๓๐ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน - เสื้อ ชุดเครื่องแต่งกายแบบพิธีการในรูปแบบประเพณียังคงสวม เส้ือผา้ไหมแขนกระบอกคอกลม ผา่หนา้ติดกระดุม ห่มสไบ ติดเขม็กลดัและอาจสวมสร้อยคอ ส่วนการแต่งกายที่ไม่เตม็รูปแบบจะสวมเส้ือแขนส้ันคอบวัสีสุภาพ เกล้ามวยผมปักดว้ยปิ่นและ ประดับด้วยดอกไม้เงินหรือดอกไม้ทอง หรือดอกกล้วยไม้แต่ระยะหลงัเริ่มมีการประยุกตส่วน ์ โครงสร้างเส้ือผาไหม ้ ให้มีรูปแบบหลากหลายเพิ่มเติมจากเดิมเช่นจากที่มีแต่แบบคอกลมก็ท าเป็ น แบบคอต้งัจบัจีบปกคอและทา เป็นลกัษณะเส้ือปั๊ดคือผา่หนา้แต่ทา ชายสองขา้งเฉียง - ผ้าซิ่น การนุ่งผา้ซิ่นไหมสันกา แพงหรือผา้ซิ่นไหมทอลายขวาง หรือ ซิ่นก่านแบบไม่ต่อตีนซิ่นยังเป็ นชุดเครื่องแต่งกายแบบประเพณีที่ใชท้วั่ ไปและส าหรับอ าเภอแม่ แจ่มก็ยังคงนิยมสวมผ้าทอตีนจกเช่นที่เคยเป็ นมา แต่การใชเ้ขม็ขดันาคหรือเขม็ขดัเงินรัดเอวเริ่ม หมดไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากการกระจายตวัของสินคา้พ้ืนเมืองจากแหล่งผลิตจากภูมิภาคสู่ ภูมิภาคอื่นๆ อย่างแพร่หลายในระยะต้นยุค ท าให้มีการผสมผสานรูปแบบและลวดลาย ของชุด เครื่องแต่งกายเช่นมีการประยกุตเ์ชิงผา้ซิ่นหรือตีนซิ่นโดยนา เอาผา้ซิ่นมาผสมกบัลวดลายทอจก แบบแม่แจ่ม หรืออาจใช้ผ้าไหมตัดเย็บในรูปชุดเส้ือกระโปรงตามแฟชนั่นอกจากน้นัยงัมีการ ประยกุตร์ูปแบบเส้ือสูทมาเป็นเส้ือลกัษณะเส้ือคลุมทบัโดยใชล้ายผา้ซิ่นตีนจกมาเป็นลวดลาย กระเป๋า ปกเส้ือ สาบเส้ือ หรือแถบปลายแขน และทา เป็นลวดลายตกแต่งกระโปรงสูทเป็นตน้ นอกจากน้นัยงัใชล้ายผา้ซิ่นตีนจกประดบัตกแต่งบนกระเป๋าถือผา้สไบและอื่นๆ แมก้ระทงั่ของ ภาพที่๑๘๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


๒๓๑ ใชใ้นบา้นเช่นโคมไฟ ผา้คลุมเบาะนงั่หรือทา เป็นผา้แขวนประดบัตกแต่งห้องและฝาผนงัซ่ึงทา ใหห้นา้ที่ใชส้อยของผา้ซิ่นผิดไปจากวฒันธรรมเดิม ๔.๓.๔.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายไปร่วมงานบุญหรืองานพิธีบางคนอาจจะไม่สวม เส้ือแต่จะใชผ้า้ผืนคาดหนา้อกและห่มผ้าสไบหรือผ้าสะหว้าย บางคนก็จะสวมเส้ือผา้ไหมหรือผ้า ฝ้ายคอกลมแขนกระบอก ห่มผ้าสไบ เกล้ามวยผมปักปิ่นและประดับด้วยดอกไม้เช่นเดียวกับการ แต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่และสะพายย่ามบรรจุของใช้ส่วนตัวที่จ าเป็ นเช่นหมาก พลู หรือ หยูกยาต่างๆ - ผ้าซิ่น การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่และวัยชรายัง สวมผา้ซิ่นผ้าฝ้ายทอลายขวางไม่มีตีนจกหรือซิ่นผ้าไหมมีตีนจกใช้เข็มขัดนาคหรือเข็มขัดเงินรัด เอว และมักจะปฏิบัติเป็ นประเพณีไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายวัยชราจะเป็ นผู้ที่คอยก าหนดวัฒนธรรม การแต่งกายและการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับประเพณีปฏิบัติที่เคย เป็นมา ดงัน้นัรูปแบบการแต่งกายของวยัชราจึงไม่ต่อยมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนของวยัอื่นๆ ภาพที่ ๑๘๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๒๓๒ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในระยะต้นยุคยังมีผู้ไม่สวมเส้ือและใช้ผ้าผืนคาดหน้าอกและ ห่มผ้าสไบหรือผ้าสะหว้ายอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะนิยมสวมเส้ือผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมคอกลมแขน กระบอกสีขาวและห่มผ้าสไบสีขาวหรือสีสุภาพ เกล้ามวยผมและประดับด้วยดอกไม้ - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคยังมีผู้สวมผา้ซิ่นผ้าฝ้ายทอลายขวางไม่มีตีนจกอยู่ มากแต่ระยะต่อมาเมื่อประชาชนบางส่วนมีฐานะดีข้ึนจึงนิยมสวมผา้ซิ่นผ้าไหมมีตีนจกกันมาก ข้ึนและมีการพฒันาลายจกให้มีรูปแบบที่ละเอียดและหลากหลายข้ึนจนมีรูปแบบของลวดลายที่ ผลิตในอ าเภอแม่แจ่มมากมายนับร้อยรูปแบบ ภาพที่๑๘๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๑๘๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๒๓๓ ๓) การแต่งกายของหญิงชราชาวไทยวนในระยะเวลา ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีไม่มีผูไ้ม่สวมเส้ือและใช้ผ้าผืนคาดหน้าอกและห่มผ้า สไบหรือผ้าสะหว้ายอีกต่อไป คงมีการสวมเส้ือผา้ฝ้ายหรือผา้ไหมคอกลมแขนกระบอกสีขาว และห่มผ้าสไบสีขาวหรือสีสุภาพ เกล้ามวยผมและประดับด้วยดอกไม้เหมือนที่เคยเป็ นมา - ผ้าซิ่น ในยุคน้ีผา้ซิ่นผ้าฝ้ายทอลายขวางไม่มีตีนจกยังเป็ นที่นิยมสวม ใส่ คู่กับผ้าซิ่นตีนจกกันมากข้ึนและยังคงมีการพัฒนาลายจกให้มีรู ปแบบที่ละเอียดและ หลากหลายข้ึนไปอีกเรื่อยๆ ๔.๓.๔.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ๑)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกเด็กผู้ชายทวั่ ไปสวมเส้ือผ้าฝ้ายสีขาวหรือสีน้า ตาล อ่อน คอกลม แขนยาว ผ่าหน้าและติดกระดุมหรือท าเป็ นเชือกมัด มีกระเป๋ าสองข้างอยู่ด้านล่าง (ถา้ยอ้มสีน้ าเงินด้วยตน้ครามหรือต้นฮ่อมจะเรียกเส้ือหม้อฮ่อม) ส่วนผู้มีฐานะดีหรือเจ้านาย ช้นัสูงจะสวมเส้ือราชปะแตนสีขาว ต่อมานิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือยาวแทน -กางเกง เด็กผู้ชายทวั่ ไปสวมเตี่ยวสะดอสีขาวหรือสีน้ าตาลอ่อน สวม รองเท้าแตะผู้มีฐานะนุ่งโจงกระเบนแบบภาคกลาง สวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสีขาวและสวมรองเท้า หนังสีด า ต่อมานิยมสวมกางเกงส าเร็จรูปแบบตะวันตกแทนเตี่ยวสะดอและการนุ่งโจงกระเบน ภาพที่๑๘๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน


๒๓๔ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกยังมีผู้สวมเส้ือผา้ฝ้ายสีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน คอกลม แขนยาวอยู่บ้างแต่ การสวมเส้ือราชปะแตนสีขาวไดเ้สื่อมความนิยมลงไป และเนื่องจากในสมยัน้ีชาวบา้นทวั่ๆไปจะ นิยมส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนท าให้การแต่งกายชุดนักเรียนเป็ นชุดเครื่องแต่งกาย ที่นิยมใช้ในโอกาสส าคัญด้วยเช่นกัน บางคร้ังอาจใชเ้ส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาวสีสุภาพ - กางเกง การสวมเตี่ยวสะดอและการนุ่งโจงกระเบนได้เสื่อมความนิยม ลงไปเช่นกันแต่หันมาสวมกางเกงขายาวและสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ภาพที่๑๘๗ : ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่๑๘๘ : ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี


๒๓๕ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน - เสื้อ ยังนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาว แต่ระยะหลังของยุคน้ีเป็ น ช่วงที่มีการรณรงค์ฟ้ืนฟูอตัลกัษณ์วฒันธรรมการแต่งกายแบบประเพณีของชาวไทยวน มีการ ประยุกต์เอาเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแขนกระบอกหรือสวมเส้ือม่อฮ่อมมาดดัแปลงให้มีคอต้งัแบบจีน บา้ง หรือเพิ่มลวดลายตีนจกหรือลายทออื่นๆ ตกแต่งบริเวณสาบเส้ือกระเป๋า หรือไหล่เป็นตน้ - กางเกง มีการสวมเตี่ยวสะดอท้งัสีน้า เงินและสีอื่นๆ ในบางคร้ังที่มีกิจกรรมการ รณรงค์การแต่งกายแบบประเพณีแต่ไม่นิยมการนุ่งโจงกระเบน แต่โดยทวั่ ไปจะสวมกางเกงขา ยาวและสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ๔.๓.๔.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกจะสวมเส้ือผา้ฝ้ายหมอ้ฮ่อมสีน้ าเงิน สีขาวหรือสี น้า ตาลอ่อน ส่วนผมู้ีฐานะดีหรือเจา้นายช้นัสูงจะสวมเส้ือราชปะแตนสีขาวมีผ้าไหมคาดเอวระยะ ต่อมานิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือยาวแทน ภาพที่๑๘๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน


๒๓๖ -กางเกง สวมเตี่ยวสะดอสีน้า เงิน สีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน สวมรองเท้า แตะผู้มีฐานะนุ่งโจงกระเบนแบบภาคกลาง สวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสีขาวและสวมรองเท้าหนังสีด า ระยะต่อมาได้หันมาสวมกางเกงส าเร็จรูปแบบตะวันตกแทนเตี่ยวสะดอและการนุ่งโจงกระเบน ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ียงัมีผูส้วมใส่เส้ือผา้ฝ้ายหมอ้ฮ่อมสีน้า เงิน สีขาวหรือสี น้า ตาลอ่อน แต่ส่วนมากนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือยาวสีสุภาพ ผู้มีฐานะหรือมีต าแหน่งอาจ ผกูหูกระต่ายหรือเนคไทและสวมเส้ือสูท -กางเกง การนุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสีขาวและสวมรองเท้า หนังสีด า และการสวมเตี่ยวสะดอสีน้า เงิน สีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน สวมรองเท้าแตะยังมีอยู่ใน ระยะแรกต่อมานิยมสวมกางเกงส าเร็จรูปแบบตะวันตกมีเข็มขัดหนังและสวมรองเท้าผ้าใบหรือ รองเท้าหนัง ภาพที่๑๙๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี


๒๓๗ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะหลังของยุคน้ีเป็ นช่วงที่มีการรณรงค์ฟ้ืนฟูการแต่งกาย แบบประเพณีจึงมีการประยุกต์เอาเส้ือผา้ฝ้ายคอกลมแขนกระบอกหรือสวมเส้ือหม้อฮ่อมมา ดดัแปลงให้มีคอต้งัแบบจีนบา้ง หรือเพิ่มลวดลายตีนจกหรือลายทออื่นๆ ตกแต่งบริเวณสาบเส้ือ กระเป๋ า หรือไหล่เป็ นต้น ส่วนมากยงันิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาวสีสุภาพ บางทีอาจ อาจผูกเนคไทและสวมเส้ือสูท หรืออาจสวมเส้ือที่ดดัแปลงมาจากเส้ือเครื่องแบบตรวจการที่นิยม เรียกว่า “เส้ือซาฟารี” - กางเกง ในบางคร้ังที่มีกิจกรรมการรณรงค์การแต่งกายแบบประเพณี จะมีผู้สวมเตี่ยวสะดอท้งัสีน้า เงินและสีอื่นๆ แต่ส่วนมากจะสวมกางเกงขายาวแบบตะวันตกและ สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง ภาพที่๑๙๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี ภาพที่ ๑๙๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๒๓๘ ๔.๓.๔.๖การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี -เสื้อ นิยมสวมเส้ือหม้อฮ่อมสีน้า เงิน สีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน และมี ผ้าเช็ดหรือผ้าฝ้ายทอผืนเล็กๆมีลายขิดอยู่ตรงชายผ้าใช้ส าหรับพาดไหล่เมื่อเวลาไปร่วมงานบุญ หรือส าหรับเอาไว้เช็ดหน้าและซับเหงื่อ หรือหากไม่มีก็ใช้ผ้าขาวม้าแทน ส่วนผู้มีฐานะดีหรือ เจา้นายช้นัสูงจะสวมเส้ือราชปะแตนสีขาวมีผ้าไหมคาดเอว บางคนก็สวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือ ยาวแทน -กางเกง สวมเตี่ยวสะดอสีน้า เงิน สีขาวหรือสีน้า ตาลอ่อน สวมรองเท้า แตะ ผู้มีฐานะนุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสีขาวและสวมรองเท้าหนังสีด า ต่อมานิยม สวมกางเกงส าเร็จรูปแบบตะวันตกแทน ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี -เสื้อ การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในยุคน้ีส่วนมากยงัสวมใส่เส้ือผา้ ฝ้ายหม้อฮ่อมสีน้า เงิน สีขาวหรือสีน้ าตาลอ่อน มีผ้าเช็ดหรือผ้าขาวม้าพาดไหล่แต่การสวมเส้ือ ราชปะแตนเสื่อมความนิยมลง ในระยะสุดทา้ยนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือยาวสีสุภาพ ผูม้ี ฐานะหรือมีต าแหน่งอาจผูกหูกระต่ายหรือเนคไทและสวมเส้ือสูท -กางเกง ในระยะแรกยังมีการนุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสี ขาวและสวมรองเท้าหนังสีด าอยู่บ้าง แต่การสวมเตี่ยวสะดอสีน้ าเงิน สีขาวหรือสีน้ าตาลอ่อน ภาพที่๑๙๓ : ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี


๒๓๙ สวมรองเท้าแตะยงัมีอยู่ทวั่ ไป ต่อมานิยมสวมกางเกงส าเร็จรูปแบบตะวันตกมีเข็มขัดหนังและ สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังเหมือนกับการแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน - เสื้อ ส าหรับการแต่งกายของผู้ชายวัยชราถึงแม้ระยะหลังของยุคน้ี เป็ นช่วงที่มีการฟ้ืนฟูการแต่งกายแบบประเพณีแต่การสวมใส่เส้ือผา้ฝ้ายหมอ้ฮ่อมสีน้า เงิน สีขาว หรือสีน้า ตาลอ่อน มีผ้าเช็ดหรือผ้าขาวม้าพาดไหล่ยังมีอยู่ตลอดมาเหมือนกับเป็ นสัญลักษณ์การ แต่งกายของคนวัยชราแต่ส่วนใหญ่จะนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาวสีสุภาพ บางทีอาจ อาจผกูเนคไทและสวมเส้ือสูท และปัจจุบันมักนิยมสวมเส้ือแบบตรวจการหรือเส้ือซาฟารีสีสุภาพ - กางเกง ส่วนมากจะสวมกางเกงขายาวแบบตะวันตกและสวมรองเท้า ผ้าใบหรือรองเท้าหนัง แต่ก็ยังมีผู้สวมเตี่ยวสะดอท้งัสีน้า เงินและสีอื่นๆ อยทู่วั่ ไปเช่นกนั ภาพที่ ๑๙๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๑๙๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๔.๔ ชนเผ่าไทใหญ่ พื้นที่ศึกษา: ชุมชนวัดป่าเป้าถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิอ. เมือง จ. เชียงใหม่ ชุมชนบ้านเวียงหวายและชุมชนบ้านใหม่หมอกจ๋าม อ.ฝาง จ. เชียงใหม่ นักวิจัย: เรณู อรรฐาเมศร์ ๔.๔.๑วัฒนธรรมการแต่งกาย การแต่งกายของชนชาติไทใหญ่ซึ่งเรียกตัวเองว่าชนชาติ “ไต” น้นัตอ้งปรับเปลี่ยน รูปแบบตามยุคสมัยและเหตุการณ์ด้วยปัจจัยหลายอย่าง บางคร้ังการแต่งกายชุดประเพณีกระทา เพื่อ เป็ นการหวนคืนเอามาแสดงส าหรับขยายพ้ืนที่ทางวฒันธรรมของตนเอง เช่นกลุ่มชนชาติไทใหญ่ ในเมืองขอนทางตอนใต้ของจีนที่เรียกกันว่า “ไตเหนือ”แต่ชาวไทใหญ่อื่นๆ เรียกกลุ่มน้ีว่า “ไตแข่” (ค าว่า “แข่” หมายถึง “คนจีน”) ไดร้้ือฟ้ืนรูปแบบประเพณีการแต่งกายแบบไทใหญ่โดยเฉพาะใน เทศกาลประเพณีต่างๆ เป็ นต้น ด้วยอิทธิพลด้านต่างๆ ที่ส่ งผลต่อความอยู่รอดและการปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ม ทา ให้รูปแบบของการแต่งกายของชาว ไทใหญ่มีการผสมผสานกับการแต่งกายของจีน และพม่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบันพบว่าชาว ไทใหญ่ในเมืองมาวโหลงในประเทศพม่าหรือที่เรียกว่า “ไทมาว” เมื่อไปประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนาจะแต่งกายแบบไทมาวประยุกต์ คือ สวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายในรูปแบบผสมกับชุดเครื่อง แต่งกายแบบพม่าที่เรียกว่าชุด “ม่าน” ส่วนเครื่องแต่งกายตามแบบประเพณีไทมาวด้งัเดิม จะนา มา สวมใส่เป็ นชุดการแสดงต่างๆเช่น ฟ้อนไตเท่าน้นั ส าหรับรูปแบบการแต่งกายแบบพิธีการของชาวไทมาวในประเทศพม่าไม่แตกต่าง จากการแต่งกายในชีวิตประจ าวัน คือมีการแต่งตัวแบบ “ม่าน” หรือแบบพม่าแต่ยังซ่อนผ้ารัดเอวสี แดงที่เป็ นสัญลักษณ์ของการแต่งกายแบบไทมาวไว้ในผ้านุ่งช้ันในทา ให้การแต่งกายแบบน้ีถูก เรียกว่าแบบ “ไตม่าน”แต่การแต่งกายแบบพิธีการชาวไทมาวเขตประเทศจีนที่เรียกว่า “ไทเหนือ” หรือ “ไตแข่” ยังคงแต่งชุดด าล้วนหรือสวมเส้ือขาวหรือสีฟ้าเทา สวมผ้าซิ่นสีด าตามแบบด้งัเดิม ท า ให้การแต่งกายของชาวไทใหญ่หรือไทมาวในปัจจุบันจะแบ่งออกตามรูปแบบเป็ น ๒ กลุ่ม คือ “ไต ม่าน” และ “ไตแข่”


๒๔๑ ภาพที่ ๑๙๖: ชุดเครื่องแต่งกายของชาวไตแข่ ) ภาพที่ ๑๙๗: ชุดเครื่องแต่งกายของชาวไตม่าน ๔.๔.๑.๑รูปแบบการแต่งกายของชาวไต ๑) การแต่งกายของชาวไตแข่ ผู้หญิงชาวไตแข่นิยมสวมเส้ือผา้สีด าและความแตกต่างระหว่างผู้ใช้กลุ่ม ต่างๆ จะอยู่ที่เชิงผา้ซิ่นและสีที่คาดสลับ เช่น ถา้เป็นผา้ซิ่นของเด็กจะต่อเชิงเพียง ๒ ช้นั สีด าถ้าเป็ น สตรีช้นัสูงจะต่อเชิง ๔ ช้นั และสีพ้ืนนอกจากสีด ามีแถบสีแดงสีเขียวอีกด้วยแต่โดยทวั่ ไปจะสวม เส้ือผา้ฝ้ายสีขาวค่อนขา้งรัดรูป คอต้งัไม่มีปก ส่วนคอจะเป็นสีดา ตวัเส้ือจะผ่าด้านหน้า ไม่เจาะรู กระดุมแต่มีเชือกยึดกระดุม เวลาสวมเอาชายเส้ือด้านหน้าเก็บในขอบผา้ซิ่นประมาณคร่ึงเอว ด้านหน้าและปล่อยชายด้านหลัง โพกศีรษะด้วยผ้าขาว สะพายย่าม ส าหรับผ้าถุงสีด าซึ่งด้านบนสุด เป็ นแถบสีขาว เวลานุ่งคาดทับด้วยเข็มขัดนาคหรือเงินม้วนชายขอบแถบสีขาวด้านบนทับเข็มขัด ชุดเครื่องแต่งกายดังกล่าวใช้ส าหรับสวมใส่ไปงานพิธีการต่างๆ อีกด้วย ในอดีตชาวไตแข่มักจะมีเส้ือผา้กันคนละเพียงชุดเดียวเท่าน้ันและต้อง ผลิตข้ึนมาเอง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นให้มีเครื่องประดับเงิน ทอง มากกว่า ดงัน้นัถา้ใครมีเส้ือผา้ถึง ๒ ชุดก็จัดว่าเป็ นผู้มีฐานะดีมาก ปัจจุบันชาวไตแข่ที่อาศัยอยู่ในเมืองขอน (ชื่อภาษาจีนว่าเมือง “มั่ง


๒๔๒ ซื่อ”) ซึ่ งมักเรียกว่า “ไตเหนือ” ยงัคงแต่งกายอย่างน้ีอยู่บ้าง ซึ่ งตัวเส้ือก็มีลักษณะผสมผสานกับ รูปแบบเส้ือจีนแต่รูปแบบรัดรูปมากข้ึนผ้าโพกผมได้ปรับเปลี่ยนโดยการเย็บเป็ นแบบที่เข้ารูปคล้าย หมวกแต่ที่ลดลงคือเครื่องประดับเงินและทอง ในช่วงเทศกาลหนุ่มสาวจะแต่งกายประจ าชาติอย่าง ครบถ้วน แต่ในชีวิตประจ าวันจะสวมเส้ือผา้ตามแฟชนั่และนุ่งผ้าถุงสีพ้ืนสีดา หรือสีอื่นๆ หรือแบบ พิมพล์ายสา เร็จรูปที่มีขายทวั่ ไป จากการที่ต้องประยุกต์ให้เข้ากับเครื่องแต่งกายของชาวจีนมากข้ึน คือ สวมเส้ือผ่าหน้าหรือชาวไทใหญ่เรียก “เส้ือต้องแตก” (เส้ือทอ้งแตก) นุ่งผ้าซิ่นหรือกางเกงสีด าท าให้ ชาวไทใหญ่สร้างอัตลักษณ์ชุดเครื่องแต่งกายชาวไตอีกแบบหนึ่งคือจะมีผ้าคาดเอวที่ปล่อยชายผ้าที่ มีลวดลายห้อยลงมาเพื่อเป็ นสัญลักษณ์ว่าตนเป็ นคนไตกลุ่มใด เช่น ชาวไทใหญ่ที่อยู่ในประเทศจีน ภาพที่ ๑๙๘:การแต่งกายแบบพิธีการในช่วงเทศกาล ของชาวไตแข่เมืองขอน ภาพที่ ๑๙๙:รูปแบบชุดเครื่องแต่งกายในชีวิตประจ าวัน ของชาวไตแข่เมืองขอน


๒๔๓ ที่เรียกไตเหนือหรือไตแข่จะใช้ผ้าคาดเอวสีขาว ส่วนชาวไทใหญ่ทางใต้หรือไตม่าน จะใช้ผ้าสีแดง เป็นต้น ๒) การแต่งกายของชาวไตมาว ส าหรับชาวไทใหญ่ที่เรียกว่า “ไทมาว” หรือ “ไตมาว” ที่อาศัยอยู่ในเขต เมืองมาวโหลง เมืองมาว เมืองหมูเจ้ และเมืองน้า คา ซึ่งมีที่ต้งัอยู่ในประเทศพม่าแต่ไม่ห่างจากเขต ประเทศจีนมากนักจัดเป็ นกลุ่ม “ไตม่าน” หรือไตพม่าซึ่งมีรูปแบบการแต่งกายในชีวิตประจ าวัน แบบไตม่าน คือ สวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายในรูปแบบชาวไทใหญ่ผสมกับชุดเครื่องแต่งกายแบบพม่า ที่เรียกว่าชุด “ม่าน” เพราะได้เลียนแบบเครื่องแต่งกายของชาวพม่าท้ังวิธีการนุ่งห่มและการท า ลวดลายประดับผืนผ้า (เมืองน้า คา ถือเป็ นศูนย์กลางส าหรับการผลิตผา้ฝ้ายและผา้ไหมรวมท้งัการ ออกแบบตดัเยบ็ชุดเครื่องแต่งกายแบบต่างๆ ให้แก่ชนชาวไตมาวท้งักลุ่มไตม่านและไตแข่มาเป็น เวลาชา้นานต้งัแต่อาณาจกัรไตมาวยงัยิ่งใหญ่ปัจจุบันมีการผลิตประเภทถุงย่ามและผ้าสไบ ตลอดถึง เครื่องแต่งตัวไทมาวอย่างอื่น เช่นผ้าโพกผมและย่าม รวมท้งัทอผ้าขายอยู่บ้างเล็กน้อย ผ้าไทมาว จากเมืองน้า คา จะส่งไปขายยงัเมืองต่างๆ ในแถบน้ีเช่น เมืองหมูเจ้ เจ้ล่าน และเมืองมาวเขตจีนเป็ น ต้น) รูปแบบชุดเครื่องแต่งกายไตม่านดังกล่าวเหมือนกับของชาวไทใหญ่ในชุมชนหมู่บ้านเวียง หวาย และชุมชนบ้านใหม่หมอกจ๋าม อ าเภอฝาง ตลอดจนชุมชนวัดป่ าเป้า อ าเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่เพราะต่างก็อพยพมาจากเมืองเหล่าน้ีเช่นกนัการแต่งกายแบบไตม่านที่นิยมใช้ในอดีตจะ นุ่งผา้ซิ่นที่มีลวดลายเป็ นลายแนวต้งัที่หัวซิ่นหรือเอวซิ่น ตวัซิ่นและเชิงผา้ซิ่น หรือตีนซิ่น จะใช้ แถบผ้าไหมสีต่างๆ มาต่อกันเรียกว่า “ซิ่นผ่า” ซึ่งปัจจุบันจะน ามาสวมใส่เฉพาะในงานเทศกาลหรือ งานบุญเท่าน้ัน ดงัน้ันจะสามารถพบเห็นการแต่งกายแบบไตม่านของชาวไตมาวบ้านเวียงหวาย ภาพที่ ๒๐๐:การแต่งกายแบบพิธีการส าหรับการแสดงของชาวไตม่าน ในงานสงกรานต์เมืองมาว


๒๔๔ ภาพที่ ๒๐๒: หญิงสาวชาวไตมาวจากเมืองน้า คา ฟ้อนร า ในวันสงกรานต์ บ้านใหม่หมอกจ๋าม เมื่อพากันมาท าบุญตามเทศกาลที่วัดป่ าเป้าในเมืองเชียงใหม่เป็ นประจ าทุกๆ ปี แต่ในชีวิตประจ าวันก็มักจะสวมผา้ซิ่นพิมพ์ลายส าเร็จรูปกบัเส้ือตามแบบสมยันิยมที่มีขายทวั่ ไป ภาพที่ ๒๐๓: การแต่งกายแบบพิธีการของชาวไตมาวในปัจจุบัน ภาพที่ ๒๐๑: หญิงสาวชาวไตมาวในเมืองมาวแต่งกาย ในแบบชีวิตประจ าวันแบบไตม่าน ภาพที่ ๒๐๔: การแต่งกายแบบพิธีการของชาวไตมาวในปัจจุบัน


๒๔๕ ส าหรับการผลิตผ้าไตนอกจากการทอที่ใช้เส้นด้ายล้วนๆ แล้วผ้าส าหรับผู้ อยู่ในราชนิกูลนิยมใช้เส้นด้ายท าด้วยเส้นเงินและเส้นทองแท้เส้นเล็กๆ ทอแทรกเป็ นลวดลาย (ซึ่งถ้า เป็ นชาวไทเขินจะเรียกผา้ทอแบบน้ีว่า “ซิ่นคา เคิบ” หรือผา้ซิ่นเคลือบทองนนั่เอง)แต่ถา้โดยทวั่ ไป จะใช้เส้นดา้ยดิ้นเงินและดิ้นทองแทน ลายผ้าที่นิยม เช่น ลายม่าน ลายโหลง ลายจ๊อกข้ามสาม จ๊อก ข้ามสี่ จ๊อกข้ามสิบสอง ซึ่งเป็ นการเรียกชื่อตามกรรมวิธีการทอ ค าว่า “จ๊อก”แปลว่าใช้มือล้วงจับ เส้นดา้ยยืนยกข้ึนเพื่อสอดกระสวยเส้นดา้ยพุ่งในขณะทา การทอ ซึ่งตรงกับค าว่า “จก”ของเทคนิค การทอผา้ตีนจกของชาวไทยวนอา เภอแม่แจ่มนนั่เอง ลวดลายผ้าไทมาวมีที่มาจากต านานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “เงือก” หรือ“นาคา (พญานาค)” ต้งัแต่สมยัที่เมืองหมอกขาวมาวโหลงยังเป็ นศูนยก์ลางของอาณาจกัรมาวที่ยงิ่ใหญ่มกั ข้ึนมาฉุดคร่าเอาผูห้ญิงไทมาวไปเป็นลูกเป็นเมียเสมอ ส่วนนางนาคาก็ข้ึนมาฉุดเอาคนผูช้ายไปเป็น สามีอยู่เป็นประจา เช่นกัน ท าให้คนไตต่างพากันหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง จึงชุมนุมช่วยกันปราบ พญานาคจนส าเร็จ เมื่อฆ่าพญานาคตายแล้วก็อยากจะข่มขู่ให้ฝงูนาคท้งัหลายหลาบจา เขด็ขยาดและ ไม่กล้ามารบกวนคนไตอีก จึงได้ช่วยกันแล่เน้ือ หนัง อวัยวะทุกส่วนของนาคาเอามาเป็น เครื่องประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายของคนไต คือ ตัดเอาหนังพญานาคมาเย็บต่อกันตกแต่งเป็ นลาย ผา้ซิ่นตามแนวต้ังเรียกว่า “ซิ่นตาแซง” หรือ “ซิ่นผ่า” เพื่อแสดงว่าแม้แต่ผู้หญิงคนไทมาวก็ยัง สามารถฆ่าพญานาคและเอาหนังมานุ่งห่มได้จะได้รีบหนีไป ภาพที่ ๒๐๖:ผ้าซิ่นทวั่ ไปทอด้วยเส้นด้ายหรือไหมอาจแทรก ดิ้นเงินดิน้ทองแทนเส้นเงินและเส้นทอง ภาพที่ ๒๐๕: ผา้ซิ่นของเจา้นางฟ้า (เจา้หญิง) ทอลวดลายด้วยเส้นเงิน และเส้นทอง


๒๔๖ นอกจากน้ียงัมีคา อธิบายถึงการผลิตลายผา้ดว้ยนยัยะทางการเมืองอีกแนว หนึ่งโดยการตีความค าว่า “ซิ่นผ่า” ว่า “ซิ่น” แปลว่า “ผ้านุ่ง” และ “ผ่า”แปลว่า “ปน หรือ ผสมกัน” จึงหมายถึงการน ามาผสมผสานกัน และผ้าโพกหัวก็มีลวดลายผสมผสานเช่นเดียวกนัดงัน้นัการแต่ง กายของผู้หญิงชาวไทมาวจึงหมายถึงการรวมตัวของชาวไตทุกท้องถิ่นให้เป็ นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเอาลวดลายต่างๆ มาผสมผสานกันก็เพื่อให้สังคมมีความสามัคคีกันแน่นแฟ้นยิ่งข้ึน และการ ออกแบบให้ลวดลายบนผืนผ้าทุกประเภทอยู่ในแนวต้งัก็เพื่อแสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองนนั่เอง ๒)รูปแบบเครื่องแต่งกายของผ้ชายู การแต่งกายในอดีตของผู้ชายไทมาวไม่ว่าจะเป็ นไตแข่หรือไตม่านจะ สวมเส้ืออยู่สองรูปแบบเช่นเดียวกับเส้ือของผู้หญิง คือ เส้ือผ้าฝ้ายคอกลมสีขาวหรือสีน้ าเงินมี ลกัษณะโครงสร้างคลา้ยเส้ือหมอ้ฮ่อมแขนเส้ือยาวประมาณข้อมือมีลักษณะหลวมปลายแขนกว้าง ตวัเส้ือยาวถึงประมาณบ้นัเอวผ่าด้านหน้ายึดด้วยกระดุมประมาณหกเม็ดไม่นิยมเจาะรูกระดุมแต่ใช้ ผา้เยบ็เป็นสายคลอ้งยึด เส้ืออีกแบบหนึ่งเป็ นเส้ือป้ายคือผ่าดา้นหน้าตรงเช่นกนัแต่ปีกเส้ือดา้นซ้าย ยาวจรดรักแร้เวลานุ่งจะป้ายทบับนปีกเส้ือด้านขวาอีกทีหนึ่ง แล้วยึดด้วยเชือกหรือกระดุมมีสาย คล้องอยู่ด้านข้าง ส่วนมากในอดีตผู้ชายชาวไตจะไว้ผมยาวมัดจุกไว้ตรงกลางแล้วโพกศีรษะด้วยผ้า ฝ้ายสีขาวและสะพายย่าม ส่วนกางเกงน้นั ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่จะนิยมสวมกางเกงรูปแบบเดิมไม่ เปลี่ยนแปลงคือกางเกงที่มีลกัษณะเหมือนเตี่ยวสะดอของชาวไทยวน ไทเขินและไทล้ือ แต่จะไม่ นิยมแบบขาส้ัน รัดเอวด้วยผ้าคาดเอวสีแดงชาวไตม่านหรือสีขาวส าหรับชาวไตแข่ เป็ นต้น ภาพที่ ๒๐๗: ชุดเครื่องแต่งกายผู้ชายแบบพิธีการจากเมืองมาว ใช้เส้ือแบบผ่าหน้า


๒๔๗ ๔.๔.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่เป็ นเอกลักษณ์ของชาวไทใหญ่ ๔.๔.๒.๑โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง ๑) เสื้อ ในอดีตเส้ือของผู้หญิงชาวไทมาวที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันและพิธีการมี รูปแบบเดียวกัน แต่ในปัจจุบันผู้หญิงไทมาวจะน ามาสวมใส่ในงานพิธีการเท่าน้นั มี๒ รูปแบบ คือ - เสื้อผ่าหน้า บางทีเรียก “เส้ือต้องแตก (เส้ือท้องแตก)” หรื อ “เส้ือหนา้ต่อ” เส้ือแบบน้ีใส่กระดุมเรียงเป็นแถว นิยมกันว่าถ้ามีกระดุมถี่มากจะสวยงามยงิ่ข้ึน - เสื้อป้าย ติดกระดุมที่ด้านขวา มักเรียกว่า “เส้ือแวดหนา้” หมาย ว่าป้ายอ้อมไปทับอีกด้านหนึ่ง เวลาสวมจะตอ้งดึงส่วนเป็นชายเส้ือเบี่ยงหรือป้ายขา้มไปทบัอีกดา้น หนึ่ง และติดกระดุมเคียวหรือกระตุ่ม ซ่ึงชาวไทล้ือไทเขิน จะเรียกเส้ือแบบน้ีวา่ “เส้ือปั๊ด” ภาพที่ ๒๐๘: ชุดเครื่องแต่งกายผู้ชายแบบพิธีการจากเมืองมาว ใช้เส้ือแบบผ่าหน้า ภาพที่ ๒๐๙: ชุดเครื่องแต่งกายผู้ชายแบบพิธีการจากเมืองมาว ใช้เส้ือแบบหน้าป้าย


๒๔๘ ๒) ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นของชาวไทใหญ่ตรงส่วนล่างสุดหรือเชิงผ้าหรือที่ชาวไทย วน ไทเขิน และไทล้ือเรียกว่า “ตีนซิ่น”จะมีแถบผ้าสีกวา้งประมาณ ๑ นิ้วคาดตามแนวขวางซึ่ง แถบสีดังกล่าวจะเป็ นสัญลักษณ์แจกแจงสถานภาพของผู้สวมใส่ซ่ึงจา แนกไดด้งัน้ี - ชาวเมืองหรือผู้ค้าขายสินค้าในตลาดจะมีแถบผ้าสี ๒ แถบ - ชาวบา้นทวั่ ไปใชแ้ถบผา้สี๓ แถบ - เจ้านายใช้แถบผ้าสี ๔ แถบ - เด็กหญิงและผู้หญิงสามัญใช้๑ แถบ ภาพที่ ๒๑๐:รูปแบบของเส้ือป้ายในปัจจบุนั ภาพที่ ๒๑๒: โครงสร้างเส้ือป้ายด้านหลัง ภาพที่ ๒๑๑: โครงสร้างเส้ือป้ายดา้นหนา้


๒๔๙ ๔.๔.๒.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย ๑) เสื้อ เส้ือของเพศชาย มี ๒รูปแบบเช่นเดียวกับเส้ือของเพศหญิงคือเส้ือตอ้ง แตก (เส้ือทอ้งแตก) มีลักษณะเป็ นเส้ือผ่าหน้า ติดกระดุมผ้าที่คล้ายกระดุมจีน และเส้ือป้ายซึ่งเวลา สวมจะตอ้งดึงส่วนเป็นชายเส้ือเบี่ยงหรือป้ายขา้มไปทับอีกด้านหนึ่งและติดกระดุมเคียวหรือกระตุ่ม ภาพที่ ๒๑๓: ผา้นุ่งมีแถบสองช้นั ส าหรับคนที่ค้าขาย ภาพที่ ๒๑๕: โครงสร้างเส้ือป้ายของผู้ชายด้านหลัง ภาพที่๒๑๔: โครงสร้างเส้ือป้ายของผู้ชายด้านหน้า


๒๕๐ ๒)กางเกง ผู้ชายชาวไทใหญ่นิยมสวมกางเกงที่มีลักษณะเป็ นกางเกงทรงกระบอกขา กว้างแบบเป้ายาวรูปแบบเดียวกับกางเกงของชาวจีน และเตี่ยวสะดอของชาวไทยวน ไทเขิน และไท ล้ือ ตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผสู้วมใส่ ๔.๔.๓ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้ าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ใน ชีวิตประจ าวันของชุมชนบ้านเวียงหวายและชุมชนบ้านใหม่หมอกจ๋าม อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ออกแบบชุดเครื่องแต่งกาย ชนเผ่าไทใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวันจะเลือกเฉพาะชุดที่มีเอกลักษณ์หรือชุดยอดนิยมในแต่ละยุค สมัย โดยพิจารณาแยกเป็ นการแต่งกายในโอกาสปกติ และการแต่งกายในแบบพิธีการ ซึ่งจะมีความ แตกต่างตามลักษณะการแต่งกายตามเพศ และวัย ท้งัน้ีได้แบ่งระยะของการศึกษาออกเป็ น ๓ ช่วง โดยประมาณคือ ช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ ถึง ๒๐ ปีและช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน ดังรายละเอียดต่อไปน้ี ๔.๔.๓.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี การแต่งกายของเด็กหญิงชนเผ่าไทใหญ่ ในช่วงเวลา ๘๐ - ๕๐ ปี เป็นช่วงก่อนจะเขา้มาอยใู่นเมืองไทย เครื่องแต่งกายเด็กหญิงไม่มีรูปแบบเฉพาะ - เสื้อ ใช้ผ้าพันอกที่มีลักษณะเป็ นแถบผ้าสีด า นุ่งแทนเส้ือ ภาพที่๒๑๖:โครงสร้างกางเกงของผู้ชายชาวไทใหญ่


๒๕๑ - ผ้าซิ่น เด็กหญิงจะสวมผา้ซิ่นสีดา ไม่มีลวดลาย ๒) การแต่งกายของเด็กหญิง ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี การแต่งกายของเด็กหญิงในยุคน้ีเริ่มมีการซ้ือเส้ือผา้ส าเร็จรูปมา สวมใส่ หรือสวมผา้ซิ่นสีพ้ืนธรรมดากับเส้ือส าเร็จรูป ภาพที่๒๑๗: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่๒๑๘: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี


๒๕๒ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน การแต่งกายของเด็กหญิงไทใหญ่เมื่ออยู่ที่บ้านและในชุมชนใน ยุคประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบันน้ีการสวมเส้ือผา้แบบสมัยเดิมไม่อีกกลายเป็ นสวมใส่เส้ือยืด หรือ เส้ือแขนส้ันแบบต่างๆ และสวมกางเกงท้งัชนิดขาส้ันและขายาวรวมท้งักระโปรงหรือชุดตดัเย็บ ส าเร็จรูปส าหรับเด็กต่างๆ ตามแบบที่นิยมกนัทวั่ ไป ๔.๔.๓.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่จะสวมเส้ือที่ไดจ้ากการทอ นิยมนา มายอ้มเป็น สีดา หรือสีน้า ตาลอ่อนหรือไม่ก็สีขาว มีลกัษณะเป็นเส้ือผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอกเรียกว่า “เส้ือ ต้องแตก” (ท้องแตก) ติดกระดุมที่ท าจากผ้ามีรูปแบบคล้ายกระดุมจีน เรียงแถวตามแนวสาบเส้ือลง มา ในลักษณะที่ชิดกันประมาณ ๗ – ๑๐ คู่ - ผ้าซิ่น นิยมใส่ผา้ซิ่นสีดา ลว้นไม่มีลวดลาย -ผ้าโพกผม นิยมโพกผ้าแบบนาคาเปี๊ ยะหงอน มีรูปแบบการโพกโดยเก็บชาย ผา้โชวข์้ึนดา้นบน ภาพที่๒๑๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๒๕๓ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี เป็ นช่วงระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การแต่งกายของชาว ไทมาวในแถบเมืองมาว หมูเจ้น้า คา เจล้่าน และไทมาวเมืองอื่นๆ ในเขตพม่า ให้กลมกลืนกับชาว พม่า ท้งัน้ีเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ที่มีผลกระทบต่อสังคมไทมาวอยา่งรุนแรงไดแ้ก่ เหตุการณ์ ที่พม่าละเมิดสัญญาปางโหลง จนเป็ นผลให้ชาวไตบางกลุ่ม บางพวกได้รวมตัวกันต่อสู้กับพม่า หลายหัวเมือง ทางพม่าก็ปรับปรามอย่างเข้มงวด ชาวไตที่ทนความเดือนร้อนไม่ไหว ต่างก็หนีเข้ามา ในเขตประเทศไทย โดยอพยพเข้ามาอยู่กับญาติพี่น้องบ้าง ชุมชนชาวไตที่เกิดข้ึนในประเทศในช่วง น้ีไดแ้ก่ชาวบา้นใหม่หมอกจ๋าม ตา บลท่าตอน อา เภอแม่อายจงัหวดัเชียงใหม่การแต่งกายผู้หญิง ในวยัผใู้หญ่ในยคุน้ีจะสวม เส้ือผ้าส าเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงาน ไม่วา่จะเป็นเส้ือยดืคอกลม ผา้ถุงแบบ พิมพ์ลาย เป็ นต้น ภาพที่ ๒๒๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๒๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


๒๕๔ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี-ปัจจุบัน - เสื้อ เมื่ออยู่ที่บ้านและในชุมชนในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึง ปัจจุบันน้ีแทบไม่มีการสวมเส้ือตอ้งแตกหรือเส้ือป้ายกนัแลว้กลายเป็นสวมใส่เส้ือยืด หรือเส้ือแขน ส้ันแบบต่างๆ ตามแบบที่นิยมกนัทวั่ ไป - ผ้าซิ่น ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน ยงัคงมีผทู้ี่นา ซิ่นผา่มา สวมใส่ให้เห็นอยู่บ้าง แต่ต่อมาเริ่มนิยมสวมใส่ผา้ซิ่นที่พิมพล์วดลายสา เร็จรูปหรือที่เรียกวา่ “ผ้าถุง” ซ่ึงหาซ้ือไดจ้ากตลาดทวั่ ไป ๔.๔.๓.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผหู้ญิงในวยัผชู้ราจะสวมเส้ือที่ไดจ้ากการทอ นิยมนา มายอ้มเป็น สีดา สีน้า ตาลอ่อนหรือสีขาว มีลกัษณะเป็นเส้ือผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอก เรียกว่า “เส้ือตอ้ง แตก” (ท้องแตก) ติดกระดุมที่ทา จากผา้มีรูปแบบคลา้ยกระดุมจีน เรียงแถวตามแนวสาบเส้ือลงมา ในลักษณะที่ชิดกันประมาณ ๗ – ๑๐ คู่ หรือเส้ือป้ายคลา้ยกบัเส้ือปั๊ดของผู้หญิงชาวไทเขิน - ผ้าซิ่น นิยมสวมซิ่นผา่หรือผา้ซิ่นสีล้วนไม่มีลวดลาย บางโอกาสก็โพก ศีรษะในเวลาที่ท างานในไร่นา ภาพที่ ๒๒๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ - ปัจจุบัน


๒๕๕ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี - เสื้อ เมื่ออยู่ที่บ้านหญิงชราบางส่วนยังสวมเส้ือตอ้งแตกหรือเส้ือป้าย บางส่วนก็สวมเส้ือยดืหรือเส้ือแขนส้ันแบบต่างๆ ตามแบบที่วางขายในท้องตลาดทวั่ ไป - ผ้าซิ่น ในน้ีหญิงชรายงัคงนุ่งผา้ซิ่นแบบไทมาวอยู่ ท้งัซิ่นผา่และซิ่นสี ดา ลว้นแมก้ระทงั่วิธีการนุ่งห่มและลวดลายที่ตวัซิ่นยงัไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ภาพที่ ๒๒๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๒๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


๒๕๖ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่ วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึง ปัจจุบัน - เสื้อ การใช้ชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบันน้ีรูปแบบเส้ือก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุดสมยัเป็นส่วนใหญ่บางส่วนก็นิยมสวมเส้ือ ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับอัตลักษณ์เดิมในอดีต - ผ้าซิ่น ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน ยังคงมีผทู้ี่นา ซิ่นผา่มา สวมใส่ให้เห็นอยู่บ้าง แต่ต่อมาเริ่มนิยมสวมใส่ผา้ซิ่นที่พิมพล์วดลายสา เร็จรูปหรือที่เรียกวา่ “ผ้าถุง” ซ่ึงหาซ้ือไดจ้ากตลาดทวั่ ไป ๔.๔.๓.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผูช้ายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี มีอยู่สอง แบบคล้ายกบัเส้ือผูห้ ญิง คือเส้ือคอกลมผ่าหน้าสีดา รูปแบบเดียวกบัเส้ือตอ้งแตกกบัเส้ือป้ายหน้าสี ด าแบบมีผา้ต่อตรงสาบเส้ือ -กางเกง กางเกงของเด็กผู้ชายเป็ นกางเกงขาสามส่วนรูปทรงกระบอก มี เป้ากางเกงยาว ลักษณะคล้ายเตี่ยวสะดอของชาวไทยวน ภาพที่ ๒๒๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน


๒๕๗ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กผู้ชายเมื่ออยู่ที่บ้านและในชุมชนในยุคน้ียังมี การสวมเส้ือแบบด้งัเดิมอยู่แต่บางส่วนก็เริ่มสวมใส่เส้ือยดืหรือเส้ือแขนส้ันแบบต่างๆ ที่วางขายใน ท้องตลาด -กางเกง กางเกงของเด็กผู้ชายที่นิยมสวมเป็ นกางเกงขายาวและกางเกง สามส่วนรูปทรงกระบอกในแบบเดิม บางส่วนก็เริ่มหันมานิยมสวมกางเกงตัดเย็บส าเร็จรูปบ้างแล้ว ภาพที่ ๒๒๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๒๗: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี


๒๕๘ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีแทบจะไม่มีการสวมเส้ือแบบสมัยเดิมอีกกลายเป็ นสวม ใส่เส้ือยดืหรือเส้ือแขนส้ันแบบต่างๆ -กางเกง กางเกงของเด็กผู้ชายได้เปลี่ยนรูปแบบเป็ นกางเกงตัดเย็บ ส าเร็จรูปส าหรับเด็ก ท้งัแบบขาส้ันและแบบขายาว ตามแบบที่วางขายกันทวั่ ไป ๔.๔.๓.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี มี ลักษณะเดียวกันกับเส้ือผูห้ ญิง คือเส้ือแบบคอกลมผ่าหน้าสีดา รูปแบบเดียวกบัเส้ือตอ้งแตกกบัเส้ือ ป้ายสีขาวแบบมีผา้ต่อตรงสาบเส้ือ -กางเกง กางเกงมีลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีน เป็ นกางเกงขาสามส่วน รูปทรงกระบอก มีเป้ากางเกงยาว ตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผู้สวมใส่ ภาพที่ ๒๒๘ : ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน


๒๕๙ ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองและสังคมรวมถึงการอพยพอย่างต่อเนื่อง การแต่งกายได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับพม่า เพื่อป้องกันการตัวโดยซ่อนอัตลักษณ์การแต่งกายของชนชาติไว้เพื่อความอยู่รอด ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี-ปัจจุบัน ในยุคน้ีแทบจะไม่มีการสวมเส้ือแบบสมัยเดิมอีกกลายเป็ นสวม ใส่เส้ือยดืหรือเส้ือแขนส้ันแบบต่างๆ นิยมสวมกางเกงตัดเย็บส าเร็จรูปสา หรับท้งัแบบขาส้ันและ แบบขายาว ตามแบบที่วางขายกันทวั่ ไป ภาพที่ ๒๒๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๓๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


๒๖๐ ๔.๔.๓.๖ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือที่ชายชราใช้สวมในชีวิตประจา วนั มีรูปแบบเช่นเดียวกับวัย ผู้ใหญ่ คือมีลักษณะคล้ายเส้ือป้ายของผหู้ญิง บริเวณสาบเส้ือมีผ้าเย็บต่อออกไว้ส าหรับติดกระดุม -กางเกง นิยมสวมกางเกงที่มีลักษณะเป็ นกางเกงทรงกระบอกขากว้าง แบบเป้ายาวรูปแบบเดียวกบักางเกงของชาวจีนตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผู้ สวมใส่ ภาพที่ ๒๓๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน ภาพที่ ๒๓๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๒๖๑ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๘๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองและสังคมรวมถึงการอพยพอย่างต่อเนื่อง การแต่งกายได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับพม่า เพื่อป้องกันการตัวโดยซ่อนอัตลักษณ์การแต่งกายของชนชาติไว้เพื่อความอยู่รอด -กางเกง นิยมสวมกางเกงที่ตัดจากผ้าแพรเช่นเดียวกับกางเกงของชาวจีน มีลักษณะเป็ นกางเกงทรงกระบอกขากว้างและเป้ายาว ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน - เสื้อ เส้ือชายชราใช้สวมในชีวิตประจา วนั ได้ปรับเปลี่ยนไปตามยุค สมยัเพื่อใหก้ลมกลืนกบัคนเมืองเชียงใหม่ส่วนมากนิยมสวมเส้ือที่ตดัเยบ็สา เร็จรูป -กางเกง ชายชราในยคุน้ียังคงนิยมสวมเตี่ยวสะดอหรือกางเกงขาส้ันหรือ ขายาวที่ตัดเย็บส าเร็จรูป เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนในช่วงเวลาปกติ ภาพที่ ๒๓๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี


๒๖๒ ๔.๔.๔ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธี การของชุมชนบ้านเวียงหวายและชุมชนบ้านใหม่หมอกจ๋าม อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ๔.๔.๔.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กหญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กหญิงชนเผ่าไทใหญ่ ในช่วงเวลา ๘๐ - ๕๐ ปี เป็นช่วงก่อนจะเขา้มาอยู่ในเมืองไทย เครื่องแต่งกายเด็กหญิงเมื่อมีงานพิธีการจะสวมเส้ือตอ้งแตก แบบผา่หนา้ติดกระดุมผา้ที่มีลกัษณะคลา้ยกระดุมจีนหรือสวมเส้ือป้ายแบบเดียวกับผู้ใหญ่ - ผ้าซิ่น เด็กหญิงจะสวมผา้ซิ่นสีดา ไม่มีลวดลาย หรือสวมซิ่นผ่า ที่ชาย ผา้ซิ่นจะมีแถบสีกวา้งประมาณ ๑ นิ้วคาดตามแนวขวาง เป็ นสัญลักษณ์บอกสถานภาพของผู้สวม ใส่ ซึ่งเด็กหญิงจะมีแถบผ้าเพียงเดียวและโพกผ้าที่ศีรษะเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ภาพที่ ๒๓๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน


๒๖๓ ๒)การแต่งกายของเด็กหญิง ในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี ยุคที่เกิดความยุคเข็ญอย่างยิ่งใหญ่ในจีนและพม่าจากการมีบีบค้ันทาง การเมืองเกิดรูปแบบผสมกนัอยา่งมากท้งัต้งัใจเพื่อปลอมแปลงตนและท้งัไม่ต้งัใจ การปรับตัวคร้ังใหญ่เมื่อจีนปฏิวตัิวฒันธรรมไม่ยอมรับความเชื่อใน ศาสนาใด ๆ ท้งัสิ้น ในปีพ.ศ.๒๕๐๙ยล้างศาสนาและวัฒนธรรม (ยุคเรดการ์ด) ชาวไทมาวต้อง ปกปิ ดวัฒนธรรมของตนเองและหลบหนี เข้ามาอาศัยในพม่าตอนเหนื อ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องแต่งตัวให้เหมือนคนพม่าไทใหญ่สูญเสียอิสรภาพ และต่อสู้ทางการเมืองกับ จีนและพม่า จนต้องปิ ดซ่อนเร้นอัตลักษณ์ของตนเอง ต้องเอาของประเทศที่มีอ านาจมาห่อหุ้มอัตลักษณ์ของ ตนเอง เครื่องแต่งกายจึงเกิดความผสมผสานกันท้ังภายในสังคมของตนท้ังไทใต้และไทเหนือ ระหว่างและจีน กับพม่า - เสื้อ เครื่องแต่งกายเด็กหญิงเมื่อมีงานพิธีการจะสวมเส้ือตอ้งแตก แบบผา่หนา้ติดกระดุมผา้ที่มีลกัษณะคลา้ยกระดุมจีนหรือสวมเส้ือป้ายแบบเดียวกบัผใู้หญ่ - ผ้าซิ่น ในโอกาสที่มีงานพิธีการเด็กหญิงจะสวมผา้ซิ่นสีดา หรือซิ่นสีเขม้ แบบไม่มีลวดลาย หรือสวมซิ่นผา่และโพกผา้ที่ศีรษะเช่นเดียวกบัผใู้หญ่ ภาพที่๒๓๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๒๖๔ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน การแต่งกายของเด็กหญิงไทใหญ่ในงานพิธีการในยุคประมาณ ๒๐ ปี ถึง ปัจจุบันน้ีเส้ือที่สวมใส่ยงัมีรูปแบบที่คล้ายอัตลักษณ์เดิมอยู่บ้าง การโพกผมโดยใช้แถบผ้าผืนยาวที่ ท าผ้าฝ้ายยังคงมีให้เห็นอยู่บ้างบางโอกาส ปัจจุบันจะเห็นการแต่งกายของชนเผ่าได้ตามงานการ แสดงเช่น ฟ้อนไตหรืองานประเพณีของชาวไทใหญ่ ที่วัดป่ าเป้า เป็ นต้น ภาพที่๒๓๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่๒๓๗: งานวันเข้าพรรษาที่วัดป่ าเป้า ภาพที่ ๒๓๘: นักเรียนบ้านเวียงหวายแต่งกายแบบ ชนชาวไทใหญ่ในทุกวันศุกร์


๒๖๕ ๔.๔.๔.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่ที่ใช้สวมในงานพิธีการ จะ สวมเส้ือต้องแตก สีขาว โพกผ้าท้ังแบบนาคาเปี๊ยะหงอนและแบบนาคาเสียหงอนหรือเกล้าผม ประดับด้วยดอกไม้ ตามฐานะและความนิยมของผู้สวมใส่ ส าหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะเกล้าผม สูง ยกผมมาข้างหน้า ตรงกลางกระหม่อม แล้วโพกผ้าสีชมพูนอกจากน้ียงันิยมใช้ผ้าผูกเอวสีต่างๆ เพื่อเป็ นสัญลักษณ์บอกว่าตนเป็ นคนไตกลุ่มไหน เช่นไทเหนือหรือไตแข่ (ไตจีน) จะใช้ผ้าผูกเอวสี ขาว ส่วนไทใต้ หรือไตม่าน จะมีผ้าผูกเอวสีแดง เป็ นต้น - ผ้าซิ่น ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่นิยมใส่ผา้ซิ่นสีดา ลว้นไม่มีลวดลายส่วนผู้ที่มี ฐานะหรือเป็นเจา้นายช้นัสูงจะสวมซิ่นผา่ที่ทอด้วยเส้นเงินและทองของแท้เป็ นลวดลายต่างๆ ที่ สวยงาม ภาพที่ ๒๓๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึง ปัจจุบัน


๒๖๖ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในยามมีงานพิธีการหรืองานประเพณี ผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่จะสวม เส้ือตอ้งแตกที่มีลกัษณะผสมผสานกบัรูปแบบเส้ือของชาวจีน ตวัเส้ือจะตดัเยบ็ ใหเ้ขา้กบัรูปร่างของ ผู้สวมใส่แบบรัดรูปมากข้ึน - ผ้าซิ่น นิยมนุ่งผา้ซิ่นสีดา หรือสีเขม้แบบไม่มีลวดลายหรือนุ่งซิ่นผา่ที่มี แบบฉบบัมาจากซิ่นเจา้นายช้นัสูงในอดีต -ผ้าโพกผม ผ้าโพกผมได้มีการปรับเปลี่ยนเป็ นหมวกที่มีรูปทรงเช่นเดียวกับ ผ้าโพกผมในอดีต ภาพที่๒๔๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๔๑:แสดงภาพบรรยากาศงานเทศกาลปีใหม่ ของชาวไทใหญ่


๒๖๗ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึง ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยน เครื่องแต่งกายให้เป็ นแบบไทมาวสมัยใหม่ เรียกว่า “การแต่งกายแบบม่าน” เป็ นการปรับประยุกต์ รูปแบบการตัดเย็บให้ใกล้เคียงกับแบบไทมาวด้งัเดิม บางโอกาสจะน ามาสวมใส่เป็ นชุดการแสดงที่ เช่น ฟ้อนไต ทา ใหบุ้คคลทวั่ ไปเข้าใจว่าเป็ นชุดเครื่องแต่งกายของพม่า งานบุญประเพณีในวดัเป็นพ้ืนที่การแสดงอตัลกัษณ์เครื่องแต่งกายของ ชาวไทมาวอย่างชัดเจน รูปแบบการแต่งกายของชาวไทมาวในประเทศไทย พ้ืนที่บา้นหมอกจ๋าม บ้านใหม่ ต าบลท่าตอน อ าเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมีงานประเพณีก็จะแต่งกายแบบชาวไท มาวในอดีต มาร่วมงานแต่บางส่วนก็สวมเส้ือที่ตดัเยบ็สา เร็จรูปกบัซิ่นผา่ ภาพที่ ๒๔๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๒๔๓: การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ - ปัจจุบัน


๒๖๘ ภาพที่ ๒๔๔: ไตขอน บ้านฝาเผ่ เมืองขอน ที่ถูกเรียกว่า ไตแข่ แต่ง แบบเดิมท้งัในชีวิตประจา วนัและในงานพิธีกรรมต่าง ๆ (พ.ศ.๒๕๓๗) ภาพที่ ๒๔๕– ๒๔๖: เส้ือป้ายชุดแต่งกายที่ได้จากหมู่บ้านเวียงหวาย เส้ือเขียวจากร้านตดัผา้ไตที่บา้นใหม่หมอกจ๋าม พ.ศ.๒๕๔๘


๒๖๙ ภาพที่๒๔๙:ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน ภาพที่ ๒๔๗ – ๒๔๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการในปัจจุบัน


๒๗๐ ๔.๔.๔.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการผู้หญิงวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผูห้ญิงในวัยชราที่ใช้สวมในงานพิธีการ จะสวม เส้ือต้องแตก สีขาว สวมหมวกที่ตัดเย็บให้มีรูปทรงคล้ายผ้าโพกผม หรือโพกผมด้วยผ้าสีชมพูที่เป็ น สัญลักษณ์ว่าแต่งงานนิยมโพกผมอีกแบบหนึ่งถ้าแต่งงานแล้วจะเกล้าผมสูง ยกผมมาข้างหน้า ตรง กลางกระหม่อมถ้าแต่งงานแล้ว แล้วโพกผ้าสีชมพู แล้วยังใช้ผ้าคาดเอวสีต่างๆเพื่อเพื่อสัญลักษณ์ บอกว่าตนเป็ นคนไตกลุ่มไหน เช่นไทเหนือหรือไตแข่ (ไตจีน) จะมีผ้ารัดเอวสีขาว ส่วนไทใต้ หรือไตม่าน จะมีผ้าคาดเอวสีแดง เป็ นต้น - ผ้าซิ่น ผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่นิยมใส่ผา้ซิ่นสีดา ลว้นไม่มีลวดลาย ส่วนผู้ที่มี ฐานะหรือเป็นเจา้นายช้นัสูงจะสวมซิ่นผ่าที่ทอด้วยเส้นเงินและทองแท้ลวดลายบนผืนผ้ามีลักษณะ เป็นแนวต้งัเพื่อแสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรือง ชายแถบผา้ซิ่นจะมีแถบสีกวา้งประมาณ ๑ นิ้วคาด ตามขวางของชายซิ่น แถบสี เป็ นสัญลักษณ์บอกสถานภาพของผู้สวมใส่ เช่น ชาวเมืองหรือชาว ตลาดใช้ ๒ แถบ , ชาวบา้นทวั่ ไปใช้๓ แถบ , เจ้านายใช้ ๔ แถบ ภาพที่ ๒๕๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการแบบไทแข่ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี


๒๗๑ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปีเป็ นรูปแบบของชุดเครื่องแต่ง กายในงานพิธีการมักมีการเป็ นการปรับประยุกต์รูปแบบการตัดเย็บให้ใกล้เคียงกับแบบไทมาวในอ ดีต รูปแบบเส้ือของผูห้ญิงในวยัชราที่ใชส้วมในงานพิธีการจะสวมเส้ือต้องแตกและเส้ือป้าย โพก ผมเหมือนในอดีต และสวมผา้ซิ่นสีดา ลว้นหรือสีเข้ม แบบไม่มีลวดลายหรือสวมซิ่นผา่ ภาพที่ ๒๕๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี ภาพที่๒๕๑: หญิงวัยชราแต่งกายแบบไทมาวมาร่วมงานประจ าปี


๒๗๒ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี-ปัจจุบัน ปัจจุบันการแสดงออกถึงอัตลักษณ์เครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัย ชราในยคุสมยัน้ีแม้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายให้ใกล้เคียงคนเมืองเชียงใหม่ไปบ้าง แต่เมื่อมี งานบุญประเพณีในวดัต่างก็การแสดงอตัลกัษณ์เครื่องแต่งกายแบบด้งัเดิมของตนออกมาอยา่ง ชัดเจน ภาพที่ ๒๕๓:รูปแบบซิ่นผ่าที่ตัดเย็บจากผา้ฝ้ายสลบักบัการทอดิ้นเงิน และดิ้น ทองให้เกิดเป็นลวดลายตามแบบด้งัเดิม ภาพที่ ๒๕๔ :ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน


๒๗๓ ๔.๔.๔.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผูช้ายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี มีอยู่สอง แบบคล้ายกบัเส้ือผูห้ ญิง คือเส้ือคอกลมผ่าหนา้สีดา รูปแบบเดียวกบัเส้ือตอ้งแตกกบัเส้ือป้ายหน้าสี ด าแบบมีผา้ต่อตรงสาบเส้ือและโพกผมเช่นเดียวกบัผใู้หญ่ -กางเกง กางเกงของเด็กผู้ชายเป็ นกางเกงขาสามส่วนรูปทรงกระบอก มี ลักษณะเป้ายาวรูปแบบเดียวกับกางเกงของชาวจีน ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปีเป็ นช่วงที่มีการอพยพเข้ามา ในพ้ืนที่ประเทศไทยรูปแบบของเครื่องแต่งกายเริ่มปรับเปลี่ยนใหก้ลมกลืนไปกบัคนเมืองเชียงใหม่ แต่เมื่อมีงานประเพณี งานพิธีการก็ยังคงอัตลักษณ์การแต่งกายในรูปแบบเดิมไว้บ้าง แต่บางส่วนก็ เริ่มสวมใส่เส้ือยดืคอกลมท้งัแบบแขนส้ันและแบบแขนยาวที่วางขายในท้องตลาดและสวมเตี่ยว สะดอ ภาพที่ ๒๕๕ : ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๒๗๔ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน รูปแบบการแต่งกายเช่นในอดีตได้น ามาประยุกต์ใช้ในโอกาส สา คญัๆเท่าน้นัเช่นงานประเพณี งานประจ าปี ของชนชาติไทใหญ่หรือโรงเรียนในพ้ืนที่ของชุมชน ชาวไทใหญ่ก็ได้มีการส่งเสริมให้เยาวชนได้สวมใส่เครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่าของตน แม้จะมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบเส้ือและสีที่นา มาใชไ้ปจากเดิมบา้งก็ถือวา่เป็นการหวนคืนของอตัลกัษณ์ รูปแบบการแต่งกายของชนชาวไทใหญ่ที่แสดงออกอีกด้านหนึ่ง ภาพที่ ๒๕๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๒๕๗ – ๒๕๘: เด็กผู้ชายในชุดเครื่องแต่งกายแบบบรรยากาศ ในงานประเพณีของชาวไทใหญ่


๒๗๕ ๔.๔.๔.๕ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผูช้ายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ที่ใช้ สวมในงานพิธีการ มีลักษณะเดียวกันกับที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน คือเส้ือแบบคอกลมผ่าหน้าสีด า รูปแบบเดียวกับเส้ือตอ้งแตกกบัเส้ือป้ายสีขาวแบบมีผา้ต่อตรงสาบเส้ือและโพกผมแบบที่นิยมคือ แบบนาคาเปี๊ ยะหงอน -กางเกง กางเกงมีลักษณะเป็ นขาสามส่วนรูปทรงกระบอก มีเป้ากางเกง ยาว ลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีน ตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผสู้วมใส่ ภาพที่ ๒๖๐: การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในแบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๒๕๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน


๒๗๖ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองและสังคมรวมถึงการอพยพอย่างต่อเนื่อง การแต่งกายได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับพม่า เพื่อป้องกันการตัวโดยซ่อนอัตลักษณ์การแต่งกายของชนชาติไว้เพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับพี่ น้องชาวไทกลุ่มอื่นๆ - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผูช้ายในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี ที่ใช้ สวมในงานพิธีการ มีลักษณะเดียวกันกับที่สวมในอดีต คือเส้ือแบบคอกลมผ่าหน้า ตามความนิยม และฐานะของผู้สวมใส่ -กางเกง กางเกงมีลักษณะเป็ นขาสามส่วนรูปทรงกระบอก มีเป้ากางเกง ยาว ลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีน ตดัเยบ็จากผา้แพรเน้ือดีหรือผา้ฝ้ายตามฐานะของผสู้วมใส่ ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี-ปัจจุบัน - เสื้อ เมื่อมีงานพิธีการ งานประจ าปี ของชนชาวไทใหญ่ จะพบว่ายังมี การสวมเส้ือรูปแบบด้ังเดิมอยู่แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือสีที่น ามาใช้ในการตัดเย็บ บางส่วนก็น ามาประยุกต์สวมกบัเส้ือสา เร็จรูปแบบสมยัใหม่บ้างบางโอกาส ภาพที่ ๒๖๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


Click to View FlipBook Version