86 ๒. คำซ้อน ๔ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๔ คำ ได้แก่ เข้าอกเข้าใจ บ้านช่องห้องหอ เย็บ ปักถักร้อย ๓. คำซ้อน ๖ คำ คำซ้อนที่ประกอบด้วยคำ ๖ คำ ได้แก่ คดในข้องอในกระดูก เลือกที่รักมักที่ ชัง ชนิดของคำซ้อน ๑. คำซ้อนเพื่อความหมาย เกิดจากคำมูลที่มีความหมายอย่างเดียวกัน ต่างกันเล็กน้อยหรือ ไปในทำนอง เดียวกัน หรือต่างกันในลักษณะตรงข้าม เมื่อประกอบเป็นคำซ้อนจะมีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑) ความหมายเหมือนกัน คำที่นำมาซ้อนกันนั้นหมายถึงสิ่งเดียวกันหรือเป็นอย่าง เดียวกัน เช่น เร็วไว ทรัพย์สิน ใหญ่โต สูญหาย ดูแล หยาบช้า นุ่มนิ่ม เลือกสรร ๒) ความหมายคล้ายกัน คำที่นำมาซ้อนกันนั้นมีความหมายใกล้เคียงกันหรือเป็นไป ในทำนองเดียวกันพอที่จะจัดเข้ากลุ่มเดียวกันได้ เช่น ยักษ์มาร ไร่นา ถ้วยโถโอชาม ๓) ความหมายตรงกันข้าม คำที่นำมาซ้อนกันนั้นมีความหมายเป็นคนละลักษณะ หรือคนละฝ่ายกัน เช่น ใกล้ไกล สูงต่ำดำขาว ผิดถูก ชั่วดี ทีหน้าทีหลัง ๒. คำซ้อนเพื่อเสียง เป็นการนำคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันมาซ้อนกัน เพื่อให้ออกเสียง ง่ายขึ้น และมีเสียงคล้องจองกัน ทำให้เกิดความไพเราะขึ้น คำซ้อนเพื่อเสียงนี้บางทีเรียกว่าคำคู่ หรือ คำควบคู่ ๑) นำคำที่มีพยัญชนะต้นเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่เสียงสระ นำมาซ้อนหรือควบคู่ กัน เช่น เร่อร่า เซ่อซ่า อ้อแอ้ จู้จี้ เงอะงะ จอแจ ร่อแร่ จริงจัง ทึกทัก ตึงตัง ๒) นำคำแรกที่มีความหมายมาซ้อนกับคำหลัง ซึ่งไม่มีความหมาย เพื่อให้คล้องจอง และออกเสียงได้สะดวก เช่น กวาดแกวด มองเมิง ดีเด่ ไปเปย เดินแดน บ้าบอ หัวเหอ ๓) นำคำที่มีเสียงสระเดียวมาซ้อนกันหรือควบคู่กัน เช่น เบ้อเร่อ อ้างว้างแร้นแค้น จิ้มลิ้ม ออมชอม เรื่อยเจื้อย ราบคาบ
87 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง คำที่มี รร (ร หัน) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๘ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๗ วันอังคาร ที่ ๘ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๑๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๑ อธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับคำที่มี รร (ร หัน) ได้ ๒. นักเรียนสามารถเขียนคำที่ใช้รร (ร หัน) ได้ ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน และมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ การอ่านพยางค์ที่มี รร (ร หัน) รร (รอ – หัน) เป็นตัวอักษรที่แผลงมาจาก รฺ (รอ – เร – ผะ) ในภาษาสันสกฤต ในภาษาไทย รร ออกเป็นเสียงสระ -ะ (อะ) หรือ สระ -ะ + น (อัน) ๔. สาระการเรียนรู้ - วิธีการอ่านคำที่มี รร (ร หัน)
88 ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๗.๑ - ใบงาน การเขียนคำที่มีรร (ร หัน) ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้ในชั่วโมงที่แล้วเกี่ยวกับเรื่อง คำซ้อน ๘.๑.๒ นักเรียนอ่านคำต่อไปนี้ พร้อม ๆ กัน บรรพชน สรรพากร สรรเพชญ กรรมฐาน ธรรมทาน สรวงสวรรค์ สมรรถนะ กรรมกร กรรมวิธี วรรณา ๘.๑.๓ นักเรียนสังเกตคำดังกล่าว ว่าคำเหล่านี้มีลักษณะพิเศษอย่างไร ร่วมแสดงความคิดเห็น กับครูครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ การอ่านคำที่มี รร (ร หัน) การอ่านพยางค์ที่มี รร (รอ – หัน) เป็นตัวอักษรที่แผลงมาจาก รฺ (รอ – เร – ผะ) ใน ภาษาสันสกฤต ในภาษาไทย รร ออกเป็นเสียงสระ -ะ (อะ) หรือ สระ -ะ + น (อัน) ดังนี้ ๑. รร ออกเสียงเป็น อะ และพยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกด (รร = อะ + พยัญชนะ สะกด) ๒. รร ออกเสียงเป็น อัน (รร = อะ + น) ๓. รร ออกเสียงได้๒ แบบ คือ ออกเสียงเป็น อัน และออกเสียงเป็น อัน มีเสียง ระ กลางคำ
89 ๔. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกดและพยัญชนะนั้นเป็น พยัญชนะต้นประสมกับสระที่กำกับอยู่ของพยางค์ต่อไป ๕. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกด ถ้ามีพยางค์ตามมาให้ออก เสียงพยัญชนะสะกดประสมกับ สระ -ะ เป็นครึ่งเสียง และจึงออกเสียงพยางค์ต่อไป ๘.๒.๒ นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อทำกิจกรรม “ร หัน หรรษา” โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับกระดาษกับปากกากลุ่มละ ๑ ชุด เพื่อทำกิจกรรม ๘.๒.๓ นักเรียนรับฟังกติกา โดยมีอยู่ว่า ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคำที่เขียน ร (ร หัน) ให้ได้ เยอะที่สุด กลุ่มใดหาได้เยอะและถูกต้อง รับรางวัลจากครู ๘.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันอ่านคำ ร (ร หัน) จากกิจกรรมที่นักเรียนแต่ละกลุ่มได้เขียนไว้ อย่างพร้อม ๆ กัน พร้อมกับทดสอบทีละคน ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องคำที่มี ร (ร หัน) การอ่านพยางค์ที่มี รร (รอ – หัน) เป็นตัวอักษรที่แผลงมาจาก รฺ (รอ – เร – ผะ) ในภาษาสันสกฤต ในภาษาไทย รร ออกเป็นเสียงสระ -ะ (อะ) หรือ สระ -ะ + น (อัน) ดังนี้ ๑. รร ออกเสียงเป็น อะ (รร = อะ + พยัญชนะสะกด) ๒. รร ออกเสียงเป็น อัน (รร = อะ + น) ๓. รร ออกเสียงได้๒ แบบ คือ ออกเสียงเป็น อัน และออกเสียงเป็น อัน มี เสียง ระ กลางคำ ๔. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกดและพยัญชนะนั้น เป็นพยัญชนะต้นประสมกับสระที่กำกับอยู่ของพยางค์ต่อไป ๕. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกด ถ้ามีพยางค์ ตามมาให้ออกเสียงพยัญชนะสะกดประสมกับ สระ -ะ เป็นครึ่งเสียง และจึงออกเสียงพยางค์ต่อไป ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบความรู้คำที่มีรร (ร หัน) - ใบงาน คำที่มีรร (ร หัน)
90 ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเทอร์ - โทรศัพท์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
91 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายเกี่ยวกับคำที่มี รร (ร หัน) ได้ ๑. นักเรียนอธิบาย เกี่ยวกับคำที่มี รร (ร หัน) ได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกม “ร หัน หรรษา” นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ เขียนคำที่ใช้รร (ร หัน) ได้ ๒. นักเรียนเขียนคำที่ใช้ รร (ร หัน) ได้ ๓. ใบงาน คำที่มี รร (ร หัน) ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน และมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
92 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ........................................................................................................................................... ..................... .............................................................................................................. .................................................. ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ........................................................................................................................................ ........................ ........................................................................................................... ..................................................... ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
93 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................ .................... ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
94 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔
95 ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
96 รร (รอ – หัน) เป็นตัวอักษรที่แผลงมาจาก รฺ (รอ – เร – ผะ) ในภาษาสันสกฤต ในภาษาไทย รร ออกเป็นเสียงสระ -ะ (อะ) หรือ สระ -ะ + น (อัน) ดังนี้ ๑. รร ออกเสียงเป็น อะ และพยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกด (รร = อะ + พยัญชนะ สะกด) เช่น กรรม กอ + ะ + ม อ่านว่า กำ ธรรม ทอ + ะ + ม อ่านว่า ทำ มรรค มอ + ะ + ค อ่านว่า มัก วรรค วอ + ะ + ค อ่านว่า วัก สรรพ สอ + ะ + พ อ่านว่า สับ ๒. รร ออกเสียงเป็น อัน (รร = อะ + น) เช่น กรรไกร กอ + ะ + น อ่านว่า กัน กัน – ไกร จรรยา จอ + ะ + น อ่านว่า จัน จัน + ยา บรรดา บอ + ะ + น อ่านว่า บัน บัน + ดา สรรหา สอ + ะ + น อ่านว่า สัน สัน + หา ๓. รร ออกเสียงได้๒ แบบ คือ ออกเสียงเป็น อัน และออกเสียงเป็น อัน มีเสียง ระ ตรงกลางคำ เช่น ภรรยา พอ + ะ + น อ่านว่า พัน พัน – ยา อ่านว่า พัน – ระ อ่านว่า พัน – ระ – ยา สรรเสริญ สอ + ะ + น อ่านว่า สัน สัน – เสิน อ่านว่า สัน - ระ อ่านว่า สัน – ระ – เสิน ๔. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกดและพยัญชนะนั้นเป็น พยัญชนะต้นประสมกับสระที่กำกับอยู่ของพยางค์ต่อไป เช่น กรรมาชีพ กอ + ะ + ม อ่านว่า กำ กำ – มา – ชีบ กอ + ะ + น มอ + อา อ่านว่า กัน – มา – ชีบ ๕. รร ออกเสียงเป็น อะ พยัญชนะที่ตามมาเป็นตัวสะกด ถ้ามีพยางค์ตามมาให้ออก เสียงพยัญชนะสะกดประสมกับ สระ -ะ เป็นครึ่งเสียง และจึงออกเสียงพยางค์ต่อไป เช่น พรรณนา พอ + ะ + น พัน + น + ะ อ่านว่า พัน – นะ – นา ใบความรู้ การอ่านคำที่มี ร (ร หัน)
97 สรรพนาม สอ + ะ + พ สับ + พ + ะ อ่านว่า สับ – พะ – นาม ยกเว้นบางคำอ่านออกเสียงได้ ๒ แบบ เช่น บรรพชา อ่านว่า บัน – พะ – ชา , บับ – พะ – ชา สรรพสามิต อ่านว่า สัน – พะ – สา – มิด , สับ – พะ – สา – มิด
98 คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคำที่มี รร (ร หัน) ตามคำอ่านให้ถูกต้อง ๑. มัก เขียนเป็น ______________________________________ ๒. พัน – นะ – นา เขียนเป็น ______________________________________ ๓. ผิว – พัน เขียนเป็น ______________________________________ ๔. หัน – สา เขียนเป็น ______________________________________ ๕. พัน – สา เขียนเป็น ______________________________________ ๖. ทด – สะ – วัด เขียนเป็น ______________________________________ ๗. สัน – หา เขียนเป็น ______________________________________ ๘. ส้าง – สัน เขียนเป็น ______________________________________ ๙. สุ – พัน – บุ– รี เขียนเป็น ______________________________________ ๑๐. พัก – พวก เขียนเป็น ______________________________________ ชื่อ ....................................... สกุล ................................. ชั้น ................... เลขที่ ............... ใบงาน การเขียนคำที่มี รร (ร หัน)
99 คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคำที่มี รร (ร หัน) ตามคำอ่านให้ถูกต้อง ๑. มัก เขียนเป็น มรรค ๒. พัน – นะ – นา เขียนเป็น พรรณนา ๓. ผิว – พัน เขียนเป็น ผิวพรรณ ๔. หัน – สา เขียนเป็น หรรษา ๕. พัน – สา เขียนเป็น พรรษา ๖. ทด – สะ – วัด เขียนเป็น ทศวรรษ ๗. สัน – หา เขียนเป็น สรรหา ๘. ส้าง – สัน เขียนเป็น สร้างสรรค์ ๙. สุ – พัน – บุ– รี เขียนเป็น สุพรรณบุรี ๑๐. พัก – พวก เขียนเป็น พรรคพวก ชื่อ ................................. สกุล ............................ ชั้น ............ เลขที่ ............... เฉลย ใบงาน การเขียน คำที่มีรร (ร หัน)
100 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท ๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การใช้เครื่องหมายวรรคตอน เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๑๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันพุธ ที่ ๑๖ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของเครื่องหมายวรรคตอนแต่ละประเภทได้ ๒. นักเรียนสามารถแยกการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแต่ละประเภทได้ ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน และมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ ในการเขียนหนังสือไทย นอกจากการย่อหน้าและการเว้นวรรคตามปกติแล้ว ยังมีเครื่องหมาย อื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการเขียนอีกด้วย เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย ได้แก่ ไปยาลน้อย (ฯ) ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) ไม้ยมก (ๆ) อัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด (“”) สัญประกาศหรือเส้นใต้ (____) นขลิขิตหรือวงเล็บ ()ปรัศนีหรือเครื่องหมายคำถาม (?) อัศเจรีย์หรือเครื่องหมายตกใจ (!) สมการ, สมพล(สม-พน) หรือเสมอภาค (=) มหัพภาคหรือจุด (.) จุลภาคหรือลูกน้ำ (,) บุพสัญญา(”) ยัติภังค์(-) เส้นไข่ปลาและเส้นปรุ (..../_ _ _) และเครื่องหมายทับ (/)
101 ๔. สาระการเรียนรู้ - ความหมายของเครื่องหมายวรรคตอน - การใช้เครื่องหมายวรรคตอนแต่ละประเภท ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - ใบงาน เครื่องหมายวรรคตอนสอนให้รู้ ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องเครื่องหมาย วรรคตอนที่เคยเรียน โดยตอบคำถามครูว่ารู้จักอะไรบ้าง ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน ครูเชื่อมโยง เข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย ได้แก่ ๑. ไปยาลน้อย (ฯ) ใช้ละบางส่วนของคำ โดยเฉพาะคำยาว ๆ หรือชื่อ เฉพาะ ๒. ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) ใช้ละคำที่ไม่ต้องการกล่าวถึง หรือไม่สามารถกล่าว ทั้งหมดได้ ๓. ไม้ยมก (ๆ) .ใช้เขียนแทนคำซ้ำ หรือข้อความซ้ำ เมื่อต้องการให้อ่านซ้ำ
102 ๔. อัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด (“”) ใช้กำกับข้อความที่เป็นคำพูด หรือข้อความที่ยกมาจากที่อื่น ๕. สัญประกาศหรือเส้นใต้ (____) ใช้กำกับข้อความเพื่อบอกให้รู้ว่า ข้อความนั้นมีความสำคัญ ๖. นขลิขิตหรือวงเล็บ () ใช้กำกับข้อความเพื่ออธิบายความหมายของคำ หรือหรือข้อความที่อยู่ข้างหน้า ๗. ปรัศนีหรือเครื่องหมายคำถาม (?) ใช้ประกอบข้างท้ายประโยคคำถาม ๘. อัศเจรีย์หรือเครื่องหมายตกใจ (!) ใช้ประกอบข้างหลังคำที่แสดงอาการ ตกใจ ๙. สมการ, สมพล(สม-พน) หรือเสมอภาค (=) ใช้บอกความเท่ากันหรือ หมายถึงสิ่งเดียวกัน ๑๐. มหัพภาคหรือจุด (.) ใช้กำกับหัวข้อ และอักษรย่อ ใช้กับเลขที่มีจุด ทศนิยม ๑๑. จุลภาคหรือลูกน้ำ (,) ใช้คั่นคำหรือข้อความให้แยกออกจากกัน ๑๒. บุพสัญญา(”) ใช้แทนคำข้างบนที่เหมือนกันเพื่อให้อ่านง่าย ๑๓. ยัติภังค์(-) ใช้แยกคำให้ห่างกัน ๑๔. เส้นไข่ปลาและเส้นปรุ (..../_ _ _) ใช้แสดงช่องว่างสำหรับเติมคำลงไป ๑๕. เครื่องหมายทับ (/) ใช้แบ่งเลขที่บ้าน วัน เดือน ปี ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน นักเรียน ยกตัวอย่างวิธีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแต่ละประเภท ๘.๒.๓ นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อเล่นเกม “เพราะเราคู่ กัน” โดยครูจะแจกบัตรคำที่เป็นเครื่องหมายและเป็นความหมายให้กลุ่มละ ๑ ชุด ให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มจับคู่เครื่องหมายกับความหมายให้ถูกต้อง ซึ่งมีเวลาเพียง ๒ นาที กลุ่มใดจับคู่ได้เร็วที่สุดและ ถูกต้องมากที่สุดรับรางวัลจากครู ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง เครื่องหมายวรรคตอนว่ามีกีประเภท อะไรบ้าง เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย ได้แก่ ไปยาลน้อย (ฯ) ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) ไม้ยมก (ๆ) อัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด (“ ”) สัญประกาศหรือเส้นใต้ (____) นขลิขิตหรือวงเล็บ ( ) ปรัศนีหรือเครื่องหมายคำถาม (?) อัศเจรีย์หรือเครื่องหมายตกใจ (!) สมการ, สมพล(สม-พน) หรือ
103 เสมอภาค (=) มหัพภาคหรือจุด (.) จุลภาคหรือลูกน้ำ (,) บุพสัญญา(”) ยัติภังค์(-)เส้นไข่ปลาและ เส้นปรุ (..../_ _ _) และเครื่องหมายทับ (/) ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบความรู้ เครื่องหมายวรรคตอน ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเทอร์ - โทรศัพท์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
104 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายความหมายของ เครื่องหมายวรรคตอน แต่ละประเภทได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ความหมายของ เครื่องหมายวรรคตอน แต่ละประเภทได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. เกม “เพราะเราคู่กัน” นักเรียนผ่าน เกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถแยก การใช้เครื่องหมายวรรค ตอนแต่ละประเภทได้ ๒. นักเรียนแยกการใช้ เครื่องหมายวรรคตอน แต่ละประเภทได้ ๓. ใบงาน เครื่องหมายวรรค ตอนสอนให้รู้ ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน และมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
105 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................... ............ ....................................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................... ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ .................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ .................................................................................... ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ......................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................... .................................................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
106 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ...................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ...................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
107 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔
108 ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
การใช้เครื่องหมายวรรคตอนในการเขียนหนังสือไทย นอกจากการย่อหน้าและการเว้นวรรคตามปกติ แล้ว ยังมีเครื่องหมายอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการเขียนอีกดังนี้ ๑. ไปยาลน้อย (ฯ ) ใช้ละบางส่วนของคำ โดยเฉพาะคำยาว ๆ หรือชื่อเฉพาะ ตลอดจนถ้อยคำสำนวน ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป เช่น กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุงเทพมหานคร ข้าฯ อ่านว่า ข้าพเจ้า โปรดเกล้าฯ อ่านว่า โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทูลเกล้าฯ อ่านว่า ทูลเกล้าทูลกระหม่อม หมายเหตุกรุงเทพฯ ที่ใช้ไปยาลน้อย หมายถึง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ส่วนชื่อเฉพาะ เช่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ธนาคารกรุงเทพ ไม่ต้องใช้ไปยาลน้อย ๒. ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ ) ใช้ละคำที่ไม่ต้องการกล่าวถึงหรือไม่สามารถกล่าวทั้งหมดได้ดังนี้ ๑) ใช้ละตอนท้าย เช่น ในสวนมีต้นไม้มากมาย เช่น ต้น มะม่วง ต้นมะพร้าว ต้นประดู่ ฯลฯ (ฯลฯ อ่านว่า ละ หมายความว่ายังมีอีกมากมายหลายชนิด) ๒) ใช้ละตอนกลาง เช่น ทวีปเอเชียมีหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีสิงคโปร์ ฯลฯ มาเลเซีย (ฯลฯ อ่านว่าละถึง) ๓. ไม้ยมก (ๆ) ใช้เขียนแทนคำซ้ำ หรือข้อความซ้ำ เมื่อต้องการให้อ่านซ้ำ ซึ่งมีหลักในการใช้ดังนี้ ๑) คำซ้ำที่ใช้ไม้ยมกแทนจะต้องเป็นคำชนิดเดียวกันหรือทำหน้าที่อย่างเดียวกัน เช่น ควรขุดดินเป็นที่ ๆ ที่ ๆ มาจาก ที่ ที่ หยุดงานเป็นวัน ๆ วัน ๆ มาจาก วัน วัน ๒) ถ้าเป็นคำต่างชนิดกันหรือทำหน้าที่ต่างกันจะไม่ใช้ไม้ยมก เช่น ไปที่ที่ทำงาน ที่ เป็นบุพบท ที่ทำงาน เป็นคำนาม สถานที่ที่ควรเคารพ สถานที่ เป็นคำนาม ที่คำหลังเป็นสรรพนาม มีเมืองเมืองหนึ่ง เมืองคำหน้าเป็นสามานยนาม เมือง คำหลังเป็นลักษณนาม ๓) คำซ้ำที่เป็นคำมูล คือ เป็นคำเดียวมาแต่เดิม ใช้ไม้ยมกแทนไม่ได้เช่น จะจะ ชะชะ ชิซินานา จะเขียนเป็นจะ ๆ ชะ ๆ ชิ ๆ นา ๆ ไม่ได้ ๔) ไม่นิยมใช้ไม้ยมกในคำประพันธ์เช่น ออกแล่นคอยดูอยู่ห่างห่าง ถ้าขัดขวางก็จะได้แก้ไขหลาน หมายเหตุคำที่ซ้ำกันหลายครั้ง ควรใช้ไม้ยมกสองครั้งก็พอ เช่น น้องสาวทุบหมอนตุบ ๆ ๆ ๔. อัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด (“”) ใช้กำกับข้อความที่เป็นคำพูด ข้อความที่ยกมาจากที่อื่น หรือข้อความที่มีความหมายแปลกเด่นเป็นพิเศษกว่าข้อความอื่นในที่นั้น ดังนี้ ๑) ใช้กำกับคำพูด เช่น แม่บอกนิดว่า “อย่ากินขนมหวานมากนะเดี๋ยวจะอ้วน” ใบความรู้ การใช้เครื่องหมายวรรค ตอน
๒) ใช้กำกับข้อความที่ยกมาจากที่อื่น เช่น ข้อความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ไกลบ้านมีอยู่ว่า “ยุโรปมันหมดพอดี” ในกรณีที่ต้องใช้เครื่องหมายอัญประกาศซ้อนกันให้ใช้ดังนี้ “ฉันถามยายแล้วยายก็ถามกลับว่า “แล้วจะให้ยายไปด้วยทำไมล่ะ” ซึ่งฉันคิดดูแล้วมันก็จริงของยาย นะ” ๕. สัญประกาศหรือเส้นใต้ (___) ใช้กำกับข้อความเพื่อบอกให้รู้ว่าข้อความนั้นมีความสำคัญหรือควร สังเกตเป็นพิเศษ เช่น ยาอันตรายเก็บให้พ้นมือเด็ก ๖. นขลิขิตหรือวงเล็บ () ใช้กำกับข้อความเพื่ออธิบายความหมายของคำหรือข้อความที่อยู่ข้างหน้า เช่น เจ้าพระยาพระคลัง (หน) รามัญ (มอญ) พระสุนทรโวหาร (ภู่) บางพระโขนง (ปัจจุบันคือเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร) เป็นต้น ๗. ปรัศนีหรือเครื่องหมายคำถาม (?) ใช้ประกอบข้างท้ายประโยคคำถาม หรือข้อความที่อ่านแล้วเกิด ความสงสัย เช่น มนุษย์เราเกิดมาทำไม ? จะทำงานเสร็จเมื่อไร ? หมายเหตุปัจจุบันไม่นิยมใช้เครื่องหมายปรัศนีเพราะมีปฤจฉาสรรพนามแสดงการถามอยู่แล้ว ๘. อัศเจรีย์หรือเครื่องหมายตกใจ (!) ใช้ประกอบข้างหลังคำที่แสดงอาการตกใจ แปลกใจ ประหลาดใจ เช่น โอ๊ย! หนเดียวชีวิตแทบปลิดปลง ถ้าซ้ำสองต้องลงอเวจีเป็นต้น ๙. สมการ, สมพล (สม-พน) หรือเสมอภาค (=) ใช้บอกความเท่ากันหรือหมายถึงสิ่งเดียวกัน เช่น ๑ + ๑ = ๒ (หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง) ดวงตะวัน = พระอาทิตย์ (ดวงตะวันคือพระอาทิตย์) เป็นต้น ๑๐. มหัพภาคหรือจุด (.) มีวิธีใช้ดังนี้ ๑) ใช้กำกับหัวข้อเช่น ๓. ๒. ก. ข. ๒) ใช้กำกับอักษรย่อ เช่น รร. ย่อมาจาก โรงเรียน ช.ม. ย่อมาจาก ชั่วโมง นร. ย่อมาจาก นักเรียน พ.ศ. ย่อมาจาก พุทธศักราช ๓) ใช้เขียนแสดงการจบประโยค (ภาษาไทยไม่นิยมใช้) ๔) ใช้กำกับเลขจำนวนที่มีจุดทศนิยม เช่น ๑.๑๐ อ่านว่า หนึ่งจุดหนึ่งสูน ๑๑. จุลภาคหรือลูกน้ำ (,) ใช้คั่นคำหรือข้อความให้แยกออกจากกัน เช่น แม่สั่งซื้อของหลายอย่างมี กล้วยตาก, มะม่วงกวน, ทุเรียนกวนและขนมจีบ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้การเว้นวรรคแทน คือ แม่สั่งซื้อของ หลายอย่างมีกล้วยตาก มะม่วงกวนทุ เรียนกวน และขนมจีบ นอกจากนี้ยังนำมาใช้เขียนคั่นเลขเพื่อบอกจำนวนเช่น ๑,๒๓๔,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ ไร่ ๓๐,๐๐๐ ตัน เป็นต้น ๑๒. บุพสัญญา (”) ใช้แทนคำข้างบนที่เหมือนกันเพื่อให้อ่านง่าย และประหยัดเวลาในการเขียนเช่น นักเรียนชาย ๑๐ คน เกิด พ.ศ. ๒๕๓๐
” หญิง ๑๒ ” ” ๒๕๒๙ ” ครู ๗ ” ” ๒๕๑๕ ๑๓. ยัติภังค์ (-) ๑) ใช้แยกคำให้ห่างกัน คือ ค่าที่ไม่สามารถเขียนให้ต่อเนื่องกันเนื่องจากหมดบรรทัด ๒) ใช้แยกคำเพื่อบอกเสียงอ่าน เช่น ฆราวาส อ่านว่า คะ-รา-วาด เป็นต้น ๑๔. เส้นไข่ปลาและเส้นปรุ (……./_ _ _ _) ๑) ใช้แสดงช่องว่างสำหรับเติมคำลงไป เช่น กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของไทยมาเป็นเวลา.....ปีแล้ว ๒) ใช้กำกับหน้าหรือหลังข้อความที่ตัดตอนมาจากที่อื่นเป็นบางส่วน เช่น ข้อความส่วนหนึ่งที่ สะเทือนใจผู้อ่านได้ดีคือ......บนร่างของชะนีตัวที่ถูกยิงตายตัวนั้น ยังมีลูกชะนีท่าทางตื่นกลัวเกาะติดแน่นที่อก ....... ๓) ใช้โยงสัมผัสในแผนผังคำประพันธ์ หมายเหตุ เส้นไข่ปลาและเส้นปรุสามารถใช้แทนกันได้ ๑๕. เครื่องหมายทับ (/) ๑) ใช้แบ่งเลขที่บ้าน เช่น บ้านเลขที่ ๓๔/๕๔ อ่านว่า บ้าน-เลก-ที่สาม-สิบ-ส-ทับ-สี่-สี่ ๒) ใช้แบ่งวันเดือนปีเช่น ๓/๙/๔๕ อ่านว่า วันที่สามเดือนกันยายนพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบ ห้า ๓) ใช้ขีดคั่นระหว่าง และ/หรือ หมายถึงทั้งสองอย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อบัญชีสมุดเงิน ฝาก “นายสมชายและ/หรือนางสมใจ เชื้อไทย” หมายความว่า นายสมชายหรือนางสมใจ จะเซ็นชื่อถอนเงิน คนเดียวหรือจะเซ็นด้วยกันก็ได้ ๔) ใช้คั่นระหว่างคำที่สามารถใช้แทนกันได้ เช่น ตำบล/แขวง ตรอก/ซอย เป็นต้น ๕) ใช้คั่นระหว่างคำที่มีความหมายว่า “ต่อ” เช่น กระดาษม้วนนี้ ราคา ๒๐ บาท/แผ่น ไม่ควรขับรถ ด้วยความเร็วเกินกว่า ๔๐ กม./ช.ม. เป็นต้น
เครื่องหมาย ชื่อ วิธีการใช้ ๑. ( ฯ ) ใช้ละบางส่วนของคำ โดยเฉพาะคำยาว ๆ หรือชื่อ เฉพาะ ๒. ไปยาลใหญ่ ใช้ละคำที่ไม่ต้องการกล่าวถึงหรือไม่สามารถกล่าว ทั้งหมด ๓. ( ๆ ) ไม้ยมก ๔. ( “ ” ) ใช้กำกับข้อความที่เป็นคำพูด ๕. (___) ใช้กำกับข้อความเพื่อบอกให้รู้ว่าข้อความนั้นมี ความสำคัญหรือควรสังเกตเป็นพิเศษ ๖. ( ) นขลิขิตหรือวงเล็บ ๗. ( ? ) ใช้ประกอบข้างท้ายประโยคคำถาม ๘. อัศเจรีย์หรือเครื่องหมาย ตกใจ ใช้ประกอบข้างหลังคำที่แสดงอาการตกใจ แปลกใจ ประหลาดใจ ๙. ( = ) สมการ, สมพล (สม-พน) หรือเสมอภาค ๑๐. ( . ) ใช้กำกับหัวข้อ ๑๑. จุลภาคหรือลูกน้ำ ใช้คั่นคำหรือข้อความให้แยกออกจากกัน ๑๒. บุพสัญญา ใช้แทนคำข้างบนที่เหมือนกันเพื่อให้อ่านง่าย และ ประหยัดเวลาในการเขียน ๑๓. ( - ) ยัติภังค์ ๑๔. ( ……. /_ _ _ _ ) เส้นไข่ปลาและเส้นปรุ ๑๕. เครื่องหมายทับ ใช้แบ่งเลขที่บ้าน วัน เดือน ปี ใบงาน เครื่องหมายวรรคตอนสอนให้รู้
เครื่องหมาย ชื่อ วิธีการใช้ ๑. ( ฯ ) ไปยาลน้อย ใช้ละบางส่วนของคำ โดยเฉพาะคำยาว ๆ หรือชื่อ เฉพาะ ๒. ( ฯลฯ ) ไปยาลใหญ่ ใช้ละคำที่ไม่ต้องการกล่าวถึงหรือไม่สามารถกล่าว ทั้งหมด ๓. ( ๆ ) ไม้ยมก ใช้เขียนแทนคำซ้ำ หรือข้อความซ้ำ ๔. ( “ ” ) อัญประกาศหรือเครื่องหมาย คำพูด ใช้กำกับข้อความที่เป็นคำพูด ๕. (___) สัญประกาศหรือเส้นใต้ ใช้กำกับข้อความเพื่อบอกให้รู้ว่าข้อความนั้นมี ความสำคัญหรือควรสังเกตเป็นพิเศษ ๖. ( ) นขลิขิตหรือวงเล็บ ใช้กำกับข้อความเพื่ออธิบายความหมายของคำหรือ ข้อความที่อยู่ข้างหน้า ๗. ( ? ) ปรัศนีหรือเครื่องหมาย คำถาม ใช้ประกอบข้างท้ายประโยคคำถาม ๘. ( ! ) อัศเจรีย์หรือเครื่องหมาย ตกใจ ใช้ประกอบข้างหลังคำที่แสดงอาการตกใจ แปลกใจ ประหลาดใจ ๙. ( = ) สมการ, สมพล (สม-พน) หรือเสมอภาค ใช้บอกความเท่ากันหรือหมายถึงสิ่งเดียวกัน ๑๐. ( . ) มหัพภาคหรือจุด ใช้กำกับหัวข้อ ๑๑. ( , ) จุลภาคหรือลูกน้ำ ใช้คั่นคำหรือข้อความให้แยกออกจากกัน ๑๒. ( ” ) บุพสัญญา ใช้แทนคำข้างบนที่เหมือนกันเพื่อให้อ่านง่าย และ ประหยัดเวลาในการเขียน ๑๓. ( - ) ยัติภังค์ ใช้แยกคำให้ห่างกัน ๑๔. ( ……. /_ _ _ _ ) เส้นไข่ปลาและเส้นปรุ ใช้แสดงช่องว่างสำหรับเติมคำลงไป ๑๕. ( / ) เครื่องหมายทับ ใช้แบ่งเลขที่บ้าน วัน เดือน ปี ใบงาน เครื่องหมายวรรคตอนสอนให้รู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง หลักการเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันศุกร์ ที่ ๑๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันอังคาร ที่ ๑๕ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๑๘ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าได้ ๒. นักเรียนสามารถเขียนหลักการเขียนรายงานการค้นคว้าได้ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ รายงานการศึกษาค้นคว้า มีระบบและระเบียบในการเขียน จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบและ ขั้นตอนในการเขียน จึงจะสามารถเขียนได้ถูกต้อง ๔. สาระการเรียนรู้ - หลักการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - ส่วนประกอบของรายงาน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - การเขียนรายงาน ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนบอกหนังสือหรือเรื่องที่ตนเองชื่นชอบมาคน ละ ๑ เรื่อง พร้อมอธิบายเหตุผล ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่นักเรียนได้นำเสนอ ครูเชื่องโยมเกี่ยวกับ เรื่องการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสังเกตว่า การเขียนรายงานด้วยวาจาและการเขียนรายงานเป็น ลายลักษณ์อักษร แตกต่างกันอย่างไร การเขียนรายงานการแบ่งเป็น ๒ แบบ คือ ๑. การรายงานด้วยวาจา คือ การบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยคำพูด เพื่อให้ผู้อื่น ทราบในเรื่องที่เราไปรู้หรือไปเห็นมา ๒. การรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร คือ การบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ด้วย การ เขียน เพื่อให้ผู้อื่นทราบเรื่องนั้น ๆ โดยการอ่าน ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับหลักการเขียนรายานการศึกษาค้นคว้าการ เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าการเขียนรายงาน คือ การศึกษาหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้ว นำมาเรียบเรียงเป็นเนื้อความเดียวกัน ส่วนประกอบของรายงานมี ๒ ส่วน คือ ส่วนเนื้อหา (ส่วนนำ ส่วนเนื้อ เรื่อง ส่วนท้าย) และส่วนอ้างอิง ๘.๒.๓ นักเรียน เรียนรู้วัตถุประสงค์ของการเขียนรายงานจากครู วัตถุประสงค์ของการเขียนรายงาน ๑. ฝึกทักษะในการเขียน ๒. ฝึกการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
๓. ฝึกให้เป็นคนมีเหตุผล ๔. ช่วยให้ความรู้กว้างขวาง ๘.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์ส่วนประกอบของรายงาน ส่วนประกอบของรายงาน ๑. ส่วนประกอบตอนต้นหรือส่วนนอก ประกอบด้วย ก. ปกนอก ข. ใบรองปก ค. ปกใน ง. คำนำ จ. สารบัญ ๒. ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย ก. บทนำ ข. เนื้อหา ค. สรุป ๓. ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย ก. ภาคผนวก ข. บรรณานุกรม ๘.๒.๕ นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๖ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อทำกิจกรรมในชั้นเรียน ๘.๒.๖ นักเรียนแต่ละกลุ่มปรึกษาร่วมกันอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับหัวข้อที่จะใช้ทำ กิจกรรมการเขียนรายงาน ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง หลักการเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า การเขียนรายงานแบ่งเป็น ๒ ประเภท ๑. การเขียนรายงานด้วยวาจา ๒. การเขียนรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร การเขียนรายงาน คือ การเขียนรายงาน คือ การศึกษาหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้ว นำมาเรียบเรียงเป็นเนื้อความเดียวกัน ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับ ใบงาน การเขียนรายงาน ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า
- กิจกรรม การเขียนรายงาน ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเทอร์ - โทรศัพท์ ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ - อินเทอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการเขียน รายงานการศึกษา ค้นคว้าได้ ๑. นักเรียนอธิบาย หลักการเขียนรายงาน การศึกษาค้นคว้าได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ เขียนหลักการเขียน รายงานการค้นคว้าได้ ๒. นักเรียนเขียน หลักการเขียนรายงาน การค้นคว้าได้ ๒. กิจกรรมการเขียน รายงาน ๓. ใบงาน การเขียนรายงาน ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการ แสดงออกของ พฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................ .................................... ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................ .................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................................................... ........ ........................................................................................................................... ................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................ .................. ................................................................................................................. ............................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................... .......................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗
๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง ๑.การรายงานด้วยวาจาหมายถึง ตอบ.......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ๒.การรายงานด้วยลายลักษณ์หมายถึง ตอบ.......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ๓. ส่วนประกอบของรายงาน ๓.๑ ส่วนประกอบตอนต้นหรือส่วนนอก ประกอบด้วย ก. ......................................... ข. ......................................... ค. ......................................... ง. ......................................... จ. ......................................... ๓.๒ ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย ก. ......................................... ข. ......................................... ค. ......................................... ๓.๓ ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย ก. ......................................... ข. ......................................... ชื่อ............................................................................................................ชั้น......... ..เลขที่............. ใบงาน การเขียนรายงาน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๑๕ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๗ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๑๘ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๓ วันจันทร์ ที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าได้ ๒. นักเรียนสามารถเขียนหลักการเขียนรายงานการค้นคว้าได้ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน ๓. สาระสำคัญ รายงานการศึกษาค้นคว้า มีระบบและระเบียบในการเขียน จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบและ ขั้นตอนในการเขียน จึงจะสามารถเขียนได้ถูกต้อง ๔. สาระการเรียนรู้ - ขั้นตอนในการเขียนรายงาน - เขียนรายรางการศึกษาการค้นคว้า ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - กิจกรรมกลุ่ม การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - ใบงาน หลักการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้ว ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการเลือกหัวข้อการเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับขั้นตอนในการเขียนรายงาน ขั้นตอนในการเขียนรายงาน ๑. เลือกหัวข้อเรื่องและกำหนดขอบเขตของเรื่อง ๑.๑ ควรเลือกเรื่องที่มีความสำคัญหรือสอดคล้องกับวิชาที่เรียน ๑.๒ ผู้เขียนมีความสนใจ ถนัด และสามารถเขียนได้ดี ๑.๓ ควรเลือกเรื่องและกำหนดขอบเขตพอที่จะหาข้อมูลและเอกสาร ประกอบได้ภายในเวลาที่กำหนด ๒. การวางโครงเรื่อง ๒.๑ ครอบคลุมเรื่องและขอบเขตของเรื่องอย่างครบถ้วน ๒.๒ มีเอกภาพและสัมพันธภาพระหว่างหัวข้อเรื่อง ๒.๓ หาข้อมูลและเอกสารมาประกอบได้ ๒.๔ ใช้กลวิธีทั่วไปเช่นเดียวกับการวางโคลงเรื่องเรียความ ๘.๒.๒ นักเรียนดูตัวอย่างโครงเรื่องจากครู โครงเรื่องรายงานเรื่อง พลายประกายมาศ : ช้างแสนรู้ บทนำ ที่มาของช้างพลายประกายมาศ
เนื้อหา ๑. ลักษณะของช้างทั่วไป ๑.๑ สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ๑.๒ มีสองตระกูลใหญ่ : ตระกูลแอฟริกาและตระกูลเอเชีย ๒. ช้างสำคัญในอดีต ๒.๑ ช้างในชาดกทางพระพุทธศาสนา ๒.๒ ช้างในประวัติศาสตร์ชาติไทย ๓. ความเป้นาของพลายประกายมาศ ๓.๑ ช้างฝ่ายมอญ ๓.๒ ช้างฝ่ายพม่า ๔. การวางแผนลดความสำคัญของพลายประกายมาศ ๕. บทบาทของพลายประกายมาศในการรบ เกียรติคุณของพลายประกายมาศ สรุป ๘.๒.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับขั้นตอนในการเขียนรายงาน (ต่อ) ๓. การค้นคว้าและบันทึกข้อมูล ๓.๑ แหล่งข้อมูล มี ๓ ประเภท ก. ข้อมูลจากการฟัง ข. ข้อมูลจากการอ่าน ค. ข้อมูลจากประสบการณ์ตรง ๓.๒ วิธีจดบันทึก แยกจดตามประเภทของข้อมูล ๑. จดบันทึกจากการฟัง ก. การฟังบรรยายทั่ว ๆ ไป ข. การฟังชนิดอื่น ๆ เช่นการสัมภาษณ์ ๒. จดบันทึกจากการอ่าน จดเฉพาะสาระสำคัญโดยใช้ถ้อยคำของตนเอง ถ้ายกข้อความเดิมม มาต้องคัดลอกให้ตรงตามต้นฉบับและใส่เครื่องหมายอัญประกาศ (“......”) กำกับไว้ ๓. จดบันทึกจากประสบการณ์มีขั้นตอนดังนี้ ก. กำหนดชื่อเรื่อง ข. บอกวัน เวา สถานที่ที่พบเห็น ค. บอกชื่อผู้เกี่ยวข้อง ง. บอกสภาพของสิ่งที่พบเห็น จ. เรียงตามำดับเหตุการณ์ ฉ. ตั้งข้อสังเกตหรือแสดงความคิดเห็นไว้ตอนท้าย
๓.๓ การอ้างแหล่งข้อมูล การอ้างแหล่งข้อมูล คือ การบอกว่าข้อมูลนั้นได้มาจากไหน ในโอกาสใด เมื่อไร ๔. การเรียบเรียงข้อมูลเป็นรายงานตามโครงเรื่อง ๔.๑ เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดยใช้ภาษาของผู้เขียนเอง ๔.๒ ควรอ้างถึงแหล่งข้อมูลตามที่ได้กล่าวมา ๔.๓ กำหนดสัดส่วนขิงเนื้อเรื่องให้เหมาะสม ๔.๔ ข้อมูลตัวเลข ควรนำเสนอให้เหมาะสมน่าสนใจ และเข้าใจง่าย ๘.๒.๔ นักเรียนนั่งตามกลุ่มเดิมที่ได้แบ่งไว้ในชั่วโมงที่แล้ว เลือกหัวข้อและตั้งชื่อเรื่องที่จะทำรายงาน การการศึกษาค้นคว้า ๘.๒.๕ นักเรียนรับอุปกรณ์ในการทำงานกลุ่มละ ๑ ชุด ครูอนุญาตให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลใน อินเทอร์เน็ตได้ นักเรียนลงมือทำกิจกรรมโดยให้เวลา ๑๕ นาที ๘.๒.๖ นักเรียนแต่ละกลุ่มจับสลากเพื่อออกมานำเสนอผลงาน ๘.๒.๗ นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง หลักการเขียนรายงานการศึกษาการค้นคว้า ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - กิจกรรม การเขียนรายงาน ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - คอมพิวเตอร์ - โทรศัพท์ - กระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ - ปากกาเคมีหลากสี ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภาษาไทย หลักการและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ - อินเทอร์เน็ต
๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการเขียน รายงานการศึกษา ค้นคว้าได้ ๑. นักเรียนอธิบาย หลักการเขียนรายงาน การศึกษาค้นคว้าได้ ๑. คำถาม และการถามตอบในชั้นเรียน ๒. ใบงาน หลักการเขียน รายงานการศึกษาค้นคว้า นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ เขียนหลักการเขียน รายงานการค้นคว้าได้ ๒. นักเรียนเขียน หลักการเขียนรายงาน การค้นคว้าได้ ๓. กิจกรรม การเขียน รายงาน ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการเรียน ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ........................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................... ................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ .. ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................................... .................... .................................................................................................................................................................. ............ ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น ก า ร ต อ บ คำถาม ก า ร ร ั บ ฟั ง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗
๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ๑.การค้นคว้าและบันทึกข้อมูลแหล่งข้อมูล มี ๓ ประเภท มีอะไรบ้าง ตอบ.......................................................................................................................... ............................... ................................................................................................... ............................................................. ................................................................................................................................................................ ๒. ขั้นตอนในการเขียนรายงานการเลือกหัวข้อเรื่องและกำหนดขอบเขตของเรื่องควรปฏิบัติอย่างไร ตอบ.......................................................................................................................... ............................... ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ๓. ขั้นตอนในการเขียนรายงานการวางโครงเรื่องควรปฏิบัติอย่างไร ตอบ.......................................................................................................................... ............................... ........................................................................................................................................... ...................... ................................................................................................................................................................. ชื่อ................................................................................................................. ชั้น... .............เลขที่.............. ใบงาน หลักการเขียน รายงานการศึกษาค้นคว้า
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑๒ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง ที่มาและลักษณะคำประพันธ์ในสุภาษิตพระร่วง เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ วันจันทร์ ที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันจันทร์ ที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันพุธ ที่ ๒๓ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง เห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผล ประกอบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒ .๑ นักเรียนสามารถอธิบายที่มาและลักษณะคำประพันธ์ในสุภาษิตพระร่วงได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อหาวรรณคดีเรื่อง สุภาษิตพระร่วง พร้อมยกเหตุผลประกอบได้ ๒.๓ นักเรียนสามารถนำความรู้และข้อคิดไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ๓. สาระสำคัญ สำหรับสุภาษิตพระร่วงฉบับที่กรมวิชาการกำหนดให้เป็นวรรณคดีที่เสนอให้เลือกเรียนในชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ นี้ พิมพ์รวมอยู่ในหนังสือประชุมสุภาษิตพระร่วงของสถาบันไทยกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีอยู่ ๖ สำนวน สำหรับฉบับที่นำมาเป็นแบบเรียนนี้เป็นสุภาษิตพระร่วงสำนวนที่ ๑ ร่ายสุภาษิตพระร่วง (ฉบับจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระนิพนธ์ สมเด็จสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ความเป็นมาสุภาษิตพระร่วง ๔.๒ ประวัติผู้แต่ง ๔.๓ ลักษณะคำประพันธ์
๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖.๑ มีวินัย ๖.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๖.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน ๗.๑ - ใบงาน ที่มาและลักษณะคำประพันธ์ในสุภาษิตพระร่วง ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูทักทายกัน ครูนำตัวอย่างบทประพันธ์มาแสดงให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียน อ่านออกเสียงพร้อมกัน ว่าสำนวนสุภาษิตทั้งสองสำนวนนั้นมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร บทประพันธ์ที่ ๑ เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่... บทประพันธ์ที่ ๒ เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพาเพียนรไปเถิดจะเกิดผล ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสังเกตและแสดงความคิดเห็นกับบทประพันธ์ดังกล่าว ครูเชื่อมโยงเข้าสู่ บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสุภาษิตพระร่วง ว่ามีลักษณะอย่างไร ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสุภาษิตพระร่วง เรื่องสุภาษิตพระร่วงเป็นสุภาษิตคำสอนเก่าแก่ที่สุดของไทยที่ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์ อักษร เชื่อว่าเป็นวรรณคดีที่เต่งขึ้นในสมัยสุโขทัย แต่ทั้งนี้มีปรากฏเป็นหลักฐานว่าใน พ.ศ. ๒๓๗๙ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จารึกเรื่องสุภาษิต พระร่วงลงบนแผ่น ศิลาประดับไว้บนฝาผนังด้านในศาลาหลังเหนือหน้าพระมหาเจดีย์ ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
คำว่า “สุภาษิต” แปลว่า ถ้อยคำที่กล่าวดีแล้ว บางครั้งเรียกว่า “ภาษิต” หมายถึง ถ้อยคำหรือ ข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานเป็นคติสอนใจ มักใช้คำสั้น ๆ แต่กินความมาก และนิยมสอนแต่เรื่องดี ๆ ๘.๒.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประวัติผู้แต่งเรื่องสุภาษิตพระร่วง สุภาษิตพระร่วงไม่ปรากฏนามผู้แต่งแน่นอนและพบหลายฉบับ สำหรับฉบับที่นำมาเป็นแบบเรียนใน หนังสือเล่มนี้ ได้รับการชำระโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ๘.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับลักษระคำประพันธ์เรื่องสุภาษิตพระร่วง สุภาษิตพระร่วงแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทร่ายสุภาพ วรรคละ ๕-๘ คำ ร่ายแต่ละวรรคมี การรับส่งสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ โดยคำสุดท้ายของวรรคหน้าจะสัมผัสสระกับคำในวรรคต่อไปแต่ไม่มีกำหนด ตำแหน่งคำรับสัมผัสที่ตายตัวแล้วจบด้วย โคลงสองสุภาพ (โคลงสองสุภาพมีสัมผัสบังคับแห่งเดียว คือ คำที่ ๕ ของวรรคที่ ๑ ส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๕ ของวรรคที่ ๒ การวางโคลงสองสุภาพสามารถวางแบบใดก็ได้) ร่ายสุภาพ ตัวอย่างร่าย ป่างสมเด็จพระร่วงเจ้า เผ้าแผ่นภพสุโขทัย มลักเห็นในอนาคต จึงผายพจนประภาษ เป็นอนุ สาสนกถา สอนคณานรชน... โคลงสองสุภาพ โดยอรรถอันถ่องถ้วน แถลงเลศเหตุเลือกล้วน เลิศอ้างทางธรรม แลนา ฯ ๘.๒.๒ นักเรียนทบทวนความรู้โดยตอบคำถาม ๑. สุภาษิตพระร่วง แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด (แต่งด้วยร่ายสุภาพและจบด้วยโคลงสองสุภาพ) ๒. สุภาษิตพระร่วงแต่งขึ้นในสมัยใด (สมัยสุโขทัย) ๓. เนื้อหาของสุภาษิตพระร่วง เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งใด (เป็นคำสอน มีทั้งข้อแนะนำและข้อห้าม และที่เป็นคำสั่ง) ๔. ผู้แต่ง สุภาษิตพระร่วง ฉบับที่เรียนนี้คือใคร (สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส)