The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 219 ธนาพร ศรีพละธรรม, 2024-01-21 22:12:15

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม ๑ เล่ม ๒

36 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖


37 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


38 แบบประเมินการเขียน ระดับคะแนน ประเด็นการประเมิน ๓ ๒ ๑ ๑.การสะกดคำศัพท์ สะกดคำถูกต้องทุกคำ สะกดคำผิดเล็กน้อย สะกดคำผิดมาก ๒.การเลือกคำ ใช้คำศัพท์สื่อความหมาย ตรงกัน ใช้คำศัพท์สื่อความหมาย ไม่ตรงกับเนื้อหาบางคำ ใช้คำศัพท์สื่อความหมาย ไม่ตรงกับเนื้อหาหลาย คำ ๓.โครงสร้างไวยากรณ์ เขียนประโยคถูกต้อง ตามหลักไวยากรณ์ทุก ประโยค เขียนประโยคไม่ถูกต้อง ตามหลักไวยากรณ์ เล็กน้อย เขียนประโยคผิดหลัก ไวยากรณ์ ๔.เครื่องหมายวรรคตอน ใช้เครื่องหมายวรรคตอน ถูกต้อง ใช้เครื่องหมายวรรคตอน ไม่ถูกต้องบางประโยค ไม่มีเครื่องหมายวรรค ตอน ๕.เนื้อหา เขียนอธิบายเนื้อหา ชัดเจน เขียนอธิบายเนื้อหาพอ เขาใจ เขียนอธิบายเนื้อหาไม่ เข้าใจ


39 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ๑ (คำมูล) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันศุกร์ ที่ ๒๕ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๒๕ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๗ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันพุธที่ ที่ ๒๖ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑ . นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและลักษณะของคำมูลพยางค์เดียวและคำมูลหลายพยางค์ได้ ๒. นักเรียนสามารถจำแนกคำมูลพยางค์เดียวและคำมูลหลายพยางค์ออกจากกันได้ ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน และมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ คำที่ใช้ในภาษาไทยดั้งเดิม ส่วนมากจะเป็นคำพยางค์เดียว เช่น ดำ แดง พ่อ แม่ พี่ น้อง กิน นอนเมื่อ มีการสื่อสารที่มากขึ้นภาษาไทยก็จะต้องพัฒนาทั้งรูปคำและการเพิ่มจำนวนคำ เพื่อให้คำเพียงพอต่อการใช้ สื่อสาร คำไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีทั้งคำที่เป็นคำไทยดั้งเดิม คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ คำศัพท์เฉพาะทาง วิชาการคำที่ใช้เฉพาะในภาษาพูด คำชนิดต่าง ๆ เหล่านี้มีชื่อเรียกตามลักษณะและแบบสร้างของคำ โดย รูปแบบของการสร้างคำนั้น เช่น คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง เป็นต้น คำมูล คือ คำพื้นฐานที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เป็นคำที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ อาจเป็นคำไทยแท้ หรือเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้ และจะเป็นคำพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้


40 ๔. สาระการเรียนรู้ - ความหมายของคำมูล - ลักษณะของคำมูล - หลักสังเกตคำมูลหลายพยางค์ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑ . ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๗.๑ ใบงาน คำมูลหรรษา ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน ครูให้นักเรียนบอกคำว่าอะไรก็ได้ครูจะเขียนบนกระดาน ๘.๑.๒ นักเรียนสังเกตคำแล้วบอกลักษณะของคำที่ตนเองตอบ ว่ามีลักษณะอย่างไร ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำ ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความหมายของคำมูล คำมูล คือ คำพื้นฐานที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เป็นคำที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ อาจเป็น คำไทยแท้ หรือเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้ และจะเป็นคำพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของคำมูล คำมูลในภาษาไทยแบ่งเป็น ๒ ชนิด ได้แก่ ๑. คำมูลพยางค์เดียว คือ คำพยางค์เดียวที่มีความหมายชัดอยู่ในตัวจะเป็นคำที่มา จากภาษาใดก็ได้และเป็นคำชนิดใดก็ได้เช่น ตัวอย่างคำมูลพยางค์เดียวที่มาจากภาษาต่าง ๆ ภาษาไทย = พ่อ แม่ นก แดง แก้ว ภาษาอังกฤษ = บาส บอล ฟรี น็อค ชัวร์


41 ภาษาจีน = เกี๊ยว โต๊ะ เก๋ง อั๋ว ป๊า ภาษาเขมร = อวย ตรวจ ผลาญ เพลิง เพ็ญ ๒. คำมูลหลายพยางค์ เป็นคำหลายพยางค์ เมื่อแยกแต่ละพยางค์แล้ว อาจมี ความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้ แต่ความหมายของแต่ละพยางค์ไม่เกี่ยวข้องกับความหมายของคำมูลนั้น เลย เช่น กระดาษ ศิลปะ กำมะลอ หรือกล่าวได้ว่า คำมูล คือคำที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ ๑) ประกอบด้วยพยางค์ที่ไม่มีความหมาย เช่น “ขนม” ขะ = ไม่มีความหมาย หนม = ไม่มีความหมาย ขนม = ของกินที่ไม่ใช่กับข้าว มักปรุงด้วยแป้งหรือข้าวกับกะทิหรือน้ำตาลของหวาน ๒) ประกอบด้วยพยางค์ที่มีความหมายเพียงบางพยางค์ เช่น “นาฬิกา” นา = พื้นที่ลักษณะคล้ายนาสำหรับทำการเกษตรอื่น ๆ ฬิ = ไม่มีความหมาย กา = นกชนิดหนึ่ง, ภาชนะสำหรับใส่น้ำหรือต้มน้ำ นาฬิกา = เครื่องบอกเวลา ๓) ประกอบด้วยพยางค์ที่มีความหมาย แต่ความหมายของคำนั้นไม่มีเค้าความหมายของแต่ละพยางค์ เหลืออยู่เลย เช่น นารี นา = พื้นที่ลักษณะคล้ายนาสำหรับทำการเกษตรอื่น ๆ รี = ลักษณะเรียว, ไม่กลม นารี = นารี, ผู้หญิง ตัวอย่างคำมูลหลายพยางค์ที่มาจากภาษาต่าง ๆ ภาษาไทย = กระดาษ ประตู มะละกอ กระดุม มะม่วง ภาษาอังกฤษ = โปรแกรม เทคนิค คอมพิวเตอร์ เอเย่น ออฟฟิศ ภาษาจีน = เกาเหลา ก๋วยเตี๋ยว บะจ่าง แซยิด บะหมี่ ภาษาเขมร = เจริญ กระบือ กบาล เสด็จ ถวาย หลักสังเกตคำมูลหลายพยางค์ - เปล่งเสียงหลายครั้ง - มีความหมาย - เมื่อแยกพยางค์แล้วจะมีบางพยางค์ที่ไม่มีความหมาย หรือทุกพยางค์ไม่มีความหมาย ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำมูล คำมูล คือ คำพื้นฐานที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เป็นคำที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ อาจเป็น คำไทยแท้ หรือเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้ และจะเป็นคำพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงาน คำมูลหรรษา จากครู


42 ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint คำมูล - ใบงานคำมูลหรรษา ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเทอร์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายความหมายและ ลักษณะของคำมูล พยางค์เดียวและคำมูล หลายพยางค์ได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ความหมายและลักษณะ ของคำมูลพยางค์เดียว และคำมูลหลายพยางค์ ได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ จำแนกคำมูลพยางค์ เดียวและคำมูลหลาย พยางค์ออกจากกันได้ ๒. นักเรียนจำแนกคำมูล พยางค์เดียวและคำมูล หลายพยางค์ออกจากกัน ได้ ๒. ใบงานคำมูลหรรษา ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน และมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)


43 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................ .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................... ........... ........................................................................................................................ ...................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................ ...................... ............................................................................................................ .................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


44 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................... ................... ................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................ .............................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................... ........................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................. ............................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................... ........................................ ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


45 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖


46 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


47 คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาว่าคำใดเป็นคำมูลและนำไปใส่ในตารางให้ถูกต้อง ใบงานที่ ๓.๑ คำมูลหรรษา ตราด ผอบ ปราชญ์ สารท เหงา วุฒิ จมูก สลัก อับ ตลาด พัดลม ผลไม้ จวัก ไม้เรียน ผ้าห่ม จรด แกร่ง แก้วน้ำ สละ บาส ผู้ชาย บาส ม้านั่ง พิสดาร ลุ้น วิทยุ แก้ม ร้อนเย็น แถลง ดอกไม้ เสื้อผ้า คำมูลพยางค์เดียว คำมูลหลายพยางค์ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................ ............................................................


48 คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาว่าคำใดเป็นคำมูลและนำไปใส่ในตารางให้ถูกต้อง ใบงานที่ ๓.๑ คำมูลหรรษา ตราด ผอบ ปราชญ์ สารท เหงา วุฒิ จมูก สลัก อับ ตลาด พัดลม ผลไม้ จวัก ไม้เรียน ผ้าห่ม จรด แกร่ง แก้วน้ำ สละ บาส ผู้ชาย บาส ม้านั่ง พิสดาร ลุ้น วิทยุ แก้ม ร้อนเย็น แถลง ดอกไม้ เสื้อผ้า คำมูลพยางค์เดียว คำมูลหลายพยางค์ ตราด ปราชญ์ สารท เหงา วุฒิ อับ บาส ลุ้น แก้ม แกร่ง ผอบ ขนม สลัก ตลาด จวัก สละ จรด พิสดาร วิทยุ แถลง เฉลย


49 คำมูล คือ คำพื้นฐานที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เป็นคำที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ อาจเป็นคำไทยแท้ หรือเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้ และจะเป็นคำพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ ชนิดของคำมูล ๑.๑ คำมูลพยางค์เดียว คือ คำพยางค์เดียวที่มีความหมายชัดอยู่ในตัวจะเป็นคำที่มา จากภาษาใดก็ได้และเป็นคำชนิดใดก็ได้ ตัวอย่างคำมูลพยางค์เดียวที่มาจากภาษาต่าง ๆ ภาษาไทย = พ่อ แม่ นก แดง แก้ว ภาษาอังกฤษ = บาส บอล ฟรี น็อค ชัวร์ ภาษาจีน = เกี๊ยว โต๊ะ เก๋ง อั๋ว ป๊า ภาษาเขมร = อวย ตรวจ ผลาญ เพลิง เพ็ญ ๑.๒ คำมูลหลายพยางค์ เป็นคำหลายพยางค์ เมื่อแยกแต่ละพยางค์แล้ว อาจมีความหมาย หรือไม่มีความหมายก็ได้ แต่ความหมายของแต่ละพยางค์ไม่เกี่ยวข้องกับความหมายของคำมูลนั้นเลย เช่น กระดาษ ศิลปะ กำมะลอ หรือกล่าวได้ว่า คำมูล คือคำที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (๑) ประกอบด้วยพยางค์ที่ไม่มีความหมาย เช่น “ขนม” ขะ = ไม่มีความหมาย หนม = ไม่มีความหมาย ขนม = ของกินที่ไม่ใช่กับข้าว มักปรุงด้วยแป้งหรือข้าวกับกะทิหรือน้ำตาล ของหวาน (๒) ประกอบด้วยพยางค์ที่มีความหมายเพียงบางพยางค์ เช่น “นาฬิกา” นา = พื้นที่ลักษณะคล้ายนาสำหรับทำการเกษตรอื่น ๆ ฬิ = ไม่มีความหมาย กา = นกชนิดหนึ่ง , ภาชนะสำหรับใส่น้ำหรือต้มน้ำ นาฬิกา = เครื่องบอกเวลา (๓) ประกอบด้วยพยางค์ที่มีความหมาย แต่ความหมายของคำนั้นไม่มีเค้าความหมาย ของแต่ละพยางค์เหลืออยู่เลย เช่น นารี ใบความรู้ คำมูล


50 นา = พื้นที่ลักษณะคล้ายนาสำหรับทำการเกษตรอื่น ๆ รี = ลักษณะเรียว , ไม่กลม นารี = นารี ตัวอย่างคำมูลหลายพยางค์ที่มาจากภาษาต่าง ๆ ภาษาไทย = กระดาษ ประตู มะละกอ กระดุม มะม่วง ภาษาอังกฤษ = โปรแกรม เทคนิค คอมพิวเตอร์ เอเย่น ออฟฟิศ ภาษาจีน = เกาเหลา ก๋วยเตี๋ยว บะจ่าง แซยิด บะหมี่ ภาษาเขมร = เจริญ กระบือ กบาล เสด็จ ถวาย หลักสังเกตคำมูลหลายพยางค์ • เปลงเสียงหลายครั้ง • มีความหมาย • เมื่อแยกพยางค์แล้วจะมีบางพยางค์ที่ไม่มีความหมาย หรือทุกพยางค์ไม่มีความหมาย


51 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ๒ (คำประสม) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วันพฤหัสบดี ที่ ๓ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๔ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะ และความหมายของคำประสมได้ ๒. นักเรียนสามารถสร้างคำประสมจากคำที่กำหนดให้ได้ ๓. นักเรียนเห็นความสำคัญของการสร้างคำในภาษาไทยที่ทำให้มีคำใช้เพิ่มมากขึ้น ๓. สาระสำคัญ คำที่ใช้ในภาษาไทยดั้งเดิม ส่วนมากจะเป็นคำพยางค์เดียว เช่น ดำ แดง พ่อ แม่ พี่ น้อง กิน นอนเมื่อมี การสื่อสารที่มากขึ้นภาษาไทยก็จะต้องพัฒนาทั้งรูปคำและการเพิ่มจำนวนคำ เพื่อให้คำเพียงพอต่อการใช้สื่อสาร คำไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีทั้งคำที่เป็นคำไทยดั้งเดิม คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการคำที่ ใช้เฉพาะในภาษาพูด คำชนิดต่าง ๆ เหล่านี้มีชื่อเรียกตามลักษณะและแบบสร้างของคำ โดยรูปแบบของการสร้าง คำนั้น เช่น คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง เป็นต้น คำประสม เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่จากการนำคำมูล ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน เกิดเป็นคำใหม่มีความหมายใหม่ ทำให้มีคำใช้ในภาษาไทยมากขึ้น ๔. สาระการเรียนรู้ - ความหมายของคำประสม - ลักษณะของคำประสม


52 - หลักสังเกตคำประสม ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๑. ใบงาน คำประสม ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(โดยใช้กระบวนการ 5E) รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ ๑) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจซึ่งเกิดขึ้น จากความสงสัย หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวนักเรียนเอง หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่ง เรียนรู้มาแล้ว ในกรณีที่ไม่มีประเด็นใดที่น่าสนใจ ครูอาจให้ศึกษาจากสื่อต่าง ๆ ๒) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) เมื่อทำความเข้าใจในประเด็นหรือคำถามที่สนใจจะ ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็มีการวางแผนกำหนดแนวทางสำหรับการตรวจสอบตั้งสมมติฐาน ๓) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เมื่อได้ข้อมูลอย่างเพียงพอจากการสำรวจ ตรวจสอบแล้ว จึงนำข้อมูลข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์แปลผล สรุปผลและนำเสนอผลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ ๔) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) เป็นการนำความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือ ความคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ๕) ขั้นประเมิน (Evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่านักเรียนมี ความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำไปสู่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) ๘.๑.๑ ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกัน


53 ๘.๑.๒ ครูถามนักเรียนว่าเคยดูรายการดาวินชี่เกมถอดรหัสหรือไม่ ครูขึ้นสไลด์รูปภาพ ให้นักเรียนทายว่าคือคำว่าอะไร จะมีคำศัพท์ต่างๆ ดังนี้อปลาดาว หน้าม้า ลูกน้ำ ปูม้า ปากกา แม่มด นักข่าว หมอดู ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) ๘.๑.๓ นักเรียนตอบคำถาม และร่วมกันวิเคราะห์คำถามจากครูดังนี้ ๑) นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่าคำที่นักเรียนตอบเป็นคำอะไร (คำประสม) ครู ถามความคิดเห็นนักเรียนว่าในความคิดนักเรียนแล้ว คำประสมคืออะไร คำประสม เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่จากการนำคำมูล ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน เกิดเป็นคำใหม่มีความหมาย ใหม่ ทำให้มีคำใช้ในภาษาไทยมากขึ้น ๘.๑.๔ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำ ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความหมายของคำประสม คำประสม เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่จากการนำคำมูล ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน เกิดเป็นคำใหม่มี ความหมายใหม่ ทำให้มีคำใช้ในภาษาไทยมากขึ้น ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของคำมูล ลักษณะของคำประสม ๑. คำประสมเกิดจากคำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปมาประสมกันแล้วเกิดความหมายใหม่แต่ ยังมีเค้าความหมายเดิมอยู่ ๒. คำประสมสามารถแยกเป็นคำ ๆ ได้ และคำที่แยกได้แต่ละคำมีความหมายต่างกัน เมื่อนำมารวมกันความหมายต่างจากคำเดิม ๓. คำที่มาประสมกันจะเป็นคำมูลในภาษาใดก็ได้ เช่น เข็มทิศ ( ไทย + สันสกฤต) รถ เก๋ง (บาลี + จีน) ๔. คำประสมที่เกิดจากคำมูล ซึ่งมีลักษณะเป็นการย่อคำหลาย ๆ คำ ส่วนมากมักจะ ขึ้นต้นด้วย คำว่า นัก ชาว ช่าง หมอ การ ความ ผู้ ของ เครื่อง ที่ เช่น นัก = นักร้อง นักเขียน นักเรียน นักสู้ ชาว = ชาวบ้าน ชาวเมือง ชาวนา ชาววัง ๕. คำประสม เป็นคำชนิดใดประสมกันก็ได้ เช่น นาม + นาม เช่น แม่น้ำ พ่อบ้าน แปรงสีฟัน นาม + กริยา เช่น แบบเรียน เข็มกลัด ยาดม หลักการสังเกตคำประสม คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน เกิดคำใหม่ มีความหมายใหม่ เป็นคำประสม พัดลม หมายถึง เครื่องพัดให้เย็นด้วยแรงไฟฟ้า


54 มือแข็ง หมายถึง ไม่ค่อยไหว้คนง่ายๆ เสื้อกล้าม หมายถึง เสื้อชั้นในชาย คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน ไม่เกิดความหมายใหม่ ไม่ใช่คำประสม ลมพัด หมายถึง ลมโชยมา มือขาด หมายถึง มือถูกสิ่งใดสิ่งหนึ่งตัดขาด คอเจ็บ หมายถึง คออักเสบ ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) ๘.๒.๓ นักเรียนทบทวนความรู้โดยแบ่งนักเรียนเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อเล่นเกม “เรียงร้อยถ้อยคำประสม” ครูจะมีแผ่นป้ายหมวดคำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า เครื่อง,แม่,โรง,นัก,ครูจะให้ นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มละ ๑ คนเพื่อจับสลากหัวข้อในกล่องที่ครูเตรียมไว้ให้ ให้แต่ละกลุ่มสลับกันเล่นเกม กลุ่ม ละ ๒ นาที กลุ่มไหนติดต่อคำได้ถูกต้องเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำประสม คำประสม เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่จากการนำคำมูล ๒ คำขึ้นไปมารวมกันเกิดเป็นคำใหม่มี ความหมายใหม่ ทำให้มีคำใช้ในภาษาไทยมากขึ้น หลักการสังเกตคำประสม คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน เกิดคำใหม่ มีความหมายใหม่ เป็นคำประสม คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน ไม่เกิดความหมายใหม่ ไม่ใช่คำประสม ขั้นประเมิน (Evaluation) ๘.๓.๒ นักเรียนทดสอบความรู้โดยใช้ใบงาน ๓.๒ คำประสมอารมณ์ดีครูจะกำหนดคำเอาไว้ใน ใบงาน ดังนี้ แม่ ใจ หัว น้ำ ปาก ให้นักเรียนสร้างคำประสมจากที่ครูกำหนดให้ครบตามจำนวนที่กำหนด ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint คำประสม - เกม “เรียงร้อยถ้อยคำประสม” - ใบงาน ๓.๒ คำประสมอารมณ์ดี ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเตอร์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้


55 - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ - อินเตอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายลักษณะ ประเภท และความหมายของคำ ประสมได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ลักษณะและความหมาย ของคำประสมได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกม เรียงร้อยถ้อยคำ ประสม นักเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ สร้างคำประสมจากคำที่ กำหนดให้ได้ได้ ๒. นักเรียนสร้างคำ ประสมจากคำที่ กำหนดให้ได้ ๓. ใบงาน - ๓.๒ คำประสมอารมณ์ดี ๓. นักเรียนเห็น ความสำคัญของการ สร้างคำในภาษาไทยที่ ทำให้มีคำใช้เพิ่มมากขึ้น ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)


56 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................... .............................................. ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................... .................................................. ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


57 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. .................................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................ ......................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................... .............. ..................................................................................................................... ............................................................ ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


58 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗


59 ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้ สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


60 คำชี้แจง : ให้นักเรียนแต่งคำประสมจากคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ใบงานที่ ๓.๒ คำประสมอารมณ์ดี แม่ ใจ หัว น้ำ ปาก


61 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้มาสร้างเป็นคำประสม เฉลยใบงานที่ ๓.๑ คำประสม แม่น้ำ แม่ ใจ หัว น้ำ ปาก แม่ครัว แม่นม แม่มด ใจดี ใจดำ ใจร้าย ใจหาย หัวใจ หัวโขน หัวหน้า หัวหมอ น้ำใจ น้ำตา น้ำตก น้ำหวาน ปากแข็ง ปากหวาน ปากจัด ปากน้ำ


62 คำประสม เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่จากการนำคำมูล ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน เกิดเป็นคำใหม่มีความหมาย ใหม่ ทำให้มีคำใช้ในภาษาไทยมากขึ้น ลักษณะของคำประสม ๑. คำประสมเกิดจากคำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปมาประสมกัน แล้วเกิดความหมายใหม่ แต่ยังมีเค้า ความหมายเดิมอยู่ เช่น พ่อ หมายถึง สามีของแม่ ตา หมายถึง พ่อของแม่ พ่อตา หมายถึง พ่อของภรรยา ๒. คำประสมสามารถแยกเป็นคำ ๆ ได้ และคำที่แยกได้แต่ละคำมีความหมายต่างกัน เมื่อนำมา รวมกันความหมายต่างจากคำเดิม เช่น ปาก หมายถึง อวัยวะของคนและสัตว์สำหรับกินอาหาร และใช้ออกเสียง. กา หมายถึง นกชนิดหนึ่ง หรือภาชนะสำหรับใส่น้ำหรือต้มน้ำ ปากกา หมายถึง เครื่องสำหรับขีดเขียน ๓. คำที่มาประสมกันจะเป็นคำมูลในภาษาใดก็ได้ เช่น เข็มทิศ (ไทย + สันสกฤต) รถเก๋ง (บาลี + จีน) ตู้โชว์ (จีน + อังกฤษ) ๔. คำประสมที่เกิดจากคำมูล ซึ่งมีลักษณะเป็นการย่อคำหลาย ๆ คำ ส่วนมากมักจะขึ้นต้นด้วย คำ ว่า นัก ชาว ช่าง หมอ การ ความ ผู้ ของ เครื่อง ที่ เช่น นัก = นักร้อง นักเขียน นักเรียน นักสู้ ชาว = ชาวบ้าน ชาวเมือง ชาวนา ชาววัง ช่าง = ช่างไม้ ช่างเสริมสวย ช่างไฟฟ้า หมอ = หมอดู หมอความ หมอผี หมอนวด การ = การบ้าน การเมือง การไฟฟ้า การคลัง ความ = ความดี ความชั่ว ความสุข ความทุกข์ ๕. คำประสม เป็นคำชนิดใดประสมกันก็ได้ เช่น ใบความรู้คำประสม


63 นาม + นาม เช่น แม่น้ำ พ่อบ้าน แปรงสีฟัน นาม + กริยา เช่น แบบเรียน เข็มกลัด ยาดม กริยา + นาม เช่น กินใจ เล่นตัว เข้าใจ ได้ นาม + วิเศษณ์ เช่น น้ำแข็ง ถั่วเขียว หัวหอม กริยา + กริยา เช่น ต้มยำ พิมพ์ดีด จดจำ บุพบท + นาม เช่น ข้างถนน นอกคอก ต่อหน้า วิเศษณ์ + วิเศษณ์ เช่น อ่อนหวาน หวานเย็น วิเศษณ์ + คำนาม เช่น อ่อนข้อ สองหัว หลักการสังเกตคำประสม คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน เกิดคำใหม่ มีความหมายใหม่ เป็นคำประสม พัดลม หมายถึง เครื่องพัดให้เย็นด้วยแรงไฟฟ้า มือแข็ง หมายถึง ไม่ค่อยไหว้คนง่ายๆ เสื้อกล้าม หมายถึง เสื้อชั้นในชาย ลูกน้อง หมายถึง ผู้ที่คอยติดสอยห้อยตาม คำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไปรวมกัน ไม่เกิดความหมายใหม่ ไม่ใช่คำประสม ลมพัด หมายถึง ลมโชยมา มือขาด หมายถึง มือถูกสิ่งใดสิ่งหนึ่งตัดขาด คอเจ็บ หมายถึง คออักเสบ เสื้อเปื้อน หมายถึง เสื้อติดสิ่งที่ทำให้เกิดความสกปรก


64 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ๓ (คำซ้ำ) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอนวัน พฤหัสบดี ที่ ๓ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วัน พฤหัสบดี ที่ ๓ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วัน ศุกร์ ที่ ๔ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วัน พุธ ที่ ๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของคำซ้ำและหลักการสร้างคำซ้ำได้ ๒. นักเรียนสามารถนำคำซ้ำไปแต่งประโยคให้ได้ใจความได้ถูกต้อง ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน และมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ คำที่ใช้ในภาษาไทยดั้งเดิม ส่วนมากจะเป็นคำพยางค์เดียว เช่น ดำ แดง พ่อ แม่ พี่ น้อง กิน นอนเมื่อมี การสื่อสารที่มากขึ้นภาษาไทยก็จะต้องพัฒนาทั้งรูปคำและการเพิ่มจำนวนคำ เพื่อให้คำเพียงพอต่อการใช้สื่อสาร คำไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีทั้งคำที่เป็นคำไทยดั้งเดิม คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการคำที่ ใช้เฉพาะในภาษาพูด คำชนิดต่าง ๆ เหล่านี้มีชื่อเรียกตามลักษณะและแบบสร้างของคำ โดยรูปแบบของการสร้าง คำนั้น เช่น คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง เป็นต้น คำซ้ำ เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลคำเดียวกันมากล่าวซ้ำ ความหมายของคำซ้ำ อาจเหมือนคำมูลเดิม หรืออาจมีน้ำหนักมากขึ้นหรือเบาลง หรือแสดงความเป็นพหูพจน์ ๔. สาระการเรียนรู้


65 - ความหมายของคำซ้ำ - ลักษณะของคำซ้ำ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๑. ใบงาน คำซ้ำ ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนสังเกตคำที่ครูนำมาให้ดู ว่าการเขียนในลักษณะใด ถูกต้อง ได้แก่คำว่า ต่าง ๆ กัน ต่างๆกัน ต่างๆ กัน ๘.๑.๒ นักเรียนสังเกตคำแล้วตอบคำถามครู นักเรียนและครูร่วมสนทนาถึงการเขียนดังกล่าว ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำ ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความหมายของคำซ้ำ คำซ้ำ เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลคำเดียวกันมากล่าวซ้ำ ความหมาย ของคำซ้ำอาจเหมือนคำมูลเดิม หรืออาจมีน้ำหนักมากขึ้นหรือเบาลง หรือแสดงความเป็นพหูพจน์ ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของคำซ้ำ ลักษณะของคำซ้ำ ๑. นำคำมากล่าวซ้ำกัน โดยใช้เครื่องหมาย ไม้ยมก (ๆ) เช่น ฉันมีเพื่อน ๆ เป็นคน ต่างจังหวัด


66 ๒. นำคำซ้ำกัน โดยเปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์ เพื่อเน้นความหมาย เช่น ซ้วยสวย ดี๊ดี ชนิดของคำซ้ำ คำนาม เช่น สาว ๆ หลาน ๆ เด็ก ๆ เพื่อน ๆ คำสรรพนาม เช่น เรา ๆ ท่าน ๆ เขาๆ เธอ ๆ คำกริยา เช่น นั่ง ๆ นอน ๆ เดิน ๆ ดูๆ คำวิเศษณ์ เช่น แดง ๆ สูง ๆ หล่อ ๆ หวาน ๆ คำบุพบท เช่น ใต้ ๆ ไกล ๆ บน ๆ ข้างๆ คำสันธาน เช่น ทั้ง ๆ ที่ ราว ๆ กับ เหมือน ๆ อย่างไร ๆ คำอุทาน เช่น โถ่ ๆ เฮ้ย ๆ โฮ ๆ โอ๊ะ ๆ ความหมายของคำซ้ำ ๑. บอกความหมายเป็นพหูพจน์ แสดงถึงจำนวนมากกว่าหนึ่ง เช่น เด็ก ๆ ไปโรงเรียน ๒. บอกความหมายแยกจำนวน แยกเป็นส่วน เช่น ทำให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป ๓. บอกความหมายเน้น เช่น ผ้าดี ๆ อย่างนี้หาซื้อไม่ได้ ๔. บอกความหมายเบาลง เช่น ฉันไม่ได้ตั้งใจมองรู้แต่ว่าเขาหน้าตาคล้าย ๆ ดารา ๕. บอกความหมายไม่แน่นอน เช่น เธอมาหาฉันแต่เช้า ๆ หน่อย ๖. ซ้ำคำทำให้เกิดความหมายใหม่ เช่น อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นกระโดด (ไม่มีสาเหตุ) ข้อยกเว้น คำที่มีเสียงซ้ำกันบางคำก็ไม่ใช่คำซ้ำ เช่น นานา จะจะ เวลาเขียนจะใช้ไม้ยมกซ้ำไม่ได้ ➢ เรื่องแบบนี้ต่างคนต่างคิดมันนานาจิตตัง ➢ ฉันเห็นจะจะว่าเธอกำลังขโมยของ ๘.๒.๓ นักเรียนทบทวนความรู้โดยเล่นเกม “ถูกไหมให้ทาย”วิธีการเล่นเกมครูจะแสดงคำให้นักเรียนดู ถ้าคำนั้นเป็นคำตอบที่ถูกให้กด ๑ แต่ถ้าคำนั้นเป็นคำตอบที่ผิดให้ตอบหมายเลข ๒ คำที่ใช้ในเกมได้แก่คำว่า ฉันจะไปปทุมวัน ๆ นี้(ผิด) ฉันจะไปปทุมวันวันนี้(ถูก) เขาเคยมาทุกวัน ๆ นี้ไม่มา (ผิด) เขาเคยมาทุกวัน วันนี้ไม่มา (ถูก) เขาซื้อสี ๕ กระป๋อง ๆ ละ ๕๐ บาท (ผิด) เขาซื้อสี ๕ กระป๋อง กระป๋องละ ๕๐ บาท (ถูก) นายดำ ๆ นา (ผิด) นายดำดำนา (ถูก) ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำซ้ำ คำซ้ำ เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลคำเดียวกันมากล่าวซ้ำ ความหมายของคำซ้ำอาจเหมือนคำมูลเดิม หรืออาจมีน้ำหนักมากขึ้นหรือเบาลง หรือแสดงความเป็นพหูพจน์


67 ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงาน คำซ้ำ จากครู ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint คำซ้ำ - เกม “ถูกไหมให้ทาย” - ใบงานคำซ้ำ ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายความหมายของ คำซ้ำและหลักการสร้าง คำซ้ำได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ความหมายของคำซ้ำ และหลักการสร้างคำซ้ำ ได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกม “ถูกไหมให้ทาย” นักเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถนำ คำซ้ำไปแต่งประโยคให้ ได้ใจความได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนนำคำซ้ำไป แ ต ่ ง ป ร ะ โ ย ค ใ ห้ไ ด้ ใจความได้ถูกต้อง ๓. ใบงานคำซ้ำ ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน และมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)


68 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. .................................................... ....................................................................................................................................... .......................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................ .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................................................. .................... ............................................................................................................... .................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ........................................................................................................................................................ ...................... ............................................................................................................ .................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


69 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. . .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


70 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖


71 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


72 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำซ้ำที่กำหนดให้มาแต่งประโยคให้ได้ใจความสมบูรณ์และถูกต้อง ๑. ........................................................................................................................... .............................................. ๒. ......................................................................................................................................................................... ๓. ................................................................................... ...................................................................................... ๔. ........................................................................................................................... .............................................. ๕. ........................................................................................................................... .............................................. ๖. ............................................................................. ............................................................................................ ๗. ........................................................................................................................... .............................................. ๘. ......................................................................................................................................................................... ๙. .................................................................................... ..................................................................................... ๑๐. ........................................................................................................................... ........................................... ๑๑. ........................................................................................................................... ........................................... ๑๒. ............................................................ .......................................................................................................... ใบงานที่ ๓.๓ คำซ้ำ กล้วย ๆ ไกล ๆ แถว ๆ ลวก ๆ สวย ๆ แรง ๆ เพื่อน ๆ ห้อง ๆ ใบ ๆ เด็ก ๆ ดี๊ดี ราว ๆ กับ


73 คำซ้ำ เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลคำเดียวกันมากล่าวซ้ำ ความหมายของคำซ้ำอาจเหมือนคำมูลเดิม หรืออาจมีน้ำหนักมากขึ้นหรือเบาลง หรือแสดงความเป็น พหูพจน์ ลักษณะของคำซ้ำ ๑. นำคำมากล่าวซ้ำกัน โดยใช้เครื่องหมาย ไม้ยมก (ๆ) เช่น ฉันมีเพื่อน ๆ เป็นคน ต่างจังหวัด ๒. นำคำซ้ำกัน โดยเปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์ เพื่อเน้นความหมาย เช่น ซ้วยสวย ดี๊ดี ชนิดของคำซ้ำ คำนาม เช่น สาว ๆ หลาน ๆ เด็ก ๆ เพื่อน ๆ คำสรรพนาม เช่น เรา ๆ ท่าน ๆ เขาๆ เธอ ๆ คำกริยา เช่น นั่ง ๆ นอน ๆ เดิน ๆ ดูๆ คำวิเศษณ์ เช่น แดง ๆ สูง ๆ หล่อ ๆ หวาน ๆ คำบุพบท เช่น ใต้ ๆ ไกล ๆ บน ๆ ข้างๆ คำสันธาน เช่น ทั้ง ๆ ที่ ราว ๆ กับ เหมือน ๆ อย่างไร ๆ คำอุทาน เช่น โถ่ ๆ เฮ้ย ๆ โฮ ๆ โอ๊ะ ๆ ความหมายของคำซ้ำ ๑. บอกความหมายเป็นพหูพจน์ แสดงถึงจำนวนมากกว่าหนึ่ง เช่น เด็ก ๆ ไป โรงเรียน ๒. บอกความหมายแยกจำนวน แยกเป็นส่วน เช่น ทำให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป ๓. บอกความหมายเน้น เช่น ผ้าดี ๆ อย่างนี้หาซื้อไม่ได้ ๔. บอกความหมายเบาลง เช่น ฉันไม่ได้ตั้งใจมอง รู้แต่ว่าเขาหน้าตาคล้าย ๆ ดารา ๕. บอกความหมายไม่แน่นอน เช่น เธอมาหาฉันแต่เช้า ๆ หน่อย ๖. ซ้ำคำทำให้เกิดความหมายใหม่ เช่น อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นกระโดด (ไม่มีสาเหตุ) ข้อยกเว้น คำที่มีเสียงซ้ำกันบางคำก็ไม่ใช่คำซ้ำ เช่น นานา จะจะ เวลาเขียนจะใช้ไม้ยมกซ้ำ ไม่ได้ ➢ เรื่องแบบนี้ต่างคนต่างคิดมันนานาจิตตัง ➢ ฉันเห็นจะจะว่าเธอกำลังขโมยของ ใบความรู้ คำซ้ำ


74 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ๓ (คำซ้อน) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๔ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันจันทร์ ที่ ๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันพฤหัสบดี ที่ ๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๙ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของคำซ้อนและหลักการสร้างคำซ้อนได้ ๒. นักเรียนสามารถจำแนกลักษณะของคำที่เกิดจากคำซ้อนและแต่งประโยคจากคำซ้อนได้ ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน และมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ คำที่ใช้ในภาษาไทยดั้งเดิม ส่วนมากจะเป็นคำพยางค์เดียว เช่น ดำ แดง พ่อ แม่ พี่ น้อง กิน นอนเมื่อมีการสื่อสารที่มากขึ้นภาษาไทยก็จะต้องพัฒนาทั้งรูปคำและการเพิ่มจำนวนคำ เพื่อให้คำ เพียงพอต่อการใช้สื่อสาร คำไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีทั้งคำที่เป็นคำไทยดั้งเดิม คำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการคำที่ใช้เฉพาะในภาษาพูด คำชนิดต่าง ๆ เหล่านี้มีชื่อ เรียกตามลักษณะและแบบสร้างของคำ โดยรูปแบบของการสร้างคำนั้น เช่น คำมูล คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง เป็นต้น


75 คำซ้อน เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลที่มีความหมายเหมือนกัน หรือ ใกล้เคียงกัน หรือตรงข้ามกัน มาวางซ้อนกัน เกิดเป็นคำใหม่ มีความหมายใหม่หรือมีความหมาย ชัดเจนขึ้น ๔. สาระการเรียนรู้ - ความหมายของคำซ้อน - ลักษณะของคำซ้อน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๗.๑ ใบงาน คำซ้อน ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้ในชั่วโมงที่แล้วเกี่ยวกับเรื่อง คำซ้ำ ๘.๑.๒ นักเรียนสังเกตคำแล้วตอบคำถามครู เหาะเหิน คัดเลือก แนะนำ ใกล้เคียง เกรงกลัว บ้านเรือน รวบรวม นักเรียนและครูร่วมสนทนาเกี่ยวกับคำดังกล่าว ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความหมายของคำซ้อน


76 คำซ้อน เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลที่มีความหมาย เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือตรงข้ามกัน มาวางซ้อนกัน เกิดเป็นคำใหม่ มีความหมายใหม่หรือมี ความหมายชัดเจนขึ้น ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของคำซ้อน คำซ้อน แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ คำซ้อนเพื่อความหมาย และคำซ้อนเพื่อเสียง ๑. คำซ้อนเพื่อความหมาย เกิดจากคำมูลที่มีความหมายอย่างเดียวกัน ต่างกันเล็กน้อยหรือไปในทำนองเดียวกัน หรือต่างกันในลักษณะตรงข้าม เมื่อประกอบเป็นคำซ้อนจะ มีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ๒. คำซ้อนเพื่อเสียง เป็นการนำคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันมาซ้อนกัน เพื่อให้ออกเสียงง่ายขึ้น และมีเสียงคล้องจองกัน ทำให้เกิดความไพเราะขึ้น คำซ้อนเพื่อเสียงนี้บางที เรียกว่าคำคู่ หรือคำควบคู่ ลักษณะของความหมายที่เกิดจากคำซ้อน ๑. ความหมายคงเดิม ความหมายก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ซากศพ อ้วนพี โต้แย้ง สูญหาย ๒. ความหมายกว้างออก ความหมายจะกว้างกว่าความหมายในคำเดิม เช่น ขนมนม เนย หมายถึง ขนมหลายอย่าง ๓. ความหมายย้ายที่ คือ ความหมายจะเป็นอย่างอื่นซึ่งไม่ตรงกับความหมายของคำ เดิม เช่น เหลียวแล หมายถึง การเอาใจใส่เป็นธุระ ๔. ความหมายอยู่ที่คำหน้า โดยที่คำหลังจะซ้อนเพื่อเสริมความเท่านั้น เช่น เป็นลม เป็นแล้ง ๕. ความหมายอยู่ที่คำหลัง โดยที่คำหน้าจะซ้อนเพื่อเสริมความเท่านั้น เช่น เสียอก เสียใจ ดีอกดีใจ ๖. ความหมายอยู่ที่คำต้นและคำท้าย โดยทำที่อยู่ตรงกลางจะซ้อนเพื่อเสริมความ เท่านั้น เช่น ผลหมากรากไม้ อดตาหลับขับตานอน ๗. ได้ความหมายทั้งสองคำ โยทำทุกคำที่นำมาซ้อนกันจะสื่อความหมายได้เช่น ดิน ฟ้าอากาศ ๘. ความหมายของคำคู่หน้ากับคู่หลังตรงกันข้าม เช่น หน้าไหว้หลังหลอก จำนวนคำในคำซ้อน ๑. คำซ้อน ๒ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๒ คำ เช่น ช้างม้า บ้านเมือง คุกตะราง บ้านเรือน


77 ๒. คำซ้อน ๔ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๔ คำ เข้าอกเข้าใจ บ้านช่องห้องหอ เย็บปักถักร้อย ๓. คำซ้อน ๖ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๖ คำ เช่น คดในข้องอในกระดูก เลือกที่รักมักที่ชัง ๘.๒.๓ นักเรียนทบทวนความรู้โดยเล่นเกม “ตอบได้ให้นั่ง” วิธีการเล่นเกม ให้นักเรียนทุกคน ยืนขึ้น แล้วให้นักเรียน บอกคำซ้อนในลักษณะใดก็ได้มาคนละ ๑ คำ ถ้าใครตอบได้ให้ยกมือขึ้นเพื่อ แสดงว่าต้องการจะตอบและเมื่อใครตอบถูกก็จะได้นั่งลง ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำมูล คำซ้อน เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลที่มีความหมาย เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือตรงข้ามกัน มาวางซ้อนกัน เกิดเป็นคำใหม่ มีความหมายใหม่หรือมี ความหมายชัดเจนขึ้น ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงาน คำซ้อน จากครู ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint คำซ้อน - เกม “ตอบได้ให้นั่ง” - ใบงานคำซ้อน ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเทอร์ - โทรศัพท์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ


78 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายความหมายของ คำซ้อนและหลักการ สร้างคำซ้อนได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ความหมายของคำซ้อน และหลักการสร้างคำ ซ้อนได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกม “ตอบได้ให้นั่ง” น ั ก เ ร ี ย น ผ ่ า น เกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ จำแนกลักษณะของคำที่ เกิดจากคำซ้อนและแต่ง ประโยคจากคำซ้อนได้ ๒. นักเรียนจำแนก ลักษณะของคำที่เกิดจาก คำซ้อนและแต่งประโยค จากคำซ้อนได้ ๓. ใบงานคำซ้อน ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน และมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)


79 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................... ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................... ........................................................................................................................................................ ........ ........................................................................................................................... ..................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................... ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................. .............................. ..................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


80 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ .............................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................. ............... .................................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


81 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔


82 ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


83 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำซ้อนต่อไปนี้เติมลงในประโยคให้ถูกต้อง ๑. ใครมาส่งเสียง.................................อยู่ที่หน้าบ้าน ๒. เรียนห้องเดียวกันต้องสามัคคีกัน อย่า.......................................กัน ๓. ลูกควรดูแลพ่อแม่เมื่อท่าน.............................. ๔. น้องชมพู่ไม่สบายหรือคะ ดูหน้าตา....................... ๕. คุณแม่เป็นคนมีน้ำใจ.......................ต่อทุก ๆ คนเสมอ ๖. ครูกล่าว...........................นักเรียนที่ได้รางวัลชนะเลิศ ๗. เขา........................กลับมาแล้วหลังจากที่หายไปหลายวัน ๘. เมื่อได้รับข่าวสารใด ๆ มา เราควรวิเคราะห์...........................ก่อนจะเชื่อข่าวนั้น ๙. วันนี้แม่ไปตลาดซื้อ................................มาเตรียมทำอาหารมื้อเย็น ๑๐. เขาถอนหายใจด้วยความ................................... ใบงานที่ ๓.๔ คำซ้อน •ทะเลาะเบาะแว้ง •ผลหมากรากไม้ •ชมเชย •ติดต่อ •หมูเห็ดเป็ดไก่ •บาดเจ็บ •ผิดชอบ • โหวกเหวกโวยวาย • ทรัพย์สิน • เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ • เบื่อหน่าย • บ้านเรือน • แก่เฒ่า • ซีดเซียว • ข้อเท็จจริง


84 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำซ้อนต่อไปนี้เติมลงในประโยคให้ถูกต้อง ๑. ใครมาส่งเสียง โหวกเหวกโวยวาย อยู่ที่หน้าบ้าน ๒. เรียนห้องเดียวกันต้องสามัคคีกัน อย่า ทะเลาะเบาะแว้ง กัน ๓. ลูกควรดูแลพ่อแม่เมื่อท่าน แก่เฒ่า ๔. น้องชมพู่ไม่สบายหรือคะ ดูหน้าตา ซีดเซียว ๕. คุณแม่เป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อทุก ๆ คนเสมอ ๖. ครูกล่าว ชมเชย นักเรียนที่ได้รางวัลชนะเลิศ ๗. เขา ติดต่อ กลับมาแล้วหลังจากที่หายไปหลายวัน ๘. เมื่อได้รับข่าวสารใด ๆ มา เราควรวิเคราะห์ผิดชอบ ก่อนจะเชื่อข่าวนั้น ๙. วันนี้แม่ไปตลาดซื้อ หมูเห็ดเป็ดไก่ มาเตรียมทำอาหารมื้อเย็น ๑๐. เขาถอนหายใจด้วยความ เบื่อหน่าย . เฉลยใบงานที่ ๓.๔ คำซ้อน •ทะเลาะเบาะแว้ง •ผลหมากรากไม้ •ชมเชย •ติดต่อ •หมูเห็ดเป็ดไก่ •บาดเจ็บ •ผิดชอบ • โหวกเหวกโวยวาย • ทรัพย์สิน • เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ • เบื่อหน่าย • บ้านเรือน • แก่เฒ่า • ซีดเซียว • ข้อเท็จจริง


85 คำซ้อน เป็นการสร้างคำขึ้นใหม่จากคำมูล โดยการนำคำมูลที่มีความหมายเหมือนกัน หรือ ใกล้เคียงกัน หรือตรงข้ามกัน มาวางซ้อนกัน เกิดเป็นคำใหม่ มีความหมายใหม่หรือมีความหมาย ชัดเจนขึ้น ลักษณะของความหมายที่เกิดจากคำซ้อน ๑. ความหมายคงเดิม ความหมายก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ซากศพ อ้วนพี โต้แย้ง สูญหาย ๒. ความหมายกว้างออก ความหมายจะกว้างกว่าความหมายในคำเดิม ขนมนมเนย หมายถึง ขนมหลายอย่าง หมูเห็ดเป็ดไก่ หมายถึง อาหารหลายชนิด ถ้วยโถโอชาม หมายถึง ภาชนะที่ใช้ในครัว ๓. ความหมายย้ายที่ คือ ความหมายจะเป็นอย่างอื่นซึ่งไม่ตรงกับความหมายของคำเดิม เหลียวแล หมายถึง การเอาใจใส่เป็นธุระ เยือกเย็น หมายถึง หนักแน่น สุขุม เบิกบาน หมายถึง ความรู้สึกร่าเริงแจ่มใส ๔. ความหมายอยู่ที่คำหน้า โดยที่คำหลังจะซ้อนเพื่อเสริมความเท่านั้น เป็นลมเป็นแล้ง อายุอานาม ความคิดความอ่าน นิสัยใจคอ ๕. ความหมายอยู่ที่คำหลัง โดยที่คำหน้าจะซ้อนเพื่อเสริมความเท่านั้น เสียอกเสียใจ ดีอกดีใจ ว่านอนสอนง่าย เครื่องไม้เครื่องมือ ๖. ความหมายอยู่ที่คำต้นและคำท้าย โดยทำที่อยู่ตรงกลางจะซ้อนเพื่อเสริมความเท่านั้น ผลหมากรากไม้ อดตาหลับขับตานอน ติดสอยห้อยตาม ชอบมาพากล ๗. ได้ความหมายทั้งสองคำ โยทำทุกคำที่นำมาซ้อนกันจะสื่อความหมายได้ ดินฟ้าอากาศ เอวบางร่างน้อย ปู่ย่าตายาย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๘. ความหมายของคำคู่หน้ากับคู่หลังตรงกันข้าม เช่น หน้าไหว้หลังหลอก ปากหวานก้นเปรี้ยว หน้าเนื้อใจเสือ หน้าชื่นอกตรม จำนวนคำในคำซ้อน ๑. คำซ้อน ๒ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๒ คำ ได้แก่ ช้างม้า บ้านเมือง คุกตะราง บ้านเรือน ใบความรู้ คำซ้อน


Click to View FlipBook Version