แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย รหัสวิชา (ท๒๒1๐1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม รหัสนักศึกษา ๖๒1๐๐1๐1๒1๙ เอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 รหัสวิชา ED1๘๕๐1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา ๒๕๖๖ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์ หลักการอ่านออกเสียงทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง การอ่านจับใจความสำคัญ การอ่าน จับใจความสำคัญจากสารคดี มารยาทในการอ่าน ศึกษาหลักการคัดลายมือ ฝึกการคัดลายมือ หลักการเขียน รายงาน การเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า หลักการเขียนโครงงาน และมารายาทในการเขียน อธิบาย เกี่ยวกับเสียงในภาษาไทยทั้งเสียงสระ เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ เรียนรู้การสร้างคำ คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้องรูปพ้องเสียง และคำไวพจน์ คำที่มี รร (รหัน) จำแนกชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค รวมถึงอธิบายสำนวน สุภาษิตและคำพังเพย การแต่งกาพย์ยานี ๑๑ เรียนรู้บทนำวรรณคดีไทย ความหมาย ของวรรณกรรมวรรณคดี รสของวรรณคดี การอ่านประวัติผู้แต่งวรรณคดี สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ ในชีวิตจริง และฝึกการท่องจำบทอาขยาน โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาฟัง ดู อ่าน เขียน เพื่อฝึกทักษะอ่านออกเสียง อ่านจับใจความ สำคัญ พูดสรุป เล่าเรื่อง พูดแสดงความคิดเห็น เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนแสดงความคิดเห็น เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน พูดสรุปใจความ พูดเล่าเรื่อง พูดแสดงความคิดเห็น แต่งบท ร้อยกรอง วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าทักษะกระบวนการทางภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ มีนิสัยรักการอ่าน มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง ดู และพูด และเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมไทย ตลอดจนรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ ในการแก้ปัญหา และความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รหัสตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ท ๔.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ท ๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวชี้วัด
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย ท๒๑๑๐๑ โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต รวมเวลา ๖๐ ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ( ๑๐๐ ) ๑ นิราศภูเขาทอง ท ๑.๑ ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๑ ท ๔.๑ ม.๑/๑ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ ๑. ปฐมนิเทศก่อนเรียน ๒. หลักการคัดลายมือ ๓. การคัดลายมือ ๔. สมบัติวรรณคดีไทย ๕. ที่มาและเนื้อหาเรื่อง นิราศภูเขาทอง ๖. สรุปเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ ๗. การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้าน เนื้อหา ๘. การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้าน วรรณศิลป์ ๙. การท่องจำบทอาขยาน ๑๐. มารยาทในการอ่าน ๑๑. การอ่านออกเสียง (บทร้อยแก้ว) ๑๒. ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค (คำนาม) ๑๓. ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค (คำสรรพนาม) ๑๔. ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค (คำกริยา) ๑๕. ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค (คำวิเศษณ์, คำอุทาน) ๑๖. ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค (คำบุพบท, คำสันธาน) ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ รวมจำนวนคาบ/ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ๑๖ ๑๕
ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ( ๑๐๐ ) ๒ โคลงโลกนิติ ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ท ๒.๑ ม.๑/๙ ท. ๔.๑ ม.๑/๓ ม.๑/๖ ท. ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ ๑. การอ่านออกเสียง (บทร้อย กรอง) ๒. การอ่านออกเสียงบทร้อย กรอง : โคลง ๓. วิเคราะห์รูปแบบคำประพันธ์ โคลงโลกนิติ ๔. การอ่านบทวิเคราะห์ โคลงโลกนิติ ๕. วิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ด้านเนื้อหา โคลงโลกนิติ ๖. วิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ด้านวรรณศิลป์ โคลงโลกนิติ ๗. เสียงในภาษาไทย (สระ) ๘. เสียงในภาษาไทย (พยัญชนะ ต้น) ๙. เสียงในภาษาไทย (พยัญชนะ ท้าย) ๑๐. เสียงในภาษาไทย (วรรณยุกต์) ๑๑. สำนวน สุภาษิต และ คำพังเพย ๑๒. การอ่านจับใจความสำคัญ ๑๓. การอ่านจับใจความสำคัญ จากสารคดี ๑๔. มารยาทในการเขียน ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ รวมจำนวนคาบ/ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ๑๔ ๑๐ สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบกลางภาค ) ๓ ๒๐
ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ( ๑๐๐ ) ๓ สุภาษิตพระร่วง ท ๒.๑ ม.๑/๘ ท ๔.๑ ม.๑/๒ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ ๑. การสร้างคำในภาษาไทย ๑ (คำมูล) ๒. การสร้างคำในภาษาไทย ๒ (คำประสม) ๓. การสร้างคำในภาษาไทย ๓ (คำซ้ำ) ๔. การสร้างคำในภาษาไทย ๔ (คำซ้อน) ๕. คำที่มี รร (ร หัน) ๖. การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ๗. หลักการเขียนรายงาน การศึกษาการค้นคว้า ๘. การเขียนรายงานการศึกษา การค้นคว้า ๙. ที่มาและลักษณะคำประพันธ์ ในสุภาษิตพระร่วง ๑๐. การอ่านวิเคราะห์เนื้อหา สุภาษิตพระร่วง (๑) ๑๑. การอ่านวิเคราะห์เนื้อหา สุภาษิตพระร่วง (๒) ๑๒. การอธิบายคุณค่าด้านใน สุภาษิตพระร่วง ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ รวมจำนวนคาบ/ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ๑๒ ๑๕
ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ( ๑๐๐ ) ๔ กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา ท ๒.๑ ม.๑/๘ ท ๔.๑ ม.๑/๒, ม.๑/๕ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ม.๑/๓, ม.๑/๔ ๑. คำพ้อง : คำพ้องรูป ๒. คำพ้อง : คำพ้องเสียง ๓. คำพ้อง : คำไวพจน์ ๔. การแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ๕. ที่มาและลักษณะคำประพันธ์ ในกาพย์เรื่องพระไชยสุริยา ๖. อ่านวิเคราะห์กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา (๑) ๗. อ่านวิเคราะห์กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา (๒) ๘. การวิเคราะห์ด้านเนื้อหาใน กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา ๙. การวิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์ ในกาพย์เรื่องพระไชยสุริยา ๑๐. คำศัพท์น่ารู้ (กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา) ๑๑. หลักการเขียนโครงงาน ๑๒. การเขียนโครงงาน ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ รวมจำนวนคาบ/ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ๑๒ ๑๐ สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบปลายภาค ) ๓ ๓๐ รวมทั้งสิ้น ๖๐ ๑๐๐
กำหนดการสอนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๑ นิราศ ภูเขาทอง ๑ ๑๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ ปฐมนิเทศก่อนเรียน ๑ ๑๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๖ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๒ ๑๖ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ หลักการคัดลายมือ ๑ ๑๗ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๘ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๘ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๓ ๑๘ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ การคัดลายมือ ๑ ๑๙ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๙ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๙ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๔ ๒๒ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๔. สมบัติวรรณคดีไทย ๑ ๒๒ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๒๒ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๓ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๕ ๒๓ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๕. ที่มาและเนื้อหาเรื่อง นิราศภูเขา ทอง ๑ ๒๔ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๒๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๖ ๒๕ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๖. สรุปเส้นทางการเดินทางของ สุนทรภู่ ๒๖ พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑ ๒๖ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๒๖ พ.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๗ ๒๙ พ.ค. ๒๕๖๕ ๖ ๗. การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ด้านเนื้อหา ๑ ๒๙ พ.ค. ๒๕๖๕ ๕ ๒๙ พ.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๓๐ พ.ค. ๒๕๖๕ ๗ ๑ นิราศ ภูเขาทอง ๘ ๓๐ พ.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๘. การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ด้านวรรณศิลป์ ๑ ๓๑พ.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๙ ๑ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๙. การท่องจำ บทอาขยาน ๑ ๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๐ ๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๐. มารยาท ในการอ่าน ๑ ๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๗ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๘ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๑ ๘ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๑. การอ่านออกเสียง (บทร้อย แก้ว) ๑ ๘ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๒ ๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๒. ชนิดและหน้าที่ของคำใน ประโยค (คำนาม) ๑ ๑๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๑๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๓ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๓. ชนิดและหน้าที่ของคำใน ประโยค (คำสรรพนาม) ๑ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๔ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๑๔ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๔. ชนิดและหน้าที่ของคำใน ประโยค (คำกริยา) ๑ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๑๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๕ ๑๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๕. ชนิดและหน้าที่ของคำใน ประโยค (คำบุพบท,คำอุทาน) ๑ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๖ ๒๐ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๖. ชนิดและหน้าที่ของคำใน ประโยค (คำบุพบท, คำสันธาน) ๑ ๒๐ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๒๑ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๒ โคลงโลกนิติ ๑๗ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑. การอ่านออกเสียง (บทร้อย กรอง) ๑ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๘ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๒. การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง : โคลง ๑ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๑๙ ๒๗ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๓. วิเคราะห์รูปแบบคำประพันธ์ โคลงโลกนิติ ๑ ๒๗ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๒๘ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๒๐ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๔. การอ่านบทวิเคราะห์โคลงโลก นิติ ๑ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๒๑ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๕. วิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ๑
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ด้านเนื้อหาโคลงโลกนิติ ๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๒ ๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๖. วิเคราะห์และอธิบายคุณค่า ด้านวรรณศิลป์โคลงโลกนิติ ๑ ๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๕ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๖ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๓ ๖ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๗. เสียงในภาษาไทย (สระ) ๑ ๖ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๔ ๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ เสียงในภาษาไทย (พยัญชนะต้น) ๑ ๑๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๑๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๕ ๑๑ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ เสียงในภาษาไทย (พยัญชนะท้าย) ๑ ๑๑ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๑๒ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๖ ๑๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ เสียงในภาษาไทย (วรรณยุกต์) ๑ ๑๓ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๑๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๗ ๑๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย ๑ ๑๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๘ ๑๘ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ การอ่าน จับใจความสำคัญ ๑ ๑๘ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๑๙ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๒๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๙ ๒๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ การอ่าน จับใจความสำคัญ จากข่าว ๑ ๒๐ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๑ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๑ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๐ ๒๑ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ มารยาทในการเขียน ๑ ๒๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๔ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ สอบกลางภาค ๓๐ ๓ สุภาษิต พระร่วง ๓๑ ๒๕ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ ที่มาและลักษณะ คำประพันธ์ ในสุภาษิตพระร่วง ๑ ๒๕ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๖ ก.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๒ ๒๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๗ การอ่านวิเคราะห์เนื้อหาสุภาษิต พระร่วง (๑) ๑ ๒๗ ก.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๓ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๓ ๓ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การอ่านวิเคราะห์เนื้อหาสุภาษิต พระร่วง (๒) ๑ ๓ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๔ ๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การอธิบายคุณค่า ในสุภาษิตพระร่วง ๑ ๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๙ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๕ ๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ คำที่มี รร (ร หัน) ๑ ๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๑๐ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๖ ๑๐ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ๑ ๑๐ ส.ค. ๒๕๖๖ ๘ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๑๖ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๓๗ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ หลักการเขียนรายงาน การศึกษาการค้นคว้า ๑ ๑๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๑๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๑๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๘ ๑๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การเขียนรายงานการศึกษาการ ค้นคว้า ๑ ๑๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๑๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๓๙ ๑๗ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การสร้างคำในภาษาไทย ๑ (คำมูล) ๑ ๒๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๔๐ ๑๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ การสร้างคำในภาษาไทย ๒ (คำประสม) ๑ ๒๒ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ ๔๑ ๒๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ การสร้างคำในภาษาไทย ๓ (คำซ้ำ) ๑ ๒๒ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๔๒ ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ การสร้างคำในภาษาไทย ๔ (คำซ้อน) ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๑ ๒๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๒๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๔ กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา ๔๓ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ คำพ้อง : คำพ้องรูป ๑ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๒๙ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๓๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๓ ๔๔ ๒๘ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ คำพ้อง : คำพ้องเสียง ๑ ๒๙ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๓๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๔๕ ๓๐ ส.ค. ๒๕๖๖ ๕ คำพ้อง : คำพ้องความหมาย ๑ ๓๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๗ ๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๔๖ ๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ การแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ๑ ๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๗ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๔๗ ๓๑ ส.ค. ๒๕๖๖ ๖ ที่มาและลักษณะ คำประพันธ์ในกาพย์เรื่องพระไชย สุริยา ๑ ๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ ๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๔๘ ๖ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ อ่านวิเคราะห์ กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา (๑) ๑ ๗ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๔๙ ๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ อ่านวิเคราะห์ กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา (๒) ๑ ๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๒ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓
หน่วยการ เรียนรู้ แผน ที่ วัน/เดือน/ปี ห้อง สาระการเรียนรู้ เวลา/ ชั่วโมง หมาย เหตุ ๕๐ ๑๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ การวิเคราะห์ด้านเนื้อหาในกาพย์ เรื่องพระไชยสุริยา ๑ ๑๒ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๕๑ ๑๓ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ การวิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์ใน กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา ๑ ๑๔ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๑๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๕๒ ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ คำศัพท์น่ารู้ (กาพย์เรื่องพระไชย สุริยา) ๑ ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๑๙ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๒๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๕๓ ๑๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ หลักการเขียนโครงงาน ๑ ๒๒ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ ๒๖ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๒๘ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๕๔ ๒๐ ก.ย. ๒๕๖๖ ๕ การเขียนโครงงาน ๑ ๒๑ ก.ย. ๒๕๖๖ ๗ ๒๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๖ ๒๕ ก.ย. ๒๕๖๖ ๓ สอบปลายภาค ๓ รวมตลอดภาคเรียน ๖๐
1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงโลกนิติ เวลาเรียน ๑๔ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๑๘ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันอังคาร ที่ ๑๘ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๗ วันพุธที่ ที่ ๑๙ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐-๕๕ น. ห้อง ๑/๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๒. นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ ถือเป็นทักษะสำคัญที่คนใช้อ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะการอ่าน จับใจความสำคัญเป็นพื้นฐานที่จำเป็นในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชำนาญจนสามารถ จับใจความสำคัญในงานเขียนทุกประเภท การอ่านที่ดีจะต้องสามารถจับใจความและเก็บเฉพาะใจความสำคัญ ของเรื่องจากการอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่เพียงย่อ ๆ แต่ได้ใจความสมบูรณ์และสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. ความหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ ๒. หลักการอ่านจับใจความสำคัญ ๓. การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร
2 ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๑. ใบงาน การอ่านจับใจความสำคัญ ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนรับเอกสารบทอ่านสั้น ๆ เรื่อง เตารีด จากครู ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอ่านบทอ่าน เรื่อง เตารีด แล้วตั้งคำถามพร้อมช่วยกันเฉลยคำตอบ เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน โดยจะมีคำถาม ดังนี้ เตารีดไหม้เป็นปัญหาที่พบบ่อย ๆ ซึ่งเมื่อนำมารีดผ้าจะทำให้ฝืดรีดไม่คล่อง และที่พื้นเตารีด ก็จะมีรอยไหม้ดำติดอยู่ วิธีการแก้ไขก็คือการใช้ยาสีฟันป้ายที่รอยไหม้ของเตารีดแล้วใช้เศษผ้าถูแรง ๆ ให้ทั่ว รอยไหม้ก็จะหายไป และนำผ้าชุบน้ำทำความสะอาดอีกครั้ง เตารีดก็จะใช้ได้ดีตามปกติ ใคร = เตารีด ทำอะไร = มีรอยไหม้ เมื่อไร = ที่พื้นเตารีด อย่างไร = ใช้ยาสีฟันป้ายที่รอยไหม้ของเตารีดแล้วใช้เศษผ้าถูแรง ๆ ให้ทั่ว และนำผ้าชุบน้ำ ทำความสะอาด ผลเป็นอย่างไร = รอยไหม้ก็จะหายไป ใจความสำคัญของเรื่อง คือ เตารีดมีรอยไหม้ที่พื้นเตารีด ใช้ยาสีฟันป้ายที่รอยไหม้ของเตารีดแล้วใช้เศษผ้าถู แรง ๆ ให้ทั่ว และนำผ้าชุบน้ำทำความสะอาด รอยไหม้ก็จะหายไป ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเตารีด ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด ใจความสำคัญ หมายถึง ใจความที่สำคัญ และเด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่ สามารถครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่น ๆ ในย่อหน้านั้นหรือประโยคที่สามารถเป็นหัวเรื่องของย่อหน้านั้น ได้ ซึ่งในแต่ละย่อหน้าจะมีประโยคในความสำคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค ใจความรอง หรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความ
3 ประโยคใจความสำคัญ เป็นใจความสนับสนุนใจความสำคัญให้ชัดเจนขึ้น อาจเป็นการอธิบายให้รายละเอียด ให้คำจำกัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงหลักการอ่านจับใจความสำคัญ หลักการจับใจความสำคัญ ๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน ๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ๔. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความ สละสลวย ๘.๒.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายถึงวิธีการอ่านจับใจความสำคัญ ๑. พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำนวนโวหาร อุปมาอุปไมย(การ เปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคำถามหรือคำพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยายใจความสำคัญ ๓. สรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของตนเอง การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญใจ ความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้ ๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า ๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า ๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า ๔. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า ๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า (ในกรณีใจความสำคัญหรือความคิดสำคัญอาจ อยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดยไม่มีความคิดที่เป็นประโยคหลัก) ๘.๒.๔ นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กันแล้วให้สรุปเรื่องการจับ ใจความสำคัญเป็น Mind map และให้สรุปใจความสำคัญเรื่อง ค้างคาว เสร็จแล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด ความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้ ๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า ๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า ๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า ๔. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า
4 ๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงาน การอ่านจับใจความสำคัญ ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบงาน การอ่านจับใจความสำคัญ - Power point การอ่านจับใจความสำคัญ ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - สมุดจดบันทึก - กระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ - ปากกาไวท์บอร์ด - สีตกแต่งงาน ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - ห้องสมุด - อินเทอร์เน็ต - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. ๒๕๕๑) ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการจับ ใจความสำคัญจากเรื่องที่ อ่านได้ ๑. นักเรียนอธิบาย หลักการจับใจความ สำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๑. การถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกมกิจกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถจับ ใจความสำคัญจากเรื่องที่ อ่านได้ ๒. นักเรียนจับใจความ สำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๓. ใบงาน การอ่านจับ ใจความสำคัญ ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
5 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
6 ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐
7 ๑๒๓๔๕๖๗๘๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐-๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕
8 ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
9 การอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด ใจความสำคัญ หมายถึง ใจความที่สำคัญ และเด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถ ครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่น ๆ ในย่อหน้านั้นหรือประโยคที่สามารถเป็นหัวเรื่องของย่อหน้านั้นได้ ซึ่งใน แต่ละย่อหน้าจะมีประโยคในความสำคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค ใจความรอง หรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความประโยค ใจความสำคัญ เป็นใจความสนับสนุนใจความสำคัญให้ชัดเจนขึ้น อาจเป็นการอธิบายให้รายละเอียด ให้คำ จำกัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน หลักการจับใจความสำคัญ ๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน ๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ๔. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความ สละสลวย วิธีการอ่านจับใจความสำคัญ ๑. พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำนวนโวหาร อุปมาอุปไมย(การ เปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคำถามหรือคำพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยายใจความสำคัญ ๓. สรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของตนเอง การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญใจ ความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้ ๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า ๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า ๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า ๔. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า ๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า (ในกรณีใจความสำคัญหรือความคิดสำคัญอาจ อยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดยไม่มีความคิดที่เป็นประโยคหลัก) ใบความรู้ การอ่านจับใจความสำคัญ
10 ค้างคาวเป็นสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน มันสามารถบินผาดโผนฉวัดเฉวียนไปมาโดยไม่ต้องพึ่ง สายตา มันอาศัยเสียงสะท้อนกลับของตัวมันเอง โดยค้างคาวจะส่งคลื่นสัญญาณพิเศษซึ่งสั้นและรวดเร็ว เมื่อสัญญาณไปกระทบสิ่งกีดขวางด้านหน้าก็จะสะท้อนกลับเข้ามา ทำให้รู้ว่ามีอะไรอยู่ด้านหน้า มันจะบินหลบ เลี่ยงได้ แม้แต่สายโทรศัพท์ที่ระโยงรยางค์เป็นเส้นเล็ก ๆ คลื่นเสียงก็จะไปกระทบแล้วสะท้อนกลับเข้าหูของมัน ได้ ไม่มีสัตว์ชนิดไหนที่จะสามารถรับคลื่นสะท้อนกลับไปได้ในระยะใกล้ แต่ค้างคาวทำได้และบินวนกลับได้ ทันท่วงที สามารถจับใจความสำคัญได้ดังนี้ ใคร = ............................................................................................................................. ...................... ทำอะไร = ............................................................................................................................. ............... เมื่อไร = ...................................................................................................... ......................................... อย่างไร = ............................................................................................................................. ................ ผลเป็นอย่างไร = ............................................................................................... ................................... ใจความสำคัญของเรื่อง คือ ................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. เรื่องสั้น ค้างคาว
11 ใบงานที่ ๒.๑๐ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์ หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา ที่มา: (โคลงโลกนิติ : กรมพระยาเดชาดิศร) คำชี้แจง: ให้นักเรียนสรุปใจความสำคัญให้ถูกต้อง ลูกแกะหลงฝูงกับหมาป่า ลูกแกะตัวหนึ่งหลงฝูงวิ่งเตลิดไปพบกับหมาป่า ขณะกำลังจะถูกจับกินลูกแกะเห็นจวน ตัวไม่มีทางหนีพ้น จึงแข็งใจยืนเผชิญหน้า พร้อมออกอุบายว่า “ไหน ๆ ข้าก็จะต้องกลายเป็นอาหาร ของท่านอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้แล้ว ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงปี่ และเต้นรำเป็นครั้งสุดท้าย ขอ ท่านช่วยอนุเคราะห์ด้วยเถิด” หมาป่านึกสนุกจึงเป่าปี่ด้วยทำนองเร้าใจ หมาเฝ้าฝูงแกะตัวหนึ่งวิ่งมา ตามเสียง ครั้นเห็นลูกแกะกำลัง ตกอยู่ในอันตรายจึงเห่าเรียกพรรคพวกของมัน ด้วยเหตุนี้หมาป่าต้อง รีบทิ้งปี่วิ่งหนีไปด้วยความเสียดาย ที่มา: http://www.nitarn.com/index.php/นิทานอีสป-12.html
12 เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์ หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา ที่มา: (โคลงโลกนิติ : กรมพระยาเดชาดิศร) เฉลย ใบงานที่ ๒.๑๐ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ คำชี้แจง: ให้นักเรียนสรุปใจความสำคัญให้ถูกต้อง ลูกแกะหลงฝูงกับหมาป่า ลูกแกะตัวหนึ่งหลงฝูงวิ่งเตลิดไปพบกับหมาป่า ขณะกำลังจะถูกจับกินลูกแกะเห็นจวน ตัวไม่มีทางหนีพ้น จึงแข็งใจยืนเผชิญหน้า พร้อมออกอุบายว่า “ไหน ๆ ข้าก็จะต้องกลายเป็นอาหาร ของท่านอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้แล้ว ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงปี่ และเต้นรำเป็นครั้งสุดท้าย ขอ ท่านช่วยอนุเคราะห์ด้วยเถิด” หมาป่านึกสนุกจึงเป่าปี่ด้วยทำนองเร้าใจ หมาเฝ้าฝูงแกะตัวหนึ่งวิ่งมา ตามเสียง ครั้นเห็นลูกแกะกำลัง ตกอยู่ในอันตรายจึงเห่าเรียกพรรคพวกของมัน ด้วยเหตุนี้หมาป่าต้อง รีบทิ้งปี่วิ่งหนีไปด้วยความเสียดาย ที่มา: http://www.nitarn.com/index.php/นิทานอีสป-12.html ตอบ ลูกแกะตัวหนึ่งหลงฝูงวิ่งเตลิดไปพบหมาป่า ลูกแกะออกอุบายว่า ก่อนตายอยากฟังเสียงปี่และเต้นรำก่อน หมาป่าหลงกลจึงเป่าปี่ให้ฟังหมาเฝ้าฝูงแกะได้ยินจึงวิ่งตามหาเสียงแล้วเห่าเรียกพรรคพวกของมันมาช่วย ลูกแกะ จากนั้น หมาป่าจึงรีบทิ้งปี่แล้ววิ่งหนีไป ตอบ เมื่อมีทรัพย์สินมากมายก็จะมีเพื่อนฝูงเยอะ เมื่อทรัพย์สินหมดเพื่อนฝูงก็จะจากไปด้วย แต่เพื่อนตายคือ เพื่อนแท้ที่ยอมตายแทนกันได้และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลเมื่อเพื่อนตกยาก
13 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงโลกนิติ เวลาเรียน ๑๔ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๕๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ท ๔.๑ ม.๑/๓ ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ท ๔.๑ ม.๑/๖ ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูง โน้มน้าวใจ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๒. นักเรียนสามารถระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากข่าวที่อ่านได้ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ ข่าวเป็นการรายงานเรื่องราวหรือหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยรายละเอียด ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคิดเห็นของบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทำให้เกิด ความสำคัญและสนใจในขณะนั้น ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และมีการนำเสนออย่างกว้างขวางรวมทั้งมี ผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากจึงต้องอาศัยทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ เพราะผู้เขียนจะเขียนข้อคิดเห็น และข้อเท็จจริง ไว้ในเนื้อหาของข่าว ดังนั้นเมื่อผู้อ่านมีทักษะในการอ่านจับใจความสำคัญจะสามารถเข้าใจ เนื้อหาของข่าวได้ดียิ่งขึ้น ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว
14 ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๑. ใบงาน แบบบันทึกการอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับข่าวโดย ครูถาม นักเรียนว่า ข่าวส่วนใหญ่ที่นักเรียนสนใจอ่านคือข่าวเกี่ยวกับอะไร นักเรียนชอบอ่านข่าวประเภทใด ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับข่าว ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายทบทวนเกี่ยวกับหลักการจับใจความสำคัญจากชั่วโมงที่แล้ว ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายทบทวนเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ และการแยก ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากข่าว ข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็น ข้อเท็จจริง หมายถึง ข้อความที่แสดงเรื่องราวเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ ข้อมูล และสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นจริงตามธรรมชาติสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้และมีหลักฐานสนับสนุนยืนยัน ข้อมูลสนับสนุน หมายถึง ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนข้อสรุป ข้อวินิจฉัย ข้อตัดสินใจ ประกอบ ข้อมูลงานเขียนเพื่อให้ข้อมูลมีความหนักแน่นและน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือการ คำนวณได้ ข้อคิดเห็น หมายถึง ข้อความที่แสดงความรู้สึก ความเชื่อ ความคิดเห็นหรือการคาดคะเนของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงชนิดและประเภทของข่าว ประเภทของข่าวโดยทั่วไป แบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ ๑. ข่าวหนัก ( Hard news) คือ ข่าวที่มีเนื้อหาสาระหนักสมองและมีความสำคัญ เกี่ยวข้องกับ คนส่วนใหญ่เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจและสังคม ข่าวการศึกษา
15 ๒. ข่าวเบา (soft news) คือ ข่าวที่มีเนื้อหาสาระเบาสมอง มุ่งให้ความตื่นเต้น เพลิดเพลิน ผู้อ่านมากกว่าอย่างอื่น เช่น ข่าวอาชญากรรม ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ฯลฯ ชนิดของข่าว kind ( of news) ข่าวที่นำเสนอในหนังสือพิมพ์สามารถแบ่งได้ดังนี้ ๑. ข่าวอาชญากรรม ๒. ข่าวการเมือง ๓. ข่าวศาล ๔. ข่าวอุบัติเหตุเพลิงไหม้และภัยพิบัติ ๕. ข่าวการประชุม ๖. ข่าวปาฐกถา ๗. ข่าวเศรษฐกิจ ๘. ข่าวการศึกษาและวิทยาศาสตร์ ๙. ข่าวสังคม ๑๐. ข่าวบันเทิง ๑๑. ข่าวสตรี ๑๒. ข่าวกีฬา หลักการอ่านจับใจความจากข่าว แนวทางการอ่านจับใจความข่าวอย่างมีประสิทธิภาพจึงควร พิจารณาตามลำดับดังนี้ ๑. พาดหัวข่าว เป็นจุดบอกใจความสำคัญที่สุดของข่าวได้ชัดเจนและรวดเร็วที่สุด เพราะประมวล หัวใจของข่าวทั้งหมดมาเสนอไว้อย่างสั้นๆ ๒. ความนำหรือวรรคนำเป็นส่วนต่อเนื่องจากพาดหัวข่าว ในกรณีที่เป็นการเขียนข่าว พีระมิดหัวกลับ ความนำหรือวรรคนำจะเป็นการสรุปใจความสำคัญของข่าวทั้งหมดไว้อย่างสั้น ชัดเจนที่สุด ๓. เนื้อข่าว นับเป็นรายละเอียดที่ขยายใจความสำคัญของข่าวเท่านั้น ในกรณีที่เป็นเขียนข่าวแบบ พีระมิดหัวกลับ เนื้อข่าวมักเรียงลำดับจากเหตุการณ์สำคัญมากไปยังเหตุการณ์สำคัญที่สุด แม้จะมีขนาดยาว มากแต่ถ้าต้องการเพียงใจความสำคัญของข่าวโดยไม่สนใจรายละเอียดมากนัก จับใจความข่าวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ๘.๒.๓ นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม โดยจะให้แต่ละกลุ่มสืบค้นข่าวเกี่ยวกับเรื่อง อะไรก็ได้ กลุ่มละ ๑ เรื่อง และให้จับใจความสำคัญของข่าวที่นำมา เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนออกมานำเสนอ หน้าชั้นเรียน ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ ข้อเท็จจริง หมายถึง ข้อความที่แสดงเรื่องราวเหตุการณ์ ที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้
16 ข้อมูลสนับสนุน หมายถึง ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนข้อสรุป อีกทั้งยังใช้เป็นหลักอนุมานหาความ จริงหรือการคำนวณได้ ข้อคิดเห็น หมายถึง ข้อความที่แสดงความรู้สึก ความเชื่อ ความคิดเห็นหรือการคาดคะเนของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลักการอ่านจับใจความจากข่าว ควรพิจารณาตามลำดับดังนี้ ๑. พาดหัวข่าว ๒. ความนำหรือวรรคนำเป็นส่วนต่อเนื่องจากพาดหัวข่าว ๓. เนื้อข่าว ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงาน การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบงาน การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว - Power point การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - สมุดจดบันทึก - กระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ - ปากกาไวท์บอร์ด - สีตกแต่งงาน ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - ห้องสมุด -อินเทอร์เน็ต - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. ๒๕๕๑)
17 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการจับ ใจความสำคัญจากเรื่องที่ อ่านได้ ๑. นักเรียนอธิบาย หลักการจับใจความ สำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๑. การถามตอบในชั้นเรียน ๒.เกมกิจกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถระบุ เหตุและผล และ ข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น จากข่าวที่อ่านได้ ๒. นักเรียนระบุเหตุและ ผล และข้อเท็จจริงกับ ข้อคิดเห็นจากข่าวที่อ่าน ได้ ๓.ใบงาน การอ่านจับ ใจความสำคัญ จากข่าว ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
18 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
19 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
20 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖
21 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
22 การอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด ใจความสำคัญ หมายถึง ใจความที่สำคัญ และเด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถ ครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่น ๆ ในย่อหน้านั้นหรือประโยคที่สามารถเป็นหัวเรื่องของย่อหน้านั้นได้ ซึ่งใน แต่ละย่อหน้าจะมีประโยคในความสำคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค ใจความรอง หรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความประโยค ใจความสำคัญ เป็นใจความสนับสนุนใจความสำคัญให้ชัดเจนขึ้น อาจเป็นการอธิบายให้รายละเอียด ให้คำ จำกัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน หลักการจับใจความสำคัญ ๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน ๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ๔. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความ สละสลวย วิธีการอ่านจับใจความสำคัญ ๑. พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำนวนโวหาร อุปมาอุปไมย(การ เปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคำถามหรือคำพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยายใจความสำคัญ ๓. สรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของตนเอง การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญใจ ความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้ ๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า ๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า ๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า ๔. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า ๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า (ในกรณีใจความสำคัญหรือความคิดสำคัญอาจ อยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดยไม่มีความคิดที่เป็นประโยคหลัก) ข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็น ๑. ข้อเท็จจริง หมายถึง ข้อความที่แสดงเรื่องราวเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ ข้อมูล และสิ่งต่าง ๆ ที่เป็น จริงตามธรรมชาติสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้และมีหลักฐานสนับสนุนยืนยัน ใบความรู้ การอ่านจับใจความสำคัญ
23 ตัวอย่างของข้อความที่เป็นข้อเท็จจริง ๑. สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ๒. ต้มยำกุ้งเป็นอาหารประจำชาติไทย ๓. ผักและผลไม้เป็นแหล่งอุดมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ๒. ข้อมูลสนับสนุน หมายถึง ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนข้อสรุป ข้อวินิจฉัย ข้อตัดสินใจ ประกอบข้อมูล งานเขียนเพื่อให้ข้อมูลมีความหนักแน่นและน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือการคำนวณ ได้ ตัวอย่างของข้อความที่เป็นข้อมูลสนับสนุน ๑. สมชายขยันและอดออมจึงทำให้มั่งมีมากขึ้น ๒. สาเหตุหนึ่งของการเกิดน้ำท่วมเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ๓. ภูมิขยันอ่านหนังสือ เขาจึงสอบได้ที่ ๑ ๓. ข้อคิดเห็น หมายถึง ข้อความที่แสดงความรู้สึก ความเชื่อ ความคิดเห็นหรือการคาดคะเนของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างของข้อความที่เป็นข้อคิดเห็น ๑. ผู้หญิงที่เดินอยู่บนพรมแดงแต่งกายทันสมัยและสวยงามมาก ๒. การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าน่าจะเร็วที่สุดในวันที่การจราจรติดขัด ๓. รายการโทรทัศน์ช่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับข่าวและการอ่านจับใจความจากข่าว สาระสำคัญข่าว (New) คือการรายงานเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดย รายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคิดเห็นของบุคคลสำคัญ ซึ่งเราเป็น ประชาชนให้ ความสำคัญและสนใจในขณะนั้น ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และมีการนำเสนออย่างกว้างขวางรวมทั้งมี ผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ประเภทของข่าว ประเภทของข่าวโดยทั่วไป แบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ ๑. ข่าวหนัก ( Hard news) คือ ข่าวที่มีเนื้อหาสาระหนักสมองและมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับ คนส่วนใหญ่ เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจและสังคม ข่าวการศึกษา ข่าวแรงงานจะพบได้มากใน หนังสือพิมพ์เฉพาะด้าน เช่น หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์การเมือง ๒. ข่าวเบา (soft news) คือ ข่าวที่มีเนื้อหาสาระเบาสมอง มุ่งให้ความตื่นเต้น เพลิดเพลิน ผู้อ่าน มากกว่าอย่างอื่น แม้จะมีความสำคัญและผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ แต่ชาวบ้านทั่วไป จะให้ความ สนใจมากกว่า เช่น ข่าวอาชญากรรม ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ฯลฯ จะพบได้มากในหนังสือพิมพ์ที่มุ่งปริมาณหรือ ประชานิยม ส่วนประกอบของข่าว ส่วนประกอบหรือโครงสร้างของข่าวโดยทั่วไป แบ่งออกได้ ๓ ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้
24 ๑. พาดหัวข่าว(Headline) เป็นจุดดึงดูดความสนใจและบอกให้ผู้อ่านรู้ว่าประเด็นสำคัญ ของ ข่าวนั้นคืออะไร ข่าวที่หนังสือพิมพ์เห็นว่าสำคัญจะพาดหัวข่าวด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ความสำคัญน้อย จึง เท่ากับเป็นการจัดลำดับความสำคัญของข่าวในหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ ต่อการเลือกอ่านด้วย และสำหรับข่าวที่ มีความสำคัญมากไม่สามารถเก็บใจความสำคัญไว้ พาดหัวข่าวได้เพียงพอ อาจมีการ“พาดหัวข่าวรอง” เพิ่มเติม ไว้อีกส่วนหนึ่ง โดยมีใจความที่ขยายให้ ชัดเจนขึ้นและเลือกใช้ขนาดตัวอักษรที่เล็กหลั่นลงไป ๒. ความนำหรือวรรคนำ (Lead) เป็นส่วนที่อยู่ต่อเนื่องจากพาดหัวข่าวและพาดหัวข่าวรอง โดยผู้เขียนข่าวจะจับประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ทั้งหมดมารายงานให้ผู้อ่านรับรู้ทันที่มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แม้ การเขียนความนำสามารถทำได้หลายแบบ แต่ที่นิยมกันมากและเป็นการเขียนข่าวทั่วไป ได้แก่ แบบสรุปความ ซึ่งได้แก่ การบอกให้ทราบว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร ๓. เนื้อข่าว (Body) เป็นรายละเอียดของเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีรูปแบบการ นำเสนอได้หลาย อย่างเช่น เรียงลำดับตามความสำคัญของเหตุการณ์ หรือเรียงลำดับตามระยะเวลาเกิด เหตุการณ์เป็นต้นแต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ การรายงานข่าวโดยเรียงลำดับตามเหตุ สำคัญมากไปยัง เหตุการณ์สำคัญน้อย เพื่อให้ผู้อ่านจับสาระสำคัญของข่าวได้รวดเร็วที่สุดอ่านน้อยที่สุด ความหมายของข่าว ข่าว คือการรายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคิดเห็นของบุคคลสำคัญ เป็น เรื่องราวที่น่าสนใจ ประชาชนให้ความสำคัญและสนใจ รวมทั้งมีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก องค์ประกอบของข่าว ในแต่ละวันมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายหนังสือพิมพ์จึงต้องพิจารณาเพื่อคัดเลือกเหตุการณ์ที่ ควรจะเป็นข่าวแล้วจึงรายงานเหตุการณ์นั้นไปให้ผู้อ่านองค์ประกอบที่สำคัญของ เหตุการณ์ที่จะเป็นข่าวมีดังนี้ ๑. ความสดใหม่ (Timeliness) หรือความรวดเร็ว (Immediacy)เหตุการณ์หรือเรื่องราวนั้น ๆเพิ่งจะเกิดขึ้น สดๆ ร้อนๆ หรือเพิ่งจะค้นพบแล้วมีการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรวดเร็วทันทีทันใด ข้อมูลยิ่งสดใหม่ และรวดเร็วก็ยิ่งจะเป็นที่สนใจของประชาชน ๒. ปุถุชนสนใจ (Human Interest) เหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ผู้รับทราบ เกิดความสนใจอย่าง มาก จนเกิดความสะเทือนอารมณ์ อ่อนไหว รู้สึกไปตาม เหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น กระทั่งเกิดความรู้สึก ร่วมกับบุคคลที่ประสบกับเหตุการณ์นั้น ๆ ไปด้วย เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีคุณค่าของความเป็นข่าวสูง ๓. ความใกล้ชิด(Proximity of Nearness) เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ข้อมูลข่าวสาร กับผู้ที่รับรู้เรื่องราวไม่ ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางร่างกายหรือจิตใจ ผู้คนมักสนใจเรื่องราวใกล้ตัวหรือมีผลกระทบ ต่อตนเอง ครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนฝูง อันจะสามารถ ส่งผลกระทบต่อตัวของผู้รับรู้เรื่องราวได้ ๔. ความมีชื่อเสียงหรือความสำคัญ (Prominence) บุคคลที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ หรือเรื่องราวนั้นมี ชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงในด้านตำแหน่งหน้าที่ การงาน เช่นนายกรัฐมนตรี นักร้อง นักแสดง หรือผู้มี ชื่อเสียงในด้านฐานะทางสังคม เช่น นางสาวไทย นักกีฬาที่ได้รับเหรียญทอง เป็นต้น หรือชื่อเสียงหรือชื่อเสียง ในด้านฐานะทางเศรษฐกิจ มีความมั่งคั่งเป็นพิเศษ องค์ประกอบนี้ ยังรวมถึง ความมีชื่อเสียงหรือความสำคัญ
25 ของสถานที่สำคัญๆ เช่น สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ การเมือง ศาสนา ตลอดจนวัตถุสิ่งของอันล้ำค่า และ เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เป็นต้น ๕. ผลกระทบกระเทือน (Consequence) เหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น นั้นมีผลกระทบ ต่อชีวิตความ เป็นอยู่ ของบุคคลมากน้อยเพียงใด ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน ชื่อเสียง สถานภาพทางสังคม และความรู้สึกมากน้อยเพียงใด เหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อคนในวงกว้าง ย่อมได้รับความสนใจสูง และคุณค่า ของของข่าวจะมีมากตามไปด้วย เช่นข่าวภัยพิบัติต่าง ๆ การลดหย่อนภาษีการขึ้นค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น ๖. ความขัดแย้ง(Conflict) เรื่องราวนั้นแสดงถึงความขัดแย้งในความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์ ไม่ว่าจะ เป็นในครอบครัวขนาดเล็ก หรือระหว่างประเทศ ทั้งความขัดแย้ง ทางร่างกายและจิตใจหรือความคิด และ ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น ตามมาการหย่าร้างหรือการชุมนุมประท้วงจนถึงขั้นนองเลือด ขัดแย้งทางกายส่วน ใหญ่จะเป็นที่สนใจ มากกว่าเพราะเห็นได้ชัดแจ้งกว่า ๗. ความมีเงื่อนงำ (Suspense) เหตุการณ์นั้น ๆ เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ยุติ เพราะมีเบื้องหลัง ที่ซับซ้อน หรือมีความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างแจ่มชัด เช่น คดีฆาตกรรมปริศนา เป็นต้น ๘. ความแปลกประหลาด (Oddity or Unusualness) เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นโดยผิดปกติวิสัย เป็นสิ่งแปลก ประหลาด ที่ผู้คนไม่เคยพบเห็นมาก่อนการคลอดลูกแฝดจำนวนมาก หรืออิทธิปาฏิหาริย์เป็นต่าง ๆ เป็นต้น ๙. องค์ประกอบทางเพศ (Sex) หมายถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง เพศชาย หรือผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ มักจะเป็นข่าวเสมอ ๑๐. ความก้าวหน้า (Progress) เรื่องราวที่เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิชาการ โดยเฉพาะที่ เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ ตลอดจนความก้าวหน้าของบุคคลที่ประสบุ ความสำเร็จอย่างสูง ในชีวิตทำให้คนทั่วไป สนใจใคร่รู้เหตุการณ์เรื่องราวที่จะเป็นข่าวไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบทั้งหมด แต่ต้องมีปัจจัยเรื่อง “ความสด ใหม่” และ “ความรวดเร็ว” เหตุการณ์หรือเรื่องราวนั้น ๆก็กลายเป็นข่าวได้ การคัดเลือกตีพิมพ์ข่าว ของ หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับนั้น ๆ มี ประกอบอยู่ด้วย ชนิดของข่าวkind ( of news) ข่าวที่นำเสนอในหนังสือพิมพ์สามารถแบ่งได้ดังนี้ ๑. ข่าวอาชญากรรม เป็นข่าวที่เกี่ยวกับการฆาตกรรม การปล้นจี้ การลักพาเพื่อเรียกค่าไถ่ การปลอม แปลงและการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น ข่าวอาชญากรรมมักจะสะท้อนให้เห็น สภาพของ สังคมในแต่ละ ยุคสมัย ซึ่งมีผลดีต่อ สาธารณชนในการได้รู้วิธีการป้องกันอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น กับตัวเองได้วันใดวัน หนึ่ง แต่ในบางครั้งก็เป็นผลเสียในแง่ของการชี้ช่องทางให้เกิดการเลียนแบบในการประกอบอาชญากรรมขึ้นมา ได้ ๒. ข่าวการเมือง เป็นข่าวที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง พรรคการเมือง การเลือกตั้ง การ บริหารงานของรัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล ฯลฯ ข่าวการเมืองมักจะสะท้อนให้เห็นถึงสภาพ การเมืองและการปกครองแต่ละยุคสมัย ได้เช่นเดียวกัน ๓.๓ ข่าวศาล เป็นข่าวเกี่ยวกับการพิพากษาคดีของศาลทั่วประเทศ เพื่อจะขจัดความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น ในสังคมและเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน ที่มีข้อพิพาทกันในทางแพ่งและทางอาญา
26 ๓.๔ ข่าวอุบัติเหตุเพลิงไหม้และภัยพิบัติ เป็นข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านทราบ ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากอะไร ใครได้รับอุบัติเหตุจากครั้งนี้บ้าง ทำไมเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งนี้เพื่อชี้นำให้ประชาชนได้ ตระหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น ๓.๕ ข่าวการประชุม เป็นข่าวที่เกี่ยวกับการประชุมครั้งสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับสาธารณชน หรือ กระทบต่อประโยชน์ของสาธารณชน ๓.๖ ข่าวปาฐกถา เป็นข่าวเกี่ยวกับการปาฐกถาหรือการพูดในที่ชุมชนของบุคคลสำคัญ หรือ บุคคล ที่ มีชื่อเสียง ๓.๗ ข่าวเศรษฐกิจ เป็นการรายงานข่าวที่เกี่ยวกับภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ เช่น สินค้าขึ้นราคา ภาวะเงินเฟ้อ ภาวการณ์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ ๓.๘ ข่าวการศึกษาและวิทยาศาสตร์ เป็นการรายงานข่าวเกี่ยวกับแวดวงการศึกษาทั้งในด้านการ จัดการระบบการศึกษา ของภาครัฐบาลและภาคเอกชน ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่ง สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ ในการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ๓.๙ ข่าวสังคม เป็นการรายงานข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบุคคล ในสังคม เพื่อให้ผู้อ่านได้ ทราบในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นกิจกรรมทางสังคม ๓.๑๐ ข่าวบันเทิง เป็นการรายงานข่าวเกี่ยวกับดาราภาพยนตร์ นักร้อง นักแสดง ซึ่งมุ่งให้ผู้อ่าน ทราบ ความเคลื่อนไหวของวงการบันเทิง และให้ผู้อ่านได้ ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ๓.๑๑ ข่าวสตรี เป็นการรายงานข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมของสตรีและแฟชั่นโดยมุ่งที่จะ ให้ผู้อ่าน ทราบ ได้ถึงบทบาทของสตรี ตลอดจนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เป็นต้น ๓.๑๒ ข่าวกีฬา เป็นการายงานเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ ซึ่งอาจจะให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน ล่วงหน้า การแข่งขัน ตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ หลังจากการแข่งขันแล้วหลักการอ่านจับใจความจากข่าวการ รายงานข่าวโดยทั่วไป มุ่งเสนอสาระสำคัญอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้อ่านจับใจความสำคัญได้รวดเร็วที่สุด โครงสร้างและรูปแบบของการเขียนข่าวจะมีส่วนชี้แนะการจับใจความให้ถูกต้อง รวดเร็วได้มาก แนวทางการอ่านจับใจความข่าวอย่างมีประสิทธิภาพจึงควรพิจารณาตามลำดับดังนี้ ๑. พาดหัวข่าว เป็นจุดบอกใจความสำคัญที่สุดของข่าวได้ชัดเจนและรวดเร็วที่สุด เพราะ ประมวลหัวใจของข่าวทั้งหมดมาเสนอไว้อย่างสั้นๆ เป็นอันดับแรกหากได้ใจความสำคัญชัด เพียงพอแก้ความ ต้องการแล้ว ไม่ต้องอ่านส่วนอื่นอีกก็ได้ชัดเจนหรือต้องการรายละเอียดแต่ถ้ายังไม่ชัด เพิ่มเติมก็พิจารณาที่พาด หัวข่าวรองและส่วนประกอบอื่นต่อไป ๒. ความนำหรือวรรคนำเป็นส่วนต่อเนื่องจากพาดหัวข่าว ในกรณีที่เป็นการเขียนข่าว พีระมิด หัวกลับความนำหรือวรรคนำจะเป็นการสรุปใจความสำคัญของข่าวทั้งหมดไว้อย่างสั้น ชัดเจนที่สุด ฉะนั้นถ้ามี เวลาในการอ่านข่าวน้อยหรือไม่ต้องการรายละเอียดของข่าว เพียงการพาดหัวข่าวและความนำหรือวรรคนำก็ สามารถจับใจความสำคัญของข่าวได้แล้ว แต่ในกรณีที่ รูปแบบการเขียนข่าวแบบพีระมิดหัวตั้งซึ่งไม่ค่อยนิยม ใช้กันมากนักความนำหรือวรรคนำจุดใจความสำคัญแต่อย่างใด
27 ๓. เนื้อข่าว นับเป็นรายละเอียดที่ขยายใจความสำคัญของข่าวเท่านั้น ในกรณีที่เป็นเขียนข่าว แบบพีระมิดหัวกลับ เนื้อข่าวมักเรียงลำดับจากเหตุการณ์สำคัญมากไปยังเหตุการณ์สำคัญที่สุด แม้จะมีขนาด ยาวมากแต่ถ้าต้องการเพียงใจความสำคัญของข่าวโดยไม่สนใจรายละเอียดมากนัก ไม่ต้องอ่านเนื้อข่าวเลยก็ได้ แต่ถ้าเป็นข่าวที่เขียนแบบพีระมิดหัวตั้ง ใจความสำคัญของท้ายสุด อาจต้องพิจารณาเนื้อข่าวในแต่ละตอน ประกอบด้วยอย่างไรก็ตามในบางครั้งการพาดหัวข่าว และการเขียนความนำหรือวรรคนำ มุ่งเรียกร้องความ สนใจของผู้อ่านมากเกินไป จนทำให้ประเด็น สำคัญของข่าวเบี่ยงเบนไปบ้าง หากได้ตรวจสอบจากเนื้อข่าว ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งจะทำให้จับใจความข่าวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
28 ใบงานที่ ๒.๑๑ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว คำชี้แจง: ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วเขียนสรุปใจความสำคัญ โดยตอบคำถามให้ถูกต้อง เรื่อง ไม่พบศิลปินดารามีโยงใยกับปุ๊กกี้แก๊งค้ายา สำหรับกระแสข่าวลือมีดาราดังเกี่ยวข้องกับคดีนี้ถึง ๔ รายนั้น มีรายงานว่า ขณะนี้ชุดทำงานยัง ไม่สามารถยืนยันข้อมูลจากคำพูดของคนในหมู่บ้านผู้ต้องหาได้ ที่ระบุเห็นดาราหลายคนแวะเวียนมาที่ บ้านผู้ต้องหาอดีตนักร้องคนดัง ยังต้องตรวจสอบข้อมูลอีกหลายด้าน ส่วนที่มีดาราเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น อาจจะเกิดจากขณะที่มีข่าวจับกุมได้มีแช็ตไลน์ในกลุ่มดาราเพื่อนสนิทเข้ามาถามว่า “ปุ๊กกี้” ถูกจับจริง หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยกับยาเสพติด สำหรับ “ปุ๊กกี้” ก่อนถูกจับคบหากับนายชลวิทย์ คีตะ ตระกูล มานานกว่า ๑๐ ปี ซึ่งนายชลวิทย์รู้จักชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก อาทิ ชาวไต้หวัน ชาวสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ายาเสพติด แต่นายชลวิทย์พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องจึงให้ “ปุ๊กกี้” เป็นผู้สื่อสารจนเจ้า ตัวเข้าร่วมค้ายาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ชุดสืบสวน บช.ปส.เตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาล ออกหมายจับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายนี้ซึ่งเป็นชาวไทยตามคำให้การของผู้ต้องหาทั้งคู่ ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ,(ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน),พาดหัวข่าว น.๑ ต่อ น.๑๕. ใคร............................................................................................................................. ........................................... ทำอะไร................................................................................................................................................................. ที่ไหน............................................................................................................................. ....................................... เมื่อไหร่............................................................................................................................. .................................... ทำไม..................................................................................................................................................................... อย่างไร............................................................................................................................. ..................................... ใจความสำคัญ คือ ............................................................................................................................. ................... ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ข้อเท็จจริง............................................................................................................................. .................. ข้อคิดเห็น..................................................................................................... ...........................................
29 ใบงานที่ ๒.๑๑ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ จากข่าว คำชี้แจง: ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วเขียนสรุปใจความสำคัญ โดยตอบคำถามให้ถูกต้อง เรื่อง ไม่พบศิลปินดารามีโยงใยกับปุ๊กกี้แก๊งค้ายา สำหรับกระแสข่าวลือมีดาราดังเกี่ยวข้องกับคดีนี้ถึง ๔ รายนั้น มีรายงานว่า ขณะนี้ชุดทำงานยัง ไม่สามารถยืนยันข้อมูลจากคำพูดของคนในหมู่บ้านผู้ต้องหาได้ ที่ระบุเห็นดาราหลายคนแวะเวียนมาที่ บ้านผู้ต้องหาอดีตนักร้องคนดัง ยังต้องตรวจสอบข้อมูลอีกหลายด้าน ส่วนที่มีดาราเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น อาจจะเกิดจากขณะที่มีข่าวจับกุมได้มีแช็ตไลน์ในกลุ่มดาราเพื่อนสนิทเข้ามาถามว่า “ปุ๊กกี้” ถูกจับจริง หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยกับยาเสพติด สำหรับ “ปุ๊กกี้” ก่อนถูกจับคบหากับนายชลวิทย์ คีตะ ตระกูล มานานกว่า ๑๐ ปี ซึ่งนายชลวิทย์รู้จักชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก อาทิ ชาวไต้หวัน ชาวสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ายาเสพติด แต่นายชลวิทย์พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องจึงให้ “ปุ๊กกี้” เป็นผู้สื่อสารจนเจ้า ตัวเข้าร่วมค้ายาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ชุดสืบสวน บช.ปส.เตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาล ออกหมายจับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายนี้ซึ่งเป็นชาวไทยตามคำให้การของผู้ต้องหาทั้งคู่ ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ,(ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน),พาดหัวข่าว น.๑ ต่อ น.๑๕. ใคร : ดารา ปุ๊กกี้ และชลวิทย์ ทำอะไร : คดีค้ายาของปุ๊กกี้และชลวิทย์ ที่ไหน : บ้านของผู้ค้ายาเสพติด เมื่อไหร่ : วันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ทำไม : ไม่พบดารามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาของปุ๊กกี้และชลวิทย์ อย่างไร : ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายนี้ ใจความสำคัญ คือ ไม่พบดารามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาของปุ๊กกี้และชลวิทย์ตำรวจเตรียมออกหมายจับ เครือข่ายการค้ายาเสพติด ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ข้อเท็จจริง : นายชลวิทย์รู้จักชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ายาเสพติด แต่นายชล วิทย์พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องจึงให้ “ปุ๊กกี้” เป็นผู้สื่อสารจนเจ้าตัวเข้าร่วมค้ายาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ ข้อคิดเห็น : เห็นดาราหลายคนแวะเวียนมาที่บ้านผู้ต้องหาอดีตนักร้องคนดัง ยังต้องตรวจสอบข้อมูล อีกหลายด้าน เฉลย
30 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงโลกนิติ เวลาเรียน ๑๔ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง มารยาทในการเขียน เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันศุกร์ ที่ ๒๑ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันจันทร์ ที่ ๒๔ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๒๔ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันจันทร์ ที่ ๒๔ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๕๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกมารยาทในการเขียนได้ ๒. นักเรียนสามารถปฏิบัติตนให้มีมารยาทในการเขียนได้ ๓. นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียน ๓. สาระสำคัญ งานเขียนที่ดีและมีคุณค่า เกิดจากองค์ประกอบหลายประการ การเขียนสื่อสารอย่างมีมารยาทก็เป็น ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมคุณค่าของงานเขียน ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทและส่งผลกระทบต่อ มนุษย์ในหลาย ๆ ด้าน ประเด็นที่เห็นได้ชัด คือ ความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล สิทธิเสรีภาพในการอ่าน การฟัง การดู การพูด และการเขียน ดังนั้น การเขียนสื่อสารอย่างมีมารยาทจึงควรคำนึงถึงการเขียนผ่าน Social Network ด้วย เพราะการสื่อสารอย่างมีมารยาทจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนเป็นผู้มีวัฒนธรรม หรือเป็น ผู้มีความเจริญในการสื่อสาร ๔. สาระการเรียนรู้ - มารยาทในการเขียน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร
31 ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - สมุดบันทึก ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กระบวนการสอน cippa model ๘.๑ ขั้นที่ ๑ การทบทวนความรู้เดิม ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการคัดลายมือที่ผ่านมา และการ เขียนงานส่งต่าง ๆ ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันตอบข้อซักถาม ทำไมเราจะต้องเรียนเรื่องมารายาทในการเขียน การเขียนที่ดีมีประโยชน์อย่างไร (คำตอบขึ้นอยู่กับดุลพินิจของครู) ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๒ การแสวงหาความรู้ใหม่ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเรื่อง มารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียน มารยาทในการเขียนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะลงมือเขียนเรื่องใด เนื่องจากงานเขียนอาจไปกระทบต่อบุคคลอื่น หรือส่งผลเสียต่อสังคมได้โดยไม่รู้ตัว ขั้นที่ ๓ การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล ครูอธิบายเกี่ยวกับมารยาทในการเขียนให้นักเรียนฟัง มีดังนี้ ๑. เขียนเฉพาะเรื่องที่ผู้เขียนถนัดและรู้จริง หรือเขียนเฉพาะเรื่องที่ค้นคว้าข้อมูลได้ครบถ้วนและถูกต้อง แล้วเท่านั้น ๒. เขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ ให้ความรู้ ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ทั้งบันเทิงคดีและสารคดี ๓. ไม่เขียนเพื่อมุ่งเน้นทำลายผู้อื่น หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ๔. ไม่เขียนด้วยอารมณ์หรืออคติที่ปราศจากเหตุผล ๕. ควรเขียนอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าของข้อมูลนั้น ๆ หลักการเขียน ในการฝึกเขียน เราต้องเข้าใจหลักการเขียนอันจะทำให้สามารถเขียนได้ดี และสื่อสารได้อย่าง มีประสิทธิผล ดังนี้ ๑. เลือกใช้คำที่สื่อความหมายได้แจ่มแจ้ง ชัดเจน ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด เหมาะสมกับระดับของ ผู้อ่าน และรูปแบบการเขียน
32 ๒. เขียนตัวอักษรให้ชัดเจน อ่านง่าย ขนาดตัวอักษรเหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ๓. อักขรวิธีถูกต้อง ได้แก่ การสะกดคำ การวางเครื่องหมายวรรคตอน สระ วรรณยุกต์ได้ถูก ตำแหน่ง ๔. ประโยคที่ใช้ต้องมีความกระชับ ชัดเจน ไม่คลุมเครือหรือเยิ่นเย้อ วกวน ๕. เว้นวรรคตอนได้ถูกต้อง เหมาะสม ๖. เมื่อจะต้องนำเสนอข้อคิดหรือขึ้นตอนใหม่ต้องย่อหน้าใหม่ให้สัมพันธ์กับย่อหน้าที่มีมาก่อน ขั้นที่ ๔ การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ๘.๒.๒ ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นสามกลุ่มเท่า ๆ กัน ให้นักเรียนช่วยกันสรุปเกี่ยวกับมารยาทในการเขียน ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ว่ามารยาทในการเขียนเป็นอย่างไรบ้าง ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ขั้นที่ ๕ การสรุปและจัดระเบียบความรู้ ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่ามารยาทในการเขียนมีอะไรบ้างและควรปฏิบัติอย่างไร ขั้นที่ ๖ การปฎิบัติ ครูให้นักเรียนแตละคนเขียนเรื่องราวที่ตนสนใจมาคนละ ๑ เรื่อง เรื่องอะไรก็ได้ จำกัดความยาวไม่เกิน ๑ หน้ากระดาษ ขั้นที่ ๗ ประยุกต์ใช้ความรู้ นักเรียนและครูประเมินการเขียนของแต่ละคน ทั้งการใช้ภาษา ลายมือ การเขียนเครื่องหมายต่าง ๆ และการรักษาความสะอาดของงานที่เขียน ๘.๓.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปมารยาทในการเขียนเพื่อเป็นการสรุปบทเรียน การเขียนเป็นการสื่อสารที่สำคัญซึ่งผู้เขียนจำเป็นต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์ วิธีการเขียนตลอดจน หลักการใช้ภาษา เพื่อเลือกสรรถ้อยคำภาษามาใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและสละสลวย นอกจากนี้ผู้เขียน ต้องฝึกฝนการเขียนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการเขียนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยทักษะการฝึกฝน ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - Power point มารยาทในการเขียน ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - กระดาษชาร์จ - ปากกาเมจิก ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - อินเทอร์เน็ต - ห้องสมุด
33 - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ภาษาไทยหลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๑ เล่ม ๑ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอก มารยาทในการเขียนได้ ๑. นักเรียนบอกมารยาท ในการเขียนได้ ๑. มารยาทในการเขียน ๒. กิจกรรมในชั้นเรียน การเขียนเรื่องที่ตนเองสนใจ นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ ปฏิบัติตนให้มีมารยาท ในการเขียนได้ ๒. นักเรียนปฏิบัติตนให้ มีมารยาทในการเขียนได้ ๓. แบบประเมินการเขียน ๓. นักเรียนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
34 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................... ...................
35 ................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................ .............................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................... ........................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................