๓๐๑
๑๐ นายอมร แกว้ ยอด ทายางแผน่ รมควนั หมทู่ ี่ ๓ ต.ชา้ งกลาง
๑๑ สหกรณ์กองทุนสวนยางหนา้ เหมน ทายางแผน่ ดิบ/ยางแผ่น/รมควนั หมู่ที่ ๑๐ ต.ชา้ ง
กลาง
๑๒ สหกรณ์กองทุนสวนยางบา้ นคลองงา ทายางแผน่ ดิบ/ยางแผน่ /รมควนั หมูท่ ่ี ๒ ต.ชา้ ง
กลาง
๑๓ สหกรณ์กองทุนสวนยางบา้ นนิมิตใหม่ ทายางแผน่ ดิบ/ยางแผน่ /รมควนั หมู่ท่ี ๑ ต.ชา้ ง
กลาง
๑๔ บริษทั นาวา พาราวดู้ จากดั แปรรูปไมย้ างพารา หมู่ที่ ๕ ต.ชา้ งกลาง
๑๕ นายอคั รเดช แซ่เต้ียง แปรรูปไมย้ างพารา หมูท่ ี่ ๑๑ ต.ชา้ งกลาง
๑๖ บริษทั นาวา ซีแพค็ จากดั ผลิตอิฐบลอ๊ ค หมู่ท่ี ๗ ต.ชา้ งกลาง
๑๗ บริษทั ชา้ งกลาง ซีแพค จากดั ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ หมทู่ ่ี ๕ ต.ชา้ งกลาง
๑๘ บริษทั นาวาคอนกรีต จากดั ผลิตจาหน่ายผลิตภณั ฑค์ อนกรีต หมู่ท่ี ๗ ต.ชา้ งกลาง
๑๙ บริษทั นาวา โฮม เอก็ ซ์เพลส จากดั จาหน่ายวสั ดุก่อสร้าง หมู่ท่ี ๗ ต.ชา้ งกลาง
๒๐ นายพงษศ์ กั ด์ิ ไทยนิยม ขดุ ตกั ดินเพอื่ ใชใ้ นการก่อสร้าง หมทู่ ่ี ๒ ต.ชา้ งกลาง
๒๑ โรงงานศรีสวสั ด์ิสีขา้ วชนิดแยกแกลบ แยกรา หมู่ท่ี ๓ ต.ชา้ งกลาง
๒๒ นายสมพร ศรีวชิ ยั ผลิตน้าดื่ม หม่ทู ่ี ๑ ต.ชา้ งกลาง
๒๓ บริษิท โฮล่ี วอร์เตอร์ จากดั ผลิตน้าด่ืม หมูท่ ี่ ๑๗ ต.ชา้ งกลาง
๑๒.๓ เทศบาลตาบลหลกั ช้าง
๑.ประวัตคิ วามเป็ นมา
๓๐๒
ตาบลหลกั ชา้ งเป็นตาบลหน่ึงในเขตการปกครองของอาเภอชา้ งกลาง จดั ต้งั ตามประกาศ
จงั หวดั นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยมีรูปแบบการบริหารเป็นสภาตาบล ตอ่ มาไดแ้ ยก
การปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเป็นองคก์ ารบริหารส่วนตาบลหลกั ชา้ ง ตามพระราชบญั ญตั ิสภาตาบลและ
องคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบบั ทว่ั ไป เล่มที่ ๑๑๓ ตอน
ท่ี ๙ ลงวนั ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ โดยมีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แต่วนั ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๙
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลหลกั ชา้ ง ไดข้ บั เคล่ือนการทางานต้งั แต่เริ่มก่อต้งั องคก์ ารบริหาร
ส่วนตาบลหลกั ชา้ ง โดยมีบทบาทสาคญั ในการพฒั นา ร่วมคดิ ร่วมตดั สินใจ ร่วมดาเนินการภารกิจ
ร่วมแกไ้ ขปัญหาและอปุ สรรคตา่ งๆที่เกิดข้นึ ในพ้ืนท่ี
ในปี ๒๕๕๕ ไดร้ ับยกฐานะเป็นเทศบาลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวนั ที่ ๖
สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕ โดยผา่ นความเห็นชอบจากสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลหลกั ชา้ ง ในการ
ประชุมสมยั สามญั ท่ี ๔/๒๕๕๔ ประจาปี ๒๕๕๔ คร้ังที่ ๑ เมื่อวนั ท่ี ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เทศบาลตาบลหลกั ช้าง ต้งั อยู่เลขท่ี ๒๘๕ หมู่ท่ี ๕ ตาบลหลกั ชา้ ง อยทู่ างทิศตะวนั ตกของตวั
เมืองจงั หวดั นครศรีธรรมราช ห่างจากที่วา่ การอาเภอชา้ งกลาง ๕ กิโลเมตรมีพ้ืนท่ีประมาณ๔๗ตาราง
กิโลเมตร
มีอาณาเขตดังนี้
- ทิศเหนือ ติดเทศบาลตาบลจนั ดี อาเภอฉวาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
- ทิศใต้ ติดตาบลชา้ งกลาง อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
- ทิศตะวนั ออกติดตาบลแกว้ แสน และตาบลทงุ่ สง อาเภอนาบอน จงั หวดั นครศรีธรรมราช
-ทิศตะวนั ตกติดตาบลแกว้ แสน อาเภอนาบอน และจดตาบลชา้ งกลาง อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั
นครศรีธรรมราช
๒. ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ
โดยทว่ั ไปมีลกั ษณะดินท่ีราบลุม่ มีแหล่งน้าธรรมชาติหลายสายไหลผา่ น เหมาะสาหรับการ
ประกอบอาชีพเกษตร ลกั ษณะดินโดยทวั่ ไปเป็นดินร่วน ดินเหนียวปนทรายเหมาะสาหรับการทาสวน
ยางพารา ทานาขา้ ว
๓. ลกั ษณะภูมิอากาศ
ลกั ษณะทว่ั ไปของภูมิอากาศของตาบลหลกั ชา้ ง จดั อยใู่ นประเภทที่อยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของลม
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ ทาใหเ้ กิดฤดูกาล ๒ ฤดู คอื
-ฤดูร้อน ช่วงเดือน กมุ ภาพนั ธ์ – เดือนพฤษภาคม
-ฤดูฝน ช่วงเดือน มิถนุ ายน – เดือนมกราคม
๔.พื้นทปี่ ่ า
๓๐๓
ตาบลหลกั ชา้ ง มีพ้ืนท่ีป่ าและแหล่งน้าธรรมชาติท่ีเป็นแหลง่ อนุรักษ์ ในพ้ืนที่หม่ทู ่ี ๘ บา้ นพรุ
ไข่เตา่ เน้ือท่ี ๘๐ ไร่ และพ้นื ท่ีหมทู่ ี่ ๙ เขือ่ นโมกขรรค์ เน้ือท่ี ๓๐ ไร่ เป็นแหล่งเพาะพนั ธุ์สตั วน์ ้าจืดใน
ตาบล และเป็นแหล่งอนุรักษแ์ ละขยายพนั ธุ์ปลาทอ้ งถิ่น
เทศบาลตาบลหลกั ชา้ งแบง่ เขตการปกครองประกอบดว้ ยชุมชนต่าง ๆ ๑๐ หมู่บา้ น ไดแ้ ก่
-หมู่ ๑ บา้ นทงุ่ ปอน
-หมู่ ๒ บา้ นโคกทือ
- หมู่ ๓ บา้ นนาปราน
- หมู่ ๔ บา้ นหนองเตย
- - หมู ๕ บา้ นหนองไหล
- หมู่ ๖ บา้ นหลกั ชา้ ง
- หมู่ ๗ บา้ นตน้ ซาง
- หมู่ ๘ บา้ นบนควน(พรุไขเ่ ต่า)
- หมู ๙ บา้ นโคกสะทอ้ น
- หมู่ ๑๐ บา้ นควนพสิ ิษฐ์ (ควนพลอง)
๓๐๔
ข้อมูลทว่ั ไป จาก จปฐ.สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอชา้ งกลาง ปี ๒๕๖๑
- จานวนประชากร ชาย ๒,๗๑๘ คน หญิง ๒,๙๑๔ รวม ๕,๖๔๒
- จานวนครัวเรือน ๑,๙๔๓ หลงั
- รายไดเ้ ฉล่ียต่อคนต่อปี ๕๘,๔๓๑ บาท
จานวนวดั มี ๓ วดั ๑ สานกั สงฆแ์ ละอีก ๑ ศูนยป์ ฏิบตั ิธรรมคอื
- วดั จนั ดี
- วดั หลกั ชา้ ง
- วดั ธาตนุ อ้ ย
- สานกั สงฆบ์ า้ นควนตม
- ศูนยป์ ฏิบตั ิธรรมควนโด
สถานที่ทอ่ งเที่ยวท่ีสาคญั คือวดั ธาตุนอ้ ย สวนสาธารณะพรุไข่เต่า และสถานีรถไฟหลกั ชา้ ง
๑๒.๔ เทศบาลตาบลสวนขนั
ประวตั ิ
เดิมตาบลสวนขนั เป็นชื่อหมู่บา้ นหน่ึงในเขตการปกครองของตาบลละอาย อาเภอฉวาง ตอ่ มา
กระทรวงมหาดไทยไดแ้ ยกเขตการปกครองออกจากตาบลละอายมาต้งั เป็นตาบลสวนขนั เม่ือมีการ
แบ่งทอ้ งท่ีส่วนหน่ึงของอาเภอฉวาง ออกเป็น ๓ ตาบล คือ ตาบลชา้ งกลาง ตาบลสวนขนั และตาบล
หลกั ชา้ ง แลว้ ต้งั เป็นก่ิงอาเภอชา้ งกลาง เมื่อวนั ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙
ตาบลสวนขนั มีเน้ือท่ีท้งั สิ้น ๖๒.๓๙ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓๘,๙๙๓ ไร่
ประกอบดว้ ย ๙ หมบู่ า้ น คือ บา้ นสวนขนั , บา้ นเทพรัตนา ,บา้ นยางในลมุ่ , บา้ นน้านอ้ ย , บา้ นไทรงาม
, บา้ นคลองปี กเหนือ , บา้ นนายน , บา้ นหนองเหรียง , และบา้ นจอมทอง
๓๐๕
เดิมจดั ต้งั ข้ึนเป็นองคก์ ารบริหารส่วนตาบลสวนขนั ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง
วนั ที่ ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๓๙ ข้ึนตรงตอ่ ก่ิงอาเภอชา้ งกลาง ต้งั แต่บดั น้นั เป็นตน้ มา แลว้ ต่อมาไดป้ ริวรรต
ข้ึนเป็ นเทศบาลตาบลสวนขนั
๑. ท่ีต้งั และอาณาเขต
-ทิศเหนือ ติดเขตตาบลละอาย อาเภอฉวาง
-ทิศใต้ ติดเขตตาบลชา้ งกลาง อาเภอชา้ งกลาง
-ทิศตะวนั ออก ติดเขตตาบลกาโลน อาเภอลานสกา
-ทิศตะวนั ตก ติดเขต ตาบลจนั ดี อาเภอฉวาง
๒. ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ โดยทวั่ ไปเป็นที่ราบเชิงเขา ประกอบดว้ ยป่ าไมแ้ ละภเู ขา ลกั ษณะดิน
ท่ีราบสูงเน้ือหยาบ ท่ีต่าเน้ือดินละเอียด สภาพทางกายภาพเป็นภเู ขา ๑ ส่วน ที่ราบสูง ๑ ส่วน มีแหล่ง
ของตน้ น้าลาธารหลายสายเหมาะสาหรับการทาสวนผลไม้ และพฒั นาเป็นแหลง่ ท่องเท่ียว
๓. จานวนประชากร ตามขอ้ มลู สานกั ทะเบียนทอ้ งถิ่น ตาบลสวนขนั มี ๙ หมู่บา้ น จานวน
๑,๘๕๐ ครัวเรือน จานวนประชากรท้งั สิ้น ๕,๐๕๐ คน แยกเป็น เพศชาย จานวน ๒,๔๗๐ คน เพศ
หญิง ๒,๕๘๐ คน
๔. สภาพเศรษฐกจิ และสังคม
๔.๑ ดา้ นเศรษฐกิจ
- ทาเกษตรกรรมเป็นหลกั โดยทาสวนท้งั หมด ๙,๕๐๐ ไร่จาก ๙๐๐ ครัวเรือน พืชท่ี
ปลกู ไดแ้ ก่ยางพารา และผลไมต้ ่างๆ
- การเล้ียงสัตว์ มีท้งั ลงทนุ เล้ียงเอง ๓,๘๐๐ ตวั และรับจา้ งเล้ียง ๑๖,๐๐๐ ตวั จาก
๒๕๐ ครัวเรือน สัตวท์ ี่เล้ียงไดแ้ ก่โค ,กระบือ ,สุกร ,ไก่พนั ธุพ์ ้ืนเมือง ,ไก่ไข่ ,ไก่เน้ือ ,เป็ด ฯลฯ
รายไดเ้ ฉล่ีย ๓,๐๐๐.- บาท
- การหตั กรรมในครัวเรือน จากจานวน ๕ ครัวเรือน รายไดเ้ ฉลี่ย ๔,๐๐๐.- บาท
ประเภทของหตั ถกรรมท่ีผลิต ทาผา้ บาติค ฯลฯ
- การคา้ -การบริการ ตลาดนดั เอกชน จานวน ๑ แห่ง ร้านคา้ วสั ดุก่อสร้าง จานวน ๑
ร้าน ขายเคมีภณั ฑท์ างการเกษตร จานวน ๑ แห่ง
- การอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ไดร้ ับอนุญาตใหด้ าเนินการ
ประกอบการได้ จานวน ๑ แห่ง คือ โรงงานแปรรูปไมย้ างพารา
๔.๒ ดา้ นสังคม
- มีโรงเรียนสงั กดั สานกั งานการประถมศึกษาแห่งชาติ จานวน ๓ แห่ง ศูนยพ์ ฒั นา
เด็กเลก็ จานวน ๑ ศูนย์ ศูนยบ์ ริการการศึกษานอกโรงเรียน จานวน ๑ แห่ง ที่อ่านหนงั สือพิมพป์ ระจา
หมู่บา้ น / หอ้ งสมุดประชาชน จานวน ๑๐ แห่ง
๓๐๖
- มีวดั ๒ แห่ง
- มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จานวน ๒ แห่ง คือโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตาบลเฉลิมพระเกียรติ ต้งั อยใู่ นหมทู่ ี่ ๑ ต.สวนขนั โดยใหบ้ ริการหมู่ท่ี ๑,๒,๓,๗,๘,๙
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลไสคา ต้งั อยใู่ นหมทู ี่ ๖ ต.สวนขนั โดยใหบ้ ริการ หมู่ท่ี ๔,๕,๖
มีพนั ธกิจและจุดมงุ่ หมายแบบเดียวกบั องคก์ ารบริหารส่วนตาบลชา้ งกลางและเทศบาลหลกั
ชา้ ง
โครงสร้างองคก์ ร
๕.วฒั นธรรมประเพณี ชาวตาบลสวนขนั มีประเพณีวฒั นธรรมเหมือน ๆ กบั คนในภาคใต้
ทว่ั ๆ ไปที่นบั ถือพระพุทธศาสนา เช่น เดือน ๓ ทาบุญใหท้ านไฟ , เดือน ๕ อาบน้าผสู้ ูงอายุ (วนั ข้ึนปี
ใหมไ่ ทย) เดือน ๘ วนั เขา้ พรรษา เดือน ๑๐ ทาบุญอุทิศใหป้ ่ ูยา่ ตายาย (วนั สารท) เดือน ๑๑ วนั ออก
พรรษา, ลากพระ เดือน ๑๒ ลอยกระทง ปี ใหม่ทาบุญอวยพรปี ใหม่ นอกจากน้นั ยงั มีประเพณี
วฒั นธรรมที่เป็นเอกลกั ษณ์ในดา้ นตา่ ง ๆ ของคนภาคใต้ เช่น การแตง่ กาย ภาษา อาหาร วฒั นธรรม
ความเชื่อ ชาวบา้ นมีความเชื่อท่ีเกี่ยวกบั สิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีอยตู่ ามป่ า ภเู ขา บรรพบรุ ุษ ซ่ึงมีการ
ประกอบพธิ ี กราบบูชาส่ิงเหลา่ น้ีตามฤดูกาล เช่น การต้งั เจา้ ท่ีในฤดูผลไมส้ ุกตามสวนผลไม้ กลายเป็น
๓๐๗
ความเชื่อท่ีปฏิบตั ิสืบทอดกนั มาจนถึงปัจจุบนั แต่คนรุ่นใหม่จะมีพฤติกรรม ความเช่ือในเร่ืองเหล่าน้ี
ลดลง
๖. บุคคลผ้ทู รงภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ / ปราชญ์ชาวบ้าน
- นางเคลือบ เทพี หมอตาแย ๑๒๗ หมู่ที่ ๔ ตาบลสวนขนั
- นายจิม พรหมราช ศาสนพิธี, งานประดิษฐ์ ๑๘๗ หมู่ที่ ๔ ตาบลสวนขนั
- นายม่ิง ศรีสุวรรณ ยาแผนโบราณ(ผลิตยาลม) ๓๘ หมทู่ ี่ ๙ ตาบลสวนขนั
- นางหนูปรึก ขา ผลิตไมก้ วาดดอกหญา้ ๒๓๘ หมทู่ ี่ ๙ ตาบลสวนขนั
- นายสงบ คนั ราช เพลงบอก หม่ทู ี่ ๗ ตาบลสวนขนั
- นายสมศกั ด์ิ บุญแกว้ ศรี ป้ันหวั สัตว(์ ววั ,กวาง) หมู่ท่ี ๗ ตาบลสวนขนั
- นายชาลี รัตนอุบล หมอนวดแผนไทย ๒๗๒ หมทู่ ี่ ๙ ตาบลสวนขนั
- นายสมจิตร เจริญ หมองู(ถอนพิษงู,ตะขาบ) ๒๒๖/๑ หมทู่ ี่ ๙ ตาบลสวนขนั
- นางอานวย แสงสุวรรณ พิธีกรทางศาสนา ๓๔ หมทู่ ี่ ๙ ตาบลสวนขนั
คาขวัญ “สวนขนั เมืองน่าอยู่ เฟื่ องฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตมีมาตรฐาน บูรณาการชุมชน”
..........
๑๒.๕ โรงพยาบาลพ่อท่านคล้าย
โรงพยาบาลพอ่ ท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ อาเภอชา้ งกลาง เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๓๐ เตียง
ไดท้ าพธิ ีเปิ ดเม่ือวนั ท่ี ๒๑ ม.ค.๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๔๙ น. โดยมีนายพรี ะศกั ด์ิ หินเมืองเก่า ผวู้ า่ ราชการ
จงั หวดั นครศรีธรรมราช และนายภาณุ อุทยั รัตน์ เลขาธิการศนู ยอ์ านวยการบริหารจงั หวดั ชายแดน
๓๐๘
ภาคใต้ ร่วมเป็นประธานในพิธี โดยจดั ใหม้ ีพิธีทางศาสนา เปิ ดแพรคลมุ ป้าย มอบของที่ระลึกแก่ผมู้ ีจิต
ศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างโรงพยาบาล
ในการน้ีมีนายชินวรณ์ บณุ ยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทยจ์ ิร
พนั ธ์ เตพ้ นั ธ์ นายแพทยส์ าธารณสุข นายธวชั หงษบ์ ิน นายอาเภอชา้ งกลาง หวั หนา้ ส่วนราชการ
กานนั ผใู้ หญ่บา้ น ผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน พ่อคา้ และประชาชนชาวอาเภอชา้ งกลางร่วมในพิธีกนั อยา่ งพร้อม
เพรียง
โรงพยาบาลพ่อท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ ต้งั อยใู่ นพ้ืนท่ีหมทู่ ี่ ๑๐ ควนพสิ ิษฐ์(ควนพลอง) ตาบล
หลกั ชา้ ง อาเภอชา้ งกลาง มีพ้นื ที่ ๙๓ ไร่ เร่ิมดาเนินการก่อสร้างเม่ือปี ๒๕๕๕ ใชง้ บประมาณ
๒๕,๗๗๐,๐๐๐ บาท โดยเป็นงบประมาณแผ่นดิน และงบบริจาคสมทบ ประกอบดว้ ย อาคารผปู้ ่ วย
นอก ระบบไฟฟ้า ถนนคอนกรีต ระบบประปา อาคารโรงจอดรถ พสั ดุ ซกั ฟอก บา้ นพกั ขา้ ราชการ ร้ัว
ดา้ นหนา้ โรงพยาบาลพร้อมป้ายช่ือ เสาธง เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า และระบบบาบดั น้าเสีย ซ่ึงพร้อมเปิ ด
ใหบ้ ริการแก่ประชาชนในพ้ืนท่ีอาเภอชา้ งกลาง และพ้ืนท่ีใกลเ้ คียง ปัจจุบนั มีนายแพทยว์ นิ ยั ตนั ติธน
พร ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีผอู้ านวยการ
นายพรี ะศกั ด์ิ หินเมืองเก่า ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครศรีธรรมราช กลา่ ววา่ โรงพยาบาลพอ่ ทา่ น
คลา้ ยวาจาสิทธ์ิ เกิดจากแรงพลงั ศรัทธาของพี่นอ้ งประชาชนชาวอาเภอชา้ งกลางและอาเภอใกลเ้ คยี ง ที่
มีความเลื่อมใสศรัทธาในพ่อท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ ซ่ึงไดเ้ ริ่มดาเนินการเพอ่ื ใหม้ ีการก่อสร้าง
โรงพยาบาลมาต้งั แต่ปี ๒๕๔๒ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมยั ท่ีนายภาณุ อทุ ยั รัตน์ เลขาธิการศนู ย์
อานวยการบริหารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เป็นผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครศรีธรรมราช ไดจ้ ดั สร้างวตั ถุ
มงคลรุ่นพอ่ ทา่ นคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ เพอื่ ระดมทนุ สมทบในการก่อสร้างโรงพยาบาลดว้ ย ต่อมาในปี
๒๕๕๔ รัฐบาลไดอ้ นุมตั ิงบประมาณใหด้ าเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลดงั กล่าว ชาวอาเภอชา้ งกลาง
ไดข้ ออนุญาตกระทรวงสาธารณสุขใชช้ ่ือวา่ “โรงพยาบาลพ่อท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ” โรงพยาบาลแห่งน้ี
จะอยคู่ กู่ บั พนี่ อ้ งชาวอาเภอชา้ งกลาง เพือ่ ใหบ้ ริการในการดูแลสุขภาพท่ีมีคณุ ภาพตลอดไป
ในปี ๒๕๖๑ ไดม้ ีโครงการสร้างอาคารตึกคนไขเ้ พมิ่ โดยต้งั งบประมาณไว้ ๒๕ ลา้ นบาท
เพราะสถานท่ีใชอ้ ยเู่ ดิมไม่เพียงพอต่อประชาชนท่ีเขา้ มารับการบริการวนั ละ ๒๐๐ – ๓๐๐ คน ในการ
น้ีไดม้ ีการต้งั โครงการรับเงินบริจาคโดยการทอดผา้ ป่ าเม่ือวนั ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ และมีการวิง่ การ
กศุ ลเม่ือ ๑๔ ส.ค.๖๑ โครงการสร้างตึกคนไขน้ ้ีใหช้ ่ือวา่ “โครงการสร้างตึกอนุสรณ์ ๑๔๔ ปี พ่อท่าน
คลา้ ยวาจาสิทธ์ิ พอ่ ท่านคลา้ ยเกิดเม่ือปี ๒๔๑๙ ในปี ๒๕๖๓ ก็จะครบ ๑๔๔ ปี เมื่อถึงวนั น้ี อาคารก็
สร้างเสร็จและเปิ ดใชก้ ารได้
๑๒.๖ ห้องสมุดเฉลมิ ราชกุมารี
หอ้ งสมุดประชาชน “เฉลิมราชกมุ ารี” อาเภอชา้ งกลาง ต้งั อยเู่ ลขที่ ๓๓๙ หมู่ท่ี ๗ ตาบล
๓๐๙
ชา้ งกลาง อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช โทรศพั ท์ ๐๗๕-๔๕๕๗๐๐ โทรสาร ๐๗๕-
๔๕๕๗๐๐ facebook https://www.facebook.com/profile.php?id=100008501163126
ในปี พ.ศ.๒๕๕๒ นายอภิชาต จีระวุฒิ เลขาธิการ กศน. ไดม้ อบหมายใหส้ านกั งาน กศน.
จงั หวดั นครศรีธรรมราช สารวจอาเภอที่ยงั ไม่มีหอ้ งสมดุ ประชาชนท่ีก่อสร้างดว้ ยงบประมาณและ
รูปแบบของสานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงปรากฏวา่ มีจานวน ๒ อาเภอ คือ
อาเภอพรหมศีรีและอาเภอชา้ งกลาง
นายสมทบ กรดเตม็ ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั นครศรีธรรมราช จึงไดม้ อบหมาย
ใหน้ างบษุ บา ณะแกว้ ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอชา้ งกลาง ดาเนินการประสานกบั นายอาเภอขอใช้
สถานท่ีก่อสร้าง ซ่ึงนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอาเภอชา้ งกลางไดอ้ นุญาตใหใ้ ชท้ ่ีดิน จานวน 2 ไร่
เม่ือวนั ท่ี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ประกอบกบั นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร
จงั หวดั นครศรีธรรมราช เขต ๗ ซ่ึงมีภมู ิลาเนาอยอู่ าเภอชา้ งกลาง ไดร้ ับพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้
ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ เม่ือวนั ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ สานกั งาน กศน.
จงั หวดั นครศรีธรรมราช จึงไดข้ อสนบั สนุนงบประมาณ จานวน ๗ ลา้ นบาท เพอื่ ก่อสร้างหอ้ งสมุด
ประชาชนอาเภอ “เฉลิมราชกมุ ารี” อาเภอชา้ งกลาง ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกมุ ารี โดยขอสนบั สนุนงบประมาณ เมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ กราบบงั คมทลู ขอพระราชทาน
พระราชานุญาตใหก้ ารจดั สร้างหอ้ งสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั
นครศรีธรรมราช เขา้ ร่วมโครงการ เม่ือวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๓ โดยไดร้ ับพระราชทานพระราชา
นุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใหห้ ้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกมุ ารี”
อาเภอชา้ งกลาง เขา้ ร่วมโครงการเป็นอนั ดบั ท่ี ๙๒ และสานกั งาน กศน.จงั หวดั นครศรีธรรมราช โดย
นายสมทบ กรดเตม็ ไดว้ า่ จา้ งบริษทั ซี.เอ.แอล วศิ วกรรม จากดั ดาเนินการก่อสร้างในวงเงิน จานวน
๔,๙๖๒,๐๗๗ บาท โดยเร่ิมก่อสร้างในวนั ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไดพ้ ระราชทานวโรกาสใหเ้ ขา้ เฝ้า ถวาย
แผน่ ศิลาฤกษ์ เพ่ือทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมสาหรับนามาประกอบพธิ ีเพ่ือเป็นสิริมงคล ณ ศาลาดุสิ
ตาลยั สวนจิตรลดา เมื่อวนั องั คารที่ ๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๐๐น.
กาหนดใหม้ ีพธิ ีวางศิลาฤกษ์ ในวนั เสาร์ ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๓๙ น โดยมีนาย
ชินวรณ์บุณยเกียรติ รัฐมนตรีวา่ การกรระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพธิ ี
๓๑๐
๓๑๑
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดาเนินทรงเปิ ดหอ้ งสมดุ
ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช ในวนั พฤหสั บดีที่ ๑๗
กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๕๗ น. ซ่ึงถือเป็น แห่งที่ ๙๐ ของประเทศ
หอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อาเภอชา้ งกลาง ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศ ประเภท
หอ้ งสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ดีเด่น ระดบั จงั หวดั ณ วนั ที่ ๘ กนั ยายน ๒๕๕๘
๓๑๒
หอ้ งสมุด “ดฉลิมราชกมุ ารี” ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศ ประเภทหอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกมุ ารี”
ดีเด่น ระดบั จงั หวดั ณ วนั ที่ ๘ กนั ยายน ๒๕๕๘
๓๑๓
บทที่ ๑๓. การเสด็จมาของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
๑๓.๑ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์
ไดเ้ สดจ็ พระราชดาเนินมาที่ทา่ แพ(ปัจจุบนั หม่ทู ่ี ๑๔ ตาบลชา้ งกลาง) อาเภอชา้ งกลาง เม่ือ
วนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๕๔
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ายคุ ลฑิฆมั พร กรมหลวงลพบรุ ีราเมศวร์ เป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ฯ รัชกาลท่ี ๕ กบั พระวมิ าดาเธอ พระองคเ์ จา้ สายสวลี
ภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิ ยมหาราชปดิวรัดา
ณ บา้ นนา ท่าแพ หมูท่ ี่ ๑๔ ตาบลชา้ งกลาง มีสะพานขา้ มคลองเก่า ตามคากล่าวไวใ้ น
จดหมายเหตุเขาพงั ไกร อดีตเคยเป็นทา่ ขา้ มโดยแพของกรมลพบรุ ีราเมศร์ เม่ือวนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม
๒๔๕๘ ขณะน้นั เป็นขา้ หลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ทา่ นไดเ้ สดจ็ จากเมือง
นครศรีธรรมราช ผา่ นลานสกา เขา้ มาชา้ งกลางทางช่องเขาธงท่ามกลางป่ าอนั หนาทึบ สายน้าแต่ละ
สายในช่วงเวลาน้นั ลว้ นกวา้ งขวางและลึก
ในจดหมายเหตุ กล่าวลาดบั การเสด็จเดินทางมาเพื่อไปตรวจราชการในเขตต่างๆ จากลาน
สกา ชา้ งกลาง ฉวาง ทุ่งสง ร่อนพบิ ูลย์ และกลบั เขา้ เมืองนครศรีธรรมราช
ตามจดหมายเหตุเขาพงั ไกรของนายเทพ เดชสุวรรณ ชาวอาเภอหวั ไทรบนั ทึกการเสด็จของ
เจา้ ฟ้ากรมหลวงลพบรุ ีราเมศวร์ไวว้ า่
“ในวนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๔ หลงั จากขา้ มแม่น้าลึกและกวา้ งที่ท่าแพมาแลว้ ก็ได้
เดินทางต่อมาพกั ท่ี “สานกั พลาริมคลองสังเกียด หรือท่ีปัจจุบนั ชาวคลองงาเรียกวา่ “หนกั พลา” ซ่ึง
เพ้ยี นมาจากคาวา่ “สานกั พลา” ทา่ นกพ็ กั ที่นี่ ๑ คนื รุ่งข้ึนเวลาบา่ ย ๓ โมงของวนั ที่ ๑๕ พฤษภาคม
๒๔๕๔ ก็ไดเ้ สดจ็ มาชมถ้าหมื่นยม
ตอ่ มาวนั ท่ี ๑๖ พฤษภาคม ๒๔๕๔ เมื่อพระองคเ์ สวยพระกระยาหารกลางวนั แลว้ ช่วงบ่าย
เสดจ็ ออกเดินทางมายงั ฉวาง ผา่ นควนสงสาร ทรงเขา้ ประทบั แรมท่ีอาคารของโรงเรียนประถมฉวาง(
น.ศ.๑๑)ซ่ึงทรงทาพธิ ีเปิ ดใหม่
วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๔๕๔ มีพระกรณียกิจหลายประการ เวลา ๓ โมงเชา้ เสดจ็ จากฉวาง
ผา่ นคลองจนั ดี เดินทางต่อไปท่ีหลกั ชา้ ง เขา้ พกั ที่โคกทือ บา้ นพนั ช่วงกานนั ตาบลฉวาง(พนั ช่วงเป็น
ลูกคนสุดทอ้ งของหลวงไชยศรศิลป์ เจา้ กรมคนสุดทา้ ยของกรมชา้ งกลาง ต่อมาไดเ้ ลื่อนยศเป็นขนุ
ฉวางวิสิษฐ์ เพราะมีส่วนปราบเส่ือสีนุ่นไดส้ าเร็จ)การพกั ท่ีโคกทือในคืนน้นั ไดเ้ กิดฟ้าผา่ ววั ชาวบา้ น
ตายไป ๔ ตวั รุ่งเชา้ เจา้ ของววั มาร้องเรียนวา่ "ทา่ นเป็นถึงเจา้ ฟ้า แต่ทาไมปลอ่ ยฟ้าใหม้ าผา่ ววั ผม" ท่ีนี่
จึงไดเ้ ป็นที่เกิดของคนหวั หมอต้งั แต่บดั น้นั เป็นตน้ มา
วนั ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๕๔ เสดจ็ ออกตรวจราชการทว่ั ไป
๓๑๔
วนั ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๕๔ เพลา ๒ โมงเชา้ เสดจ็ ไปทุง่ สง ผา่ นหลกั ชา้ ง เขา้ ทุง่ สง”
๑๓.๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ฯ รัชกาลที่ ๖
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ฯ รัชกาลท่ี ๖ เสด็จพระราชดาเนิน ณ บา้ นคลองกยุ อาเภอ
ชา้ งกลาง (คร้ังสมยั อาเภอฉวาง) จงั หวดั นครศรีธรรมราช เมื่อวนั เสาร์ท่ี ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๔๕๘
คร้ังน้นั ถือวา่ เป็นการเสด็จพระราชดาเนินเลียบมณฑลปักษใ์ ต้ เพอ่ื ตรวจเสน้ ทางรถไฟท่ีเพ่งิ
สร้างเสร็จใหม่จากนครศรีธรรมราชถึงอาเภอฉวาง พร้อมกบั เสด็จทอดพระเนตรประเพณีจบั ชา้ งป่ า
ของเมืองนครศรีธรรมราชท่ีบา้ นกยุ ตามบนั ทึกจดหมายเหตุเสดจ็ พระราชดาเนินมณฑลปักษใ์ ต้
(ฉบบั ที่ ๘) สถานท่ีเสด็จทอดพระเนตรการจบั ชา้ งป่ าในขณะน้นั คือ “ตาบลคลองกุย สุดเขต
อาเภอฉวาง” ตาบลคลองกุยในอดีตอยใู่ นพ้ืนท่ีอาเภอฉวาง และต่อมาเปล่ียนจากฉวางมาเป็นอาเภอ
ชา้ งกลาง ปัจจุบนั อยบู่ ริเวณตะวนั ออกของวดั คลองกุย มีการแบ่งส่วนการบริหารราชการใหมล่ ่าสุด
ไปอยใู่ นเขตบริการของอาเภอนาบอน ต่อกบั ตาบลหลกั ชา้ ง อาเภอชา้ งกลาง ดงั น้นั อาเภอชา้ งกลาง
ในปัจจุบนั กอ็ าจใชส้ ิทธ์ิอา้ งไดว้ า่ “พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ ๖ เคยเสด็จมา
เยย่ี มชาวชา้ งกลางแลว้ เม่ือวนั ที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๘”
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ ๖
เหตุการณ์ในวนั เสด็จ
- จุดที่รถไฟพระท่ีนง่ั ของรัชกาลท่ี ๖ มาหยดุ และเสด็จทอดพระเนตรการจบั ชา้ งท่ีคอกคลอง
กยุ ซ่ึงไลต่ อ้ นมาจากป่ าพ้ืนที่ตา่ ง ๆ มีหลกั ชา้ ง เป็นตน้ คือที่ป้ายคลองกุย บคุ คลที่ทนั เห็นในหลวง
๓๑๕
รัชกาลท่ี ๖ มาประทบั ที่นี่ คือนางเหว บุณยเกียรติ ยา่ ของคณุ ชินวรณ์ เลา่ ใหล้ กู หลานฟังซ่ึงบนั ทึกไว้
ในหนงั สือพระราชทานเพลิงศพนายหอ้ ง บณุ ยเกียรติวา่ “ดีใจและต่ืนเตน้ มาก ในขณะน้นั กาลงั
ทอ้ งแก่ใกลค้ ลอด แตก่ พ็ ยายามท่ีจะรอเฝ้ารับเสด็จใหไ้ ด้ เม่ือเสดจ็ คลอ้ งชา้ งเป็นที่เรียบร้อยแลว้ ก็
เสดจ็ กลบั พระนคร” สถานที่ตรงน้ีหน่วยราชการสมควรปักป้ายแสดงท่ีประทบั ของพระองคท์ า่ นไว้
เป็ นอนุสรณ์
- นายชาลี ศิลปรัศมี บนั ทึกตามคาบอกเลา่ ของพอ่ หลวงแสง แห่งวดั คลองกุยเม่ือ พ.ศ.๒๕๓๕
วา่
“วนั ที่รับเสดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๖ คนมารับเสด็จกนั มืดฟ้ามวั ดินแน่นไปหมดท้งั ๒
ฟากทางรถไฟ ชา้ งของกานนั ผใู้ หญ่บา้ น นบั ร้อยยนื อยู่ทว่ั ไปตามราวป่ า หลวงพอ่ แสงเองขณะน้นั อายุ
๑๒ ปี ยงั เป็นวยั รุ่น แต่งกายพายเหน่ง ผา้ ถุงพาดเฉียงบ่า พอรถไฟพระท่ีนงั่ หยดุ สนิท ผทู้ ี่ออกมาก่อน
คือ หมาตวั ใหญ่ ๒ ตวั ลา่ มโซ่ทอง จูงดว้ ยเดก็ ชายวยั รุ่น ๒ คน แตง่ ชุดขาว ต่อมาก็มีเด็กชายชุดขาว
เหมือนกนั ประมาณ ๗ – ๘ คน กรูเกรียวลงมาจากรถไฟโดยมีทหารเดินนาหนา้ เด็กเหลา่ น้ีไดย้ นิ เขา
เรียกกนั วา่ “พระ-หน่อ” (ตวั แทนของกษตั ริย)์
สกั พกั กม็ ีทหารออกมายนื รับเสดจ็ ประมาณ ๑๑ – ๑๒ คน แลว้ กม็ ีเสือป่ าอาเภอฉวาง ๘ นาย
หามพระเกา้ อ้ีคานหามมาเทียบประตูรถไฟแลว้ กห็ ามไปยงั ปะราพธิ ี คนที่นงั่ บนเกา้ อ้ีคือ พระ
เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ ๖ ทรงชุดเสือป่ า”
ข้นั ตอนการจับช้าง เมื่อพระเจา้ อยเู่ สด็จประทบั ทอดพระเนตรการจบั ชา้ ง เจา้ หนา้ ที่กไ็ ด้
ดาเนินการตามคมั ภีร์จบั ชา้ งป่ าของเมืองนคร พ.ศ.๒๑๖๗ คมั ภีร์ดงั กลา่ วเป็นกระดาษข่อยแผน่ พบั .....
ชาลี ศิลปรัศมี ไดอ้ ่านและบนั ทึกส่วนสาคญั ไวใ้ นบทความทางวชิ าการ อนั ดบั ที่ ๗๕๓ สรุปข้นั ตอน
การจบั ชา้ งไวด้ งั น้ี
- ข้นั ตอนที่ ๑ นายคอก ทาพธิ ีไล่ไอเ้ ร่ไอร้ าน(ผชี ้นั ต่าชอบแกลง้ คน) โดยมีชายร่าง
เลก็ ผา่ ยผม ๒ คน นุ่งผา้ เต่ียว ทาหนา้ ดว้ ยมินหมอ้ (เขม่าดาท่ีติดกน้ หมอ้ ) ผลกั มึงผลกั กูเขา้ มาในคอก
แลว้ ตรงไปที่หิ้งต้งั ไก่ตม้ เหลา้ ขาว จะมีลกู นอ้ งนายคอกออกมาฉกชิงวิง่ ไป แต่ถกู ไดเ้ ร่ยดึ ไปไดท้ ้งั ไก่
ตม้ และเหลา้ ขาว ออกไปทางทา้ ยคอก มีไดร้ านว่งิ ตามไป นายคอกและลกู นอ้ งก็ส่งเสียงตะเพิด
ตามหลงั ไป
- ข้นั ตอนที่ ๒ หมอเฒ่า ทาพิธีตรงโคนเสาหา้ งหมอเฒ่าที่อยปู่ ากคอก กายสะพายยา่ ม
มือถือมีดและไมท้ ่ีแกะสลกั เป็นรูปพระศิวะ พระนารายณ์ หนา้ พระพิฆเนศร์ ใชค้ อ้ นตอกไมท้ ี่
แกะสลกั รูปดงั กล่าวแลว้ ลงไปท่ีโคนเสาพร้อมท้งั ร่ายคาถาวา่ “พุทโธ พทุ ธายะ ธรรโมพทุ ธายะ สงั โฆ
พทุ ธายะ” เป็นการเชิญฤทธ์ิอานาจเทพเทวามาคมุ้ ครองคอกชา้ งใหน้ ่ิงสนิท สยบเจา้ ป่ าเจา้ เขา รวมถึง
ชา้ งที่จะเดินเขา้ คอกไดโ้ ดยไม่หวาดกลวั
๓๑๖
- ข้นั ตอนที่ ๓ คนตอ้ นชา้ ง จานวน ๕ – ๖ คน ตอ้ นชา้ งท่ีถูกตอ้ นจากป่ ามาแลว้ (พล
อม)ไปยงั หา้ งทูด(ทูด...ไล่ ตอ้ น) มีการวางไมไ้ ผป่ ่ าวางขวางไว้ เมื่อชา้ งถูกตอ้ นมาเหยยี บลาไผแ่ ตก
เสียงดงั โผละ แสดงวา่ ชา้ งมาถึงปากคอกแลว้ ต่อจากน้นั คนที่ประจาหา้ งทูดกจ็ ะตีเกราะเคาะไมไ้ ล่
ชา้ งใหเ้ ดินเขา้ คอก เม่ือแน่ใจวา่ ชา้ งทกุ ตวั พน้ แนวแลว้ ก็จุดคบไฟเพอ่ื กนั ชา้ งไมใ่ หถ้ อยหลงั ท้งั น้ี
เพราะสตั วป์ ่ าท้งั หลายกลวั ไฟ
- ข้นั ตอนท่ี ๔ หมอเฒ่าท่ีอยบู่ นหา้ งตรงปากคอกทางขวาก็ใชม้ ีดหมอสบั เชือกท่ีโยง
กุมพดั (ประตู) ใหป้ ระตไู มข้ นาดใหญ่หล่นลงมาดว้ ยรอกเชือก ปิ ดประตูคอกทนั ที หาก
เห็นวา่ ชา้ งป่ ารวนเร ไม่สงบ ผลกั มึงชนกู อาจทาใหค้ อกพงั ได้ หมอเฒ่ากจ็ ะเอาขา้ ว ๗ ชนิดที่อดั
รวมกนั อยใู่ นยา่ ม ออกมาสาดใส่ชา้ งทกุ ตวั พร้อมดว้ ยร่ายคาถาบชู าพระอเุ ชน จา้ วแห่งชา้ งทนั ที ซ่ึงมี
ผลทาใหช้ า้ งสงบได้
- ข้นั ตอนท่ี ๕ นายคอกหรือควาญชา้ งมือฉมงั จะใหบ้ ว่ งเชือกที่ผกู ติดกบั ปลายไมย้ าว
๕ เมตร คลอ้ งเอาตีนชา้ งขา้ งใดขา้ งหน่ึงของตวั ท่ีมน่ั หมายไว้ ในขณะทาการคลอ้ งจะต้งั สมาธิสติมน่ั
ออกคาอธิษฐานบชู าใหเ้ ทพจิต-เทพจอดช่วย
- ข้นั ตอนท่ี ๖ ใชช้ า้ งตอ่ -ล่อเขา้ มาเคยี งขา้ งตวั ที่คลอ้ งได้ หากเป็นชา้ งตวั ผู้ ก็เอาชา้ ง
บา้ นตวั เมียเขา้ ลอ่ หากเป็นชา้ งตวั เมียก็เอาชา้ งบา้ นตวั ผเู้ ขา้ ลอ่ หลงั จากน้นั ก็เอาตวั ชา้ งที่คลอ้ งได้
ออกไปล่ามชายน้าหรือชายป่ า โดยชา้ งต่อคลอเคลียอยไู่ ม่ห่าง
๑๓.๓ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙
- วนั ที่ ๒๐ กนั ยายน ๒๕๑๙ เวลา ๑๖.๐๕ น. เสดจ็ พระราชดาเนินถึงวดั มะนาวหวาน ประทบั
ที่พลบั พลาพธิ ี นายชลิต พมิ ลศรี รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครศรีธรรมราช ไดก้ ราบบงั คมทลู ถวาย
รายงานการก่อสร้างอุโบสถ แลว้ เสดจ็ พระราชดาเนินไปทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ ณ แทนท่ี
ประดิษฐานช่อฟ้า
๓๑๗
จากน้นั ไดเ้ สด็จเขา้ อโุ บสถ ทรงนมสั การพระพุทธปฏิมาประธาน ทรงถวายยาเพื่อพระภิกษใุ ช้
ร่วมกบั ราษฎร ทรงถวายปัจจยั แก่พระครูสถิตวิหารธรรมเจา้ อาวาสสาหรับบารุงบรู ณะวดั แลว้ เสดจ็
พระราชดาเนินกลบั ไปยงั พลบั พลาพิธีเพอื่ ทรงประเคนจตุปัจจยั ไทยธรรม และพระทานพระราช
วโรกาสใหผ้ มู้ ีจิตศรัทธาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกลา้ ฯ ถวายเงินโดยเสดจ็ พระราชกุศลตามพระ
ราชอธั ยาศยั และสมทบทุนมูลนิธีสายใจไทย ซ่ึงไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานเงินท่ีโดย
เสดจ็ พระกศุ ลดงั กลา่ วสาหรับการบารุงบูรณะวดั มะนาวหวาน
๑๓.๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไดเ้ สด็จเฉพาะพระองคม์ าที่อาเภอชา้ งกลาง ๓
คร้ังดงั น้ี
- เพื่อทรงเปิ ดอาคารเฉลิมพระเกียรติ และเททองหล่อพระพทุ ธสิหิงค์
นครศรีธรรมราชจาลอง เมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๔
- เพ่อื พระราชทานเพลิงศพนายเปรม ชอบผล ที่วดั มะนาวหวานเมื่อ ๑๑ ตลุ าคม
๒๕๕๐
- เพอ่ื ทรงเปิ ดหอสมุด “เฉลิมราชกมุ ารี” เมื่อ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยมีนางสุทธ
ศรี วงษส์ มาน ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ นางศิริพร กิจเก้ือกลู เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
๓๑๘
และการศึกษาตามอธั ยาศยั (สานกั งาน กศน.) ผบู้ ริหาร ขา้ ราชการสานกั งาน กศน. จงั หวดั
นครศรีธรรมราช นกั เรียนนกั ศึกษา และประชาชนจานวนมาก ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ
๑๓.๕ สมเดจ็ พระเจ้าหลานเธอ พระองคเ์ จา้ สิริวณั ณนารีรัตน์ไดเ้ สด็จมาสักการะ
เจดียว์ ดั ธาตุนอ้ ย ในช่วงบา่ ยเม่ือ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๐
๓๑๙
บทท่ี ๑๔. แหล่งท่องเทยี่ วเรียนรู้
๑๔.๑ แหล่งท่องเทย่ี วตามธรรมชาติ
- นา้ ตกท่าแพ
น้าตกทา่ แพ อยใู่ นหมู่ ๑๔ ห่างจากถนนสาย ๔๐๑๕ เขา้ ไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีน้าตกถึง
10 ช้นั ไดแ้ ก่ ช้นั หนานแพนอ้ ย หนานนางครวญ หนานเตย หนานอา้ ยซวย หนานปู หนานไผ่ และ
หนานน้าราง แต่เปิ ดใหท้ ่องเที่ยวพกั ผอ่ นหย่อนใจเพียง 3 ช้นั สาหรับผทู้ ่ีสนใจศึกษาธรรมชาติ ทาง
อทุ ยานแห่งชาติไดจ้ ดั ทาเสน้ ทางศึกษาธรรมชาติ ถึงน้าตกช้นั ท่ี 7 แตท่ ้งั น้ีตอ้ งอยใู่ นความควบคมุ ดูแล
ของเจา้ หนา้ ที่
-จุดชมววิ เขาเหมน ต้งั อยทู่ ่ีเขาเหมนรีสอร์ท อยหู่ ่างจากอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช
๔๕ กิโลเมตร เป็นจุดที่มองเห็นทิวทศั น์ของเขาเมนและบรรยากาศของสวนผลไมท้ ่ีอยรู่ ายรอบ มีที่
พกั สาหรับนกั ทอ่ งเท่ียวและนาเที่ยวสู่ยอดเขาเหมน มีมคั คเุ ทศกน์ าเท่ียวซ่ึงจดั เป็นชุดเดินป่ าขา้ มคืน
ชุดละประมาณ ๕ - ๑๐ คน
- เขาเหมน
เขาเหมนเป็นชื่อที่ชาวบา้ นเรียกเพ้ียนจากคาวา่ “เขาพระสุเมรุ” อนั เน่ืองมาจากในอดีตเมือง
นครศรีธรรมราชน้นั มีความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพุทธ แลว้ ต่อเน่ืองดว้ ยศาสนาพราหมณ์ และฮินดู
โดยเฉพาะอาเภอเมือง อาเภอพระพรหม อาเภอพรหมครี ี เวยี งสระ(เดิมชื่อเมืองขวาง) มีพวก
๓๒๐
พราหมณ์จากอินเดียเขา้ ต้งั ถ่ินฐานจานวนมาก ผใู้ หช้ ื่อเขาพระสุเมรุคือมหาพราหมณ์อตุ ตมะ แห่ง
เมืองขวางเมืองสระยคุ ปลาย ซ่ึงตอ่ มาไดอ้ พยพเขา้ เมืองนครสร้างเมืองชวั่ คราวที่เขาดินสอ ใกลถ้ ้า
หม่ืนยมเชิงเขาเหมนเมื่อราวพุทธศตวรรษท่ี ๑๘ (ประมาณปี พ.ศ. ๑๗๘๕) เพ่ือเป็นที่เกบ็ สมบตั ิ
มหาพราหมณ์อุตตมะเป็นผนู้ บั ถือศาสนาพราหมณ์ลทั ธิไศวนิกาย นบั ถือพระอิศวรเป็นเทพสุงสุดได้
ต้งั ช่ือยอดเขาแหลมน้ีวา่ “เขาพระสุเมรุ” ซ่ึงเป็นช่ือเดียวกบั เขาพระสุเมรุในเร่ืองรามายณะ
รามเกียรต์ิ ตามคติพราหมณ์ วา่ เป็นภูเขาท่ีสิงสถิตของพระอิศวร หรือศิวะ
ในโลกน้ีมีภูเขาท่ีชื่อ “พระสุเมรุ” มีอยู่ ๔ แห่ง ซ่ึงพวกพรามณ์ในลทั ธิไศวนิกายเป็นผูต้ ้งั ช่ือ
ท้งั น้นั คอื
๑. ท่ีเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เรียกช่ือวา่ “เซเมรู”
๒. ที่ประเทศกมั พูชา เรียกวา่ “มเหนทรา”
๓. ที่ยอดเขาหิมาลยั ประเทศอินเดีย เรียก “เขาพระสุเมรุ”
๔.ท่ีอาเภอชา้ งกลาง ประเทศไทยเรียก “เขาเหมน”
เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ร.ท.ฮิวเบิร์ต โจเซฟ คายส์ ทหารอเมริกนั เช้ือสายออสเตรเลีย
ไดม้ าทางานวิจยั วตั ถุโบราณและธรณีวิทยา ณ เชิงเขาเหมน บริเวณถ้าพระ ถ้าหม่ืนยม เขาดินสอ
ตลอดถึงการสารวจพ้นื ท่ีบนภูเขาเหมน ยงั เรียกช่ือยอดเขาน้ีวา่ “เขาพระสุเมรุ” หลงั จากการสารวจแลว้
เขาไดเ้ ขียนหนงั สือเรื่อง The God of Prasumeru ลงพิพมใ์ นนิตยสารไทมข์ องอเมริกา เรื่องน้ีถา้ ใหช้ ่ือ
เป็นภาษาไทยก็คือเรื่อง “ทวดเหมน” เบ้ืองหลงั ชีวิตของ ร.ท.ฮิวเบิร์ต โจเซฟ คายส์คนน้ีเป็นสายลบั
ใหอ้ เมริกา แต่เอาการสอนหนงั สือบงั หนา้ เคยเป็นครูสอนภาษาองั กฤษในโรงเรียนพ่งึ ตนเอง
ระหวา่ งปี ๒๕๐๐ – ๒๕๐๔ มีลูกศิษยล์ ว้ นเป็นชาวอาเภอชา้ งกลางซ่ึงรวมท้งั ผเู้ ขยี นดว้ ย
ยอดเขาเหมนมีความสูง ๑,๓๑๕ เมตรจากระดบั น้าทะเลปานกลาง ในดา้ นธรณีวิทยาถือวา่
เป็นภเู ขาเกิดใหมจ่ ากการระเบิดของภูเขาไฟเม่ือหลายแสนปี มาแลว้ สิ่งท่ีพิสูจน์ยนื ยนั ไดค้ ือบนยอด
เขามีเปลือกหอยทะเล และเชิงเขายงั มีหินคลา้ ยธารลาวาอยมู่ ากมายแถวบริเวณเขาดินสอ ถา้ มองจาก
บา้ นนาบอนจะเห็นยอดแหว่งเวา้ เป็นปล่องภเู ขาไฟ แต่ถา้ มองมาจากบา้ นจนั ดีจะเห็นเป็นยอดแหลม มี
สนั สองขา้ ง หากมองจากบา้ นนา ยอดเขาเหมนมีรูปสามเหล่ียมคลา้ ยพรี ะมิด บริเวณรอบเขาเหมน
เป็นป่ าดงดิบช้ืน มีท้งั มอส เฟิ น ก่อเขา แดงเขา มงั ตาล รองเทา้ นารีและไมเ้ บญจพรรณ สภาพดิน
เหนียว ดินร่วนปนทราย อุดมดว้ ยแร่เหลก็ และวุลแฟรม สตั วป์ ่ าที่หายากยงั มีเกง้ สมเสร็จ เลียงผา
ฯลฯ
เขาเหมนถือเป็นส่วนหน่ึงของอุทยานแห่งชาติน้าตกโยง ซ่ึงประกาศใหเ้ ป็นพ้ืนที่อทุ ยาน
แห่งชาติลาดบั ท่ี ๖๔ ต้งั แต่วนั ท่ี ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ตวั ยอดเขาอยหู่ ่างจากท่ีทาการอุทยาน
ประมาณ ๒๖ กม. มีพ้นื ที่ ๑๒๘,๑๒๕ไร่ หรือ ๒๐๕ ตารางกิโลเมตรครอบคลมุ เขาเหมน เขาธง เขา
๓๒๑
วงั หีบ เขาพระ เขารามโรม เขาปากแพร เขาปลายเปิ ด และเขาคูหา โดยมียอดเขาเหมน ซ่ึงมีความสูง
๑,๓๑๕ เมตรเป็นหลกั
เชิงเขาเหมนในพ้ืนที่อาเภอชา้ งกลางมีแหล่งทอ่ งเที่ยวมากมายท่ีสามารถใหท้ ้งั ความ
เพลิดเพลินและการเรียนรู้ดงั น้ี
- บริเวณเขาดินสอ อยทู่ างทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือของเขาเหมนรอสอร์ท ที่ตรงน้ี
นกั วชิ าการประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถิ่นกลา่ วไวว้ า่ เคยเป็นที่สร้างเมืองชวั่ คราวของนางพญาจณั ฑีพระธิดา
แมน่ างแอด นางพญาจณั ฑีน้ีเป็นภรรยาของมหาพราหมณ์อุตตมะจากเมืองขวางเมืองสระ(เวียงสระ)
เม่ือประมาณปี พ.ศ.๑๗๘๕ไดย้ า้ ยถ่ินเขา้ อยใู่ นเมืองนคร พร้อมกบั ไดน้ าสมบตั ิมากมายมาซ่อนไวท้ ี่ถ้า
หมื่นยม และสร้างเมืองชว่ั คราว ณ ท่ีน้ียงั มีหลกั ฐานคอื เศษอิฐแดงแผน่ โต ๆ เหลืออยมู่ ากมาย
ชาวบา้ นเรียกวา่ อิฐหนา้ ววั ซ่ึงเป็นอิฐท่ีมีลกั ษณะและขนาดเดียวกบั อิฐที่ใชส้ ร้างเจดียส์ องพีน่ อ้ งวดั
มะนาวหวานและสร้างเมืองนางพญาเลือดขาวท่ีหมู่ ๕ นาวา
- ถา้ พระ อยใู่ นบริเวณเขาดินสอ ที่ไดช้ ื่อวา่ ถ้าพระ เพราะมีพระเคร่ืองฝังไวม้ าก
โดยเฉพาะพระพมิ พด์ ินดิบสีแดงเด๋ียวน้ียงั เช่ือกนั วา่ มีพระพทุ ธรูปทองคาสูงเมตรคร่ึงฝังอยู่ ชาวบา้ น
ขดุ คน้ หาไดพ้ ระพิมพ์ ก์ นั คนละองคส์ ององค์ องคส์ าคญั ที่ขดุ ได้ คอื พระพทุ ธรูปสูงเมตรคร่ึง ขณะน้ี
อยทู่ ี่วดั ครี ีวรรณา ในบริเวณถ้าพระมีซอกหิน มีหลืบมากมาย เคยมีพระดินดิบสีแดงนบั พนั องค์ เด็ก
เล้ียงววั ไม่รู้เร่ือง เอามาทาต่างกระสุนยงิ หนงั สต๊ิกเลน่ แต่เด๋ียวน้ีคน้ หากนั แทบพลิกแผน่ ดิน เพราะ
ในปี ๒๕๓๙ มีค่าสูงข้นึ ถึงองคล์ ะ ๗๐,๐๐๐ บาท
- ถา้ อม อยบู่ ริเวณเขาดินสอเช่นกนั ท่ีไดช้ ื่อน้ีเพราะมีน้าไหลเขา้ ปากถ้า แลว้ ไหลยอ้ น
ออกมาไปดา้ นฝั่งตรงขา้ ม เป็นถ้าอยใู่ นบริเวณเขาดินสอ
- ถา้ หม้อ ในถ้าน้ีพบเศษหมอ้ ผิวเกล้ียงแบบก่อนสุโขทยั คุณสงค์ ศิริ ชาวบา้ นแถบน้ี
เลา่ ใหฟ้ ังวา่ ตอนเดก็ ๆ เคยมาเท่ียวเลน่ ที่นี่พบหมอ้ ใส่กระดูกมากมาย จึงไดช้ ่ือวา่ ถ้าหมอ้ ซ่ึงเป็นถ้า
อยใู่ นบริเวณเขาดินสอเช่นกนั
- นา้ ตกเขาเหมน ในส่วนที่อยใู่ นตาบลชา้ งกลาง จ.นครศรีธรรมราช รู้จกั กนั ใน
ทอ้ งถ่ิน เป็นน้าตกขนาดเลก็ มีช้นั เดียว ทา่ มกลางป่ ารกชฏั ตอ้ งปี นป่ าย ใชเ้ วลาเดินไปชม ๒๐ นาที
เขา้ ทางบา้ นหนา้ เขาเหมน วดั หนา้ เขาเหมน จากถนนสาย ๔๐๑๕ เริ่มตน้ ท่ีแยกบา้ นจนั ดี หรือเขา้ ทาง
บา้ นคลองจงั อาเภอนาบอนก็ได้ ยงั เป็นแหล่งท่ีสมบูรณ์ดว้ ยทรัพยากรธรรมชาติท้งั สตั วแ์ ละป่ าไม้
เป็นสายน้าไหลลงมาจากภูเขาเหมนผา่ นหลืบหินและหนา้ ผา คดเค้ยี วไปตามซอกหิน การเที่ยวที่นี่
สามารถเดินลดั เลาะไปตามแนวริมสายน้าไดต้ ลอด
- ท่องป่ าสู่ยอดเขา การข้ึนยอดเขาเหมน ในช่วงแรกมีเสน้ ทางรถ สามารถเดินทาง
ดว้ ยยานพานะได้ ช่วยประหยดั เวลาเดินเทา้ ไดป้ ระมาณ ๑ ชวั่ โมง โดยเสน้ ทางรถจะมาหยดุ ที่เนิน
๔๙๙ มีป้ายของอทุ ยานปักบอกจุดเริ่มตน้ เดินป่ าระยะไกลสู่ยอดเขา ซ่ึงหลงั จากน้ีเป็นช่วงท่ีจะตอ้ ง
๓๒๒
เดินดว้ ยทางเทา้ ถึงยอดเขาเหมน ระยะทางประมาณ ๓ กม. ใชเ้ วลา จากจุดน้ีถึง บนยอดเขา ประมาณ
๔- ๕ ชว่ั โมง การท่องป่ าสูยอดเขาช่วงน้ีตอ้ งเตรียมการท้งั อาหารและชุดพกั กลางป่ า
ดว้ ยความสูง ๑,๓๑๕ เมตร จากระดบั ทะเลปานกลาง ยอดเขาเหมนจึมีสภาพอากาศหนาว
เยน็ และถกู สายหมอกในหว้ งฤดูฝนพาดผา่ นเกือบตลอดท้งั ปี ปกคลมุ ดว้ ยผืนป่ าดิบช้ืน ป่ าดิบเขา
ผสมผสานไปกบั เหลา่ พรรณไมอ้ นั หลากหลาย ไมต่ า่ งจากยอดเขาหลวง ไมว่ า่ จะเป็นรองเทา้ นารี คาง
กบได้ มอส เฟิ ร์น บวั แฉก ลิน้ มงั กร และที่ขาดไมไ่ ด้ คอื มหาสดา ราชาแห่งผนื ป่ าในเทพนิยาย
ในอดีตยอดเขาเหมนเคยเป็นท่ีจดั งาน “ววิ าหใ์ นมา่ นเมฆ” ซ่ึงจดั โดยคณุ เรวตั ิ ปรีชาวยั
เจา้ ของเขาเหมนรีสอร์ทในช่วงเทศกาลวนั แห่งความรัก วาเลนไทน์ เพ่ือส่งเสริมประชาสัมพนั ธ์การ
ทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมและธรรมชาติ
ผืนป่ าอนั อดุ มสมบูรณ์ของเขาเหมน
๓๒๓
๑๔.๒ แหล่งท่องเทย่ี วทางประวตั ิศาสตร์และโบราณคดี เป็นพ้นื ท่ีสาหรับท่องเท่ียว
เพอื่ การศึกษาทางประวตั ิศาสตร์ของอาเภอชา้ งกลาง มีประวตั ิกล่าวถึงรายละเอียดในบทท่ี ๓ วา่
ดว้ ยชื่อบา้ น-นามเมือง คอื
- ควนพลอง...อดีตถ่ินกาเนิดไมแ้ ดง และท่ีอยขู่ องโขลงชา้ งป่ า ต้งั อยใู่ นหมู่ ๗ ตาบล
ชา้ งกลาง ปัจจุบนั เป็นท่ีต้งั วทิ ยาลยั เกษตรกรรมฯ ท่ีวา่ การอาเภอชา้ งกลาง และสถานี
ตารวจภธู ร อาคารหอ้ งสมดุ เฉลิมราชกุมารี โรงพยาบาลพ่อท่านคลา้ ยฯลฯ
- บ้านนาวา หมู่ที่ ๗ และบา้ นด่านไผง่ า หม่ทู ี่ ๕......ที่ต้งั เมืองเก่าของนางพญาเลือด
ขาว ปัจจุบนั เป็นพ้นื ท่ีครอบครองของชาวบา้ น ยงั มีร่องรอยคูเมืองและซากอิฐโบราณ
- ท่งุ เจียก...ตน้ กาเนิดบุคคลสาคญั และอารยธรรมทอ้ งถ่ิน ต้งั อยใู่ นหมู่ ๓ บา้ นจนั ดี
- เขาดินสอ.......ที่ต้งั เมืองเก่าของนางพญาจณั ฑี
- ควนส้าน-ลุ่มในหนิ ....ถ่ินพานกั จอมโจรเสือสีนุ่น ท่ีไดช้ ื่อวา่ จอมโจรปลน้ ไกลไปถึง
๓ มณฑล ต้งั อยใู่ นหมู่ ๖
- คลองงา....ตน้ กาเนิดอารยะธรรมสมยั ใหม่ อดีตพลคู ลองงาคู่กบั ยากลาย ต้งั อยใู่ น
หมู่ ๒ ติดถนนหมายเลข ๔๐๑๕
- ท่าแพ...ท่ีไดช้ ื่อน้ีเพราะเป็นที่ใชแ้ พขา้ มฝ่ังน้าของกรมหลวงลพบรุ ีราเมศร์ เม่ือ
วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๕๔อยใู่ นเขตหมู่ ๑๔ บา้ นทา่ แพ ติดถนนหมายเลข ๔๐๑๕ หากเดินทาง
มาจากในเมืองนครศรีธรรมราช ขบั รถขา้ มเขาธง แลว้ กล็ งท่าแพ
- สวนขนั ....พ้ืนท่ีซ่อนทพั ของเจา้ พระยานครพดั ซ่ึงอพยพหนีกองทพั พมา่ ใน
สงคราม ๙ ทพั ในปี พ.ศ.๒๓๒๙ ต้งั อยใู่ นตาบลสวนขนั
๓๒๔
-หลกั ช้าง.....หวั เมืองสาคญั สมยั พระเจา้ ตาก ซ่ึงเคยเป็นที่ชุมพลของกองทพั เจา้ พระยา
จกั รีเม่ือคร้ังยกมาตีชุมนุมเจา้ นครศรีธรรมราช
- โคกทือ....ถ่ินเกิดคนหวั หมอและพอ่ ทา่ นคลา้ ย
- บ้านคลองกุย.....คอกจบั ชา้ งในอดีต
- บ้านท้ายเหมือง.....อดีตเหมืองแร่อ่ึงค่ายท่าย
๑๔.๓ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและศาสนา
-วัดมะนาวหวาน อยใู่ นตาบลชา้ งกลาง เป็นศูนยก์ ลางของหมบู่ า้ นท้งั หลายในอดีต
อนั ยาวนาน ซ่ึงไดแ้ ก่บา้ นนา คลองงา ควนส้าน บา้ นมะนาวหวาน บา้ นจนั ดี บา้ นไผง่ า บา้ น
คลองกุย บา้ นท่งุ เจียก วดั น้ีไดห้ ลอ่ หลอมคนในหมู่บา้ นเหล่าน้ีใหม้ ีนิสยั อ่อนโยน โอบออ้ ม
อารีย์ รักพร่ี ักนอ้ ง เป่ี ยมไปดว้ ยศีลธรรมจรรยา รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอนั ดีงามของ
ทอ้ งถิ่นตลอดมา เป็นบ่อเกิดแห่งศิลปวฒั นธรรม ในวดั มะนาวหวานมีโบราณวตั ถทุ ่ีสาคญั ดงั น้ี
๑) พระพทุ ธวชิ ิตมาร ประดิษฐานอยใู่ นพระอุโบสถวดั มะนาวหวาน เป็น
พระพุทธปฏิมาปางมารวชิ ยั แบบสมยั สุโขทยั หนา้ ตกั กวา้ ง ๔๙ นิ้ว ซ่ึงทา่ นผมู้ ีศรัทธา คอื จ่าเผน่
ผยองยงิ่ (ชุ่ม สุวรรณจินดา) กบั นางทองสุข สุวรรณจินดา สร้างและไดถ้ วายใหว้ ดั มะนาวหวาน
ต้งั แตป่ ี ๒๕๑๔ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ พระสังฆราช วดั มกฏุ กษตั ริยารามถวายพระ
นามเมื่อวนั ท่ี ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๑๔ วา่ “พระพทุ ธวิชิตมาร ประทานสันติสุขสวสั ดี นรสีห์
ธรรมานุศาสก์ ไตรโลกนาถธรรมบพธิ
๒) พระพุทธสิหิงคแ์ บบนครศรีธรรมราชจาลอง สร้างข้ึนในโอกาสที่วดั
มะนาวหวานไดก้ ่อสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั
รัชกาลท่ี ๙ มีความประสงคจ์ ะสร้างพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นประธานไวใ้ นศาลาดว้ ยและมี
ความเห็นวา่ พระพุทธลกั ษณะของพระพุทธสิหิงคท์ ่ีจงั หวดั นครศรีธรรมราช มีความสวยงามน่า
เลื่อมใส ดงั น้นั เม่ือสร้างศาลาเฉลิมเกียรติเสร็จเรียบร้อยแลว้ จึงไดก้ ราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ าริ มาเททองหล่อพระพุทธสิหิงคจ์ าลองเพื่อประดิษฐานเป็น
ประธานในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวนั ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๔
๓) พระเชียงแสน อยวู่ ดั มะนาวหวานองคน์ ้ีงดงามมาก ตอ้ งดว้ ยลกั ษณะ
พระพทุ ธรูปเชียงแสนรุ่นแรกทกุ ประการ จึงถือวา่ เป็นพระพุทธรูปสร้างในระหวา่ ง พ.ศ.๑๖๐๐ –
๒๐๐๐ ผนู้ ามาถวายแก่พ่อท่านคลา้ ย คอื คณุ ขจิต นิธิวานิ และตอ่ มาในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๐๙
พอ่ ทา่ นคลา้ ยวาจาสิทธ์ิไดม้ อบใหเ้ ป็นสมบตั ิวดั มะนาวหวานในฐานะเป็นโบราณวตั ถมุ งคล
๔) หลวงพอ่ เดิม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชยั อยใู่ นวดั มะนาวหวาน มีพทุ ธ
ลกั ษณะสวยงามมาก สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ มีประวตั ิวา่ พระครูพศิ ิษฐ์อรรถการ(พอ่ ท่านคลา้ ย
วาจาสิทธ์ิ) เป็นประธานในการสร้าง และไดป้ ระดิษฐานอยหู่ ลายที่ดงั น้ี
๓๒๕
เดิมประดิษฐานเป็นพระประธานอยใู่ นอุโบสถหลงั เก่า เม่ือสร้างอโุ บสถหลงั ใหม่
ครอบท่ีหลงั งเก่าและไดพ้ ระประธานองคใ์ หม่แลว้ ก็ไดอ้ ญั เชิญหลวงพ่อเดิมมาประดาฐานเป็น
ประธานในศาลาโรงธรรมหลงั เก่า คร้ันต่อมาไดส้ ร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติครอบท่ีศาลาโรง
ธรรมหลงั เก่า ไดพ้ ระพทุ ธสิหิงคแ์ บบนครศรีธรรมราชจาลองมาประดิษฐาน หลวงพอ่ เดิมกถ็ กู
อญั เชิญมาต้งั ในหอฉนั หลงั เก่า
คร้ันสร้างหอฉนั หลงั ใหมค่ รอบท่ีหอฉนั หลงั เก่า หลวงพ่อเดิมกไ็ ดร้ ับอญั เชิญยา้ ยมา
เป็นคร้ังท่ี ๓ มาประดิษฐานเป็นเอกเทศชว่ั คราวขา้ งหอฉันหลงั ใหมท่ างทิศใต้
บดั น้ีไดส้ ร้างอนุสรณ์สถาน หรือท่ีเรียกเป็นทางการวา่ “หอพระพทุ ธรูป หรือวิหาร
น้อย” ติดทางเดินดา้ นขวาจากประตูวดั เขา้ สู่เขตพทุ ธาวาส มีลกั ษณะคลา้ ยพระอุโบสถยอ่ ส่วน
ขนาดกวา้ ง ๔ เมตร ยาว ๘ เมตร สูง ๑๐ เมตร พ้ืนปดู ว้ ยหินอ่อน มีช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ คนั
ทวย หนา้ บนั และซุม้ ประตู หนา้ ตา่ งประดบั กระจาสี เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเดิมเป็นการถาวร
พระครูสถิตวิหารธรรม เจา้ อาวาสพร้อมดว้ ยพทุ ธบริษทั ไดท้ าพธิ ียกช่อฟ้าเม่ือกกรกฎาคม
๒๕๔๘
- วัดธาตุน้อย อยใู่ นตาบลชา้ งกลาง หากท่านเดินทางจากตวั เมืองนครศรีธรรมราช
มาตามถนนสาย ๔๐๑๕ เมื่อถึงบริเวณจุดสูงสุดของภูเขาหลวง ท่ีชาวบา้ นทอ้ งถิ่นเรียกวา่ "เขา
ธง" มีวิหาร "หลวงพอ่ คลา้ ย วาจาสิทธ์ิ" หรือ "พ่อทา่ นคลา้ ย วาจาสิทธ์ิ" ใหน้ กั ทอ่ งเท่ียวไดเ้ ขา้ ไป
กราบนมสั การ-ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทาง ซ่ึง ณ จุดน้ีอากาศดี สดชื่น โล่งปอดมากๆ
เลย
๓๒๖
ในวหิ ารหลวงพอ่ คลา้ ย วาจาสิทธ์ิ จะมีรูปเหมือนของท่านใหก้ ราบไว้ ตลอดจนพระพุทธรูป
ประจาวนั เกิดของท่าน คือ ปางนาคปรก และเทพที่หลวงพอ่ คลา้ ย วาจาสิทธ์ิ ศรัทธาดว้ ย คอื พระ
พิฆเนศ ตอ่ จากน้ีท่านสามารถเดินทางไปยงั วดั ธาตุนอ้ ย ซ่ึงเป็นท่ีเก็บสรีระของพ่อท่านคลา้ ย
วาจาสิทธ์ิ ไว้ ณ เจดียน์ ้ีต้งั แต่ปี พ.ศ.๒๕๑๓ ในโอกาสน้ีทา่ น จะพบวา่ วดั สวยงาม สะอาด
นกั ท่องเที่ยว หรือคนมาไหวพ้ ระเยอะ
ในการสร้างพระธาตุเจดียธ์ าตุนอ้ ย ไดน้ าเอาพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราชเป็นตน้ แบบ
พร้อมท้งั องคป์ ระกอบตา่ งๆท่ีสาคญั มาท้งั สิ้นคือ
๑.พระธาตุเจดีย์ หมายถึงพระนิพพาน
๒.พระพทุ ธไสยาสน์ หมายถึงพระพุทธเจา้
๓.เจดียบ์ ริวาร(เจดียร์ าย) หมายถึงพระอรหนั ต์
๔.พระดา้ น(พระพทุ ธรูปรอบพระเจดีย)์ หมายถึงพระอรหันตท์ ้งั ๑,๒๕๐ รูป
๓๒๗
ภายในเจดียธ์ าตนุ อ้ ย เป็นท่ีประดิษฐานสรีระของพ่อท่านคลา้ ย ซ่ึงสามารถข้นึ ไปนมนั กาลได้
๓๒๘
คาถาแคล้วคลาด
พ่อท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ วดั สวนขนั
“พุทธงั แคลว้ คลาด พระพทุ ธเจา้ ยา่ งบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธรรมมงั แคลว้ คลาด พระพทุ ธเจา้ ยา่ งบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สงั ฆงั แคลว้ คลาด พระพุทธเจา้ ยา่ งบาท อิติปิ โส ภะคะวา ฯ|”
- วัดสวนขัน อยใู่ นตาบลสวนขนั เป็นวดั ที่พอ่ ท่านคลา้ ยเป็นเจา้ อาวาสต้งั แตป่ ี ๒๔๔๕ -
๒๕๑๓ รวม ๖๘ ปี ดว้ ยเหตุท่ีท่านครองวดั น้ีอยนู่ าน จนคนท้งั หลายพดู กนั ติดปากวา่ พ่อทา่ นคลา้ ย
วดั สวนขนั ตอ่ มาวลีน้ีเป็นคาพดู ต่อทา้ ยวา่ “ หลวงป่ ทู วดวดั ชา้ งไห้- พ่อทา่ นคลา้ ยวดั สวนขนั ” เหตุท่ี
๓๒๙
วดั น้ีชื่อวา่ วดั สวนขนั เพราะมีไมข้ นั ข้นึ อยเู่ ตม็ ไปหมด ในช่วงที่พอ่ ทา่ นคลา้ ยเป็นสมภารน้นั ได้
สร้างศาสนสถานไวห้ ลายอยา่ ง เช่น เจดียร์ ูปทรงโอคว่า ซ่ึงสร้างข้นึ ต้งั แตป่ ี ๒๔๖๙ เป็นท่ีบรรจุอฐั ิ
พระอรหนั ต์ และกระดูกของพสี่ าวพ่อท่านคลา้ ยท่ีช่ือ นางเพง็ เพชรฤทธ์ิ องคเ์ จดียส์ ูง ๒๘ เมตร ใน
วดั สวนขนั มีเจดียพ์ อ่ ทา่ นคลา้ ยและพระอุเชน หรือพระพิฆเนศร์ ซ่ึงแกะสลกั จากหินทรายแดง มีอายุ
ประมาณ ๑,๐๐๐ กวา่ ปี เทวรูปองคน์ ้ีถือกนั วา่ เป็นเทพเจา้ แห่งชา้ ง เทพเจา้ แห่งศิลปะวิทยาการ
- วัดราษฎร์บารุง(วัดใต้) อยู่ในตาบลสวนขนั ถือวา่ เป็นวดั แห่งบารมีของพ่อทา่ นคลาย วาจา
สิทธ์ิ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ พ่อทา่ นคลา้ ย วาจาสิทธ์ิ ขณะเป็นเจา้ อาวาสวดั สวนขนั ทา่ นเลง็ เห็นวา่ วดั คุด
ดว้ น เป็นวดั เก่าแก่ มีสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิควู่ ดั มากมาย อีกท้งั ท่านกเ็ คยมาพานกั อยหู่ ลายคร้ังหลายคราว แม้
ก่อนรับตาแหน่งเจา้ อาวาสวดั สวนขนั กเ็ คยมาพานกั บอ่ ยคร้ัง เมื่อดาริเช่นน้ี ทา่ นเลยใหศ้ ิษยเ์ อกของ
ทา่ น คอื หลวงพ่อเริ่ม อิสิญาโณ มาพลิกฟ้ื นวดั คดุ ดว้ นข้ึนมาใหม่ รวมพลงั สามคั คีกบั ชาวบา้ นทุกภาค
ส่วน จึงพร้อมใจกนั เปลี่ยนช่ือจากวดั คุดดว้ นเดิม เป็นวดั ราษฎร์บารุง (วดั ใต)้ เป็นวดั ท่ีควรคา่ แก่
การศึกษาทางประวตั ิศาสตร์ วฒั นาธรรมประเพณีเป็นอยา่ งยง่ิ
๓๓๐
๑๔.๔ ชุมชนคนรักเหด็
ต้งั อยเู่ ลขที่ ๙๒ หมู่ ๕ บา้ นด่านไผง่ า ตาบลชา้ งกลาง เป็นแหล่งเพาะและจาหน่ายเห็ดหลาก
ชนิด อาทิ เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็นนางฟ้า และเป๋ าฮ้ือ ถือไดว้ า่ เป็นกลุ่มเพาะเห็ดแบบมืออาชีพ ใน
อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
ประวตั ิความเป็นมาของกลุ่ม
กลุม่ วสิ าหกิจชุมชนไดด้ าเนินการกิจกรรมการเพาะเห็ดมาต้งั แตป่ ี ๒๕๔๒ และไดจ้ ด
ทะเบียนวสิ าหกิจชุมชน เมื่อปี ๒๕๕๒ ณ สานกั งานเกษตรอาเภอชา้ งกลาง เพ่ือให้คนในชุมชนไดม้ ี
งานทา มีรายไดต้ ลอดจนความรัก สามคั คี เพ่ือขจดั ปัญหาความยากจนและยาเสพติด และการใชเ้ วลา
วา่ งใหเ้ กิดประโยชน์หลงั จากอาชีพหลกั คือการกรีดยาง
ความยงั่ ยนื ในอาชีพ
จากพ้นื ฐานอาชีพในชุมชนที่ประชาชนส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพทางการเกษตร สวน
ยางพารา สวนผลไม้ จากภาวการณ์ ปัจจุบนั ท่ีราคาผลผลิตตกต่า ภาวะ การปนเป้ื อนสารเคมีใน
อาหารจึงจาเป็นที่จะตอ้ งปรับวถิ ีการผลิตในการสร้างภูมิคุม้ กนั สร้างอาชีพเสริมและดาเนินชีวติ ตาม
แนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือสามารถวางแผนการใชจ้ ่ายในครัวเรือนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและยงั่ ยนื
นอกจากรวมกลมุ่ เพือ่ แลกเปล่ียนเรียนรู้เรื่องเห็ด ผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดขาย และผลิตเห็ดสดนานา
ชนิดไวข้ ายแลว้ ยงั เป็นจุดสาธิตใหผ้ ทู้ ่ีสนใจเขา้ มาเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดไดฟ้ รี รวมท้งั ใหค้ าแนะนา
ในการเพาะเล้ียงเห็ดแก่เกษตรกรและผสู้ นใจทวั่ ไป ติดต่อคุณสุรินทร์ รอดพน้ หรือคุณสุธน รอดพน้
โทรศพั ท์ ๐๘๑-๗๔๗๔๓๑๐
๓๓๑
๑๔.๕ กล่มุ เลยี้ งผึง้ โพรง
ท่ีลุ่มในหิน หมู่ ๖ ตาบลชา้ งกลาง ไปดูการเล้ียงผ้งึ โพรงเพื่อธุรกิจการคา้ ของคุณราย พรหม
ชาติและคณะ ซ่ึงเล้ียงผ้ึงโพรงประมาณ ๒๐๐ รังในสวนผลไม้
เป็นการเพิ่มรายไดเ้ กษตรกรดว้ ยการขายน้าผ้ึง และยงั มีผลพลอยไดจ้ ากการท่ีผ้งึ ผสมเกษตร
ดอกไม้ ช่วยใหเ้ พิ่มผลผลิตข้ึนอีกทางหน่ึง ท่ีน่ีนอกจากจาหน่ายน้าผ้ึงแลว้ ทางกลมุ่ ยงั ผลิตอปุ กรณ์
เล้ียงผ้งึ ขายอีกดว้ ย การเดินทาง ถึงหนา้ วดั ควนส้านเล้ียวขวาท่ีทางแยกตรงขา้ มประตูวดั เขา้ ไป
ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผา่ นสวนยางพาราและขา้ มสะพานแลว้ เล้ียวซา้ ยอีก ๒๐๐ เมตร ถึงท่ีทาการกลุม่
เป็นกิจการเล้ียงผ้งึ ท่ีชมและน่าศึกษามาก
๓๓๒
นอกจากมีการเล้ียงผ้งึ โพรงโดยนายราย พรหมชาติ ท่ีตาบลชา้ งกลางแลว้ นายรายยงั มที ายาท
คอื บตุ รชาย นายครรชิต พรหมชาติ ไดแ้ ยกตวั ออกไปเล้ียงผ้งึ โพรงในหมู่ที่ ๖ ตาบลสวนขนั อาเภอ
ชา้ งกลางอีกแห่งหน่ึง ณ ที่น่ีนายครรชิตและสมาชิกกลมุ่ ๒๐ คน เล้ียงผ้ึงโพรงมากถึง ๓๐๐ รัง
๑๔.๖ กลุมผลติ ผ้าบาติคและมัดย้อม ของนางจุไรวรรณ ศรีพุฒ เลขท่ี ๒๓๐ บา้ น
ยางในลมุ่ บา้ นหมูท่ ่ี 3 ตาบลสวนขนั อาเภอชา้ งกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
เกิดจากการรวมตวั ของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกล่มุ สวนขนั เกษตรยงั่ ยนื ซ่ึงมีคุณจุไรวรรณ
ศรีพุฒ เป็นประธานกล่มุ มีแนวคิดร่วมกบั สมาชิกตอ้ งการสร้างอาชีพเสริมเพิม่ รายไดใ้ หก้ บั ครอบครัว
และชุมชน หลงั จากเสร็จภารกิจจากงานหลกั แลว้ เพราะวิถีชีวติ ของคนในชุมชนตาบลสวนขนั มีอาชีพ
หลกั คือ ทาสวนยางพาราและสวนผลไม้ จึงใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ทาให้เกิดความสามคั คีข้นึ ใน
ชุมชน ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงไดร้ ่วมกนั จดั ทาผา้ บาติกและมดั ยอ้ ม เพราะมีสมาชิกใน
กลุ่มมีความรู้ความชานาญในการทาผา้ บาติกและผา้ มดั ยอ้ ม สามารถฝึกสอนให้
บคุ คลในชุมชนได้ ไดด้ าเนินการผลิตสร้างรายไดใ้ หก้ บั คนในชุมชนไดด้ ีตลอดมา และไดร้ ับ
การคดั เลือกเป็นผลิตภณั ฑช์ ุมชนเพ่อื จาหน่าย ไดร้ ับการคดั สรรเป็นผลิตภณั ฑห์ น่ึงตาบลหน่ึง
ผลิตภณั ฑ(์ OTOP) ปัจจุบนั ไดส้ ่งจาหน่ายในหา้ งสรรพสินคา้ และออกร้านในงานตา่ งๆ ของอาเภอ
และจงั หวดั
จุดเด่นของผลิตภณั ฑ์ คอื ยอ้ มจากสีธรรมชาติ โดยใชว้ ตั ถดุ ิบหลกั (ผา้ มดั ยอ้ ม) ใบขนั
และดอกขนั ใบมงั คุด
ใบขนั และดอกขนั มาจากตน้ ขนั เป็นตน้ ไมค้ ู่บา้ นคู่เมืองของชาวตาบลสวนขนั ท่ีสาคญั ท่ีสุด
คอื เป็นตน้ ไมท้ ่ีพ่อท่านคลา้ ยวาจาสิทธ์ิไดป้ ลูกไวใ้ นวดั สวนขนั ซ่ึงมีอายกุ วา่ 100 ปี มีสามสีคอื
- ขนั เงิน ดอกมีสีเขียวอมเหลือง
- ขนั ทอง ดอกมีสีแดงระกาขาวอมเหลือง
- ขนั รุ่งเรือง ดอกมีสีน้าตาลอ่อนขาวอมเหลือง
สรรพคณุ ของไมข้ นั เป็นตน้ ไมส้ มนุ ไพรท่ีช่วยสมานแผล เชื่อกนั วา่ เป็นตน้ ไมท้ ่ีปลกู แลว้ นา
ความเจริญรุ่งเรืองเรียกทรัพยส์ ินเงินทอง เป็นสิริมงคลให้กบั ทกุ คนที่นาไปใชป้ ระโยชน์
๓๓๓
ในพ้ืนท่ีตาบลสวนขนั มีตน้ ขนั เป็นจานวนมาก กล่มุ ผลิตผา้ บาติกสวนขนั ไดร้ ับแนวคิดจากผู้
มาเยอื นใหใ้ ชว้ ตั ถุดิบในพ้ืนที่มาใชย้ อ้ มผา้ จึงไดค้ ิดคน้ ผลิตภณั ฑช์ ิ้นใหม่คือ การทาผา้ มดั ยอ้ มดว้ ยสี
ธรรมชาติจากใบขนั และดอกขนั ส่วนใบมงั คุดมีประโยชนท์ ่ีช่วยทาใหส้ ีติดผา้ ไดท้ นทานและสีสวย
ส่วนประกอบ และข้นั ตอนการทา
-ผา้ ที่ใชท้ ามดั ยอ้ มหรือ(Tiedye) ใชผ้ า้ ไดห้ ลายชนิดเช่น ผา้ มสั ลิน ผา้ ฝ้าย ป่ าน ปอ
ไหม ไนลอน ลินิน โปลีเตอร์และขนสัตว์ ฯลฯ
-วสั ดุท่ีมดั หรือผกู ผา้ ตอ้ งมีคุณสมบตั ิเหนียวสามารถยดึ ผา้ ไดแ้ น่น ไดแ้ ก่เชือกฟาง
พลาสติก เชือกกลว้ ย หนงั ยางเสน้ เป็นตน้
-ตม้ น้าใบขนั ในหมอ้ ท่ีเตรียมไวใ้ ชเ้ วลาตม้ ๑ วนั ปริมาณแลว้ แตค่ วามเขม้ ของสีสี
อ่อนปริมาณพอควร สีเขม้ ปริมาณมาก
-ตม้ น้าดอกขนั ผสมกบั ใบมงั คดุ จะออกสีชมพู ใชเ้ วลาตม้ ๑ วนั ปริมาณแลว้ แตค่ วาม
เขม้ ของสี
-กรองน้าใบขนั น้าดอกขนั ผสมใบมงั คดุ ท่ีตม้ เสร็จแลว้ แยกกากออกเพ่อื เอาน้าใช้
ยอ้ มผา้
-นาผา้ ที่ใชย้ อ้ มมดั เพ่ือออกลวดลาย แช่ในน้าใบขนั (ผา้ ออกสีเขยี วอ่อน) แช่ในน้า
ดอกขนั (ผา้ ออกสีชมพอู อ่ น) ประมาณ ๑ – ๓ ชวั่ โมง ดว้ ยอุณหภมู ิต่าเพื่อสีจะไดเ้ ขา้ ไปในเน้ือผา้ ไดด้ ี
-นาผา้ ที่ตม้ เสร็จไปแช่ในน้าเกลืออ่อน ๆ เพื่อใหส้ ีทนทาน ทิ้งไว้ ½ -1 ชม.
-ซกั กบั ผงซกั ฟอก ลา้ งสะอาด ตากแดด เสร็จข้นั ตอนการยอ้ มผา้
-ผา้ ท่ีผา่ นการยอ้ มแลว้ สามารถนามาตดั เป็นเส้ือสวมใส่ตดั ตามแบบท่ีตอ้ งการ
สถานท่ีจาหน่าย
-หา้ งเซ็นทรัลสาขานครศรีธรรมราช
-ศูนยจ์ าหน่ายสินคา้ OTOP
- ราคาขาย ผา้ ชิ้นมดั ยอ้ ม ชิ้นละ 400 บาท เส้ือมดั ยอ้ ม ตวั ละ 450 บาท
๓๓๔
ทาเนยี บนาม
๑ ปลดั อาเภอผู้เป็ นหวั หน้ากงิ่ อาเภอช้างกลาง
- นายนฤนาท สุภทั รประทีป ๑๕ ก.ค.๓๙ – ๑๖ มิ.ย.๔๐
- นายสาเริง ศรีใหม่ ๑๗ มิ.ย.๔๐ – ๑ พ.ย.๔๑
- นายอาสา ตฤตียปุตรานนท์ ๒ พ.ย.๔๑ – ๒๘ พ.ย.๔๒
- นายประคอง คงแกว้ ๒๙ พ.ย. ๔๒ – ๑๙ พ.ย.๔๓
- นายธารง เขมะรัตน์ ๒๐ พ.ย.๔๓ – ๒๒ ธ.ค.๔๕
- นายอภินนั ท์ เผือกผอ่ ง ๖ ม.ค.๔๖ – ๒ พ.ค.๔๗
- นายถาวร คงกว้ ๓ พ.ค. ๔๗ – ๑๔ พ.ย.๔๗
- นายนพ บญุ ลอ้ ม ๑๕ พ.ย.๔๗ – ๑ พ.ค.๔๘
- นายพรี พฒั น์ คงพนั ธุ์ ๒ พ.ค.๔๘ – ๒๗ ก.ย.๕๐
๒ นายอาเภอช้างกลาง
- นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ ๒๘ ก.ย. ๕๐ – ๒ พ.ค.๕๔
- นายทินกร มุสิกวตั ร ๑๘ พ.ค.๕๔ – ๑๒ ธ.ค.๕๔
๓๓๕
- นายชุมพล สุกใส ๑๓ ธ.ค.๕๔ – ๒๐ พ.ค.๕๕
- นายภาณุมาศ สนั ติจิตโต ๒๑ พ.ค.๕๕ – ๓๐ ก.ย.๕๖
- นายศิริพล พพิ ฒั น์รัตนเสรี ๑๔ พ.ย.๕๖ – ๒๙ มี.ค.๕๘
- นายอเนกพนั ธ์ เพชรพลอย ๒ เม.ย. ๕๘ – ๑๓ พ.ย.๕๘
- นายธวชั หงส์บิน ๑๖ พ.ย.๕๘ – ๑๘ พ.ย..๕๙
- นายธีระพงศ์ ช่วยชู ๒๑ พ.ย.๕๙ – ๑๓ ต.ค.๖๐
- นายมนตว์ ิทย์ โชติอษั ฎายธุ ๑๖ ต.ค.๖๐ –
- นายวีรยทุ ธ ขนุนนิล ๒๕๖๒ – ปัจจุบนั
๓ กานัน
๓.๑ ตาบลช้างกลาง
- หม่ืนคชเขตมชั ฌิมานุการ(ปาน ไพรสณฑ)์
- คนถดั มาคอื หม่ืนเทพ (คลา้ ย เทพพิชยั ) ลูกหลวงไชยศรศิลป์
- กานนั เงิน
- กานนั แจง้
- นายฉ่า ไพรสณฑ์ ลูกหมื่นคชเขตมชั ฌิมานุการ
- นายเคลา้ ไพรสณฑ์ ลูกกานนั ฉ่า
- นายประสิทธ์ิ สโมสร
- นายประโยชน์ รัตนบุรี
- นายฉลอง จิตรรัตน์
- นายวเิ ชียร ทิพยส์ ุราษฎร์
- นายจารึก รัตนบรุ ี
-ปัจจุบนั (๒๕๖๑)นายพิสัณฑ์ บณุ ยเกียรติ
๓.๒ ตาบลหลกั ช้าง
- นายวบิ ูลย์ ชาญสวสั ด์ิ
- นางเสงี่ยม รัตนพนั ธ์ (นอ้ งสาวนายวิบยู ล์ ชาญสวสั ด์ิ)
- นายอมร สมวงศ์
๓.๓ ตาบลสวนขัน
- นายสิน ไกรปราบ
- นายศรัณย์ พมุ่ พวง
- นายอรุณ ริยาพนั ธ์
- นายมนตรี ปรีชา
๓๓๖
๔.นายก อบต.ช้างกลาง
- นายมติ ขอบขา
- นายจาลอง นนทสิทธ์ิ
- นายจารึก รัตนบุรี(ปัจจุบนั ๒๕๖๑)
๕. นายกเทศบาลตาบลหลกั ช้าง
- นายวบิ ูลย์ ชาญสวสั ด์ิ
- นายชินวรณ์ วเิ ชียร(ปัจจุบนั ๒๕๖๑)
๖. นายกเทศบาลตาบลสวนขัน
- นายประสิทธ์ิ แกว้ แกมจนั ทร์ปัจจุบนั ๒๕๖๑)
บรรณานุกรม
- เกิด ณ ควนกรด. ทางน้าเส้นในทงุ่ สง-ตรัง. นครศรีธรรมราช: อนุสรณ์งานวนั สารทสห
ภมู ิภาคทกั ษณิ , 2525.
- เกษรบวั “เอ้ือม อุบลพนั ธุ”์ หนงั สือที่ระลึกในงานฉลองอายุ ๗๒ ปี นายเอ้ือม-นางพจนา
อุบลพนั ธุ์. นครศรีธรรมราช, 2541.
- กรมพระยาดารงราชานุภาพ. พงศาวดารเร่ืองไทยรบพมา่ ฉบบั ศิลปวฒั นธรรม.
- กรมศาสนา. หนงั สือรับรองสภาพวดั กรมศาสนาท่ี ศธ.๐๔๐๕/๓๑๙๕. 2530.
- กรมศิลปากร. ชุมชนท่ีสาบสูญ? ทาเนียบขา้ ราชการเมืองนครศรีธรรมราช.นครศรีธรรมราช:
กรมศิลปากร, 2541.
- จวง สนั ตจิต. ประวตั ิตาบลชา้ งกลาง. นครศรีธรรมราช, 2540.
- ชมรมผสู้ ูงอายุโรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชฉวาง. ๑๒๐ ปี กวเี อียด. นครศรีธรรมราช,
2549.
- ชาลี ศิลปรัศมี. หวั เมืองหลกั ชา้ ง. ม.ป.ท. ม.ป.ป.
- ท่ีระลึก ๑๐๐ ปี โรงเรียนวดั สวนขนั . 2555.
- ประวตั ิมหาดไทยส่วนภูมิภาค. นครศรีธรรมราช: กรุงสยามการพิมพ,์ 2527.
- ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเร่ืองยกวดั ราษฎร์เป็นพระอารามหลวง. ๒๔ พ.ค. ๒๕๓๙.
- ประวดั ิโรงเรียนวดั มะนาวหวาน เอกสารประชาสมั พนั ธ์ฉบบั ที่ ๑. ๒๕๔๓.
- ปรีชา นุ่นสุข. หลกั ฐานทางโบราณคดีในภาคใตข้ องประเทศไทยท่ีเก่ียวกบั อาณาจกั รศรี
วิชยั . กรุงเทพฯ : กรุงสยามการพิมพ์ ๒๕๒๕.
๓๓๗
- ประวตั ิศาสตร์ โบราณคดี นครศรีธรรมราช . สานกั งานโบราณคดี และพิพิธภณั ฑส์ ถาน
แห่งชาติ จงั หวดั นครศรีธรรมราช. สานกั โบราณคดี และพพิ ิธภณั ฑส์ ถานแห่งชาติ กรม
ศิลปากร กรุงเทพฯ : เอ พี กราฟิ ค ดีไซด์ และการพมิ พ์ ม.ป.ท.
- พงศาวดารภาคที่ ๖๕.
- พระกลอ่ ม ธมฺคตุ ฺโต. สุภาษติ สอนลูกหลาน. นครศรีธรรมราช: โรงพมิ พก์ ระจ่างภาษิต,
2508.
- พระราชพงศาวดาร เลม่ ๓.
- พระราชวราภรณ์ (เจิมกนตสีโล ป.). ประวตั ิพ่อท่านคลา้ ย. นครศรีธรรมราช, 2541.
- พระอธิการอรุณ ญาณวโร. ฉวาง-สุวรรณภูมิ. นครศรีธรรมราช: โรงพิมพร์ ัตนโสภณ, 2521.
ม.ป.ท.
- พพิ ธิ ภณั ฑส์ ถานแห่งชาติ. จงั หวดั นครศรีธรรมราช.
- พุ่มพวง ศรีจนั ทร์. เรือนพ่อ หนงั สือที่ระลึกฉลองมณฑปพอ่ ท่านคลา้ ย. 2532. ม.ปท.
- ภิรมย์ มีประดิษฐ.์ ประวตั ิวดั หนา้ เขาเหมน. ม.ป.ท. ม.ป.ป.
- มติชนจดั พิมพเ์ นื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๘๐ พรรษา. พระราชพงศาวดาร
ฉบบั พมิ พ์ ร. ศ.๑๒๐. สานกั พมิ พม์ ติชน, ๒๕๕๐.
- วรรณดี สรรพจิต. เฉลิมเกียรติกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2525.
— บารมีพระร่มเกลา้ . กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ม.ป.ท. 2531.
-วดั มะนาวหวาน พระอารามหลวง. ๘๐ ปี พระสิริธรรมราชมุนี. 2557.
— ฉลองสมณศกั ด์ิ พระสิริธรรมราชมนุ ี. 2553.
- หนงั สือที่ระลึก ๗๒ ปี พระครูสถิตวิหารธรรม. นครศรีธรรมราช : เมด็ ทราย 2549.
- หนงั สือท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อแจง้ สันตจิต. นครศรีธรรมราช : เมด็ ทราย
2555.
- หนงั สือที่ระลึกพระราชทานเพลิงศพนายเอ้ือม อบุ ลพนั ธุ์ . นครศรีธรรมราช : ประยนู การ
พมิ พ์ 2557.
- อนุสรณ์ฌาปนกิจศพ นายคลา้ ย ศิลารัตน์. ม.ป.ท. 2539.
- ศนู ยป์ ระสานเครือขา่ ยองคก์ รดาเนินงานผสู้ ูงอาย.ุ สืบสานภมู ิปัญญานครศรีธรรมราช. ม.
ป.ท. 2543.
- ษรวฒั น.์ พอ่ ทา่ นคลา้ ย วาจาสิทธ์ิ. กรุงเทพฯ: บริษทั จูปิ ตสั , 2557.
- สารนครศรีธรรมราช ฉบบั ที่ ๑๑ พ.ย. ๒๕๓๙. นครศรธรรมราช : องคก์ ารบริหารส่วน
จงั หวดั นครศรีธรรมราช. 2539.
๓๓๘
-สารนครศรีธรรมราช. วา่ ดว้ ยเร่ืองกาหลอ. นครศรีธรรมราช : องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
นครศรีธรรมราช 2549.
- สารนครศรีธรรมราช ฉบบั กิ่งอาเภอชา้ งกลาง. นครศรีธรรมราช: องคก์ ารบริหารส่วน
จงั หวดั นครศรีธรรมราช, 2539.
- สารนครศรีธรรมราช ปี ท่ี ๒ ฉบบั ท่ี ๔ เมษายน ๒๕๓๕
- สาราญ วงั ปรีชา. ประวตั ิวดั ครี ีวรรณา. ม.ป.ท. ม.ป.ป.
- หนงั สือท่ีระลึกงานฌาปนกิจคณุ พ่อเวียน สนั ตจิตร. นครศรีธรรมราช : ประยรู การพิมพ.์
2557.
- หนงั สือท่ีระลึกสถาปนาโรงเรียนชา้ งกลางประชานุกูล ครบรอบ ๑๐ ปี . ม.ป.ท. 2531.
- องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั นครศรีธรรมราช. พ่อทา่ นคลา้ ยวาจาสิทธ์ิ. นครศรีธรรมราช:
โรงพมิ พด์ ีชยั ๒๕๕๓.
- อนุสรณ์ฉลองอายุ ๖๐ ปี พระครูสถิตวหิ ารธรรม. กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรส โปร
ดกั ษ.์ 2537.
- อนุสรณ์งานฌาปนกิจศพพระครูสงั ฆรักษ.์ ม.ป.ท. 2525.
- อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายหอ้ ง บณุ ยเกียรติ. กรุงเทพมหานคร 2546.
- อนุสรณ์ฌาปนกิจศพพระอุดม อินทมโน. ม.ป.ท. 2545.
- อนุสรณ์สมณศกั ด์ิพระครูสถิตวิหารธรรม. นครศรีธรรมราช ม.ป.ท. 2517.
เวบ็ ไซต์
- https://th.wikipedia.org/wiki/ (๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่เขา้ ถึง)
https://www.gotoknow.org/posts/237409bec.info/web/index_view_history.php?School_ID
=1080210736&page=historyประวตั ิวิทยาลยั เกษตรกรรม.
- http://www.พระใหมพ่ ลาซ่า.com/.
-ญาณภทั ร ยอดแกว้ . GotoKnow. 18 ตุลาคม 2010. -
http://www.gotoknow.org/posts/403241.-
-นายเกษตร. ไทยรัฐออนไลน์. 10 ตลุ าคม 2014. www.thairath.co.th.
-ประเพณีไทยดอทคอม. http://www.prapayneethai.com.
-ดง่ั ดวงแกง้ จรัสจา้ ส่องนาคร. โครงการศึกษาสืบคน้ ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรมพิพิธภณั ฑ์
เมืองนครศรีธรรมราช เทศบาลนครนครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช : โรงพมิ พอ์ กั ษรการพิมพ.์
๒๕๕๙.
๓๓๙
-๑๗ คร้ัง ยงั ตราตรึงมา.....เมืองนคร. โครงการศึกษาสืบคน้ ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรม
พิพธิ ภณั ฑเ์ มืองนครศรีธรรมราช เทศบาลนครนครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช : โรงพิมพอ์ กั ษร
การพมิ พ.์ ๒๕๕๙.
การสัมภาษณ์
- เจริญ อินทองคา (๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐)
- เอ้ือม อบุ ลพนั ธุ์ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐)
- ดา พรหมทอง(๑๐ มีนาคม ๒๕๕๐)
- ประสิทธ์ิ สโมสร. (20 สิงหาคม 2551).
-พนั ธุ์ วมิ ลเมือง. (20 มีนาคม 255๒).
-พระครูมงคลบุญเขต. (12 สิงหาคม 2560).
-พระสิริธรรมราชมุนี. (20 มิถุนายน 2560).
-หนูพฤกษ์ เสนาพนั ธ์. (18 พฤษภาคม 2560).
-เหวยี ง ละลา (๒๓ มิถนุ ายน ๒๕๖๑)
...............................................